เล็งเห็นความสำคัญเพื่อให้เด็กไทยได้มีการศึกษาอย่างเท่าเทียม ห่วงสถานการณ์เด็กหลุดออกนอกระบบ

รัฐบาลให้ความสำคัญการศึกษาของเด็กไทยทุกคน  ผู้ช่วยรมต.สำนักนายกฯเผยนายกฯห่วงสถานการณ์จากโควิด-19 ครอบครัวมีรายได้น้อย หวั่นเด็กหลุดออกนอกระบบมากขึ้น มุ่งใช้กลไก กสศ. เข้าช่วยเหลือ

นายเสกสกล อัตถาวงศ์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำนายกรัฐมนตรี ยืนยันว่า นายกฯและรัฐบาลได้ให้ความสำคัญกับการศึกษาของเด็กไทยทุกคน เพราะเป็นอนาคตของชาติในการที่จะร่วมกันพัฒนาประเทศต่อไป แต่ทั้งนี้ ยังพบว่ามีเด็กจำนวนไม่น้อย ที่ต้องหลุดออกนอกระบบ และมีแนวโน้มที่จะหยุดเรียน เนื่องจากครอบครัวมีรายได้น้อย

“นายกฯ จึงได้เล็งเห็นความสำคัญเรื่องนี้ เพื่อให้เด็กไทยได้มีการศึกษาอย่างเท่าเทียมกัน รัฐบาลโดยนายกฯ จึงได้จัดตั้ง “กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา” หรือ กสศ. ขึ้นตามข้อเสนอของคณะกรรมการอิสระเพื่อการปฏิรูปการศึกษา ในการพัฒนาคน โดยเฉพาะกลุ่มเปราะบาง ผู้มีรายได้น้อย ไม่ให้หลุดออกจากระบบ โดยเฉพาะช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อ ป.6/ม.3/ม.6 ที่กำลังจะก้าวสู่ช่วงชั้นใหม่ อีกทั้งยังเป็นการสร้างความเสมอภาคทางการศึกษา รวมทั้งเสริมสร้างและพัฒนาคุณภาพและประสิทธิภาพครู ซึ่งรัฐบาลเป็นผู้จัดสรรงบประมาณให้กองทุน และมีการบริหารงานที่เป็นอิสระ ซึ่งได้ดำเนินการมาแล้วเป็นปีที่ 3

นายเสกสกล อัตถาวงศ์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำนายกรัฐมนตรี

ขณะเดียวกัน ในปีนี้รัฐบาลได้โอนเงินเข้าบัญชีผ่านระบบพร้อมเพย์ ให้กับนักเรียนไปแล้วกว่า 1.17 ล้านคน งบประมาณ 1.27 พันล้านบาท

“จะเห็นแล้วว่า นายกฯ ไม่เคยหยุดคิดในการหามาตรการต่างๆ ออกมาช่วยเหลือประชาชนให้ได้ทุกกลุ่ม รวมถึงเด็กและเยาวชน ที่ครอบครัวมีรายได้น้อย เพราะนายกฯ อยากให้เด็กมีการศึกษาที่ดี นำความรู้ความสามารถไปหางานที่ดีทำ ไม่ให้เด็กถูกชักชวนไปทำเรื่องที่ผิด และยิ่งขณะนี้ที่เราอยู่ในยุคโซเชียล ยุคสังคมออนไลน์ ที่มีทั้งข้อมูลที่ถูกต้องและบิดเบือน จึงขอให้ผู้ปกครองได้สบายใจได้ว่านายกฯ จะช่วยเหลือในเรื่องของการศึกษาอย่างเต็มที่ เท่าเทียมกัน และนายกฯ จะไม่ทิ้งเด็กและเยาวชนคนใดไว้ข้างหลัง

“นายกฯ มีความจริงใจในการส่งเสริมการศึกษาให้มีคุณภาพอย่างแท้จริง และไม่ต้องห่วง แม้ว่ากระทรวงศึกษาธิการจะมีรัฐมนตรีคนใหม่ แต่นโยบายด้านการศึกษานายกฯ มอบนโยบายและกำกับดูแลอย่างใกล้ชิดเพื่ออนาคตที่ดีของลูกหลานไทยทุกคน” นายเสกสกล กล่าว

 

Back To Top