มัดรวมนโยบายหาเสียง แต่ละพรรคการเมืองให้ความสำคัญกับมัดรวมนโยบายหาเสียง “สวัสดิการเด็ก” และ “นโยบายด้านการศึกษา” อย่างไรบ้าง

มัดรวมนโยบายหาเสียง แต่ละพรรคการเมืองให้ความสำคัญกับมัดรวมนโยบายหาเสียง “สวัสดิการเด็ก” และ “นโยบายด้านการศึกษา” อย่างไรบ้าง

ข้อมูลนโยบายหาเสียงและทิศทางการดำเนินงานของพรรคการเมืองต่างๆ ในปี 2569 ที่เกี่ยวข้องกับสวัสดิการเด็กและการศึกษาแข่งขันกันด้วยความเข้มข้น

เนื่องในโอกาสวันเด็ก

เรามาสำรวจกันดูว่าแต่ละพรรคการเมืองให้ความสำคัญสองเรื่องนี้อย่างไรบ้าง

1. พรรคประชาชน

เน้นนโยบาย “สวัสดิการถ้วนหน้า” ลดความเหลื่อมล้ำ และการคืนอิสระให้ครูและนักเรียน

สวัสดิการเด็ก

○  เงินอุดหนุนเด็กเล็กถ้วนหน้า: ผลักดันให้เด็กทุกคน (0-6 ปี) ได้รับเงินอุดหนุน 600 บาท/เดือน แบบไม่ต้องพิสูจน์ความจน และวางแผนปรับขึ้นเป็น 1,200 บาท/เดือน ภายในปี 2573

○  กล่องรับขวัญ (Baby Box): มอบคูปองหรือเครดิตมูลค่า 3,000 บาท ให้พ่อแม่ซื้อของใช้จำเป็นสำหรับเด็กแรกเกิด

○  ศูนย์เลี้ยงเด็ก: ตั้งเป้าสร้างศูนย์ดูแลเด็กอ่อน (4 เดือน – 2 ปี) เพิ่ม 1,000 แห่งทั่วประเทศ เพื่อช่วยแบ่งเบาภาระผู้ปกครองวัยทำงาน

การศึกษา

○  การศึกษาที่เลือกได้: เน้นกระจายอำนาจให้โรงเรียนและท้องถิ่นออกแบบหลักสูตรเอง ลดเวลาเรียนในห้องเรียนที่มากเกินความจำเป็น

○  ลดภาระครู: คืนครูให้นักเรียน โดยลดงานเอกสารและยกเลิกเวรครู (ซึ่งเริ่มเห็นผลในทางปฏิบัติบ้างแล้วจากการผลักดันในสภา)

○  แพลตฟอร์มกลางเพื่อการเรียนรู้ และคูปองการศึกษา: สร้างแพลตฟอร์มเพื่อสนับสนุนการเรียนรู้ตลอดชีวิตแก่คนไทยทุกคน มีคูปองเพื่อให้ผู้เรียนเข้าถึงการยกระดับทักษะเฉพาะทาง

2. พรรคเพื่อไทย

เน้นนโยบายที่สร้าง “โอกาสและรายได้” (Learn to Earn) และแก้ปัญหาระยะสั้น-กลาง

สวัสดิการเด็ก

○  ลดภาระค่ารักษาพยาบาลของประชาชน: มุ่งเน้นการดูแลสุขภาพเชิงป้องกัน ส่งเสริมการมีบุตร เน้นแก้ปัญหาโครงสร้างประชากรและสังคมสูงวัย

การศึกษา

○  Learn to Earn: เรียนไปมีรายได้ไป ส่งเสริมระบบทวิภาคีและการฝึกอาชีพที่จบมาแล้วมีงานทำทันที

○  1 Tablet per Child: แจกแท็บเล็ตเพื่อการศึกษา เพื่อลดความเหลื่อมล้ำในการเข้าถึงแหล่งความรู้ดิจิทัล

○  อาชีวะสร้างชาติ สู่อาชีวะสากล: ปรับหลักสูตรอาชีวะให้ตรงตลาดงาน

○  ตั้ง AI Learning Platform แห่งชาติ: คนไทยทุกคนสามารถเรียนรู้ได้ตลอดชีวิตผ่าน AI Learning Platform โรงเรียนกว่า 1,000 แห่งใช้ AI เพื่อยกระดับคุณภาพการเรียนรู้

3. พรรคพลังประชารัฐ

เน้นนโยบาย “ช่วยเหลือมารดาและเด็กโดยตรง” และ “เรียนสั้น ทันยุค มีงานรอ”

สวัสดิการเด็ก

○  มารดาประชารัฐ: นโยบายหลักที่ชูมาต่อเนื่อง คือการให้เงินดูแลตั้งแต่ตั้งครรภ์

○  ข้อเสนอใหม่ปี 2569: มีการพูดถึงข้อเสนอให้เงินอุดหนุนมารดาตั้งครรภ์ เดือนละ 1,5000 บาท (ตั้งครรภ์ 4 เดือนจนถึงคลอด) และเด็กแรกเกิดได้เดือนละ 1,000 บาท ไปจนถึงอายุ 6 ปี

การศึกษา

○  เรียนสั้น ทันยุค มีงานรอ

○  เรียนสั้น: หมายถึงเรียนหลักสูตรระยะสั้น เพื่อให้คนมีทักษะตรงกับความต้องการตลาด จบมามีงานทำทันที

○  ทันยุค: หมายถึง ปรับปรุงทักษะให้สอดคล้องกับเทคโนโลยีและยุคสมัยใหม่

○  มีงานรอ: หมายถึง สร้างโอกาสและตำแหน่งงานรองรับจากการพัฒนาทักษะ

4. พรรคภูมิใจไทย

เน้นนโยบาย “การศึกษาเท่าเทียม พลัส”

การศึกษา

○  1 แพลตฟอร์ม 1 ล้านความรู้: สร้างแพลตฟอร์มการเรียนแห่งชาติ ที่รวมการศึกษาทุกระดับ ทุกคนเข้ามาเรียนได้ฟรี โดยไม่เสียค่าอินเตอร์เน็ต เรียนได้ตลอดชีวิต เรียนฟรีมีจริง เรียนได้ทุกที่ทุกเวลา

○  Skill Bridge สะพานความรู้เพื่ออนาคตที่ดีกว่า: พัฒนาแพลตฟอร์ม Up Skill แห่งชาติ เน้นยกระดับทักษะของคนในประเทศ โดยร่วมมือกับบริษัทเอกชนชั้นนำ เน้นเพิ่มทักษะ เพื่อให้จบมามีงานทำ มีรายได้ทันที

○  ธนาคารหน่วยกิต: หรือที่พรรคเรียกอีกอย่างว่า Learning Passport เปิดโอกาสให้เด็กไทยเก็บเครดิตวิชาเรียนได้หลากหลายสาขาวิชา เมื่อเก็บครบตามที่กระทรวงศึกษาธิการกำหนด ก็จะมีการออกปริญญาบัตรให้

5. พรรคประชาธิปัตย์

เน้นนโยบาย   “สวัสดิการดูแลทุกช่วงวัย” และ “การศึกษาที่ตอบโจทย์ชีวิต”

สวัสดิการเด็ก

เสนอเงินอุดหนุน “แม่และเด็ก” เดือนละ 5,000 บาท ในช่วงขวบปีแรก

การศึกษา

○  บุฟเฟต์การศึกษา เรียนสิ่งที่อยากเรียน: หลักสูตรยืดหยุ่น เรียนข้ามสถาบัน สะสมหน่วยกิตผ่านระบบ Credit Bank และ Skill Wallet

○  เรียนฟรี ต้องฟรีจริง: ตัดค่าใช้จ่ายแฝง เช่น ค่าเดินทางและอาหาร สนับสนุนงบให้โรงเรียนขนาดเล็กตามความจำเป็น

○  หางานให้ ใช้หนี้ กยศ.: ทำงานบริการสังคมหรือดูแลผู้สูงอายุ เพื่อนำค่าจ้างมาหักลบหนี้กู้ยืม

○  แพลตฟอร์มการเรียนรู้แห่งชาติ: หรือ National Learning Digital Platform ปรับใช้ AI และเตรียมทักษะทันสมัยสู่ตลาดแรงงานแห่งอนาคต

○  English for ALL และ Learn to Earn: ส่งเสริมเรื่องครูสอนภาษา เพื่อเข้าถึงเด็กทุกคน ลดความเหลื่อมล้ำ เรียนได้รายได้

6. พรรครวมไทยสร้างชาติ

เน้นนโยบาย “ใช้หนี้ กยศ.” และ “อยากเรียนอะไรต้องได้เรียน”

การศึกษา

○  ใช้หนี้ กยศ. ด้วยงานราชการ: แนวคิด คือ ให้ผู้กู้ กยศ.ที่ยังไม่สามารถชำระหนี้ได้ นำความรู้มาทำงานช่วยสังคม เพื่อเปลี่ยนเป็นการชำระหนี้แทน

○  อยากเรียนอะไรต้องได้เรียน: การศึกษาที่เลือกเองได้ เปลี่ยน “สอบเข้า” เป็น “สอบจบ” อยากเรียนอะไรได้เรียนทุกคน

7. พรรคกล้าธรรม

เน้นนโยบาย “เทคโนโลยีเพื่อกระจายโอกาส”

การศึกษา

○  เรียนออนไลน์คุณภาพสูง (Digital Platform for All): สร้างระบบเรียนออนไลน์มาตรฐานเดียวกับโรงเรียนชั้นนำให้เด็กทั่วประเทศ

○  ศูนย์เด็กเล็กอัจฉริยะ: ยกระดับศูนย์เด็กเล็กในชุมชนด้วยเครื่องมือส่งเสริมพัฒนาการที่ทันสมัย

○  การเรียนรู้เพื่อคนทุกวัย (Universal Learning): มีงบสนับสนุนให้คนวัยทำงานพัฒนาปรับเปลี่ยนทักษะ หรือ Reskill และนำมาสะสมเป็นหน่วยกิตผ่าน Credit Bank เพื่อรับวุฒิการศึกษาได้

8. พรรคไทยสร้างไทย

เน้นนโยบาย “ลดเวลาเรียน เพิ่มโอกาสทำกิน”

สวัสดิการเด็ก

○  เงินอุดหนุนแม่และเด็ก: มอบเงินช่วยเหลือคนท้อง 2,000 บาท/เดือน เพื่อส่งเสริมคุณภาพชีวิตตั้งแต่ในครรภ์

การศึกษา

○  เรียนฟรีจนจบปริญญาตรี: ทำให้ไม่เป็นหนี้ กยศ.

○  ลดเวลาเรียนลง 3 ปี: เพื่อให้เยาวชนเข้าสู่ตลาดแรงงานได้ตั้งแต่อายุ 18-19 ปี ช่วยเพิ่มความสามารถในการแข่งขัน

○  คูปองการศึกษา : ให้เด็กเลือกเรียนตามความถนัดเพื่อพัฒนาทักษะที่ตรงความต้องการตลาด

9. พรรคไทยก้าวใหม่

เน้นนโยบาย “สร้างคนใหม่”

การศึกษา

○  เรียนฟรีจริงถึงปริญญาเอก: การศึกษาไม่ควรเป็นภาระของครอบครัว แต่ควรเป็นการลงทุนของประเทศ

○  ปลดล็อกโรงเรียนให้มีอิสระ ปลดล็อกครูจากงานธุรการ: โรงเรียนควรมีอิสระในการออกแบบการเรียนรู้ ยุติภาระงานเอกสารและงานธุรการที่ไม่จำเป็นของครู

○  ภาษาอังกฤษเป็นภาษาที่สอง: ผลักดันการเรียนภาษาอังกฤษในชีวิตประจำวัน

○  เรียน CODING – AI เป็นภาษาที่สาม

○  สวัสดิการ “อาหารฟรี”: อาหารเช้าฟรีพร้อมอาหารกลางวัน


ที่มา :
https://election.ptp.or.th/policy/105
https://election.ptp.or.th/policy/89
https://www.ptp.or.th/นโยบายหลักพรรคเพื่อไทย/educational-policy
https://www.thairath.co.th/scoop/infographic/2905961
https://www.facebook.com/PPRPThailand
https://www.thairath.co.th/news/politic/2903937
https://www.facebook.com/bhumjaithaiparty/posts/pfbid022WX1WqDJ1hqyNsiEVZP1fNvGYyVvBeHnXrbhjjkqNpPMbNFs4PxQpC2e9eaDAmYel
https://bhumjaithai.com/policy
https://www.democrat.or.th/%e0%b8%99%e0%b9%82%e0%b8%a2%e0%b8%9a%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b8%9e%e0%b8%a3%e0%b8%a3%e0%b8%84/
https://www.unitedthaination.or.th/
https://www.facebook.com/reel/2848488185502171
https://www.facebook.com/thaisangthaiparty/posts/pfbid033ryrDimtPSxBSM5ozEpxqbjNkfdsuEfE8qtbtSKyNNeybPJYs3XGeqFmzdMAME7l
https://www.springnews.co.th/news/infographic/861467
https://theactive.thaipbs.or.th/news/learning-education-20260109
https://www.voicetv.co.th/read/LVzSDcc1P
https://www.thairath.co.th/news/politic/2906815