กลับไปตั้งหลักเริ่มที่เป้าหมายการเรียนรู้ของเด็ก

กลับไปตั้งหลักเริ่มที่เป้าหมายการเรียนรู้ของเด็ก

สตาร์ฟิชฯ เสนอ 4 ทางเลือก
รับมือผลกระทบCOVID-19  ตามบริบทพื้นที่

จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อ COVID-19 จนต้องเลื่อนการเปิดเทอมออกไปเป็นเดือนกรกฎาคม ท่ามกลางบรรยากาศการเร่งหาทางออกสำหรับการเรียนการสอนในช่วงเปิดภาคเรียนที่เด็กอาจไม่สามารถไปเรียนหนังสือได้ตามปกติที่โรงเรียน​

ดร.นรรธพร จันทร์เฉลี่ย เสริบุตร ประธานมูลนิธิโรงเรียนสตาร์ฟิชคันทรีโฮม หนึ่งในเครือข่าย โครงการบริหารจัดการโครงการพัฒนาครูและโรงเรียนเพื่อยกระดับคุณภาพการศึกษาอย่างต่อเนื่อง (TSQP) ของ กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.)​ กล่าวว่า จากผลกระทบการแพร่ระบาดของ COVID-19 จนทำให้เกิดการเลื่อนเปิดเทอมออกไปนั้น ในส่วนของมูลนิธิโรงเรียนสตาร์ฟิชคันทรีโฮม ด้านหนึ่งได้ปรับรูปแบบการทำงานพัฒนาครูและการบริหารโรงเรียนเป็นการทำงานออนไลน์ 

ทั้งนี้ ที่ผ่านมาได้มีการทำ Online Learning Course รวมทั้งการสร้างชุมชนการเรียนรู้ทางวิชาชีพ (PLC) โดยเชิญผู้บริหารโรงเรียนมาแบ่งปันตามหัวข้อต่างๆ ผ่านเฟสบุ้คไลฟ์ ดังนั้นในเชิงออนไลน์จึงไม่มีอะไรเปลี่ยนมากแค่เพิ่มความเข้มข้นของโค้ชที่ไม่สามารถลงพื้นที่อาจประสานงานผ่านช่องทางต่างๆ  ทั้ง ไลน์กรุ๊ป หรือ โทรศัพท์  โดยจะเตรียมห้องประชุมออนไลน์ให้โค้ชเข้าไปทำงานร่วมกับโรงเรียน แบบไลฟ์ที่นัดเวลาเข้าไปพูดคุย รวมไปถึงมีแผนที่จะทำงานร่วมกับชุมชนและเขตพื้นที่ต่างๆ เป็นการขับเคลื่อนแบบ Area-Based

อย่างไรก็ตาม ในส่วนแผนที่เดิมเคยวางไว้เป็นแบบออฟไลน์จะถูกปรับมาเป็นออนไลน์ ทั้งการจัดเวอร์คช็อปเดือน พ.ค. สำหรับผู้บริหารโรงเรียนและโมเดลการปรับเปลี่ยนโรงเรียน  อีกด้านหนึ่งจะจัดทำหนังสือเรื่อง 9 องค์ประกอบเพื่อการพัฒนาคุณภาพผู้เรียน ว่าแต่ละโรงเรียนนำโมเดลในไปใช้แล้วได้ผลอย่างไรบ้างจัดทำเผยแพร่ส่งไปในแต่ละพื้นที่ซึ่งจะต้องประเมินเป็นรายพื้นที่เพราะบางชุมชนไม่ให้คนนอกเข้าในเวลานี้ อาจต้องส่งไปรษณีย์หรือไม่อย่างไร

 

รูปแบบการเรียนการสอนต้องมีความยืดหยุ่น

ดร.นรรธพร กล่าวว่า สำหรับกิจกรรม  Teacher Boot Camp ที่จะขยายการพัฒนาครูจากเฟสหนึ่งไปสู่เฟสสอง ซึ่งครูที่จะเพิ่มเข้ามาในโครงการจะได้รับการอบรมผ่านบทเรียนออนไลน์และ ไลฟ์ เวอร์คช็อป  ซึ่งถามว่าการปรับเปลี่ยนจากออนไลน์มาออฟไลน์อาจมีความแตกต่างกันบ้างจากที่ต้องทำงานกลุ่ม งานเดี่ยว ก็ต้องปรับรูปแบบใช้ซอฟต์แวร์บอร์ดออนไลน์ให้ทุกคนมาให้ความเห็น แต่ก็มีข้อจำกัดเพราะไม่ใช่ครูทุกคนจะใช้เทคโนโลยีได้คล่องแคล่ว ดังนั้นจึงต้องมีความยืดหยุ่นพอสมควร  จะไปคาดหวังว่าจะได้ผล 100% เหมือนที่มาเจอหน้ากันโดยตรงแบบเดิมไม่ได้ ทำให้ต้องระวังอย่าทำจนเกินไปเพราะสุดท้ายไม่ได้ผลอย่างที่เราต้องการ

สำหรับแผนรับมือช่วงเปิดเทอม 1 ก.ค.นั้น ทางโรงเรียนบ้านปลาดาว ได้มีการนำร่องวิธีการจัดการซึ่งสามารถนำไปขยายผลต่อในโครงการ กสศ.ได้ โดยบริบทของโรงเรียนบ้านปลาดาวเป็นโรงเรียนที่อยู่ในชนบทผู้ปกครองส่วนใหญ่ช่วยสอนบุตรหลานได้แค่ 20 %อีกทั้งจากที่เปิดสอนในระดับอนุบาลถึงประถมศึกษาทำให้เรียนออนไลน์ด้วยตัวเองลำบาก  ทำให้เราคิดวิธีการให้เหมาะสม คำนึงช่วงอายุเด็ก คำนึงถึงการเข้าถึงอินเตอร์เน็ต อุปกรณ์ และวิธีการเรียนรู้ของเด็ก​ซึ่งยังเป็นลักษณะแอคทีฟเลิร์นนิ่ง ด้วยการสนับสนุนของผู้ปกครอง

 

Learning Box แบ่งตามระดับชั้น สอดรับ STEAM DESIGN

ส่วนหนึ่งจะนำจัดทำเป็นเลิร์นนิ่งบ็อกซ์ ​ซึ่งประกอบไปด้วยชุดบทเรียน ​คล้ายเครื่องมือทำให้ผู้ปกครองสามารถช่วยเด็กๆ ทำกิจกรรมได้ แบ่งเป็นประดับชั้นอนุบาลเน้นการเสริมพัฒนาการเด็ก ทักษะชีวิต การข้าห้อง น้ำ การทานอาหาร เสริมพัฒนาการตามปฐมวัย  และให้ผู้ปกครองทำเมกเกอร์สเปซเรียนแบบ PBL มีแบบประเมินตามสภาพจริงที่ทำโดยผู้ปกครอง มีชุดเกม บัตรคำ ซึ่งการดำเนินการจะเป็นรูปแบบ STEAM DESIGN ที่ทาง “ปลาดาว” ออกแบบไว้ให้เกิดการเรียนรู้แบบแอคทีฟ เลิร์นนิ่ง

“กล่องเลิร์นนิ่งบ็อกซ์​จะออกแบบเป็น รายสัปดาห์ให้มีความยืดหยุ่น เพราะแม้แต่ผู้ปกครองในเมืองที่สามารถดูแลเรื่องการศึกษาได้ดีก็ยังเครียดถ้าต้องมากลายเป็นครูเต็มตัว และเป็นเรื่องหนักสำหรับผู้ปกครองที่หลายคนไม่รู้หนังสือ หลายคนไม่ได้ใช้ภาษาไทยเป็นภาษาแรก การจะให้ผู้ปกครองไปทำอะไรเยอะเกินไปอาจทำให้เขาท้อและไม่อยากทำตรงนี้เลยก็ได้ โดยในส่วนของประถมจะเน้นการทำ PBL ที่ทำเป็น 1 โปรเจ็คท์ระยะเวลา 6 สัปดาห์” ดร.นรรธพร กล่าวว่า

 

หัวใจสำคัญคือ Active learning ผ่าน PBL

ทางเลือกที่สองคือการทำงานร่วมกับชุมชน โดยดูว่าชุมชนไหนเข้าไปได้บ้างซึ่งอาจให้ครูในชุมชน ครูอาสา ผู้ปกครอง หรือเด็กรุ่นพี่ เข้าไปช่วย แต่ต้องจัดกิจกรรมเว้นระยะห่าง และต้องได้รับการอนุญาตจากชุมชน  และทางเลือกที่สามคือการเรียนรู้แบบออนไลน์ ซึ่งจะมีคอร์สออนไลน์ รวมถึงให้มีสื่อการเรียนให้ดาวน์โหลด และสี่ มีการติดต่อสื่อสารแบบเรียลไทม์ ให้ผู้ปกครองติดต่อครูประจำชั้นได้ตลอดเวลาทั้งกรุ๊ปแชท ​ซึ่งทางเลือกต่างๆ เหล่านี้จะเป็นต้นแบบการทำงานร่วมกับโรงเรียนใน กสศ. ได้

ดร.นรรธพร กล่าวอีกว่า ในกล่องเลิร์นนิ่งบ็อกซ์หัวใจคือการให้เด็กได้เรียนรู้แบบแอคทีฟเลิร์นนิ่ง ผ่าน PBL ใช้การตั้งคำถามกับชุมชน ปราชญ์ชาวบ้าน​ซึ่งอาจไม่ได้มีประโยชน์แค่ช่วงสถานการณ์ตอนนี้ แต่อาจใช้ในเวลาต่อไปซึ่งเด็กต้องเรียนรู้นอกห้องเรียน เรียนรู้โลกความเป็นจริง ซึ่งทั้ง 60 โรงเรียนเครือข่ายก็จะต้องหาแนวทางที่เหมาะกับบริบทของโรงเรียนของตัวเองเป็น 60 แบบของตัวเอง

 

กลับตั้งหลักที่ “เป้าหมาย” เรื่องการเรียนรู้ของเด็ก

อย่างไรก็ตาม ทางออกสำหรับการศึกษาในช่วงการแพร่ระบาดของ COVID-19 ใน​พื้นที่ทุระกันดาร​นั้นเราต้องมองจากวัตถุประสงค์หลักคือให้เด็กได้เรียนรู้ ไม่ใช่ให้เด็กต้องใช้เทคโนโลยี ตอนนี้จากที่อ่านเข่าวเยอะๆ ก็จะกังวลเพราะรู้สึกคนมองว่าการแก้ปัญหาต้องเรียนออนไลน์อย่างเดียว แต่เราลืมไปว่ามีเด็กหลายกลุ่มไม่สามารถเรียนออนไลน์ได้ เข้าไม่ถึงอุปกรณ์ ทีวี โทรศัพท์มือถือ

“เราต้องถามว่าการให้เด็กนั่งดูทีวีแบบวันเวย์คอมมูนิเคชั่น 50 นาทีต่อคาบเป็นการส่งเสริมการเรียนรู้จริงหรือเปล่า ถ้าโจทย์หลักคือการเรียนรู้ต้องมาก่อน เราต้องหาโซลูชั่นให้เด็ก ดีกว่ายึดติดว่าหากไปเรียนไม่ได้ต้องออนไลน์อย่างเดียว การเรียนเกิดขึ้นได้ตลอดเวลาอยู่ที่กระบวนการ ทั้ง คอมมูนิตี้เบส โฮมเบส  ก็สามารถเกิดขึ้นได้ แต่อย่าไปใช้ไม้บรรทัดที่เราจัดการเรียนการสอนที่โรงเรียน มาวัดการเรียนที่จัดที่บ้านและชุมชนซึ่งต่างกัน ตรงนี้ อาจกลับไปถึงเรื่องเพอร์ซอนอลไลซ์เลิร์นนิ่งที่เป็นการเรียนเฉพาะบุคคลจริงๆ“ ดร.นรรธพร กล่าว

ทั้งนี้ เทคโนลยีอาจเป็นคำตอบสำหรับเด็กบางคน  แต่สำหรับบางคนอาจไม่ใช่เลยก็ได้ ดังนั้นต้องกลับไปใส่ใจเรื่องเป้าหมายคือการเรียนรู้ของเด็ก คือการเรียนรู้ที่มีความหมายในชีวิตจริง ซึ่งอาจไม่ได้อยู่ในหลักสูตรปกติของโรงเรียนก็ได้ ไปจนถึงเรื่องสุขภาวะของเด็กในตอนนี้ เรื่องความเป็นอยู่ที่ดีเป็นเรื่องที่สำคัญ อาจต้องกับมาดูเรื่องเหล่านี้ให้มากขึ้น ต้องดูแลเรื่องสภาพจิตใจการเป็นอยู่ อาหารกลางวันเพราะเด็กหลายคนต้องพึ่งพาอาหารกลางวันที่โรงเรียน ซึ่งหากเรายังแก้ปัญหาเรื่องปากท้องเด็กไม่ได้ เรื่องการเรียนออนไลน์ก็คงเป็นเรื่องรองลงไป

ที่มาภาพ : Dr Prae Seributra

ร่วมสร้างโอกาสทางการศึกษา
กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.)
www.eef.or.th/donate/
ธนาคารกรุงไทย สาขาซอยอารีย์
เลขที่ : 172-0-30021-6
บัญชี : กสศ.มาตรา 6(6) – เงินบริจาค

รายชื่อโรงเรียน พื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้

จังหวัด นราธิวาส จำนวน 4 โรงเรียน

  • โรงเรียนผดุงมาตร
  • โรงเรียนสวนพระยาวิทยา
  • โรงเรียนราชพัฒนา
  • โรงเรียนนราสิกขาลัย

จังหวัดยะลา จำนวน 15 โรงเรียน

  • โรงเรียนไทยรัฐวิทยา 94 (บ้านบ่อน้ำร้อน)
  • โรงเรียนคุรุชนพัฒนา
  • โรงเรียนบ้านตาเซะ
  • โรงเรียนบ้านราโมง
  • โรงเรียนบ้านกาตอง
  • โรงเรียนบ้านหลักเขต
  • โรงเรียนพัฒนาบาลอ
  • โรงเรียนบ้านโกตาบารู
  • โรงเรียนบ้านตะโละหะลอ
  • โรงเรียนบ้านเยาะ
  • โรงเรียนบ้านโต
  • โรงเรียนบ้านลูโบ๊ะปันยัง
  • โรงเรียนบ้านคลองน้ำใส
  • โรงเรียนบ้านสะเอะ
  • โรงเรียนกาบังพิทยาคม

จังหวัดปัตตานี จำนวน 16 โรงเรียน

  • โรงเรียนวุฒิชัยวิทยา
  • โรงเรียนนิคมสร้างตนเองโคกโพธิ์ มิตรภาพที่ 148
  • โรงเรียนบ้านบางมะรวด
  • โรงเรียนบ้านท่าน้ำตะวันออก
  • โรงเรียนบ้านน้ำบ่อ
  • โรงเรียนบ้านปาลัส
  • โรงเรียนบ้านตรัง
  • โรงเรียนบ้านกระเสาะ
  • โรงเรียนบ้านบูดี
  • โรงเรียนบ้านฝาง
  • โรงเรียนบ้านตะโละไกรทอง
  • โรงเรียนบ้านน้ำดำ
  • โรงเรียนบ้านโลทู
  • โรงเรียนบ้านวังกว้าง
  • โรงเรียนสะนอพิทยาคม
  • โรงเรียนวังกะพ้อพิทยาคม

รายชื่อโรงเรียน ภาคตะวันตก

จังหวัดตาก จำนวน 1 โรงเรียน

  • โรงเรียนบ้านร่มเกล้า 2

รายชื่อโรงเรียน พื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้

จังหวัด นราธิวาส จำนวน 6 โรงเรียน

  • โรงเรียนผดุงมาตร
  • โรงเรียนสวนพระยาวิทยา
  • โรงเรียนราชพัฒนา
  • โรงเรียนนราสิกขาลัย
  • โรงเรียนพิทักษ์วิยากุมุง
  • บ้านบูเก๊ะตาโมง มิตรภาพที่ 128

จังหวัดสงขลา จำนวน 20 โรงเรียน

  • โรงเรียนบ้านม้างอน
  • โรงเรียนวัดประจ่า
  • โรงเรียนจะนะชนูปถัมภ์
  • โรงเรียนบ้านป่าโอน
  • โรงเรียนชุมชนนิคม สร้างตนเองเทพา
  • โรงเรียนบ้านกระอาน
  • โรงเรียนบ้านวังใหญ่
  • โรงเรียนเทพา
  • โรงเรียนบ้านป่าเร็ด
  • โรงเรียนบ้านนาปรัง
  • โรงเรียนทับช้างวิทยาคม
  • โรงเรียนชุมชนบ้านนากัน
  • โรงเรียนบ้านโคกตก
  • โรงเรียนบ้านคอลอมุดอ
  • โรงเรียนบ้านบาโหย
  • โรงเรียนเขาแดงกุศลวิทยา
  • โรงเรียนบ้านเขาพระ
  • โรงเรียนบ้านพระพุทธ
  • โรงเรียนบ้านปากบางนาทับ
  • โรงเรียนบ้านคูนายสังข์

จังหวัดยะลา จำนวน 10 โรงเรียน

  • โรงเรียนบ้านราโมง
  • โรงเรียนพัฒนาบาลอ
  • โรงเรียนบ้านโกตาบารู
  • โรงเรียนบ้านตะโละหะลอ
  • โรงเรียนบ้านคลองน้ำใส
  • โรงเรียนบ้านสะเอะ
  • โรงเรียนกาบังพิทยาคม
  • บ้านด่านสันติราษฎร์
  • อัยเยอร์เวง
  • บ้านจุโป

จังหวัดปัตตานี จำนวน 8 โรงเรียน

  • โรงเรียนวุฒิชัยวิทยา
  • โรงเรียนบ้านกระเสาะ
  • โรงเรียนบ้านตะโละไกรทอง
  • โรงเรียนบ้านน้ำดำ
  • โรงเรียนบ้านโลทู
  • โรงเรียนบ้านวังกว้าง
  • โรงเรียนวังกะพ้อพิทยาคม
  • บ้านบางทัน

รายชื่อโรงเรียน ภาคตะวันตก

จังหวัดตาก จำนวน 1 โรงเรียน

  • โรงเรียนบ้านร่มเกล้า 2