“อาจารย์หมอ” สื่อสารถึง “ครูและนักเรียน” ต้องปรับเปลี่ยนการเรียนการสอนในยุควิกฤต COVID-19 ให้ข้อคิด “ผู้ประสบความสําเร็จในชีวิตไม่จำเป็นจะต้องสอบได้ที่ 1”

แพทย์จุฬาฯ แนะแนว การเรียนการสอนยุค COVID-19

“อาจารย์หมอ” สื่อสารถึงคุณครูและนักเรียน ต้องปรับเปลี่ยนการเรียนการสอนในยุควิกฤต COVID-19 ให้ข้อคิด
“ผู้ประสบความสําเร็จในชีวิตไม่จำเป็นจะต้องสอบได้ที่ 1” 

จากสถานการณ์แพร่ระบาดไวรัสโคโรน่า  ส่งผลให้สถานศึกษาต้องเลื่อนการเปิดเทอมออกไปเป็นวันที่ 1 กรกฎาคม 2563 

ช่วงเวลาที่มีการปิดเทอมยาวนานกว่าทุกครั้ง ทำให้ “นักการศึกษา” ออกมาสะท้อนความเห็น

ทั้งรูปแบบการเรียนการสอนต้องปรับเปลี่ยนออกไป มีการกล่าวถึงผลดีผลเสียถึงการเรียนออนไลน์ หรือเมื่อเปิดเทอมแล้ว จะปรับรูปแบบการเรียนการสอนอย่างไร  เพื่อให้สอดคล้องกับระบบสาธารณสุข ที่ยังคงต้องเฝ้าระวังการแพร่ระบาด ที่อาจขยายตัวระลอกใหม่

แล้วมุมมองของคุณหมอ ต่อการเรียนการสอนในสถานการณ์แพร่ระบาดไวรัสโคโรน่า เป็นอย่างไร?

สัปดาห์ที่ผ่านมา  ศาสตราจารย์ นายแพทย์ ยง ภู่วรวรรณ  นักวิจัยดีเด่นแห่งชาติ  สาขาวิทยาศาสตร์การแพทย์ ราชบัณฑิตและหัวหน้าศูนย์เชี่ยวชาญเฉพาะทางด้านไวรัสวิทยาคลินิก ภาควิชากุมารศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์  จุฬาลงกรณ์  ได้นำเสนอความเห็นผ่านเพจส่วนตนเกี่ยวกับการเรียนการสอนในสถานการณ์ไวรัสโคโรน่า ไว้หลายตอนด้วยกัน  กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) จึงขอคัดมานำเสนอดังนี้

 

การเรียนการสอนปีนี้ต้องอยู่ในวิถีชีวิตใหม่

เมื่อวันที่ 21 พ.ค. คุณหมอ ได้โพสต์ข้อความไว้ในหัวข้อเรื่อง “COVID-19” โดยระบุว่า ถึงแม้ว่าขณะนี้ประเทศไทยติดเชื้อน้อยมาก จะพบการติดเชื้อส่วนใหญ่มาจากต่างประเทศ มาตรการในการควบคุมทำได้ดีมาก แต่ยังมีโรคนี้ระบาดอยู่ทั่วโลก มีผู้ป่วยใหม่วันละเป็นแสนคน จึงเป็นการยากที่จะกวาดล้างไวรัสนี้ให้หมดไป ทุกคนจึงจำเป็นที่จะต้องมีการปรับตัวให้เข้ากับวิถีชีวิตใหม่

ในทุกปีโรคติดเชื้อทางเดินหายใจเช่นไข้หวัดใหญ่ RSV จะพบน้อยมากในฤดูร้อนและในช่วงปิดเทอม จะระบาดมากในฤดูฝนเริ่มตั้งแต่นักเรียนเปิดเทอมจะติดต่อกันง่ายมาก ในโรงเรียน COVID -19 เป็นอีกโรคหนึ่งที่มีการติดเชื้อเช่นเดียวกับโรคทางเดินหายใจ ก็ไม่แปลกที่จะระบาดในฤดูฝนโดยเฉพาะจากเด็กสู่เด็กก่อนแล้วจึงแพร่ระบาดออกไป

การระบาดในระลอก 2 ถ้าเกิดในฤดูฝนอย่างไข้หวัดใหญ่ก็ยากที่จะควบคุม จะต้องเริ่มต้นปิดบ้านปิดเมืองใหม่ หรือไม่อยากให้เป็นเช่นนั้นการเรียนการสอนปีนี้จึงต้องอยู่ในวิถีชีวิตใหม่เพื่อไม่ให้เกิดการระบาดของโรคได้

“เด็กนักเรียนจะต้องเรียนได้ทั้งที่บ้านและที่โรงเรียน การเรียนการสอนไม่ควรยกให้เป็นภาระของโรงเรียนเท่านั้น ที่บ้านก็จะต้องมีบทบาทมาก แม้กระทั่งท้องถิ่นก็มีปราชญ์ชาวบ้านมากมาย ที่พร้อมจะสอนได้” แพทย์จุฬาฯ ระบุ 

คุณหมอ  ให้ข้อคิดทิ้งท้ายว่า “การประสบความสำเร็จในชีวิตของเด็ก ไม่ได้เกิดจากการแข่งขันเข้าเรียน การกวดวิชา โรงเรียนกวดวิชาไม่สามารถกำหนดระยะห่างของบุคคลได้ เด็กเรียนกวดวิชาจ่ายค่าเล่าเรียนแพงแล้วนั่งเรียนกับครูตู้ นั่งติดกันก็ไม่เห็นมีใครบ่นหรือดราม่า ที่ผ่านมาคนมีฐานะสามารถให้ลูกหลานไปเรียนกวดวิชา เกิดความแตกต่างทางการศึกษาเพราะตัววัดของเราไม่ดี คุณครูเองก็จะต้องเปลี่ยนวิธีการสอนใหม่ เปลี่ยนวิกฤตเป็นโอกาสเลย

การเรียนเชิงภาคปฏิบัติ ปฏิบัติงานจริง ไปทำได้จริง ถึงอยู่ที่บ้านก็สามารถทำได้ การศึกษาในปีนี้จึงต้องมีการเตรียมการ การเรียนการสอนแบบวิถีชีวิตใหม่ให้เด็กไทยประสบความสำเร็จในชีวิต ไม่ใช่เกิดความเครียดในการเรียน ตั้งแต่เช้าจนเย็นนอกเวลาต้องไปกวดวิชา

วิถีชีวิตใหม่อาจทำให้เด็กมีความสุขมากขึ้นก็ได้

 


เมื่อวันที่ 20 พ.ค. “นพ.ยง”  โพสต์ข้อความและภาพ
ในหัวข้อ  “COVID-19 การเรียนการสอน”

มีเนื้อหาดังนี้  ทุกคนจะต้องปรับตัว ผมเองก็ไม่เคยคิดว่าจะต้องสอนแบบนี้ นั่งสอนคนเดียวในห้องไม่มีใครเลย เหมือนบรรยายให้ใครฟังก็ไม่รู้ ไม่เห็นหน้าเห็นตา ถามมาด้วยคำพูดพิมพ์มาบนหน้าจอ

ปีนี้ไม่มีการประชุมวิชาการเลยต้องจัดประชุมวิชาการเอง เป็นสัมมนาออนไลน์ทุกวันจันทร์ ก็สนุกดี เป็นการเรียนแบบใหม่จริงๆ ที่ครูไม่ต้องเห็นหน้าผู้เรียน ผู้เรียนมีได้เป็นจำนวนเป็นพัน ไม่อยากเรียนจะไปเมื่อไหร่ก็ได้ นี่คือ Webinar ฝรั่งจัดกันมาก จะต้องเสียตังค์ถึงจะเรียนได้ ของเราให้ฟรี

 


เรียนที่บ้าน ทำการบ้านที่โรงเรียน
ก่อนหน้านี้ เมื่อวันที่ 19 พ.ค. “นพ.ยง”  ได้โพสต์ข้อความ
ในหัวข้อ “COVID-19 การเรียนการสอน ต่อไปต้องเรียนที่บ้าน ทำการบ้านที่โรงเรียน”

คุณหมอ ให้ความเห็นว่า  “ที่จริงการเรียนการสอนไม่น่าจะมีข้อสับสนเลย ปัญหาการเรียนการสอนในยุค COVID-19
ไม่ควรจะมีปัญหาในเรื่องเทคโนโลยี ผมไม่ค่อยเป็นห่วงเด็กเท่าไหร่ ผมเป็นห่วงคุณครูมากกว่าเทคโนโลยีสมัยใหม่ ยกเว้นเด็กเล็ก เด็กทำได้คล่องแคล่วกว่าครูมาก ครูเสียอีกจะต้องถามเด็กว่ากดปุ่มไหน

ที่เราวิตกกังวลเรื่องเทคโนโลยี เด็กมีสมาร์ทโฟนไม่เคยดูคู่มือ สามารถใช้ได้ดีกว่าคุณครูมาก แล้วจะไปกลัวอะไร เรื่องการใช้เทคโนโลยีเด็กชนบทก็น่าจะมีวิธีการช่วยเหลือ

COVID-19 มาช่วยให้เราเปลี่ยนแปลงการเรียนการสอนได้มากขึ้น เด็กรุ่นใหม่จะต้องเรียนที่บ้านแล้วไปทำการบ้านที่โรงเรียน สิ่งที่สำคัญจะต้องฝึกระเบียบวินัย ความรับผิดชอบ

นักเรียนไม่จำเป็นที่จะต้องแข่งกันเอาที่ 1 ผู้ที่ประสบความสําเร็จในชีวิต ไม่จำเป็นที่จะต้องเป็นผู้ที่สอบได้ที่ 1 การเรียนที่ถูกต้องจะต้องเป็นการเรียนกระบวนการมากกว่าเนื้อหา เนื้อหาในปัจจุบันส่วนใหญ่จะอยู่บนก้อนเมฆ ยกเว้นเด็กเล็ก ในเด็กเล็กปัจจุบันอัตราการเกิดก็น้อยลง อัตราส่วนของครูต่อเด็กเล็กก็ควรจะดูแลได้ดี

COVID-19 ช่วยทำให้เราปรับเปลี่ยนวิธีการเรียนได้เร็วขึ้น

Back To Top