ครูเดินทางด้วย ‘หัวใจ’ จึงไม่ใช่ ‘ภาระ’สำหรับครู

ขึ้นชื่อว่า ‘เรือจ้าง’ คำว่า ‘เหนื่อย’ เห็นจะเป็นเรื่องสุดท้ายที่ครูทุกคนจะบ่นถึง อาชีพนี้มีเพียงเป้าหมายเดียวที่เด็ดเดี่ยวคือส่ง ‘ลูกศิษย์’ ให้ถึงฝั่งอย่างน้อยจบการศึกษาภาคบังคับ 15 ปี นั่นจึงไม่ใช่ ‘ภาระ’ สำหรับครูผู้ทุ่มเททุกอย่างเพื่อเด็กนักเรียนสักคน

สมมาตรวรัชญ์ วงศ์อนุสกุล ครูโรงเรียนโชติคุณะเกษมบ้านเมืองงาม จังหวัดเชียงใหม่ นับเป็น ‘พ่อพิมพ์’ คนนึงที่ตระเวนออกไปเยี่ยมบ้านเด็กนักเรียนหรือครูอีกหลาย ๆ คน ถึงลำบากแต่ไม่เคยหวั่นไหวยอมถอย ยังมุ่งหน้าเดินทางไปบ้านเด็กนักเรียนต่อไป

ครูสมมาตรวรัชญ์ เล่าให้ฟังว่า การลงพื้นที่ไปเยี่ยมบ้านนักเรียนเป็นเครื่องมือหนึ่งที่ช่วยค้นหาเด็กกลุ่มเสี่ยงหลุดจากระบบการศึกษา เพราะเมื่อมีระบบการคัดกรองนักเรียนของ กสศ. มันทำให้ครูรับรู้สถานะสภาพความจริงว่าเด็กแต่ละคนยากจน ขาดโอกาสแค่ไหน ทั้งเรื่องคุณภาพชีวิต ที่อยู่อาศัย แถมยังได้รู้จักครอบครัว เกิดความสนิทสนมกลมเกลียวระหว่างครูกับผู้ปกครอง ซึ่งจะเป็นช่องทางบรรเทาปัญหาเร่งด่วนได้ทันเมื่อเกิดปัญหา

สำทับประโยชน์การเยี่ยมบ้านเด็กอีกว่า นั่นไม่ใช่แค่การเก็บข้อมูลเพื่อกรอกลงระบบ แล้วได้รับทุนการศึกษา แต่ยังช่วยเพิ่มเรื่องความเสมอภาคให้กับเด็กกลุ่มนี้อีกหลายอย่าง เหมือนเช่นเด็กนักเรียนคนนึงที่โรงเรียนจะไม่มาเรียนหนังสือแล้ว เนื่องจากมีภาระต้องเลี้ยงดูน้อง ช่วยปู่หักข้าวโพดหารายได้ แม้ทางโรงเรียนจะมีรถรับ-ส่ง

เรื่องราวดูคลี่คลายลงหลังจากที่ครูได้เข้าไปเยี่ยมบ้านทำให้ทุกวันนี้เด็กคนนั้นได้เรียนหนังสือต่อเหมือนเพื่อนคนอื่น ผ่านทุนอุดหนุนจาก กสศ. เพราะอย่างน้อยไม่ต้องกังวลเรื่องเงินอีกต่อไป ผลสัมฤทธิ์อีกประการคือข้อมูล ครูจะมีฐานข้อมูลสำคัญของนักเรียนที่สามารถใช้ประโยชน์และนำไปบูรณาการงานได้อีกหลายด้าน

ครูสมมาตรวรัชญ์ บอกด้วยว่า การเข้าไปเยี่ยมบ้านไม่ใช่ภาระสำหรับครู แต่เชื่อหรือไม่ว่าพ่อแม่ของเด็กนักเรียนแต่ละคนดีใจมาก เขาไม่ได้มีอะไรให้เราพิเศษแต่บางคนหิ้วลิ้นจี่ เงาะ ฟัก มาคอยต้อนรับ เพราะพวกเขาดีใจเห็นโรงเรียนมาช่วยพวกเขามาสอบถามมาแวะหา มันจึงไม่เป็นภาระเงื่อนไขใดเลย ถึงแม้ครูจะเดินทางลำบากแค่ไหนก็ต้องเข้าไป บางครั้งยังไปนอนพักอยู่บ้านเด็กเพราะระยะทางเดอนทางลำบาก ครูทุกคนยินดีที่จะไปหาและไปช่วยเด็ก

“คณะครูที่โรงเรียนภูมิใจ และผมก็ภูมิใจมาก เราได้ไปเยี่ยมบ้านเด็ก ทุกวันนี้วางแผนกับเพื่อนครูตลอดว่าจะไปเยี่ยมบ้านเด็กคนไหน จุดไหน ครูทุกคนไม่มีใครอิดออดเลย มันดีมากนักสำหรับครูที่ไปบ้านเด็ก เห็นปัญหาจริง ๆ แม้งบประมาณลงไปเยี่ยมบ้านเด็กมันจะน้อยนิด แต่ครูทกุคนยินดีบางครั้งไม่คุ้มค่าน้ำมัน แต่ครูทุกคนเดินทางไปด้วยหัวใจจริง ๆ” ครูโรงเรียนโชติคุณะเกษมบ้านเมืองงาม เล่าความรู้สึก

ครูสมมาตรวรัชญ์ ยืนยันถึงเงินอุดหนุนจาก กสศ.ที่ให้กับเด็กนักเรียนว่า ถามว่ามันน้อยไหมมันอาจน้อยในสายตาคนมีฐานะมีเงินทองใช้อยู่แล้ว แต่สำหรับเด็กยากจนคนนึงถือว่า มีคุณค่าสำหรับพวกเขาอย่างมหาศาล อย่างเงิน 800 บาทสามารถใช้ประคองชีวิตได้หลายอย่าง สิ่งเหล่านี้เองเข้าไปเพิ่มโอกาสอย่างแท้จริง

Back To Top