จุดประกายให้สถานศึกษาเริ่มปรับตัว ปรับรูปแบบการเรียนการสอนให้ทันยุคทันสมัย

เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา  มีความเคลื่อนไหวที่น่าสนใจในแวดวงทางการศึกาษา โดย นายณัฏ​ฐ​พล​ ที​ป​สุวรรณ​ รัฐมนตรี​ว่าการ​กระทรวง​ศึกษาธิการ​ เป็นประธานในพิธีเปิดงาน “TEP FORUM SISAKET: พื้นที่นวัตกรรมการศึกษา ร่วมสร้างการเปลี่ยนแปลงด้วยพลังคนศรีสะเกษ”

พร้อมทั้งร่วมเวทีล้อมวงสนทนากับภาคีการเรียนรู้ศรีสะเกษ ในหัวข้อ “จะร่วมกันเปลี่ยนแปลงการศึกษา​ศรีสะเกษ​ให้ทันโลกได้อย่างไร” โดยมีนายเจตน์ โศภิษฐ์พงศธร เลขานุการ​รัฐมนตรี​ว่าการ​กระทรวง​ศึกษาธิการ, นายวัฒนา พุฒิชาติ ผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ, นายกวินทร์เกียรติ นนธ์พละ รองเลขา​ธิการคณะกรรมการ​การศึกษา​ขั้นพื้นฐาน, ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาและมัธยมศึกษา ศึกษาธิการจังหวัด ผู้บริหารสถานศึกษา คณะครู และนักเรียน ร่วมให้การต้อนรับและเข้าร่วมงาน ณ หอประชุมทีปังกรรัศมีโชติ มหาวิทยาลัย​ราชภัฏ​ศรีสะเกษ​ จังหวัดศรีสะเกษ​

รมว.ศึกษาธิการ​ กล่าวว่า การจัดการศึกษาในพื้นที่นวัตกรรมการศึกษาจังหวัดศรีสะเกษ ถือเป็นการจุดประกายให้สถานศึกษาเริ่มปรับตัว ปรับรูปแบบการเรียนการสอนให้ทันยุคทันสมัย ตามบริบทโลกที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว โดยจังหวัดศรีสะเกษ​ เป็นจังหวัดที่มีศักยภาพ ด้วยการมีส่วนร่วมในการทำงานของทุกภาคส่วน

นอกจากนี้ การจัดการศึกษาในพื้นที่นวัตกรรมการศึกษา มีกฎหมายและพระราชบัญญัติที่มีลักษณะเฉพาะ ซึ่งถือเป็นการเปิดโอกาสให้สถานศึกษาสามารถดำเนินงานด้านต่างๆ ที่มีความยืดหยุ่นและคล่องตัวมากขึ้น ทั้งในด้านงบประมาณ หลักสูตร และการพัฒนาครู เป็นต้น

พิธีเปิดงาน “TEP FORUM SISAKET: พื้นที่นวัตกรรมการศึกษา ร่วมสร้างการเปลี่ยนแปลงด้วยพลังคนศรีสะเกษ”

โดยกระทรวงศึกษาธิการ​ ก็มีแนวทางในการปลดล็อกกฎระเบียบต่างๆ ให้มีความทันสมัยและไม่เป็นข้อจำกัดในการพัฒนาการศึกษา ในขณะเดียวกัน ครูก็มีความเข้าใจและพร้อมที่จะปรับเปลี่ยนตนเอง ให้มีทักษะสอดคล้องกับศตวรรษที่ 21 โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงการแพร่ระบาดของ COVID-19​ ที่ทำให้เราทุกคนได้เห็นความเปราะบางของการศึกษา ที่อาศัยการเรียนในห้องเรียนเป็นส่วนใหญ่ แต่ครูก็มีความตื่นตัวและพัฒนาตนเองให้มีทักษะด้านดิจิทัลมากขึ้น ส่วนนักเรียนก็มีความพร้อมที่จะเปิดรับสิ่งใหม่ๆ ไปพร้อมกัน

ผมขอฝากให้สำนักงานศึกษาธิการ​จังหวัดและสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา ในพื้นที่นวัตกรรมการศึกษา บูรณาการการทำงานร่วมกัน สิ่งสำคัญ คือ การวางรากฐานและช่วยกันพัฒนาการศึกษาในพื้นที่ให้เกิดผลสำเร็จ เพราะการบริหารจัดการการศึกษาอยู่ในมือของพวกเราทุกคน

ทั้งนี้จังหวัดศรีสะเกษ​ได้รับการคัดเลือกเป็น 1 ใน 8 จังหวัด ในการขับเคลื่อนพื้นที่นวัตกรรมการศึกษา โดยผลการดำเนินงานที่ผ่านมาทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงด้านการศึกษาในพื้นที่ ซึ่งสามารถนำมาเป็นต้นแบบในการขยายผลไปยังจังหวัดอื่นๆ หากทุกภาคส่วนในจังหวัดร่วมมือร่วมใจกัน ก็จะสามารถพัฒนาจังหวัดให้มีศักยภาพในการเปลี่ยนแปลงการศึกษา​ไทยได้

“การรวมพลังการศึกษาระหว่างสายสามัญ อาชีวศึกษา​ การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย​ และการอุดมศึกษา ความเชื่อมโยงของทุกภาคส่วน จึงเป็นหัวใจสำคัญของการพัฒนาการศึกษา​ในพื้นที่” รมว.ศึกษาธิการ​ กล่าว

ในการเสวนา นายณัฏฐพล ยืนยันที่จะปลดล็อคข้อจำกัดต่างๆ ที่อยู่ภายใต้การดูแลของ ศธ. โดยเฉพาะกฎระเบียบที่เป็นอุปสรรคในการขับเคลื่อนการศึกษา เช่น ยกเลิกข้อจำกัดประเภทโรงเรียนที่ไม่อนุญาตให้นักศึกษาฝึกงานเป็นครูผู้ช่วยสอน เป็นต้น รวมถึงรับเรื่องหาแนวทางในการพิจารณาผลงานครู เพื่อการปรับวิทยฐานะ

นอกจากนี้ นายณัฏฐพล ยืนยันที่จะผลักดันการศึกษาเพื่อสร้างคุณภาพในการระบบการศึกษาทั้งหมด โดยพิจารณาศรีสะเกษโมเดลให้เป็นต้นแบบการศึกษาในจังหวัดต่างๆ ทั่วประเทศ

“ส่วนของภาครัฐ ผมเป็นคนรับผิดชอบที่จะไปดำเนินการ ซึ่งทางกระทรวงต้องปรับเปลี่ยนแนวทาง แต่ทั้งนี้ต้องได้รับความร่วมมือจากภาคเอกชน และภาคสังคมอย่างเข้มแข็งเช่นกัน” นายณัฏฐพล กล่าว

โอกาสนี้ รมว.ศึกษาธิการ ได้ร่วมเป็นสักขีพยานในพิธีลงนามความร่วมมือ การพัฒนาสถานศึกษานำร่องพื้นที่นวัตกรรมการศึกษาจังหวัดศรีสะเกษ สถานศึกษานำร่อง รุ่นที่ 1 จำนวน 49 โรงเรียน และรุ่นที่ 2 เพิ่มเติม 69 โรงเรียน และมีแผนดำเนินการให้ครบ 400 โรงเรียนในปี 2465

Back To Top