ค้นพบตัวเอง เรียนในสิ่งที่ชอบ ทำให้มีความสุข​

นับเป็นอีกความภาคภูมิใจในชีวิตของ น.ส.น้องส้ม อ่องวิ และ นายแสงตะวัน ลุงยี่ สองนักศึกษา ปวช. ปี 2 จากวิทยาลัยอาชีวศึกษาจันทร์รวี จ.เชียงใหม่ ที่สามารถคว้ารางวัลเหรียญทองในการแข่งขันทักษะการนำเสนอรายการนำเที่ยวในฐานะมัคคุเทศก์ท้องถิ่น จากการแข่งขันทักษะวิชาชีพ ประเภทวิชาอุตสาหกรรมท่องเที่ยว ในปี 2563 

รางวัลที่ได้เป็นเครื่องการันตีถึงความสามารถ ความมุ่งมั่นตั้งใจ และการเตรียมตัวอย่างหนักกว่าจะมายืนในจุดนี้ได้ ที่สำคัญยังเป็นกำลังใจที่จะทำให้พวกเขาก้าวต่อไปในเส้นทางสายท่องเที่ยวเชิงสุขภาพที่ทั้งคู่กำลังเรียนอยู่

 

การท่องเที่ยวเชิงสุขภาพกำลังเป็นที่นิยม

​น้องส้ม เล่าให้ฟังว่า รู้ตัวตั้งแต่เด็กว่าชอบการท่องเที่ยว ชอบเรียนรู้วัฒนธรรมใหม่ๆ ชอบการพบปะผู้คน ทำให้เริ่มสนใจหันมาศึกษาข้อมูลและตั้งเป้าว่าจะเรียนสายท่องเที่ยว ต่อมาเห็นว่าการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพกำลังเป็นที่นิยมจึงเน้นมาทางสายนี้ที่นอกจากท่องเที่ยวแล้วยังต้องเรียนเรื่องการดูแลสุขภาพ ปฐมพยาบาล โภชนาการควบคู่ไปด้วย 

“ปัจจุบันการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ มีบทบาทมากขึ้น​พราะการท่องเที่ยวไม่ได้มีแค่กลุ่มวัยรุ่น แต่ยังมีกลุ่มผู้สูงอายุจำนวนมาก ​นักท่องเที่ยวบางกลุ่มมาเที่ยวแล้วก็อยากรับความรู้ทางการโภชนาการ ทำให้เริ่มหาข้อมูลแล้วก็ตั้งเป้าว่าจะมาเรียนที่นี่ให้ได้”

 

ค้นพบตัวเอง เรียนในสิ่งที่มีความสุข

สำหรับการเรียนสายอาชีพนั้น น้องส้ม มองว่า เป็นสิ่งที่ตรงกับความต้องการของตัวเอง เพราะช่วงที่เรียนม.ต้น รู้ตัวว่าไม่ชอบเรียนเลข ยิ่งเรียนก็ยิ่งฉุดเกรดให้ตกลง ส่วนตัวชอบพูดคุย ชอบเที่ยว ชอบปฏิบัติ การมาเรียนสายอาชีพจึงเป็นสิ่งที่ชอบ เรียนแล้วมีความสุข เมื่อได้เรียนในสิ่งที่ชอบก็จะทำให้เรียนได้ดีขึ้นเทอมที่ผ่านมาได้เกรดเฉลี่ย 3.64  

ยิ่งมาเตรียมตัวแข่งขันมัคคุเทศก์ท้องถิ่นยิ่งทำให้ค้นพบว่าตัวเองเหมาะกับสิ่งเหล่านี้ แต่กว่าจะได้รางวัลนี้ไม่ใช่เรื่องง่าย โจทย์ที่ได้รับคือ “การจัดการนำเที่ยวท้องถิ่น” ทำให้ต้องลงศึกษาหาข้อมูลก่อนตัดสินใจเลือกนำเสนอการท่องเที่ยว “บ้านไร่กองขิง” อ.หางดง จ.เชียงใหม่ ซึ่งอยากทำให้เป็นที่รู้จักเพราะมีจุดเด่นเรื่องธรรมชาติ และการนวดเชิงสุขภาพที่เรียกว่านวดย่ำขาง คือการนวดของคนที่มีความรู้เอาเท้าไปเหยียบขาง ซึ่งเป็นโลหะสำหรับไถนาที่นำไปอังไฟจนร้อน จากนั้นก็นำมาย่ำตรงที่เราปวด จนอาการดีขึ้น ถือเป็นศาสตร์ที่มีคนรู้จักน้อยและใกล้จะหายไป เลยอยากให้ทุกคนได้รู้จัก

 

นำความ “ผิดพลาด” มา “พัฒนา” ตัวเอง

สำหรับน้องส้ม การแข่งขันครั้งนี้เป็นครั้งที่สองในชีวิต โดยครั้งแรกเธอได้อันดับที่ 5  แต่บทเรียนจากครั้งนั้นทำให้เธอได้เรียนรู้นำความผิดพลาดมาปรับปรุงและพัฒนาตัวเองจนก้าวมาสู่อันดับที่ 1 ในครั้งนี้ 

“เราต้องรู้ว่าเราผิดพลาดตรงไหน ก็นำมาพัฒนาตัวเองไปเรื่อย ๆ ไม่ยอมหยุด ตอนนั้นประสบการณ์น้อย ข้อมูลไม่มากพอ ไม่มั่นใจมากพอ ก็หาข้อมูลให้เยอะขึ้น ซ้อมให้เยอะขึ้น​ ซ้อมทุกวันไปซ้อมพูดต่อหน้าครูให้ครูช่วยดูว่าเราต้องปรับปรุงตรงไหน แล้วก็นำมาปรับ 3-4 สัปดาห์ก่อนแข่ง ซ้อมจนมั่นใจว่าเราเตรียมตัวมาดีจนสุดท้ายก็ได้รางวัลชนะเลิศ”

 

การศึกษาเป็นสิ่งเดียวที่จะทำให้ชีวิตดีขึ้น

น้องส้ม เป็นหนึ่งในนักศึกษาที่ได้ทุนนวัตกรรมสายอาชีพชั้นสูง จาก กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) ซึ่งเธอมองว่าเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญในชีวิตให้ได้กลับมาเรียนต่อเพราะหากไม่ได้ทุนนี้ก็อาจไม่ได้เรียนต่อหรือต้องไปเรียนสายสามัญที่ค่าใช้จ่ายน้อยกว่า แต่เป็นสิ่งที่ไม่ถนัดและไม่รู้ว่าอนาคตข้างหน้าจะเป็นอย่างไร แต่ตอนนี้หลังจากได้ทุนชีวิตดีขึ้น สบายขึ้นไม่ต้องขอเงินพ่อแม่และบางครั้งยังสามารถช่วยส่งเงินกลับมาให้ที่บ้านด้วย 

“การศึกษาเป็นสิ่งสำคัญมาก จากฐานะทางบ้านการเรียนเป็นเพียงสิ่งเดียวที่จะทำให้ชีวิตเราดีขึ้นได้ ถ้าเราไม่เรียนชีวิตก็มีแต่จะแย่ไปกว่าที่เป็นอยู่ พอได้ทุนที่บ้านดีใจมากที่จะได้เรียนต่อในสิ่งที่หนูชอบ ต่อจากนี้ก็จะพยายามเรียนให้สูงที่สุดให้จบปริญญาตรี จบแล้วก็จะกลับมาเป็นไกด์ท้องถิ่นนำเที่ยวที่เชียงดาวที่บ้านเป็นบ้านเกิดทำให้ทุกคนรู้จักในธรรมชาติที่อุดสมบูรณ์”​น้องส้มกล่าว 

 

ตั้งใจเรียนเรียนให้พ่อแม่ภาคภูมิใจ

ไม่ต่างจาก “แสงตะวัน” ​ซึ่งเลือกเรียนในสาขาการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพเพราะเก่งภาษาอังกฤษ และเป็นคนพูดเก่ง ชินกับการพูดต่อหน้าคนเยอะๆ  โตขึ้นอยากทำธุรกิจมีโรงแรมหรือสปาเป็นของตัวเอง​ โดยปัจจุบันมีผู้สูงอายุมากขึ้น คนหันมาดูแลสุขภาพมากขึ้น การท่งอเที่ยวเชิงสุขภาพจึงเป็นเทรนด์ที่จะเติบโตในอนาคต  

สำหรับการเตรียมตัวการแข่งขันทักษะอาชีพ ทั้งคู่จะแบ่งหน้าที่กันพูดคนละช่วงคือเช้ากับบ่ายสลับกัน การฝึกซ้อมจะใช้วิธีพูดให้คุณครูฟังแล้วนำคำติชมมาปรับปรุงให้ดีขึ้น ส่วนตัว “แสงตะวัน” คิดว่า สิ่งที่ทำให้ได้รับรางวัลชนะเลิศน่าจะเป็นเรื่องความมั่นใจในตัวเอง ไม่ลน ไม่กดดันพูดไปได้เรื่อยๆ ยาวๆ ไม่ติดขัด  รวมกับข้อมูลที่เตรียมตัวมาเป็นอย่างดีทำให้ภาพรวมออกมาทำได้ดี

แสงตะวัน ตั้งเป้าหมายในชีวิตว่าอยากจะเรียนให้จบปริญญาตรี ​ก่อนจะออกมาทำงานเกี่ยวกับสายท่องเที่ยวอย่างที่ตั้งใจ เพราะอยากให้พ่อแม่ภูมิใจ จากที่ผ่านมาฐานะทางบ้านไม่ค่อยดี มื่อได้รับทุนนวัตกรรมสายอาชีพชั้นสูงช่วยทำให้ชีวิตดีขึ้นมาก ไม่ต้องทำให้ที่บ้านต้องมากังวลเรื่องค่าเล่าเรียน ตอนนี้ก็พยายามตั้งใจเรียนให้ดีที่สุดสมกับที่ได้รับโอกาสครั้ง 

 

ร่วมสร้างโอกาสทางการศึกษา
กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.)
www.eef.or.th/donate/
ธนาคารกรุงไทย สาขาซอยอารีย์
เลขที่ : 172-0-30021-6
บัญชี : กสศ.มาตรา 6(6) – เงินบริจาค

Back To Top