ประเทศสมาชิกอาเซียน 11 ประเทศ ผนึกกำลังเดินหน้าลดเด็กหลุดจากระบบการศึกษาในภูมิภาค ท่ามกลางความท้าทายจากภาวะถดถอยทางการเรียนรู้และความเหลื่อมล้ำด้านโอกาส โดยประเทศไทยนำเสนอนโยบาย “Thailand Zero Dropout” ในฐานะวาระแห่งชาติ ตั้งเป้าดึงเด็กและเยาวชนที่หลุดจากระบบกลับเข้าสู่การเรียนรู้ให้ได้มากที่สุดภายในปี พ.ศ. 2570
เมื่อวันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2569 กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) นำโดย คุณธันว์ธิดา วงศ์ประสงค์ ผู้อำนวยการสำนักพัฒนานวัตกรรมเพื่อสร้างโอกาสการเรียนรู้ เข้าร่วมการประชุมคณะทำงานเพื่อเสริมสร้างความเข้มแข็งด้านการศึกษาให้แก่เด็กและเยาวชนที่ตกหล่น ครั้งที่ 4 (4th Meeting of the ASEAN Working Group on Strengthening Education for Out-of-School Children and Youth: OOSCY) ณ โรงแรมสกายวิว สุขุมวิท 24 กรุงเทพมหานคร โดยมี กระทรวงศึกษาธิการ ร่วมกับสำนักเลขาธิการอาเซียน (ASEAN Secretariat) และสำนักงานเลขาธิการซีมีโอ (SEAMEO Secretariat) เป็นเจ้าภาพจัดการประชุม
ที่ประชุมย้ำว่า การลดจำนวนเด็กและเยาวชนที่หลุดจากระบบการศึกษา ต้องอาศัยความร่วมมืออย่างใกล้ชิด ทั้งในระดับประเทศและระดับภูมิภาค เพื่อยกระดับคุณภาพการเรียนรู้ แก้ไขอุปสรรคเชิงโครงสร้าง และสร้างหลักประกันความเสมอภาคในการเข้าถึงการศึกษาอย่างทั่วถึง โดยการดำเนินงานดังกล่าวสอดรับกับปฏิญญาว่าด้วยเด็กและเยาวชนที่ตกหล่นของอาเซียน (The ASEAN Declaration on Strengthening Education for Out-of-School Children and Youth) ซึ่งมุ่งผลักดันมาตรการเชิงรูปธรรม เพื่อลดจำนวนเด็กและเยาวชนที่อยู่นอกระบบการศึกษาในภูมิภาค

ไทยชูข้อมูลสถานการณ์ พร้อมเดินหน้า Thailand Zero Dropout
ในเวทีดังกล่าว ประเทศไทยได้นำเสนอภาพรวมสถานการณ์ด้านการศึกษาในช่วงปี พ.ศ. 2567–2568 โดยมีเด็กและเยาวชนในระบบการศึกษาประมาณ 12 ล้านคน ครอบคลุมตั้งแต่ระดับปฐมวัยถึงอุดมศึกษา ขณะเดียวกันยังมีเด็กและเยาวชนอายุ 3–18 ปี ที่อยู่นอกระบบการศึกษาประมาณ 1 ล้านคน
ประเทศไทยได้ประกาศนโยบาย “Thailand Zero Dropout” เป็นวาระแห่งชาติเมื่อปี พ.ศ. 2567 เพื่อแก้ไขปัญหาเด็กหลุดจากระบบการศึกษาให้เป็นศูนย์ โดยตั้งเป้าหมายดึงเด็กและเยาวชนกลับเข้าสู่เส้นทางการเรียนรู้ให้ได้มากที่สุดภายในปี พ.ศ. 2570 ผ่านการทำงานเชิงรุก การใช้ข้อมูลเชิงระบบ และการบูรณาการความร่วมมือจากหน่วยงานภาครัฐ ภาคท้องถิ่น ภาคเอกชน และภาคประชาสังคมทุกภาคส่วน


แลกเปลี่ยนแนวปฏิบัติที่ดี สู่ความร่วมมือเชิงรูปธรรม
การประชุมครั้งนี้มีผู้แทนเจ้าหน้าที่อาวุโสด้านการศึกษาจาก 11 ประเทศสมาชิกอาเซียนเข้าร่วม ได้แก่ ประเทศไทย บรูไนดารุสซาลาม สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว สาธารณรัฐอินโดนีเซีย สหพันธรัฐมาเลเซีย สาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมา สาธารณรัฐฟิลิปปินส์ สาธารณรัฐสิงคโปร์ สาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม สาธารณรัฐประชาธิปไตยติมอร์-เลสเต และราชอาณาจักรกัมพูชา พร้อมด้วยองค์กรระหว่างประเทศ SEAMEO Secretariat, UNICEF EAPRO, UNESCO Bangkok, UNESCO Institute for Statistics, UK Mission to ASEAN, British Council, Asia South Pacific Association for Basic and Adult Education-ASPBAE
รวมถึงหน่วยงานด้านการศึกษาของไทย ประกอบด้วย สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา กรมส่งเสริมการเรียนรู้ กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) และสำนักความสัมพันธ์ต่างประเทศ สำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ

ตลอดการประชุม ประเทศสมาชิกได้นำเสนอแนวปฏิบัติที่ดี มาตรการเชิงนโยบาย ตลอดจนความท้าทายและอุปสรรคในการดูแลเด็กและเยาวชนที่หลุดจากระบบการศึกษา ครอบคลุมทุกกลุ่มเป้าหมาย เพื่อร่วมกันออกแบบแนวทางความร่วมมือที่สอดคล้องกับบริบทของแต่ละประเทศ
การมีส่วนร่วมของประเทศไทยผ่าน กสศ. ในเวทีครั้งนี้ สะท้อนบทบาทเชิงรุกในการขับเคลื่อนความเสมอภาคทางการศึกษาในระดับภูมิภาค พร้อมยืนยันเจตนารมณ์ร่วมของอาเซียนที่จะลดจำนวนเด็กหลุดจากระบบการศึกษาอย่างเป็นรูปธรรม
ประเทศสมาชิกอาเซียน 11 ประเทศ ผนึกกำลังเดินหน้าลดเด็กหลุดจากระบบการศึกษาในภูมิภาค ท่ามกลางความท้าทายจากภาวะถดถอยทางการเรียนรู้และความเหลื่อมล้ำด้านโอกาส โดยประเทศไทยนำเสนอนโยบาย “Thailand Zero Dropout” ในฐานะวาระแห่งชาติ ตั้งเป้าดึงเด็กและเยาวชนที่หลุดจากระบบกลับเข้าสู่การเรียนรู้ให้ได้มากที่สุดภายในปี พ.ศ. 2570
เมื่อวันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2569 กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) นำโดย คุณธันว์ธิดา วงศ์ประสงค์ ผู้อำนวยการสำนักพัฒนานวัตกรรมเพื่อสร้างโอกาสการเรียนรู้ เข้าร่วมการประชุมคณะทำงานเพื่อเสริมสร้างความเข้มแข็งด้านการศึกษาให้แก่เด็กและเยาวชนที่ตกหล่น ครั้งที่ 4 (4th Meeting of the ASEAN Working Group on Strengthening Education for Out-of-School Children and Youth: OOSCY) ณ โรงแรมสกายวิว สุขุมวิท 24 กรุงเทพมหานคร โดยมี กระทรวงศึกษาธิการ ร่วมกับสำนักเลขาธิการอาเซียน (ASEAN Secretariat) และสำนักงานเลขาธิการซีมีโอ (SEAMEO Secretariat) เป็นเจ้าภาพจัดการประชุม
ที่ประชุมย้ำว่า การลดจำนวนเด็กและเยาวชนที่หลุดจากระบบการศึกษา ต้องอาศัยความร่วมมืออย่างใกล้ชิด ทั้งในระดับประเทศและระดับภูมิภาค เพื่อยกระดับคุณภาพการเรียนรู้ แก้ไขอุปสรรคเชิงโครงสร้าง และสร้างหลักประกันความเสมอภาคในการเข้าถึงการศึกษาอย่างทั่วถึง โดยการดำเนินงานดังกล่าวสอดรับกับปฏิญญาว่าด้วยเด็กและเยาวชนที่ตกหล่นของอาเซียน (The ASEAN Declaration on Strengthening Education for Out-of-School Children and Youth) ซึ่งมุ่งผลักดันมาตรการเชิงรูปธรรม เพื่อลดจำนวนเด็กและเยาวชนที่อยู่นอกระบบการศึกษาในภูมิภาค

ไทยชูข้อมูลสถานการณ์ พร้อมเดินหน้า Thailand Zero Dropout
ในเวทีดังกล่าว ประเทศไทยได้นำเสนอภาพรวมสถานการณ์ด้านการศึกษาในช่วงปี พ.ศ. 2567–2568 โดยมีเด็กและเยาวชนในระบบการศึกษาประมาณ 12 ล้านคน ครอบคลุมตั้งแต่ระดับปฐมวัยถึงอุดมศึกษา ขณะเดียวกันยังมีเด็กและเยาวชนอายุ 3–18 ปี ที่อยู่นอกระบบการศึกษาประมาณ 1 ล้านคน
ประเทศไทยได้ประกาศนโยบาย “Thailand Zero Dropout” เป็นวาระแห่งชาติเมื่อปี พ.ศ. 2567 เพื่อแก้ไขปัญหาเด็กหลุดจากระบบการศึกษาให้เป็นศูนย์ โดยตั้งเป้าหมายดึงเด็กและเยาวชนกลับเข้าสู่เส้นทางการเรียนรู้ให้ได้มากที่สุดภายในปี พ.ศ. 2570 ผ่านการทำงานเชิงรุก การใช้ข้อมูลเชิงระบบ และการบูรณาการความร่วมมือจากหน่วยงานภาครัฐ ภาคท้องถิ่น ภาคเอกชน และภาคประชาสังคมทุกภาคส่วน


แลกเปลี่ยนแนวปฏิบัติที่ดี สู่ความร่วมมือเชิงรูปธรรม
การประชุมครั้งนี้มีผู้แทนเจ้าหน้าที่อาวุโสด้านการศึกษาจาก 11 ประเทศสมาชิกอาเซียนเข้าร่วม ได้แก่ ประเทศไทย บรูไนดารุสซาลาม สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว สาธารณรัฐอินโดนีเซีย สหพันธรัฐมาเลเซีย สาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมา สาธารณรัฐฟิลิปปินส์ สาธารณรัฐสิงคโปร์ สาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม สาธารณรัฐประชาธิปไตยติมอร์-เลสเต และราชอาณาจักรกัมพูชา พร้อมด้วยองค์กรระหว่างประเทศ SEAMEO Secretariat, UNICEF EAPRO, UNESCO Bangkok, UNESCO Institute for Statistics, UK Mission to ASEAN, British Council, Asia South Pacific Association for Basic and Adult Education-ASPBAE
รวมถึงหน่วยงานด้านการศึกษาของไทย ประกอบด้วย สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา กรมส่งเสริมการเรียนรู้ กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) และสำนักความสัมพันธ์ต่างประเทศ สำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ

ตลอดการประชุม ประเทศสมาชิกได้นำเสนอแนวปฏิบัติที่ดี มาตรการเชิงนโยบาย ตลอดจนความท้าทายและอุปสรรคในการดูแลเด็กและเยาวชนที่หลุดจากระบบการศึกษา ครอบคลุมทุกกลุ่มเป้าหมาย เพื่อร่วมกันออกแบบแนวทางความร่วมมือที่สอดคล้องกับบริบทของแต่ละประเทศ
การมีส่วนร่วมของประเทศไทยผ่าน กสศ. ในเวทีครั้งนี้ สะท้อนบทบาทเชิงรุกในการขับเคลื่อนความเสมอภาคทางการศึกษาในระดับภูมิภาค พร้อมยืนยันเจตนารมณ์ร่วมของอาเซียนที่จะลดจำนวนเด็กหลุดจากระบบการศึกษาอย่างเป็นรูปธรรม