‘น้ำใจผู้บริจาคถึงมือน้องๆ โรงเรียน ตชด. ชุมชนต้นน้ำเพชรบุรี’

“แม้การเดินทางค่อนข้างลำบาก แต่พอเราได้เข้ามาสัมผัส ให้สิ่งของเขา ระยะทางที่ผ่านมาก็ไม่มีผลอะไรแล้ว เด็กๆ พวกนี้ทำให้เราหายเหนื่อย หายหิว สิ่งที่เราเห็นคือเขามีความกระตือรือร้นอยากไปโรงเรียนกันมาก ยิ่งโรงเรียนใกล้เปิดเทอมเขายิ่งตื่นเต้น มันสะท้อนให้เห็นว่าโรงเรียนเป็นที่ที่ทำให้เขามีความสุข”

เวลา 2 ชั่วโมงครึ่งกับระยะทางเพียง 30 กิโลเมตร ย่อมบ่งบอกได้เป็นอย่างดีว่า โรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดนบ้านโป่งลึก อำเภอแก่งกระจาน ห่างไกลจากชุมชนเมืองเพียงใด หากทำเลที่ยากต่อการเข้าถึง ก็หาใช่อุปสรรคกั้นขวางธารน้ำใจของผู้บริจาคในการเติมมื้ออาหารให้น้องๆ นักเรียนยากจนพิเศษ ซึ่งได้รับผลกระทบจากวิกฤต COVID-19 หลังการเปิดเทอมต้องเลื่อนออกไป 

จากภารกิจ สู้วิกฤตให้น้องอิ่ม ที่ กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) เป็นสื่อกลางในการส่งมอบเงินบริจาคและสิ่งของยังชีพที่จำเป็นให้ถึงมือกลุ่มเด็กนักเรียนยากจนพิเศษทั่วประเทศ โดยที่ผ่านมาได้ลงพื้นที่ส่งมอบความช่วยเหลือน้องๆ ในชุมชนเมืองและกลุ่มยากจนพิเศษที่กระจายอยู่ทั่วประเทศแล้ว ครั้งนี้ กสศ. ได้นำน้ำใจจากผู้บริจาคไปยังพื้นที่อันยากต่อการเข้าถึง ในเขตป่าอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน จังหวัดเพชรบุรี เพื่อส่งมอบถุงยังชีพให้กับนักเรียนยากจนพิเศษ 205 คน เติมมื้ออาหารและกำลังใจให้น้องๆ ก่อนวันเปิดเทอมใหม่จะมาถึง

 

‘เขาจะเป็นพลเมืองคุณภาพผู้คอยดูแลผืนป่า ต้นน้ำ และทรัพยากรธรรมชาติให้พวกเราทุกคน’

ศ.ดร.สมพงษ์ จิตระดับ ที่ปรึกษากองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา กล่าวว่า สถานการณ์ COVID-19 ที่ยังดำเนินอยู่ ยิ่งสะท้อนให้เห็นปัญหาความเหลื่อมล้ำทั้งในด้านคุณภาพชีวิตและการศึกษา นับเป็นงานสำคัญของ กสศ. ที่จะต้องเชื่อมโยงความช่วยเหลือไปให้ถึงคนทุกกลุ่ม ทุกพื้นที่ และหาหนทางการแก้ปัญหาความเหลื่อมล้ำในระยะยาว

ก่อนหน้านี้ กสศ. ได้ลงพื้นที่มอบความช่วยเหลือให้กับเด็กยากจนในเมือง ในชุมชนแออัดใต้ทางด่วนหรือข้างทางรถไฟ และอีกกลุ่มคือเด็กยากจนในชนบทที่มีอยู่ทั่วประเทศไปแล้ว วันนี้จึงตั้งใจเดินทางเข้ามาหาเด็กอีกกลุ่มหนึ่งที่สำคัญไม่แพ้กัน คือกลุ่มเด็กชาติพันธุ์ที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ที่เดินทางลำบาก ยากที่ความช่วยเหลือจะเข้ามาถึง

โรงเรียน ตชด. บ้านโป่งลึก เป็นโรงเรียนในชุมชนชาวปกาเกอะญอและกะหร่าง มีนักเรียนทั้งหมด 265 คน มีจำนวนเด็กยากจนพิเศษซึ่งได้รับทุนจาก กสศ. 205 คน คิดเป็นกว่า 80% ด้วยสภาพพื้นที่เป็นป่าดิบชื้นต้นน้ำเพชรบุรี สลับซับซ้อนด้วยทิวเขา การเดินทางเข้าขั้นลำบาก ต้องผ่านถนนดินขรุขระขึ้นเขาเป็นระยะทาง 30 กิโลเมตร นานครั้ง เด็ก ๆ จึงได้รับความช่วยเหลือจากภายนอก

“แม้การเดินทางค่อนข้างลำบาก แต่พอเราได้เข้ามาสัมผัส ให้สิ่งของเขา ระยะทางที่ผ่านมาก็ไม่มีผลอะไรแล้ว เด็ก ๆ พวกนี้ทำให้เราหายเหนื่อย หายหิว สิ่งที่เราเห็นคือเขามีความกระตือรือร้นอยากไปโรงเรียนกันมาก ยิ่งโรงเรียนใกล้เปิดเทอมเขายิ่งตื่นเต้น มันสะท้อนให้เห็นว่าโรงเรียนเป็นที่ที่ทำให้เขามีความสุข มีอาหารเช้า อาหารกลางวัน มีขนมให้กิน

“อีกสิ่งหนึ่งคือคณะครูและผู้บริหารโรงเรียนที่นอกจากมีงานต้องดูแลความปลอดภัยของชาติแล้ว เขายังมีหน้าที่ช่วยเหลือเด็กๆ ในเรื่องการศึกษา จนกลายเป็นความสมบูรณ์ในสัมพันธภาพระหว่างครูกับลูกศิษย์ในพื้นที่ห่างไกล มันทำให้เราเชื่อว่าหากได้รับความช่วยเหลือจากภายนอกเข้ามาเสริมการเรียนการสอนที่เป็นอยู่แล้ว เด็กๆ จะเติบโตขึ้นอย่างมีคุณภาพยิ่งขึ้นไป

“การมาวันนี้จึงเท่ากับเราได้ทำสิ่งสำคัญสองเรื่อง หนึ่งคือสร้างโอกาสเพื่อลดความเหลื่อมล้ำทั้งในภาวะวิกฤต และมองถึงแผนงานระยะยาว ส่วนที่สองคือเรากำลังสร้างขวัญกำลังใจและร่วมพัฒนาคุณภาพชีวิตให้กับเด็กๆ ที่ต้นทางของสิ่งแวดล้อม เพราะพวกเขาคือคนที่อาศัยอยู่ที่ต้นน้ำ กับป่าดิบเขา เราต้องตระหนักว่าการให้เขาได้รับการศึกษาที่ดี ได้พัฒนาคุณภาพชีวิตอย่างเต็มที่ นั่นหมายถึงเรากำลังสร้างพลเมืองกลุ่มหนึ่งที่จะเติบโตขึ้นมาดูแลความอุดมสมบูรณ์ของทรัพยากรธรรมชาติให้คงอยู่ต่อไป ซึ่งการคืนระบบนิเวศที่สมบูรณ์ให้กับโลกใบนี้ จะเป็นมุมมองที่คนทั้งโลกหันกลับมาคำนึงถึง โดยเฉพาะหลังจากที่ COVID-19 นำปัญหามากมายเข้ามาให้” ศ.ดร.สมพงษ์ จิตระดับกล่าว

 

‘มั่นใจได้ว่าของบริจาคทุกชิ้น ถึงมือน้องๆ แล้ว’

นพพร สุวรรณรุจิ ที่ปรึกษา กสศ. อีกท่านหนึ่งผู้ร่วมนำสิ่งของบริจาคมาส่งมอบถึงมือน้อง ๆ กล่าวว่า วันนี้ กสศ. ได้นำถุงยังชีพมามอบให้กับนักเรียน ทุนเสมอภาคทุกคน โดยตั้งใจให้สามารถบรรเทาความเดือดร้อนจากวิกฤต COVID-19 ที่กินเวลาต่อเนื่องมาหลายเดือน รวมถึงสร้างขวัญกำลังใจให้เด็ก ๆ ที่รอวันเปิดเทอมด้วยใจจดจ่อ   

“สิ่งของที่นำมาวันนี้คือน้ำใจจากภาคเอกชน ห้างร้านบริษัท บุคคลผู้มีความห่วงใยน้องๆ ที่อาศัยอยู่ในชุมชนห่างไกล ให้พวกเขาได้มีอาหารและสิ่งจำเป็นเพียงพอต่อการดำเนินชีวิตในช่วงเวลานี้ การมาวันนี้สร้างความปลาบปลื้มยินดีให้กับทั้งผู้รับและผู้ให้ เพราะสิ่งที่เราได้เห็นคือรอยยิ้มของน้องๆ เมื่อเขาได้รู้ว่ามีน้ำใจจากคนภายนอกมากมายที่พร้อมส่งมาหาเขา โอกาสนี้จึงขอขอบคุณผู้มีจิตศรัทธามอบสิ่งของจำเป็นต่างๆ ผ่านมา

ทาง กสศ. และแจ้งให้ทุกท่านได้ทราบว่าของทุกชิ้นได้เดินทางมาถึงมือของน้อง ๆ นักเรียนยากจนพิเศษทุกคนแล้ว” ที่ปรึกษากองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา กล่าว

Back To Top