<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>เรื่องเล่าจากชุมชน | กสศ.</title>
	<atom:link href="https://www.eef.or.th/category/success-case/%e0%b9%80%e0%b8%a3%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b9%80%e0%b8%a5%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%88%e0%b8%b2%e0%b8%81%e0%b8%8a%e0%b8%b8%e0%b8%a1%e0%b8%8a%e0%b8%99/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.eef.or.th</link>
	<description>กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา</description>
	<lastBuildDate>Tue, 01 Feb 2022 12:14:31 +0000</lastBuildDate>
	<language>th</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.3.8</generator>

<image>
	<url>https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/02/cropped-fav-icon-32x32.png</url>
	<title>เรื่องเล่าจากชุมชน | กสศ.</title>
	<link>https://www.eef.or.th</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>“กลุ่มลูกเหรียง”รวมพลังท้องถิ่น ผลักดันผลิตภัณฑ์ลูกหยี-นวดแผนไทย สู้วิกฤตอาชีพท้องถิ่นชายแดนใต้</title>
		<link>https://www.eef.or.th/article-luukrieang-fight-career-crisis/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Sat, 09 Oct 2021 10:47:43 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Movement]]></category>
		<category><![CDATA[จังหวัดเสมอภาคทางการศึกษา]]></category>
		<category><![CDATA[เรื่องเล่าจากชุมชน]]></category>
		<category><![CDATA[ทุนพัฒนาอาชีพทีใช้ชุมชนเป็นฐาน]]></category>
		<category><![CDATA[โครงการพัฒนาอาชีพแก่กลุ่มผู้ได้รับผลกระทบจากโควิด-19 ในพื้นที่จังหวัดชายแดนใต้]]></category>
		<category><![CDATA[กลุ่มลูกเหรียง]]></category>
		<category><![CDATA[สมาคมเด็กและเยาวชนเพื่อสันติภาพชายแดนใต้]]></category>
		<category><![CDATA[ทุนพัฒนาอาชีพและนวัตกรรมที่ใช้ชุมชนเป็นฐาน]]></category>
		<category><![CDATA[กสศ.]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?p=46594</guid>

					<description><![CDATA[<p>จังหวัดชายแดนภาคใต้เป็นหนึ่งในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจา [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/article-luukrieang-fight-career-crisis/">“กลุ่มลูกเหรียง”รวมพลังท้องถิ่น ผลักดันผลิตภัณฑ์ลูกหยี-นวดแผนไทย สู้วิกฤตอาชีพท้องถิ่นชายแดนใต้</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>จังหวัดชายแดนภาคใต้เป็นหนึ่งในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากโควิด-19&nbsp; โดยเฉพาะจังหวัดยะลา ปัตตานี และสงขลา ซึ่งมีผู้ติดเชื้ออยู่ในกลุ่ม 10 อันดับสูงสุดของประเทศ&nbsp;</p>



<p>นอกจากต้องระมัดระวังเรื่องการติดเชื้อแล้ว ยังมีปัญหาวิกฤตเศรษฐกิจที่ทำให้แรงงานถูกเลิกจ้าง ต้องเคลื่อนย้ายกลับภูมิลำเนา ข้อมูลระบุว่าผลกระทบจากโควิด-19 ทำให้แรงงานไทยในต่างประเทศเดินทางกลับมาราว 20,000 &#8211; 30,000 คน</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-1169d4"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/10/17-กลุ่มลูกเหรียง-03.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p>&nbsp;</p>



<p><strong>สมาคมเด็กและเยาวชนเพื่อสันติภาพชายแดนใต้ หรือ “กลุ่มลูกเหรียง” </strong>องค์กรไม่แสวงหาผลกำไรที่ทำงานอยู่ในพื้นที่มาร่วม 20 ปี ได้เข้ามาช่วยผลักดันเศรษฐกิจชุมชนท้องถิ่น ในพื้นที่จังหวัดยะลาและปัตตานี ภายใต้ <strong>โครงการพัฒนาอาชีพแก่กลุ่มผู้ได้รับผลกระทบจากโควิด-19 ในพื้นที่จังหวัดชายแดนใต้</strong> ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของ <strong>ทุนพัฒนาอาชีพและนวัตกรรมที่ใช้ชุมชนเป็นฐาน กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) </strong>&nbsp;โดยมีเป้าหมายเพื่อสร้างชุมชนที่มีศักยภาพ พัฒนาทักษะอาชีพแก่แรงงานด้อยโอกาสในแต่ละท้องถิ่น</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-9d553e"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/10/17-กลุ่มลูกเหรียง-02.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>จากประสบการณ์ทำงานของกลุ่ม พบว่าคนในชุมชนต้องการทำงานจากต้นทุนชุมชนที่มีอยู่แล้ว เช่น ทรัพยากรธรรมชาติ หรือความต้องการที่สอดคล้องกับวิถีชีวิต และส่วนใหญ่หากมีทางเลือกก็อยากทำงานอยู่ในพื้นที่ อยู่กับครอบครัวมากกว่าออกไปทำงานนอกชุมชน&nbsp;</p>



<p>กลายเป็นโจทย์ตั้งต้นที่กลุ่มลูกเหรียงใช้พูดคุยกับกลุ่มเป้าหมาย ซึ่งเป็นแรงงานตกงานที่กลับมาอยู่ในพื้นที่ และส่วนหนึ่งเป็นแม่เลี้ยงเดี่ยวที่อายุยังน้อย นำมาสู่ผลลัพธ์การสนับสนุนอาชีพ 2 รูปแบบ ได้แก่ <strong>การแปรรูปผลิตภัณฑ์จากผลผลิตท้องถิ่น ได้แก่ ลูกหยี และการนวดแผนไทยกับสปา </strong>ควบคู่ไปกับการอบรมเรื่องการตลาด การหาลูกค้า และการเจาะกลุ่มเป้าหมาย</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-76b9f7"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/10/17-กลุ่มลูกเหรียง-05.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>จึงต้องตั้งโจทย์ที่จะนำไปสู่การพัฒนาผลิตภัณฑ์และสร้างการรับรู้ ยกตัวอย่างเช่น การพัฒนารสชาติให้ได้มาตรฐานทุกครั้ง การออกแบบแพ็คเกจที่แข็งแรงและทันสมัย คิดรูปแบบผลิตภัณฑ์ใหม่ เช่น ลูกหยีจี๊ดจ๊าด&nbsp; รวมถึงการกระจายผลิตภัณฑ์ออกนอกชุมชน ด้วยการประชาสัมพันธ์ผ่านโซเชียลมีเดีย เพิ่มเติมจากการออกบูธขายสินค้า เช่น การไลฟ์สดและการทำเนื้อหานำเสนอผลิตภัณฑ์ให้ดึงดูดใจ&nbsp;</p>



<p>รวมถึงการเปิดช่องทางให้กลุ่มชุมชนที่อยู่ในพื้นที่ เข้ามามีส่วนร่วมในกระบวนการผลิต เพื่อสร้างอาชีพ สร้างรายได้ให้คนในชุมชนอื่น ๆ ที่ไม่ใช่กลุ่มเป้าหมายในโครงการ เช่น การนำลูกหยีที่ปลูกมาขาย การรับจ้างปอกเปลือก แกะเมล็ด และตากลูกหยี จนเกิดเป็นเศรษฐกิจฐานชุมชน</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-425147"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/10/17-กลุ่มลูกเหรียง-06.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>ส่วนธุรกิจแพทย์แผนไทยตอบโจทย์เรื่องความต้องการผู้บริโภคกลุ่มเมืองเป็นหลัก ผู้เข้าร่วมโครงการทั้ง 15 คน ได้เข้าเรียนหลักสูตรการนวดแผนไทย 330 ชั่วโมง ต่อเนื่องกว่า 2 เดือน จนได้ใบประกอบวิชาชีพนวดแผนไทยอย่างเป็นทางการ&nbsp;</p>



<p>นอกจากนี้ยังนำน้ำมันนวดสูตรลังกาสุกะ ผลงานวิจัยของมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานีมาใช้ในโครงการ&nbsp; และอบรมแนวคิดเรื่องการตลาดด้วย ทำให้สามารถนำเอาการเดลิเวอรี่มาปรับใช้กับการนวดแผนไทยได้เป็นอย่างดี แถมยังเหมาะสมกับสถานการณ์การเว้นระยะห่างทางสังคม ทำให้ผู้ประกอบการไม่ต้องออกไปพบเจอคนหมู่มากอีกด้วย</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-141004"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/10/17-กลุ่มลูกเหรียง-04.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>ความสำเร็จของโครงการจากการสนับสนุนอาชีพทั้ง 2 รูปแบบ คงไม่ใช่แค่เรื่องรายได้เท่านั้น แต่คือการสร้างโอกาสในภาวะวิกฤต ทำให้ผู้ได้รับผลกระทบ ยืนหยัดด้วยตัวเองได้อย่างยั่งยืน ผ่านการคิด วิเคราะห์ และต่อยอดจากต้นทุนและศักยภาพที่มีอยู่ในชุมชน</p><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/article-luukrieang-fight-career-crisis/">“กลุ่มลูกเหรียง”รวมพลังท้องถิ่น ผลักดันผลิตภัณฑ์ลูกหยี-นวดแผนไทย สู้วิกฤตอาชีพท้องถิ่นชายแดนใต้</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>มูลนิธิขวัญชุมชน ยกระดับแรงงานนอกระบบ ด้วย “ผ้าไหม” ย้อมสีธรรมชาติ</title>
		<link>https://www.eef.or.th/article-silk-with-natural-dyes/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Sat, 02 Oct 2021 08:00:33 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Movement]]></category>
		<category><![CDATA[จังหวัดเสมอภาคทางการศึกษา]]></category>
		<category><![CDATA[เรื่องเล่าจากชุมชน]]></category>
		<category><![CDATA[ทุนพัฒนาอาชีพทีใช้ชุมชนเป็นฐาน]]></category>
		<category><![CDATA[โครงการส่งเสริมการประกอบการผ้าไหมสร้างสรรค์ในกลุ่มแรงงานนอกระบบขาดโอกาสและขาดแคลนทุนทรัพย์สู่ตลาดเป็นธรรม พื้นที่จังหวัดสุรินทร์]]></category>
		<category><![CDATA[มูลนิธิขวัญชุมชน]]></category>
		<category><![CDATA[ทุนพัฒนาอาชีพและนวัตกรรมที่ใช้ชุมชนเป็นฐาน]]></category>
		<category><![CDATA[สุภาพร ทองสุข]]></category>
		<category><![CDATA[กสศ.]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?p=46358</guid>

					<description><![CDATA[<p>ในวันที่วิกฤตโควิด-19 ยากที่จะรับมือ โดยเฉพาะเรื่องอาชี [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/article-silk-with-natural-dyes/">มูลนิธิขวัญชุมชน ยกระดับแรงงานนอกระบบ ด้วย “ผ้าไหม” ย้อมสีธรรมชาติ</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>ในวันที่วิกฤตโควิด-19 ยากที่จะรับมือ โดยเฉพาะเรื่องอาชีพ รายได้ และการดำเนินชีวิตที่เปลี่ยนไป บางคนต้องละทิ้งอาชีพเดิมที่เคยทำมาทั้งชีวิตไปทำอย่างอื่นเพื่อหารายได้&nbsp;</strong></p>



<p>จังหวัดสุรินทร์ขึ้นชื่อเรื่องผ้าไหม ที่เป็นเอกลักษณ์สะท้อนวิถีชีวิตและภูมิปัญญาท้องถิ่น จนได้รับความนิยมทั้งในประเทศและต่างประเทศ สร้างรายได้ให้จังหวัดปีละไม่ต่ำกว่า 600 ล้านบาท มีแรงงานนอกระบบอยู่ในสายการผลิตประมาณ 60,000 คน ตั้งแต่กลุ่มคนเลี้ยงไหม คนรับจ้างย้อมและมัดไหม ไปจนถึงคนทอผ้า ผ้าไหมจึงเป็นผลิตภัณฑ์สำคัญที่ช่วยโอบอุ้มเศรษฐกิจ</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-a1f99d"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/10/16-มูลนิธิขวัญชุมชน-01.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>แต่เบื้องหลังความสวยงามที่ปรากฏบนผืนผ้า แรงงานผลิตผ้าไหมที่อยู่ในชุมชนยังคงติดกับดักราคา ขายผ้าทอได้ต่ำกว่าต้นทุน หลายครอบครัวมีหนี้สินจากการกู้ยืมเงินมาซื้อวัตถุดิบทอผ้า&nbsp;</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-ec8145"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/10/16-มูลนิธิขวัญชุมชน-02.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p><strong>“ทำอย่างไรให้การทอผ้าซึ่งเป็นวิถีชีวิต และเป็นที่มาของรายได้สำคัญหล่อเลี้ยงครอบครัวแรงงานนอกระบบ ให้กลับมามีโอกาสและทางรอดอีกครั้ง”</strong>&nbsp;</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-9382d0"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/10/16-มูลนิธิขวัญชุมชน-03.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>นี่คือโจทย์ท้าทายสำหรับ <strong>โครงการส่งเสริมการประกอบการผ้าไหมสร้างสรรค์ในกลุ่มแรงงานนอกระบบขาดโอกาสและขาดแคลนทุนทรัพย์สู่ตลาดเป็นธรรม พื้นที่จังหวัดสุรินทร์ </strong>ที่ได้ “<strong>มูลนิธิขวัญชุมชน” </strong>หน่วยงานพัฒนาอาชีพในจังหวัดสุรินทร์ มาเป็นแม่งานผลักดัน&nbsp;</p>



<p>กลุ่มเป้าหมายเข้าร่วมโครงการทั้งหมด <strong>&nbsp;90 คน</strong> เป็นแรงงานนอกระบบในวัยทำงาน ผู้สูงอายุ ผู้ว่างงาน<strong> </strong>เยาวชนนอกระบบ และผู้พิการ ในพื้นที่ตำบลจารพัตและตำบลหนองเหล็ก อำเภอศีขรภูมิ จังหวัดสุรินทร์ ภายใต้การสนับสนุนโดย <strong>ทุนพัฒนาอาชีพและนวัตกรรมที่ใช้ชุมชนเป็นฐาน กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.)</strong></p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-ddcc14"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/10/16-มูลนิธิขวัญชุมชน-05.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p><strong>สุภาพร ทองสุข ผู้ประสานงานโครงการ</strong> กล่าวว่า การส่งเสริมอาชีพทอผ้าไหม ด้วยการพัฒนาการเรียนรู้และยกระดับทักษะ เช่น&nbsp; การย้อมผ้าด้วยสีธรรมชาติ การมัดย้อม การทอ และการส่งเสริมการขายออนไลน์ รวมถึงการพัฒนาการคิด<strong> </strong>ทำให้กลุ่มเป้าหมายเกิดความมั่นใจ สามารถนำความรู้และทักษะไปปรับปรุงกระบวนการผลิต เพื่อเพิ่มมูลค่าผลิตภัณฑ์ และยังสนับสนุนให้มีการจัดตั้งกลุ่มวิสาหกิจผ้าไหมสร้างสรรค์เพื่อการผลิต ออมทรัพย์และสวัสดิการ การรวมกลุ่มซื้อขายและการผลิตบางขั้นตอน เพื่อช่วยลดค่าใช้จ่าย เพิ่มคุณภาพการผลิต และยกระดับราคาผ้าไหมสีธรรมชาติ ไม่ให้มีการขายตัดราคากันเอง ทำให้เกิดตลาดที่ยั่งยืน</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-9fe87b"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/10/16-มูลนิธิขวัญชุมชน-06.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>กระบวนการทั้งหมดส่งเสริมให้เกิด <strong>“</strong>มาตรฐานการผลิตผ้าไหมสร้างสรรค์<strong>”</strong> ทำให้ผู้เข้าร่วมโครงการเกิดความเชื่อมั่นในตนเองและชุมชน ช่วยสร้างโอกาสทางรายได้ ลดหนี้ครัวเรือน&nbsp; มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น&nbsp; และที่สำคัญคือช่วยสืบทอดภูมิปัญญาการทอผ้าให้อยู่คู่จังหวัดสุรินทร์ต่อไป</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-d85181"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/10/16-มูลนิธิขวัญชุมชน-04.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<blockquote class="wp-block-quote"><p>“การฝึกอบรมทักษะและการจัดการการเงินครัวเรือน มีการปรับระบบการผลิตที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม กระตุ้นให้ช่างทอมีความตื่นตัวที่จะพัฒนาผลิตภัณฑ์และทักษะ&nbsp; เพราะช่วยให้ขายผลิตภัณฑ์ได้ในราคาที่สูงขึ้น และเป็นที่สนใจของผู้ซื้อรุ่นใหม่ มีการรวมกลุ่มเพื่อช่วยเหลือซึ่งกันและกันในระดับหมู่บ้าน ความสัมพันธ์ของคนชุมชน โดยเฉพาะช่างทอ จากเดิมที่ต่างคนต่างทำงานของตัวเอง ตอนนี้ดีขึ้นกว่าก่อนมาก” สุภาพร กล่าวทิ้งท้าย</p></blockquote>



<p></p>



<p>ติดตามข้อมูลโครงการเพิ่มเติมได้ที่ : <a href="https://www.eef.or.th/fund/community-base/" target="_blank" rel="noreferrer noopener" title="https://www.eef.or.th/fund/community-base/">ทุนพัฒนาอาชีพที่ใช้ชุมชนเป็นฐาน</a></p><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/article-silk-with-natural-dyes/">มูลนิธิขวัญชุมชน ยกระดับแรงงานนอกระบบ ด้วย “ผ้าไหม” ย้อมสีธรรมชาติ</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>เมื่อ ‘ได้รับ’ แล้วเราต้อง ‘ให้’ อาสาชุมชน สู้สถานการณ์ COVID-19</title>
		<link>https://www.eef.or.th/article-volunteer-khlong-toei-covid-19/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 10 May 2021 11:13:59 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Movement]]></category>
		<category><![CDATA[เรื่องเล่าจากชุมชน]]></category>
		<category><![CDATA[โครงการของมูลนิธิรวมน้ำใจ(คลองเตย)]]></category>
		<category><![CDATA[กลุ่มคลองเตยดีจัง]]></category>
		<category><![CDATA[โครงการพัฒนาทักษะชีวิตเด็กและเยาวชนในชุมชนคลองเตย]]></category>
		<category><![CDATA[Freeform Learning Project]]></category>
		<category><![CDATA[เยาวชนจิตอาสาชุมชนคลองเตย]]></category>
		<category><![CDATA[พรพรรณ บุญจันทร์]]></category>
		<category><![CDATA[กลุ่มเยาวชนอาสาพื้นที่ชุมชนคลองเตย]]></category>
		<category><![CDATA[วิทวัส กรสวัสดิ์]]></category>
		<category><![CDATA[คลองเตยไม่ทิ้งกัน]]></category>
		<category><![CDATA[ชุมชนคลองเตย]]></category>
		<category><![CDATA[มูลนิธิรวมน้ำใจ(คลองเตย)]]></category>
		<category><![CDATA[ชลนที เฝือกระโทก]]></category>
		<category><![CDATA[ศิริพร พรมวงศ์]]></category>
		<category><![CDATA[กสศ.]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?p=40572</guid>

					<description><![CDATA[<p>หลังการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนาระลอกล่าสุด ที่ยังคง [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/article-volunteer-khlong-toei-covid-19/">เมื่อ ‘ได้รับ’ แล้วเราต้อง ‘ให้’ อาสาชุมชน สู้สถานการณ์ COVID-19</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>หลังการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนาระลอกล่าสุด ที่ยังคงมีอัตราผู้ติดเชื้อรายใหม่เพิ่มขึ้นทุกวัน ทำให้สถานการณ์ในชุมชนหลายแห่งที่มีประชากรจำนวนมากอาศัยร่วมกันอยู่ในพื้นที่แออัดมีความน่าเป็นห่วงในหลายด้าน โดย ‘ชุมชนคลองเตย’ นับว่าเป็นพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบมากที่สุดแห่งหนึ่ง ด้วยความที่เป็นชุมชนแออัดขนาดใหญ่ที่สุดของประเทศ มีจำนวนผู้อาศัยมากกว่า 1 แสนคน ซึ่งไม่เพียงแต่จะทำให้ความเป็นไปได้ของการระบาดของเชื้อ COVID-19 ดำเนินอย่างรวดเร็วแล้ว ความน่าเป็นห่วงที่สำคัญไม่แพ้กันคือเมื่อประชาชนทุกคนจำเป็นต้องกักตัวอยู่กับบ้าน เพื่อลดความเสี่ยงตามมาตรการของรัฐ สิ่งที่ตามมาคือปัญหาปากท้องและคุณภาพชีวิตของผู้อาศัยราว 18,000 ครัวเรือน ที่กว่า 70% มีอาชีพรับจ้างรายวันต้องขาดรายได้ คนในชุมชนเกือบทั้งหมดจึงตกอยู่ในภาวะรอความช่วยเหลือทั้งจากรัฐและหน่วยงานเอกชนต่างๆ</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-cfbd71"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/05/11-เยาวชนนอกระบบคลองเต-04.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p>ในยามที่คนทั้งสังคมกำลังร่วมต่อสู้กับวิกฤตไปพร้อมกันนี้ มีน้องๆ เยาวชนนอกระบบในชุมชนคลองเตยกลุ่มหนึ่ง ได้อาสาเข้ามาทำงานเพื่อดูแลช่วยเหลือคนในชุมชน ในการเฝ้าระวังเรื่องสาธารณสุข และเป็นศูนย์กลางในการบริหารจัดการสิ่งของต่างๆ ทั้งน้ำดื่ม อาหาร ยา หรือสิ่งของจำเป็นอื่นๆ ให้กระจายไปถึงมือของสมาชิกชุมชนอย่างทั่วถึง รวมถึงยังมีเยาวชนในชุมชนที่พร้อมมอบรายได้ส่วนหนึ่งเพื่อร่วมสมทบทุน ด้วยหวังให้สถานการณ์ที่เกิดขึ้นคลี่คลายในเร็ววัน&nbsp;&nbsp;</p>



<p></p>



<h3 class="wp-block-heading">เมื่อ ‘ได้รับ’ แล้วเราต้อง ‘ให้’</h3>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-954073"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/05/น้องเปรม-3.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p><strong>‘เปรม’ ชลนที เฝือกระโทก อายุ 24 ปี หนึ่งในเยาวชนที่ได้รับโอกาสการพัฒนาอย่างเต็มศักยภาพ</strong> จาก<strong>กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา(กสศ.)</strong> และ <strong>มูลนิธิรวมน้ำใจ(คลองเตย)</strong>ในการทำกิจกรรมที่นำน้องๆ ในพื้นที่มาเรียนรู้ ฟื้นฟูทัศนคติ และนำประสบการณ์ชีวิตที่ผ่าน มาทำให้เกิดประโยชน์ต่อตนเองและน้องๆ รุ่นต่อไป จนวันนี้ที่เปรมนำทุนตั้งต้นซึ่งได้รับจากโครงการ มาต่อยอดด้วยการทำฟาร์มเพาะพันธุ์ปลากัด และพร้อมจะส่งต่อและแบ่งปันกลับไปยังชุมชนที่เติบโตขึ้นมา</p>



<p>เปรมกล่าวว่า คลองเตยในตอนนี้มีผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้นทุกวัน และมีคนที่ต้องตกเป็นกลุ่มเสี่ยงจำนวนมาก ขณะที่ความช่วยเหลือ การตรวจคัดกรอง การรักษา หรือการนำรถพยาบาลเข้าไปช่วยเหลือผู้คนยังทำได้ไม่ทั่วถึง</p>



<p>“ผมทราบดีว่าการนำความช่วยเหลือเข้าไปในพื้นที่ต้องใช้เวลาประมาณหนึ่ง เพราะเป็นชุมชนที่มีคนอยู่กันเยอะ และการเข้าไปให้ถึงข้างในจริงๆ ทำได้ไม่ง่าย สิ่งที่เห็นทำให้เราคิดว่าที่นี่คือบ้านของเรา ชุมชนของเรา เราต้องทำทุกอย่างท่าที่ทำได้ ดังนั้นเท่าที่ผมพอมีกำลังทรัพย์อยู่บ้าง เลยตั้งใจเอาเงินที่ได้ส่วนหนึ่งจากการพาะพันธุ์ปลากัดไปซื้อสิ่งของ ซื้ออาหาร ซื้อยา ไปร่วมบริจาคให้พี่น้องในชุมชน ใน<strong>โครงการ ‘คลองเตยไม่ทิ้งกัน’</strong> ที่ศูนย์พักคอยวัดสะพาน</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-9de202"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/05/น้องเปรม-1.jpg" alt=""/></div><figcaption class="qubely-image-caption">‘เปรม’ ชลนที เฝือกระโทก อายุ 24 ปี หนึ่งในเยาวชนที่ผ่านโครงการของมูลนิธิรวมน้ำใจ(คลองเตย)</figcaption></figure></div></div></div>



<p>“สิ่งหนึ่งที่ผมคิดเสมอคือเมื่อ ‘ได้รับ’ แล้วเราต้อง ‘ให้’ ผมได้รับโอกาสเปลี่ยนแปลงชีวิต จากการเข้าโครงการ ทำให้มีความรู้ ได้ปรับความคิดในการดำเนินชีวิต และได้ทุนตั้งต้นมาต่อยอดเป็นอาชีพ ซึ่งช่วยให้สิ่งต่างๆ ดีขึ้นมาก จากก่อนหน้านี้ที่ผมค่อนข้างเกเร แต่พอได้มาเลี้ยงปลา ก็รู้สึกว่ามีกิจกรรมที่ทำให้ใช้เวลาเป็นประโยชน์มากกว่าเมื่อก่อน ส่วนสำหรับตอนนี้ สิ่งที่ผมคาดหวังคือขอแค่ให้สถานการณ์มันดีขึ้น ให้ชุมชนเราได้รับความช่วยเหลือเต็มที่ แค่นั้นผมก็ดีใจแล้วครับ” เปรมกล่าว</p>



<p></p>



<h3 class="gb-headline gb-headline-3bbe7c3c gb-headline-text">“ถ้าชุมชนดีขึ้น คนติดเชื้อน้อยลง ครอบครัวเราก็จะปลอดภัยไปด้วย”</h3>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-5819d1"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/05/หมอก-1.jpg" alt=""/></div><figcaption class="qubely-image-caption">‘น้องหมอก’ วิทวัส กรสวัสดิ์ อายุ 15 ปี หนึ่งในกลุ่มเยาวชนอาสาพื้นที่ชุมชนคลองเตย</figcaption></figure></div></div></div>



<p>ทางด้าน <strong>‘น้องหมอก’ วิทวัส กรสวัสดิ์ อายุ 15 ปี หนึ่งในกลุ่มเยาวชนอาสาพื้นที่ชุมชนคลองเตย</strong> เผยว่าสถานการณ์ในชุมชนตอนนี้ได้มีการจัดทำสถานที่กักตัวชั่วคราว โดยตั้งขึ้นที่วัดสะพาน เพื่อให้เป็นที่รองรับผู้ติดเชื้อก่อนส่งตัวต่อไปยังโรงพยาบาล โดยน้องหมอกระบุว่า การแยกผู้ติดเชื้อเป็นเรื่องสำคัญ เพราะจะช่วยลดความกังวลและความเสี่ยงของคนในชุมชนได้มากยิ่งขึ้น</p>



<p>เวลาที่มีคนติดเชื้อแล้วยังอยู่ในชุมชนมันสร้างความกังวลให้ทั้งตัวผู้ป่วยและคนในชุมชนไปพร้อมกัน ขณะที่ทุกคนต้องอยู่ด้วยความเครียด การมีจุดพักสำหรับผู้ป่วยถือว่าช่วยได้มากทั้งในเรื่องการแพร่ระบาดและสภาพจิตใจของทุกคน ส่วนงานที่เข้าไปทำตอนนี้คือช่วยจัดการเรื่องของกินของใช้ น้ำดื่ม เจลแอลกอฮอล์ ยา และสิ่งต่าง ๆ ที่ได้รับบริจาคเข้ามา ให้ทั้งคนที่ติดเชื้อและคนที่กักตัวในชุมชนได้รับ</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-125ef9"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/05/ฮีโรเยาวชนนอกระบบคลองเตย_4.png" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p>“ผมเป็นคนในพื้นที่ มาทำงานช่วยครูสอนดนตรีและทำกิจกรรมต่าง ๆ กับน้อง ๆ พอเกิดการระบาดก็ตัดสินใจว่าจะต้องทำในสิ่งที่จำเป็น คือช่วยคนในชุมชนให้ได้มากที่สุด จุดที่ผมอยู่มีพวกเรา 4-5 คนมาช่วยกัน ยอมรับว่ามีความกังวลบ้างแต่ไม่ได้กลัวกับการติดเชื้อ เพราะเรารู้ว่าพอยู่ในพื้นที่เสี่ยงก็ต้องระมัดระวังตัวเองอย่างเต็มที่ ที่อาสาเข้ามาทำเพราะว่าอยากให้สถานการณ์ดีขึ้น ให้มีคนติดเชื้อน้อยลง และคนที่ติดอยู่ในชุมชนไม่ต้องลำบากมากไปกว่านี้</p>



<p>“กับสิ่งที่ทำผมรู้ว่ามันค่อนข้างมีความเสี่ยง แต่ผมมองว่าคนในชุมชนเขาก็เป็นเหมือนครอบครัวของเรา ถ้าแม่หรือยายผมต้องมาอยู่อย่างนี้บ้าง ผมก็คงอยากให้เขาได้รับการช่วยเหลือดูแลที่ดี เลยอยากทำให้ดีที่สุด เพราะคนที่ติดเชื้อก็เหมือนญาติ เป็นคนรู้จักของเราทั้งนั้น สุดท้ายผมคิดว่าผลที่ได้กลับมาก็ตกอยู่ที่เราเอง ถ้าทุกคนดีขึ้น ติดเชื้อน้อยลง ผมและครอบครัวก็จะปลอดภัยไปด้วย” น้องหมอกกล่าว</p>



<p></p>



<h3 class="gb-headline gb-headline-b41ff467 gb-headline-text">ขอเป็นส่วนหนึ่งที่ช่วยให้ทุกอย่างดีขึ้น</h3>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-1cea64"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/05/ฮีโรเยาวชนนอกระบบคลองเตย_1.png" alt=""/></div><figcaption class="qubely-image-caption">(เสื้อดำ) ‘น้องดั๋ง’ พรพรรณ บุญจันทร์ อายุ 16 ปี อีกหนึ่งเยาวชนจิตอาสาชุมชนคลองเตย</figcaption></figure></div></div></div>



<p><strong>‘น้องดั๋ง’ พรพรรณ บุญจันทร์ อายุ 16 ปี อีกหนึ่งเยาวชนจิตอาสาชุมชนคลองเตย</strong> กล่าวถึงสถานการณ์ในชุมชนพัฒนาใหม่ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของพื้นที่ชุมชนคลองเตยว่า การที่บ้านหลังหนึ่งมีผู้อาศัยหลายคน เมื่อใครคนใดคนหนึ่งติดเชื้อ การแพร่ระบาดก็ไปต่อได้ไวมาก</p>



<p>“หลายครอบครัวในชุมชนมีลูกเยอะ อยู่กันในพื้นที่เล็กๆ พอมีคนติดเชื้อจากข้างนอกเข้ามาก็จะติดกันไปหมด เพราะไม่มีที่ให้ใครแยกตัวได้เลย”</p>



<p>น้องดั๋งกล่าวต่อไปว่า สิ่งที่ทำได้ตอนนี้คือเข้ามาช่วยชุมชนในเรื่องการรับของบริจาค แล้วแพคส่งเข้าไปให้คนที่ต้องกักตัวอยู่ในบ้าน เพราะหลายคนที่มีคนในครอบครัวติดเชื้อและกลายเป็นกลุ่มเสี่ยงมีจำนวนเยอะมาก ซึ่งพวกเขาขาดแคลนทั้งอาหาร น้ำดื่ม และสิ่งจำเป็นต่างๆ ทั้งยังไม่สามารถออกจากพื้นที่เพื่อไปทำงานได้ ดังนั้นจึงจำเป็นที่คนในชุมชนจะต้องมาช่วยกัน เพื่อให้ทุกคนผ่านพ้นช่วงเวลานี้ไปให้ได้</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-b03a9a"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/05/ฮีโรเยาวชนนอกระบบคลองเตย_6.png" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p>“หนูอาสาเข้ามาทำงานนี้เพราะอยากจะเป็นส่วนหนึ่งที่ช่วยให้ทุกอย่างดีขึ้นได้บ้าง เพราะว่าสถานการณ์ทุกด้านของบ้านเมืองเราไม่ดีเลย ยิ่งมาเจอวิกฤตไวรัสโคโรนาซ้ำอีกระลอก คนในชุมชนก็ยิ่งเดือดร้อน ไปทำงานก็ไม่ได้เพราะเขากังวลว่าจะทำให้คนอื่นๆ ต้องเสี่ยงไปด้วย สิ่งที่หนูเห็นจากงานจิตอาสาครั้งนี้คือ คนในชุมชนจำเป็นต้องได้รับความช่วยเหลือในเรื่องความเป็นอยู่ ที่พักอาศัย ตอนนี้คือคนทั้งชุมชนไม่มีใครออกไปทำงานได้ ต้องกักตัวอยู่บ้าน ไม่มีรายได้ ไม่มีอาหาร ไม่มีสิ่งของจำเป็นใดๆ เลย หนูคิดว่าทุกคนพยายามมาก ๆ แล้วที่จะให้ความร่วมมือและไม่กระจายความเสี่ยงออกไปนอกชุมชน ทั้งที่ยังไม่มีใครรู้ว่าจะต้องทำอย่างไรหลังจากนี้ หากว่าสถานการณ์ยังไม่ดีขึ้น” น้องดั๋งกล่าว</p>



<p></p>



<h3 class="gb-headline gb-headline-80b01bd4 gb-headline-text">ยิ่งสถานการณ์วิกฤต ก็ยิ่งเผยให้เห็นปัญหาความเหลื่อมล้ำ</h3>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-9022cb"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/05/ฮีโรเยาวชนนอกระบบคลองเตย_5.png" alt=""/></div><figcaption class="qubely-image-caption">ศิริพร พรมวงศ์ หรือ ‘ครูแอ๋ม’ ผู้รับผิดชอบโครงการ ‘Freeform Learning Project’</figcaption></figure></div></div></div>



<p><strong>ศิริพร พรมวงศ์ หรือ ‘ครูแอ๋ม’ ผู้รับผิดชอบโครงการ ‘Freeform Learning Project’</strong> หรือ ‘<strong>โครงการพัฒนาทักษะชีวิตเด็กและเยาวชนในชุมชนคลองเตย’ ภายใต้การสนับสนุนของ กสศ.</strong> กล่าวว่า ความเหลื่อมล้ำเชิงโครงสร้างทางสังคมที่หยั่งลึกยาวนาน ได้เผยตัวให้เห็นเด่นชัดขึ้นหลังเกิดวิกฤตจากการระบาดของไวรัสโคโรนา ชุมชนคลองเตยซึ่งเป็นพื้นที่พักอาศัยของกลุ่มประชากรที่ส่วนใหญ่มีรายได้วันต่อวัน จึงกลายเป็นคนกลุ่มที่ได้รับผลกระทบมากที่สุดกลุ่มหนึ่ง ตั้งแต่ความเสี่ยงจากการแพร่กระจายของเชื้อ เนื่องจากหลายครอบครัวต้องอาศัยรวมกันในพื้นที่จำกัด การขาดโอกาสในการเข้าถึงบริการสาธารณสุข รวมไปถึงการขาดรายได้จากการหยุดงานเพื่อกักตัว</p>



<p>“ในช่วงก่อนการแพร่ระบาดใหญ่ ความที่คนในชุมชนส่วนใหญ่มีรายได้ไม่แน่นอนทำให้พวกเขาต้องทุ่มเทหารายได้เลี้ยงครอบครัวแม้ต้องเผชิญกับความเสี่ยง เพราะที่ผ่านมาหลายครอบครัวต้องรับผลกระทบจากมาตรการที่รัฐออกมาเพื่อรับมือกับปัญหาการระบาดเช่นการล็อคดาวน์ หรือการจำกัดจำนวนคนต่อพื้นที่ ทำให้รายได้ของพวกเขาลดน้อยลง หรือบางคนต้องตกงานเป็นเวลานาน”</p>



<p>“นั่นคือสาเหตุสำคัญที่ทำให้ในตอนนี้ชุมชนเกิดปัญหาการระบาดของ COVID-19 ที่ค่อนข้างรุนแรง โดยมีผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้นราว 40-50 คนต่อวัน ส่วนคนที่ยังไม่ติดเชื้อก็ถือเป็นกลุ่มเสี่ยง ไม่สามารถออกจากชุมชนไปทำงานได้ ตอนนี้จึงมีทั้งปัญหาในเรื่องของการดูแลผู้ติดเชื้อ และการขาดแคลนเครื่องอุปโภคบริโภคในครอบครัวส่วนใหญ่”</p>



<p></p>



<h3 class="gb-headline gb-headline-b651dad2 gb-headline-text">เยาวชนอาสาพร้อมทุ่มเทช่วยเหลือชุมชน</h3>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-ba8485"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/05/ฮีโรเยาวชนนอกระบบคลองเตย_3.png" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p>ครูแอ๋มกล่าวต่อไปว่า อย่างไรก็ตาม ในช่วงเวลาที่ทุกคนในชุมชนทำได้แค่ตั้งรับ ยังมีเยาวชนกลุ่มหนึ่งที่พร้อมเข้ามาทำหน้าที่จิตอาสาช่วยเหลือคนในชุมชนเท่าที่กำลังของพวกเขาจะทำได้ โดยร่วมมือกับแกนนำชุมชนในการบริหารจัดการสิ่งของบริจาค เพื่อให้แต่ละครอบครัวได้รับสิ่งของจำเป็นในการดำรงชีวิตจนกว่าสถานการณ์จะดีขึ้น</p>



<p>น้องๆ กลุ่มนี้คือผลผลิตจากโครงการ ‘โครงการพัฒนาทักษะชีวิตเด็กและเยาวชนในชุมชนคลองเตย’ โดย <strong>‘กลุ่มคลองเตยดีจัง’</strong> ได้ทำงานร่วมกับ กสศ. ในการใช้ศิลปะและดนตรีเข้ามาพัฒนาเยาวชนนอกระบบในพื้นที่ จนเมื่อเยาวชนกลุ่มนี้เติบโตขึ้น จึงเกิดเป็นกลุ่มอาสาสมัครสอนดนตรีให้กับน้องๆ รุ่นถัดไป และกำลังจะก้าวไปสู่กระบวนการฝึกและสร้างอาชีพในชุมชน จนมาเกิดวิกฤตจากไวรัสโคโรนาขึ้น โครงการจึงต้องพักไว้ ขณะที่เยาวชนกลุ่มนี้ได้อาสาเข้ามาช่วยงานชุมชนเพื่อรับมือกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้น</p>



<p>“ตั้งแต่เกิดการระบาดรอบนี้ ทีมงานของโครงการเราได้เข้ามาช่วยเรื่องเซ็ตระบบดูแลชุมชน ส่งตัวผู้ติดเชื้อ จัดหาสิ่งต่างๆ ให้คนในชุมชน โดยทำงานร่วมกับ กทม. เราก็ได้เด็กกลุ่มนี้ที่อยู่กับโครงการมาตั้งแต่แรกที่เขาอาสาเข้ามาช่วยเรื่องแพคถุงยังชีพ จัดสรรของบริจาคให้กระจายไปถึงคนทั่วชุมชน</p>



<p>“เด็กๆ กลุ่มนี้เขามีใจอยากเข้ามาช่วย เขาอยากดูแลชุมชนของเขาเท่าที่ทำได้ แต่ด้วยสถานการณ์ในพื้นที่ที่มีความเสี่ยงสูง ทางเราก็พยายามให้เขาได้ทำงานในพื้นที่ที่ค่อนข้างปลอดภัย ยังไม่มีการแพร่ระบาดมากเท่าไหร่ และให้คอยเฝ้าระวังการเคลื่อนย้ายของกลุ่มเสี่ยง แต่พื้นฐานคือทุกคนต้องคอยดูแลตัวเองเป็นเรื่องสำคัญที่สุด</p>



<p>ครูแอ๋มกล่าวว่า เยาวชนกลุ่มนี้เป็นคนในชุมชนกลุ่มแรกๆ ที่เข้าร่วมโครงการ จึงได้เห็นความเปลี่ยนแปลงในหลายด้านโดยเฉพาะสิ่งที่สะท้อนออกมาในช่วงเวลาวิกฤตเช่นนี้ ว่าพวกเขามีทั้งความรับผิดชอบ มีสำนึกต่อสังคมในด้านการทำงานจิตอาสา มีความเป็นผู้นำ ซึ่งหลายเรื่องสามารถจัดการงานแทนผู้ใหญ่ได้เป็นอย่างดี ทั้งที่อยู่ในวัยแค่ 15-17 ปี ทำให้การบริหารจัดการเรื่องการส่งของและการประสานงานกับหน่วยงานต่างๆ เป็นไปได้ดียิ่งขึ้น และช่วยบรรเทาความเดือดร้อนของคนในชุมชนได้</p>



<p></p>



<p><strong>ร่วมสร้างโอกาสไปกับ</strong><br><strong>กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.)</strong><br><a href="http://www.eef.or.th/donate/"><strong>www.eef.or.th/donate/</strong></a><br><strong>ธนาคารกรุงไทย สาขาซอยอารีย์</strong><br><strong>เลขที่ : 172-0-30021-6</strong><br><strong>บัญชี : กสศ.มาตรา 6(6) – เงินบริจาค</strong></p><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/article-volunteer-khlong-toei-covid-19/">เมื่อ ‘ได้รับ’ แล้วเราต้อง ‘ให้’ อาสาชุมชน สู้สถานการณ์ COVID-19</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>กลับมายืนหยัดด้วย “ทุน” ของชุมชน รายได้ที่มาพร้อมความสุขของครอบครัว</title>
		<link>https://www.eef.or.th/article-stand-with-the-capital-of-the-community/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Sun, 09 May 2021 09:09:15 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Movement]]></category>
		<category><![CDATA[เรื่องเล่าจากชุมชน]]></category>
		<category><![CDATA[สุภาพร ทองสุข]]></category>
		<category><![CDATA[กัลยา กิ่งแก้ว]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?p=40493</guid>

					<description><![CDATA[<p>ในวันที่สถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ว [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/article-stand-with-the-capital-of-the-community/">กลับมายืนหยัดด้วย “ทุน” ของชุมชน รายได้ที่มาพร้อมความสุขของครอบครัว</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>ในวันที่สถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 วิกฤตรุนแรง จนกระทบเป็นลูกโซ่ไปทั้งวิถีชีวิตความเป็นอยู่ สุขภาพ ตลอดจน​อาชีพและรายได้&nbsp; หลายคนต้องตกงาน ถูกเลิกจ้าง หลายคนจำต้องทิ้งอาชีพเดิมที่เคยทำมาทั้งชีวิต และหันมามองหาอาชีพใหม่เพื่อความอยู่รอด&nbsp; บางคนต้องหันมาพัฒนาทักษะ Up Skill ตัวเองใหม่ เพื่อเพื่อก้าวข้ามปัญหาในช่วงเวลานี้ไปให้ได้&nbsp;&nbsp;</p>



<p>เช่นเดียวกับ <strong>กัลยา กิ่งแก้ว</strong> ซึ่งใช้ชีวิตแต่ละวันตลอด <strong>30 </strong>ปีที่ผ่านมา ​อยู่บนหลังรถพ่วงข้างเก่าๆ  ออกเร่ขายขนมกลางแดดร้อนระอุ  เพื่อหารายได้จุนเจือครอบครัวอย่างไม่มีทางเลือก  จนกระทั่งเกิดการระบาดของโรคโควิด-19  ทำให้อาชีพเร่ขายขนมบนรถพ่วงของกัลยาในวัย 58 ปี ต้องยุติลง <strong> </strong>เพราะผู้คนพากันหวาดระแวงว่ารถเร่ขายของนำโรคระบาดมาด้วย</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-c98b4d"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/05/02-พลิกฟื้นของดีชุมชน-04.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p>“ปกติเราจะขี่มอเตอร์ไซค์พ่วงข้างเป็นระยะทางไปกลับประมาณ 120 กิโลเมตร เร่ขายขนมมากว่า 30 ปี แต่ละวันออกรถในช่วงเย็นกลับถึงบ้านหลังเที่ยงคืน&nbsp; แต่หลังจากมีโควิดก็ขายไม่ได้แล้ว ผู้คนหวาดระแวง ที่เราตะลอนไปหลายแห่ง &nbsp; ทำให้ไม่สามารถออกรถไปเร่ขายขนมได้เช่นเดิม”</p>



<p>จากชีวิตที่เหมือนไม่มีทางออก วันหนึ่งกัลยาได้รับการชักชวนให้เข้าร่วมโครงการส่งเสริมการประกอบการผ้าไหม สร้างสรรค์ในกลุ่มแรงงานนอกระบบขาดโอกาส และขาดแคลนทุนทรัพย์สู่ตลาดเป็นธรรมพื้นที่จังหวัดสุรินทร์  หนึ่งในโครงการทุนพัฒนาทักษะอาชีพและนวัตกรรมที่ใช้ชุมชนเป็นฐาน ที่ได้ ‘มูลนิธิขวัญชุมชน’ หน่วยงานพัฒนาอาชีพในจังหวัดสุรินทร์ มาเป็นแม่งานผลักดัน</p>



<p></p>



<h3 class="gb-headline gb-headline-e603a78e gb-headline-text">กลับมายืนหยัด ด้วยทุนของชุมชน</h3>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-50c105"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/05/02-พลิกฟื้นของดีชุมชน-01.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p><strong>“ทำอย่างไรให้การทอผ้าซึ่งเป็นวิถีชีวิตและเป็นที่มาของรายได้สำคัญหล่อเลี้ยงครอบครัวแรงงานนอกระบบ กลับมามีโอกาสและทางรอดอีกครั้งเป็นโจทย์ท้าทายสำหรับเรา” สุภาพร ทองสุข ผู้ประสานงานโครงการ</strong> ย้อนความหลังในวันที่เริ่มต้นสู้กับปัญหา</p>



<p>จังหวัดสุรินทร์ขึ้นชื่อเรื่อง “ผ้าไหม”แต่เบื้องหลังความสวยงามที่ปรากฏบนผืนผ้า แรงงานผลิตผ้าไหมที่อยู่ในชุมชนยังคงติดกับดักราคา ขายผ้าทอได้ต่ำกว่าต้นทุน เนื่องจากเป็นราคาขายที่ยังไม่รวมค่าแรง เร่งผลิตและเร่งขายเพื่อนำเงินไปใช้หมุนเวียนในครัวเรือน หลายครอบครัวมีหนี้สินจากการกู้ยืมเงินมาซื้อวัตถุดิบทอผ้า สถานการณ์โรคระบาดโควิด – 19 กว่า 1 ปีที่ผ่านมา ยิ่งเข้ามาส่งผลกระทบให้ทำให้หลายอาชีพตกงาน หลายคนต้องอพยพกลับหมู่บ้านเพื่อรองานอย่างไร้ความหวัง</p>



<p>“ถ้าจะรอดจากวิกฤติเราต้องคิดใหม่ จึงสนับสนุนให้มีการจัดตั้งกลุ่มวิสาหกิจผ้าไหมสร้างสรรค์เพื่อการผลิต ออมทรัพย์และสวัสดิการ การรวมกลุ่มซื้อขายและการผลิตบางขั้นตอน เพื่อช่วยลดการค่าใช้จ่าย เพิ่มคุณภาพการผลิต และยกระดับราคาผ้าไหมสีธรรมชาติ ไม่ให้มีการขายตัดราคากันเอง กระบวนทั้งหมดส่งเสริมให้เกิด <strong>“</strong>มาตรฐานการผลิตผ้าไหมสร้างสรรค์<strong>”</strong> เพิ่มคุณค่าและมูลค่าให้กับผ้าไหมได้อย่างมีแบบแผนและเป็นรูปธรรม” สุภาพรเล่าถึงแนวทางที่เปลี่ยนไป</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-984815"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/05/02-พลิกฟื้นของดีชุมชน-03.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p>“การส่งเสริมอาชีพทอผ้าไหม ด้วยการพัฒนาการเรียนรู้และและยกระดับ “ทักษะ” เช่น  การย้อมผ้าด้วยสีธรรมชาติ การมัดย้อม การทอ และการส่งเสริมการขายออนไลน์ รวมถึงการพัฒนา “การคิด” ทำให้กลุ่มเป้าหมายเกิดความมั่นใจในตนเอง และสามารถนำความรู้และทักษะไปปรับปรุงกระบวนการผลิต เพื่อเพิ่มมูลค่าผลิตภัณฑ์ในกลุ่มของตนเอง เป็นการสร้างโอกาสทางรายได้ ช่วยลดหนี้ครัวเรือน และทำให้มีเงินเก็บออกมากขึ้น”</p>



<p>กลุ่มเป้าหมายเข้าร่วมโครงการทั้งหมด เป็นแรงงานนอกระบบในวัยทำงาน ผู้สูงอายุ ผู้ว่างงานที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์โรคระบาดโควิด-19 เยาวชนนอกระบบ และผู้พิการ ในพื้นที่ตำบลจารพัตและตำบลหนองเหล็ก อำเภอศีขรภูมิ จังหวัดสุรินทร์</p>



<p>“การฝึกอบรมทักษะและการจัดการการเงินครัวเรือน มีการปรับระบบการผลิตที่เป็นมิตรต่อธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กระตุ้นให้ช่างทอมีการตื่นตัวที่จะพัฒนาผลิตภัณฑ์และทักษะฝีมือของตนเอง  เพราะสามารถขายผลิตภัณฑ์ได้ในราคาที่สูงขึ้น และเป็นที่สนใจของผู้ซื้อรุ่นใหม่ มีการรวมกลุ่มเพื่อช่วยเหลือซึ่งกันและกันในระดับหมู่บ้าน ความสัมพันธ์ของคนชุมชนโดยเฉพาะช่างทอ จากเดิมที่ต่างคนต่างอยู่ต่างคนต่างทำงานของตัวเอง ตอนนี้ดีขึ้นกว่าก่อนมาก” สุภาพร กล่าวด้วยน้ำเสียงที่แฝงด้วยความมั่นใจ</p>



<p></p>



<h3 class="wp-block-heading">รายได้ที่มาพร้อม ความสุข ความอบอุ่นของครอบครัว</h3>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-15895a"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/05/02-พลิกฟื้นของดีชุมชน-02.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p>ภูมิใจในตัวเอง ว่าเราพยายามจนทำได้ คือคำที่กัลยาบอกกับตัวเองวันนี้ </p>



<p>“แรกๆ คิดว่ายาก ใช้เวลาฝึกอยู่หลายเดือน ตั้งแต่เข้าร่วมโครงการมา 6 เดือน ทอผ้าได้ทั้งหมด 21 ผืน ผ้าผืนนึงใช้เวลาทอประมาณ 5 วัน ขายให้ทางกลุ่มได้ราคาผืนละ 2,000 &#8211; 2,500 บาทเพื่อส่งขายต่อ มีรายได้เฉลี่ยเดือนละ 8,000 บาท  และยังมีการรวมกลุ่มเพื่อช่วยเหลือซึ่งกันและกันในระดับหมู่บ้าน รวมกลุ่มซื้อขายและการผลิตบางขั้นตอน เพื่อช่วยลดการค่าใช้จ่าย”  “ดีใจและรู้สึกว่าตัวเองโชคดีมากที่ได้เข้าร่วมเรียนรู้การทอผ้าไหมจากโครงการ เพื่อเป็นทางเลือกในการประกอบอาชีพ คิดว่าคงไม่กลับไปขายขนมหวานเร่ขายแล้ว เพราะอายุเยอะแล้ว เราได้ทอผ้าอยู่กับบ้าน ได้อยู่กับครอบครัว บรรยากาศในครอบครัวอบอุ่นมากขึ้น หลานๆ ดีใจที่ได้กินข้าวพร้อมหน้าพร้อมตา จากทุกทีกลับเข้าบ้านมาทุกคนนอนกันหมดแล้ว ตอนนี้รู้สึกว่ามีความสุขกับชีวิตมากขึ้น” <strong>ดวงตาที่เต็มไปด้วยรอยยิ้มของกัลยา สะท้อนความสุขในชีวิตวันนี้อย่างตรงไปตรงที่สุด</strong></p><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/article-stand-with-the-capital-of-the-community/">กลับมายืนหยัดด้วย “ทุน” ของชุมชน รายได้ที่มาพร้อมความสุขของครอบครัว</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>เมื่อเกิดการเปลี่ยนแปลง ประเทศจะยืนอยู่ได้ด้วยแรงงานฝีมือชุมชนเป็นฐาน</title>
		<link>https://www.eef.or.th/article-somphong-chitradap-thailand-will-stand-with-community-base/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Sat, 08 May 2021 06:11:07 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Movement]]></category>
		<category><![CDATA[เรื่องเล่าจากชุมชน]]></category>
		<category><![CDATA[ทุนพัฒนาอาชีพทีใช้ชุมชนเป็นฐาน]]></category>
		<category><![CDATA[ศาสตราจารย์ดร.สมพงษ์ จิตระดับ]]></category>
		<category><![CDATA[กสศ.]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?p=40473</guid>

					<description><![CDATA[<p>“การแพร่ระบาดของ COVID-19 ส่งผลให้แรงงานด้อยโอกาส ต้องอ [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/article-somphong-chitradap-thailand-will-stand-with-community-base/">เมื่อเกิดการเปลี่ยนแปลง ประเทศจะยืนอยู่ได้ด้วยแรงงานฝีมือชุมชนเป็นฐาน</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<blockquote class="wp-block-quote"><p>“การแพร่ระบาดของ COVID-19 ส่งผลให้แรงงานด้อยโอกาส ต้องออกจากงานและกลับถิ่นฐานถึง 70 เปอร์เซ็นต์ของจำนวนทั้งหมด โดยเฉพาะในกลุ่มแรงงานนอกระบบ ที่รับจ้างรายวัน หาเช้ากินค่ำตามหัวเมืองใหญ่  ส่วนแรงงานไทยในต่างประเทศ เดินทางกลับมาประเทศไทยหลายหมื่นคน”</p></blockquote>



<p>คือ  การประเมินสถานการณ์ของ <strong>“ศาสตราจารย์ดร.สมพงษ์ จิตระดับ”</strong> ที่ปรึกษากองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) และประธานอนุกรรมการกำกับทิศทางโครงพัฒนาทักษะแรงงานที่ขาดแคลนทุนทรัพย์และด้อยโอกาส หรือทุนพัฒนาทักษะอาชีพและนวัตกรรมที่ใช้ชุมชนเป็นฐาน</p>



<h3 class="wp-block-heading">“แรงงานด้อยโอกาส เป้าหมายแรกของการให้ความช่วยเหลือ”</h3>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-f0f4ab"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/05/แต่งตั้ง-ศ.ดร.สมพงษ์-02.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p>ศ.ดร.สมพงษ์ ชี้ว่า แรงงานด้อยโอกาส แรงงานนอกระบบ จะมีปัญหาซับซ้อนมากกว่าแรงงานในระบบประมาณ 2-3 เท่า  องค์การแรงงานระหว่างประเทศ (ILO) รายงานว่ามี 5 กลุ่มที่ได้รับผลกระทบถูกเลิก จ้าง  คือ1.) กลุ่มผู้สูงอายุหรือผู้มีปัญหาสุขภาพ 2.) กลุ่มแรงงานเยาวชนที่เป็นแรงงานไร้ฝีมือ (การศึกษาม.ต้น- ม.ปลาย ) 3.) แรงงานหญิง  4.) แรงงานนอกระบบ  5.) แรงงานข้ามชาติ  ยังรวมไปถึง<strong>กลุ่มคนที่ตกงานใน  ชุมชนดั้งเดิม ซึ่งเป็นกลุ่มไร้การเหลียวแล และถูกสังคมมองว่า “เป็นภาระ”</strong></p>



<p><strong>แต่ศ.ดร.สมพงษ์ ระบุว่า คนกลุ่มนี้ถือเป็น “Priority”  หรือ ผู้ที่ถูกจัดลำดับความสำคัญแรกสุด ของกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา(กสศ.)</strong></p>



<p><strong>“เราเห็นความสำคัญของคนกลุ่มนี้ ว่าเป็นคนที่จะต้องได้รับการช่วยเหลือเยียวยา และจะต้องช่วย  ให้เขาได้ค้นหาตัวตนชีวิตและศักยภาพที่แท้จริงให้เจอให้ได้”</strong></p>



<p></p>



<h3 class="gb-headline gb-headline-dba15ed2 gb-headline-text">Back to community กลับมายืนหยัด ด้วยทุนของชุมชน</h3>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-fb8972"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/05/06-สัมภาษณ์-อ.สมพงษ์-03.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p>ทุนพัฒนาทักษะอาชีพและนวัตกรรมที่ใช้ชุมชนเป็นฐาน เป็นโครงการที่กสศ.ร่วมกับ หน่วยพัฒนา อาชีพ จำนวน 129 โครงการ ครอบคลุมพื้นที่ 51 จังหวัด<strong> </strong>พัฒนาทักษะแรงงานขาดแคลนทุนทรัพย์และด้อยโอกาส โดยเฉพาะที่ไดรับผลกระทบจาก COVID-19 ให้ได้รับการยกระดับทักษะเป็นผู้ประกอบการรุ่นใหม่และ แรงงานฝีมือ ซึ่งทำงานในพื้นที่ที่มีสัดส่วนความยากจน การว่างงานสูง โดยจะมีการวิเคราะห์ ศักยภาพและจัดทำแผนร่วมกับชุมชนและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้เกิดรูปแบบการพัฒนาทักษะอาชีพแบบครบวงจร โดยใช้ชุมชนเป็นฐาน สามารถยกระดับฝีมือและทักษะ มีแผนประกอบอาชีพจนสามารถพึ่งพาตนเองได้อย่างยั่งยืน โดยขณะนี้มีหลักสูตรการยกระดับการประกอบอาชีพที่ใช้ชุมชนเป็นฐานจำนวน 50 หลักสูตร ที่ตอบ โจทย์ท้องถิ่น</p>



<p><strong>“ชุมชนจะสามารถจัดการและดูแลคนกลุ่มนี้ได้ ทุนของชุมชนจะยังมีการส่งต่อ ยังมีการสร้างใหม่ และมีการประยุกต์ ในขณะนี้เป็นโอกาสในการใช้ชุมชนเป็นฐาน กลับไปสู่ Back to community ให้ชุมชนเป็นแหล่งการเรียนรู้ในการให้โอกาส เสริมสร้าง และพัฒนาชุมชนเป็นตัวซึมซับคนเหล่านี้อย่างมีคุณค่า รับเขาเข้ามาในชุมชน เราจะดูแลคุณบนความเท่าเทียมกันจากทุนของชุมชนที่มีอยู่” ศ.ดร.สมพงษ์ กล่าว</strong></p>



<p></p>



<h3 class="gb-headline gb-headline-7b4d3c35 gb-headline-text">เมื่อเกิดการเปลี่ยนแปลง ประเทศจะยืนอยู่ได้ด้วยแรงงานฝีมือชุมชนเป็นฐาน</h3>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-757e38"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/05/06-สัมภาษณ์-อ.สมพงษ์-01.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p>“ชุมชนกำลังผลิตกำลังคนในภาคที่เชื่อมโยงระหว่างโลกของเศรษฐกิจกับสังคม เรากำลังผลิต Smart Farmer  ผลิตนักการตลาดออนไลน์ ผู้ประกอบการแบบ SME ซึ่งประเทศที่มีสัดส่วนคนกลุ่มนี้สูง ไม่ว่าคุณจะเผชิญกับปัญหา COVID-19 หรือ หรือเศรษฐกิจที่ล้มตัว หรือสถานการณ์โลกจะลำบากหรือเปลี่ยนแปลงอย่างไรก็แล้วแต่ แต่ประเทศไทยจะยืนได้ด้วยคนกลุ่มนี้  ถ้ารัฐบาลมองว่างานการใช้ชุมชนเป็นฐานตอบสนองให้แรงงานกลับมาในชุมชนของตัวเอง ให้เห็นถึงประโยชน์คุณค่าและรูปแบบของมัน ผมคิดว่ามันจะเป็นการพัฒนาครั้งใหญ่ของประเทศเรา” ศ.สมพงษ์ ทิ้งท้าย</p>



<p>ศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับทั้ง 129 หน่วยพัฒนาอาชีพ ได้ที่ <a href="https://www.eef.or.th/communities/" target="_blank" rel="noreferrer noopener" title="https://www.eef.or.th/communities/">เรื่องเล่าจากชุมชนสู่อาชีพ</a><a href="https://www.eef.or.th/communities/"> </a>หรือค้นหา<a href="https://csr.eef.or.th/commubased-map/" title="https://csr.eef.or.th/commubased-map/" target="_blank" rel="noreferrer noopener">โครงการที่อยู่ใกล้ชุมชนของท่านเพื่อแลกเปลี่ยนเรียนรู้</a></p><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/article-somphong-chitradap-thailand-will-stand-with-community-base/">เมื่อเกิดการเปลี่ยนแปลง ประเทศจะยืนอยู่ได้ด้วยแรงงานฝีมือชุมชนเป็นฐาน</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>แนวคิดพัฒนาเศรษฐกิจใหม่ สร้างเมือง(อาหาร)ปลอดภัยรองรับอนาคต</title>
		<link>https://www.eef.or.th/success-case-maeta-se/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 03 May 2021 09:35:00 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Movement]]></category>
		<category><![CDATA[เรื่องเล่าจากชุมชน]]></category>
		<category><![CDATA[ทุนพัฒนาอาชีพทีใช้ชุมชนเป็นฐาน]]></category>
		<category><![CDATA[วิสาหกิจชุมชนแม่ทา SE]]></category>
		<category><![CDATA[เกษตรอินทรีย์แม่ทาออร์แกนิค 1]]></category>
		<category><![CDATA[องค์การบริหารส่วนตำบล แม่ทา 3]]></category>
		<category><![CDATA[กนกศักดิ์ ดวงแก้วเรือน]]></category>
		<category><![CDATA[สราวุธ วงค์กาวิน]]></category>
		<category><![CDATA[ชุมชนเป็นฐาน]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?p=40016</guid>

					<description><![CDATA[<p>ภายใต้สถานการณ์การระบาดของ COVID-19 ที่ส่งผลกระทบกับคนท [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/success-case-maeta-se/">แนวคิดพัฒนาเศรษฐกิจใหม่ สร้างเมือง(อาหาร)ปลอดภัยรองรับอนาคต</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>ภายใต้สถานการณ์การระบาดของ COVID-19 ที่ส่งผลกระทบกับคนทุกกลุ่ม <strong>‘วิสาหกิจชุมชนแม่ทา SE’</strong> ที่ประกอบไปด้วย 5 ตำบลในบริเวณพื้นที่ลุ่มน้ำแม่ทาตอนกลางและตอนปลาย อ.ป่าซาง จ.ลำพูน เป็นพื้นที่หนึ่งที่ประสบความสำเร็จจากการใช้โมเดลการทำงานด้วยรูปแบบ <strong>‘ชุมชนเป็นฐาน’</strong> ในการรับมือ ซึ่งไม่เพียงช่วยให้คนในพื้นที่ยังสามารถมีงานมีรายได้ต่อไปเท่านั้น หากพื้นที่แห่งนี้ยังมีศักยภาพในการรองรับกลุ่มคนที่ที่เข้ามาเริ่มต้นชีวิต อาชีพ หรือธุรกิจใหม่ๆ ทั้งยังวางแผนพัฒนาสู่อนาคตในฐานะ ‘เมืองปลอดภัย’ ด้วยวิถีอินทรีย์ 100%</p>



<p>คนแม่ทาพบว่าหัวใจของการพัฒนาเมืองคือ ทำอย่างไรให้ทุกคนได้อยู่ในสภาพแวดล้อมดีๆ ได้ประกอบอาชีพที่ยั่งยืนและปลอดภัย ซึ่งทุกคนเชื่อร่วมกันว่าพื้นฐานของชีวิตคือเรื่องสุขภาพ และส่วนหนึ่งของการรักษาสุขภาพที่ดีคือ ‘การกิน’ ทำให้จุดเริ่มต้นของการพัฒนามุ่งไปที่การสร้างวิถีเกษตรอินทรีย์ที่สมบูรณ์ และต้องส่งผลสะท้อนไปถึงคนทุกกลุ่มในชุมชนอย่างถ้วนทั่ว</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-e4b71d"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/04/12-สกู๊ปวิสาหกิจชุมชนแม่ทา-2.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p><strong>คุณสราวุธ วงค์กาวิน ผู้ประสานงานเกษตรอินทรีย์แม่ทาออร์แกนิค 1</strong> เล่าว่าตนเป็นเกษตรกรที่เข้ามาสานต่อการทำเกษตรอินทรีย์จากคนรุ่นพ่อ ผ่านการทดลองเรียนรู้ ลองผิดลองถูก จนเข้าใจว่าการทำเกษตรที่ยั่งยืนจะต้องมีความปลอดภัยและช่วยลดต้นทุนได้ในระยะยาว ที่สำคัญคือต้องมีแนวคิดในการสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับวัตถุดิบ และสร้างระบบการจัดการให้ได้ตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ</p>



<p>สิ่งที่คนในรุ่นของคุณสราวุธค้นพบคือ การทำให้ผลผลิตมีมูลค่าเต็มเม็ดเต็มหน่วยคือต้องลดการจัดการโดยพ่อค้าคนกลาง จึงได้ร่วมกันจัดตั้งทีมแม่ทาออร์แกนิค และสหกรณ์การเกษตรยั่งยืนแม่ทาขึ้น เพื่อเก็บข้อมูลต้นทุนการผลิต คำนวณผลผลิตว่ามีต้นทุนจริงเท่าไหร่ ต้องได้กำไรเท่าไหร่ ผู้ผลิตถึงจะอยู่ได้จริงๆ หมายถึงคนปลูกต้องคุ้มค่า และผู้บริโภคก็ต้องได้รับของดีในราคายุติธรรม</p>



<p>“เราต้องไม่ลืมว่าต้นทุนไม่ใช่แค่เก็บเกี่ยวแล้วนำไปขาย แต่มันมีค่าจัดการไปจนถึงปลายทางด้วยที่ต้องคิด ทีมของเราจึงทำหน้าที่รวบรวมผลผลิตทั้งผักและผลไม้อินทรีย์ของชุมชนทั้งหมด แล้วนำไปจำหน่ายในตลาดที่ไม่ไกลมากก่อน</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-fee4f0"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/04/12-สกู๊ปวิสาหกิจชุมชนแม่ทา-3.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p>“เมื่อจัดการเรื่องราคาได้สมเหตุสมผล สินค้าของเราก็เข้าถึงคนได้หลายกลุ่มยิ่งขึ้น เราอยากเปลี่ยนมุมมองให้คนเข้าใจว่าผักอินทรีย์ไม่ได้แพงเสมอไป นี่คือจุดเริ่ม ก่อนจะมองไปยังตลาดที่ไกลขึ้น ใหญ่ขึ้น สำหรับคนแม่ทาเรามีกลุ่มที่ทำผักผลไม้อินทรีย์กันมาจนชำนาญแล้ว สิ่งที่ระบบจะช่วยเสริมเข้าไปคือการวางแผนจัดการก่อนลงมือปลูก วันนี้ปลูกอะไร สัปดาห์หน้าปลูกอะไร จำนวนกี่ต้นๆ เพื่อให้ผลผลิตที่ได้เพียงพอสอดคล้องกับความต้องการของผู้บริโภค</p>



<p>“นี่คือเศรษฐกิจใหม่ที่เราวางระบบจัดการตั้งแต่การผลิตไปจนถึงตลาดปลายทาง ทุกคนในชุมชนต่างมีส่วนร่วม มีหน้าที่ของแต่ละคนแต่ละฝ่าย ไม่ใช่แยกกันทำแยกกันขายแข่งกันเอง แต่เราใช้พลังชุมชนที่มองร่วมกันไปยังตลาดที่ใหญ่กว่า ที่ที่ผลผลิตจะให้ผลตอบแทนคุ้มค่าและยั่งยืนกว่า”</p>



<h3 class="gb-headline gb-headline-68ffe453 gb-headline-text">ในทุกวิกฤตมีโอกาส ‘ตลาดออนไลน์’ ทำยอดขายโตขึ้น 300% ช่วง COVID-19</h3>



<p>ความร่วมแรงร่วมใจและระบบจัดการที่ดี ทำให้พืชผักอินทรีย์ของชาวแม่ทาได้เข้าร่วมโครงการกับ <strong>‘ท็อป ซุปเปอร์มาร์เก็ต’</strong> จนเป็นที่นิยมของคนในวงกว้างมากขึ้น และมียอดขายที่เติบโตเป็นลำดับ ทว่า การมาถึงของ COVID-19 ที่สั่นสะเทือนระบบเศรษฐกิจไปทั่วโลก ก็เกือบทำให้สิ่งที่ชาวเกษตรอินทรีย์แม่ทาพยายามกันมาเกือบต้องจบลง</p>



<p>อย่างไรก็ตาม วิสาหกิจชุมชนแห่งนี้ได้แสดงให้เห็นถึงความสามารถในการปรับตัวอีกครั้ง โดยหันไปจับตลาดออนไลน์ และพบว่า ในยุคที่ผู้คนมีอำนาจสั่งการที่ปลายนิ้ว ‘โซเชียลมีเดีย’ ได้กลายมาเป็นตัวแปรสำคัญของโลกในวันนี้ไปแล้วอย่างถาวร</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-7f2825"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/04/12-สกู๊ปวิสาหกิจชุมชนแม่ทา-4.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p>“จากช่วงที่ได้เข้าไปขายในท็อปส์ ยอดขายเรากำลังขึ้นไม่หยุด แต่พอ COVID-19 มา ไม่มีคนออกจากบ้าน ไม่มีใครเข้าห้าง ยอดเราดิ่งไปมากกว่า 70-80% ขายไม่ออก ผักเน่า แต่ข้อดีของคนแม่ทาคือบทเรียนที่สั่งสมมาสอนให้เราปรับตัวตลอดเวลา เราจึงหันมาคิดถึงการปรับตัวอีกครั้งแล้วมุ่งไปยังตลาดออนไลน์ ซึ่งกลายเป็นว่าแค่ไม่นานยอดขายออนไลน์กระโดดแซงหน้าท็อปส์ไป 300% อย่างน่าตกใจ คนสั่งกันที 5-10 กิโลฯ เราก็ขายได้เต็มที่ เปอร์เซ็นต์สูญเสียจากผักที่เหลือเน่าเสียแทบไม่มี</p>



<p>“ผมมองว่านี่คือวิถีการเปลี่ยนผ่านของโลก และคือสิ่งที่คนทำเกษตรกรรมต้องเปลี่ยนแปลง ด้วยระบบการจัดการ การวางระบบ การปรับเปลี่ยนผสมผสานวิถีดั้งเดิมให้เข้ากับเทคโนโลยีสมัยใหม่ เหล่านี้ไม่ใช่เพียงจะทำให้เกษตรกรลืมตาอ้าปากได้เท่านั้น แต่ยังหมายถึงโอกาสที่จะทำให้ผลผลิตเดินทางไปได้ทั่วประเทศ หรือเข้าไปแข่งขันในตลาดโลกได้ในอนาคต” ผู้ประสานงานเกษตรอินทรีย์แม่ทาออร์แกนิค 1 กล่าว</p>



<p></p>



<h3 class="gb-headline gb-headline-8041c061 gb-headline-text">เมืองปลอดภัยที่ประกอบด้วยคนทุกรุ่น และพร้อมรองรับคนทุกที่</h3>



<p><strong>นายกองค์การบริหารส่วนตำบล แม่ทา 3 กนกศักดิ์ ดวงแก้วเรือน</strong> กล่าวว่า ความหมายของ ‘เศรษฐกิจใหม่’ ที่แม่ทา ไม่ได้มีแค่เกษตรอินทรีย์เพียงอย่างเดียว แต่มีอาชีพอื่นๆ ที่หลากหลาย เป็นระบบเศรษฐกิจหมุนเวียนหล่อเลี้ยงชุมชนด้วยหลักการเดียวกัน คือสร้างผลผลิตให้มูลค่าสูง เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ซึ่งในฐานะองค์กรปกครองท้องถิ่น เรามีหน้าที่วางเป้าหมายภาพใหญ่ให้ทุกคนมองไปในทางเดียวกัน</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-0871b5"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/04/12-สกู๊ปวิสาหกิจชุมชนแม่ทา-7.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p>“อนาคตของเกษตรอินทรีย์คือระบบที่จะหนุนให้คนแม่ทาอยู่ได้ แล้วเชื่อมโยงไปถึงคนที่จะเข้ามาเรียนรู้ ท่องเที่ยว หรือค้าขาย นี่คือสิ่งที่จะทำให้เศรษฐกิจเติบโต สำคัญคือเราต้องจัดการให้เบ็ดเสร็จได้ในพื้นที่ ในเมื่อเรามีจุดเด่นที่อาหารสุขภาพ และมีต้นทุนสิ่งแวดล้อมที่ดี แม่ทาจึงมองเป้าหมายที่การสร้างเมืองสุขภาพครบวงจร ที่คนสามารถเข้ามาอยู่เพื่อดูแลสุขภาพ พักฟื้น พักผ่อน เรามีพื้นที่ปลอดภัย ทั้งอาหาร สิ่งแวดล้อม เป็นเมืองปลอดภัยด้วยวิถีอินทรีย์ 100%</p>



<p>“เป้าหมายการพัฒนาของเราจะไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง ทุกกลุ่มต้องได้รับประโยชน์ เข้าใจเป้าหมายของเมืองร่วมกัน ทั้งกลุ่มเกษตรกรวัย 60 ปีขึ้นไปซึ่งเป็นแหล่งภูมิปัญญาดั้งเดิม ไปจนถึงคนวัยกลางคนที่มีหน้าที่เชื่อมโยงคนทุกรุ่น และคนรุ่นใหม่ที่ชำนาญเทคโนโลยีซึ่งต้องเข้ามาหนุน มาทดแทนกลุ่มที่โรยราไป ที่แม่ทาเรามีคนกลุ่มนี้กลับมาอยู่บ้านมากขึ้นทุกปี การจะให้เขาเริ่มต้นกับการพัฒนาพื้นที่เกษตรอินทรีย์ตั้งแต่ต้นเป็นเรื่องลำบากอยู่ แต่ถ้าให้เขาเข้ามาร่วมมือกับคนรุ่นก่อนโดยใช้สิ่งที่เขามี ที่เขาถนัด คือเรื่องระบบหรือเทคโนโลยี แผนการสร้างงานสร้างอาชีพที่รวมคนทุกรุ่นไว้ด้วยกันก็เป็นไปได้มากขึ้น” นายก อบต. แม่ทา 3 กล่าวสรุป</p>



<p></p>



<p><strong>ที่มาภาพ :</strong> เพจ กิจการเพื่อสังคม แม่ทา SE, เครือข่ายนิเวศน์ลุ่มน้ำแม่ทา, ผักออร์แกนิคแม่ทา</p>



<p><strong>ร่วมสร้างโอกาสไปกับ</strong><br><strong>กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.)</strong><br><a href="http://www.eef.or.th/donate/"><strong>www.eef.or.th/donate/</strong></a><br><strong>ธนาคารกรุงไทย สาขาซอยอารีย์</strong><br><strong>เลขที่ : 172-0-30021-6</strong><br><strong>บัญชี : กสศ.มาตรา 6(6) – เงินบริจาค</strong></p><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/success-case-maeta-se/">แนวคิดพัฒนาเศรษฐกิจใหม่ สร้างเมือง(อาหาร)ปลอดภัยรองรับอนาคต</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>คัดกรอง นร.ทุนเสมอภาค 100% แม้มีอุปสรรคเรื่องพื้นที่</title>
		<link>https://www.eef.or.th/community-panisara/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 12 Apr 2021 08:43:16 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[เรื่องเล่าจากชุมชน]]></category>
		<category><![CDATA[บทความ]]></category>
		<category><![CDATA[ทุนเสมอภาค]]></category>
		<category><![CDATA[All About EEF]]></category>
		<category><![CDATA[แม่ฮ่องสอน]]></category>
		<category><![CDATA[นักเรียนทุนเสมอภาค]]></category>
		<category><![CDATA[ปาณิสรา ทิมินกุล]]></category>
		<category><![CDATA[สพป.1]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?p=28905</guid>

					<description><![CDATA[<p>แม่ฮ่องสอนเป็นจังหวัดหนึ่งที่พื้นที่ส่วนใหญ่ปกคลุมด้วยภ [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/community-panisara/">คัดกรอง นร.ทุนเสมอภาค 100% แม้มีอุปสรรคเรื่องพื้นที่</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><span style="font-weight: 400;">แม่ฮ่องสอนเป็นจังหวัดหนึ่งที่พื้นที่ส่วนใหญ่ปกคลุมด้วยภูเขาสลับซับซ้อน การเดินทางค่อนข้างยากลำบาก อีกทั้งมีโรงเรียนเล็กๆ ห่างไกลอยู่เป็นจำนวนมาก แต่ในการทำงานของ<strong>สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาเขต </strong></span><strong>1 (สพป.1) </strong><span style="font-weight: 400;">ซึ่งครอบคลุมอำเภอเมือง ขุนยวม ปางมะผ้า และปาย รวม </span><span style="font-weight: 400;">4 </span><span style="font-weight: 400;">อำเภอ ที่แต่ละอำเภอต้องใช้เวลาอย่างน้อย </span><span style="font-weight: 400;">1 </span><span style="font-weight: 400;">ชั่วโมงครึ่งในการเดินทางถึงกัน กลับมีเปอร์เซ็นต์ในการคัดกรองน้องๆ นักเรียนทุนเสมอภาคของ กสศ. ได้ถึง </span><span style="font-weight: 400;">100% </span><span style="font-weight: 400;">เต็ม</span></p>
<p><img decoding="async" fetchpriority="high" class="aligncenter size-full wp-image-28913" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/04/06-สพป-1-แม่ฮ่องสอน-1.jpg" alt="" width="855" height="569" /></p>
<p><strong>คุณปาณิสรา ทิมินกุล หนึ่งในเจ้าหน้าที่คนสำคัญของ สพป.1 </strong><span style="font-weight: 400;">ได้กล่าวถึงรายละเอียดขั้นตอนการคัดกรองละดูแลน้องๆ กลุ่มนี้ว่า ความเข้าใจในเรื่องของอุปสรรคในการทำงานเบื้องต้น ทำให้ สพป.</span><span style="font-weight: 400;">1 </span><span style="font-weight: 400;">ร่วมกับโรงเรียนในพื้นที่ ออกแบบขั้นตอนการทำงานที่สอดรับกับปัญหา โดยอาศัยความถี่ในการติดต่อประสานงานและติดตามการทำงานอย่างละเอียดทุกขั้นตอนเป็นสำคัญ</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><b>ใช้สื่อช่วยแนะนำการทำงาน และสามารถติดต่อเจ้าหน้าที่ผ่านเบอร์ตรงได้ทุกเวลา</b></p>
<p><img decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-28910" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/04/06-สพป-1-แม่ฮ่องสอน-7.jpg" alt="" width="855" height="569" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เจ้าหน้าที่ สพป.</span><span style="font-weight: 400;">1 </span><span style="font-weight: 400;">เผยว่า ด้วยปัญหาด้านการเดินทางซึ่งต้องใช้เวลามาก ทั้งสัญญาณการสื่อสารก็ยังไม่ครอบคลุมทุกพื้นที่ จึงต้องปรับวิธีการให้เหมาะสมและเอื้อต่อการทำงานให้มากที่สุด ตั้งแต่ตั้งกลุ่มไลน์ไว้ทำงานร่วมกัน มีการอบรมครูที่ลงพื้นที่ให้เข้าใจระบบ อัพวิดีโอเกี่ยวกับเมนูต่างๆ ในระบบและอธิบายขั้นตอนการกรอกข้อมูลผ่านโซเชียลมีเดีย และมีเว็บไซต์ที่จัดทำขึ้นเพื่อเป็นคู่มือสำหรับแอดมินของโรงเรียนที่เพิ่งเข้ามารับงานใหม่ พร้อมเผยแพร่ข่าวสารประชาสัมพันธ์การดำเนินงานทุนเสมอภาค และติดตามความก้าวหน้าประสานงานระหว่างกันตลอด</span></p>
<p><img decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-28915" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/04/06-สพป-1-แม่ฮ่องสอน-2.jpg" alt="" width="855" height="569" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“สิ่งสำคัญที่เน้นย้ำคือ เราต้องกรอกข้อมูลกันล่วงหน้าก่อนถึงวันปิดระบบ เนื่องจากบางโรงเรียนสัญญาณอินเตอร์เน็ตช้ามาก หรือบางแห่งมีสัญญาณแค่บางจุด ยิ่งช่วงใกล้วันปิดระบบบางดอยเกิดไฟดับขึ้นมาก็ไม่สามารถทำงานได้ นอกจากนี้เราจะมีเจ้าหน้าที่ที่คอยเข้าไปอัพเดทข้อมูลในหน้าระบบเป็นระยะ ซึ่งถ้าเห็นว่าข้อมูลส่วนไหนยังไม่ครบ เราก็จะทำไปพร้อมๆ กันกับแอดมินของโรงเรียนทันที”</span></p>
<p><img decoding="async" loading="lazy" class="aligncenter size-full wp-image-28914" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/04/06-สพป-1-แม่ฮ่องสอน-3.jpg" alt="" width="855" height="569" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">การตรวจสอบเป็นระยะทำให้เห็นได้ทันทีว่าโรงเรียนไหนกรอกข้อมูลเรียบร้อยแล้ว หรือโรงเรียนไหนข้อมูลยังไม่ขยับ หากเป็นอย่างหลัง เจ้าหน้าที่เขตจะต่อสายตรงถึงโรงเรียนเพื่อรับทราบปัญหาและแก้ไขกันทันที จะไม่มีการปล่อยให้ทางโรงเรียนต้องทำงานกันลำพังตั้งแต่วันแรกจนวันสุดท้าย</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“เราจะติดตาม คอยกระตุ้น แล้วหากเกิดปัญหาแม้เพียงเรื่องเล็กน้อย โรงเรียนก็สามารถติดต่อเราได้ตลอดเวลาผ่านเบอร์ส่วนตัวของเจ้าหน้าที่ ซึ่ง</span><b>ทุกคนเข้าใจร่วมกันว่าการทำงานอย่างกัลยาณมิตรของพวกเราทุกฝ่าย พร้อมรับฟังแก้ไขทุกปัญหาไปด้วยกัน จะทำให้ครูเขากล้าที่จะถาม แล้วส่วนไหนที่ไม่เข้าใจเขาจะไม่ปล่อยทิ้งไว้ ตรงนี้ทำให้เราสามารถคัดกรองนักเรียนทุนเสมอภาคได้ </b><b>100%</b><span style="font-weight: 400;">” คุณปาณิสรากล่าว</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<h3>ครูติดตามเยี่ยมบ้านนักเรียนสม่ำเสมอ แม้หลังช่วงการคัดกรอง เฝ้าระวังเด็กหลุดกลางคัน</h3>
<p><img decoding="async" loading="lazy" class="aligncenter size-full wp-image-28911" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/04/06-สพป-1-แม่ฮ่องสอน-6.jpg" alt="" width="855" height="569" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เจ้าหน้าที่ สพป.</span><span style="font-weight: 400;">1</span><span style="font-weight: 400;"> กล่าวต่อไปว่า หลังการคัดกรองนักเรียนทุนเสมอภาคผ่านไป ทางเขตและโรงเรียนในพื้นที่ยังมีระบบดูแลช่วยเหลือน้องๆ โดยจะมีการติดตามโดยให้ครูลงพื้นที่เยี่ยมบ้านเด็กๆ ต่อเนื่อง ซึ่งเป็นนโยบายในการเฝ้าระวังไม่ให้เกิดปัญหาเด็กหลุดจากระบบการศึกษากลางคัน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“เราประสานกับครูในการลงพื้นที่คอยดูเด็กๆ ตลอด เผื่อว่าเมื่อเขามีปัญหาอะไรจะได้ช่วยเหลือเด็กได้ทันที โดยเฉพาะคนที่ขาดเรียนบ่อย ๆ ซึ่งหากคนไหนที่พบว่าไม่สามารถไปโรงเรียนต่อเนื่องได้จริงๆ ก็จะประสานกับทาง กศน. เพื่อส่งเด็กต่อ เราดูทุกคนแล้วพิจารณาเป็นรายกรณีไป อย่างน้อยให้เขาได้เรียนต่อและมีวุฒิการศึกษา</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<h3>เตรียมแผนรับปีการศึกษาหน้า หลัง COVID-19 ส่งผลให้กลุ่มเสี่ยงมีเพิ่มขึ้น</h3>
<p><img decoding="async" loading="lazy" class="aligncenter size-full wp-image-28912" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/04/06-สพป-1-แม่ฮ่องสอน-5.jpg" alt="" width="855" height="569" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ด้วยปัญหาจากสถานการณ์ </span><span style="font-weight: 400;">COVID-19 </span><span style="font-weight: 400;">ทาง สพป.</span><span style="font-weight: 400;">1 </span><span style="font-weight: 400;">มองว่าปีการศึกษาหน้าจะมีเด็กที่อยู่ในกลุ่มเสี่ยงหลุดจากระบบการศึกษาเพิ่มขึ้น ช่วงเวลานี้จึงได้มีการสำรวจรายชื่อเด็กๆ ทุกกลุ่ม ทั้งกลุ่มใหม่ที่ทยอยตามผู้ปกครองกลับมาในพื้นที่ รวมถึงกลุ่มนักเรียนที่มีพื้นที่อาศัยอยู่ในประเทศเพื่อนบ้าน ซึ่งไม่สามารถข้ามกลับมาเรียนได้</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“โรงเรียนของเราส่วนใหญ่จะอยู่ในพื้นที่ชายแดน บางทีเด็กหายไปบ้าง มาบ้าง อย่างช่วงนี้ก็มีเด็กเยอะเลยที่ตกค้างอยู่ฝั่งประเทศเขา พวกนี้คือเขาข้ามแดนมาเรียน หรือในปีการศึกษาหน้าที่จะถึงนี้ เชื่อว่ามีเด็กอีกมากที่ต้องได้รับความช่วยเหลือจากสถานการณ์ COVID-19</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“อย่างแรกเราก็ต้องดูแลเด็กส่วนที่อยู่ในประเทศให้เต็มที่ก่อน ว่าเขาได้รับการคัดกรองครบถ้วนหรือยัง พอได้ข้อมูลครบ เราก็จะวางแผนขั้นต่อไปว่าเด็กมีจำนวนเท่าไหร่ มีใครบ้าง ตรงนี้เราก็อาศัยครูในพื้นที่ที่เขาติดตามดูแลเด็กๆ เป็นประจำ ประกอบกับระบบดูแลที่เราทำมาตลอด เจ้าหน้าที่ทุกคนก็คาดหวังว่าจะค้นหาและดูแลน้องๆ ในพื้นที่จังหวัดแม่ฮ่องสอน ให้เขาได้รับโอกาสทางการศึกษาได้มากที่สุด” คุณปาณิสรา ทิมินกุล กล่าว</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><strong>ร่วมสร้างโอกาสไปกับ</strong><br />
<strong>กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.)</strong><br />
<a href="http://www.eef.or.th/donate/"><strong>www.eef.or.th/donate/</strong></a><br />
<strong>ธนาคารกรุงไทย สาขาซอยอารีย์</strong><br />
<strong>เลขที่ : 172-0-30021-6</strong><br />
<strong>บัญชี : กสศ.มาตรา 6(6) – เงินบริจาค</strong></p><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/community-panisara/">คัดกรอง นร.ทุนเสมอภาค 100% แม้มีอุปสรรคเรื่องพื้นที่</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ใช้ชุมชนเป็นฐานสร้างความมั่นคงทางเศรษฐกิจอย่างยั่งยืน</title>
		<link>https://www.eef.or.th/community-nongsanit/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 30 Mar 2021 04:11:30 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[เรื่องเล่าจากชุมชน]]></category>
		<category><![CDATA[ทุนเสมอภาค]]></category>
		<category><![CDATA[สหกรณ์การเกษตรพืชผักอินทรีย์หนองสนิท]]></category>
		<category><![CDATA[สมเกียรติ สาระ]]></category>
		<category><![CDATA[โครงการทุนพัฒนาอาชีพและนวัตกรรมที่ใช้ชุมชนเป็นฐาน ปี2563]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?p=28417</guid>

					<description><![CDATA[<p>สหกรณ์การเกษตรพืชผักอินทรีย์หนองสนิท คือหนึ่งในการรวมตั [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/community-nongsanit/">ใช้ชุมชนเป็นฐานสร้างความมั่นคงทางเศรษฐกิจอย่างยั่งยืน</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><span style="font-weight: 400;"><strong>สหกรณ์การเกษตรพืชผักอินทรีย์หนองสนิท</strong> คือหนึ่งในการรวมตัวของคนในพื้นที่ ใน<strong>โครงการทุนพัฒนาอาชีพและนวัตกรรมที่ใช้ชุมชนเป็นฐาน</strong> ที่ประสบผลสำเร็จที่สุดแห่งหนึ่ง โดยโครงการในขวบปีแรกสามารถสร้างงานสร้างอาชีพให้กับกลุ่มเป้าหมายมากกว่า 100 คน ด้วยรายได้ที่เพิ่มขึ้นราว 1, 200 บาทต่อคน/สัปดาห์ แม้เป็นช่วงเวลาที่ต้องเผชิญกับวิกฤต COVID-19</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ขณะที่นอกเหนือไปจากการเป็นที่พึ่งพิงของประชากรวัยแรงงานแล้ว ผลจากโครงการยังสามารถสะท้อนไปถึงกลุ่มเด็กนักเรียนทุนเสมอภาค ที่เคยสุ่มเสี่ยงต่อการหลุดออกจากระบบการศึกษา ที่มีจุดเริ่มต้นมาจากการขาดแคลนทุนทรัพย์</span></p>
<p><img decoding="async" loading="lazy" class="aligncenter size-full wp-image-28423" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/03/30-ดูแลครอบครัวนักเรียนทุน-4.jpg" alt="" width="855" height="569" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;"><strong>สมเกียรติ สาระ หัวหน้าสำนักปลัด อบต. หนองสนิท จ.สุรินทร์ ผู้รับผิดชอบโครงการ ฯ</strong> กล่าวว่า นับตั้งแต่เริ่มต้นรวบรวมสมาชิกเข้ามาสู่กลุ่มพัฒนาอาชีพ โครงการฯ ได้วางกลุ่มเป้าหมายหลักไว้คือกลุ่มแม่บ้านที่มีบุตรหลานในวัยเรียน รวมถึงส่วนใหญ่ยังมีผู้สูงอายุอยู่ในบ้านด้วย ซึ่งที่ผ่านมา ความที่เป็นครอบครัวแหว่งกลาง แม่บ้านกลุ่มนี้จึงต้องทำงานนอกบ้านและผลักภาระในการดูแลบุตรหลานไปที่ผู้สูงอายุ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ขณะที่แม้จะทุ่มเททำงานอย่างหนัก รายได้ก็ไม่เคยแน่นอน เด็กๆ ในบางครอบครัวจึงจำเป็นต้องออกไปช่วยผู้ปกครองทำงานหาเงินอีกแรงหนึ่ง นำมาซึ่งการขาดเรียนบ่อยๆ ทำให้เรียนไม่ทันเพื่อน ผลการเรียนตกต่ำ และในที่สุดก็มองไม่เห็นว่าจะไปต่อได้อย่างไรบนเส้นทางการศึกษา</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“ทุกคนในครอบครัวเหล่านี้มักต้องจมอยู่กับความเครียดกังวลเรื่องปากท้อง มีหนี้สิน หรือปัญหารายได้ไม่พอรายจ่ายอยู่ตลอดเวลา ผลการเรียนของเด็กกลุ่มนี้จึงต่ำกว่ามาตรฐานมาก บางคนที่ขาดเรียนบ่อยเข้าก็ไม่ได้ไปสอบ ไม่ตามงาน แล้วก็ตัดสินใจเลิกเรียนไปเอง” หัวหน้าสำนักปลัด อบต. หนองสนิท กล่าว</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<h3>ปรับทัศนคติ สร้างแรงบันดาลใจให้พัฒนาตนเอง</h3>
<p><img decoding="async" loading="lazy" class="aligncenter size-full wp-image-28420" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/03/30-ดูแลครอบครัวนักเรียนทุน-2.jpg" alt="" width="855" height="569" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">พอชุมชนของเรามองเห็นปัญหาร่วมกันแล้ว ก็มาคิดกันว่าจะต้องทำให้กลุ่มเป้าหมายมีอาชีพเลี้ยงตัวได้เร็วที่สุด โดยโครงการฯ เราเห็นว่าการทำเกษตรอินทรีย์ที่เรามีชุมชนเป็นฐานพร้อมรองรับทั้งความรู้ พื้นที่ และต้นทุนอื่นๆ คือทางออกที่จะพาให้ไปถึงเป้าหมายได้ แต่ก่อนไปถึงตรงนั้น เราต้องเริ่มที่การปรับทัศนคติ สร้างแรงบันดาลใจให้กลุ่มเป้าหมายมองเห็นว่าต้นทุนที่เขามีในชุมชนจะช่วยสร้างงาน สร้างอาชีพได้จริง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“วิธีที่เราใช้คือแบ่งกลุ่มเป้าหมายเป็นกลุ่มย่อย กลุ่มละ 5-6 คน คละคนที่มีทักษะ วิธีคิด และประสบการณ์รวมกับคนที่ยังไม่เคยผ่านงานด้านเกษตรอินทรีย์มาก่อน เพื่อให้เกิดกระบวนการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ การดูแลและหนุนเสริมผลักดันระหว่างกันในหมู่สมาชิกกลุ่ม พร้อมกันนั้นคือมุ่งหาความถนัด จุดเด่น และสิ่งที่กลุ่มเป้าหมายสนใจให้พบ ตลอดจนหาวิธีการที่น่าสนใจในการสร้างความรู้ ความสนในงานด้านการเกษตร และต้องทำให้ทุกคนมีแรงบันดาลใจเป็นพลังขับเคลื่อนในการพัฒนาตนเอง”</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ในเวลาไม่นาน กลุ่มเป้าหมายที่ไม่เคยคิดว่าตนจะสามารถทำการเกษตรได้ ก็กลับกลายมาเป็นคนชอบปลูกผักและหารายได้จากการทำเกษตรอินทรีย์ได้ หรือบางส่วนที่ยังค้นหาตนเองไม่พบจริงๆ ทางโครงการฯ ก็สนับสนุนให้เปิดร้านขายอาหารและร้านขายน้ำในพื้นที่โครงการฯ บ้างกลายเป็นอาชีพหลัก บ้างก็เป็นงานเสริม ซึ่งช่วยขจัดความเครียดกังวลที่สะสมเรื้อรังมานานได้ ส่วนในกลุ่มที่ยังไม่พร้อมปลูกผักขาย ก็เริ่มทดลองทำแปลงผักเล็กๆ ในบริเวณบ้านไว้บริโภคเอง ซึ่งถึงแม้ยังไม่ก่อรายได้แต่ก็ช่วยลดรายจ่ายค่าอาหารในแต่ละเดือน จนมีเงินเหลือพอสะสมเพิ่มขึ้น</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<h3>ไม่ใช่แค่งานหรือรายได้ หากสิ่งสำคัญที่เพิ่มเติมขึ้นมาคือ ‘เวลา’</h3>
<p><img decoding="async" loading="lazy" class="aligncenter size-full wp-image-28421" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/03/30-ดูแลครอบครัวนักเรียนทุน-6.jpg" alt="" width="855" height="569" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ผู้รับผิดชอบโครงการฯ สหกรณ์การเกษตรพืชผักอินทรีย์หนองสนิท กล่าวว่า การทำโครงการฯ ขึ้นมา ในทีแรกเราคิดเพียงว่าจะต้องทำให้กลุ่มเป้าหมายมีงานทำ มีรายได้เลี้ยงดูครอบครัวที่แน่นอน แต่กลับกลายเป็นว่ามีผลลัพธ์หนึ่งที่สะท้อนให้เห็น หลังจากที่กลุ่มเป้าหมายมีความมั่นคงทางเศรษฐกิจมากขึ้น คือผลการเรียนของเด็กๆ ที่ดีขึ้น เนื่องจากได้ไปโรงเรียนอย่างสม่ำเสมอ และมีผู้ปกครองช่วยดูแลเรื่องการบ้านการเรียนอย่างใกล้ชิด ซึ่งทั้งหมดนั้นเป็นผลมาจากการที่กลุ่มเป้าหมายมี ‘เวลา’ เพิ่มมากขึ้น</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“เราได้เห็นความเปลี่ยนแปลงจากกลุ่มเป้าหมายว่าการปลูกผักอินทรีย์ไม่เพียงก่อรายได้ แต่ยังทำให้พวกเขามีเวลาคุณภาพเพิ่มขึ้น ไม่ต้องออกจากบ้านแต่เช้ากลับดึกดื่นเหมือนอย่างเคย สิ่งที่ตามมาคือความสัมพันธ์ในครอบครัวเขาก็ดีขึ้นไปด้วย นั่นเองที่กลายเป็นจุดเริ่มต้นความเปลี่ยนแปลงที่ส่งผลไปถึงเด็กๆ เพราะเวลาที่เพิ่มขึ้นมาทำให้พวกเขาได้รับการเอาใจใส่เรื่องเรียนจากผู้ปกครองมากกว่าเมื่อก่อน ส่วนรายได้ที่เพียงพอก็ทำให้ไม่ต้องออกไปช่วยทำงานหาเงิน เด็กมีเวลาเรียนมากขึ้น ไม่เครียดกังวลก็มีสมาธิ เรียนทันเพื่อน มีผลการเรียนดีขึ้น โอกาสออกจากโรงเรียนกลางคันก็ลดลง”</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<h3>มุ่งค้นหากลุ่มเป้าหมายที่มีเด็กๆ ทุนเสมอภาคเพิ่มขึ้น</h3>
<p><img decoding="async" loading="lazy" class="aligncenter size-full wp-image-28422" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/03/30-ดูแลครอบครัวนักเรียนทุน-3.jpg" alt="" width="855" height="569" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">และจากผลลัพธ์ในปีแรก การก้าวสู่ปีที่สองของโครงการฯ จึงได้มีการสำรวจกลุ่มเป้าหมายที่มีบุตรหลานวัยเรียน โดยเฉพาะในกลุ่มทุนเสมอภาคของ กสศ. มากขึ้น เพื่อรับทราบปัญหา และเชิญชวนให้เข้ารับการอบรมฝึกอาชีพในสหกรณ์ชุมชนพืชผักหนองสนิทต่อไป</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“ตอนนี้เรามั่นใจว่า สิ่งสำคัญที่สุดที่พวกเขาจะได้รับจากการเข้าร่วมโครงการคือ ‘คุณภาพชีวิต’ ซึ่งหมายความรวมหมดทั้งงานอาชีพ รายได้ที่เพียงพอ เวลา และบรรยากาศการสื่อสารที่ดีในครอบครัว ในชุมชน เมื่อมีสิ่งเหล่านี้ในชุมชนใดก็ตาม เด็กๆ ก็จะไปโรงเรียนได้อย่างไม่กังวล คนวัยแรงงานก็อยู่ได้อย่างสบายใจ ด้วยความเชื่อที่ว่า อย่างน้อยถ้าบ้านเรายังมีผัก มีน้ำพริก มีไก่ มีไข่ เราก็อยู่ได้โดยไม่ต้องกลัววิกฤตเรื่องปากท้องอีก แม้ว่าสถานการณ์เศรษฐกิจโดยรวมของประเทศจะเป็นขาลงก็ตาม” หัวหน้าสำนักปลัด อบต. หนองสนิท กล่าว</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><strong>ร่วมสร้างโอกาสไปกับ</strong><br />
<strong>กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.)</strong><br />
<a href="http://www.eef.or.th/donate/"><strong>www.eef.or.th/donate/</strong></a><br />
<strong>ธนาคารกรุงไทย สาขาซอยอารีย์</strong><br />
<strong>เลขที่ : 172-0-30021-6</strong><br />
<strong>บัญชี : กสศ.มาตรา 6(6) – เงินบริจาค</strong></p><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/community-nongsanit/">ใช้ชุมชนเป็นฐานสร้างความมั่นคงทางเศรษฐกิจอย่างยั่งยืน</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ครู-นักเรียน ในพื้นที่สีแดงรับ ‘กล่องดำ’ ช่วยเปิดประสบการณ์การเรียนรู้ด้วยตัวเอง</title>
		<link>https://www.eef.or.th/community-black-box/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 26 Mar 2021 09:47:03 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[เรื่องเล่าจากชุมชน]]></category>
		<category><![CDATA[โรงเรียนบ้านอ้อมโรงหีบ]]></category>
		<category><![CDATA[โรงเรียนบ้านชายทะเลบางกระเจ้า]]></category>
		<category><![CDATA[เบญจมาศ เดชเกตุ]]></category>
		<category><![CDATA[อรอุมา แจ่มเจ็ดริ้ว]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?p=28344</guid>

					<description><![CDATA[<p>เป็นเวลาร่วมกว่า 3 เดือนครึ่งมาแล้ว ที่โรงเรียนในจังหวั [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/community-black-box/">ครู-นักเรียน ในพื้นที่สีแดงรับ ‘กล่องดำ’ ช่วยเปิดประสบการณ์การเรียนรู้ด้วยตัวเอง</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><span style="font-weight: 400;">เป็นเวลาร่วมกว่า 3</span><span style="font-weight: 400;"> </span><span style="font-weight: 400;">เดือนครึ่งมาแล้ว ที่โรงเรียนในจังหวัดสมุทรสาครต้องปิดเรียน ด้วยผลกระทบจากการแพร่ระบาดรอบใหม่ของ </span><span style="font-weight: 400;">COVID-19</span><span style="font-weight: 400;"> ขณะที่ โครงการ</span><span style="font-weight: 400;">พัฒนาครูและโรงเรียนเพื่อยกระดับคุณภาพการศึกษาอย่างต่อเนื่อง(TSQP) โดย กสศ. ได้ทำการเปิดตัว</span><span style="font-weight: 400;">สื่อการเรียนรู้ด้วยตัวเองในศตวรรษที่ 21 หรือ ‘Blackbox’ ซึ่งได้ส่งมอบให้กับโรงเรียนนำร่องในพื้นที่ต่าง ๆ ที่ได้รับผลจากวิกฤต COVID-19 ในระดับต่าง ๆ กัน ด้วยเชื่อว่าชุดการเรียนรู้ด้วยตัวเองที่พัฒนาขึ้น จะสามารถเป็นส่วนหนึ่งของการขับเคลื่อนให้การศึกษาของเด็กและเยาวชนเดินหน้าต่อไปได้ แม้ว่าโรงเรียนยังคงต้องปิดการเรียนการสอนต่อไปก็ตาม</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;"><strong>ครูเบญจมาศ เดชเกตุ โรงเรียนบ้านชายทะเลบางกระเจ้า ต.บางกระเจ้า อ.เมือง จ.สมุทรสาคร</strong> โรงเรียนในพื้นที่สีแดงที่ยังต้องเลื่อนการเปิดเรียนออกไปจนถึงสิ้นเดือนกุมภาพันธ์ กล่าวถึงการจัดการศึกษาในช่วงที่โรงเรียนปิดว่า ได้แบ่งการเรียนการสอนเป็น 2 รูปแบบหลัก คืออนุบาลถึงชั้น ป.5 ใช้วิธีให้ใบงานกลับไปทำ โดยเด็กจะเข้ามารับและส่งงานที่โรงเรียนเป็นรายสัปดาห์และรายเดือน ส่วนชั้น ป.6 ซึ่งเป็นเด็กโตจะใช้วิธีเรียนออนไลน์ แต่ก็ยังมีข้อจำกัดคือมีนักเรียนส่วนหนึ่งไม่มีเครื่องมือสื่อสารรองรับ ทางโรงเรียนก็จะหันมาใช้วิธีให้ใบงานแทน</span></p>
<p><img decoding="async" loading="lazy" class="aligncenter size-full wp-image-28347" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/03/กล่องดำเปิดประสบการณ์_6.png" alt="" width="855" height="569" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">สำหรับสื่อการเรียนรู้ด้วยตัวเองในศตวรรษที่ 21 หรือ ‘กล่องดำ’ ที่ กสศ. จัดทำขึ้นและมอบให้ทางโรงเรียนส่งต่อไปยังนักเรียนทุนเสมอภาค 12 กล่อง ครูเบญจมาศมองว่าเป็นสื่อการเรียนรู้ด้วยตนเองที่เข้ามาช่วยเติมเต็มให้เด็ก ๆ ในช่วงที่ต้องเรียนจากที่บ้านได้ โดยครูและผู้ปกครองจะต้องเป็นผู้นำการเรียนรู้และที่ปรึกษาให้เด็ก</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“ตั้งแต่ได้รับ เด็ก ๆ ให้ความสนใจมาก โดยเฉพาะการได้เรียนรู้อุปกรณ์บางชิ้นที่เขาไม่เคยใช้มาก่อน อย่างกล้องจุลทรรศน์   แต่แรก ๆ เขาจะยังสับสนว่าต้องเริ่มต้นยังไง ใช้อุปกรณ์ยังไง หรือทำอะไรบ้าง ตรงนี้เราต้องคุยกับผู้ปกครองให้ช่วยดูแลเด็กให้ทำงานได้ตามหน่วยการเรียนรู้ และคอยเป็นที่ปรึกษา ประเมินผลเบื้องต้น และนัดแนะวันส่งงาน โดยเราจะใช้วิธีส่งงานผ่านกลุ่มไลน์ที่ใช้สื่อสารกับเด็ก ๆ เป็นประจำอยู่แล้ว นอกจากนี้เด็ก ๆ ยังสามารถสอบถามเพิ่มเติมเมื่อต้องการคำแนะนำเพิ่มเติมจากครูประจำชั้นได้อีกด้วย”</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ครูเบญจมาศกล่าวว่า การเรียนรู้ด้วยตัวเองในช่วงแรกจะให้นักเรียนค่อย ๆ ทำความเข้าใจบทเรียนทีละหน่วย โดยยังไม่เคร่งครัดให้เด็กต้องส่งงานตามเวลา แต่จะพยายามให้จบได้ 1 หน่วยต่อ 1 สัปดาห์ ซึ่งข้อดีของกล่องดำคือการเรียนรู้สามารถเกิดขึ้นในเวลาใดของวันก็ได้ อันเป็นผลดีกับตัวเด็กเพราะเขายังมีงานหรือการบ้านในส่วนอื่นทำควบคู่ไป ส่วนผู้ปกครองก็สะดวกเช่นกันเพราะเขาจะช่วยเป็นที่ปรึกษาให้เด็กได้ในเวลาว่าง ซึ่งต่างกับการเรียนออนไลน์ที่มีเวลาเรียนเฉพาะเจาะจง</span></p>
<p><img decoding="async" loading="lazy" class="aligncenter size-full wp-image-28350" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/03/กล่องดำเปิดประสบการณ์_3.png" alt="" width="855" height="569" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“เรามองว่ากล่องดำช่วยการเรียนรู้ในเรื่องวิชาการได้มาก เช่นในบทเรียน ‘ฉันคือใคร’ เด็กจะได้เรียนรู้เรื่องครอบครัว ถิ่นฐานชุมชนของตนเอง หรือบทเรียนอื่น ๆ ก็มีการบูรณาการวิชาภาษาอังกฤษ วิทยาศาสตร์ สังคมเข้าไปด้วย ตอนนี้เด็ก ๆ จึงได้ใช้เวลาว่างไปกับการทำสวนถาด สำรวจพืชสมุนไพร ค้นคว้าเรื่องราวและสภาพแวดล้อมรอบ ๆ ตัวของเขา</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“ส่วนอุปสรรคในตอนแรกก็มีอยู่บ้าง เพราะเมื่อเด็ก ๆ ตีความโจทย์เองเขาจะคิดไปใหญ่โตเกินตัว สงสัยว่าต้องหาอุปกรณ์จากที่ไหนมาทำงานเพิ่ม ครูก็ต้องคอยแนะนำว่าเราสามารถดัดแปลงหรือประยุกต์เอาจากสิ่งรอบตัวมาทำได้ เพื่อให้ชิ้นงานเกิดจากความสร้างสรรค์ด้วยวัสดุที่มี ทำให้ชิ้นงานนั้นมีลักษณะเฉพาะของเราจริง ๆ โดยรวมแล้วกล่องดำจึงถือเป็นสื่อที่ช่วยกระตุ้นให้เกิดการเรียนรู้ด้วยตัวเองที่เด็ก ๆ ชอบและสนุกกันทุกคน” ครูเบญจมาศกล่าว</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<h3>ต้นแบบการสร้างทักษะเรียนรู้ด้วยตัวเองที่จะต่อยอดไปสู่นักเรียนกลุ่มอื่น ๆ ต่อไป</h3>
<p><img decoding="async" loading="lazy" class="aligncenter size-full wp-image-28348" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/03/กล่องดำเปิดประสบการณ์_4.png" alt="" width="855" height="569" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;"><strong>อรอุมา แจ่มเจ็ดริ้ว ผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านอ้อมโรงหีบ ต.บ้านเกาะ อ.เมือง จ.สมุทรสาคร</strong> กล่าวว่าชุดการเรียนรู้ด้วยตัวเองในกล่องดำ ช่วยเปิดโอกาสทางการศึกษาให้เด็ก ๆ ในช่วงที่ต้องปิดโรงเรียนจากการแพร่ระบาดของ COVID-19 ได้เป็นอย่างดี ด้วยบทเรียนที่หลากหลายซึ่งบูรณาการจากทุกกลุ่มสาระวิชาที่จำเป็น ทำให้นักเรียนสามารถศึกษา ค้นคว้า ทดลองปฏิบัติด้วยตนเองผ่านประสบการณ์ที่ได้รับจากสิ่งแวดล้อมในละแวกบ้าน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“ข้อดีของกล่องดำคือเด็ก ๆ จะได้เริ่มต้นเรียนรู้จากความสนใจส่วนตัว โดยเขาสามารถเลือกบทเรียนที่ชอบ จึงเป็นการกระตุ้นให้เกิดความกระตือรือร้นและสนุกสนาน ขณะที่ผู้ปกครองเองก็ให้ความสนใจและพร้อมเป็นที่ปรึกษาให้เด็ก เนื่องจากเป็นชุดการเรียนรู้ที่แปลกใหม่ เราในฐานะทีมงานของโรงเรียนที่เป็นฝ่ายติดตามการเรียนรู้ และสื่อสารกับเด็กและผู้ปกครองเองก็ได้เห็นว่าเด็ก ๆ ตื่นเต้นที่จะได้เรียน ซึ่งแต่ละคนก็จะเลือกชุดการเรียนรู้ที่แตกต่างกันไป แต่ส่วนใหญ่เขาจะชอบเรื่องการปลูกผักสวนครัว เพราะเป็นสิ่งใกล้ตัวที่มีความคุ้นชินอยู่แล้ว”</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านอ้อมโรงหีบ กล่าวว่า สื่อการเรียนรู้ด้วยตัวเองที่มีจุดเริ่มจากความพยายามทำให้การเรียนรู้เดินต่อไปได้ในช่วงที่โรงเรียนปิดนี้ ถือเป็นต้นแบบที่ดี โดยนอกจากการติดตามบันทึกผลการเรียนรู้ ทางโรงเรียนยังได้ทำแบบฟอร์มสำรวจเด็กและผู้ปกครอง เพื่อสรุปผลในโอกาสต่อไปว่า กล่องดำจะส่งผลในเชิงบวกกับนักเรียนได้ยังไงบ้าง แล้วหลังจากที่โรงเรียนเปิดเรียนได้ จะให้นักเรียนที่ได้รับกล่องดำมาแบ่งปันประสบการณ์การเรียนด้วยตนเองให้ครูและเพื่อน ๆ ฟัง จากนั้นโรงเรียนจะนำผลที่ได้ไปวิเคราะห์เพื่อพัฒนาชุดการเรียนรู้ด้วยตนเองสำหรับนักเรียนกลุ่มอื่น ๆ ด้วย ในฐานะผู้บริหารโรงเรียนจึงต้องขอขอบคุณ กสศ. ที่ได้มอบโอกาสให้นักเรียนและคณะครูได้เปิดประสบการณ์การเรียนรู้ใหม่ ๆ ในช่วงวิกฤตทางการศึกษาครั้งนี้</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<h3>จากบทเรียนสู่การสร้างพื้นฐานที่สามารถนำไปต่อยอดเป็นอาชีพได้</h3>
<p><img decoding="async" loading="lazy" class="aligncenter size-full wp-image-28349" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/03/กล่องดำเปิดประสบการณ์_5.png" alt="" width="855" height="569" /></p>
<p><strong>น้องปอน ด.ญ.วราภรณ์​  สิงห์โต​ ชั้นประถมศึกษาปีที่​ 6​  โรงเรียนบ้านอ้อมโรงหีบ</strong><span style="font-weight: 400;">​</span><span style="font-weight: 400;"> กล่าวว่าปกติแล้วชอบการศึกษาค้นคว้าความรู้ด้วยตนเอง โดยเฉพาะการอ่านหนังสือในห้องสมุดในเรื่องราวที่นอกเหนือจากบทเรียน แต่พอโรงเรียนปิดก็ไม่สามารถทำได้ แต่เมื่อได้รับกล่องดำมาและเรียนรู้บทเรียนต่าง ๆ ก็รู้สึกชอบ และเห็นว่ามีกิจกรรมหลายอย่างที่ช่วยพัฒนาทักษะซึ่งจะนำไปสู่การทำอาชีพได้ จากอุปกรณ์เล็ก ๆ ที่ให้มา ทำให้เกิดการเรียนรู้อย่างผสมผสาน บทเรียนหนึ่งสามารถประยุกต์ทำได้หลายวิธี</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“คิดว่าอุปกรณ์และบทเรียนในกล่องดำน่าสนใจมาก ยิ่งมีคู่มือแนะนำมาให้ การทำงานกิจกรรมต่าง ๆ ก็ทำได้สะดวกและสนุก อย่างการเรียนเกี่ยวกับบ้านหรือชุมชนของเราก็เป็นการเรียนที่แปลกใหม่ ทำให้รู้หลายอย่างที่เราไม่รู้มาก่อน หรือกิจกรรมสวนถาดแสนสนุกก็มีอุปกรณ์ตกแต่งมาให้ ทำให้เรามีความคิดใหม่ ๆ ในการทำสวนถาดเล็ก ๆ ที่แตกต่างกันไป คิดว่าถ้าเราทำต่อเนื่องไปจนชำนาญ ก็จะสามารถต่อยอดเป็นอาชีพเสริมได้ด้วย” น้องปอนกล่าว</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;"><strong>สุวิทย์ สิงห์โต ผู้ปกครองของ ด.ญ.วราภรณ์</strong> การให้งานเด็กกลับมาทำที่บ้านพร้อมกับสื่อการเรียนรู้ด้วยตัวเองหรือกล่องดำ ทำให้ผู้ปกครองสามารถใช้เวลาว่างจากการทำงานช่วยให้คำปรึกษาแนะนำเด็กได้</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“โดยปกติต้องทำงานเกือบทุกวัน ไม่มีเวลาดูแลเรื่องการเรียนลูกใกล้ชิดเท่าไหร่ แต่ในช่วงนี้มีการเรียนรู้ด้วยตัวเองที่บ้านซึ่งเด็กเลือกเวลาเรียนได้ด้วยตัวเอง เราก็สามารถช่วยเรื่องการเรียนรู้ของเขาได้ในเวลาที่สะดวก เช่นหลังเลิกงาน หรือในวันหยุด ซึ่งส่วนใหญ่น้องปอนจะพยายามเรียนรู้ด้วยตัวเองก่อน แต่ในเรื่องที่เขาไม่เข้าใจก็จะมาถาม เราก็จะช่วยหาคำตอบให้ หรือในบทเรียนจากกล่องดำเรื่องการทำความรู้จักกับครอบครัวและชุมชน เราก็ต้องช่วยอธิบายให้เขาเข้าใจถึงความเป็นมาของตัวเขาและชุมชนของเรา ในทางหนึ่งก็นับได้ว่าทำให้ครอบครัวมีเวลาใกล้ชิดกันมากขึ้น” ผู้ปกครองของ ด.ญ.วราภรณ์ กล่าว</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><strong>ร่วมสร้างโอกาสไปกับ</strong><br />
<strong>กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.)</strong><br />
<a href="http://www.eef.or.th/donate/"><strong>www.eef.or.th/donate/</strong></a><br />
<strong>ธนาคารกรุงไทย สาขาซอยอารีย์</strong><br />
<strong>เลขที่ : 172-0-30021-6</strong><br />
<strong>บัญชี : กสศ.มาตรา 6(6) – เงินบริจาค</strong></p><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/community-black-box/">ครู-นักเรียน ในพื้นที่สีแดงรับ ‘กล่องดำ’ ช่วยเปิดประสบการณ์การเรียนรู้ด้วยตัวเอง</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ความร่วมมือของคนในชุมชนจะช่วยทำให้แก้ปัญหาได้ง่ายขึ้น</title>
		<link>https://www.eef.or.th/community-khani-son-tailor/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 25 Mar 2021 09:45:26 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[เรื่องเล่าจากชุมชน]]></category>
		<category><![CDATA[คณิศร ปัญญาวงศ์]]></category>
		<category><![CDATA[น่าน]]></category>
		<category><![CDATA[โครงการจัดการศึกษาเชิงพื้นที่เพื่อความเสมอภาคทางการศึกษากาญจนบุรี]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?p=28326</guid>

					<description><![CDATA[<p>สิ่งสำคัญคือความร่วมมือของคนในชุมชนที่จะเข้ามามีส่วนช่ว [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/community-khani-son-tailor/">ความร่วมมือของคนในชุมชนจะช่วยทำให้แก้ปัญหาได้ง่ายขึ้น</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<blockquote><p><span style="font-weight: 400;">สิ่งสำคัญคือความร่วมมือของคนในชุมชนที่จะเข้ามามีส่วนช่วยเหลือสนับสนุนแก้ไขปัญหาตรงนี้ เพราะในพื้นที่ก็มีห้างร้าน ภาคธุรกิจ และ เอกชน จำนวนมาที่สามารถเข้ามาสนับสนุนช่วยเหลือเด็กๆ ทั้ง ร้านซ่อมแอร์ อู่ซ่อมรถ ซึ่งหากรับเด็กมาฝึกงาน เด็กก็จะได้รับความรู้ติดตัว เริ่มจากเป็นลูกมือก่อนอีกหน่อยเมื่อชำนาญก็สามารถออกไปเป็นผู้ประกอบการเองได้</span></p></blockquote>
<p><span style="font-weight: 400;">ในฐานะคนพื้นที่ที่​เห็นสภาพปัญหาของเด็กนอกระบบกำลังส่งผลเสียหายรุนแรงและลุกลามจากรุ่นหนึ่งไปสู่อีกรุ่นกลายเป็นวงจรที่ยากจะหลุดพ้น​  หากไม่รีบยื่นมือเข้าไปช่วยเหลือตั้งแต่ตอนนี้อาจจะทำให้เด็กๆ จำนวนมากต้องจมอยู่ในวังวนปัญหาที่เพิ่มความเสี่ยงจะพาเด็กเหล่านี้ไปข้องแวะกับ​ยาเสพย์ติดในที่สุด</span></p>
<p><img decoding="async" loading="lazy" class="aligncenter size-full wp-image-28332" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/03/ร้านเสื้อผ้าคณิตศร_2.png" alt="" width="855" height="569" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">​แม้จะไม่ได้มีหน้าที่เกี่ยวข้องช่วยเหลือเด็กๆ​โดยตรง แต่ <strong>คณิศร ปัญญาวงศ์</strong> เจ้าของร้านน้ำใจสปอร์ต ซึ่งประกอบธุรกิจตัดเย็บเสื้อผ้ากีฬาในจังหวัดน่าน มองว่า เรื่องการศึกษาเป็นเรื่องสำคัญที่จะพาเด็กๆ เหล่านี้หลุดพ้นจากสภาพปัญหาที่เป็นอยู่ อีกทั้งเป็นเรื่องที่ทุกฝ่ายในสังคมควรจะต้องร่วมมือร่วมใจเข้าไปช่วยเหลือในส่วนที่ตัวเองทำได้</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">คล้ายกับที่เธอหยิบยื่นโอกาสให้เด็กๆ ที่สนใจจะประกอบอาชีพเย็บเสื้อผ้า ได้เข้ามาฝึกงานที่ร้าน และหากใครสนใจก็สามารถอยู่ทำงานที่ร้านต่อมีรายได้ และ เพิ่มประสบการณ์การทำงานให้กับตัวเอง ที่สามารถออกไปประกอบธุรกิจของตัวเองหรือจะไปรับจ้างทำงานในโรงงานตามที่ตัวเองต้องการได้</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<h3>การศึกษาสร้างวุฒิภาวะ พาก้าวพ้นวังวนปัญหา</h3>
<p><img decoding="async" loading="lazy" class="aligncenter size-full wp-image-28331" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/03/ร้านเสื้อผ้าคณิตศร_4.png" alt="" width="855" height="569" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">คณิศร เล่าให้ฟังว่า อยากเข้ามามีส่วนแก้ปัญหาเรื่องนี้เพราะที่ผ่านมาได้เห็นเด็กหลายคนต้องออกจากโรงเรียนเพราะพ่อแม่ยากจน ทั้งที่อายุแค่ 16-17 ปี ออกจากโรงเรียนก็ไม่มีงานทำ ​บางคนตั้งท้องทั้งที่อายุยังน้อยไม่มีวุฒิภาวะ สุดท้ายก็เลิกรากัน ลูกออกให้ปู่ย่าตายายเลี้ยง พอโตขึ้นมาก็ออกจากโรงเรียนเป็นวงจรที่วนไปอย่างนี้เรื่อยๆ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“เราคิดว่าเด็กๆ เขาควรจะได้อยู่ในระบบการศึกษาอีกสักหน่อยให้โตพอที่จะมีวุฒิภาวะ หรือมีความรู้ออกมาทำงานที่ดี เพราะบางคนออกมาไปรับจ้างทำงานหมูกระทะร้านเขาก็ไม่รับ ต้องไปทำงานก่อสร้างได้ค่าจ้างไม่มาก​ หรือหากเขาไม่ได้เรียนก็ควรจะได้ฝึกอาชีพที่จะได้มีงานมีรายได้ที่เลี้ยงตัวเองได้ไม่ลำบาก”</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<h3>ฝึกงานตัดเย็บเสื้อผ้า สร้างรายได้ สร้างอนาคต</h3>
<p><img decoding="async" loading="lazy" class="aligncenter size-full wp-image-28329" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/03/ร้านเสื้อผ้าคณิตศร_3.png" alt="" width="855" height="569" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">นั่นเป็นเหตุผลที่เมื่อได้รับการประสานงานจากทีมงาน<strong>โครงการจัดการศึกษาเชิงพื้นที่เพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา จ.น่าน</strong> ของ <strong>กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.)</strong> คณิศร เต็มใจให้ความช่วยเหลือรับเด็กที่ผ่านการฝึกทักษะอาชีพมาฝึกงานที่ร้านทั้งหมด 5 คน และ ปัจจุบันมี 1 คน ที่ทำงานเป็นพนักงานประจำที่ร้านต่อ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“เรารับหมดเด็กคนไหนมีความตั้งใจมาฝึกงานกับเรา โดยเฉพาะคนที่สนใจเรื่องตัดเย็บ เคยผ่านศูนย์พัฒนาฝีมือมาบ้าง มาสอนเพิ่มอีกนิดก็เย็บเป็น แต่ถ้าคนไหนที่มาแบบไม่เป็นมาเลยส่วนมากก็จะไม่รอดถ้าไม่ตั้งใจจริง ซึ่งเด็กทั้ง 5 คนที่มา ทำได้ดี ​บางคนต้องกลับไปทำงานต่อที่บ้านอีกอำเภอ แต่อย่างน้อยเขาก็มีทักษะอาชีพติดตัวจะรับจ้างแถวบ้านหรือจะไปทำงานโรงงานเย็บผ้าก็ได้ ยิ่งถ้าเคยฝึกงานของจริงมาแล้วด้วยยิ่งทำให้ได้งานง่ายขึ้น”​ ​</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<h3>ความร่วมมือของคนในชุมชนจะช่วยทำให้แก้ปัญหาได้ง่ายขึ้น</h3>
<p><img decoding="async" loading="lazy" class="aligncenter size-full wp-image-28330" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/03/ร้านเสื้อผ้าคณิตศร_5.png" alt="" width="855" height="569" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">นอกจากร้านตัดเย็บเสื้อผ้าแล้วทางลูกสาวของ คณิศร ยังเปิดร้านอาหารเพื่อสุขภาพ <strong>“ตะวันฟาร์ม”</strong> ซึ่งเปิดให้เด็กสาระพัดช่างเข้ามาดูงานเรียนรู้การปลูกพืช การทำการตลาดออนไลน์ ที่มีเด็กๆ ที่สนใจแวะเวียนมาเก็บเกี่ยวความรู้ต่อเนื่อง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“การศึกษาเป็นเรื่องสำคัญ​ ถึงจะรับรองไม่ได้ว่าดีที่สุดหรือไม่แต่ถ้ามีการศึกษาจะทำให้ชีวิตดีขึ้นแน่​ที่ผ่านมาเราเห็นเด็กรุ่นลูกเราที่ต้องออกจากโรงเรียนไปทำงานทั้งที่เขาควรจะได้เรียนต่อ ออกไปทำงานได้เงินก็ไม่เท่าไหร่ ถ้ารอให้เรียนจบ ม.6 อย่างน้อยก็ดีกว่าออกไปตอนนี้”​</span></p>
<p><figure id="attachment_28333" aria-describedby="caption-attachment-28333" style="width: 855px" class="wp-caption aligncenter"><img decoding="async" loading="lazy" class="wp-image-28333 size-full" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/03/ร้านเสื้อผ้าคณิตศร_1.png" alt="" width="855" height="569" /><figcaption id="caption-attachment-28333" class="wp-caption-text">คณิศร ปัญญาวงศ์ เจ้าของร้านน้ำใจสปอร์ต ซึ่งประกอบธุรกิจตัดเย็บเสื้อผ้ากีฬาในจังหวัดน่าน</figcaption></figure></p>
<p><span style="font-weight: 400;">สิ่งสำคัญคือความร่วมมือของคนในชุมชนที่จะเข้ามามีส่วนช่วยเหลือสนับสนุนแก้ไขปัญหาตรงนี้ เพราะในพื้นที่ก็มีห้างร้าน ภาคธุรกิจ และ เอกชน จำนวนมาที่สามารถเข้ามาสนับสนุนช่วยเหลือเด็กๆ ทั้ง ร้านซ่อมแอร์ อู่ซ่อมรถ ซึ่งหากรับเด็กมาฝึกงาน เด็กก็จะได้รับความรู้ติดตัว เริ่มจากเป็นลูกมือก่อนอีกหน่อยเมื่อชำนาญก็สามารถออกไปเป็นผู้ประกอบการเองได้ ดังนั้น ทุกคนต้องร่วมมือกันทั้งภาครัฐ ท้องถิ่น เอกชน หอการค้า ผู้ประกอบการ  ถึงจะช่วยให้แก้ปัญหาได้ง่ายขึ้น  </span></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><strong>ร่วมสร้างโอกาสไปกับ</strong><br />
<strong>กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.)</strong><br />
<a href="http://www.eef.or.th/donate/"><strong>www.eef.or.th/donate/</strong></a><br />
<strong>ธนาคารกรุงไทย สาขาซอยอารีย์</strong><br />
<strong>เลขที่ : 172-0-30021-6</strong><br />
<strong>บัญชี : กสศ.มาตรา 6(6) – เงินบริจาค</strong></p><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/community-khani-son-tailor/">ความร่วมมือของคนในชุมชนจะช่วยทำให้แก้ปัญหาได้ง่ายขึ้น</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
