<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>ILO | กสศ.</title>
	<atom:link href="https://www.eef.or.th/tag/ilo/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.eef.or.th</link>
	<description>กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา</description>
	<lastBuildDate>Sat, 09 Oct 2021 08:54:07 +0000</lastBuildDate>
	<language>th</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.3.8</generator>

<image>
	<url>https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/02/cropped-fav-icon-32x32.png</url>
	<title>ILO | กสศ.</title>
	<link>https://www.eef.or.th</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>UN ชวนทั่วโลกรณรงค์บทบาทสำคัญของครู</title>
		<link>https://www.eef.or.th/news-teachers-are-driving-force-behind-global-education-recovery-from-covid-19/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Sat, 09 Oct 2021 08:54:04 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[ข่าวสารความรู้]]></category>
		<category><![CDATA[unesco]]></category>
		<category><![CDATA[ILO]]></category>
		<category><![CDATA[UNICEF]]></category>
		<category><![CDATA[Audrey Azoulay]]></category>
		<category><![CDATA[World Teachers’ Day]]></category>
		<category><![CDATA[(UN]]></category>
		<category><![CDATA[Guy Ryder]]></category>
		<category><![CDATA[David Edwards]]></category>
		<category><![CDATA[Education International]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?p=46583</guid>

					<description><![CDATA[<p>องค์การสหประชาชาติ (UN) เรียกร้องนานาประเทศทั่วโลกตระหน [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/news-teachers-are-driving-force-behind-global-education-recovery-from-covid-19/">UN ชวนทั่วโลกรณรงค์บทบาทสำคัญของครู</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>องค์การสหประชาชาติ (UN) เรียกร้องนานาประเทศทั่วโลกตระหนักและให้ความสำคัญกับบทบาทหน้าที่และภาระความรับผิดชอบของครูเนื่องในวันครูโลก (World Teachers’ Day) ซึ่งตรงกับวันที่ 5 ตุลาคมของทุกปี พร้อมยกให้ครูคือ “ฮีโร่” ที่เป็นพลังขับเคลื่อนหลักเบื้องหลังการเดินหน้าฟื้นฟูระบบการศึกษาโลกในยุคหลังโควิด-19</strong></p>



<p>แถลงการณ์ของ UN กล่าวว่า วิกฤตการระบาดครั้งใหญ่ในช่วงกว่า 1 ปีที่ผ่านมา จนทำให้เกิดภาวะชะงักงันทางการศึกษาได้แสดงให้เห็นความสำคัญของบทบาทครูที่มีส่วนอย่างมากในการทำให้เด็กนักเรียนสามารถเรียนหนังสือได้อย่างต่อเนื่องต่อไปได้ และการที่ระบบการศึกษาหลังจากนี้จะสามารถฟื้นตัวจากโควิด-19 ได้อย่างเต็มที่ รัฐบาลทั่วโลกจำเป็นต้องให้ความสำคัญและลงทุนในการพัฒนาครู โดยครอบคลุมตั้งแต่ทักษะการสอน เงื่อนไขการทำงาน และชีวิตความเป็นอยู่ของครูทุกคน ซึ่งมีอยู่ราว 71 ล้านคนทั่วโลก</p>



<p>ออเดรย์ อาซูเลย์ (Audrey Azoulay) แห่งองค์การการศึกษา วิทยาศาสตร์ และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ (UNESCO), Henrietta Fore องค์การกองทุนเพื่อเด็กแห่งสหประชาชาติ (UNICEF), กาย ไรเดอร์ (Guy Ryder) จากองค์การแรงงานระหว่างประเทศ (ILO) และเดวิด เอ็ดเวิร์ดส์ (David Edwards) จากองค์การการศึกษาระหว่างประเทศ (Education International) ได้ออกแถลงการณ์ร่วมกัน เพื่อชื่นชมและยกย่องการอุทิศตนของครูทุกคน รวมถึงส่งกำลังใจให้ครูประยุกต์ใช้ความรู้ความสามารถของตนในการเผชิญหน้ากับสถานการณ์การศึกษาที่แสนจะท้าทายและเอาแน่เอานอนไม่ได้ในปัจจุบัน</p>



<p>แถลงการณ์ระบุว่า วันครูโลกถือเป็นโอกาสสำคัญที่จะเรียกร้องให้รัฐบาลนานาประเทศและประชาคมโลกตระหนักถึงบทบาทของครูและหันมาสนับสนุนการทำงานของครูในทุกด้าน โดยเฉพาะการจัดหามาตรการและนโยบายทางการศึกษาที่มีประสิทธิภาพเพื่อให้การทำงานของครูเกิดประสิทธิผลสูงสุด</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-4188d6"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/10/08-แปล-UN-ชวนทั่วโลกรณรงค์-01.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>แถลงการณ์ระบุเบื้องต้นว่า “พวกเขา (ครู) คือนักแสดงหลักของความพยายามในการฟื้นฟูการศึกษาทั่วโลก และเป็นกุญแจสำคัญในการเร่งความก้าวหน้าสู่การศึกษาที่มีคุณภาพอย่างทั่วถึงและเท่าเทียมกันสำหรับผู้เรียนทุกคน ในทุกสถานการณ์” ก่อนจะเน้นย้ำแข็งขันว่าครูคือหัวใจสำคัญของการขับเคลื่อนการศึกษาในช่วงวิกฤตโควิด-19 ไม่ว่าจะในแง่การประยุกต์ใช้เทคโนโลยีอย่างสร้างสรรค์ จนถึงการดูแลนักเรียนทั้งด้านอารมณ์และสังคม รวมไปถึงการใส่ใจเด็กกลุ่มเสี่ยง และพยายามช่วยเหลือไม่ให้เด็กๆ ถูกทิ้งไว้เบื้องหลัง</p>



<p>แถลงการณ์ดังกล่าวสอดคล้องกับความเห็นของนักวิชาการด้านการศึกษาที่ออกมาแสดงความเห็นว่า สถานการณ์ตอนนี้ทำให้เราได้ตระหนักถึงความสำคัญของครู ลำดับต่อไปคือ เมื่อครูมีความสำคัญมากขนาดนี้ เราจึงควรส่งเสริมศักยภาพครู ผ่านการอบรม ผ่านโครงการพัฒนาตนเอง ผ่านการสนับสนุนงบประมาณและปรับปรุงสภาพแวดล้อมการทำงานของครูให้ดียิ่งขึ้น เพื่อที่ครูจะได้เปล่งแสงและสะท้อนศักยภาพออกมา</p>



<p>“การฟื้นฟูการศึกษาจะประสบผลสำเร็จได้ก็ต่อเมื่อเรารับฟังเสียงของครู และให้ครูมีอำนาจและมีส่วนร่วมในการตัดสินใจ” บรรดานักวิชาการระบุ</p>



<p>ทั้งนี้ สถานการณ์การศึกษาทั่วโลกกำลังอยู่ในช่วงท้าทายอย่างยิ่ง โดยจากสถิติและข้อมูลที่ UN ได้รวบรวมจนถึงวันที่ 27 กันยายน 2021 พบว่า มี 124 ประเทศทั่วโลกที่สามารถเปิดโรงเรียนกลับมาสอนได้ตามปกติแล้ว อีก 44 ประเทศเปิดโรงเรียนแค่บางส่วน และ 16 ประเทศยังคงปิดทำการอยู่</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-0c352a"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/10/08-แปล-UN-ชวนทั่วโลกรณรงค์-02.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>รายงานระบุว่า ตัวเลขดังกล่าวได้สะท้อนให้เห็นว่า ต่อไปนี้โรงเรียนและสังคมควรใส่ใจกับคุณภาพชีวิตของครู โดยเมื่อเปิดโรงเรียนแล้ว ก็ควรดูแลและให้ความสำคัญต่อความอยู่ดีมีสุขด้านสุขภาพของครู รวมถึงควรส่งเสริมและพัฒนาวิชาชีพครูอย่างต่อเนื่อง ผ่านการอบรมและนำเทคโนโลยีการศึกษามาบูรณาการ</p>



<p>ขณะที่งานวิจัยของ UNESCO เผยว่า แม้จะมีประเทศกว่า 71% ที่ให้ความสำคัญกับการฉีดวัคซีนแก่ครู แต่มีเพียง 19 ประเทศเท่านั้นที่รวมครูไว้ในกลุ่มที่ต้องได้รับวัคซีนรอบแรก ขณะที่อีก 59 ประเทศไม่ได้ให้ความสำคัญกับครูในแผนการฉีดวัคซีนลำดับต้นๆ เลย</p>



<p>แถลงการณ์ระบุปิดท้ายว่า เราจำเป็นต้องใช้ความพยายามมากขึ้นในการสนับสนุนครูอย่างเต็มกำลัง โดยเฉพาะในห้วงเวลาที่การเรียนรู้ทั่วโลกยังต้องทำผ่านการสอนทางไกลและการสอนแบบบูรณาการผสมผสาน ยิ่งไปกว่านั้น ต้องไม่ลืมว่า การที่ครูจะเป็นหัวใจสำคัญในการฟื้นฟูการศึกษาได้ ต้องส่งเสริมและเพิ่มจำนวนครูทั่วโลกให้มีมากขึ้นด้วยเช่นกัน</p>



<p></p>



<hr class="wp-block-separator is-style-wide"/>



<p><strong>หมายเหตุ :</strong> ผลการศึกษาสำรวจร่วมกันของ UNESCO/UNICEF/World Bank และ OECD* ในเดือนกรกฎาคม เปิดเผยว่า</p>



<p>· ในช่วงที่มีการระบาดใหญ่ มีประเทศเพียง 40% เท่านั้น ที่ทำการฝึกอบรมด้านเทคโนโลยีและฝึกการสอนทางไกลให้แก่ครู<br>· ช่วงโควิด-19  ระบาด มีเพียง 6 ใน 10 ประเทศเท่านั้นที่ให้การสนับสนุนทางจิตใจและอารมณ์แก่ครู และส่งเสริมครูด้านพัฒนาการอาชีพ<br>· 58% ของประเทศที่เข้าร่วมการสำรวจมีการจัดหาเนื้อหาสำหรับการเรียนรู้ทางไกลให้กับครู ในขณะที่ 42% มีการจัดหาเครื่องมือเทคโนโลยีสารสนเทศ (ICT) ให้กับครู พร้อมรับประกันการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต<br>· ไม่ถึง 1 ใน 3 จาก 103 ประเทศที่เข้าร่วมการสำรวจ ได้ดำเนินการคัดเลือกครูเพิ่มเติมสำหรับการเปิดโรงเรียนอีกครั้ง และภาวะขาดแคลนครูในหลายประเทศทั่วโลกยังคงอยู่ในระดับสูง<br>· มีการประเมินว่า นานาประเทศทั่วโลกต้องการครูอีก 69 ล้านคนเพื่อให้การศึกษาระดับประถมศึกษาและมัธยมศึกษามีมาตรฐานเป็นสากลภายในปี 2030 (เป้าหมายการพัฒนาอย่างยั่งยืน (SDG) 4.1)<br>· คาดว่าภูมิภาคซับสะฮาราของแอฟริกา (Sub-Saharan Africa)  จำเป็นต้องมีครูในระดับประถมศึกษาและมัธยมศึกษาเพิ่มอีก 15 ล้านคนภายในปี 2030</p>



<p>*OECD คือ องค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา</p>



<hr class="wp-block-separator is-style-wide"/>



<p></p>



<p><strong>ที่มา :</strong> <a href="https://news.un.org/en/story/2021/10/1102132" target="_blank" rel="noreferrer noopener" title="https://news.un.org/en/story/2021/10/1102132">Teachers are driving force behind ‘global education recovery’ from COVID-19</a></p><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/news-teachers-are-driving-force-behind-global-education-recovery-from-covid-19/">UN ชวนทั่วโลกรณรงค์บทบาทสำคัญของครู</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>กสศ.เตรียม 74 หลักสูตรรองรับคลื่นแรงงานกลับบ้าน จากผลกระทบ COVID-19 ชี้เป็นโอกาสสร้างเศรษฐกิจฐานชุมชน ลดความเหลื่อมล้ำ</title>
		<link>https://www.eef.or.th/7419-2/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 10 Apr 2020 06:39:27 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[ข่าวสารความรู้]]></category>
		<category><![CDATA[ทุนพัฒนาอาชีพทีใช้ชุมชนเป็นฐาน]]></category>
		<category><![CDATA[COVID-19]]></category>
		<category><![CDATA[กสศ.]]></category>
		<category><![CDATA[มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์]]></category>
		<category><![CDATA[ILO]]></category>
		<category><![CDATA[สุรินทร์]]></category>
		<category><![CDATA[ธันว์ธิดา วงศ์ประสงค์]]></category>
		<category><![CDATA[ทุนพัฒนาอาชีพที่ใช้ชุมชนเป็นฐาน]]></category>
		<category><![CDATA[ดร.เกียรติอนันต์ ล้วนแก้ว]]></category>
		<category><![CDATA[โฆษิต แสวงสุข]]></category>
		<category><![CDATA[McKibbin and Fernando]]></category>
		<category><![CDATA[กลุ่มสหกรณ์พืชผักชุมชนหนองสนิท]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?p=12616</guid>

					<description><![CDATA[<p>น.ส.ธันว์ธิดา วงศ์ประสงค์ ผู้อำนวยการสำนักส่งเสริม การม [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/7419-2/">กสศ.เตรียม 74 หลักสูตรรองรับคลื่นแรงงานกลับบ้าน จากผลกระทบ COVID-19 ชี้เป็นโอกาสสร้างเศรษฐกิจฐานชุมชน ลดความเหลื่อมล้ำ</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<pre style="text-align: center;"><img decoding="async" fetchpriority="high" class="aligncenter size-full wp-image-12621" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/04/น.ส.ธันว์ธิดา-A-1-scaled.jpg" alt="" width="2560" height="1707" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/04/น.ส.ธันว์ธิดา-A-1-scaled.jpg 2560w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/04/น.ส.ธันว์ธิดา-A-1-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/04/น.ส.ธันว์ธิดา-A-1-1024x683.jpg 1024w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/04/น.ส.ธันว์ธิดา-A-1-768x512.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/04/น.ส.ธันว์ธิดา-A-1-1536x1024.jpg 1536w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/04/น.ส.ธันว์ธิดา-A-1-2048x1365.jpg 2048w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/04/น.ส.ธันว์ธิดา-A-1-750x500.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/04/น.ส.ธันว์ธิดา-A-1-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 2560px) 100vw, 2560px" />น.ส.ธันว์ธิดา วงศ์ประสงค์ ผู้อำนวยการสำนักส่งเสริม
การมีส่วนร่วมนวัตกรรมและทุนการศึกษา กสศ.</pre>
<p><b>น.ส.ธันว์ธิดา วงศ์ประสงค์ ผู้อำนวยการสำนักส่งเสริมการมีส่วนร่วมนวัตกรรมและทุนการศึกษา กสศ. กล่าวว่า</b><span style="font-weight: 400;">  ในวิกฤติโควิด-19  และวิกฤติเศรษฐกิจตกต่ำที่กำลังเกิดขึ้น ส่งผลกระทบต่อทุกภาคส่วน โดยเฉพาะแรงงานยากจนด้อยโอกาส คนกลุ่มนี้ถูกเลิกจ้างขาดรายได้อย่างน้อยไม่ต่ำกว่า 3-6 เดือน จนไม่สามารถแบกรับค่าครองชีพในเมืองได้อีกกลายเป็นคลื่นแรงงานซัดกลับไปที่บ้านเกิดของตัวเอง  โจทย์คือจะทำอย่างไรให้คนกลุ่มนี้ซึ่งเป็นแรงงานทักษะ 1.0 -2.0 เมื่อกลับบ้านแล้วก็ยังสามารถตั้งหลักชีวิต ตั้งตัวได้ </span><b>ในวิกฤติที่เกิดขึ้นเห็นว่าเป็นโอกาสที่ประเทศไทยจะปรับทิศทางการพัฒนาไปสู่เศรษฐกิจยั่งยืนโดยมีชุมชนเป็นฐาน  โดย กสศ. ได้ดำเนินโครงการพัฒนาระบบทดลองการพัฒนาทักษะแรงงานที่ขาดแคลนทุนทรัพย์และด้อยโอกาส หรือทุนพัฒนาอาชีพที่ใช้ชุมชนเป็นฐาน ร่วมกับหน่วยพัฒนาอาชีพ 71 แห่ง ทั้งที่เป็นสถาบันการศึกษา กศน. อปท. ศูนย์ปราชญ์ชาวบ้าน วิสาหกิจชุมชน องค์กรพัฒนาเอกชน เป็นต้น  กระจายใน 42 จังหวัด 5 ภูมิภาคทั่วประเทศ</b></p>
<p><img decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-12622" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/04/รายละเอียดโครงงาน_รวม-01-scaled.jpg" alt="" width="1810" height="2560" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/04/รายละเอียดโครงงาน_รวม-01-scaled.jpg 1810w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/04/รายละเอียดโครงงาน_รวม-01-212x300.jpg 212w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/04/รายละเอียดโครงงาน_รวม-01-724x1024.jpg 724w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/04/รายละเอียดโครงงาน_รวม-01-768x1086.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/04/รายละเอียดโครงงาน_รวม-01-1086x1536.jpg 1086w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/04/รายละเอียดโครงงาน_รวม-01-1448x2048.jpg 1448w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/04/รายละเอียดโครงงาน_รวม-01-750x1061.jpg 750w" sizes="(max-width: 1810px) 100vw, 1810px" /></p>
<p><b>ผู้อำนวยการสำนักส่งเสริมการมีส่วนร่วมนวัตกรรมและทุนการศึกษา กสศ. กล่าวว่า </b><span style="font-weight: 400;">จากการดำเนินงานได้พัฒนาเป็นหลักสูตรระยะสั้นที่ช่วยยกระดับทักษะการประกอบอาชีพแรงงานที่ขาดแคลนทุนทรัพย์และด้อยโอกาสจำนวน 74 หลักสูตร  อาทิ เกษตรผสมผสานระบบอินทรีย์ ผู้ประกอบการผ้าไหมขนาดย่อม เครื่องปั้นดินเผา ระบบ</span><span style="font-weight: 400;">ประกอบการสังคมออนไลน์ นักขายมือทอง (young sales man)  นวดไทยเพื่อสุขภาพ การทำคุกกี้ครบวงจร การทำเครื่องแกงพื้นบ้าน  โดยระบบต้นแบบของ กสศ.สามารถช่วยเหลือกลุ่มเป้าหมายซึ่งเป็นแรงงานนอกระบบ ผู้สูงอายุ คนพิการ ผู้ว่างงาน ผู้ถือบัตรสวัสดิการคนจน เด็กและเยาวชนในสถานพินิจ ได้จำนวน 6,055 คน ทั้งนี้สามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่แผนที่ทุนพัฒนาอาชีพที่ใช้ชุมชนเป็นฐานของกสศ. <a href="https://csr.eef.or.th/commubased-map/">https://csr.eef.or.th/commubased-map/</a> ติดต่อข้อมูลเพิ่มเติมที่ 02- 079 5475</span><b> </b></p>
<p><b>น.ส.ธันว์ธิดา </b><span style="font-weight: 400;">กล่าวว่า โครงการนี้จะเข้าไปพัฒนาให้เกิดกระบวนการเสริมศักยภาพชุมชนในการพัฒนาอาชีพ บนฐานความรู้ ทุนทางสังคม เศรษฐกิจ และทรัพยากรของชุมชน เพื่อกำหนดแผนธุรกิจและแผนกำลังคนที่เหมาะสมกับความต้องการของตลาดผู้บริโภคและตลาดแรงงานท้องถิ่น  มีหลักสูตรการเพิ่มทักษะบริหารจัดการในศตวรรษที่ 21 และทักษะด้านเศรษฐศาสตร์ครัวเรือน พร้อมทั้งส่งเสริมให้สถานประกอบการและท้องถิ่นให้มีส่วนร่วมกันในรูปแบบต่างๆ ในระยะยาวสามารถยกระดับเป็นเป็นแรงงานฝีมือหรือผู้ประกอบการขนาดย่อมในชุมชนได้ แนวทางนี้จะช่วยแก้ปัญหาเหลื่อมล้ำและตอบโจทย์ของประเทศในขณะนี้ เพราะให้ชุมชนเป็นฐานการเรียนรู้  สร้างความเข้มแข็งและความยั่งยืนให้กับเศรษฐกิจฐานราก สามารถตัดวงจรความเหลื่อมล้ำข้ามชั่วคน และไม่ว่าจะเกิดวิกฤตอะไร ชุมชนจะรองรับบรรเทาปัญหาปากท้องได้ และยังเป็นการลดปัญหาคนรุ่นใหม่ทิ้งถิ่นฐาน เพื่อเข้ามาหางานในเมืองด้วย    </span></p>
<p><img decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-12623" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/04/S__25673753.jpg" alt="" width="1568" height="1044" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/04/S__25673753.jpg 1568w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/04/S__25673753-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/04/S__25673753-1024x682.jpg 1024w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/04/S__25673753-768x511.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/04/S__25673753-1536x1023.jpg 1536w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/04/S__25673753-750x499.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/04/S__25673753-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 1568px) 100vw, 1568px" /></p>
<p><b>“ภายใต้งบประมาณปี 2563  กสศ.จะสามารถขยายการช่วยเหลือแรงงานทั้งกลุ่มกลับบ้านเกิดในช่วงวิกฤติโควิด-19และกลุ่มยากจนด้อยโอกาสในพื้นที่ได้อย่างน้อย 10,000 คน ขณะที่ตัวแบบระบบทดลองและหลักสูตรระยะสั้นสามารถขยายผลในพื้นที่อื่นๆทั่วประเทศได้ทันที </b><span style="font-weight: 400;">แม้ในช่วงวิกฤติโควิด-19 หน่วยพัฒนาอาชีพต่างก็ได้รับผลกระทบ และได้มีการปรับแผนการทำงานให้ตอบโจทย์สถานการณ์อย่างทันท่วงที เช่นในช่วงล็อกดาวน์ที่ผู้คนไม่ออกจากบ้านกลุ่มสหกรณ์พืชผักอินทรีย์หนองสนิท ปรับขายชุดผักเดลิเวอรี่ จากไร่ส่งตรงถึงหน้าบ้านผู้บริโภค ส่งผลให้ยอดขายดีมาก หรือกลุ่มงานทอผ้า นำกลุ่มเป้าหมายฝึกทักษะการตัดเย็บหน้ากากอนามัยจำหน่าย และสามารถแจกจ่ายคนในชุมชนและมอบความช่วยเหลือยังพื้นที่ขาดแคลน</span><b>” น.ส.ธันว์ธิดา</b><span style="font-weight: 400;"> กล่าว</span></p>
<p><b>ดร.เกียรติอนันต์ ล้วนแก้ว</b><span style="font-weight: 400;"> คณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ กล่าวว่า มีการคาดการณ์ว่าปีนี้เศรษฐกิจอาจติดลบถึง 35.4% ขณะที่งานวิจัยของ McKibbin and Fernando ระบุว่าหากยังควบคุมสถานการณ์โรคโควิด-19 ไม่ได้ และมีผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้น จะส่งผลให้มีคนตกงานหลายล้านคน โดยองค์การแรงงานระหว่างประเทศ (ILO) รายงานว่ามี 5 กลุ่มที่ได้รับผลกระทบถูกเลิกจ้าง คือ<br />
1.) กลุ่มผู้สูงอายุหรือผู้มีปัญหาสุขภาพ<br />
2.) กลุ่มแรงงานเยาวชนที่เป็นแรงงานไร้ฝีมือ (การศึกษาม.ต้น-ม.ปลาย )<br />
3.) แรงงานหญิง<br />
4.) แรงงานนอกระบบ<br />
5.) แรงงานข้ามชาติ  </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ดร.เกียรติอนันต์ กล่าวว่า กลุ่มแรงงานที่จบการศึกษาสูงสุดชั้น ม.6 อายุระหว่าง 15-19 ปี มีรายได้ต่ำกว่า 6,500 บาท มีความเสี่ยงที่ภาครัฐต้องเร่งดูแล เพราะเมื่อเจอผลกระทบโควิด-19 ลูกจ้างกลุ่มนี้ต้องถูกเลิกจ้างเพราะเป็นแรงงานรายวันหรือสัญญาจ้างชั่วคราว ในอดีตเมื่อเกิดวิกฤตเศรษฐกิจคนตกงาน พอเศรษฐกิจฟื้นตัวแรงงานทั้งหมดที่ได้รับผลกระทบให้ออกจากโรงงานจะกลับไปทำงานได้ แต่ครั้งนี้ทั่วโลกมีแนวโน้มว่าเมื่อคนออกไปแล้วงานจะหายไปด้วย เพราะมีการปรับตัวของธุรกิจ ทั้งในแง่การลดต้นทุน การใช้คนน้อยลง นำเทคโนโลยีเข้ามาแทน</span> โควิด-19 เป็นการเร่งปฏิกิริยาในการใช้เครื่องมือเข้ามาแทนคน เป้าหมายหลักของภาคธุรกิจตอนนี้คือการลดต้นทุนให้มากที่สุด ฉะนั้นถ้าจะอยู่รอดในยุคนี้การลดคนได้ผลที่สุด แล้วการเลิกจ้างคราวนี้หมายถึงเขาอาจจะไม่มีโอกาสกลับไปหางานได้อีก</p>
<p><span style="font-weight: 400;">“สถานการณ์ขณะนี้ พอโดนลอยแพเลิกจ้าง คนก็หันไปขับแกร๊บ ฟู้ดแพนด้า ลาลามูฟกันจำนวนมาก แต่ว่างานลักษณะนี้เป็นเพียงงานชั่วคราว ถึงเวลาก็ต้องหางานใหม่อีก ถ้าเราไม่ดูแลแรงงานกลุ่มนี้ให้ดี ถึงแม้ว่าเราจะช่วยให้เขามีงานทำได้ในวันนี้ แต่ในอนาคตจะมีแนวโน้มตกงานอีก เพราะงานไม่ได้เสริมทักษะมากพอให้เขามีงานอีกในอนาคต ดังนั้นเราต้องสร้างทักษะให้แรงงานกลุ่มนี้มากพอให้เขามีงานต่อไปในอนาคตด้วย” ดร.เกียรติอนันต์ กล่าว</span></p>
<p><img decoding="async" loading="lazy" class="aligncenter size-full wp-image-12626" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/04/S__25673761.jpg" alt="" width="1568" height="1044" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/04/S__25673761.jpg 1568w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/04/S__25673761-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/04/S__25673761-1024x682.jpg 1024w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/04/S__25673761-768x511.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/04/S__25673761-1536x1023.jpg 1536w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/04/S__25673761-750x499.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/04/S__25673761-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 1568px) 100vw, 1568px" /></p>
<p><b>นายโฆษิต แสวงสุข ประธานกลุ่มสหกรณ์พืชผักชุมชนหนองสนิท จ.สุรินทร์ หนึ่งในหน่วยพัฒนาอาชีพที่ร่วมโครงการกับกสศ.กล่าวว่า</b><span style="font-weight: 400;"> เป้าหมายหลักของโครงการคือการสร้างงานสร้างอาชีพ ทำให้ทุกคนมีความรู้และต้องมีรายได้ที่ยั่งยืน โดยมีเกษตรกร ปราชญ์ชุมชน ที่มีประสบการณ์ในจังหวัดสุรินทร์เข้ามาเป็นพี่เลี้ยงการทำเกษตรอินทรีย์ รวมถึงสนับสนุนปัจจัยการผลิต เช่น ที่ดิน แหล่งน้ำ เมล็ดพันธุ์ กระบวนการผลิต การแปรรูป การตรวจรับรองมาตรฐาน พัฒนาบรรจุภัณฑ์ การบริหารจัดการ รวบรวมผลผลิต การขนส่ง และส่งเสริมการตลาด กลุ่มเป้าหมายของโครงการขณะนี้ประกอบด้วย เกษตรกรที่ไม่มีพื้นที่ทำกิน กลุ่มผู้ด้อยโอกาส ผู้สูงอายุ คนพิการ และกลุ่มเด็กเยาวชนนอกระบบ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“แม้ขณะนี้เป็นเพียงจุดเริ่มต้นของโครงการ แต่เราได้บรรลุเป้าหมายหลักส่วนหนึ่งแล้ว นั่นคือทำให้เกษตรกรมีรายได้ในทุกๆ วัน อย่างน้อยต่อสัปดาห์เขาจะมีรายได้จากการขายพืชผัก สถานะทางเศรษฐกิจของพวกเขาก็เริ่มคล่องตัวขึ้น ตอนนี้เรามีตลาดที่รับสินค้าประจำ ทั้งตลาดในชุมชนของแต่ละหมู่บ้าน โรงพยาบาลประจำอำเภอจอมพระ โรงเรียน และล่าสุดทาง ท็อปส์ มาร์เก็ต(Tops Supermarket) ได้เปิด</span><span style="font-weight: 400;">โอกาสให้เรานำสินค้าเข้าไปวางขาย และเตรียมที่จะไปวางในศูนย์ค้าส่งแม็คโคร(Makro) เพิ่มอีกแห่งหนึ่ง”</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ประธานกลุ่มสหกรณ์พืชผักหนองสนิท กล่าวว่า ในช่วงที่ผ่านมา ที่มีการระบาดของโรคโควิด-19 ผู้คนมีการสำรองอาหาร ผักจึงกลายเป็นสินค้าที่ขายคล่องในระดับหนึ่ง แม้หน้าร้านจะเงียบไปแต่เราก็ปรับกลยุทธ์เป็นบริการส่งถึงบ้าน จัดแพกเกจผักอินทรีย์ให้ลูกค้าเลือกตามต้องการ โดยรวมผักทุกชนิดที่สมาชิกในกลุ่มเราผลิตเป็นเมนูภาพให้ลูกค้าเลือก เช่น กวางตุ้ง คะน้า ต้นหอม ฟักทอง หรือฟักเขียว แล้วเราจะนำผักเข้าไปส่งในตัวเมืองสัปดาห์ละครั้ง ซึ่งผลตอบรับภาพรวมดีมาก ทำให้วางแผนว่าในอนาคตจะต่อยอดตลาดออนไลน์ให้เป็นช่องทางหลักต่อไป” </span></p>
<p>&nbsp;</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><strong>ร่วมสร้างโอกาสทางการศึกษา</strong><br />
<strong>กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.)</strong><br />
<a href="http://www.eef.or.th/donate/"><strong>www.eef.or.th/donate/</strong></a><br />
<strong>ธนาคารกรุงไทย สาขาซอยอารีย์</strong><br />
<strong>เลขที่ : 172-0-30021-6</strong><br />
<strong>บัญชี : กสศ.มาตรา 6(6) – เงินบริจาค</strong></p><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/7419-2/">กสศ.เตรียม 74 หลักสูตรรองรับคลื่นแรงงานกลับบ้าน จากผลกระทบ COVID-19 ชี้เป็นโอกาสสร้างเศรษฐกิจฐานชุมชน ลดความเหลื่อมล้ำ</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>กสศ.ร่วมมือ ILO อัพศักยภาพแรงงานด้อยโอกาสสู่คุณภาพ</title>
		<link>https://www.eef.or.th/622-2/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 08 Nov 2019 09:43:54 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[ข่าวสารความรู้]]></category>
		<category><![CDATA[ทุนพัฒนาอาชีพทีใช้ชุมชนเป็นฐาน]]></category>
		<category><![CDATA[กสศ.]]></category>
		<category><![CDATA[ILO]]></category>
		<category><![CDATA[Charles Bodwell]]></category>
		<category><![CDATA[องค์การแรงงานระหว่างประเทศ]]></category>
		<category><![CDATA[Community Based Center Activity Based Traning]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?p=9016</guid>

					<description><![CDATA[<p>กสศ.จับมือองค์การแรงงานระหว่างประเทศ หรือ ILO ถ่ายทอดอง [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/622-2/">กสศ.ร่วมมือ ILO อัพศักยภาพแรงงานด้อยโอกาสสู่คุณภาพ</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><img decoding="async" loading="lazy" class="aligncenter size-full wp-image-9022" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/11/10638.jpg" alt="" width="1477" height="1108" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/11/10638.jpg 1477w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/11/10638-300x225.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/11/10638-768x576.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/11/10638-1024x768.jpg 1024w" sizes="(max-width: 1477px) 100vw, 1477px" /></p>
<blockquote><p><strong>กสศ.จับมือองค์การแรงงานระหว่างประเทศ หรือ ILO ถ่ายทอดองค์ความรู้พัฒนาทักษะแรงงานยากจน ด้อยโอกาส โดยใช้ชุมชนเป็นฐาน ปั้นเป็นแรงงานฝีมือ ลดความเหลื่อมล้ำ ครอบคลุมกว่า 6,000 คน ในชุมชน 71 แห่ง กระจายตัวไปใน 42 จังหวัดทั่วประเทศไทย</strong></p></blockquote>
<p>กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) ร่วมมือกับองค์การแรงงานระหว่างประเทศ (ILO) ถ่ายทอดความรู้ผ่านหัวข้อ ‘Ready For Business’ โดยนำเครื่องมือที่พัฒนาขึ้นโดยองค์การแรงงานระหว่างประเทศ<br />
มาถ่ายทอดสู่ตัวแทนธุรกิจชุมชนจากทั่วประเทศไทย ที่โรงแรมเซ็นทรา บาย เซ็นทารา ศูนย์ราชการและคอนเวนชันเซ็นเตอร์ แจ้งวัฒนะ เมื่อวันที่ 22-23 ต.ค.ที่ผ่านมา ภายใต้โครงการพัฒนาระบบทดลองการพัฒนาทักษะแรงงานที่ขาดแคลนทุนทรัพย์และด้อยโอกาส เพื่อวางเป้าหมายพัฒนาทักษะแรงงานที่ขาดแคลนทุนทรัพย์และด้อยโอกาส ให้เป็นผู้ประกอบการรุ่นใหม่ หนุนธุรกิจ SME ในท้องถิ่นให้มีโอกาสเติบโต และส่งเสริมแรงงานฝีมือที่มีคุณภาพโดยใช้ชุมชนเป็นฐาน</p>
<p>Mr. Charles Bodwell ผู้เชี่ยวชาญพิเศษจากองค์การแรงงานระหว่างประเทศ กล่าวว่า การจัดการอบรมโดยผู้เชี่ยวชาญนั้นมีราคาแพงสำหรับธุรกิจขนาดเล็ก ILO จึงได้พัฒนาเครื่องมือ ชื่อว่า ‘Community Based Center Activity Based Traning’ ที่มุ่งเข้าถึงกลุ่มประชากรด้อยโอกาสหรือในชุมชนที่ห่างไกล ให้สามารถเสริมศักยภาพและฝึกอบรมการพัฒนาธุรกิจที่มีต้นทุนต่ำ ภายใต้ข้อจำกัดทางทรัพยากร โดยเน้นให้ชุมชนเป็นศูนย์กลางและใช้การจัดกิจกรรมเป็นฐาน</p>
<p><img decoding="async" loading="lazy" class="aligncenter size-full wp-image-9126" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/11/S__19611711.jpg" alt="" width="1568" height="1046" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/11/S__19611711.jpg 1568w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/11/S__19611711-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/11/S__19611711-768x512.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/11/S__19611711-1024x683.jpg 1024w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/11/S__19611711-750x500.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/11/S__19611711-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 1568px) 100vw, 1568px" /></p>
<blockquote><p>“ประเทศไทยเป็น 1 ใน 20 ประเทศที่ ILO เข้ามาช่วยพัฒนา โดยร่วมมือกับ กสศ.<br />
เพื่อนำแบบเครื่องมือสำหรับแรงงานหรือธุรกิจชุมชน ที่ไม่ต้องใช้ต้นทุนสูง<br />
สามารถฝึกฝนพัฒนากันเองได้โดยไม่จำเป็นต้องผ่านความช่วยเหลือจากบุคคลภายนอก<br />
ในส่วนของเครื่องมือได้ออกแบบไว้เบื้องต้น 36 แบบ ซึ่งเหมาะสมกับบริบทที่หลากหลาย<br />
รองรับความแตกต่างและข้อจำกัดของชุมชน หรือกลุ่มบุคคลที่เข้าร่วม” Mr. Charles ระบุ</p></blockquote>
<p>Mr. Charles กล่าวอีกว่า ความท้าทายของการจัดอบรมความรู้เสริมสร้างศักยภาพชุมชน ไม่ได้อยู่ที่การพัฒนาความคิดใหม่ แต่ต้องคำนึงถึงว่าจะหาทางหลีกหนีความคิดเก่าที่ซ้ำซากอย่างไร การจัดอบรมด้วยวิธีเดิม ๆ ที่ต้องใช้ต้นทุนในการจ้างผู้เชี่ยวชาญจากภายนอกมาพูดให้คนในชุมชนฟังนั้น ต้องใช้ทั้งเงินจ้างวิทยากรและไม่สามารถรับประกันผลสำเร็จที่ตามมาได้ เนื่องจากหลายครั้งความรู้ที่นำมาถ่ายทอดไม่รองรับกับบริบททางสังคมของชุมชน ดังนั้นการจัดอบรมที่ไม่จำเป็นต้องใช้ผู้เชี่ยวชาญจากภายนอก และสามารถอบรมบุคคลในชุมชนได้คราวละมาก ๆ อีกทั้งเสียค่าใช้จ่ายจำนวนน้อย จึงเป็นแนวทางที่ทุกชุมชนนำไปปฏิบัติใช้ได้อย่างไร้ข้อจำกัด</p>
<p>โครงสร้างของหลักสูตรความพร้อมสำหรับธุรกิจ แบ่งออกเป็น 6 หัวข้อ ได้แก่<br />
1.การเริ่มต้นเป็นผู้ประกอบการ<br />
2.การดำเนินการเกี่ยวกับการตลาดและการขาย<br />
3.การบริหารจัดการธุรกิจ<br />
4.การพุ่งเป้าไปที่การเงิน<br />
5.การเตรียมการสำหรับอนาคต<br />
6.การเรียนรู้ทักษะที่ผสมผสานความสามารถด้านสังคม การสื่อสารด้านอารมณ์</p>
<p>และที่ใช้ในการประกอบอาชีพ (Soft skills) โดยดำเนินตามแผนการพัฒนาส่วนบุคคล 4 ขั้นตอน ได้แก่ การกำหนดวิสัยทัศน์ การตรวจดูข้อเท็จจริงที่เป็นอยู่ ณ ปัจจุบัน การกำหนดยุทธศาสตร์หลัก และ การกำหนดแผนปฏิบัติการ</p>
<p><img decoding="async" loading="lazy" class="aligncenter size-full wp-image-9023" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/11/10648.jpg" alt="" width="1477" height="1108" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/11/10648.jpg 1477w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/11/10648-300x225.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/11/10648-768x576.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/11/10648-1024x768.jpg 1024w" sizes="(max-width: 1477px) 100vw, 1477px" /></p>
<blockquote><p>“เช่นตัวอย่างชุดเครื่องมือที่นำมาใช้ในหัวข้อ ‘การกำหนดวิสัยทัศน์’เครื่องมือชุดนี้เหมาะกับกลุ่มที่มีความคิดเริ่มต้นทางธุรกิจ โดยยังไม่มีแบบแผนและเป้าหมายที่ชัดเจน ดังนั้น เครื่องมือชุดนี้จึงเน้นให้ผู้เข้าอบรมได้ค้นหาเป้าหมาย เป็นแบบที่ได้ทดลองใช้มาแล้วในชุมชนที่ห่างไกลหลายประเทศ และในหลายทวีป ที่แม้จะมีความแตกต่างทางสภาพแวดล้อม วัฒนธรรม วิถีชีวิต หรือข้อจำกัดทางสังคมใด ๆ ก็ตาม แต่เครื่องมือดังกล่าวก็ได้พิสูจน์ผลสัมฤทธิ์แล้วว่าสามารถช่วยให้ผู้ที่ยังไม่มีเป้าหมายที่ชัดเจนทางธุรกิจ ค้นพบแนวทางที่ตนอยากดำเนินไปได้” Mr. Charles กล่าว</p></blockquote>
<p>Mr. Charles Bodwell กล่าวว่า ด้วยเครื่องมือที่ออกแบบให้การอบรมเน้นไปที่กิจกรรมการอภิปราย ทำให้เกิดการแลกเปลี่ยนระหว่างกันจากเพื่อนสู่เพื่อน นำไปสู่ความช่วยเหลือและการติดตามผล รวมถึงสร้างแรงจูงใจให้เกิดการจัดกิจกรรมต่อเนื่อง ไม่ใช่เพียงการบรรยายถ่ายทอดความรู้ครั้งเดียวจบ อีกทั้งการเรียนรู้และจัดอบรมยังสามารถจัดได้ทุกที่ โดยมีข้อแม้เพียงอย่างเดียวคือต้องมีชุมชนเป็นฐาน และปรับรูปแบบให้เหมาะสมกับบริบทของแต่ละท้องถิ่น ที่ผ่านมาการจัดอบรมรูปแบบนี้เราได้รับผลที่ดีกลับมา สามารถพัฒนาการทำงาน คุณภาพชีวิต สรรค์สร้างวิธีการใหม่ ๆ ในการทำธุรกิจขนาดเล็ก โดยมีต้นทุนที่ถูกมาก ฉะนั้นจึงเหมาะกับทุกชุมชน โดยเฉพาะกลุ่มคนที่เข้าถึงยากที่สุดหรือยากจนที่สุด</p>
<p>นพ.สุภกร บัวสาย ผู้จัดการกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) กล่าวว่า การทำงานของกสศ. เป็นหน่วยงานของรัฐที่จัดตั้งขึ้นมาเพื่อลดความเหลื่อมล้ำของการศึกษา ที่มีปัญหาจากความยากจน ความด้อยโอกาส เช่น ปัญหาสุขภาพจิต ปัญหาความพิการ ผู้ที่ถูกคุมขัง ผู้ที่ตั้งครรภ์ไม่พึงประสงค์ บุคคลเหล่านี้ล้วนอยู่บนพื้นฐานของการขาดโอกาส ใครที่เดือดร้อนมาก เราพยายามที่จะช่วยเหลือให้มาก</p>
<p><img decoding="async" loading="lazy" class="aligncenter size-full wp-image-9024" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/11/10649.jpg" alt="" width="1477" height="1108" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/11/10649.jpg 1477w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/11/10649-300x225.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/11/10649-768x576.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/11/10649-1024x768.jpg 1024w" sizes="(max-width: 1477px) 100vw, 1477px" /></p>
<p>สำหรับโครงการพัฒนาระบบทดลองการพัฒนาทักษะแรงงานที่ขาดแคลนทุนทรัพย์และด้อยโอกาส ที่จะดำเนินการโดยครอบคลุมกลุ่มเป้าหมายที่เป็นกลุ่มแรงงานนอกระบบ กลุ่มที่ไม่ได้รับการศึกษา กลุ่มคนพิการ กลุ่มคนจน กลุ่มผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ กลุ่มผู้สูงอายุ วิสาหกิจชุมชน พ่อแม่วัยรุ่น ชาติพันธุ์ แม่บ้าน เยาวชนและผู้ต้องขัง คาดว่าจะมีผู้ได้รับโอกาสจากโครงการนี้จำนวน 71 แห่งครอบคลุมกว่า 6,000 คน ใน 42 จังหวัดของประเทศไทย โดยการพัฒนาทักษะให้แก่กลุ่มเป้าหมายมี 2 องค์ประกอบที่สำคัญ คือ<br />
1.การสอนในห้องเรียนควบคู่กับการฝึกปฏิบัติในสถานประกอบการจริง<br />
2.ความรู้ของโลกสมัยใหม่ในศตวรรษที่ 21 เช่น การคิด วิเคราะห์ วางแผนกิจการ การยกระดับและพัฒนาความคิดของตนเอง</p>
<blockquote><p>“ปัจจุบันแรงงานไทยมีจำนวนมากถึง 16 ล้านคน ซึ่งเป็นไปไม่ได้ที่แรงงานเหล่านี้จะเป็นแรงงานที่มีฝีมือหรือเป็นแรงงาน 4.0 ทั้งหมดแต่ยังมีแรงงานอีกกลุ่มที่ควรได้รับการยกระดับเป็นพิเศษ เช่น แรงงาน 1.0 (กลุ่มอาชีพเกษตรกรรม) และแรงงานระดับ 2.0 (กลุ่มอาชีพช่าง งานฝีมือ ฯลฯ) ที่ไม่ได้อยู่ในสถานประกอบการ แต่อยู่ในเขตชุมชนและท้องถิ่น ซึ่งมีความตั้งใจในการขยายโอกาสจำนวนในการช่วยเหลือต่อไป เพราะปัญหาของประเทศมีความยิ่งใหญ่มาก ถ้าสิ่งที่เราทำได้ผลลัพธ์ที่ดี และมีประโยชน์อาจจะมีหน่วยงานอื่นเข้ามาร่วมสนุบสนุนด้วยมากขึ้น” นพ.สุภกรกล่าว</p></blockquote>
<p>นพ.สุภกร กล่าวว่า ดังนั้นโครงการพัฒนาระบบทดลองการพัฒนาทักษะแรงงานที่ขาดแคลนทุนทรัพย์และด้อยโอกาส จึงมีความแตกต่างจากโครงการอื่นๆ ด้วยหลักคิดที่สำคัญที่เชื่อมโยงการพัฒนาอาชีพโดยใช้ชุมชนเป็นฐาน ที่ดึงชุมชนเข้ามามีส่วนร่วมในการพัฒนาแรงงานเหล่านี้ เพื่อสร้างอาชีพในรูปแบบใหม่ ๆ ที่สอดคล้อง และตอบสนองความต้องการของชุมชนได้อย่างยั่งยืน</p>
<p><img decoding="async" loading="lazy" class="aligncenter size-full wp-image-9025" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/11/10644.jpg" alt="" width="1477" height="1108" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/11/10644.jpg 1477w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/11/10644-300x225.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/11/10644-768x576.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/11/10644-1024x768.jpg 1024w" sizes="(max-width: 1477px) 100vw, 1477px" /></p>
<p><a href="https://www.facebook.com/watch/?v=2433924756927927">คลิปบรรยากาศในงาน</a></p>
<p>ดาวน์โหลด<br />
<a href="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/11/EEF-Presentation.pdf">เอกสารบรรยาย ILO ภาษาอังกฤษ</a><br />
<a href="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/11/EEF-Presentation-Lite-Thai-version.pdf">เอกสารบรรยาย ILO ภาษาไทย</a><br />
<a href="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/11/เล่มA4-R4B.pdf">คู่มือความพร้อมสำหรับการทำธุรกิจ การกำหนดวิสัยทัศน์</a></p>
<p>ติดตามความเคลื่อนไหวที่เพจ<br />
<a href="https://www.facebook.com/%E0%B8%97%E0%B8%B8%E0%B8%99%E0%B8%9E%E0%B8%B1%E0%B8%92%E0%B8%99%E0%B8%B2%E0%B8%AD%E0%B8%B2%E0%B8%8A%E0%B8%B5%E0%B8%9E%E0%B8%97%E0%B8%B5%E0%B9%88%E0%B9%83%E0%B8%8A%E0%B9%89%E0%B8%8A%E0%B8%B8%E0%B8%A1%E0%B8%8A%E0%B8%99%E0%B9%80%E0%B8%9B%E0%B9%87%E0%B8%99%E0%B8%90%E0%B8%B2%E0%B8%99-110251193718724/">ทุนพัฒนาอาชีพที่ใช้ชุมชนเป็นฐาน</a></p>
<p>&nbsp;</p><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/622-2/">กสศ.ร่วมมือ ILO อัพศักยภาพแรงงานด้อยโอกาสสู่คุณภาพ</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ดันชุมชนเป็นฐาน ยกระดับฝีมือแรงงานขาดแคลน</title>
		<link>https://www.eef.or.th/231020193-2/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 22 Oct 2019 14:47:33 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[ข่าวสารความรู้]]></category>
		<category><![CDATA[ทุนพัฒนาอาชีพทีใช้ชุมชนเป็นฐาน]]></category>
		<category><![CDATA[องค์การระหว่างประเทศ]]></category>
		<category><![CDATA[กสศ.]]></category>
		<category><![CDATA[นพ.สุภกร บัวสาย]]></category>
		<category><![CDATA[ILO]]></category>
		<category><![CDATA[ประจวบคีรีขันธ์]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?p=8677</guid>

					<description><![CDATA[<p>ในเวทีการประชุมปฏิบัติการเพื่อเสริมหนุนข้อเสนอโครงการพั [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/231020193-2/">ดันชุมชนเป็นฐาน ยกระดับฝีมือแรงงานขาดแคลน</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><img decoding="async" loading="lazy" class="aligncenter size-full wp-image-8681" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/10/S__29630487.jpg" alt="" width="4160" height="2768" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/10/S__29630487.jpg 4160w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/10/S__29630487-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/10/S__29630487-768x511.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/10/S__29630487-1024x681.jpg 1024w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/10/S__29630487-750x500.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/10/S__29630487-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 4160px) 100vw, 4160px" /></p>
<p>ในเวทีการประชุมปฏิบัติการเพื่อเสริมหนุนข้อเสนอโครงการพัฒนาระบบทดลองการพัฒนาทักษะแรงงานที่ขาดแค<br />
ลนทุนทรัพย์และด้อยโอกาส ระหว่างวันที่ 22-23 ต.ค. ณ โรงแรมเซนทรา บายเซนทาราฯ ศูนย์ราชการแจ้งวัฒนะ กรุงเทพฯ ซึ่งมีประเด็นหัวข้อน่าสนใจอย่าง &#8220;แนวคิดการพัฒนากลุ่มประชากรวัยแรงงานที่ขาดแคลนทุนทรัพย์และด้อยโอกาสของกสศ.&#8221; จาก นพ.สุภกร บัวสาย ผู้จัดการกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.)</p>
<p>นพ.สุภกร แชร์ถึงประสบการณ์ส่วนตัว จากการลงพื้นที่เขาสามร้อยยอด จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ซึ่งนำมาเป็นบทเรียนปรับใช้กับโครงการในครั้งนี้ โดยบอกว่า ผู้ใหญ่ท่านหนึ่งเล่าให้ฟังว่า หมู่บ้านแถวบริเวณนั้นมีความลำบากและอันตรายมาก ผู้ใหญ่จึงได้เริ่มต้นจากเชิญชวนให้ชาวบ้านพัฒนาท้องถิ่น เช่น มีการเก็บข้อมูล สำรวจหมู่บ้านว่าอาชีพของชาวบ้านส่วนใหญ่ทำอะไรบ้างในแต่ละฤดูกาล เช่น หมู่บ้านบริเวณนั้น มีการเพาะปลูกสัปปะรดเป็นจำนวนมาก แต่สินค้าขายไม่ค่อยดี จึงได้นำข้อมูลเหล่านี้มาปรับปรุง เพื่อทำอาชีพเสริมให้กับชาวบ้าน ได้ผลิตภัณฑ์ใหม่ออกมาเป็นสินค้าสัปปะรดกวน ซึ่งช่วยทำให้ผลผลิตสินค้าเกษตรไม่เน่าเสีย เป็นการนำมาแปรรูป ให้เกิดอาชีพ สร้างรายได้ให้แก่ชุมชน</p>
<p><img decoding="async" loading="lazy" class="aligncenter size-full wp-image-8682" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/10/S__29630478.jpg" alt="" width="6000" height="4000" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/10/S__29630478.jpg 6000w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/10/S__29630478-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/10/S__29630478-768x512.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/10/S__29630478-1024x683.jpg 1024w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/10/S__29630478-750x500.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/10/S__29630478-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 6000px) 100vw, 6000px" /></p>
<p>โดยสรุป แนวคิดนี้เริ่มจากผู้นำชุมชนทำการวิเคราะห์ชุมชน เชิญชวนสมาชิกในชุมชนเข้ามามีส่วนร่วมกัน เช่น ให้บ้านข้างๆ จับคู่กัน ช่วยกันสอดส่องดูแล ทั้งเรื่องของความปลอดภัย เรื่องของความลำบาก และให้มีการช่วยหลือกันและ ซึ่งกระบวนการพัฒนาแบบชุมชน อาจทำให้ได้ผลที่ยั่งยืนกว่าการที่พัฒนาแรงงานเป็นรายบุคคล</p>
<p>ขณะเดียวกัน หลักคิดของกสศ. ไม่ใช่แค่เฉพาะสำหรับโครงการนี้ การทำงานของกสศ. เป็นหน่วยงาน ของรัฐที่จัดตั้งขึ้นมาเพื่อลดความเหลื่อมล้ำของการศึกษา ที่มีปัญหาจากความยากจน ความด้อยโอกาส เช่น ปัญหาสุขภาพจิต ปัญหาความพิการ ผู้ที่ถูกคุมขัง ผู้ที่ตั้งครรภ์ไม่พึงประสงค์ บุคคลเหล่านี้ล้วนอยู่บนพื้นฐานของการขาดโอกาส ใครที่เดือดร้อนมาก เราพยายามที่จะช่วยเหลือให้มาก</p>
<p>โดยกสศ. จะทำงานลักษณะที่ว่าใครที่เดือดร้อนมาก เราพยายามที่จะช่วยเหลือให้มาก กสศ. จะทำงานลักษณะที่ว่า หากลุ่มที่ยากลำบากที่สุด และทุ่มเทกับกลุ่มคนเหล่านั้นก่อน เราไม่ได้ช่วยเหลือในการนำเด็กมาเรียนแค่ในห้องเรียน แต่เราช่วยเหลือให้เด็กสำเร็จยิ่งไปกว่านั้น</p>
<blockquote><p>&#8220;แต่กสศ. ก็ไม่ใช่องค์กรที่ใหญ่โตมากนัก เมื่อเทียบกับปัญหาความยากลำบากและความเหลื่อมล้ำที่เกิดขึ้นในสังคม เราเป็นเพียงแค่ส่วนเล็กๆ การที่จะเราจะไปถึงประชาชนได้ ต้องอาศัยทุกคนช่วยกัน ในวันนี้จึงอยากจะเชิญชวนให้ทุกคน เรียกตัวเองว่า กสศ. เพราะลำพังแค่เจ้าหน้าที่ของหน่วยงานเรา อาจไปไม่ถึงประชาชน แต่ทุกคนในที่นี้สามารถเข้าถึงประชาชนและเข้าถึงคนที่ยากลำบากในหลายๆ พื้นที่ได้ อยากให้ตระหนักว่า พวกเรา คือ คนที่รวมขบวนการในการช่วยเหลือประชาชน และตั้งใจทำความดีให้แก่สังคม&#8221; นพ.สุภกรกล่าวย้ำ</p></blockquote>
<p><img decoding="async" loading="lazy" class="aligncenter size-full wp-image-8684" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/10/ความเสมอภาค.jpg" alt="" width="960" height="960" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/10/ความเสมอภาค.jpg 960w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/10/ความเสมอภาค-150x150.jpg 150w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/10/ความเสมอภาค-300x300.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/10/ความเสมอภาค-768x768.jpg 768w" sizes="(max-width: 960px) 100vw, 960px" /></p>
<p>ผู้จัดการ กสศ. กล่าวบนเวทีอีกว่า กสศ.มีโครงการที่ใหญ่ที่สุด คือ การช่วยเหลือนักเรียนกว่า  6 แสนคน ซึ่งคิดเป็นหนึ่งใน 3 ของนักเรียนทั้งหมดที่ขาดโอกาสทางด้านการศึกษา อีกโครงการหนึ่ง คือ การสนับสนุนเด็กนักเรียนสายอาชีพ จำนวนรุ่นละสองพันกว่าคน ซึ่งทั่วประเทศแต่ละรุ่นมีประมาณกว่าแสนคน คิดได้เพียงแค่ 1 % จากทั้งหมด ดังนั้น ปัญหาของประเทศใหญ่มาก แต่กองทุนกสศ. ยังช่วยเหลือได้เพียงนิดเดียว</p>
<p>สอดคล้องกับอุดมการณ์ในการทำงาน ที่อยากให้ทุกคนยึดร่วมกัน คือ  ในการทำงานนั้นเราจะต้องทำงานแบบให้ได้กำไร คือ เราจะต้องทำโครงการให้ได้ผลลัพธ์ ไม่ใช่มีเพียงแต่รายงาน หรือมีเพียงแค่การจัดกิจกรรม หากเป็นเพียงแค่กิจกรรมจะไม่ใช่การทำงานของ กสศ. เราจะต้องบรรลุผลลัพธ์และเป้าประสงค์ของกิจกรรมด้วย เพื่อที่จะได้เรียนรู้จากการทำกิจกรรม นำไปสู่การพัฒนาและปรับปรุงแก้ไขต่อไป</p>
<p>“ทั้งประเทศเรามีผู้ที่เป็นแรงงานจำนวนกว่า 16 ล้านคน เราช่วยเหลือได้เพียง 6,000 คน ซึ่งมีความตั้งใจในการขยายโอกาสจำนวนในการช่วยเหลือต่อไป เพราะปัญหาของประเทศมีความยิ่งใหญ่มาก ถ้าสิ่งที่เราทำได้ผลลัพธ์ที่ดี และมีประโยชน์อาจจะมีหน่วยงานอื่นเข้ามาร่วมสนุบสนุนด้วยมากขึ้น</p>
<p>การพัฒนาอาชีพมีในหลายทั่วโลก เราได้มีประสบการณ์ มีความรู้ที่องค์การระหว่างประเทศ (ILO) ได้มารวบรวม อย่างเช่น ธนาคารโลกได้กล่าวไว้ว่า สิ่งที่ทำแล้วไม่ได้ผลในการพัฒนาทักษะแรงงาน คือ การสอนแค่อาชีพเฉพาะให้แก่แรงงาน เช่น การสอนทักษะด้านการเกษตรเพียงอย่างเดียว ซึ่งจะทำให้แรงงานมีความรู้ในการไปประกอบอาชีพไม่รอบด้าน แต่ต้องมี 2 องค์ประกอบที่สำคัญ คือ อย่างเรก การสอนในห้องเรียนควบคู่กับการฝึกปฏิบัติในสถานประกอบการจริง อย่างที่สอง ความรู้ของโลกสมัยใหม่ในศตวรรษที่ 21 เช่น เรื่องการคิด และวางแผนกิจการของตนเอง รู้จักยกระดับและพัฒนาความคิดของตนเอง</p>
<p>ซึ่งองค์การแรงงานระหว่างประเทศ (ILO) จะได้มาช่วยเราในการทำกิจกรรม Workshop เพื่อชวนให้เราคิดในการทำกิจการ หรือธุรกิจของตนเอง มีการร่วมกันตั้งโจทย์ และร่วมกันหาคำตอบเพื่อได้เห็นถึงศักยภาพ และลู่ทางของตนเอง ว่าเรามีแนวทางในการที่เข้าสู่เส้นทางการประกอบอาชีพอื่นๆ ที่มีความน่าสนใจได้อย่างไรบ้าง</p>
<p>อีกทั้งยังมีกิจกรรมที่ช่วย Follow Up แรงงานที่เข้าร่วมโครงการทดลอง ว่าสามารถประกอบอาชีพ และสร้างรายได้ได้จริงหรือไม่ มีการเปลี่ยนแปลงที่ดีขึ้นอย่างไรบ้าง โครงการนี้มีจุดแข็งและจุดอ่อนอย่างไรบ้างที่ควรปรับปรุง  โครงการในครั้งนี้ มี Concept หลัก คือ ความคิดที่ยึดโยงกับชุมชน เนื่องจากแรงงานไทยมีจำนวนมาก และเป็นไปไม่ได้ที่แรงงานเหล่านี้จะเป็นแรงงานที่มีฝีมือ หรือแรงงาน 4.0 ทั้งหมด จะมีแรงงานกลุ่มที่ไร้ฝีมือที่ควรได้รับการยกระดับเป็นพิเศษ เช่น แรงงาน 1.0 กลุ่มอาชีพเกษตรกรรม และแรงงงานระดับ 2.0 กลุ่มอาชีพช่าง ซึ่งล้วนเป็นแรงงานที่ไม่ได้อยู่ในสถานประกอบการ แต่อยู่ในเขตชุมชนและท้องถิ่น ดังนั้น ชุมชนจึงมีความเกี่ยวข้องกับแรงงานเหล่านี้ นำไปสู่การสร้างความเจริญเติบโตของชุมชน เช่น การสร้างอาชีพใหม่ๆ เพื่อสอดคล้องและตอบสนองความต้องการของชุมชน</p>
<p>อย่างไรก็ตาม นพ.สุภกร ยังยกตัวอย่างข้อความของอัจฉริยะระดับโลกอย่าง อัลเบิร์ต ไอน์สไตน์ ด้วยคำคมว่า Insanity is doing the same thing over and over again and expecting different results ซึ่งมีความหมายว่า “ทำอะไรซ้ำ ๆ อย่าหวังว่ามันจะแตกต่างจากเดิม”  เพราะทุกอย่างดีขึ้นไปกว่าเดิมได้ด้วยวิธีการใหม่ ๆ  ซึ่งสามารถเชื่อมโยงกับโครงการได้ว่า อยากให้มีการต่อยอดโครงการ โดยสร้างเครือข่ายผู้นำที่มีความเข้มแข็ง ในแต่ละชุมชน เพื่อที่จะได้ประสานในการพัฒนาการทำระบบทดลอง และขยายโอกาสต่อไป</p>
<p><img decoding="async" loading="lazy" class="aligncenter size-full wp-image-8683" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/10/ไอเบิร์ต.jpg" alt="" width="892" height="529" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/10/ไอเบิร์ต.jpg 892w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/10/ไอเบิร์ต-300x178.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/10/ไอเบิร์ต-768x455.jpg 768w" sizes="(max-width: 892px) 100vw, 892px" /></p><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/231020193-2/">ดันชุมชนเป็นฐาน ยกระดับฝีมือแรงงานขาดแคลน</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ถอดโมเดล ILO เชื่อมชุมชนสร้างโอกาสพัฒนาฝีมือแรงงาน</title>
		<link>https://www.eef.or.th/ilo/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 26 Aug 2019 11:14:31 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[ข่าวสารความรู้]]></category>
		<category><![CDATA[กสศ.]]></category>
		<category><![CDATA[นพ.สุภกร บัวสาย]]></category>
		<category><![CDATA[ILO]]></category>
		<category><![CDATA[เวทีเสวนาวิชาการนานาชาติ]]></category>
		<category><![CDATA[Asia-Pacific]]></category>
		<category><![CDATA[เอเซียแปซิฟิก]]></category>
		<category><![CDATA[Charles Bodwell]]></category>
		<category><![CDATA[ปนัดดา บุญผลา]]></category>
		<category><![CDATA[องค์การแรงงานระหว่างประเทศ]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?p=7149</guid>

					<description><![CDATA[<p>กสศ.พัฒนาระบบทดลองทักษะแรงงานด้อยโอกาสและนอกระบบครอบคลุ [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/ilo/">ถอดโมเดล ILO เชื่อมชุมชนสร้างโอกาสพัฒนาฝีมือแรงงาน</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><img decoding="async" loading="lazy" class="aligncenter size-full wp-image-7152" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/08/69467776_2774885385878786_7595559172310040576_o.jpg" alt="" width="1280" height="853" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/08/69467776_2774885385878786_7595559172310040576_o.jpg 1280w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/08/69467776_2774885385878786_7595559172310040576_o-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/08/69467776_2774885385878786_7595559172310040576_o-768x512.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/08/69467776_2774885385878786_7595559172310040576_o-1024x682.jpg 1024w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/08/69467776_2774885385878786_7595559172310040576_o-750x500.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/08/69467776_2774885385878786_7595559172310040576_o-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 1280px) 100vw, 1280px" /></p>
<blockquote><p>กสศ.พัฒนาระบบทดลองทักษะแรงงานด้อยโอกาสและนอกระบบครอบคลุมทุกภูมิภาคทั่วประเทศ</p></blockquote>
<p>กสศ.เดินหน้าโครงการพัฒนาระบบทดลองการพัฒนาทักษะแรงงานที่ขาดแคลนทุนทรัพย์และด้อยโอกาส ส่วนใหญ่อยู่ในภาคเกษตร ระบุขาดทักษะแรงงาน รายได้ต่ำ พร้อมถอดโมเดล ILO เชื่อมชุมชนสร้างโอกาสพัฒนาฝีมือแรงงาน</p>
<p>เมื่อวันที่ 27 ส.ค.2562 ที่โรงแรมเดอะ ควอเตอร์ อารีย์ กสศ.จัดเวทีเสวนาวิชาการนานาชาติ “การเข้าถึงและพัฒนาทักษะการทำงานให้แก่กลุ่มประชากรวัยแรงงานด้อยโอกาส: บทเรียนจากภูมิภาคเอเซียแปซิฟิก” (Reaching Hard to Reach Communities: Lesson Learnt from Asia-Pacific Region) มีผู้เข้าร่วมเสวนาจากภาครัฐและเอกชนกว่า 30 องค์กร โดยนพ.สุภกร บัวสาย ผู้จัดการกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) กล่าวว่า ปัจจุบันแรงงานในประเทศไทยจำนวน 38 ล้านคน 55% เป็นแรงงานนอกระบบ หรือมีจำนวน 21.2 ล้านคน ส่วนใหญ่อยู่ในภาคเกษตร ซึ่งแรงงานนอกระบบกลุ่มนี้ขาดทักษะในการพัฒนาฝีมือแรงงาน และมีรายได้ต่ำ เป็นสาเหตุของความเหลื่อมล้ำในสังคมไทย กสศ. มีภารกิจในการลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา ซึ่งไม่ใช่แค่การศึกษาในระบบเท่านั้น แต่ปัจจุบันมีประชาชนจำนวนมากอยู่นอกระบบการศึกษา โดยเฉพาะแรงงานนอกระบบที่ต้องการการพัฒนาทักษะอาชีพ กสศ.จึงได้เปิดโครงการพัฒนาระบบทดลองการพัฒนาทักษะแรงงานที่ขาดแคลนทุนทรัพย์และด้อยโอกาส โดยมีแนวคิดหลัก 4 ประการ คือ 1. การใช้ชุมชนเป็นฐานในการประกอบอาชีพ 2. การพัฒนาทักษะการเป็นผู้ประกอบการ/แรงงานฝีมือในชุมชน 3. การเสริมสร้างสมรรถนะแก่ชุมชนและภาคเอกชน และ 4.การวิจัยปฏิบัติการเพื่อประเมินผลความสำเร็จของกลุ่มเป้าหมาย</p>
<p>“โครงการนี้จะเปิดโอกาสให้ชุมชนเข้ามามีส่วนร่วมในการพัฒนาศักยภาพของแรงงานที่ขาดแคลนทุนทรัพย์และด้อยโอกาสในชุมชน ค้นหาตัวตนเพื่อเพิ่มศักยภาพของคนในพื้นที่ ซึ่งจะนำไปสู่การลดความเหลื่อมล้ำที่เกิดขึ้นในสังคมไทย” นพ.สุภกรกล่าว</p>
<p>นพ.สุภกรกล่าวว่า สำหรับโครงการดังกล่าว กสศ.ได้เปิดให้หน่วยงานทั้งภาครัฐ เอกชน ที่อยู่ในระบบการศึกษาและนอกระบบยื่นเสนอโครงการเข้ามา มีจำนวนกว่า 108 โครงการ และได้คัดเลือกราว 80 โครงการ ที่จะดำเนินการต่อไป ครอบคลุมกลุ่มเป้าหมายที่เป็นกลุ่มแรงงานนอกระบบ กลุ่มที่ไม่ได้รับการศึกษา กลุ่มคนพิการ กลุ่มคนจน กลุ่มผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ กลุ่มผู้สูงอายุ วิสาหกิจชุมชน พ่อแม่วัยรุ่น ชาติพันธุ์ แม่บ้าน เยาวชนและผู้ต้องขัง คาดว่าจะมีผู้ได้รับการฝึกอบรมตามโครงการนี้กว่า 6,000 คน โดยมีงบประมาณช่วยเหลือ 1–2 หมื่นบาทต่อคน ทั้งนี้ในอนาคตจะมีความร่วมมือระหว่าง กสศ.และองค์การแรงงานระหว่างประเทศหรือ ILO เพื่อสนับสนุนทางวิชาการรวมถึงโปรแกรมการฝึกอมรมที่ยึดชุมชนเป็นตัวตั้งให้กับทั้ง 80 โครงการที่ได้รับการคัดเลือกด้วย</p>
<p><img decoding="async" loading="lazy" class="aligncenter size-full wp-image-7153" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/08/68945790_2774885135878811_537319401074982912_o.jpg" alt="" width="1280" height="853" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/08/68945790_2774885135878811_537319401074982912_o.jpg 1280w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/08/68945790_2774885135878811_537319401074982912_o-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/08/68945790_2774885135878811_537319401074982912_o-768x512.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/08/68945790_2774885135878811_537319401074982912_o-1024x682.jpg 1024w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/08/68945790_2774885135878811_537319401074982912_o-750x500.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/08/68945790_2774885135878811_537319401074982912_o-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 1280px) 100vw, 1280px" /></p>
<p>ด้าน Mr. Charles Bodwell ผู้เชี่ยวชาญพิเศษด้านการพัฒนาวิสาหกิจ องค์การแรงงานระหว่างประเทศ ผู้พัฒนาโปรแกรมการฝึกอบรมด้านธุรกิจและการประกอบการใน 20 ประเทศทั่วภูมิภาคเอเชียตะวันออกและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ กล่าวว่า การพัฒนาโปรแกรมการฝึกอบรมด้านแรงงานแบบเดิมไม่สามารถตอบโจทย์ยุทธศาสตร์การพัฒนาในเชิงรุก สิ่งสำคัญคือการทำงานร่วมกับชุมชน ทำกิจกรรมต่างๆ ที่กระตุ้นให้ชุมชนมีส่วนร่วมในการพัฒนาทักษะแรงงาน ฝึกอบรมให้เกิดการคิดต่อยอดจะช่วยให้เกิดการพัฒนาด้านแรงงาน ด้วยต้นทุนที่ถูกลง และทำให้เศรษฐกิจในชุมชนแข็งแกร่งขึ้น</p>
<p>ปัจจุบัน ILO มีโปรแกรมมากกว่า 80 รายการ ที่ใช้ในการพัฒนาวิสาหกิจชุมชน แต่ละชุมชนสามารถเลือกโปรแกรมที่เหมาะกับแต่ละชุมชนได้ ซึ่งจากการเข้าไปพัฒนาโปรแกรมให้แต่ละประเทศ สิ่งที่เกิดขึ้น คือแรงงานในชุมชนสามารถตัดสินใจเลือกงานที่เหมาะกับชุมชนนั้น เกิดการสร้างเครือข่ายเชื่อมโยงระหว่างกัน ทำให้เกิดความแข็งแกร่งขึ้นในแต่ละชุมชน ทั้งในประเทศไทย กัมพูชา สปป.ลาว รวมไปถึงชนกลุ่มน้อยตามแนวชายแดน</p>
<p>“สิ่งที่เราให้ความสำคัญ คือการเรียนรู้เรื่องการทำธุรกิจ การเข้าถึงแหล่งทุน และการทำตลาด เราจะไม่สอนว่าเขาต้องทำการเกษตรอย่างไร เพราะนั่นคือสิ่งที่เขารู้ดีอยู่แล้ว แต่จะมุ่งเสริมทักษะด้านอื่นๆ เช่น ด้านการบริหารจัดการ การดำเนินธุรกิจ การทำตลาด การแปรรูปเพื่อต่อยอดสิ่งที่ทำอยู่ให้เกิดการขยายผลมากยิ่งขึ้น เช่น การทำฟาร์มสเตย์ โฮมสเตย์ เป็นต้น” Mr. Charles กล่าว</p>
<p>อย่างไรก็ตาม ในอนาคต ILO จะพัฒนาโปรแกรมการเรียนรู้ผ่านระบบออนไลน์ เพื่อเพิ่มโอกาสในการเข้าถึงเครื่องมือต่างๆ ได้มากขึ้น พร้อมทั้งยินดีพูดคุยกับหน่วยงานต่างๆ ของรัฐบาลและเอกชนในประเทศไทย รวมถึงการจัดสัมนาและเวิร์คช้อปเพื่อขยายผลให้เกิดความเข้าใจในโปรแกรมต่างๆ ของ ILO มากยิ่งขึ้นต่อไป</p>
<p>นางปนัดดา บุญผลา รองผู้อำนวยการองค์การแรงงานระหว่างประเทศ (ILO) สำนักงานภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก กล่าวว่า ประเด็นการเข้าถึงของกลุ่มคนด้อยโอกาส ถือเป็นเรื่องใหญ่ระดับโลก ที่จะต้องไม่มีใครถูกทอดทิ้งในสังคม นำไปสู่การหาทางออกทั้งในระดับชุมชน ประเทศและระดับโลก ต้องให้ความเสมอภาคและเป็นธรรมในสังคมของการทำงาน ซึ่งจะนำไปสู่การอยู่ร่วมกันอย่างสันติ</p>
<p>ทั้งนี้ โลกของการทำงานในปัจจุบันและอนาคต มีหลายประเด็นที่สังคมต้องให้การความสำคัญกับความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น ทั้งเรื่องเทคโนโลยี สงครามการค้า การเปลี่ยนแปลงด้านสภาพอากาศ และโครงสร้างประชากร โดยเฉพาะการเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ ทำอย่างไรจะต้องไม่ให้เกิดการแบ่งแยกและเกิดช่องทางในการทำงานที่จะมีผลกระทบต่อคนทุกกลุ่มในสังคม องค์การแรงงานระหว่างประเทศให้ความสำคัญกับการดำเนินการอย่างไรที่จะทำให้คนทุกกลุ่มมีโอกาสจากการเปลี่ยนแปลงและสร้างความร่วมมือในระดับชุมชน นำไปสู่การร่วมมือระดับประเทศและระดับโลก</p>
<p><img decoding="async" loading="lazy" class="aligncenter size-full wp-image-7154" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/08/69509665_2774885199212138_6025988490955587584_o.jpg" alt="" width="1280" height="853" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/08/69509665_2774885199212138_6025988490955587584_o.jpg 1280w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/08/69509665_2774885199212138_6025988490955587584_o-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/08/69509665_2774885199212138_6025988490955587584_o-768x512.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/08/69509665_2774885199212138_6025988490955587584_o-1024x682.jpg 1024w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/08/69509665_2774885199212138_6025988490955587584_o-750x500.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/08/69509665_2774885199212138_6025988490955587584_o-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 1280px) 100vw, 1280px" /></p><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/ilo/">ถอดโมเดล ILO เชื่อมชุมชนสร้างโอกาสพัฒนาฝีมือแรงงาน</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>“การเข้าถึงและพัฒนาทักษะการทำงานให้แก่กลุ่มประชากรวัยแรงงานด้อยโอกาส: บทเรียนจากภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก”</title>
		<link>https://www.eef.or.th/26-8-62/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 26 Aug 2019 07:46:40 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[ข่าวสารความรู้]]></category>
		<category><![CDATA[ทุนพัฒนาอาชีพทีใช้ชุมชนเป็นฐาน]]></category>
		<category><![CDATA[อัญญรัตน์ ไชยชนะ]]></category>
		<category><![CDATA[กสศ.]]></category>
		<category><![CDATA[ILO]]></category>
		<category><![CDATA[Charles Bodwell]]></category>
		<category><![CDATA[International Labour Organization]]></category>
		<category><![CDATA[C-BED]]></category>
		<category><![CDATA[Community-based Enterprise Development]]></category>
		<category><![CDATA[SSIS]]></category>
		<category><![CDATA[Anjali Patel]]></category>
		<category><![CDATA[BDS]]></category>
		<category><![CDATA[Business Development Services]]></category>
		<category><![CDATA[Steps with Theera]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?p=9132</guid>

					<description><![CDATA[<p>เสวนาวิชาการนานาชาติครั้งที่ 2 วันที่ 26 ส.ค. 2562 “การ [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/26-8-62/">“การเข้าถึงและพัฒนาทักษะการทำงานให้แก่กลุ่มประชากรวัยแรงงานด้อยโอกาส: บทเรียนจากภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก”</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<blockquote><p>เสวนาวิชาการนานาชาติครั้งที่ 2 วันที่ 26 ส.ค. 2562<br />
“การเข้าถึงและการพัฒนาทักษะการทeงานให้แก่กลุ่มประชากรวัยแรงงานด้อยโอกาส: บทเรียนจากภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก&#8221;<br />
ถอดบทเรียนโดย อัญญรัตน์ ไชยชนะ</p></blockquote>
<p>ภารกิจอย่างหนึ่งของกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) คือการลดความเหลื่อมล้ำทางการ<br />
ศึกษาของผู้ด้อยโอกาส โดยเฉพาะกลุ่มเยาวชนคนรุ่นใหม่ที่ต้องออกจากระบบการศึกษากลางคัน ตกงาน หรือผู้ที่มีรายได้น้อย ให้มีโอกาสพัฒนาทักษะทางวิชาชีพเพื่อให้สามารถมีอาชีพพึ่งพาตัวเองได้เพื่อบรรลุภารกิจนี้ กสศ. ให้ความสำคัญกับการสร้างเครือข่ายพันธมิตรเพื่อเข้าถึงและพัฒนาทักษะอาชีพร่วมกับชุมชนในระดับท้องถิ่น ได้จัดการสัมมนาวิชาการนานาชาติขึ้นเมื่อวันที่ 26 สิงหาคม 2562 เพื่อเรียนรู้และแลกเปลี่ยนแนวคิด วิธีการ และประสบการณ์ ในการดำเนินโครงการพัฒนาทักษะอาชีพส าหรับผู้ด้อยโอกาสในชุมชนจากองค์การแรงงานระหว่างประเทศ (International Labour Organization (ILO) ซึ่งเป็นองค์กรที่มีเป้าหมายในการส่งเสริมความเสมอภาคและความเป็น</p>
<p>ธรรมทางสังคมในโลกของการทeงาน เน้นความร่วมมือในระดับชุมชน และได้พัฒนาเครื่องมือที่เรียกว่า Community-based Enterprise Development (C-BED) ให้ภาคธุรกิจ หน่วยงานรัฐ และองค์กรไม่แสวง หาผลกำไร ประเทศแถบเอเชียและแปซิฟิก 20 ประเทศนำไปใช้กับโครงการพัฒนาทักษะอาชีพร่วมกับชุมชนท้องถิ่นอย่างได้ผล</p>
<p><strong>1. การอภิปรายนำ “การเข้าถึงและการพัฒนาทักษะการทำงานให้แก่กลุ่มประชากรวัยแรงงานด้อยโอกาส</strong>”<br />
โดย คุณชาร์ลส์ บอดเวลล์ (Charles Bodwell) ผู้เชี่ยวชาญพิเศษจากองค์การแรงงานระหว่างประเทศ (ILO)</p>
<p><img decoding="async" loading="lazy" class="aligncenter size-full wp-image-9136" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/11/MG_4615.jpg" alt="" width="5472" height="3648" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/11/MG_4615.jpg 5472w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/11/MG_4615-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/11/MG_4615-768x512.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/11/MG_4615-1024x683.jpg 1024w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/11/MG_4615-750x500.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/11/MG_4615-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 5472px) 100vw, 5472px" /></p>
<p>จากประสบการณ์การท างานร่วมกับองค์กรทั้งในประเทศไทยและประเทศในแถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้<br />
มากกว่า 20 ปีมร. บอดเวลล์พบว่าปัญหาของการจัดเตรียมการฝึกอบรมส าหรับชุมชนห่างไกลในช่วงแรกๆ ของการทำงาน คือโครงการฝึกอบรมที่เตรียมไว้ไม่เหมาะสมกับความรู้ความเข้าใจของคนในชุมชน การขาดบุคลากรที่มีความรู้ งบประมาณ และสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ ด้วยเหตุนี้ทาง ILO จึงได้ร่วมมือกับภาคีเครือข่ายคิดค้นเครื่องมือที่จะแก้ปัญหาดังกล่าว ทั้งยังช่วยประหยัดงบประมาณ แต่ให้ประสิทธิภาพสูงสุด อันเป็นที่มาของโครงการสนับสนุนวิสาหกิจที่ยึดชุมชนเป็นศูนย์กลางหรือ C-BED (Community-based Enterprise Development)</p>
<p>การดำเนินการฝึกอบรมให้กับท้องถิ่นภายใต้โครงการ C-BED มีแนวคิดสำคัญเรียกรวมย่อๆ ว่า “SSIS”<br />
กล่าวคือ โครงการฝึกอบรมจะต้องขยายไปสู่วงกว้างได้ (Scalable) มีความยั่งยืน (Sustainable) สามารถสร้างผลกระทบในวงกว้าง (Impactful) และพร้อมสนับสนุนหน่วยงานส าคัญ (Supportive) โดยเครื่องมือหลักในการดำเนินโครงการภายใต้แนวคิด SSIS นี้คือ การเรียนรู้โดยเน้นกิจกรรมเป็นฐาน (Activity-based Learning) โดยให้สมาชิกชุมชนเรียนรู้ทักษะต่างๆ ด้วยตนเองผ่านการท ากิจกรรมร่วมกัน โดยแบ่งออกเป็นกลุ่มเล็กๆ และไม่จำเป็นต้องพึ่งผู้เชี่ยวชาญภายนอก วิธีนี้จะช่วยให้ชุมชนและหน่วยงานท้องถิ่นสามารถสานต่อการฝึกอบรมด้วยตนเองและขยายผลกระทบไปสู่วงกว้างได้อย่างยั่งยืน</p>
<p>แบบแผนของโครงการคือการใช้คู่มือการฝึกอบรมกึ่งแบบเรียนที่มีการอธิบายอย่างเป็นขั้นเป็นตอน อาทิเช่น<br />
คู่มือด้านการตลาด การทำธุรกิจเกสต์เฮ้าส์หรือโฮมสเตย์ การทำธุรกิจการค้า การท าธุรกิจงานฝีมือ การทำธุรกิจขนส่งขนาดเล็ก การทำธุรกิจการเกษตร เป็นต้น โดยในขั้นแรกของโครงการ ผู้เชี่ยวชาญจาก ILO จะเข้าไปสร้างความเข้าใจในการทำกิจกรรมให้กับชุมชน จากนั้นสมาชิกชุมชนจะร่วมกันแลกเปลี่ยนความรู้และประสบการณ์และปรึกษาหารือกันด้วยตนเอง น าไปสู่การสานต่อการฝึกอบรมด้วยตนเองโดยไม่ต้องมีผู้เชี่ยวชาญเข้าไปด าเนินการ เปรียบเสมือนการยื่นเครื่องมือให้ทางชุมชนน าไปสานต่ออย่างยั่งยืน วิธีการนี้แตกต่างจากกระบวนการถ่ายทอดความรู้จากส่วนบนสู่ส่วนล่างแบบดั้งเดิม เพราะการให้ผู้เชี่ยวชาญเข้าไปท าการสอนในทุกขั้นตอนจะทำให้ผู้เรียนเป็นฝ่ายรับข้อมูลเพียงด้านเดียวเป็นการปิดกั้นความคิดของคนในชุมชน ทำให้คนในชุมชนไม่กล้าแสดงความคิดเห็นและไม่กล้าที่จะมีส่วนร่วมมากเท่าที่ควร</p>
<p>ปัจจุบันมีโครงการ C-BED ที่ดำเนินการสำเร็จแล้ว รวมถึงโครงการที่กำลังดำเนินการอีกมากมาย มีผู้เข้าร่วมโครงการที่มีข้อมูลในระบบมากกว่า 100,000 ราย ในจ านวนนี้ มีผู้เข้าร่วมจ านวนมากที่มีรายได้ต่ำกว่า 1 ดอลลาร์ต่อวัน และส่วนใหญ่ไม่เคยผ่านการฝึกอบรมมาก่อน จากการติดตามผลหลังจากการฝึกอบรม 3-6 เดือน พบว่า ผู้เข้าร่วมกว่าร้อยละ 63 รายงานว่าตนมีรายได้เพิ่มขึ้น ร้อยละ 97 มีเงินเก็บมากขึ้น ร้อยละ 34 สามารถเริ่มต้นด าเนินธุรกิจของตนเอง และร้อยละ 82 มีความเห็นว่าความก้าวหน้าทางอาชีพการงานของตนเป็นผลมาจากการเข้าร่วมใน C-BED</p>
<p><strong>2. การนำเสนอ “ตัวอย่างโครงการพัฒนาเครอืข่ายธุรกิจขนาดเล็กและการช่วยเหลือบริการด้านการเงินใน</strong><br />
<strong>สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว”<br />
</strong>โดย คุณแอนเจลี พาเทล (Anjali Patel) ผู้เชี่ยวชาญจากองค์การแรงงานระหว่างประเทศ ผู้ประสานงานโครงการในสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว</p>
<p>ทางกระทรวงพาณิชย์สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาวได้ร่วมมือกับองค์การแรงงานระหว่างประเทศ<br />
เพื่อช่วยผลักดันให้ธุรกิจขนาดเล็กสามารถเข้าถึงความช่วยเหลือด้านการเงิน แต่เดิมนั้นถึงแม้ว่าทางรัฐบาลลาวจะมีงบประมาณเพื่อให้ทางธนาคารพาณิชย์ในประเทศช่วยจัดสรรเงินกู้ให้กับธุรกิจขนาดเล็กอยู่แล้ว แต่ธุรกิจขนาดเล็กทั่วประเทศก็ยังไม่มีงบประมาณเพียงพอที่จะพัฒนาธุรกิจของตนเอง และไม่ทราบว่าจะจัดการด้านการเงินและขอความช่วยเหลือด้านการเงินจากทางรัฐได้อย่างไร ทาง ILO ได้เข้ามาเป็นสื่อกลางในการเชื่อมช่องว่างดังกล่าว โดยเข้าไปพูดคุยถึงการให้ความช่วยเหลือด้านการบริหารธุรกิจขนาดเล็กกับธนาคารพาณิชย์ 8 แห่ง และน าเครื่องมือที่ทาง ILO มีอยู่มาประยุกต์ใช้กับธุรกิจกลุ่มดังกล่าว</p>
<p>จากการจัดการฝึกอบรมในสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาวพบว่า คนในชุมชนได้ประโยชน์จากการ<br />
พบปะพูดคุยและการสร้างเครือข่ายระหว่างธุรกิจขนาดเล็กด้วยกันเอง อีกทั้งยังได้รับประโยชน์จากการเข้าถึงธนาคารพาณิชย์ได้โดยตรง ในขณะเดียวกัน ทางธนาคารก็ได้รับประโยชน์จากการเข้าถึงธุรกิจขนาดเล็กเหล่านี้เช่นกัน ในเบื้องต้นทางรัฐบาลลาวได้เข้าไปให้ความช่วยเหลือใน 3 เมืองใหญ่ ได้แก่ เวียงจันทน์เชียงขวาง และปากเซ เป็นการนำร่อง และจะขยายไปสู่เมืองอื่นๆ ที่ต้องการความช่วยเหลือด้านการเงินต่อไปในอนาคต</p>
<p>ILO เล็งเห็นว่าปัจจัยส าคัญของความสำเร็จของโครงการดังกล่าวคือ การเข้าถึงหอการค้าของประเทศลาว<br />
โดยตรง และการร่วมมือกับผู้ให้บริการพัฒนาด้านธุรกิจ (Business Development Services หรือ BDS) ซึ่งมีความเชี่ยวชาญในการพูดคุยเจรจากับเครือข่ายธุรกิจขนาดเล็ก การเข้าถึงธนาคารพาณิชย์ได้โดยตรงช่วยให้ธุรกิจขนาดเล็กสามารถสร้างแผนดำเนินการทางการค้าได้สะดวกยิ่งขึ้น</p>
<p><strong>3. การนำเสนอ “ตัวอย่างโครงการ Steps with Theera”<br />
</strong>โดย คุณแมกซ์ ซิมป์ สัน (Max Simpson) ผู้จัดการโครงการ Steps with Theera</p>
<p>คุณแมกซ์ ซิมป์ สัน ทำงานเป็นที่ปรึกษาให้ค าแนะน ากับเยาวชนพิการ โดยเฉพาะเยาวชนที่มีภาวะออทิสซึม<br />
ดาวน์ซินโดรม ผู้ที่มีความบกพร่องทางการเรียนรู้ และผู้ที่มีปัญหาสมาธิสั้น กลุ่มคนเหล่านี้จำนวนกว่าร้อยละ 70 ไม่จบการศึกษาและไม่ได้เข้าศึกษาต่อในการศึกษาระดับสูง จึงว่างงานและไม่มีโอกาสเข้าถึงโอกาสในการจ้างงาน ซึ่งอันที่จริงแล้วคนกลุ่มนี้เป็นผู้มีความสามารถในการท างานแต่ไม่ได้รับโอกาส ด้วยเหตุนี้ทางโครงการจึงหาวิธีเสริมทักษะทางวิชาชีพให้กับเยาวชนกลุ่มนี้เพื่อลดปัญหาดังกล่าว</p>
<p>โครงการ Steps with Theera ร่วมมือกับทางองค์การแรงงานระหว่างประเทศ เพราะเห็นว่าการเรียนรู้โดยเน้น<br />
กิจกรรมเป็นฐานนั้นมีความเหมาะสมกับการฝึกอบรมเยาวชนผู้พิการในประเทศไทย เนื่องจากผู้เชี่ยวชาญทางด้านการให้ค าแนะน ากับผู้พิการในประเทศไทยมีจ านวนน้อยและไม่เพียงพอต่อการเข้ามาช่วยเหลือในการฝึกอบรม การใช้ C-BED ในการเสริมสร้างทักษะและความสามารถให้กับกลุ่มเยาวชนที่มีความบกพร่องทางการเรียนรู้ในไทยนั้นประสบผลสำเร็จอย่างมาก ผู้เข้ารับการฝึกอบรมอยู่ในช่วงอายุ 18-25 ปีและมีภาวะความบกพร่องทางการเรียนรู้ที่หลากหลายการฝึกอบรมแบ่งออกเป็นหลายสายอาชีพ เช่น ธุรกิจร้านกาแฟ งานด้านเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร และการบริหารองค์กร เป็นต้น</p>
<p><strong>การอภิปรายแลกเปลี่ยนความคิดเห็น</strong></p>
<p>มร.บอดเวลล์ได้ให้ความเห็นเพิ่มเติมเกี่ยวกับการพัฒนาทักษะแรงงานด้อยโอกาสว่า กลุ่มแรงงานที่เข้าถึงและ<br />
ให้การฝึกอบรมได้ยากมาก จะเป็นกลุ่มผู้รับเหมางานมาท าที่บ้านและลูกจ้างงานบ้าน แรงงานเหล่านี้แต่ละคนทำงานในสถานที่ที่แตกต่างกันและมีวันหยุดเพียงวันเดียว การจัดการฝึกอบรมจึงจำเป็นต้องพยายามสร้างแรงจูงใจให้กลุ่มคนเหล่านี้สามารถสร้างวิสัยทัศน์เกี่ยวกับอนาคตของตนเอง สามารถกำหนดได้ว่าต้องการประกอบอาชีพในทิศทางใดในอีก 5 ปีข้างหน้า สามารถระบุความชื่นชอบและความถนัดของตนเองเพื่อสานต่อทักษะด้านนั้นๆ หรือทำอย่างไรให้กลุ่มคนเหล่านี้สร้างรายได้ให้มากขึ้นในระหว่างที่ท างานในปัจจุบัน สิ่งสำคัญที่ควรคำนึงถึงคือแรงงานด้อยโอกาสเหล่านี้คือผู้มีความสามารถแต่กลับไม่ได้รับโอกาสในการทำงาน วัตถุประสงค์สำคัญของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องคือการหยิบยื่นโอกาสในการฝึกอบรมให้กับพวกเขาเพื่อยกระดับทักษะและโอกาสในการสร้างรายได้ในอนาคต</p>
<p>ในบริบทประเทศไทย การเรียนรู้โดยเน้นกิจกรรมเป็นฐานและการใช้คู่มือกึ่งแบบเรียนมีความเหมาะสมกับ<br />
การพัฒนาทักษะของแรงงานอย่างมาก โดยสามารถเริ่มต้นด้วยการนำมาปรับใช้กับการฝึกอบรมแรงงานในพื้นที่ชนบทเพื่อสร้างต้นแบบแล้วจึงขยายต่อไปในอนาคตได้ในอนาคต ทาง ILO มีเป้าหมายที่จะใช้เทคโนโลยีเพื่ออำนวยความสะดวกในการฝึกอบรม โดยเฉพาะระบบอินเตอร์เน็ตและสมาร์ทโฟน ซึ่งจะทำให้สามารถเข้าถึงกลุ่มคนในจำนวนที่มากขึ้นและสามารถสร้างเครือข่ายทางธุรกิจได้สะดวกขึ้น แต่การเรียนรู้ผ่านช่องทางออนไลน์นั้นยังขัดแย้งกับแนวทางของ ILO ที่มุ่งเน้นให้คนในชุมชนสามารถพูดคุยแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกันได้อย่างเป็นธรรมชาติและอิสระ เพราะการเรียนรู้ด้วยตนเองที่บ้านไม่เอื้อต่อการสร้างปฏิสัมพันธ์กับเพื่อนสมาชิก ดังนั้น องค์ประกอบด้านเทคโนโลยีจึงเป็นความท้าทายสำคัญที่ทางหน่วยงานต้องค้นหาวิธีจัดการที่เหมาะสมต่อไป ทั้งนี้ ทาง กสศ. ได้เล็งเห็นถึงประโยชน์ของวิธีการฝึกอบรมส าหรับชุมชนที่ทางองค์การแรงงานระหว่างประเทศนำเสนอ ซึ่งจะสามารถลดความเหลื่อมล้ำทางโอกาสในการศึกษาและประหยัดงบประมาณในการดำเนินการได้โดยหวังว่าจะเป็นสื่อกลางในการประสานงานกับหน่วยงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง และขยายผลต่อไปในอนาคต</p>
<p><img decoding="async" loading="lazy" class="aligncenter size-full wp-image-9137" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/11/IMGL9973.jpg" alt="" width="8688" height="5792" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/11/IMGL9973.jpg 8688w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/11/IMGL9973-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/11/IMGL9973-768x512.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/11/IMGL9973-1024x683.jpg 1024w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/11/IMGL9973-750x500.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/11/IMGL9973-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 8688px) 100vw, 8688px" /></p>
<p><img decoding="async" loading="lazy" class="aligncenter size-full wp-image-9138" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/11/MG_4777.jpg" alt="" width="5472" height="3648" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/11/MG_4777.jpg 5472w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/11/MG_4777-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/11/MG_4777-768x512.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/11/MG_4777-1024x683.jpg 1024w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/11/MG_4777-750x500.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/11/MG_4777-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 5472px) 100vw, 5472px" /></p>
<p><img decoding="async" loading="lazy" class="aligncenter size-full wp-image-9139" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/11/MG_4633.jpg" alt="" width="5472" height="3648" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/11/MG_4633.jpg 5472w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/11/MG_4633-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/11/MG_4633-768x512.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/11/MG_4633-1024x683.jpg 1024w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/11/MG_4633-750x500.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/11/MG_4633-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 5472px) 100vw, 5472px" /></p>
<p><img decoding="async" loading="lazy" class="aligncenter size-full wp-image-9140" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/11/MG_4317.jpg" alt="" width="5472" height="3648" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/11/MG_4317.jpg 5472w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/11/MG_4317-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/11/MG_4317-768x512.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/11/MG_4317-1024x683.jpg 1024w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/11/MG_4317-750x500.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/11/MG_4317-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 5472px) 100vw, 5472px" /></p>
<p>&nbsp;</p><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/26-8-62/">“การเข้าถึงและพัฒนาทักษะการทำงานให้แก่กลุ่มประชากรวัยแรงงานด้อยโอกาส: บทเรียนจากภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก”</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
