<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>ข่าวสารความรู้ : Covid-19 | กสศ.</title>
	<atom:link href="https://www.eef.or.th/category/covid-19/news-covid-19/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.eef.or.th</link>
	<description>กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา</description>
	<lastBuildDate>Mon, 14 Jul 2025 10:33:32 +0000</lastBuildDate>
	<language>th</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.3.8</generator>

<image>
	<url>https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/02/cropped-fav-icon-32x32.png</url>
	<title>ข่าวสารความรู้ : Covid-19 | กสศ.</title>
	<link>https://www.eef.or.th</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>5 หน่วยงานจับมือ กสศ. ขยาย “ทุนนวัตกรรมสายอาชีพชั้นสูง” สู่ต้นแบบการศึกษาสำหรับเยาวชนในกระบวนการยุติธรรมระดับจังหวัด ส่งเสริมศักยภาพสู่การเป็นกำลังคนคุณภาพ</title>
		<link>https://www.eef.or.th/news-130725/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 14 Jul 2025 10:26:20 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[ทุนนวัตกรรมสายอาชีพชั้นสูง]]></category>
		<category><![CDATA[All About EEF]]></category>
		<category><![CDATA[ข่าวสารความรู้ : Covid-19]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?p=94872</guid>

					<description><![CDATA[<p>เมื่อวันที่ 4 กรกฎาคม 2568 กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการ [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/news-130725/">5 หน่วยงานจับมือ กสศ. ขยาย “ทุนนวัตกรรมสายอาชีพชั้นสูง” สู่ต้นแบบการศึกษาสำหรับเยาวชนในกระบวนการยุติธรรมระดับจังหวัด ส่งเสริมศักยภาพสู่การเป็นกำลังคนคุณภาพ</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>เมื่อวันที่ 4 กรกฎาคม 2568 กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) ร่วมลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) กับ 5 หน่วยงานภาคีในจังหวัดพังงา เพื่อพัฒนารูปแบบการจัดการศึกษาสายอาชีพสำหรับเยาวชนในกระบวนการยุติธรรมทางอาญาระดับจังหวัด โดยมีหน่วยงานร่วมลงนาม ได้แก่ ศาลเยาวชนและครอบครัวจังหวัดพังงา, ศาลเยาวชนและครอบครัวจังหวัดพังงา (ตะกั่วป่า), ศูนย์ฝึกและอบรมเด็กและเยาวชนพังงา, สถานพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชนจังหวัดพังงา และวิทยาลัยเทคนิคพังงา พิธีลงนามจัดขึ้น ณ วิทยาลัยเทคนิคพังงา โดยมีผู้บริหาร เจ้าหน้าที่ และคณะทำงานจากทุกหน่วยงานเข้าร่วมเป็นสักขีพยาน พร้อมรับฟังที่มาและเป้าหมายของความร่วมมือในครั้งนี้</p>



<p>ความร่วมมือดังกล่าวเกิดขึ้นจากกระบวนการติดตามเยาวชนในความดูแลของศาลเยาวชนและครอบครัวกลาง ซึ่งมีกรณีตัวอย่างของเยาวชนจากศูนย์ฝึกและอบรมเด็กและเยาวชนพังงา ที่ได้รับทุนการศึกษา “โครงการทุนนวัตกรรมสายอาชีพชั้นสูง” ภายใต้ความร่วมมือระหว่าง กสศ. และวิทยาลัยเทคนิคพังงา โดยเยาวชนคนดังกล่าวสามารถจบการศึกษาระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพ (ปวช.) และศึกษาต่อเนื่องในระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง (ปวส.) สาขานวัตกรรมการจัดการท่องเที่ยวสุขภาพและความงาม ซึ่งขณะนี้กำลังศึกษาอยู่ในระดับ ปวส. ปีที่ 2</p>



<p>กรณีตัวอย่างนี้นำไปสู่การถอดบทเรียนและวิเคราะห์ร่วมกันในระดับคณะทำงานศาลเยาวชนฯ ซึ่งเห็นถึงโอกาสในการขยายผลความร่วมมือเชิงระบบระหว่างหน่วยงานในกระบวนการยุติธรรมกับหน่วยงานด้านการศึกษา โดยมีเป้าหมายเพื่อเปิดโอกาสให้เยาวชนที่เคยหลุดจากระบบการศึกษา แต่มีความพร้อมและตั้งใจ ได้เข้ารับการพัฒนาทักษะในระบบการศึกษาสายอาชีพ อันเป็นก้าวสำคัญในการคืนโอกาสทางการศึกษา และส่งเสริมเยาวชนให้เติบโตเป็นกำลังคนคุณภาพของสังคมอย่างมีศักดิ์ศรี&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter"><img decoding="async" fetchpriority="high" width="855" height="569" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/07/image-64.jpeg" alt="" class="wp-image-94878" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/07/image-64.jpeg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/07/image-64-300x200.jpeg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/07/image-64-768x511.jpeg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/07/image-64-750x500.jpeg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/07/image-64-272x182.jpeg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /></figure></div>


<p><strong>คุณธราดล พินิจสัจจธรรม ผู้พิพากษาหัวหน้าศาลเยาวชนและครอบครัวจังหวัดพัทลุง</strong> <strong>ซึ่งปฏิบัติหน้าที่ชั่วคราวในตำแหน่งผู้พิพากษาหัวหน้าศาลเยาวชนและครอบครัวจังหวัดพังงา</strong> กล่าวว่า จากผลการสำรวจการดูแลเยาวชนในกระบวนการยุติธรรมทางอาญา พบว่าเยาวชนจำนวนไม่น้อยยังขาดโอกาสทางการศึกษา และไม่ได้รับแรงสนับสนุนที่เพียงพอจากครอบครัวและชุมชน ส่งผลให้ไม่สามารถพัฒนาศักยภาพของตนเองได้เต็มที่ ขาดทักษะในการประกอบอาชีพ และไม่สามารถมีงานที่มั่นคงได้ในระยะยาว</p>



<p>ขณะเดียวกัน การติดตามผลลัพธ์จากการฟื้นฟูและดูแลเยาวชนในศูนย์ฝึกและอบรมเด็กและเยาวชน รวมถึงสถานพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชนทั่วประเทศ ทำให้พบกรณีน่าสนใจเกี่ยวกับการจัดการศึกษา โดยเยาวชนรายหนึ่งจากศูนย์ฝึกและอบรมเด็กและเยาวชนพังงา ได้รับโอกาสทางการศึกษาใน “โครงการทุนนวัตกรรมสายอาชีพชั้นสูง” ภายใต้ความร่วมมือระหว่าง กสศ. และวิทยาลัยเทคนิคพังงา จนสามารถจบการศึกษาขั้นพื้นฐาน และก้าวต่อไปสู่การศึกษาระดับที่สูงขึ้นได้อย่างมั่นคง</p>



<p>กรณีศึกษานี้กลายเป็นจุดเริ่มต้นที่จุดประกายให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องมองเห็นร่วมกันว่า หากมีความร่วมมือระหว่างภาคีในหลากหลายมิติ ก็สามารถขยายผลแนวทางเดียวกันนี้ออกไปในวงกว้างได้อย่างเป็นรูปธรรม การลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือในครั้งนี้จึงนับเป็นจุดเริ่มต้นสำคัญของโมเดลสร้างโอกาสทางการศึกษา การพัฒนาทักษะชีวิต และการฟื้นฟูศักยภาพของเยาวชนที่เคยก้าวพลาด ให้สามารถกลับคืนสู่การเป็นพลเมืองคุณภาพของสังคม</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter"><img decoding="async" width="855" height="569" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/07/image-63.jpeg" alt="" class="wp-image-94877" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/07/image-63.jpeg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/07/image-63-300x200.jpeg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/07/image-63-768x511.jpeg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/07/image-63-750x500.jpeg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/07/image-63-272x182.jpeg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /><figcaption class="wp-element-caption">ธราดล พินิจสัจจธรรม</figcaption></figure></div>


<p>“ภาคีทุกฝ่ายต่างตระหนักดีว่า การศึกษาไม่ควรถูกจำกัดขอบเขตอยู่เพียงภายในห้องเรียน แต่ต้องหมายรวมถึงการสร้างโอกาสที่ยืดหยุ่น การมอบทางเลือกที่เหมาะสม และส่งต่อความเชื่อมั่นและความหวังให้กับเยาวชนทุกคน โดยเฉพาะอย่างยิ่งกลุ่มเยาวชนในกระบวนการยุติธรรม ซึ่งถือเป็นกลุ่มเปราะบางที่ต้องได้รับการสนับสนุนอย่างจริงจัง</p>



<p>“ข้อตกลงความร่วมมือที่ภาคีทุกฝ่ายร่วมลงนามในวันนี้ จึงเป็นคำมั่นว่าทุกฝ่ายจะร่วมมือกันสร้างทางเลือกใหม่ เพื่อเปลี่ยนแปลงชีวิตของเยาวชนคนหนึ่ง ให้เติบโตเป็นผู้ใหญ่ที่ดีในอนาคต เพราะเด็กและเยาวชนทุกคนในวันนี้ คือทรัพยากรมนุษย์ที่มีคุณค่าต่ออนาคตของประเทศ”&nbsp;</p>



<p>ผู้พิพากษาหัวหน้าศาลเยาวชนและครอบครัวจังหวัดพัทลุงกล่าวเพิ่มเติมว่า โครงการพัฒนารูปแบบการจัดการศึกษาสายอาชีพสำหรับเยาวชนในกระบวนการยุติธรรมทางอาญาระดับจังหวัดนี้ สอดคล้องกับเจตนารมณ์ของศาลฯ ในการส่งเสริมมาตรการฟื้นฟูและสร้างโอกาสให้เยาวชนสามารถกลับคืนสู่สังคมได้อย่างมีคุณภาพ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการได้รับการศึกษาที่มีคุณภาพ จะช่วยลดความเสี่ยงของการกระทำผิดซ้ำ และนำไปสู่ทางเลือกในการมีชีวิตใหม่ ซึ่งท้ายที่สุดแล้วเมื่อเยาวชนกลับคืนสู่สังคมอย่างมีคุณภาพ ครอบครัว ชุมชน และสังคม จะเป็นผู้ได้รับประโยชน์ร่วมกัน</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter"><img decoding="async" width="855" height="569" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/07/image-62.jpeg" alt="" class="wp-image-94876" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/07/image-62.jpeg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/07/image-62-300x200.jpeg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/07/image-62-768x511.jpeg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/07/image-62-750x500.jpeg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/07/image-62-272x182.jpeg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /><figcaption class="wp-element-caption">พัฒนะพงษ์ สุขมะดัน</figcaption></figure></div>


<p><strong>คุณพัฒนะพงษ์ สุขมะดัน ผู้ช่วยผู้จัดการกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) </strong>กล่าวว่า กสศ.&nbsp; มีประเด็นสำคัญ 3 ประการที่อยากชวนทุกฝ่ายพิจารณา <strong>ประการแรก</strong> ความร่วมมือในครั้งนี้เป็นผลลัพธ์ที่ต่อยอดจาก “โครงการทุนนวัตกรรมสายอาชีพชั้นสูง” ซึ่งริเริ่มขึ้นภายใต้แนวคิดในการดูแลเด็กและเยาวชนที่ต้องการโอกาสทางการศึกษา แต่เผชิญอุปสรรคหลากหลาย ทั้งจากสภาพแวดล้อม ครอบครัว หรือข้อจำกัดทางเศรษฐกิจ โดย กสศ. มีความเชื่อว่า “การเรียนรู้ไม่ควรไม่ควรมีข้อจำกัด” จึงได้เริ่มต้นดำเนินโครงการนี้ ร่วมกับสถาบันอาชีวศึกษาและสถานประกอบการ เพื่อช่วยกันทลายข้อจำกัด และพาเยาวชนที่ขาดแคลนโอกาสเข้าสู่ระบบการเรียนรู้อย่างเป็นระบบ ผลการดำเนินงานที่ผ่านมาได้สร้างตัวอย่างความสำเร็จของนักศึกษาหลายรุ่นที่จบการศึกษา และสามารถพัฒนาตนเองจนกลายเป็นกำลังคนคุณภาพในสายอาชีพได้จริง</p>



<p><strong>ประการที่สอง</strong> คือการที่หน่วยงานในกระบวนการยุติธรรมเห็นพ้องร่วมกันว่า โมเดลจากศูนย์ฝึกฯ สามารถต่อยอดให้เกิดระบบการศึกษาที่ยืดหยุ่น สำหรับเยาวชนที่อยู่ในความดูแลได้อย่างมีประสิทธิภาพ “เรามีตัวอย่างของนักศึกษาทุนจากวิทยาลัยเทคนิคพังงา ซึ่งได้รับการดูแลอย่างต่อเนื่อง ทั้งจากคณะทำงานในกระบวนการยุติธรรม และจากสถาบันอาชีวศึกษา จนเกิดระบบดูแลช่วยเหลือที่นำไปสู่ความสำเร็จของนักศึกษาได้จริง”</p>



<p><strong>ประการสุดท้าย</strong> ผู้ช่วยผู้จัดการ กล่าวว่า เมื่อเกิดตัวแบบการทำงานของโครงการทุนนวัตกรรมสายอาชีพชั้นสูงร่วมกับเยาวชนในกระบวนการยุติธรรมขึ้นแล้ว กสศ. มองเห็นโอกาสในการยกระดับงานไปอีกขั้น โดยนำบทเรียนที่ได้ไปหารือร่วมกับกระทรวงยุติธรรมและหน่วยงานด้านนโยบายที่เกี่ยวข้อง เพื่อร่วมกันวางแผนขยายรูปแบบการทำงานไปสู่ระดับที่กว้างขึ้น โดยมีความคาดหวังว่า “การศึกษาที่ยืดหยุ่น มีทางเลือก ตอบโจทย์ชีวิตและความสนใจ จะกลายเป็นเครื่องมือสำคัญในการเปิดโอกาสให้เยาวชนในกระบวนการยุติธรรมทั่วประเทศ สามารถเปลี่ยนเส้นทางชีวิตของตนเองได้ในอนาคต”</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter"><img decoding="async" loading="lazy" width="855" height="569" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/07/image-61.jpeg" alt="" class="wp-image-94875" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/07/image-61.jpeg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/07/image-61-300x200.jpeg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/07/image-61-768x511.jpeg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/07/image-61-750x500.jpeg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/07/image-61-272x182.jpeg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /><figcaption class="wp-element-caption">ประทิน เลี่ยนจำรูญ</figcaption></figure></div>


<p><strong>อาจารย์ประทิน เลี่ยนจำรูญ หัวหน้าโครงการทุนนวัตกรรมสายอาชีพชั้นสูง วิทยาลัยเทคนิคพังงา</strong> กล่าวว่า ความร่วมมือกับ กสศ. ใน “โครงการทุนนวัตกรรมสายอาชีพชั้นสูง” ได้เปิดโอกาสทางการศึกษาในระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพ (ปวช.) และประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง (ปวส.) ให้แก่เยาวชนที่มีศักยภาพแต่ขาดโอกาส โดยวิทยาลัยเทคนิคพังงาได้ผลิตนักศึกษาในโครงการนี้มาแล้วหลายรุ่น</p>



<p>ต่อมา วิทยาลัยได้ขยายผลโครงการ โดยมุ่งส่งต่อโอกาสการศึกษาไปยังเยาวชนในกระบวนการยุติธรรม ซึ่งได้รับผลตอบรับที่ดีและเห็นผลชัดเจนจากกรณีของนักศึกษาทุนรายหนึ่งที่สามารถเรียนต่อเนื่องจากระดับ ปวช. สู่ ปวส. ได้สำเร็จ ความร่วมมือในครั้งนี้จึงถือเป็นก้าวสำคัญในการจัดทำกรอบแนวทางการดำเนินงานที่ชัดเจนยิ่งขึ้น โดยวิทยาลัยมีความพร้อมทั้งด้านหลักสูตร ระบบดูแลนักศึกษาทุน อุปกรณ์การเรียน หอพัก ครูที่ปรึกษา รวมถึงความร่วมมือกับภาคเอกชนในรูปแบบการจัดการเรียนการสอนแบบทวิภาคี</p>



<p>นอกจากนี้ วิทยาลัยยังบูรณาการการทำงานร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการดูแลเยาวชนในกระบวนการยุติธรรม อาทิ กรมพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชน ศูนย์ฝึกและอบรมเด็กและเยาวชน และเจ้าหน้าที่สาธารณสุข ที่เข้ามาร่วมดูแลทั้งด้านสุขภาพกาย สุขภาพจิต และการคัดกรองความเสี่ยงต่าง ๆ แนวทางนี้เริ่มต้นจากนักศึกษาทุนคนแรกในกลุ่มเยาวชนกระบวนการยุติธรรม ซึ่งมีนักจิตวิทยาจากศูนย์ฝึกฯ ดูแลอย่างใกล้ชิด มีการรับ–ส่งโดยเจ้าหน้าที่ พร้อมทีมสาธารณสุขติดตามร่วมด้วยทุกครั้ง เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับทุกฝ่าย และแบบแผนการดูแลเช่นนี้ได้กลายเป็น “ต้นแบบ” ที่แสดงให้เห็นถึงศักยภาพในการขยายโอกาสให้เยาวชนกลุ่มเดียวกัน โดยเปิดรับในสาขาวิชาการจัดประชุมและนิทรรศการ (MICE) และสาขาวิชานวัตกรรมการจัดการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพและความงาม</p>



<figure class="wp-block-image size-full"><img decoding="async" loading="lazy" width="855" height="569" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/07/001.jpg" alt="" class="wp-image-94873" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/07/001.jpg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/07/001-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/07/001-768x511.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/07/001-750x500.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/07/001-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /></figure>



<p>อาจารย์ประทินกล่าวถึงหัวใจของการดำเนินงานว่า โครงการนี้ตั้งอยู่บนความเชื่อว่า หากสามารถพัฒนารูปแบบการจัดการศึกษาที่เหมาะสมสำหรับเยาวชนในกระบวนการยุติธรรมได้สำเร็จ ย่อมหมายถึงการเปลี่ยนแปลงชีวิตของเยาวชนจำนวนมากให้มีการศึกษา มีอาชีพ และมีอนาคตที่ดีขึ้น ซึ่งเท่ากับการเปิดโอกาสให้คนคนหนึ่งสามารถดูแลตนเองและครอบครัวได้ในระยะยาว อีกทั้งยังอาจเป็นแรงบันดาลใจให้เยาวชนคนอื่นในสถานการณ์ใกล้เคียง หันกลับมาให้ความสำคัญกับการศึกษาอีกครั้ง</p>



<p>อย่างไรก็ตาม ยังมี “กุญแจสำคัญ” ที่อาจารย์ประทินเน้นย้ำ คือการ “เติมเต็มสิ่งที่ขาด” ในจิตใจของเด็ก เพื่อให้เขามองเห็นคุณค่าของตนเอง และเชื่อมั่นว่าตนสามารถเรียนรู้และประคองตัวจนจบการศึกษาได้</p>



<p>“สำหรับคณะทำงานทุกฝ่าย เราต้องไม่ลืมว่า เด็กกลุ่มนี้เขาต้องการการดูแลเอาใจใส่ ต้องการคนที่รับฟังและเป็นที่พึ่ง เพื่อเติมเต็มสิ่งที่ขาด และนี่คือเรื่องสำคัญก่อนที่จะก้าวไปสู่การเรียนรู้อย่างมั่นใจ ดังนั้นนอกจากการเรียนรู้และการฝึกทักษะอาชีพ เราจำเป็นต้องมีกิจกรรมที่ทำให้เด็กซึมซับถึงการยอมรับ ได้คุ้นเคยกับการเข้าสังคม แล้วสิ่งเหล่านี้จะช่วยขัดเกลาส่วนเกิน เติมเต็มส่วนขาด และเป็นจุดเปลี่ยนของทัศนคติที่ทำให้เขารู้สึกว่าตนมีที่เหยียบยืน มีแรงขับ มีเป้าหมายในชีวิต และเชื่อมั่นว่าจะเปลี่ยนแปลงตัวเองได้”</p><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/news-130725/">5 หน่วยงานจับมือ กสศ. ขยาย “ทุนนวัตกรรมสายอาชีพชั้นสูง” สู่ต้นแบบการศึกษาสำหรับเยาวชนในกระบวนการยุติธรรมระดับจังหวัด ส่งเสริมศักยภาพสู่การเป็นกำลังคนคุณภาพ</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ภาวะปริแยกแตกร้าวในช่วงปฐมวัยจะส่งผลตลอดชีวิต กสศ. สนับสนุนเครื่องมือฟื้นฟูเด็กกลุ่มเปราะบางที่ได้รับผลกระทบจากโควิด-19</title>
		<link>https://www.eef.or.th/news-310123/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 31 Jan 2023 08:30:09 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[ข่าวสารความรู้ : Covid-19]]></category>
		<category><![CDATA[เด็กปฐมวัย]]></category>
		<category><![CDATA[ฟื้นฟูเด็กกลุ่มเปราะบาง]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?p=64172</guid>

					<description><![CDATA[<p>เมื่อวันที่ 27 มกราคม 2566 กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการ [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/news-310123/">ภาวะปริแยกแตกร้าวในช่วงปฐมวัยจะส่งผลตลอดชีวิต กสศ. สนับสนุนเครื่องมือฟื้นฟูเด็กกลุ่มเปราะบางที่ได้รับผลกระทบจากโควิด-19</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>เมื่อวันที่ 27 มกราคม 2566 กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) ร่วมกับสถาบันแห่งชาติเพื่อการพัฒนาเด็กและครอบครัว มหาวิทยาลัยมหิดล สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) และกรุงเทพมหานคร เสนอนโยบายและแถลงผลการศึกษาโครงการ ‘การเฝ้าระวังและฟื้นฟูผลกระทบต่อเด็กในภาวะยากลำบากภายหลังการระบาดของโควิด-19 ในกรุงเทพฯ’</p>



<p><strong>รศ.นพ.อดิศักดิ์ ผลิตผลการพิมพ์</strong> ผู้อำนวยการสถาบันแห่งชาติเพื่อการพัฒนาเด็กและครอบครัว มหาวิทยาลัยมหิดล และหัวหน้าโครงการฯ กล่าวว่า แม้ประเทศไทยจะมีกฎหมายที่พยายามดูแลเด็กให้ทั่วถึง แต่ยังมีเด็กอีกมากตกอยู่ในภาวะยากจน ต้องอยู่ในครอบครัวแตกแยก และได้รับการเลี้ยงดูไม่เหมาะสม เด็กเหล่านี้เรียกว่า เด็กที่มีประสบการณ์ชีวิตไม่พึงประสงค์ หรืออยู่ใน<strong>ภาวะ ‘ปริแยกแตกร้าว’</strong></p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-4a1940"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/01/23-ภาวะปริแยกแตกร้าวในช่วงปฐมวัย-04.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p><em>“ภาวะปริแยกแตกร้าวในเด็กปฐมวัยหรือช่วง 8 ปีแรกของชีวิต ส่งผลต่อการเรียนรู้ พฤติกรรมของเด็กๆ ตลอดชีวิต และส่งผลต่อทิศทางการเปลี่ยนแปลงของสังคม ชุมชน ประเทศ และโลก</em></p>



<p><em>“เมื่อเข้าสู่วัยรุ่น เด็กเหล่านี้อาจมีพฤติกรรมก่อความรุนแรง มีภาวะซึมเศร้า ทำร้ายตนเอง ทำร้ายผู้อื่น รวมถึงเสียชีวิตหรือบาดเจ็บจากอุบัติเหตุ เมื่อถึงวัยกลางคน ก็กลายเป็นบุคคลไม่ประสบความสำเร็จในการทำงาน เรายังพบว่า เด็กกลุ่มนี้มักเสียชีวิตจากโรคไม่ติดต่อ ทำให้เราสูญเสียทรัพยากรมนุษย์ที่มีคุณค่าไป”</em></p>



<p>ระบบเฝ้าระวังและค้นหาเด็ก ACE (Adverse Childhood Experiences) หรือเด็กที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์เลวร้าย จึงถูกพัฒนาขึ้นจากการศึกษาวิจัยในระดับชุมชน เพื่ออำนวยความสะดวกแก่บุคคลากรที่ทำงานเกี่ยวข้องกับเด็กในทุกภาคส่วน</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-dfc699"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/01/23-ภาวะปริแยกแตกร้าวในช่วงปฐมวัย-01.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>ระบบเฝ้าระวังและค้นหาดังกล่าวประกอบด้วย 4 แบบสอบถาม คือ แบบประเมินประสบการณ์ชีวิตไม่พึงประสงค์ของเด็กปฐมวัย แบบประเมินความยากจนขาดแคลน แบบประเมินระดับการเลี้ยงดูเด็ก และแบบประเมินผลกระทบในช่วงวิกฤตเศรษฐกิจจากโรคระบาดโควิด-19 โดยผู้ใช้งานแบบสอบถามเหล่านี้ ได้แก่ ทีมครูในศูนย์พัฒนาเด็กปฐมวัยในชุมชน อาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) อาสาสมัครสาธารณสุขกรุงเทพมหานคร (อสส.) อาสาสมัครพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (อพม.) และผู้นำชุมชน กว่า 70 ทีม</p>



<p>กสศ. และสถาบันแห่งชาติเพื่อการพัฒนาเด็กและครอบครัว มหาวิทยาลัยมหิดล สนับสนุนการดำเนินการครั้งนี้ด้วยการพัฒนาเครื่องมือและฐานข้อมูล จัดฝึกอบรม และจัดเวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้ เพื่อพัฒนาทักษะบุคลากรในชุมชนให้มีความสามารถในการคัดกรองเด็กในภาวะปริแยกแตกร้าว รวมทั้งพัฒนาทักษะการทำงานในภาวะฉุกเฉินร่วมกับครอบครัว และทักษะการติดต่อประสานงานกับหน่วยงานต่างๆ</p>



<p><strong>รศ.นพ.อดิศักดิ์</strong> ระบุว่า ตลอด 2 ปี มีการจัดอบรมเพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับผู้ที่ต้องทำงานร่วมกับครอบครัวและเด็กที่อยู่ในภาวะยากลำบาก ยากจน รวมถึงฟื้นฟูเด็กจากภาวะปริแยกแตกร้าว จำนวน 11 หลักสูตร และมีผู้เข้าร่วมกว่า 2,000 คนต่อเดือน </p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-933219"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/01/23-ภาวะปริแยกแตกร้าวในช่วงปฐมวัย-03.jpg" alt=""/></div><figcaption class="qubely-image-caption">รศ.นพ.อดิศักดิ์ ผลิตผลการพิมพ์ ผู้อำนวยการ<br>สถาบันแห่งชาติเพื่อการพัฒนาเด็กและครอบครัว มหาวิทยาลัยมหิดล<br>และหัวหน้าโครงการฯ</figcaption></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>ผลการสำรวจและติดตามเด็กในชุมชนแออัด 1,392 ราย พบว่า ในช่วงการแพร่ระบาดโควิด-19 เด็กร้อยละ 54 อยู่ในครอบครัวที่มีภาวะบกพร่อง เด็กร้อยละ 28 ได้รับการเลี้ยงดูไม่เหมาะสม เด็กร้อยละ 56 ขาดการดูแลสุขภาพต่อเนื่อง และเด็กถึงร้อยละ 90 ขาดการศึกษาต่อเนื่อง</p>



<p>และหากคัดกรองเด็กของศูนย์พัฒนาเด็กปฐมวัยในเขตกรุงเทพฯ โดยใช้ภาวะยากลำบากเป็นเกณฑ์ จะพบว่ามีเด็กที่ควรได้รับการติดตามช่วยเหลือ 5,325 คน จากทั้งหมดกว่า 22,000 คน&nbsp;</p>



<p><strong>รศ.นพ.อดิศักดิ์</strong> เสนอว่า หน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องทำงานร่วมกันเพื่อฟื้นฟูเด็กภาวะปริแยกแตกร้าวเหล่านี้ กล่าวคือ อสม. อสส. อพม. และชุมชน จะทำหน้าที่เฝ้าระวัง ป้องกัน และคุ้มครอง เด็กแรกเกิดจนถึง 6 เดือนแรก ครูปฐมวัยในศูนย์พัฒนาเด็กเล็กจะมีบทบาทในเด็กอายุ 2-4 ปี ครูอนุบาลดูแลเด็กอายุ 4-6 ปี และครูประถมศึกษาดูแลเด็ก 6-8 ปี</p>



<p><em>“ระบบนี้จะทำให้เด็กได้รับการติดตามอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ในครรภ์มารดาจนถึง 8 ปีแรก และทำให้ทั้งเด็กที่อยู่ในครอบครัวสมบูรณ์และเด็กที่อยู่ในภาวะยากจนหรืออยู่ในครอบครัวที่ไม่สมบูรณ์ ได้รับการพัฒนาและการดูแลอย่างทั่วถึง</em></p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-3b6bc7"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/01/23-ภาวะปริแยกแตกร้าวในช่วงปฐมวัย-02.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p><em>“ทุกชุมชนควรมีการรวมตัวกันของบุคคลากรที่ทำงานเกี่ยวกับเด็กปฐมวัย และครอบครัวที่มีภาวะบกพร่องควรได้รับการช่วยเหลือในทุกภัยพิบัติ เด็กๆ เหล่านี้ควรได้รับการประเมินพัฒนาการการเรียนรู้ ภาวะสุขภาพ ภาวะโภชนาการ และภาวะความปลอดภัย</em></p>



<p><em>“การช่วยเหลืออย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่ในครรภ์มารดาจนถึงอายุ 8 ปี จะคุ้มครองให้เด็กเหล่านี้เติบโตและพัฒนาอย่างเสมอภาค เช่นเดียวกับเด็กในครอบครัวที่มีความสมบูรณ์ และจะกลายเป็นทรัพยากรมนุษย์ที่มีคุณค่าของประเทศต่อไปในอนาคต” </em><strong>รศ.นพ.อดิศักดิ์</strong>กล่าวปิดท้าย</p><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/news-310123/">ภาวะปริแยกแตกร้าวในช่วงปฐมวัยจะส่งผลตลอดชีวิต กสศ. สนับสนุนเครื่องมือฟื้นฟูเด็กกลุ่มเปราะบางที่ได้รับผลกระทบจากโควิด-19</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ประเมินระดับการเรียนรู้ เพื่อป้องกันการสูญเสียการเรียนรู้ ในยุคโควิด-19 สู่แนวทาง “Remote Learning” นวัตกรรมการเรียนการสอนแห่งอนาคต</title>
		<link>https://www.eef.or.th/article-remote-learning-150622/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 15 Jun 2022 10:03:36 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[บทความ]]></category>
		<category><![CDATA[Movement]]></category>
		<category><![CDATA[ข่าวสารความรู้ : Covid-19]]></category>
		<category><![CDATA[กสศ.]]></category>
		<category><![CDATA[รศ.ดร.ดารณี อุทัยรัตนกิจ]]></category>
		<category><![CDATA[Remote Learning]]></category>
		<category><![CDATA[ความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา]]></category>
		<category><![CDATA[ฟื้นฟูการเรียนรู้หลังโควิด]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?p=56940</guid>

					<description><![CDATA[<p>ผลกระทบจากการระบาดของโควิด-19 ส่งผลต่อการเรียนรู้ของเด็ [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/article-remote-learning-150622/">ประเมินระดับการเรียนรู้ เพื่อป้องกันการสูญเสียการเรียนรู้ ในยุคโควิด-19 สู่แนวทาง “Remote Learning” นวัตกรรมการเรียนการสอนแห่งอนาคต</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>ผลกระทบจากการระบาดของโควิด-19 ส่งผลต่อการเรียนรู้ของเด็กทั่วโลกอย่างรุนแรง การปิดโรงเรียนเกือบสองปี ส่งผลโดยตรงต่อเด็กทั่วโลกมากกว่า 1,600 ล้านคน เด็กจำนวนหลายล้านคนมีความเสี่ยงจะไม่ได้กลับมาเรียน ซึ่งคำแถลง การณ์ร่วมระหว่างองค์การยูเนสโก องค์การยูนิเซฟ และธนาคารโลกในปี 2565 ถึงสถานการณ์อันน่าเป็นห่วงนี้ไว้ว่า ทักษะขั้นพื้นฐานในทุกมิติที่เด็กๆ ได้สะสมไว้กำลังหายไป เด็กๆ ลืมวิธีการอ่านและเขียน บางคนจำไม่ได้แม้แต่ตัวอักษร เด็กเล็กในเกือบทุกประเทศซึ่งกำลังจะเริ่มเข้าเรียนต่างไม่มีโอกาสได้เรียนรู้ทักษะเหล่านี้เลย เนื่องจากการศึกษาปฐมวัยที่ขาดหายไป</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-41e9b7"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2022/06/01-Remote-Learning.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>โดยปัญหาเหล่านี้นักวิชาการด้านการศึกษาไทย ได้นำมาพูดคุยในหัวข้อ <strong>“นวัตกรรมและเทคโนโลยี เพื่อป้องกันการสูญเสียการเรียนรู้ (learning loss) และการเพิ่มการเรียนรู้ (learning gain)”</strong> เพื่อหาแนวทางแก้ปัญหา ในงานเสวนาออนไลน์ที่จัดโดย กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) ร่วมกับ สำนักธรรมศาสตร์และการเมืองราชบัณฑิตยสภา ซึ่ง <strong>รองศาสตราจารย์ ดร.ดารณี อุทัยรัตนกิจ  กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิภาคประชาสังคม กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา </strong>ที่เป็นทั้งครู ผู้บริหารโรงเรียน และผู้คร่ำหวอดในวงการการศึกษาไทยมาอย่างยาวนาน ได้ชี้แนะเรื่อง “การประเมินระดับการเรียนรู้ก่อนเปิดเรียน” และ “remote learning” สู่หนทางออกของปัญหาไว้อย่างน่าขบคิดตาม</p>



<p></p>



<h2 class="wp-block-heading"><strong>ประเมินระดับการเรียนรู้ เพื่อป้องกันการสูญเสียการเรียนรู้</strong></h2>



<p>เด็กนักเรียนที่ต้องหยุดเรียนเพราะการระบาดของโควิด-19 มีอยู่หลายกลุ่มและมีพื้นฐานที่แตกต่างกัน ดังนั้นการประเมินจะนำมาสู่การจัดการเรียนการสอนที่สอดคล้องเหมาะสมกับเด็กนักเรียน ดังเช่นการปรับหลักสูตรในปีการศึกษา 2565 ของโรงเรียนสาธิตแห่งมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ที่ รศ.ดร.ดารณี เป็นผู้บริหารอยู่ ได้ให้เด็กนักเรียนมาเตรียมความพร้อมทำกิจกรรมกลุ่มก่อนเปิดภาคเรียน เพื่อพัฒนาทักษะทางด้านวิชาการ ทักษะการอยู่ร่วมกัน ทักษะทางอารมณ์ ทักษะการเข้าสังคม ทักษะการช่วยเหลือตัวเองและผู้อื่น ซึ่งสูญเสียไปตอนปิดโรงเรียน รวมถึงให้ครูผู้สอนได้สังเกตพฤติกรรมของนักเรียนตัวเองว่ามีความเปลี่ยนแปลงไปอย่างไรบ้าง เพื่อเป็นแนวทางในการเตรียมการเรียนการสอน</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-006616"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2022/06/ดารณี-Remote-Learning.jpg" alt=""/></div><figcaption class="qubely-image-caption">รศ.ดร.ดารณี อุทัยรัตนกิจ กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิภาคประชาสังคม<br>กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา</figcaption></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>“เราไม่ได้ประเมินแค่ทักษะวิชาการ เราประเมินพฤติกรรมการเรียนรู้ การดูแลตัวเองการช่วยเหลือตัวเอง เมื่อเด็กมาเรียนตามปกติแล้ว โปรแกรมการฟื้นฟูยังมีความสำคัญอยู่ ตอนนี้เราเปิดโรงเรียนเต็มที่ แต่เราบ่งชี้เด็กเป็นรายบุคคล ว่าเด็กคนไหนต้องการการสนับสนุนทางด้านไหน เด็กบกพร่องทางด้านอะไร เราจะต้องเติมเต็มในด้านไหน จะต้องดูเด็กเป็นรายบุคคล มาตรการการฟื้นฟูการสูญเสียการเรียนรู้ ถ้าเราไม่ทำ ถึงแม้ว่ากลับมาเรียนแล้วก็จะยังมีอยู่ อันนี้เป็นเรื่องด่วนในปีการศึกษานี้ที่ต้องทำเต็มที่”</p>



<p></p>



<h2 class="wp-block-heading"><strong>“Remote Learning” นวัตกรรมการเรียนการสอนแห่งอนาคต</strong></h2>



<p>รศ.ดร.ดารณี บอกเล่าถึงประโยชน์ของการเรียนระยะไกลหรือ remote learning ว่า จะส่งผลให้ผู้เรียนสามารถเรียนรู้ได้อย่างต่อเนื่อง สำเร็จการศึกษาได้ตามกำหนดเวลา พัฒนาความฉลาดรู้ด้านดิจิทัล และมีความเป็นผู้นำตนเองในการเรียนรู้ในอนาคต ซึ่งเป็นแนวคิดที่อยากจะนำเสนอให้ทุกโรงเรียนควรเตรียมความพร้อม เพราะเป็นกระบวนการเรียนรู้ที่จะเข้ามาทำให้ประสิทธิภาพในการจัดการเรียนการสอนในช่วงโควิดดีขึ้น โดย remote learning เป็นได้ทั้งแบบประสานเวลา และไม่ประสานเวลา</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-9d1914"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2022/06/02-Remote-Learning.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>“ประสานเวลาคือ เรานัดเวลา อย่างที่เราจัดการเรียนการสอน เรามีตารางให้ผู้ปกครองว่าวันนี้เราเรียนออนไลน์มาตรงนี้ แต่ไม่ประสานเวลาคือ ครูเอาไปแขวนไว้ในแอปพลิเคชั่นเรียนได้ตามเมื่อคุณสะดวก ไปได้ทุกพื้นที่ ออฟไลน์ก็ได้ ออนไลน์ก็ได้ เพราะฉะนั้นการ remote learning เปิดโอกาสให้ผู้เรียนผู้สอนมีส่วนร่วมแม้กระทั่งการออกแบบการเรียนรู้”</p>



<p>สุดท้าย องค์ประกอบสำคัญของ remote learning คือ ต้องกำหนดเวลาให้ชัดเจน สื่อสารให้ผู้ปกครองเข้าใจว่าช่วงไหนเป็นประสานเวลา ช่วงไหนไม่ประสานเวลา เทคโนโลยีที่มีความจำเป็นที่ต้องมีความพร้อมเป็นเรื่องที่ต้องลงทุน และสำคัญสุดคือการออกแบบบทเรียน เพื่อที่จะตอบสนองต่อผู้เรียนตามระดับความสามารถ ตามระดับกลุ่ม ตามศักยภาพ ลีลาการเรียนรู้ และปัญหาของเด็ก ทั้งหมดเหล่านี้ต้องประสานกัน เพื่อทำให้การเรียนมีประสิทธิผล</p><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/article-remote-learning-150622/">ประเมินระดับการเรียนรู้ เพื่อป้องกันการสูญเสียการเรียนรู้ ในยุคโควิด-19 สู่แนวทาง “Remote Learning” นวัตกรรมการเรียนการสอนแห่งอนาคต</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>เปิดคะแนนการอ่านเด็กชาติพันธุ์โครงการมูลนิธิรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหาจักรี ร่วมกับ กสศ.</title>
		<link>https://www.eef.or.th/news-200422-2/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 20 Apr 2022 09:46:34 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[All About EEF]]></category>
		<category><![CDATA[ข่าวสารความรู้ : Covid-19]]></category>
		<category><![CDATA[กสศ.]]></category>
		<category><![CDATA[ครูรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหาจักรี]]></category>
		<category><![CDATA[มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์]]></category>
		<category><![CDATA[สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี]]></category>
		<category><![CDATA[มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี]]></category>
		<category><![CDATA[อศม]]></category>
		<category><![CDATA[โครงการมูลนิธิรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหาจักรี]]></category>
		<category><![CDATA[โครงการพูดอ่านเขียนไทย ส่งเสริมการทำงานครูอาสาสมัครการศึกษา (อศม.) - สื่อการเรียนรู้หลากหลาย]]></category>
		<category><![CDATA[สภากาชาดไทย]]></category>
		<category><![CDATA[สพป.น่าน เขต 2]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?p=54797</guid>

					<description><![CDATA[<p>เปิดปฏิทินสรรหาครูรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหาจักรี ครั้งที่  [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/news-200422-2/">เปิดคะแนนการอ่านเด็กชาติพันธุ์โครงการมูลนิธิรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหาจักรี ร่วมกับ กสศ.</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>เปิดปฏิทินสรรหาครูรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหาจักรี ครั้งที่ 5 ปี 2566 เดินหน้าสรรหาสุดยอดครูในระดับจังหวัด มิ.ย.-ต.ค. เปิดผลการพัฒนาการเรียนรู้เด็กเยาวชนในถิ่นทุรกันดาร โครงการพูดอ่านเขียนไทย “ส่งเสริมการทำงานครูอาสาสมัครการศึกษา (อศม.) &#8211; สื่อการเรียนรู้หลากหลาย” ส่งผลเด็กเยาวชนชาติพันธุ์ผลคะแนนการอ่านสูงกว่าค่าเฉลี่ยประเทศ</strong></p>



<p>เมื่อวันที่ 18 เมษายน 2565 สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จออก ณ วังสระปทุม ทรงเป็นประธานการประชุมสามัญ ประจำปี 2564 คณะกรรมการมูลนิธิรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหาจักรี ผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ (ออนไลน์) ในการประชุมครั้งนี้มีวาระพิจารณาการให้ความเห็นชอบกระบวนการคัดเลือกครูผู้สมควรได้รับพระราชทานรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหาจักรี ครั้งที่ 5 ปี 2566 ในอาเซียนและติมอร์-เลสเต รวม 11 ประเทศ </p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-008adc"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2022/04/a1-1-3.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>โดยจะร่วมกันคัดเลือกครูสุดยอดครูในระดับการศึกษาขั้นพื้นฐานที่สร้างการเปลี่ยนแปลงชีวิตลูกศิษย์และมีคุณูปการต่อวงการศึกษาประเทศละ 1 คน สำหรับการคัดเลือกในประเทศไทย ได้กำหนดคุณสมบัติที่สำคัญเพิ่มเติม คือ เป็นครูที่ปฏิบัติหน้าที่สอนในระดับการศึกษาขั้นพื้นฐานมาแล้ว ไม่น้อยกว่า 15 ปี โดยจะมีการประกาศหลักเกณฑ์ วิธีการสรรหา ในเดือนเมษายน จากนั้นจะเข้าสู่กระบวนการคัดเลือกในระดับจังหวัดระหว่างเดือนมิถุนายนถึงตุลาคมนี้</p>



<p>ในที่ประชุมได้นำเสนอผลการดำเนินงานและความก้าวหน้าของของมูลนิธิรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหาจักรีที่ผ่านมา อาทิ โครงการส่งเสริมและสนับสนุนการพัฒนาการเรียนรู้เด็กและเยาวชนในถิ่นทุรกันดาร  โครงการพูดอ่านเขียนไทย โรงเรียนในโครงการตามพระราชดำริ จ.น่าน และราชบุรี โดยความร่วมมือของสภากาชาดไทย กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี และ สพป.น่าน เขต 2 </p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-d22629"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2022/04/a3-1-3.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>เนื่องจากโรงเรียนส่วนใหญ่เป็นโรงเรียนขนาดเล็ก มีครูไม่ครบชั้น และประชากรส่วนใหญ่เป็นกลุ่มชาติพันธุ์ อีกทั้งสถานการณ์โควิด-19 ทำให้เกิดภาวะการเรียนรู้ถดถอย จึงออกแบบสื่อการเรียนรู้และวิธีการทำงานเพื่อให้ครูในโรงเรียนสามารถสอนภาษาไทยได้ดีขึ้น โดยการจัดทำสื่อการเรียนภาษาที่หลากหลายเน้นการใช้ในชีวิตประจำวัน และมีอาสาสมัครการศึกษาในพื้นที่ที่พูดภาษาถิ่นได้ทำงานร่วมกับครูประจำวิชาและครูที่เชี่ยวชาญอย่างเป็นระบบ ซึ่งผลของการดำเนินงานพบว่า คะแนน NT ด้านภาษาไทย ดีขึ้นจาก 35.96 คะแนน ในปี 2562 เป็น 40.42 คะแนน ในปี 2563 และคะแนนการอ่าน จากเดิมที่ต่ำกว่าทุกสังกัด ในปี 2563 อยู่ที่ 74.34 คะแนน สูงกว่าคะแนนเฉลี่ยระดับประเทศ อยู่ที่ 73.02 คะแนน และรูปแบบอาสาสมัครการศึกษา (อศม.) จะมีการขยายผลออกไปในพื้นที่ 14 จังหวัด    </p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-02a33e"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2022/04/a2-1-2.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>นอกจากนี้ ยังมีการพัฒนาครูรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหาจักรี ประเทศ สปป.ลาว ด้านศิลปวัฒนธรรมในนครเวียงจันทน์ โครงการศูนย์พัฒนาอาชีพและการเป็นผู้ประกอบการ โดยการอบรมทักษะในศตวรรษที่ 21 การเป็นผู้ประกอบการ ทักษะด้านการเงิน และจัดกระบวนการ Design Thinking พร้อมกับการเรียนรู้จากประสบการณ์ตรงของผู้ประกอบการภาคเอกชนร่วมเป็นที่ปรึกษา โดยมีครูรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหาจักรี ประเทศบรูไนดารุสซาลาม มาเลเซีย ไทย ฟิลิปปินส์ และเวียดนามเข้าร่วม และมีการศึกษาดูงานของครูและนักเรียน ณ สถานประกอบการ ธุรกิจสาขา รวมถึงการเสวนาออนไลน์เพื่อแลกเปลี่ยนเรียนรู้การทำงานระหว่างครูใน 11 ประเทศ</p><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/news-200422-2/">เปิดคะแนนการอ่านเด็กชาติพันธุ์โครงการมูลนิธิรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหาจักรี ร่วมกับ กสศ.</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ผลวิจัยชี้กักตัวช่วงโควิดทำพัฒนาการทางสังคมเด็กล่าช้า</title>
		<link>https://www.eef.or.th/news-life-isolation-during-covid-pandemic-has-delayed-kids-social-skills/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Sun, 10 Apr 2022 10:14:21 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[ข่าวสารความรู้ : Covid-19]]></category>
		<category><![CDATA[ข่าวสารความรู้]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?p=54434</guid>

					<description><![CDATA[<p>รัฐบาลอังกฤษเปิดเผยผลการศึกษาวิจัยฉบับล่าสุด ซึ่งพบว่า  [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/news-life-isolation-during-covid-pandemic-has-delayed-kids-social-skills/">ผลวิจัยชี้กักตัวช่วงโควิดทำพัฒนาการทางสังคมเด็กล่าช้า</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>รัฐบาลอังกฤษเปิดเผยผลการศึกษาวิจัยฉบับล่าสุด ซึ่งพบว่า หลังจากที่ต้องล็อกดาวน์อยู่แต่ภายในบ้านและเรียนออนไลน์มานานกว่า 2 ปี นักเรียนส่วนใหญ่ โดยเฉพาะเด็กเล็ก นอกจากจะมีปัญหาติดขัดพื้นฐานในด้านวิชาการเช่น การเขียน และการคำนวณแล้ว นักเรียนยังประสบปัญหาด้านพัฒนาการทางสังคมที่ล่าช้ากว่าเด็กในวัยเดียวกัน</strong></p>



<p>ทั้งนี้ ผลการศึกษาโดย Ofsted หน่วยงานด้านการศึกษาของรัฐบาลสหราชอาณาจักร พบว่าเด็กๆ ยังคงเผชิญปัญหากับการที่ต้องรื้อฟื้นทักษะพื้นฐาน เช่น การเขียนและการพูด ที่ถดถอยลงไปเพราะไม่สามารถไปโรงเรียนเนื่องจากจากการระบาดของไวรัสโควิด-19</p>



<p>ผลการวิจัยฉบับใหม่ล่าสุดพบว่า แม้ในที่สุดนักเรียนทั่วเกาะอังกฤษจะสามารถกลับมาเรียนที่โรงเรียนได้สักระยะหนึ่งแล้ว แต่นักเรียนส่วนใหญ่ยังคงมีปัญหาในการพื้นฟูทักษะพื้นฐาน อย่างการเขียนและการพูด</p>



<p>ทั้งนี้  ผลการศึกษาข้างต้นของ Ofsted เป็ฯส่วนหน่งในข้อค้นพบของชุดรายงานที่มีการตีพิมพ์เผยแพร่ออกมา โดยอ้างอิงจากหลักฐานจากการตรวจสอบสถาบันการศึกษาประมาณ 280 ครั้งในกลุ่มอายุต่างๆ รวมถึงการสนทนากลุ่มกับผู้ตรวจการของกระทรวงต่างๆ ของรัฐบาล </p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-0ed0b8"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2022/04/11-แปล-ผลวิจัยชี้กักตัวช่วงโควิด-01.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>ในกลุ่มนักเรียนระดับ &#8220;ปฐมวัย&#8221; ทาง Ofsted ได้รับรายงานจากผู้ให้บริการด้านการศึกษาที่สังเกตเห็นความล่าช้าในการพัฒนาคำพูดและภาษาของเด็กเล็ก</p>



<p>ขณะเดียวกัน ผู้ให้บริการด้านการศึกษาบางรายยังพบอีกว่า เด็กเล็กมีความยากลำบากในการตอบสนองต่อการแสดงออกทางสีหน้าขั้นพื้นฐาน ซึ่งผู้เชี่ยวชาญด้านการศึกษากลุ่มนี้ตั้งข้อสังเกตว่าอาจเกิดจากการปฏิสัมพันธ์ทางสังคมที่ลดลงท่ามกลางการระบาดของไวรัสโควิด-19 ที่ทำให้ต้องใช้มาตรการล็อกดาวน์เพื่อสกัดกั้นการะบาด</p>



<p>นอกจากนี้ ครูผู้ให้บริการด้านการศึกษาบางรายยังเน้นย้ำว่า ทักษะพื้นฐานที่ถดถอยไป ทำให้เด็กขาดความมั่นใจที่จะเข้าร่วมกิจกรรมกลุ่มต่าง ๆ ในขณะที่เด็กวัยเดินและเด็กก่อนวัยเรียนต้องการความช่วยเหลือในการเรียนรู้ที่จะแบ่งปันและผลัดกันทำ ผลัดกันเรียน&nbsp;</p>



<p>ยิ่งไปกวานั้น ครูยังสังเกตเห็นถึงผลกระทบของการระบาดของไวรัสโควิด-19 ที่มีผลต่อพัฒนาการทางร่างกายของเด็กเล็ก ยกตัวอย่างเช่นในกรณีของเด็กทารก พบว่า เด็กทากรมีการเรียนรู้ที่จะหัดคลาน และหัดตั้งไข่เพื่อเดินค่อนข้างล่าช้ากว่าเกณฑ์พัฒนาการที่กำหนดไว้&nbsp;</p>



<p>ขณะที่ครูบางคนรายงานว่า ความสามารถในการดูแลพึ่งพาตนเองของเด็กลดลง ดังนั้นจึงเป็นปัจจัยกระตุ้นให้ครูผู้ให้บริการการศึกษาเหล่านี้ต้องใช้เวลากับเด็ก ทำให้มีเวลาออกกำลังกายเคลื่อนไหวร่างกายให้มากขึ้น เพื่อช่วยพัฒนาทักษะความเคลื่นอไหวและปฏิกิริยาตอบสนองของร่างกายต่างๆ </p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-6dde14"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2022/04/11-แปล-ผลวิจัยชี้กักตัวช่วงโควิด-02.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>ในขณะเดียวกัน รายงานยังพบว่าเด็กในวัยเรียนมีช่องว่างความแตกต่างระหว่างวิชาคณิตศาสตร์ การออกเสียง และ &#8220;ความแข็งแกร่งในทักษะการเขียน&#8221; แม้ว่านักการศึกษาบางส่วนจะแย้งว่า ช่องว่างทางทักษะความรู้เหล่านั้นกำลังหดแคบลงเมื่อเทียบกับภาคการศึกษาที่แล้ว</p>



<p>สถานการณ์ด้านการศึกษาของสหราชอาณาจักร ก็มีลักษณะเช่นเดียวกันกับในหลายประเทศทั่วโลก ที่ได้รับผลกระทบจากการระบาดของไวรัสโควิด-19 ที่การระบาดทำให้อังกฤษและอีกหลายประเทศทั่วโลกต้องปิดโรงเรียนนานร่วมปี ซึ่งหมายความว่า เด็กส่วนใหญ่ต้องเรียนหนังสืออยู่ที่บ้านผ่านหน้าจอออนไลน์ในช่วงล็อคดาวน์ทั้งประเทศ ที่ทั้งไปโรงเรียนไม่ได้ และออกไปข้างนอกไม่ได้&nbsp;</p>



<p>ทั้งนี้ ไม่เพียงแต่ปัญหาทางด้านร่างกายเท่านั้นที่เด็กได้รับผลกระทบ งานวิจัยยังพบว่า เด็กนักเรียนยังประสบปัญหาสุขภาพจิต โดยนักการศึกษาสังเกตเห็นระดับความยืดหยุ่นและความมั่นใจที่ลดลง รวมถึงความวิตกกังวลที่เพิ่มขึ้นในหมู่เด็กนักเรียน</p>



<p>ในความเป็นจริงแล้ว ส่วนหนึ่งของรายงานที่เน้นเฉพาะกลุ่มอายุนี้ กล่าวว่า โรงเรียนบางแห่งสังเกตเห็นว่าการระบาดใหญ่ของไวรัสโควิด-19 ได้ส่งผลกระทบต่อวิชาที่นักเรียนเลือกเรียนก่อนการสอบระดับมัธยมศึกษาตอนปลายและก่อนวัยเรียน หรือที่เรียกว่า GSCEs และ A Levels ตามลำดับ</p>



<p>ยกตัวอย่างเช่น มีโรงเรียนบางแห่งสังเกตเห็นว่า จำนวนเด็กนักเรียนที่เลือกเรียนวิชาวิทยาศาสตร์หลัก อย่าง ฟิสิกส์ เคมี และชีววิทยา โดยนักการศึกษารายหนึ่งเชื่อว่าจำนวนนักเรียนที่เลือกเรียนวิชาเหล่านี้น้อยลงเป็นเพราะเด็กกลุ่มนี้ได้รับความทุกข์ทรมานจากความมั่นใจที่ลดลงเพราะถูกล็อกดาวน์มานาน</p>



<p>รายงานระบุอีกว่า โรงเรียนอีกหลายยังสังเกตเห็นถึงผลกระทบของการระบาดของไวรัสโควิด-19 ต่อทักษะด้านเทคโนโลยีของเด็กนักเรียนที่เพิ่มเข้ามามากขึ้น เช่น โรงเรียนแห่งหนึ่งสังเกตว่านักเรียนจะเรียนได้อย่างสบายใจเมื่อได้ใช้อุปกรณ์จอสัมผัสดังนั้นโรงเรียนจึงต้องจัดการเรื่องนี้โดยเน้นที่การให้เด็กได้เรียนผ่านการใช้คอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะ</p>



<p>อแมนดา สเปลแมน หัวหน้าผู้ตรวจสอบของ Ofsted กล่าวว่า ในขณะที่ความพยายามช่วยให้เด็กๆ รื้อฟื้นติดตามทันสิ่งที่เด็กพลาดไปให้มีความคืบหน้ามากขึ้น ดังนั้น เป็นสิ่งที่ชัดเจนว่า การล็อกดาวน์เพราะไวรัสโควิด-19 ได้สร้างความท้าทายทางการศึกษาให้ต้องเร่งจัดการมากมาย“ฉันค่อนข้างกังวลเป็นพิเศษเกี่ยวกับพัฒนาการของเด็กเล็ก ซึ่งหากปล่อยทิ้งไว้โดยไม่ได้รับการดูแล อาจทำให้เกิดปัญหากับการเรียนต่อในระบประถมศึกษาได้” อแมนดา สเปลแมน หัวหน้าผู้ตรวจสอบของ Ofsted กล่าว</p>



<p></p>



<p><strong>ที่มา :</strong> <a href="https://www.cnbc.com/2022/04/04/uk-study-kids-struggle-with-writing-and-speech-after-the-pandemic.html" target="_blank" rel="noreferrer noopener" title="https://www.cnbc.com/2022/04/04/uk-study-kids-struggle-with-writing-and-speech-after-the-pandemic.html">Isolation during Covid pandemic has delayed kids’ social skills, new study says</a></p><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/news-life-isolation-during-covid-pandemic-has-delayed-kids-social-skills/">ผลวิจัยชี้กักตัวช่วงโควิดทำพัฒนาการทางสังคมเด็กล่าช้า</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>รายงานใหม่ชี้เด็กในเกือบทุกประเทศเผชิญการเรียนรู้ถดถอยเนื่องจากโควิด-19</title>
		<link>https://www.eef.or.th/news-report-covid19-050422/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 05 Apr 2022 04:54:54 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Movement]]></category>
		<category><![CDATA[ข่าวสารความรู้ : Covid-19]]></category>
		<category><![CDATA[unesco]]></category>
		<category><![CDATA[UNICEF]]></category>
		<category><![CDATA[World Bank]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?p=54282</guid>

					<description><![CDATA[<p>กรุงเทพ, 5 เมษายน 2565 &#8211;&#160; รายงานฉบับใหม่โดยอ [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/news-report-covid19-050422/">รายงานใหม่ชี้เด็กในเกือบทุกประเทศเผชิญการเรียนรู้ถดถอยเนื่องจากโควิด-19</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>กรุงเทพ, 5 เมษายน 2565</strong> &#8211;&nbsp; รายงานฉบับใหม่โดยองค์การยูเนสโก องค์การยูนิเซฟ และธนาคารโลก พบว่าเด็กนักเรียนในเกือบทุกประเทศทั่วโลกกำลังเผชิญกับภาวะถดถอยทางความรู้ ซึ่งเป็นผลมาจากการปิดโรงเรียนอย่างต่อเนื่องในช่วงการแพร่ระบาดของโควิด-19 โดยเฉพาะเด็กจากครอบครัวยากจน เด็กที่อยู่ในพื้นที่ห่างไกล เด็กพิการ เด็กเล็ก ซึ่งต้องเผชิญกับปัญหานี้รุนแรงที่สุด&nbsp;&nbsp;</p>



<p>รายงานฉบับดังกล่าวซึ่งเผยแพร่เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว โดยมีนางสเตฟาเนีย จิอานนีนี ผู้ช่วยผู้อำนวยการใหญ่ด้านการศึกษา องค์การยูเนสโก พร้อมนายโรเบิร์ต เจนกินส์ ผู้อำนวยการฝ่ายการศึกษา องค์การยูนิเซฟ และนายเจมี&nbsp; ซาเวดรา ผู้อำนวยการฝ่ายการศึกษา ธนาคารโลก ออกแถลงการณ์ร่วมกันเพื่อเรียกร้องให้นานาประเทศออกมาตราการเร่งด่วนเพื่อช่วยให้เด็กทุกคนได้กลับมาเรียนหนังสือและชดเชยความรู้ที่ถดถอย ซึ่งอาจส่งผลกระทบในระยะยาวต่อสุขภาพ ความเป็นอยู่ ตลอดจนการเรียนรู้และหน้าที่การงานในอนาคตของเด็ก ๆ&nbsp;</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-6c4967"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2022/04/10-รายงานใหม่-03.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>คำแถลงการณ์ร่วมระบุว่า “นับตั้งแต่มีการปิดโรงเรียนในเดือนมีนาคม 2563 เด็กนักเรียนทั่วโลกสูญเสียชั่วโมงเรียนไปมากกว่าสองล้านล้านชั่วโมง และเด็ก ๆ มากกว่า 4 ใน 5 ประเทศมีการเรียนรู้ที่ถดถอย ทักษะขั้นพื้นฐานในทุกมิติที่เด็ก ๆ ได้สะสมไว้กำลังหายไป เด็ก ๆ ลืมวิธีการอ่านและเขียน บางคนจำไม่ได้แม้แต่ตัวอักษร เด็กเล็กในเกือบทุกประเทศซึ่งกำลังจะเริ่มเข้าเรียนต่างไม่มีโอกาสได้เรียนรู้ทักษะเหล่านี้เลยเนื่องจากการศึกษาปฐมวัยที่ขาดหายไป”</p>



<p>คำแถลงการณ์ร่วมระบุต่อไปว่า “ตั้งแต่หกเดือนแรกหลังการแพร่ระบาด เป็นที่ทราบกันแล้วว่าเด็กอย่างน้อย 1 ใน 3 คนทั่วโลกถูกตัดขาดจากการศึกษาโดยสิ้นเชิงเพราะไม่สามารถเข้าถึงการเรียนรู้ทางไกล เรารู้ดีว่าเด็กและเยาวชนประมาณ 24 ล้านคนมีความเสี่ยงที่ต้องหลุดออกจากระบบการศึกษา เรารู้ว่าแรงงานเด็กและการแต่งงานในวัยเด็กจะเพิ่มขึ้น แม้ข้อมูลต่างๆ จะถูกพูดถึงซ้ำแล้วซ้ำเล่า แต่ก็ยังไม่มีการดำเนินการมากพอที่จะช่วยให้เด็ก ๆ ฟื้นฟูสิ่งที่พวกเขาต้องเสียไป”</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-f6fcc6"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2022/04/10-รายงานใหม่-02.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>ในประเทศไทย การปิดโรงเรียนอย่างต่อเนื่องส่งผลกระทบต่อเด็กนับล้านคน โดยเฉพาะเด็กกลุ่มเปราะบางที่เข้าไม่ถึงการเรียนออนไลน์ ผลสำรวจของสำนักงานสถิติแห่งชาติในปี 2563 พบว่าครอบครัวในประเทศไทยเกือบครึ่งหนึ่งไม่พร้อมที่จะให้ลูกเรียนออนไลน์ โดยร้อยละ 51 ไม่มีอุปกรณ์สำหรับการเรียนออนไลน์,&nbsp; ร้อยละ 26 ไม่มีอินเทอร์เน็ต และพ่อแม่ผู้ปกครองร้อยละ 40 ไม่มีเวลาที่จะดูแลลูกในการเรียนออนไลน์</p>



<p>นอกจากนี้ รายงานของสำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษาเมื่อเดือนที่แล้ว ระบุว่า แม้ว่าจะมีความพยายามในหลายรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นการเพิ่มความเร็วอินเทอร์เน็ต หรือการผสมผสานเทคโนโลยีเพื่อการเรียนรู้ ตลอดจนการลดขนาดห้องเรียนในโรงเรียนลง แต่การแพร่ระบาดได้ส่งผลกระทบทางลบต่อภาพรวมของคุณภาพการเรียนการสอน จำนวนเด็กที่ขาดเรียนก็เพิ่มขึ้นทั้งในการเรียนในห้องเรียนและการเรียนออนไลน์</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-e3054c"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2022/04/10-รายงานใหม่-04.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>องค์การยูนิเซฟ ประเทศไทย กำลังทำงานกับพันธมิตร เช่น กระทรวงศึกษาธิการและกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) เพื่อให้มั่นใจว่าโรงเรียนจะเปิดเรียนได้อย่างปลอดภัยและเด็ก ๆ จะสามารถเรียนตามบทเรียนได้ทัน ภายใต้ความร่วมมือในโครงการนำร่องในโรงเรียน 40 แห่งในจังหวัดสมุทรสาคร ยูนิเซฟได้สนับสนุนพันธมิตรในการประเมินภาวะความรู้ถดถอยของเด็ก ๆ และจัดอบรมครู ตลอดจนจัดเตรียมสื่อการเรียนการสอนและทรัพยากรต่าง ๆ เพื่อให้ครูสามารถจัดการเรียนรู้ซ่อมเสริมที่ตรงกับความต้องการของเด็กแต่ละคนและสามารถฟื้นฟูการเรียนรู้ที่ถดถอยของเด็ก ๆ ได้ ทั้งนี้ จะมีการถอดบทเรียนจากโครงการนำร่องนี้เพื่อใช้วางแผนฟื้นฟูภาวะถดถอยทางความรู้ในโรงเรียนทั่วประเทศต่อไป</p>



<p>นางคยองซัน คิม ผู้อำนวยการองค์การยูนิเซฟ ประเทศไทย กล่าวว่า “ประเทศไทยได้มุ่งดำเนินการเพื่อระบุเด็ก ๆ ที่ไม่กลับเข้าเรียนและเด็กที่มีความเสี่ยงในการหลุดออกจากระบบ เป็นที่ประจักษ์แล้วว่าการแพร่ระบาดของโควิด-19 ได้ส่งผลกระทบร้ายแรงต่อการศึกษาอย่างที่เราไม่เคยเห็นมาก่อน ดังนั้น ยูนิเซฟจึงมุ่งมั่นทำงานร่วมกับกระทรวงศึกษาธิการและพันธมิตรอื่น ๆ ในการทำทุกวิถีทางเพื่อปกป้องเด็ก ๆ จากการเรียนรู้ที่ถดถอยและการถูกทิ้งไว้ข้างหลัง และในโอกาสที่ภาคการศึกษาใหม่กำลังจะเริ่มขึ้นในอีกไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้า เราต้องดำเนินการต่าง ๆ เพื่อให้แน่ใจว่า เด็ก ๆ จะได้รับการสนับสนุนในทุกด้านเพื่อให้พวกเขากลับมาเรียนตามบทเรียนได้ทันและเรียนรู้มากยิ่งกว่าที่พวกเขาเสียไป แต่เราต้องรีบเร่งดำเนินการอย่างเร่งด่วน มิฉะนั้นแล้ว เด็กทั้งรุ่นอาจจะต้องเผชิญกับผลกระทบที่แก้กลับคืนมาไม่ได้”</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-1fab70"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2022/04/10-รายงานใหม่-01.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>รายงานของยูเนสโก ยูนิเซฟ และธนาคารโลก ระบุเพิ่มเติมด้วยว่า มีประเทศที่ได้ทำการสำรวจไม่ถึงครึ่งหนึ่งที่ออกมาตรการฟื้นฟูการเรียนรู้ที่ถดถอยของเด็ก ๆ ในขณะเดียวกันงบประมาณด้านการศึกษายังคงลดลงต่อเนื่องอย่างน่าใจหาย โดยเฉลี่ยประเทศต่าง ๆ จัดสรรงบประมาณด้านการศึกษาเพียงร้อยละ 3 จากแผนฟื้นฟูโควิด-19 โดยประเทศรายได้ต่ำหรือค่อนข้างต่ำจัดสรรงบประมาณด้านการศึกษาเพียงแค่ร้อยละ 1 เท่านั้น&nbsp;&nbsp;</p>



<p></p>



<hr class="wp-block-separator"/>



<p>ภาพ/ข่าว UNICEF THAILAND</p><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/news-report-covid19-050422/">รายงานใหม่ชี้เด็กในเกือบทุกประเทศเผชิญการเรียนรู้ถดถอยเนื่องจากโควิด-19</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>“เปลี่ยนแม่เป็นหมอ เปลี่ยนพ่อเป็นพยาบาล” รับมือโอมิครอนในเด็กฉบับปิดเทอมใหญ่</title>
		<link>https://www.eef.or.th/news-53620/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 28 Mar 2022 07:09:45 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Movement]]></category>
		<category><![CDATA[ข่าวสารความรู้ : Covid-19]]></category>
		<category><![CDATA[กรมการแพทย์]]></category>
		<category><![CDATA[กสศ.]]></category>
		<category><![CDATA[กระทรวงสาธารณสุข]]></category>
		<category><![CDATA[UNICEF]]></category>
		<category><![CDATA[คลองเตยดีจัง]]></category>
		<category><![CDATA[กรมสุขภาพจิต]]></category>
		<category><![CDATA[กรมกิจการเด็กและเยาวชน]]></category>
		<category><![CDATA[สมศักดิ์ อรรฆศิลป์]]></category>
		<category><![CDATA[แพทย์หญิงวารุณี พรรณพานิช วานเดอพิทท์]]></category>
		<category><![CDATA[เปลี่ยนแม่เป็นหมอ เปลี่ยนพ่อเป็นพยาบาล]]></category>
		<category><![CDATA[ไทยพีบีเอส]]></category>
		<category><![CDATA[สํานักงานเขตดุสิต กรุงเทพมหานคร]]></category>
		<category><![CDATA[HFocus]]></category>
		<category><![CDATA[ปิดเทอมใหญ่ รับมือโอมิครอนในเด็กอย่างไร?]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?p=53620</guid>

					<description><![CDATA[<p>ท่ามกลางตัวเลขผู้ติดเชื้อจากสายพันธุ์โอมิครอน ซึ่งเป็นไ [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/news-53620/">“เปลี่ยนแม่เป็นหมอ เปลี่ยนพ่อเป็นพยาบาล” รับมือโอมิครอนในเด็กฉบับปิดเทอมใหญ่</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>ท่ามกลางตัวเลขผู้ติดเชื้อจากสายพันธุ์โอมิครอน ซึ่งเป็นไวรัสโควิด-19 สายพันธุ์ล่าสุด ที่ยังคงพุ่งต่อเนื่อง และมียอดผู้เสียชีวิตรายวันใน อัตราที่สูงลิ่ว คำถามสำคัญของคนเป็นพ่อแม่ในช่วงปิดเทอมใหญ่ที่จะถึงนี้คือ “หากลูกฉันติดโควิด ฉันจะทำยังไง จะพาลูกไปเข้าคิวที่โรง พยาบาล หรือจะเสี่ยงหากอาการลูกแย่หนักกว่าเดิม มีทางเลือกอื่นอีกหรือไม่?” </p>



<p>กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) ร่วมกับ กรมกิจการเด็กและเยาวชน, กรมการแพทย์, กรมสุขภาพจิต, กระทรวงสาธารณสุข, UNICEF, ไทยพีบีเอส, สํานักงานเขตดุสิต กรุงเทพมหานคร, คลองเตยดีจัง และ HFocus จึงร่วมกันจัดเสวนาภายใต้หัวข้อ ‘ปิดเทอมใหญ่ รับมือโอมิครอนในเด็กอย่างไร?’ </p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-5a9757"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2022/03/537342.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>โดยมีจุดประสงค์เพื่อพาคุณแม่ทุกท่านก้าวผ่าน ‘ความกลัว’ ที่ลูกต้องป่วยจากเชื้อไวรัสโควิด-19 โดยให้คุณแม่สามารถรออยู่ในพื้นที่ปลอดภัย สะดวกสบาย มีหมอคอยให้คำแนะนำผ่าน Line Official Account เพื่อตอบปัญหาที่กังวลใจทุกข้อ อันจะทำให้คุณแม่สามารถเป็นพาร์ทเนอร์ของแพทย์ ในการดูแลลูกจากทางบ้านได้โดยไม่ต้องเสี่ยงมาโรงพยาบาล</p>



<p></p>



<h2 class="wp-block-heading"><strong>HOW TO เช็คอาการลูกฉบับพ่อแม่</strong></h2>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-73125d"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2022/03/537347.jpg" alt=""/></div><figcaption class="qubely-image-caption">นายแพทย์สมศักดิ์ อรรฆศิลป์ อธิบดีกรมการแพทย์</figcaption></figure></div></div></div>



<p></p>



<p><strong>นายแพทย์สมศักดิ์ อรรฆศิลป์ อธิบดีกรมการแพทย์</strong> ได้ฉายภาพสถานการณ์เด็กติดเชื้อเพิ่มขึ้นมาตั้งแต่ปลายปีที่แล้ว เนื่องจากเด็กเป็น กลุ่มที่ได้รับการฉีดวัคซีนลำดับท้ายๆ และในช่วงนั้นยังไม่มีวัคซีนชนิดใดที่สามารถนำมาใช้กับเด็กได้อีกทั้งหากเด็กมีสภาพร่างกายแข็งแรง อาการของโรคอาจไม่แสดงและอาจหายได้เองในที่สุด ในขณะที่เด็กอายุต่ำกว่า 1 ปีหากคุณพ่อคุณแม่มีความกังวลใจ ก็สามารถพาบุตรหลานไปตรวจคัดกรองเบื้องต้นก่อนได้เช่นกัน</p>



<p>&#8220;สำหรับอาการที่ต้องรีบไปโรงพยาบาลคือ หนึ่ง มีไข้สูงเกิน 39 องศาเซลเซียส สอง เริ่มซึม ไม่ดูดนม สาม ไม่กินข้าว สี่ หายใจเร็ว และ อันดับสุดท้าย มีออกซิเจนต่ำว่า 96&#8221; </p>



<p>ขณะอีกส่วนหนึ่ง คือ กลุ่มอาการของโรคที่ทำให้เด็กติดเชื้อโควิดแล้วมีอาการรุนแรงขึ้น ซึ่งประกอบไปด้วย โรคอ้วน, โรคทางเดินหายใจ เรื้อรัง, โรคไตวายเรื้อรัง, โรคมะเร็ง, โรคเบาหวาน และกลุ่มโรคทางพันธุกรรมต่างๆ นั้น นายแพทย์สมศักดิ์อธิบายว่า หากเด็กไม่อยู่ในเกณฑ์เหล่านี้จะไม่มีอาการ รุนแรง สามารถสังเกตอาการเบื้องต้นได้ </p>



<p>&#8220;ถ้าเด็กไม่มีโรคร่วม ส่วนใหญ่แล้วจะไม่มีอาการรุนแรงครับ และหากเราสังเกตได้ถึงความเปลี่ยนแปลง เราก็จะสามารถจำกัดความ รุนแรงของโรคได้สำหรับเด็ก เราจะแนะนำให้ทำ Home Isolation เป็นส่วนใหญ่ ไม่ต้อง follow up เด็กจะไม่เหมือนผู้ใหญ่แต่ถ้ามี โรคร่วม และคุณพ่อคุณแม่ไม่สบายใจ ก็สามารถพาไปคัดกรองได้&#8221;</p>



<p></p>



<h2 class="wp-block-heading"><strong>ปิดเทอมใหญ่ ดูแลเด็กๆ อย่างไรไม่ให้ว้าวุ่น</strong></h2>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-ae1fbc"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2022/03/537348.jpg" alt=""/></div><figcaption class="qubely-image-caption">แพทย์หญิงวารุณี พรรณพานิช วานเดอพิทท์<br>หัวหน้างานโรคติดเชื้อ สถาบันสุขภาพเด็กแห่งชาติมหาราชินี</figcaption></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>การติดเชื้อโควิด-19 สายพันธุ์โอมิครอนที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว นำมาซึ่งความกังวลว่า ในช่วงปิดเทอมใหญ่กว่า 2 เดือน เราจะทำให้เด็กติดเพิ่มขึ้นหรือไม่ ซึ่งในประเด็นนี้ <strong>แพทย์หญิงวารุณี พรรณพานิช</strong> <strong>วานเดอพิทท์</strong> <strong>หัวหน้างานโรคติดเชื้อ สถาบันสุขภาพเด็กแห่งชาติมหาราชินี</strong> อธิบายว่า จากประสบการณ์ที่สถาบันโรคเด็กแห่งชาติฯ ได้ติดตามคนไข้ที่เข้าสู่การรักษาในระบบบริการแบบ Home Isolation ช่วงแรกนั้น พบว่าจากจำนวนผู้ติดเชื้อ 900 ราย มีเพียง 12 รายที่ต้องกลับมารักษาในโรงพยาบาล คิดเป็นตัวเลขเฉลี่ยอยู่ที่ 1.3 เปอร์เซ็นต์เท่านั้น ส่วนใหญ่การสังเกตอาการนั้น เด็กจะอยู่โรงพยาบาลไม่เกิน 2-3 คืนแรก เมื่อไข้ลดลงก็สามารถกลับไปสังเกตติดตามอาการต่อได้ที่บ้าน</p>



<p>&#8220;จริงๆ แล้วค่อนข้างวางใจได้ เพียงแต่เราก็ไม่ประมาท หมายความว่าในกรณีที่เรารู้ว่าเป็นเด็กกลุ่มเสี่ยง คือเด็กเล็กต่ำกว่า 1 ปี หรือเด็กที่มีโรคประจำตัว อันนี้ถือว่าเป็นกลุ่มที่ต้องเฝ้าระวัง ในกรณีที่ไม่มีข้อจำกัดเรื่องเตียงในการนอนโรงพยาบาล เราก็จะแอดมิทสังเกตอาการ&#8221;</p>



<p></p>



<h2 class="gb-headline gb-headline-f3503c26 gb-headline-text"><strong>‘เปลี่ยนแม่เป็นหมอ เปลี่ยนพ่อเป็นพยาบาล’</strong><br><strong>อยู่ร่วมกับการระบาดอย่างสมดุล</strong></h2>



<p>ด้วยนโยบายจากภาครัฐที่ต้องการส่งเสริมให้คุณพ่อคุณแม่เป็น ‘คุณหมอเสมือน’ เพื่อช่วยแบ่งเบาภาระของแพทย์ในภาวะที่ยังคงมีงานล้นมือ คำถามคือ ระบบสาธารณสุขและแพทย์โรงพยาบาลต่างๆ มีความพร้อมมากน้อยเพียงใด โดยนายแพทย์สมศักดิ์ อธิบายว่า ปัจจัยความพร้อมทางด้านสังคมของตัวพ่อแม่เองเป็นสิ่งแรกที่ต้องคำนึงถึง หากตัวคุณพ่อคุณแม่มีความรู้ มีการศึกษาหาข้อมูลเกี่ยวกับการดูแลเด็กในช่วงโควิดก็จะสามารถคลายความกังวลและทำให้มีเวลาอยู่กับลูกได้อย่างใกล้ชิดมากกว่าเมื่อเข้าสู่ช่วงปิดเทอม</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-a2211a"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2022/03/537344.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>หนึ่งในเครื่องมือสำคัญที่จะเข้ามาช่วยคุณพ่อคุณแม่คือ การมีระบบ Line Official Account ที่จะมีแพทย์ผู้เชี่ยวชาญคอยตอบคำถาม ข้อสงสัยต่ออาการต่างๆ ของเด็กในช่วงปิดเทอม</p>



<p>&#8220;เราจะต้องเติมไม้หันอากาศเข้าไป เปลี่ยนตระหนกให้เป็นตระหนักเพราะว่าเด็กส่วนใหญ่มีเพียง 5 เปอร์เซ็นต์ที่ต้องนอนโรงพยาบาล ขณะที่เด็กอีก 95 เปอร์เซ็นต์สามารถอยู่บ้านเองได้ แต่เราบอกไปแล้วว่าเด็กต่ำกว่า 1 ปีมาคัดกรอง กลับไปอยู่บ้าน&#8221;</p>



<p>ด้านแพทย์หญิงวารุณีกล่าวเสริมว่า ปัจจัยที่ทำให้บุคลากรมีความพร้อมในการดูแลผู้ป่วยนอก รวมถึงการ Home Isolation ได้ เกิดจากปัจจัยของเด็กและเชื้อสายพันธุ์โอมิครอนเอง โดยเชื้อสายพันธุ์นี้ เมื่อเข้าสู่ร่างกายแล้วจะไปแบ่งตัวอยู่ที่เยื่อบุทางเดินหายใจมากกว่าไปลงที่เนื้อปอด ทำให้ลักษณะธรรมชาติของเชื้อตัวนี้จะไม่ไปลงที่เนื้อปอด แต่จะทำให้เด็กมีอาการไอมากขึ้น </p>



<p>ขณะที่ปัจจัยของตัวเด็กเอง โดยธรรมชาติเด็กจะมีระบบภูมิคุ้มกันในร่างกายด้วยกัน 2 แบบ แบบแรกคือ &#8211; ติดตัวมาตั้งแต่กำเนิด แบบที่สองคือ &#8211; ภูมิคุ้มกันที่เกิดเมื่อเด็กเติบโตและได้รู้จักเชื้อโรคต่าง ๆ ซึ่งระบบภูมิคุ้มกันในแบบแรกจะมีมากในช่วงวัยเด็ก แต่จะค่อยๆ เปลี่ยนไปเป็นแบบที่ 2 ทำให้เมื่อโควิด-19 ระบาด จึงจำเป็นต้องเร่งฉีดวัคซีนในกลุ่มผู้สูงอายุก่อนจะไล่เลียงตามลำดับลงมา โดยระบบภูมิคุ้มกันในเด็กนี้จะเรียกว่า ‘อินเตอร์เฟอรอน’ Interferon (IFN)</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-c4e67f"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2022/03/537345.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>โดยแพทย์หญิงวารุณีกล่าวต่อว่า มีข้อมูลงานวิจัยออกมามากมายยืนยันว่า อินเตอร์เฟอรอนจะหลั่งออกมามากในเด็กเมื่อมีอุณหภูมิขึ้นสูง ซึ่งเป็นกลไกทางธรรมชาติของร่างกายที่จะเยียวยาตัวเองด้วยการพักผ่อน ดังนั้นเมื่อเด็กเป็นไข้ ตัวร้อน พ่อแม่ไม่จำเป็นต้องปลุกเด็กมาเช็ดตัวบ่อยๆ หรือเรียกให้รับประทานอาหารบ่อยๆ แต่ปล่อยให้ร่างกายได้พักฟื้น อุณหภูมิในร่างกายก็จะลดลงได้เองในช่วง 2-3 วัน</p>



<p>&#8220;หลักการคือ เราจะรักษาพิษจากไข้ แต่เราจะไม่รักษาไข้ ถ้าเด็กเป็นไข้ก็ให้เด็กหลับเลย แต่ถ้าไข้นั้นทำให้เด็กเพ้อ ตัวสั่น เราต้องเน้นประคบที่ศีรษะ ส่วนใหญ่แล้วเด็กจะหนาว ยิ่งเช็ดยิ่งหนาว ควรให้กินยาลดไข้ก่อนแล้วค่อยเช็ดตัว ไม่อย่างนั้นเด็กจะทุกข์ทรมาน&#8221;</p>



<p></p>



<h2 class="gb-headline gb-headline-9f54f5a1 gb-headline-text"><strong>ตอบคำถามทันใจ มีหมอใกล้ตัวด้วย Line Official Account</strong></h2>



<p>&#8220;ถ้ากังวลใจจริงๆ ถ่ายวิดีโอแล้วส่งมาให้เราดู เราจะประเมินแล้วเรียกมาเองค่ะ&#8221;</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-20ff2a"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2022/03/537346.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>ถึงอย่างนั้น คำถามและความกังวลต่างๆ เช่นว่า จำเป็นไหมที่เด็กจะต้องฉีดวัคซีน เมื่อลูกเป็นไข้แล้วจะต้องไปเอกซเรย์ปอดไหม ฯลฯ ซึ่งการใช้ Line Official Account ของสถาบันสุขภาพเด็กแห่งชาติฯ จะเข้ามาทำหน้าที่ในการจับมือคุณแม่ให้เปรียบเสมือนเป็นหมอด้วยตัวเองผ่านการวิดีโอคอล เพื่อให้แพทย์ผู้ชำนาญการสามารถให้คำแนะนำได้ตั้งแต่ตรวจวัดสภาพการนอน เพื่อดูอัตราการเต้นของหัวใจและการทำงานของปอด ดูกิจกรรมต่างๆ ของเด็กเมื่อตื่นเพื่อตรวจวัดสภาพร่างกายว่าดีขึ้นหรือไม่ </p>



<p>&#8220;ผมขอใช้โอกาสนี้ในการทำความเข้าใจกับพี่น้องประชาชน โดยเฉพาะคุณพ่อคุณแม่ว่า ถ้ามีโรคร่วม ท่านพาลูกไปฉีดวัคซีนเถอะครับ แต่ถ้าไม่มีโรคร่วม อันนี้อยู่ที่ดุลยพินิจของท่าน เข้าใจได้ว่าท่านยังไม่อยากพาไปฉีด แต่ถ้าพาไปฉีดก็จะช่วยได้ส่วนหนึ่ง&#8221; นายแพทย์สมศักดิ์ กล่าวทิ้งท้าย</p>



<p>ท้ายที่สุด ความกังวลในเรื่องโรคระบาดสายพันธุ์โอมิครอนในเด็ก ไปจนถึงความเป็นไปได้ที่โควิด-19 จะหมดไป แพทย์หญิงวารุณีทิ้งท้ายว่า</p>



<p>&#8220;เราโดนโควิดรัฐประหารมาแล้ว 2 ปีนะคะ โควิดก็กลายพันธุ์ไปเรื่อยๆ ฉะนั้นเราจะปล่อยให้มันกลายพันธุ์ฝ่ายเดียวก็ไม่ไหว เราต้องกลายพันธุ์ด้วยเช่นเดียวกัน จากการเปลี่ยนแม่ให้เป็นหมอ เปลี่ยนพ่อเป็นพยาบาล หมายความว่าสามารถดูแลและอยู่ร่วมกันได้อย่างสมดุลอาจจะดีกว่า เพราะว่าถ้าเราหวังว่าจะไม่ติดเชื้อ มันจะควบคุมได้ยาก แต่เราจะดูแลร่างกายของเรายังไงที่จะอยู่ด้วยกันไปอย่างสันติสุข และสามารถทำให้ระบบเศรษฐกิจ สังคม ดำเนินไปด้วยได้ น่าจะสำคัญกว่า&#8221;</p><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/news-53620/">“เปลี่ยนแม่เป็นหมอ เปลี่ยนพ่อเป็นพยาบาล” รับมือโอมิครอนในเด็กฉบับปิดเทอมใหญ่</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>3 Loss ในช่วงโควิดของเด็กๆ นอกเหนือจาก Learning Loss</title>
		<link>https://www.eef.or.th/article-3-loss-during-childrens-covids-230322/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 23 Mar 2022 06:44:43 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[บทความ]]></category>
		<category><![CDATA[Movement]]></category>
		<category><![CDATA[ข่าวสารความรู้ : Covid-19]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?p=53371</guid>

					<description><![CDATA[<p>การเกิดโรคระบาดโควิด-19 เป็นปรากฎการณ์ที่ทุกคนสามารถเรี [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/article-3-loss-during-childrens-covids-230322/">3 Loss ในช่วงโควิดของเด็กๆ นอกเหนือจาก Learning Loss</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>การเกิดโรคระบาดโควิด-19 เป็นปรากฎการณ์ที่ทุกคนสามารถเรียกได้ว่าเป็น “shock to the system” เพราะส่งผลต่อการปฏิบัติงานในทุกภาคส่วนของสังคม ไม่ว่าจะเป็นการประกาศ  lockdowns มาตรการ curfews หรือการกักตัวอยู่บ้าน ปิดโรงเรียน ซึ่งหากเรามองในมุมการศึกษา เราจะพบว่า สถานการณ์ในครั้งนี้ได้เปลี่ยน “วิถีการเรียน” ไปอย่างรวดเร็วและไม่ทันตั้งตัว ไม่ว่าจะเป็นครู เด็ก หรือผู้ปกครอง เพราะ “ครู” คงไม่เคยคิดว่า “ฉันต้องสอนแบบออนไลน์สลับออฟไลน์ไปด้วย” หรือ “ผู้ปกครอง” คงไม่เคยคิดว่า “ฉันต้องสอนหนังสือลูกไปด้วยและทำงานไปด้วย” หรือ “เด็ก” (เด็กในที่นี้จะอยู่ในช่วงชั้นอนุบาลจนถึงประถมศึกษา) คงไม่เคยคิดว่า “ฉันต้องเรียนหน้าจอ แบบไม่ได้เจอเพื่อน ไม่ได้คุยกับเพื่อน” นี่เป็นเพียงตัวอย่างหนึ่งที่สะท้อนถึงความเปลี่ยนแปลงจากโควิด</p>



<p></p>



<h2 class="wp-block-heading" id="1--%E0%B9%80%E0%B8%9E%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B8%B0%E0%B9%82%E0%B8%84%E0%B8%A7%E0%B8%B4%E0%B8%94%E0%B8%88%E0%B8%B6%E0%B8%87%E0%B8%97%E0%B8%B3%E0%B9%83%E0%B8%AB%E0%B9%89%E0%B9%80%E0%B8%81%E0%B8%B4%E0%B8%94%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B9%80%E0%B8%9B%E0%B8%A5%E0%B8%B5%E0%B9%88%E0%B8%A2%E0%B8%99%E0%B9%81%E0%B8%9B%E0%B8%A5%E0%B8%87%E0%B9%80%E0%B8%9B%E0%B9%87%E0%B8%99%E0%B9%82%E0%B8%94%E0%B8%A1%E0%B8%B4%E0%B9%82%E0%B8%99-"><strong>เพราะโควิดจึงทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงเป็นโดมิโน</strong></h2>



<p>ก่อนที่เราจะมาพูดคุยกันว่า โควิดนั้นทำให้เด็กๆ LOSS อะไรบ้าง นีทอยากชวนทุกคนมาหาสาเหตุกันก่อนว่า “แล้วมัน LOSS ได้อย่างไร” ทฤษฎีหนึ่งที่นีทคิดว่า น่าจะอธิบายคำว่า “HOW” ของเรื่องโควิดในครั้งนี้ คือ ทฤษฎีที่ชื่อว่า Life course theory</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-b6cbb5"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2022/03/06-3-loss-ของเด็กๆ.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>Benner และ Mistry (2020) ได้อธิบาย Life course theory ไว้ว่า มันคือการอธิบายภาพใหญ่ว่า 1 เหตุการณ์ อย่างการเกิดโรคระบาดโควิดนั้น สร้างปัญหาหรือส่งผลกระทบอะไรต่อตัวเด็กบ้างทั้งทางตรงและทางอ้อม ตัวอย่างเช่น</p>



<p>ผลกระทบทางตรงคือ&nbsp; วิถีชีวิตเด็กไม่เหมือนเดิม เด็กจำเป็นต้องใส่แมส ล้างมือบ่อยๆ หรือเด็กอาจจะกลัวว่า ฉันจะติดโควิดไหม ฉันจะเป็นโรคไหม ฉันจะตายไหม</p>



<p>ผลกระทบทางอ้อมคือ เจ้าสถานการณ์โควิดนั้นได้สร้างปัญหาให้คนอื่นที่เกี่ยวข้องกับเด็กๆ และในปัญหาของคนเหล่านั้นก็มีผลกับตัวเด็กด้วย เช่น </p>



<ul><li>ครู/โรงเรียน ถูกผลกระทบจากโควิด ทำให้สอนเหมือนเดิมไม่ได้ จึงต้องเปลี่ยนรูปแบบการสอน ซึ่งมีผลต่อเด็ก ไม่ว่าจะเป็นเรื่องอารมณ์ (เบื่อเรียนออนไลน์, เรียนแล้วเครียด) ทักษะทางด้านร่างกาย (เด็กอนุบาลไม่ได้เต้นประกอบจังหวะ, ไม่ได้ไปเรียนรู้/เล่นที่สนามเด็กเล่น ซึ่งก็อาจจะทำให้ไม่ค่อยได้วิ่ง ปีนป่าย หรือออกแรง)</li><li>เพื่อน ถูกผลกระทบคล้ายๆ กับตัวเด็กเลย คือไปโรงเรียนไม่ได้ ซึ่งส่งผลกับตัวเด็กคือ ไม่ได้เล่นกับเพื่อนก็ขาดทักษะทางสังคม การเล่นด้วยกัน การช่วยเหลือกัน การสื่อสาร&nbsp;</li><li>พ่อแม่ อาจจะถูกผลกระทบหลายๆ อย่างจากโควิด เช่น ตกงาน มีความเครียด ซึ่งอาจจะมีผลต่ออารมณ์ของเด็กๆ ได้ เป็นต้น</li></ul>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-78d84e"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2022/03/07-3-loss-ของเด็กๆ.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>ดังนั้น จากทฤษฎี Life course theory เราจะพบแล้วว่ายังมีอีก 3 LOSS ที่เด็กๆ ต้องเผชิญนอกเหนือจาก Learning Loss นั่นคือ</p>



<p><strong>LOSS กาย</strong> &nbsp;การพลาดโอกาสในการทำกิจกรรมที่ส่งเสริมพัฒนาการทางด้านร่างกาย เช่น การทำงานประสานกันของอวัยวะต่างๆ (การขว้างลูกบอล การวิ่ง การกระโดด การปีนป่าย) หรือเรื่องของการเจริญเติบโตและอาหารที่เด็กๆ ควรจะได้รับ</p>



<p><strong>LOSS เพื่อน</strong> การพลาดโอกาสในการทำกิจกรรมที่ส่งเสริมทักษะทางสังคม เช่น การเล่นด้วยกัน การเคารพและปฏิบัติตามกฎ การฝึกวินัยในห้องเรียน ทักษะการสื่อสารกับเพื่อนวัยเดียวกัน หรือพฤติกรรม/บุคลิกภาพที่ช่วยในการสร้างความสัมพันธ์ที่ดีขึ้น เช่น การเห็นอกเห็นใจผู้อื่น พฤติกรรมการช่วยเหลือ การตัดสินใจ การจัดการกับความขัดแย้งในกลุ่มเพื่อน เป็นต้น </p>



<p><strong>LOSS ใจ</strong> คือ การพลาดโอกาสที่จะได้ทำกิจกรรมสนุกๆ ที่ช่วยสร้างเสริมให้เด็กๆ มีความสุข หรือเด็กๆ อาจจะต้องเผชิญกับความเครียด ความเบื่อ และอารมณ์ทางลบต่างๆ มากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นความรู้สึกเหงา/เบื่อ ที่ไม่รู้จะทำอะไร ไม่มีเพื่อนคุย หรือกลัวกับจำนวนยอดผู้ติดเชื้อ เป็นต้น</p>



<p></p>



<h2 class="wp-block-heading" id="2--%E0%B9%81%E0%B8%A1%E0%B9%89-loss-%E0%B8%81%E0%B9%87-build-%E0%B9%84%E0%B8%94%E0%B9%89-"><strong>แม้ LOSS ก็ BUILD ได้</strong></h2>



<p>ถึงแม้ว่าเนื้อหาในบทความตั้งแต่ตอนต้นจนถึงตอนนี้จะดูเป็นเนื้อหาสาย Dark มืดมนนิดๆ ที่สะท้อนความจริงว่า เด็กๆ สูญเสียอะไรไปบ้าง แต่นีทยังอยากให้เราเชื่ออยู่ว่า ถึงแม้จะสูญเสียก็สร้างได้ ดังนั้นในช่วงท้ายของบทความนี้ เราจะมาพูดถึงวิธีการสร้างเสริมพัฒนาการต่างๆ ที่เด็กๆ ถูกพลัดพรากไปจากโควิดนะคะ โดยเราก็มีอยู่ด้วยกัน 3 BUILD ค่ะ</p>



<p></p>



<h2 class="wp-block-heading" id="3--build-%E0%B8%A3%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B8%87%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A2-%E0%B8%94%E0%B9%89%E0%B8%A7%E0%B8%A2%E0%B8%81%E0%B8%B4%E0%B8%88%E0%B8%81%E0%B8%A3%E0%B8%A3%E0%B8%A1-mirror-"><strong>BUILD ร่างกาย ด้วยกิจกรรม Mirror</strong></h2>



<p>เป็นกิจกรรมที่ผู้ใหญ่ชวนเด็กๆ หรือพี่ชวนน้องมาลองเลียนแบบท่าทางกัน โดยเราจะค่อยๆ ทำไปทีละท่า เช่น พี่ ยกแขนซ้าย (น้องทำตาม) 🡪 พี่ยกแขนขวา (น้องทำตาม) 🡪 พี่ยกขาซ้ายแล้วค้างไว้ (น้องทำตาม) เป็นต้นค่ะ </p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-a4ded6"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2022/03/08-3-loss-ของเด็กๆ.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>หรือหากในบางครอบครัวที่เด็กๆ อยู่กับปู่ย่าตายายที่อาจจะนำท่าทางเด็กๆ ไม่ไหว นีทก็จะขอปรับเกมเป็นแบบนี้ค่ะ คือ ให้ปู่ย่าตายายบอกท่าทางแล้วให้เด็กทำ เช่น นั่ง อาบน้ำ ซื้อก๋วยเตี๋ยว เตะบอล กินไอศกรีม ไปเล่นสนามเด็กเล่น เป็นต้นค่ะ (ป.ล. หากเราหมดมุกในการเล่น mirror นีทขอเตรียมของแถมไว้ให้คือ ให้เด็กทำงานบ้านค่ะ เพราะการทำงานบ้านก็ต้องขยับร่างกายและใช้ร่างกายในหลายๆ ส่วนพร้อมกันด้วยค่ะ)</p>



<p></p>



<h2 class="wp-block-heading" id="4--build-%E0%B8%AA%E0%B8%B1%E0%B8%87%E0%B8%84%E0%B8%A1-%E0%B8%94%E0%B9%89%E0%B8%A7%E0%B8%A2%E0%B8%81%E0%B8%B4%E0%B8%88%E0%B8%81%E0%B8%A3%E0%B8%A3%E0%B8%A1%C2%A0-family-say-"><strong>BUILD สังคม ด้วยกิจกรรม  Family-SAY</strong></h2>



<p>เป็นกิจกรรมที่เราทุกคนในครอบครัวหันมาพูดคุยกันและใส่ใจกันมากขึ้น เพื่อฝึกทักษะที่สำคัญในการเข้าสังคม หรือการสร้างความสัมพันธ์ที่ดี</p>



<p><strong>การตั้งกฎน้อยๆ ในบ้าน</strong> เช่น อาบน้ำก่อนกี่โมง, ใครมีหน้าที่อะไรในมื้ออาหาร เช่น ใครเตรียมจาน ใครล้างจาน ใครทำกับข้าว ใครเก็บโต๊ะ เป็นต้นค่ะ (ซึ่งกิจกกรรมนี้มีเพื่อให้เด็กๆ ยังคงได้สร้างวินัยต่อตนเองและการอยู่ร่วมกัน)</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-81a1b3"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2022/03/09-3-loss-ของเด็กๆ.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p><strong>การขอ Need Help </strong>เป็นกิจกรรมที่เราชวนเด็กๆ ฝึกพฤติกรรมช่วยเหลือซึ่งกันและกัน ไม่ว่าจะเป็นพฤติกรรมการช่วยเหลือทางตรงผ่านการขอ เช่น แม่กลับมาบ้านเหนื่อยมาก ขอน้ำหน่อยได้ไหมคะ วันนี้พ่อทำงานเหนื่อยมาก นวดหลังให้พ่อหน่อย? และพฤติกรรมการช่วยเหลือทางอ้อม เช่น ฝึกให้เด็กๆ คิดว่า หากพ่อแม่กลับมาบ้านเหนื่อยๆ เราจะช่วยให้ท่านหายเหนื่อยอย่างไรดี แล้วลองให้เด็กๆ ทำเองโดยพ่อแม่ไม่ต้องขอ, หรือชวนเด็กๆ คิดว่า หากพี่เรากำลังเรียนหนังสือเครียดมาก เราควรจะทำตัวอย่างไรดี เพื่อไม่รบกวนพี่ แล้วให้เด็กๆ ปฏิบัติ (เกือบลืมไปแล้วค่ะ เมื่อเด็กๆ มีพฤติกรรมช่วยเหลือแล้ว เราก็อย่าลืมขอบคุณซึ่งกันและกันด้วยนะคะ)</p>



<p></p>



<h2 class="wp-block-heading" id="5--build-%E0%B9%83%E0%B8%88-1-%E0%B8%81%E0%B8%B4%E0%B8%88%E0%B8%81%E0%B8%A3%E0%B8%A3%E0%B8%A1%E0%B9%81%E0%B8%81%E0%B9%89%E0%B9%80%E0%B8%9A%E0%B8%B7%E0%B9%88%E0%B8%AD-"><strong>BUILD ใจ 1 กิจกรรมแก้เบื่อ</strong></h2>



<p>เป็นกิจกรรมที่อยากจะชวนผู้ปกครองหรือพี่ๆ พาเด็กๆ ลองทำกิจกรรมพิเศษในบ้านของเราสัปดาห์ละครั้ง เพื่อเพิ่มความสุข ความสนุกให้กับทุกคนในบ้าน ซึ่งจะเป็นกิจกรรมอะไรก็ได้นะคะ ไม่ว่าจะเป็นชวนกันเล่นเกม ชวนกันปลูกต้น หรือชวนกันทำอาหาร&nbsp;</p>



<p>สุดท้ายนี้ นีทเชื่อว่า ทักษะต่างๆ เป็นเรื่องที่เราสามารถสร้างเสริมได้ ดังนั้น หากช่วงนี้เด็กๆ ต้องพลาดโอกาสในการสร้างทักษะหรือพัฒนาการอะไรไป นีทก็อยากชวนให้คนในครอบครัวมาสร้างกิจกรรมง่ายๆ เพื่อ Build ร่างกาย สังคม และใจให้เด็กๆ กันนะคะ </p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-1131e3"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2022/03/10-3-loss-ของเด็กๆ.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<hr class="wp-block-separator"/>



<p><strong>อ้างอิง :</strong></p>



<p>Benner, A. D., &amp; Mistry, R. S. (2020). Child development during the COVID‐19 pandemic through a life course theory lens.&nbsp;<em>Child Development Perspectives</em>,&nbsp;<em>14</em>(4), 236-243.</p>



<p>Bhamani, S., Makhdoom, A. Z., Bharuchi, V., Ali, N., Kaleem, S., &amp; Ahmed, D. (2020). Home learning in times of COVID: Experiences of parents.&nbsp;<em>Journal of Education and Educational Development</em>,&nbsp;<em>7</em>(1), 9-26.</p>



<p>Champeaux, Hugues; Mangiavacchi, Lucia; Marchetta, Francesca; Piccoli, Luca (2020) : Learning at Home: Distance Learning Solutions and Child Development during the COVID-19 Lockdown, IZA Discussion Papers, No. 13819, Institute of Labor Economics (IZA), Bonn</p>



<p>Rao, N., &amp; Fisher, P. A. (2021). The impact of the COVID-19 pandemic on child and adolescent development around the world. <em>Child development</em>, <em>92</em>(5), e738-e748.</p>



<p><a href="https://www.thaihealth.or.th/Content/54720-%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%9E%E0%B8%B1%E0%B8%92%E0%B8%99%E0%B8%B2%E0%B9%80%E0%B8%94%E0%B9%87%E0%B8%81%E0%B8%9B%E0%B8%90%E0%B8%A1%E0%B8%A7%E0%B8%B1%E0%B8%A2%20%20%E0%B8%81%E0%B8%B1%E0%B8%9A%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B9%81%E0%B8%9E%E0%B8%A3%E0%B9%88%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%9A%E0%B8%B2%E0%B8%94%E0%B8%82%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B9%82%E0%B8%A3%E0%B8%84%E0%B9%82%E0%B8%84%E0%B8%A7%E0%B8%B4%E0%B8%94-19.html" target="_blank" rel="noreferrer noopener" title="https://www.thaihealth.or.th/Content/54720-%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%9E%E0%B8%B1%E0%B8%92%E0%B8%99%E0%B8%B2%E0%B9%80%E0%B8%94%E0%B9%87%E0%B8%81%E0%B8%9B%E0%B8%90%E0%B8%A1%E0%B8%A7%E0%B8%B1%E0%B8%A2%20%20%E0%B8%81%E0%B8%B1%E0%B8%9A%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B9%81%E0%B8%9E%E0%B8%A3%E0%B9%88%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%9A%E0%B8%B2%E0%B8%94%E0%B8%82%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B9%82%E0%B8%A3%E0%B8%84%E0%B9%82%E0%B8%84%E0%B8%A7%E0%B8%B4%E0%B8%94-19.html">การพัฒนาเด็กปฐมวัย กับการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19</a></p><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/article-3-loss-during-childrens-covids-230322/">3 Loss ในช่วงโควิดของเด็กๆ นอกเหนือจาก Learning Loss</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>อินเดียหนุนนักศึกษาเข้าอบรมหลักสูตรประกาศนียบัตรเพิ่มเติม</title>
		<link>https://www.eef.or.th/news-certificate-courses-fulfill-requirement-of-upskilling-140322/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Sun, 13 Mar 2022 16:52:32 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[ข่าวสารความรู้ : Covid-19]]></category>
		<category><![CDATA[อินเดีย]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?p=53013</guid>

					<description><![CDATA[<p>สถาบันอุดมศึกษาทั่วอินเดีย ออกโรงสนับสนุนให้นักศึกษาสมั [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/news-certificate-courses-fulfill-requirement-of-upskilling-140322/">อินเดียหนุนนักศึกษาเข้าอบรมหลักสูตรประกาศนียบัตรเพิ่มเติม</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>สถาบันอุดมศึกษาทั่วอินเดีย ออกโรงสนับสนุนให้นักศึกษาสมัครเข้าเรียนในหลักสูตรประกาศนียบัตรของสถานศึกษาหรือหน่วยงานและองค์กรต่างๆ ที่อยู่นอกเหนือจากหลักสูตรทางการปกติที่นักศึกษาเรียนอยู่ในปัจจุบัน เพราะจะช่วยให้นักศึกษาได้รับทักษะที่พร้อมสำหรับอุตสาหกรรมและโลกการทำงาน เนื่องจากหลักสูตรประกาศนียบัตรที่มีอยู่ในขณะนี้สามารถตอบโจทย์ความต้องการที่จะปรับปรุงทักษะที่มีอยู่ และเพิ่มทักษะใหม่ๆ (upskilling และ reskilling) ให้นักศึกษากลายเป็นแรงงานสำคัญที่เป็นที่ต้องการของตลาด หรือช่วยสนับสนุนได้นักศึกษาได้ทำงานในสายงานที่ต้องการมากขึ้น </strong></p>



<p>Uma Shankar Pandey เจ้าหน้าที่พิเศษประจำศูนย์การเรียนรู้แบบเปิดเสรี หรือ Campus of Open Learning (COL) แห่งมหาวิทยาลัยเดลี (University of Delhi &#8211; DU) กล่าวว่า ทุกวันนี้ การเรียนหลักสูตรประกาศนียบัตรต่างๆ ล้วนมีความเกี่ยวข้องโดยตรงกับการได้งานทำ อีกทั้ง เทรนด์ระดับโลกยังได้เน้นย้ำถึงความสำคัญของการเรียนรู้และการเพิ่มมูลค่าผ่านหลักสูตรเสริมต่าง ๆ&nbsp; ซึ่งน่าเสียดายว่าเทรนด์ที่ว่านี้เป็นปรากฏการณ์ที่ยังไปไม่ถึงระบบการศึกษาของอินเดีย</p>



<p>Pandey ยังกล่าวอีกว่า หลักสูตรประกาศนียบัตรยอดนิยมในขณะนี้ ล้วนเกี่ยวข้องกับโลกในยุคดิจิทัล ยกตัวอย่างเช่น Internet of Things (IoT), Cloud Computing, และ Data Science ซึ่งความต้องการทักษะหลากหลายจะผลักดันให้นักศึกษาที่มีความชำนาญการในสาขาเฉพาะทางต่างๆ เช่น แพทยศาสตร์หรือการบัญชี หันมาเลือกหลักสูตรประกาศนียบัตรด้านการจัดการหรือวิทยาศาสตร์ข้อมูลเสริมเพิ่มเติมความรู้เดิมของตน</p>



<p>ด้าน Tapan Kumar Nayak ผู้อำนวยการ โรงเรียนธุรกิจชัยปุระ เมืองกาเซียบัด (Ghaziabad) ระบุว่า ความต้องการหลักสูตรด้านประกาศนียบัตรเริ่มมีมากขึ้นเมื่อประมาณ 7 ปีที่แล้ว โดยเป็นผลพวงของการมาถึงของ เทคโนโลยีทางการศึกษา (EdTechs) ที่ทำให้มีหลักสูตรใหม่ๆ ที่น่าสนใจและไม่เหมือนใครเพื่อเพิ่มขีดความสามารถให้ตรงกับความต้องการของตลาดได้มากขึ้น</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-061b6d"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2022/03/08-แปล-อินเดียหนุนนักศึกษา-01.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>ขณะที่ Rahul Kashyap ผู้ร่วมก่อตั้ง Skillslash บริษัทผู้ให้บริการอัพสกิลและรีสกิลบุคลากรกล่าวว่า เมื่อ 10 ปีที่แล้ว ทักษะที่ได้รับระหว่างการศึกษาในระดับอุดมศึกษาก็เพียงพอแล้วสำหรับนักเรียนทุกคนที่จะทำงานจนถึงวัยเกษียณอายุได้ แต่สำหรับทุกวันนี้  ภายใต้สภาพแวดล้อมการทำงานที่เปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลาทำให้ทุกคนจำเป็นต้องเป็นผู้เชี่ยวชาญอย่างน้อยใน 4-5 ทักษะ ซึ่งการเรียนหลักสูตรประกาศนียบัตรถือเป็นวิธีที่ง่ายและคุ้มค่าที่สุดในการที่จะช่วยให้นักเรียนบรรลุเป้าหมายในการเพิ่มทักษะที่ต้องการนี้</p>



<p></p>



<h2 class="wp-block-heading"><strong>การเติบโตสู่ยุคดิจิทัล</strong></h2>



<p>ทั้งนี้ Ashwini Tiwary ผู้ร่วมก่อตั้ง Autobot ได้เริ่มสร้างบริษัทในปี 2017 ซึ่งเป็นช่วงที่สังคมส่วนใหญ่ยังไม่เห็นความสำคัญของยานยนต์ไฟฟ้า (EVs) มากนัก และมีสถาบันอุดมศึกษาในอินเดียเพียงไม่กี่แห่งเท่านั้นที่เริ่มเปิดสอนหลักสูตรปริญญาด้านยานยนต์ไฟฟ้าอย่างเป็นทางการ เรียนได้ว่าหลักสูตรมีค่อนข้างจำกัด&nbsp;</p>



<p>ข้อจำกัดข้างต้น ทำให้ ในปี 2019 ทาง Tiwary ได้ตัดสินใจจัดทำหลักสูตรประกาศนียบัตรรับรองเฉพาะกลุ่ม 3 ระดับ ทั้งนักศึกษาและมืออาชีพเพื่อเผยแพร่ความรู้ด้านยานยนต์ไฟฟ้าสำหรับผู้ที่ต้องการพัฒนาชุดทักษะในสาขานี้โดยเฉพาะ ซึ่งการเรียนรู้ภาคปฏิบัติควบคู่ไปกับความรู้เชิงทฤษฎีช่วยให้นักศึกษามีความพร้อมในอุตสาหกรรม</p>



<p>“ขั้นตอนต่อไปคือการเชื่อมโยงหลักสูตรประกาศนียบัตรนี้กับทางสถาบันการศึกษาเพื่อช่วยเผยแพร่ข้อมูลเฉพาะทางที่จำเป็นให้เป็นไปอย่างรวดเร็วและง่ายดายยิ่งขึ้น และเพื่อเป็นประโยชน์สูงสุดของตัวผู้เรียนเอง”  Tiwary กล่าวเสริม โดยเจ้าตัวยังเผยอีกว่า นับตั้งแต่เริ่มก่อตั้งหลักสูตร จำนวนยอดคนลงทะเบียนเรียนในหลักสูตรเบื้องต้นระดับ 1 เพิ่มขึ้นถึง 3 เท่าตัว </p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-80008e"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2022/03/08-แปล-อินเดียหนุนนักศึกษา-02.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>ด้าน Rahul Kashyap ผู้ร่วมก่อตั้ง Skillslash กล่าวว่า ทางบริษัทยังให้บริการจัดทำหลักสูตรประกาศนียบัตรแบบรายโครงการ ซึ่งโดยทั่วไป หลักสูตรของแต่ละโครงการจะเกิดขึ้นภายใต้ความร่วมมือระหว่างสถาบันอุดมศึกษากับผู้ประกอบการรายใหญ่ที่เป็นเบอร์ต้นๆ ของอุตสาหกรรมนั้นๆ โดยสาเหตุที่ทางบริษัทจัดทำหลักสูตรประกาศนียบัตรดังกล่าวเป็นเพราะวิธีการดังกล่าว เป็นเสมือนหลักสูตรเร่งรัดที่นักศีกษาจะได้รับความรู้ในด้าน Data Science หรือนักพัฒนา Full Stack จากบริษัทที่เข้าร่วม โดยนักศึกษาจะได้ใบรับรองเมื่อผ่านเกณฑ์เงื่อนไขที่ทางบริษัทเป็นผู้กำหนด</p>



<p>รายงานระบุว่า ปัจจุบันทางสถาบันอุดมศึกษาทั่วอินเดียต่างตบเท้าเข้าร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการคิดค้นหลักสูตรประกาศนียบัตรต่างๆ มากขึ้น ซึ่งแต่เดิมสถาบันอุดมศึกษาส่วนใหญ่ในอินเดียจะมีการปรับปรุงหลักสูตรเป็นระยะๆ เพื่อให้ทันกับการเปลี่ยนแปลงของตลาด โดยทุกปี สภาวิชาการอินเดียจะพิจารณาแนวโน้มของตลาดเกิดใหม่อยู่แล้วด้วยการพิจารณาจากหลักสูตรประกาศนียบัตรส่วนหนึ่งที่เปิดสอนให้แก่นักศึกษา และเป็นส่วนหนึ่งของหลักสูตรภาคบังคับที่นักศึกษาลงเรียนในสาขาในระดับปริญญาตรี&nbsp;</p>



<p>Bheemashankar Kattimani นักศึกษาจากกุลบาร์กา รัฐกรณาฏกะ กล่าวว่า หลังเรียนจบปริญญาตรีสาขาวิศวกรรมไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ (EEE) และทำงานในองค์กรวิจัยอวกาศแห่งอินเดีย (ISRO) ในฐานะวิศวกรเป็นเวลา 3 ปี ก็ค้นพบว่าตนเองมีความสนใจในระบบอนาไลติกส์ ทำให้ตัดสินใจลงทะเบียนในหลักสูตรประกาศนียบัตรใน EV ซึ่งเมื่อเทียบกับหลักสูตรปริญญาเต็มเวลา หลักสูตรประกาศนียบัตรนี้ประหยัดทั้งเวลาและเงิน และให้ประสบการณ์ตรงที่จำเป็นในการเตรียมความพร้อมในอุตสาหกรรมได้มากกว่า&nbsp;</p>



<p>ขณะที่ Surbhi Tak นักศึกษาจากชัยปุระ กล่าวว่า นอกเหนือจากเรียนปริญญาตรีจาก School of Open Learning ในมหาวิทยาลัยเดลีแล้ว เจ้าตัวตัดสินใจศึกษาหลักสูตรประกาศนียบัตรด้านการออกแบบแฟชั่น การขายสินค้าและการเป็นผู้ประกอบการ ซึ่งหลักสูตรประกาศนียบัตรนี้ค่อนข้างให้อิสระในการเรียน เพราะเรียในช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์ ช่วยให้ตนเองสามารถเรียนทั้งสองอย่างควบคู่กันได้ และสาเหตุที่เรียนในหลักสูตรประกาศนียบัตรดังกล่าว เพราะมีแผนที่จะเริ่มต้นทำธุรกิจด้านแฟชั่น </p>



<p></p>



<p><strong>ที่มา :</strong> <a href="https://timesofindia.indiatimes.com/home/education/news/certificate-courses-fulfill-requirement-of-upskilling-reskilling/articleshow/89983408.cms?utm_source=contentofinterest&amp;utm_medium=text&amp;utm_campaign=cppst" target="_blank" rel="noreferrer noopener" title="https://timesofindia.indiatimes.com/home/education/news/certificate-courses-fulfill-requirement-of-upskilling-reskilling/articleshow/89983408.cms?utm_source=contentofinterest&amp;utm_medium=text&amp;utm_campaign=cppst">Certificate courses fulfill requirement of upskilling, reskilling</a></p><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/news-certificate-courses-fulfill-requirement-of-upskilling-140322/">อินเดียหนุนนักศึกษาเข้าอบรมหลักสูตรประกาศนียบัตรเพิ่มเติม</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>วิจัยแนะรัฐบาลแคนาดาเปลี่ยนแนวทางสอนการอ่าน</title>
		<link>https://www.eef.or.th/news-report-recommends-changes-to-literacy-education-in-ontario-140322/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Sun, 13 Mar 2022 16:47:37 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[ข่าวสารความรู้ : Covid-19]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?p=53000</guid>

					<description><![CDATA[<p>คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งออนตาริโอ หรือ Ontario Human  [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/news-report-recommends-changes-to-literacy-education-in-ontario-140322/">วิจัยแนะรัฐบาลแคนาดาเปลี่ยนแนวทางสอนการอ่าน</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งออนตาริโอ หรือ Ontario Human Rights Commission (OHRC) เปิดเผยผลการศึกษาแนวทางการเรียนรู้ด้านการอ่านออกเขียนได้ของแคนาดาในปัจจุบันยังจำเป็นต้องได้รับการปรับปรุงเปลี่ยนแปลง เนื่องจากแนวทางที่ใช้อยู่นี้ ไม่ได้ครอบคลุมคำนึงถึง นักเรียนที่มีปัญหาความบกพร่องในการอ่าน โดยคณะกรรมการฯ คาดหวังว่าการเปลี่ยนแปลงครั้งนี้จะช่วยยกระดับทักษะการอ่านออกเขียนได้ของนักเรียนทั่วแคนาดา</strong></p>



<p>ทั้งนี้ ทางคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งออนตาริโอกล่าวว่า แม้การเรียนรู้ทักษะการอ่านจะเป็นสิทธิขั้นพื้นฐานที่จำเป็น แต่จนถึงขณะนี้ กลับมีนักเรียนในออนตาริโอจำนวนมากที่ถูกปฎิเสธไม่ไห้เข้าถึงสิทธิดังกล่าว โดยเฉพาะในกลุ่มผู้ที่มีความบกพร่องในการอ่าน</p>



<p>โดยนอกจากข้อเรียกร้องให้ปรับปรุงเปลี่ยนแปลงแนวทางการสอนด้านการอ่านแล้ว ทางคณะกรรมการยังได้ยืนข้อเรียกร้องอีก 157 ข้อเพื่อแนะนำแนวทางการสนับสนุน สิทธิในการอ่าน หรือ ‘Right to Read’&nbsp;</p>



<p>โดยในบรรดาข้อเสนอแนะต่างๆ นี้ยังหมายรวมถึง การคัดกรองความผิดปกติด้านการอ่านตั้งแต่เนิ่นๆ การเข้าแทรกแซงในการอ่านของผู้เชี่ยวชาญ และการประเมินทักษะการอ่านอย่างมืออาชีพ ตลอดจนเดินหน้าสนับสนุนให้สาธารณะมีความเข้าใจและรู้จักคำว่า &#8220;dyslexia&#8221; ซึ่่งเป็นโรคทางจิตใจของผู้ที่บกพร่องด้านความสามารถในการอ่านหนังสือ การสะกดคำหรือการเขียน และความบกพร่องด้านต่างๆ เหล่านี้อาจเกิดขึ้นได้ในเวลาเดียวกัน ในคน ๆ เดียวกัน</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-9ecfe5"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2022/03/07-แปล-วิจัยแนะรัฐบาลแคนาดา-01.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>ด้านกลุ่มผู้สนับสนุนกล่าวว่าข้อเสนอแนะทั้งหมดที่เขียนลงไปนั้น แท้จริงมีการเรียกร้องมานานแล้ว เพียงแต่ไม่มีการเขียนระบุเป็นลายลักษณ์อักษรที่ชัดเจน</p>



<p>ทั้งนี้ แต่เดิมทางคณะกรรมการ OHRC ได้ออกมาเรียกร้องให้มีการปฎิรูปแนวทางการสอนทักษะการอ่านอย่างเป็นทางการในช่วงปี 2019 หลังจากเกิดความกังวลเกี่ยวกับระบบการศึกษาที่ไม่สามารถตอบสนองความต้องการของนักเรียนที่มีความบกพร่องในการอ่าน เช่น ผู้ที่มีปัญหาในการอ่านเพราะโรค dyslexiaได้</p>



<p>&#8220;บรรดาผู้ปกครองส่วนใหญ่ในออนตาริโอมักเลือกที่จะปิดปากเงียบ และได้รับการบอกย้ำซ้ำๆ ว่าโรค dyslexia ไม่มีอยู่จริง&#8221; Lark Barker ประธานกลุ่มผู้สนับสนุน Dyslexia Ontario กล่าว&nbsp;</p>



<p>ด้าน Michele van der Veen ซึ่งมีลูกวัย 11 ขวบที่มีปัญหาในการอ่านจากโรค dyslexia และ dysgraphia ( ภาวะเขียนอ่านไม่ออก หรือ ดิสกราเฟีย คือภาวะที่เขียนแล้วอ่านไม่ออกเพราะตัวอักษรที่เขียนไม่เป็นไปตามลักษณะที่สามารถอ่านได้)  ซึ่ง Michele อธิบายว่า ลูกมีอักษรอยู่ในหัวแต่ไม่สามารถเอามันออกมาเขียนบนกระดาษได้ เหมือนกับว่าสมองกับการเขียนนั้นขาดการเชื่อมต่อถึงกัน</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-f3ea70"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2022/03/07-แปล-วิจัยแนะรัฐบาลแคนาดา-02.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>ขณะเดียวกัน ในฐานะครูที่สอนในพื้นที่Waterloo Region ทาง Michele ยังพบว่ามีเด็กหลายคนมีปัญหาในการอ่าน และมีระดับการอ่านที่ไม่เหมาะสมกับพัฒนาการของช่วงวัย&nbsp;</p>



<p>&#8220;เด็กๆ ไม่เข้าใจแนวคิดด้านการอ่านเลย ดังนั้นจึงพิสูจน์ได้ว่าสิ่งที่เราทำกันอยู่นั้นไม่ได้ผล&#8221; ครูMichele กล่าว</p>



<p>สื่อท้องถิ่นรายงานว่า ขณะนี้ ทั้งทางคณะกรรมการโรงเรียนคาทอลิกและโรงเรียนของรัฐในภูมิภาครับทราบว่ามีปัญหาและอุปสรรคที่เป็นระบบที่ต้องดำเนินการในขณะที่ดำเนินการตามข้อค้นพบของรายงาน</p>



<p>Scott Miller ผู้อำนวยการบอร์ดคณะกรรมการโรงเรียนเขตวอเตอร์ลู ( Waterloo Region District School Board) กล่าวว่า ทางบอร์ดคณะกรรมการ ได้เริ่มเปลี่ยนแนวปฏิบัติด้านการอ่านบางอย่างไปแล้ว โดยเฉพาะในชั้นอนุบาลถึงชั้นประถมศึกษาปีที่ 2</p>



<p>ด้าน John Shewchuk หนึ่งในสมาชิกบอร์ดคณะกรรมการโรงเรียนเขตวอเตอร์ลู (WCDSB) กล่าวเสริมว่า ในปีที่ผ่านมาทางคณะกรรมการ ได้นำโปรแกรม Heggerty มาใช้เป็นเครื่องมือขั้นต้น (Tier 1) ในห้องเรียนเพื่อสนับสนุนการพัฒนาความตระหนักด้านสัทศาสตร์และสัทศาสตร์ในห้องเรียนระดับอนุบาลและประถมศึกษาของโรงเรียน ช่วยให้พบความบกพร่องด้านการอ่านของเด็กแต่เนิ่น ๆ ซึ่งมีส่วนช่วยในการแก้ไขปัญหาด้านการอ่านของเด็กได้โดยเร็ว&nbsp;</p>



<p>ขณะที่ ทาง Decoding Dyslexia Ontario กล่าวว่า ปัญหาในการอ่านไม่ได้เป็นปัญหาที่เกี่ยวข้องกับองค์ประกอบการอ่านเท่านั้น แต่ความบกพร่องในการอ่านอาจส่งผลกระทบในระยะยาวต่อตัวนักเรียนเองด้วยเมื่อผ่านการศึกษาในระดับที่สูงขึ้นไป ตลอดจนปัญหาอื่นๆ ที่อาจจะตามมา เช่น อัตราผู้ไร้บ้านที่เพิ่มขึ้น อัตราความท้าทายด้านสุขภาพจิตที่เพิ่มขึ้น และอัตราการจ้างงานที่ลดต่ำลง </p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-5eb0a0"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2022/03/07-แปล-วิจัยแนะรัฐบาลแคนาดา-03.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>ทั้งนี้ เพื่อตอบสนองต่อข้อเสนอแนะของ OHRC ทางรัฐบาลท้องถิ่นในแคนาดาได้ประกาศการลงทุน 25 ล้านดอลลาร์เพื่อเสริมสร้างการสนับสนุนการอ่านในโรงเรียนสำหรับปีการศึกษานี้และปีถัดไปในเบื้องต้นแล้ว</p>



<p> Stephen Lecce รัฐมนตรีกระทรวงศึกษาธิการแคนาดากล่าวว่ารัฐบาลท้องถิ่นต่างกำลังปรับปรุงหลักสูตรภาษาโดยเน้นที่การออกเสียง เพื่อให้เยาวชนมีทักษะที่จำเป็นสำหรับการอ่าน อันเป็นพื้นฐานสำคัญที่จะนำไปสู่การประสบความสำเร็จในภายภาคหน้าต่อไป </p>



<p></p>



<p><strong>ที่มา :</strong> <a href="https://kitchener.ctvnews.ca/new-report-recommends-changes-to-literacy-education-in-ontario-1.5815938" target="_blank" rel="noreferrer noopener" title="https://kitchener.ctvnews.ca/new-report-recommends-changes-to-literacy-education-in-ontario-1.5815938">New report recommends changes to literacy education in Ontario</a></p><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/news-report-recommends-changes-to-literacy-education-in-ontario-140322/">วิจัยแนะรัฐบาลแคนาดาเปลี่ยนแนวทางสอนการอ่าน</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
