<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>บทความ | กสศ.</title>
	<atom:link href="https://www.eef.or.th/category/article/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.eef.or.th</link>
	<description>กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา</description>
	<lastBuildDate>Mon, 24 Aug 2026 10:23:57 +0000</lastBuildDate>
	<language>th</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.3.10</generator>

<image>
	<url>https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/02/cropped-fav-icon-32x32.png</url>
	<title>บทความ | กสศ.</title>
	<link>https://www.eef.or.th</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>ใช้ตามอง ใช้ใจฟัง มีแกนนำ ก็ต้องมีแกนนอน ตีโจทย์ทำงานแบบ ‘ศูนย์เรียนรู้ชุมชนคนหนุ่มสาว’</title>
		<link>https://www.eef.or.th/article-240826-2/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 24 Aug 2026 10:23:56 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[บทความ]]></category>
		<category><![CDATA[Movement]]></category>
		<category><![CDATA[กสศ.]]></category>
		<category><![CDATA[ความเสมอภาคทางการศึกษา]]></category>
		<category><![CDATA[ABE]]></category>
		<category><![CDATA[การจัดการศึกษาเชิงพื้นที่เพื่อลดความเหลื่อมล้ำ]]></category>
		<category><![CDATA[ศูนย์การเรียนรู้ชุมชนคนหนุ่มสาว]]></category>
		<category><![CDATA[กลุ่มฮักบ้านเกิด]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?p=105020</guid>

					<description><![CDATA[<p>“พี่เชื่อว่าคนเรามันไม่ได้ตายง่ายๆ หรอกนะ ถ้ายังมีลมหาย [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/article-240826-2/">ใช้ตามอง ใช้ใจฟัง มีแกนนำ ก็ต้องมีแกนนอน ตีโจทย์ทำงานแบบ ‘ศูนย์เรียนรู้ชุมชนคนหนุ่มสาว’</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>“พี่เชื่อว่าคนเรามันไม่ได้ตายง่ายๆ หรอกนะ ถ้ายังมีลมหายใจเราต้องหัดใช้ชีวิต เรื่องอกหักเรื่องแฟนเรื่องพ่อแม่สุดท้ายคือ ณ ปัจจุบันต้อเอ็งงอยู่ให้ได้ เรียนให้จบ”&nbsp;</p>



<p>สบายๆ นะ คือคำพูดติดปาก และคำอธิบายท่าทีที่ตั้ม-ธนภัทร แสงหิรัญ มักแสดงออกให้เห็น ณ ‘ศูนย์การเรียนรู้ชุมชนคนหนุ่มสาว’ พื้นที่โล่งท่ามกลางต้นไม้เขียวชอุ่ม ที่มีทั้งลานเอนกประสงค์ บ้านที่ครอบครัวตั้มอยู่อาศัย และคาเฟ่เล็กๆ ยอดฮิตของเหล่าเด็กวัยรุ่นในตำบลโพนแพง อำเภออากาศอำนวย จังหวัดสกลนคร&nbsp;</p>



<p>‘ศูนย์การเรียนรู้ชุมชนคนหนุ่มสาว’ ที่มักจะรู้จักกันดีในชื่อ ‘กลุ่มฮักบ้านเกิด’ เกิดขึ้นเมื่อ 12 ปีที่แล้ว หลังจากที่เขารู้สึกว่าการได้กลับมาอยู่บ้านเกิด มีความสุขมากกว่าที่เขาต้องไปดิ้นรนทำงานในกรุงเทพ แล้วจะได้กลับสกลนครแค่ในช่วงวันหยุดยาว&nbsp;</p>



<p>ความตั้งใจของการทำโครงการฮักบ้านเกิด คือการอยากเปิดพื้นที่ให้คนรุ่นใหม่ในชุมชนของตัวเอง หรือจะอยู่ที่ไหนก็ได้เห็นคุณค่าในชุมชนของตัวเอง กิจกรรมที่ดำเนินมาในโครงการตลอด 10 ปี คือการรวมกลุ่มเด็กและเยาวชนในพื้นที่ตำบลโพนแพงทำกิจกรรมอาสาชุมชน รณรงค์ให้เยาวชนตระหนักถึงปัญหาด้านสุขภาพอย่างบุหรี่ไฟฟ้า หรือการดึงคนออกมาจากปัญหายาเสพติด&nbsp;</p>



<p>“คนในพื้นที่รู้ว่าที่นี่เป็นศูนย์เด็กและเยาวชน เด็กมาแล้วรู้สึกอิสระ เป็นตัวของตัวเอง”<br></p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-full"><img decoding="async" fetchpriority="high" width="1200" height="800" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/08/image-42.jpeg" alt="" class="wp-image-105021" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/08/image-42.jpeg 1200w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/08/image-42-300x200.jpeg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/08/image-42-768x512.jpeg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/08/image-42-750x500.jpeg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/08/image-42-272x182.jpeg 272w" sizes="(max-width: 1200px) 100vw, 1200px" /><figcaption class="wp-element-caption">(จากซ้าย) ตั้ม-ธนภัทร แสงหิรัญ, ปาน-จิราวรรณ จันทร์สุข</figcaption></figure></div>


<p></p>



<p>จนเมื่อ 2 ปีที่ผ่านมา เป้าหมายของตั้มและโครงการขยับเพิ่มมากขึ้น เพราะปัญหาเด็กและเยาวชนในพื้นที่มักเกี่ยวโยงเหมือนก้อนด้ายพันกันที่หาจุดเริ่มต้นและจุดสิ้นสุดไม่ได้ ไม่ว่าจะเป็นปัญหายาเสพติด ออกโรงเรียน การตีตรา ชุมชนสูญเสียทรัพยากรมนุษย์ ปัญหาครอบครัว เรื่องเงินทองปากท้องรายได้</p>



<p>‘ศูนย์การเรียนรู้ชุมชนคนหนุ่มสาว’ จึงกลายเป็นหน่วยจัดการเรียนรู้การจัดการการศึกษาเชิงพื้นที่ (Area-based Education : ABE) ภายใต้ชื่อโครงการ ‘เสริมสร้างสุขนิเวศน์การเรียนรู้สร้างสรรค์ และพัฒนาสมรรถนะเด็ก เยาวชนนอกระบบการศึกษา’ โดยการสนับสนุนของกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) โดยมีเป้าหมายสูงสุดคือ การเรียนรู้ไปสู่การเปลี่ยนแปลงเรื่องตัวเอง ที่มีประเด็นเด็กนอกระบบเป็นแก่นหลักของการเคลื่อนงาน&nbsp;</p>



<p>การเดินทางตลอด 12 ปีของ ‘กลุ่มฮักบ้านเกิด’ จนแตกแขนงส่วนหนึ่งมาเป็น ‘ศูนย์การเรียนรู้ชุมชนคนหนุ่มสาว’ ตั้มบอกว่าเขาและครอบครัวได้เติบโตจากตัวเด็ก ทั้งวิธีคิด การเปลี่ยนผ่านยุคสมัย และมุมมองของเด็ก จนกลายเป็นไอเดียให้เขายังทำงานได้ต่อไปเรื่อยๆ&nbsp;</p>



<p>และตลอดเกือบ 12 ปี ตั้มรู้แล้วว่า “คนเรามันไม่ได้ตายง่ายๆ” และ “เด็กเปรียบเสมือนผ้าขาวไม่ได้หรอก เด็กในบ้านเราอะ มันผ้าหลากสีทั้งนั้นเลยในตู้” ดังนั้นการทำงานเรื่องเด็กจึงไม่ควรมีเขาในฐานะ NGO เป็นศูนย์กลางในการทำงาน แต่ชุมชนต่างหากที่ต้องทำงานไปพร้อมกัน</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large is-resized"><img decoding="async" width="683" height="1024" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/08/image-43-683x1024.jpeg" alt="" class="wp-image-105022" style="width:400px" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/08/image-43-683x1024.jpeg 683w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/08/image-43-200x300.jpeg 200w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/08/image-43-768x1152.jpeg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/08/image-43-1024x1536.jpeg 1024w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/08/image-43.jpeg 1200w" sizes="(max-width: 683px) 100vw, 683px" /></figure></div>


<p></p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>จาก ‘ตั้งรับ’ สู่การลงสำรวจเชิงลึก</strong></h3>



<p>ช่วงเริ่มต้นกลุ่มฮักบ้านเกิด ตั้มยกพื้นที่บ้านตัวเองให้กลายเป็นพื้นที่ส่วนกลางของชุมชน ที่ดินขนาดย่อมติดถนนลาดยางกลางหมู่บ้าน พร้อมป้าย ‘กลุ่มฮักบ้านเกิด’ จึงมีทั้งศาลาอเนกประสงค์เปิดโล่ง สำหรับเอาไว้ประชุม ทำกิจกรรมร่วมกัน ข้างๆ กันเป็นพื้นสวนโล่งที่มีต้นไม้ พืชผักสวนครัวปลูกไว้เป็นแปลงติดๆ กัน และด้านหน้าสุดฝั่งขวามีคาเฟ่ที่ ปาน-จิราวรรณ จันทร์สุข ภรรยาของตั้มเป็นมือชงตลอดทั้งวัน หรือบางคืนจะมีเด็กในชุมชนวนเวียนเข้ามาใช้พื้นที่ เพราะความเชื่อใจในพื้นที่นี้</p>



<p>ตั้มบอกว่าที่นี่มีลักษณะของสเปซเปิดแบบธรรมชาติ เด็กคนไหนสบายใจก็เดินเข้ามาหาเอง&nbsp;</p>



<p>“เด็กในระบบบางทีมานั่งฮีลใจ เด็กนอกระบบก็มาตลอด มีทั้งมาคนเดียว มาเป็นกลุ่ม พาเพื่อนใหม่มานั่งกินหมูกระทะ พอเราให้สเปซ คุยกับเขาแบบไม่บล็อก ไม่จับผิด เด็กก็ไหลเวียนเข้ามาเรื่อยๆ เกิดความไว้เนื้อเชื่อใจจนเราสามารถเข้าถึงบ้าน เข้าถึงผู้ปกครอง พ่อแม่บางคนให้เราไปช่วยปลุกลูกถึงห้องนอน หรือฝากฝังลูกไว้กับเราก็มี”&nbsp;</p>



<p>แต่เมื่อต้องปรับเป้าหมายมาทำงานกับเด็กนอกระบบการศึกษาอย่างเป็นรูปธรรม โจทย์สำคัญแรกที่เข้ามาท้าทายคือการค้นหาตัวตนและจำนวนเด็กที่แท้จริง</p>



<p>“แต่ก่อนเราไม่ค้นหา เราปล่อยให้เด็กเข้ามาหาเราเอง ซึ่งมันก็เป็นแค่ส่วนหนึ่ง แต่พอมีเงื่อนไขของ กสศ. ที่อยากรู้ว่าเด็กในพื้นที่มีเท่าไหร่ อันนี้เราไม่เคยทำเลย”&nbsp;</p>



<p>การลงมือค้นหาเด็กนอกระบบในพื้นที่ชนบทไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะปราการแรกคือความหลากหลายของกลุ่มเด็ก ตั้มและทีมงานจึงเริ่มปรับกระบวนการโดยใช้กลไกเพื่อนชวนเพื่อนเป็นตัวนำทาง</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large"><img decoding="async" width="763" height="1024" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/08/image-44-763x1024.jpeg" alt="" class="wp-image-105023" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/08/image-44-763x1024.jpeg 763w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/08/image-44-224x300.jpeg 224w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/08/image-44-768x1030.jpeg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/08/image-44-1145x1536.jpeg 1145w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/08/image-44.jpeg 1200w" sizes="(max-width: 763px) 100vw, 763px" /><figcaption class="wp-element-caption">คาเฟ่</figcaption></figure></div>


<p></p>



<p>“เราใช้กลไกตัวเด็ก น้องที่บ้านนั่นแหละ ถามหาไป เด็กก็ชี้เป้า พอให้เด็กไปชวน ส่วนหนึ่งเพื่อนๆ เขาก็มา แต่เด็กมันมีความเฉพาะกลุ่ม กลุ่มน้ำท่อมมันก็ชวนแค่กลุ่มน้ำท่อม กลุ่มกีฬามันก็ชวนแค่เด็กกลุ่มกีฬา มันจะมีเด็กกลุ่มเสี่ยง หรือเด็กดีที่เขาอยู่กับพ่อแม่ ไม่ได้เข้ากับแก๊งไหนเลย อยู่ตามท้องไร่ท้องนา อยู่กับตากับยาย”</p>



<p>และเพื่อให้ครอบคลุมเด็กทุกกลุ่ม ตั้มจึงดึง ‘ผู้ใหญ่บ้านและกลไกชุมชน’ เข้ามาเป็นพันธมิตรสำคัญในการชี้เป้า</p>



<p>“เราใช้กลไกผู้ใหญ่บ้านมาช่วยสอดส่อง ว่าตอนลงชุมชนเห็นน้องๆ อยู่ไหม ไปเรียนหรือเปล่า เด็กที่อยู่ตามบ่อขยะเป็นลูกใคร อยู่อย่างไร พอเกิดฟังก์ชันนี้ เราเริ่มเห็นเด็กเยอะขึ้น ผู้ใหญ่บ้านก็ช่วยคัดกรองเด็กให้เราได้ชัดเจนขึ้นมาก”</p>



<p>กลไกนี้ ตั้มขอความร่วมมือผ่านผู้ใหญ่บ้านเกือบ 20 หมู่บ้านใน 2 ตำบลผ่าน ‘<a href="https://www.eef.or.th/infographic-170826/">ยุทธการสะบัดผ้า</a>’</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-full"><img decoding="async" loading="lazy" width="1200" height="800" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/08/image-45.jpeg" alt="" class="wp-image-105024" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/08/image-45.jpeg 1200w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/08/image-45-300x200.jpeg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/08/image-45-768x512.jpeg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/08/image-45-750x500.jpeg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/08/image-45-272x182.jpeg 272w" sizes="(max-width: 1200px) 100vw, 1200px" /><figcaption class="wp-element-caption">ทีมผู้ใหญ่บ้าน</figcaption></figure></div>


<p></p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>เปลี่ยนบทบาทชุมชนและดึงผู้นำร่วมขับเคลื่อน</strong></h3>



<p>“ที่นี่มีปัญหาเรื่องสารเสพติด น้ำท่อมจากกลุ่มรุ่นพี่ แต่เราใช้การพูดคุยหลังบ้าน บอกกรอบเงื่อนไขกันว่า ไม่ให้เอายาเข้ามาในศูนย์ แต่เราเปิดพื้นที่คุยได้ตลอด รู้ข้อมูลสถานการณ์ในพื้นที่ทั้งหมดว่าราคาเท่าไหร่ แหล่งไหน เด็กพวกนี้ส่วนใหญ่ไม่ได้ตั้งใจขาย แต่เสพเพราะไม่มีงานทำ ไม่มีพื้นที่ปล่อยพลัง พ่อแม่และสังคมด่า กดทับ จนเขาไม่มีที่ไป”&nbsp;</p>



<p>ปัญหายาเสพติดกลายเป็นปัญหาพื้นฐานของพื้นที่ ซึ่งสิ่งนี้มักจะพ่วงมากับการตีตรา ทั้งจากคนภายนอก และความเกรงกลัวกันเองในหมู่เด็ก</p>



<p>“ถ้าเป็นเด็กนอกระบบมากองรวมกันตรงนี้ เด็กที่เป็นเด็กดีในระบบก็จะไม่กล้าเข้ามา เพราะมองว่าเด็กกลุ่มนี้สุ่มเสี่ยง หรือถูกตีตรามาจากโรงเรียนแล้ว เราพยายามสลายตรงนี้ โดยทุกๆ ปี เราจะเข้าไปทำกิจกรรมในโรงเรียน เอาพี่เลี้ยง อาสาสมัคร และเด็กทั้งสองกลุ่มมาจัดกระบวนการร่วมกัน ทำให้เขารู้จักเรามากขึ้น เกิดการสลับผลัดเปลี่ยนกันเข้ามาเรียนรู้”</p>



<figure class="wp-block-image size-full"><img decoding="async" loading="lazy" width="1200" height="800" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/08/image-47.jpeg" alt="" class="wp-image-105025" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/08/image-47.jpeg 1200w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/08/image-47-300x200.jpeg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/08/image-47-768x512.jpeg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/08/image-47-750x500.jpeg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/08/image-47-272x182.jpeg 272w" sizes="(max-width: 1200px) 100vw, 1200px" /></figure>



<p></p>



<p>ตั้มเน้นย้ำว่า เคมีของเด็กทุกคนมีความแตกต่างกัน ศูนย์แห่งนี้จึงตั้งใจเปิดกว้างให้เป็นพื้นที่เสรีที่ทุกคนสามารถวิ่งเข้าวิ่งออก ทะลุหน้าทะลุหลังได้หมด</p>



<p>“เด็กบางคนมานั่งฮีลใจ บางคนมานั่งคุยเรื่องอกหัก เรื่องเรียนต่อ หรือบางทีเด็กใหม่ๆ มานั่งเกร็งๆ เราก็แค่ปล่อยให้ลื่นไหลตามธรรมชาติ บางทีกลางคืนพาเพื่อนมานั่งกินหมูกระทะ เราก็ให้เงินไปซื้อหมู แล้วเราก็ถอยออกมา ให้เขามีสเปซของเขาเอง”</p>



<p>แต่สำหรับพื้นที่ข้างนอก ตั้มสลายการตีตราจากการฟังเสียงบ่นของผู้ใหญ่บ้าน&nbsp;</p>



<p>“แม่ๆ และผู้ใหญ่บ้านคือคนบ่น บ่นเรื่องเด็กแว้น รถเสียงดัง เรื่องยาบ้าเยอะ ใครเป็นคนบ่น? ผมไม่ได้บ่น แม่ๆ เป็นคนบ่น นั่นแหละ! เราเอาเสียงบ่นนั้นแหละมาทำเป็นเรื่องงานซะ งานนี้ก็ไม่ใช้เงินด้วย สุดท้ายคือมันใช้แค่ตามอง ใช้ใจฟังกับเด็ก เรื่องลงไปหาเด็ก เดี๋ยวเราช่วยกัน แค่แม่ชี้เป้ามา เคสหนักก็ว่ากันไป เคสเบาคุยได้เราก็คุย”</p>



<p>งานที่ตั้มหมายถึง คือการพลิกมุมมองของผู้ใหญ่บ้านจากการมองเด็กเป็นภาระที่ต้องปราบปราม มาเป็นการมองผ่านกระบวนการช่วยเหลือและหนุนเสริม โดยใช้ศูนย์การเรียนรู้ชุมชนคนหนุ่มสาวทำหน้าที่เป็นตัวกลางในการสลายการตีตราและเชื่อมชุมชนกับเด็ก&nbsp;</p>



<p>เพื่อไม่ให้งานพัฒนาเยาวชนเป็นเพียงกิจกรรมชั่วครั้งชั่วคราว ตั้มเลือกที่จะไม่สร้างโครงสร้างใหม่ขึ้นมาให้เป็นภาระ แต่ใช้วิธีแทรกเข้าไปในกลไกทางอำนาจและการทำงานที่มีอยู่แล้วของผู้ใหญ่บ้าน</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large"><img decoding="async" loading="lazy" width="763" height="1024" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/08/image-48-763x1024.jpeg" alt="" class="wp-image-105026" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/08/image-48-763x1024.jpeg 763w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/08/image-48-224x300.jpeg 224w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/08/image-48-768x1030.jpeg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/08/image-48-1145x1536.jpeg 1145w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/08/image-48.jpeg 1200w" sizes="(max-width: 763px) 100vw, 763px" /><figcaption class="wp-element-caption">ประชุมปฏิบัติการขับเคลื่อนกลไกความร่วมมือกระบวนการเสริมสร้างการเรียนรู้ที่ยืดหยุ่น ปลอดภัย สร้างสรรค์ ณ ศูนย์การเรียนรู้ชุมชนคนหนุ่มสาว</figcaption></figure></div>


<p></p>



<p>“ปีแรกที่ดึงผู้ใหญ่บ้านมา มันต้องปรับวิธีคิดเยอะมาก เรื่องการทำงานกับเด็ก เขาไม่เคยคุยกันแบบทางการเลย เราพยายามแทรกให้มันไปอยู่ในกลไกของเขา ให้เป็นเรื่องปกติให้ได้ โดยเฉพาะการประชุมประจำเดือนของผู้ใหญ่บ้านทุกเดือน จากเดิมที่ไม่เคยคุยเรื่องเด็ก คุยแค่ว่าเดือนหน้าจะตัดหญ้าที่ไหน จิตอาสารอบนี้ไปวัดอะไร เราขอเสนอให้เอาเรื่องเด็กและเยาวชนเข้าไปเป็นวาระด้วย ให้พ่อๆ แม่ๆ ได้มีเรื่องมาเล่า แล้วมาดูว่าเราจะหนุนเสริมกันอย่างไร มีเด็กแว้นเท่าไหร่ยังไงก็ว่ามา เราไม่ได้จับผิด แต่จะไปช่วยกันแก้ปัญหา”</p>



<p>การเปลี่ยนผ่านทางความคิดของผู้ใหญ่ในชุมชนไม่ได้เกิดขึ้นในวันเดียว ในช่วงเริ่มต้น ตั้มและศูนย์ฯ เคยถูกผู้ใหญ่บ้านบางคนตั้งคำถามและมองด้วยสายตาหวาดระแวง ถึงขั้นถูกกล่าวหาว่าเป็นเอเย่นต์มารวบรวมเด็กติดยา แต่ตั้มเลือกที่จะโต้ตอบอคติต่างๆ ด้วยการพาเด็กออกไปสร้างคุณค่าให้ชุมชนได้เห็นด้วยตาเนื้อ</p>



<p>“เมื่อก่อนเขาพูดเลยว่าเอเย่นต์มาแล้ว ผมก็บอกว่าก็แล้วแต่จะมองยังไงก็มองไป แต่พอกลับกลายเป็นว่า เราพาเด็กแก๊งนั้นไปช่วยทาสีโรงเรียนถึง 11 โรงเรียน ไปเป็นจิตอาสา เอาเรื่องนี้สื่อสารออกไป ในมุมของผู้ใหญ่เขาก็เริ่มเห็นศักยภาพเด็ก จนกระทั่งมีอยู่ปีหนึ่ง อำเภออยากได้เด็กไปอบรมเรื่องยาเสพติด ซึ่งเด็กไม่ยอมไปเพราะกลัวโดนบล็อก ผู้ใหญ่บ้านถึงขั้นทักมาหาผม ‘ตั้ม ไปบอกน้องๆ ในหมู่บ้านให้หน่อยว่าไปอบรมให้พ่อได้ไหม’ กลายเป็นผู้ใหญ่บ้านมาขอให้เราช่วย”</p>



<p>การขับเคลื่อนงานกับเด็กและชุมชนจะเกิดขึ้นไม่ได้เลย หากขาดการจัดวางกระบวนการทำงานภายในที่ยืดหยุ่นและเป็นธรรมชาติ</p>



<p>“เรื่องใหม่ที่เราได้เรียนรู้ คือการทำให้เรื่องของเด็กไปอยู่ในวงของผู้ใหญ่ ดันเข้าสู่เรื่องนโยบายชุมชนที่ผู้ใหญ่ทุกคนต้องพูด ไม่ใช่พูดแค่ว่าจะเอาเด็กมาช่วยงานยังไง แต่ต้องพูดในมุมที่เด็กหลายคนมีศักยภาพ แล้วเอาศักยภาพของเด็กมาช่วยงานชุมชน ไม่ใช่ถึงวันงานก็แค่เอาเด็กมาช่วยยกโต๊ะยกเก้าอี้ เสร็จแล้วก็เลี้ยงเหล้าเลี้ยงเบียร์”</p>



<p>สุดท้ายแล้ว เมื่อเด็กเข้ามามีบทบาทมากขึ้น ชุมชนจะเข้าหาเด็กและเด็กจะเข้าหาผู้ใหญ่ โดยที่ตั้มแทบไม่ต้องเข้าไปทำงานเลยด้วยซ้ำ สิ่งนี้ยั่งยืนกว่าระเบียบการที่ NGO เสนอให้ชุมชนเป็นไหนๆ&nbsp;</p>



<p>“เด็กต้องเข้ามามีส่วนร่วมตั้งแต่ช่วยเตรียมประชุม เตรียมงาน มองบทบาทการมีส่วนร่วม ไม่ใช่ในฐานะคนถูกใช้งาน แต่ร่วมคิด ออกแบบ และวางแผนพัฒนาชุมชน ไม่จำเป็นต้องเป็นเด็กจบ 4.00 หรือเด็กเรียนเก่ง เด็กที่ไม่เรียนหนังสือที่อยู่ในชุมชนน่ะ มีแนวคิดดีทั้งนั้นแหละ แต่เขาไม่มีพื้นที่ที่ถูกรับฟังความคิด ถ้าเราให้บทบาททางใจและทางความคิดเขาได้ กายเขามีอยู่แล้ว ชุมชนก็จะได้คนมีศักยภาพมาช่วยพัฒนาบ้านเกิดตัวเองอย่างแท้จริง”</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large"><img decoding="async" loading="lazy" width="763" height="1024" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/08/image-49-763x1024.jpeg" alt="" class="wp-image-105027" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/08/image-49-763x1024.jpeg 763w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/08/image-49-224x300.jpeg 224w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/08/image-49-768x1030.jpeg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/08/image-49-1145x1536.jpeg 1145w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/08/image-49.jpeg 1200w" sizes="(max-width: 763px) 100vw, 763px" /></figure></div>


<p></p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>ใช้ตามอง ใช้ใจฟัง จนรู้ว่าเด็กไม่ใช่ผ้าขาว&nbsp;</strong></h3>



<p>แนวคิดดั้งเดิมที่ว่า “เด็กคือผ้าขาวที่รอผู้ใหญ่แต่งแต้ม” อาจใช้ไม่ได้กับบทบาทการทำงานกับเด็กนอกระบบหรือเด็กกลุ่มเสี่ยงในยุคปัจจุบัน เพราะเด็กทุกคนต่างแบกรับปัญหาสภาพแวดล้อม ประสบการณ์ชีวิต ปมในใจ และเฉดสี ที่ติดตัวมาจากครอบครัวและสังคมรอบข้างตั้งแต่วันแรกที่เดินเข้ามา</p>



<p>ตั้มไม่ได้มองเด็กเป็นผ้าขาวบริสุทธิ์ที่ต้องจับมาสั่งสอนหรือดัดให้เป็นไปตามพิมพ์นิยมของผู้ใหญ่ แต่มองเด็กบนพื้นฐานของความเป็นมนุษย์ที่เต็มไปด้วยประสบการณ์ชีวิตที่แตกต่างกัน การเข้าใจว่าเด็กแต่ละคนมีเฉดสี มีบาดแผล และมีความต้องการที่ไม่เหมือนกัน ทำให้กระบวนการทำงานของศูนย์ฯ ไม่ได้ตั้งอยู่บนการบังคับหรือคะยั้นคะยอให้เด็กต้องเปลี่ยนทันทีทันใด</p>



<p>“ให้เวลากับเขาแค่นั้นแหละ บางทีเด็กมาแล้วบอกพี่ผมขอนั่งอยู่เฉยๆ ใช่ เราไม่คะยั้นคะยอถาม เขาอยากบอกเดี๋ยวเขาก็บอกเอง วันดีคืนดีเขาก็จะเดินมาเล่าให้ฟัง สิ่งที่เราทำได้คือสร้างประสบการณ์ให้กับเขานั่นแหละ”</p>



<p>การดำเนินกิจกรรมของศูนย์ฯ จึงพยายามแบ่งบทบาทเด็กอย่างยืดหยุ่น โดยไม่ตัดสินหรือกดทับศักยภาพของใคร</p>



<p>“เด็กที่นี่มีทั้ง ‘แกนนำ’ คือกลุ่มเด็กดี เด็กในระบบ ที่พูดเก่ง จับไมค์ได้ ประชาสัมพันธ์ได้ กับอีกกลุ่มคือ ‘แกนนอน’ พวกที่ไม่กล้าอยู่ในวง แต่อยู่รอบๆ คอยซัพพอร์ตงาน ยกโต๊ะ ถือป้าย เดินรณรงค์ เราไม่ได้แบ่งชั้น แต่แบ่งบทบาทให้ทุกคนมีส่วนร่วม ทุกคนไม่จำเป็นต้องนำเหมือนกัน นำกันคนละแบบ”</p>



<figure class="wp-block-image size-full"><img decoding="async" loading="lazy" width="1200" height="800" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/08/image-51.jpeg" alt="" class="wp-image-105028" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/08/image-51.jpeg 1200w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/08/image-51-300x200.jpeg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/08/image-51-768x512.jpeg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/08/image-51-750x500.jpeg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/08/image-51-272x182.jpeg 272w" sizes="(max-width: 1200px) 100vw, 1200px" /></figure>



<p></p>



<p>ตั้มมองว่าพัฒนาการของเด็ก โดยเฉพาะกลุ่มเด็กแกนนอนที่สังคมอาจมองว่าเกเรหรือไม่มีอนาคตนั้นเป็นสิ่งที่ต้องใช้เวลาและไม่สามารถประเมินผลได้เพียงชั่วข้ามคืน</p>



<p>“พัฒนาการของเด็ก มันอาจจะไม่เห็นชัด ณ ตอนนี้ แต่ผมว่ามันจะชัดในอนาคต มันจะเห็นจากการตัดสินใจ ความโตขึ้นของเขา ซึ่งต้องใช้เวลาและประสบการณ์ เด็กวัยนี้เป็นวัยที่อยากรู้อยากลอง สิ่งที่เราทำได้คือสร้างสเปซและเปิดโอกาสให้เขาเติบโตในแบบของตัวเอง”</p>



<p>สำหรับตั้ม การขับเคลื่อนของ ‘ศูนย์การเรียนรู้ชุมชนคนหนุ่มสาว’ โจทย์สำคัญที่สุดของการทำงานกับเยาวชน ไม่ใช่การที่องค์กรพัฒนาเอกชนหรือนักวิชาการเข้าไปทำตัวเป็นฮีโร่เพื่อเนรมิตการเปลี่ยนแปลงจากภายนอก แต่คือการถอยออกมามองมนุษย์อย่างเข้าใจ แล้วสร้างสภาวะแวดล้อมที่เอื้อต่อการเรียนรู้ โดยมี ‘ชุมชน’ เป็นฐานสำคัญ</p>



<p>เพราะท้ายที่สุดแล้ว ไม่ว่าโครงการพัฒนาจะสิ้นสุดลงเมื่อใด หรือองค์กรภายนอกจะถอนตัวออกไปวันไหน สิ่งที่จะคงอยู่และดูแลเด็กๆ ต่อไปได้ในชีวิตจริงคือ&nbsp;</p>



<p>“ชุมชนที่พร้อมจะเติบโตไปพร้อมกับเด็กๆ ของพวกเขาเอง”</p><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/article-240826-2/">ใช้ตามอง ใช้ใจฟัง มีแกนนำ ก็ต้องมีแกนนอน ตีโจทย์ทำงานแบบ ‘ศูนย์เรียนรู้ชุมชนคนหนุ่มสาว’</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>แม้ไฟหน้าฮ้านดับลง แต่ชีวิตยังคงส่องสว่าง รื้อฟื้นความฝันที่หล่นหายระหว่างทาง ด้วยการเรียนรู้ที่ยืดหยุ่นผ่านหลักสูตร &#8220;หมอลำศึกษา&#8221;</title>
		<link>https://www.eef.or.th/article-240826/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 24 Aug 2026 10:05:25 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[บทความ]]></category>
		<category><![CDATA[Movement]]></category>
		<category><![CDATA[ศูนย์การเรียนปัญญากัลป์]]></category>
		<category><![CDATA[หมอลำศึกษา]]></category>
		<category><![CDATA[ห้องเรียนหลังฮ้าน]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?p=104987</guid>

					<description><![CDATA[<p>อยู่ในวงหมอลำ แต่ไม่ชอบวิชานาฏศิลป์เนี่ยนะ การเติบโตในค [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/article-240826/">แม้ไฟหน้าฮ้านดับลง แต่ชีวิตยังคงส่องสว่าง รื้อฟื้นความฝันที่หล่นหายระหว่างทาง ด้วยการเรียนรู้ที่ยืดหยุ่นผ่านหลักสูตร “หมอลำศึกษา”</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<h3 class="wp-block-heading"><strong>อยู่ในวงหมอลำ แต่ไม่ชอบวิชานาฏศิลป์เนี่ยนะ</strong></h3>



<p>การเติบโตในครอบครัวที่มีคุณพ่อเป็นนักร้องวงหมอลำ ภาพบรรยากาศที่ผู้คนคลาคล่ำเดินทางมาชมมหรสพยามค่ำคืนเต็มหน้าเวที ความตื่นเต้นที่ยังจำได้ดีเมื่อได้รับโอกาสยืนบนเวทีเคียงข้างคุณพ่อในบางคืน ทำให้เนม (นายรัชชานนท์ หารชมภู) แดนเซอร์ประจำวงอีสานนครศิลป์ ค่อย ๆ ซึมซับ “ความเป็นลูกหลานหมอลำ” เข้ามาอยู่ในเนื้อในตัวตั้งแต่วัยเด็ก</p>



<p>งานเลี้ยงย่อมมีวันเลิกรา ในวันที่เส้นทางการเป็นหมอลำของคุณพ่อสิ้นสุดลง ทำให้เนมจำเป็นต้องเดินทางจากบ้านเกิดมหาสารคาม มาใช้ชีวิตร่วมกับคุณแม่ที่จังหวัดขอนแก่น ภาพบรรยากาศวัยเด็กที่อัดแน่นไปด้วยแสงสีเสียงและผู้คนก็ค่อย ๆ เลือนรางลงตามกาลเวลา ถูกแทนที่ด้วยหน้าที่ความรับผิดชอบในฐานะนักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนปลาย</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-full"><img decoding="async" loading="lazy" width="855" height="570" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/08/3d-copy.jpg" alt="" class="wp-image-104989" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/08/3d-copy.jpg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/08/3d-copy-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/08/3d-copy-768x512.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/08/3d-copy-750x500.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/08/3d-copy-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /><figcaption class="wp-element-caption">รัชชานนท์ หารชมภู</figcaption></figure></div>


<p></p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>จริง ๆ ผมเป็นคนที่ค่อนข้างตั้งใจเรียนนะ แต่การเรียนในบางวิชามันเป๊ะมาก จนทำให้เรารู้สึกตึงตัว</strong></h3>



<p>ระบบการศึกษากระแสหลักของประเทศไทยในปัจจุบัน จัดการเรียนการสอนผ่านหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน ปีพุทธศักราช 2551 (ฉบับปรับปรุง พ.ศ. 2560) ที่ตั้งอยู่บนฐานคิดแบบ “หลักสูตรอิงมาตรฐาน (Standard-based Curriculum)” ทำให้การจัดการเรียนรู้ในห้องเรียนนั้นถูกล็อคเอาไว้ด้วยมาตรฐานการเรียนรู้และตัวชี้วัดจำนวนมาก แม้ว่าจะเปิดโอกาสให้ผู้สอนได้ตีความและออกแบบการจัดการเรียนรู้ให้สอดคล้องกับมาตรฐานที่กำหนด แต่ก็ยังไม่เปิดกว้างมากพอที่จะรองรับความต้องการที่หลากหลายของผู้เรียน</p>



<p>ศาสตร์การแสดงอย่างวิชานาฏศิลป์จึงถูกจัดวางเพียงแค่หนึ่งในสาระสำคัญในกลุ่มสาระการเรียนรู้ศิลปะ และถูกกำหนดกรอบเอาไว้อย่างชัดเจนว่าจะต้องจัดการเรียนรู้ให้ผู้เรียนในหัวเรื่องใดบ้าง ด้วยวิธีการอย่างไร ภาพจำของผู้เรียนที่มีต่อวิชาการแสดงจึงปรากฏภาพของการแต่งกายด้วยผ้าแดง การท่องจำนาฏยศัพท์ หรือการดัดมือเพื่อทำการฟ้อนรำ</p>



<p>เมื่อเนื้อหาและเป้าหมายการเรียนรู้ถูกกำหนดเอาไว้จากส่วนกลางด้วยความแข็งตัว ความชื่นชอบของเนม (และผู้เรียนอีกหลายคน) ที่ต้องการฝึกฝนทักษะในฐานะนักเต้นคัฟเวอร์แดนซ์ ฝึกร้องเพลงเพลงสากล และความฝันในการประกอบอาชีพครูสอนเต้นจึงค่อย ๆ หล่นหายในระบบแบบไม่มีใครทันสังเกตเห็น เนื่องจากสิ่งเหล่านี้ไม่อนุญาตให้ปรากฏขึ้นในห้องเรียนตามที่หลักสูตรกำหนดไว้</p>



<figure class="wp-block-image size-full"><img decoding="async" loading="lazy" width="855" height="570" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/08/3e-copy.jpg" alt="" class="wp-image-104998" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/08/3e-copy.jpg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/08/3e-copy-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/08/3e-copy-768x512.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/08/3e-copy-750x500.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/08/3e-copy-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /></figure>



<p></p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>มันเหมือนเกือบถึงเส้นชัยแล้ว อีกนิดเดียว</strong></h3>



<p>เมื่อสิ่งที่เรียนไม่สอดคล้องกับสิ่งที่ฝัน ประกอบกับปัญหางานที่คั่งค้างในหลายวิชา ทำให้เส้นทางการศึกษาของเนมถูกหยุดเอาไว้ที่วุฒิการศึกษาภาคบังคับ (ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3) แม้ว่าเส้นชัยตรงหน้าจะอยู่เพียงแค่เอื้อม แต่เมื่อเงื่อนไขของการจบการศึกษาถูกกำหนดเอาไว้อย่างชัดเจน เนมจึงตัดสินใจเปลี่ยนทิศทางการก้าวเดินของชีวิต&nbsp; มุ่งหน้าสมัครเข้าทำงานในโรงงานตุ๊กตาปั้นเพื่อเลี้ยงชีพด้วยวุฒิการศึกษาล่าสุดที่ตนเองมี พร้อมกับความรู้สึกผิดในใจที่ไม่สามารถทำตามความคาดหวังของครอบครัวได้</p>



<p>สายพานของโรงงานเคลื่อนผ่านไปในแต่ละวัน เนมเริ่มตั้งคำถามกับตัวเองว่าชีวิตของเราเป็นไปได้มากกว่านี้หรือไม่ เมื่อเห็นเพื่อนในโซเชียลมีเดียแชร์โพสต์รับสมัครแดนเซอร์หมอลำ จึงตัดสินใจลองสมัครเข้าทำงานในฐานะอดีตลูกหลานหมอลำคนหนึ่ง</p>



<p>เหตุการณ์นี้ไม่ได้เกิดขึ้นกับเนมเพียงคนเดียวเท่านั้น วันใหม่ (อนันตญา ชุมเสนา) นักร้องจากวงสาวน้อยลำเพลินโชว์ ก็เป็นคนหนึ่งที่ต้องหันหลังให้กับระบบการศึกษาเนื่องจากพบเจอกับทางแยกระหว่าง “ความมั่นคงในอนาคต” กับ “การเป็นเสาหลักของครอบครัวในปัจจุบัน” ทำให้วันใหม่จำเป็นต้องตัดสินใจลาออกจากโรงเรียนในระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 เดินทางมุ่งหน้าจากบุรีรัมย์สู่มหาสารคามเพื่อออดิชั่นเข้าวงหมอลำในตำแหน่งศิลปินหน้าใหม่ (นิวเจน)</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-full"><img decoding="async" loading="lazy" width="855" height="570" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/08/3b-copy.jpg" alt="" class="wp-image-105004" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/08/3b-copy.jpg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/08/3b-copy-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/08/3b-copy-768x512.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/08/3b-copy-750x500.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/08/3b-copy-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /><figcaption class="wp-element-caption">อนันตญา ชุมเสนา</figcaption></figure></div>


<p></p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>หนูรู้อยู่แล้วว่าถ้าออดิชั่นผ่าน ก็จะไม่ได้เป็นครูนาฏศิลป์</strong></h3>



<p>แม้จะต้องเผชิญหน้ากับเสียงคัดค้านของผู้ปกครอง แต่การเห็นโอกาสที่จะได้เป็นเสาหลักในการดูแลครอบครัวผ่านการประกอบอาชีพที่ตัวเองหลงใหล แม้รู้ว่าการออดิชั่นครั้งนี้จะทำให้ความฝันในการเป็นครูนาฏศิลป์ต้องหล่นหายไป แต่เมื่อโอกาสในชีวิตปรากฏขึ้นตรงหน้าแล้วก็จำเป็นจะต้องคว้าเอาไว้ บอกกับตัวเองว่าไม่ใช่ทุกคนที่จะพบเจอกับโอกาสแบบนี้</p>



<p>ด้วยประสบการณ์ในการเป็นนักร้องนำของวงโปงลางประจำโรงเรียนในจังหวัดบุรีรัมย์ทำให้วันใหม่ผ่านการออดิชั่นเข้ามาอยู่ในวงหมอลำ “สาวน้อยเพชรบ้านแพง” ในวัย 13 ปี ท่ามกลางความเป็นห่วงของคุณครู วันใหม่ขอพิสูจน์ตัวเองผ่านความทุ่มเทอย่างหนักในฤดูกาลแรก แม้ว่าจะต้องอดหลับอดนอนหรือกินข้าวไม่ตรงเวลา</p>



<p>การเปลี่ยนผ่านจาก “ห้องเรียน” มาใช้ชีวิตอยู่บน “เวทีหมอลำ” วันใหม่เล่าให้ฟังว่าสองพื้นที่นี้ไม่แตกต่างกันเท่าไร จากการเรียนกับคุณครูประจำวิชา กลายเป็นคุณครูที่สอนตามศาสตร์สาขาเฉพาะทาง ไม่ว่าจะเป็นครูสอนร้อง ครูสอนเต้น หรือครูสอนฟ้อนรำ ภาพการเรียนรู้ที่เคยนั่งท่องจำเนื้อหาภายในห้องเรียน เปลี่ยนเป็นการใช้วิชาครูพักลักจำเทคนิคท่าเต้นจากรุ่นพี่และบรมครูในวง ภาคการศึกษาถูกแทนที่ด้วยคำว่าฤดูกาล แตกต่างก็ตรงที่ว่าต้องเดินทางไปมอบความสุขให้กับผู้คนในแต่ละสถานที่</p>



<p>แต่ละวันเคลื่อนผ่านไปอย่างรวดเร็ว กิจวัตรที่ต้องตื่นขึ้นมาเตรียมชุด ซ้อมเต้น แต่งตัว แต่งหน้า เตรียมอุปกรณ์ ทำให้วันใหม่ไม่มีช่องว่างทางความคิดในการทบทวนเรื่องราวที่ผ่านมาหรือเงยหน้ามองหาโอกาสอื่น ๆ ในอนาคต การกลับไปเรียนต่อเพื่อให้ได้วุฒิจึงไม่เคยผุดขึ้นมาในความคิดเลยสักครั้ง แม้ว่าจะแอบทดเอาไว้ในใจว่าอาชีพในปัจจุบันนั้นอาจจะไม่ได้อยู่กับเราตลอดไป</p>



<figure class="wp-block-image size-full"><img decoding="async" loading="lazy" width="855" height="570" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/08/3a-copy.jpg" alt="" class="wp-image-105005" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/08/3a-copy.jpg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/08/3a-copy-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/08/3a-copy-768x512.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/08/3a-copy-750x500.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/08/3a-copy-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /></figure>



<p></p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>บ่จักมื้อนี่ล่ะ เฮาก็ต้องมีการอิ่มตัว มีการเบื่อ แม้ว่ามันเป็นสิ่งที่เฮามัก</strong></h3>



<p>นอกจากภาวะอิ่มตัวในการทำงานแล้ว การประกอบอาชีพหมอลำนั้นเต็มไปด้วยความท้าทายในอีกหลากหลายมิติ ไม่ว่าจะเป็นปัญหาด้านสุขภาพ เนื่องจากจะต้องใช้ชีวิตท่ามกลางฝุ่นควันและทำงานหลายวันติดต่อกัน หรือความไม่มั่นคงทางอาชีพการงานที่ต้องฝากความหวังไว้กับการจ้างงานของผู้ว่าจ้าง หรือช่วงเวลาปิดฤดูกาลที่อาจจะไม่ได้รับค่าตอบแทน การมีวุฒิการศึกษาจึงเป็นทางเลือกสำรองในชีวิตในการศึกษาต่อในระดับปริญญาหรือสมัครเข้าทำงานในสายอาชีพอื่น ๆ อย่างการทำงานในโรงงาน หรือพนักงานเสิร์ฟในร้านอาหาร ในช่วงที่การแสดงหยุดพักในช่วงฤดูฝน 2-3 เดือน ในวันที่ตื่นมาพร้อมกับตารางภารกิจตั้งแต่บ่ายจนถึงเช้าของวันถัดไป ทำให้สมาชิกในวงหมอลำหลายคนไม่สามารถกลับเข้าสู่เส้นทางการเรียนรู้ได้อีกครั้ง</p>



<p>สอดคล้องกับผลสำรวจจาก “มูลนิธิปัญญากัลป์” พบว่าสมาชิกวงหมอลำจำนวน 250 คน จาก 29 คณะในพื้นที่ภาคอีสาน ร้อยละ 12.5 ยังไม่จบการศึกษาภาคบังคับ (ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3) และร้อยละ 30 ยังไม่จบการศึกษาขั้นพื้นฐาน (ชั้นมัธยมศึกษา ปีที่ 6) เนื่องจาก &#8220;วิถีชีวิตการทำงาน&#8221; กับ &#8220;โครงสร้างเวลาเรียนของระบบการศึกษา” ที่สวนทางกัน อาชีพหมอลำที่ต้องทำงานในช่วงกลางคืนและต้องใช้เวลาส่วนมากไปกับการเดินทางไปมาในแต่ละพื้นที่ ตารางชีวิตในลักษณะนี้ทำให้ผู้เรียนไม่สามารถตื่นนอนตอนเช้าไปโรงเรียนเหมือนกับผู้เรียนทั่วไปที่ไม่จำเป็นต้องหารายได้จากการทำงาน</p>



<p>ความท้าทายที่เกิดขึ้นกลายเป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้มูลนิธิปัญญากัลป์ ร่วมมือกับกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) และมหาวิทยาลัยในภาคอีสาน ขับเคลื่อนการศึกษายืดหยุ่นภายใต้หลักสูตร &#8220;หมอลำศึกษา&#8221; เพื่อให้เด็กและเยาวชนที่ทำงานในวงหมอลำสามารถกลับเข้าสู่การเรียนรู้และทำงานควบคู่กันไปจนได้รับวุฒิการศึกษา</p>



<p>อย่างไรก็ตาม เสียงตอบรับแรกของผู้เรียนหลายคนที่มีต่อหมอลำศึกษากลับไม่ใช่ความตื่นเต้นในโอกาสในการกลับเข้าสู่เส้นทางการเรียนรู้ แต่คือความประหลาดใจกับนวัตกรรมการเรียนรู้ที่เกิดขึ้น</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-full"><img decoding="async" loading="lazy" width="855" height="570" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/08/3h-copy.jpg" alt="" class="wp-image-105006" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/08/3h-copy.jpg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/08/3h-copy-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/08/3h-copy-768x512.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/08/3h-copy-750x500.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/08/3h-copy-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /><figcaption class="wp-element-caption">โชคชัย โสมะมี</figcaption></figure></div>


<p></p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>ตอนนั้นไม่เชื่อเท่าไรครับ คิดว่ามันเวอร์ไป (หัวเราะ)</strong></h3>



<p>ความคิดแรกที่ผุดขึ้นหลังจากที่ ยืน (นายโชคชัย โสมะมี) แดนเซอร์จากวงเสียงอิสาน รับรู้ว่ามีหลักสูตรการเรียนรู้ที่สามารถทำงานควบคู่ไปกับการเรียนได้ หลังจากสมัครงานในโรงงานพลาสติกด้วยวุฒิประถมศึกษาปีที่ 6 เนื่องจากการเรียนที่ไม่สอดคล้องกับความสนใจ ประกอบกับปัญหาทางการเงินที่บ้าน ทำให้ยืนตัดสินใจลาออกจากโรงเรียนมาหางานทำเพื่อที่จะช่วยเหลือครอบครัวหารายได้</p>



<p>แต่เมื่อศึกษาเพิ่มเติมในสื่อออนไลน์ และสอบถามเพิ่มเติมจากรุ่นพี่หลักสูตรหมอลำศึกษาในรุ่นก่อนหน้า พบว่ารูปแบบการเรียนรู้และเนื้อหารายวิชาต่าง ๆ สอดคล้องกับบริบทชีวิตและความต้องการของตัวเองมากกว่าเมื่อเทียบกับการเรียนในระบบ</p>



<p>ทั้งการเรียนในรูปแบบออนไลน์ที่สามารถนัดเวลาพบกลุ่มกับคุณครูตามช่วงเวลาที่สอดคล้องกับการทำงานในวงหมอลำ การเรียนใน 8 กลุ่มสาระการเรียนรู้ผ่านใบงานที่ถูกปรับเนื้อหาให้สอดคล้องกับวิถีชีวิตประจำวันของผู้เรียนมากยิ่งขึ้น ทำให้ยืนตัดสินใจสมัครเข้าเรียนโดยไม่รู้สึกลังเล</p>



<figure class="wp-block-image size-full"><img decoding="async" loading="lazy" width="855" height="570" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/08/3i-copy.jpg" alt="" class="wp-image-105007" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/08/3i-copy.jpg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/08/3i-copy-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/08/3i-copy-768x512.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/08/3i-copy-750x500.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/08/3i-copy-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /></figure>



<p></p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>ใบงานที่เขาให้มาจะเป็นเกี่ยวกับหมอลำเลยครับ ไฟเวทีต้องเปิดขนาดไหน ขนาดเวทีต้องวัดยังไง หรือว่าผู้ชมที่อยู่หน้าเวที เราจะต้องทำยังไงถึงจะทำให้เขามีความสุขได้</strong></h3>



<p>วิชาคณิตศาสตร์ที่ชวนให้ผู้เรียนคำนวณขนาดเวทีที่ต้องขึ้นไปทำการแสดงในแต่ละวัน (ขนาดของเวทีจากฝั่งหนึ่งไปถึงอีกฝั่งหนึ่งมีความยาวเท่าไร) วิทยาศาสตร์ที่สร้างการเรียนรู้ผ่านความสัมพันธ์ระหว่างอุณหภูมิของอากาศกับความรู้สึกของผู้ชม (คนดูหมอลำในช่วงเวลาใดถึงจะอารมณ์ดีที่สุด) หรือการคำนวณองศาการปรับไฟเวทีเพื่อส่องไปยังแดนเซอร์ (ปรับไฟอย่างไรเพื่อทำให้แสงไฟส่องไปถึงแดนเซอร์บนเวทีอย่างครอบคลุม)</p>



<p>ทำให้ยืน นักเรียนที่เคยรู้สึกว่าการเรียนในโรงเรียนไม่สนุก กลับมามีรอยยิ้มและความมั่นใจอีกครั้ง</p>



<p>นอกจากนี้ยังมี “วิชาเพิ่มเติม” ที่ช่วยเสริมทักษะที่จำเป็นในอาชีพหมอลำ เช่น วิชาร้อง วิชารำ วิชาพัฒนาบุคลิกภาพ หรือวิชาแต่งหน้า รวมไปถึง วิชากลอนลำทางสั้น หมอลำหมู่ หมอลำพื้นฐาน ที่สอนโดยบรมครูและศิลปินต่างชาติ ทำให้บางรายวิชาได้รับความสนใจเป็นจำนวนมากจากผู้เรียน เพราะเป็นสิ่งที่เด็ก ๆ มองเห็นแนวทางการนำไปใช้จริงในชีวิต</p>



<p>สำหรับการประเมินการเรียนรู้ หากโรงเรียนมีการสอบปลายภาคเพื่อตัดสินผลการเรียนในช่วงท้าย หมอลำศึกษานั้นมี “หมอลำนิพนธ์” การประเมินด่านสุดท้าย ค่ายปัจฉิมนิเทศที่ออกแบบมาเพื่อประเมินการเรียนรู้ของผู้เรียนหลังจากที่ผ่านเส้นทางการเรียนรู้ตลอด 1 ฤดูกาลที่ผ่านมา โดยผู้เรียนจะต้องนำองค์ความรู้ ทักษะ และเจตคติมาบูรณาการและต่อยอดให้กลายเป็นผลงานการแสดงบนเวทีจริง โดยมีทีมอาจารย์และผู้เชี่ยวชาญที่เกี่ยวข้องทำหน้าที่เป็นผู้ประเมินการเรียนรู้</p>



<p>หากมองในมิติด้านการศึกษา ผลงานหมอลำนิพนธ์ไม่ต่างอะไรกับการประเมินสมรรถนะของผู้เรียน (Competency-based Assessment) ในหลักสูตรฐานสมรรถนะ (Competency-based Curriculum) ที่คุณครูออกแบบสถานการณ์ให้ผู้เรียนได้ดึงศักยภาพทั้งหมดที่ได้เรียนรู้ออกมาเพื่อพิชิตภารกิจที่กำหนดเอาไว้</p>



<figure class="wp-block-image size-full"><img decoding="async" loading="lazy" width="855" height="570" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/08/3j-copy.jpg" alt="" class="wp-image-105008" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/08/3j-copy.jpg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/08/3j-copy-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/08/3j-copy-768x512.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/08/3j-copy-750x500.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/08/3j-copy-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /></figure>



<p></p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>รู้สึกว่ามันก็ถือว่าง่ายขึ้นครับ เพราะว่ามันเป็นการใช้ชีวิตประจำวันของเราอยู่แล้วครับ เราสามารถ นำชีวิตประจำวันของเรานี้มาสามารถตอบลงได้</strong></h3>



<p>ความสนุกในการเรียนรู้ของยืนฟื้นคืนกลับมาอีกครั้ง เด็กคนหนึ่งที่เคยมองว่าการเรียนรู้กับชีวิตจริงไม่มีความเกี่ยวข้องกัน ยืนเล่าให้ฟังด้วยแววตาตื่นเต้นเมื่อมองเห็นตัวเองสามารถตอบคำถามลงในใบงานลงไปด้วยความง่ายดาย เพราะทุกสิ่งทุกอย่างที่คุณครูสอนนั้นปรากฏอยู่รายล้อมตัวเขาตลอดเวลา และไม่เคยคิดว่าเส้นทางที่นำไปสู่ “ใบรับรองชีวิต” จะทำให้เขาสนุกได้ถึงขนาดนี้</p>



<figure class="wp-block-image size-full"><img decoding="async" loading="lazy" width="855" height="570" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/08/3f-copy.jpg" alt="" class="wp-image-105010" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/08/3f-copy.jpg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/08/3f-copy-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/08/3f-copy-768x512.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/08/3f-copy-750x500.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/08/3f-copy-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /></figure>



<p></p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>ผมเปลี่ยนไปเยอะมากเลยครับ จากเป็นเด็กที่ดูเหมือนจะไปไม่รอด รู้สึกมั่นใจมากยิ่งขึ้น</strong></h3>



<p>จากคนที่ไม่ค่อยกล้ายืนอยู่หน้ากล้อง หลังจากการเรียนรู้ตลอด 1 ฤดูกาล ประกอบกับการทำหมอลำนิพนธ์ร่วมกับเพื่อน ๆ ในรุ่นเดียวกัน เนมกลายเป็นคนที่ไม่กลัวการถือไมค์บนเวทีอีกต่อไป เนมได้ท้าทายตัวเองด้วยการขยับบทบาทจากแดนเซอร์เป็นนักร้องในการแสดงหมอลำนิพนธ์ในครั้งที่ผ่านมา</p>



<p>เส้นชัยที่เกือบถูกพิชิตในอดีตกำลังจะถูกข้ามผ่าน ภาพฝันในการเป็นครูสอนเต้นที่เคยเลือนลางถูกทำให้ชัดเจนขึ้นอีกครั้ง แถมมาด้วยความมุ่งมั่นในการศึกษาต่อด้านการเงิน แรงบันดาลใจที่ได้จากการเรียนคลาสการเงินของ SET Thailand ในหลักสูตรหมอลำศึกษา</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img decoding="async" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/08/image-49-1400x933.jpeg" alt="" class="wp-image-104996"/></figure>



<p></p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>ถ้าเป็นไปได้หนูอยากเรียนปริญญาโทเลยค่ะ อยากเป็นเหมือนคุณแม่ที่เคยสอนหนู</strong></h3>



<p>หลังจากได้สมัครเรียนกับมูลนิธิปัญญากัลป์ ท่ามกลางชีวิตที่อัดแน่นไปด้วยตารางการทำงานแบบวันต่อวัน วันใหม่แอบเห็นภาพตัวเองในอนาคตที่ได้มีโอกาสเรียนต่อจนจบปริญญาโทสายนาฏศิลป์ และการเป็นวิทยากรด้านนาฏศิลป์ให้กับผู้คนที่สนใจอยากเรียนรู้</p>



<p>ประโยคที่เคยพูดกับตัวเองว่า “อย่างน้อยให้จบวุฒิ ม.6 ก็พอแล้ว” การได้เห็นบรมครูด้านต่าง ๆ ที่ผลัดเปลี่ยนเวียนกันมาสอนในหลักสูตรหมอลำศึกษา กลายเป็นแรงบันดาลใจที่ทำให้วันใหม่ตั้งหลักทางความคิดและชัดเจนกับตัวเองว่าความฝันของฉันคือการได้เป็นเหมือนกับคุณครูที่ถ่ายทอดวิชาให้กับตัวฉันในวันนี้</p>



<p>หมอลำศึกษาพิสูจน์ให้เห็นว่าเมื่อระบบการศึกษาถูกออกแบบให้ยืดหยุ่นมากเพียงพอ ความสนุกในการเรียนรู้จะมอบคืนสู่ผู้เรียนที่มีบริบทชีวิตที่แตกต่างกัน ความฝันของเด็ก ๆ ที่เคยหล่นหายในระหว่างการเดินทางบนระบบการศึกษากระแสหลัก ถูกรื้อฟื้นให้กลับมามีชีวิตอีกครั้ง ความฝันที่ไม่เคยกล้าฝันกลับกลายเป็นเรื่องที่เป็นไปได้ พร้อมกับการแสดงบนเวทีที่ยังดำเนินต่อไปเพื่อมอบความสุขให้กับทุกคนที่อยู่หน้าเวที</p><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/article-240826/">แม้ไฟหน้าฮ้านดับลง แต่ชีวิตยังคงส่องสว่าง รื้อฟื้นความฝันที่หล่นหายระหว่างทาง ด้วยการเรียนรู้ที่ยืดหยุ่นผ่านหลักสูตร “หมอลำศึกษา”</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>จากหลังฮ้านถึงมหาวิทยาลัย ตามหาความฝันที่เคยหล่นหายของ ‘เด็กในวงหมอลำ’</title>
		<link>https://www.eef.or.th/article-230826/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 24 Aug 2026 08:19:11 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[บทความ]]></category>
		<category><![CDATA[Movement]]></category>
		<category><![CDATA[ศูนย์การเรียนปัญญากัลป์]]></category>
		<category><![CDATA[หมอลำ]]></category>
		<category><![CDATA[ห้องเรียนหลังฮ้าน]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?p=104936</guid>

					<description><![CDATA[<p>“จบแค่ ม.3 ชีวิตมึงได้แค่นี้แหละ” หยกจำคำพูดเหล่านั้นได [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/article-230826/">จากหลังฮ้านถึงมหาวิทยาลัย ตามหาความฝันที่เคยหล่นหายของ ‘เด็กในวงหมอลำ’</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>“จบแค่ ม.3 ชีวิตมึงได้แค่นี้แหละ”</p>



<p>หยกจำคำพูดเหล่านั้นได้ดี</p>



<p>มันเป็นถ้อยคำที่ตามมาติดๆ กับคำตัดสินอีกหลายอย่าง …เรียนไม่จบ เป็นแม่ตั้งแต่อายุยังน้อย ออกจากบ้านมาทำงานในวงหมอลำ ฝากลูกไว้ให้ครอบครัวช่วยเลี้ยง และคงทำได้เพียงเต้นกินรำกินไปวันๆ</p>



<p>สำหรับคนพูด นั่นอาจเป็นเพียงประโยคที่หลุดออกมาแล้วผ่านเลยไป แต่สำหรับ <strong>‘หยก’ วิภาภรณ์ ฟองลม</strong> มันติดอยู่ในความทรงจำ เหมือนใครบางคนเอาเส้นมาขีดไว้ล่วงหน้า ว่าชีวิตของผู้หญิงคนหนึ่งควรไปได้ไกลแค่ไหน</p>



<p>หยกไม่ได้เถียงยืดยาว เธอตอบเพียงว่า “อย่าเพิ่งตัดสินในตอนนี้ ลองรอดูอีกสองปีข้างหน้า”</p>



<p>วันนี้ หยกยังคงเป็นแดนเซอร์อยู่กับวงสาวน้อยเพชรบ้านแพง ยังคงแต่งหน้า สวมชุดการแสดง และขึ้นฮ้านไปตามจังหวะดนตรีเหมือนหลายปีที่ผ่านมา</p>



<p>ส่วนอีกหนึ่งบทของชีวิต เธอเป็นนักศึกษาคณะศิลปศาสตร์ สาขาการแสดง มหาวิทยาลัยชินวัตร เรียนทั้งนาฏศิลป์และศาสตร์การแสดงแขนงต่างๆ โดยผลงานชิ้นล่าสุดในมหาวิทยาลัยของเธอ คือการนำหมอลำไปแสดงต่อหน้าเพื่อนนักศึกษา ซึ่งส่วนใหญ่เป็นชาวจีน หมอลำที่ครั้งหนึ่งเคยถูกใช้เป็นเหตุผลตัดสินว่าเธอไม่มีอนาคต วันนี้กลับกลายเป็นความรู้ที่หยกนำติดตัวเข้าไปในมหาวิทยาลัย</p>



<p>แต่ระหว่างวันวานจนถึงกับวันนี้ ความฝันของหยกเลยหายไปจากชีวิตของเธอนานหลายปี</p>



<figure class="wp-block-image size-full"><img decoding="async" loading="lazy" width="855" height="570" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/08/2f-copy.jpg" alt="" class="wp-image-104941" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/08/2f-copy.jpg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/08/2f-copy-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/08/2f-copy-768x512.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/08/2f-copy-750x500.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/08/2f-copy-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /></figure>



<p></p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>เมื่อการตั้งครรภ์ทำให้ประตูโรงเรียนปิดลง</strong></h3>



<p>ย้อนไปเมื่อตอนเรียนชั้น ป.6 หยกเคยทดลองกับตัวเองด้วยวิธีประหลาดตามประสาเด็ก เธอตัดสินใจไม่ไปฟ้อนรำในงานหนึ่งของโรงเรียน เพื่อดูให้แน่ใจว่า ตัวเองชอบนาฏศิลป์จริงๆ หรือเพียงหลงใหลไปชั่วคราว</p>



<p>แต่พอเห็นเพื่อนแต่งตัวสวย เตรียมออกไปแสดงโดยที่ตัวเองไม่ได้ไปด้วย หยกกลับรู้สึกน้อยใจ โหยหา และอยากยืนร่ายรำเหมือนภาพตรงหน้า ความรู้สึกในวันนั้นให้คำตอบว่า นาฏศิลป์ไม่ใช่งานอดิเรกที่ทำหรือไม่ทำก็ได้ หากเป็นสิ่งที่เธออยากอยู่ด้วยจริงๆ</p>



<p>นับจากนั้น เมื่อใครถามว่าโตขึ้นอยากเป็นอะไร หยกจะตอบอย่างไม่ลังเลว่า&nbsp; “อยากเป็นครูนาฏศิลป์ค่ะ”</p>



<p>ก่อนเข้าเรียนมัธยมต้น เธอเริ่มตามรุ่นพี่เข้าไปอยู่ในวงหมอลำโดยไม่มีตำแหน่ง ไม่มีค่าจ้าง และยังไม่ได้ขึ้นแสดง หยกเพียงอยากอยู่ใกล้สิ่งที่ตัวเองชอบ จึงเสนอตัวช่วยทุกอย่างเท่าที่เด็กคนหนึ่งจะทำได้ ตั้งแต่เก็บชุด ดูแลเครื่องหัว ช่วยรุ่นพี่แต่งตัว ไปจนถึงนั่งมองการเต้นอยู่ข้างฮ้าน</p>



<p>“ตอนนั้นยังไม่มีใครจ้างค่ะ เรียกว่าเราไปเสนอหน้าขอเขาทำเองมากกว่า เพราะอยากอยู่ในทีม บอกเขาว่าทำอะไรก็ได้ อยากหาเงินด้วย ก็เลยไปช่วยเก็บชุด ช่วยพี่ๆ แต่งตัว แล้วก็นั่งดูเขาเต้นอยู่ข้างฮ้าน”</p>



<p>จนวันหนึ่ง เมื่อแดนเซอร์รุ่นพี่ตั้งครรภ์และต้องหยุดแสดง โอกาสจึงมาถึง เด็กหญิง หยกได้ขึ้นไปเต้นแทน ก่อนจะกลายเป็นแดนเซอร์ประจำวงเต็มตัวในช่วงชั้น ม.3</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-full"><img decoding="async" loading="lazy" width="855" height="570" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/08/2e-copy.jpg" alt="" class="wp-image-104942" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/08/2e-copy.jpg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/08/2e-copy-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/08/2e-copy-768x512.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/08/2e-copy-750x500.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/08/2e-copy-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /><figcaption class="wp-element-caption">วิภาภรณ์ ฟองลม</figcaption></figure></div>


<p></p>



<p>ระหว่างเรียนมัธยม เธอพยายามรักษาชีวิตสองด้านไว้พร้อมกัน กลางคืนทำงานกับวง บางครั้งกลับถึงบ้านเกือบเช้า ก่อนเปลี่ยนจากชุดการแสดงเป็นเครื่องแบบแล้วไปโรงเรียนต่อ หยกยังมีเกรดเฉลี่ยมากกว่าสาม เป็นเด็กกิจกรรม และเป็นตัวแทนด้านนาฏศิลป์ของโรงเรียน</p>



<p>แต่เมื่อหยกตั้งครรภ์ในช่วง ม.4 การเรียนในรูปแบบเดิมก็ไปต่อไม่ได้ แม้ครูนาฏศิลป์จะพยายามช่วยพูดคุยกับโรงเรียน สุดท้ายเธอต้องหยุดเรียน แล้วหันมาทำงานเต็มตัวเพื่อดูแลตัวเอง ครอบครัว และลูกที่เธอเรียกว่า ‘ของขวัญ’ กำลังจะเกิดมา</p>



<p>ความฝันที่จะเป็นครูนาฏศิลป์จึงเลือนหาย เพราะประตูที่จะพาเธอไปถึงความฝันนั้นปิดลง</p>



<p>“มันมืดไปหมดเลยค่ะ ตอนนั้นมองไม่เห็นอะไรแล้ว มันตื้อไปหมด ยังไม่กล้าบอกแม่ด้วยตอนแรก เราแตกสลาย เพราะเราเลือกแล้วว่าจะเดินไปทางนาฏศิลป์ จะไปให้ถึงฝัน แต่มันดันมีเรื่องนี้เกิดขึ้นก่อน”&nbsp;</p>



<p>เธอยังรำได้ ยังเต้นได้ และยิ่งทำงานนานขึ้นก็ยิ่งมีประสบการณ์มากขึ้น แต่ต่อให้ร่างกายจดจำท่วงท่าได้มากเพียงใด ต่อให้ผ่านเวทีมาแล้วนับครั้งไม่ถ้วน หยกก็ยังไม่มีวุฒิ ม.6 สำหรับใช้สมัครมหาวิทยาลัย</p>



<p>กระทั่งหมอลำศึกษาพาเธอกลับมาเรียนอีกครั้ง</p>



<p></p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>โรงเรียนที่ไม่ขอให้เธอทิ้งการรำไว้ข้างหลัง</strong></h3>



<p>ในตอนแรก หยกไม่ได้มองเส้นทางนี้ด้วยความหวังมากนัก ตรงกันข้าม เธอระแวงคนจากศูนย์การเรียนปัญญากัลป์ที่คอยโทรตามให้ส่งใบสมัคร เข้าเรียน และส่งงาน จนอดคิดไม่ได้ว่า คนเหล่านี้เป็นมิจฉาชีพหรือเปล่า</p>



<p>“ตอนแรกก็ห้าสิบห้าสิบค่ะ กลัวว่าจะไม่จบจริง โรงเรียนอะไรก็ไม่รู้ แล้วเราเป็นรุ่นแรกด้วย จะจบไหมวะ”</p>



<figure class="wp-block-image size-full"><img decoding="async" loading="lazy" width="855" height="570" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/08/2m-copy.jpg" alt="" class="wp-image-104945" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/08/2m-copy.jpg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/08/2m-copy-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/08/2m-copy-768x512.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/08/2m-copy-750x500.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/08/2m-copy-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /></figure>



<p></p>



<p>ระหว่างที่หยกยังลังเล <strong>‘พี่ออม’ ณัฐการณ์ รัตตะกุญชร </strong>หนึ่งในทีมงานของศูนย์การเรียนบอกกับเธอเพียงว่า “ลองเปิดใจดูก่อน” หยกจึงยอมลอง</p>



<p>หยกเล่าว่าช่วงนั้นเธอไม่ได้ทำงานอยู่ในวงหมอลำแล้ว แต่เปลี่ยนไปทำงานประจำที่ร้านอาหาร เมื่อปัญญากัลป์แจ้งว่าจะมีค่ายเรียนรู้เข้มข้นเป็นเวลาห้าวัน หยกจึงเข้าไปขอลางานกับหัวหน้า พร้อมอธิบายว่าจะไปเรียน</p>



<p>คำตอบที่ได้รับกลับมาคือ “ถ้าจะลาหลายวันขนาดนั้น ก็ลาออกไปซะ”</p>



<p>หยกฟังแล้วถามกลับว่า “แค่จะลาไปเรียนถึงกับต้องให้ออกจากงานเลยหรอ” เมื่ออีกฝ่ายยังยืนยันคำเดิม เธอจึงขอใบลาออกมาเซ็น ก่อนเดินออกจากร้านอาหารแห่งนั้น</p>



<p>“หนูไม่ชอบคนพูดประชด หนูก็เลยบอกว่าเอาใบลาออกมาเลยค่ะ แล้วหนูก็เซ็น แล้วเดินออกไปเลย” เธอเล่าวีรกรรมยิ้มๆ</p>



<p>การกลับเข้าสู่การศึกษาของหยกจึงไม่ได้ราบรื่น แต่เริ่มจากการยอมปล่อยมือจากรายได้ที่อยู่ตรงหน้า ทั้งที่ยังไม่แน่ใจด้วยซ้ำว่าเส้นทางใหม่จะพาเธอไปถึงไหน</p>



<p>วันรุ่งขึ้น หยกมาถึงค่ายพร้อมกับข่าวว่างานเพิ่งหายไปเพราะเลือกมาเรียน เธอเล่าเรื่องทั้งหมดให้คุณครู คล้ายต้องการยืนยันว่า “เห็นไหมล่ะว่าหนูตั้งใจมาเรียนแค่ไหน”&nbsp;</p>



<p>ครูไม่อาจทำให้งานที่หายไปกลับคืนมา หรือชดเชยรายได้ที่หยกต้องเสียไป สิ่งที่ทำได้ในตอนนั้นคือพยายามไม่ให้เธอจมอยู่กับความเครียด และเมื่อเจ้าของร้านโทรตามให้ไปรับค่าจ้าง ‘พี่ออม’ ก็เดินทางไปเป็นเพื่อนเธอด้วย</p>



<p>สำหรับหยก นั่นอาจเป็นความแตกต่างเล็กๆ แต่มีความหมาย ระหว่างโรงเรียนที่มองเห็นเพียงว่าเด็กมาเรียนหรือขาดเรียน กับพื้นที่การศึกษาที่มองเห็นว่า ชีวิตหนึ่งชีวิตต้องแบกอะไรติดตัวเข้ามาในห้องเรียนบ้าง</p>



<p>ตลอด 5 วันของค่าย หยกเข้าร่วมกิจกรรม ทำงาน และช่วยเหลือทุกอย่างที่พอทำได้ ความระแวงในวันแรกค่อยๆ คลายลงทีละน้อย จนเมื่อการทำโครงงานชิ้นสุดท้ายสิ้นสุดลง คนที่เคยถามว่า “โรงเรียนอะไรก็ไม่รู้” กลับไม่อยากให้ค่ายจบ</p>



<p>“ตอนจบโปรเจกต์ไม่อยากกลับเลยค่ะ ยังอยากอยู่ในค่ายต่อ อยากอยู่กับอาจารย์ต่อ รู้สึกเหมือนอยู่กับครอบครัว ทุกคนไม่ได้ทำให้รู้สึกว่า คนนี้เป็นครู คนนี้เป็นผู้อำนวยการ”</p>



<figure class="wp-block-image size-full"><img decoding="async" loading="lazy" width="855" height="570" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/08/2b-copy.jpg" alt="" class="wp-image-104946" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/08/2b-copy.jpg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/08/2b-copy-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/08/2b-copy-768x512.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/08/2b-copy-750x500.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/08/2b-copy-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /></figure>



<p></p>



<p>สำหรับ<strong> ดร.ศุภชัย ไตรไทยธีระ หรือ ‘อาจารย์ใหม่’ </strong>ประธานศูนย์การเรียนปัญญากัลป์ มองว่า การเรียนรู้ไม่จำเป็นต้องถูกกำหนดด้วยสถานที่และเวลาแบบเดียวกันทั้งหมด การศึกษานอกระบบมีความเป็นไปได้ตรงที่สามารถเก็บเกี่ยว ‘ทุกประสบการณ์ ทุกช่วงจังหวะชีวิต ทุกแรงจูงใจ และทุกความฝัน’ มาอธิบายใหม่ในฐานะการเรียนรู้ได้</p>



<p>นั่นหมายความว่า การกลับมาเรียนของหยกไม่จำเป็นต้องเริ่มต้นจากการย้อนกลับไปเป็นเด็กนักเรียนคนเดิม เธอไม่ต้องวางบทบาทแม่ไว้หน้าประตู ไม่ต้องทำเหมือนหลายปีในวงหมอลำไม่เคยเกิดขึ้น และไม่ต้องทิ้งความรู้ซึ่งสะสมอยู่ในมือ สายตา และร่างกาย เพื่อแลกกับการได้รับการยอมรับจากระบบการศึกษา</p>



<p>สิ่งที่ศูนย์ทำเพียงแค่ขยับพื้นที่เรียนรู้ให้เข้ามารองรับชีวิตอย่างที่มันเป็นจริงๆ</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-full"><img decoding="async" loading="lazy" width="855" height="570" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/08/2k-copy.jpg" alt="" class="wp-image-104949" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/08/2k-copy.jpg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/08/2k-copy-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/08/2k-copy-768x512.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/08/2k-copy-750x500.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/08/2k-copy-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /><figcaption class="wp-element-caption">ดร.ศุภชัย ไตรไทยธีระ</figcaption></figure></div>


<p></p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>เด็กทุกคนไม่ได้เริ่มจากศูนย์&nbsp;</strong></h3>



<p>เมื่อหยกก้าวกลับเข้ามาเรียน เธอไม่ได้เข้ามามือเปล่า</p>



<p>หลายปีหลังฮ้านได้ฝากความรู้จำนวนมากไว้ในตัวเธอ ตั้งแต่การดูแลชุดและเครื่องหัว การเตรียมตัวก่อนขึ้นแสดง การอ่านจังหวะเพลง จดจำท่าเต้น ไปจนถึงการสังเกตว่าคนแต่ละฝ่ายต้องขยับตัวอย่างไร เพื่อให้การแสดงหนึ่งคืนผ่านไปได้โดยไม่สะดุด</p>



<p>โดยระหว่างเรียนหมอลำศึกษา หยกยังต้องทำใบงานวิชาพื้นฐานเหมือนนักเรียนทั่วไป ทั้งคณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ ภาษาไทย และภาษาอังกฤษ เพียงแต่โจทย์ไม่ได้วางชีวิตของเธอทิ้งไว้ข้างนอก แล้วชวนให้จินตนาการถึงสถานการณ์ที่ไม่เคยพบเจอ</p>



<figure class="wp-block-image size-full"><img decoding="async" loading="lazy" width="855" height="570" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/08/2g-copy.jpg" alt="" class="wp-image-104950" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/08/2g-copy.jpg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/08/2g-copy-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/08/2g-copy-768x512.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/08/2g-copy-750x500.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/08/2g-copy-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /></figure>



<p></p>



<p>โจทย์วิทยาศาสตร์ข้อหนึ่งถามว่า ‘หากเครื่องทำควันบนเวทีตั้งอยู่ทางซ้าย แต่ลมพัดมาจากทางขวา ควรจัดวางอุปกรณ์อย่างไร’</p>



<p>หยกไม่ได้รู้คำตอบในทันที เธอจึงเดินไปถามพี่คอนวอยที่ทำงานกับเวที แสง และอุปกรณ์เหล่านี้อยู่ทุกคืน</p>



<p>“หนูก็ถามว่า ‘อ้ายเฮ็ดจั่งได๋’ เขาก็บอกว่า ถ้าลมพัดมาทางนี้ก็ไม่ต้องเปิดฝั่งซ้าย ให้ย้ายไปเปิดอีกฝั่ง หนูก็เอาคำตอบมาเขียน”</p>



<p>บางข้อถามถึงน้ำหนักและความยาวของเหล็ก หยกก็ยกใบงานไปหาคนที่จับเหล็กเหล่านั้นอยู่จริง ถามว่าเหล็กชิ้นนี้หนักเท่าไร ยาวแค่ไหน และใช้งานอย่างไร</p>



<p>เธอเรียกวิธีของตัวเองอย่างขบขันว่าเป็นการ “ฉลาดแกมโกง” เพราะไม่ได้หาคำตอบอยู่คนเดียว บางครั้งถาม Google บางครั้งถามพี่ๆ ในวง จนอีกฝ่ายสงสัยว่าเธอกำลังเรียนอะไร ทำไมจึงมีคำถามมาถามได้ทุกวัน</p>



<p>“เขาถามว่าเรียนอีหยัง เรียนด็อกเตอร์ติ หนูก็ถามแกทุกวันจนแกชิน พอหนูเรียนจบแล้วไม่ได้ถาม แกกลับถามว่า ‘บ่ถามแล้วติมื้อนี้’”</p>



<p>หากมองแบบการเรียนในห้องทั่วไป วิธีนี้อาจดูคล้ายการไปขอคำตอบจากคนอื่น แต่หากมองผ่านชีวิตของหยก มันคือช่วงเวลาที่คนทำงานรอบตัวเธอเริ่มมีสถานะเป็นครู และสถานที่ทำงานซึ่งไม่เคยถูกเรียกว่าโรงเรียน เริ่มเผยให้เห็นบทเรียนที่ซ่อนอยู่</p>



<p>คำตอบไม่ได้ลอยมาจากตำราเพียงทางเดียว แต่มาจากคนที่ผ่านการติดตั้งเวทีมาแล้วนับร้อยครั้ง มาจากช่างที่อ่านทิศทางลมโดยไม่ต้องท่องนิยาม มาจากประสบการณ์ซึ่งถูกลองผิดลองถูกอยู่หลังฮ้านแทบทุกคืน</p>



<p>หยกไม่ได้เพียงนำคำตอบของคนอื่นมาเติมลงในช่องว่างของใบงาน ระหว่างถาม เธอต้องกลับไปมองสิ่งที่เคยเห็นจนชินด้วยสายตาใหม่ เหล็กที่เคยเป็นเพียงของชิ้นหนึ่งเริ่มมีน้ำหนัก ความยาว และความสัมพันธ์กับโครงสร้างเวที ควันที่เคยลอยผ่านสายตาเริ่มเชื่อมเข้ากับทิศทางลม ขณะที่แสง เสียง และการเคลื่อนไหวบนเวทีต่างมีหลักการบางอย่างรองรับอยู่เบื้องหลัง</p>



<p>วิชาที่ครั้งหนึ่งอาจดูห่างไกลจึงค่อยๆ เผยตัวอยู่ในงานที่เธอทำมาตลอด</p>



<figure class="wp-block-image size-full"><img decoding="async" loading="lazy" width="855" height="570" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/08/2o-copy.jpg" alt="" class="wp-image-104952" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/08/2o-copy.jpg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/08/2o-copy-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/08/2o-copy-768x512.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/08/2o-copy-750x500.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/08/2o-copy-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /></figure>



<p></p>



<p>สำหรับอาจารย์ใหม่ การนับคุณภาพการเรียนรู้ของเด็กกลุ่มนี้จึงไม่ใช่เฉพาะวันที่พวกเขาเปิดใบงานหรือเดินเข้าค่าย เพราะก่อนหน้านั้น เด็กจำนวนมากใช้เวลาทำงานอยู่ในวงปีละกว่าสองร้อยคืน แต่ละคืนเต็มไปด้วยการสังเกต จดจำ ทดลอง แก้ปัญหา และเรียนรู้จากคนที่มีประสบการณ์มากกว่า</p>



<p>“เราต้องไม่ลืมเวลา 200 กว่าวันที่เด็กเรียนรู้จากการทำงานจริง นั่นคือการเรียนรู้ของเขา ถ้าจะถามว่ามาเข้าค่าย 5 วันแล้วจะมีคุณภาพได้อย่างไร ก็ต้องเอา 200 กว่าวันนั้นมานับรวมด้วย”</p>



<p>หมอลำศึกษาจึงไม่ได้ย่นระยะการเรียนด้วยการแจกวุฒิให้แก่ประสบการณ์ทุกอย่างโดยอัตโนมัติ แต่เริ่มจากการยอมรับว่า การเรียนรู้ของมนุษย์ไม่ได้เกิดขึ้นเฉพาะในเวลาที่ระบบกำหนดไว้</p>



<p>สิ่งที่หยกพบ เห็น และทำซ้ำอยู่หลายปีไม่ใช่ความว่างเปล่า หากเป็นทุนความรู้ที่สะสมอยู่เงียบๆ รอให้ใครสักคนช่วยหยิบขึ้นมา ตั้งคำถาม และเชื่อมต่อกับสิ่งที่กว้างกว่าเดิม</p>



<p></p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>จากรำได้ สู่รู้ว่ากำลังรำอะไร</strong></h3>



<p>หยกเรียนเต้นด้วยการมองมาตั้งแต่ยังไม่มีตำแหน่งในวง</p>



<p>เธอนั่งอยู่ข้างฮ้าน เฝ้าดูรุ่นพี่วางแขน ก้าวเท้า เอียงตัว และขยับไปตามจังหวะ ก่อนนำภาพเหล่านั้นกลับไปจดจำด้วยร่างกาย เมื่อได้รับโอกาสให้ขึ้นแสดงแทนแดนเซอร์รุ่นพี่ เธอก็อาศัยสิ่งที่เฝ้ามองมาตลอดพาตัวเองขึ้นไปยืนบนเวที</p>



<p>การทำงานซ้ำคืนแล้วคืนเล่าทำให้หยกรำได้คล่องขึ้น รู้ว่าจังหวะไหนต้องเคลื่อนตัวไปตรงไหน และต้องปรับท่าทางอย่างไรให้ทันคนอื่น ทักษะชนิดนี้ไม่ได้เกิดขึ้นง่ายๆ หากต้องผ่านการฝึกฝน ความผิดพลาด สายตาของผู้ชม และการปรับตัวอยู่ตลอดเวลา</p>



<p>แต่ความชำนาญจากการทำงานมีข้อจำกัดของมัน</p>



<figure class="wp-block-image size-full"><img decoding="async" loading="lazy" width="855" height="570" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/08/2n-copy.jpg" alt="" class="wp-image-104955" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/08/2n-copy.jpg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/08/2n-copy-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/08/2n-copy-768x512.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/08/2n-copy-750x500.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/08/2n-copy-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /></figure>



<p></p>



<p>ในวงหมอลำ เป้าหมายสำคัญของแต่ละคืนคือทำให้การแสดงดำเนินไปให้ได้ คนที่เข้ามาใหม่จึงมักเริ่มจากการจำและทำตาม รุ่นพี่สอนท่าใดก็ฝึกท่านั้น ครูเต้นจัดแถวอย่างไรก็เคลื่อนตัวไปตามตำแหน่ง ส่วนคำถามว่าท่วงท่าเหล่านั้นมาจากไหน มีความหมายอย่างไร หรือเกี่ยวข้องกับขนบแบบใด อาจไม่มีเวลาถูกหยิบขึ้นมาพูดถึง</p>



<p><strong>ผศ.ดร.ศิริเพ็ญ อัตไพบูลย์ </strong>ผู้เชี่ยวชาญด้านท่าฟ้อนอีสาน ศิลปะการแสดงพื้นบ้านเพื่อการศึกษา และการขับลำในวัฒนธรรมลุ่มน้ำโขง หรือที่เด็กๆ เรียกว่า <strong>‘แม่เพ็ญศิริ’ </strong>หนึ่งในผู้สอนของหมอลำศึกษา อธิบายว่า เด็กหลายคนเข้าวงแล้วเริ่มเรียนรำ เรียนเต้น และแต่งหน้าเพื่อขึ้นแสดงทันที แต่ยังไม่เคยรู้จักเส้นทางที่อยู่เบื้องหลังสิ่งเหล่านั้น ตั้งแต่พิธีไหว้ครู ความสัมพันธ์ระหว่างศิษย์กับครู ไปจนถึงรากของท่าฟ้อนแต่ละแบบ</p>



<p>“เขาฟ้อนได้ แต่ไม่รู้ที่มาที่ไปว่าท่านั้นมาจากอะไร คนสอนให้รำอย่างไรก็รำไป สอนให้เต้นอย่างไรก็เต้นไป แต่เมื่อเข้าค่าย เด็กจะได้รู้ลึกลงไปว่าท่าฟ้อนมีแม่แบบ มีรากเหง้า และมีองค์ความรู้อยู่ข้างใต้”</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-full"><img decoding="async" loading="lazy" width="855" height="570" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/08/1k-copy.jpg" alt="" class="wp-image-104956" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/08/1k-copy.jpg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/08/1k-copy-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/08/1k-copy-768x512.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/08/1k-copy-750x500.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/08/1k-copy-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /><figcaption class="wp-element-caption">ผศ.ดร.ศิริเพ็ญ อัตไพบูลย์</figcaption></figure></div>


<p></p>



<p>เด็กๆ ได้ย้อนกลับไปเรียนท่าแม่บทอีสาน เรียนรู้ท่าฟ้อนอัตลักษณ์ของศิลปินแห่งชาติ และสังเกตว่า ศิลปินแต่ละคนมีวิธีใช้ร่างกายบอกตัวตนอย่างไร ท่าบางท่าที่หยกอาจเคยผ่านตาอยู่หลายครั้ง แต่ไม่เคยรู้ว่ามีชื่อหรือมีที่มา ก็เริ่มปรากฏรายละเอียดขึ้น</p>



<p>ความรู้เรื่องรากไม่ได้มีไว้เพื่อแช่แข็งหมอลำให้อยู่ในรูปเดิม หรือบังคับให้เด็กรุ่นใหม่รำเหมือนคนรุ่นก่อนทุกกระเบียด หากช่วยให้การเปลี่ยนแปลงไม่กลายเป็นการเคลื่อนไปโดยไร้ที่มา</p>



<p>ในความหมายของแม่เพ็ญศิริคือ ก่อนจะดัดแปลง เด็กต้องรู้ว่ากำลังดัดแปลงจากอะไร ก่อนจะสร้างท่าใหม่ ต้องมองเห็นภาษาของร่างกายที่คนรุ่นก่อนหน้าสั่งสมไว้ และก่อนจะพาหมอลำไปพบผู้ชมกลุ่มใหม่ ต้องเข้าใจเสียก่อนว่า หัวใจของสิ่งที่กำลังพาไปนั้นคืออะไร</p>



<p><strong>ผศ.ดร.พชญ อัครพราหมณ์ หรือ ‘อาจารย์ต้อง’</strong> รองคณบดีฝ่ายวิจัย นวัตกรรม และศิลปวัฒนธรรม ณ คณะศิลปกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น ผู้เชี่ยวชาญด้านศิลปะการแสดง ละครประยุกต์ และวัฒนธรรมอีสาน มองว่า เด็กในวงมีทักษะชีวิตและวัตถุดิบสร้างสรรค์ติดอยู่ในตัวมากมาย เพียงแต่การทำงานอยู่ในรูปแบบเดิมซ้ำๆ อาจทำให้พวกเขายังมองไม่เห็นว่าประสบการณ์เหล่านั้นสามารถนำไปสร้างความเป็นไปได้อื่นได้อีกมากมาย</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-full"><img decoding="async" loading="lazy" width="855" height="570" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/08/1h-copy.jpg" alt="" class="wp-image-104925" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/08/1h-copy.jpg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/08/1h-copy-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/08/1h-copy-768x512.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/08/1h-copy-750x500.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/08/1h-copy-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /><figcaption class="wp-element-caption">ผศ.ดร.พชญ อัครพราหมณ์</figcaption></figure></div>


<p></p>



<p>“ประสบการณ์ของเขาตกผลึกอยู่ในเนื้อตัวทุกปี คำถามคือทำอย่างไรให้น้องรู้ว่าเขามีของ และสามารถดึงมันออกมาทำอย่างอื่นได้ เขาไม่ได้เป็นเพียงคนทำงานอยู่ตรงนี้ แต่เป็นศิลปิน เป็นนักสร้างสรรค์ และเดินทางต่อด้วยตัวเองได้”</p>



<p>ในชั้นเรียนของอาจารย์ต้อง เด็กไม่ได้รับเพียงคำสั่งว่าให้รำท่าไหน หากต้องเริ่มจากคำถามว่าอยากเล่าอะไร อยากให้ผู้ชมรู้สึกอย่างไร และประสบการณ์แบบใดในชีวิตของพวกเขาจะถูกหยิบมาเป็นวัตถุดิบของการแสดง</p>



<p>บางความคิดใช้ได้ บางความคิดเมื่อลองทำแล้วอาจยังไม่ไปถึงสิ่งที่ต้องการ แต่พื้นที่ศิลปะเปิดโอกาสให้พวกเขาทดลองใหม่ โดยไม่รีบตัดสินว่าคำตอบมีเพียงถูกหรือผิด</p>



<p>อาจารย์ต้องเรียกกระบวนการนี้ว่า การชวนคิด ชวนถาม ชวนทำ และ “ปลุกระดมไอเดีย” เพื่อให้เด็กนำวัตถุดิบจากชีวิตออกมาใช้ การเรียนจึงเคลื่อนจากการเรียนซ้ำ ไปสู่การประยุกต์และสร้างบางสิ่งที่ยังไม่เคยมีมาก่อน</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img decoding="async" loading="lazy" width="1400" height="933" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/08/image-41-1400x933.jpeg" alt="" class="wp-image-104958" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/08/image-41-1400x933.jpeg 1400w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/08/image-41-300x200.jpeg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/08/image-41-768x512.jpeg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/08/image-41-1536x1024.jpeg 1536w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/08/image-41-750x500.jpeg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/08/image-41-272x182.jpeg 272w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/08/image-41.jpeg 2048w" sizes="(max-width: 1400px) 100vw, 1400px" /></figure>



<p></p>



<p>สำหรับหยก ความเปลี่ยนแปลงนี้มีความหมายมากกว่าการเต้นได้เก่งขึ้น</p>



<p>ตลอดหลายปีในวง เธอเคยอยู่ในฐานะคนรับท่า จดจำ และทำให้ตรงตามสิ่งที่ทีมต้องการ แต่เมื่อการเรียนพาให้เธอเห็นรากของท่ารำ เข้าใจองค์ประกอบของการแสดง และเริ่มตั้งคำถามกับสิ่งที่ตัวเองทำ ความสัมพันธ์ระหว่างเธอกับหมอลำก็ค่อยๆ เปลี่ยนไป</p>



<p>จากคนที่เคยรอว่าคืนนี้ต้องเต้นเพลงอะไร หยกเริ่มคิดได้ว่า หากเป็นผู้สร้าง เธออยากเล่าเรื่องใด จากคนที่เคยทำให้ท่ารำสวยงาม เธอเริ่มถามว่าท่านั้นกำลังสื่อสารอะไร และจากประสบการณ์ที่เคยติดอยู่กับร่างกายของเธอเพียงคนเดียว มันเริ่มกลายเป็นความรู้ที่สามารถอธิบาย ออกแบบ และถ่ายทอดแก่ผู้อื่นได้</p>



<p>การศึกษาจึงไม่ได้เข้ามาบอกว่าความรู้เดิมของหยกยังไม่ดีพอ แต่ทำให้เธอมองเห็นของที่มีอยู่ในตัวเองชัดขึ้น พร้อมกับเปิดพื้นที่ให้ลองใช้มันในฐานะผู้คิดและผู้สร้างงาน</p>



<p></p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>วุฒิไม่ได้สร้างความสามารถ แต่สร้างเปิดประตู</strong></h3>



<p>ในช่วงที่หยกเริ่มหาเงินจากการเต้นได้จริง วุฒิการศึกษาแทบไม่มีน้ำหนักในชีวิตของเธอ</p>



<p>ค่าตัวแดนเซอ์คืนละ 500-800 บาท ยังไม่รวมทิป บางคืนที่คนดูเอ็นดู เด็กสาวตัวเล็กเพียงคนเดียวในทีมอาจได้เงินเพิ่มอีกหลายพัน หยกจำได้ว่างานหนึ่งที่เขมราฐ เธอได้รับทิปมากกว่า 5,000 บาท&nbsp;</p>



<p>“ตอนนั้นหนูคิดว่าอนาคตคงไปไม่ได้แล้ว ก็เลยปล่อยวาง ถ้าจะเรียนก็คงเรียนไปนานแล้ว หนูบอกเพื่อนเลยว่า ‘กูไม่เรียนแล้ว กูจะทำงาน’”</p>



<figure class="wp-block-image size-full"><img decoding="async" loading="lazy" width="855" height="570" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/08/2L-copy.jpg" alt="" class="wp-image-104961" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/08/2L-copy.jpg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/08/2L-copy-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/08/2L-copy-768x512.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/08/2L-copy-750x500.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/08/2L-copy-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /></figure>



<p></p>



<p>อีกทั้งการทำงานในวงหมอลำก็ไม่เคยถามว่าเธอจบ ม.3 หรือ ม.6 หากถามว่าจำท่าได้หรือไม่ เต้นทันหรือเปล่า รับงานไหวแค่ไหน และทำให้ผู้ชมมองมาที่เวทีได้หรือไม่ ตราบใดที่ร่างกายยังแข็งแรง มีงานให้เล่น และรายได้ยังเข้ามา หยกก็ไม่เห็นชัดนักว่าวุฒิการศึกษาจะช่วยอะไรเธอได้มากกว่านั้น</p>



<p>แต่รายได้ที่ได้มาด้วยร่างกายย่อมมีเงื่อนไข หยกอาจเต้นได้ดีขึ้นตามประสบการณ์ ทว่าร่างกายไม่อาจอยู่บนเวทีได้ตลอดไป วันหนึ่งเธออาจเหนื่อย อิ่มตัว หรือเพียงอยากเลือกชีวิตอีกแบบ เมื่อถึงวันนั้น วุฒิการศึกษาจึงกลายเป็นสิ่งที่ช่วยให้เธอมีทางเลือกมากกว่าเดิม</p>



<p>ปัญหาคือ ในวันที่อยากเปลี่ยนทาง ความสามารถซึ่งเคยทำเงินให้เธอได้ทุกคืน อาจไม่เพียงพอสำหรับเปิดประตูบางบาน และความฝันที่จะเป็นครูนาฏศิลป์คือประตูบานนั้น</p>



<p>กระทั่งวันที่ได้รับวุฒิ ม.6 จากการเรียนหมอลำศึกษาที่ศูนย์การเรียนรู้ปัญญากัลป์ สิ่งที่เคยมองไม่เห็นจึงค่อยๆ ปรากฏเป็นเส้นทางขึ้นมาอีกครั้ง</p>



<p>“พอได้วุฒิ ม.6 มาถือไว้ ความฝันที่จะเป็นครูนาฏศิลป์ซึ่งเคยมองว่าไกลมาก ก็เหมือนขยับเข้ามาใกล้ขึ้นค่ะ เพราะอย่างน้อยเราก็มีสิ่งที่จะพาไปต่อได้แล้ว”</p>



<p>วุฒิไม่ได้ทำให้ความฝันกลับมาเพราะมันมีคุณค่าขลังในตัวเอง หากเพราะเป็นหลักฐานชิ้นหนึ่งที่ระบบการศึกษายอมรับ และทำให้หยกมีสิทธิยืนอยู่หน้าประตูเดียวกับคนอื่น</p>



<figure class="wp-block-image size-full"><img decoding="async" loading="lazy" width="855" height="570" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/08/2d-copy.jpg" alt="" class="wp-image-104962" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/08/2d-copy.jpg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/08/2d-copy-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/08/2d-copy-768x512.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/08/2d-copy-750x500.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/08/2d-copy-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /></figure>



<p></p>



<p>ไม่นานหลังจากนั้น ป้าของหยกส่งข้อมูลหลักสูตรด้านศิลปะตะวันออกและการแสดงของมหาวิทยาลัยชินวัตรมาให้ทางแชต เนื้อหาเกี่ยวพันกับสิ่งที่เธอคุ้นเคย ทั้งหมอลำ นาฏศิลป์ และศาสตร์การแสดง</p>



<p>หยกตัดสินใจลองสมัคร แม้ในใจจะไม่ได้คิดว่าตัวเองมีโอกาสมากนัก ภาพของมหาวิทยาลัยเอกชนที่มีนักศึกษานานาชาติจำนวนมากยังดูห่างจากชีวิตของ แดนเซอร์ในวงหมอลำอยู่ไม่น้อย</p>



<p>“ตอนยื่นก็คิดว่าตัวเองไม่ติดนะคะ เพราะเขาเป็นนานาชาติ เป็นมหาวิทยาลัยเอกชน เราก็คิดอะไรไม่รู้ ลองดูก็ไม่เสียหาย”</p>



<p>เอกสารสำคัญที่เธอส่งไปในวันนั้นไม่ใช่แฟ้มผลงานหนาหลายหน้า เธอยังไม่ได้แนบพอร์ตเพื่อบอกว่าผ่านเวทีใดมาบ้าง หรือเต้นมาแล้วกี่ปี แต่ “ยื่นวุฒิอย่างเดียวค่ะ”</p>



<p>วันต่อมา มหาวิทยาลัยแจ้งผลตอบรับกลับมา&nbsp;</p>



<p>“พอวันต่อมาเขาแจ้งว่ารับ หนูก็งง อึ้ง คิดในใจว่า ‘เฮ้ย ได้แล้วเหรอวะ’&nbsp;</p>



<p>“ตอนหลังหนูถามอาจารย์ว่าทำไมถึงรับหนู แกบอกว่า เห็นผลงานที่หนูทำในวงมาก่อนแล้ว&nbsp; ในมหาวิทยาลัยมีคนเก่งทางวิชาการมากอยู่แล้ว แต่อยากได้คนที่มีประสบการณ์จริงแบบหนู”</p>



<p>กระดาษแผ่นเดียวไม่ได้สร้างแดนเซอร์คนใหม่ขึ้นมาในชั่วข้ามคืน ไม่ได้สอนให้หยกรำเป็น และไม่ได้ทำให้ประสบการณ์หลายปีหลังฮ้านมีค่าขึ้นมาอย่างฉับพลัน ความสามารถทั้งหมดมีอยู่ในตัวเธอก่อนหน้านั้นแล้ว แต่สิ่งที่วุฒิทำคือพาความสามารถนั้นผ่านด่านซึ่งฝีมืออย่างเดียวผ่านไปไม่ได้</p>



<p>เมื่อครั้งยังหาเงินจากการเต้นได้เป็นกอบเป็นกำ หยกเคยมองไม่เห็นความจำเป็นของวุฒิ วันนี้เธอไม่ได้ปฏิเสธความคิดของตัวเองในเวลานั้น เพราะรู้ดีว่าเด็กในวงจำนวนมากกำลังอยู่ในจังหวะชีวิตเดียวกัน เงินที่ได้รับในวันนี้เป็นเรื่องจริง ขณะที่อนาคตหลังเวทียังอยู่ไกลเกินกว่าจะนึกถึง</p>



<p>เธอจึงไม่บอกเด็กรุ่นน้องให้เลิกทำงาน หรือสรุปว่าทางที่พวกเขาเลือกอยู่ไม่มีความมั่นคง หยกเพียงชวนให้พกทางเลือกอีกหนึ่งทางติดตัวไว้</p>



<p>“หนูบอกน้องว่า ตอนนี้เขาอาจยังไม่เห็นค่าของวุฒิ แต่วันหนึ่งถ้าไม่ได้เต้นแล้ว ไม่ใช่เพราะเต้นไม่ไหว แต่อาจเพราะอิ่มตัวและอยากไปทำอย่างอื่น ถ้ามีแค่วุฒิ ม.3 หรือ ป.6 ทางเลือกก็จะน้อยลง หนูเลยอยากให้น้องเรียนต่อ อย่างน้อยมีปริญญาติดตัวไว้ เวลาไปสมัครงานก็ยังมีโอกาสมากขึ้น และอาจได้ค่าตอบแทนที่ดีกว่าเดิม”</p>



<figure class="wp-block-image size-full"><img decoding="async" loading="lazy" width="855" height="570" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/08/2p-copy.jpg" alt="" class="wp-image-104965" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/08/2p-copy.jpg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/08/2p-copy-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/08/2p-copy-768x512.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/08/2p-copy-750x500.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/08/2p-copy-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /></figure>



<p></p>



<p>วันนี้หยกยังขึ้นฮ้าน ยังทำงานเป็นแดนเซอร์และยังหาเลี้ยงครอบครัวจากความสามารถเดิม ขณะเดียวกันก็ต้องจัดสรรเวลาให้การเรียนมหาวิทยาลัย โดยตั้งใจว่าจะไม่ปล่อยให้ชีวิตด้านใดด้านหนึ่งเสียไป</p>



<p>“รู้สึกว่าเป็นผู้ใหญ่มากขึ้นค่ะ จากที่เป็นผู้ใหญ่อยู่แล้ว ความรับผิดชอบก็เพิ่มขึ้น เราต้องแบ่งเวลาให้ได้ จะไม่ให้เสียทั้งสองฝ่าย”</p>



<p>จากความฝันที่เคยมองว่าไกล วันนี้หยกบอกว่า มันเริ่มขยับเข้ามาใกล้แล้ว</p>



<p>คำว่า ‘รอดูอีกสองปี’ ที่เธอเคยพูดไว้ จึงเป็นเหมือนการขอเวลาให้ชีวิตได้เดินต่อ ก่อนจะถูกสรุปจากความผิดพลาดเพียงช่วงหนึ่ง จากวุฒิที่ขาดหาย หรือจากอาชีพที่คนภายนอกเคยมองเห็นเพียงเปลือกนอก</p>



<p>เพราะเมื่อได้เดินต่อจริงๆ หยกพิสูจน์ว่า การเป็นแม่ เป็นแดนเซอร์ และเป็นนักศึกษา ไม่จำเป็นต้องหักล้างกัน ชีวิตหนึ่งชีวิตอาจมีหลายบทบาท และการศึกษาไม่ควรบังคับให้คนต้องตัดส่วนใดส่วนหนึ่งของตัวเองทิ้งจึงจะมีสิทธิไปถึงอนาคต</p>



<p></p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>อนาคตของหมอลำ อยู่ในชีวิตคนหลังฮ้าน</strong></h3>



<p>การแสดงหมอลำหนึ่งคืนอาจจบลงเมื่อเสียงดนตรีเงียบ ไฟหลากสีบนฮ้านดับลง และผู้ชมทยอยเดินทางกลับบ้าน</p>



<p>นักแสดงเช็ดเครื่องสำอางออกจากใบหน้า เครื่องแต่งกายถูกถอดและเก็บกลับเข้าที่ ทีมคอนวอยเริ่มรื้อเวที ยกเหล็ก และขนอุปกรณ์ขึ้นรถ เพื่อเคลื่อนขบวนไปยังสถานที่แสดงแห่งต่อไป&nbsp;</p>



<p>แต่ชีวิตของคนในวงจะเดินทางไปทางไหน นั่นอีกเรื่องหนึ่ง</p>



<p>ใครคนหนึ่งอาจเข้าวงมาตั้งแต่อายุ 14-15 ปี เริ่มจากเก็บชุด ยกของ หรือเต้นอยู่ท้ายแถว ก่อนค่อยๆ เติบโตขึ้นพร้อมฝีมือ ค่าจ้าง และประสบการณ์ที่สะสมคืนแล้วคืนเล่า บางคนอยู่ต่อจนกลายเป็นตัวหลักของวง บางคนเดินออกไปเมื่อร่างกายเริ่มไม่ไหว ขณะที่อีกหลายคนเพียงรู้สึกว่า ถึงเวลาต้องลองใช้ชีวิตแบบอื่น</p>



<p>จากวันแรกถึงวันนั้นอาจผ่านไปห้าปี สิบปี หรือยาวนานกว่านั้น คำถามคือ นอกจากประสบการณ์ที่ติดตัวมา พวกเขามีอะไรช่วยพาไปยังชีวิตบทถัดไปบ้าง</p>



<p>สำหรับ <strong>‘อาจารย์ใหม่’ </strong>หมอลำศึกษาจึงไม่ควรหยุดอยู่เพียงการพาเด็กคนหนึ่งกลับมาเรียนให้จบ หรือมอบวุฒิไว้ใช้สมัครงานในวันข้างหน้า หากความเป็นไปได้ของมันกว้างกว่านั้นมาก</p>



<p>“เรามองไปไกลกว่าการที่เขาจะเติบโตเป็นแค่แดนเซอร​์ หรือกลับมาเป็นครู แต่ยังมองถึงการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมบันเทิงที่อาจมีมูลค่าสูงขึ้นในอนาคต เพราะมันตั้งอยู่บนความเชี่ยวชาญเฉพาะพื้นถิ่น มีความเป็นมนุษย์สูง ทั้งวัฒนธรรม ความเชื่อ และประเพณี ซึ่งเป็นสิ่งที่ AI ทำแทนได้ยาก”</p>



<p></p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-full is-resized"><img decoding="async" loading="lazy" width="570" height="855" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/08/2j-copy.jpg" alt="" class="wp-image-104968" style="width:400px" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/08/2j-copy.jpg 570w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/08/2j-copy-200x300.jpg 200w" sizes="(max-width: 570px) 100vw, 570px" /></figure></div>


<p></p>



<p>ถ้ามองเช่นนี้ หมอลำศึกษาไม่ได้กำลังสร้างบันไดให้เด็กปีนออกจากวงการหมอลำ แต่กำลังเติมขั้นบันไดให้คนในวงขยับไปยังตำแหน่งอื่นได้ โดยไม่จำเป็นต้องทิ้งความรู้เดิมไว้ข้างหลัง</p>



<p>แดนเซอร์ที่เคยรับท่าจากครูเต้น อาจพัฒนาไปเป็นนักออกแบบท่าและผู้กำกับการแสดง คนดูแลชุดอาจก้าวไปเป็นนักออกแบบเครื่องแต่งกาย นักร้องอาจเขียนกลอนลำ แต่งเพลง หรือสร้างผลงานของตัวเอง ส่วนเด็กคอนวอยที่เคยประกอบเวทีตามคำสั่ง อาจเรียนต่อด้านโครงสร้าง ระบบแสง หรือวิศวกรรม แล้วกลับมาพัฒนาเวทีที่แข็งแรงและปลอดภัยกว่าเดิม</p>



<p>คนคนเดิมยังอยู่ในหมอลำ แต่ไม่ได้ถูกตรึงไว้ในตำแหน่งเดิมตลอดชีวิต</p>



<p>ด้าน <strong>‘อาจารย์ต้อง’</strong> มองว่า ผู้ประกอบการและคนดูแลวงจำเป็นต้องเห็นชีวิตของคนทำงานไกลออกไปกว่าฤดูกาลแสดงตรงหน้า เพราะคนที่อยู่ในวงวันนี้ไม่ได้หยุดเติบโตตามตำแหน่งที่ได้รับ</p>



<p>“อีกห้าปีหรือสิบปีข้างหน้า คนที่เราได้ดูแลอยู่จะต้องเติบโตและมีชีวิตในแบบของเขา หลายคนอาจยังอยู่ที่นี่ แต่อีกหลายคนอาจต้องเดินทางต่อไปตามช่วงชีวิต ประสบการณ์บนเวทีและหลังเวทีเขามีแน่นอยู่แล้ว แต่บ้านเรายังให้ความสำคัญกับคุณวุฒิและการยอมรับจากองค์กรต่างๆ สิ่งเหล่านี้จึงตัดทิ้งไม่ได้”</p>



<figure class="wp-block-image size-full"><img decoding="async" loading="lazy" width="855" height="570" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/08/2h-copy.jpg" alt="" class="wp-image-104969" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/08/2h-copy.jpg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/08/2h-copy-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/08/2h-copy-768x512.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/08/2h-copy-750x500.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/08/2h-copy-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /></figure>



<p></p>



<p>การศึกษาในความหมายนี้จึงไม่ได้มีไว้เพื่อบอกว่าคนทำงานยังรู้น้อย หากช่วยให้ของที่มีอยู่แล้วถูกมองเห็นจากมุมใหม่ ถูกต่อยอด และเปลี่ยนเป็นเครื่องมือสำหรับออกแบบอนาคตของตัวเอง</p>



<p>แต่อนาคตของวงการหมอลำไม่ได้ขึ้นอยู่กับการสร้างศิลปินหรือคนเรียนจบเพิ่มขึ้นเพียงอย่างเดียว เพราะเบื้องหลังความอลังการของเวที ยังมีโจทย์พื้นฐานจำนวนมากที่วงการเผชิญซ้ำมานาน ทั้งการทำงานกลางคืน การพักผ่อนไม่เพียงพอ การเดินทางต่อเนื่อง อุบัติเหตุของรถขนฉากและรถนักแสดง ไปจนถึงโครงสร้างเวทีที่ต้องประกอบและรื้อถอนใหม่แทบทุกวัน</p>



<p>“ผมเห็นภาพเวทีถล่มแต่ละครั้งแล้วรู้สึกว่า เราทำงานกันอยู่บนความเสี่ยงมาก ทุกชีวิตต้องปลอดภัย ถ้าเป็นต่างประเทศ เรื่องแบบนี้เขาให้ความสำคัญมาก เพราะหนึ่งชีวิตมีความสำคัญ” อาจารย์ต้องกล่าว</p>



<p>เขามองว่า เบื้องหลังหมอลำยังมีพื้นที่อีกมากสำหรับความรู้ซึ่งไม่เคยถูกเชื่อมเข้ามาอย่างจริงจัง ตั้งแต่วิศวกรรมโครงสร้าง การบริหารจัดการวง การวางระบบไม่ให้ขาดทุน ไปจนถึงการออกแบบประสบการณ์ของผู้ชม</p>



<p>เมื่อลองมองผ่านสายตานี้ เวทีหมอลำไม่ใช่เพียงพื้นที่ร้อง รำ และสร้างความบันเทิง แต่เป็นเมืองขนาดย่อมที่ต้องเคลื่อนย้ายตัวเองอยู่ตลอดเวลา</p>



<p>เมืองแห่งนี้ต้องมีคนออกแบบโครงสร้าง ต้องมีระบบไฟและเสียง มีการขนส่ง อาหาร ที่พัก การเงิน การตลาด ความปลอดภัย และการดูแลผู้คนหลายร้อยชีวิตให้ทำงานร่วมกันได้</p>



<p>เมื่อถอดหมอลำออกมาเป็นแผนการเรียน จะเห็นว่าความรู้ในวงไม่ได้มีเพียงการร้องหรือการรำ ทว่ารายวิชานั้นครอบคลุมตั้งแต่ประวัติศาสตร์และความเชื่อ ดนตรี การประพันธ์กลอนลำและบทเพลง ไปจนถึงการออกแบบท่า ออกแบบชุด ระบบเสียง เวที การกำกับการแสดง การผลิตสื่อ การตลาด การเงิน และบัญชี&nbsp;</p>



<p>รายวิชาเหล่านี้ทำให้ตำแหน่งงานในวงเริ่มมองเห็นเป็นเส้นทางวิชาชีพมากขึ้น แดนเซอร์อาจเติบโตไปเป็นนักออกแบบท่าหรือผู้กำกับการแสดง เด็กคอนวอยอาจต่อยอดไปสู่งานเวที แสง และเสียง ขณะที่คนทำงานหลังบ้านก็สามารถเดินต่อไปสู่งานสื่อ การตลาด หรือการบริหารวงได้</p>



<p>ทั้งหมดนี้ไม่ใช่เพื่อทำให้หมอลำทุกวงใหญ่โตขึ้นเรื่อยๆ หากเพื่อทำให้ระบบข้างในแข็งแรงพอที่จะดูแลทั้งงานและคน</p>



<p>“อุตสาหกรรมหมอลำมีโอกาสไปได้ไกลกว่านี้ เราอาจมีขนาดที่เล็กลง แต่มีจำนวนมากขึ้น และมีคุณภาพที่แข็งแรงขึ้น เพื่อเติมเต็มระบบนิเวศของหมอลำให้เดินทางออกจากพื้นที่อีสาน ไปสู่พื้นที่ที่กว้างขึ้นระดับโลก”</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-full is-resized"><img decoding="async" loading="lazy" width="570" height="855" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/08/2i-copy.jpg" alt="" class="wp-image-104971" style="width:400px" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/08/2i-copy.jpg 570w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/08/2i-copy-200x300.jpg 200w" sizes="(max-width: 570px) 100vw, 570px" /></figure></div>


<p></p>



<p>อาจารย์ต้องยอมรับว่าเขาไม่ชอบคำว่า ‘เต้นกินรำกิน’ เพราะถ้อยคำสั้นๆ นี้ทำให้การทำงานด้านศิลปะดูคล้ายสิ่งที่ไม่ต้องอาศัยความรู้หรือความพยายาม ทั้งที่การแสดงเพียงห้าหรือสิบนาทีบนเวที อาจแลกมาด้วยการซ้อมอย่างหนักต่อเนื่องหลายเดือน</p>



<p>“ศิลปะการแสดงต้องฝึกฝน ต้องทุ่มเท และต้องใช้เวลา คนดูเห็นเราอยู่บนเวทีไม่กี่นาที แต่ไม่เห็นว่าเราซ้อมมาทั้งคืนกี่เดือน ผมคิดว่าถึงเวลาที่คนในอุตสาหกรรมหมอลำต้องช่วยกันพลิกวิธีคิด ทำให้งานนี้เป็นอาชีพที่มีเกียรติและศักดิ์ศรีจริงๆ”</p>



<p>การศึกษาจึงมีความหมายมากกว่าการเพิ่มวุฒิให้คนคนหนึ่ง แต่มันอาจช่วยเปลี่ยนสถานะของความรู้หลังฮ้าน จากเรื่องที่ใครๆ คิดว่าทำตามกันมาก็พอ ให้กลายเป็นความรู้ที่ศึกษา ทดลอง และพัฒนาต่อได้</p>



<p>เปลี่ยนสถานะของคนทำงาน จากผู้มีเพียงแรงและพรสวรรค์ ให้เป็นผู้เชี่ยวชาญซึ่งมีสิทธิได้รับความปลอดภัย ค่าตอบแทน และอนาคตที่เหมาะสม</p>



<p>และเปลี่ยนวิธีอนุรักษ์หมอลำ จากการเก็บท่วงท่า เสียงร้อง และรูปแบบเวทีเอาไว้ ให้กลายเป็นการดูแลคนซึ่งจะพาศิลปะแขนงนี้เดินทางต่อไป</p>



<p>หยกเป็นหลักฐานหนึ่งของความเป็นไปได้นั้น</p>



<p>เด็กหญิงที่เคยถูกตัดสินว่า ชีวิตคงไปได้ไกลเพียงวุฒิ ม.3 วันนี้ยังคงเต้นอยู่ในวงหมอลำ ขณะเดียวกันก็พาความรู้จากหลังฮ้านเข้าไปถึงมหาวิทยาลัย และขยับเข้าใกล้ความฝันที่จะเป็นครูนาฏศิลป์</p>



<p>แต่คุณูปการที่ไกลกว่าชีวิตของหยก คือการทำให้คนในวงเริ่มมองเห็นว่า ตำแหน่งซึ่งยืนอยู่ในวันนี้ไม่จำเป็นต้องเป็นคำตัดสินสุดท้ายของชีวิต และทำให้สังคมเริ่มเห็นว่า อนาคตของหมอลำไม่ได้ขึ้นอยู่เพียงว่าเวทีจะใหญ่ขึ้น ไฟจะสว่างขึ้น หรือคนดูจะมากขึ้นเพียงใด</p>



<p>แต่อาจอยู่ที่ว่า เมื่อเพลงสุดท้ายจบลงและไฟหน้าฮ้านดับ คนทุกชีวิตที่อยู่เบื้องหลังเวทีนั้น ยังมีหนทางให้เดินต่อไปได้ไกลแค่ไหนนับจากนี้&nbsp;</p>



<figure class="wp-block-image size-full"><img decoding="async" loading="lazy" width="855" height="570" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/08/2a-copy.jpg" alt="" class="wp-image-104973" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/08/2a-copy.jpg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/08/2a-copy-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/08/2a-copy-768x512.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/08/2a-copy-750x500.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/08/2a-copy-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /></figure><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/article-230826/">จากหลังฮ้านถึงมหาวิทยาลัย ตามหาความฝันที่เคยหล่นหายของ ‘เด็กในวงหมอลำ’</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ห้องเรียนหลังฮ้าน: เมื่อการศึกษาออกเดินทางไปพร้อมชีวิตเด็กหมอลำ</title>
		<link>https://www.eef.or.th/article-220826/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 24 Aug 2026 07:28:07 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[บทความ]]></category>
		<category><![CDATA[Movement]]></category>
		<category><![CDATA[ศูนย์การเรียนปัญญากัลป์]]></category>
		<category><![CDATA[หมอลำ]]></category>
		<category><![CDATA[ห้องเรียนหลังฮ้าน]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?p=104890</guid>

					<description><![CDATA[<p>ห้าโมงเย็นเป็นเวลาเลิกงานของใครหลายคน เป็นเวลาที่นักเรี [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/article-220826/">ห้องเรียนหลังฮ้าน: เมื่อการศึกษาออกเดินทางไปพร้อมชีวิตเด็กหมอลำ</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>ห้าโมงเย็นเป็นเวลาเลิกงานของใครหลายคน เป็นเวลาที่นักเรียนส่วนใหญ่กลับถึงบ้าน กินข้าว อาบน้ำ หรือเริ่มทำการบ้าน</p>



<p>แต่สำหรับ <strong>‘</strong><strong>แก้ม’ ปนัดดา หม่องคำอ้น</strong> ห้าโมงเย็นคือเวลาเริ่มต้นวันใหม่</p>



<p>หลังตื่นขึ้นมาบนรถบัส แก้มจะรีบอาบน้ำ ก่อนเข้าไปหลังเวทีราวหกโมงเย็น หาอะไรกิน ไลฟ์สด และเริ่มแต่งหน้าเตรียมขึ้นแสดงกับวงสาวน้อยลำเพลินโชว์ในเวลาประมาณสามทุ่ม</p>



<p>ตลอดทั้งคืน เธอต้องสลับไปมาระหว่างการร้องเพลงและการเต้น เปลี่ยนชุด รีบขึ้นเวที แล้วกลับลงมาเตรียมตัวสำหรับการแสดงชุดต่อไป วนอยู่เช่นนี้กระทั่งเสียงดนตรีเงียบลงราวหกโมงเช้าของอีกวัน จากนั้นจึงเก็บของ อาบน้ำ และขึ้นรถเดินทางไปยังสถานที่แสดงแห่งถัดไป</p>



<p>กว่าจะได้นอนจริงๆ ก็ประมาณเก้าโมงเช้า บนรถบัสที่กำลังเคลื่อนตัวไปยังเวทีแห่งใหม่</p>



<p>“เก้าโมงเช้าถึงห้าโมงเย็นคือเวลานอนของเรา วนลูปอย่างนี้เลย”</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-full"><img decoding="async" loading="lazy" width="855" height="570" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/08/1t-copy.jpg" alt="" class="wp-image-104911" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/08/1t-copy.jpg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/08/1t-copy-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/08/1t-copy-768x512.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/08/1t-copy-750x500.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/08/1t-copy-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /></figure></div>


<p></p>



<p>แก้มอธิบายชีวิตหนึ่งวันของตัวเองอย่างง่ายๆ เพียงแต่หนึ่งวันของเธอเดินสวนทางกับนาฬิกาของคนส่วนใหญ่&nbsp;</p>



<p>ในฤดูกาลแสดงที่ผ่านมา วงของแก้มมีงานมากกว่า 120 คืน ชีวิตเช่นนี้จึงไม่ได้เกิดขึ้นเป็นครั้งคราว แต่ดำเนินซ้ำๆ จากจังหวัดหนึ่งไปอีกจังหวัดหนึ่งตลอดฤดูกาล</p>



<p>หลังฮ้านอีกมุมหนึ่ง<strong> ‘เจเลอร์’ วุฒิพงษ์ แซ่ตั้ง</strong> เขาเป็นเด็กคอนวอย (Convoy) ทำงานติดตั้งเวทีและระบบแสง ตั้งแต่ยกอุปกรณ์ ขึงโครง ติดตั้งไฟ ปรับทิศทางแสง ตั้งค่าอุปกรณ์ ไปจนถึงเตรียมระบบให้พร้อมก่อนการแสดงเริ่ม</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-full"><img decoding="async" loading="lazy" width="855" height="570" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/08/1d-copy.jpg" alt="" class="wp-image-104912" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/08/1d-copy.jpg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/08/1d-copy-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/08/1d-copy-768x512.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/08/1d-copy-750x500.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/08/1d-copy-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /></figure></div>


<p></p>



<p>หากนักร้องและนักเต้นเริ่มทำงานเมื่อขึ้นฮ้าน เจเลอร์กับทีมคอนวอยต้องเริ่มก่อนหน้านั้นหลายชั่วโมง จนเมื่อทุกอย่างเข้าที่และการแสดงเริ่มต้น ช่วงเวลาที่คนอื่นกำลังทำงานจึงกลายเป็นเวลาว่างของเขา</p>



<p>เจเลอร์ใช้เวลานั้นหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาทำใบงาน</p>



<p>ห้องเรียนของเขาไม่มีโต๊ะ ไม่มีเก้าอี้ และไม่มีเสียงกริ่งบอกเวลาเข้าเรียน มีเพียงโทรศัพท์หนึ่งเครื่อง งานที่ส่งมาในกลุ่มออนไลน์ และแสงจากเวทีหมอลำที่สาดไปมาอยู่ไม่ไกล</p>



<p>เด็กบางคนเรียนก่อนแต่งหน้า บางคนเรียนหลังติดตั้งเวทีเสร็จ บางคนเปิดบทเรียนระหว่างเดินทางข้ามจังหวัด ส่วนบางคืน งานบนฮ้านและหลังฮ้านยาวนานจนแทบไม่เหลือเวลาให้เปิดหน้าจอ</p>



<p>นี่คือชีวิตประจำวันของนักเรียนศูนย์การเรียนปัญญากัลป์ ใน ‘ห้องเรียนหมอลำศึกษา’ ห้องเรียนที่ไม่มีเวลาเข้าเรียนพร้อมกัน ไม่มีอาคารประจำ และเดินทางไปกับวงหมอลำจากจังหวัดหนึ่งสู่อีกจังหวัดหนึ่ง</p>



<p>ในห้องเรียนนี้ การร้อง การเต้น การติดตั้งเวที และการควบคุมแสงไม่ได้อยู่แยกจากคณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ ภาษา หรือศิลปะ ประสบการณ์ทำงานของเด็กถูกนำกลับมาเชื่อมกับหลักสูตร การประเมิน และวุฒิการศึกษา</p>



<p>แต่ก่อนจะเห็นว่าห้องเรียนนี้คืออะไร เราอาจต้องย้อนกลับไปดูก่อนว่า เหตุใดพวกเขาจึงไม่ได้อยู่ในโรงเรียนเฉกเช่นเด็กคนอื่นๆ&nbsp;</p>



<figure class="wp-block-image size-full"><img decoding="async" loading="lazy" width="855" height="570" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/08/1c-copy.jpg" alt="" class="wp-image-104913" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/08/1c-copy.jpg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/08/1c-copy-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/08/1c-copy-768x512.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/08/1c-copy-750x500.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/08/1c-copy-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /></figure>



<p></p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>ก่อนจะเป็นเด็กนอกระบบ</strong></h3>



<p>ชีวิตของเด็กที่เดินคนละจังหวะกับโรงเรียน คือกลุ่มที่ศูนย์การเรียนปัญญากัลป์พยายามออกแบบการศึกษาให้รองรับ</p>



<p>ศูนย์การเรียนแห่งนี้ดำเนินงานภายใต้มูลนิธิปัญญากัลป์ จัดการศึกษาให้เด็กและเยาวชนที่ขาดโอกาสหรืออยู่ในภาวะเปราะบาง ทั้งเด็กในกระบวนการยุติธรรม เด็กเร่ร่อน ตลอดจนเด็กที่ไม่สามารถเรียนต่อในโรงเรียนตามเส้นทางปกติได้</p>



<p>ก่อนพัฒนา ‘ห้องเรียนหมอลำศึกษา’ <strong>ดร.ศุภชัย ไตรไทยธีระ หรือ ‘อาจารย์ใหม่’</strong> ประธานศูนย์การเรียนปัญญากัลป์ เคยร่วมทำงานกับกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา หรือ กสศ. เพื่อติดตามเด็กนอกระบบราว 900 คนใน 9 จังหวัดภาคอีสานเมื่อปี 2563</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-full"><img decoding="async" loading="lazy" width="855" height="570" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/08/1L-copy.jpg" alt="" class="wp-image-104914" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/08/1L-copy.jpg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/08/1L-copy-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/08/1L-copy-768x512.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/08/1L-copy-750x500.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/08/1L-copy-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /><figcaption class="wp-element-caption">ดร.ศุภชัย ไตรไทยธีระ</figcaption></figure></div>


<p></p>



<p>ประสบการณ์ครั้งนั้นทำให้เขาเห็นว่า เด็กไม่ได้มีเงื่อนไขชีวิตแบบเดียวกัน และการพาทุกคนกลับไปนั่งในห้องเรียนเดิมอาจไม่ใช่คำตอบ บางคนออกมาเพราะครอบครัวไม่มีเงินส่งเรียน บางคนต้องเริ่มทำงานหาเลี้ยงคนในบ้าน บางคนรู้แล้วว่าตัวเองอยากเป็นศิลปิน ขณะที่บางคนเดินออกมาพร้อมบาดแผลจากครูและโรงเรียน</p>



<p>ท่ามกลางเด็กนอกระบบหลากหลายกลุ่ม ยังมีเด็กอีกกลุ่มหนึ่งซึ่งอาจถูกแสงสีบนเวทีบดบังอยู่ข้างหลัง นั่นคือเด็กและเยาวชนที่ทำงานอยู่ในวงหมอลำ</p>



<p><strong>‘หยก’ วิภาภรณ์ ฟองลม</strong><strong> </strong>เติบโตมากับนาฏศิลป์และเริ่มทำงานในวงหมอลำตั้งแต่ยังเรียน เธอช่วยเก็บชุด ดูแลเครื่องแต่งกาย และเฝ้าดูรุ่นพี่เต้นอยู่ข้างฮ้าน ก่อนจะได้ขึ้นแสดงเต็มตัวในช่วง ม.3</p>



<p>หยกพยายามประคองทั้งการเรียนและการทำงานไปพร้อมกัน บางคืนกลับถึงบ้านเกือบเช้า แล้วไปโรงเรียนต่อในวันรุ่งขึ้น เธอยังรักษาเกรดเฉลี่ยมากกว่าสาม เป็นทั้งเด็กกิจกรรมและตัวแทนนาฏศิลป์ของโรงเรียน</p>



<p>กระทั่งตั้งครรภ์ในช่วง ม.4 เส้นทางการเรียนจึงต้องหยุดลง แม้ครูนาฏศิลป์จะพยายามขอให้โรงเรียนอนุโลม แต่ภายใต้กฎระเบียบในเวลานั้น หยกไม่สามารถเรียนต่อในรูปแบบเดิมได้ เธอจึงหันไปทำงานเต็มตัว เพื่อดูแลตัวเอง ครอบครัว และลูกน้อยที่กำลังจะเกิดมา</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-full is-resized"><img decoding="async" loading="lazy" width="570" height="855" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/08/1a-copy.jpg" alt="" class="wp-image-104915" style="width:400px" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/08/1a-copy.jpg 570w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/08/1a-copy-200x300.jpg 200w" sizes="(max-width: 570px) 100vw, 570px" /><figcaption class="wp-element-caption">วิภาภรณ์ ฟองลม</figcaption></figure></div>


<p></p>



<p>ส่วน<strong> ‘เจเลอร์’ วุฒิพงษ์ แซ่ตั้ง </strong>เรียกตัวเองว่าเป็นเด็กหลังห้อง เขาชอบวิทยาศาสตร์และคณิตศาสตร์ แต่เมื่อเรียนถึง ม.3 เขามีผลการเรียนติดศูนย์ถึง 24 วิชา</p>



<p>เจเลอร์พยายามตามแก้จนเหลือเพียงวิชาศิลปะเป็นตัวสุดท้าย ก่อนความขัดแย้งระหว่างเขากับครูจะทำให้ความพยายามนั้นเดินมาถึงทางตัน เขาตัดสินใจไม่กลับไปโรงเรียนอีก แม้ลึกๆ จะยังเสียดายที่ไม่ได้เรียนจบพร้อมเพื่อน</p>



<p>หลังออกจากโรงเรียน เจเลอร์เข้าสู่งานติดตั้งเวทีและระบบแสงเต็มตัว รายได้จากงานช่วยให้เขาดูแลตัวเอง ส่งเงินให้น้องเรียน และแบ่งเบาค่าใช้จ่ายในครอบครัว</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-full"><img decoding="async" loading="lazy" width="855" height="570" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/08/1b-copy.jpg" alt="" class="wp-image-104916" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/08/1b-copy.jpg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/08/1b-copy-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/08/1b-copy-768x512.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/08/1b-copy-750x500.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/08/1b-copy-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /><figcaption class="wp-element-caption">วุฒิพงษ์ แซ่ตั้ง</figcaption></figure></div>


<p></p>



<p>อีกคนคือ<strong> ‘แก้ม’ ปนัดดา หม่องคำอ้น </strong>เธอเลือกออกจาก ม.4 หลังได้รับโอกาสให้เป็นนักร้องประจำวงสาวน้อยลำเพลินโชว์</p>



<p>การตัดสินใจของเธอเกิดจากทั้งความฝันและความจำเป็น แก้มอยากเป็นนักร้องหมอลำ ขณะเดียวกัน แม่ของเธอป่วย และพ่อต้องหารายได้เลี้ยงครอบครัวเพียงคนเดียว ประกอบกับบ้านยังมีหนี้สินกองพะเนินเทินทึก</p>



<p>แม้ช่วงแรกแก้มจะเสียดายเมื่อเห็นเพื่อนเรียนต่อ แต่เมื่อรายได้จากหมอลำช่วยเลี้ยงตัวเองและครอบครัวได้จริง แก้มจึงเลือกเก็บความคิดเรื่องการเรียนไว้ก่อน โดยหวังว่าวันหนึ่งเมื่อมีโอกาส เธออาจกลับมาเรียนได้อีกครั้ง</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-full is-resized"><img decoding="async" loading="lazy" width="570" height="855" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/08/1f-copy.jpg" alt="" class="wp-image-104917" style="width:400px" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/08/1f-copy.jpg 570w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/08/1f-copy-200x300.jpg 200w" sizes="(max-width: 570px) 100vw, 570px" /><figcaption class="wp-element-caption">ปนัดดา หม่องคำอ้น</figcaption></figure></div>


<p></p>



<p>เราจะเห็นได้ว่าทั้ง หยก เจเลอร์ และแก้ม เดินออกจากโรงเรียนผ่านคนละประตู คนหนึ่งต้องหยุดเรียนหลังตั้งครรภ์ คนหนึ่งหมดแรงจะอยู่ต่อหลังความขัดแย้งกับครู ส่วนอีกคนเลือกโอกาสในการทำงาน เพื่อช่วยแบ่งเบาภาระของครอบครัว</p>



<p>จากการพูดคุยกับเด็กในวงหมอลำ อาจารย์ใหม่พบเงื่อนไขเช่นนี้ซ้ำๆ โดยกลุ่มใหญ่ที่สุดออกมาเพราะครอบครัวไม่มีเงินและต้องเริ่มหารายได้ บางคนมีความฝันอยากเป็นศิลปิน บางคนมีความสามารถด้านนาฏศิลป์ เป็นตัวแทนไปเต้นหรือรำสร้างชื่อให้โรงเรียน แต่กลับติดศูนย์ในวิชาอื่น ขณะที่เด็กบางคนถูกตำหนิเรื่องทรงผม การแต่งกาย หรือถูกทำร้ายจากครู จนไม่อยากกลับไปโรงเรียนอีก</p>



<p>คำว่า ‘เด็กหลุดจากระบบ’ จึงอาจทำให้เข้าใจว่า เด็กเป็นฝ่ายปล่อยมือแล้วร่วงหล่นมาเอง ทั้งที่บางคนไม่ได้อยากหลุด บางคนถูกผลัก ถูกชีวิตเร่งให้โต และบางคนเพียงเลือกสิ่งจำเป็นที่สุดในเวลานั้น</p>



<p>คำถามสำคัญที่เราจะพาไปค้นหาถัดจากนี้คือ ประเทศไทยจะออกแบบการศึกษาอย่างไรให้พวกเขายังเรียนต่อได้ โดยไม่ต้องละทิ้งงาน รายได้ และชีวิตคนข้าหลังที่กำลังแบกรับอยู่</p>



<p></p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>จากเพลงหนึ่งเพลง สู่ห้องเรียนทั้งฮ้าน</strong></h3>



<p><em>เด็กตาดำๆ กอดวุฒิ ม.3 จบ กศน.&nbsp;</em><br><em>ภาพจำคือหน้าแม่พ่อ กับน้องที่ยังลำบาก</em><br><em>ออกเดินตามฝัน เพื่อหวังสักวันให้คนที่ฮัก&nbsp;</em><br><em>ได้มีที่พึ่งที่พัก มีชีวิตดีกว่านี้</em></p>



<p>จุดเริ่มต้นของห้องเรียนหมอลำศึกษา เริ่มขึ้นจากเพลงหมอลำเพลงหนึ่ง</p>



<p>ระหว่างนั่งทำงาน อาจารย์ใหม่ได้ยินเนื้อร้องจากเพลง ‘หอบฝันมาหลังฮ้าน’ ที่เล่าถึงเด็กคนหนึ่งหอบวุฒิ ม.3 เข้ามาตามความฝันในวงหมอลำ ประโยคนั้นทำให้เขาเกิดคำถามว่า เด็กและเยาวชนที่ทำงานอยู่ในวงหมอลำส่วนใหญ่เรียนจบถึงระดับใด และมีอีกกี่คนที่กำลังทำงานอยู่บนฮ้านหรือหลังฮ้าน โดยไม่มีโอกาสเรียนต่อ</p>



<figure class="wp-block-image size-full"><img decoding="async" loading="lazy" width="855" height="570" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/08/1w-copy.jpg" alt="" class="wp-image-104918" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/08/1w-copy.jpg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/08/1w-copy-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/08/1w-copy-768x512.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/08/1w-copy-750x500.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/08/1w-copy-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /></figure>



<p></p>



<p>อาจารย์ใหม่จึงเริ่มชวนทีมงานส่งแบบสำรวจไปยังวงหมอลำต่างๆ ผลที่ได้พบว่า ในกลุ่มผู้ตอบแบบสำรวจ มีราว 30 เปอร์เซ็นต์ที่ยังเรียนไม่จบการศึกษาขั้นพื้นฐานหรือระดับ ม.6 และราว 13 เปอร์เซ็นต์ เรียนไม่จบระดับ ม.3</p>



<p>ตัวเลขดังกล่าวชวนให้มองเห็นความย้อนแย้งบางอย่าง ด้านหนึ่ง หมอลำเป็นอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ที่มีเงินหมุนเวียนกว่า 6,600 ล้านบาท&nbsp; และวงขนาดใหญ่หนึ่งวงอาจมีผู้คนร่วมทำงานและใช้ชีวิตอยู่ 400–600 คน แต่อีกด้านหนึ่ง เด็กและเยาวชนจำนวนหนึ่งในอุตสาหกรรมกลับไม่มีวุฒิการศึกษาติดตัว และแทบไม่มีรูปแบบการเรียนที่เดินทางไปพร้อมกับชีวิตของพวกเขา</p>



<p>เมื่อแนวคิดเริ่มเป็นรูปเป็นร่าง อาจารย์ใหม่จึงนำไปพูดคุยกับผู้ใหญ่ในวงหมอลำ พร้อมชวนครูและอาจารย์จากมหาวิทยาลัย 12 แห่งในภาคอีสานมาช่วยกันตอบคำถามว่า หากจะออกแบบหลักสูตรให้เด็กกลุ่มนี้ พวกเขาควรได้เรียนรู้อะไรบ้าง</p>



<p>“เราไม่ได้เริ่มจากการเอาหลักสูตรแกนกลางมาตั้ง แล้วพยายามยัดหมอลำเข้าไป แต่เริ่มจากการเข้าไปดูว่า ในหนึ่งคืนของการแสดง ตั้งแต่ก่อนเปิดฮ้าน ระหว่างแสดง ไปจนถึงหลังจบงาน มีองค์ความรู้และทักษะอะไรเกิดขึ้นบ้าง แล้วค่อยนำสิ่งเหล่านั้นกลับมาถอดเป็นหลักสูตร” อาจารย์ใหม่อธิบาย</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-full"><img decoding="async" loading="lazy" width="855" height="570" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/08/1m-copy.jpg" alt="" class="wp-image-104920" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/08/1m-copy.jpg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/08/1m-copy-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/08/1m-copy-768x512.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/08/1m-copy-750x500.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/08/1m-copy-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /></figure></div>


<p></p>



<p>วิธีการคือ อาจารย์ใหม่และทีมงานได้เข้าไปคลุกคลีอยู่กับวงอีสานนครศิลป์ ตั้งแต่ช่วงเตรียมเวทีไปจนถึงจบการแสดง ก่อนจะพบว่า ระบบนิเวศของหมอลำแบ่งเป็นพื้นที่การเรียนรู้ขนาดใหญ่ได้สามส่วน</p>



<p>ส่วนแรกคือ ‘หลังฮ้าน’ พื้นที่ของการเตรียมงานก่อนเปิดการแสดง ตั้งแต่งานเวที แสง เสียง เครื่องแต่งกาย การเตรียมชุด ไปจนถึงการไหว้ครู ความเชื่อ จารีต กฎเกณฑ์ และวิธีอยู่ร่วมกันของคนในวง</p>



<p>ส่วนที่สองคือ ‘บนฮ้าน’ พื้นที่ของการร้อง การรำ การเต้น การแสดง การออกแบบท่า การประพันธ์เพลง การจัดองค์ประกอบศิลป์ แสง ดนตรี รวมถึงการแสดงของทีมตลกและละครลำเรื่อง</p>



<p>ส่วนสุดท้ายคือ ‘หน้าฮ้าน’ ซึ่งไม่ได้มีเพียงผู้ชม แต่รวมถึงการขายบัตร ประชาสัมพันธ์ การตลาด การถ่ายทอดสด การควบคุมภาพและเสียง ตลอดจนการรับมือกับปัญหาเฉพาะหน้าเมื่อผู้คนจำนวนมากมารวมตัวกัน</p>



<p>“เราก็ไปนั่งดูว่าเด็กทำอะไรกันบ้าง เขาทำอะไรกันบ้างในวง เราก็เห็นตั้งแต่เริ่มเตรียมจัดเวที ไหว้ครูก่อนขึ้นแสดง เห็นเด็กคอสตูมมาเตรียมชุด โอ้ ความรู้มันเยอะไปหมดเลย เราก็คัดๆ มาว่า หลังเวทีมันมีความรู้อะไรบ้าง แล้วเด็กจะเกิดทักษะอะไรบ้าง หรือมีทัศนคติต่อการเรียนรู้เหล่านั้นอย่างไร”&nbsp; อาจารยใหม่เล่า&nbsp;</p>



<figure class="wp-block-image size-full"><img decoding="async" loading="lazy" width="855" height="570" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/08/1q-copy.jpg" alt="" class="wp-image-104921" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/08/1q-copy.jpg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/08/1q-copy-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/08/1q-copy-768x512.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/08/1q-copy-750x500.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/08/1q-copy-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /></figure>



<p></p>



<p>เขาพบว่าเด็กที่อยู่ในวงจึงไม่ได้เพียงทำตามคำสั่ง แต่กำลังเรียนรู้จากการสังเกต การถาม การลองผิดลองถูก และการทำงานร่วมกับคนที่มีประสบการณ์มากกว่าอยู่ทุกวัน เพียงแต่ความรู้เหล่านี้ไม่เคยถูกจัดหมวดเป็นรายวิชา หรือแปลออกมาเป็นผลลัพธ์การเรียนรู้ที่ระบบการศึกษารับรอง</p>



<p>จากนั้นทีมออกแบบหลักสูตรจึงนำสิ่งที่พบกลับมาถอดเป็นองค์ความรู้ ตั้งแต่พื้นฐานนาฏศิลป์ไทยและนาฏศิลป์พื้นบ้าน การสร้างการแสดง การกำหนดแนวคิดและเนื้อหา การออกแบบเครื่องแต่งกาย ดนตรี การประพันธ์เพลง การจัดการ การตลาด และการสื่อสาร</p>



<p>หลักสูตรหมอลำศึกษาจึงไม่ได้เกิดจากการนำวิชาสำเร็จรูปจากส่วนกลางมาครอบชีวิตของเด็ก แต่เริ่มจากการมองว่า ในอาชีพ วัฒนธรรม และผู้คนที่อยู่รอบตัวเด็ก มีความรู้อะไรซ่อนอยู่บ้าง</p>



<p>และนี่คือความหมายหนึ่งของการจัดการศึกษาโดยใช้พื้นที่เป็นตัวตั้ง ไม่ใช่การลดความสำคัญของวิชาพื้นฐาน แต่เป็นการเริ่มต้นจากชีวิตจริงของผู้เรียน แล้วเชื่อมสิ่งที่พวกเขารู้และทำอยู่ทุกวันเข้ากับการศึกษาที่ได้รับการรับรอง</p>



<figure class="wp-block-image size-full"><img decoding="async" loading="lazy" width="855" height="570" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/08/1p-copy.jpg" alt="" class="wp-image-104919" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/08/1p-copy.jpg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/08/1p-copy-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/08/1p-copy-768x512.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/08/1p-copy-750x500.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/08/1p-copy-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /></figure>



<p></p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>หมอลำก็เป็นวิชาได้</strong></h3>



<p>อ่านมาถึงตรงนี้ แน่นอนว่าคำถามสำคัญหลังจากนั้นคือ หากนำหมอลำมาเป็นฐาน เด็กจะยังได้เรียนคณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ ภาษา และวิชาพื้นฐานเหมือนนักเรียนคนอื่นหรือไม่</p>



<p>คำตอบคือ หมอลำศึกษาไม่ได้ตัดวิชาพื้นฐานออก แต่ผู้เรียนยังต้องเรียนตามโครงสร้างของหลักสูตรแกนกลาง เพียงแต่ครูนำเนื้อหาเหล่านั้นมาออกแบบใหม่ ให้เชื่อมกับงานและประสบการณ์ที่เด็กคุ้นเคยอยู่แล้ว</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-full"><img decoding="async" loading="lazy" width="855" height="570" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/08/1i-copy.jpg" alt="" class="wp-image-104922" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/08/1i-copy.jpg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/08/1i-copy-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/08/1i-copy-768x512.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/08/1i-copy-750x500.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/08/1i-copy-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /><figcaption class="wp-element-caption">วรรณรินทร์ วุฒิพรหม</figcaption></figure></div>


<p></p>



<p><strong>วรรณรินทร์ วุฒิพรหม หรือ ‘ครูปูเป้’ </strong>ครูประจำศูนย์การเรียนปัญญากัลป์ อธิบายว่า&nbsp;</p>



<p>“ตัวเนื้อหายังเหมือนเดิมกับในโรงเรียนค่ะ สิ่งที่ปรับคือใบงานและโจทย์ อย่างวิชาภาษาอังกฤษ ถ้าเดิมเป็นการอ่านบทความ เราก็ปรับให้เป็นเรื่องประวัติ ความสำคัญ หรือเนื้อหาของเพลงหมอลำ พอเด็กอ่านก็จะรู้สึกว่า อ๋อ โอเค เป็นเรื่องใกล้ตัวเขา”</p>



<p>ตัวอย่างเช่น ในวิชาคณิตศาสตร์ เด็กจะได้เรียนผ่านการวัดความกว้างและความยาวของเวที คำนวณจำนวนแผ่นพื้น ระยะห่างของไฟ หรือใช้เรขาคณิตอธิบายลวดลายและการปักชุดหมอลำ</p>



<p>โจทย์บางข้อพาเด็กเดินจากหน้าฮ้านไปถึงหลังฮ้าน นับจำนวนก้าว วัดระยะ ก่อนนำตัวเลขกลับมาคำนวณและอธิบายวิธีคิด</p>



<p>ส่วนวิทยาศาสตร์ปรากฏอยู่ในเรื่องของเสียง แสง กลศาสตร์ และการเคลื่อนไหวของร่างกาย รวมถึงปัญหาเฉพาะหน้าที่คนทำงานต้องพบ เช่น ‘หากเปิดเครื่องทำควันแล้วลมพัดสวนทาง ควรวางอุปกรณ์อย่างไรจึงจะทำให้ควันกระจายไปยังตำแหน่งที่ต้องการ’&nbsp;</p>



<p>หรือกระทั่งภาษาอังกฤษ ก็ถูกผูกเข้ากับคำศัพท์และสถานการณ์สื่อสารที่เกิดขึ้นจริงในวง ส่วนภาษาไทยอาจเชื่อมกับการเขียนเรื่อง สร้างเนื้อหา แต่งบท หรืออธิบายกระบวนการทำงานของตัวเอง</p>



<p>“ผู้เรียนกลุ่มนี้จะสนใจเรื่องที่เกี่ยวข้องกับตัวเอง และสามารถดึงประสบการณ์ที่มีอยู่มาใช้ในการเรียนรู้ได้ พอใบงานพูดถึงเด็กหมอลำ นักเต้น หรือสิ่งที่เขาพบเจอในวง มันจึงดึงดูดความสนใจและทำให้เขาตั้งใจทำมากขึ้น” ครูปูเป้อธิบาย</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img decoding="async" loading="lazy" width="1400" height="933" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/08/image-50-1400x933.jpeg" alt="" class="wp-image-104903" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/08/image-50-1400x933.jpeg 1400w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/08/image-50-300x200.jpeg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/08/image-50-768x512.jpeg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/08/image-50-1536x1024.jpeg 1536w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/08/image-50-750x500.jpeg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/08/image-50-272x182.jpeg 272w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/08/image-50.jpeg 2048w" sizes="(max-width: 1400px) 100vw, 1400px" /></figure>



<p></p>



<p>หลักคิดนี้เห็นได้ชัดจากใบงานของเจเลอร์ ซึ่งทำงานติดตั้งเวทีและระบบแสงอยู่หลังฮ้าน โดยโจทย์คณิตศาสตร์ไม่ได้ให้เขาคำนวณตัวเลขที่ลอยอยู่บนกระดาษ แต่ชวนหาพื้นที่ของเวที กะระยะการวางอุปกรณ์ และคำนวณว่า หากเวทีมีขนาดเท่านี้ ต้องใช้พรมกี่ผืนจึงจะปูได้พอดี</p>



<p>บางโจทย์จำลองสถานการณ์ว่า หากพื้นที่จัดงานแคบกว่าปกติ ควรปรับขนาดและองศาของเวทีอย่างไร ส่วนวิทยาศาสตร์เชื่อมโยงกับงานระบบแสง ตั้งแต่การเลือกใช้เลนส์ มุมที่ใช้ส่องนักแสดง ไปจนถึงการหักเหของแสง</p>



<p>“มันเป็นสายตรงที่เราทำทุกวันอยู่แล้วครับ ก็เลยดูน่าเรียนรู้ครับ” เจเลอร์อธิบาย</p>



<p>สำหรับเขา โจทย์เหล่านี้ไม่ใช่เพียงเรื่องใกล้ตัว แต่เป็นปัญหาที่ต้องพบและแก้จริงอยู่หลังฮ้านแทบทุกคืน ความรู้ในวิชาคณิตศาสตร์และวิทยาศาสตร์จึงไม่ได้ถูกลดทอนลง เพียงถูกวางไว้ในบริบทที่ทำให้เขามองเห็นว่าจะนำไปใช้กับงานของตัวเองอย่างไร</p>



<figure class="wp-block-image size-full"><img decoding="async" loading="lazy" width="855" height="570" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/08/1u-copy.jpg" alt="" class="wp-image-104923" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/08/1u-copy.jpg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/08/1u-copy-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/08/1u-copy-768x512.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/08/1u-copy-750x500.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/08/1u-copy-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /></figure>



<p></p>



<p>อย่างไรก็ตาม การเรียนรู้ผ่านชีวิตจริงไม่ได้หมายความว่าเพียงทำงานอยู่ในวงหมอลำก็จะได้รับวุฒิโดยอัตโนมัติ</p>



<p>เพราะก่อนเริ่มเรียน ผู้เรียนแต่ละคนจะถูกพิจารณาจากทั้งผลการเรียนเดิม ความรู้ และประสบการณ์ที่มีอยู่ เพื่อเทียบโอนและจัดแผนการเรียนให้เหมาะกับแต่ละคน จากนั้นจึงเรียนผ่านหลายรูปแบบ ทั้งการเรียนด้วยตนเอง การทำโครงงาน การพบครูประจำกลุ่มสัปดาห์ละ 1–2 ครั้ง และการเรียนออนไลน์สำหรับวันที่ติดงานหรือเดินทางไปกับวง&nbsp;</p>



<p>อีกทั้งการวัดผลก็ไม่ได้พึ่งข้อสอบอย่างเดียว โดยจากคะแนนเต็ม 100 คะแนน จะถูกแบ่งเป็นข้อสอบวัดความรู้ 35 คะแนน การสัมภาษณ์รวบยอดตามตัวชี้วัด 45 คะแนน และแฟ้มผลงานหรือหลักฐานการเรียนรู้จากประสบการณ์อีก 20 คะแนน ซึ่งอาจรวมถึงชิ้นงาน บันทึกการเรียนรู้ ใบรับรองการอบรม หรือชั่วโมงการทำงานจริง&nbsp;</p>



<p>นอกจากนี้ เด็กๆ ยังต้องเข้าค่ายเข้มข้นเป็นเวลา 5 วัน เพื่อเรียนรู้และทำงานร่วมกับครูผู้เชี่ยวชาญจากหลายสาขา</p>



<p>ความยืดหยุ่นของหมอลำศึกษาจึงไม่ได้หมายถึงการลดมาตรฐาน แต่คือการยอมรับว่า เด็กแต่ละคนอาจเดินไปถึงมาตรฐานเดียวกันด้วยเส้นทางที่ไม่เหมือนกัน</p>



<p>“หลักสูตรเราใช้เวลาเรียนหนึ่งปี แต่ด้วยวิถีชีวิตของเด็ก ช่วงที่พอจะเรียนออนไลน์ได้ส่วนใหญ่อยู่ระหว่างแต่งหน้า ราวห้าโมงเย็นถึงสองทุ่ม เพราะกลางวันคือเวลานอนของเขา เราจึงเห็นว่าการเรียนออนไลน์เพียงอย่างเดียวยังไม่เข้มข้นพอ และต้องมีค่ายเข้มข้นเข้ามาเสริม” อาจารย์ใหม่อธิบาย</p>



<figure class="wp-block-image size-full"><img decoding="async" loading="lazy" width="855" height="570" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/08/1o-copy.jpg" alt="" class="wp-image-104924" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/08/1o-copy.jpg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/08/1o-copy-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/08/1o-copy-768x512.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/08/1o-copy-750x500.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/08/1o-copy-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /></figure>



<p></p>



<p>ค่ายดังกล่าวใช้เวลา 5 วัน และเด็กต้องเรียนตั้งแต่แปดโมงเช้าถึงสี่ทุ่ม ผ่านองค์ความรู้ 11 ด้าน ตั้งแต่นาฏศิลป์ ดนตรี การแสดง การสร้างเนื้อหา เครื่องแต่งกาย การจัดการ การตลาด ไปจนถึงการสื่อสาร ฯลฯ ก่อนปิดท้ายด้วยด่านที่ 12 คือ ‘หมอลำนิพนธ์’</p>



<p>ค่ายเข้มข้นจึงไม่ใช่เพียงการนำเด็กมารวมตัวหรือจัดกิจกรรมเสริมจากการเรียนออนไลน์ แต่เป็นช่วงเวลาที่ผู้เรียนต้องนำความรู้จากวิชาพื้นฐาน ประสบการณ์ทำงาน และองค์ความรู้ด้านหมอลำมาประกอบกันเป็นงานจริง ภายใต้เวลาจำกัดและการประเมินจากครูผู้เชี่ยวชาญที่โปรไฟล์ไม่ธรรมดาจากทั้งโลกวิชาการและวงการหมอลำตัวจริง ตัวอย่างเช่น&nbsp;</p>



<p>ในพิธีไหว้ครู เด็กได้เรียนรู้จากศิลปินแห่งชาติอย่าง <strong>ป.ดร.ฉลาด ส่งเสริม</strong> และ <strong>ดร.ราตรีศรีวิไล</strong> <strong>บงสิทธิพร</strong> ขณะที่วิชาการขับลำ ดนตรี และกลอนลำ มีทั้งอาจารย์มหาวิทยาลัย นักวิชาการด้านศิลปะการแสดง และคนทำงานเพลงร่วมสมัยมาถ่ายทอดความรู้</p>



<p>ด้านนาฏศิลป์ เด็กไม่ได้เรียนเพียงท่าเต้นที่ใช้บนเวที แต่ได้ย้อนกลับไปทำความเข้าใจตั้งแต่รำแม่บท นาฏศิลป์พื้นบ้านอีสาน ไปจนถึง Contemporary Dance ผ่านผู้สอนจากมหาวิทยาลัยขอนแก่น วิทยาลัยนาฏศิลป์ และนักเต้นร่วมสมัย</p>



<p>ส่วนการสร้างการแสดง มี <strong>ผศ.ดร.พชญ อัครพราหมณ์ หรือ ‘อาจารย์ต้อง’ </strong>รองคณบดีฝ่ายวิจัย นวัตกรรม และศิลปวัฒนธรรม ณ คณะศิลปกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น ผู้เชี่ยวชาญด้านศิลปะการแสดง ละครประยุกต์ และวัฒนธรรมอีสาน มาช่วยวางเรื่องธีมและการออกแบบการแสดง ร่วมกับผู้เชี่ยวชาญด้านการถ่ายทอดอารมณ์ ตลอดจนทีมงานด้านภาพ แสง สี และเสียง ซึ่งทำให้เด็กเห็นว่า การแสดงหนึ่งชุดไม่ได้เกิดจากความสามารถเฉพาะตัวของนักร้องหรือนักเต้นเท่านั้น แต่ต้องอาศัยการคิด การวางแผน และการประสานงานระหว่างคนหลายฝ่าย</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-full"><img decoding="async" loading="lazy" width="855" height="570" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/08/1h-copy.jpg" alt="" class="wp-image-104925" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/08/1h-copy.jpg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/08/1h-copy-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/08/1h-copy-768x512.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/08/1h-copy-750x500.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/08/1h-copy-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /><figcaption class="wp-element-caption">ผศ.ดร.พชญ อัครพราหมณ์</figcaption></figure></div>


<p></p>



<p>เนื้อหาในค่ายยังขยายออกไปถึงทักษะที่จำเป็นต่อการทำงานจริง ทั้งความรู้ทางการเงิน การสื่อสารและการตลาดออนไลน์ การออกแบบเครื่องแต่งกาย การแต่งหน้าและบุคลิกภาพ รวมถึงการจัดการเส้นทางอาชีพของตัวเอง</p>



<p>คุณภาพของค่ายยังสร้างความประหลาดใจให้หยก ซึ่งช่วงแรกไม่ได้คิดด้วยซ้ำว่าจะเรียนต่ออย่างจริงจัง แต่เมื่อได้เข้าค่าย เธอกลับพบว่าผู้สอนหลายคนคือพ่อครูแม่ครูและผู้เชี่ยวชาญระดับศิลปินแห่งชาติที่หาโอกาสเรียนด้วยได้ยาก</p>



<p>“หลักสูตรนี้ได้เรียนตัวต่อตัวกับพ่อครูแม่ครู ซึ่งหาเรียนที่ไหนไม่ได้ค่ะ ถ้าต้องไปเรียนเอง ห้าหมื่นบาทก็เอาไม่อยู่” หยกกล่าว</p>



<figure class="wp-block-image size-full"><img decoding="async" loading="lazy" width="855" height="570" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/08/1r-copy.jpg" alt="" class="wp-image-104926" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/08/1r-copy.jpg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/08/1r-copy-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/08/1r-copy-768x512.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/08/1r-copy-750x500.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/08/1r-copy-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /></figure>



<p></p>



<p>จากกระบวนการทั้งหมดจะเห็นว่า เด็กๆ ต้องผ่านทั้งข้อสอบเทียบประสบการณ์และข้อสอบวัดระดับซึ่งอิงมาตรฐานของสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน แต่ปรับเนื้อหาให้สัมพันธ์กับหมอลำในแต่ละสาระวิชา ควบคู่กับการวัดผลจากการลงมือทำจริงในค่าย โดยระหว่างทำกิจกรรม ผู้สอนและทีมประเมินจะติดตามทั้งความรู้ ทักษะ และทัศนคติของผู้เรียนเป็นรายคน เด็กยังประเมินตัวเองและเพื่อนร่วมกลุ่ม ก่อนนำหลักฐานทั้งหมดมาประกอบกับผลงานหมอลำนิพนธ์</p>



<p>ชวนชมหมอลำนิพนธ์ได้ที่ <a href="https://www.youtube.com/watch?v=IiRZ_uwFPO8" data-type="link" data-id="https://www.youtube.com/watch?v=IiRZ_uwFPO8">[Live] กสศ. “หมอลำนิพนธ์” ผ่านกิจกรรม “ความหวัง โอกาส หมอลำนิวเจน”</a></p>



<p>โดยหลักสูตรยังอยู่ภายใต้การประกันคุณภาพการศึกษา โดยทำงานร่วมกับศึกษานิเทศก์และสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาที่ติดตามกระบวนการจัดการศึกษาเป็นประจำทุกปี</p>



<p>ดังนั้น ความยืดหยุ่นของหมอลำศึกษาจึงไม่ได้อยู่ที่การลดจำนวนวิชา ลดเกณฑ์การประเมิน หรือแจกวุฒิให้กับผู้มีประสบการณ์ทำงาน แต่สิ่งที่ถูกเปลี่ยนคือเวลา สถานที่ เนื้อหาของโจทย์ และวิธีที่เด็กใช้แสดงว่าตัวเองเรียนรู้อะไร</p>



<p>กล่าวคือ มาตรฐานยังคงอยู่ เพียงแต่เส้นทางไปถึงมาตรฐานนั้นไม่ได้ถูกบังคับให้มีเพียงทางเดียว</p>



<p></p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>วุฒิหนึ่งใบ กับทางไปต่อหลายแบบ</strong></h3>



<p>หากวัดจากปลายทาง รุ่นแรกของหมอลำศึกษามีผู้เรียนจบหลักสูตรทั้งหมด 6 คน</p>



<p>4 คนเรียนต่อมหาวิทยาลัย อีกหนึ่งคนกลับมาเรียนระดับ ม.ปลายกับศูนย์การเรียนปัญญากัลป์ ส่วนอีกคนเคยสอบเข้ามหาวิทยาลัยขอนแก่นได้แต่ขอพักการเรียนไว้ก่อน หลังตัดสินใจย้ายวงและกังวลว่าจะจัดเวลาเรียนกับการทำงานไม่ลงตัว</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-full"><img decoding="async" loading="lazy" width="855" height="570" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/08/1s-copy.jpg" alt="" class="wp-image-104927" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/08/1s-copy.jpg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/08/1s-copy-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/08/1s-copy-768x512.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/08/1s-copy-750x500.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/08/1s-copy-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /><figcaption class="wp-element-caption">(จากซ้าย) วิภาภรณ์ ฟองลม, ปนัดดา หม่องคำอ้น, วุฒิพงษ์ แซ่ตั้ง</figcaption></figure></div>


<p></p>



<p>โดยเฉพาะสำหรับหยก ผู้หญิงที่เคยคิดว่าชีวิตของตัวเองคงไปได้ไกลที่สุดเพียงการเป็น แดนเซอร์ในวงหมอลำและเลี้ยงลูกไปพร้อมกัน วันนี้เธอเรียนจบ ม.6 และกำลังศึกษาต่อคณะศิลปศาสตร์ สาขาการแสดง มหาวิทยาลัยชินวัตร เส้นทางครูนาฏศิลป์ที่เคยรู้สึกว่าอยู่ไกลเกินเอื้อม จึงค่อยๆ ขยับกลับมาอยู่ในระยะที่มองเห็นอีกครั้ง</p>



<p>แต่เรื่องของเจเลอร์และแก้ม&nbsp; ทั้งสองยังอยู่ระหว่างเรียน จึงเร็วเกินไปหากจะนับเป็นผลสำเร็จของหลักสูตร แต่สิ่งที่เห็นในเวลานี้เป็นเพียงการขยับของความคิดบางอย่าง</p>



<p>เจเลอร์เริ่มมองเห็นว่า ความรู้เรื่องเวทีและระบบแสงซึ่งใช้ทำงานอยู่ทุกวันสามารถต่อยอดไปสู่การเรียนด้านเทคนิคได้ จากเดิมที่คิดว่าจะทำงานอยู่ในวงต่อไปเรื่อยๆ วันนี้เขาตั้งใจเรียนให้จบ ม.6 และเริ่มมองตัวเองไกลกว่าการเป็นแรงงานติดตั้งอุปกรณ์</p>



<p>“ถ้าได้วุฒิ ม.6 ผมก็ไปเรียนต่อมหาวิทยาลัยแน่ครับ เล็งไว้ที่สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง เป็นสาขาที่เกี่ยวกับการแสดงโดยตรง พวกงาน OB เพราะผมเคยไปทำงานให้เขาบ่อย มันตรงกับงานที่เราทำอยู่ ก็เลยอยากลองสักครั้งหนึ่งครับ”</p>



<p>ส่วนแก้มยังคงฝันถึงการเป็นศิลปิน แต่เริ่มเห็นว่าวุฒิการศึกษาอาจเป็นอีกสิ่งที่ควรพกติดตัวไว้ ไม่ใช่เพราะต้องเลิกเป็นนักร้องหมอลำ แต่เพราะชีวิตข้างหน้าอาจไม่ได้เปิดประตูไว้เพียงบานเดียว</p>



<p>“ก็อยากเป็นศิลปินค่ะ หนูชอบพี่อุ๋งอิ๋ง เพชรบ้านแพง เพราะพี่เขาสู้ กว่าจะได้มาออดิชั่นก็ต้องพยายามมาก พอเข้าวงแล้วก็ยังเจอดราม่าอีก แต่พี่เขาก็สู้ เก่ง แล้วก็พัฒนาตัวเองตลอด” แก้มกล่าว&nbsp;</p>



<p>ตลอดสองรุ่นที่ผ่านมา หมอลำศึกษายังอยู่ในช่วงเรียนรู้และพัฒนารูปแบบ รุ่นแรกเริ่มต้นด้วยผู้เรียน 15 คน มี 6 คนสำเร็จการศึกษา และ 4 คนเดินต่อเข้าสู่มหาวิทยาลัย ส่วนรุ่นที่ 2 มีผู้สมัคร 88 คน โดยผู้เรียนส่วนหนึ่งมีกำหนดสำเร็จการศึกษาในเดือนตุลาคมนี้&nbsp;</p>



<p>ตัวเลขเหล่านี้อาจยังไม่มากพอจะเรียกหมอลำศึกษาว่าเป็นสูตรสำเร็จ แต่ก็แสดงให้เห็นว่า การศึกษาที่ยืดหยุ่นตามชีวิตสามารถพาเด็กในวงหมอลำกลับเข้าสู่เส้นทางการเรียนได้จริง พร้อมทิ้งบทเรียนให้ทีมงานนำไปปรับทั้งวิธีสอน การติดตามผู้เรียน และการประเมินผลให้ตอบโจทย์เด็กได้ดียิ่งขึ้นในรุ่นถัดไป</p>



<p></p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>ก่อนเด็กจะเดินออกจากประตูโรงเรียน</strong></h3>



<p>สองปีแรก หมอลำศึกษาออกตามหาเด็กที่เดินออกจากโรงเรียนไปแล้ว บางคนอยู่บนฮ้าน บางคนทำงานหลังฮ้าน บางคนมีรายได้มากพอจะเลี้ยงครอบครัว จนการชวนให้กลับไปนั่งในห้องเรียนแบบเดิมแทบไม่มีความหมาย</p>



<p>อาจารย์ใหม่เรียกการทำงานเช่นนี้ว่า การทำงานกับ ‘ปลายทาง’&nbsp;</p>



<p>“ที่ผ่านมาเราทำงานกับปลายทาง แต่ถ้าเราจะเปลี่ยนระบบ เราต้องทำตลอดทั้งเส้นทาง ปีนี้จึงขยับมาทำงานกับต้นทางมากขึ้น” เขาอธิบาย</p>



<p>ต้นทางที่ว่าคือโรงเรียน แทนที่จะรอให้เด็กซึ่งชอบร้อง รำ เต้น หรือทำงานด้านเวทีติดศูนย์ ทะเลาะกับครู หมดแรงจะอยู่ต่อ แล้วค่อยหาวิธีพากลับมา หมอลำศึกษากำลังทดลองอีกทางหนึ่ง นั่นคือขยับโรงเรียนเสียก่อนที่เด็กจะเดินออกไป</p>



<p>ในเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา ครูจากโรงเรียน 30 แห่งในภาคอีสานเข้ามาร่วมแลกเปลี่ยนและทดลองออกแบบการเรียนรู้จากต้นแบบของหมอลำศึกษา โดย <strong>ปริมประภา สุวรรณพรม หรือ ‘ครูปริม’</strong> ผู้อำนวยการศูนย์การเรียนปัญญากัลป์ เล่าว่า โรงเรียนเหล่านี้มีต้นทุนต่างกัน</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-full"><img decoding="async" loading="lazy" width="855" height="570" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/08/1n-copy.jpg" alt="" class="wp-image-104928" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/08/1n-copy.jpg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/08/1n-copy-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/08/1n-copy-768x512.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/08/1n-copy-750x500.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/08/1n-copy-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /><figcaption class="wp-element-caption">ปริมประภา สุวรรณพรม</figcaption></figure></div>


<p></p>



<p>“โรงเรียนที่เข้าร่วมมีอยู่สามกลุ่มค่ะ กลุ่มแรกมีพื้นฐานเรื่องหมอลำอยู่แล้ว มีการจัดการเรียนการสอนที่เกี่ยวข้องอยู่บ้าง กลุ่มที่สองอาจไม่ได้มีหมอลำโดยตรง แต่มีวงดนตรี วงโปงลาง หรือทีมนาฏศิลป์ของโรงเรียน ส่วนอีกกลุ่มคือโรงเรียนที่สนใจและอยากเรียนรู้ไปพร้อมกับเรา”</p>



<p>จากการทำเวิร์กช็อปร่วมกัน ครูปริมมองเห็นแนวทางหลักสองแบบ แบบแรกคือการพัฒนาเป็น ‘ห้องเรียนหมอลำ’ หรือเปิดเป็นรายวิชาเพิ่มเติมในโรงเรียน ส่วนอีกแบบคือการนำหมอลำไปเป็นฐานของหน่วยการเรียนรู้บูรณาการ เชื่อมเข้ากับรายวิชาที่มีอยู่แล้ว</p>



<p>คณิตศาสตร์อาจอยู่ในงานออกแบบเวที วิทยาศาสตร์อยู่ในระบบแสงและเสียง ภาษาอยู่ในกลอนลำและการสื่อสาร ขณะที่ศิลปะสามารถเชื่อมไปถึงการจัดการ การตลาด และเส้นทางอาชีพ</p>



<p>แต่ความสนใจของโรงเรียนไม่ได้เกิดจากต้นทุนทางวัฒนธรรมเพียงอย่างเดียว ครูบางคนเข้าร่วมเพราะมองเห็นเด็กที่ตนเองดูแลกำลังยืนอยู่ตรงรอยต่อเดียวกับหยก เจเลอร์ และแก้ม</p>



<p>“คุณครูบางโรงเรียนเจอเด็กที่มีเงื่อนไขชีวิตคล้ายกันค่ะ คือเด็กต้องออกไปทำงานหาเงิน และมีความชอบด้านหมอลำ จนอาจต้องเลือกระหว่างเรียนกับไปทำงานเลย ถ้ามีระบบหรือรูปแบบการเรียนรู้ที่ยืดหยุ่นเหมือนห้องเรียนหมอลำ ก็อาจช่วยให้เด็กกลุ่มนี้เรียนไปด้วย ทำงานไปด้วยได้”</p>



<p>อย่างไรก็ตาม กระบวนการกับ 30 โรงเรียนยังอยู่ในระยะเริ่มต้น การพบกันครั้งนี้เป็นเพียงการทำความเข้าใจหลักสูตร ทดลองออกแบบ และนำแนวคิดกลับไปปรับให้เหมาะกับบริบทของแต่ละแห่ง ยังไม่อาจกล่าวได้ว่าโรงเรียนใดเปิดใช้ห้องเรียนหมอลำเต็มรูปแบบแล้ว</p>



<p>“ถ้าจะปรับรูปแบบหรือพัฒนาหลักสูตร ยังต้องทำความเข้าใจกับทั้งครู ผู้บริหาร และเขตพื้นที่ค่ะ เพราะมีหลายส่วนเกี่ยวข้อง รวมถึงมาตรฐานการจัดการศึกษาและตัวชี้วัดของโรงเรียน วันที่เราเจอกันจึงยังเป็นกระบวนการแลกเปลี่ยนและพัฒนาร่วมกัน”</p>



<figure class="wp-block-image size-full"><img decoding="async" loading="lazy" width="855" height="570" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/08/1j-copy.jpg" alt="" class="wp-image-104930" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/08/1j-copy.jpg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/08/1j-copy-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/08/1j-copy-768x512.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/08/1j-copy-750x500.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/08/1j-copy-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /></figure>



<p></p>



<p>สิ่งที่ยากจึงไม่ใช่แค่การเพิ่มชั่วโมงร้อง รำ หรือเล่นดนตรีลงในตารางเรียน แต่คือการทำให้โรงเรียนมองเห็นว่า ความสนใจและประสบการณ์ของเด็กสามารถเป็นจุดเริ่มต้นของการเรียนได้</p>



<p>สำหรับครูปริม เป้าหมายปลายทางไม่ใช่การพาเด็กทุกคนเข้าสู่ศูนย์การเรียนปัญญากัลป์ แต่คือการทำให้โรงเรียนเดิมยังเดินทางไปพร้อมกับเด็กได้ แม้ชีวิตของเขาจะออกนอกกรอบตารางเรียน</p>



<p>“ปริมไม่อยากให้เด็กมองว่าโรงเรียนเป็นพื้นที่น่าเบื่อ แต่อยากให้มองว่าเป็นพื้นที่ที่ทำให้เขาเติบโตได้ ไม่ว่าเขาจะอยู่ตรงไหนหรือไปทำอะไร โรงเรียนและครูยังติดตามและสนับสนุนเขาไปจนถึงฝั่ง”</p>



<p>เพราะชีวิตการทำงานในวงหมอลำอาจสร้างรายได้และเปิดพื้นที่ให้เด็กแสดงความสามารถ แต่ก็ไม่ได้มั่นคงตลอดไป วันที่ร่างกายยังมีแรง เด็กอาจขึ้นแสดงได้มากกว่าสองร้อยงานต่อฤดูกาล แต่เมื่อหยุดงานหนึ่งวัน รายได้ก็อาจหายไปหนึ่งวันเช่นกัน</p>



<p>“เราอยากให้ระบบการศึกษาติดตามเด็กไปทุกที่ และช่วยให้เขาไปถึงปลายทางที่ตัวเองวาดฝันไว้ โดยไม่ต้องกังวลว่าจะเลือกเรียนแล้วไม่มีเงิน หรือทิ้งการเรียนแล้วออกมาทำงานเลย อยากให้สองอย่างนี้ไปด้วยกัน เพราะมันจะช่วยปกป้องเด็กคนหนึ่งให้มีชีวิตที่งอกงามได้”</p>



<p>ห้องเรียนหมอลำในโรงเรียนทั้ง 30 แห่งจึงยังไม่ใช่ผลสำเร็จ แต่เป็นการทดลองขยับจากการตามเด็กกลับมาเรียน ไปสู่การทำให้โรงเรียนยืดหยุ่นพอที่เด็กจะไม่ต้องเดินออกไปตั้งแต่แรก</p>



<figure class="wp-block-image size-full"><img decoding="async" loading="lazy" width="855" height="570" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/08/1v-copy.jpg" alt="" class="wp-image-104931" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/08/1v-copy.jpg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/08/1v-copy-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/08/1v-copy-768x512.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/08/1v-copy-750x500.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/08/1v-copy-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /></figure><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/article-220826/">ห้องเรียนหลังฮ้าน: เมื่อการศึกษาออกเดินทางไปพร้อมชีวิตเด็กหมอลำ</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>หลังเสียงระเบิดเงียบลง ภารกิจของครูคือพา ‘หัวใจเด็ก’ กลับสู่ห้องเรียน</title>
		<link>https://www.eef.or.th/article-210826/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 21 Aug 2026 11:07:43 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[บทความ]]></category>
		<category><![CDATA[ครูรักษ์ถิ่น]]></category>
		<category><![CDATA[Movement]]></category>
		<category><![CDATA[ครูรัก(ษ์)ถิ่น]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?p=104866</guid>

					<description><![CDATA[<p>ปี 2568 สถานการณ์ความไม่สงบปะทุขึ้นบริเวณชายแดนไทย–กัมพ [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/article-210826/">หลังเสียงระเบิดเงียบลง ภารกิจของครูคือพา ‘หัวใจเด็ก’ กลับสู่ห้องเรียน</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>ปี 2568 สถานการณ์ความไม่สงบปะทุขึ้นบริเวณชายแดนไทย–กัมพูชา โรงเรียนต้องปิดยาวอย่างไม่มีกำหนดถึงสองครั้ง ครูคนหนึ่งเริ่มต้นชีวิตการทำงานของเธอในศูนย์พักพิงผู้ประสบภัย และตัดสินใจจัดการเรียนรู้ให้เด็ก ๆ ที่อยู่ในศูนย์พักพิง ทั้งที่ไม่อาจคาดเดาได้เลยว่า ห้องเรียนในแต่ละวันจะมีหน้าตาเป็นอย่างไร</p>



<p>ในเวลานั้น เธอคิดเพียงว่า การเรียนรู้และพัฒนาการของเด็ก ๆ จะต้องไม่ขาดช่วง ขณะเดียวกันก็ต้องดูให้แน่ใจว่า ท่ามกลางเสียงปะทะและความไม่แน่นอน เด็ก ๆ จะได้รับการประคับประคองจิตใจ เพื่อให้เมื่อเหตุการณ์ผ่านพ้นไป ร่องรอยจากวิกฤตจะทิ้งค้างหลงเหลืออยู่ในความทรงจำของพวกเขาน้อยที่สุด</p>



<p>ปี 2569 ไม่มีเสียงระเบิด ไม่มีการปะทะ ศูนย์อพยพชั่วคราวทุกแห่งปิดลง ผู้คนกลับบ้าน โรงเรียนเปิดสอนตามปกติ และเด็ก ๆ ได้กลับคืนสู่ห้องเรียน</p>



<p></p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>ดูเหมือนว่าวิกฤตจะผ่านพ้นไปแล้ว</strong></h3>



<p>แต่การเปิดประตูโรงเรียนอีกครั้ง ไม่ได้หมายความว่าทุกอย่างจะกลับคืนสู่จุดเดิม เพราะเมื่อเสียงระเบิดเงียบลง <strong>‘ครูหนูดี’</strong> กลับเริ่มมองเห็นร่องรอยบางอย่างที่ยังหลงเหลืออยู่ ทั้งในชีวิต ความเป็นอยู่ และหัวใจของเด็ก ๆ</p>



<figure class="wp-block-image size-full"><img decoding="async" loading="lazy" width="855" height="569" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/08/09-2.jpg" alt="" class="wp-image-104867" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/08/09-2.jpg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/08/09-2-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/08/09-2-768x511.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/08/09-2-750x500.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/08/09-2-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /></figure>



<p></p>



<p>เราได้พบ <strong>‘ครูหนูดี’ เสาวณีย์ สุขแสนศรี ครูรัก(ษ์)ถิ่น รุ่น 2 จากโรงเรียนนิคมสร้างตนเองปราสาท 2 ตำบลแนงมุด อำเภอกาบเชิง จังหวัดสุรินทร์</strong> ในวันที่เธอขี่มอเตอร์ไซค์ออกจากบ้านแต่เช้ามืด เดินทางกว่า 40 กิโลเมตร เพื่อมาร่วมกิจกรรมธนาคารโอกาสและถนนครูเดิน ที่โรงเรียนเชื้อเพลิงวิทยา อำเภอปราสาท กิจกรรมที่ กสศ. และภาคีจัดขึ้นเพื่อส่งต่อทรัพยากรการศึกษาให้โรงเรียนในพื้นที่ห่างไกลและขาดแคลน เพื่อให้ครูนำกลับไปเติมโอกาสการเรียนรู้ให้เด็ก ๆ ที่กำลังรออยู่</p>



<p>ท่ามกลางครูจากโรงเรียนกว่า 70 แห่งที่กำลังเลือกสิ่งของจำเป็นกลับไปให้ลูกศิษย์ ครูหนูดีเล่าถึงความแตกต่างระหว่าง ‘ปีนี้’ กับ ‘ปีก่อน’ ว่าแทบไม่มีอะไรเหมือนกันเลย</p>



<p>“ตอนนี้เราไม่ต้องคิดแล้วว่า พรุ่งนี้จะให้เด็ก ๆ นั่งเรียนตรงไหน ไม่ต้องกังวลว่าสมุดดินสอจะพอกับจำนวนเด็ก ๆ หรือไม่ เราไม่ต้องมองหาเด็กที่เงียบไป หรืออาจหลบไปนั่งตัวสั่นเพราะกลัวเสียงปืนเสียงระเบิด เพื่อจะคอยกอดเขา อยู่เป็นเพื่อนเขา เพราะเทอมนี้เราได้อยู่ในโรงเรียนที่ห้อมล้อมด้วยชุมชน ไม่ต้องพะวงเรื่องเสียงระเบิด เรามีห้องเรียน มีอุปกรณ์การเรียนให้เด็ก ๆ เราได้จัดงานวันแม่ มีสัปดาห์วิทยาศาสตร์ ได้เตรียมงานกีฬาสี ซึ่งทั้งหมดทำไม่ได้เลยเมื่อปีก่อน”</p>



<p>“&#8230;เหมือนวันนี้โรงเรียนกลับมาเป็นปกติแล้ว เราไปสอนที่โรงเรียนทุกวัน ได้เห็นเด็ก ๆ วิ่งเล่น กินข้าวกลางวันในโรงอาหาร ได้ทำกิจกรรม ซึ่งเชื่อว่าครูทุกคนก็คงวาดภาพไว้ไม่ต่างกัน ว่าความหมายของโรงเรียนควรจะเป็นแบบนี้”</p>



<figure class="wp-block-image size-full"><img decoding="async" loading="lazy" width="855" height="569" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/08/07-3.jpg" alt="" class="wp-image-104869" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/08/07-3.jpg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/08/07-3-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/08/07-3-768x511.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/08/07-3-750x500.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/08/07-3-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /></figure>



<p></p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>ใต้ ‘ความปกติ’ ยังมีบางสิ่งที่ไม่เหมือนเดิม</strong></h3>



<p>หากมองลึกลงไปใน ‘ความปกติ’ นั้น ครูหนูดีกลับพบสัญญาณบางอย่างที่น่ากังวลซ่อนอยู่ลาง ๆ ทั้งจำนวนลูกศิษย์ในปีการศึกษาใหม่ ความเปลี่ยนแปลงเล็ก ๆ ในพฤติกรรมของนักเรียน และความไม่แน่นอนของวิถีชีวิตในชุมชน ซึ่งอาจส่งผลต่อเส้นทางการศึกษาของเด็กในระยะต่อไป</p>



<p>“อย่างแรก ปีนี้จำนวนนักเรียนลดลงชัดมาก จากโรงเรียนเราที่เคยมีเด็กราว 170 ปีนี้ลดลงมาเหลือ 120 คน หลายคนที่หายไปคือเด็กที่ติดตามผู้ปกครองไปอยู่ที่อื่นตั้งแต่ตอนที่สถานการณ์รุนแรง แล้วเมื่อปีการศึกษาใหม่เปิดขึ้น เราพยายามติดตาม จนรู้ว่าบางคนได้ไปเข้าเรียนต่อที่โรงเรียนใหม่แล้ว แต่มีอีกบางคนที่ติดต่อไม่ได้เลย จึงยังไม่รู้ว่าปีนี้เขาได้เรียนไหม”</p>



<p>แม้เหตุปะทะจะผ่านไป แต่แรงสั่นสะเทือนยังคงอยู่ในชุมชน ทั้งเรื่องปากท้อง เศรษฐกิจ และสภาพจิตใจของผู้คน ก่อนส่งผลต่อเนื่องเข้ามาถึงโรงเรียนและเด็กที่ยังเรียนอยู่ที่เดิม</p>



<p>“ข้อเท็จจริงผ่านสายตา คือเด็กที่ส่วนใหญ่อยู่กับปู่ย่าตายายซึ่งไม่มีรายได้ประจำ ความขาดแคลนเสื้อผ้าอุปกรณ์การเรียนซึ่งเดิมมีอยู่แล้ว ก็ยิ่งขาดแคลนเพิ่มขึ้น <strong>เทอมนี้เห็นชัด เด็กไม่มีชุดนักเรียน ไม่มีสมุดดินสอ ไม่มีเงินมาโรงเรียน แล้วจุดเล็ก ๆ นี้เอง ที่เราประเมินได้ว่าจะยิ่งเพิ่มโอกาสเสี่ยงหลุดจากระบบการศึกษา ไม่ว่าตรงกลางทาง หรือตรงรอยต่อระหว่างชั้น</strong>”</p>



<figure class="wp-block-gallery has-nested-images columns-default is-cropped wp-block-gallery-1 is-layout-flex wp-block-gallery-is-layout-flex">
<figure class="wp-block-image size-large"><img decoding="async" loading="lazy" width="855" height="569" data-id="104871" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/08/03-3.jpg" alt="" class="wp-image-104871" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/08/03-3.jpg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/08/03-3-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/08/03-3-768x511.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/08/03-3-750x500.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/08/03-3-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /></figure>



<figure class="wp-block-image size-large"><img decoding="async" loading="lazy" width="855" height="569" data-id="104872" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/08/02-3.jpg" alt="" class="wp-image-104872" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/08/02-3.jpg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/08/02-3-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/08/02-3-768x511.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/08/02-3-750x500.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/08/02-3-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /></figure>
</figure>



<p></p>



<p>ยังมีผลกระทบอีกด้านที่ไม่อาจมองเห็นได้จากจำนวนเด็กหรือสิ่งของที่ขาดแคลน หากต้องอาศัยการสังเกตและเอา <strong>‘หัวใจของครู’</strong> เข้าไปสัมผัส</p>



<p>ครูหนูดีพบพฤติกรรมของเด็ก ๆ ที่เปลี่ยนไป เด็กบางคนขาดสมาธิ อยู่ไม่นิ่ง หรือไม่เชื่อฟัง พฤติกรรมเล็ก ๆ เหล่านี้อาจกำลังบอกถึงความรู้สึกไม่แน่นอนและความวิตกกังวลที่ยังหลงเหลืออยู่ แม้สถานการณ์รอบตัวจะสงบลงแล้ว</p>



<p>“ในความปกติของการกลับมาเรียน เราเห็นความสวิงขึ้น ๆ ลง ๆ ผ่านอารมณ์และการแสดงออกจากเด็ก ซึ่งปัจจัยหนึ่งมาจากการกลับคืนสู่ชีวิตปกติรอบนี้ หลายสิ่งรอบตัวเขาไม่เหมือนเดิม แล้วถึงที่โรงเรียนครูทุกคนจะพยายามช่วยกันประคับประคองรอบด้าน ทั้งจิตใจ การเรียน พัฒนาการ แต่เมื่อเด็กอยู่บ้าน ในท่ามกลางช่วงเวลาที่แทบทุกครอบครัวต้องกอบกู้วิกฤตจากการทำมาหากิน จากความเสียหายของที่พักอาศัย หรือจากความสูญเสียอื่น ๆ ที่ยังทิ้งร่องรอยไว้ เด็ก ๆ จึงเหมือนถูกปล่อยให้ต่อสู้ด้วยตัวเอง”</p>



<p>เมื่อนั้น ภารกิจของโรงเรียนจึงไม่ใช่เพียงการฟื้นฟูการเรียนรู้ แต่ยังหมายถึงการสร้างจุดเชื่อมต่อระหว่าง <strong>โรงเรียน–บ้าน–ชุมชน</strong> เพื่อช่วยกันประคับประคองเด็กให้กลับมาตั้งหลักได้อีกครั้ง</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-full"><img decoding="async" loading="lazy" width="855" height="569" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/08/04-3.jpg" alt="" class="wp-image-104873" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/08/04-3.jpg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/08/04-3-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/08/04-3-768x511.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/08/04-3-750x500.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/08/04-3-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /><figcaption class="wp-element-caption">(ซ้าย) พัฒนะพงษ์ สุขมะดัน ผู้ช่วยผู้จัดการ กสศ. (ขวา) ครูหนูดี</figcaption></figure></div>


<p></p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>“ถ้าใจเด็กยังไม่นิ่งพอ ก็ไม่มีทางจะเติมอะไรลงไปได้”</strong></h3>



<p>ประสบการณ์หลายเดือนในฐานะ ‘คุณครูในศูนย์พักพิง’ ทำให้ครูหนูดีพบว่า ก่อนจะพาเด็กกลับไปสู่บทเรียน สิ่งสำคัญกว่าคือการช่วยให้พวกเขา <strong>‘กลับมารู้สึกมั่นคงในจิตใจ’</strong></p>



<p>“ทั้งปีนี้และปีต่อ ๆ ไป งานของครูในพื้นที่ปะทะตรงชายแดน เรามีโจทย์ของการพาเด็กไปให้ตรงกับความคาดหวังมากมาย ทั้งจากความห่างหายไปนานจากบทเรียนมาตรฐาน เรามีเด็กที่กลับมาแล้วยังไม่พร้อมเรียน หรือตามบทเรียนไม่ทัน ข้อแม้พวกนี้ทำให้เรายังไม่ต้องพูดถึงการยกระดับผลการเรียนรู้ เพราะการจัดการเรียนรู้ในศูนย์อพยพให้บทเรียนสำคัญกับเราว่า <strong>ถ้าใจเด็กยังไม่นิ่งพอ ก็ไม่มีทางจะเติมอะไรลงไปได้</strong>”</p>



<p>เมื่อตระหนักแล้วว่า ภารกิจฟื้นฟูการศึกษาต้องเริ่มจาก ‘การดูแลหัวใจ’ ครูหนูดีจึงนำบทเรียนจากช่วงเวลาที่สอนในศูนย์พักพิงกลับมาใช้ทบทวนในห้องเรียน โดยในทุก ๆ วันจะต้องมีช่วงเวลาสำหรับ ‘สำรวจความรู้สึกและรับฟังเด็ก ๆ’</p>



<p>ก่อนเข้าสู่บทเรียน เด็ก ๆ จะได้พูดคุยเรื่องทั่วไป เล่าเหตุการณ์ที่พบเจอ หรือแบ่งปันสิ่งที่อยู่ในใจ เพื่อให้ครูมองเห็นไปไกลกว่าสิ่งที่เกิดขึ้นในห้องเรียนว่า เด็กคนหนึ่งกำลังเผชิญอะไร ชีวิตที่บ้านเป็นอย่างไร และในสถานการณ์เหล่านั้น ครูหรือโรงเรียนจะเข้าไปเป็นที่พึ่งให้เขาได้อย่างไร</p>



<figure class="wp-block-image size-full"><img decoding="async" loading="lazy" width="855" height="569" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/08/05-3.jpg" alt="" class="wp-image-104876" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/08/05-3.jpg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/08/05-3-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/08/05-3-768x511.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/08/05-3-750x500.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/08/05-3-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /></figure>



<figure class="wp-block-image size-full"><img decoding="async" loading="lazy" width="855" height="569" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/08/06-4.jpg" alt="" class="wp-image-104874" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/08/06-4.jpg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/08/06-4-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/08/06-4-768x511.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/08/06-4-750x500.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/08/06-4-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /></figure>



<p></p>



<p>“เรามองย้อนไปว่าทุกความรุนแรงของปัญหา ล้วนเริ่มขึ้นจากสิ่งเล็ก ๆ ที่สะสมในตัวเด็กคนหนึ่ง ฉะนั้นก่อนไปถึงบทเรียน เราจะพยายามชวนเด็กคุยเรื่องทั่วไป หรือคุยกันถึงเหตุการณ์ประจำวันรอบตัว แล้วใครอยากจะพูด อยากแสดงความรู้สึก เขาจะต้องได้ทำ ซึ่งเราจะตั้งใจฟังทุกเรื่องทุกเสียง ไม่ว่าเรื่องนั้นจะเล็กน้อยแค่ไหน”</p>



<p>สำหรับครูหนูดี เรื่องเล็ก ๆ ที่เด็กเล่าอาจไม่ได้เป็นเรื่องเล็กเสมอไป เพราะในถ้อยคำหรือความรู้สึกเหล่านั้น อาจมีบางสิ่งที่เด็กกำลังพยายามบอกผู้ใหญ่</p>



<p>“เราเชื่อว่าในเรื่องราวที่เหมือนไม่มีแก่นสารอะไร มันมีบางสิ่งที่เด็กต้องการสื่อสาร ทุกสิ่งที่เด็กพูดหรือรู้สึก มันกำลังบอกถึงสิ่งที่เขาเผชิญ ไม่ว่าสถานการณ์ทางบ้านเป็นยังไง หรือมีความกังวลกดดันอะไรซ่อนอยู่ เด็กบางคน เราไม่รู้เลยว่าประสบการณ์จากช่วงการปะทะตรงชายแดนยังทิ้งรอยค้างไว้มากน้อยแค่ไหน <strong>ในฐานะครูจึงต้องทำให้เขาเชื่อว่า เราคือคนที่เขาคุยได้ทุกเรื่องทุกเวลา แล้ววิธีนี้อาจช่วยให้เรายับยั้งอีกหลายปัญหาได้ ก่อนที่มันจะเกิด</strong>”</p>



<figure class="wp-block-image size-full"><img decoding="async" loading="lazy" width="855" height="569" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/08/08-2.jpg" alt="" class="wp-image-104877" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/08/08-2.jpg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/08/08-2-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/08/08-2-768x511.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/08/08-2-750x500.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/08/08-2-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /></figure>



<p></p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>เมื่อสิ่งของคือ ‘กำลังใจที่จับต้องได้’</strong></h3>



<p>เรื่องราวจากครูหนูดีทำให้ภาพของ ‘ห้องเรียนปกติ’ ในโรงเรียนพื้นที่ชายแดนมีความหมายต่างออกไป</p>



<p>การที่เด็กกลับมานั่งเรียน วิ่งเล่น กินข้าวกลางวัน และทำกิจกรรมร่วมกับเพื่อนอีกครั้ง อาจเป็นสัญญาณว่าสถานการณ์ภายนอกกำลังกลับคืนสู่ความปกติ แต่ไม่ได้หมายความว่าร่องรอยของวิกฤตในชีวิตเด็กจะหายไปพร้อมกับเสียงระเบิด</p>



<p>ก่อนเดินเลือกสิ่งของจำเป็นใน ‘<a href="https://www.eef.or.th/news-190826/">ถนนครูเดิน</a>’ กลับไปให้ลูกศิษย์ ครูหนูดีฝากคำขอบคุณถึงทุกฝ่ายที่ร่วมกันส่งต่ออุปกรณ์การเรียน สื่อการสอน เสื้อผ้า รองเท้า ชุดนักเรียน ของเล่น สมุดดินสอ และคอมพิวเตอร์มายังพื้นที่</p>



<p>สำหรับเธอ สิ่งของเหล่านี้ไม่ได้มีความหมายเพียงการเติมทรัพยากรที่ขาดแคลนหรือลดความเหลื่อมล้ำเฉพาะหน้า แต่ยังเป็น <strong>‘กำลังใจที่จับต้องได้’</strong> สำหรับเด็ก ครู และโรงเรียนที่กำลังพยายามกลับมาตั้งหลักอีกครั้ง</p>



<p>เพราะหลังเสียงระเบิดเงียบลง การเปิดประตูโรงเรียนอาจเป็นเพียงจุดเริ่มต้น</p>



<p>ภารกิจที่ยังดำเนินต่อไปของครู คือการค่อย ๆ ช่วยให้เด็กเชื่ออีกครั้งว่า ห้องเรียนเป็นพื้นที่ที่พวกเขารู้สึกมั่นคง มีคนพร้อมรับฟัง และสามารถกลับมาเรียนรู้ เติบโต และมองไปข้างหน้าได้อีกครั้ง</p>



<p><strong>เพื่อให้ไม่เพียงตัวเด็กที่ได้กลับสู่ห้องเรียน แต่ ‘หัวใจของเด็ก’ ได้กลับมาพร้อมกันด้วย</strong></p><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/article-210826/">หลังเสียงระเบิดเงียบลง ภารกิจของครูคือพา ‘หัวใจเด็ก’ กลับสู่ห้องเรียน</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ตกปลาก็ได้ นั่งเล่นก็ดี ช่วยงานก็มา : ศูนย์การเรียนรู้ชุมชนคนหนุ่มสาว พื้นที่ ‘สบายๆ ’ ไร้รั้วเชิงกายภาพและทางใจของเด็กและผู้ใหญ่ในตำบลโพนแพง</title>
		<link>https://www.eef.or.th/article-200826/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 20 Aug 2026 10:20:50 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Movement]]></category>
		<category><![CDATA[บทความ]]></category>
		<category><![CDATA[การจัดการศึกษาเชิงพื้นที่เพื่อลดความเหลื่อมล้ำ]]></category>
		<category><![CDATA[ผู้จัดการกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา กล่าวว่า ความร่วมมือของ กสศ. และ สกสว. จะ]]></category>
		<category><![CDATA[ศูนย์การเรียนรู้ชุมชนคนหนุ่มสาว]]></category>
		<category><![CDATA[สกลนคร]]></category>
		<category><![CDATA[กสศ.]]></category>
		<category><![CDATA[ABE]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?p=104851</guid>

					<description><![CDATA[<p>ไร้รั้ว ไร้กรอบ ไร้ข้อจำกัด พื้นที่ศูนย์การเรียนรู้ชุมช [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/article-200826/">ตกปลาก็ได้ นั่งเล่นก็ดี ช่วยงานก็มา : ศูนย์การเรียนรู้ชุมชนคนหนุ่มสาว พื้นที่ ‘สบายๆ ’ ไร้รั้วเชิงกายภาพและทางใจของเด็กและผู้ใหญ่ในตำบลโพนแพง</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<h3 class="wp-block-heading"><strong>ไร้รั้ว ไร้กรอบ ไร้ข้อจำกัด</strong></h3>



<p>พื้นที่ศูนย์การเรียนรู้ชุมชนคนหนุ่มสาวที่เรายืนอยู่ ไม่มีกำแพง ไม่มีรั้วกั้น มีเพียงรั้วต้นไม้ที่วางตั้งไว้ติดถนนลาดยาง รถยนต์และมอเตอร์ไซต์สามารถมาจอดเทียบแล้วเดินเข้ามาได้โดยไม่ต้องผ่านจุดคัดกรอง ทั้งที่ส่วนหนึ่งของที่ดินแปลงนี้เป็นบ้านของตั้มและครอบครัว</p>



<p>“เราไม่ซีเรียส เด็กอยากมานอนก็ได้ ก็หอบเสื้อผ้ามา เราก็จะมีตรงระเบียงที่นอนได้ มีเต็นท์ 4-5 หลังให้กางนอน แต่ถ้ายุงกัดก็ตัวใครตัวมัน (หัวเราะ) ถ้าเขามาแล้วสบายใจ ผมว่ามันไม่ได้มีพิษมีภัย” ตั้มอธิบาย</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img decoding="async" loading="lazy" width="763" height="1024" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/08/image-31-763x1024.jpeg" alt="" class="wp-image-104852" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/08/image-31-763x1024.jpeg 763w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/08/image-31-224x300.jpeg 224w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/08/image-31-768x1030.jpeg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/08/image-31-1145x1536.jpeg 1145w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/08/image-31.jpeg 1200w" sizes="(max-width: 763px) 100vw, 763px" /></figure>



<p></p>



<p>ตั้มเล่าว่าพื้นที่จะมีเด็กเข้ามาเรื่อยๆ มากน้อยขึ้นอยู่กับช่วงปิดเทอม-เปิดเทอม เพราะเด็กในระบบเองก็ชอบเข้ามานั่งเล่นที่นี่ บางคนให้เหตุผลกับตั้มว่ามานั่งฮีลใจ ส่วนเด็กนอกระบบก็ผลัดเวียนกันเข้ามาใช้พื้นที่โดยตลอด แบบที่ตั้มจะไม่ไปบังคับให้เข้ามา แต่จะปล่อยให้ลื่นไหลตามธรรมชาติของเด็ก</p>



<p>ซึ่งศูนย์การเรียนรู้ชุมชนคนหนุ่มสาวเกิดขึ้นจากความตั้งใจที่จะสร้างพื้นที่สร้างสรรค์และแหล่งเรียนรู้สำหรับเด็ก เยาวชน และคนรุ่นใหม่ เพื่อพัฒนาศักยภาพและเติบโตเป็นผู้ใหญ่ที่มีคุณภาพในท้องถิ่นของตนเอง ระยะ 12 ปีที่จัดตั้งศูนย์การเรียนรู้แห่งนี้ขึ้นมาจึงทำให้คนในชุมชนรู้จักสถานที่นี้เป็นอย่างดี และทำให้เกิดการบอกต่อปากต่อปาก เวลามีเรื่องอะไรที่เกี่ยวกับเด็กขึ้นมา ศูนย์การเรียนรู้แห่งนี้ก็จะเป็นที่แรกๆ ที่คนนึกถึง</p>



<p>และเมื่อพัฒนามาเป็นโครงการเสริมสร้างสุขนิเวศน์การเรียนรู้สร้างสรรค์ และพัฒนาสมรรถนะเด็ก เยาวชนนอกระบบการศึกษา โดยการสนับสนุนของ กสศ. ก็เกิดการตั้งเป้าหมายใหม่ในการโอบรับเด็กนอกระบบให้ได้มากขึ้น ทั้งเด็กที่เดินเข้ามาเอง และเด็กที่ต้องใช้กลไกผู้ใหญ่บ้านในการค้นหา รวมถึงการสนับสนุนช่องทางการศึกษาที่มีมากกว่าการเรียนในระบบโรงเรียน</p>



<p>“มันก็มีประเด็นเล็กๆ น้อยๆ ของเด็กอยู่บ้าง มีเด็กบางคนมาบอกว่าที่ไม่เข้ามาหาวันนี้เพราะเห็นว่ามีอีกกลุ่มนั่งอยู่ มันทำให้เห็นว่าลึกๆ แล้วเขาอยากมา แต่เห็นว่าแก๊งเด็กผู้ชายอยู่ ก็เลยไม่กล้าเข้า ไว้พรุ่งนี้มาใหม่ เราก็ปล่อยไปตามธรรมชาติ เพราะเคมีของเด็กแต่ละคนไม่เหมือนกัน เราไม่บังคับ”</p>



<p>เด็กที่มาที่นี่จึงมีหลายรูปแบบ บ้างก็มาคนเดียว บ้างก็มาเป็นคู่ บ้างก็ยกโขยงมาเป็นกลุ่ม แถมบางคนที่เคยมาหรือมาเป็นประจำก็จะเป็นคนชักจูงเพื่อนหน้าใหม่เข้ามาให้ตั้มและทีมงานเห็นหน้าเห็นตา ศูนย์การเรียนรู้ก็จะได้เจอเด็กโดยที่ไม่ต้องออกไปค้นหา ส่วนเด็กก็จะได้ทั้งเพื่อนใหม่และพื้นที่ปลอดภัย เมื่อเขาเริ่มรู้สึกว่าที่นี่ให้อิสระกับเขา</p>



<p>เพราะตั้มบอกว่า ที่นี่ไม่มีกติกาอะไร เว้นเสียแต่ ‘ปาน’ ภรรยาของตั้มและ 1 ในทีมงานอาจจะบ่นหน่อยถ้ากินแล้วไม่ล้างจาน</p>



<p>“เมื่อคืนมีหน้าใหม่มา 2 คน เพื่อนชวนมานั่งกินหมูกระทะ เราเลยให้ตังค์เขาไปซื้อแล้วปล่อยให้เขานั่งคุยกัน เพราะถ้าเราเข้าไปก็จะเป็นการปิดกั้นเด็ก แต่เดี๋ยวเราก็จะหาจังหวะคุยกับเด็กที่พาเพื่อนมาว่าเพื่อนเป็นอะไรยังไง พอเป็นแบบนี้เด็กก็จะมาเรื่อยๆ ได้เพื่อนใหม่เรื่อยๆ ”</p>



<p>ซึ่งพื้นที่ที่ใครก็สามารถวิ่งทะลุหน้าออกหลังได้ตลอด อาจมาพร้อมความกังวลในสายตาบางคนว่าจะมีการลักเล็กขโมยเกิดขึ้นหรือเปล่า ซึ่งตั้มยอมรับว่าเคยมี แต่เป็นเรื่องที่ผ่านมานานแล้ว และเมื่อปรับวิธีคิดให้กับเด็กไป ก็ไม่มีปัญหาทำนองนี้เกิดขึ้นซ้ำอีก</p>



<p>“เราได้ยินเสียงก๊อกแก๊ก พอเราเปิดไฟก็เห็นมีดวางอยู่ ที่ไหนได้ เด็กมาขโมยเอาไผ่ไปทำบ้องกัญชา พอเรารู้ตัวคนเราก็เรียกมาคุย บอกว่าทีหลังไม่ต้องขโมย ให้เข้ามาขอแล้วเอาไปได้เลย เราปรับวิธีคิดเขาใหม่ว่า ถ้าอยากได้อะไรอย่าไปขโมย เพราะถ้าเป็นคนอื่นจะโดนจับนะ” ตั้มเล่า</p>



<p>พอเด็กสบายใจที่จะมา มาแล้วพัฒนาตัวเองให้ดีขึ้น พ่อแม่ก็เบาใจถึงขั้นถ้าตั้มไปหาเด็กที่บ้าน แม่ก็จะบอกให้ตั้มขึ้นไปปลุกได้เลย ส่วนถ้าเด็กกลับบ้านดึกดื่นแต่บอกไว้ก่อนว่าอยู่กับตั้ม พ่อแม่ก็จะไม่ว่าอะไร เพราะรู้ว่าตั้มจะมาส่งลูกตัวเองที่บ้านแน่นอน</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-full"><img decoding="async" loading="lazy" width="1200" height="800" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/08/image-32.jpeg" alt="" class="wp-image-104853" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/08/image-32.jpeg 1200w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/08/image-32-300x200.jpeg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/08/image-32-768x512.jpeg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/08/image-32-750x500.jpeg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/08/image-32-272x182.jpeg 272w" sizes="(max-width: 1200px) 100vw, 1200px" /><figcaption class="wp-element-caption">‘ตั้ม’ ธนภัทร แสงหิรัญ</figcaption></figure></div>


<p></p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>มุมหลากหลาย ตามใจผู้ใช้สอย</strong></h3>



<figure class="wp-block-image size-large"><img decoding="async" loading="lazy" width="763" height="1024" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/08/image-33-763x1024.jpeg" alt="" class="wp-image-104854" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/08/image-33-763x1024.jpeg 763w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/08/image-33-224x300.jpeg 224w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/08/image-33-768x1030.jpeg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/08/image-33-1145x1536.jpeg 1145w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/08/image-33.jpeg 1200w" sizes="(max-width: 763px) 100vw, 763px" /></figure>



<p></p>



<p>หากกวาดสายตามองรอบๆ นอกจากความเขียวขจีและร่มเงาของต้นไม้แล้ว ที่ดินแปลงนี้ยังมีการจัดสรรพื้นที่โดยแบ่งเป็นมุมต่างๆ เพื่อทำกิจกรรมที่หลากหลาย เช่น มุมร้านกาแฟ มุมอ่านหนังสือ มุมม้าโยกสำหรับเด็กเล็ก มุมผ่อนคลายริมน้ำ และมุมปลูกต้นไม้</p>



<p>ซึ่งตั้มเล่าว่า การจัดสรรพื้นที่เพื่อใช้สอยอย่างหลากหลายนี้ ไม่ได้เกิดขึ้นจากความตั้งใจตั้งแต่ริเริ่มทำศูนย์การเรียนรู้ แต่เกิดจากการฟังเสียงของเด็กๆ ที่เข้ามาในพื้นที่นี้ว่าต้องการอะไร แล้วค่อยๆ ปรับตามความต้องการ</p>



<p>เช่น เด็กอยากไปคาเฟ่ จากเดิมต้องขับออกไปคาเฟ่ด้านนอก เสียเงินหลายบาท ถ้าไม่มีเงินก็ไปไม่ได้ ก็เปลี่ยนเป็นมานั่งคาเฟ่ที่มีปานเป็นบาริสต้า แถมน่าจะเป็นมิตรกว่า เพราะถ้ารอนาน เด็กๆ ไม่ต้องโวยวายกับพนักงาน แต่สามารถเต้น ‘เอื้อยค้าบ’ เป็นการส่งสัญญาณให้มือชงได้เลย</p>



<p>“เด็กๆ มาบอกเราว่าอยากมีมุมหนังสือ อยากมีมุมนั่งเล่น อยากไปคาเฟ่ งั้นถ้าเปิดเองแล้วมานั่งที่นี่แล้วกัน ผมเคยเปิดร้านกาแฟ เคยเปิดร้านต้นไม้ ก็เอาสกิล เอาสิ่งที่เราเคยมีมาทำ สอนน้องปานทำกาแฟ ยกต้นไม้มาทำให้ที่มันร่มรื่นขึ้น”</p>



<p>จากเดิมที่ศูนย์การเรียนรู้ทำกิจกรรมกันอยู่ในบ้านดินที่ปัจจุบันเป็นลานปูนกว้าง ก็ขยับขยายด้วยการถมบ่อปลาเพิ่มพื้นที่ใช้สอย จากเดิมที่ทางเข้าพื้นที่เป็นป่าทึบก็ถางและจัดที่ทางให้ดูสบายตาขึ้น</p>



<p>การปรับเปลี่ยนของพื้นที่โดยรับฟังเสียงของผู้ใช้งานอย่างเด็กๆ ที่แวะเข้ามาจึงไม่ได้ส่งผลแค่หน้าตาของศูนย์การเรียนรู้ที่เปลี่ยนไป แต่ทำให้เด็กกลุ่มใหม่กล้าที่จะเข้ามามากขึ้น เกิดการไหลเวียนของเด็กกลุ่มต่างๆ เพราะพวกเขาเห็นและเข้าใจแล้วว่าพื้นที่ไร้รั้วนี้กำลังทำอะไรอยู่ และมีอะไรให้ทำบ้าง</p>



<p>จะมานั่งวาดรูป นั่งร้องเพลง หรือจะมาผูกเปลนอนเฉยๆ เพราะไม่อยากอยู่ที่บ้านก็ทำได้ เลือกมุมเอาเองได้เลย</p>



<figure class="wp-block-image size-full"><img decoding="async" loading="lazy" width="1200" height="800" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/08/image-34.jpeg" alt="" class="wp-image-104855" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/08/image-34.jpeg 1200w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/08/image-34-300x200.jpeg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/08/image-34-768x512.jpeg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/08/image-34-750x500.jpeg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/08/image-34-272x182.jpeg 272w" sizes="(max-width: 1200px) 100vw, 1200px" /></figure>



<p></p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>เรียนรู้จากการช่วยงาน</strong></h3>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large"><img decoding="async" loading="lazy" width="763" height="1024" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/08/image-35-763x1024.jpeg" alt="" class="wp-image-104856" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/08/image-35-763x1024.jpeg 763w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/08/image-35-224x300.jpeg 224w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/08/image-35-768x1030.jpeg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/08/image-35-1145x1536.jpeg 1145w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/08/image-35.jpeg 1200w" sizes="(max-width: 763px) 100vw, 763px" /><figcaption class="wp-element-caption">‘ปาน’ จิราวรรณ จันทร์สุข</figcaption></figure></div>


<p></p>



<p>ระหว่างรอปาน บาริสต้ามือหนึ่งของศูนย์การเรียนรู้ชุมชนคนหนุ่มสาวชงกาแฟ ก็มีมอเตอร์ไซต์ของเด็กในพื้นที่ขับผ่านไปผ่านมา บางคันก็หยุดจอดเพื่อสอดส่องว่ามีใครกำลังทำอะไรในพื้นที่บ้าง ก่อนจะขับออกไปเพราะเห็นว่าวันนี้มีผู้ใหญ่มาเยอะ</p>



<p>ภาพแบบนี้เป็นภาพปกติที่ปานเห็นเป็นประจำ เพราะเวลาเด็กๆ เข้ามาในศูนย์การเรียนรู้ นอกจากจะมาช่วยงาน เช่น แจกเอกสาร จัดเก้าอี้ ทำความสะอาด เด็กก็จะมานั่งคุย นั่งกินขนม นั่งตกปลา ถ้าผู้ใหญ่อยู่เยอะเกินไปก็จะรู้สึกว่ายังไม่อยากเข้ามา</p>



<p>ซึ่งถ้ามีงานอะไรให้ทำ ปานก็จะใช้ช่องทางเฟซบุ๊กติดต่อเด็กๆ ให้มาช่วยงาน เพราะเด็กที่นี่ไม่ค่อยตอบไลน์ ไม่เหมือนพวกผู้ใหญ่ที่ตั้งกรุ๊ปไลน์ทำงานกันไม่รู้กี่กลุ่มต่อกี่กลุ่ม</p>



<p>โดยงานที่ให้ทำก็จะช่วยพัฒนาทักษะของเด็กอย่างไม่บีบบังคับ ไม่ได้เป็นใบงานจริงจังแบบในห้องเรียน แต่จะเป็นกิจกรรมที่ทำให้เด็กได้มีปฏิสัมพันธ์กับคนในสังคมและได้ปลูกฝังจิตอาสา อย่างการช่วยจัดสถานที่และแจกเอกสาร ที่ทำให้เด็กเรียนรู้วิธีเข้าสังคม วิธีเข้าหาผู้ใหญ่ หรือถ้าเป็นกิจกรรมนอกพื้นที่อย่างรณรงค์เรื่องบุหรี่ไฟฟ้าที่ถนนคนเดิน ก็จะมีทั้งเด็กที่พัฒนาทักษะการสื่อสารจากการได้จับไมค์พูด</p>



<p>ซึ่งการมาร่วมกิจกรรมกับทางศูนย์ในบางครั้งก็จะได้ค่าตอบแทนเป็นค่าเดินทาง แต่ปานเล่าว่า มีบางครั้งที่เด็กเดินเข้ามาขอทำงานจุกจิก</p>



<p>“เด็กบางคนมาแล้วถามว่ามีอะไรให้ทำบ้าง อยากได้ตังค์ไปใช้ เราก็จะมีอะไรเล็กๆ น้อยๆ ให้ทำ แบบเทดินถุงละ 2 บาท อะไรแบบนี้ เขาก็ทำนะ 10 ถุงก็ 20 แล้ว แล้วบางทีเขาก็กินข้าวที่นี่ พอจะกลับบ้านก็ห่อข้าวกลับไปกินที่บ้านเขาด้วย” ปานอธิบาย</p>



<p></p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>พื้นที่รับฟัง มีปัญหามาได้เลย</strong></h3>



<figure class="wp-block-image size-full"><img decoding="async" loading="lazy" width="1200" height="800" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/08/image-36.jpeg" alt="" class="wp-image-104857" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/08/image-36.jpeg 1200w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/08/image-36-300x200.jpeg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/08/image-36-768x512.jpeg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/08/image-36-750x500.jpeg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/08/image-36-272x182.jpeg 272w" sizes="(max-width: 1200px) 100vw, 1200px" /></figure>



<p></p>



<p>ตั้มเล่าว่า ที่นี่เป็นศูนย์การเรียนรู้สำหรับเด็กและเยาวชน แต่ไม่ได้มีการจำกัดว่าผู้ใหญ่เข้าไม่ได้ เช่นเดียวกับการไม่ได้จำกัดว่าเด็กที่มาที่นี่ได้ต้องเป็นเด็กนอกระบบเท่านั้น จึงมีผู้ใหญ่หลายคนแวะเข้ามาสั่งกาแฟ มานั่งเล่น จนไปถึงภรรยาอุ้มลูกมานั่งเล่นบนม้านั่ง เพราะทะเลาะกับสามีที่บ้าน</p>



<p>“การที่มีพื้นที่เชิงกายภาพมันช่วยในการหนุนเสริมเด็ก ทำให้เขารู้สึกมีพื้นที่จริงๆ ที่เราไปรับฟังไปคุยด้วยได้ แต่ไม่ใช่แค่เด็กนะ พื้นที่ตรงนี้มันมีไว้รองรับ ไว้เป็นที่ระบาย จะมาปรึกษาหรือมานั่งเฉยๆ ให้สบายใจก็ได้” ตั้มเสริม</p>



<p>เด็กที่มาที่นี่จึงมีความหลากหลาย บางคนมาเพราะปัญหาที่แบกไว้เต็มบ่า บางคนมาเพราะอยากเจอเพื่อนใหม่ หรือบางคนมาที่นี่เพราะไม่อยากอยู่บ้าน เช่นกรณีของ ‘กรอบ’ วัย 16 ที่ยังมีชื่ออยู่ในระบบ ยังไปโรงเรียน แต่รำคาญลูกพี่ลูกน้องตัวจิ๋ว เลยหนีมานอนเล่นที่ศูนย์ฯ ดีกว่า</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large"><img decoding="async" loading="lazy" width="763" height="1024" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/08/image-37-763x1024.jpeg" alt="" class="wp-image-104858" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/08/image-37-763x1024.jpeg 763w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/08/image-37-224x300.jpeg 224w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/08/image-37-768x1030.jpeg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/08/image-37-1145x1536.jpeg 1145w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/08/image-37.jpeg 1200w" sizes="(max-width: 763px) 100vw, 763px" /><figcaption class="wp-element-caption">กรอบ</figcaption></figure></div>


<p></p>



<p>“เด็กที่นี่มีปัญหาหลากหลาย ความเสี่ยงส่วนใหญ่ของเขามาจากเพื่อน จากรุ่นพี่ ที่เป็นกลุ่มอยากรู้อยากลองใช้ยาเสพติด ซึ่งเราไม่ได้มีปัญหากับหัวหน้ากลุ่มนะ เพราะก็คุยอยู่หลังบ้าน ถามข้อมูลเรื่องยา เพราะเราพยายามหาข้อมูลไปยืนยันกับผู้นำชุมชนว่า ที่เด็กรวมกลุ่มใช้ยาเสพติดเพราะเขาไม่มีที่ไป”</p>



<p>เวลาเด็กไม่ไปโรงเรียน อยู่แต่ในบ้าน คนในบ้านก็จะไล่ให้ไปหาอะไรทำ พอเด็กออกนอกบ้านก็ไม่มีอะไรให้ทำ เพราะไม่มีพื้นที่ในการจัดกิจกรรมให้พวกเขา ไม่มีงานที่รองรับ แต่พอเด็กกลับบ้านช้า ก็จะโดนดุด่าว่าไปมั่วสุมเล่นยา ทั้งที่เด็กอาจจะไปทำกิจกรรมอย่างอื่นมา</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-full"><img decoding="async" loading="lazy" width="1200" height="800" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/08/image-38.jpeg" alt="" class="wp-image-104859" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/08/image-38.jpeg 1200w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/08/image-38-300x200.jpeg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/08/image-38-768x512.jpeg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/08/image-38-750x500.jpeg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/08/image-38-272x182.jpeg 272w" sizes="(max-width: 1200px) 100vw, 1200px" /><figcaption class="wp-element-caption">(ซ้าย) กล้า</figcaption></figure></div>


<p></p>



<p>ทำให้การรวมกลุ่มมั่วสุมในที่ที่ไกลจากสายตาผู้ใหญ่กลายเป็นพื้นที่ของความสบายใจแทนที่บ้านของตัวเอง ศูนย์การเรียนรู้ชุมชนคนหนุ่มสาวจึงพยายามทำให้พื้นที่แปลงนี้เป็นบ้านอีกหลังก่อนที่เด็กจะหลุดไปยังพื้นที่มั่วสุม</p>



<p>“สิ่งที่เราพยายามทำก็คือทำให้ตรงนี้เป็นบ้านอีกหลังหนึ่งก่อนที่จะไปตรงนั้น ถ้าน้องไม่ไหวจริงๆ ก็ไปได้ เราไม่ว่า แต่ถ้าไปค้นพบอะไร เจออะไรมา เล่าสู่กันฟังได้นะ พวกแก๊งลายเต็มตัวบางทีก็มาจอดแล้วยกมือไหว้เรา มันเป็นเรื่องปกติเลย เด็กมาถามว่า กัญชาหรือยาบ้าดีกว่ากัน เราก็ตอบว่าไม่เคยลองยาบ้านะ แต่กัญชาคงฟินๆ ดี เด็กก็บอกเราว่าผมจะเบาๆ ลงนะพี่”</p>



<figure class="wp-block-image size-full"><img decoding="async" loading="lazy" width="1200" height="800" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/08/image-39.jpeg" alt="" class="wp-image-104860" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/08/image-39.jpeg 1200w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/08/image-39-300x200.jpeg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/08/image-39-768x512.jpeg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/08/image-39-750x500.jpeg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/08/image-39-272x182.jpeg 272w" sizes="(max-width: 1200px) 100vw, 1200px" /></figure>



<p></p>



<p>เมื่อรู้สึกสบายใจที่จะมา เด็กก็จะมาซ้ำ อย่าง ‘กล้า’ เด็กนอกระบบเพื่อนซี้ของกรอบ เด็กในระบบ วัย 16 ที่เป็นขาประจำของที่นี่ ก็มาทำกิจกรรมกับศูนย์ฯ บ่อยครั้ง ทั้งที่จุดเริ่มต้นมาจากการที่เพื่อนชวนมา แต่พอมาแล้วรู้สึก ‘ติดใจ’ เลยกลายเป็นขาประจำของที่นี่</p>



<p>“มาที่นี่แล้วสบายใจ เวลามีอะไรเครียดๆ เราก็มานอนเล่นอยู่ที่นี่ นอนฟังเสียงแมกไม้ มาที่นี่มันสบายใจเพราะได้ตัดขาดจากเรื่องเครียดๆ อย่างเรื่องครอบครัว มุมที่ผมชอบที่สุดคือตรงต้นมะขามครับ” กล้าอธิบายพร้อมรอยยิ้ม</p><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/article-200826/">ตกปลาก็ได้ นั่งเล่นก็ดี ช่วยงานก็มา : ศูนย์การเรียนรู้ชุมชนคนหนุ่มสาว พื้นที่ ‘สบายๆ ’ ไร้รั้วเชิงกายภาพและทางใจของเด็กและผู้ใหญ่ในตำบลโพนแพง</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>เราอยากตื่นไปโรงเรียนเพราะเสียงนาฬิกามากกว่าเสียงปืน คุยกับเด็กๆ ลูกหลานแรงงานที่อยากไปโรงเรียนทุกวัน</title>
		<link>https://www.eef.or.th/article-110826/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 11 Aug 2026 04:20:42 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[บทความ]]></category>
		<category><![CDATA[Movement]]></category>
		<category><![CDATA[กสศ.]]></category>
		<category><![CDATA[ความเสมอภาคทางการศึกษา]]></category>
		<category><![CDATA[ABE]]></category>
		<category><![CDATA[ทุนมนุษย์]]></category>
		<category><![CDATA[การจัดการศึกษาเชิงพื้นที่เพื่อลดความเหลื่อมล้ำ]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?p=104716</guid>

					<description><![CDATA[<p>เด็กกลุ่มนี้ไม่ได้ตื่นเพราะเสียงนาฬิกา บางคนตื่นเพราะเส [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/article-110826/">เราอยากตื่นไปโรงเรียนเพราะเสียงนาฬิกามากกว่าเสียงปืน คุยกับเด็กๆ ลูกหลานแรงงานที่อยากไปโรงเรียนทุกวัน</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>เด็กกลุ่มนี้ไม่ได้ตื่นเพราะเสียงนาฬิกา บางคนตื่นเพราะเสียงปืน&nbsp;</p>



<p>“กลัวค่ะ เพราะตอนที่สงครามเกิดมันใกล้กับบ้านหนูพอดี เรียนไม่ได้แต่โรงเรียนก็เปิดอยู่ มีคนไปเรียนด้วย แต่ก็ไม่กล้าไปเรียน ครูถามว่าทำไมไม่มาเรียนก็เลยบอกว่าได้ยินเสียงปืน เขาบอกว่าไม่ขนาดนั้นหรอก มาเรียนเถอะไม่เป็นไร”&nbsp;</p>



<p>‘คินตันโบ’ เด็กสาวพม่าเชื้อสายกะเหรี่ยงวัย 15 กับเพื่อนๆ อย่าง กชกร, นุช ,พลอย และ นิดหน่อย เล่าให้ฟังว่าทำไมต้องย้ายมาเรียนที่เมืองไทยพร้อมครอบครัว และอยู่กับ ‘ครูแอ๋ว’ ลัดดาวัลย์ หลักแก้ว ที่ศูนย์การเรียนมูลนิธิเพื่อเยาวชนชนบท (มยช.) </p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-full"><img decoding="async" loading="lazy" width="1200" height="800" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/08/image-15.jpeg" alt="" class="wp-image-104717" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/08/image-15.jpeg 1200w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/08/image-15-300x200.jpeg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/08/image-15-768x512.jpeg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/08/image-15-750x500.jpeg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/08/image-15-272x182.jpeg 272w" sizes="(max-width: 1200px) 100vw, 1200px" /><figcaption class="wp-element-caption">(จากซ้าย) นุช นิดหน่อย คินตันโบ กชกร และพลอย</figcaption></figure></div>


<p></p>



<p>นุชเสริมอีกว่า ขุดหลุมไว้ใกล้ๆ โรงเรียน วันไหนมีระเบิดก็ซ่อนอยู่ในนั้น&nbsp;</p>



<p>บรรยากาศมันจึงไม่เหมาะกับการเรียน เพราะสิ่งที่สำคัญกว่าคือการรักษาชีวิตให้รอดก่อน&nbsp;</p>



<p>‘แชมป์’ เด็กหนุ่มวัย 14 ที่มาจากทวาย ก็บอกอย่างตรงไปตรงมาว่ากลัว ถึงแม้ตอนนั้นจุดทิ้งระเบิดจะไม่ใกล้โรงเรียน แต่แค่เฮลิคอปเตอร์บินวนไปมาเหนือหัว ก็กลัวแล้ว </p>



<p>“ไม่มีสมาธิในการเรียนด้วย กลัว” ‘นนท์’ สาวมอญวัย 15 ที่มากับแชมป์ก็บอก&nbsp;</p>



<p>แล้วถ้ายังเรียนที่นั่นต่อ จะเป็นยังไงบ้าง&nbsp;</p>



<p>“ก็อาจตายก็ขึ้นสวรรค์ ได้ไปที่ชอบที่ชอบ (หัวเราะ)” ‘อ้าย’ น้องสาวของนนท์วัย 13 พูดติดตลก&nbsp;</p>



<p>ตลกเพราะมันไม่เกิดขึ้นจริง นนท์ อ้าย และแชมป์ ย้ายเข้ามาเรียนที่เมืองไทยได้อย่างปลอดภัย แต่ก็ไม่ถึงกับ 100% เพราะจู่ๆ ศูนย์การเรียนที่ทั้งสามเคยเรียนก่อนหน้านี้ถูก<a href="https://www.thaipbs.or.th/news/content/357494">สั่งปิด</a>เมื่อปลายปีที่แล้ว เพราะได้รับการร้องเรียนจากชุมชนละแวกนั้น&nbsp;</p>



<p>“เสียใจ ทำไมโรงเรียนเราต้องโดนปิดด้วย เราเลยไม่ได้เรียนอีกแล้ว” แชมป์ย้อนความรู้สึกวันนั้น&nbsp;</p>



<p>เด็กๆ ลูกหลานแรงงานข้ามชาติกลุ่มนี้ มีพ่อแม่ทำอาชีพหลากหลาย ซึ่งล้วนเป็นฟันเฟืองสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ ไม่ว่าจะเป็น เย็บผ้า เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย (รปภ.) ทำงานในโรงงานเหล็ก โรงงานพลาสติก ฯลฯ&nbsp;</p>



<p>และเด็กทุกคนไม่ว่าพม่า มอญ กะเหรี่ยง ไทใหญ่ หรือมาจากเมืองไหน ต่างบอกเหมือนกันว่าการศึกษาสำคัญ </p>



<p>“เด็กก็คืออนาคต ถ้าหนูไม่ได้เรียน หนูจะโง่หรือเปล่าก็ไม่รู้ ถ้าไม่ได้เรียน เค้าเขียนอะไรมา เราจะรู้ได้ยังไงว่าความหมายคืออะไร แยกแยะไม่ออกว่าอะไรดี อะไรไม่ดี” นนท์บอก</p>



<p>ส่วนคิโบตันบอกว่าถ้าไม่ได้เรียนก็จะอ่านไม่ได้แล้วไม่เข้าใจความหมาย เวลาใครพูดอะไรก็ไม่รู้เรื่อง ถ้าอ่านไม่ออกก็ฟังไม่รู้เรื่อง&nbsp;</p>



<p>“ถ้าโกงเราเราจะได้เรารู้ทัน จะได้ไม่ต้องขอความช่วยเหลือกับคนอื่น”&nbsp;</p>



<p>‘นุช’ เพื่อนที่มากับคิโบตัน บอกในอีกมุมหนึ่งว่าถ้าไม่ได้เรียน ก็จะสื่อสารลำบากและยากไปหมดทุกเรื่อง&nbsp;</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-full"><img decoding="async" loading="lazy" width="1200" height="800" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/08/image-16.jpeg" alt="" class="wp-image-104718" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/08/image-16.jpeg 1200w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/08/image-16-300x200.jpeg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/08/image-16-768x512.jpeg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/08/image-16-750x500.jpeg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/08/image-16-272x182.jpeg 272w" sizes="(max-width: 1200px) 100vw, 1200px" /><figcaption class="wp-element-caption">นุช</figcaption></figure></div>


<p></p>



<p>“เราพูดไม่เป็น เขาก็จะบอกว่าเราไร้มารยาท ไปที่ไหนก็อ่านป้ายไม่ออก ซื้อของราคาเท่าไหร่ก็ไม่รู้ มันลำบากมากๆ จะกินยาพาราเซตามอลยังไม่รู้จักเลย กลัวกินมั่ว อย่างปู่หนูเขากินนู่นกินนี่แล้วก็ปวดท้อง ท้องเสีย เขาพูดภาษาไทยไม่เป็น ท้องเสียก็เลยไปซื้อยาบอกว่าปวดท้อง ปวดท้องอะไรเขาก็ตอบไม่ได้ คนที่ไม่ได้รับการศึกษา ลำบากมากๆ ค่ะ” นุชพยายามพูดภาษาไทยอย่างชัดเจนที่สุด&nbsp;</p>



<p>ชวนเด็กๆ มองโลกในแง่ร้ายสุด ถามว่าถ้าโรงเรียนที่นี่โดนปิดอีก กลับไปบ้านเกิดก็ยังไม่ได้เพราะรบพุ่งไม่หยุด เด็กๆ จะเป็นอย่างไร&nbsp;</p>



<p>นุชบอกว่า หนูน่าจะไปเป็นพนักงานโรงงานเย็บผ้า เช่นเดียวกับเพื่อนร่วมศูนย์การเรียนมูลนิธิเพื่อเยาวชนชนบทอย่าง ‘นิดหน่อย’ ที่อาจจะไปเป็นช่างเย็บผ้าอย่างแม่&nbsp;</p>



<p>“มาเมืองไทยแรกๆ ยังไม่ได้เรียน หนูทำงานหนักมาก เย็บผ้าตั้งแต่เช้าถึงสามทุ่ม แต่ตอนนี้หนูได้เรียนแล้ว แม่บอกไม่ให้ทำงานเยอะแล้ว แม่บอกว่าการศึกษาสำคัญ หนูโชคดีที่หนูได้เจอโรงเรียนนี้ (ศูนย์การเรียนมูลนิธิเพื่อเยาวชนชนบท) ถ้าหนูไม่ได้เจอ แม่น่าจะให้หนูทำงาน”</p>



<p>เหมือนกันกับอ้ายที่ตอนนี้ได้มาเรียนในโรงเรียนเอกชนที่ถูกต้องตามกฏหมายอย่างโรงเรียนไอเวิลด์ (iworld) ที่ผลักดันโดย มูลนิธิเครือข่ายส่งเสริมคุณภาพชีวิตแรงงาน (LPN) พร้อมๆ กับแชมป์และอ้าย&nbsp;</p>



<p>“หนูอยากเรียนให้สูงที่สุด สุดจนไม่มีอะไรให้เรียนแล้ว” คือความฝันตอนนี้ของอ้าย</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-full"><img decoding="async" loading="lazy" width="1200" height="800" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/08/image-17.jpeg" alt="" class="wp-image-104719" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/08/image-17.jpeg 1200w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/08/image-17-300x200.jpeg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/08/image-17-768x512.jpeg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/08/image-17-750x500.jpeg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/08/image-17-272x182.jpeg 272w" sizes="(max-width: 1200px) 100vw, 1200px" /><figcaption class="wp-element-caption">อ้าย</figcaption></figure></div>


<p></p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>โรงเรียนที่ปลอดภัยทางกายและทางใจ&nbsp;</strong></h3>



<p>‘อ้อน’ ปฏิมา ตั้งปรัชญากูล มูลนิธิเครือข่ายส่งเสริมคุณภาพชีวิตแรงงาน (LPN) ปัจจุบันปฎิมาทำโครงการเยียวยาและพัฒนาศักยภาพเด็กกลุ่มเปราะบางผู้ถูกกระทำความรุนแรงจากครอบครัวและสังคม’ และเป็น 1 ใน 34 หน่วยการทำงานของโครงการพัฒนาการเรียนรู้สำหรับเยาวชนนอกระบบการศึกษา กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.)&nbsp;</p>



<p>พี่อ้อนของเด็กๆ เป็นกำลังสำคัญผลักดันการศึกษาของเด็กเยาวชนลูกหลานแรงงานข้ามชาติมากว่า 20 ปี และล่าสุดก็ร่วมผลักดันให้เกิด ‘โรงเรียนไอเวิลด์ (iworld)’ โรงเรียนเอกชนแห่งแรกของลูกหลานแรงงานข้ามชาติได้สำเร็จ&nbsp;</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-full"><img decoding="async" loading="lazy" width="1200" height="800" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/08/image-18.jpeg" alt="" class="wp-image-104720" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/08/image-18.jpeg 1200w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/08/image-18-300x200.jpeg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/08/image-18-768x512.jpeg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/08/image-18-750x500.jpeg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/08/image-18-272x182.jpeg 272w" sizes="(max-width: 1200px) 100vw, 1200px" /><figcaption class="wp-element-caption">‘อ้อน’ ปฏิมา ตั้งปรัชญากูล</figcaption></figure></div>


<p></p>



<p>&#8220;โรงเรียนไอเวิลด์เริ่มต้นจากความตั้งใจของพ่อแม่ที่เคยเป็นลูกศิษยของโรงเรียนที่ถูกปิดไป เค้าอยากจัดการเรียนการสอนให้ลูกหลานได้เรียนทั้งภาษาไทยและภาษาแม่ แต่เดิมตั้งใจทำเป็นศูนย์การเรียนรู้ แต่พอมีกระแสชาตินิยมและการตรวจสอบ ทำให้โรงเรียกถูกสั่งปิด และส่งผลกระทบต่อจิตใจเด็กๆ อย่างมาก ก็เลยพยายามกันใหม่ ดึงผู้เชี่ยวชาญต่างๆ มาเป็นที่ปรึกษา จนตอนนี้จดทะเบียนเป็นโรงเรียนเอกชนอย่างถูกต้อง มีผู้บริหารเป็นคนไทย ไม่พึ่งพางบประมาณจากรัฐ”&nbsp;</p>



<p>ปัจจุบันโรงเรียนไอเวิลด์&nbsp; มีนักเรียนเกือบ 500 คน โดยจัดการเรียนการสอนที่เชื่อมโยงกับหลักสูตรต่างประเทศ (ไทย พม่า อังกฤษ) ค่าเรียนรวมกับค่าหอคิดเป็นรายเดือนสนนเดือนละหลักพัน&nbsp;</p>



<p>“พ่อแม่พอจ่ายได้ ลูกได้เรียนที่ปลอดภัย ถ้าใครไปกลับก็มีรถรับส่ง เพราะคนก่อตั้งที่นี่เคยเป็นเด็กที่เรียนกับเรามาก่อน ลูกหลานเขาอยู่ที่นี่เยอะ เขาก็เลยคิดว่ามันต้องมีโรงเรียนเฉพาะที่แบบเขาได้สอนเอง เขาอยากจัดการเรียนการสอนที่มันตอบโจทย์ชีวิต และไม่แน่ใจว่าการเมืองประเทศเขามันจะเป็นอย่างงี้อีกนานมั้ย”&nbsp;</p>



<figure class="wp-block-image size-full"><img decoding="async" loading="lazy" width="1200" height="800" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/08/image-19.jpeg" alt="" class="wp-image-104721" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/08/image-19.jpeg 1200w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/08/image-19-300x200.jpeg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/08/image-19-768x512.jpeg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/08/image-19-750x500.jpeg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/08/image-19-272x182.jpeg 272w" sizes="(max-width: 1200px) 100vw, 1200px" /></figure>



<p></p>



<p>เด็กบางคนที่หนีสงครามมา พี่อ้อนและ LPN ก็พามาเรียนรู้ทักษะชีวิตต่างๆ ช่วงเสาร์-อาทิตย์ ที่เน้นเรื่องการปรับตัว สร้างพื้นที่ปลอดภัย พร้อมกับเยียวยาจิตใจไปด้วย&nbsp;</p>



<p>“เด็กหนีสงครามมาพร้อมกับภาวะ Culture Shock บางคนหนีระเบิดมาแล้วมาอยู่ที่นี่ หลายคนความฝันพังทลายไปแล้ว แต่เราบอกว่า เฮ้ย เธอมีโอกาส เธอทำสิ่งนี้ได้นะ โลกมันกว้าง เธออนุญาตให้ตัวเองฝันได้นะ อยากทำอะไรก็ได้ ดึงเค้าออกมาจากหอไปทำกิจกรรมต่างๆ ก็คือโครงการเรามันจะไปเยียวยาข้างในเขาแบบนี้ด้วยการชวนเค้ามาฝึก Life Skill (ทักษะชีวิต)”&nbsp;</p>



<p>นอกจากการดูแลเด็กแล้ว LPN ยังเข้าไปอบรมครูในโรงเรียนเรื่องระบบการคุ้มครองเด็ก (Child Protection) เพื่อให้แน่ใจว่าเด็กจะไม่ถูกละเมิดหรือทำร้ายอีกด้วย&nbsp;</p>



<p>ด้วยความเป็นโรงเรียนเอกชนจึงไม่พึ่งพางบประมาณภาครัฐ กิจกรรมทั้งในและนอกโรงเรียน จึงเป็นพื้นที่ปลอดภัยของเด็กๆ และมั่นใจว่าจะไม่ถูกแทรกแซงจากภาครัฐได้อีก </p>



<p></p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>การศึกษา = ภาษี ? อีกหรือ</strong></h3>



<p>ขณะที่ผู้ใหญ่หลายคนพยายามสร้างนิเวศการเรียนรู้ที่ปลอดภัยให้เด็กภายใต้ความเชื่อว่าเด็กทุกคนบนโลกควรเข้าถึงการศึกษา แต่ในอีกด้านก็ยังมีอีกหลายคนที่ไม่ได้คิดเช่นนี้ และเชื่อมโยงกับภาษี งบประมาณที่เสียไป&nbsp;</p>



<p>“ความจริงคือ ในเมืองใหญ่เช่น เชียงใหม่ โรงเรียนหลายแห่งมีสัดส่วนของเด็กชาติพันธุ์และแรงงานข้ามชาติเกิน 50% หรือบางแห่งสูงถึง 70% ความหลากหลายนี้มาเคาะอยู่หน้าประตูแล้ว” ผศ.ดร.พิสิษฐ์ นาสี อาจารย์ประจำคณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ให้ความเห็นพร้อมข้อมูลเรื่องนี้ไว้ในรายการ ชั่วโมงนี้ไม่มีคำตอบ&nbsp;</p>



<p>เสริมทัพอย่างหนักแน่นด้วยกฏหมายและหลักสิทธิมนุษยชน มติคณะรัฐมนตรี 5 กรกฎาคม 2548 และประกาศกระทรวงศึกษาธิการ 31 ตุลาคม 2562 ที่กำหนดไว้ว่า เด็กทุกคนที่อยู่ในประเทศไทย ไม่ว่าจะมีสัญชาติหรือไม่ ต้องได้รับสิทธิในการศึกษาอย่างเท่าเทียมกัน </p>



<p>&#8220;ภาษีมันไม่ได้มาจากคนไทยอย่างเดียว คนที่อยู่ในประเทศนี้จ่ายภาษีในหลายมิติมาก โดยเฉพาะ vat จากการจับจ่ายใช้สอยซื้อของ&#8221;&nbsp;</p>



<p>อ.พิสิษฐ์ ยังชวนให้ลองถอดคำว่าชาติพันธุ์และถอดความหลากหลายออก&nbsp;</p>



<p>“เขาคือมนุษย์ ที่จะกลายมาเป็นทรัพยากรสำคัญในการพัฒนาประเทศต่อ ถ้าเรามีการศึกษาที่ดี เค้าจะกลายเป็นทรัพยากรที่ดีมาก สำหรับโลกใบนี้ ซึ่งใครได้ประโยชน์ ก็พวกเราทั้งหมด ลูกหลานกลุ่มนี้มาอยู่กับเราตั้งแต่เด็ก ยังไงเค้าก็ต้องอยู่ที่นี่ เค้าเติบโตที่นี่ เป็นคนที่นี่โดยวัฒนธรรม&#8221;</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-full"><img decoding="async" loading="lazy" width="1200" height="800" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/08/image-20.jpeg" alt="" class="wp-image-104722" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/08/image-20.jpeg 1200w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/08/image-20-300x200.jpeg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/08/image-20-768x512.jpeg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/08/image-20-750x500.jpeg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/08/image-20-272x182.jpeg 272w" sizes="(max-width: 1200px) 100vw, 1200px" /><figcaption class="wp-element-caption">(จากซ้าย) นนท์ แชมป์ และอ้าย</figcaption></figure></div>


<p></p>



<p>ด้านเด็กๆ เองก็ได้ยินได้ฟังเรื่องเหล่านี้มาไม่น้อยทั้งจากข่าวและคนที่พบเจอ แชมป์ อ้าย นนท์ ก็เคยเจอปิดโรงเรียน พวกเค้าแค่ตั้งคำถามว่า เด็กทุกคนเรียนด้วยกันไม่ได้เหรอ&nbsp;</p>



<p>“เราอยากได้ความรู้ อยากได้อนาคตดีๆ จะได้ไปทำงานดี ตอนนี้เรายังกลับไม่ได้ค่ะ อยากมีอนาคตดีๆ ที่นี่” นิดหน่อยบอก&nbsp;</p>



<p>เช่นเดียวกับความรู้สึกว่าตัวเองแตกต่างที่ นิดหน่อย นุช อ้าย นนท์ แชมป์ คินตันโบ ต่างมี และส่งผลพอต่อใจพอสมควร&nbsp;</p>



<p>“เราอยากเรียนแบบมีความสุขบ้าง” อ้ายบอก&nbsp;</p>



<p>ส่วนน้องสาวอย่างนนท์เลือกที่จะกดความรู้สึกเอาไว้แล้วบอกให้ตัวเอง ไม่รู้สึกดีกว่า&nbsp;</p>



<p>“ถ้ารู้สึก … มันก็ไม่ดี ถ้าหนูรู้สึกคือ มันไม่เท่ากัน หนูเลยไม่ใส่ใจ ถ้าหนูใส่ใจคงเครียด นอนไม่หลับแน่ (ยิ้ม)”&nbsp;</p>



<p>และเป็นยิ้มที่ติดตา ติดใจเรามาจนถึงตอนนี้</p><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/article-110826/">เราอยากตื่นไปโรงเรียนเพราะเสียงนาฬิกามากกว่าเสียงปืน คุยกับเด็กๆ ลูกหลานแรงงานที่อยากไปโรงเรียนทุกวัน</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>‘เด็กนำ ผู้ใหญ่หนุน’ อบต.นาเลียง กับการ ‘รื้อ’ และ ‘สร้าง’ พื้นที่ปลอดภัยสำหรับการเรียนรู้ใหม่ที่เกิดขึ้นได้จริง</title>
		<link>https://www.eef.or.th/article-060826/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 06 Aug 2026 07:23:32 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[บทความ]]></category>
		<category><![CDATA[Movement]]></category>
		<category><![CDATA[ABE]]></category>
		<category><![CDATA[กสศ.]]></category>
		<category><![CDATA[ความเสมอภาคทางการศึกษา]]></category>
		<category><![CDATA[นครพนม]]></category>
		<category><![CDATA[การจัดการศึกษาเชิงพื้นที่เพื่อลดความเหลื่อมล้ำ]]></category>
		<category><![CDATA[อบต.นาเลียง]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?p=104652</guid>

					<description><![CDATA[<p>ในพื้นที่ตำบลนาเลียง อำเภอนาแก จังหวัดนครพนม ปัญหาเด็กห [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/article-060826/">‘เด็กนำ ผู้ใหญ่หนุน’ อบต.นาเลียง กับการ ‘รื้อ’ และ ‘สร้าง’ พื้นที่ปลอดภัยสำหรับการเรียนรู้ใหม่ที่เกิดขึ้นได้จริง</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>ในพื้นที่ตำบลนาเลียง อำเภอนาแก จังหวัดนครพนม ปัญหาเด็กหลุดออกนอกระบบมักถูกคนในชุมชนแบ่งออกเป็น 2 แบบคือ ถ้าไม่ถูกตีตราว่าเป็นกลุ่มที่เข้าไปพัวพันปัญหายาเสพติดและความก้าวร้าว ก็จะถูกมองว่าเป็นกลุ่มที่ ‘พ่อแม่ไม่สั่งสอน’ มากพอ จนกลายเป็นเด็กขี้เกียจเรียนหนังสือ และสมัครใจลาออกแบบไม่มีเหตุผล&nbsp;</p>



<p>ในความเป็นจริง ปัญหาเด็กตกหล่น ออกกลางคันในพื้นที่ไม่ได้ง่ายดายหรือเกิดจากความขี้เกียจของเด็กเพียงอย่างเดียว หากแต่มีความซับซ้อนและสัมพันธ์กับโครงสร้างทางเศรษฐกิจ สังคม และข้อจำกัดของระบบการศึกษา&nbsp;</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large is-resized"><img decoding="async" loading="lazy" width="1024" height="1024" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/08/image-1-1024x1024.jpeg" alt="" class="wp-image-104656" style="width:400px" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/08/image-1-1024x1024.jpeg 1024w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/08/image-1-300x300.jpeg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/08/image-1-150x150.jpeg 150w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/08/image-1-768x768.jpeg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/08/image-1-750x750.jpeg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/08/image-1.jpeg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>


<p></p>



<p>“หนึ่งคือระบบราชการและระบบโรงเรียนเรายังรักษาเด็กไว้เพื่องบรายหัว เพราะเด็กทั้งที่จริงเด็กแขวนลอยเนี่ย อยู่ตามชุมชนเรามีครับ แต่รายชื่อเขา เลข 13 หลักเขาจริงๆ ยังอยู่ในโรงเรียนอยู่ ทาง สกร. ก็อยากรับก็รับไม่ได้เพราะมันยังแขวนรอไว้อยู่อะ” </p>



<p>วีรศักดิ์ หะติง นักพัฒนาชุมชนชํานาญการ ผู้รับผิดชอบโครงการการจัดการเรียนรู้ที่ยืดหยุ่นเพื่อสร้างพื้นที่ปลอดภัยสําหรับการพัฒนากลุ่มเด็กและเยาวชนนอกระบบการศึกษา (อบต.นาเลียง) เล่าถึงข้อจำกัดทางโครงสร้างของระบบการศึกษาให้ฟัง&nbsp;</p>



<p>ความย้อนแย้งนี้สะท้อนว่า หากหน่วยงานท้องถิ่นอย่างอบต. ไม่ยื่นมือเข้ามาเป็นคนกลางในการประสานงานระหว่างโรงเรียนเดิม สกร. และผู้ปกครอง เด็กกลุ่มนี้จะกลายเป็น ‘คนไร้ตัวตนในระบบการศึกษา’ ไปโดยปริยาย&nbsp;</p>



<p>จึงกลายเป็นโครงการการจัดการเรียนรู้ที่ยืดหยุ่นเพื่อสร้างพื้นที่ปลอดภัยสําหรับการพัฒนากลุ่มเด็กและเยาวชนนอกระบบการศึกษา (อบต.นาเลียง) ร่วมกับกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) เพื่อ ‘รื้อ’ และ ‘สร้าง’ พื้นที่ปลอดภัยสำหรับการเรียนรู้ใหม่ก็เกิดขึ้นได้จริง</p>



<p>ในการทำงานก้าวแรก อบต. นาเลียง จึงเริ่มต้นจากการสลายอคติ โดยใช้กระบวนการทางสังคมและกิจกรรมดึงเด็กออกจากบ้านเข้าสู่พื้นที่ส่วนรวม เพื่อทำให้ชุมชนเปิดรับและเลิกมองเด็กนอกระบบด้วยสายตาหวาดระแวง&nbsp;</p>



<p>“ปีแรกเรายังไม่เน้นเรื่องวุฒิการศึกษา เราเน้นเรื่องการมีรายได้ ให้เด็กมีรายได้ หรือให้เด็กค้นหาตัวตนที่ชอบก่อน”</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large is-resized"><img decoding="async" loading="lazy" width="1024" height="1024" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/08/image-2-1024x1024.jpeg" alt="" class="wp-image-104658" style="width:400px" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/08/image-2-1024x1024.jpeg 1024w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/08/image-2-300x300.jpeg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/08/image-2-150x150.jpeg 150w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/08/image-2-768x768.jpeg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/08/image-2-750x750.jpeg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/08/image-2.jpeg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>

<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large is-resized"><img decoding="async" loading="lazy" width="1024" height="1024" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/08/image-1024x1024.png" alt="" class="wp-image-104659" style="width:400px" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/08/image-1024x1024.png 1024w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/08/image-300x300.png 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/08/image-150x150.png 150w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/08/image-768x768.png 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/08/image-1536x1536.png 1536w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/08/image-750x750.png 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/08/image.png 2048w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>


<p></p>



<p>กิจกรรมอย่างการฝึกทำกระจกและอะลูมิเนียม ซึ่งเป็นอาชีพหลักในท้องถิ่น การทำพิมเสน การแปรรูปผลิตภัณฑ์ชุมชน ไปจนถึงการขายของออนไลน์ กลายเป็นเครื่องมือสร้างพื้นที่ปลอดภัยทางจิตใจที่ทำให้ผู้ใหญ่ในชุมชนเห็นว่า เด็กนอกระบบไม่ได้เป็นปัญหา แต่คือลูกหลานที่มีศักยภาพ หากได้รับการหนุนเสริมที่ถูกต้อง</p>



<p>หัวใจสำคัญที่ทำให้เด็กยอมก้าวเดินเข้ามาหา อบต. นาเลียง คือหลักการ ‘เด็กนำ ผู้ใหญ่หนุน’ ซึ่งเป็นความพยายามตั้งต้นที่ให้เด็กเป็นผู้กำหนดเป้าหมายชีวิตของตนเอง&nbsp;</p>



<p>“เด็กนำคือให้เด็กเลือก ในกลุ่มมีทั้งสภาเด็ก เด็กนอกระบบ เด็กวัยแรงงาน มาออกแบบร่วมกัน ส่วนผู้ใหญ่หนุนคือ หนุนเสริมเรื่องที่เขาเสนอมา แนะนำให้อยู่ในทางที่ถูกต้อง เช่น เด็กอยากทำม็อกเทล อยากฝึกงานร้านกาแฟ อยากออกไปศึกษาดูงานข้างนอก เราไม่บอกว่าไม่ดี แต่ประคบประหงม หนุนให้เด็กเป็นคนคิดออกแบบ แล้วพาเขาออกไปเห็นโลก”</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large is-resized"><img decoding="async" loading="lazy" width="1024" height="1024" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/08/image-3-1024x1024.jpeg" alt="" class="wp-image-104661" style="width:400px" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/08/image-3-1024x1024.jpeg 1024w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/08/image-3-300x300.jpeg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/08/image-3-150x150.jpeg 150w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/08/image-3-768x768.jpeg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/08/image-3-750x750.jpeg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/08/image-3.jpeg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>

<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large is-resized"><img decoding="async" loading="lazy" width="1024" height="1024" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/08/image-4-1024x1024.jpeg" alt="" class="wp-image-104662" style="width:400px" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/08/image-4-1024x1024.jpeg 1024w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/08/image-4-300x300.jpeg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/08/image-4-150x150.jpeg 150w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/08/image-4-768x768.jpeg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/08/image-4-750x750.jpeg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/08/image-4.jpeg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>


<p></p>



<p>ตามอำนาจหน้าที่เดิม อบต. มีภารกิจจัดการศึกษาโดยตรงเพียงระดับศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก (ก่อนอนุบาล) แต่ อบต.นาเลียง เลือกที่จะขยายขอบเขตการทำงานโดยอาศัย พ.ร.บ. กำหนดแผนและขั้นตอนการกระจายอำนาจ ให้ครอบคลุมการพัฒนาคุณภาพชีวิตและการส่งเสริมการเรียนรู้ตลอดชีวิต</p>



<p>“พอเรารู้แล้วว่าปีแรกเราทำ เรายังไม่รู้บทบาทตัวเองว่าจะทำอะไร พอมาปีสองเรามองบริบทเราว่าถ้าเราเป็นฮับ จะทำให้เด็กประสบความสำเร็จหรือเด็กมามากกว่า เราเลยเป็นฮับเพื่อส่งต่อ สกร. โคกับโรงเรียนพระซองสามัคคีวิทยาที่จัด 1 โรงเรียน 3 รูปแบบ และเชื่อมกับศูนย์การเรียน CYF ที่ยืดหยุ่นเพื่อเทียบโอนประสบการณ์”</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large is-resized"><img decoding="async" loading="lazy" width="1024" height="1024" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/08/image-1-1024x1024.png" alt="" class="wp-image-104663" style="width:400px" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/08/image-1-1024x1024.png 1024w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/08/image-1-300x300.png 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/08/image-1-150x150.png 150w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/08/image-1-768x768.png 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/08/image-1-1536x1536.png 1536w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/08/image-1-750x750.png 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/08/image-1.png 2048w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>

<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large is-resized"><img decoding="async" loading="lazy" width="1024" height="1024" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/08/image-2-1024x1024.png" alt="" class="wp-image-104664" style="width:400px" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/08/image-2-1024x1024.png 1024w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/08/image-2-300x300.png 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/08/image-2-150x150.png 150w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/08/image-2-768x768.png 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/08/image-2-1536x1536.png 1536w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/08/image-2-750x750.png 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/08/image-2.png 2048w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>


<p></p>



<p>สุดท้ายสิ่งที่เปลี่ยนไปคือการทำงานร่วมกันโดยไม่แบ่งแยกหน่วยงาน อบต.นาเลียงมองว่าหากปล่อยให้เด็กหลุดระบบ ปัญหาก็จะวนกลับมาที่งานสวัสดิการของอบต. อยู่ดี</p>



<p>“ถ้ากลุ่มนี้ไม่เรียนหนังสือ สุดท้ายมามันก็ตกอยู่กับอบต. เหมือนเดิม ทุกอย่างมันพันไปหมด ตั้งแต่แรกเกิดไม่ได้เรียน รายได้ไม่มี อบต. ก็ต้องเข้าไปช่วยเรื่องสวัสดิการ กลับมาที่ปัญหาของชุมชนอยู่ดี”</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large is-resized"><img decoding="async" loading="lazy" width="1024" height="1024" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/08/image-5-1024x1024.jpeg" alt="" class="wp-image-104665" style="width:400px" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/08/image-5-1024x1024.jpeg 1024w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/08/image-5-300x300.jpeg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/08/image-5-150x150.jpeg 150w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/08/image-5-768x768.jpeg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/08/image-5-750x750.jpeg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/08/image-5.jpeg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>

<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large is-resized"><img decoding="async" loading="lazy" width="1024" height="1024" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/08/image-6-1024x1024.jpeg" alt="" class="wp-image-104666" style="width:400px" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/08/image-6-1024x1024.jpeg 1024w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/08/image-6-300x300.jpeg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/08/image-6-150x150.jpeg 150w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/08/image-6-768x768.jpeg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/08/image-6-750x750.jpeg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/08/image-6.jpeg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>


<p></p>



<p>ความสำเร็จของนาเลียงจึงมาจากการที่ท้องถิ่นกล้าลุกขึ้นมาปรับ ‘มายด์เซ็ต’ (Mindset) ทั้งของชุมชน ระบบการศึกษา และกลไกราชการ บทบาทของ อบต. จะไม่ได้หยุดอยู่แค่การดูแลศูนย์พัฒนาเด็กเล็กหรือดูแลลูกบ้านตามกฎหมาย แต่ยังสามารถเปลี่ยนผ่านไปสู่การเป็น ‘ฮับการเรียนรู้’ (Learning Hub) ที่คืนโอกาสและศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ให้แก่เด็กทุกคนได้&nbsp;</p><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/article-060826/">‘เด็กนำ ผู้ใหญ่หนุน’ อบต.นาเลียง กับการ ‘รื้อ’ และ ‘สร้าง’ พื้นที่ปลอดภัยสำหรับการเรียนรู้ใหม่ที่เกิดขึ้นได้จริง</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>กสศ. ร่วมกับภาคีเครือข่าย Kick Off เปิดเวทีรับฟังความคิดเห็นภาคีเครือข่ายทั่วประเทศ เพื่อจัดทำร่างแผนกลยุทธ์ 5 ปี เดินหน้าขับเคลื่อน ก้าวไปด้วยกัน สู่ทศวรรษที่ 2 ของความเสมอภาคทางการศึกษา</title>
		<link>https://www.eef.or.th/news-050826/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 05 Aug 2026 03:25:40 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[บทความ]]></category>
		<category><![CDATA[Movement]]></category>
		<category><![CDATA[การรับฟังความคิดเห็น]]></category>
		<category><![CDATA[ร่วมออกแบบอนาคต]]></category>
		<category><![CDATA[ก้าวไปด้วยกัน สู่ทศวรรษที่ 2]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?p=104569</guid>

					<description><![CDATA[<p>4 ส.ค. 2569&#160; ที่โรงแรมเวลาดี จังหวัดนครพนม — กองทุ [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/news-050826/">กสศ. ร่วมกับภาคีเครือข่าย Kick Off เปิดเวทีรับฟังความคิดเห็นภาคีเครือข่ายทั่วประเทศ เพื่อจัดทำร่างแผนกลยุทธ์ 5 ปี เดินหน้าขับเคลื่อน ก้าวไปด้วยกัน สู่ทศวรรษที่ 2 ของความเสมอภาคทางการศึกษา</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>4 ส.ค. 2569&nbsp; ที่โรงแรมเวลาดี จังหวัดนครพนม</strong> — กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) เปิดเวทีรับฟังความคิดเห็นสาธารณะเวทีแรก ร่วมกับภาคีเครือข่ายการศึกษา ชุมชน และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นทั่วประเทศ เพื่อร่วมกันออกแบบและกำหนดทิศทาง <strong>&#8220;ร่างแผนกลยุทธ์ กสศ. ระยะ 5 ปี (พ.ศ. 2571–2575)&#8221; </strong>มุ่งเน้นการแก้ปัญหาความเหลื่อมล้ำเชิงระบบ นำไปสู่เป้าหมายเพื่อเด็ก เยาวชน และประชาชนทุกคน ให้ได้รับโอกาสเรียนรู้ที่มีคุณภาพตามศักยภาพอย่างยั่งยืน โดยมีกลุ่มเป้าหมายในพื้นที่จังหวัดนครพนมและจังหวัดใกล้เคียงในภาคอีสานเข้าร่วมแลกเปลี่ยนความคิดเห็นอย่างหลากหลาย เช่น บุคลากรทางการศึกษาและผู้จัดการเรียนรู้ (ทั้งในและนอกระบบ) หน่วยงานภาครัฐ ราชการส่วนภูมิภาค ท้องถิ่น ภาคเอกชน ภาคประชาสังคม ภาควิชาการ สื่อมวลชน ตลอดจนเด็ก เยาวชน และผู้ปกครอง (ผ่านการรับฟังความเห็นเพิ่มเติมด้วยวิธีการสัมภาษณ์)</p>



<p>ในการเปิดเวทีรับฟังความคิดเห็นภายใต้แนวคิด <strong>“ก้าวไปด้วยกัน สู่ทศวรรษที่ 2 ของความเสมอภาคทางการศึกษา”</strong> <strong>ศาสตราจารย์วุฒิสาร ตันไชย ประธานกรรมการบริหาร กสศ. </strong>ได้กล่าวเน้นย้ำถึงบทบาทขององค์กรตลอด 8 ปีที่ผ่านมา นับตั้งแต่วันจัดตั้งตาม พ.ร.บ. กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา พ.ศ. 2561 ว่า กสศ. วางตำแหน่งเป็น &#8220;ตัวเร่งการเปลี่ยนแปลงและจุดคานงัด&#8221; ที่เชื่อมโยงข้อมูล งานวิจัย นวัตกรรม และภาคีเครือข่ายเข้าด้วยกัน เพื่อเปลี่ยนผลสำเร็จจากโครงการต้นแบบไปสู่การเปลี่ยนแปลงเชิงระบบของประเทศ</p>



<figure class="wp-block-image size-full"><img decoding="async" loading="lazy" width="855" height="569" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/08/0805_กสศ.-ร่วมกับภาคีเครือข่าย-13.jpg" alt="" class="wp-image-104572" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/08/0805_กสศ.-ร่วมกับภาคีเครือข่าย-13.jpg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/08/0805_กสศ.-ร่วมกับภาคีเครือข่าย-13-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/08/0805_กสศ.-ร่วมกับภาคีเครือข่าย-13-768x511.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/08/0805_กสศ.-ร่วมกับภาคีเครือข่าย-13-750x500.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/08/0805_กสศ.-ร่วมกับภาคีเครือข่าย-13-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /></figure>



<p></p>



<p><strong>“</strong>กสศ. ชี้ให้เห็นว่า ปัจจุบันความเหลื่อมล้ำทางการศึกษากำลังเผชิญความท้าทายรอบด้าน ทั้งการเติบโตของ AI เทคโนโลยี โครงสร้างประชากร ภาวะเศรษฐกิจผันผวน และภัยธรรมชาติ โจทย์ของการศึกษาจึงเปลี่ยนจากการพาเด็กเข้าเรียน ไปสู่การสร้างระบบการเรียนรู้ที่ทำให้เด็กสามารถดำรงชีวิตและเติบโตได้ในโลกยุคใหม่ หรือการเรียนรู้ที่ยืดหยุ่น” ประธานกรรมการบริหาร กสศ. กล่าว</p>



<p>ศาสตราจารย์วุฒิสาร กล่าวด้วยว่า เพื่อสร้างความเข้าใจเชิงรูปธรรม กสศ. ได้เปรียบเทียบระบบการศึกษาเหมือน <strong>&#8220;รถไฟขบวนหนึ่ง&#8221;</strong> ที่มีผู้โดยสาร 3 กลุ่ม ซึ่งต้องการกลยุทธ์การช่วยเหลือที่แตกต่างกัน ประกอบด้วย 1.<strong>เด็กในระบบการศึกษา (ขึ้นอยู่บนรถไฟ) </strong>ต้องยกระดับคุณภาพการเรียนรู้ทั้งระบบ ไม่ว่าจะนั่งอยู่ชั้นใด ให้ได้รับความรู้เพียงพอต่อการบรรลุเป้าหมายชีวิต 2.<strong>เด็กที่จำเป็นต้องออกจากระบบกลางคัน (ลงระหว่างทาง) </strong>ต้องทำให้ทุก &#8220;สถานี&#8221; ที่ลงไป เป็นสถานีแห่งโอกาส ผ่านระบบการเรียนรู้ตลอดชีวิต (Life-long Learning) และพัฒนาทักษะอาชีพ 3.<strong>เด็กกลุ่มหลุดออกจากระบบ (ตกจากขบวนไปแล้ว) </strong>เด็กกลุ่มนี้อาจเผชิญความยากจน ปัญหาครอบครัว ปัญหาสุขภาพ การตั้งครรภ์ในวัยเรียน หรือเงื่อนไขอีกหลายอย่างที่เขาไม่ได้เป็นผู้เลือก หลายครั้งเด็กไม่ได้อยากลงจากรถไฟ แต่ถูกสถานการณ์บังคับให้ต้องลง ดังนั้น โจทย์สำคัญของเด็กกลุ่มนี้จึงอยู่ที่ว่า เราจะสร้างกระบวนการช่วยเหลือและเสริมพลังให้เขามีทางเลือกได้อย่างไร และหากในที่สุดเขาต้องลงจากรถไฟจริง ๆ เราจะทำอย่างไรให้เขาไม่บอบช้ำจนเกินไป มีสถานีรองรับ และยังสามารถดำรงชีวิต และเดินทางต่อไปได้อย่างมีศักดิ์ศรี และเด็กกลุ่มนี้เป็น<strong>เด็กที่ยังเข้าไม่ถึงโอกาส (ไม่เคยขึ้นรถไฟ) เป็นโจทย์ที่สำคัญของการขับเคลื่อนงานผ่านแนวทาง</strong> <strong>Thailand Zero Dropout Plus </strong>โดยร่วมมือกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและชุมชน ออกไปค้นหา ติดตาม ช่วยเหลือ และนำโอกาสทางการเรียนรู้ไปให้ถึงตัวเด็ก</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-full"><img decoding="async" loading="lazy" width="855" height="569" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/08/ศาสตราจารย์วุฒิสาร-ตันไชย2.jpg" alt="" class="wp-image-104573" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/08/ศาสตราจารย์วุฒิสาร-ตันไชย2.jpg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/08/ศาสตราจารย์วุฒิสาร-ตันไชย2-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/08/ศาสตราจารย์วุฒิสาร-ตันไชย2-768x511.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/08/ศาสตราจารย์วุฒิสาร-ตันไชย2-750x500.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/08/ศาสตราจารย์วุฒิสาร-ตันไชย2-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /><figcaption class="wp-element-caption">ศ.<strong>วุฒิสาร ตันไชย</strong></figcaption></figure></div>


<p></p>



<p>“ความเสมอภาคทางการศึกษา ไม่ใช่การทำให้ทุกคนนั่งรถไฟชั้นเดียวกัน แต่คือการทำให้ทุกคนมีโอกาสเดินทางไปถึงปลายทางของชีวิตด้วยเส้นทางที่เหมาะสมกับศักยภาพและเงื่อนไขของตนเอง และเมื่อระบบหนึ่งไม่สามารถตอบโจทย์ได้ ก็ต้องมีเส้นทางอื่นรองรับ ไม่มีใครควรถูกทิ้งไว้ข้างหลัง&#8221;&nbsp; ศาสตราจารย์วุฒิสาร กล่าว</p>



<figure class="wp-block-image size-full"><img decoding="async" loading="lazy" width="855" height="569" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/08/0805_กสศ.-ร่วมกับภาคีเครือข่าย-4.jpg" alt="" class="wp-image-104574" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/08/0805_กสศ.-ร่วมกับภาคีเครือข่าย-4.jpg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/08/0805_กสศ.-ร่วมกับภาคีเครือข่าย-4-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/08/0805_กสศ.-ร่วมกับภาคีเครือข่าย-4-768x511.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/08/0805_กสศ.-ร่วมกับภาคีเครือข่าย-4-750x500.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/08/0805_กสศ.-ร่วมกับภาคีเครือข่าย-4-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /></figure>



<figure class="wp-block-image size-full"><img decoding="async" loading="lazy" width="855" height="569" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/08/0805_กสศ.-ร่วมกับภาคีเครือข่าย-6.jpg" alt="" class="wp-image-104575" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/08/0805_กสศ.-ร่วมกับภาคีเครือข่าย-6.jpg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/08/0805_กสศ.-ร่วมกับภาคีเครือข่าย-6-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/08/0805_กสศ.-ร่วมกับภาคีเครือข่าย-6-768x511.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/08/0805_กสศ.-ร่วมกับภาคีเครือข่าย-6-750x500.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/08/0805_กสศ.-ร่วมกับภาคีเครือข่าย-6-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /></figure>



<figure class="wp-block-image size-full"><img decoding="async" loading="lazy" width="855" height="569" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/08/0805_กสศ.-ร่วมกับภาคีเครือข่าย-1.jpg" alt="" class="wp-image-104576" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/08/0805_กสศ.-ร่วมกับภาคีเครือข่าย-1.jpg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/08/0805_กสศ.-ร่วมกับภาคีเครือข่าย-1-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/08/0805_กสศ.-ร่วมกับภาคีเครือข่าย-1-768x511.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/08/0805_กสศ.-ร่วมกับภาคีเครือข่าย-1-750x500.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/08/0805_กสศ.-ร่วมกับภาคีเครือข่าย-1-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /></figure>



<p></p>



<p>ประธานกรรมการบริหาร กสศ. กล่าวทิ้งท้ายว่า กสศ. เชื่อมั่นว่าการจัดทำแผนกลยุทธ์ 5 ปีข้างหน้า ไม่ใช่การทำงานขององค์กรใดองค์กรหนึ่งเพียงลำพัง จึงขอเชิญชวนภาคีเครือข่าย ผู้ทรงคุณวุฒิ ผู้ทำงานด้านการศึกษา ชุมชน ตลอดจนประชาชนทั่วไป ร่วมเสนอแนะข้อคิดเห็น เพื่อร่วมกันตอบคำถามว่า &#8220;อีก 5 ปีข้างหน้า เราอยากเห็นการศึกษาไทยเป็นอย่างไร&#8221; และ &#8220;กสศ. ควรทำหน้าที่อย่างไรในการเป็นกลยุทธ์เชื่อมโยงความร่วมมือ&#8221;</p>



<figure class="wp-block-image size-full"><img decoding="async" loading="lazy" width="855" height="569" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/08/0805_กสศ.-ร่วมกับภาคีเครือข่าย-10.jpg" alt="" class="wp-image-104577" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/08/0805_กสศ.-ร่วมกับภาคีเครือข่าย-10.jpg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/08/0805_กสศ.-ร่วมกับภาคีเครือข่าย-10-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/08/0805_กสศ.-ร่วมกับภาคีเครือข่าย-10-768x511.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/08/0805_กสศ.-ร่วมกับภาคีเครือข่าย-10-750x500.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/08/0805_กสศ.-ร่วมกับภาคีเครือข่าย-10-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /></figure>



<figure class="wp-block-image size-full"><img decoding="async" loading="lazy" width="855" height="569" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/08/0805_กสศ.-ร่วมกับภาคีเครือข่าย-9.jpg" alt="" class="wp-image-104579" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/08/0805_กสศ.-ร่วมกับภาคีเครือข่าย-9.jpg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/08/0805_กสศ.-ร่วมกับภาคีเครือข่าย-9-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/08/0805_กสศ.-ร่วมกับภาคีเครือข่าย-9-768x511.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/08/0805_กสศ.-ร่วมกับภาคีเครือข่าย-9-750x500.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/08/0805_กสศ.-ร่วมกับภาคีเครือข่าย-9-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /></figure>



<p></p>



<p>สามารถส่งความคิดเห็นและข้อเสนอแนะได้ตั้งแต่วันนี้ ถึงวันที่ 30 ก.ย. 2569 ผ่านระบบออนไลน์ได้ที่เว็บไซต์ <a href="https://www.eef.or.th/public-hearing/">https://www.eef.or.th/public-hearing/</a> และทุกช่องทางออนไลน์ของ กสศ. ในทุกความคิดเห็นและข้อมูลทั้งหมดจะถูกนำไปสังเคราะห์เพื่อยกร่างแผนกลยุทธ์ กสศ. พ.ศ. 2571–2575 ให้เกิดผลสัมฤทธิ์เป็นรูปธรรมและตอบโจทย์ความต้องการอย่างแท้จริง</p><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/news-050826/">กสศ. ร่วมกับภาคีเครือข่าย Kick Off เปิดเวทีรับฟังความคิดเห็นภาคีเครือข่ายทั่วประเทศ เพื่อจัดทำร่างแผนกลยุทธ์ 5 ปี เดินหน้าขับเคลื่อน ก้าวไปด้วยกัน สู่ทศวรรษที่ 2 ของความเสมอภาคทางการศึกษา</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>โอกาสที่สอง นับ-ตน ฝาแฝดที่มรดกความจน ทิ้งให้ต้องดิ้นรนเพื่อการศึกษา</title>
		<link>https://www.eef.or.th/article-310726/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 31 Jul 2026 04:19:53 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[บทความ]]></category>
		<category><![CDATA[Movement]]></category>
		<category><![CDATA[ความเสมอภาคทางการศึกษา]]></category>
		<category><![CDATA[ABE]]></category>
		<category><![CDATA[การจัดการศึกษาเชิงพื้นที่เพื่อลดความเหลื่อมล้ำ]]></category>
		<category><![CDATA[กลุ่มเมล็ดพันธุ์เกตรี]]></category>
		<category><![CDATA[จังหวัดสตูล]]></category>
		<category><![CDATA[กสศ.]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?p=104547</guid>

					<description><![CDATA[<p>“เราตอบได้ไหมนะ…ความฝันคือเป็นผู้พิพากษา จริงๆ เพราะอยา [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/article-310726/">โอกาสที่สอง นับ-ตน ฝาแฝดที่มรดกความจน ทิ้งให้ต้องดิ้นรนเพื่อการศึกษา</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>“เราตอบได้ไหมนะ…ความฝันคือเป็นผู้พิพากษา จริงๆ เพราะอยากพิสูจน์ให้ที่บ้านเห็นว่าหนูทำได้ เพราะที่บ้านไม่ค่อยเชื่อในตัวหนู อย่างพอลองถามพ่อแม่ว่าตรงนี้หนูทำได้ไหม พ่อแม่ก็จะบอกว่าทำไม่ได้หรอก เวลาหนูพูดอะไรมักจะไม่ค่อยฟัง บ้านหนูชอบซ้ำเติม ตอนนี้มีปัญหาอะไรหนูเลยไม่ค่อยบอกครอบครัว”</p>



<p>‘นับ’ สุนิสา ตอบ หลังหันไปถามแฝดน้อง ‘ตน’ สุนิตา เมื่อได้รับคำถามว่า ‘ความฝันตอนนี้ของตัวเองอะไร’ เหมือนกับตนที่ยังคงกระอักกระอ่วนเมื่อตอบคำถาม</p>



<p>“หนูอยากเป็นทนาย เพราะว่าหลานค่อนข้างอยู่ในสังคมที่เสี่ยงยาเสพติด หนูอยากเป็นทนายความเพราะอยากช่วยปรับปรุงหลาน”</p>



<p>ความอึดอัดปรากฏขึ้นในดวงตาของทั้งคู่วัย 17 เพราะเธอก็ไม่รู้ว่าวันนี้ ‘สิทธิที่จะได้ฝัน’ นั้นมีมากน้อยแค่ไหน หลังจากที่บ้านขอร้องให้ทั้งคู่ออกจากโรงเรียนตอน ม.2 เพราะความจน และต้องใช้ชีวิตอยู่ในความว่างเปล่าเกือบ 3 ปี แทนที่จะได้วิ่งตามความฝันในห้องเรียนแบบคนอื่นเขา จวบจนปีนี้ในวัยที่ควรจบมัธยมปลาย นับและตน ได้กลับเข้ามาเรียนอีกครั้งในชั้น ม.4&nbsp;</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-full"><img decoding="async" loading="lazy" width="1200" height="800" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/07/image-39.jpeg" alt="" class="wp-image-104548" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/07/image-39.jpeg 1200w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/07/image-39-300x200.jpeg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/07/image-39-768x512.jpeg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/07/image-39-750x500.jpeg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/07/image-39-272x182.jpeg 272w" sizes="(max-width: 1200px) 100vw, 1200px" /><figcaption class="wp-element-caption">(จากซ้าย) ‘นับ’ สุนิสา, ‘ตน’ สุนิตา</figcaption></figure></div>


<p></p>



<h3 class="wp-block-heading" id="1--%E0%B8%81%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%A7%E0%B8%AD%E0%B8%AD%E0%B8%81%E0%B8%88%E0%B8%B2%E0%B8%81%E0%B8%A3%E0%B8%B1%E0%B9%89%E0%B8%A7%E0%B9%82%E0%B8%A3%E0%B8%87%E0%B9%80%E0%B8%A3%E0%B8%B5%E0%B8%A2%E0%B8%99-"><strong>ก้าวออกจากรั้วโรงเรียน</strong></h3>



<p>นับและตน รู้ดีว่าสิ่งที่เกิดขึ้นกับชีวิตตัวเองคงไม่มีใครอยากให้เกิดถ้าที่บ้านมีเงินมากพอ สำหรับครอบครัวที่มีฐานะพร้อม ‘การศึกษา’ อาจเป็นเส้นทางตรงสายที่เด็กทุกคนเดินไปตามช่วงวัยอย่างราบรื่น แต่สำหรับครอบครัวนับและตน ในจังหวัดสตูล การส่งลูกเรียนหนังสือกลับเป็นเหมือนการแบกรับต้นทุนชีวิตที่หนักอึ้ง</p>



<p>ย้อนกลับไปตอนอายุ 14 ปี ทั้งคู่เรียนในโรงเรียนเอกชนสอนศาสนาควบคู่สามัญแห่งหนึ่ง&nbsp;</p>



<p>“ตอนนั้นเครียดค่ะ มันไม่สนุกกับการเรียนเท่าไหร่ ด้วยความที่เราเป็นเด็กหลังห้อง พอยกมือถามครูก็ไม่ค่อยสนใจ จะสนใจแต่เด็กหน้าห้องมากกว่า” นับตอบ&nbsp;</p>



<p>สภาพแวดล้อมในห้องเรียน ไม่ได้เอื้อให้พวกเธอรู้สึกสนุกกับการเรียนรู้เท่าไร นับกับน้องสาว พร้อมเพื่อนๆ ส่วนหนึ่งเลยกลายเป็นเด็กหลังห้อง ที่มีผลการเรียนติดลบ&nbsp;</p>



<p>“พ่อกับแม่บอกว่าไม่มีเงินแล้วนะ จะเอายังไง แล้วหนูก็มีปัญหาเรื่องการเรียนด้วย เรียนไม่ค่อยทันเพื่อน ชอบโดดบ่อยๆ ติด ร เยอะ พอเป็นแบบนี้ก็เลยได้ออกจากโรงเรียนทั้งคู่ ก็รู้สึกเสียใจ กับรู้สึกเสียดายที่ไม่ได้เรียนแล้ว”</p>



<p>วิกฤตการเงินในครอบครัวใหญ่ที่มีพี่น้องถึง 7 คน ที่ทั้งคู่เป็นลูกคนสุดท้อง พ่อและแม่วัยใกล้ 60 ปี มีอาชีพรับจ้างกรีดยางตอนกลางคืน มีรายได้ที่ไม่แน่นอนเพียงวันละ 200-300 บาทเท่านั้น&nbsp;</p>



<p>อาชีพรับจ้างกรีดยางในตอนกลางคืนของพ่อและแม่ ไม่ใช่การเป็นเจ้าของสวนเอง รายได้จึงขึ้นอยู่กับหยาดเหงื่อและสภาพดินฟ้าอากาศ ในคืนที่ฝนตกก็ขาดรายได้ วันไหนโชคดีก็ได้เงินกลับมา ซึ่งเมื่อนำมาหารเฉลี่ยกับปากท้องของคนในบ้านและหลานๆ อีกหลายชีวิต เงินจำนวนนี้แทบไม่พอกับค่ากับข้าวในแต่ละวัน</p>



<p>นับจำได้ดีว่ามะ (แม่) เดินมาพูดด้วยความจำใจว่า “ตอนนี้มะยังไม่มีเงินเลย เดี๋ยวรอให้มะมีเงินก่อนได้ไหม” ทั้งคู่รู้ดีว่าในความเป็นจริง คำว่า ‘รอให้มีเงิน’ ของมะ มันช่างห่างไกลเหลือเกิน และเมื่อบวกกับความกดดันในห้องเรียนที่พวกเธอมักถูกมองข้ามเพราะเป็นเด็กหลังห้อง สุดท้ายทั้งคู่จึงตัดสินใจเดินออกจากระบบการศึกษาตอนจบ ม.2 ทันที เพราะรู้ดีว่าเงินทุกบาทที่จ่ายเป็นค่าเทอมหมายถึงปากท้องของคนทั้งบ้านที่ต้องประหยัดลง</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-full"><img decoding="async" loading="lazy" width="1200" height="800" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/07/image-40.jpeg" alt="" class="wp-image-104549" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/07/image-40.jpeg 1200w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/07/image-40-300x200.jpeg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/07/image-40-768x512.jpeg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/07/image-40-750x500.jpeg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/07/image-40-272x182.jpeg 272w" sizes="(max-width: 1200px) 100vw, 1200px" /><figcaption class="wp-element-caption">‘นับ’ สุนิสา</figcaption></figure></div>


<p></p>



<h3 class="wp-block-heading" id="2--%E0%B8%A1%E0%B8%A3%E0%B8%94%E0%B8%81%E0%B8%84%E0%B8%A7%E0%B8%B2%E0%B8%A1%E0%B8%88%E0%B8%99%E0%B8%97%E0%B8%B5%E0%B9%88%E0%B9%84%E0%B8%94%E0%B9%89%E0%B8%A3%E0%B8%B1%E0%B8%9A-"><strong>มรดกความจนที่ได้รับ</strong></h3>



<p>โลกของนับและตน ที่เคยใช้ชีวิตส่วนใหญ่อยู่ในห้องเรียน ถูกพลิกมาเป็นโลกแห่งการทำมาหากินเพื่อแบ่งเบาภาระครอบครัวในทันทีตลอด 3 ปีที่หลุดออกจากระบบ&nbsp;</p>



<p>“เหนื่อยค่ะ เหนื่อยกว่าการเรียนมากๆ” ทั้งคู่ประสานเสียงเมื่อพูดถึงช่วงเวลา 3 ปีที่หายไป</p>



<p>นับ ไปช่วยพี่สาวขายปลาหมึกย่างและลูกชิ้นย่างที่หน้าเซเว่น รูทีนชีวิตเริ่มต้นตั้งแต่ช่วงเย็น อยู่กับไอร้อนของเตาไฟจนถึงสี่ทุ่ม</p>



<p>“หนูนอนตีสองเป็นเรื่องปกติเลย ตื่นอีกทีสิบโมง แล้วร้านปิดสี่ทุ่ม กลับบ้านมาพักผ่อนร่างกาย นอนเล่นโทรศัพท์จนถึงตีสอง”</p>



<p>ส่วนตน รับหน้าที่แบ่งเบาภาระงานบ้านทั้งหมด คอยล้างจาน ดูแลความสะอาด และช่วยเลี้ยงหลานอยู่ที่บ้านเพื่อประหยัดค่าใช้จ่ายในการจ้างคนดูแล</p>



<p>รายได้วันละ 200-300 บาทที่นับหามาได้จากการขายของ และเงินไม่เกินร้อยบาทที่ตนใช้ซื้อของกินในเซเว่น กลายเป็นวงจรชีวิตที่พวกเธอคิดว่านี่คงคือทั้งหมดของชีวิตแล้ว</p>



<p>“ยอมรับว่าเครียด แล้วก็เบื่อๆ ช่วงนั้นหนูไม่ค่อยพูดกับใคร อย่างพี่ยังได้ไปร้านขายของ แต่หนูอยู่บ้าน ไม่ค่อยไปไหน” ตนบอก</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-full"><img decoding="async" loading="lazy" width="1200" height="800" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/07/image-41.jpeg" alt="" class="wp-image-104551" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/07/image-41.jpeg 1200w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/07/image-41-300x200.jpeg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/07/image-41-768x512.jpeg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/07/image-41-750x500.jpeg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/07/image-41-272x182.jpeg 272w" sizes="(max-width: 1200px) 100vw, 1200px" /><figcaption class="wp-element-caption">‘ตน’ สุนิสา</figcaption></figure></div>


<p></p>



<h3 class="wp-block-heading" id="3--%E0%B9%80%E0%B8%A1%E0%B8%B7%E0%B9%88%E0%B8%AD%E0%B8%84%E0%B8%A3%E0%B8%AD%E0%B8%9A%E0%B8%84%E0%B8%A3%E0%B8%B1%E0%B8%A7%E0%B8%84%E0%B8%B7%E0%B8%AD%E0%B8%81%E0%B8%B3%E0%B9%81%E0%B8%9E%E0%B8%87-"><strong>เมื่อครอบครัวคือกำแพง</strong></h3>



<p>ทั้งคู่ยอมรับว่าความยากจนไม่เพียงแต่พรากโอกาสในการเรียนรู้ แต่ยังพรากช่วงเวลาที่ควรจะได้วิ่งเล่น พรากสังคมเพื่อนฝูง โดยเฉพาะตนที่ต้องอยู่บ้านตลอดเวลา&nbsp;</p>



<p>แถวบ้านที่อาศัยอยู่ ปัญหายาเสพติดรายล้อมจนกลายเป็นเรื่องปกติในสายตา หลานชายของพวกเธอเคยถูกจับกุมจนต้องขึ้นศาลเยาวชน นี่เลยเป็นที่มาความฝันของตน ที่อยากเป็นทนาย และข้างๆ กันนับก็อยากเป็นผู้พิพากษา&nbsp;</p>



<p>“คือลึกๆ หนูอยากทำให้ตรงข้ามกับสิ่งที่พ่อพูด พ่อเป็นคนที่เก่ง แบบเก่งจนไม่ค่อยฟังใครเลย เขาถือว่าเขาเป็นหัวหน้าครอบครัวใหญ่ที่สุดของบ้าน”</p>



<p>นับพูดแบบตรงไปตรงมาถึงครอบครัวของตัวเอง&nbsp;</p>



<p>“เพราะบางครั้งหนูอยากทำอันนี้ อยากเป็นอันนี้ แต่พ่อกับแม่ไม่ให้ เวลาหนูพูดอะไรมักจะไม่ค่อยฟัง บ้านหนูชอบซ้ำเติม ตอนนี้มีปัญหาอะไรหนูเลยไม่ค่อยบอกครอบครัว”</p>



<p>นับและตนรู้สึกตรงกันว่า บ้านเป็นพื้นที่ปลอดภัยให้ได้เพียงแค่ 50% เท่านั้น เพราะเวลาที่พวกเธอมีความฝัน หรืออยากลองทำอะไรใหม่ๆ มักจะไม่ได้รับความเห็นชอบ หรือคำชื่นชมจากพ่อแม่ แต่กลับได้รับคำพูดที่บั่นทอนความมั่นใจแทน โดยเฉพาะตนที่อยากเป็นทนายความ และโดนพ่อแม่ปรามาสไว้ว่าคงทำไม่ได้</p>



<p>คำพูดบั่นทอนความฝันจากครอบครัวไม่ได้เกิดขึ้นกับแค่ครอบครัวของนับและตน&nbsp;</p>



<p>อัพดอล-อัพดอล พงค์สวัสดิ์ ผู้รับผิดรับโครงการกลไกชุมชนสู่การสร้างพื้นที่ปลอดภัยที่เอื้อต่อการเรียนรู้ของเด็กและเยาวชนนอกระบบการศึกษา จังหวัดสตูล โดยการสนับสนุนของกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) อธิบายสถานการณ์ที่เด็กในพื้นที่สตูลเจอว่าที่นี่มักมีวัฒนธรรมเงียบในบ้าน เพราะถ้าผู้ปกครองไม่ฟังเสียงเด็กดีๆ เสียงนี้ก็จะไม่ได้ยิน และถ้าไม่ได้ยินบ่อยๆ มันก็จะไม่พูดออก&nbsp;</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-full"><img decoding="async" loading="lazy" width="1200" height="800" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/07/image-42.jpeg" alt="" class="wp-image-104552" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/07/image-42.jpeg 1200w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/07/image-42-300x200.jpeg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/07/image-42-768x512.jpeg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/07/image-42-750x500.jpeg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/07/image-42-272x182.jpeg 272w" sizes="(max-width: 1200px) 100vw, 1200px" /><figcaption class="wp-element-caption">‘อัพดอล’ อัพดอล พงค์สวัสดิ์</figcaption></figure></div>


<p></p>



<h3 class="wp-block-heading" id="4--%E0%B9%82%E0%B8%AD%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%AA%E0%B8%97%E0%B8%B5%E0%B9%88%E0%B8%AA%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B8%82%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B8%8A%E0%B8%B5%E0%B8%A7%E0%B8%B4%E0%B8%95-"><strong>โอกาสที่สองของชีวิต</strong></h3>



<p>ในวัย 17 ปี นับตนได้กลับเข้ามาเรียนโรงเรียนอีกครั้ง จุดเปลี่ยนสำคัญเริ่มต้นขึ้นเมื่อแกนนำเครือข่ายเยาวชน ‘เมล็ดพันธุ์เกตรี’ ชักชวนพวกเธอเข้ามาร่วมกิจกรรมของกลุ่ม ‘The GUERRILLA’ โครงการกลไกชุมชนสู่การสร้างพื้นที่ปลอดภัยที่เอื้อต่อการเรียนรู้ของเด็กและเยาวชนนอกระบบการศึกษา จังหวัดสตูล โดยการสนับสนุนของกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.)</p>



<p>นับและตนได้ฟังประสบการณ์เรื่องราวชีวิตจากเพื่อนๆ และรุ่นพี่ โดยเฉพาะบทเรียนเรื่องพิษภัยของยาเสพติด ซึ่งเป็นสิ่งระบาดหนักในชุมชนที่พวกเธออาศัยอยู่ มันกลายเป็นเกราะป้องกันทางความคิดและจุดประกายความฝันที่อยากจะมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น</p>



<p>อีกด้านหนึ่งโรงเรียนอันซอเรียะห์อัดดีนียะห์ โรงเรียนเอกชนสอนศาสนาอิสลามควบคู่สามัญ เป็นโรงเรียนการกุศลที่เข้าร่วมโครงการกลไกชุมชนสู่การสร้างพื้นที่ปลอดภัยที่เอื้อต่อการเรียนรู้ของเด็กและเยาวชนนอกระบบการศึกษาจังหวัดสตูล เพื่อเปิดโอกาสให้เด็กที่หลุดจากระบบการศึกษาได้กลับมาเรียนอีกครั้ง</p>



<p>หลังจากนั้น กาศมา นาคกระวัศ ผู้อำนวยการโรงเรียน พร้อมด้วยทีมงาน สุกรี นาคกระวัศ ผู้จัดการโรงเรียน ได้เดินทางมาเคาะประตูบ้านเพื่อชวนพวกเธอกลับเข้าสู่ระบบโรงเรียนอีกครั้ง&nbsp;</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-full"><img decoding="async" loading="lazy" width="1200" height="800" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/07/image-43.jpeg" alt="" class="wp-image-104553" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/07/image-43.jpeg 1200w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/07/image-43-300x200.jpeg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/07/image-43-768x512.jpeg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/07/image-43-750x500.jpeg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/07/image-43-272x182.jpeg 272w" sizes="(max-width: 1200px) 100vw, 1200px" /><figcaption class="wp-element-caption">(จากซ้าย) ‘กาศมา’ นาคกระวัศ, ‘สุกรี’ นาคกระวัศ</figcaption></figure></div>


<p></p>



<p>“ตอนแรกหนูวิ่งหนีไปหลังบ้านเลยค่ะ หลบหน้า ผอ. ตลอด เพราะไม่อยากคุยเรื่องเรียน มันยากมากที่จะกลับไปหลังจากหลุดไปตั้งสองสามปีแล้ว”&nbsp;</p>



<p>แต่คนที่ซัพพอร์ตและดึงมือให้เดินหน้าต่อก็คือมะที่เอ่ยปากขอร้องลูกสาวว่า&nbsp;</p>



<p>“ไม่อยากให้ลูกต้องมากรีดยางรับจ้างเหมือนมะ มันลำบากและไม่แน่นอน ทนอีกนิดนึงเดี๋ยวก็ชิน”&nbsp;</p>



<p>ควบคู่ไปกับพลังของความเป็นฝาแฝดที่นับบอกว่า&nbsp;</p>



<p>“ถ้าไม่มีน้องมาด้วย หนูก็ไม่มา แต่อย่างน้อยจับมือมาเจออะไรที่ไม่รู้ด้วยกัน มันก็ทำให้กล้าสู้”</p>



<p>แม้จะมีความขัดแย้งในใจหรือรู้สึกอึดอัดกับท่าทีของพ่อ แต่อุดมการณ์ลึกๆ ของนับในการกลับมาเรียนหนังสือครั้งนี้ ส่วนหนึ่งคือเธออยากจะเติบโตขึ้นไปเป็นคนที่มีความรู้เท่าทัน เพื่อที่จะสามารถหันหน้ากลับมาคุยกับพ่อด้วยเหตุและผลในฐานะผู้ใหญ่คนหนึ่งได้</p>



<p>“หนูอยากเอาความรู้ที่แท้จริงไปคุยกับพ่อเพราะเขาไม่เคยฟังใครเลย”</p>



<p>ขณะเดียวกัน ตน เองก็อยากใช้ความสำเร็จในอนาคตเพื่อพิสูจน์ให้พ่อเห็นว่าพวกเธอทำได้</p>



<p>&#8220;หนูก็อยากพิสูจน์ให้เขารู้ว่าสมองหนูก็ถึง ยังไงหนูก็เป็น (ทนาย) ให้ได้ค่ะ&#8221;</p>



<p></p>



<h3 class="wp-block-heading" id="5--%E0%B8%96%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B9%82%E0%B8%A3%E0%B8%87%E0%B9%80%E0%B8%A3%E0%B8%B5%E0%B8%A2%E0%B8%99%E0%B8%A2%E0%B8%B7%E0%B8%94%E0%B8%AB%E0%B8%A2%E0%B8%B8%E0%B9%88%E0%B8%99%E0%B8%A1%E0%B8%B2%E0%B8%81%E0%B8%9E%E0%B8%AD-"><strong>ถ้าโรงเรียนยืดหยุ่นมากพอ</strong></h3>



<p>ปัจจุบัน นับและตนกลับเข้ามาเรียนในชั้น ม.3 และกำลังเข้าสู่ ม.4 ได้ประมาณ 4 เดือนแล้วที่โรงเรียนอันซอเรียะห์อัดดีนียะห์ แม้ช่วงแรกจะต้องปรับตัวอย่างหนัก&nbsp;</p>



<p>“วันแรกหนูบอกน้องว่ากลับบ้านไหม ไม่รู้จักใครเลย พรุ่งนี้ไม่อยากมาแล้ว แต่น้องมันลากมาเลยต้องมา ถ้าน้องไม่มาเรียนหนูก็ไม่มา อย่างน้อยก็มีน้องมาด้วยกัน จับมือมาเจออะไรที่ไม่รู้ด้วยกัน” นับเล่า</p>



<p>สำหรับเด็กคนหนึ่งที่หลุดออกจากระบบโรงเรียนไปนานถึง 3 ปีเต็ม การผลักประตูรั้วโรงเรียนกลับเข้ามาอีกครั้ง ไม่ใช่แค่เรื่องของการหยิบกระเป๋านักเรียนมาสะพาย แต่คือการเปลี่ยนวิถีชีวิต ความคิด และการปรับตัวที่ต้องใช้ต้นทุนทางจิตใจอย่างสูง</p>



<p>ความท้าทายขั้นต่อมาของการปรับตัวคือ ‘ช่องว่างระหว่างวัยและสถานะ’ ในห้องเรียน ในวัยใกล้ 18 ปีที่ต้องมานั่งเรียนร่วมชั้น ม.3 กับเด็กที่อายุห่างกัน 2-3 ปี ซ้ำร้ายแก๊งเด็กในห้องยังรู้จักและเติบโตด้วยกันมาตั้งแต่มัธยมต้น ทำให้นับและตนกลายเป็นสิ่งแปลกปลอมของห้องเรียนในช่วงแรก</p>



<figure class="wp-block-image size-full"><img decoding="async" loading="lazy" width="1200" height="800" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/07/image-44.jpeg" alt="" class="wp-image-104554" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/07/image-44.jpeg 1200w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/07/image-44-300x200.jpeg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/07/image-44-768x512.jpeg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/07/image-44-750x500.jpeg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/07/image-44-272x182.jpeg 272w" sizes="(max-width: 1200px) 100vw, 1200px" /></figure>



<p></p>



<p>ความอายและการกลัวสายตาคนจ้องมองทำให้ฝาแฝดขังตัวเองไว้ในกลุ่มสองคน นั่งกินข้าวด้วยกันตอนพักกลางวัน และเมื่อเริ่มปรับตัวได้ระดับหนึ่ง ก็ต้องเจอกับวิกฤตน้ำท่วมใหญ่จนโรงเรียนต้องหยุดยาว ปิดกั้นช่องทางการติดต่อเพราะยังไม่มีเบอร์หรือโซเชียลมีเดียของเพื่อนๆ ทำให้หลังน้ำลด ทั้งคู่ต้องกลับมาเริ่มต้นนับหนึ่งในการปรับตัวใหม่อีกครั้ง</p>



<p>“ตอนเรียน ม.สอง คือกดดันเพราะวิชามันยาก มีตั้งแปดถึงสิบวิชา แต่ที่นี่มีแค่ห้าหกวิชา ครูเป็นกันเอง น่ารักและใจดีมาก ค่อยๆ สอน ไม่ดุไม่ด่าเหมือนโรงเรียนอื่น ไม่เข้าใจตรงไหนก็ยกมือถาม ครูก็จะสอนให้ตัวต่อตัวเลย ครูบอกว่าไม่ต้องไปถามเพื่อน ถามครูนี่ ครูสอนได้”</p>



<p>แต่เพราะโรงเรียนนี้ แตกต่างจากที่เดิม</p>



<p>“ที่นี่ครูเป็นกันเอง น่ารักและใจดีมากค่ะ ค่อยๆ สอน ไม่ดุไม่ด่า ถ้าไม่เข้าใจตรงไหนครูจะสอนให้ตัวต่อตัวเลย ครูบอกว่าไม่ต้องไปถามเพื่อน ให้ถามครูได้เลย มันทำให้เราจากเด็กหลังห้องที่ไม่เคยมีใครสนใจ กล้าที่จะเรียนรู้”</p>



<p>จากที่เคยต้องเรียนถึง 8-10 วิชาจนกดดัน ที่นี่ปรับโครงสร้างให้ยืดหยุ่นและตอบโจทย์ศักยภาพเหลือเพียง 5-6 วิชา และมีการประเมินผลผ่านกิจวัตรความดี ตอนนี้กลายเป็นเด็กที่สนุกกับวิชาวิทย์คำนวณ และมีเพื่อนสนิทอย่างอามีนาและมาริน่าที่คอยเข้ามาสร้างเสียงหัวเราะ</p>



<p></p>



<h3 class="wp-block-heading" id="6--%E0%B9%80%E0%B8%AB%E0%B8%A1%E0%B8%B7%E0%B8%AD%E0%B8%99%E0%B8%88%E0%B8%B0%E0%B9%84%E0%B8%9B%E0%B9%84%E0%B8%94%E0%B9%89%E0%B9%84%E0%B8%81%E0%B8%A5-%E0%B9%81%E0%B8%95%E0%B9%88%E0%B8%81%E0%B9%87%E0%B8%AD%E0%B8%B2%E0%B8%88%E0%B8%88%E0%B8%B0%E0%B9%84%E0%B8%9B%E0%B9%84%E0%B8%A1%E0%B9%88%E0%B8%96%E0%B8%B6%E0%B8%87-"><strong>เหมือนจะไปได้ไกล แต่ก็อาจจะไปไม่ถึง</strong></h3>



<p>สิ่งที่ทำให้นับและตนยังไม่หลุดออกจากระบบไปเป็นครั้งที่สอง เพราะทั้งคู่เริ่มสนุกกับการเรียนในรอบ 4 เดือนที่ผ่านมา ที่ ‘ตัวระบบโรงเรียน’ และ ‘ครู’ ลดเงื่อนไขความกดดันลง แตกต่างจากโรงเรียนเอกชนดั้งเดิมที่เคยเรียน</p>



<p>ที่อันซอเรียะห์อัดดีนียะห์ ไม่ได้เรียนเพียงวิชาการ แต่เรียนรู้ผ่านหลักสูตรฐานสมรรถนะ ที่เน้นการลงมือปฏิบัติจริง จัดการเรียนการสอนแบบบูรณาการ ใช้กระบวนการ I+STEAM Education ประเมินผลจากสมรรถนะที่ผู้เรียนสามารถปฏิบัติได้จริงตามที่กระทรวงศึกษาธิการกำหนด นอกจากนี้ โรงเรียนยังส่งเสริมการปลูกฝัง 9 กิจวัตรความดีตามแบบอย่างของท่านศาสดามูฮัมหมัด (ซ, ล) เพื่อพัฒนาผู้เรียนให้เป็นทั้งคนดีและคนเก่ง พร้อมทั้งเปิดโอกาสให้เรียนรู้ด้านอาชีพร่วมกับวิทยาลัยเทคนิคสตูล เพื่อสามารถนำความรู้ไปประกอบอาชีพและพึ่งพาตนเองได้ในอนาคต</p>



<p>แต่นับก็ยอมรับว่า ตัวเองไม่อยากเรียนต่อแล้ว อยากออกไปหาเงินมากกว่า เพราะมีอิสระและได้เงิน&nbsp;</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-full"><img decoding="async" loading="lazy" width="1200" height="800" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/07/image-45.jpeg" alt="" class="wp-image-104556" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/07/image-45.jpeg 1200w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/07/image-45-300x200.jpeg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/07/image-45-768x512.jpeg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/07/image-45-750x500.jpeg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/07/image-45-272x182.jpeg 272w" sizes="(max-width: 1200px) 100vw, 1200px" /><figcaption class="wp-element-caption">(จากซ้าย) ‘อัพดอล’ อัพดอล พงค์สวัสดิ์, ‘ฟาลัก’ บีลาล เส็นจิต</figcaption></figure></div>


<p></p>



<p>ไม่ผิดที่นับจะคิดอย่างนั้น อัพดอลบอกว่าหนึ่งในคำถามที่คนทำงานมักได้รับจากเด็กๆ คือ&nbsp;</p>



<p>“ผมจะฝันถึงอะไรเหรอพี่? เพราะเด็กนอกระบบในสตูลจำนวนมากเผชิญภาวะไร้ความฝัน ไม่ใช่เพราะพวกเขาไม่อยากมีอนาคตที่ดี แต่เป็นเพราะโครงสร้างเศรษฐกิจในจังหวัดสตูลปิดตายจินตนาการของพวกเขา”</p>



<p>ฟาลัก บีลาล เส็นจิต เจ้าหน้าที่โครงการเล่าว่า ที่สตูลมีเพียงโรงงานปลากระป๋อง ซึ่งรับเฉพาะแรงงานหญิง และโรงงานปาล์มน้ำมันที่ต้องการแรงงานผู้ใหญ่และงานหนัก</p>



<p>ส่วนงานราชการหรืองานออฟฟิศก็มีจำกัดและการแข่งขันสูง แม้รัฐจะพยายามผลักดันการท่องเที่ยว แต่ก็ไม่ได้เติบโตจนสร้างงานในตัวจังหวัดได้อย่างทั่วถึง สุดท้ายคนสตูลที่เรียนจบสูงๆ หรืออยากลืมตาอ้าปากได้เลยต้องไปทำงานที่หาดใหญ่ ภูเก็ต กระบี่ หรือกรุงเทพฯ และแทบไม่มีใครกลับมาพัฒนาบ้านเกิด</p>



<p>เมื่อเด็กๆ มองเห็นภาพชัดเจนว่า “เรียนไปก็ไม่มีงานทำที่บ้าน เก่งไปก็ไม่มีทางให้เดินต่อ” แรงจูงใจในการเรียนรู้จึงกลายเป็นศูนย์&nbsp;</p>



<figure class="wp-block-image size-full"><img decoding="async" loading="lazy" width="1200" height="800" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/07/image-46.jpeg" alt="" class="wp-image-104557" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/07/image-46.jpeg 1200w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/07/image-46-300x200.jpeg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/07/image-46-768x512.jpeg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/07/image-46-750x500.jpeg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/07/image-46-272x182.jpeg 272w" sizes="(max-width: 1200px) 100vw, 1200px" /></figure>



<p></p>



<p>อย่างน้อยก็ยังมีตนที่บอกว่าหนูอยากเรียนต่อให้ไกลได้ที่สุด&nbsp;</p>



<p>“หนูตอบแบบไม่ลังเลเลยว่าอยากเรียนต่อ เพราะอยากมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น หนูอยากให้ปัจจุบันตัวเองได้พัฒนาไปได้ไกลขึ้น ไม่หยุดอยู่แค่นี้ ต่อให้พี่ไม่มาด้วย หนูก็มา ยังไงก็จะมาเพราะอยากเรียนอยู่” ตนเล่าด้วยแววตาที่เป็นประกาย</p>



<p>วันนี้คำตอบของนับคือไม่อยากเรียนต่อแล้ว ไม่แน่ในอนาคตคำตอบอาจจะเปลี่ยนไป แต่อย่างน้อยวันนี้พวกเธอทั้งคู่ก็ยังคงเรียนระดับชั้น ม.4 อยู่ที่อันซอเรียะห์อัดดีนียะห์</p>



<hr class="wp-block-separator has-alpha-channel-opacity"/>



<p></p>



<p>เรื่อง : มยุรา ยะทา <br>ภาพถ่าย : อธิคม แสงไชย <br>ภาพประกอบ : ภัทราภรณ์ สงสาร</p><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/article-310726/">โอกาสที่สอง นับ-ตน ฝาแฝดที่มรดกความจน ทิ้งให้ต้องดิ้นรนเพื่อการศึกษา</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
