<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>บทความ | กสศ.</title>
	<atom:link href="https://www.eef.or.th/category/article/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.eef.or.th</link>
	<description>กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา</description>
	<lastBuildDate>Tue, 23 Jun 2026 11:33:54 +0000</lastBuildDate>
	<language>th</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.3.8</generator>

<image>
	<url>https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/02/cropped-fav-icon-32x32.png</url>
	<title>บทความ | กสศ.</title>
	<link>https://www.eef.or.th</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>แบ่งเวลามาอยู่ในสายตา มีโรงเรียนสอนศาสนาเป็นที่ปลอดภัย : ‘ตาดีกาบาโงยือแร’ พื้นที่เก่าในบันนังสตา ที่มีร้านน้ำชาและข้าวยำไว้เล่าเรื่องใหม่ของเด็กนอกระบบ</title>
		<link>https://www.eef.or.th/article-2306626/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 23 Jun 2026 11:33:52 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Movement]]></category>
		<category><![CDATA[บทความ]]></category>
		<category><![CDATA[ความเสมอภาคทางการศึกษา]]></category>
		<category><![CDATA[ตาดีกาบาโงยือแร]]></category>
		<category><![CDATA[การจัดการศึกษาเชิงพื้นที่เพื่อลดความเหลื่อมล้ำ]]></category>
		<category><![CDATA[บันนังสตา]]></category>
		<category><![CDATA[ABE]]></category>
		<category><![CDATA[ยะลา]]></category>
		<category><![CDATA[เด็กนอกระบบ]]></category>
		<category><![CDATA[กสศ.]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?p=103242</guid>

					<description><![CDATA[<p>43 กิโลเมตร คือ ระยะทางระหว่างตัวเมืองยะลาและตาดีกาบาโง [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/article-2306626/">แบ่งเวลามาอยู่ในสายตา มีโรงเรียนสอนศาสนาเป็นที่ปลอดภัย : ‘ตาดีกาบาโงยือแร’ พื้นที่เก่าในบันนังสตา ที่มีร้านน้ำชาและข้าวยำไว้เล่าเรื่องใหม่ของเด็กนอกระบบ</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>43 กิโลเมตร คือ ระยะทางระหว่างตัวเมืองยะลาและตาดีกาบาโงยือแร โรงเรียนสอนศาสนาที่ตั้งอยู่ในตำบลบาเจาะ อำเภอบันนังสตา จังหวัดยะลา พื้นที่นี้เป็นศูนย์กลางการทำงานของหน่วยจัดการเรียนรู้การจัดการการศึกษาเชิงพื้นที่ (Area-based Education : ABE) ภายใต้การสนับสนุนของกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.)</p>



<p>ปัญหาหลักของเด็กและเยาวชนในพื้นที่บ้านอูแบ ต.บาเจาะ อ.บันนังสตา จ.ยะลา รวมถึงสามจังหวัดชายแดนใต้ คือ ปัญหาปากท้อง ที่ทำให้โอกาสด้านการศึกษาถูกตัดออกไปด้วย</p>



<p>&nbsp;“เรียนในระบบถึงชั้น ม.2 หลังจากนั้นก็ไม่ได้เข้าเรียนเลย เพราะไม่มีงบจะเรียนต่อ” ซัน เฟาชาน อาแว วัย 21 เล่า</p>



<p>ข้อมูลจากสำนักงานสถิติจังหวัดยะลาบอกว่า รายได้เฉลี่ยของประชากรในยะลาอยู่ที่ประมาณ 108,108 บาทต่อคนต่อปี สาเหตุโดยอ้อมที่ส่งผลต่อการลืมตาอ้าปากของคนในพื้นที่ คือ การเป็นจังหวัดภายใต้กฎหมายพิเศษด้านความมั่นคง ได้แก่ พระราชบัญญัติกฎอัยการศึก พ.ศ. 2457 พระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ. 2548 และพระราชบัญญัติการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร พ.ศ. 2551</p>



<p>“อาชีพแถวนี้จะเป็นทำสวน สวนยาง สวนทุเรียน บ้านที่รวยจะทำสวนทุเรียน เด็กก็จะไปเรียนในเมืองไม่ก็มาเลเซีย ถ้าเป็นผู้หญิง การหลุดออกจากระบบเขาไม่ได้เดือดร้อน มันมีชุดความคิดว่า พอแต่งงานไปผู้ชายต้องส่งเสียเลี้ยงดูผู้หญิง” สูรียาอธิบาย</p>



<p>ส่วนปัญหารองลงมา คือ ‘ความปลอดภัย’ ของพื้นที่ที่ถูกนิยามว่าเป็นพื้นที่สีแดง มีทั้งยาเสพติด การกระทำที่ผิดกฎหมาย และความรุนแรงในพื้นที่ที่กระทบต่อความมั่นคงของรัฐ</p>



<p>‘สูรียา อาแว’ ครูตาดีกา นักวิชาการสาธารณสุขชำนาญการ อบต.บาเจาะ และหัวหน้าคณะทำงานโครงการสานพลังร่วมกันการจัดการเรียนรู้ที่ยืดหยุ่นและสร้างพื้นที่ปลอดภัยสำหรับเด็กและเยาวชนนอกระบบการศึกษาตำบลบาเจาะ บอกว่า เด็กๆ นอกระบบของบ้านอูแบต้องเผชิญความเสี่ยงหลายอย่าง</p>



<p>“เมื่อก่อนเขาอยู่ในแหล่งยาเสพติด 12 ชั่วโมงเลย อยู่ตรงนั้นตั้งแต่ค่ำถึงเช้า”</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large is-resized"><img decoding="async" fetchpriority="high" width="683" height="1024" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/image-28-683x1024.jpeg" alt="" class="wp-image-103243" style="width:400px" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/image-28-683x1024.jpeg 683w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/image-28-200x300.jpeg 200w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/image-28-768x1152.jpeg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/image-28-1024x1536.jpeg 1024w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/image-28.jpeg 1200w" sizes="(max-width: 683px) 100vw, 683px" /><figcaption class="wp-element-caption">สูรียา อาแว</figcaption></figure></div>


<p></p>



<p>ทว่า สูรียาก็ย้ำว่า สำหรับเด็กบ้านอูแบ โรงเรียนไม่ใช่พื้นที่ปลอดภัย แม้ว่าการศึกษาภาพรวมจะมีทั้งระบบโรงเรียนสามัญแบบที่เราคุ้นเคย ปอเนาะหรือโรงเรียนที่เน้นสอนศาสนา และโรงเรียนแบบกึ่งกลางที่มีทั้งการเรียนการสอนแบบสามัญและศาสนา</p>



<p>และการที่สูรียาเป็นครูตาดีกา เขารู้ดีว่าการผลักเด็กเข้าสู่ระบบเพื่อกลับไปเป็นเด็กดีในสายตาคนในชุมชนไม่ใช่วิธีการที่ยั่งยืน เพราะท้ายที่สุดแล้วเด็กก็จะหลุดออกมาเหมือนเดิม</p>



<p>โจทย์แรกของ สูรียา อาแว จึงเป็นการทำให้เด็กในพื้นที่นี้มีพื้นที่ปลอดภัยในการพัฒนาศักยภาพโดยไม่จำเป็นต้องเป็นโรงเรียน</p>



<p>“พี่เชื่อว่าน้องทุกคนมีดีในตัว แต่ไม่มีพื้นที่ให้เขาแสดงศักยภาพให้คนอื่นเห็น พอคนอื่นไม่เห็น บุคคลภายนอกก็มองว่าเป็นเด็กไม่เอาไหน”</p>



<p>แต่การสร้างพื้นที่ให้เด็กวางใจที่จะเข้ามาไม่ใช่เรื่องง่าย ในฐานะหน่วยการเรียนรู้การจัดการการศึกษาเชิงพื้นที่ (ABE) จึงไม่ได้มีแค่คณะทำงานเท่านั้น แต่ต้องประกอบไปด้วยกลไกอื่นๆ ในสังคมที่เรียกว่า 4 เสาหลัก คือ ผู้นำชุมชน ผู้นำศาสนา ฝ่ายท้องถิ่น รวมถึงแกนนำเด็กและเยาวชน</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img decoding="async" width="768" height="1024" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/image-29-768x1024.jpeg" alt="" class="wp-image-103244" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/image-29-768x1024.jpeg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/image-29-225x300.jpeg 225w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/image-29-1152x1536.jpeg 1152w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/image-29.jpeg 1200w" sizes="(max-width: 768px) 100vw, 768px" /></figure>



<p></p>



<ul>
<li>เปิดโอกาสให้เด็กอยู่ในสายตา ผ่านกลไกศาสนา&nbsp;</li>
</ul>



<p>ที่หมู่บ้านอูแบ การไม่ไปเรียนหรือเข้าไม่ถึงการศึกษา ไม่ใช่นิยามทั้งหมดของ ‘เด็กไม่ดี’ “เด็กไม่ดีคือเด็กที่หลงผิด เราไม่อยากให้เกิดสิ่งไม่ดีในหมู่บ้าน จึงต้อง<strong>หันหน้าเข้าหาศาสนา</strong>” ดาโอะ ลาโฮยา โต๊ะอิหม่ามกล่าว</p>



<p>กลไกแรกที่สูรียาดึงเข้ามา คือ กลไกศาสนา สำหรับพื้นที่ที่ผู้คนนับถืออิสลามเกือบ 100% โดยใช้<strong>พื้นที่ตาดีกา</strong>ที่เป็นโรงเรียนศาสนาในการจัดกิจกรรม และชวนโต๊ะอิหม่าม ผู้นำศาสนาเข้ามาทำงานกับเด็กด้วยการเติมความรู้ด้านศาสนา และเป็นกระบอกเสียงให้กับชุมชนว่า กิจกรรมที่เกิดขึ้นจะเป็นไปตามกรอบของศาสนาเพื่อสร้างความสบายใจให้กับคนในพื้นที่</p>



<p>ก่อนที่หน่วยจะจัดกิจกรรมให้กับเด็กในโครงการ วันธรรมดาของตาดีกาบาโงยือแรจะไม่มีคนเข้ามาในพื้นที่ เพราะเด็กไปโรงเรียน ส่วนวันเสาร์-อาทิตย์ที่มีการเรียนการสอน ก็จะมีแค่คนที่ตั้งใจมาเรียน กับผู้ปกครองที่เข้ามาส่งลูกหลานของตัวเองเท่านั้น สูรียาและคณะทำงานจึงตั้งใจทำให้พื้นที่ตาดีกากลายเป็นพื้นที่เปิดกว้างทำกิจกรรมร่วมกัน ให้ใครก็ได้เข้ามาใช้บริการ และชวนเด็กนอกระบบมามีส่วนร่วม</p>



<p>“เราพยายามเปิดพื้นที่ โดยไม่ใช่พื้นที่เฉพาะให้สอนศาสนาอย่างเดียว แต่เป็นพื้นที่เปิดกว้างทำกิจกรรมร่วมกัน หลังๆ อบต. จะจัดโครงการอะไรก็พยายามดึงเข้ามาจัดที่ตาดีกา และพี่ดึงเด็กเยาวชนนอกระบบไปมีส่วนร่วมในการทำกิจกรรม ให้เขามีกิจกรรมอย่างต่อเนื่อง”</p>



<p>ก่อนหน้านี้เด็กนอกระบบจะอยู่กระจัดกระจายเป็นกลุ่มเป็นแก๊ง บ้างก็ไปบิดมอเตอร์ไซต์เที่ยวไปเรื่อย บ้างก็อยู่ตามกระท่อม พอลูกไม่กลับบ้าน พ่อแม่ก็ไม่รู้ว่าลูกไปที่ไหน เกิดความกังวลมากมายตามมา ทั้งกลัวว่าลูกจะเกิดอันตราย เพราะเส้นทางกลับบ้านมีแต่ความมืด ไม่มีแสงไฟ ทั้งกลัวว่าลูกจะหันหน้าเข้าหายาเสพติด</p>



<p>พอเด็กนอกระบบถูกชักชวนมาช่วยงาน มาทำกิจกรรมในพื้นที่ตาดีกา ตลอดจนมานั่งเล่นไวไฟฟรีในพื้นที่นี้ ในขณะที่ห้องเรียนของตาดีกาก็เปิดสอนตามปกติ ทำให้เด็กทุกคน ‘อยู่ในสายตา’ โดยที่คนในชุมชนไม่จำเป็นต้องจ้องมองตลอดเวลา แต่รู้ว่าเด็กอยู่ที่ไหน</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img decoding="async" width="768" height="1024" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/image-30-768x1024.jpeg" alt="" class="wp-image-103245" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/image-30-768x1024.jpeg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/image-30-225x300.jpeg 225w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/image-30-1152x1536.jpeg 1152w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/image-30.jpeg 1200w" sizes="(max-width: 768px) 100vw, 768px" /></figure>



<p></p>



<p>“เราเล่าให้ผู้ปกครองฟังว่า ดึกๆ ลูกเขามานั่งเล่นเกมตรงนี้นะ จากเมื่อก่อนที่ไปแว้นมอเตอร์ไซต์ในตัวเมือง เขาก็สบายใจว่าอย่างน้อยๆ ที่ตรงนี้ลูกเขาก็ไม่ยุ่งกับยาเสพติด เพราะลูกเขาเกรงใจเราที่เป็นครู ลูกเขาอยู่ในสายตาเรา” สูรียาเล่า</p>



<p>กิจกรรมในช่วงแรกจะเป็นกิจกรรมที่สร้างความผ่อนคลาย ที่แทรกเรื่องศาสนาเข้าไปอย่างไม่บีบบังคับให้เด็กค่อยๆ ซึมซับ และเมื่อติดใจ เด็กก็จะกลายเป็นฝ่ายเอ่ยปากถามถึงกิจกรรมครั้งต่อไปโดยที่ทีมพี่เลี้ยงไม่ต้องชวน</p>



<p>“จะดึงเด็กมาเรียนศาสนาเลยไม่ได้ มันจะกลายเป็นกับดักเพราะเขาไม่ชอบ เราเลยให้เขาทำกิจกรรมที่สนใจแล้วเอาศาสนาเข้าไปแทรกเพื่อให้เขาซึมซับ จะตัดศาสนาออกเลยก็ไม่ได้เพราะมันเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตเขา” สูรียาอธิบาย</p>



<p>หนึ่งในการเปลี่ยนแปลงที่เห็นชัดในสายตาคนในชุมชน โดยเฉพาะกับผู้นำศาสนา จึงเป็นการละหมาดที่เด็กๆ ไปละหมาดที่มัสยิดมากขึ้น เพราะถึงจะเป็นเรื่องเล็กๆ น้อยๆ แต่เมื่อก่อนเด็กไม่ดีของบ้านอูแบไม่ละหมาด ไม่ให้ความสนใจกับศาสนา การที่เห็นว่าเด็กละหมาดมากขึ้น มาทำกิจกรรมศาสนา มาทำกิจกรรมกับชุมชนมากขึ้น จึงเป็นการเปลี่ยนแปลงที่น่าชื่นใจ</p>



<p>“รู้สึกภูมิใจที่มีโครงการนี้ เพราะจากเมื่อก่อนเด็กที่ไม่รู้ศาสนา แต่งตัวก็ไม่ได้ดีเท่าไหร่ พอเข้าโครงการก็ดูสะอาด ดูเป็นผู้เป็นคนมากขึ้น มีวินัย ก็รู้สึกภูมิใจ และถ้าเป็นไปได้ก็อยากให้มีโครงการต่อไป” โต๊ะอิหม่ามกล่าว</p>



<p>พอเด็กๆ ที่มาทำกิจกรรมรู้สึกผ่อนคลายและสบายใจที่จะมาอยู่ในพื้นที่ตาดีกากับเพื่อนๆ และพี่เลี้ยง ทีมพี่เลี้ยงจึงเปิดโอกาสให้เด็กๆ เสนอสิ่งที่ตัวเองอยากทำ จนกลายมาเป็นร้านน้ำชาที่เป็นแลนด์มาร์คของเด็กในพื้นที่นี้ในยามค่ำคืน แทนที่คาเฟ่ในตัวเมืองที่ต้องบิดมอเตอร์ไซต์เป็นชั่วโมงกว่าจะไปถึง</p>



<figure class="wp-block-image size-full"><img decoding="async" loading="lazy" width="1200" height="800" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/image-31.jpeg" alt="" class="wp-image-103246" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/image-31.jpeg 1200w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/image-31-300x200.jpeg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/image-31-768x512.jpeg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/image-31-750x500.jpeg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/image-31-272x182.jpeg 272w" sizes="(max-width: 1200px) 100vw, 1200px" /></figure>



<p></p>



<p>บางคนอาจเรียกที่นี่ว่าพื้นที่ปลอดภัยที่เปิดโอกาสให้เด็กได้ทำกิจกรรมที่สนใจ และเปิดโอกาสให้เด็กเสนอสิ่งที่อยากทำ แต่พื้นที่แห่งนี้ยังเป็น ‘พื้นที่ถ่วงเวลา’ ที่อย่างน้อยก็ทำให้การมั่วสุมนอกสายตา กลับมาอยู่ในสายตาของผู้ใหญ่</p>



<p>“ที่นี่เป็นพื้นที่ถ่วงเวลาที่ใช้กับเด็กที่ติดยาเสพติด และเด็กที่ครอบครัวเสี่ยงติดยาเสพติด เมื่อก่อนเขาอยู่ในแหล่งยาเสพติด 12 ชั่วโมงเลย อยู่ตรงนั้นตั้งแต่ค่ำถึงเช้า เราดึงเขาพยายามคุยกับเขาว่ามาอยู่ตรงนี้นะ”</p>



<p>สูรียาเล่าว่า เด็กกลุ่มนี้ในช่วงแรกจะใช้เวลาอยู่ในตาดีกาแค่ชั่วโมงเดียว แต่พอมาบ่อยครั้ง เด็กก็เริ่มปรับพฤติกรรม พูดคุยกับเพื่อนและผู้ใหญ่รอบตัวมากขึ้น ใช้เวลาในตาดีกามากขึ้น ซึ่งเด็กหลายคนบอกกับพี่เลี้ยงว่า หากให้เลิกใช้ยาเสพติดโดยทันทีเป็นเรื่องยาก ขอพยายามด้วยการแบ่งเวลาให้กับพื้นที่ตาดีกามากกว่าพื้นที่ที่มียาเสพติด</p>



<p>“เขาบอกจะแบ่งเวลาให้เรามากกว่าอีกฝั่ง ยังไม่ได้เลิก แต่อยู่ในสายตาเรา มาให้เราได้มองเห็นเขา”</p>



<ul>
<li><strong>จากใจกลางตาดีกา สู่ความร่วมมือจากรอบนอก&nbsp;</strong></li>
</ul>



<p>การสร้างพื้นที่สักพื้นที่หนึ่งให้คนสบายใจที่จะมาอยู่อย่างต่อเนื่องเป็นเรื่องยาก และยิ่งอยู่ภายใต้ข้อจำกัดที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ยิ่งยากไปกันใหญ่ สูรียาก็รู้สึกแบบนั้นเช่นกัน</p>



<p>การอยู่ภายใต้กฎหมายพิเศษทำให้การขยับตัวทำอะไรสักอย่างของคนในพื้นที่ เป็นเรื่องที่ต้องระมัดระวังเป็นพิเศษ โดยเฉพาะการรวมตัวกันของเยาวชน การทำกิจกรรมระหว่างชายหญิง หากไม่แยกผู้ปกครองจะไม่สบายใจที่จะให้เด็กนอกระบบเข้าโครงการ อีกทั้งอาจถูกมองว่าจะมีการปลุกปั่นหรือทำกิจกรรมไม่เหมาะสม ซึ่งหากฝ่ายความมั่นคงของรัฐมองว่าเป็นปัญหา ก็สามารถถูกยุติได้ตลอดเวลา ผู้นำจึงเป็นกระบอกเสียงสร้างความเชื่อมั่นกับบุคคลภายนอกว่า กิจกรรมที่ทำเด็กและเยาวชนนอกระบบได้ประโยชน์</p>



<p>ทำให้ในระยะที่สองของโครงการที่มีการขยายกลุ่มเป้าหมายเพิ่มเติมเป็นเด็กที่มีความเสี่ยงหรือเกี่ยวข้องกับยาเสพติด การชวนเด็กมาทำกิจกรรมเป็นเรื่องที่ยากมากขึ้น เพราะผู้ปกครองหลายบ้านไม่เห็นด้วยที่จะให้บุตรหลานของตัวเองเกี่ยวข้องกับเด็กมีปัญหากลุ่มนี้ แม้ว่าคนที่เข้าไปพูดคุยทำความเข้าใจและขอความเชื่อใจจะเป็นทีมพี่เลี้ยงที่เป็นคนในพื้นที่ก็ตาม</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large"><img decoding="async" loading="lazy" width="768" height="1024" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/image-32-768x1024.jpeg" alt="" class="wp-image-103247" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/image-32-768x1024.jpeg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/image-32-225x300.jpeg 225w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/image-32-1152x1536.jpeg 1152w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/image-32.jpeg 1200w" sizes="(max-width: 768px) 100vw, 768px" /><figcaption class="wp-element-caption">ทีมพี่เลี้ยง</figcaption></figure></div>


<p></p>



<p>“มันเกิดการเหมารวมขึ้น เพราะพี่มีเด็กกลุ่มนึงที่ครอบครัวเขายุ่งเกี่ยวกับยาเสพติด เด็กไม่ได้ไปเรียน เสี่ยงต่อการติดยา ครอบครัวอื่นเลยสั่งห้ามไม่ให้ลูกเขาไปยุ่งกับบ้านนี้ เลยเกิดเสียงค้านขึ้นเพราะกลัวลูกหลานเขาจะไปยุ่งกับยาเสพติดด้วย”</p>



<p>ข้อมูลจากสำนักงานสาธารณสุขและแพทย์ในพื้นที่จังหวัดยะลาระบุว่า ในปี 2568 มีผู้เข้ารับการบำบัดเรื่องยาเสพติดอยู่ที่ประมาณ 2,000 &#8211; 3,000 คน แต่ สวท.ยะลา คาดว่า มีผู้ติดยาเสพติดกว่า 45,000 คน เพราะเป็นพื้นที่ที่มีการลำเลียงยาเสพติด</p>



<p>ปัญหายาเสพติดไม่ใช่ปัญหาของใครคนใดคนหนึ่ง และยิ่งเกิดขึ้นกับเด็กในชุมชน ยิ่งต้องอาศัยความร่วมมือจากหลายภาคส่วน สูรียาและคณะทำงานจึงต้องดึงฝ่ายปกครองและฝ่ายท้องถิ่น ที่ทำงานโดยตรงเกี่ยวกับปัญหายาเสพติดและความปลอดภัยเข้ามาผสานพลัง</p>



<p>“เราต้องสร้างความเข้าใจกับครอบครัวที่เด็กมาอบรมทำกิจกรรม คุยกับพ่อแม่ว่าเด็กคนนี้มาอยู่ในกิจกรรม ช่วงบ่ายก็ออกกำลังกายห่างไกลยาเสพติด กลางคืนมีกิจกรรมทำสิ่งดีๆ” ลาเต๊ะ อภิบาลแบ ผู้ช่วยฝ่ายปกครองอธิบาย</p>



<p>ส่วนเรื่องความปลอดภัย เมื่อกิจกรรมเกิดขึ้นในหมู่บ้าน หากมีปัญหาผู้นำในพื้นที่ต้องรับผิดชอบ ฝ่ายปกครองและท้องถิ่นจึงเข้ามาช่วยดูแลด้านความปลอดภัย ช่วยพูดคุยกับคนในชุมชนผ่านเสียงตามสาย และประสานหน่วยความมั่นคงของรัฐในทุกครั้งที่มีการจัดกิจกรรมขึ้น</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large is-resized"><img decoding="async" loading="lazy" width="683" height="1024" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/image-33-683x1024.jpeg" alt="" class="wp-image-103248" style="width:400px" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/image-33-683x1024.jpeg 683w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/image-33-200x300.jpeg 200w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/image-33-768x1152.jpeg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/image-33-1024x1536.jpeg 1024w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/image-33.jpeg 1200w" sizes="(max-width: 683px) 100vw, 683px" /><figcaption class="wp-element-caption">ลาเต๊ะ อภิบาลแบ</figcaption></figure></div>


<p></p>



<p>การที่ท้องถิ่นให้ความสำคัญในการประชาสัมพันธ์กิจกรรม ทำให้หมู่บ้านข้างเคียงให้ความสนใจ โดยเฉพาะผลสำเร็จจากคาเฟ่ที่เกิดขึ้นในพื้นที่ตาดีกาบาโงยือแร ที่เปลี่ยนมุมมองว่า เด็กไม่ดีก็สามารถเปลี่ยนแปลงตัวเองได้ และอยากให้หน่วยขยายพื้นที่การทำงานเพื่อให้ลูกหลานของตัวเองได้มีส่วนร่วม</p>



<p>“ในฐานะผู้นำชุมชน ได้พูดคุยกับกำนันผู้ใหญ่บ้านแต่ละหมู่ เขาเห็นความแตกต่างเด็กบ้านอูแบกับเด็กบ้านอื่น สมัยก่อนเขาลือกันว่าเด็กบ้านอูแบเนี่ยมันดื้อ เป็นเด็กไม่ดี พอมามีโครงการนี้มีการเปลี่ยนแปลงเยอะ ผู้ใหญ่บ้านแต่ละหมู่อื่นก็ถามว่ามีกิจกรรมนี้ทำยังไง” ลาเต๊ะ อภิบาลแบ ผู้ช่วยฝ่ายปกครองเล่า</p>



<ul>
<li><strong>&nbsp;เยาวชนเปลี่ยนแปลง ผู้ปกครองยินดี ชุมชนภูมิใจ</strong></li>
</ul>



<p>ในตอนนี้ พื้นที่ตาดีกา โรงเรียนศาสนาในชุมชนที่คนนอกมองว่าเข้าถึงยาก และเป็นสถานที่ที่คนในชุมชนเลือกจะไม่แวะเวียนมาหากไม่ได้สนใจที่จะเรียนศาสนา กลายเป็นพื้นที่เปิดกว้างให้คนในชุมชนเข้ามาใช้พื้นที่ กลายเป็นพื้นที่ที่สร้างความสบายใจให้กับคนในชุมชน รวมไปถึงเด็กในโครงการที่แวะเวียนเข้ามาอย่างต่อเนื่อง</p>



<p>บางคนก็เข้ามานั่งขับร้องอานาเซด ดีดกีตาร์ กับเพื่อนที่ร้านน้ำชาในทุกค่ำคืน เพราะร้านน้ำชาตั้งต้นมาจากความต้องการของเด็กที่อยากทำ เมนู การตกแต่ง และบรรยากาศจึงเป็นสิ่งที่เด็กในพื้นที่ชอบ</p>



<p><br>“พอเขามาร่วมกิจกรรมกับเราก็ให้เขาเต็มที่ อยากขับร้องอานาเซดเราก็ให้ จะกี่เพลงก็แล้วแต่เขา จนสุดท้ายบอกไม่ไหวแล้วเจ็บคอ แสดงว่าเขาเอ็นจอยสุดๆ โต๊ะอิหม่ามก็เห็นด้วย ชอบที่จะเห็นคนรุ่นใหม่กล้าแสดงออกมากขึ้น การขับร้องอานาเซดกับการเล่นกีตาร์บางทัศนะบอกว่าได้ ไม่ผิดหลักศาสนา” สูรียาเสริม</p>



<p>หรือทุกวันศุกร์ ที่นี่ก็จะมีการขายข้าวยำโดยกลุ่มเด็กผู้หญิงและพี่เลี้ยงหญิง เมื่อไหร่ที่มีการโพสต์ในกลุ่มเฟซบุ๊กบ้านอูแบว่าจะมีการขายข้าวยำ ชาวบ้านในชุมชนก็จะบิดมอเตอร์ไซต์เข้ามาจอดหน้าตาดีกาเพื่อซื้อข้าวยำไปรับประทาน บางครั้งก็มีการรับออเดอร์ขนมที่กลุ่มเด็กผู้หญิงได้ฝึกจากการร่วมกิจกรรมของหน่วยอีกด้วย</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-full"><img decoding="async" loading="lazy" width="1200" height="800" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/image-34.jpeg" alt="" class="wp-image-103249" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/image-34.jpeg 1200w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/image-34-300x200.jpeg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/image-34-768x512.jpeg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/image-34-750x500.jpeg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/image-34-272x182.jpeg 272w" sizes="(max-width: 1200px) 100vw, 1200px" /><figcaption class="wp-element-caption">ข้าวยำ</figcaption></figure></div>


<p></p>



<p>ซึ่งร้านข้าวยำ เกิดจากความตั้งใจที่จะให้เด็กผู้หญิงมีอาชีพแบบเดียวกับเด็กผู้ชายที่ทำร้านน้ำชา เพราะข้าวยำเป็นอาหารที่เด็กคุ้นเคย วัตถุดิบก็หาไม่ยาก มีอยู่ในพื้นที่ และเด็กผู้หญิงไม่สามารถรวมกลุ่มกับเด็กผู้ชาย โดยเฉพาะในยามวิกาลที่เด็กผู้ชายจะมานั่งรวมกลุ่มกัน การแยกร้านข้าวยำออกมาจึงเป็นกิจกรรมที่ทำให้ในชุมชนเห็นว่ามีการแบ่งหญิงชายอย่างถูกต้องตามหลักศาสนา</p>



<p>ทั้ง 2 กิจกรรมนี้ เป็นความสนใจและความตั้งใจของเด็กๆ ที่หน่วยไม่ได้บังคับว่าต้องทำ แต่ช่วยผลักดันผ่านทุนทรัพย์และองค์ความรู้ เพราะการส่งเสริมให้พวกเขาต่อยอดจากสิ่งที่สนใจ จะทำให้เด็กๆ มองเห็นตัวเองชัดขึ้น</p>



<p>พอเด็กมีพื้นที่ให้มาอยู่ในสายตา ค่อยๆ เปลี่ยนแปลงตัวเองให้เห็น พ่อแม่ก็เบาใจ</p>



<p>“เมื่อก่อนเวลาแม่ป่วย เขาไม่เคยเฝ้า แต่เดี๋ยวนี้เวลาแม่เข้าโรงพยาบาลหรือ ICU เขาจะไปดูแลตลอด ทั้งเช็ดตัวและช่วยเหลือทุกอย่าง” มาศีเต๊าะพูดทั้งน้ำตา</p>



<p>มาศีเต๊าะ สาเมาะ วัย 46 ปี แม่ของบุ๊ค (นามสมมติ) เยาวชนในโครงการเล่าว่า ก่อนรู้จักโครงการนี้ ลูกของตนจบแค่ชั้น ม.1 ลูกไม่สนใจที่จะเรียน อยู่บ้านก็ไม่พูดคุยกับคนในครอบครัว ใช้เวลาส่วนใหญ่ไปกับเพื่อน ต้องคอยโทรตามให้กลับบ้านเสมอ</p>



<p>ตอนแรกที่บุ๊คเข้าร่วมโครงการ มาศีเต๊าะก็กังวลเรื่องยาเสพติดเหมือนกับผู้ปกครองคนอื่นๆ แต่พอได้เห็นว่ากิจกรรมของหน่วยมีอะไรบ้างจากการอธิบายของผู้นำชุมชน ได้เห็นลูกหิ้วคาราเมลลาเต้กลับมาฝากจากร้านน้ำชาที่ทำกับเพื่อน ความวางใจจึงเพิ่มขึ้น</p>



<p>และในตอนนี้ ลูกของเธอน่ารักขึ้นมาก&nbsp;</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large is-resized"><img decoding="async" loading="lazy" width="683" height="1024" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/image-35-683x1024.jpeg" alt="" class="wp-image-103250" style="width:400px" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/image-35-683x1024.jpeg 683w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/image-35-200x300.jpeg 200w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/image-35-768x1152.jpeg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/image-35-1024x1536.jpeg 1024w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/image-35.jpeg 1200w" sizes="(max-width: 683px) 100vw, 683px" /><figcaption class="wp-element-caption">มาศีเต๊าะ สาเมาะ</figcaption></figure></div>


<p></p>



<p>“ภูมิใจในตัวเขา เขามีความคิดเป็นผู้ใหญ่มากขึ้น รู้หน้าที่ กลับบ้านเป็นเวลา มีความรับผิดชอบทางศาสนามากขึ้น ละหมาดสม่ำเสมอ หากพลาดก็จะละหมาดชดเชยเอง ถ้าเป็นเมื่อก่อนเขาจะปล่อยผ่าน” มาศีเต๊าะเล่าพร้อมรอยยิ้ม</p>



<p>สำหรับผู้ใหญ่ในชุมชน การที่เด็กไม่เอาไหนกลุ่มนี้กลายเป็นเด็กดี อาจมีเกณฑ์เป็นการละหมาด และการเข้าร่วมกิจกรรมของชุมชน เพราะเมื่อไหร่ที่มีการทำกิจกรรมวันสำคัญทางศาสนา เช่น งานอาชูรออ์ งานเมาลิดนบี หรือบ้านไหนแต่งงาน จะมี (อดีต) เด็กไม่ดีเป็นจิตอาสา ไปช่วยงานอย่างสม่ำเสมอ</p>



<p>แต่สำหรับเด็กกลุ่มนี้ สิ่งที่เปลี่ยนไป คือ การรู้จักตัวเองมากขึ้น การมีพื้นที่ให้เป็นตัวของตัวเอง และทักษะความรู้ที่มากขึ้น ที่ทำให้พวกเขากลับมาอยากเรียนรู้เพื่ออนาคตของตัวเองในฐานะส่วนหนึ่งของชุมชนอีกครั้ง</p>



<p>“อยากให้เรียนรู้ไปเรื่อยๆ ไม่อยากให้ทำตัวไร้สาระ หาความรู้ด้วยตัวเอง เข้าหาผู้ใหญ่ ค่อยๆ ไปถามผู้ใหญ่ในเรื่องที่เราอยากรู้” ซันกล่าว</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large is-resized"><img decoding="async" loading="lazy" width="683" height="1024" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/image-36-683x1024.jpeg" alt="" class="wp-image-103251" style="width:400px" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/image-36-683x1024.jpeg 683w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/image-36-200x300.jpeg 200w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/image-36-768x1152.jpeg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/image-36-1024x1536.jpeg 1024w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/image-36.jpeg 1200w" sizes="(max-width: 683px) 100vw, 683px" /><figcaption class="wp-element-caption">ซัน</figcaption></figure></div><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/article-2306626/">แบ่งเวลามาอยู่ในสายตา มีโรงเรียนสอนศาสนาเป็นที่ปลอดภัย : ‘ตาดีกาบาโงยือแร’ พื้นที่เก่าในบันนังสตา ที่มีร้านน้ำชาและข้าวยำไว้เล่าเรื่องใหม่ของเด็กนอกระบบ</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>หลังเวที บทกลอนลำ บนนั่งร้าน แผงมิกเซอร์&#8230; ‘ทุกฤดูกาลในโรงเรียนหมอลำ คือการเรียนรู้ที่ใช้ได้ในชีวิตจริง’</title>
		<link>https://www.eef.or.th/article-220626/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 22 Jun 2026 10:36:21 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Movement]]></category>
		<category><![CDATA[บทความ]]></category>
		<category><![CDATA[All For Education]]></category>
		<category><![CDATA[โอกาสทางการศึกษา]]></category>
		<category><![CDATA[กสศ.]]></category>
		<category><![CDATA[ศูนย์การเรียนปัญญากัลป์]]></category>
		<category><![CDATA[ซานเล้าบันเทิงศิลป์]]></category>
		<category><![CDATA[ศิลปินภูไท]]></category>
		<category><![CDATA[อีสานนครศิลป์]]></category>
		<category><![CDATA[Flexible Learning]]></category>
		<category><![CDATA[หลักสูตรหมอลำศึกษา]]></category>
		<category><![CDATA[หมอลำ]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?p=103217</guid>

					<description><![CDATA[<p>วันใหม่จะเริ่มต้นช่วงบ่ายแก่ ๆ บางคนเลทถึงเกือบห้าโมงเย [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/article-220626/">หลังเวที บทกลอนลำ บนนั่งร้าน แผงมิกเซอร์… ‘ทุกฤดูกาลในโรงเรียนหมอลำ คือการเรียนรู้ที่ใช้ได้ในชีวิตจริง’</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>วันใหม่จะเริ่มต้นช่วงบ่ายแก่ ๆ บางคนเลทถึงเกือบห้าโมงเย็น หลังจัดการธุระส่วนตัว พวกเขาจะพุ่งไปยังหน้าที่หลักของตัวเอง บางคนเตรียมชุด บางคนซ่อมอุปกรณ์ประกอบฉากอยู่ตรงหลังเวที บ้างจับกลุ่มซ้อมคิวแสดง อีกกลุ่มยกของ ประกอบนั่งร้าน ปีนขึ้นติดตั้งไฟเวที คำนวณหาองศาที่สปอร์ตไลท์จะส่องสว่างที่สุด บิดดัดกระบอกไฟฟอลโลว์ให้ตรงกับคิวนักแสดง&nbsp;</p>



<p>บนเวทีคือพื้นที่ให้พวกประสบการณ์สูงทวนท่อนรับส่งบทร้องกลอนลำ ส่วนน้อง ๆ ที่มาใหม่และยังไม่ปรากฎทักษะใดพิเศษ จะเริ่มบทเรียนแรกกับครูฝึกหางเครื่อง </p>



<p>&#8230;ราวหกโมงเย็น จึงเป็นเวลาของโชว์ประจำวัน และจากนั้นคือการแสดงตลอดค่ำคืน ที่จะไหลผ่านไปจบลงตรงเกือบรุ่งเช้า&nbsp;&nbsp;</p>



<p>กิจวัตรนี้ดำเนินต่อกันเป็นสัปดาห์ เป็นเดือน เสร็จอำเภอหนึ่งย้ายไปอีกอำเภอ ล่องไปบนถนน กินนอนบนรถบัสประจำวง จากตอนบนสุดของภาคอีสาน เลาะริมน้ำโขงลงมาถึงอำเภอเล็ก ๆ สุดชายแดน&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p>



<p>กระทั่งคิวงานอันยาวนานหมดลง จึงเป็นช่วง ‘พักวง’ ที่เหมือนกับ ‘จุดมาร์กตำแหน่งในความทรงจำ’ ว่าปีเก่ากำลังผ่าน ขณะที่ฤดูกาลใหม่เวียนมาถึง&nbsp;</p>



<p>ระหว่างนั้นคือการเติบโตเงียบ ๆ ทั้งภายนอกภายในของสมาชิกนับร้อยที่ใช้ชีวิตอยู่ร่วมกัน ใน ‘คณะหมอลำ’</p>



<figure class="wp-block-image size-full"><img decoding="async" loading="lazy" width="855" height="569" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/01-7.jpg" alt="" class="wp-image-103218" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/01-7.jpg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/01-7-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/01-7-768x511.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/01-7-750x500.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/01-7-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /></figure>



<p></p>



<p>ภาพวิถีการทำงานที่เวียนไปแต่ละปี ถูกเปรียบเปรยโดยผู้บริหารคณะหมอลำว่าคือ ‘วงจรของโรงเรียนประจำ’ ที่ผู้คนเข้ามาทำงานเลี้ยงชีพและใช้ชีวิต เรียนรู้สิ่งใหม่ด้วยกันทุกวัน จนค่อย ๆ ซึมซับความมีวินัย ความรับผิดชอบ การฝึกสมาธิ หรือไหวพริบการรับมือปัญหาเฉพาะหน้า พร้อมกับทักษะเฉพาะทางที่ทำซ้ำจนชำนาญ จะค่อย ๆ หล่อหลอมความเข้าใจในงาน จนเกิดการเติบโตเป็นลำดับขั้น&nbsp;</p>



<p>กระทั่งการเกิดขึ้นของ <strong>‘หลักสูตรหมอลำศึกษา’</strong> โดยศูนย์การเรียนปัญญากัลป์ ร่วมกับกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) และคณะหมอลำต่าง ๆ ซึ่งใช้หลักการจัดการศึกษาที่ยืดหยุ่น เข้ามาถอด-ประกอบชิ้นส่วนต่าง ๆ ของคณะหมอลำ เพื่อพัฒนาหลักสูตรที่จะทำให้ทุกวันเดือนปีของการทำงานและใช้ชีวิตในวง เปลี่ยนเป็นชั่วโมงเรียนรู้ที่มีปลายทางคือวุฒิการศึกษา ทั้งระดับชั้น ม.ต้น และ ม.ปลาย และคือการขับเน้นสถานะสถานศึกษาของวงหมอลำให้เต็มความหมาย</p>



<figure class="wp-block-image size-full"><img decoding="async" loading="lazy" width="855" height="569" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/03-7.jpg" alt="" class="wp-image-103219" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/03-7.jpg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/03-7-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/03-7-768x511.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/03-7-750x500.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/03-7-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /></figure>



<p></p>



<p>ณ โอกาสที่หมอลำศึกษาย่างสู่ปีที่สอง ซึ่งปีนี้มีสมาชิกคณะหมอลำรุ่นใหม่สมัครเรียนเกือบหนึ่งร้อยคน กสศ. ชวนฟังเสียงจากน้อง ๆ ว่า ชีวิตในคณะหมอลำของแต่ละคน เฉียดใกล้กับความหมายของ ‘โรงเรียน’ สักแค่ไหน แล้วอะไรคือสาเหตุให้น้อง ๆ ตัดสินใจสมัครเรียนหมอลำศึกษา หรือเมื่อเข้ามาเรียนแล้ว ชีวิตและการทำงานประจำวันจะต่างไปจากเดิมอย่างไร เพื่อที่เรื่องราวเหล่านี้อาจช่วยแต่งเติมภาพของ <strong>‘โรงเรียนหมอลำ’</strong> ให้สมบูรณ์ยิ่งขึ้น</p>



<figure class="wp-block-image size-full"><img decoding="async" loading="lazy" width="855" height="569" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/02-8.jpg" alt="" class="wp-image-103220" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/02-8.jpg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/02-8-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/02-8-768x511.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/02-8-750x500.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/02-8-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /></figure>



<p></p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>“เพิ่งรู้ว่าชีวิตประจำวันคือส่วนหนึ่งของวิชาเรียน”</strong>&nbsp;</h3>



<p><strong>‘ฟลุ๊ค’ </strong>เริ่มวันเต็มตาราวบ่ายสามโมงกว่า เขาชอบใช้เวลาสั้น ๆ ทบทวนโชว์ของเมื่อคืน บันทึกบทเรียนในใจ และบางครั้งก็ถ่ายเป็นคลิปวิดีโอสั้นไว้เล่าเรื่องราวทั้งเบื้องหน้าเบื้องหลังเวที เขาบอกว่านอกจากหมอลำ ‘งานคอนเทนต์ครีเอเตอร์’ (Content Creator) คืออีกสิ่งที่สนใจอยากเรียนรู้&nbsp;</p>



<p>“ผมชอบเล่าเรื่องชีวิตประจำวันในวง ปกติจะถ่ายคลิปไว้บ้าง เอามาฝึกทำคอนเทนต์ ก่อนหน้านี้ก็เรียนรู้ด้วยตัวเอง แต่พอมาเรียนหมอลำศึกษาที่มีสอนเกี่ยวกับการสื่อสารผ่านเรื่องเล่า (Digital Communication) ตัวตนบนโซเชียลมีเดีย (Social Media Identity) หรือการบริหารอุตสาหกรรมบันเทิง (Entertainment Management) ก็ยิ่งช่วยให้เข้าใจสิ่งที่ทำมากขึ้น และทำให้แน่ใจว่าสิ่งที่ทำอยู่จะเอาไปต่อยอดกับเรื่องอื่น ๆ ได้”</p>



<figure class="wp-block-image size-full"><img decoding="async" loading="lazy" width="855" height="569" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/04-6.jpg" alt="" class="wp-image-103221" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/04-6.jpg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/04-6-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/04-6-768x511.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/04-6-750x500.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/04-6-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /></figure>



<figure class="wp-block-image size-full"><img decoding="async" loading="lazy" width="855" height="569" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/05-8.jpg" alt="" class="wp-image-103222" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/05-8.jpg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/05-8-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/05-8-768x511.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/05-8-750x500.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/05-8-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /></figure>



<p></p>



<p>บทเรียนที่มาในรูปแบบของการวิเคราะห์ทำความเข้าใจชีวิตประจำวัน ยังช่วยให้ฟลุ๊คมองเห็นความรู้หรือทักษะที่ซ่อนอยู่ในงานได้ชัดขึ้น&nbsp;</p>



<p>“&#8230;<strong>เราเพิ่งรู้ว่าสิ่งที่ทำอยู่คือส่วนหนึ่งของวิชาเรียน เช่นการหาความกว้างความยาว หรือหามุมหาสัดส่วนของเวที เพื่อจะกำหนดตำแหน่งการยืนระหว่างแสดง เหล่านี้คือสาระของวิชาคณิตศาสตร์ และมันทำให้เราสนุก ส่วนอีกวิชาที่ตอนนี้ชอบมาก คือภาษาอังกฤษ เพราะเราเรียนได้จากทุกอย่าง แล้วคำศัพท์ก็จะถอดมาจากส่วนประกอบของหมอลำทั้งหมด</strong> นอกจากนั้นในใบงานยังมีเรียนเรื่องไวยากรณ์ มีแบบฝึกหัดให้ฝึกฟัง พูด อ่าน เขียน เติมคำ จนพื้นฐานเราค่อย ๆ ดีขึ้น”&nbsp;</p>



<p>‘ฟลุ๊ค’<strong> </strong>ที่ปีนี้วัยย่าง 18 ย้อนรอยเส้นทางหนึ่งปีที่ผ่านว่าคือช่วงได้เข้ามาอยู่กับวง <strong>‘อีสานนครศิลป์’ </strong>เขาบอกว่าเพียงเวลาไม่นานก็คลิกกับรูปแบบชีวิตในคณะหมอลำ โดยเฉพาะบรรยากาศภายในวงที่ทำให้รู้สึกปลอดภัยสบายใจ ฟลุ๊คมองว่าที่นี่เหมือนเป็นบ้าน หรือเป็นครอบครัว ที่มีพ่อ ๆ แม่ ๆ พี่ ๆ เพื่อน ๆ และน้อง ๆ ซึ่งดึงดูดให้เขาอยากอยู่กับวงไปนาน ๆ และกล้าฝากอนาคตไว้ที่นี่&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p>



<figure class="wp-block-image size-full"><img decoding="async" loading="lazy" width="855" height="569" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/11-1.jpg" alt="" class="wp-image-103224" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/11-1.jpg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/11-1-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/11-1-768x511.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/11-1-750x500.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/11-1-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /></figure>



<p></p>



<p>“ผมทำงานตั้งแต่จบ ม.3 ใจก็อยากเรียนต่อ แต่ที่บ้านไม่พร้อม จากวันนั้นก็ผ่านมาสองปีแล้ว เพิ่งจะมีที่นี่ (วงอีสานนครศิลป์) ที่อยู่นานที่สุด ทีแรกเราไม่ได้มีความคิดเลยว่าจะมาอยู่วงหมอลำ จนเห็นวงเปิดรับสมัคร เลยลองเข้ามา งานแรกที่ได้คือขึ้นเต้นบนเวทีเลย ทั้งที่เราไม่รู้อะไรสักอย่าง แล้วก็ได้ไปช่วยงานหลังเวทีบ้าง คือส่วนใหญ่คนเข้ามาใหม่จะได้ลองทำหลายอย่าง จนกว่าจะเจอสิ่งที่ชอบหรือถนัดจริง ๆ ซึ่งของเราก็มาพบว่างานแสดงคือสิ่งที่ทำได้ดี&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p>



<p>“งานในวงหมอลำ ผมว่ามันสนุกที่ได้เดินทาง ได้เรียนรู้ลองทำทุกอย่าง ยิ่งพอเจองานที่ใช่ เราจะอยากทำให้ดีขึ้น อยากรู้มากขึ้น อีกอย่างคือสังคมที่นี่ เราดูแลกันเป็นครอบครัว ต่างคนต่างช่วยกันสนับสนุนให้แต่ละคนเจองานที่ถนัด ฉะนั้นสำหรับเราแล้ว การเข้ามาอยู่ในวง มันเหมือนได้มาเจอที่เจอทางของตัวเองจริง ๆ”&nbsp;</p>



<figure class="wp-block-image size-full"><img decoding="async" loading="lazy" width="855" height="569" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/06-6.jpg" alt="" class="wp-image-103225" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/06-6.jpg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/06-6-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/06-6-768x511.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/06-6-750x500.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/06-6-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /></figure>



<p></p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>“เป็นครั้งแรกที่แผนอนาคต จะมีทางเลือกมากกว่าหนึ่งหรือสอง”</strong>&nbsp;</h3>



<p>“วันหนึ่งช่วงซ้อมก่อนขึ้นแสดง มีครูจากศูนย์การเรียนมาถามว่าเรียนจบชั้นไหน พอบอกว่าจบ ม.3 แล้วไม่ได้เรียนต่อ เขาก็แนะนำให้สมัครเรียนหมอลำศึกษา ก็เอ๊ะนิดนึงว่าเราอยู่กับวงหมอลำแล้วทำไมต้องเรียน จนมารู้ว่าเขากำลังจะเปลี่ยนสิ่งที่เราทำกันทุกวันให้เป็นวุฒิการศึกษา เราก็อ๋อทันที แล้วรีบลงชื่อเลย”&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p>



<p>ฟลุ๊คเล่าถึงวันรู้จักหลักสูตรหมอลำศึกษา และบอกว่าข้อมูลที่ได้ยินจากครูศูนย์การเรียนปัญญากัลป์วันนั้น ฟังดูแทบไม่น่าเชื่อ แต่ก็ไม่ลังเลจะเข้าร่วม เพราะหลังพ้นจากโรงเรียนออกมา เขายังเชื่อลึก ๆ ว่าโอกาสอาจจะยังไม่หมดเสียทีเดียว&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p>



<p>“ผมคิดเสมอเรื่องเรียนต่อ รู้ว่ายากแต่ไม่เคยเลิกหวัง และแม้จะชอบชีวิตที่เป็นตอนนี้ แต่มันมีอะไรที่เราอยากรู้ อยากเรียน อยากทำอีกมากมาย ซึ่งสิ่งที่จะช่วยให้ไปถึงตรงนั้นได้ก็คือวุฒิ ผมถึงสมัครเรียนแบบไม่ต้องคิดเลย แล้วถึงตอนนี้ก็คิดว่าตัดสินใจถูก เพราะนี่เป็นครั้งแรกที่เราจะวางแผนอนาคตได้ โดยมีทางเลือกมากกว่าหนึ่งหรือสองทางด้วยวุฒิ ม.6 จะทำให้เรามั่นใจกับการทำงานไปก่อน หรือจะเรียนต่อเมื่อไหร่ก็ได้”</p>



<figure class="wp-block-image size-full"><img decoding="async" loading="lazy" width="855" height="569" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/07-3.jpg" alt="" class="wp-image-103223" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/07-3.jpg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/07-3-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/07-3-768x511.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/07-3-750x500.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/07-3-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /></figure>



<p></p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>“เวลางานคือชั่วโมงการเรียนรู้ ส่วนใบงานกับแบบฝึกหัดคือการถอดและทบทวนเพื่อรีดเอาทุกความทรงจำมาวัดประเมินความเปลี่ยนแปลงในตัวเรา”</strong>&nbsp;</h3>



<p><strong>‘ซัน’ </strong>วัย 22 จากวง <strong>‘ศิลปินภูไท’</strong> เป็นอีกคนที่เรียนถึงชั้น ม.3 แต่พลาดจากการรับวุฒิ ด้วยพลัดมาอยู่ในวงหมอลำเสียก่อน จากนั้นแต่ละวันก็โฟกัสกับงาน จนเรื่องเรียนค่อย ๆ ขยับออกไปไกลจากความคิด แต่หลังจากห้าปีผ่านมา เมื่อซันได้ยินว่ามีหลักสูตรหมอลำศึกษา การศึกษาที่ค้างคาจึงได้สานต่อ</p>



<p>“ชีวิตประจำวันตอนนี้ บางทีก็รู้สึกคล้าย ๆ อยู่ในโรงเรียน ยิ่งนึกถึง 4-5 ปีก่อน เราเข้ามาใหม่ต้องฝึกเต้น เรียนรู้ที่จะทำงานตามตารางเวลา ทำความเข้าใจกับเรื่องที่ไม่เคยทำมาก่อน แล้วธรรมชาติของวงหมอลำเราต้องเปลี่ยนที่แสดงไปเรื่อย ๆ เจอหน้างานหลายแบบ มันก็เหมือนเราได้ฝึกแก้ปัญหา ปรับตัว ต้องพัฒนาทักษะสื่อสารด้วย ส่วนหน้าที่ประจำคือการร้องการแสดง เราก็ต้องทำให้ดีขึ้นทุกวัน พยายามหาวิธีใหม่ ๆ มาทำให้คนดูมีความสุข&nbsp;&nbsp;</p>



<figure class="wp-block-image size-full"><img decoding="async" loading="lazy" width="855" height="569" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/12-1.jpg" alt="" class="wp-image-103226" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/12-1.jpg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/12-1-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/12-1-768x511.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/12-1-750x500.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/12-1-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /></figure>



<p></p>



<p>“วันแรกถึงตอนนี้ เราเห็นตัวเองเปลี่ยนไปมาก จากเต้นไม่ได้ ร้องเพลงไม่เป็น กลายเป็นเดี๋ยวนี้ทุกวันต้องขึ้นเวที ต้องร้อง ต้องเต้น ต้องแสดง ทั้งหมดคือเพิ่งมาฝึกเอาในวงหมดเลย หนูว่าสิ่งเหล่านี้ทำให้เราโตขึ้น ชำนาญขึ้น ทีนี้พอได้ยินเรื่องหลักสูตรหมอลำที่เขาจะเปลี่ยนประสบการณ์ของเราให้เป็นวุฒิ ก็ดีใจ และคิดว่าเป็นโอกาสที่ดีมาก ๆ กับคนอีกมากมายในแวดวงหมอลำ ที่มีเป้าหมายตรงกันคืออยากมีการศึกษาไว้ต่อยอดชีวิต”&nbsp;</p>



<p>แวบหนึ่งก่อนสมัครเรียน ซันคิดถึงวงจรชีวิตที่แทบไม่มีอะไรอื่น นอกจากเวทีแสดงและการเดินทาง จึงถามครูด้วยความสงสัย ว่าเธอจะเอาเวลาจากไหนมาเพิ่มสำหรับการเรียน แต่คำตอบจากครูก็ทำให้ซันมั่นใจ เพราะมันช่างเรียบง่าย และเข้าใจได้ทันที</p>



<figure class="wp-block-image size-full"><img decoding="async" loading="lazy" width="855" height="569" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/13-1.jpg" alt="" class="wp-image-103227" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/13-1.jpg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/13-1-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/13-1-768x511.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/13-1-750x500.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/13-1-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /></figure>



<p></p>



<p>“ครูบอกว่าจะให้งานมาทำ ในนั้นมีวิชาต่าง ๆ ที่ดัดแปลงจากหน้าที่ในวงหมอลำ &#8230;แต่จริง ๆ แล้ว<strong> ครูให้เราคิดว่าทุกเวลาที่ทำงานคือชั่วโมงการเรียนรู้ ส่วนใบงานกับแบบฝึกหัด เป็นแค่การถอดและทบทวน เพื่อจะรีดเอาทุกความทรงจำมาวัดประเมินความเปลี่ยนแปลงในตัวเรา </strong>ฉะนั้นไม่ว่าการแสดงบนเวที งานเบื้องหลัง การเตรียมงานประจำวัน ทั้งหมดล้วนพาเราไปสู่ผลลัพธ์ได้ทั้งนั้น แล้วใบงานเราจะทำตอนไหนก็ได้ที่ว่าง ซึ่งตัวหนูจะชอบใช้เวลาตอนนั่งบนรถบัส เพราะเป็นช่วงที่มีสมาธิที่สุด”&nbsp;&nbsp;</p>



<figure class="wp-block-image size-full"><img decoding="async" loading="lazy" width="855" height="569" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/09-2.jpg" alt="" class="wp-image-103228" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/09-2.jpg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/09-2-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/09-2-768x511.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/09-2-750x500.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/09-2-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /></figure>



<p></p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>“โรงเรียนของผมอยู่บนนั่งร้าน”</strong></h3>



<p>และ <strong>‘เจ’</strong> วัย 21 ทีมขนย้ายติดตั้งเวที-ไฟ-เครื่องเสียง หรือ ‘คอนวอย’ (Convoy) คณะหมอลำ <strong>‘ซานเล้าบันเทิงศิลป์’</strong> ที่เปรียบโรงเรียนของเขาว่า ‘อยู่บนนั่งร้าน’ เพราะทุกทักษะหาเลี้ยงชีพทุกวันนี้ เจเรียนรู้ลักจำจากรุ่นพี่ แล้วเอามาสอนตัวเองผ่านการลงมือทำ ขณะปีนขึ้นไปอยู่บนโครงเหล็กชั่วคราวที่ต่อขึ้นเพื่อประกอบสร้างเวที&nbsp;&nbsp;</p>



<figure class="wp-block-image size-full"><img decoding="async" loading="lazy" width="855" height="569" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/08-3.jpg" alt="" class="wp-image-103229" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/08-3.jpg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/08-3-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/08-3-768x511.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/08-3-750x500.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/08-3-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /></figure>



<p></p>



<p>“ผมเรียนถึง ม.3 แต่ไม่จบ มีติดศูนย์ไม่ได้กลับไปแก้ ก็เลยไม่มีวุฒิครับ เสียดายเหมือนกัน”&nbsp;</p>



<p>เจพูดถึงอดีตที่เขาพยายามบอกตัวเองว่า ‘อะไรผ่านแล้วให้ผ่านเลยไป’ แล้วเผยเส้นทางนับแต่หันหลังให้โรงเรียนว่ากระโดดเข้ามาในวงการคอนเสิร์ตโดยไม่รู้อะไรเลย ก่อนจะค่อย ๆ เรียนรู้สั่งสมทักษะ แล้วผันตัวมาอยู่กับวงหมอลำ&nbsp;</p>



<p>“แรก ๆ ผมขนของอย่างเดียวเพราะไม่ต้องใช้ความรู้ ระหว่างนั้นก็คอยแอบดูพี่ ๆ เขาทำไฟกับเครื่องเสียง พอเริ่มเป็นก็ขยับมาช่วยติดตั้งไฟกับงานซาวด์เอ็นจิเนียร์ (Sound Engineer) กว่าจะทำได้ก็ลองถูกลองผิดอยู่นาน คิดว่าคงนับได้หลายร้อยชั่วโมงอยู่ครับกับเวลาที่หมดไปบนนั่งร้าน”&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p>



<figure class="wp-block-image size-full"><img decoding="async" loading="lazy" width="855" height="569" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/10-3.jpg" alt="" class="wp-image-103230" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/10-3.jpg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/10-3-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/10-3-768x511.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/10-3-750x500.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/10-3-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /></figure>



<p></p>



<p>ใจที่เชื่อในการเรียนรู้ เมื่อมาประจวบเหมาะกับหลักสูตรการศึกษาที่ไม่ยึดติดว่า ‘โรงเรียน’ ต้องหมายถึงสิ่งก่อสร้าง หรือคือห้องสี่เหลี่ยมประตูสองบาน มีกระดานไวท์บอร์ดติดผนัง ทักษะความรู้ที่เจสั่งสม จึงกลายมาเป็น ‘บทเรียนเฉพาะตัวซึ่งใช้หาเงินได้’&nbsp;</p>



<p>“เรียนมาสามเดือน <strong>ผมเริ่มเข้าใจว่าบนนั่งร้าน ในสายไฟ หรือบนแผงมิกเซอร์ผสมเสียง มีคณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ มีภาษาอังกฤษ และวิชาอื่น ๆ รวมกันอยู่ตรงนั้น ถ้าครูไม่ชี้ให้เห็นเราคงไม่รู้ ตั้งแต่เรียนผมเริ่มมองงานที่ทำต่างจากเดิม กลายเป็นระหว่างทำงานเหมือนเราเรียนอยู่ด้วย แล้วก่อนนอนทุกวัน ผมจะสรุปเอาสิ่งที่ทำลงไปในใบงาน เพื่อจะบอกตัวเองให้ได้ว่าทุก ๆ วันเราได้รู้อะไรเพิ่มขึ้นบ้าง”</strong>&nbsp;</p>



<p>เจบอกว่าถ้าจะจำกัดความแบบแผนชีวิตในวงหมอลำว่าคือการ <strong>‘เรียนไปด้วยทำงานไปด้วย’</strong> ก็ไม่ผิดอะไร เพราะทั้งสองสิ่งกลืนจนเป็นเนื้อเดียวกัน แล้วไม่ใช่แค่ตัวเขา แต่เจเชื่อว่าถ้าเพื่อนพี่น้องชาวหมอลำทุกคนนึกย้อนไปตอนเข้ามาในวงใหม่ ๆ ทุกคนจะเห็นความเปลี่ยนแปลงของตัวเองในทุกฤดูกาลที่เปลี่ยนไป &nbsp;</p>



<figure class="wp-block-image size-full"><img decoding="async" loading="lazy" width="855" height="569" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/15-3.jpg" alt="" class="wp-image-103235" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/15-3.jpg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/15-3-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/15-3-768x511.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/15-3-750x500.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/15-3-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /></figure>



<p></p>



<p>“ผมถึงดีใจที่วันนี้มีหลักสูตรหมอลำเข้ามา เพราะมันกำลังจะทำให้เราไปไกลกว่านั้นคือการมี ‘วุฒิที่จับต้องได้’”&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p>



<p>และนี่เป็นครั้งแรกนับแต่ออกจากโรงเรียน หรือ<strong>อาจเป็นครั้งแรกในชีวิต ที่เจเพ่งมองเรื่องการศึกษาของตัวเองอย่างจริงจัง และเริ่มเกิดความคิดว่า “บางที &#8230;ถ้าหากได้วุฒิ ม.3 มาแล้ว ผมอาจจะเรียนต่อให้จบมัธยมปลาย” เพราะเจตระหนักแล้วว่า ‘สิ่งที่เรียนรู้ทุกวันนั้นมีความหมาย’ และคือ ‘การศึกษาที่ใช้ได้ในชีวิตจริง’</strong></p>



<figure class="wp-block-image size-full"><img decoding="async" loading="lazy" width="855" height="569" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/14-1.jpg" alt="" class="wp-image-103231" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/14-1.jpg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/14-1-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/14-1-768x511.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/14-1-750x500.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/14-1-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /></figure><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/article-220626/">หลังเวที บทกลอนลำ บนนั่งร้าน แผงมิกเซอร์… ‘ทุกฤดูกาลในโรงเรียนหมอลำ คือการเรียนรู้ที่ใช้ได้ในชีวิตจริง’</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>“เมื่อใส่ชุดข้าราชการครูมาที่โรงเรียน เด็ก ๆ ก็รับรู้ว่าจากนี้เราจะอยู่ที่นี่และไม่จากไปไหนแล้ว”</title>
		<link>https://www.eef.or.th/article-190626/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 19 Jun 2026 07:43:20 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Movement]]></category>
		<category><![CDATA[ครูรักษ์ถิ่น]]></category>
		<category><![CDATA[บทความ]]></category>
		<category><![CDATA[โรงเรียนชุมชนบ้านนาทับ]]></category>
		<category><![CDATA[ฟูอาดี เอียดหวัง]]></category>
		<category><![CDATA[ครูรัก(ษ์)ถิ่น]]></category>
		<category><![CDATA[สงขลา]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?p=103144</guid>

					<description><![CDATA[<p>“วันที่กลับมาเป็นครูจริง ๆ ผู้ปกครองของเด็ก ๆ ทักทายเรา [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/article-190626/">“เมื่อใส่ชุดข้าราชการครูมาที่โรงเรียน เด็ก ๆ ก็รับรู้ว่าจากนี้เราจะอยู่ที่นี่และไม่จากไปไหนแล้ว”</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>“วันที่กลับมาเป็นครูจริง ๆ ผู้ปกครองของเด็ก ๆ ทักทายเราตั้งแต่หัวตลาดยันท้ายตลาด บางคนเห็นเราแต่เด็ก จนเป็นนักศึกษาครูมาฝึกสอน แล้ววันนี้เราได้มาเป็นครูดูแลลูกหลานของเขา ก็ยิ่งภูมิใจในฐานะเด็กของชุมชนคนหนึ่งที่ได้รับโอกาส ภาพนี้ย้ำเตือนว่าผมต้องเป็นให้ได้มากกว่าครูผู้สอน เพราะบทบาทของเราจากนี้ คือครูที่เป็นคนของชุมชนด้วย”</strong></p>



<p>คำบอกเล่าของ <strong>&#8216;ครูซี&#8217; ฟูอาดี เอียดหวัง</strong> ข้าราชการครูรัก(ษ์)ถิ่น รุ่นที่ 2 สะท้อนความหมายของการ &#8220;กลับบ้าน&#8221; ได้ชัดเจนที่สุด</p>



<p>สำหรับครูซี การกลับมาเป็นครูที่โรงเรียนชุมชนบ้านนาทับ อำเภอจะนะ จังหวัดสงขลา ไม่ใช่เพียงการเริ่มต้นชีวิตราชการ แต่คือการกลับมารับผิดชอบบ้านเกิด ในฐานะเด็กคนหนึ่งที่เคยได้รับโอกาสจากชุมชน และวันนี้พร้อมส่งต่อโอกาสนั้นให้กับลูกหลานรุ่นต่อไป</p>



<p>เพราะเชื่อว่า…&nbsp;</p>



<p><strong>คนที่เข้าใจความยากลำบากของเด็กในชุมชนที่สุด คือคนที่เคยอยู่ตรงนั้น<br>คนที่เข้าใจชุมชนที่สุด คือเด็กที่เติบโตจากที่นั่น<br>และคนที่อยากให้ชุมชนพัฒนาที่สุด ก็คือคนที่เรียกชุมชนนั้นว่าบ้านจริง ๆ</strong></p>



<figure class="wp-block-gallery has-nested-images columns-default is-cropped wp-block-gallery-1 is-layout-flex wp-block-gallery-is-layout-flex">
<figure class="wp-block-image size-large"><img decoding="async" loading="lazy" width="569" height="855" data-id="103147" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/ฟูอาดี-เอียดหวัง-09.jpg" alt="" class="wp-image-103147" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/ฟูอาดี-เอียดหวัง-09.jpg 569w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/ฟูอาดี-เอียดหวัง-09-200x300.jpg 200w" sizes="(max-width: 569px) 100vw, 569px" /></figure>



<figure class="wp-block-image size-large"><img decoding="async" loading="lazy" width="569" height="855" data-id="103148" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/ฟูอาดี-เอียดหวัง-08.jpg" alt="" class="wp-image-103148" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/ฟูอาดี-เอียดหวัง-08.jpg 569w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/ฟูอาดี-เอียดหวัง-08-200x300.jpg 200w" sizes="(max-width: 569px) 100vw, 569px" /></figure>
</figure>



<p></p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>เมื่อ &#8220;ชุมชน&#8221; กลายเป็นห้องเรียนที่ใหญ่ที่สุด</strong></h3>



<p>ด้วยความเชื่อนั้น ตลอด 4 ปีในฐานะนักศึกษาครู ครูซีพยายามค้นหารูปแบบการเรียนรู้ที่เหมาะกับเด็กในชุมชนบ้านนาทับ จนค้นพบคำตอบว่า &#8220;ภูมิปัญญาท้องถิ่น&#8221; คือทรัพยากรทางการศึกษาที่มีคุณค่าที่สุด</p>



<p>เขาเชื่อว่าการเรียนรู้ที่มีคุณภาพไม่จำเป็นต้องเริ่มต้นจากตำราเสมอไป แต่สามารถเริ่มต้นจากผู้คน วิถีชีวิต และเรื่องราวที่อยู่รอบตัวเด็ก</p>



<p>“หลายปีของการเป็นนักศึกษาครู ผมเรียนรู้ว่าการเรียนรู้ที่มีคุณภาพ เราสร้างขึ้นได้จากทุนทรัพยากรในชุมชน โดยชุมชนจะเป็นห้องเรียนใหญ่ และมีครูภูมิปัญญาที่มาจากคนในชุมชนเป็นผู้ถ่ายทอด”</p>



<p>เมื่อได้ทดลองจัดการเรียนรู้ในรูปแบบ &#8220;ห้องเรียนชุมชน&#8221; เขาได้เห็นทั้งประกายตาของผู้เฒ่าผู้แก่ที่ได้ถ่ายทอดองค์ความรู้ และความตื่นตัวของเด็ก ๆ ที่ค้นพบว่า เรื่องราวรอบตัวที่เคยมองข้าม ล้วนเป็นองค์ความรู้ที่มีคุณค่า</p>



<p>พลังคนรุ่นใหม่ที่รัก ผูกพัน ภาคภูมิใจ และอยากเติบโตขึ้นมาเป็นกำลังสำคัญของการพัฒนาบ้านเกิด คือ&nbsp; &#8220;หัวใจของครูรัก(ษ์)ถิ่น &#8221; ที่ครูซีได้ซึมซับ</p>



<p>“ทุกพื้นที่มีเรื่องราว มีวัฒนธรรม มีประวัติศาสตร์ และมีทักษะชีวิตที่ส่งต่อกันจากรุ่นสู่รุ่น เมื่อคุณค่าเหล่านี้ถูกมองเห็น สิ่งที่ตามมาจึงเป็นความรักความภูมิใจที่จะพาเด็ก ๆ ไปไกลกว่าการอ่านออกเขียนได้ แต่เขายังได้เข้าใจตัวเองและสังคมชุมชนของเขา”</p>



<figure class="wp-block-image size-full"><img decoding="async" loading="lazy" width="855" height="569" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/ฟูอาดี-เอียดหวัง-07.jpg" alt="" class="wp-image-103149" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/ฟูอาดี-เอียดหวัง-07.jpg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/ฟูอาดี-เอียดหวัง-07-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/ฟูอาดี-เอียดหวัง-07-768x511.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/ฟูอาดี-เอียดหวัง-07-750x500.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/ฟูอาดี-เอียดหวัง-07-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /></figure>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-full is-resized"><img decoding="async" loading="lazy" width="569" height="855" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/ฟูอาดี-เอียดหวัง-06.jpg" alt="" class="wp-image-103150" style="width:400px" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/ฟูอาดี-เอียดหวัง-06.jpg 569w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/ฟูอาดี-เอียดหวัง-06-200x300.jpg 200w" sizes="(max-width: 569px) 100vw, 569px" /></figure></div>


<p></p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>บทเรียนที่ไม่มีอยู่ในหนังสือเรียน</strong></h3>



<p>หนึ่งในบทเรียนที่ครูซีตั้งใจผลักดันให้พัฒนาเป็นหลักสูตรท้องถิ่น คือการเรียนรู้ประวัติศาสตร์ชุมชนบ้านนาทับ โดยพานักเรียนเรียนรู้ประวัติศาสตร์ชุมชน ชวนเด็ก ๆ กอบเก็บเรื่องราวจากรอบตัว ทั้งจากผู้คนเก่าแก่ สิ่งก่อสร้าง สิ่งของ เมนูอาหาร หรือจากกิจวัตรในชุมชนที่เด็ก ๆ เห็นอยู่ทุกวัน จนเด็ก ๆ ค่อย ๆ รับรู้ความเป็นมาของพื้นที่ ของชื่อหมู่บ้านและตำบล ได้บันทึกภาพความเปลี่ยนแปลงตามกาลเวลาของชุมชน อย่างเข้าใจ และนำข้อมูลเหล่านั้นมาจัดทำเป็นบทเรียนเฉพาะตัว อย่างที่ไม่เคยมีบันทึกในหนังสือเรียนเล่มไหน</p>



<p>“พอมีรากของเรื่องราว เด็ก ๆ จึงตื่นเต้นกับที่มาของประวัติศาสตร์ชุมชนที่ส่งต่อกันมานับร้อยปี แล้วที่น่าสนใจคือบทเรียนของเราจะไม่เป็นแบบปลายปิด แต่มันยังเปิดโลกการเรียนรู้ให้พร้อมค้นหาข้อมูลใหม่ เพื่อนำมาวิเคราะห์แลกเปลี่ยนหรือหักล้าง ตั้งคำถามกับข้อมูลใหม่ ๆ ได้เสมอ”</p>



<p>สำหรับครูซี นี่คือแก่นของการศึกษาในโลกปัจจุบัน ที่ผู้เรียนต้องสามารถแสวงหาความรู้จากหลายแหล่ง และพร้อมเรียนรู้ตลอดชีวิต</p>



<p>ขณะเดียวกัน บทเรียนเหล่านี้ยังเชื่อมโยงสาระวิชาต่าง ๆ เข้าด้วยกัน ผ่านกิจกรรมสร้างสรรค์ เช่น การแสดงจำลองเหตุการณ์ การออกแบบฉาก การเรียบเรียงเรื่องราว และการตีความประวัติศาสตร์ เพื่อให้เด็กเข้าใจอดีต เชื่อมโยงกับปัจจุบัน และมองเห็นอนาคตของชุมชนที่พวกเขาอยากร่วมกันสร้าง</p>



<p>“ในฐานะครู เราคือผู้พาเขาไปหาความรู้และพยายามออกแบบการเรียนรู้ที่จะบูรณาการสาระวิชาต่าง ๆ เอาไว้ เช่น การตีความเรื่องราวให้เป็นภาพผ่านกิจกรรมการแสดงจำลองสถานการณ์ที่เด็ก ๆ ต้องช่วยกันคิดฉาก ตัวละคร ลำดับเหตุการณ์ย้อนรอยจากอดีตมาถึงปัจจุบัน เพื่อให้เด็ก ๆ รับรู้เรื่องราวจากหลายมิติ และเข้าใจความหมายของการเกิดขึ้นและหายไปของสิ่งต่าง ๆ แล้วมันจะพาพวกเขาไปสู่อนาคตว่าอยากจะให้ชุมชนของเขาเป็นยังไงต่อไป”</p>



<figure class="wp-block-image size-full"><img decoding="async" loading="lazy" width="855" height="569" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/ฟูอาดี-เอียดหวัง-05.jpg" alt="" class="wp-image-103151" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/ฟูอาดี-เอียดหวัง-05.jpg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/ฟูอาดี-เอียดหวัง-05-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/ฟูอาดี-เอียดหวัง-05-768x511.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/ฟูอาดี-เอียดหวัง-05-750x500.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/ฟูอาดี-เอียดหวัง-05-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /></figure>



<figure class="wp-block-image size-full"><img decoding="async" loading="lazy" width="855" height="569" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/ฟูอาดี-เอียดหวัง-04.jpg" alt="" class="wp-image-103152" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/ฟูอาดี-เอียดหวัง-04.jpg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/ฟูอาดี-เอียดหวัง-04-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/ฟูอาดี-เอียดหวัง-04-768x511.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/ฟูอาดี-เอียดหวัง-04-750x500.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/ฟูอาดี-เอียดหวัง-04-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /></figure>



<p></p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>เครื่องแบบสีกากี กับคำสัญญาที่ไม่ต้องเอ่ยออกมา</strong></h3>



<p>นอกจากการเปลี่ยนบทบาทจากนักศึกษาครูสู่ข้าราชการครูแล้ว สิ่งที่เปลี่ยนไปอย่างชัดเจนคือสายตาของผู้คนในชุมชน</p>



<p>“เครื่องแบบใหม่เหมือนมอบสถานะใหม่ให้กับเรา เพราะมันช่วยเปลี่ยนสายตาที่เด็ก ๆ และชุมชนเคยเห็นตัวเราจากนักศึกษาครูคนหนึ่ง หรือพี่ซีของน้อง ๆ วันนั้นที่มาฝึกสอนที่ยังต้องเทียวไปมาระหว่างโรงเรียนบ้านนาทับกับมหาวิทยาลัย แต่เมื่อเราใส่ชุดข้าราชการมาที่โรงเรียน เด็ก ๆ เห็นก็ดีใจกันมากครับ เพราะเขารับรู้ได้ว่าต่อจากนี้เราจะอยู่ที่นี่และไม่จากไปไหนแล้ว” &nbsp;</p>



<p>สำหรับครูซี เครื่องแบบสีกากีจึงไม่ใช่เพียงเครื่องแบบของวิชาชีพ แต่เป็นสัญลักษณ์ของความมั่นคง ความไว้วางใจ และคำสัญญาที่มีต่อชุมชนว่า เขาจะอยู่เคียงข้างเด็ก ๆ ในฐานะครูของบ้านเกิด</p>



<p>ทุกคำแสดงความยินดีจากชาวบ้าน ทุกสายตาที่เปี่ยมด้วยความหวัง ยิ่งทำให้เขาตระหนักว่าหน้าที่ของครูคนหนึ่ง ไม่ได้มีเพียงการถ่ายทอดความรู้ แต่คือการสร้างอนาคตของชุมชนไปพร้อมกับลูกศิษย์&#8217;</p>



<figure class="wp-block-image size-full"><img decoding="async" loading="lazy" width="855" height="569" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/ฟูอาดี-เอียดหวัง-03.jpg" alt="" class="wp-image-103153" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/ฟูอาดี-เอียดหวัง-03.jpg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/ฟูอาดี-เอียดหวัง-03-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/ฟูอาดี-เอียดหวัง-03-768x511.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/ฟูอาดี-เอียดหวัง-03-750x500.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/ฟูอาดี-เอียดหวัง-03-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /></figure>



<figure class="wp-block-image size-full"><img decoding="async" loading="lazy" width="855" height="569" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/ฟูอาดี-เอียดหวัง-02.jpg" alt="" class="wp-image-103154" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/ฟูอาดี-เอียดหวัง-02.jpg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/ฟูอาดี-เอียดหวัง-02-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/ฟูอาดี-เอียดหวัง-02-768x511.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/ฟูอาดี-เอียดหวัง-02-750x500.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/ฟูอาดี-เอียดหวัง-02-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /></figure>



<p></p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>ความหวังจากพื้นที่เล็ก ๆ</strong></h3>



<p>ครูซีเชื่อว่า การเริ่มต้นจากโรงเรียนเล็ก ๆ ในบ้านเกิด อาจเป็นเพียงจุดเล็ก ๆ บนแผนที่ประเทศไทย</p>



<p>แต่หากมีครูรัก(ษ์)ถิ่นจำนวนมากที่เลือกกลับไปพัฒนาชุมชนของตัวเอง ความเปลี่ยนแปลงเล็ก ๆ เหล่านี้จะค่อย ๆ เชื่อมโยงกัน จนกลายเป็นพลังในการยกระดับคุณภาพการศึกษาของประเทศ</p>



<p>“ท้ายสุดผมเชื่อว่าการเริ่มต้นที่บ้านเกิดของเรา อาจเป็นแค่จุดเล็ก ๆ จุดหนึ่งของประเทศไทย แต่ถ้าพื้นที่เล็ก ๆ หลายแห่งรวมกันด้วยครูรัก(ษ์)ถิ่นแต่ละรุ่น ที่หอบเอาความฝันความตั้งใจกลับไปยังบ้านเกิด มันก็อาจเป็นจุดเริ่มของความหวัง ว่าเราอาจทำให้การศึกษาที่มีคุณภาพ หยั่งรากลงในทุกพื้นที่ของประเทศได้จริง ในสักวันหนึ่ง”&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-full"><img decoding="async" loading="lazy" width="569" height="855" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/ฟูอาดี-เอียดหวัง-01.jpg" alt="" class="wp-image-103155" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/ฟูอาดี-เอียดหวัง-01.jpg 569w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/ฟูอาดี-เอียดหวัง-01-200x300.jpg 200w" sizes="(max-width: 569px) 100vw, 569px" /><figcaption class="wp-element-caption">‘ครูซี’ ฟูอาดี เอียดหวัง</figcaption></figure></div>


<p></p>



<p><strong>กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) ขอแสดงความยินดีกับ ‘ครูซี’ ฟูอาดี เอียดหวัง ข้าราชการครูรัก(ษ์)ถิ่น รุ่นที่ 2 ที่ได้รับการบรรจุเป็นข้าราชการครูในปีการศึกษา 2568 และขอร่วมส่งกำลังใจให้ครูซีประสบความสำเร็จบนเส้นทางวิชาชีพ พร้อมสร้างโอกาสทางการศึกษาให้กับเด็ก ๆ และชุมชนบ้านเกิดอย่างที่ตั้งใจไว้</strong></p><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/article-190626/">“เมื่อใส่ชุดข้าราชการครูมาที่โรงเรียน เด็ก ๆ ก็รับรู้ว่าจากนี้เราจะอยู่ที่นี่และไม่จากไปไหนแล้ว”</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ศุกร์-สรรค์ ไม่ใช่พื้นที่ของใคร แต่เป็นของทุกคน นิยามใหม่ของตาดีกาบาโงยือแร แห่งบ้านอูแบ</title>
		<link>https://www.eef.or.th/article-180626-2/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 18 Jun 2026 09:58:48 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Movement]]></category>
		<category><![CDATA[บทความ]]></category>
		<category><![CDATA[บ้านอูแบ]]></category>
		<category><![CDATA[ตาดีกาบาโงยือแร]]></category>
		<category><![CDATA[การจัดการศึกษาเชิงพื้นที่เพื่อลดความเหลื่อมล้ำ]]></category>
		<category><![CDATA[ABE]]></category>
		<category><![CDATA[ยะลา]]></category>
		<category><![CDATA[ความเสมอภาคทางการศึกษา]]></category>
		<category><![CDATA[กสศ.]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?p=103131</guid>

					<description><![CDATA[<p>ภาพรวมการศึกษาของเด็กและเยาวชนในพื้นที่สามจังหวัดชายแดน [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/article-180626-2/">ศุกร์-สรรค์ ไม่ใช่พื้นที่ของใคร แต่เป็นของทุกคน นิยามใหม่ของตาดีกาบาโงยือแร แห่งบ้านอูแบ</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>ภาพรวมการศึกษาของเด็กและเยาวชนในพื้นที่สามจังหวัดชายแดนใต้ ถูกแบ่งย่อยออกเป็น 3 แบบด้วยกันคือ การเรียนสามัญในระบบการศึกษาจากกระทรวงศึกษาธิการ, เรียนปอเนาะ สถาบันการศึกษาทางศาสนาอิสลามแบบดั้งเดิม และการเรียนหลักสูตรอิสลามศึกษาแบบเข้มควบคู่สายสามัญ&nbsp;</p>



<p>“ที่มาของร้านน้ำชาหรือคาเฟ่แห่งนี้ เริ่มต้นจากความคิดของน้องๆ เยาวชนนอกระบบเองเลยครับ”</p>



<p></p>



<ul>
<li>ร้านน้ำชาแห่งใหม่ เปลี่ยนจากความเสี่ยง ไปสู่การสังสรรค์ในที่สว่างกว่าเดิม&nbsp;</li>
</ul>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-full"><img decoding="async" loading="lazy" width="1200" height="800" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/image-25.jpeg" alt="" class="wp-image-103134" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/image-25.jpeg 1200w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/image-25-300x200.jpeg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/image-25-768x512.jpeg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/image-25-750x500.jpeg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/image-25-272x182.jpeg 272w" sizes="(max-width: 1200px) 100vw, 1200px" /><figcaption class="wp-element-caption">ร้านน้ำชา ตาดีกาบาโงยือแร</figcaption></figure></div>


<p></p>



<p>เยาวชนนอกระบบที่สูรียาเอ่ยถึงคือเด็กที่ไม่ได้เรียนอยู่ใน 3 กลุ่มนี้ ซึ่งไม่ว่าจะด้วยเหตุผลด้านทุนทรัพย์หรือปัญหาส่วนตัว เมื่อเด็กๆ หลุดออกจากระบบการศึกษา หากไม่ทำงานช่วยที่้บ้าน ความจริงส่วนหนึ่งมักจะไปรวมกลุ่มตามมุมมืด แหล่งมั่วสุมไร้แสงไฟที่อบอวลไปด้วยกลิ่นอายของอบายมุขและยาเสพติด </p>



<p>คำบอกเล่าของสูรียา ทำให้เห็นว่าเด็กบางคนใช้ชีวิตจมดิ่งอยู่ในพื้นที่เสี่ยงยาวนานถึง 12 ชั่วโมงต่อวัน เพียงเพราะไม่มีที่ไปและไม่มีใครเปิดใจรับ</p>



<p>ตาดีกา โรงเรียนที่เน้นสอนจริยธรรม จึงยิ่งไม่ใช่พื้นที่ของเด็กนอกระบบเข้าไปใหญ่&nbsp;</p>



<p>&#8220;โรงเรียนในระบบอาจจะมีกำแพง มีกฎเกณฑ์ที่ปฏิเสธพวกเขา แต่ที่นี่เราต้องการสร้างเซฟโซนที่ปฏิเสธวงจรปัญหาแบบเดิมๆ&#8221;&nbsp;</p>



<p>สูรียาเล่าถึงแรงผลักดันในการเปลี่ยนพื้นที่ตาดีกาให้เป็นพื้นที่ของเด็กๆ ที่ตั้งต้นจากความคิดริเริ่มของน้องๆ เยาวชนนอกระบบเองที่อยากมีพื้นที่ทำมาหากินและทำกิจกรรมร่วมกัน เขาจึงตั้งร้านขึ้นมาและให้เด็กบริหารกันเอง โดยใช้งบจากการจัดสรรกันเองภายในหน่วย ABE</p>



<p>การเปิดร้านน้ำชาในพื้นที่ทางศาสนาอาจฟังดูแปลกใหม่ แต่เขาอยากให้อย่างน้อยในหมู่บ้านมี ‘พื้นที่ถ่วงเวลา’ ที่เด็กๆ จะหันหน้าออกมาจากความเสี่ยงบ้างสักหนึ่งหรือสองชั่วโมงเป็นการเริ่มต้น&nbsp;</p>



<p>“เรามี WIFI ฟรี ใครก็มานั่งได้ ร้านน้ำชาก็ขายแก้วละ 20-30 บาท ไฟก็สว่าง พ่อแม่รู้ว่ามาที่นี่เขาก็ปล่อยให้มาเพราะอย่างน้อยก็ปลอดภัย”</p>



<p>วัฒนธรรมการดื่มชาหลังพระอาทิตย์ตกดินของวิถีชีวิตชาวไทยมุสลิมถูกฝังรากมาอย่างแข็งแรง ร้านน้ำชาจึงกลายเป็นจุดดึงดูดให้เด็กๆ มานั่งรวมกลุ่มกันตอนเย็น แทนที่จะไปรวมกลุ่มกันที่อื่น เปลี่ยนจากการนั่งในมุมมืดมานั่งล้อมวงในพื้นที่สว่าง ที่นี่พวกเขาสามารถนั่งเล่นเกม ดีดกีตาร์ร้องเพลงร่วมกัน หรือระบายความเครียดในชีวิตได้อย่างสบายใจ</p>



<p>ปัจจุบัน ร้านน้ำชาแห่งนี้ไม่ได้มีเพียงแค่วัยรุ่น แต่กลายเป็นพื้นที่ส่วนกลางที่คนทุกเพศทุกวัย ตั้งแต่ผู้ปกครอง คณะกรรมการมัสยิด ไปจนถึงผู้นำชุมชน แวะเวียนมานั่งล้อมวงดื่มน้ำชา พูดคุยสารทุกข์สุกดิบ และอุดหนุนฝีมือของเด็กๆ</p>



<p>ซัน-เฟาชาน อาแว วัย 21 มือชงที่ร้านน้ำชา บอกว่าเมนูขายดีที่สุดคือ ‘ชาเย็นเงาะ’ ที่ใช้น้ำเงาะกระป๋องมาเป็นเบสของเมนูผสมด้วยชาไทย&nbsp;</p>



<p></p>



<ul>
<li>ร้านข้าวยำเฉพาะกิจประจำวันศุกร์เย็น มื้ออาหารแห่งการทลายอคติ</li>
</ul>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large"><img decoding="async" loading="lazy" width="763" height="1024" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/image-26-763x1024.jpeg" alt="" class="wp-image-103135" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/image-26-763x1024.jpeg 763w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/image-26-224x300.jpeg 224w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/image-26-768x1030.jpeg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/image-26-1145x1536.jpeg 1145w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/image-26.jpeg 1200w" sizes="(max-width: 763px) 100vw, 763px" /><figcaption class="wp-element-caption">ข้าวยำ ตาดีกาบาโงยือแร</figcaption></figure></div>


<p></p>



<p>“ตั้งแต่ ม.1 หลังจากนั้นก็คือไม่เข้าเรียนเลย เพราะว่าไม่มีงบจะเรียนต่อ แล้วก็ขาดเสาหลักด้วย”</p>



<p>ฮูดา-นูรุลฮูดา นิชอ วัย 20 ปี กำลังเล่าเรื่องตัวเองที่โต๊ะม้าหินอ่อน หลังจากที่เธอขายข้าวยำฉบับบ้านอูแบไปจนลูกค้าบางตาลง&nbsp;</p>



<p>ฮูดาหลุดออกจากระบบการศึกษาหลังจบชั้นมัธยมปีที่หนึ่ง ไม่ใช่เพราะไม่อยากเรียน แต่เพราะวิกฤตเศรษฐกิจในครอบครัวและความจำเป็นเรื่องปากท้องบังคับ ปัจจุบันฮูดาพยายามเรียน กศน. จนจบ ม. 6 จากแรงผลักของสูรียา</p>



<p>สำหรับฮูดาและเด็กผู้หญิงหลายๆ คนในหมู่บ้าน การไม่มีเงินเรียนต่อมักตามมาด้วยสภาวะสุญญากาศในชีวิต ไม่มีงานทำ ไม่มีรายได้ และไร้ที่ยืนในสังคม โดยเฉพาะในชุมชนชนบทที่วางบทบาทให้ผู้หญิงเป็นช้างเท้าหลังตลอดเวลา&nbsp;</p>



<p>รายได้เลี้ยงปากท้อง คือปัญหาหลักที่สามารถแก้ไขได้เฉพาะหน้า ในเมื่อร้านน้ำชาสำหรับเด็กผู้ชายสามารถตั้งในตาดีกาได้ การขายข้าวยำสำหรับส่งเสริมเด็กผู้หญิงก็ไม่ใช่เรื่องยาก หากจะตั้งขายในตาดีกาเหมือนกัน&nbsp;</p>



<p>สูรียา ปล่อยให้เด็กๆ เป็นเจ้าของกิจการร้านข้าวยำ กรือโป๊ะ ลูกชิ้นทอด ข้าวต้ม มาวางขายเฉพาะกิจที่จะขายทุกวันศุกร์เย็น โดยมีทีมพี่เลี้ยงผู้หญิงเป็นคนดูแล ไม่ต่างจากร้านน้ำชา</p>



<p>“ก่อนหน้านี้หนูรู้สึกว่าพอเวลาถามอะไร หนูไม่ยกมือนะ หนูให้คนอื่นตอบบ้าง ฉันไม่อยากตอบ ฉันไม่มีความกล้าแสดงออกขนาดนั้นจะกล้าก็แค่กับพวกคนในบ้าน แล้วก็กับเพื่อนๆ”&nbsp;</p>



<p>ฮูดา เล่าถึงความกลัวในอดีตของตัวเอง ร้านข้าวยำ ไม่ได้ให้แค่รายได้ แต่ยังมีผลพลอยได้อย่างการสร้างตัวตน รักษาบาดแผลทางใจ&nbsp;</p>



<p>การหยิบยกเมนูข้าวยำ ที่เป็นอาหารพื้นบ้านง่ายๆ ทำง่าย กินง่าย และเป็นเมนูในใจของคนพื้นที่ มาเป็นตัวชูโรง ทำให้ซุ้มขายอาหารแห่งนี้กลายเป็นสะพานเชื่อมคนทุกกลุ่มในหมู่บ้าน ไม่ว่าจะเป็นผู้ปกครอง ฝ่ายปกครอง หรือผู้นำศาสนา ต่างแวะเวียนมาอุดหนุนและพูดคุยกับเด็กๆ</p>



<p>สำหรับสูรียา ในอดีตภาพจำของเยาวชนที่หลุดจากระบบมักถูกเคลือบแคลงด้วยสายตาแห่งความไม่ไว้ใจจากสังคม แต่เมื่อผู้ใหญ่ได้เข้ามาเห็นเด็กๆ ทำงานอย่างขยันขันแข็ง ได้ชิมรสมือ และได้เห็นความตั้งใจในการทำมาหากิน อคติเหล่านั้นก็ค่อยๆ ถูกทลายลงด้วยความเข้าใจ</p>



<p>“ทุกคนในหมู่บ้านจะรู้ว่าวันนี้เด็กจะมาขายข้าวยำ เขาก็จะรอมาซื้อมานั่งกิน ไม่ไปซื้อร้านอื่น หลังละหมาดใหญ่เป็นอันรู้กัน อาจจะเพราะเราทำอร่อยด้วย ขายถูกด้วยจานละ 10 บาท เดินไปสั่งแล้วก็ไปนั่งกินที่โต๊ะม้าหินอ่อน” สูรียา เล่า</p>



<p></p>



<ul>
<li>ไม่ใช่พื้นที่ของใคร แต่เป็นของทุกคน&nbsp;</li>
</ul>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-full"><img decoding="async" loading="lazy" width="1200" height="800" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/image-27.jpeg" alt="" class="wp-image-103136" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/image-27.jpeg 1200w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/image-27-300x200.jpeg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/image-27-768x512.jpeg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/image-27-750x500.jpeg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/image-27-272x182.jpeg 272w" sizes="(max-width: 1200px) 100vw, 1200px" /><figcaption class="wp-element-caption">พื้นที่ของทุกคน ตาดีกาบาโงยือแร</figcaption></figure></div>


<p></p>



<p>เป็นอันที่รู้กันของชาวบ้านอูแบว่า ในทุกๆ วัน เมื่อความมืดเข้าปกคลุมหมู่บ้าน บานประตูของตาดีกาบ้านอูแบจะเปิดกว้าง แสงไฟอบอุ่นสว่างไสวขึ้นพร้อมเสียงชงน้ำที่ร้านน้ำชา&nbsp;</p>



<p>และตาดีกาทุกวันศุกร์ตั้งแต่บ่ายสามโมงเป็นต้นไปจะคึกคักเป็นพิเศษ กิจกรรมที่เกิดในพื้นที่จะลากยาวไปจนพลบค่ำ แม้ว่าข้าวยำหมดแล้ว และแสงจันทร์เข้ามาแทนแสงอาทิตย์ นักกีฬา ชาวบ้าน เด็ก เยาวชนก็จะนั่งกันต่อจนกว่าจะถึงเวลา 4-5 ทุ่ม&nbsp;</p>



<p>ประตูของตาดีกาเปิดกว้างขึ้นและเป็นการเปิดกว้างที่สูรียาคาดหวังไว้ว่าจะไม่ใช่แค่บานประตูที่กว้างขึ้น แต่รวมถึงทัศนคติของคนในชุมชนที่เปิดโอกาสให้เด็กนอกระบบด้วย&nbsp;</p>



<p>“หน่วยงานบางกลุ่มมองว่าการรวมกลุ่มของวัยรุ่นในสามจังหวัดจะไปเชื่อมโยงกับปัญหาความมั่นคง เราอยากให้เขาพยายามลดความอคติเหล่านั้น แล้วมองตรงนี้เป็นพื้นที่สร้างสรรค์ได้ไหม พื้นที่แห่งโอกาสให้กับน้องๆ ได้ไหม” สุริยาพูดถึงเป้าหมายที่แท้จริง</p>



<p>ทุกวันนี้ ภายใต้หลังคาของตาดีกาบาโงยือแร หากมีสิ่งใดผิดพลาดในการทำงาน สิ่งที่เด็กๆ และคนในทีมงานมอบให้แก่กันไม่ใช่การตำหนิ แต่เป็นคำปลอบโยนที่ว่า&nbsp;</p>



<p>“ไม่เป็นไร ทำวันนี้ให้ดีที่สุด พรุ่งนี้ค่อยเริ่มใหม่ พรุ่งนี้เริ่มใหม่”</p>



<p>สูรียา บอกว่าตาดีกาแห่งนี้จึงไม่ใช่พื้นที่ของครูสอนศาสนา ไม่ใช่พื้นที่ใคร และไม่ใช่พื้นที่ของเด็กนอกระบบกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง แต่ในทุกเย็นที่มีร้านน้ำชา และในทุกวันศุกร์ที่มีข้าวยำ มันคือพื้นที่ของทุกคน ที่พร้อมจะเปิดประตูต้อนรับและให้โอกาสชีวิตได้เริ่มต้นใหม่อยู่เสมอ&nbsp;</p>



<p></p>



<hr class="wp-block-separator has-alpha-channel-opacity"/>



<p>เรื่อง : มยุรา ยะทา<br>ภาพถ่าย : อธิคม แสงไชย<br>ภาพประกอบ : ภัทรภรณ์ สงสาร</p><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/article-180626-2/">ศุกร์-สรรค์ ไม่ใช่พื้นที่ของใคร แต่เป็นของทุกคน นิยามใหม่ของตาดีกาบาโงยือแร แห่งบ้านอูแบ</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>“ผมมาเป็นครูเพื่อกลับไปบอกเด็ก ๆ บนดอยว่า ทุกคนพัฒนาตัวเองได้ โดยไม่จำกัดว่าใครเกิดที่ไหนหรือโตมาอย่างไร”</title>
		<link>https://www.eef.or.th/article-180626/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 18 Jun 2026 08:55:17 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Movement]]></category>
		<category><![CDATA[ครูรักษ์ถิ่น]]></category>
		<category><![CDATA[บทความ]]></category>
		<category><![CDATA[ชุติพงษ์ ใจ๋ยู้]]></category>
		<category><![CDATA[ครูรัก(ษ์)ถิ่น]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?p=103107</guid>

					<description><![CDATA[<p>“ผมมาเป็นครูเพื่อกลับไปบอกเด็ก ๆ บนดอยว่า ภูเขาสูงต้องไ [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/article-180626/">“ผมมาเป็นครูเพื่อกลับไปบอกเด็ก ๆ บนดอยว่า ทุกคนพัฒนาตัวเองได้ โดยไม่จำกัดว่าใครเกิดที่ไหนหรือโตมาอย่างไร”</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>“ผมมาเป็นครูเพื่อกลับไปบอกเด็ก ๆ บนดอยว่า ภูเขาสูงต้องไม่ใช่ข้อจำกัดของชีวิต&#8230; ในฐานะครู ผมจะพยายามทำให้เด็ก ๆ เชื่อมั่นว่าทุกคนมีโอกาสพัฒนาตัวเองได้ โดยไม่ถูกจำกัดด้วยสถานที่เกิดหรือสภาพแวดล้อมที่เติบโตมา นั่นคือสิ่งที่ผมเริ่มลงมือทำแล้ว และจะทำต่อไปในอีกหลายปีข้างหน้า”</strong></p>



<p>ถ้อยคำของ <strong>&#8216;ครูเต้&#8217; ชุติพงษ์ ใจ๋ยู้</strong> ข้าราชการครูรัก(ษ์)ถิ่น รุ่นที่ 2 ที่กล่าวในพิธีปฐมนิเทศข้าราชการครู ณ หอประชุมคุรุสภา กระทรวงศึกษาธิการ เปรียบเสมือนคำปฏิญาณของครูคนหนึ่งที่กำลังเริ่มต้นเส้นทางวิชาชีพ พร้อมความตั้งใจแน่วแน่ว่าจะกลับไปสร้างโอกาสทางการศึกษาให้กับเด็ก ๆ บนดอย เช่นเดียวกับที่ครั้งหนึ่งเขาเคยได้รับ</p>



<p>ปลายทางของครูเต้คือ <strong>โรงเรียนบ้านกองลอย อำเภอฮอด จังหวัดเชียงใหม่</strong> โรงเรียนบนภูเขาสูง ซึ่งเป็นโรงเรียนเดียวกับที่เขาเคยศึกษาเล่าเรียนจนจบชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-full"><img decoding="async" loading="lazy" width="855" height="569" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/01-6.jpg" alt="" class="wp-image-103108" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/01-6.jpg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/01-6-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/01-6-768x511.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/01-6-750x500.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/01-6-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /><figcaption class="wp-element-caption">&#8216;ครูเต้&#8217; ชุติพงษ์ ใจ๋ยู้</figcaption></figure></div>


<p></p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>เมื่อเด็กเรียนดีจากโรงเรียนบนดอย ได้เห็นความเหลื่อมล้ำด้วยตัวเอง</strong></h3>



<p>ตลอดช่วงประถมศึกษาจนเรียนจบ ม.3 ครูเต้เป็นนักเรียนที่มีผลการเรียนยอดเยี่ยม ได้อันดับหนึ่งของโรงเรียนมาโดยตลอด เขาเชื่อมั่นว่าการศึกษาจะพาชีวิตก้าวไปข้างหน้า จึงตั้งใจเรียนอย่างเต็มที่</p>



<p>แต่เมื่อย้ายไปเรียนต่อในโรงเรียนขนาดใหญ่ระดับ ม.ปลาย เขาจึงได้พบกับความจริงอีกด้านหนึ่ง</p>



<p>“ผมเป็นเด็กที่ผลการเรียนดีมาตลอด แต่พอขึ้น ม.ปลาย ย้ายไปเรียนโรงเรียนใหญ่ ถึงเพิ่งรู้ว่าสิ่งที่เรียนมามันยังไม่พอจะทำให้เรียนตามเพื่อนทัน หลายวิชามีพื้นฐานที่เพื่อน ๆ รู้กันอยู่แล้ว แต่ผมไม่เคยเรียนมาก่อน”</p>



<p>ประสบการณ์ครั้งนั้นทำให้เขาไม่ได้ตั้งคำถามกับตัวเอง หากแต่เริ่มเข้าใจข้อจำกัดของระบบการศึกษาที่เด็กในพื้นที่ห่างไกลต้องเผชิญ</p>



<p>“ผมรับรู้เสมอว่าโรงเรียนและคุณครูที่บ้านเต็มที่ที่สุดแล้ว แต่ด้วยข้อจำกัดหลายอย่าง ทั้งความห่างไกล การขาดแคลนทรัพยากร และบริบทของพื้นที่ ทำให้โรงเรียนบนดอยไม่สามารถมีโอกาสเท่าโรงเรียนใหญ่ในเมืองได้”</p>



<p>ความรู้สึกที่เคยเป็นเพียงความสงสัย ค่อย ๆ กลายเป็นแรงบันดาลใจสำคัญ เขาตัดสินใจว่า วันหนึ่งจะกลับมาเป็นครูที่โรงเรียนแห่งนี้ เพื่อเป็นส่วนหนึ่งของการเปลี่ยนแปลง</p>



<figure class="wp-block-image size-full"><img decoding="async" loading="lazy" width="855" height="569" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/02-7.jpg" alt="" class="wp-image-103109" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/02-7.jpg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/02-7-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/02-7-768x511.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/02-7-750x500.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/02-7-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /></figure>



<figure class="wp-block-image size-full"><img decoding="async" loading="lazy" width="855" height="569" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/03-6.jpg" alt="" class="wp-image-103110" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/03-6.jpg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/03-6-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/03-6-768x511.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/03-6-750x500.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/03-6-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /></figure>



<p></p>



<h2 class="wp-block-heading"><strong>กลับบ้านพร้อมความรู้และแผนพัฒนาการเรียนรู้</strong></h2>



<p>ความตั้งใจนั้นพาครูเต้เข้าสู่โครงการ <strong>“ครูรัก(ษ์)ถิ่น”</strong> โดยศึกษาต่อที่คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่</p>



<p>ระหว่างการเรียน เขาได้ทำความเข้าใจอย่างลึกซึ้งถึงความท้าทายของการจัดการศึกษาในพื้นที่สูง ทั้งความหลากหลายของภาษา วัฒนธรรม ชาติพันธุ์ ตลอดจนข้อจำกัดด้านทรัพยากรและโอกาสในการเรียนรู้</p>



<p>“ผมไม่ได้กลับมาพร้อมความหวังอย่างเดียว แต่กลับมาพร้อมแผนการจัดการเรียนรู้ที่เหมาะกับบริบทของพื้นที่”</p>



<p>ครูเต้ตั้งใจพัฒนาสื่อการเรียนรู้ที่สอดคล้องกับวิถีชีวิตของเด็ก ๆ ใช้เทคโนโลยีเป็นเครื่องมือช่วยการเรียนการสอน และประยุกต์แนวทางจากพื้นที่ต้นแบบต่าง ๆ ให้เหมาะกับโรงเรียนบ้านกองลอย</p>



<p>นอกจากนี้ เขายังมองเห็นโอกาสในการเชื่อมโยงการเรียนรู้กับการดำรงชีวิตจริง ผ่านการพัฒนาผลิตภัณฑ์ชุมชน การเรียนรู้เรื่องกระบวนการผลิต การคำนวณต้นทุนและกำไร การตลาด และการขายออนไลน์ เพื่อให้เด็ก ๆ ได้ฝึกทั้งทักษะวิชาการและทักษะชีวิตไปพร้อมกัน</p>



<figure class="wp-block-image size-full"><img decoding="async" loading="lazy" width="855" height="569" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/04-5.jpg" alt="" class="wp-image-103111" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/04-5.jpg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/04-5-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/04-5-768x511.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/04-5-750x500.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/04-5-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /></figure>



<p></p>



<h2 class="wp-block-heading"><strong>เมื่อห้องเรียนกลายเป็นพื้นที่แห่งความหวัง</strong></h2>



<p>ตลอดระยะเวลากว่าครึ่งปีหลังได้รับการบรรจุ แนวคิดที่ครูเต้วางไว้เริ่มหยั่งรากในห้องเรียนของโรงเรียนบ้านกองลอย</p>



<p>เขาทำงานร่วมกับผู้ปกครอง ส่งเสริมให้เด็กฝึกอ่าน ฝึกเขียนอย่างต่อเนื่อง พร้อมออกแบบสื่อการเรียนรู้ที่เชื่อมโยงกับสิ่งแวดล้อมและวิถีชีวิตของชุมชน เพื่อให้เด็กเข้าใจบทเรียนได้ง่ายขึ้น และเห็นว่าการศึกษาเป็นเรื่องใกล้ตัว</p>



<p>เหนือสิ่งอื่นใด ครูเต้อยากให้เด็ก ๆ มองเห็นว่า การเกิดในพื้นที่ห่างไกลไม่ใช่ข้อจำกัดของความฝัน</p>



<p>“ผมอยากบอกเด็ก ๆ ทุกคนว่า อย่าคิดว่าการเกิดบนดอยหรือในพื้นที่ห่างไกลเป็นข้อจำกัดของชีวิต เพราะถ้าเราพยายามและได้รับการศึกษาที่ดี การเรียนนี่แหละครับจะพาเราไปสู่ความสำเร็จ”</p>



<p>สำหรับครูเต้ คำพูดนี้ไม่ใช่เพียงคำให้กำลังใจ แต่คือเรื่องจริงที่เขาพิสูจน์ด้วยชีวิตของตัวเอง</p>



<figure class="wp-block-image size-full"><img decoding="async" loading="lazy" width="855" height="569" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/05-7.jpg" alt="" class="wp-image-103112" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/05-7.jpg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/05-7-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/05-7-768x511.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/05-7-750x500.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/05-7-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /></figure>



<p></p>



<h2 class="wp-block-heading"><strong>ส่งต่อโอกาสให้คนรุ่นต่อไป</strong></h2>



<p>ครูเต้บอกว่า สิ่งที่ทำให้เขาภูมิใจที่สุด ไม่ใช่เพียงการได้เป็นข้าราชการครู แต่คือการได้กลับมาทำงานในบ้านเกิด ท่ามกลางความยินดีของผู้ปกครองและคนในชุมชนที่เฝ้ามองการเติบโตของเขามาตั้งแต่ยังเป็นเด็ก</p>



<p>“ขอบคุณโครงการครูรัก(ษ์)ถิ่น ที่ทำให้เด็กจากพื้นที่ห่างไกลคนหนึ่งมีโอกาสพัฒนาตัวเอง และได้กลับมาทำงานเพื่อบ้านเกิด”</p>



<p>เขากล่าวว่า นับตั้งแต่วันที่ได้รับการบรรจุเป็นครู เขาตระหนักอยู่เสมอว่าหน้าที่นี้คือความไว้วางใจจากชุมชน ที่ฝากความหวังของคนรุ่นต่อไปไว้ในมือของครู</p>



<p>“ผมอยากให้เด็ก ๆ ได้รับการศึกษาที่มีคุณภาพ ใช้ความใฝ่รู้และความพยายามพาตัวเองไปถึงเป้าหมายของชีวิต และนี่คือภารกิจของครูคนหนึ่ง ที่ผมตั้งใจว่าจะทำให้ดีที่สุดครับ”</p>



<p>เรื่องราวของครูเต้สะท้อนให้เห็นว่า การกลับบ้านของครูคนหนึ่ง อาจไม่ใช่เพียงการกลับไปสอนหนังสือ แต่คือการกลับไปเปลี่ยนแปลงอนาคตของเด็ก ๆ และทั้งชุมชน</p>



<figure class="wp-block-image size-full"><img decoding="async" loading="lazy" width="855" height="569" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/06-5.jpg" alt="" class="wp-image-103115" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/06-5.jpg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/06-5-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/06-5-768x511.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/06-5-750x500.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/06-5-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /></figure>



<p></p>



<p><strong>กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) ขอแสดงความยินดีกับ &#8216;ครูเต้&#8217; ชุติพงษ์ ใจ๋ยู้ ข้าราชการครูรัก(ษ์)ถิ่น รุ่นที่ 2 ที่ได้รับการบรรจุเป็นข้าราชการครูในปีการศึกษา 2568 และขอร่วมส่งกำลังใจให้ครูเต้ประสบความสำเร็จบนเส้นทางวิชาชีพ พร้อมสร้างโอกาสทางการศึกษาให้กับเด็ก ๆ และชุมชนบ้านเกิดอย่างที่ตั้งใจไว้</strong></p><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/article-180626/">“ผมมาเป็นครูเพื่อกลับไปบอกเด็ก ๆ บนดอยว่า ทุกคนพัฒนาตัวเองได้ โดยไม่จำกัดว่าใครเกิดที่ไหนหรือโตมาอย่างไร”</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>เปิดประตูอุดมศึกษา เพื่อความฝันที่ไม่ถูกทอดทิ้ง: 5 เสียงเยาวชน สู่ข้อเสนอต่อระบบ TCAS และหลักประกันโอกาสทางการศึกษา</title>
		<link>https://www.eef.or.th/article-150626/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 15 Jun 2026 10:36:38 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Movement]]></category>
		<category><![CDATA[บทความ]]></category>
		<category><![CDATA[Open Dreams: เปิดประตูอุดมศึกษา เพื่อความฝันที่ไม่ถูกทอดทิ้ง]]></category>
		<category><![CDATA[Open Doors]]></category>
		<category><![CDATA[TCAS]]></category>
		<category><![CDATA[อุดมศึกษา]]></category>
		<category><![CDATA[หลักประกันโอกาสทางการศึกษา]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?p=103054</guid>

					<description><![CDATA[<p>ทุกปีมีนักเรียนจำนวนไม่น้อยที่ไม่สามารถก้าวข้ามช่วงรอยต [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/article-150626/">เปิดประตูอุดมศึกษา เพื่อความฝันที่ไม่ถูกทอดทิ้ง: 5 เสียงเยาวชน สู่ข้อเสนอต่อระบบ TCAS และหลักประกันโอกาสทางการศึกษา</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>ทุกปีมีนักเรียนจำนวนไม่น้อยที่ไม่สามารถก้าวข้ามช่วงรอยต่อจากการศึกษาระดับมัธยมศึกษาสู่ระดับอุดมศึกษาได้ แม้จะมีความสามารถและผลการเรียนดีเพียงพอสำหรับการศึกษาต่อ แต่กลับต้องเผชิญอุปสรรคจากค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นตลอดเส้นทาง ไม่ว่าจะเป็นค่าสมัครสอบ ค่าใช้จ่ายในการจัดทำ Portfolio ค่าเดินทางไปสอบ ค่ารายงานตัว หรือค่าใช้จ่ายแรกเข้ามหาวิทยาลัย</p>



<p>สำหรับเด็กและเยาวชนจากครอบครัวที่ขาดแคลนทุนทรัพย์ การสอบติดมหาวิทยาลัยจึงไม่ใช่จุดสิ้นสุดของความพยายาม หากเป็นอีกด่านสำคัญที่ต้องก้าวผ่านเพื่อรักษาโอกาสทางการศึกษาเอาไว้ หลายคนสามารถสอบติดคณะในฝันได้สำเร็จ แต่กลับไม่สามารถก้าวเข้าไปนั่งในห้องเรียนวันแรกได้ เพราะครอบครัวไม่มีศักยภาพเพียงพอที่จะรับภาระค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นหลังประกาศผลสอบ</p>



<p>ในวงแลกเปลี่ยน <strong>“Open Doors, Open Dreams: เปิดประตูอุดมศึกษา เพื่อความฝันที่ไม่ถูกทอดทิ้ง”</strong> ซึ่งจัดขึ้นภายในงานลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) การสร้างหลักประกันโอกาสทางการศึกษา สำหรับนักเรียนผู้ขาดแคลนทุนทรัพย์ระดับอุดมศึกษา ระหว่าง กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) สำนักงานปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม สมาคมที่ประชุมอธิการบดีแห่งประเทศไทย ที่ประชุมคณะกรรมการอธิการบดีมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล ที่ประชุมอธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฏ และสมาคมสถาบันอุดมศึกษาเอกชนแห่งประเทศไทย ณ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ เมื่อวันที่ 12 มิถุนายน 2569</p>



<figure class="wp-block-image size-full"><img decoding="async" loading="lazy" width="855" height="569" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/01-3.jpg" alt="" class="wp-image-103055" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/01-3.jpg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/01-3-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/01-3-768x511.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/01-3-750x500.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/01-3-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /></figure>



<p></p>



<p>ตัวแทนเยาวชน 5 คน ซึ่งล้วนเคยได้รับทุนเสมอภาคจาก กสศ. และสามารถก้าวผ่านเส้นทางสู่มหาวิทยาลัยได้สำเร็จ ขณะที่บางคนคือนักเรียนรุ่นแรกที่จะได้รับประโยชน์จากมาตรการลดหรือยกเว้นค่าสมัครสอบ และระบบความช่วยเหลือที่รวดเร็วยิ่งขึ้นจากความร่วมมือครั้งนี้ ได้ร่วมกันสะท้อนประสบการณ์ตรง พร้อมข้อเสนอสำคัญต่อการพัฒนาระบบ TCAS และระบบสนับสนุนโอกาสทางการศึกษาของประเทศ</p>



<p>แม้รายละเอียดของแต่ละข้อเสนอจะแตกต่างกัน แต่ทั้งหมดสะท้อนปัญหาร่วมกันประการหนึ่ง คือ เด็กจำนวนมากไม่ได้สูญเสียโอกาสทางการศึกษาเพราะขาดศักยภาพ หากแต่สูญเสียโอกาสเพราะขาดข้อมูล ขาดการสนับสนุน และขาดหลักประกันในช่วงรอยต่อสำคัญของชีวิต</p>



<p>จากเสียงสะท้อนของเยาวชนทั้ง 5 คน กสศ. ได้สังเคราะห์เป็นข้อเสนอเชิงระบบสำคัญ 5 ประการ ดังนี้</p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>1. ทำให้ระบบ TCAS เข้าถึงง่าย เข้าใจง่าย และสื่อสารถึงเด็กทุกคน</strong></h3>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-full is-resized"><img decoding="async" loading="lazy" width="569" height="855" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/03-3.jpg" alt="" class="wp-image-103056" style="width:400px" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/03-3.jpg 569w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/03-3-200x300.jpg 200w" sizes="(max-width: 569px) 100vw, 569px" /><figcaption class="wp-element-caption">ศิวะวงค์ เจริญลาภ</figcaption></figure></div>


<p></p>



<p><strong>“เซียน” ศิวะวงค์ เจริญลาภ</strong> อดีตนักเรียนทุนเสมอภาคจากจังหวัดลำพูน ปัจจุบันเป็นนักศึกษาชั้นปีที่ 2 สาขาวิชาการระหว่างประเทศ คณะรัฐศาสตร์และรัฐประศาสนศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ สะท้อนว่า ระบบ TCAS ยังคงมีความซับซ้อนสำหรับผู้เรียนจำนวนมาก โดยเฉพาะเด็กในพื้นที่ห่างไกลที่อาจเข้าไม่ถึงข้อมูลหรือขาดผู้ให้คำแนะนำอย่างใกล้ชิด</p>



<p>จากประสบการณ์ที่ผ่านการสมัคร TCAS มาแล้วสองรอบ คือ TCAS67 และ TCAS68 เขาพบว่าเด็กจำนวนไม่น้อยพลาดโอกาสเพียงเพราะไม่เข้าใจขั้นตอนการสมัคร ไม่ทราบกำหนดการสำคัญ หรือไม่สามารถติดตามข้อมูลที่เปลี่ยนแปลงในแต่ละปีได้ทัน</p>



<p>ข้อเสนอสำคัญคือ การพัฒนาระบบสื่อสารและแนะแนวที่เข้าถึงตัวผู้เรียนโดยตรง ใช้ภาษาที่เข้าใจง่าย และออกแบบให้สอดคล้องกับความแตกต่างของผู้เรียนแต่ละกลุ่ม เพื่อไม่ให้ศักยภาพของเด็กต้องสูญหายไปเพราะข้อจำกัดด้านข้อมูล</p>



<p>“ผมอยากให้มีรูปแบบการแนะนำเรื่องระบบ TCAS ให้ถึงตัวเด็กและเข้าใจง่าย เพราะบางปีมีความซับซ้อน เด็กแต่ละคนมีความพร้อมและความเข้าใจไม่เหมือนกัน ทำให้เกิดปัญหาตกหล่นเรื่องการสอบหรือการสมัคร อยากให้มีการแนะแนวที่ตรงจุดมากกว่านี้ เพื่อจะได้ไม่เสียบุคคลที่มีศักยภาพไปเพราะไม่สามารถเข้าถึงข้อมูล”</p>



<p></p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>2. ยกระดับระบบแนะแนว ช่วยให้เด็กค้นพบเส้นทางของตนเอง</strong></h3>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-full is-resized"><img decoding="async" loading="lazy" width="569" height="855" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/04-2.jpg" alt="" class="wp-image-103057" style="width:400px" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/04-2.jpg 569w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/04-2-200x300.jpg 200w" sizes="(max-width: 569px) 100vw, 569px" /><figcaption class="wp-element-caption">ศศิวรรณ พุ่มจำปา</figcaption></figure></div>


<p></p>



<p>นอกจากข้อมูลเกี่ยวกับการสมัครเรียนแล้ว เยาวชนหลายคนยังสะท้อนตรงกันว่า ระบบแนะแนวในโรงเรียนยังมีบทบาทไม่มากพอในการช่วยให้ผู้เรียนวางแผนอนาคต</p>



<p><strong>“อั้ม” ศศิวรรณ พุ่มจำปา</strong> อดีตนักเรียนทุนเสมอภาคจากจังหวัดสุพรรณบุรี ปัจจุบันเป็นนักศึกษาชั้นปีที่ 2 สาขาอาชีวอนามัยและความปลอดภัย มหาวิทยาลัยราชภัฏบ้านสมเด็จเจ้าพระยา ซึ่งเข้าศึกษาผ่านระบบ TCAS68 มองว่า เด็กจำนวนมากยังไม่เข้าใจภาพรวมของระบบ TCAS และไม่แน่ใจว่าตนเองควรเลือกเส้นทางการศึกษาหรืออาชีพแบบใด</p>



<p>เธอเสนอให้โรงเรียนมีระบบแนะแนวที่เข้มข้นมากขึ้น ทั้งการให้ข้อมูลการศึกษาต่อ การสำรวจความสนใจ ความถนัด และการช่วยให้เด็กค้นพบศักยภาพของตนเองตั้งแต่เนิ่น ๆ เพราะการแนะแนวที่มีคุณภาพไม่เพียงช่วยให้เด็กเลือกคณะได้เหมาะสม ยังช่วยลดต้นทุนด้านเวลา ค่าใช้จ่าย และความเสี่ยงจากการตัดสินใจผิดพลาดในอนาคต</p>



<p>“การแนะแนวสำคัญเพราะจะได้รู้เลยว่าจะไปทางไหน จะได้รู้ตัวเองด้วยว่าชอบอะไร ถนัดทางด้านไหน อยากให้มีเครื่องมือหรือแบบสำรวจให้เด็ก ๆ ได้ลองค้นหาตัวเองก่อนที่จะต้องสมัครจริง”</p>



<p></p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>3. ขยายการสนับสนุนให้ครอบคลุม “ค่าใช้จ่ายที่มองไม่เห็น”</strong></h3>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-full"><img decoding="async" loading="lazy" width="855" height="569" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/02-4.jpg" alt="" class="wp-image-103059" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/02-4.jpg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/02-4-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/02-4-768x511.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/02-4-750x500.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/02-4-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /><figcaption class="wp-element-caption">ชัญญานุช อยู่เจริญ</figcaption></figure></div>


<p></p>



<p>แม้ค่าเล่าเรียนจะเป็นภาระสำคัญ แต่สำหรับเด็กยากจน ค่าใช้จ่ายจำนวนมากเกิดขึ้นก่อนที่จะได้ก้าวเข้าสู่มหาวิทยาลัย</p>



<p><strong>“ใบเตย” ชัญญานุช อยู่เจริญ</strong> อดีตนักเรียนทุนเสมอภาคจากจังหวัดศรีสะเกษ ปัจจุบันเป็นนักศึกษาชั้นปีที่ 2 สาขาอาชีวอนามัยและความปลอดภัย มหาวิทยาลัยราชภัฏบ้านสมเด็จเจ้าพระยา สะท้อนว่า ค่าเดินทางไปสอบ ค่าสมัครสอบ ค่าเครื่องแบบ ค่าอุปกรณ์การเรียน และค่าใช้จ่ายอื่น ๆ ที่เกิดขึ้นในช่วงเปลี่ยนผ่านจากมัธยมศึกษาสู่อุดมศึกษา ล้วนเป็นภาระสำคัญสำหรับครอบครัวที่มีรายได้น้อย</p>



<p>ข้อเสนอของเธอคือ การมีระบบทุนหรือมาตรการช่วยเหลือที่ครอบคลุมค่าใช้จ่ายเหล่านี้ เพื่อให้เด็กไม่ต้องกังวลว่าความฝันในการเรียนต่อจะสะดุดเพราะค่าใช้จ่ายที่หลายคนอาจมองว่าเป็นเรื่องเล็กน้อย</p>



<p>“หนูอยากให้มีทุนที่ช่วยเรื่องค่าเทอม ค่าชุด ค่าอุปกรณ์การเรียน และค่าเดินทางไปสอบ เพื่อให้นักเรียนที่ไม่มีทุนทรัพย์ไม่ต้องกังวลเรื่องนี้”</p>



<p></p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>4. สร้างกลไกช่วยเหลือเด็กที่ “สอบติดแล้ว แต่ยังไปต่อไม่ได้”</strong></h3>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-full is-resized"><img decoding="async" loading="lazy" width="569" height="855" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/05-4.jpg" alt="" class="wp-image-103058" style="width:400px" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/05-4.jpg 569w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/05-4-200x300.jpg 200w" sizes="(max-width: 569px) 100vw, 569px" /><figcaption class="wp-element-caption">จุฬาลักษณ์ เพ็งเรือง</figcaption></figure></div>


<p></p>



<p><strong>“ลูกหว้า” จุฬาลักษณ์ เพ็งเรือง</strong> นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 จากจังหวัดสุราษฎร์ธานี ผู้เคยได้รับทุนเสมอภาคช่วง ม.ต้น และได้รับทุนก้าวเพื่อน้องต่อเนื่องในระดับ ม.ปลาย สะท้อนภาพที่เกิดขึ้นจริงในหลายพื้นที่ว่า เด็กจำนวนหนึ่งยังต้องพักการเรียนหรือออกไปทำงานก่อน เพราะครอบครัวไม่สามารถรับภาระค่าใช้จ่ายในการศึกษาต่อได้ทันที</p>



<p>ประสบการณ์ดังกล่าวชี้ให้เห็นว่า การสอบติดมหาวิทยาลัยอาจไม่ใช่หลักประกันว่าเด็กจะได้เรียนต่อจริง หากยังขาดกลไกช่วยเหลือในช่วงรอยต่อสำคัญระหว่างการศึกษาขั้นพื้นฐานและอุดมศึกษา</p>



<p>ข้อเสนอที่เยาวชนหลายคนเห็นตรงกัน คือการจัดตั้งระบบหรือกองทุนช่วยเหลือสำหรับนักเรียนที่สอบติดแล้วแต่ขาดแคลนทุนทรัพย์ เพื่อให้ไม่มีใครต้องละทิ้งโอกาสทางการศึกษาเพียงเพราะไม่มีเงินสำหรับค่าใช้จ่ายแรกเข้า</p>



<p>“วัยหนู ควรเป็นวัยที่การเรียนต้องมาก่อน แต่กลายเป็นว่าหลายคนหลายคนต้องเลือกระหว่างเรียนไปด้วยทำงานไปด้วย หรือดรอปการเรียนไว้ก่อน มีทุนแล้วค่อยเรียนต่อ ทั้งที่ทุกคนเชื่อว่าการศึกษาจะช่วยให้มีชีวิตที่มั่นคงขึ้น”</p>



<p></p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>5. เชื่อมต่อระบบกู้ยืมเพื่อการศึกษาให้ครอบคลุมช่วงรอยต่อสู่มหาวิทยาลัย</strong></h3>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-full"><img decoding="async" loading="lazy" width="855" height="569" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/06-4.jpg" alt="" class="wp-image-103060" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/06-4.jpg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/06-4-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/06-4-768x511.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/06-4-750x500.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/06-4-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /><figcaption class="wp-element-caption">เมธี ปัญญาหอม</figcaption></figure></div>


<p></p>



<p><strong>“ธีร์” เมธี ปัญญาหอม</strong> อดีตนักเรียนทุนเสมอภาคจากจังหวัดลพบุรี ปัจจุบันเป็นนักศึกษาชั้นปีที่ 4 สาขาวิศวกรรมเคมี คณะวิศวกรรมศาสตร์ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง เข้าศึกษาผ่านระบบ TCAS65 เสนอว่า ระบบกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา (กยศ.) ควรมีบทบาทในการสนับสนุนค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องกับการเข้าสู่มหาวิทยาลัยตั้งแต่ช่วงรอยต่อมัธยมศึกษา</p>



<p>ไม่ว่าจะเป็นค่าสมัครสอบ ค่าเดินทาง หรือค่าใช้จ่ายที่จำเป็นในกระบวนการสมัครเรียนต่อ เพื่อช่วยลดภาระของครอบครัวและลดความจำเป็นที่เด็กต้องหาเงินมาสำรองจ่ายด้วยตนเองก่อนจะได้รับสิทธิการกู้ยืมในระดับอุดมศึกษา</p>



<p>“เป็นไปได้หรือไม่ที่ค่าใช้จ่ายในการสอบ TCAS สามารถจัดสรรผ่าน กยศ. ตั้งแต่ก่อนเข้ามหาวิทยาลัย จะได้ไม่ต้องหาเงินมาสำรองจ่ายจำนวนมาก ถ้าช่วยได้จะช่วยลดภาระของนักเรียนและครอบครัวได้มาก”</p>



<p></p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>จาก “ระบบคัดเลือก” สู่ “ระบบหลักประกันโอกาส”</strong></h3>



<figure class="wp-block-image size-full"><img decoding="async" loading="lazy" width="855" height="569" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/07-2.jpg" alt="" class="wp-image-103061" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/07-2.jpg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/07-2-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/07-2-768x511.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/07-2-750x500.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/07-2-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /></figure>



<p></p>



<p>เมื่อพิจารณาจากเสียงสะท้อนของเยาวชนทั้ง 5 คน จะพบว่าความท้าทายของการเข้าถึงอุดมศึกษาไม่ได้อยู่ที่การสอบแข่งขันเพียงอย่างเดียว หากแต่อยู่ในรายละเอียดรายทางที่อาจทำให้เด็กจำนวนมากหลุดออกจากเส้นทางการศึกษาได้ทุกเมื่อ</p>



<p>ไม่ว่าจะเป็นช่องว่างด้านข้อมูล การแนะแนวที่ยังไม่ทั่วถึง ภาระค่าใช้จ่ายที่มองไม่เห็น หรือการขาดระบบรองรับในช่วงรอยต่อก่อนเข้าสู่มหาวิทยาลัย</p>



<p>ข้อเสนอจากเยาวชนเหล่านี้จึงไม่ได้เรียกร้องสิทธิพิเศษเหนือใคร แต่เป็นข้อเสนอเพื่อทำให้ระบบการศึกษาของไทยมี “หลักประกันโอกาส” มากเพียงพอที่จะช่วยให้เด็กทุกคน โดยเฉพาะเด็กจากครอบครัวที่ขาดแคลนทุนทรัพย์ สามารถก้าวจากห้องเรียนในระดับมัธยมศึกษาไปสู่รั้วมหาวิทยาลัยได้อย่างมั่นคง</p>



<p>ความร่วมมือที่เกิดขึ้นระหว่าง กสศ. สำนักงานปลัดกระทรวง อว. ทปอ. ที่ประชุมอธิการบดีมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล ที่ประชุมอธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฏ และสมาคมสถาบันอุดมศึกษาเอกชนแห่งประเทศไทย จึงไม่ใช่เพียงการลดหรือยกเว้นค่าสมัครสอบ TCAS เท่านั้น แต่คือการวางรากฐานของระบบความช่วยเหลือที่ใช้ข้อมูลจาก กสศ. ในการเชื่อมต่อเด็กที่ขาดแคลนทุนทรัพย์เข้าสู่ทุนการศึกษา สวัสดิการ และมาตรการสนับสนุนที่จำเป็น&nbsp;</p>



<p>เพราะการเปิดประตูอุดมศึกษาที่แท้จริง ไม่ได้หมายถึงการเพิ่มจำนวนที่นั่งในมหาวิทยาลัย หากหมายถึงการทำให้เด็กทุกคนมีโอกาสเดินไปถึงที่นั่งนั้นได้จริง โดยไม่ถูกทิ้งไว้ข้างหลังระหว่างทาง</p>



<p></p>



<hr class="wp-block-separator has-alpha-channel-opacity"/>



<p><strong>อ่านข่าว:</strong> <a href="https://www.eef.or.th/news-120626/" target="_blank" rel="noopener" title="">อว.-กสศ.-ทปอ. ปักธง TCAS70 ‘สร้างหลักประกันโอกาส’ พัฒนาทุนมนุษย์ เชื่อมข้อมูลเด็กขาดแคลนทุนทรัพย์ สู่ทุนการศึกษา-สวัสดิการ ตัดวงจรเหลื่อมล้ำเข้ามหาวิทยาลัย</a></p><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/article-150626/">เปิดประตูอุดมศึกษา เพื่อความฝันที่ไม่ถูกทอดทิ้ง: 5 เสียงเยาวชน สู่ข้อเสนอต่อระบบ TCAS และหลักประกันโอกาสทางการศึกษา</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>‘หลักสูตรจักรวาลวิทยาฟุตบอล’ สนามการเรียนรู้ที่โอบรับความต่างและความฝันนอกห้องเรียน</title>
		<link>https://www.eef.or.th/article-090626/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 09 Jun 2026 10:25:20 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Movement]]></category>
		<category><![CDATA[บทความ]]></category>
		<category><![CDATA[รศ.ดร.ซุกรี หะยีสาแม]]></category>
		<category><![CDATA[Thailand Zero Dropout PLUS]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?p=102908</guid>

					<description><![CDATA[<p>“การศึกษาเท่านั้นที่จะเปลี่ยนคุณภาพชีวิตของคนๆ หนึ่ง จา [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/article-090626/">‘หลักสูตรจักรวาลวิทยาฟุตบอล’ สนามการเรียนรู้ที่โอบรับความต่างและความฝันนอกห้องเรียน</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><em>“การศึกษาเท่านั้นที่จะเปลี่ยนคุณภาพชีวิตของคนๆ หนึ่ง จากสิ่งที่เขามีอยู่ไปสู่อนาคตที่ดีกว่าได้”</em></p>



<p><strong>รศ.ดร.ซุกรี หะยีสาแม</strong> กรรมการสภามหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์อนุกรรมการจัดการศึกษาเชิงพื้นที่เพื่อลดความเหลื่อมล้ำและพัฒนาเยาวชนและแรงงานนอกระบบ กสศ. เชิญชวนสังคมให้ตระหนักถึงความสำคัญของการศึกษา โดยเน้นย้ำคำอธิบายต่อท้ายว่า<em> </em>การศึกษาจะต้องเปิดกว้าง ยืดหยุ่นและโอบรับทุกโจทย์ชีวิตของเด็ก&nbsp; และห้องเรียนต้องไม่ถูกจำกัดไว้แค่ในโรงเรียน <em>&nbsp;เพราะการเรียนรู้เกิดขึ้นได้ทุกที่ ไม่ว่าจะเป็นทุ่งนา ป่ายาง หรือแม้แต่&#8230;สนามฟุตบอล</em></p>



<p>ในหมวกของรองประธานสโมสรปัตตานี เอฟซี (Pattani Fc) รศ.ซุกรี มองว่า ปัจจุบัน ‘ฟุตบอล’ เป็นกีฬายอดนิยมของคนทั่วโลก หากมีการนำฟุตบอลมาเป็นสื่อกลางในการเรียนรู้ จะสามารถดึงเด็กและเยาวชน โดยเฉพาะกลุ่มที่เสี่ยงหลุดจากระบบการศึกษา หรือหลุดจากระบบการศึกษาไปแล้ว ให้กลับมาสู่เส้นทางการเรียนรู้และฝันถึงอนาคตของตนเองได้อีกครั้ง&nbsp;&nbsp;</p>



<p>“ผมว่าฟุตบอลมันเป็นสิ่งที่มหัศจรรย์นะ เชื่อว่าหลายๆ คนรวมทั้งตัวผมเองยังนึกไม่ออกว่าถ้าไม่มีการเรียนรู้จากการเล่นฟุตบอล เราอาจจะมาไม่ถึงตรงนี้ก็ได้”</p>



<p>“เพราะฉะนั้น ถ้ากสศ.จะทำหลักสูตรฟุตบอล ผมเชื่อว่ามันจะช่วยเปลี่ยนแปลงเด็กหลายคน เพราะฟุตบอล มันไม่ใช่เกมเพื่อการแข่งขันแล้วจบ แต่มันเหมือนเครื่องมือที่จะสร้างคุณค่าร่วมของคน แล้วก็เป็นเครื่องมือสร้างสังคม สร้างเศรษฐกิจต่างๆ ขึ้นมา”</p>



<p>ทั้งนี้ รศ.ซุกรี กล่าวว่าเมื่อนำความสนใจในฟุตบอลมาเชื่อมกับการศึกษายืดหยุ่น เพื่อแก้โจทย์ท้าทาย Thailand Zero Dropout PLus&nbsp; ของกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) อาจจะต้องมองถึงสาเหตุที่ทำให้เด็กจำนวนหนึ่งหลุดจากระบบการศึกษา ว่านอกเหนือจากปัญหาความยากจนแล้ว&nbsp; ยังมีอะไรอีกบ้างที่เป็นปัจจัยสำคัญ</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-full"><img decoding="async" loading="lazy" width="855" height="569" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/01.jpg" alt="" class="wp-image-102909" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/01.jpg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/01-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/01-768x511.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/01-750x500.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/01-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /><figcaption class="wp-element-caption">รศ.ดร.ซุกรี หะยีสาแม</figcaption></figure></div>


<p></p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>เด็กหันหลังให้ระบบการศึกษา เพราะรู้สึกไร้ตัวตนในโรงเรียน ขาดเป้าหมายชีวิต&nbsp;</strong></h3>



<p>“เท่าที่ผมสังเกตนะ นอกจากเศรษฐกิจและการเลี้ยงดูของครอบครัวที่เป็นพื้นฐาน เหตุผลหนึ่งคือเด็กเขาไม่มีเป้าหมายในชีวิต คือเขาไม่รู้ว่าพรุ่งนี้จะเป็นอย่างไร&nbsp; และถัดมาก็เป็นเรื่องของการที่เขารู้สึกว่าตัวเองไม่มีค่าในจุดที่เขาอยู่ สมมุติว่าเขาอยู่ในโรงเรียน ถ้าเมื่อไหร่เขารู้สึกว่าตัวเองไม่มีตัวตน ส่วนใหญ่ก็จะเริ่มเฟดออก”</p>



<p>ดังนั้น แทนที่จะปล่อยให้เด็กหล่านี้ไปแสวงหาตัวตนในพื้นที่ที่ไม่ปลอดภัย ถ้าเราเปลี่ยนสนามฟุตบอลเป็นพื้นที่เรียนรู้ ที่พวกเขาสามารถปลดปล่อยศักยภาพ และมองเห็นเป้าหมายของตนเอง เราจะรักษาเด็กจำนวนไม่น้อยให้อยู่ในระบบ และดึงเด็กที่หลุดจากระบบไปแล้วให้กลับมาสู่เส้นทางการเรียนรู้ได้ ซึ่งในมุมมองของ รศ.ซุกรี เด็กที่อยู่ในกระบวนการของฟุตบอล ไม่ว่าจะระดับไหน หรือในบทบาทอะไร คุณลักษณะที่ส่งเสริมให้เกิดขึ้นได้ คือ วินัย และน้ำใจนักกีฬา ‘รู้แพ้ รู้ชนะ รู้อภัย’&nbsp;</p>



<p>“ผมเชื่อว่า แค่ใช้คำว่า ฟุตบอลเป็นเครื่องมือ มันก็จะเป็นแรงดึงดูดบางอย่างให้เด็กที่เขาเคยหันหลังให้กับระบบการศึกษาปกติ เขาวิ่งเข้ามา แล้วร้อยทั้งร้อยเด็กพวกนี้ในชีวิตเขาไม่ฟังใครแล้ว ยกเว้นโค้ช เพราะฉะนั้นตรงนี้ที่เราคิดว่าพลังของฟุตบอลซึ่งเป็นพลังสากลมันมีแรงดึงดูด&nbsp; ถ้าเราเอามาใช้ให้เกิดประโยชน์กับเด็ก ผมมั่นใจว่าจะเป็นสิ่งที่สร้างคุณค่าสร้างคุณูปการได้อย่างมากเลยครับ”</p>



<p></p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>เปลี่ยนสนามฟุตบอลเป็นห้องเรียน เปิดทางเลือกสู่อนาคตด้วยหลักสูตรฟุตบอล</strong></h3>



<p>สำหรับเด็กบางคน การนั่งนิ่งๆ ในห้องเรียนอาจไม่ตอบโจทย์&nbsp; อาชีพในฝันสำหรับเขาอาจไม่ใช่การทำงานในห้องแอร์เย็นเฉียบ เส้นทางการเรียนรู้จึงไม่ควรมีเส้นทางเดียว รศ.ซุกรี เสนอให้สร้างจินตนาการใหม่ว่า สนามฟุตบอลคือห้องเรียน หรือโรงเรียนที่ไร้รั้ว</p>



<p>“ถ้าเราเห็นว่าฟุตบอลคือโรงเรียน เราไม่ได้สอนฟุตบอลอย่างเดียวนะ แต่เราเอาฟุตบอลมาเป็นพื้นที่ที่เด็กจะไปรวมกัน แล้วก็สอนอย่างอื่นด้วย ซึ่งผมมองว่าไม่ว่าจะสอนอะไรเด็กก็พร้อมที่จะรับ เพราะว่าใจเขาเปิดแล้ว ผมว่าอันนี้เป็นสิ่งที่น่าสนใจมากเลย มันเป็นแรงดึงดูดของฟุตบอล”&nbsp;</p>



<p>การใช้ฟุตบอลเป็นสื่อกลางการเรียนรู้ในความหมายนี้ <strong>เป้าหมายจึงไม่ใช่การสร้างนักฟุตบอลอาชีพ แต่คือการสร้างเด็กที่เห็นคุณค่าในตัวเอง&nbsp;</strong></p>



<p>“เราสามารถที่จะสร้างสังคมจากฟุตบอล เด็กจะรู้จักว่าการคบเพื่อนเป็นยังไง มันจะสอนเรื่องอื่นๆ ได้หมดเลย และที่สำคัญก็คือ มันจะสร้างคาแร็กเตอร์ให้เด็ก โดยเฉพาะการสร้างความหวัง <em>&#8230;ความหวังระยะสั้นของเขาคือการเล่นฟุตบอล แต่ว่าความหวังที่ยาวกว่านั้น เราสามารถที่จะใส่ไปให้เขาได้จากฟุตบอล</em>&nbsp; ผมเชื่ออย่างนี้”&nbsp;</p>



<p>นอกจากการใช้ฟุตบอลเป็นเครื่องมือดึงเด็กเข้าสู่เส้นทางการเรียนรู้ ในส่วนขององค์ความรู้และทักษะที่เกิดขึ้นจากกระบวนการฟุตบอล รศ.ซุกรี มองว่าสามารถนำไปออกแบบเป็น ‘หลักสูตร’ ที่บูรณาการรายวิชาต่างๆ เสริมสร้างเจตคติและพัฒนาทักษะชีวิตได้อย่างรอบด้าน&nbsp;<br></p>



<figure class="wp-block-image size-full"><img decoding="async" loading="lazy" width="855" height="569" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/02-1.jpg" alt="" class="wp-image-102910" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/02-1.jpg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/02-1-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/02-1-768x511.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/02-1-750x500.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/02-1-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /></figure>



<p>“เราอาจจะบวกวิชาทางด้านสังคมศาสตร์&nbsp; ภาษา วิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ เรื่องความเร็ว ความสูง การเคลื่อนที่โพรเจกไทต์ของฟุตบอล (Projectile Motion) ได้หมด และจะเป็นประโยชน์อย่างมาก&nbsp;</p>



<p>ส่วนในเรื่องของทักษะก็ไม่ควรจะเป็นแค่การเล่นฟุตบอลอย่างเดียว เช่น การแป การยิงต่างๆ ระบบการเล่น &#8230;ไม่พอ เราอาจจะใส่เรื่องอื่นเข้าไปให้เด็กได้ด้วย โดยเฉพาะเรื่องของจิตวิทยา ยิ่งถ้าเด็กกลุ่มนี้เป็นเด็กที่หลุดจากระบบการศึกษาไปแล้ว ถ้าไม่ทำอะไรเขาจะมีความเสี่ยงมากเลย แต่ถ้าเราบ่มเพาะดีๆ เขาก็จะเป็นอีกคนหนึ่งไปเลย”</p>



<p><em>“เพราะฉะนั้นหลักสูตรฟุตบอล เรื่องใหญ่เลยคือให้เด็กเขามีความหวัง ให้เขาเห็นค่าในตัวเอง&nbsp; ถึงไม่ใช่ทุกคนที่จะได้เป็นนักฟุตบอลอาชีพ แต่ก็ยังมีทางเลือกอื่น อาชีพอื่นที่เขาสามารถทำได้ มีอนาคต ผมว่ามันจะเปลี่ยนเส้นทางชีวิตเขาได้พอสมควรเลย”</em></p>



<p></p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>‘It takes a village to raise a child’&nbsp; เชื่อมพ่อแม่ โรงเรียน และชุมชน</strong></h3>



<p>เช่นเดียวกับภาษิตแอฟริกันที่ว่า ‘It takes a village to raise a child’</p>



<p>รศ. ซุกรี บอกว่าการจะดูแลเด็กคนหนึ่งให้เติบโตและมีคุณภาพต้องใช้คนทั้งหมู่บ้าน ไม่ใช่แค่พ่อแม่ หรือแค่ครอบครัวเท่านั้น</p>



<p>“อันนี้เป็นอุดมคติ แต่ในทางปฏิบัติมันก็ไม่ง่าย ในทางปฏิบัติ&nbsp; village ที่ว่านี้คือใครบ้าง ในเรื่องเด็กนอกระบบ หนีไม่พ้นก็ผู้นำชุมชนนี่แหละ ที่ต้องเข้าไปดูแลครอบครัว ไปกระตุ้นให้เขารู้สึกว่า เด็กจำเป็นต้องอยู่ในระบบ ด้วยวิธีไหนก็แล้วแต่นะ&nbsp;</p>



<p>“อย่างทุนเสมอภาคทางการศึกษาที่ กสศ. ให้กับโรงเรียนต่างๆ ให้กับเด็กที่ยากจนพิเศษในพื้นที่ เป้าหมายนี้ของ กสศ. ไม่ได้เพียงแค่เอาเงินไปให้เด็กเพียงอย่างเดียว สิ่งที่เราอยากจะให้น้ำหนักมากกว่าก็คือ เอาเงินนี้เป็นเครื่องมือสานสัมพันธ์ระหว่างโรงเรียนกับเด็ก เพราะฉะนั้นโรงเรียนจะต้องติดตามดูแลเด็ก ในการจ่ายเงินให้เด็ก โรงเรียนก็จะใช้เป็นเครื่องมือสำหรับคุยกับผู้ปกครองให้มากขึ้น อันนี้เป็นแนวทางหนึ่ง”</p>



<p>“ภาคส่วนอื่นๆ ก็ได้แก่หน่วยงานที่เป็นภาครัฐ ภาคประชาสังคม ที่เห็นว่ากิจกรรมพัฒนาเด็กในรูปแบบอื่นๆ มีความจำเป็นมาก เช่น เด็กที่เขาไม่ชอบเรียนเลย แต่เขาอาจจะเก่งอย่างอื่น ทำอย่างไรให้เขารู้สึกว่าตัวเองมีค่า บางคนอาจจะวาดรูปเก่ง บางคนอาจจะจิตอาสาเก่ง บางคนเล่นฟุตบอลเก่ง เล่นกีฬาเก่ง ศิลปะเก่ง แต่ไม่ชอบเรียนหนังสือ เราต้องจัดกิจกรรมให้เด็กเหล่านี้ ให้เขารู้สึกว่าตัวเองมีตัวตน เมื่อไรคนเรารู้สึกว่าตัวเองมีตัวตน เขาก็เริ่มที่จะฝันถึงเป้าหมาย และเมื่อไรที่เขาเห็นเป้าหมาย ผมมั่นใจว่าเขาจะรู้สึกว่า เขาอยากมีอนาคตที่ดีนะ”&nbsp;</p>



<figure class="wp-block-image size-full"><img decoding="async" loading="lazy" width="855" height="569" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/03.jpg" alt="" class="wp-image-102911" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/03.jpg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/03-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/03-768x511.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/03-750x500.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/03-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /></figure>



<p></p>



<p>“ความหมายก็คือ ทุกคนในสังคม ทั้งที่เป็นหน่วยงานรัฐ เอกชน หรือเป็นจิตอาสาต่างๆ ที่อยู่ในพื้นที่ ถ้าเรามาช่วยกันตรงนี้มันจะช่วยได้เยอะเลย”</p>



<p>รศ.ซุกรี กล่าวถึงพลังความร่วมมือของทุกภาคส่วนเพื่อสร้างโอกาสทางการศึกษาที่ไม่ทิ้งเด็กคนไหนไว้ข้างหลัง พร้อมฝากไปถึงสังคมว่า ให้เชื่อมั่นว่าการศึกษาเท่านั้นที่จะเปลี่ยนคุณภาพชีวิตของคนๆ หนึ่ง จากสิ่งที่เขามีอยู่ไปสู่อนาคตที่ดีกว่าได้&nbsp;</p>



<p>“เราต้องมีการศึกษาที่มีคุณภาพนะ แล้ว<strong>การศึกษาที่มีคุณภาพ การศึกษาที่ดีนี่มันอาจจะเป็นทั้งการศึกษาในระบบและนอกระบบก็ได้</strong> อันนี้เป็นเรื่องแรกเลยที่คิดว่าอยากจะให้สังคม เชื่อมั่นอย่างนี้ ส่วนที่สอง อยากจะให้สังคมรับรู้ว่าวันนี้เรามีเด็กอีกจำนวนเยอะมาก ตั้งหลายแสนคนเลยนะที่เขาควรจะอยู่ในระบบการศึกษา ไม่ว่าจะในรูปแบบไหนก็ตาม&nbsp;</p>



<p>เด็กๆ กลุ่มนี้ถ้าเขาไม่ได้รับการเรียนรู้ที่ดี ไม่ได้รับพัฒนาโดยระบบการศึกษาที่ดี กลุ่มนี้ ถ้าเราไม่ช่วยกันดูแลจริงๆ อนาคตประเทศเราก็จะเหนื่อย อนาคตประเทศเราก็จะหนัก ก็เลยอยากจะให้สังคมช่วยกันตระหนักถึงตรงนี้ แล้วก็ร่วมกันชูประเด็นเหล่านี้ว่าเป็นเรื่องสำคัญ&nbsp;</p>



<p>เมื่อสังคมเห็นว่าเรื่องนี้มันเรื่องสำคัญ ผมเชื่อมั่นว่าทั้งองคาพยพของประเทศนี้ก็จะรับเรื่อง แล้วพอรับเรื่องปุ๊บ ผมว่านโยบายดีๆ ที่เกี่ยวข้องกับการศึกษาก็จะเพิ่มขึ้น แล้วพวกเราก็จะเห็นภาพเด็ก 5-6 แสนคนที่ว่านี้เข้าถึงการศึกษาที่ดีได้นะครับ”&nbsp;</p><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/article-090626/">‘หลักสูตรจักรวาลวิทยาฟุตบอล’ สนามการเรียนรู้ที่โอบรับความต่างและความฝันนอกห้องเรียน</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>เมื่อการศึกษาไม่ใช่ &#8220;สายพานผลิตคน&#8221; อีกต่อไป: ชวนสังคมไทยค้นหา &#8220;แสง&#8221; ในตัวเด็ก ก่อนโลกยุค AI จะนิยามความสำเร็จใหม่</title>
		<link>https://www.eef.or.th/article-070626/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 08 Jun 2026 05:57:15 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Movement]]></category>
		<category><![CDATA[บทความ]]></category>
		<category><![CDATA[ดร.ไกรยส ภัทราวาท]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?p=102890</guid>

					<description><![CDATA[<p>&#8220;เคยไหมครับ&#8230; วันที่เด็กค้นพบบางอย่างที่เขาช [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/article-070626/">เมื่อการศึกษาไม่ใช่ “สายพานผลิตคน” อีกต่อไป: ชวนสังคมไทยค้นหา “แสง” ในตัวเด็ก ก่อนโลกยุค AI จะนิยามความสำเร็จใหม่</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><em>&#8220;เคยไหมครับ&#8230; วันที่เด็กค้นพบบางอย่างที่เขาชอบ แล้วเหมือนมีพลังงานหรือแสงบางอย่างเปล่งประกายออกมา&#8221;</em> คำถามชวนคิดจาก <strong>ดร.ไกรยส ภัทราวาท ผู้จัดการกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.)</strong> บนเวที Alpha Skills Summit &amp; Expo 2026 ในหัวข้อ <strong>&#8220;Glowing Together: ปลดล็อกศักยภาพเด็กไทยด้วยการค้นหาตัวเอง&#8221; </strong>ถือเป็นหมุดหมายสำคัญที่ท้าทายให้สังคมไทยกลับมาทบทวนนิยามของการเติบโต ในยุคที่เทคโนโลยีหมุนเร็วกว่าหลักสูตร การเติบโตไปด้วยกัน (Growing Together) อาจไม่เพียงพออีกต่อไป แต่เป้าหมายใหม่คือการค้นหาแสง (Glowing) หรือวินาทีที่เด็กคนหนึ่งค้นพบตัวเองจนเปล่งประกายจากภายใน ซึ่งสิ่งนี้จะกลายเป็นเข็มทิศนำทางชีวิตพวกเขา ในวันที่ AI กำลังพลิกโฉมนิยามของความสำเร็จ</p>



<figure class="wp-block-image size-full"><img decoding="async" loading="lazy" width="855" height="569" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/image-12.jpeg" alt="" class="wp-image-102891" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/image-12.jpeg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/image-12-300x200.jpeg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/image-12-768x511.jpeg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/image-12-750x500.jpeg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/image-12-272x182.jpeg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /></figure>



<p></p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>ทลายระบบสายพาน เมื่อเกรดไม่ใช่มาตรวัดเดียวของชีวิต</strong></h3>



<p>ตลอดหลายทศวรรษของการปฏิวัติอุตสาหกรรม ระบบการศึกษาทั่วโลกถูกออกแบบให้มีลักษณะคล้ายสายพานการผลิต ที่มุ่งผลิตกำลังคนเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจผ่านการเรียนเป็นรายวิชา และวัดผลด้วยการจัดอันดับคะแนน แต่ในปัจจุบันที่เทคโนโลยีอย่าง ปัญญาประดิษฐ์ (AI), ระบบอัตโนมัติ (Automation) และหุ่นยนต์ สามารถทำงานซ้ำๆ ได้รวดเร็วและแม่นยำกว่ามนุษย์ การทำงานแบบเดิมให้เร็วขึ้นจึงไม่ใช่ทักษะที่โลกต้องการอีกต่อไป<strong> ดร.ไกรยส</strong> ชี้ให้เห็นว่า ระบบการศึกษาต้องหลุดพ้นจากการเป็นเพียงเครื่องมือป้อนคนเข้าตลาดแรงงาน แต่ต้องหันมามุ่งเน้นการสร้าง &#8220;ความเป็นมนุษย์&#8221; ทักษะที่เทคโนโลยีไม่อาจทดแทนได้<br></p>



<figure class="wp-block-image size-full"><img decoding="async" loading="lazy" width="855" height="569" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/image.png" alt="" class="wp-image-102892" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/image.png 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/image-300x200.png 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/image-768x511.png 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/image-750x500.png 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/image-272x182.png 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /></figure>



<p></p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>วิกฤตเด็กเกิดน้อย: ยิ่งน้อยคน ยิ่งต้องทำให้ทุกคนเปล่งแสง</strong></h3>



<p>วิกฤตที่น่ากังวล ในปี 2568 คือประเทศไทยมีเด็กเกิดใหม่เพียงราว 410,000 คน สวนทางกับประชากรสูงวัยที่เพิ่มขึ้นนับล้าน และคาดการณ์ว่าในปี 2569 จำนวนเด็กเกิดใหม่อาจลดต่ำลงไม่ถึง 300,000 คน เมื่อตัวเลขเด็กลดลงอย่างมีนัยสำคัญ สังคมไทยจึงต้องเปลี่ยนกระบวนการคัดกรองเด็กด้วยไม้บรรทัดเดียว มาเป็นการเจียระไนเด็กทุกคนเสมือนอัญมณีล้ำค่า ระบบการศึกษาต้องเอื้อให้เด็กแต่ละคนค้นพบตัวตนและได้ &#8220;เปล่งแสง&#8221; ออกมา ซึ่งพันธกิจนี้ไม่อาจสำเร็จได้ด้วยตัวเด็กเอง แต่ต้องอาศัยกลไกการสนับสนุนร่วมกัน ทั้งจากครอบครัว ครู ระบบการศึกษา สังคม และทุกคนสามารถมีส่วนร่วมได้</p>



<figure class="wp-block-image size-full"><img decoding="async" loading="lazy" width="855" height="569" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/image-13.jpeg" alt="" class="wp-image-102893" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/image-13.jpeg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/image-13-300x200.jpeg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/image-13-768x511.jpeg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/image-13-750x500.jpeg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/image-13-272x182.jpeg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /></figure>



<p></p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>ความสำเร็จไม่ได้สร้างเพียงลำพัง: จุดเริ่มต้นอยู่ที่ผู้มองเห็นศักยภาพ</strong></h3>



<p><strong>ดร.ไกรยส</strong> ยกตัวอย่างบทเรียนจากนักกีฬาระดับโลกอย่าง อลิซา หลิว (Alysa Liu) นักสเก็ตลีลา และ รอรี่ แม็คอิลรอย (Rory McIlroy) นักกอล์ฟแชมป์เมเจอร์ สะท้อนให้เห็นว่า พรสวรรค์จะเติบโตได้ก็ต่อเมื่อมี &#8220;ผู้สนับสนุน&#8221; ที่มองเห็น เบื้องหลังความสำเร็จของพวกเขาคือพ่อแม่ที่คอยสังเกตความชอบของเด็ก ยอมรับในจังหวะชีวิตที่มีทั้งช่วงพักและก้าวต่อ รวมถึงการเสียสละการทำงานหนักเพื่อแลกกับการสนับสนุนเส้นทางของเด็กและเยาวชน ซึ่งสิ่งเหล่านี้ตอกย้ำว่า ศักยภาพของเด็กจะผลิบานได้อย่างเต็มที่ เมื่อพวกเขาอยู่ในสภาพแวดล้อมที่เอื้อให้เติบโตในแบบที่ตัวเองเป็น</p>



<figure class="wp-block-image size-full"><img decoding="async" loading="lazy" width="855" height="569" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/image-14.jpeg" alt="" class="wp-image-102894" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/image-14.jpeg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/image-14-300x200.jpeg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/image-14-768x511.jpeg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/image-14-750x500.jpeg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/image-14-272x182.jpeg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /></figure>



<p></p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>บทบาทครอบครัวที่ต้องเปลี่ยน: จากคนส่งลูกเรียน สู่นักออกแบบการเรียนรู้</strong></h3>



<p><strong>ดร.ไกรยส</strong> เน้นย้ำ หน้าที่ของครอบครัวไม่ใช่แค่การส่งเด็กไปโรงเรียนให้ทันเวลา แต่คือการสวมบทบาท <strong>นักออกแบบการเรียนรู้ (Learning Designer)</strong> แม้เด็กจะใช้เวลาในโรงเรียนวันละ 8-10 ชั่วโมง แต่พื้นที่บ้าน กลับกินเวลา 2 ใน 3 ของชีวิต และเป็นพื้นที่สำคัญที่สุดในการค้นหาตัวตน การเปลี่ยนผ่านนี้เริ่มต้นได้จากการปรับวิธีคิด (Mindset) ของครอบครัว:</p>



<ul>
<li><strong>เปลี่ยนมาตรวัดความสำเร็จ:</strong> เลิกตั้งคำถามถึงตัวเลขคะแนนสอบ แต่หันมาใส่ใจว่าเด็กกำลังก้าวหน้าไปสู่เป้าหมายของเขาหรือไม่</li>



<li><strong>เปลี่ยนจาก Standardization สู่ Personalization: </strong>เลิกกดดันให้เด็กต้องเหมือนกันและแข่งขันกับคนอื่น แต่เปิดพื้นที่ให้เด็กแข่งขันกับเป้าหมายชีวิตของตัวเอง</li>
</ul>



<figure class="wp-block-image size-full"><img decoding="async" loading="lazy" width="855" height="569" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/image-15.jpeg" alt="" class="wp-image-102895" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/image-15.jpeg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/image-15-300x200.jpeg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/image-15-768x511.jpeg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/image-15-750x500.jpeg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/image-15-272x182.jpeg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /></figure>



<p></p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>&#8220;Future You&#8221; นวัตกรรม AI เพื่อค้นหาตัวตนและลดความเหลื่อมล้ำ</strong></h3>



<p>กสศ. ได้ร่วมมือกับสถาบันวิจัยระดับโลกอย่าง MIT และ KBTG เปิดตัวนวัตกรรม<strong> &#8220;Future You&#8221; </strong>เครื่องมือแชตบอต AI ที่ถูกออกแบบมาเพื่อช่วยให้เด็กค้นพบความสนใจ ความถนัด และจำลองภาพเป้าหมายชีวิตในอนาคตของตนเองผ่านบทสนทนา เครื่องมือนี้ไม่ใช่เพียงนวัตกรรมทางเทคโนโลยี แต่เป็นนวัตกรรมเพื่อลดความเหลื่อมล้ำ โดยเฉพาะในโรงเรียนพื้นที่ห่างไกลที่ขาดแคลนครูแนะแนว Future You จะช่วยเปิดโลกอาชีพให้เด็กๆ ได้เรียนรู้ว่า &#8220;โลกทั้งใบสามารถเป็นห้องเรียนได้&#8221;&nbsp;</p>



<figure class="wp-block-image size-full"><img decoding="async" loading="lazy" width="855" height="569" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/image-16.jpeg" alt="" class="wp-image-102896" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/image-16.jpeg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/image-16-300x200.jpeg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/image-16-768x511.jpeg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/image-16-750x500.jpeg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/image-16-272x182.jpeg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /></figure>



<p></p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>สู่อนาคตที่เด็กทุกคน Glow และประเทศ Grow อย่างยั่งยืน</strong></h3>



<p>ช่วงท้าย ดร.ไกรยส ตอกย้ำว่า การศึกษาสำหรับอนาคต ไม่ใช่ระบบที่พยายามผลิตคนที่เก่งเหมือนกัน แต่คือระบบนิเวศที่โอบอุ้มให้เด็กแต่ละคนค้นพบตัวเอง และใช้ศักยภาพนั้นสู่เป้าหมายชีวิตที่มีความหมาย เพราะ &#8220;การค้นหาตัวเอง&#8221; คือจุดเริ่มต้นที่แท้จริงของการวางแผนการศึกษา เมื่อเด็กเห็นเป้าหมายชัดเจน การเรียนรู้จะมีความหมาย และในวันที่<strong>เด็กไทยทุกคนสามารถเปล่งแสง (Glow) ในรูปแบบของตนเอง เมื่อนั้นประเทศไทยก็จะสามารถเติบโต (Grow) ไปข้างหน้า</strong>ได้อย่างแท้จริง</p>



<figure class="wp-block-image size-full"><img decoding="async" loading="lazy" width="855" height="569" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/image-17.jpeg" alt="" class="wp-image-102897" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/image-17.jpeg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/image-17-300x200.jpeg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/image-17-768x511.jpeg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/image-17-750x500.jpeg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/image-17-272x182.jpeg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /></figure>



<p></p>



<hr class="wp-block-separator has-alpha-channel-opacity"/>



<p><strong>ที่มา:</strong> เวทีเสวนา Alpha Skills Summit &amp; Expo 2026 หัวข้อ “Glowing Together : ปลดล็อกศักยภาพเด็กไทยด้วยการค้นหาตัวเอง”&nbsp; โดย ดร.ไกรยส ภัทราวาท ผู้จัดการกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.)&nbsp;</p><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/article-070626/">เมื่อการศึกษาไม่ใช่ “สายพานผลิตคน” อีกต่อไป: ชวนสังคมไทยค้นหา “แสง” ในตัวเด็ก ก่อนโลกยุค AI จะนิยามความสำเร็จใหม่</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>“รอยต่อของวัย และวุฒิการศึกษา” โอกาสที่เบ่งบานหลังม่านเวทีในห้องเรียนหมอลำเสียงอิสาน</title>
		<link>https://www.eef.or.th/article-080626/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 08 Jun 2026 05:20:22 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Movement]]></category>
		<category><![CDATA[บทความ]]></category>
		<category><![CDATA[THE ISAAN RECORD]]></category>
		<category><![CDATA[เกียรติศักดิ์ ชาวสวน]]></category>
		<category><![CDATA[โชคชัย โสมะนี]]></category>
		<category><![CDATA[คณะหมอลำเสียงอิสาน]]></category>
		<category><![CDATA[กสศ.]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?p=102878</guid>

					<description><![CDATA[<p>ภายใต้รอยยิ้มและท่วงท่าร่ายรำอันงดงามที่สะกดสายตาผู้ชมห [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/article-080626/">“รอยต่อของวัย และวุฒิการศึกษา” โอกาสที่เบ่งบานหลังม่านเวทีในห้องเรียนหมอลำเสียงอิสาน</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>ภายใต้รอยยิ้มและท่วงท่าร่ายรำอันงดงามที่สะกดสายตาผู้ชมหน้าฮ้าน ชีวิตของศิลปินหมอลำและคนเบื้องหลังคือการเดินทางที่ไม่มีจุดหยุดนิ่ง วิถีชีวิตที่ต้องรอนแรมค่ำไหนนอนนั่น เพื่อส่งมอบความสุขให้ผู้อื่น มักแลกมาด้วยการสูญเสียโอกาสสำคัญบางอย่างในชีวิต โดยเฉพาะการถูกพรากออกจากระบบการศึกษาในห้องเรียนปกติ</p>



<p>สำหรับเยาวชนและคนวัยทำงานในวงการนี้ <strong>‘วุฒิการศึกษา’</strong> มักเป็นความฝันที่ถูกพับเก็บไว้ใต้กระเป๋าเดินทาง พวกเขาถูกโครงสร้างทางสังคมบีบบังคับให้ต้องเลือกระหว่างการหาเงินเลี้ยงปากท้อง กับการไปโรงเรียน แม้หลายคนจะพยายามดิ้นรนเข้าสู่การศึกษานอกระบบ แต่เงื่อนไขของเวลาและสถานที่สอบ ก็มักจะกลายเป็นกำแพงสูงชันที่ผลักพวกเขาออกมาครั้งแล้วครั้งเล่า</p>



<p>ทว่าในวันนี้ ท่ามกลางความมืดมิดของข้อจำกัด แสงสว่างเล็กๆ ได้ถูกจุดขึ้นที่หลังม่านเวทีของคณะหมอลำยักษ์ใหญ่อย่าง <strong>‘เสียงอิสาน’</strong> ผ่านพื้นที่ที่เรียกว่า <strong>‘ห้องเรียนหมอลำ’</strong> นวัตกรรมทางการศึกษาทางเลือกที่ออกแบบมาเพื่อคนสู้ชีวิตโดยเฉพาะ นี่คือเรื่องราวของคนสองวัยที่กำลังพิสูจน์ให้เห็นว่า การเรียนรู้ไม่จำเป็นต้องหยุดนิ่ง และโอกาสสามารถเบ่งบานได้เสมอ ไม่ว่าจะอยู่หลังฉากการแสดงก็ตาม</p>



<p></p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>กศน. กับโจทย์ที่แก้ไม่ตกของคนทำงานกลางคืน</strong></h3>



<p>การศึกษาเป็นสิทธิพื้นฐาน แต่สำหรับคนทำงานกลางคืนที่ต้องสัญจรไปมา สิทธินั้นกลับคว้ามาได้ยากลำบาก <strong>ยืน–โชคชัย โสมะนี</strong> แดนเซอร์รุ่นใหม่ของคณะ คือหนึ่งในภาพสะท้อนของผู้ที่เคยพยายามต่อสู้เพื่อวุฒิการศึกษา แต่ต้องพ่ายแพ้ให้กับระบบทางการศึกษาที่มีอยู่</p>



<p>ยืน เล่าให้เราฟังว่า ในอดีตเขาเคยลงทะเบียนเรียนกับ <strong>การศึกษานอกระบบ (กศน.)</strong> ปัจจุบันคือ <strong>กรมส่งเสริมการเรียนรู้ (กสร.)</strong> ซึ่งออกแบบมาเพื่อคนวัยทำงาน ทว่า ในทางปฏิบัติ ระบบดังกล่าวยังคงออกแบบให้ผู้เรียนต้องเดินทางกลับไปทำข้อสอบยังสนามสอบในวันและเวลาที่กำหนด ซึ่งสวนทางกับตารางชีวิตของศิลปินหมอลำที่คาดเดาไม่ได้</p>



<p>“ปกติเราเรียนกับ กศน. อยู่แล้ว แต่เราต้องขี่รถกลับไปสอบ ซึ่งเราเองก็ไม่มีเวลา” ยืนสะท้อนปัญหาเชิงโครงสร้างที่เขาเผชิญ “แต่การเรียนกับห้องเรียนหมอลำไม่จำเป็นต้องกลับไปสอบ เราสามารถเรียนผ่านใบงาน ส่งงานออนไลน์ได้ มันเข้ากับการทำงานของเรามากกว่า” ยืนกล่าวเสริม</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-full"><img decoding="async" loading="lazy" width="855" height="570" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/DSC00129.jpg" alt="" class="wp-image-102879" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/DSC00129.jpg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/DSC00129-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/DSC00129-768x512.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/DSC00129-750x500.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/DSC00129-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /><figcaption class="wp-element-caption"><strong>ยืน–โชคชัย โสมะนี</strong> แดนเซอร์คณะหมอลำเสียงอิสาน</figcaption></figure></div>


<p></p>



<p>เมื่อข้อจำกัดเรื่องเวลาถูกปลดล็อก ยืนพบว่า การเรียนกลายเป็นเรื่องสนุก และสอดคล้องกับชีวิตจริง ครูจากโครงการจะส่งสื่อการเรียนรู้มาให้ทำความเข้าใจ เมื่อยืนแต่งหน้าทำผมเสร็จ และเคลียร์หน้าที่ของตัวเองเรียบร้อย มุมหนึ่งของเต็นท์พักจะกลายเป็นโต๊ะเรียนหนังสือขนาดย่อม</p>



<p>เมื่อข้อจำกัดเรื่องเวลาถูกปลดล็อก ยืนพบว่า การเรียนกลายเป็นเรื่องสนุก และสอดคล้องกับชีวิตจริง ครูจากโครงการจะส่งสื่อการเรียนรู้มาให้ทำความเข้าใจ เมื่อยืนแต่งหน้าทำผมเสร็จ และเคลียร์หน้าที่ของตัวเองเรียบร้อย มุมหนึ่งของเต็นท์พักจะกลายเป็นโต๊ะเรียนหนังสือขนาดย่อม</p>



<p>สิ่งที่น่าสนใจ คือ หลักสูตรของห้องเรียนหมอลำไม่ได้บังคับให้ผู้เรียนต้องท่องจำตำราวิชาการที่ห่างไกลตัว แต่กลับดึงเอาประสบการณ์หน้าเวทีมาเป็นบทเรียน ครั้งหนึ่งยืนได้รับโจทย์ให้ทำรายงานศึกษาความรู้สึกของผู้ชม เขาใช้วิธีสังเกตการณ์หน้าฮ้าน ก่อนจะค้นพบว่า ช่วงโชว์ตลก คือช่วงเวลาที่มวลชนหน้าฮ้านผ่อนคลายและปลดปล่อยความเครียดได้มากที่สุด&nbsp;</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large"><img decoding="async" loading="lazy" width="1400" height="933" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/image-8-1400x933.jpeg" alt="" class="wp-image-102880" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/image-8-1400x933.jpeg 1400w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/image-8-300x200.jpeg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/image-8-768x512.jpeg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/image-8-1536x1024.jpeg 1536w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/image-8-750x500.jpeg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/image-8-272x182.jpeg 272w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/image-8.jpeg 2048w" sizes="(max-width: 1400px) 100vw, 1400px" /></figure></div>

<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-full"><img decoding="async" loading="lazy" width="855" height="641" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/DSC00221.jpg" alt="" class="wp-image-102881" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/DSC00221.jpg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/DSC00221-300x225.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/DSC00221-768x576.jpg 768w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /><figcaption class="wp-element-caption"><strong>ยืน–โชคชัย โสมะนี</strong> ขณะทำการแสดง</figcaption></figure></div>


<p></p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>สะพานเชื่อมฝันของดาวรุ่งวัย 17 ปี</strong></h3>



<p>หากเรื่องราวของยืนคือการเติมเต็มสิ่งที่ขาดหายในวัยผู้ใหญ่ แต่สำหรับ <strong>เท็น–เกียรติศักดิ์ ชาวสวน</strong> วัย 17 ปี ห้องเรียนหมอลำคือสะพานคอนกรีตเสริมเหล็กที่จะพาเขาก้าวข้ามไปสู่อนาคต</p>



<p>เท็นเพิ่งจบการศึกษาชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 จากโรงเรียนหัวตะพานวิทยาคม จ.อำนาจเจริญ ด้วยสายเลือดที่คลุกคลีอยู่กับหมอลำของครอบครัว ประกอบกับความรักในเสียงร้องลำของคณะเสียงอิสาน เขาจึงตัดสินใจเบนเข็มชีวิตก้าวขึ้นสู่เวทีศิลปินเต็มตัวในปีนี้เป็นปีแรก</p>



<p>การเลือกเดินเส้นทางศิลปินตั้งแต่อายุยังน้อย มักมาพร้อมกับคำถามถึงอนาคตทางการศึกษา แต่สำหรับครอบครัวของเท็น เมื่อทราบว่าวงเสียงอิสานมีโครงการรองรับเรื่องนี้ ความกังวลจึงเปลี่ยนเป็นความยินดี</p>



<p>“ที่บ้านดีใจ ดีใจที่ว่า ลูกตัวเองจะเรียนด้วย ทำงานหมอลำไปด้วย ครอบครัวสนับสนุนพร้อมที่จะให้เรียน” เท็นเล่าด้วยน้ำเสียงสดใส</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-full"><img decoding="async" loading="lazy" width="1280" height="960" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/image-9.jpeg" alt="" class="wp-image-102884" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/image-9.jpeg 1280w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/image-9-300x225.jpeg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/image-9-768x576.jpeg 768w" sizes="(max-width: 1280px) 100vw, 1280px" /><figcaption class="wp-element-caption"><strong>เท็น–เกียรติศักดิ์ ชาวสวน</strong> แดนเซอร์คณะหมอลำเสียงอิสาน</figcaption></figure></div>


<p></p>



<p>แม้จะต้องยอมรับว่า การโบกมือลาห้องเรียนในโรงเรียน ทำให้เขาอดคิดถึงบรรยากาศการเข้าแถวหน้าเสาธงหรือเสียงออดพักเที่ยงไม่ได้ แต่เท็นมองว่า นี่คือการแลกเปลี่ยนที่คุ้มค่า การทำงานไปด้วยและเรียนไปด้วยในโครงการนี้ ไม่ใช่ความท้าทายที่หนักหนาเกินไปสำหรับเขา</p>



<p>เป้าหมายของเขาชัดเจนและแหลมคม เมื่อได้รับวุฒิการศึกษาจากห้องเรียนหมอลำ เขาตั้งใจจะนำมันไปเป็นใบเบิกทางสู่รั้วอุดมศึกษา เขาบอกกับเราว่า ตนสนใจด้านนิเทศศาสตร์ กับด้านการเต้นหมอลำ และดูมหาวิทยาลัยขอนแก่นเอาไว้</p>



<p>ความฝันที่จะได้เป็นนักศึกษาคณะนิเทศศาสตร์ เพื่อนำศาสตร์แห่งการสื่อสารมาต่อยอดการเล่าเรื่องราวของศิลปะอีสาน ถือเป็นก้าวที่ยิ่งใหญ่ ไม่ต่างจากความฝันสูงสุดบนเวทีของเขาที่อยากจะก้าวขึ้นเป็น ‘ตัวเฟิร์ส’ ที่เขาเองก็ตั้งเป้าหมายในห้องเรียนหมอลำนี้ไว้ หรือที่เรียกว่า นักแสดงตำแหน่งเด่นในโชว์เปิดวง</p>



<p></p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large"><img decoding="async" loading="lazy" width="1400" height="933" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/image-10-1400x933.jpeg" alt="" class="wp-image-102885" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/image-10-1400x933.jpeg 1400w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/image-10-300x200.jpeg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/image-10-768x512.jpeg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/image-10-1536x1024.jpeg 1536w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/image-10-750x500.jpeg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/image-10-272x182.jpeg 272w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/image-10.jpeg 2048w" sizes="(max-width: 1400px) 100vw, 1400px" /><figcaption class="wp-element-caption"><strong>เท็น–เกียรติศักดิ์ ชาวสวน</strong> ขณะทำการแสดง</figcaption></figure></div>


<p></p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>ปริญญาชีวิตที่ไม่มีวันหมดอายุ</strong></h3>



<p>เรื่องราวของยืนและเท็น เป็นเพียงสองหน้ากระดาษจากสมุดบันทึกเล่มใหญ่ของคณะเสียงอิสาน พวกเขาพิสูจน์ให้เห็นว่า เมื่อการศึกษาถูกออกแบบมาให้รับใช้ชีวิตและบริบทของผู้คนอย่างแท้จริง กำแพงแห่งความเหลื่อมล้ำก็สามารถถูกทลายลงได้</p>



<p>ห้องเรียนหมอลำไม่ได้ทำหน้าที่เพียงแค่ประทับตราบนใบประกาศนียบัตร แต่กำลังทำหน้าที่คืนศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ มอบความหวัง และยืนยันว่าคนทำงานเบื้องหลังที่คอยมอบความสุขให้ผู้อื่น ก็สมควรได้รับโอกาสในการสร้างความมั่นคงให้กับชีวิตตัวเองเช่นกัน</p>



<p>เมื่อเราถามเท็นว่า หากวันนั้นมาถึง วันที่วุฒิการศึกษาใบนี้อยู่ในมือ เขาจะนำมันไปอวดใครเป็นคนแรก</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-full"><img decoding="async" loading="lazy" width="1280" height="964" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/image-11.jpeg" alt="" class="wp-image-102886" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/image-11.jpeg 1280w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/image-11-300x226.jpeg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/image-11-768x578.jpeg 768w" sizes="(max-width: 1280px) 100vw, 1280px" /><figcaption class="wp-element-caption"><strong>เท็น–เกียรติศักดิ์ ชาวสวน</strong> ขณะกำลังขึ้นเวทีก่อนทำการแสดง</figcaption></figure></div>


<p></p>



<p>“ครอบครัว คนแรกคือ ย่า เพราะอยู่กับปู่กับย่าเป็นส่วนมาก” เท็นตอบด้วยรอยยิ้มที่เปี่ยมไปด้วยความหวัง</p>



<p>ก่อนที่เสียงดนตรีโชว์แรกจะเริ่มบรรเลง และพวกเขาต้องกลับไปสวมบทบาทศิลปินมอบความสุขให้กับผู้คนหน้าเวที เท็นทิ้งท้ายบทสนทนาด้วยประโยคสั้นๆ ที่เขาตั้งใจฝากถึงตัวเองในอนาคต ประโยคที่ไม่ได้ซับซ้อน แต่สะท้อนถึงหัวใจที่เข้มแข็งของหางเครื่องคนเก่ง</p>



<p>“สู้ๆ นะตัวเอง”</p>



<p></p>



<hr class="wp-block-separator has-alpha-channel-opacity is-style-default"/>



<p><strong>บทสัมภาษณ์นี้เป็นความร่วมมือระหว่าง กสศ. และ The Isaan Record</strong><br>เรื่อง: สุภโชค จันทร์สกุล<br>ภาพ: ทิพวัลย์ โลหะสาร, ธนภัทร สิงห์โท</p><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/article-080626/">“รอยต่อของวัย และวุฒิการศึกษา” โอกาสที่เบ่งบานหลังม่านเวทีในห้องเรียนหมอลำเสียงอิสาน</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>“Pay for Success” เมื่อผลลัพธ์ที่วัดผลได้ คือ ความสำเร็จและเงื่อนไขของการลงทุนทางสังคม</title>
		<link>https://www.eef.or.th/article-040626/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 04 Jun 2026 04:08:24 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Movement]]></category>
		<category><![CDATA[บทความ]]></category>
		<category><![CDATA[การเงินเพื่ออนาคต ยกระดับทุนมนุษย์: โอกาสและประสบการณ์ในไทยและต่างประเทศ]]></category>
		<category><![CDATA[Outcome-Based Contract]]></category>
		<category><![CDATA[Pay for Success]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?p=102780</guid>

					<description><![CDATA[<p>จะเป็นอย่างไรถ้าผู้ให้ทุนจะจ่ายเงินให้ ก็ต่อเมื่อผลลัพธ [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/article-040626/">“Pay for Success” เมื่อผลลัพธ์ที่วัดผลได้ คือ ความสำเร็จและเงื่อนไขของการลงทุนทางสังคม</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong><em>จะเป็นอย่างไรถ้าผู้ให้ทุนจะจ่ายเงินให้ ก็ต่อเมื่อผลลัพธ์สามารถวัดผลได้และจับต้องได้จริง</em></strong></p>



<p><strong>“นวัตกรรมการจ่ายเงินตามผลลัพธ์”</strong> ที่เรียกว่ากลไก <strong>“Pay for Success”</strong> หรือ <strong>“Outcome-Based Contract”</strong> อาจฟังดูไม่คุ้นหูนัก เพราะยังเป็นเรื่องใหม่ในประเทศไทย แต่กลไกดังกล่าวได้มีการศึกษาและทดลองจริงแล้วในช่วงที่ผ่านมา ซึ่งผลลัพธ์ที่ได้จากประสบการณ์ของผู้มีส่วนเกี่ยวข้องล้วนเป็นที่น่าพอใจ กลไกนี้จึงอาจเป็นอีกหนึ่งทางเลือกเพื่อผลักดันการแก้ไขปัญหาสังคมอย่างจับต้องได้ และส่งเสริมนิเวศของการลงทุนเพื่อสังคมอย่างยั่งยืนและเกิดผลลัพธ์ตามที่ผู้ให้ทุนคาดหวัง ไม่ว่าจะเป็นภาครัฐหรือภาคเอกชนที่ต้องการลงทุนเพื่อสังคม ก็จะมีแรงจูงใจมากยิ่งขึ้นต่อการลงทุน</p>



<p>กสศ. ขอเชิญชวนผู้อ่าน ติดตามการสรุปจากวงสัมมนา <strong>“การเงินเพื่ออนาคต ยกระดับทุนมนุษย์: โอกาสและประสบการณ์ในไทยและต่างประเทศ”</strong> ที่สถาบันวิจัยเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา กสศ. จัดขึ้นเมื่อวันพฤหัสบดีที่ 14 พฤษภาคม 2569&nbsp;</p>



<p>ในวงเสวนา <strong>“จากจุดเริ่มต้น…สู่ผู้รับผลประโยชน์: เส้นทางของคุณค่าและผลลัพธ์” </strong>วิทยากรจากทั้งภาคท้องถิ่น สถาบันที่แก้ปัญหาสังคม นักวิชาการ และผู้สนับสนุนโครงการ มาร่วมบอกเล่าประสบการณ์จริงที่ได้ใช้กลไก Pay for Success หรือ Outcome-Based Contract กับ<strong>โครงการพัฒนาเด็กปฐมวัยที่บูรณาการการเรียนรู้ผ่านการเล่น โดยยึดเด็กเป็นศูนย์กลางการเรียนรู้ (Integrated Child – Centered Active Learning project: ICAP)</strong> พร้อมทั้งให้มุมมองและแรงบันดาลใจในการนำกลไกไปใช้ต่อในวงกว้าง เพื่อช่วยผลักดันการสร้างสังคมที่ดีขึ้นอย่างเป็นรูปธรรม</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img decoding="async" loading="lazy" width="1024" height="1024" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/image-1024x1024.jpeg" alt="" class="wp-image-102783" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/image-1024x1024.jpeg 1024w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/image-300x300.jpeg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/image-150x150.jpeg 150w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/image-768x768.jpeg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/image-1536x1536.jpeg 1536w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/image-750x750.jpeg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/image.jpeg 1920w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<p></p>



<p><strong>ผศ.ดร.ตรีนุช ไพชยนต์วิจิตร นักวิชาการผู้พัฒนาโครงการ</strong> กล่าวถึง หนึ่งหัวใจหลักของนวัตกรรมการจ่ายเงินตามผลลัพธ์ คือ การตั้งเกณฑ์เงื่อนไขความสำเร็จเป็นตัวชี้วัด แทนที่ตั้งเป้าหมายกว้าง ๆ ในบริบทการศึกษา ผศ.ดร.ตรีนุช ยกตัวอย่างว่า รูปแบบเดิมอาจเป็นการขยายห้องเรียน การสร้างโรงเรียนเพิ่มเติม การซื้อคอมพิวเตอร์ และคาดหวังว่าเด็กจะเข้ามาใช้อุปกรณ์นั้นเพื่อการศึกษาที่ดีขึ้น แต่ถ้าเป็นโมเดลตามผลลัพธ์ จะมุ่งเน้นที่การตั้งเป้าหมายอย่างเป็นรูปธรรมและระบุเงื่อนไขที่เกี่ยวข้อง เช่น ถ้าต้องการให้เด็กมีการศึกษาที่ดีขึ้น ต้องระบุเงื่อนไขด้วยว่าผ่านเกณฑ์การศึกษาในระดับเท่าไหร่ หรือเด็กจบไปแล้วมีงานทำ หรือได้เรียนต่อในระดับที่สูงขึ้น&nbsp;</p>



<p>นวัตกรรมดังกล่าวไม่ได้กระตุ้นเพียงแค่ผลลัพธ์เท่านั้น เพราะระหว่างทางของการไปถึงผลลัพธ์ ก็ยังช่วยทำให้ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องในโครงการที่รับโจทย์มีความมุ่งม้่นมากยิ่งขึ้น&nbsp;</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img decoding="async" loading="lazy" width="1024" height="1024" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/image-1-1024x1024.jpeg" alt="" class="wp-image-102784" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/image-1-1024x1024.jpeg 1024w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/image-1-300x300.jpeg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/image-1-150x150.jpeg 150w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/image-1-768x768.jpeg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/image-1-1536x1536.jpeg 1536w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/image-1-750x750.jpeg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/image-1.jpeg 1920w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<p></p>



<p><strong>คุณอุไรลักษณ์ ลาภเบญจกุล ผู้บริหารโครงการพัฒนาเด็กปฐมวัย (ICAP)</strong> ได้แบ่งปันประสบการณ์จากการเข้าร่วมโครงการนวัตกรรมการเงินแบบจ่ายเงินตามผลลัพธ์ ว่าเดิมโครงการ ICAP เน้นเรื่องการสร้างการเปลี่ยนแปลงได้จริงและเกิดคุณภาพจริงอยู่แล้ว แต่นวัตกรรมนี้ ช่วยกระตุ้นทั้งคนที่เป็นเจ้าของโครงการและคนที่อยู่หน้างาน เพราะหากทำไม่สำเร็จ ก็จะไม่ได้รับเงินกลับมา ระบบนี้มีเงื่อนไขเป็นตัวผลลัพธ์และงบการลงทุนจากภาคส่วนลงทุนในอนาคต คุณอุไรลักษณ์ ยังกล่าวต่อว่าอยากให้นวัตกรรมการเงินแบบจ่ายเงินตามผลลัพธ์ นำไปใช้กับโครงการอื่น ๆ รวมถึงภาครัฐด้วยเช่นกัน เพราะกลไกนี้จะช่วยพลิกวิธีคิดที่เกี่ยวกับเรื่องของการทำงานลงสู่ผลลัพธ์ของกลุ่มเป้าหมายได้แท้จริง</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img decoding="async" loading="lazy" width="1024" height="1024" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/image-2-1024x1024.jpeg" alt="" class="wp-image-102785" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/image-2-1024x1024.jpeg 1024w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/image-2-300x300.jpeg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/image-2-150x150.jpeg 150w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/image-2-768x768.jpeg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/image-2-1536x1536.jpeg 1536w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/image-2-750x750.jpeg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/image-2.jpeg 1920w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<p></p>



<p>ขยับมาฟังมุมมองจากภาคท้องถิ่นผ่าน <strong>คุณสิริดนย์ น้าวิไลเจริญ นายกเทศมนตรีตำบลขุนหาญ จังหวัดศรีสะเกษ</strong> มองว่านวัตกรรมการเงินแบบจ่ายเงินตามผลลัพธ์ จะช่วยการจุดประกายการใช้งบอย่างมีประโยชน์ ที่เอื้อให้เกิดผลลัพธ์โดยที่มีตัวชี้วัดที่ชัดเจน อีกทั้งยังช่วยปรับวิธีคิดของคนที่อยู่ในกระบวนนี้ให้คิดว่าจะใช้งบประมาณให้เกิดผลประโยชน์ที่จับต้องได้และเห็นผลชัดเจน ในบริบทของ ICAP นวัตกรรมดังกล่าวเข้ามาช่วยปรับกระบวนการคิด พฤติกรรมเด็กได้ ในขณะเดียวกัน คุณสิริดนย์กล่าวต่อว่า เมื่อครูหรือพี่เลี้ยงเห็นผลลัพธ์ที่ดีและได้ผลจริง ก็ส่งผลให้มีกำลังใจในการทำงานยิ่งขึ้น</p>



<p>นอกจากนี้ คุณสิริดนย์ แบ่งปันความเห็นในระดับภาครัฐว่าสิ่งสำคัญคือ จะทำอย่างไรให้ผู้ที่อยู่ในระดับนโยบายเห็นตรงกันว่าเราควรสร้างสังคมโดยเริ่มที่เด็ก โดยผู้บริหารท้องถิ่น และนายกองค์การบริหารส่วนตำบลควรเข้าใจและมีแรงบันดาลใจเรื่องการสร้างสังคมไปในทางเดียวกัน อย่างไรก็ตามถ้าเกิดไม่มีการนำนวัตกรรมที่มุ่งให้เกิดผลลัพธ์มาใช้ ผ่านไปสามรุ่น เด็กสามรุ่นก็จะเด็กเติบโตไปโดยไม่ผ่านกระบวนการพัฒนาเด็กที่เห็นผลได้จริง</p>



<p>โครงการนวัตกรรมการเงินแบบจ่ายเงินตามผลลัพธ์ เป็นการจุดประกายว่าจะทำอย่างไร ที่จะทำให้เมื่อเราเติมเงินลงไปแล้ว มันวัดผลออกมาได้โดยที่มีตัวชี้วัดที่ชัดเจน แล้วก็ปรับวิธีของคนทำ ปรับวิธีคิดของคนที่อยู่ในกระบวนนี้ ให้คิดว่าจะใช้งบประมาณให้เกิดผลประโยชน์ที่จับต้องได้และเห็นผลชัดเจนอย่างไร ยกตัวอย่างเทศบาลตำบลขุนหาญ ครูศูนย์เด็กเล็กเมื่อก่อน เหมือนพี่เลี้ยงเด็ก เขาจะใช้คำว่าครูพี่เลี้ยงคือคอยดู แต่พอเราปรับวิธีคิดเขา ให้เห็นเป้าหมายว่าเราอยากเห็นคนเติบโตมาแล้วเป็นแบบนี้ ขั้นตอนในการทำให้คนเติบโตมาเป็นแบบนี้จะต้องทำอย่างไรบ้าง</p>



<p>พอครูเห็นผลลัพธ์ที่ดี ครูมีความรู้สึกว่าอยากทำ แล้วได้ทำ มีคนสนับสนุน ทำให้เขามีกำลังใจในการทำ พอได้พรีเซนต์ตัวเองก็มีความภูมิใจที่สิ่งที่เขาทำได้ผลจริงและมีคนสนใจในสิ่งที่เขาทำ</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img decoding="async" loading="lazy" width="1024" height="1024" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/image-3-1024x1024.jpeg" alt="" class="wp-image-102788" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/image-3-1024x1024.jpeg 1024w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/image-3-300x300.jpeg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/image-3-150x150.jpeg 150w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/image-3-768x768.jpeg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/image-3-1536x1536.jpeg 1536w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/image-3-750x750.jpeg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/image-3.jpeg 1920w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<p></p>



<p>เรื่องการพัฒนาเด็กยังประสบกับความท้าทายหลายข้อ โดยเฉพาะเรื่องของโมเดลระบบการศึกษา <strong>คุณสุนิตย์ เชรษฐา กรรมการผู้จัดการสถาบัน Change Fusion</strong> เสนอว่าถ้าหากโมเดลระบบการศึกษาไม่นิ่ง ก็ทำให้เด็กในระบบเสียโอกาส ดังนั้นถ้าหากเจอทางออกการศึกษาที่เหมาะสมแล้ว อาจต้องมองหากลไกมาร่วมสนับสนุนที่ช่วยขยายโมเดล&nbsp;</p>



<p>คุณสุนิตย์ยังกล่าวเสริมว่า สิ่งสำคัญที่ควรเพิ่มคือ จำนวนผู้ลงทุนตั้งแต่ต้นโครงการ เพื่อเสริมสร้างโครงการที่แข็งแรงและง่ายต่อการขยายผลได้เหมือนในต่างประเทศ เรื่องการขยายผลคุณสุนิตย์ ยกตัวอย่างจำนวนห้องเรียนที่ใช้หลักสูตร ICAP เริ่มแรกตั้งต้นจากราว ๆ 100 ห้อง ปัจจุบันมีการขยายหลักสูตรไปจนถึงประมาณ 1,000 ห้อง คุณสุนิตย์เชื่อว่าปลายปีอาจสามารถขยายไปถึง 2,000 ห้อง ซึ่งฟังแล้วดูเหมือนเป็นจำนวนที่มาก แต่ห้องเรียนเด็กปฐมวัยศูนย์พัฒนาเด็กมีประมาณ 20,000 ห้อง ซึ่งเมื่อเทียบแล้ว ยังมีห้องเรียนจำนวนมากที่ต้องการความร่วมมืออยู่</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img decoding="async" loading="lazy" width="1024" height="1024" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/image-4-1024x1024.jpeg" alt="" class="wp-image-102789" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/image-4-1024x1024.jpeg 1024w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/image-4-300x300.jpeg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/image-4-150x150.jpeg 150w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/image-4-768x768.jpeg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/image-4-1536x1536.jpeg 1536w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/image-4-750x750.jpeg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/image-4.jpeg 1920w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<p></p>



<p>ในมุมมองของผู้สนับสนุนทุน <strong>คุณวาทนันทน์ พีเทอร์สิค ผู้ร่วมสนับสนุนโครงการ ICAP</strong> เห็นด้วยกับการนำนวัตกรรมการเงินแบบจ่ายเงินตามผลลัพธ์ มาใช้เพื่อให้เกิดความโปร่งใสในเรื่องผลลัพธ์ที่ได้สำเร็จผลจริง แต่อย่างไรก็ตามคุณวาทนันท์มองว่า องค์กรเดียวหรือภาคเดียวไม่สามารถแก้ปัญหาได้ และเน้นย้ำว่าภาคเอกชนซึ่งเป็นฝ่ายมีทรัพยากรมากมาย ควรเข้ามามีบทบาทในการช่วยกันแก้ปัญหาสังคม โดยใช้นวัตกรรมหรือวิธีที่มีประสิทธิภาพ</p>



<p>และนี่คือส่วนหนึ่งของการแลกเปลี่ยนประสบการณ์ของผู้มีส่วนเกี่ยวข้องที่ได้สัมผัสกับนวัตกรรมการจ่ายเงินตามผลลัพธ์ (Pay for Success / Outcome-Based Contract)</p>



<p>สำหรับใครที่สนใจงานสัมมนา การเงินเพื่ออนาคต ยกระดับทุนมนุษย์: โอกาสและประสบการณ์ในไทยและต่างประเทศ สามารถรับชมการถ่ายทอดสดย้อนหลังได้ที่ <strong><a href="https://www.facebook.com/share/v/1EcV3j34k1/" target="_blank" rel="noopener" title="LIVE การเงินเพื่ออนาคต ยกระดับทุนมนุษย์ - โอกาสและประสบการณ์ในไทยและต่างประเทศ">LIVE การเงินเพื่ออนาคต ยกระดับทุนมนุษย์ &#8211; โอกาสและประสบการณ์ในไทยและต่างประเทศ</a></strong></p>



<ul>
<li><strong>อ่านข่าว:</strong> <a href="https://www.eef.or.th/news-140526/" target="_blank" rel="noopener" title="">ครั้งแรกของการลงทุนไทย! กสศ. พลิกโฉมการศึกษา ใช้ผลลัพธ์นำการจ่ายเงิน “Pay for Success” แก้ปัญหาเด็กพัฒนาการช้า พร้อม MOU ดึงนักลงทุนนานาชาติร่วมแก้ความเหลื่อมล้ำการศึกษาไทย</a></li>
</ul><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/article-040626/">“Pay for Success” เมื่อผลลัพธ์ที่วัดผลได้ คือ ความสำเร็จและเงื่อนไขของการลงทุนทางสังคม</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
