<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>บทความ | กสศ.</title>
	<atom:link href="https://www.eef.or.th/category/article/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.eef.or.th</link>
	<description>กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา</description>
	<lastBuildDate>Thu, 23 Jul 2026 09:12:11 +0000</lastBuildDate>
	<language>th</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.3.8</generator>

<image>
	<url>https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/02/cropped-fav-icon-32x32.png</url>
	<title>บทความ | กสศ.</title>
	<link>https://www.eef.or.th</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>เรื่องของ ‘สิงโต’ ที่บอกเด็กชุมชนหนึ่งว่า “เราไม่ต้องเป็นอย่างที่สิ่งแวดล้อมสร้างขึ้นเสมอไป”</title>
		<link>https://www.eef.or.th/article-230726/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 23 Jul 2026 09:04:43 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[บทความ]]></category>
		<category><![CDATA[Movement]]></category>
		<category><![CDATA[กสศ.]]></category>
		<category><![CDATA[Thailand Zero Dropout]]></category>
		<category><![CDATA[การศึกษายืดหยุ่น]]></category>
		<category><![CDATA[Flexible Learning]]></category>
		<category><![CDATA[ปรากฏการณ์ของการปรากฏกาย]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?p=104422</guid>

					<description><![CDATA[<p>‘ตั้งแต่เกิดมาพวกเขาก็ถูกล้อมไว้หมดแล้ว’ ‘คุณ’ กำลังนั่ [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/article-230726/">เรื่องของ ‘สิงโต’ ที่บอกเด็กชุมชนหนึ่งว่า “เราไม่ต้องเป็นอย่างที่สิ่งแวดล้อมสร้างขึ้นเสมอไป”</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>‘ตั้งแต่เกิดมาพวกเขาก็ถูกล้อมไว้หมดแล้ว’</p>



<p><strong>‘คุณ’</strong> กำลังนั่งบนโซฟาในคอนโด ‘คุณ’ กำลังกินข้าวกลางวันอยู่ที่ออฟฟิศ ‘คุณ’ กำลังนั่งหลังพวงมาลัยรถ ไถฟีดรอไฟเขียวตรงสี่แยก หรือ ‘คุณ’ กำลังอ่านบทความนี้ ขณะเบียดเสียดผู้คนบนรถไฟฟ้าในชั่วโมงเร่งด่วน</p>



<p>ไม่ว่าจะอยู่ที่ไหน อยากชวน ‘คุณ’ หลับตา นึกภาพเด็กคนหนึ่ง ที่เมื่อ ‘เขา’ จำความได้ ก็เห็นยาเสพติดอยู่รอบตัว เห็นวงจรเสพยาค้ายาของคนใกล้ตัวเป็นเรื่องสามัญในชีวิต</p>



<p><strong>‘เขา’</strong> คือ &#8230;เด็กที่มีภาพตำรวจเข้ามาจับคนรู้จักในชุมชนเป็นความทรงจำวัยเยาว์</p>



<p>คือ &#8230;เด็กที่ยังไม่ทันเข้าวัยรุ่น เพื่อนวิ่งเล่นมาด้วยกันก็เริ่มเป็นเด็กเดินยา</p>



<p>คือ &#8230;เด็กที่เห็นวงจรเวียนเข้า-ออกทัณฑสถานเป็นส่วนหนึ่งของการเติบโต</p>



<p>คือ &#8230;เด็กที่เห็นงานส่งยาเป็นช่องทางหาเงินง่ายที่สุด เมื่อถึงวันอยากมีรายได้ของตัวเอง</p>



<p>คำถามคือ&#8230; ‘คุณ’ คิดว่าเมื่อเขาโตเป็นผู้ใหญ่ เด็กคนนี้จะอยากเป็นอะไร?</p>



<p>&#8230;ตำรวจ เภสัชกร หมอ พัศดี เจ้าพนักงานราชทัณฑ์ หรืออยากเป็นผู้พิพากษา?&nbsp;&nbsp;</p>



<p>หรืออันที่จริงเขาควร ‘อัปเลเวลเป็นตัวท็อป’ ในแวดวงที่ตัวเองคุ้นเคยที่สุด?&nbsp;&nbsp;</p>



<p>ยังไม่ต้องรีบตอบ เพราะเราอยากชวน ‘คุณ’ อ่านเรื่องของ <strong>‘ม็อบ-โฟล์ค’</strong> กับคณะสิงโตของเขา และเบื้องหลังการทำงานของหน่วยเรียนรู้ใน<strong>โครงการหนุนเสริมทางวิชาการและการจัดการความรู้สำหรับการพัฒนาเด็กนอกระบบการศึกษา กสศ.</strong> ที่จะมาเผยบางมุมของชีวิต ในฐานะเด็กที่ตั้งแต่เกิดก็ถูกล้อมไว้ด้วยยาเสพติด และข้อค้นพบจากเวลาสามปีของการทำงานกับเด็กเยาวชนกลุ่มเสี่ยงในวงจรยาเสพติด</p>



<p>แล้ว <strong>‘เรา’</strong> ค่อยทบทวนไปด้วยกัน ว่าชีวิตหนึ่งที่เข้าไปเวียนวนอยู่ในวงจรนี้ เป็นเรื่องของตัวเขาคนเดียว หรือครอบครัวของเขา หรือสภาพแวดล้อมที่เขาเติบโตขึ้นมา &#8230;หรือมีใครบ้างที่มีส่วนร่วมกับเรื่องราวนี้?</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-full"><img decoding="async" fetchpriority="high" width="855" height="569" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/07/05-3.jpg" alt="" class="wp-image-104425" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/07/05-3.jpg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/07/05-3-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/07/05-3-768x511.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/07/05-3-750x500.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/07/05-3-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /></figure></div>


<p></p>



<p><strong>‘โฟล์ค’</strong> อายุ 25 กำลังยืนมองน้อง ๆ หวดกลองเปิดการแสดงเชิดสิงโต ตรงลานกลางแจ้งหน้าหอศิลป์ กทม. ในบรรยากาศเย็นวันเสาร์ของแยกปทุมวัน ที่ผู้คนออกมาใช้วันหยุดสบาย ๆ พร้อมเริ่มฉายภาพชุมชนของเขา</p>



<p>“พี่พอนึกออกไหมว่าสำหรับเรา แค่เกิดมาก็เห็นญาติพี่น้องโดนจับเพราะยา มีเพื่อนที่พ่อแม่ค้ายา พอเข้าโรงเรียนก็ต้องมีเพื่อนสักคนเป็นเด็กส่งยา แล้วพี่คิดว่าเราจะหนีพ้นหรือ”</p>



<p>โฟล์คพูดเบา ๆ แต่เสียงเขากลับแทรกทะลุเสียงกลองดังลั่น พาเราผ่านเข้าไปในตรอกแคบของชุมชนเก่าแก่ใกล้วัด หนาแน่นด้วยบ้านเรือน ผู้คน และซอกซอยเร้นลับ สถานที่ที่โฟล์คบอกว่าตั้งแต่เขาเกิดก็ถูกล้อมไว้ด้วยยาเสพติด จนช่วงวัยหนึ่ง เขาไม่รู้จักใครเลยที่ไม่ข้องเกี่ยวกับ ‘ยา’ ในทางใดทางหนึ่ง และชีวิตแบบนี้เองที่โฟล์คโตขึ้นมา จนวันหนึ่งปลายทางก็พาเขาไปหยุดที่ทัณฑสถาน</p>



<p>“ช่วงผมกำลังโต หันไปทางไหนก็มีแต่ยา” โฟล์คย้ำ แล้วเล่าต่อว่า “ผมเรียนแค่ ป.6 แล้วไม่ได้เรียนต่อ ตอนนั้นอยากหางานทำ อยากมีเงินใช้ จนเห็นเพื่อนหาเงินได้จากยา เราก็อยากได้บ้าง จากนั้นรู้ตัวอีกทีก็เข้าไปอยู่ข้างในเต็มตัวแล้ว ไม่ได้คิดเลยว่าจะต้องเอาตัวออกมา”&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-full"><img decoding="async" width="855" height="569" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/07/04-3.jpg" alt="" class="wp-image-104426" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/07/04-3.jpg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/07/04-3-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/07/04-3-768x511.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/07/04-3-750x500.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/07/04-3-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /></figure></div>


<p></p>



<p>ส่วน <strong>‘ม็อบ’</strong> อายุ 28 ที่มาจากชุมชนเดียวกันบอกว่า เขามีเส้นทางต่างไป เพราะ ‘ทุกอย่างเริ่มต้นที่บ้าน’ โดยตั้งแต่จำความได้ก็เห็นคนในครอบครัวพัวพันอยู่กับยาเสพติด การจะเข้าวงการนี้สำหรับเขาจึง ‘ง่ายแสนง่าย’&nbsp;&nbsp;</p>



<p>เมื่อย้อนถึงวัยเด็ก เมโมรีของม็อบจึงไม่เคยมีเรื่องราวประเภท ‘วันแสนสุขในสวนสนุกครั้งแรก’ หรือ ‘ความประทับใจจากสนามเด็กเล่นที่รัก’ บันทึกไว้เลย&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p>



<p>“สำหรับผม ภาพรถตำรวจเข้ามาจับคนในชุมชนคือสิ่งคุ้นชิน เหมือนเป็นภาพความทรงจำของวันธรรมดา ๆ ตอนยังเป็นเด็ก หรือให้นึกถึงเพื่อนคนแรกในชีวิต ก็จะมีแต่คนที่ครอบครัวถอดแบบมาเหมือนกับเราเป๊ะ คือต้องมีญาติพี่น้องที่เกี่ยวข้องกับยาเสพติดอยู่สักคนสองคน”</p>



<p>แต่แม้โลกใบเดียวที่รู้จักในวัยเด็กเป็นอย่างนั้น ม็อบกลับไม่เคยคิดจะ ‘ข้ามเส้น’ ไปอีกฟากหนึ่ง เพราะเขาเจ็บปวดกับความทรงจำที่เห็นยาเสพติดพรากเอาคนใกล้ตัวของเขาไปคนแล้วคนเล่า ไม่ว่าคนในครอบครัว หรือเพื่อนพี่น้องในชุมชนที่เติบโตมาด้วยกัน ทั้งม็อบยังต้องสู้กับคำปรามาสที่ลอยมาเข้าหูทุกวัน ว่า ‘วันหนึ่งตัวเขาเองคงหนีไม่พ้นวงจรนี้’ นั่นยิ่งทำให้เขาอยากพิสูจน์ว่า “เราไม่ต้องเป็นอย่างที่สิ่งแวดล้อมสร้างขึ้นมาเสมอไป”</p>



<p>28 ปีผ่านมา ม็อบจึงไม่เคยแตะต้องยาเสพติด และยังตั้งมั่นว่าอยากเป็นส่วนหนึ่งของการยุติวงจรนี้ เพื่อไม่ให้มีเด็กคนไหนโตขึ้นด้วยความทรงจำแบบเดียวกับเขา</p>



<figure class="wp-block-gallery has-nested-images columns-default is-cropped wp-block-gallery-1 is-layout-flex wp-block-gallery-is-layout-flex">
<figure class="wp-block-image size-large"><img decoding="async" width="855" height="569" data-id="104427" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/07/14-1.jpg" alt="" class="wp-image-104427" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/07/14-1.jpg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/07/14-1-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/07/14-1-768x511.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/07/14-1-750x500.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/07/14-1-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /><figcaption class="wp-element-caption">ม็อบ ทีมพี่เลี้ยงคณะสิงโตรุ่นจิ๋ว</figcaption></figure>



<figure class="wp-block-image size-large"><img decoding="async" loading="lazy" width="855" height="569" data-id="104428" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/07/13-1.jpg" alt="" class="wp-image-104428" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/07/13-1.jpg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/07/13-1-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/07/13-1-768x511.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/07/13-1-750x500.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/07/13-1-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /><figcaption class="wp-element-caption">โฟล์ค ทีมพี่เลี้ยงคณะสิงโตรุ่นจิ๋ว</figcaption></figure>
</figure>



<p></p>



<p>สิงโตน้อยสะบัดหาง เลื้อยผ่านผู้คน ไต่บันไดขึ้นทางเดินลอยฟ้าเหนือหอศิลป์ กทม. กระโดดโลดเต้น หยอกล้อผู้ชม หันกลับไปเล่นกับ ‘แป๊ะยิ้ม’ เจ้าของรอยยิ้มแห่งโชคลาภและความสุข ที่ผงกหัวอยู่ใกล้ ๆ&nbsp;&nbsp;</p>



<p>&#8230;ม็อบพูดขึ้นว่า “วันนี้ชุมชนที่เราอยู่อาจไม่ได้เปลี่ยนไปเลย สิบยี่สิบปีจนผมเป็นผู้ใหญ่ ไม่มีใครทำให้ยาเสพติดหายไปได้ &#8230;แต่ตอนนี้ เรายังพอมีเกราะป้องกันให้เด็ก ๆ ได้บ้าง”</p>



<p>เขาหมายถึง ‘คณะสิงโต’ ที่เหมือนเป็น ‘ที่พักใจหลบภัย’ ของเด็กในชุมชน และคือที่ที่ทั้งม็อบและโฟล์คเชื่อว่า ทำให้ชีวิตมาได้ถึงตรงนี้</p>



<p>ม็อบกับโฟล์คที่วันนี้มีหน้าที่เป็นพี่เลี้ยงดูแลน้อง ๆ บอกว่าเรื่องราวของคณะสิงโตต้องย้อนกลับไปสิบกว่าปีก่อน ตอนพวกเขายังเป็นเด็ก ตอนที่การเชิดสิงโตยังเป็นแค่การละเล่นเลียนแบบ ของ ‘เด็ก ๆ ที่ไม่มีอะไรให้เล่น’</p>



<p>“สมัยตัวเท่าน้อง ๆ เราไม่มีของเล่น ไม่มีสนามดี ๆ ให้วิ่งเล่นกัน ก็เลยไปอาศัยเล่นกันในวัด แล้วความบันเทิงที่เข้าถึงง่ายที่สุดก็คือสิงโตที่มาเชิดให้ดูตรงลานวัด ความเป็นเด็กเราเห็นก็ตื่นเต้น พอดูบ่อยเข้า ก็อยากเล่นได้แบบพี่ ๆ เขาบ้าง เลยช่วยกันเอาถังสีมาตีแทนกลอง หาลังเบียร์มาทำหัวสิงโต ขโมยจีวรเก่าของหลวงพ่อมาทำหาง เลียนแบบท่าทางเชิดสิงโตกันประสาเด็ก เล่นกันอย่างนั้นทุกวัน จนมันกลายเป็นความสุขเดียวของการใช้เวลาร่วมกัน”</p>



<figure class="wp-block-image size-full"><img decoding="async" loading="lazy" width="855" height="569" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/07/11-2.jpg" alt="" class="wp-image-104430" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/07/11-2.jpg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/07/11-2-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/07/11-2-768x511.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/07/11-2-750x500.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/07/11-2-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /></figure>



<p></p>



<p>ม็อบย้อนมองช่วงเวลาที่เขาใช้คำแทนว่า คือ ‘จุดเปลี่ยนของชีวิต’ เพราะการเล่นสิงโตตามประสา ไม่เพียงพาสู่โลกจินตนาการ ช่วยให้หลบเร้นจากความจริงรอบตัวได้ชั่วคราว หากโชว์สิงโตสมมติที่เล่นกันตรงลานวัด ยังพาพวกเขาเข้าไป ‘อยู่ในสายตาของผู้ใหญ่ใจดี’ ในชุมชน ที่เห็นความสุขความสนุกความตั้งใจของเด็ก ๆ และอยากสนับสนุน แล้วจึงเริ่มจาก ‘หัวสิงโตของเล่นหนึ่งหัว’ ตามด้วยชุดเชิดสิงโตสำหรับเด็ก และกลองใบเล็ก ๆ ที่ทั้งหมดกลายมาเป็น ‘ต้นทางความฝัน’ ให้พวกเขาอยากออกไปแสดงให้คนดูจริง ๆ</p>



<p>“ตอนที่ได้หัวสิงโตครั้งแรก เรายิ้ม มองหน้ากัน แต่ละคนเหมือนอยากพูดออกมาว่า ‘นี่หัวสิงโตของจริงเว้ย’ จากนั้นก็มีกลอง มีชุดเชิดสิงโต ถึงจะเป็นของเด็กเล่น แต่มันทำให้พวกเราเริ่มเชื่อว่าถ้าตั้งใจซ้อมให้เก่ง โอกาสได้ออกแสดงจริงก็เป็นไปได้”</p>



<p>โฟล์คเอ่ยชื่อผู้ใหญ่ใจดีคนนั้นที่ม็อบอ้างถึง ว่าคือ ‘ลุงตี๋’ คนที่มองเห็นพวกเขา เข้ามาคุยกับพวกเขา และคอยบอกพวกเขาตั้งแต่ยังตัวเล็ก ๆ ว่า ถ้าชุมชนมีที่ให้เด็กเล่น มีกิจกรรมให้แสดงออก ที่ตรงนั้นจะปลอดภัยพอให้เด็ก ๆ ‘ฝัน’ ถึง ‘ชีวิตอื่น ๆ ที่เป็นไปได้’ และไม่เพียงคำพูด ลุงตี๋ยังเลือกลงมือสร้างพื้นที่นั้นขึ้นมา จนชุดสิงโตเด็กเล่นจากสำเพ็งวันนั้น ได้เปลี่ยนแปลงเส้นทางชีวิตของเด็กหลายต่อหลายคน ตลอดหลายปีผ่านมา&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p>



<p>แล้วหลังจากชุดพร้อม อุปกรณ์พร้อม เด็ก ๆ จึงได้แรงหนุนจากลุงตี๋ให้ออกเก็บเกี่ยวประสบการณ์กับคณะสิงโตรุ่นพี่ จนเริ่มมีโชว์ของตัวเอง พร้อมขยับเป็น ‘งานจริงจัง’ ของเด็กในชุมชน ที่ใช้ส่งต่อความฝันกันรุ่นสู่รุ่น</p>



<figure class="wp-block-image size-full"><img decoding="async" loading="lazy" width="855" height="569" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/07/01-4.jpg" alt="" class="wp-image-104431" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/07/01-4.jpg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/07/01-4-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/07/01-4-768x511.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/07/01-4-750x500.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/07/01-4-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /></figure>



<p></p>



<p>“ตอนเป็นเด็กเราไม่รู้อะไรหรอกครับ วัน ๆ คิดแค่อยากเล่น แล้วสิงโตก็คือความสุขของทุกคน จนเริ่มโต เราถึงเพิ่งคิดได้ว่าถ้าวันนั้นลุงตี๋ไม่มาถามว่าเราอยากทำอะไร ไม่หาของหางานมาให้ ผมว่าชีวิตเราคงเปลี่ยนไปอีกทาง ไม่ได้รอดมาเป็นผู้ใหญ่แบบนี้”&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p>



<p>โฟล์คจบประโยค และหันไปมองสิงโตน้อย ที่กำลังโลดเต้นกลับลงมาจากทางเดินลอยฟ้า รำพึงขึ้นว่า “แป๊บเดียวเองนะพี่ จากสิงโตหัวแรก ตอนนี้ผมเป็นพี่เลี้ยงไปแล้ว”</p>



<p>ขณะที่ม็อบอมยิ้ม เมื่อนึกถึงวันเก่า ๆ แล้วหันไปมองลุงตี๋ที่ยืนเล่าเรื่องราวของคณะสิงโตให้คนเดินผ่านไปมาฟัง บนเวทีแสดงที่ตั้งอยู่ตรงย่านเศรษฐกิจกลางเมืองหลวง &#8230;ที่ที่ไม่มีอะไรเหมือนกับ ‘บ้าน’ ที่พวกเขาเติบโตขึ้นมาเลย</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-full"><img decoding="async" loading="lazy" width="855" height="569" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/07/07-2.jpg" alt="" class="wp-image-104432" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/07/07-2.jpg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/07/07-2-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/07/07-2-768x511.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/07/07-2-750x500.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/07/07-2-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /><figcaption class="wp-element-caption">ลุงตี๋ ผู้จุดประกายความฝันให้เด็ก ๆ</figcaption></figure></div>


<p></p>



<p>“เด็ก ๆ มีทั้งที่เรียนในโรงเรียนและคนที่หลุดออกมาแล้ว”</p>



<p>ม็อบพูดถึงสถานะทางการศึกษาของน้อง ๆ ในคณะสิงโต เพราะอยากย้ำให้เห็นชัดว่า ‘พื้นที่ปลอดภัย’ คือสิ่งที่ก่อนหน้านี้ ‘ไม่เคยมีสถาบันใดมอบให้พวกเขาได้’ ไม่ว่าบ้าน ครอบครัว ชุมชน หรือ ‘โรงเรียน’</p>



<p>ตัวม็อบเองเรียนในโรงเรียนแค่ชั้น ม.3 จนหลายปีต่อมาถึงต่อ สกร. จนได้วุฒิ ม.6 เขาชวนเราเข้าไปสำรวจ ‘ข้างใน’ โรงเรียนแห่งเดียวที่เคยผ่าน ว่า “โรงเรียนที่เราโตขึ้นมา คือสถานที่รวมเด็กกลุ่มเสี่ยงที่ถูกเอามามัดรวมกันไว้ แล้วต่างคนต่างก็พากันจมลงไป อย่างโรงเรียนที่ผมกับโฟล์คเรียน ก็คือทางเลือกสุดท้ายที่คนแถวนั้นจะส่งลูกหลานไปเรียน คือแค่เราเข้าไป เด็กผู้ชายจะประทับตราแล้วว่าต้องติดยาแน่ ๆ หรือถ้าเป็นเด็กผู้หญิงเขาก็จะมองว่าสักพักเดี๋ยวก็คงท้อง ไม่มีใครคิดหรอกว่าถ้าเราเรียนจบออกมา จะได้ไปสอบติดโรงเรียนดี ๆ”</p>



<p>โฟล์คเสริมว่า “อย่างที่บอกว่าเหมือนเราถูกล้อมไว้ทุกทาง ตั้งแต่พื้นฐานทุกอย่าง บ้าน ชุมชน หรือโรงเรียน มันแทบจะกำหนดไว้แล้วว่าเราไม่มีทางมีเพื่อนดี ๆ สังคมดี ๆ หรือสิ่งแวดล้อมดี ๆ ที่จะพาไปหาอนาคตดี ๆ ได้ พวกผมจึงไม่แปลกใจ ว่าเด็กที่เรียนมาด้วยกัน หลายคนจึงไม่พ้นเป็นอย่างที่เขาประทับตราเราไว้แต่แรก”</p>



<figure class="wp-block-image size-full"><img decoding="async" loading="lazy" width="855" height="569" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/07/10-2.jpg" alt="" class="wp-image-104433" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/07/10-2.jpg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/07/10-2-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/07/10-2-768x511.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/07/10-2-750x500.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/07/10-2-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /></figure>



<p></p>



<p>เมื่อประสบการณ์ทำให้ทั้งคู่เชื่อว่า โรงเรียนอาจมอบให้ได้เพียง ‘อนาคตในแบบที่ไม่มีเด็กคนไหนใฝ่ฝัน’ ม็อบ และ โฟล์ค จึงยิ่งตั้งใจให้ทุกช่วงเวลาในคณะสิงโต จะต้องช่วยหล่อหลอมน้อง ๆ ในชุมชนให้มองชีวิตอย่างซื่อตรง ทว่าไม่ยอมจำนนต่อสภาพแวดล้อมและข้อจำกัด พวกเขาใช้คณะสิงโตพาเด็ก ๆ เปิดโลก ให้แต่ละคนมองเห็นเป้าหมายของการเรียนรู้ หรือเส้นทางการประกอบอาชีพ ผ่านการค้นหาและค้นพบตัวเอง ไม่ว่าคนที่ยังอยู่ในรั้วโรงเรียน หรือหลุดมาแล้วจากระบบการศึกษา&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p>



<p>ส่วนกับโฟล์ค เขายิ่งเชื่อว่าการส่งต่อบทเรียนชีวิต คือภารกิจสำคัญในการลดความเสี่ยงของน้อง ๆ ที่กำลังเติบโตขึ้น และในฐานะคนที่เคยก้าวพลาด โฟล์คพยายามทุกทางให้น้อง ๆ ได้เรียนลัดจากประสบการณ์ของเขา เพื่อจะบอกว่า ทางใดที่เห็นคนเลือกเดินและล้มเหลวมาแล้ว ก็ไม่ควรมีใครย่ำซ้ำรอยอีก</p>



<figure class="wp-block-image size-full"><img decoding="async" loading="lazy" width="855" height="569" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/07/15.jpg" alt="" class="wp-image-104434" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/07/15.jpg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/07/15-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/07/15-768x511.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/07/15-750x500.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/07/15-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /></figure>



<p></p>



<p>“พวกเราอยากให้คณะสิงโตเป็นพื้นที่ให้น้อง ๆ เข้าใจตัวเอง ยอมรับมัน และเข้าใจว่าสังคมข้างนอกยังมีด้านอื่น ๆ อีกมากที่เขาไม่เคยเห็น เพื่อให้ความทรงจำจากตรงนี้เป็นแรงบันดาลใจให้แต่ละคนกล้าฝัน กล้าเดินต่อไป เพราะอีกไม่กี่ปี เด็ก ๆ พวกนี้ก็จะโตขึ้น และพ้นจากพวกเราไป และสำหรับผมในฐานะรุ่นพี่ ก็อยากให้ประสบการณ์ของตัวเองมีประโยชน์กับน้อง ๆ ในการเตือนให้เขาตัดสินใจกับทุกทางเลือกของชีวิตอย่างมีสติ ซึ่งหลายปีผ่านมา ผมก็ดีใจว่ามีเด็กที่มาบอกเราว่าเขาได้ไปเรียนต่อโรงเรียนดี ๆ มีงานดี ๆ ทำ แต่ที่ผมประทับใจที่สุดคือเวลามีน้องกลับมาบอกเราว่า ถ้าไม่มีคณะสิงโต เขาอาจหายไปตรงกลางทาง คงไม่ผ่านชีวิตมาได้ถึงตอนนี้”&nbsp;&nbsp;</p>



<figure class="wp-block-image size-full"><img decoding="async" loading="lazy" width="855" height="569" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/07/09-2.jpg" alt="" class="wp-image-104436" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/07/09-2.jpg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/07/09-2-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/07/09-2-768x511.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/07/09-2-750x500.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/07/09-2-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /></figure>



<p></p>



<p>‘ถึงอยู่ท่ามกลางวงจรยาเสพติด เด็ก ๆ ก็ต้องมีพื้นที่ปลอดภัย’</p>



<p>จากมุมมองในพื้นที่ ชวนดูภาพกว้างของการจัดการความรู้สำหรับการพัฒนาเยาวชนนอกระบบการศึกษาในวงจรยาเสพติด โดย <strong>‘ครูตูน’ วัชรพงศ์ พุ่มชื่น </strong>ทีมหนุนเสริมทางวิชาการ กสศ. เผยการทำงานที่เริ่มจากข้อมูลของหน่วยการเรียนรู้จากทั่วประเทศ ว่า จากราว 600,000 คนของเด็กที่ไม่มีรายชื่อในระบบการศึกษา (ปี 2569) มีถึงครึ่งหนึ่งที่เสี่ยงเข้าสู่วงจรยาเสพติด จากสาเหตุสำคัญ คือ ‘ไม่มีพื้นที่ปลอดภัย’ เพียงพอ โดยพื้นที่ปลอดภัยในที่นี้ หมายถึงพื้นที่เชิงกายภาพ ที่จะช่วยพาเด็กพ้นจากสิ่งแวดล้อมเดิมคือ บ้าน-ครอบครัว-ชุมชน ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นความเสี่ยง โดยเฉพาะสำหรับเด็กชุมชนเมือง</p>



<p>อย่างไรก็ตาม พื้นที่ปลอดภัยเชิงกายภาพจะเกิดขึ้นไม่ได้ หากไม่เริ่มจากขั้นแรกของการทำงานคือ ‘มองผ่านฉากหน้าของปัญหาให้เห็นเนื้อใน’ ว่าเด็กกลุ่มเสี่ยงในวงจรยาเสพติด ต้องต่อสู้กับความสัมพันธ์เชิงสังคม ที่ซ้อนทับด้วยปัญหาครอบครัว เศรษฐกิจ และสุขภาพจิต จนไม่อาจหาทางออกได้ด้วยตัวเอง</p>



<figure class="wp-block-image size-full"><img decoding="async" loading="lazy" width="855" height="569" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/07/02-3.jpg" alt="" class="wp-image-104437" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/07/02-3.jpg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/07/02-3-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/07/02-3-768x511.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/07/02-3-750x500.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/07/02-3-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /></figure>



<p></p>



<p>“เด็กเหล่านี้ต้องเผชิญกับ ‘สภาวะถูกมองไม่เห็น’ จึงต้องพยายามดิ้นรนด้วยตัวเอง เพื่อเอาตัวรอดจากสิ่งแวดล้อมที่เอื้อให้เข้าไปอยู่ในวงจรยาเสพติด ขณะที่การรับมือปัญหาที่ผ่านมา ล้วนมาจากวิธีคิดเชิงอำนาจ คือพอเราเจอเด็กติดยาก็จะถูกส่งไปบำบัด หรือเมื่อเจอเด็กที่เข้าไปพัวพันกับยาเสพติดในฐานะผู้ค้า เด็กจะถูกส่งเข้ากระบวนการทางกฎหมาย ซึ่งวิธีเหล่านี้พิสูจน์แล้วว่าไม่ได้ผล ทั้งยิ่งผลักเด็กให้รู้สึกโดดเดี่ยวลำพังจนยิ่งถลำลึก และกลายเป็นชนวนให้เกิดอาชญากรรมอื่นตามมา”&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p>



<figure class="wp-block-image size-full"><img decoding="async" loading="lazy" width="855" height="569" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/07/03-3.jpg" alt="" class="wp-image-104438" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/07/03-3.jpg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/07/03-3-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/07/03-3-768x511.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/07/03-3-750x500.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/07/03-3-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /></figure>



<p></p>



<p>‘เรา’ ต้องเชื่อว่าถ้าเด็กได้รับโอกาสและรู้สึกปลอดภัย ‘เขา’ จะเปลี่ยนเส้นทางชีวิตได้</p>



<p>ครูตูนพูดถึงการค้นพบ ‘หัวใจของการทำงาน’ จากต้นแบบการดูแลเด็กกลุ่มเสี่ยงในหลากบริบทพื้นที่ ว่าเมื่อชุมชน ‘มองเห็น-รับฟัง’ พร้อมเดิมพันด้วยความเชื่อมั่นว่า ‘ถ้าเด็กได้รับโอกาส และรู้สึกปลอดภัยพอ เขาจะเปลี่ยนเส้นทางชีวิตได้’ แล้วเมื่อนั้นวิธีการที่เหมาะสมกับพื้นที่หรือสถานการณ์เฉพาะจึงตามมา&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p>



<p>“งานของเราเริ่มจากคณะทำงาน ที่ต้องเชื่อก่อนว่าไม่มีเด็กคนไหนต้องการเข้าไปอยู่ในวงจรยาเสพติดตั้งแต่ต้น จากนั้นเปลี่ยนวิธีการเป็น มองหาเพื่อมองเห็น ก่อนขยับเข้าใกล้ทีละนิด และเปิดใจรับฟังเด็กโดยไม่รีบร้อนตัดสิน ซึ่งจะพาไปสู่ความเข้าใจในเงื่อนไขสถานการณ์ ว่าเด็กคนหนึ่งเข้าไปอยู่ในความเสี่ยง หรือไปอยู่ตรงใจกลางวงจรยาเสพติดได้อย่างไร เพราะถ้าไม่มีข้อมูลนี้ เราก็ไม่มีทางรู้ว่าต้องทำยังไงถึงจะดึงเขาออกมาได้”</p>



<p>หลักคิดการทำงานลักษณะนี้คือ ‘มุ่งให้โอกาส ไม่ใช่พิพากษาตัดสิน’ ซึ่งหมายถึงเมื่อพบเด็กคนหนึ่ง กระบวนการจัดการเรียนรู้จะเริ่มทันทีโดยไม่รอให้เด็กพ้นหลุดจากความเสี่ยงโดยสมบูรณ์</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-full"><img decoding="async" loading="lazy" width="855" height="569" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/07/06-3.jpg" alt="" class="wp-image-104439" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/07/06-3.jpg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/07/06-3-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/07/06-3-768x511.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/07/06-3-750x500.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/07/06-3-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /><figcaption class="wp-element-caption">ครูตูน วัชรพงศ์ พุ่มชื่น ทีมหนุนเสริมทางวิชาการ กสศ.</figcaption></figure></div>


<p></p>



<p>“การตัดวงจรยาเสพติด เราทำงานขนานกันระหว่างการดูแลบำบัด พร้อมกับค่อย ๆ พาเขาออกมาจากจุดเสี่ยงทีละนิด ใครเป็นผู้เสพผู้ค้าก็มาหาทางออกด้วยกัน ตรงพื้นที่ที่ไม่มีการตัดสิน ด้วยกลุ่มคนใกล้ชิดที่เด็กเชื่อใจ ไว้ใจ และเชื่อว่าคือผู้ให้คำแนะนำปรึกษาที่จริงใจกับเขาจริง ๆ”</p>



<p>ครูตูนยกตัวอย่างคณะสิงโตของม็อบกับโฟล์ค ที่มี ‘จุดเปลี่ยนจากผู้ใหญ่หนึ่งคน’ มองเห็นการขาดความพร้อมของเด็กในชุมชน และพาตัวเข้าไปรับฟังและส่งมอบโอกาส ด้วยทุนจำนวนไม่มาก ทว่าผลลัพธ์กลับยิ่งใหญ่พอจะเปลี่ยนชีวิตของเด็กรุ่นหนึ่ง ก่อนลงรากหยั่งลึกส่งต่อถึงคนอีกรุ่น กระทั่งเด็กชุมชนหนึ่งกล้ามองอนาคต โดยไม่ยอมจำนนต่อสภาพแวดล้อมอีกต่อไป</p>



<figure class="wp-block-image size-full"><img decoding="async" loading="lazy" width="855" height="569" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/07/08-2.jpg" alt="" class="wp-image-104440" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/07/08-2.jpg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/07/08-2-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/07/08-2-768x511.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/07/08-2-750x500.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/07/08-2-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /></figure>



<p></p>



<p>“นี่คือการสร้างพื้นที่ปลอดภัยในชุมชน โดยคนในชุมชน ที่จะบอกกับน้อง ๆ สิงโตตัวเล็ก ๆ เหล่านี้ว่า ถึงยังไม่อาจพาตัวเองออกจากความเสี่ยงได้ แต่ใกล้ ๆ เขายังมีที่ที่เข้าไปได้ทุกเวลา ที่ที่เขาจะได้พูด ได้ออกความเห็น ได้ฟังเรื่องราวของเพื่อนพี่น้องที่เติบโตมาจากที่เดียวกัน แล้วถึงตรงนั้นเราก็ไม่จำเป็นต้องพูด แต่พวกเขาจะรับรู้ได้ว่า ไม่มีใครกำลังต่อสู้อยู่เพียงลำพัง”&nbsp;&nbsp;</p>



<p>ครูตูนจบประโยค พร้อมคณะสิงโตน้อยปิดการแสดง เด็ก ๆ เริ่มเก็บอุปกรณ์ บางคนเปลี่ยนชุด บางคนออกวิ่งเล่นตรงลานกิจกรรมทั้งเครื่องแบบเชิดสิงโต</p>



<p>&#8230;แล้วเมื่อถอดหัวสิงโตออก พวกเขาก็กลับกลมกลืนไปกับผู้คน ที่ออกมาเดินเตร็ดเตร่สบาย ๆ ในช่วงหัวค่ำของวันเสาร์ &#8230;อย่างไม่มีอะไรให้แยกออกจากกันได้เลย</p>



<p>ทีนี้ ก็ถึงเวลาที่ ‘คุณ’ ต้องตอบคำถามที่ทิ้งไว้ช่วงต้น ว่าเมื่อโตเป็นผู้ใหญ่ ‘เขา’ จะอยากเป็นอะไร?</p>



<figure class="wp-block-image size-full"><img decoding="async" loading="lazy" width="855" height="569" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/07/12-2.jpg" alt="" class="wp-image-104441" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/07/12-2.jpg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/07/12-2-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/07/12-2-768x511.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/07/12-2-750x500.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/07/12-2-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /></figure>



<p></p>



<hr class="wp-block-separator has-alpha-channel-opacity"/>



<p><em>*เรียบเรียงจากบทสัมภาษณ์ในงาน ‘ปรากฎการณ์ของการปรากฏกาย’</em><br><em>วันที่ 4 กรกฎาคม 2569 ณ หอศิลป์กรุงเทพฯ (BACC)</em></p><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/article-230726/">เรื่องของ ‘สิงโต’ ที่บอกเด็กชุมชนหนึ่งว่า “เราไม่ต้องเป็นอย่างที่สิ่งแวดล้อมสร้างขึ้นเสมอไป”</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>รู้จัก Future You เมื่อ AI พาคุณไปพบกับตัวเองในอนาคต</title>
		<link>https://www.eef.or.th/article-210726-2/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 21 Jul 2026 12:36:21 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[บทความ]]></category>
		<category><![CDATA[Movement]]></category>
		<category><![CDATA[AI]]></category>
		<category><![CDATA[Future You]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?p=104041</guid>

					<description><![CDATA[<p>&#8220;เธอกำลังกังวลว่าจะเรียนต่อดีไหม&#8230;ใช่ไหม&#82 [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/article-210726-2/">รู้จัก Future You เมื่อ AI พาคุณไปพบกับตัวเองในอนาคต</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong><em>&#8220;เธอกำลังกังวลว่าจะเรียนต่อดีไหม&#8230;ใช่ไหม&#8221;</em></strong></p>



<p>ข้อความแรกปรากฏขึ้นบนหน้าจอ</p>



<p><em>&#8220;ใช่&#8221;</em></p>



<p><em>&#8220;ฉันเข้าใจ เพราะตอนอายุ 15 ฉันก็เคยคิดแบบเดียวกัน&#8221;</em></p>



<p><em>&#8220;แล้วสุดท้ายเกิดอะไรขึ้น&#8221;</em></p>



<p><em>&#8220;สุดท้าย&#8230;ฉันได้มองโลกจากอวกาศ&#8221;</em></p>



<figure class="wp-block-image size-full"><img decoding="async" loading="lazy" width="855" height="569" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/07/01-3.jpg" alt="" class="wp-image-104042" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/07/01-3.jpg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/07/01-3-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/07/01-3-768x511.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/07/01-3-750x500.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/07/01-3-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /></figure>



<p></p>



<p>ถ้าบทสนทนานี้เกิดขึ้นจริง คุณจะเชื่อไหมว่า คนที่กำลังตอบคำถามอยู่ ไม่ใช่ AI ทั่วไป</p>



<p>แต่คือ <strong>&#8220;ตัวคุณเองในอีก 20 ปีข้างหน้า&#8221;</strong></p>



<p>ในชุดนักบินอวกาศ</p>



<p>คนที่รู้ทุกความลังเลของคุณ เพราะเขาเคยเป็นคุณมาก่อน</p>



<p>และกำลังย้อนกลับมาเล่าให้ฟังว่า กว่าจะไปถึงตรงนั้น เขาผ่านอะไรมาบ้าง</p>



<p>นี่คือแนวคิดของ <strong>Future You</strong> แพลตฟอร์ม AI ที่ชวนผู้ใช้งานสนทนากับ &#8220;ตัวเองในอนาคต&#8221; เพื่อสำรวจตัวตน มองเห็นเส้นทางชีวิต และค้นพบว่า ความชอบเล็ก ๆ ในวันนี้ อาจเติบโตเป็นอนาคตที่ไม่เคยคิดว่าจะเป็นไปได้</p>



<figure class="wp-block-image size-full"><img decoding="async" loading="lazy" width="855" height="569" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/07/02-2.jpg" alt="" class="wp-image-104043" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/07/02-2.jpg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/07/02-2-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/07/02-2-768x511.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/07/02-2-750x500.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/07/02-2-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /></figure>



<p></p>



<h3 class="wp-block-heading" id="1--%E0%B9%80%E0%B8%94%E0%B9%87%E0%B8%81%E0%B8%88%E0%B8%B3%E0%B8%99%E0%B8%A7%E0%B8%99%E0%B8%A1%E0%B8%B2%E0%B8%81%E0%B9%84%E0%B8%A1%E0%B9%88%E0%B9%84%E0%B8%94%E0%B9%89%E0%B8%82%E0%B8%B2%E0%B8%94%E0%B8%84%E0%B8%A7%E0%B8%B2%E0%B8%A1%E0%B8%9D%E0%B8%B1%E0%B8%99-%E0%B9%81%E0%B8%95%E0%B9%88%E0%B8%9E%E0%B8%A7%E0%B8%81%E0%B9%80%E0%B8%82%E0%B8%B2%E0%B8%82%E0%B8%B2%E0%B8%94%E0%B8%A0%E0%B8%B2%E0%B8%9E%E0%B8%82%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B8%AD%E0%B8%99%E0%B8%B2%E0%B8%84%E0%B8%95-"><strong>เด็กจำนวนมากไม่ได้ขาดความฝัน แต่พวกเขาขาดภาพของอนาคต</strong></h3>



<p>งานวิจัยของกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) พบว่า นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 จำนวนไม่น้อย กำลังยืนอยู่บนทางแยกสำคัญของชีวิต</p>



<p>บางคนอยากเรียนต่อ แต่ครอบครัวไม่มีเงิน บางคนไม่แน่ใจว่าตัวเองเก่งอะไร หลายคนไม่รู้ด้วยซ้ำว่า ความชอบที่มีอยู่ จะพาไปสู่อาชีพแบบไหนได้บ้าง</p>



<p>เมื่อมองไม่เห็นปลายทาง <strong>&#8220;การตัดสินใจหยุดเรียนต่อ&#8221;</strong> จึงเกิดขึ้นได้ง่ายกว่าการก้าวต่อไป&nbsp;</p>



<p>คำถามสำคัญจึงไม่ใช่ <strong>&#8220;เด็กอยากเป็นอะไร&#8221;</strong> แต่คือ <strong>&#8220;จะทำอย่างไรให้เด็กมองเห็นว่าเขาเป็นอะไรได้บ้าง&#8221;</strong></p>



<figure class="wp-block-image size-full"><img decoding="async" loading="lazy" width="855" height="569" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/07/04-2.jpg" alt="" class="wp-image-104044" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/07/04-2.jpg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/07/04-2-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/07/04-2-768x511.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/07/04-2-750x500.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/07/04-2-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /></figure>



<p></p>



<h3 class="wp-block-heading" id="2--future-you-%E0%B9%84%E0%B8%A1%E0%B9%88%E0%B9%84%E0%B8%94%E0%B9%89%E0%B8%97%E0%B8%B3%E0%B8%99%E0%B8%B2%E0%B8%A2%E0%B8%AD%E0%B8%99%E0%B8%B2%E0%B8%84%E0%B8%95-%E0%B9%81%E0%B8%95%E0%B9%88%E0%B8%8A%E0%B9%88%E0%B8%A7%E0%B8%A2%E0%B8%82%E0%B8%A2%E0%B8%B2%E0%B8%A2%E0%B8%84%E0%B8%A7%E0%B8%B2%E0%B8%A1%E0%B9%80%E0%B8%9B%E0%B9%87%E0%B8%99%E0%B9%84%E0%B8%9B%E0%B9%84%E0%B8%94%E0%B9%89%E0%B8%82%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B8%84%E0%B8%A7%E0%B8%B2%E0%B8%A1%E0%B8%9D%E0%B8%B1%E0%B8%99%E0%B9%83%E0%B8%99%E0%B8%A7%E0%B8%B1%E0%B8%99%E0%B8%99%E0%B8%B5%E0%B9%89-"><strong>Future You ไม่ได้ทำนายอนาคต แต่ช่วยขยายความเป็นไปได้ของความฝันในวันนี้</strong></h3>



<p>จากโจทย์นี้ สถาบันวิจัยเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (วสศ.) ภายใต้ กสศ. จึงร่วมกับ KBTG, MIT Media Lab และคณะจิตวิทยา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ศึกษาและทดลองใช้แพลตฟอร์ม <strong>Future You</strong> กับบริบทการศึกษาไทย</p>



<p>ก่อนเริ่มสนทนา Future You จะชวนผู้ใช้งานเล่าเรื่องของตัวเอง ตั้งแต่ความชอบ วิชาที่ถนัด งานอดิเรก กิจกรรมที่มีความสุข ทักษะที่อยากพัฒนา ไปจนถึงความฝันและเป้าหมายในชีวิต จากนั้น AI จะสร้าง <strong>&#8220;ตัวคุณในอนาคต&#8221;</strong> ที่พร้อมย้อนกลับมาพูดคุยกับคุณ</p>



<p>คน ๆ นั้นไม่ใช่คนแปลกหน้า หากแต่คือ &#8220;ตัวคุณเองในวันที่เติบโตขึ้น&#8221; ที่ย้อนกลับมาแบ่งปันประสบการณ์ ตอบคำถาม และชวนคิดว่า กว่าจะเดินมาถึงวันนี้ เขาผ่านอะไรมา และอะไรคือก้าวเล็ก ๆ ที่เปลี่ยนชีวิต</p>



<figure class="wp-block-image size-full"><img decoding="async" loading="lazy" width="855" height="569" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/07/03-2.jpg" alt="" class="wp-image-104045" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/07/03-2.jpg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/07/03-2-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/07/03-2-768x511.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/07/03-2-750x500.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/07/03-2-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /></figure>



<p></p>



<h3 class="wp-block-heading" id="3--%E0%B8%AD%E0%B8%99%E0%B8%B2%E0%B8%84%E0%B8%95%E0%B9%84%E0%B8%A1%E0%B9%88%E0%B9%84%E0%B8%94%E0%B9%89%E0%B8%A1%E0%B8%B5%E0%B9%80%E0%B8%9E%E0%B8%B5%E0%B8%A2%E0%B8%87%E0%B9%81%E0%B8%9A%E0%B8%9A%E0%B9%80%E0%B8%94%E0%B8%B5%E0%B8%A2%E0%B8%A7-"><strong>อนาคต&#8230;ไม่ได้มีเพียงแบบเดียว</strong></h3>



<p><strong>&#8216;อาจารย์โบ๊ท&#8217; ปวรินทร์ พันธุ์ติเว</strong>ช นักวิจัยจาก วสศ. อธิบายว่า จุดเด่นของ Future You คือการทำให้เด็กเห็นว่า <strong>ชีวิตไม่ได้มีปลายทางเพียงเส้นเดียว</strong></p>



<p>เด็กที่รักบาสเกตบอล ไม่จำเป็นต้องเป็นนักกีฬาอาชีพเท่านั้น เขาอาจเป็นโค้ช นักกายภาพบำบัด นักวิเคราะห์ข้อมูลกีฬา นักออกแบบอุปกรณ์กีฬา หรือผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมกีฬา</p>



<p>เด็กที่ชอบวิทยาศาสตร์ ก็ไม่ได้มีทางเลือกเพียงการเป็นครูหรือแพทย์ เขาอาจเป็นนักวิจัย วิศวกร นักออกแบบเทคโนโลยี หรือแม้แต่นักบินอวกาศ</p>



<p><strong>Future You</strong> จึงสร้างภาพอนาคตไว้หลายเส้นทาง เส้นทางที่ตรงกับความฝันที่สุด เส้นทางที่ต่อยอดได้ และเส้นทางที่ผู้ใช้งานอาจไม่เคยนึกถึงมาก่อน เพื่อบอกว่า <strong>ความสนใจเพียงหนึ่งอย่าง สามารถเติบโตเป็นความเป็นไปได้อีกหลายสิบแบบ</strong></p>



<figure class="wp-block-image size-full"><img decoding="async" loading="lazy" width="855" height="569" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/07/05-2.jpg" alt="" class="wp-image-104046" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/07/05-2.jpg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/07/05-2-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/07/05-2-768x511.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/07/05-2-750x500.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/07/05-2-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /></figure>



<p></p>



<h3 class="wp-block-heading" id="4--%E0%B8%88%E0%B8%B8%E0%B8%94%E0%B8%97%E0%B8%B5%E0%B9%88%E0%B8%AA%E0%B8%99%E0%B8%B8%E0%B8%81%E0%B8%97%E0%B8%B5%E0%B9%88%E0%B8%AA%E0%B8%B8%E0%B8%94%E0%B9%84%E0%B8%A1%E0%B9%88%E0%B9%83%E0%B8%8A%E0%B9%88%E0%B9%80%E0%B8%9E%E0%B8%B5%E0%B8%A2%E0%B8%87%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B9%80%E0%B8%AB%E0%B9%87%E0%B8%99%E0%B8%A0%E0%B8%B2%E0%B8%9E-%E0%B9%81%E0%B8%95%E0%B9%88%E0%B8%84%E0%B8%B7%E0%B8%AD%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B9%84%E0%B8%94%E0%B9%89%E0%B8%9E%E0%B8%B9%E0%B8%94%E0%B8%84%E0%B8%B8%E0%B8%A2%E0%B8%81%E0%B8%B1%E0%B8%9A%E0%B8%95%E0%B8%B1%E0%B8%A7%E0%B9%80%E0%B8%AD%E0%B8%87--"><strong>จุดที่สนุกที่สุดไม่ใช่เพียงการเห็นภาพ แต่คือการได้พูดคุยกับตัวเอง&nbsp;</strong></h3>



<p>หลังจากสร้างตัวตนในอนาคตแล้ว ผู้ใช้งานสามารถสนทนากับเขาได้จริง</p>



<p><strong><em>&#8220;ฉันควรเรียนอะไร?&#8221;</em></strong></p>



<p><em>&#8220;เริ่มจากวิชาที่เธอสนุกที่สุด อย่าเพิ่งรีบเลือกอาชีพ&#8221;</em></p>



<p><strong><em>&#8220;แล้วเธอรู้ได้ยังไง?&#8221;</em></strong></p>



<p><em>&#8220;เพราะฉันคือเธอ&#8221;</em></p>



<p>คำตอบที่ได้รับ ไม่ใช่คำตอบสำเร็จรูปของ AI แต่เป็นบทสนทนาที่อ้างอิงจากตัวตน ความสนใจ และเส้นทางชีวิตของผู้ใช้งานเอง <strong>นี่คือหัวใจของ Future You</strong></p>



<p>เนื่องจากบางครั้ง เด็กคนหนึ่งไม่ได้ต้องการคนที่มาบอกว่า &#8220;ควรเลือกอะไร&#8221; แต่ต้องการใครสักคนที่เคยเดินผ่านความไม่แน่ใจแบบเดียวกัน แล้วบอกว่า <strong>&#8220;ฉันเข้าใจ เพราะฉันเคยเป็นเธอ&#8221;</strong></p>



<figure class="wp-block-image size-full"><img decoding="async" loading="lazy" width="855" height="569" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/07/06-2.jpg" alt="" class="wp-image-104047" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/07/06-2.jpg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/07/06-2-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/07/06-2-768x511.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/07/06-2-750x500.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/07/06-2-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /></figure>



<p></p>



<h3 class="wp-block-heading" id="5--%E0%B9%80%E0%B8%A1%E0%B8%B7%E0%B9%88%E0%B8%AD%E0%B8%AD%E0%B8%99%E0%B8%B2%E0%B8%84%E0%B8%95%E0%B9%80%E0%B8%94%E0%B8%B4%E0%B8%99%E0%B8%81%E0%B8%A5%E0%B8%B1%E0%B8%9A%E0%B8%A1%E0%B8%B2%E0%B8%AB%E0%B8%B2%E0%B9%80%E0%B8%A3%E0%B8%B2-"><strong>เมื่ออนาคตเดินกลับมาหาเรา</strong></h3>



<p>คณะวิจัยพบว่า เด็กจำนวนมากไม่ได้ขาดศักยภาพ สิ่งที่พวกเขาขาด คือการมองเห็นว่าความพยายามในวันนี้จะพาชีวิตไปถึงตรงไหน</p>



<p><strong>Future You </strong>จึงไม่ได้ถูกสร้างขึ้นเพื่อทำนายโชคชะตา ไม่ได้มีไว้บอกว่าใครจะประสบความสำเร็จ และไม่ได้ให้คำตอบแทนเจ้าของชีวิต แต่ถูกออกแบบมาเพื่อทำให้ <strong>&#8220;อนาคต&#8221;</strong> กลายเป็นสิ่งที่มองเห็น พูดคุยได้ และเข้าใกล้ได้มากกว่าที่เคย</p>



<p>บางทีประโยคที่เปลี่ยนชีวิตเด็กคนหนึ่ง อาจไม่ใช่คำแนะนำจากครู พ่อแม่ หรือ AI แต่อาจเป็นเสียงจาก &#8220;ตัวเองในอนาคต&#8221; ที่พูดเพียงว่า <strong>&#8220;ฉันผ่านมาแล้ว&#8230;และเธอก็ทำได้&#8221; </strong>ประโยคนั้นอาจทำให้เด็กคนหนึ่งเชื่อเป็นครั้งแรกว่า อนาคตที่เคยคิดว่าไกลเกินเอื้อม อาจเริ่มต้นได้จากการไม่ยอมแพ้ในวันนี้</p>



<p></p>



<hr class="wp-block-separator has-alpha-channel-opacity"/>



<p>บทความที่เกี่ยวข้อง</p>



<figure class="wp-block-embed is-type-wp-embed is-provider-กสศ wp-block-embed-กสศ"><div class="wp-block-embed__wrapper">
<blockquote class="wp-embedded-content" data-secret="8xonzwtrh1"><a href="https://www.eef.or.th/news-020726/">‘Future You’ นวัตกรรมช่วยให้เด็กค้นพบตัวเอง มองเห็นเส้นทางชีวิต และเชื่อว่าทุกอนาคตเป็นไปได้</a></blockquote><iframe class="wp-embedded-content" sandbox="allow-scripts" security="restricted" title="&#8220;‘Future You’ นวัตกรรมช่วยให้เด็กค้นพบตัวเอง มองเห็นเส้นทางชีวิต และเชื่อว่าทุกอนาคตเป็นไปได้&#8221; &#8212; กสศ." src="https://www.eef.or.th/news-020726/embed/#?secret=RKc78HRDxh#?secret=8xonzwtrh1" data-secret="8xonzwtrh1" width="600" height="338" frameborder="0" marginwidth="0" marginheight="0" scrolling="no"></iframe>
</div></figure>



<figure class="wp-block-embed is-type-wp-embed is-provider-กสศ wp-block-embed-กสศ"><div class="wp-block-embed__wrapper">
<blockquote class="wp-embedded-content" data-secret="XE4zk0xQWl"><a href="https://www.eef.or.th/article-100726/">‘Future You’ เอไอผู้ช่วยครูแนะแนว ชวนเด็ก ๆ สำรวจตัวตน-ค้นหาเป้าหมาย-วางแผนชีวิต</a></blockquote><iframe class="wp-embedded-content" sandbox="allow-scripts" security="restricted" title="&#8220;‘Future You’ เอไอผู้ช่วยครูแนะแนว ชวนเด็ก ๆ สำรวจตัวตน-ค้นหาเป้าหมาย-วางแผนชีวิต&#8221; &#8212; กสศ." src="https://www.eef.or.th/article-100726/embed/#?secret=u7SyxmpRcw#?secret=XE4zk0xQWl" data-secret="XE4zk0xQWl" width="600" height="338" frameborder="0" marginwidth="0" marginheight="0" scrolling="no"></iframe>
</div></figure><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/article-210726-2/">รู้จัก Future You เมื่อ AI พาคุณไปพบกับตัวเองในอนาคต</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>นโยบายการศึกษาไทยที่ไม่ต่อเนื่อง : ความท้าทายต่ออนาคตทุนมนุษย์ ชวนฟังทัศนะจากฝ่ายนโยบายและนิติบัญญัติ</title>
		<link>https://www.eef.or.th/article-210726/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 21 Jul 2026 11:44:44 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[บทความ]]></category>
		<category><![CDATA[Movement]]></category>
		<category><![CDATA[นิติบัญญัติ]]></category>
		<category><![CDATA[ทุนมนุษย์]]></category>
		<category><![CDATA[ดร.ธีราภา ไพโรหกุล]]></category>
		<category><![CDATA[Equity Forum 2026]]></category>
		<category><![CDATA[นโยบายการศึกษาไทย]]></category>
		<category><![CDATA[ดร.อมรศักดิ์ กิจธนานันท์]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?p=104032</guid>

					<description><![CDATA[<p>ทุกคนเห็นตรงกันว่าปัญหาเรื่องการศึกษาไทยควรได้รับการแก้ [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/article-210726/">นโยบายการศึกษาไทยที่ไม่ต่อเนื่อง : ความท้าทายต่ออนาคตทุนมนุษย์ ชวนฟังทัศนะจากฝ่ายนโยบายและนิติบัญญัติ</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>ทุกคนเห็นตรงกันว่าปัญหาเรื่องการศึกษาไทยควรได้รับการแก้ไข ทั้งในแง่คุณภาพและความครอบคลุมถึงเด็กทุกคน&nbsp; มีนโยบายการศึกษาเกิดขึ้นใหม่ตลอดเวลาหลังการปฏิรูปการศึกษาเกือบสามทศวรรษ&nbsp; แต่เวลาก็ผ่านพ้นไปโดยที่เกิดความเปลี่ยนแปลงในเชิงรูปธรรมน้อยกว่าที่คาดหวังกันไว้ ในขณะที่ประเทศไทยก็กำลังเดินเข้าสู่วิกฤตรายได้และวิกฤตประชากร การยกระดับทุนมนุษย์ด้วยการศึกษาจึงเป็นเรื่องที่สำคัญอย่างยิ่ง</p>



<p>รายงานการศึกษาจากหลายองค์กรทั้งในและต่างประเทศยังชี้ไปในทิศทางเดียวกันว่าปัญหาเหลื่อมล้ำทางการศึกษายังมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้น และเป็นปัจจัยหลักที่ฉุดรั้งศักยภาพและเศรษฐกิจของสังคมไทย เมื่อมาดูที่รายละเอียดของประเด็น <strong>ปัญหาไม่ได้อยู่ที่ประเทศไทยขาดความตั้งใจหรือการขาดแคลนงบประมาณ แต่อยู่ที่ความไม่ต่อเนื่องทางนโยบาย และขาดกลไกเชิงสถาบันที่ทำงานจนเกิดความสำเร็จเป็นรูปธรรมได้&nbsp;&nbsp;</strong></p>



<p><strong>ต่อประเด็นนี้ หนึ่งในภาคส่วนที่สำคัญกับการสร้างความเปลี่ยนแปลงคือฝ่ายนโยบายและนิติบัญญัติ เนื้อหาในบทความนี้คือการร่วมกันหาคำตอบว่า</strong> <strong>เราจะทำอย่างไรให้การปฏิรูปการศึกษาเดินหน้าได้อย่างยั่งยืนและมีความต่อเนื่องทางนโยบาย ไม่ว่าสภาะทางการเมืองและสังคมจะอยู่บนความไม่แน่นอนเพียงใด เพื่อไม่ให้เด็กไทยตกหล่นท่ามกลางคลื่นลมแห่งความไม่แน่นอนนี้ และนำไปสู่การสร้างทุนมนุษย์ที่มีคุณภาพในอนาคต</strong></p>



<p></p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>เดินหน้า 5 นโยบายแรก เพื่อปลดล็อกความต่อเนื่องของการพัฒนาการศึกษาไทย</strong></h3>



<p>“การแก้ปัญหาความไม่ต่อเนื่องในการศึกษาไทย สิ่งสำคัญที่ต้องยอมรับประการแรก คือปัญหาในปัจจุบันไม่ได้เกิดจากการขาดแคลนนโยบายที่ดี แต่เกิดจากการที่นโยบายที่ดีไม่สามารถดำเนินงานได้อย่างต่อเนื่องจนตลอดรอดฝั่ง ประเทศจึงจำเป็นต้องแยกความต่อเนื่องของนโยบายออกจากความต่อเนื่องของตัวบุคคลให้ได้”&nbsp;</p>



<p><strong>ดร.ธีราภา ไพโรหกุล ที่ปรึกษาของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ</strong> กล่าวในวงเสวนา ‘จากงบประมาณรายปี สู่การลงทุนในทุนมนุษย์ที่ยั่งยืน นวัตกรรมเชิงนโยบายและกลไกนิติบัญญัติใหม่เพื่อลดความเหลื่อมล้ำและสร้างอนาคตประเทศ’&nbsp; ในงานสัมมานาทางวิชาการ Equity Forum 2026 ถึงประเด็นความไม่ต่อเนื่องของนโยบายการศึกษา ซึ่งสอดคล้องกับข้อมูลที่ว่าประเทศไทยมีการเปลี่ยนตัวรัฐมนตรีบ่อยครั้ง โดยรัฐมนตรีกระทรวงศึกษาธิการมีเวลาทำงานเฉลี่ยเพียงคนละ 10-11 เดือนเท่านั้น สาเหตุจากความผันผวนทางการเมือง&nbsp;&nbsp;</p>



<p>ทั้งนี้ ดร.ธีราภา ชี้ว่าการจะเริ่มต้นสร้างความต่อเนื่องทางนโยบายการศึกษา ต้องเริ่มจากการปักธงนโยบายก่อน โดยนโยบายที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการประกาศไว้มีห้าประการ ประกอบด้วย</p>



<p>1.การลดภาระงานครูเพื่อคืนครูสู่ห้องเรียน <br>2.การปรับปรุงสูตรการจัดสรรงบประมาณเพื่อแก้ไขความเหลื่อมล้ำเป็นรูปแบบที่อิงตามความต้องการจริง (Need-Based) <br>3.การยกระดับหลักสูตรให้เท่าทันโลก <br>4.การสร้างความปลอดภัยในสถานศึกษา<br>5.การผลักดันพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติฉบับใหม่</p>



<p>ในแง่กระบวนการทำงานและความสำคัญของนโยบายแต่ละข้อ ดร.ธีราภาให้สัมภาษณ์เพิ่มเติมว่า ห้านโยบายนี้มีความสำคัญเท่ากันทั้งสิ้น แต่จุดที่แตกต่างคือการแบ่งระยะการทำงานเป็นเป้าหมายระยะสั้น ระยะกลาง และระยะยาว โดยนโยบายที่เดินหน้าทำได้ทันทีคือ <strong>การลดภาระงานครูเพื่อคืนครูสู่ห้องเรียน </strong>ซึ่งเริ่มต้นทำระยะที่หนึ่งไปแล้ว</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-full"><img decoding="async" loading="lazy" width="855" height="569" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/07/4-1.jpg" alt="" class="wp-image-104033" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/07/4-1.jpg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/07/4-1-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/07/4-1-768x511.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/07/4-1-750x500.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/07/4-1-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /><figcaption class="wp-element-caption">ดร.ธีราภา ไพโรหกุล</figcaption></figure></div>


<p></p>



<p>“เรามีการยกเลิกโครงการที่ดึงเวลาของคุณครูไปทำอย่างอื่นที่ไม่ใช่การสอน ตอนนี้เรายกเลิกไปแล้วเจ็ดโครงการ กําลังเข้าสู่ระยะที่สองที่จะมีการยกเลิกการประเมินซ้ำซ้อนของครูที่ใช้เอกสารเยอะมาก อันนี้เราถือว่าเป็น quick win ทำได้ทันที”</p>



<p>ในเป้าหมายระยะสั้นนี้ยังมีนโยบาย<strong>การสร้างความปลอดภัยในสถานศึกษา </strong>รวมอยู่ด้วย โดย ดร.ธีราภาระบุว่าเป็นนโยบายที่ต้องทำต่อยอดไปเรื่อยๆ <strong>&nbsp;</strong></p>



<p><strong>“</strong>เวลาเราพูดว่า ‘โรงเรียนเป็นพื้นที่ปลอดภัย’ เราพูดถึงทั้งในสองมิติคือ <em>(1) มิติเชิงกายภาพ </em>คือเรื่องของโครงสร้างพื้นฐานในโรงเรียน เช่น ถนนหนทาง ความปลอดภัยของอาคาร ความปลอดภัยของระบบไฟฟ้า ฯลฯ และ (2) <em>มิติเชิงสุขภาพจิต</em> คือเรื่องสภาวะทางจิตใจของเด็กและคุณครู เรามีการจัดตั้งศูนย์พิทักษ์สิทธิและเสรีภาพที่ครอบคลุมการดูแลตั้งแต่นักเรียนและคุณครูในสถานศึกษา ตอนนี้หากมีปัญหาเกิดขึ้นเราก็ลงไปแก้ปัญหาทันที” ดร.ธีราภาลงรายละเอียด&nbsp;</p>



<p>นอกจากนี้ยังมีส่วนของนโยบายในระยะสั้น/ระยะกลางที่กำลังอยู่ในกระบวนการ คือ <strong>การปรับปรุงสูตรการจัดสรรงบประมาณเพื่อแก้ไขความเหลื่อมล้ำเป็นรูปแบบที่อิงตามความต้องการจริง (Need-Based) </strong>โดยกระทรวงฯ ตั้งเป้าไว้ว่าต้องการรื้อสูตรงบประมาณให้เสร็จภายในไตรมาสที่ 4 ของปี 2569 โดยการทำงานอย่างใกล้ชิดกับสภาการศึกษาและ กสศ.<strong>&nbsp;</strong></p>



<p>“เราต้องการเปลี่ยนจากงบประมาณรายหัวเป็นการอิงตามความต้องการจริง เวลาบอกว่าจ่ายงบประมาณตามรายหัว ฟังแล้วเหมือนจะดูดีเพราะได้เท่ากันทุกคน แต่จริงๆ แล้วมันไม่เป็นธรรม เพราะท้ายที่สุดแล้ว โรงเรียนขนาดเล็กหรือโรงเรียนห่างไกล เขามีความต้องการมากที่สุด งบประมาณจึงควรไปลงที่เขา แต่จำนวนนักเรียนเขาน้อย จำนวนคุณครูไม่พอ อยู่ในพื้นที่ห่างไกล งบจึงน้อยตามไปด้วย ในขณะที่โรงเรียนขนาดใหญ่ได้งบเยอะเพราะจำนวนนักเรียนเยอะ กลายเป็นงบที่เท่ากันแต่ไม่เท่าเทียม เราจึงปักธงไว้ว่าต้องได้สูตรจัดสรรงบประมาณใหม่ภายในไตรมาส 4 ของปี 2569” ดร.ธีราภากล่าว</p>



<p>ยังเหลืออีกสองนโยบายซึ่งเป็น ‘งานช้าง’ ที่อยู่ในเป้าหมายการทำงานระยะยาวคือ <strong>การยกระดับหลักสูตรให้เท่าทันโลก</strong> และ <strong>การผลักดันพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติฉบับใหม่ </strong>โดย ดร.ธีราภาระบุว่า การปรับหลักสูตรอาจใช้เวลาพอสมควร และคงไม่สามารถปรับหลักสูตรได้ทีเดียวทั้งประเทศ ทั้งนี้มีการวางเป้าหมายว่าต้องการปรับหลักสูตรไปสู่ฐานสมรรถนะ ปัจจุบันมีการเริ่มต้นนำร่องไปแล้ว 4,000 กว่าโรงเรียนในระดับปฐมวัยและประถมศึกษา</p>



<figure class="wp-block-image size-full"><img decoding="async" loading="lazy" width="855" height="569" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/07/2-1.jpg" alt="" class="wp-image-104037" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/07/2-1.jpg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/07/2-1-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/07/2-1-768x511.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/07/2-1-750x500.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/07/2-1-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /></figure>



<p></p>



<p>“ตอนนี้เรากําลังวัดผลว่าใน 4,000 กว่าโรงเรียน ส่วนไหนได้ผล ส่วนไหนไม่ได้ผล และเราต้องปรับปรุงพัฒนาส่วนไหนบ้าง เราค่อยๆ ปรับตามระยะเวลาและความเหมาะสม หรืออย่างในพื้นที่นวัตกรรมการศึกษา (education sandbox) ที่มี พ.ร.บ.รองรับ ก็มีการทำงานอย่างต่อเนื่อง เรื่องไหนทำได้ก็ทำก่อน แล้วจึงมาวัดผลกัน” ดร.ธีราภา กล่าว ก่อนลงรายละเอียดถึงแนวคิดการปรับหลักสูตรให้เท่าทันโลกว่า</p>



<p>“หลักสูตรต้องอัปเดตให้สอดคล้องกับบริบทสังคม เปลี่ยนจากการให้เด็กท่องจำไปสู่การสอนให้เด็กคิดเป็น สื่อสารเป็น ปฏิบัติเป็น ถ้าหลักการตรงนี้ยังยืนอยู่ การออกแบบหลักสูตรต่อมาไม่ว่าจะผ่านไปกี่รัฐบาลก็จะยังยืนอยู่บนแกนนี้”&nbsp;</p>



<p>ต่อมาที่นโยบายสุดท้ายซึ่งถือเป็น ‘ตัวหลัก’ และต้องใช้ระยะเวลานานพอสมควรคือเรื่อง พ.ร.บ.การศึกษาฉบับใหม่ ดร.ธีราภากล่าวว่าทีมทำงานขีดเส้นระยะเวลาทำงานไว้ที่สองปี และมีการวางแผนการดำเนินงานอย่างชัดเจน โดยตอนนี้มีการตั้งอนุกรรมการร่างกฎหมายขึ้นมาแล้ว และเปิดให้มีกระบวนการรับฟังและคุยกับกลุ่มผู้มีส่วนได้ส่วนเสียคู่ขนานกันไปด้วย เพื่อนำข้อมูลที่ได้จากการคุยแลกเปลี่ยนไปปรับปรุงร่างกฎหมายก่อนผลักดันเข้าสภา</p>



<p>“ถ้าเราทำห้าข้อนี้สำเร็จ อย่างน้อยเราก็มีหลักให้จับไว้แน่นในการทำนโยบายการศึกษา” ดร.ธีราภากล่าวสรุป</p>



<p></p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>วางปรัชญา ปรับกลไก และมีเจตจำนงทางการเมือง: หัวใจของความเปลี่ยนแปลง</strong></h3>



<p>การสร้างความเปลี่ยนแปลงเชิงนโยบาย จำเป็นต้องมีการเคลื่อนไปพร้อมกันทั้งระบบ นอกจากฝ่ายบริหารแล้ว อีกหนึ่งฝ่ายที่สำคัญคือฝ่ายนิติบัญญัติ ที่เข้ามามีส่วนสำคัญในการจัดสรรงบประมาณและออกกฎหมาย</p>



<p><strong>ดร.อมรศักดิ์ กิจธนานันท์ รองประธานคณะกรรมาธิการการศึกษา การอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม วุฒิสภา (สว.) </strong>อธิบายถึงกลไกการทำงานของกรรมาธิการวุฒิสภาว่า มีความแตกต่างจากของสภาผู้แทนราษฎร (สส.)&nbsp; โดยสภาผู้แทนราษฎรมีการแยกเป็นสองคณะ คือ คณะกรรมาธิการการศึกษาที่กำกับดูแลงานส่วนของกระทรวงศึกษาธิการ และคณะกรรมาธิการอีกคณะที่ดูแลงานของกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) แต่ในส่วนของวุฒิสภานั้นรวมงานทั้งสองกระทรวงอยู่ในคณะกรรมาธิการเดียวกัน คือคณะกรรมาธิการการศึกษา การอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ข้อดีคือทำให้เกิดการเชื่อมโยงงานได้ตลอดกระบวนการเรียนรู้ของเด็กจากระดับปฐมวัยถึงอุดมศึกษาอย่างต่อเนื่อง&nbsp;</p>



<p>ทั้งนี้ เรื่องการจัดสรรงบประมาณที่เหมาะสมเป็นหนึ่งใน ‘หัวใจ’ ของการพัฒนาการศึกษาไทย จึงจำเป็นต้องพัฒนากลไกการทำงานของฝ่ายนิติบัญญัติที่มีอำนาจในการดูแลงบประมาณให้เหมาะสม ต่อประเด็นนี้ ดร.อมรศักดิ์ อธิบายให้เห็นความแตกต่างระหว่าง สส. กับ สว. ว่า วุฒิสภาไม่มีอำนาจในการตัดลดงบประมาณ โดยมีเพียงอำนาจในการเห็นชอบหรือไม่เห็นชอบสิ่งที่สภาผู้แทนราษฎรเสนอเท่านั้น แต่ทั้งนี้วุฒิสภาสามารถตั้งข้อสังเกตเกี่ยวกับงบประมาณได้ เช่น การประเมินว่างบประมาณส่วนใดน้อยหรือมากเกินไป รวมถึงเสนอแนวทางการปรับปรุงแก้ไข โดยที่การตั้งข้อสังเกตนั้นจะได้รับการบันทึกอย่างเป็นระบบ เพื่อใช้ในกระบวนการปรับแก้ต่อไป</p>



<p>“โจทย์หลักในการทำงานเรื่องการศึกษา แบ่งออกเป็นสองส่วน คือ <em>(1) ด้านงบประมาณ</em> คือจะทำอย่างไรให้การพัฒนาการศึกษามีความยั่งยืนและงบไม่ถูกตัดทอนมากไปนัก ไม่เช่นนั้นจะเกิดความไม่แน่นอนและไม่ต่อเนื่อง เพราะความเสมอภาคต้องอาศัยความต่อเนื่องด้วย และ (2) <em>ด้านกฎหมายหรือนโยบาย</em> ซึ่งตามธรรมชาติทางการเมือง นโยบายมักจะถูกเปลี่ยนเมื่อมีการเปลี่ยนรัฐบาลหรือรัฐมนตรี&nbsp; เพราะฉะนั้นสิ่งที่มีความแน่นอนที่สุดคือกฎหมาย เราจึงต้องทำให้เกิดเป็นมาตรการที่มีผลบังคับเชิงกฎหมาย โดยเฉพาะการเป็น พ.ร.บ. ที่มีการเปลี่ยนแปลงยาก จะช่วยให้เกิดความแน่นอนและต่อเนื่องของการดำเนินการ” ดร.อมรศักดิ์ กล่าว</p>



<p>ดร.อมรศักดิ์ ยังกล่าวอีกว่า ในเรื่องงบประมาณด้านการศึกษาให้กับโรงเรียนต่างๆ นั้นจำเป็นต้องมีการพิจารณาสูตรการจัดสรรงบประมาณใหม่ เนื่องจากปัจจุบันยังคงใช้หลักการคำนวณตามรายหัว โดยไม่ได้ประเมินจากความต้องการที่แท้จริงหรือโจทย์ของโรงเรียนจริงๆ&nbsp;</p>



<p>“หากพิจารณาได้ว่าโจทย์ของเราคืออะไร รูปแบบการจัดสรรงบประมาณก็จะแตกต่างออกไป เช่น ประเทศฟินแลนด์มีโจทย์หลักเรื่องความเสมอภาค เขาต้องการทำให้โรงเรียนมีความเสมอภาคกันโดยใช้แนวคิดการสร้างความพร้อมให้กับผู้เรียน รัฐบาลจึงจัดสรรงบประมาณไม่เท่ากัน เช่น มีการสนับสนุนเพิ่มเติมแก่โรงเรียนที่มีผู้พิการร่วมเรียน หรือการจ้างครูในอัตราพิเศษจูงใจครูไปสอนโรงเรียนเขตชนบทที่อยู่ห่างไกล ซึ่งประเทศไทยก็ควรพิจารณาว่าหลักที่ใช้ในการจัดสรรงบประมาณคืออะไร เพื่อมุ่งหวังผลลัพธ์ใดในการศึกษา เป็นเรื่องหลักคิดเชิงปรัชญาในการจัดการศึกษา” ดร.อมรศักดิ์ยกตัวอย่าง</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-full"><img decoding="async" loading="lazy" width="855" height="569" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/07/3-1.jpg" alt="" class="wp-image-104034" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/07/3-1.jpg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/07/3-1-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/07/3-1-768x511.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/07/3-1-750x500.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/07/3-1-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /><figcaption class="wp-element-caption">ดร.อมรศักดิ์ กิจธนานันท์</figcaption></figure></div>


<p></p>



<p>นอกจากนี้ ดร.อมรศักดิ์ยังชี้ว่า การจัดสรรงบประมาณการศึกษาในปัจจุบันมีการแบ่งตามกระทรวง แต่ยังไม่มีการจัดสรรงบบูรณาการเพื่อการศึกษาโดยเฉพาะ หากสามารถปรับเปลี่ยนกลไกในส่วนนี้ได้จะช่วยขับเคลื่อนการทำงานได้ดีกว่าเดิม และยังได้เชื่อมโยงถึงการจัดทำร่างพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติที่รัฐบาลกำลังดำเนินการอยู่ว่าควรส่งเสริมการศึกษาที่ยืดหยุ่นและการเรียนรู้ตลอดชีวิต และการลดความเหลื่อมล้ำในการเข้าถึงการศึกษาที่มีคุณภาพ โดยแนวทางที่กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) ได้ดำเนินงานไว้หลายเรื่องนั้นถือเป็นต้นแบบที่ดี แม้ว่าอาจยังคงมีข้อติดขัดบ้าง แต่หากได้รับการแก้ไขเชิงโครงสร้างจะสามารถช่วยสนับสนุนระบบการศึกษาได้อย่างมีประสิทธิภาพ</p>



<p>เมื่อถามถึงภาพการศึกษาไทยในอนาคต และความเป็นไปได้ที่จะมีความต่อเนื่องทางนโยบายโดยไม่ขึ้นอยู่กับความไม่แน่นอนทางการเมือง ดร.อมรศักดิ์ตอบว่า “ถ้าเราทำเหมือนเดิมก็ไม่มีทางเปลี่ยนแปลง”&nbsp;</p>



<p>คำว่า ‘เหมือนเดิม’ ในที่นี้ หมายถึงไม่มีกลไกใหม่เข้าไปบังคับให้ระบบเดินหน้าอย่างต่อเนื่อง ไม่ขึ้นกับผู้บริหารหรือรัฐมนตรีที่เปลี่ยนไปตามวาระ</p>



<p>“ถ้าเราอยากเห็นความต่อเนื่อง เราต้องออกแบบกลไกใหม่หรือใส่บางอย่างเข้าไปในกลไก เช่น ออกแบบสูตรการคำนวณงบประมาณ ฯลฯ กระทรวงศึกษาร่วมมือกับสำนักงบเพื่อคุยเรื่องการจัดสรรงบประมาณการศึกษา และถ้าเราอยากให้เกิดเสถียรภาพในการทำงาน เราก็ต้องใส่เข้าไปในระเบียบซึ่งแน่นอนว่าคือกฎหมาย เช่น พ.ร.บ.การศึกษา ข้อดีคือถ้าใส่เข้าไปแล้วมันจะ ‘อยู่ยาว เปลี่ยนยาก’ เพราะฉะนั้นถ้าสิ่งไหนที่เราคิดว่าดีและอยากให้เปลี่ยนยาก เราก็ต้องผลักดันให้เป็น พ.ร.บ.” ดร.อมรศักดิ์ลงรายละเอียด</p>



<p>เมื่อถอยมามองในภาพใหญ่ ดร.อมรศักดิ์ชี้ว่าการจะเปลี่ยนแปลงนโยบายให้สำเร็จต้องเกิดจากการมี 1. คนผลักดันสำคัญที่พูดประเด็นเดิมสม่ำเสมอจนสังคมสนใจและยอมรับ 2.จังหวะเวลาที่เหมาะสมที่เกิดหน้าต่างนโยบาย (policy window) ที่ฝ่ายการเมืองตอบรับข้อเสนอของผู้เชี่ยวชาญแล้วนำไปใช้เป็นนโยบายจริง&nbsp;</p>



<p>“ถ้าหน้าต่างเปิดเมื่อไหร่ เรามีแนวทางพร้อม เมื่อมีการนำเสนอแนวคิดเหล่านี้ในจังหวะที่ฝ่ายการเมืองต้องการ ก็มีโอกาสสูงที่เขาจะรับ แต่ท้ายที่สุดแล้วก็ต้องย้อนไปที่เจตจำนงทางการเมืองและความแข็งแกร่งของฝ่ายบริหารด้วยที่จะเป็นตัวขับเคลื่อนสำคัญ” ดร.อมรศักดิ์ระบุ ทั้งนี้ยังกล่าวต่อว่า มีอีกหนึ่งปัจจัยที่สำคัญ แต่เกิดขึ้นได้ยากสำหรับเรื่องการศึกษา คือ ‘กระแสสังคม’ ที่ต้องรณรงค์ร่วมกันหลายฝ่ายจนเกิดความต้องการการเปลี่ยนแปลงร่วมกันของสังคม จนสามารถกดดันไปถึงการเมืองได้&nbsp;</p>



<p>ทั้งนี้ ดร.อมรศักดิ์ ทิ้งท้ายถึงการวางปรัชญาเรื่องการศึกษาว่า “ในแวดวงการศึกษาเราน่าจะชวนกันคิดว่าอะไรคือปรัชญาการศึกษาของไทย และประเด็นใดที่ฝ่ายนิติบัญญัติควรร่วมหารือและผลักดันเข้าสู่สภาผู้แทนราษฎร เพื่อจัดลำดับความสำคัญของประเทศให้เกิดความต่อเนื่องในการดำเนินนโยบาย และกำหนดแกนหลักที่สังคมไทยจะยึดถือร่วมกัน ซึ่งหนึ่งในแกนหลักนั้นควรมีเรื่อง ‘ความเสมอภาค’ อยู่ด้วย” ดร.อมรศักดิ์กล่าวสรุป</p>



<p></p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>สู่การพัฒนาทุนมนุษย์</strong></h3>



<p>พ้นไปจากนโยบายการศึกษาที่กล่าวถึงข้างต้น สิ่งสำคัญที่เป็นฐานรากของปัญหานั้นเชื่อมโยงไปถึงเรื่องทางเศรษฐกิจด้วย ประเทศไทยติดอยู่ใน ‘กับดักรายได้ปานกลาง’ มาแล้วกว่าสี่ทศวรรษ แม้ในช่วงเวลาที่ผ่านมาประเทศไทยจะมีการขยายตัวของคนชั้นกลางและผู้มีรายได้สูงเพิ่มขึ้นมากมายเป็นประวัติการณ์ แต่ในขณะเดียวกันก็ยังมีประชากรไทยหลายล้านครัวเรือนที่ยังติดอยู่ใน ‘กับดักความยากจนข้ามรุ่น’ ซึ่งนั่นยิ่งทำให้ความเหลื่อมล้ำถ่างกว้างอย่างยากจะคืนกลับ&nbsp;</p>



<p>รายได้เฉลี่ยของประชากรไทยตอนนี้ ห่างจากเป้าหมายการเป็นประเทศรายได้สูงอีกกว่าร้อยละ 40-50 ซึ่งเราอาจต้องใช้มากกว่า 20 ปี ในการเดินทางไปสู่จุดนั้น </p>



<figure class="wp-block-image size-full"><img decoding="async" loading="lazy" width="855" height="569" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/07/1-1.jpg" alt="" class="wp-image-104036" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/07/1-1.jpg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/07/1-1-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/07/1-1-768x511.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/07/1-1-750x500.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/07/1-1-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /></figure>



<p></p>



<p>ในช่วงวิกฤตแห่งกับดักรายได้นี้ เราก็กำลังเผชิญอีกวิกฤตหนึ่งพร้อมกันคือ ‘วิกฤตประชากร’ โดยในปัจจุบันมีประชากรไทยเกิดใหม่ต่อปีเกือบไม่ถึงปีละสี่แสนคน จากเดิมเคยเกิดมากกว่าปีละหนึ่งล้านคนในช่วง 40 ปีที่ผ่านมา ดังนั้นจึงกล่าวได้ว่า ประเทศไทยตอนนี้กำลังเข้าสู่ภาวะ ‘เกิดน้อย สูงวัย และยากจน’</p>



<p>ท่ามกลางเรือที่โคลงเคลงอย่างน่ากังวลใจนี้ ทางออกสำคัญที่จะพาเราแก้ปัญหานี้ได้คือการลงทุนพัฒนาคนหรือ ‘ทุนมนุษย์’ (human capital) อย่างเสมอภาค เพื่อพาเราออกจากเส้นทางสู่ความล้มละลายเชิงโครงสร้างในมิติเศรษฐกิจ สังคม และเสถียรภาพทางการเงินการคลังของประเทศในระยะยาว ในขณะเดียวกันก็ต้องไม่ลืมว่า เด็กทุกคนมีความต้องการและลักษณะเฉพาะของตัวเอง ดังนั้นการส่งเสริมการเรียนรู้ที่เหมาะกับเด็กทุกคนจึงเป็นเรื่องที่ต้องทำไปควบคู่กัน โดยตระหนักอยู่เสมอว่าเด็กทุกคนล้วนเป็นมนุษย์ที่มีหัวใจ</p>



<p>ต่อประเด็นนี้ก็เป็นเรื่องที่กระทรวงศึกษาธิการกำลังพยายามขับเคลื่อนอย่างเต็มกำลัง ดร.ธีราภา ไพโรหกุล<strong> </strong>ที่ปรึกษาของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ กล่าวว่า หากสร้างการเปลี่ยนแปลงเชิงนโยบายทั้งหมดที่กล่าวมานี้ได้ ก็สามารถนำไปสู่การพัฒนาทุนมนุษย์ที่มีคุณภาพได้</p>



<p>“เวลาเราพูดถึงทุนมนุษย์ มันไม่ใช่แค่เรื่องของการศึกษา แต่ทุนมนุษย์ผูกกับแทบทุกอย่างและเกี่ยวข้องกับหลายกระทรวงมาก” ดร.ธีราภา เปิดประเด็น โดยขยายความว่าในปัจจุบันประเทศไทยมีอัตราการเกิดน้อยและกำลังเข้าสู่สังคมสูงวัยเต็มรูปแบบ ดังนั้นสิ่งที่ต้องทำคือการพัฒนาคุณภาพทุนมนุษย์ให้ได้มากที่สุด เพื่อสอดรับกับการขับเคลื่อนทางเศรษฐกิจ&nbsp;</p>



<p>“นโยบายที่เราพูดมาทั้งหมดห้านโยบายถือเป็นจุดเริ่มต้นในการปักธงเพื่อยกระดับให้คนทุกช่วงวัยเป็นคนที่มีคุณภาพและมีทักษะที่ตอบโจทย์ตลาดแรงงานทั้งในประเทศและระดับโลก แต่ทั้งนี้เราไม่ได้กำลังบอกว่าตลาดแรงงานต้องการอาชีพอะไร แล้วเราต้องผลิตคนออกมาตามนั้นแบบเป๊ะๆ แต่ทักษะที่เราให้ความสำคัญคือซอฟต์สกิล ที่ช่วยให้เขานำไปประยุกต์ใช้กับช่วงชีวิตต่างๆ ของเขาได้&nbsp;</p>



<p>“นี่คือเหตุผลว่าทำไมเราจึงให้ความสำคัญกับหลักสูตรฐานสมรรถนะ โดยสลัดกรอบของรายวิชาออกไป และให้ความสำคัญกับการศึกษาแบบยืดหยุ่นซึ่งเกี่ยวข้องกับแนวทางที่ กสศ. กำลังขับเคลื่อนอยู่ด้วย นี่จึงเป็นที่มาของการทำ พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติฉบับใหม่ที่ยืนอยู่บนฐานของการศึกษาที่ยืดหยุ่น และยึดหลักการศึกษาตลอดชีวิต (lifelong learning)” ดร.ธีราภา ทิ้งท้าย</p><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/article-210726/">นโยบายการศึกษาไทยที่ไม่ต่อเนื่อง : ความท้าทายต่ออนาคตทุนมนุษย์ ชวนฟังทัศนะจากฝ่ายนโยบายและนิติบัญญัติ</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>กสศ.-มจธ. เดินหน้าพัฒนานักศึกษาทุนพระกนิษฐาสัมมาชีพ สร้างกำลังคนคุณภาพ ก้าวข้ามความยากจนข้ามรุ่น</title>
		<link>https://www.eef.or.th/article-200726-2/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 20 Jul 2026 08:10:09 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[บทความ]]></category>
		<category><![CDATA[ทุนพระกนิษฐาสัมมาชีพ]]></category>
		<category><![CDATA[Movement]]></category>
		<category><![CDATA[กสศ.]]></category>
		<category><![CDATA[มจธ.]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?p=103987</guid>

					<description><![CDATA[<p>กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) ร่วมกับคณะครุศ [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/article-200726-2/">กสศ.-มจธ. เดินหน้าพัฒนานักศึกษาทุนพระกนิษฐาสัมมาชีพ สร้างกำลังคนคุณภาพ ก้าวข้ามความยากจนข้ามรุ่น</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) ร่วมกับคณะครุศาสตร์อุตสาหกรรมและเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี (มจธ.) จัดการประชุมปฐมนิเทศและการหนุนเสริมทางวิชาชีพนักศึกษาทุนพระกนิษฐาสัมมาชีพ ระหว่างวันที่ 9–12 กรกฎาคม 2569 ณ ห้องประชุมเสมอภาค กสศ. กรุงเทพมหานคร และเคนซิงตัน อิงลิซ การ์เด้น รีสอร์ท เขาใหญ่ จังหวัดนครราชสีมา เพื่อเตรียมความพร้อมให้นักศึกษาทุนก้าวสู่ชีวิตในรั้วอุดมศึกษาอย่างมั่นใจ พัฒนาศักยภาพสู่การเป็นกำลังคนสมรรถนะสูง พร้อมวางรากฐานสู่การก้าวข้ามความยากจนข้ามรุ่นอย่างยั่งยืน</p>



<figure class="wp-block-image size-full"><img decoding="async" loading="lazy" width="855" height="569" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/07/image-27.jpeg" alt="" class="wp-image-103988" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/07/image-27.jpeg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/07/image-27-300x200.jpeg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/07/image-27-768x511.jpeg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/07/image-27-750x500.jpeg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/07/image-27-272x182.jpeg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /></figure>



<p></p>



<p>การประชุมครั้งนี้มุ่งสร้างความเข้าใจเกี่ยวกับแนวคิดของทุนพระกนิษฐาสัมมาชีพ บทบาทและความรับผิดชอบของนักศึกษาทุน ตลอดจนสร้างแรงบันดาลใจในการกำหนดเป้าหมายชีวิตและวางแผนอนาคต ควบคู่กับการพัฒนาทักษะแห่งศตวรรษที่ 21 ผ่านการบรรยาย การแลกเปลี่ยนเรียนรู้ กิจกรรมกลุ่ม และการศึกษาดูงาน เพื่อเสริมสร้างองค์ความรู้และทักษะที่สามารถนำไปต่อยอดสู่การพัฒนาตนเองและวิชาชีพได้อย่างมีประสิทธิภาพ</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-full"><img decoding="async" loading="lazy" width="855" height="569" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/07/image-28.jpeg" alt="" class="wp-image-103989" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/07/image-28.jpeg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/07/image-28-300x200.jpeg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/07/image-28-768x511.jpeg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/07/image-28-750x500.jpeg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/07/image-28-272x182.jpeg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /><figcaption class="wp-element-caption">ดร.ไกรยส ภัทราวาท</figcaption></figure></div>


<p></p>



<p><strong>ดร.ไกรยส ภัทราวาท ผู้จัดการ กสศ.</strong> กล่าวว่า ความสำเร็จของนักศึกษาทุนพระกนิษฐาสัมมาชีพสะท้อนให้เห็นถึง &#8220;ระบบสร้างโอกาสทางการศึกษาอย่างไร้รอยต่อ&#8221; ของ กสศ. ที่สนับสนุนเยาวชนตั้งแต่ระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน ผ่านทุนนวัตกรรมสายอาชีพชั้นสูง จนก้าวสู่การศึกษาระดับอุดมศึกษาในฐานะนักศึกษาทุนพระกนิษฐาสัมมาชีพ ซึ่งเป็นกลไกสำคัญในการยกระดับศักยภาพเยาวชน ลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา และสร้างการเคลื่อนย้ายทางสังคม (Social Mobility) เพื่อเปิดโอกาสให้เยาวชนสามารถก้าวข้ามความยากจนข้ามรุ่นได้อย่างยั่งยืน</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-full"><img decoding="async" loading="lazy" width="855" height="569" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/07/image-29.jpeg" alt="" class="wp-image-103990" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/07/image-29.jpeg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/07/image-29-300x200.jpeg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/07/image-29-768x511.jpeg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/07/image-29-750x500.jpeg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/07/image-29-272x182.jpeg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /><figcaption class="wp-element-caption">ศ.ดร.สมพงษ์ จิตระดับ</figcaption></figure></div>


<p></p>



<p>ด้าน <strong>ศาสตราจารย์ ดร.สมพงษ์ จิตระดับ กรรมการบริหาร กสศ.</strong> กล่าวถึงความสำคัญของการกำหนดเป้าหมายชีวิตและการเตรียมความพร้อมสู่โลกอนาคต พร้อมสะท้อนภาพรวมของโครงการทุนพระกนิษฐาสัมมาชีพว่า ตลอดระยะเวลา 8 ปี (ปีการศึกษา 2562–2569) กสศ. ได้สนับสนุนทุนการศึกษาแก่เยาวชนที่มีศักยภาพรวม 283 ทุน ครอบคลุมสถาบันอุดมศึกษา 63 แห่ง ใน 37 จังหวัดทั่วประเทศ และมีผู้สำเร็จการศึกษาแล้ว 171 คน</p>



<p>ปัจจุบัน บัณฑิตทุนพระกนิษฐาสัมมาชีพได้ก้าวสู่การเป็นกำลังสำคัญของประเทศในหลากหลายวิชาชีพ ทั้งครู วิศวกร นักวิจัย บุคลากรภาครัฐ และผู้ประกอบการ สะท้อนผลลัพธ์ของการลงทุนทางการศึกษาที่สามารถสร้างกำลังคนคุณภาพ ควบคู่กับการยกระดับคุณภาพชีวิตของเยาวชนได้อย่างเป็นรูปธรรม</p>



<figure class="wp-block-gallery has-nested-images columns-default is-cropped wp-block-gallery-3 is-layout-flex wp-block-gallery-is-layout-flex">
<figure class="wp-block-image size-large"><img decoding="async" loading="lazy" width="855" height="569" data-id="103993" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/07/0720_กสศ.-มจธ.-เดินหน้าพัฒนานักศึกษาทุนพระกนิษฐาสัมมาชีพ-3.jpg" alt="" class="wp-image-103993" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/07/0720_กสศ.-มจธ.-เดินหน้าพัฒนานักศึกษาทุนพระกนิษฐาสัมมาชีพ-3.jpg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/07/0720_กสศ.-มจธ.-เดินหน้าพัฒนานักศึกษาทุนพระกนิษฐาสัมมาชีพ-3-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/07/0720_กสศ.-มจธ.-เดินหน้าพัฒนานักศึกษาทุนพระกนิษฐาสัมมาชีพ-3-768x511.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/07/0720_กสศ.-มจธ.-เดินหน้าพัฒนานักศึกษาทุนพระกนิษฐาสัมมาชีพ-3-750x500.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/07/0720_กสศ.-มจธ.-เดินหน้าพัฒนานักศึกษาทุนพระกนิษฐาสัมมาชีพ-3-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /></figure>



<figure class="wp-block-image size-large"><img decoding="async" loading="lazy" width="855" height="569" data-id="103992" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/07/0720_กสศ.-มจธ.-เดินหน้าพัฒนานักศึกษาทุนพระกนิษฐาสัมมาชีพ-6.jpg" alt="" class="wp-image-103992" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/07/0720_กสศ.-มจธ.-เดินหน้าพัฒนานักศึกษาทุนพระกนิษฐาสัมมาชีพ-6.jpg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/07/0720_กสศ.-มจธ.-เดินหน้าพัฒนานักศึกษาทุนพระกนิษฐาสัมมาชีพ-6-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/07/0720_กสศ.-มจธ.-เดินหน้าพัฒนานักศึกษาทุนพระกนิษฐาสัมมาชีพ-6-768x511.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/07/0720_กสศ.-มจธ.-เดินหน้าพัฒนานักศึกษาทุนพระกนิษฐาสัมมาชีพ-6-750x500.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/07/0720_กสศ.-มจธ.-เดินหน้าพัฒนานักศึกษาทุนพระกนิษฐาสัมมาชีพ-6-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /></figure>
</figure>



<figure class="wp-block-gallery has-nested-images columns-default is-cropped wp-block-gallery-5 is-layout-flex wp-block-gallery-is-layout-flex">
<figure class="wp-block-image size-large"><img decoding="async" loading="lazy" width="855" height="569" data-id="103994" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/07/0720_กสศ.-มจธ.-เดินหน้าพัฒนานักศึกษาทุนพระกนิษฐาสัมมาชีพ-2.jpg" alt="" class="wp-image-103994" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/07/0720_กสศ.-มจธ.-เดินหน้าพัฒนานักศึกษาทุนพระกนิษฐาสัมมาชีพ-2.jpg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/07/0720_กสศ.-มจธ.-เดินหน้าพัฒนานักศึกษาทุนพระกนิษฐาสัมมาชีพ-2-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/07/0720_กสศ.-มจธ.-เดินหน้าพัฒนานักศึกษาทุนพระกนิษฐาสัมมาชีพ-2-768x511.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/07/0720_กสศ.-มจธ.-เดินหน้าพัฒนานักศึกษาทุนพระกนิษฐาสัมมาชีพ-2-750x500.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/07/0720_กสศ.-มจธ.-เดินหน้าพัฒนานักศึกษาทุนพระกนิษฐาสัมมาชีพ-2-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /></figure>



<figure class="wp-block-image size-large"><img decoding="async" loading="lazy" width="855" height="569" data-id="103995" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/07/0720_กสศ.-มจธ.-เดินหน้าพัฒนานักศึกษาทุนพระกนิษฐาสัมมาชีพ-7.jpg" alt="" class="wp-image-103995" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/07/0720_กสศ.-มจธ.-เดินหน้าพัฒนานักศึกษาทุนพระกนิษฐาสัมมาชีพ-7.jpg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/07/0720_กสศ.-มจธ.-เดินหน้าพัฒนานักศึกษาทุนพระกนิษฐาสัมมาชีพ-7-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/07/0720_กสศ.-มจธ.-เดินหน้าพัฒนานักศึกษาทุนพระกนิษฐาสัมมาชีพ-7-768x511.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/07/0720_กสศ.-มจธ.-เดินหน้าพัฒนานักศึกษาทุนพระกนิษฐาสัมมาชีพ-7-750x500.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/07/0720_กสศ.-มจธ.-เดินหน้าพัฒนานักศึกษาทุนพระกนิษฐาสัมมาชีพ-7-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /></figure>
</figure>



<p></p>



<p>นอกจากการสร้างความเข้าใจเกี่ยวกับเงื่อนไขและสัญญารับทุนแล้ว นักศึกษาทุนยังได้เข้าร่วมกิจกรรมการหนุนเสริมทางวิชาชีพ ณ จังหวัดนครราชสีมา ผ่านการศึกษาดูงานด้านเกษตรอัจฉริยะ (Smart Farming) การเรียนรู้จากสถานการณ์จริง การออกแบบแนวทางพัฒนาตนเอง และการระดมสมองเพื่อเตรียมความพร้อมสู่โลกการทำงานยุคใหม่ โดยมีผู้ทรงคุณวุฒิและรุ่นพี่นักศึกษาทุนร่วมถ่ายทอดประสบการณ์ เพื่อเสริมสร้างทักษะการคิดวิเคราะห์ การทำงานร่วมกัน และส่งเสริมการเรียนรู้ตลอดชีวิต (Lifelong Learning)</p>



<figure class="wp-block-image size-full"><img decoding="async" loading="lazy" width="855" height="569" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/07/image-30.jpeg" alt="" class="wp-image-103996" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/07/image-30.jpeg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/07/image-30-300x200.jpeg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/07/image-30-768x511.jpeg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/07/image-30-750x500.jpeg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/07/image-30-272x182.jpeg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /></figure>



<p>เวทีแห่งการเรียนรู้ครั้งนี้ยังเป็นจุดเริ่มต้นของการสร้างเครือข่าย &#8220;ครอบครัวทุนพระกนิษฐาสัมมาชีพ&#8221; ที่เปิดโอกาสให้นักศึกษาจากหลากหลายสถาบันได้เรียนรู้และเติบโตไปด้วยกัน เชื่อมโยงความสัมพันธ์ระหว่างรุ่นพี่ รุ่นน้อง และศิษย์เก่าทุนพระกนิษฐาสัมมาชีพ (Alumni) ให้เป็นเครือข่ายแห่งการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ ประสบการณ์ และการให้คำปรึกษาตลอดเส้นทางการศึกษาและการประกอบวิชาชีพ เพื่อร่วมกันพัฒนาศักยภาพของตนเอง ก้าวสู่การเป็นกำลังสำคัญในการพัฒนาประเทศ และส่งต่อโอกาสทางการศึกษาสู่คนรุ่นต่อไป</p><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/article-200726-2/">กสศ.-มจธ. เดินหน้าพัฒนานักศึกษาทุนพระกนิษฐาสัมมาชีพ สร้างกำลังคนคุณภาพ ก้าวข้ามความยากจนข้ามรุ่น</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>สานพลังท้องถิ่นสู่นานาชาติ: ขับเคลื่อนเมืองแห่งการเรียนรู้ คืนโอกาส สร้างความเสมอภาคแบบไร้รอยต่อ</title>
		<link>https://www.eef.or.th/article-200726/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 20 Jul 2026 04:01:43 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[บทความ]]></category>
		<category><![CDATA[Movement]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?p=103971</guid>

					<description><![CDATA[<p>เมื่อวันที่ 17 กรกฎาคม 2569 กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางกา [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/article-200726/">สานพลังท้องถิ่นสู่นานาชาติ: ขับเคลื่อนเมืองแห่งการเรียนรู้ คืนโอกาส สร้างความเสมอภาคแบบไร้รอยต่อ</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>เมื่อวันที่ 17 กรกฎาคม 2569 <strong>กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.)</strong> ร่วมลงนามบันทึกความร่วมมือกับ <strong>มหาวิทยาลัยพะเยา</strong> และ <strong>สถาบันการเรียนรู้ตลอดชีวิตเทศบาลนครเซี่ยงไฮ้ (Shanghai Municipal Institute for Lifelong Learning Education: SMILE)</strong> <strong>ประเทศจีน</strong> ณ มหาวิทยาลัยพะเยา เพื่อขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ความร่วมมือ 3 ฝ่าย <strong>เชื่อมท้องถิ่น-ประเทศ-นานาชาติ</strong> ในระยะเวลา 3 ปี (2569–2572) มุ่งใช้ “เมืองแห่งการเรียนรู้ (Learning City)” เป็นกลไกหลักในการสร้างระบบนิเวศการศึกษาเชิงพื้นที่ ลดความเหลื่อมล้ำเชิงโครงสร้าง พร้อมเปิดโอกาสให้เด็ก เยาวชน และประชากรวัยแรงงาน เข้าถึงการเรียนรู้และอาชีพได้อย่างยั่งยืน</p>



<p></p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>วิกฤตความเหลื่อมล้ำ สู่ความร่วมมือในการพลิกโฉมการศึกษา</strong></h3>



<p>ข้อมูลจาก กสศ. สะท้อนถึงวิกฤตที่ต้องเร่งแก้ไข ไม่ว่าจะเป็นตัวเลขปีเฉลี่ยการศึกษาของคนไทยที่หยุดอยู่เพียง 9 ปี, เด็กและเยาวชน ร้อยละ 20 หลุดจากระบบการศึกษาหลังจบ ม.3, และแรงงานกว่าร้อยละ 64 ขาดทักษะพื้นฐาน หากปล่อยให้วงจรนี้ดำเนินต่อไป ความเหลื่อมล้ำจะฝังรากลึกข้ามรุ่น</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-full is-resized"><img decoding="async" loading="lazy" width="855" height="980" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/07/image-5.png" alt="" class="wp-image-103973" style="width:600px" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/07/image-5.png 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/07/image-5-262x300.png 262w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/07/image-5-768x880.png 768w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /></figure></div>


<p></p>



<p>เพื่อแก้ปัญหานี้ กสศ. และ ทุกภาคส่วนจึงให้ความสำคัญกับการใช้ “ฐานข้อมูล” เข้ามาค้นหากลุ่มเป้าหมาย เพื่อส่งมอบการสนับสนุนนและช่วยเหลือได้ตรงจุดและทันท่วงที</p>



<p><em>“การยกระดับความเสมอภาค ต้องเริ่มจากการเชื่อมฐานข้อมูลเพื่อค้นหากลุ่มเป้าหมายที่ชัดเจน เพื่อให้ท้องถิ่นร่วมกันจับคู่เด็กกับโอกาสทางการศึกษาและอาชีพที่เหมาะสม เมืองแห่งการเรียนรู้จึงไม่ใช่แค่การนำเด็กกลับเข้าโรงเรียน แต่คือการสร้างระบบนิเวศที่ตอบโจทย์ชีวิตของคนในพื้นที่อย่างแท้จริง”</em><em><br></em> <strong>— ดร.ไกรยส ภัทราวาท ผู้จัดการ กสศ.</strong></p>



<figure class="wp-block-image size-full"><img decoding="async" loading="lazy" width="855" height="569" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/07/image-4.png" alt="" class="wp-image-103972" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/07/image-4.png 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/07/image-4-300x200.png 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/07/image-4-768x511.png 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/07/image-4-750x500.png 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/07/image-4-272x182.png 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /></figure>



<p></p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>แผนขับเคลื่อน 3 ปี จากการพัฒนาร่วม สู่มาตรฐานอ้างอิงใหม่</strong></h3>



<p>ภายใต้แผนขับเคลื่อนระยะ 3 ปี ความร่วมมือนี้มุ่งเปลี่ยนนโยบายสู่แนวปฏิบัติเชิงระบบ ผ่านการพัฒนานวัตกรรมการเรียนรู้ร่วมกันระหว่าง 7 เมืองของประเทศไทยกับนครเซี่ยงไฮ้ รวมถึงการพัฒนาตัวชี้วัดผลลัพธ์เชิงคุณภาพ (Learning City People Indicators) และจัดตั้ง Shanghai–Thailand Consortium เพื่อเป็นกลไกถาวรในการขับเคลื่อนงานระยะยาว โดยมีสถาบัน SMILE เป็นแกนกลางเชื่อมโยงงานวิจัยสู่การปฏิบัติจริง</p>



<figure class="wp-block-image size-full"><img decoding="async" loading="lazy" width="855" height="569" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/07/image-9.png" alt="" class="wp-image-103978" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/07/image-9.png 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/07/image-9-300x200.png 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/07/image-9-768x511.png 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/07/image-9-750x500.png 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/07/image-9-272x182.png 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /></figure>



<p><em>“สถาบัน SMILE พร้อมเป็นหุ้นส่วนในการขับเคลื่อนการเรียนรู้ตลอดชีวิต โดยขอเชิญชวนเมืองแห่งการเรียนรู้ในประเทศไทย มาร่วมแลกเปลี่ยนนวัตกรรมและสร้างการเปลี่ยนแปลงเชิงระบบไปพร้อมกับนครเซี่ยงไฮ้อย่างต่อเนื่องและยั่งยืน”</em><br><strong>— รศ.หลี่ เจียเชิง รองอธิการบดีบริหาร สถาบัน SMILE</strong></p>



<p></p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>บูรณาการท้องถิ่นผ่านกลไกจากมหาวิทยาลัยพะเยากับการแปลงนโยบายสู่พื้นที่</strong></h3>



<p>กลไกความร่วมมือระดับนานาชาติจะถูกนำมาปฏิบัติจริงในระดับชุมชน โดยมีสถาบันวิชาการในพื้นที่อย่าง มหาวิทยาลัยพะเยา เป็นผู้รับช่วงต่อในการแปลงนโยบายให้เข้ากับบริบทท้องถิ่น เพื่อสร้างนวัตกรรมที่สร้างความเสมอภาคทางการศึกษาได้อย่างแท้จริง</p>



<figure class="wp-block-image size-full"><img decoding="async" loading="lazy" width="855" height="569" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/07/image-6.png" alt="" class="wp-image-103983" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/07/image-6.png 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/07/image-6-300x200.png 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/07/image-6-768x511.png 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/07/image-6-750x500.png 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/07/image-6-272x182.png 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /></figure>



<p><em>“มหาวิทยาลัยพะเยามุ่งมั่นบูรณาการร่วมกับทุกภาคส่วน เพื่อออกแบบระบบการศึกษาและการเรียนรู้ที่สอดคล้องกับบริบทพื้นที่ เชื่อมองค์ความรู้จากท้องถิ่นสู่มาตรฐานนานาชาติ และนำกลับมาพัฒนาเมืองเพื่อสร้างความเสมอภาคทางการศึกษาอย่างเป็นรูปธรรม”</em><br><strong>— รศ.ดร.สุภกร พงศบางโพธิ์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยพะเยา</strong></p>



<p></p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>ความยั่งยืนที่ขับเคลื่อนด้วยพลังภายใน เพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น</strong></h3>



<p>เมืองแห่งการเรียนรู้ทำหน้าที่เสมือน <strong>“สะพานเชื่อมโอกาส”</strong> ให้ประชากรเข้าถึงการศึกษา สุขภาวะ และอาชีพที่มั่นคง การสร้างระบบที่เข้มแข็งจากฐานรากจึงเป็นหัวใจสำคัญของการเปลี่ยนแปลง</p>



<p><em>“ความสำเร็จสูงสุดของการขับเคลื่อนงาน ไม่ใช่เพียงการได้เป็นสมาชิกเครือข่ายระดับโลก แต่คือการยกระดับศักยภาพ และทำให้คนในพื้นที่มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นได้อย่างแท้จริง”</em><br><strong>— ศ.วุฒิสาร ตันไชย ประธานกรรมการบริหาร กสศ.</strong></p>



<figure class="wp-block-image size-full"><img decoding="async" loading="lazy" width="855" height="569" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/07/image-7.png" alt="" class="wp-image-103976" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/07/image-7.png 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/07/image-7-300x200.png 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/07/image-7-768x511.png 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/07/image-7-750x500.png 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/07/image-7-272x182.png 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /></figure>



<p></p>



<p>การขับเคลื่อนความร่วมมือในครั้งนี้ จึงเป็นก้าวสำคัญในการเชื่อมโยงท้องถิ่น ประเทศ และนานาชาติ ผ่าน 4 กลไกหลัก ได้แก่ 1) การใช้ข้อมูลค้นหากลุ่มเป้าหมาย 2) การบูรณาการวิชาการกับท้องถิ่น 3) การใช้พื้นที่ชุมชนเชื่อมเทคโนโลยีและสุขภาวะ และ 4) การเชื่อมเส้นทางการศึกษากับโอกาสทางอาชีพ เพื่อมุ่งสู่เป้าหมายเดียวกัน คือการสร้างระบบนิเวศการศึกษาใหม่ที่ยืดหยุ่น เข้าถึงได้อย่างทั่วถึง และสร้างโอกาสทางการศึกษาได้อย่างยั่งยืน</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-full is-resized"><img decoding="async" loading="lazy" width="855" height="933" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/07/image-8.png" alt="" class="wp-image-103977" style="width:400px" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/07/image-8.png 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/07/image-8-275x300.png 275w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/07/image-8-768x838.png 768w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /></figure></div>


<p></p>



<hr class="wp-block-separator has-alpha-channel-opacity"/>



<p><strong>อ้างอิงจาก:</strong> พิธีลงนามบันทึกความร่วมมือระหว่างกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) สถาบันการเรียนรู้ตลอดชีวิตเทศบาลนครเซี่ยงไฮ้ และมหาวิทยาลัยพะเยา เมื่อวันที่ 17 กรกฎาคม 2569 ณ มหาวิทยาลัยพะเยา</p><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/article-200726/">สานพลังท้องถิ่นสู่นานาชาติ: ขับเคลื่อนเมืองแห่งการเรียนรู้ คืนโอกาส สร้างความเสมอภาคแบบไร้รอยต่อ</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>“ความเป็นแม่มันซับใจ” ใช้ ‘พลังมะ(แม่)’ สร้างขนำปลอดภัย ให้เด็กๆ ละงู จ.สตูล</title>
		<link>https://www.eef.or.th/article-160726/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 16 Jul 2026 12:07:01 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Movement]]></category>
		<category><![CDATA[บทความ]]></category>
		<category><![CDATA[ABE]]></category>
		<category><![CDATA[สตูล]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?p=103952</guid>

					<description><![CDATA[<p>“ทำกับเด็กเราได้ครอบครัว ทำกับครอบครัวเราก็ได้เด็ก”&#038;nbs [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/article-160726/">“ความเป็นแม่มันซับใจ” ใช้ ‘พลังมะ(แม่)’ สร้างขนำปลอดภัย ให้เด็กๆ ละงู จ.สตูล</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>“ทำกับเด็กเราได้ครอบครัว ทำกับครอบครัวเราก็ได้เด็ก”&nbsp;</p>



<p>‘มะเดีย’ ก่อเดียะ นิ้วหลี บอกกับเราด้วยรอยยิ้มที่ริมฝีปากถูกระบายด้วยสีแดงฉ่ำ ครึ่งหน้าบนแววตาก็สดใสแทบดูไม่ออกเลยว่างานที่มะทำมา ทำอยู่ และคงทำต่อไปนั้น หนักหนาและต้องใช้ความสามารถเฉพาะตัวมากขนาดไหน&nbsp;</p>



<p>มะเดีย แทนตัวเองว่ามะที่แปลว่าแม่ของชาวมุสลิม เพราะในตำบลละงู อำเภอละงู จังหวัดสตูลที่มะทำงานอยู่มีลูกให้ดูแลหลายสิบชีวิต</p>



<p>มะเดียไม่ได้ทำงานคนเดียวแต่ยังมีพาร์ทเนอร์ต่างวัยอย่าง ‘ก๊ะนุช’ อารี หวันสู ที่ช่วยกันตามหาและดูแลเด็กๆ ที่หลุดออกนอกระบบการศึกษาในตำบล&nbsp;</p>



<p>“เขาหายเราหา เมื่อก่อนเด็กๆ จะนอนหลบอยู่ในบ้าน หลบอยู่ในป่ายาง ในขนำของเพื่อน หลบอยู่ในที่ของเขา ที่ปลอดภัยสำหรับเขา”&nbsp;</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-full"><img decoding="async" loading="lazy" width="1200" height="800" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/07/image-20.jpeg" alt="" class="wp-image-103953" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/07/image-20.jpeg 1200w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/07/image-20-300x200.jpeg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/07/image-20-768x512.jpeg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/07/image-20-750x500.jpeg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/07/image-20-272x182.jpeg 272w" sizes="(max-width: 1200px) 100vw, 1200px" /><figcaption class="wp-element-caption">‘มะเดีย’ ก่อเดียะ นิ้วหลี</figcaption></figure></div>


<p></p>



<p>สำหรับ เด็กๆ ที่นี่ ‘กลางวันมืด กลางคืนสว่าง ’</p>



<p>“เพราะกลางวันมันไม่ปลอดภัยพอในการใช้ชีวิต” คำอธิบายจาก อัพดอล พงค์สวัสดิ์ ผู้รับผิดชอบโครงการกลไกชุมชนการสร้างพื้นที่ปลอดภัยที่เอื้อต่อการเรียนรู้ของเด็กและเยาวชนนอกระบบการศึกษา จ.สตูล สนับสนุนโดยกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา&nbsp;</p>



<p>ไม่ใช่เพราะอันตรายทางกายภาพ แต่เพราะ ‘สายตาของคนใน’ ที่คอยตัดสินและตั้งคำถามอยู่ตลอดเวลา อยู่บ้านเฉยๆ พ่อแม่ก็ด่า ถ้าออกไปข้างนอกก็มักถูกถามว่าทำไมไม่ไปโรงเรียน</p>



<p>“ไม่ได้หมายความว่าเขาจะนอนทั้งวัน เที่ยง บ่าย เขาก็จะตื่น แต่พอตื่นปุ๊บเขาก็จะออกไปหาที่ซ่อนแล้ว คือเขาจะไม่อยู่ในชุมชนปกติให้เราเห็นหรอก เขาต้องไปแอบใช้ชีวิต” อัพดอลบอก&nbsp;</p>



<p>นอกจากแอบแล้ว เด็กๆ กลุ่มนี้มีสิ่งที่เรียกว่า ‘วัฒนธรรมเงียบ’ คือเก็บตัวอยู่ในบ้าน ไม่ออกจากห้อง ถึงเวลากินข้าวก็ค่อยออกมา กินเสร็จแล้วกลับเข้าไป&nbsp;</p>



<p>ภายใต้ความแอบ ความเงียบ เด็กๆ ละงูอยู่ในสถานการณ์และความเสี่ยงทั้งที่เกิดเพราะตัวเองและคนอื่น ไม่ว่าจะเป็นความรุนแรงในครอบครัว ยาเสพติด ฯลฯ&nbsp;</p>



<p>“เมื่อก่อนหลุดจากโรงเรียน ม.3 เดี๋ยวนี้ลดลงมาเหลือ ป.6 ความเสี่ยงเรื่องยาเสพติดมันใกล้ขึ้น เราไปเจอว่ายาเสพติดตกเม็ดละห้าบาท มันใกล้ขนาดที่ว่าเด็กรู้ว่าร้านยาอยู่ตรงไหน”&nbsp;</p>



<p>อัพดอลให้ข้อมูลอีกว่ามีเรื่องความรุนแรงทางกายเช่นกันในครอบครัวที่มีผู้เสพยา แต่ที่หนักจนกลายเป็นเรื่องปกติ คือ ความรุนแรงผ่านคำพูด&nbsp;</p>



<p>“เขาคิดว่าการหยาบคายกับลูกมันปกติ เช่น แม่บอกว่า ‘เธอนี่ (ลูก) คนเกลียดทั้งบ้านเลยนะ’ โดยที่แม่นึกไม่ถึงว่าคำพูดเหล่านี้มันรุนแรง ขนาดพ่อแม่ตัวเองยังตีตราเลย”&nbsp;</p>



<p>ก๊ะนุชบอกว่ามันเป็นบาดแผลทางใจของเด็ก แต่เด็กจะเก็บๆๆๆๆ ไม่กล้าโต้ตอบกลับไป ตามวัฒนธรรมเงียบที่มีมานานเพราะพูดไปก็ไม่มีใครฟัง&nbsp;</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-full"><img decoding="async" loading="lazy" width="1200" height="800" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/07/image-21.jpeg" alt="" class="wp-image-103954" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/07/image-21.jpeg 1200w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/07/image-21-300x200.jpeg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/07/image-21-768x512.jpeg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/07/image-21-750x500.jpeg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/07/image-21-272x182.jpeg 272w" sizes="(max-width: 1200px) 100vw, 1200px" /><figcaption class="wp-element-caption">‘ก๊ะนุช’ อารี หวันสู</figcaption></figure></div>


<p></p>



<h3 class="wp-block-heading" id="1--%E0%B9%82%E0%B8%AB%E0%B8%A1%E0%B9%8B%E0%B9%80%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B9%84%E0%B8%A1%E0%B9%88%E0%B8%95%E0%B9%89%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B8%81%E0%B8%A5%E0%B8%B1%E0%B8%A7--%E0%B8%A1%E0%B8%B0%E0%B8%88%E0%B8%B0%E0%B8%9F%E0%B8%B1%E0%B8%87%E0%B9%80%E0%B8%AD%E0%B8%87--"><strong>โหม๋เราไม่ต้องกลัว : มะจะฟังเอง&nbsp;</strong></h3>



<p>แต่มะเดียและก๊ะนุชเลือกว่ายทวนน้ำด้วยการฟัง&nbsp;</p>



<p>“มะจะฟังปัญหาของเขาก่อน จะบอกว่าเล่าได้เลยๆ ของดีไม่ต้องเล่า เกเรเล่าได้หมดเลย”&nbsp;</p>



<p>มะเดียบอกว่า ตามประสาเด็ก แรกๆ เขาไม่กล้าเล่า พอคะยั้นคะยอเขานานๆ จนเขาเห็นว่ามีคนอยากฟังเรื่องเขาจริง สุดท้ายเลยเล่าหมด</p>



<p>“จะบอกเขาว่า พันนั้นแหละ (แบบนั้นแหละ) ทุกคนเหมือนกันหมดเลย มะเดียเองก็เคยเป็น มนุษย์ก็พันนั้นทั้งเพ (มนุษย์ก็แบบนั้นทั้งหมด) ของดีมีฮิดเดียว (นิดเดียว) แต่ของไม่ดีมันมาก โหม๋เ ราไม่ต้องกลัว (พวกเราไม่ต้องกลัว) ถ้าคิดได้มันก็ดีเอง ตอนนี้อายุเรายังน้อย ต่อไปเราเป็นคนใหญ่กว่านี้ (เป็นผู้ใหญ่กว่านี้) คบสังคมมากกว่านี้ เราก็คิดได้มากกว่านี้ ทุกคนก็บายใจ (หัวเราะ)”&nbsp;</p>



<p>แต่เรื่องมันไม่ได้ง่ายแบบที่เด็กทุกคนจะมาต่อแถวแล้วเล่าเรื่องให้มะเดียฟัง มะเดียและก๊ะนุชเป็นฝ่ายเข้าหาก่อน&nbsp;</p>



<p>สูตรของมะเดียคือ กวักทีละคน&nbsp;</p>



<p>“จะเล็งเป้าหมายไว้ เสี่ยงหนึ่งเสี่ยงสองเสี่ยงสาม เวลาเขาขี่รถมา เราจะกวักมือเรียก ถามว่า ไปไหน มาๆ เขาก็จะบอกว่าไปทางนู้น เราก็จะเรียกให้มานั่งก่อนๆ มะเดียจะคุยทีละคน ผ่านไป วันสองวัน เดือนครึ่งเดือน ก็คุยอีกคนอีก ก็กวัก ทีแรกเขาจะไม่มาเหมือนกัน แต่เรากวักหลายหน มาแล้วก็คุย มะเดียจะไม่พูดจุดด้อยของเขา”&nbsp;</p>



<figure class="wp-block-image size-full"><img decoding="async" loading="lazy" width="1200" height="800" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/07/image-22.jpeg" alt="" class="wp-image-103955" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/07/image-22.jpeg 1200w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/07/image-22-300x200.jpeg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/07/image-22-768x512.jpeg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/07/image-22-750x500.jpeg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/07/image-22-272x182.jpeg 272w" sizes="(max-width: 1200px) 100vw, 1200px" /></figure>



<p></p>



<p>ไม่มีครั้งไหนเลยที่สำเร็จภายในหนเดียว ถ้าเป็นมือก็กวักจนยานวดต้องเข้า&nbsp;</p>



<p>“มะเดียทดสอบอยู่ 2-3 ครั้ง นั่งคุย แล้วเขาบอกจะหานู่นหานี่มากิน มะเดียก็เอาตังให้เขา ทดสอบว่าเขาจะซื่อตรงกับเรามั้ย ก็เอาเงินให้ ที่เหลือเขาก็กลับมาคืน นั่นคือครั้งแรก สุดท้ายเขาก็มาอยู่กับเรา”&nbsp;</p>



<p>กับเด็กๆ หลายคนที่อยู่ในวงจรยาเสพติด ก๊ะนุชไม่ได้หักดิบด้วยการบอกให้เลิกแต่พยายามหาวิธีที่เด็กๆ กลุ่มนี้อยากคิดเลิกด้วยตัวเอง&nbsp;</p>



<p>“ทีมเราไม่ได้เน้นว่าคุณต้องเลิกนะ เราจะไม่พูดถึงเรื่องนั้นเลย แต่เราพยายามชวนคิดชวนคุยแล้วก็ชวนมาร่วมกิจกรรมกัน จากที่เขาอยู่กับกลุ่มเขาทั้งวัน ก็ต้องแบ่งมาหาเราสักครึ่งวัน เขาก็ค่อยๆ เริ่มคิดได้”&nbsp;</p>



<p>พื้นที่ทำงานด้านเด็กและยาวชนของละงู คนทำงานเกิน 80% เป็นผู้หญิง เป็นทั้งแถวหน้า แถวกลางและเก็บตกแถวหลัง&nbsp;</p>



<p>อัพดอลในฐานะประชากรชายส่วนน้อย ตั้งข้อสังเกตว่า อาจเป็นเพราะวัฒนธรรมบางอย่างที่ผูกพันมาด้วย&nbsp;</p>



<p>“ผู้ชายเหมือนโดนค่านิยมบางอย่างสอนมาว่า ‘ป๊ากับลูก’ ต้องเข้มไว้ก่อน ห้ามอ่อนแอ ห้ามแสดงความอ่อนโยน เออ ซึ่งเวลาเราทำงานกับน้องๆ เราบอกว่า ความอ่อนโยน ความรัก ความอบอุ่น มันควรให้และรับ มันสามารถแสดงออกได้”&nbsp;</p>



<p>แต่ความเป็นมะมันคือขั้วตรงข้ามทุกอย่าง&nbsp;</p>



<p>“มะจะบอกทุกคนที่มาคุย ทุกเรื่องที่ลูกมาเล่า ทุกเรื่องจะไม่ออกไปข้างนอก จบแค่เราตรงนี้ ดังนั้นทุกคนเล่าได้หมด นินทาให้เต็มที่เลยแต่จบตรงนี้คือจบ ถ้าเมื่อไหร่ไปเล่าข้างนอกแสดงว่าเราคิดไม่ถูกแล้ว แสดงว่าคุณเข้ากับเราไม่ได้แล้ว หาเรื่องเพื่อนแล้ว เราบอกกันทุกคนว่าสามารถเติมเต็มกันได้ทุกเรื่อง แต่อย่าเติมไปทางที่ลบหรือทำให้เพื่อนเสียความรู้สึก”&nbsp;</p>



<p>ในสายตาอัพดอล ผู้ชายมุสลิมวัย 26 ความเป็นแม่แบบนี้มันซับใจ&nbsp;</p>



<p>“แค่นี้ก็ซับใจแล้ว ถึงไม่ได้ไปช่วยให้ชีวิตของน้องดีขึ้นมากแต่สำหรับครอบครัวแหว่งกลาง บางบ้านแม่เป็นม่าย หลายหลังคาหย่าร้างเพราะยาเสพติด หรือถ้ายังอยู่กันดี แต่เวลาที่พ่อแม่มีก็สวนทางกับลูก เพราะต้องออกไปกรีดยางเวลาที่ลูกตื่นและหลับตอนลูกกลับบ้าน”</p>



<p>การมีใครสักคนคอยรับฟังตอนที่เค้าอยากเล่าอยากระบาย มันก็ดีมากๆ แล้ว&nbsp;</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-full"><img decoding="async" loading="lazy" width="1200" height="800" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/07/image-23.jpeg" alt="" class="wp-image-103956" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/07/image-23.jpeg 1200w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/07/image-23-300x200.jpeg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/07/image-23-768x512.jpeg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/07/image-23-750x500.jpeg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/07/image-23-272x182.jpeg 272w" sizes="(max-width: 1200px) 100vw, 1200px" /><figcaption class="wp-element-caption">(จากซ้าย) ‘ฟาลัก’ ฟาลัก บีลาล เส็นจิต, อัพดอล พงค์สวัสดิ์</figcaption></figure></div>


<p></p>



<h3 class="wp-block-heading" id="2--%E0%B8%84%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B8%A2%E0%B8%97%E0%B8%B5%E0%B9%88%E0%B8%9B%E0%B8%A5%E0%B8%AD%E0%B8%94%E0%B8%A0%E0%B8%B1%E0%B8%A2%E0%B9%83%E0%B8%AB%E0%B9%89%E0%B9%80%E0%B8%94%E0%B9%87%E0%B8%81%E0%B9%83%E0%B8%99%E0%B9%81%E0%B8%A5%E0%B8%B0%E0%B8%99%E0%B8%AD%E0%B8%81%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%9A%E0%B8%9A%E0%B8%A1%E0%B8%B2%E0%B9%80%E0%B8%88%E0%B8%AD%E0%B8%81%E0%B8%B1%E0%B8%99--"><strong>ค่ายที่ปลอดภัยให้เด็กในและนอกระบบมาเจอกัน&nbsp;</strong></h3>



<p>สิ่งที่มะและก๊ะทำคือการหาเด็กและทำให้เด็กไม่หายไปด้วยการสร้างพื้นที่ปลอดภัย หนึ่งในนั้นคือการชวนเข้ามาร่วมกิจกรรมกับโครงการ คือ ‘ค่ายสวัสดีวัยรุ่น’ ที่มีอัพดอล และ ‘ฟาลัก’ ฟาลัก บีลาล เส็นจิต เจ้าหน้าที่โครงการฯ เป็นตัวหลัก&nbsp;</p>



<p>ความน่าสนใจของค่ายนี้คือการพามาเด็กในระบบและนอกระบบมาเจอกัน ใช้ชีวิตร่วมกันสองวันสองคืน&nbsp;</p>



<p>“เป็นค่ายให้เขาได้ทำกิจกรรมง่ายๆ ร่วมกัน เป็นฐานเวียน มีตั้งแต่ชักเย่อ แต่งตัวให้เพื่อน ฯลฯ แล้วก็มีฐานกลางคืนเป็นฐานใจ มู้ดกลางคืนมันพาให้น้องบางคนเปิดใจในการพูดคุย แต่สิ่งสำคัญคือพอเขาไปอยู่กับเพื่อนแล้วเขาได้ทำอะไรร่วมกัน มันก็สนุก”&nbsp;</p>



<p>‘ซอหมาด’ อภิวัฒน์ ตะวัน อายุ 19 ปีที่เพิ่งจบ ม.6 จากโรงเรียนอิสลามวิทยามูลนิธิ เป็นเด็กในระบบอีกคนที่ได้เข้าค่ายสวัสดีวัยรุ่นร่วมกับเพื่อนๆ นอกระบบ บอกว่า นอกจากความเข้ากันได้ง่ายเพราะรุ่นราวคราวเดียวกัน ความเข้าใจผิดหลายอย่างเกี่ยวกับเพื่อนนอกระบบของเขา ก็ถูกคลายปมด้วย&nbsp;</p>



<p>“มันไม่ได้มีแค่เหตุผลว่าเขาขี้เกียจ ไม่อยากเรียน ยังมีปัจจัยอื่นทั้งพวกเศรษฐกิจครอบครัว บางบ้านมีลูกหลายคน พี่ก็ต้องเสียสละให้น้องๆ ได้เรียนแล้วพี่ก็ไปทำงานให้น้องๆ ได้เรียน”&nbsp;</p>



<p>หรือการที่เขาจะพูดจาแรงๆ หยาบคายไปบ้าง พอรู้ภูมิหลัง ทำให้ซอหมาดเข้าใจคำว่าร้อยพ่อพันแม่มากขึ้น&nbsp;</p>



<p>“พอเราเข้าใจว่าทำไมเขาถึงเป็นแบบนั้น เราก็แลกเปลี่ยนด้วยกัน มันทำให้เราพัฒนาการคิดไปอีกขั้น ตรงที่ว่าเราไม่ควรที่จะตัดสินใครแค่ภายนอกจริงๆ”&nbsp;</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-full"><img decoding="async" loading="lazy" width="1200" height="800" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/07/image-24.jpeg" alt="" class="wp-image-103957" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/07/image-24.jpeg 1200w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/07/image-24-300x200.jpeg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/07/image-24-768x512.jpeg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/07/image-24-750x500.jpeg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/07/image-24-272x182.jpeg 272w" sizes="(max-width: 1200px) 100vw, 1200px" /><figcaption class="wp-element-caption">‘ซอหมาด’ อภิวัฒน์ ตะวัน</figcaption></figure></div>


<p></p>



<p>ซอหมาดยอมรับอย่างตรงไปตรงมาว่าเพื่อนนอกระบบหลายคนเก่งกว่าเขา&nbsp;</p>



<p>“เพื่อนที่เขาอยู่นอกระบบ พอเขาไม่ต้องมานั่งเรียนเหมือนพวกผม เวลาว่างตรงนั้นเขาได้ฝึกทักษะต่างๆ เพิ่ม ตอนผมไปอยู่ในค่าย จะมีเพื่อนที่ทำมีดเป็น เพื่อนที่ตกปลาเก่ง เพื่อนที่เพ้นท์เสื้อสวยเอาไปขาย ผมอายุไล่เลี่ยยังไม่ได้เท่าเขาเลย”&nbsp;</p>



<p>ด้านเด็กๆ ที่อยู่นอกระบบเอง ก๊ะนุชถูกถามว่าเมื่อไหร่จะจัดค่ายอีก</p>



<p>“จากที่เขาไม่เคยไปไหน กลับมาถามว่าเมื่อไหร่จะจัดอีก เมื่อไหร่จะมีกิจกรรมอีก ถึงไม่เข้าค่ายก็ให้มีกิจกรรมเหมือนกันก็ได้ หรือคนที่ไม่เคยมาค่ายก็ถามเพราะเพื่อนเล่าให้ฟัง”&nbsp;</p>



<p>ตรงกับจุดประสงค์ของสองพี่เลี้ยงหลักในค่ายอย่างอัพดอลและฟาลักที่คิดว่าเด็กๆ ด้วยกันจะซ่อมและเสริมกันได้ดีที่สุด&nbsp;</p>



<p>“การไม่ได้ไปโรงเรียน มันก็มีโอกาสบางอย่างที่หล่นหายอยู่เหมือนกันนะ แต่การชวนน้องทั้งสองฝ่ายมาเจอกัน จะช่วยเสริมกัน น้องที่อยู่ในระบบเขาฝันที่อยากจะไปเรียนต่อมหาลัย อยากทำงานอาชีพดีๆ เราก็เอาพาร์ตนี้มาเติมน้องๆ อีกกลุ่มว่าถ้าคุณอยากคุณอยากทำอะไรในอนาคต คุณแนะนำกันได้ แลกเปลี่ยนกันได้ เห็นความฝันกันได้ แล้วก็ชวนถามหาความฝันซึ่งกันและกัน”&nbsp;</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img decoding="async" loading="lazy" width="768" height="1024" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/07/image-25-768x1024.jpeg" alt="" class="wp-image-103958" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/07/image-25-768x1024.jpeg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/07/image-25-225x300.jpeg 225w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/07/image-25-1152x1536.jpeg 1152w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/07/image-25.jpeg 1200w" sizes="(max-width: 768px) 100vw, 768px" /></figure>



<p></p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>ฝันถึงไหน แค่ไหนก็แค่นั้น&nbsp;</strong></h3>



<p>ปัญหาคือ ต่อให้ทลายกำแพงในใจเด็กได้ ต่อให้ชวนค้นหาความฝันได้ คำถามต่อไปคือ ฝันแล้วจะไปทางไหน</p>



<p>&#8220;เก่งแล้วไปไหนต่อ เก่งแล้วไม่มีทางให้เดินต่อ&#8221; อัพดอลบอกว่า จบ ม.6 แล้วในสตูลมีให้เลือกไม่กี่ทาง โรงงานปลากระป๋อง โรงงานปาล์มน้ำมัน ที่งานหนักจนเด็กผู้หญิงทำไม่ไหว ส่วนอาชีพที่ดูดีอย่างครู หมอ ราชการ ต้องแข่งกับทั้งจังหวัด บางทีต้องมีเส้นสาย หลายคนเลยไม่กลับมา&nbsp;</p>



<p>&#8220;แสดงว่าที่บ้านไม่มีอะไรให้กลับมา&#8221; ยกเว้นคนที่มีสวน มีที่นา มียาง ถึงจะมีเหตุผลอยู่ต่อ</p>



<p>ความท้าทายของทีมงานคือ การหาวิธีสานฝันเมื่อเด็กค้นเจอ ไม่มีใครมีอำนาจพอที่จะไปเปลี่ยนหรือสร้างงานระดับจังหวัดได้&nbsp;</p>



<p>&#8220;แค่ไหนก็แค่นั้น หนึ่งคนก็แค่นั้นแหละ มาสิบคนก็แค่นั้นแหละ&#8221; ทุกวันนี้มะเดียยังทำงานด้วยเหตุผลนี้&nbsp;</p>



<figure class="wp-block-image size-full"><img decoding="async" loading="lazy" width="1200" height="800" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/07/image-26.jpeg" alt="" class="wp-image-103959" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/07/image-26.jpeg 1200w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/07/image-26-300x200.jpeg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/07/image-26-768x512.jpeg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/07/image-26-750x500.jpeg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/07/image-26-272x182.jpeg 272w" sizes="(max-width: 1200px) 100vw, 1200px" /></figure>



<p></p>



<p>หลายครั้งที่มะเดียท้อ จะมีประโยคนี้คอยเตือนใจให้ทำต่อไปได้โดยไม่บ้าไปก่อน เพราะถ้าเอาความฝันเรื่องอาชีพ เรื่องอนาคตเด็กทุกคนมาแบกไว้ ไม่มีใครไหวแน่นอน&nbsp;</p>



<p>สิ่งที่มะเดีย ก๊ะนุช ทำได้คือ กวักมือเรียกทีละคน ฟังทีละเรื่อง ไม่ตัดสิน แล้วก็รอ</p>



<p>เพราะไม่ใช่ทุกเคสจะจบสวย บางคนกลับเข้าเรียนได้ บางคนไม่ บางคนวนอยู่ในวงจรเดิมต่อ บางคนหายไปเลยก็มี สิ่งเดียวที่เปลี่ยนไปคือ มีเด็กบางคนที่ตอนนี้รู้ว่ามีที่ที่เล่าได้ทุกเรื่องโดยไม่มีใครตัดสิน&nbsp;</p>



<p>ก็เหมือนอย่างที่มะเดียบอกไว้ตอนต้นว่างานนี้ไม่มีสูญเปล่า&nbsp;</p>



<p>&nbsp;&#8220;ทำกับเด็กเราได้ครอบครัว ทำกับครอบครัวเราก็ได้เด็ก&#8221;&nbsp;</p>



<p></p>



<hr class="wp-block-separator has-alpha-channel-opacity"/>



<p>เรื่อง : ทิพย์พิมล เกียรติวาทีรัตนะ<br>ภาพ : อธิคม แสงไชย&nbsp;<br>ภาพประกอบ : บัว คำดี</p><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/article-160726/">“ความเป็นแม่มันซับใจ” ใช้ ‘พลังมะ(แม่)’ สร้างขนำปลอดภัย ให้เด็กๆ ละงู จ.สตูล</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>เมื่อเด็กหลุดจากโรงเรียน สิทธิด้านสุขภาพก็เริ่มห่างไกล</title>
		<link>https://www.eef.or.th/article-150726/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 15 Jul 2026 10:10:05 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[บทความ]]></category>
		<category><![CDATA[Movement]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?p=103936</guid>

					<description><![CDATA[<p>เสียงหัวเราะของเด็ก ๆ ดังสลับกับเสียงเรียกคิวตรวจสุขภาพ [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/article-150726/">เมื่อเด็กหลุดจากโรงเรียน สิทธิด้านสุขภาพก็เริ่มห่างไกล</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>เสียงหัวเราะของเด็ก ๆ ดังสลับกับเสียงเรียกคิวตรวจสุขภาพ ภายใต้โดมลานกีฬาชุมชนคลองเตยในเช้าวันที่ 13 กรกฎาคม 2569 เด็กบางคนสวมชุดนักเรียน บางคนใส่เสื้อยืดธรรมดา บางคนยังอยู่ในระบบการศึกษา ขณะที่บางคนห่างจากห้องเรียนมาหลายปี</p>



<p>สำหรับเด็กหลายคน ที่นี่ไม่ใช่แค่สถานที่ตรวจสุขภาพ แต่เป็นครั้งแรกในรอบหลายปีที่พวกเขาได้พบแพทย์ ได้ตรวจสายตา ได้ชั่งน้ำหนัก วัดส่วนสูง หรือแม้แต่ได้รู้ว่าตัวเองมีสิทธิได้รับบริการสุขภาพโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย</p>



<p>เบื้องหลังบรรยากาศที่ดูเหมือนกิจกรรมตรวจสุขภาพทั่วไป คือจุดเริ่มต้นของความร่วมมือครั้งสำคัญระหว่าง <strong>กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.)</strong> และ <strong>สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.)</strong> ในการทำงานวิชาการเพื่อเชื่อมโยงฐานข้อมูล ค้นหา และส่งต่อเด็กและเยาวชนกลุ่มเปราะบางทั้งในและนอกระบบการศึกษา ให้เข้าถึงบริการสุขภาพขั้นพื้นฐาน ผ่านศูนย์บริการตรวจสุขภาพเคลื่อนที่ ภายใต้แนวคิด <strong>&#8220;เมื่อระบบรู้ว่าเด็กอยู่ที่ไหน ระบบบริการก็ต้องไปถึงเด็ก&#8221; </strong>เพื่อไม่ให้ปัญหาสุขภาพกลายเป็นอุปสรรคต่อการเรียนรู้และการใช้ชีวิต</p>



<figure class="wp-block-image size-full"><img decoding="async" loading="lazy" width="855" height="569" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/07/0715_กันและบุ๊งสำรวจชีวิตเด็กชุมชนเมืองที่มีสิทธิ-04.jpg" alt="" class="wp-image-103938" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/07/0715_กันและบุ๊งสำรวจชีวิตเด็กชุมชนเมืองที่มีสิทธิ-04.jpg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/07/0715_กันและบุ๊งสำรวจชีวิตเด็กชุมชนเมืองที่มีสิทธิ-04-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/07/0715_กันและบุ๊งสำรวจชีวิตเด็กชุมชนเมืองที่มีสิทธิ-04-768x511.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/07/0715_กันและบุ๊งสำรวจชีวิตเด็กชุมชนเมืองที่มีสิทธิ-04-750x500.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/07/0715_กันและบุ๊งสำรวจชีวิตเด็กชุมชนเมืองที่มีสิทธิ-04-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /></figure>



<p></p>



<p>วันนี้ <strong>&#8216;กัน&#8217;</strong> เด็กชายวัย 14 ปี ตื่นตั้งแต่เช้า รอเวลาให้ <strong>&#8220;ครูวรรษ&#8221;</strong> มารับไปตรวจสุขภาพ เขาพูดถึงความรู้สึกสั้น ๆ พร้อมรอยยิ้มว่า <strong>&#8220;ตื่นเต้นครับ&#8221; </strong>ก่อนจะเล่าให้ฟังว่า หลังออกจากโรงเรียนตั้งแต่ชั้น ป.4 เขาก็ไม่เคยพบหมอ พยาบาล หรือเจ้าหน้าที่สาธารณสุขอีกเลย</p>



<p>กันรู้จักกับ <strong>&#8216;ครูวรรษ&#8217; </strong>เมื่อราวสองปีก่อน จากการทำงานของ<strong>ศูนย์สร้างโอกาสเด็กทุ่งครุ</strong> ซึ่งลงพื้นที่ค้นหาเด็กและเยาวชนที่ไม่มีรายชื่ออยู่ในระบบการศึกษา ตามภารกิจ Thailand Zero Dropout เพื่อพาเด็กกลับเข้าสู่ระบบการดูแลและการเรียนรู้ที่เหมาะสมกับชีวิตของแต่ละคน</p>



<p>เช้าวันนี้ เขาเดินทางมาพร้อมเพื่อนอีกหลายคนจากชุมชนทุ่งครุ บางคนยังเรียนอยู่ในโรงเรียน บางคนออกจากโรงเรียนแล้วเหมือนกัน เด็ก ๆ พูดคุย หัวเราะ และพากันเงียบลง เมื่อเพื่อนแต่ละคนถูกเรียกเข้าตรวจสุขภาพ</p>



<p>&#8220;ทุกอย่างแปลกใหม่ครับ เพื่อนที่มาด้วยกันก็แทบไม่มีใครเคยตรวจแบบนี้&#8221; กันบอก</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-full"><img decoding="async" loading="lazy" width="855" height="569" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/07/กัน-01.jpg" alt="" class="wp-image-103939" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/07/กัน-01.jpg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/07/กัน-01-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/07/กัน-01-768x511.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/07/กัน-01-750x500.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/07/กัน-01-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /><figcaption class="wp-element-caption">กัน</figcaption></figure></div>


<p></p>



<p>เกือบเที่ยง กันเดินกลับมานั่งรอเพื่อนหลังตรวจสุขภาพเสร็จ เราถามถึงผลตรวจ เขายิ้มกว้างก่อนตอบทันทีว่า &#8220;พี่พยาบาลบอกว่าแข็งแรงดี ไม่เจออะไรผิดปกติครับ&#8221;</p>



<p>สำหรับหลาย ๆ คน ผลตรวจสุขภาพอาจเป็นเพียงตัวเลขในแบบฟอร์ม แต่สำหรับกัน นี่คือครั้งแรกในรอบหลายปีที่เขาได้วัดอัตราการเต้นของหัวใจ ตรวจสุขภาพช่องปาก ทดสอบสายตา ตรวจการได้ยิน และรู้ส่วนสูงกับน้ำหนักของตัวเอง</p>



<p>เมื่อถามถึงประวัติการรักษา เขาตอบเรียบง่ายว่า</p>



<p>&#8220;ผมไม่เคยไปหาหมอครับ เคยไม่สบายครั้งนึง มีไข้แต่ไม่หนักมาก แม่ก็ให้กินยานอนพักที่บ้าน&#8221; ก่อนจะนิ่งคิดอยู่ครู่หนึ่ง เมื่อถูกถามว่า หากวันหนึ่งป่วยหนักจะทำยังไง</p>



<p>&#8220;คงซื้อยากิน หรือไปคลินิกครับ&#8221;</p>



<p>จากนั้นจึงนำไปสู่คำถามที่ทำให้กันและเพื่อนหันมองหน้ากัน คือ</p>



<p>&#8220;รู้ไหมว่า เด็กไทยทุกคนมีสิทธิได้รับการตรวจสุขภาพ รับวัคซีน ตรวจสายตา และหากสายตาผิดปกติ ก็สามารถรับแว่นตาผ่านระบบหลักประกันสุขภาพได้&#8221;</p>



<p>เด็กทั้งสองส่ายหน้า ก่อนตอบพร้อมกันว่า</p>



<p>&#8220;ไม่รู้เลยครับ&#8221;</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-full"><img decoding="async" loading="lazy" width="855" height="569" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/07/บุ๊ง2.jpg" alt="" class="wp-image-103941" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/07/บุ๊ง2.jpg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/07/บุ๊ง2-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/07/บุ๊ง2-768x511.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/07/บุ๊ง2-750x500.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/07/บุ๊ง2-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /><figcaption class="wp-element-caption">บุ๊ง</figcaption></figure></div>


<p></p>



<p><strong>&#8220;บุ๊ง&#8221;</strong> เป็นเด็กอีกคนที่เจอกับครูวรรษในภารกิจ Thailand Zero Dropout ปีนี้เขาอายุเกือบ 18 ปี อาศัยอยู่ในครอบครัวที่รวมคนหลายรุ่น มีพ่อ ตา ป้า ปู่ และหลานชาย</p>



<p>หลังจบชั้น ม.3 บุ๊งไม่ได้เรียนต่อ แต่ต้องออกไปทำงานหลายอย่าง โดยเฉพาะงานก่อสร้าง เพื่อช่วยแบ่งเบาภาระครอบครัว</p>



<p>บุ๊งเล่าว่า คนในครอบครัวรู้จัก &#8220;บัตรทอง&#8221; และใช้สิทธิรักษาเมื่อเจ็บป่วย แต่ไม่เคยรู้ว่า เด็กและเยาวชนยังมีสิทธิได้รับบริการสร้างเสริมสุขภาพ การตรวจสุขภาพตามช่วงวัย การตรวจสายตา การคัดกรองภาวะโลหิตจาง สุขภาพจิต หรือการรับวัคซีน แม้ในวันที่ยังไม่ป่วย</p>



<p>ผลตรวจสุขภาพในวันนั้นพบว่า บุ๊งมีอัตราการเต้นของหัวใจค่อนข้างเร็ว และมีอาการเหนื่อยง่าย เจ้าหน้าที่จึงให้คำแนะนำในการดูแลตัวเอง และให้เขาเก็บผลการตรวจไว้เฝ้าติดตามอาการต่อไป</p>



<p>บุ๊งยอมรับว่า อาการดังกล่าวอาจเกี่ยวข้องกับการทำงานหนักและการพักผ่อนไม่เพียงพอ หลังไม่ได้เรียนต่อ เขาต้องรับงานหลายอย่าง โดยเฉพาะงานก่อสร้างซึ่งค่อนข้างหนักสำหรับคนในวัยของเขา นอกจากนั้นยังต้องคอยดูแลคุณตาที่บ้าน จนมีภาวะพักผ่อนน้อยสะสม</p>



<p>“ช่วงนี้ผมเริ่มทำงานน้อยลงแล้ว”&nbsp;</p>



<p>เขาพูดถึงปัจจุบันพลางมองผลตรวจสุขภาพในมือ ก่อนจะบอกว่าการได้รู้สภาพร่างกายของตัวเอง ทำให้เริ่มคิดว่าจะต้องดูแลสุขภาพมากขึ้น แน่นอนว่ามันไม่ง่าย แต่ก็ไม่อยากให้วันหนึ่งร่างกายทำงานไม่ไหว แล้วคนที่บ้านลำบากกว่าเดิม</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-full is-resized"><img decoding="async" loading="lazy" width="569" height="855" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/07/บุ๊ง.jpg" alt="" class="wp-image-103940" style="width:400px" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/07/บุ๊ง.jpg 569w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/07/บุ๊ง-200x300.jpg 200w" sizes="(max-width: 569px) 100vw, 569px" /></figure></div>


<p></p>



<p>เรื่องของกันและบุ๊ง ไม่ใช่เรื่องที่เกิดขึ้นเฉพาะกับเด็กสองคน <strong>หรรษวรรธน์ บัวพรม</strong> หรือ <strong>&#8220;ครูวรรษ&#8221;</strong> นักพัฒนาสังคมจากศูนย์สร้างโอกาสเด็กทุ่งครุ ผู้พาเด็ก ๆ มาตรวจสุขภาพเล่าว่า จากประสบการณ์ลงพื้นที่ของศูนย์สร้างโอกาสเด็กทั้ง 6 แห่งในกรุงเทพฯ ครูวรรษพบปัญหาซ้ำ ๆ อยู่สามเรื่อง</p>



<p>เรื่องแรก คือผู้ปกครองจำนวนไม่น้อยไม่รู้ว่าเด็กมีสิทธิได้รับบริการสุขภาพ โดยเฉพาะครอบครัวที่เด็กอาศัยอยู่กับผู้สูงอายุ เด็กจึงไม่เคยได้รับการตรวจสุขภาพตามช่วงวัย</p>



<p>อีกเรื่องคือ ครอบครัวในชุมชนเมืองจำนวนมากเป็นประชากรแฝง หลายคนเข้าใจว่าต้องกลับไปรับบริการตามทะเบียนบ้าน ทั้งที่จริงสามารถย้ายสิทธิหรือใช้บริการใกล้บ้านได้</p>



<p>และสุดท้าย เมื่อเด็กหลุดจากระบบการศึกษา เขาก็มักหลุดจากระบบการดูแลด้านอื่นไปพร้อมกัน</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-full is-resized"><img decoding="async" loading="lazy" width="569" height="855" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/07/ครูวรรษ.jpg" alt="" class="wp-image-103942" style="width:400px" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/07/ครูวรรษ.jpg 569w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/07/ครูวรรษ-200x300.jpg 200w" sizes="(max-width: 569px) 100vw, 569px" /><figcaption class="wp-element-caption">ครูวรรษ</figcaption></figure></div>


<p></p>



<p>ครูวรรษบอกว่า &#8220;เมื่อเด็กคนหนึ่งไม่ได้อยู่ในโรงเรียน เขาจะมีความเสี่ยงด้านสุขภาพมากกว่าเด็กที่ยังเรียนอยู่&#8221; เพราะเด็กนอกระบบไม่ได้รับการตรวจสุขภาพตามช่วงวัย ไม่ได้รับการคัดกรองสายตา ไม่ได้รับวัคซีน และมักพลาดข้อมูลข่าวสารด้านสาธารณสุขที่โรงเรียนเป็นผู้เชื่อมโยงให้</p>



<p>&#8220;การไม่มีตัวตนในระบบการศึกษา จึงกลายเป็นจุดเริ่มต้นของการเข้าไม่ถึงสิทธิพื้นฐานด้านอื่นตามมา&#8221;</p>



<p>สิ่งที่กันและบุ๊งเผชิญ สะท้อนภาพเดียวกับข้อมูลที่ กสศ. และ สปสช. พบจากการทำงานร่วมกัน <strong>ดร.ไกรยส ภัทราวาท</strong> ผู้จัดการ กสศ. อธิบายว่า &#8220;ความไม่พร้อมทางสุขภาพเป็นหนึ่งในอุปสรรคสำคัญที่บั่นทอนโอกาสทางการเรียนรู้&#8221; ขณะที่ <strong>นายแพทย์จเด็จ ธรรมธัชอารี</strong> เลขาธิการ สปสช. กล่าวว่า &#8220;เด็กคนหนึ่งจะเติบโตและพัฒนาศักยภาพได้อย่างเต็มที่ จำเป็นต้องมีทั้งสุขภาพที่ดีและโอกาสทางการเรียนรู้ควบคู่กัน&#8221;</p>



<p>นี่จึงเป็นเหตุผลของความร่วมมือระหว่าง กสศ. และ สปสช. ที่ไม่ได้หยุดอยู่เพียงการลงนามบันทึกข้อตกลง แต่เป็นการเชื่อมโยงฐานข้อมูล การทำงานของหน่วยบริการสุขภาพ โรงเรียน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น อาสาสมัครสาธารณสุข และภาคีในพื้นที่ เพื่อค้นหาเด็กกลุ่มเปราะบาง นำพวกเขาเข้าสู่บริการสุขภาพ และดูแลต่อเนื่องอย่างเป็นระบบ</p>



<figure class="wp-block-image size-full"><img decoding="async" loading="lazy" width="855" height="569" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/07/0715_กันและบุ๊งสำรวจชีวิตเด็กชุมชนเมืองที่มีสิทธิ-01.jpg" alt="" class="wp-image-103937" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/07/0715_กันและบุ๊งสำรวจชีวิตเด็กชุมชนเมืองที่มีสิทธิ-01.jpg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/07/0715_กันและบุ๊งสำรวจชีวิตเด็กชุมชนเมืองที่มีสิทธิ-01-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/07/0715_กันและบุ๊งสำรวจชีวิตเด็กชุมชนเมืองที่มีสิทธิ-01-768x511.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/07/0715_กันและบุ๊งสำรวจชีวิตเด็กชุมชนเมืองที่มีสิทธิ-01-750x500.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/07/0715_กันและบุ๊งสำรวจชีวิตเด็กชุมชนเมืองที่มีสิทธิ-01-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /></figure>



<p></p>



<p>ครูวรรษมองว่า ความร่วมมือระหว่าง กสศ. และ สปสช. ครั้งนี้ ไม่ได้เป็นเพียงการเพิ่มบริการตรวจสุขภาพ แต่คือการสร้าง &#8220;หลักประกันโอกาสทางการศึกษา&#8221; ให้กับเด็กและเยาวชนทุกกลุ่ม โดยเฉพาะเด็กที่ไม่มีรายชื่ออยู่ในระบบการศึกษา</p>



<p>นั่นหมายความว่า เมื่อพบเด็กคนหนึ่ง การช่วยเหลือจะไม่จบลงเพียงการชวนกลับเข้าสู่การเรียน แต่ข้อมูลของเด็กจะถูกส่งต่อให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมกันดูแล ทั้งเรื่องสุขภาพ การช่วยเหลือเร่งด่วน และการติดตามต่อเนื่อง</p>



<p>ข้อมูลของเด็กแต่ละคนจะกลายเป็นจุดเริ่มต้นของการทำงานร่วมกัน ตั้งแต่ผู้นำชุมชน อาสาสมัครสาธารณสุขประจำชุมชน (อสส.) หน่วยบริการสุขภาพ โรงเรียน ไปจนถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อร่วมกันวางแผนตรวจคัดกรองสุขภาพ สื่อสารข้อมูลสิทธิประโยชน์ และส่งต่อความช่วยเหลือให้ไปถึงเด็กในพื้นที่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ</p>



<p>&#8220;สิ่งที่เกิดขึ้นวันนี้จึงมีความหมายทั้งในเชิงนโยบาย และงานภาคปฏิบัติที่ลงลึกถึงทุกพื้นที่ชุมชน ซึ่งจากนี้เชื่อว่าจะสามารถสร้างเครือข่ายการดูแลสุขภาพ เพื่อทำงานร่วมกันและส่งต่อข้อมูลกันได้สะดวกขึ้น เพราะสำหรับการดูแลเด็กชุมชนเมือง สิ่งที่ต้องคำนึงถึงคือ เราไม่อาจปักหลักรอ แล้วคาดหวังให้เด็กสละเวลาเดินทางไปตรวจสุขภาพได้&#8221;</p>



<p>ครูวรรษบอกว่า ธรรมชาติของชุมชนเมืองมีการโยกย้ายถิ่นฐานอยู่ตลอด ข้อมูลของเด็กจึงเปลี่ยนแปลงรวดเร็ว การทำงานเชิงรุกในระดับพื้นที่จึงช่วยให้ได้ข้อมูลที่เป็นปัจจุบันที่สุด และทำให้การช่วยเหลือเกิดขึ้นได้ทันเวลา</p>



<p>&#8220;การทำงานเชิงรุกที่ สปสช. กสศ. และภาคีเครือข่ายมาร่วมมือกันวันนี้ จึงถือว่าเป็นฐานของการสร้างหลักประกันทั้งด้านการศึกษาและสุขภาพให้ทั้งเด็กที่อยู่ในโรงเรียน และกลุ่มที่พบว่าไม่มีรายชื่อในระบบต่อไป&#8221;</p>



<figure class="wp-block-image size-full"><img decoding="async" loading="lazy" width="855" height="569" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/07/0715_กันและบุ๊งสำรวจชีวิตเด็กชุมชนเมืองที่มีสิทธิ-02.jpg" alt="" class="wp-image-103943" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/07/0715_กันและบุ๊งสำรวจชีวิตเด็กชุมชนเมืองที่มีสิทธิ-02.jpg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/07/0715_กันและบุ๊งสำรวจชีวิตเด็กชุมชนเมืองที่มีสิทธิ-02-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/07/0715_กันและบุ๊งสำรวจชีวิตเด็กชุมชนเมืองที่มีสิทธิ-02-768x511.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/07/0715_กันและบุ๊งสำรวจชีวิตเด็กชุมชนเมืองที่มีสิทธิ-02-750x500.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/07/0715_กันและบุ๊งสำรวจชีวิตเด็กชุมชนเมืองที่มีสิทธิ-02-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /></figure>



<p></p>



<p>และก่อนแยกย้ายกลับบ้าน เด็ก ๆ ต่างมีข้อความฝากถึงทีมงาน</p>



<p><strong>กัน</strong>ยิ้มแล้วบอกว่า</p>



<p>“ดีใจที่เห็นพี่ ๆ มาตั้งบูธตรวจสุขภาพ อยากให้มาที่ชุมชนบ่อย ๆ วันนี้ผมรู้สึกว่าการเจอหมอเป็นเรื่องง่ายขึ้น และจะกลับไปบอกแม่ด้วยว่า ต่อไปนี้ถ้าไม่สบายเราก็ไปโรงพยาบาลกันได้แล้วครับ”</p>



<p>ส่วน<strong>บุ๊ง</strong>บอกว่า</p>



<p>“การมีหน่วยตรวจสุขภาพมาที่ชุมชน ทำให้รู้สึกอุ่นใจขึ้นว่าถ้าไม่สบายก็ยังมีคนดูแล อยากให้มีกิจกรรมแบบนี้บ่อย ๆ เพราะช่วยประหยัดทั้งเวลาและค่าเดินทาง”</p>



<p>คำขอของเด็กทั้งสองคนอาจฟังดูเรียบง่าย เพียงอยากให้หน่วยตรวจสุขภาพกลับมาหาพวกเขาอีกครั้ง แต่สำหรับเด็กในอีกหลายชุมชน นั่นอาจหมายถึงโอกาสที่จะได้รู้จักสิทธิของตนเอง ได้รับการดูแลก่อนปัญหาจะลุกลาม และเดินหน้าต่อบนเส้นทางการเรียนรู้ เพราะเมื่อสุขภาพไม่เป็นอุปสรรค เด็กทุกคนก็มีโอกาสเรียนรู้ เติบโต และพัฒนาตนเองได้อย่างเต็มศักยภาพ</p><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/article-150726/">เมื่อเด็กหลุดจากโรงเรียน สิทธิด้านสุขภาพก็เริ่มห่างไกล</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>จิบชา จุดไฟ ฟุ้งฝัน บทสนทนา ณ ขนำเกตรี พื้นที่ก่อไฟฝันเด็กนอกระบบสตูล</title>
		<link>https://www.eef.or.th/article-140726-2/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 14 Jul 2026 13:29:56 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[บทความ]]></category>
		<category><![CDATA[Movement]]></category>
		<category><![CDATA[กสศ.]]></category>
		<category><![CDATA[ความเสมอภาคทางการศึกษา]]></category>
		<category><![CDATA[ABE]]></category>
		<category><![CDATA[สตูล]]></category>
		<category><![CDATA[การจัดการศึกษาเชิงพื้นที่เพื่อลดความเหลื่อมล้ำ]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?p=103897</guid>

					<description><![CDATA[<p>ถ้าไม่ก้มมองนาฬิกา บทสนทนาใต้ผืนฟ้ายามราตรี ล้อมวงรอบกอ [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/article-140726-2/">จิบชา จุดไฟ ฟุ้งฝัน บทสนทนา ณ ขนำเกตรี พื้นที่ก่อไฟฝันเด็กนอกระบบสตูล</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>ถ้าไม่ก้มมองนาฬิกา บทสนทนาใต้ผืนฟ้ายามราตรี ล้อมวงรอบกองไฟที่ลุกโชนใต้กาน้ำชา อาจเกิดขึ้นเรื่อยๆ เหมือนสายน้ำในคลองลิเกตุที่ค่อยๆ ไหลตลอดทั้งคืน&nbsp;</p>



<p>เสียดายที่เวลาเดินเร็วเกินกว่าเราจะมีโอกาสทักทาย และฟังเรื่องราวของเด็กๆ ในขนำ (กระท่อม) หมดทุกคน&nbsp;</p>



<p>เรื่องเล่าของซอหมาด วัย 18 ที่เพิ่งจบ ม.6 ตั้งใจอยากเรียนรัฐศาสตร์ควบนิติศาสตร์ต่อไปในอนาคต และเรื่องราวของฟิต วัย 15 ที่ยกมือบอกว่าตัวเองเพิ่งสมัครเรียน กศน. และเปลี่ยนสถานะเป็นนักเรียนวันนี้เป็นวันแรก กำลังล้อมวงถ่ายทอดให้กับคนอีกกว่า 10 ชีวิตที่อยู่ที่นี่เพื่อฟังกันและกัน&nbsp;</p>



<p>อัพดอล-อัพดอล พงค์สวัสดิ์ ผู้รับผิดรับโครงการกลไกชุมชนสู่การสร้างพื้นที่ปลอดภัยที่เอื้อต่อการเรียนรู้ของเด็กและเยาวชนนอกระบบการศึกษา จังหวัดสตูล โดยการสนับสนุนของกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) คือคนนำทางมายังสถานที่นี้ ขนำหลังน้อยในตำบลเกตรี อำเภอเมือง จังหวัดสตูลที่ตั้งอยู่ห่างไกลจากชุมชน ถูกเรียกว่า ‘เมล็ดพันธุ์เกตรี Learning Space’ พื้นที่กึ่งถาวรที่ถูกสร้างขึ้นเพื่อทำกิจกรรมในสถานะพื้นที่การเรียนรู้ (Learning Space) ในตอนกลางวัน และเป็นแหล่งมั่วสุมสัพเพเหระในตอนกลางคืน</p>



<p>จึงไม่ใช่เรื่องแปลก ถ้าที่นี่จะมีเด็กในระบบและเด็กนอกระบบมารวมตัวกัน&nbsp;</p>



<p></p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>ขนำที่ชื่อว่าเมล็ดพันธุ์เกตรี&nbsp;</strong></h3>



<p>“เราสร้างตรงนี้ให้เป็นพื้นที่ห่างไกลคน บรรยากาศอะไรก็ดี ให้เป็นพื้นที่สำหรับจัดกิจกรรมการเรียนรู้ ตรงนี้มันเลยเป็นพื้นที่ปลอดภัย (Safe Space) สำหรับเด็กให้มาพูดคุยกันหรือว่ามาทำกิจกรรมกัน”</p>



<p><strong>ราฎา กรมเมือง</strong> หรือที่เด็กๆ เรียกกันว่า<strong>ก๊ะด้า</strong> คณะทำงานและพี่เลี้ยงของกลุ่มเล่าว่า ตอนที่เธอเริ่มทำงานเกี่ยวกับการส่งเสริมเด็ก ตั้งกลุ่มเมล็ดพันธุ์เกตรีขึ้นมา สถานที่ที่เด็กจะมาล้อมวงคุย ประชุม และวางแผนกิจกรรม จะเป็นขนำที่ตั้งอยู่หน้าบ้านของราฎา</p>



<p>ซึ่งเวลานัดหมายกันในตอนนั้นกับตอนนี้เหมือนกัน คือ เวลาค่ำคืน เพราะเด็กในระบบติดภารกิจการเรียนในช่วงกลางวัน วันเสาร์-อาทิตย์ก็ไม่มีใครว่าง ต้องจัดกิจกรรมช่วงเวลาหลังพระอาทิตย์ตกวันธรรมดาจึงสะดวกสำหรับทุกฝ่าย</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-full"><img decoding="async" loading="lazy" width="1200" height="800" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/07/image-13.jpeg" alt="" class="wp-image-103900" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/07/image-13.jpeg 1200w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/07/image-13-300x200.jpeg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/07/image-13-768x512.jpeg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/07/image-13-750x500.jpeg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/07/image-13-272x182.jpeg 272w" sizes="(max-width: 1200px) 100vw, 1200px" /><figcaption class="wp-element-caption">ก๊ะด้า-ราฎา กรมเมือง</figcaption></figure></div>


<p></p>



<p>ยกเว้นเพื่อนบ้านของราฎา</p>



<p>“สมัยผมเราประชุมตอนกลางคืน เริ่มทุ่มนึงจบตีสาม ประชุมไม่นานหรอก เสร็จแล้วนั่งคุยเล่นกัน ทีนี้เริ่มมีปัญหากับเพื่อนบ้าน กับพื้นที่ เป็นอย่างนี้มา 4-5 รุ่น” อัพดอลอธิบายในฐานะเด็กคนหนึ่งที่เคยอยู่ที่ขนำหน้าบ้านราฎามาก่อน</p>



<p>พอขนำหลังนั้นไม่ปลอดภัย ราฎาก็ย้ายมาสร้างขนำแห่งใหม่ในที่ที่ไกลจากชุมชนให้ห่างไกลจากผู้คนมากที่สุด ทำให้เด็กๆ หลายคนชอบที่นี่ อย่างที่นาอิม วัย 18 เสริมว่า&nbsp;</p>



<p>“เสียงดังได้ เผื่อว่าเสียงดังเกินไปก็ไม่มีอะไรมากระทบกระทั่ง ไม่มีคำพูด ไม่มีก้อนหิน เพราะแถวนี้ไม่มีบ้านคนครับ ก็เลยสบายๆ”</p>



<p></p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>กลางวันมืด กลางคืนกลับยิ่งสว่าง&nbsp;</strong></h3>



<p>“เพราะกลางวันไม่ปลอดภัยพอที่จะใช้ชีวิต กลางคืนก็เลยใช้ชีวิต” อัพดอลเล่าระหว่างแจกจ่ายโรตีรอบกองไฟที่ขนำ</p>



<p><strong>อัพดอล</strong> คือเยาวชนวัย 26 ในระบบคนหนึ่งที่เข้ามาเป็นแกนนำทำโครงการเกี่ยวกับเด็กนอกระบบ ตลอดหลายปีที่ผ่านมาทำให้อัพดอลเข้าใจดีว่า เมื่อพระอาทิตย์ขึ้น แสงแดดส่องสว่าง แต่อาจไม่ใช่ช่วงเวลาสำหรับเด็กนอกระบบ&nbsp;</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-full"><img decoding="async" loading="lazy" width="1200" height="800" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/07/image-14.jpeg" alt="" class="wp-image-103901" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/07/image-14.jpeg 1200w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/07/image-14-300x200.jpeg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/07/image-14-768x512.jpeg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/07/image-14-750x500.jpeg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/07/image-14-272x182.jpeg 272w" sizes="(max-width: 1200px) 100vw, 1200px" /><figcaption class="wp-element-caption">อัพดอล-อัพดอล พงค์สวัสดิ์</figcaption></figure></div>


<p></p>



<p>มันไม่ใช่ว่าพวกเขาอยากจะนอนตื่นบ่ายหรือรักความมืด แต่ในโลกกลางวัน สายตาของผู้คนในสังคมมักคอยตั้งคำถาม ตัดสิน และตีตราพวกเขาตลอดเวลา อยู่บ้านเฉยๆ พ่อแม่ก็ด่า ออกไปข้างนอกสังคมก็ตั้งคำถามว่าทำไมไม่ไปโรงเรียน มันกลายเป็นการใช้ชีวิตที่ยากลำบากและเต็มไปด้วยแรงกดดัน แต่เมื่อราตรีมาถึง สายตาที่คอยตัดสินเลือนหายไป วงน้ำชาในความมืดรอบกองไฟขนำเกตรีจึงกลายเป็นพื้นที่เดียวที่พวกเขาได้กลับมามีตัวตน มีสิทธิที่จะพูด หัวเราะ และใช้ชีวิตอย่างปลดปล่อย</p>



<p>“ชอบอยู่ที่ๆ ไม่มีคน มันสบายใจ ไม่ค่อยเสียงดังมาก ไม่เบ้หู (ไม่หนวกหู)” ฟิต-ธนากร โต๊ะมวง เล่าพลางมองไปที่กองไฟกลางวงล้อม&nbsp;</p>



<p><strong>ฟิต</strong>ไม่ได้หลุดออกจากระบบเพราะขี้เกียจหรือครอบครัวยากจน แต่เรื่องราวมันเกิดขึ้นตอน ม.2 ในชั่วโมงวิชาภาษาอังกฤษ ครูเขวี้ยงแปรงลบกระดานใส่กลุ่มเพื่อนที่คุยกันข้างหลัง แต่แปรงนั้นลอยมาโดนหางคิ้วของฟิต</p>



<p>“ผมติด ร. วิชาอังกฤษ พอไปแก้ เพื่อนข้างหลังเขาคุยกัน ผมหูฟังเพื่อนพูด ตาดูครูเขียน ไม่รู้ยังไง เขาเขวี้ยงมาโดนตรงนี้” ฟิตชี้หางคิ้วให้ดู</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-full"><img decoding="async" loading="lazy" width="1200" height="800" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/07/image-15.jpeg" alt="" class="wp-image-103902" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/07/image-15.jpeg 1200w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/07/image-15-300x200.jpeg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/07/image-15-768x512.jpeg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/07/image-15-750x500.jpeg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/07/image-15-272x182.jpeg 272w" sizes="(max-width: 1200px) 100vw, 1200px" /><figcaption class="wp-element-caption">ฟิต-ธนากร โต๊ะมวง</figcaption></figure></div>


<p></p>



<p>ฟิตไม่ได้บอกแม่ด้วยตัวเองว่าเกิดอะไรขึ้น แต่แม่น่าจะรู้จากครูคนนั้น เพราะครูไปส่งฟิตที่บ้านพร้อมขอโทษแม่ แต่ไม่ได้ขอโทษหรือพูดอะไรกับฟิต หลังจากวันนั้นฟิตจึงไปโรงเรียนทุกวัน แต่ไม่เข้าเรียนวิชาภาษาอังกฤษ ไม่ไปแก้ ร. สุดท้ายก็ไม่สามารถเลื่อนระดับชั้นได้ ฟิตจึงตัดสินใจลาออก</p>



<p>พอฟิตอยู่บ้านเฉยๆ เพื่อนก็จะแห่กันมานั่งเล่นเกมกันที่บ้าน บางคืนก็เสียงดังโหวกเหวกจนโดนว่า ฟิตก็ต้องคอยปรามเพื่อนเรื่อยๆ เพราะโต๊ะ (ปู่) ต้องตื่นไปกรีดยางตอนตี 1 แต่ตอนนี้ฟิตไม่ต้องกังวลเรื่องเสียงดัง ไม่ต้องหนีไปผูกเปลนอนเล่นคนเดียวเงียบๆ แล้ว เพราะรุ่นพี่อย่าง <strong>‘ซอหมาด’</strong> ประธานสภาเด็กของตำบลเกตรี ชวนฟิตมานั่งเล่นด้วยกันที่ขนำแห่งนี้</p>



<p>สำหรับฟิต ที่นี่ให้ความรู้สึกไม่ต่างจากที่บ้านมาก แต่ดีกว่าตรงที่ ‘ไม่เบ้หู (ไม่หนวกหู)’&nbsp;</p>



<p></p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>ทุกคนมาล้อมวงจิบชา และสัพเพเหระยามสนธยาโดยไม่สนว่าใครเป็นใคร</strong></h3>



<p>พอพูดถึงพื้นที่การเรียนรู้ ภาพในหัวของบางคนจะเป็นสถานที่ที่มีชั้นหนังสือเรียงราย มีกระดานดำ มีอุปกรณ์การเรียนการสอน แต่หน้าตาของขนำเกตรีในยามค่ำคืน คือ ขนำหลังเล็กๆ ที่ด้านหน้ามีเด็กๆ ทั้งในและนอกระบบล้อมวงกันก่อไฟ ต้มน้ำร้อน ดีดกีตาร์ บางคนก็ออกไปซื้อโรตีมานั่งกินด้วยกัน</p>



<figure class="wp-block-image size-full"><img decoding="async" loading="lazy" width="1200" height="800" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/07/image-16.jpeg" alt="" class="wp-image-103903" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/07/image-16.jpeg 1200w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/07/image-16-300x200.jpeg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/07/image-16-768x512.jpeg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/07/image-16-750x500.jpeg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/07/image-16-272x182.jpeg 272w" sizes="(max-width: 1200px) 100vw, 1200px" /></figure>



<p></p>



<p>“งานเด็กคืองานที่เราสร้างพื้นที่ให้เด็กได้มาลองผิดลองถูกเป็นเสมือนสนามประลองแล้วเขาได้เรียนรู้และเติบโต องค์กรเหมือนภาชนะ อยู่ที่ไหนก็ได้แต่สำคัญคือสิ่งที่อยู่ในภาชนะมีคุณภาพหรือเปล่า นั่นคือตัวคุณ”</p>



<p>ราฎาคลุกคลีกับการทำงานเรื่องเด็กมาตั้งแต่ปี 2558 ซึ่งในระยะแรกเด็กที่อยู่ในโครงการเป็นเด็กในระบบทั้งหมด เพิ่งได้มาขยับขยายทำงานกับเด็กนอกระบบได้ไม่นาน ซึ่งความแตกต่างที่เห็นได้ชัดคือ ราฎาต้องวิ่งเข้าหาเด็ก เพราะเด็กนอกระบบไม่วิ่งเข้าหาผู้ใหญ่แบบเด็กในระบบ</p>



<p>“พี่ทำมาหลายรูปแบบ บุกเดี่ยวเข้าไปในวงเด็กผู้ชายนั่งอยู่ฝั่งโน้น มีความคิดว่าเด็กพวกนี้ต้องชอบคนจริงใจแน่เลย มีน้องคนนึงเป็นเด็กในระบบ รู้จักเราแต่ไม่ได้สนิทเขาบอกว่า ก๊ะพูดแบบนี้พวกมันไม่รู้เรื่องหรอก”</p>



<p>ราฎาจึงเปลี่ยนวิธีเข้าหา เรียนรู้จากผู้ปกครองว่าเด็กนอกระบบทันคนเพราะเจ็บมาเยอะจากการถูกคนอื่นใช้ประโยชน์จากการเป็นกลุ่มเป้าหมาย ราฎาจึงไม่บีบรัด ไม่บังคับ ถ้าชวนแล้วไม่อยากมาก็ไม่เป็นไร แต่ก็พยายามทักทาย เข้าไปคุยบ่อยๆ จนเด็กหลายคนเริ่มเปิดใจให้กับที่นี่</p>



<p>“ใครจะมาก็มา ถ้าไม่มีอะไรทำเขาก็มาเองแหละ บรรยากาศดีไงพี่” <strong>ฟาลัก-ฟาลัก บีลาล เส็นจิต</strong> เจ้าหน้าที่โครงการฯ เล่าไปด้วยระหว่างรินชาแจก&nbsp;</p>



<p>การล้อมวงจิบชาอาจเกิดขึ้นบ่อย คลอไปกับเสียงจอแจของการพูดคุยตลอดทั้งคืน <strong>ซอหมาด-อภิวัฒน์ ตะวัน</strong> ขาประจำของขนำนี้ คือเด็กในระบบที่มีอนาคตสดใสตามมาตรฐานสังคม&nbsp;</p>



<p>ก่อนหน้าที่จะมานั่งเล่น คลุกคลีกับเพื่อนๆ เด็กนอกระบบ ซอหมาด เคยมองว่าเพื่อนๆ กลุ่มนี้เป็นคนไม่ดี เหลวไหล ไม่สนใจเรียน และสร้างแต่ปัญหา ซึ่งความคิดเหล่านี้ซอหมาดยอมรับว่ามาจากอคติส่วนตัว เพราะคิดไปเองโดยไม่เคยเดินเข้าไปถามเพื่อนๆ สักครั้งว่าทำไมไม่ไปโรงเรียน</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-full"><img decoding="async" loading="lazy" width="1200" height="800" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/07/image-17.jpeg" alt="" class="wp-image-103904" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/07/image-17.jpeg 1200w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/07/image-17-300x200.jpeg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/07/image-17-768x512.jpeg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/07/image-17-750x500.jpeg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/07/image-17-272x182.jpeg 272w" sizes="(max-width: 1200px) 100vw, 1200px" /><figcaption class="wp-element-caption">&nbsp;ซอหมาด-อภิวัฒน์ ตะวัน</figcaption></figure></div>


<p></p>



<p>มาเป็นพี่เลี้ยงให้กับเด็กนอกระบบ เพราะอยากให้เกิดการชวนกันมาทำกิจกรรมแบบปากต่อปาก เพื่อนดึงเพื่อน ซอหมาดจึงตกลงที่จะเป็นพี่เลี้ยงเพื่อหาคำตอบว่าทำไมเพื่อนๆ เด็กนอกระบบถึงหลุดจากระบบ</p>



<p>“ก่อนหน้านี้ผมมีอคติอยู่บ้าง แต่พอได้ฟังเหตุผลเราก็เข้าใจเขามากขึ้น มันไม่ได้มีเหตุผลแค่เขาขี้เกียจ มันยังมีปัจจัยอื่นๆ ทั้งพวกเศรษฐกิจ ครอบครัว บางคนที่บ้านมีลูกหลายคนเลยต้องเว้นให้น้องได้เรียน พี่ไปงาน มันมีเหตุผลหลากหลาย เราก็ใจหายใจหวิวนิดนึงที่เขาไม่ได้เรียนต่อ”</p>



<p>การที่เด็กในระบบอย่างซอหมาดเข้าไปคุย ไปดึงเพื่อนเด็กนอกระบบด้วยกันมาทำกิจกรรมด้วยการชวนไปเที่ยว ไม่ใช่แค่เด็กนอกระบบเท่านั้นที่ได้ประโยชน์จากกิจกรรม แต่ตัวซอหมาดเองก็ได้เรียนรู้ทักษะอะไรหลายๆ อย่าง เช่น สอนเล่นกีต้าร์ สอนทักษะงานไม้ งานฝีมือ ทำให้ซอหมาดรู้สึกประทับใจและมองว่าเพื่อนๆ เด็กนอกระบบมีหลายเรื่องที่เก่งกว่าตัวเอง</p>



<p>“ส่วนตัวผมรู้สึกว่า แพ้เขาในหลายๆ เรื่องด้วยซ้ำครับ พอเขาไม่ต้องมานั่งเรียนจบบ่ายสี่เหมือนพวกผม เวลาที่เขาว่างตรงนั้นเขาได้ฝึกทักษะ เช่น ในค่ายเขาจะมีเด็กที่ทำมีดเป็น เด็กที่ตกปลาเก่ง เด็กที่เพ้นท์เสื้อสวยเอาไปขายสร้างรายได้ตั้งแต่อายุยังน้อย ทั้งๆ ที่ตัวผมเองอายุก็ไล่เลี่ยกับเขา แต่ยังไม่มีอะไรเป็นชิ้นเป็นอันเท่าเขาเลย”</p>



<p></p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>ในวันที่ไม่ได้งดงามตามฤดู แต่ยังคงเบ่งบานและงอกเงยได้ในยามสนธยา&nbsp;</strong></h3>



<p>วัฒนธรรมการล้อมวงดื่มน้ำชาตอนกลางคืนเป็นวิถีที่อยู่คู่กับภาคใต้มานาน แต่สำหรับเด็กนอกระบบหลายคน ช่วงเวลากลางคืนกลับกลายเป็นพื้นที่ปลอดภัยเพียงหนึ่งเดียวในการใช้ชีวิต</p>



<figure class="wp-block-image size-full"><img decoding="async" loading="lazy" width="1200" height="800" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/07/image-18.jpeg" alt="" class="wp-image-103905" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/07/image-18.jpeg 1200w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/07/image-18-300x200.jpeg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/07/image-18-768x512.jpeg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/07/image-18-750x500.jpeg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/07/image-18-272x182.jpeg 272w" sizes="(max-width: 1200px) 100vw, 1200px" /></figure>



<p></p>



<p><strong>อัพดอล</strong>เล่าว่าท่ามกลางความเงียบสงบของจังหวัดสตูล กลุ่มเด็กเปราะบางที่กำลังเผชิญกับภาวะกลืนไม่เข้าคายไม่ออกจากมิติทางวัฒนธรรมและศาสนาอันเข้มข้น</p>



<p>และสำหรับคนทำงานที่เกี่ยวโยงกับเด็กและเยาวชนในพื้นที่ ความท้าทายที่หยั่งรากลึกที่สุดไม่ใช่เพียงแค่ตัวเด็ก แต่คือโครงสร้างทางเศรษฐกิจของจังหวัดสตูล ต่างจากจังหวัดปริมณฑลที่มีโรงงานรองรับมากมาย&nbsp; ที่สตูลมีเพียงโรงงานปลากระป๋องและโรงงานปาล์มน้ำมันซึ่งรับแรงงานได้จำกัด แม้ภาครัฐจะพยายามผลักดันเรื่องการท่องเที่ยว แต่วิถีชีวิตจริงก็ไม่ได้ตอบโจทย์คนในพื้นที่ทั้งหมด&nbsp;</p>



<p>“เด็กขาดแรงจูงใจ คอนเน็คไม่ได้ว่าฉันจะเก่งไปเพื่ออะไร ใช่ เก่งแล้วยังไงต่อ เก่งแล้วไม่มีทางให้เดินต่อ คนสตูลไปแล้วไม่ค่อยกลับมาอยู่บ้าน นอกจากคนที่มีทุนบางอย่างอยู่ที่บ้าน เช่น มีสวน มีที่ดินทำกิน แต่ถ้าไปแล้วไม่กลับมาแสดงว่าที่บ้านไม่ได้มีอะไรเยอะ ฉะนั้นต้องไปหาด้านนอก”</p>



<p>สภาวะเช่นนี้ทำให้แม้แต่คนเรียนจบมหาวิทยาลัยยังยากที่จะกลับมาทำมาหากินที่บ้านเกิด แล้วนับประสาอะไรกับเด็กนอกระบบที่ไม่มีแม้แต่วุฒิการศึกษาติดตัว&nbsp;</p>



<p>เมื่อหนทางข้างหน้ามืดมิด สิ่งที่สูญหายไปจากแววตาของเด็กนอกระบบในจังหวัดสตูล ไม่ใช่แค่โอกาสทางการศึกษา แต่คือความกล้าที่จะจินตนาการถึงอนาคต</p>



<figure class="wp-block-image size-full"><img decoding="async" loading="lazy" width="1200" height="800" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/07/image-19.jpeg" alt="" class="wp-image-103906" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/07/image-19.jpeg 1200w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/07/image-19-300x200.jpeg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/07/image-19-768x512.jpeg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/07/image-19-750x500.jpeg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/07/image-19-272x182.jpeg 272w" sizes="(max-width: 1200px) 100vw, 1200px" /></figure>



<p></p>



<p>“สั้นๆ เลยก็คือว่า เราอยากให้น้องมีความฝัน มีเป้าหมายในชีวิต ใช้ชีวิตอยู่ในสังคมได้ น้องก็จะถามกลับว่า ‘ผมจะฝันถึงอะไรเหรอพี่’ ไม่รู้หรอกว่าอยากฝันอะไร แต่อยากให้เขามีความฝัน คือฐานนึงของความคิด เพราะความฝันเปลี่ยนได้ ผมไม่ได้บอกว่าต้องฝันเรื่องเดิมตลอด แต่เราเชื่อว่าถ้าคุณฝันได้ คุณก็คิดได้”</p>



<p>อัพดอล รู้ดีว่าการเข้าไปแก้ปัญหาระดับโครงสร้างระบบครอบครัวหรือชุมชนที่มีปมซับซ้อนนั้นเป็นเรื่องยากและต้องใช้เวลา แต่สิ่งที่ดีที่สุดและเริ่มต้นได้ง่ายที่สุดในตอนนี้ คือการเริ่มต้นที่ตัวเด็ก การเปิดพื้นที่รับฟังอย่างซื่อตรง และพยายามจุดประกายเล็กๆ ให้พวกเขากลับมามีความฝันอีกครั้ง เพื่อให้วันหนึ่ง พวกเขาจะสามารถยืนหยัดและใช้ชีวิตอยู่ได้ในบ้านเกิดของตนเอง โดยไม่ต้องดิ้นรนหลบซ่อนตัวอยู่ในความมืดอีกต่อไป&nbsp;</p>



<p>เหมือนกับขนำ ที่มีป้ายผืนใหญ่ติดไว้ว่า <strong>‘เมล็ดพันธ์ุเกตรี’</strong> ที่มีความมหมายว่า พื้นที่เกตรีแห่งนี้ต้องการเมล็ดพันธุ์เพื่องอกงามในพื้นที่ของตัวเอง&nbsp;</p><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/article-140726-2/">จิบชา จุดไฟ ฟุ้งฝัน บทสนทนา ณ ขนำเกตรี พื้นที่ก่อไฟฝันเด็กนอกระบบสตูล</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>เมื่อข้อสอบไม่ใช่คำตอบสุดท้าย กสศ.-สทศ.-OECD เปิดเวทีวิชาการ ชวนไทยออกแบบการประเมินเพื่อโลกอนาคต</title>
		<link>https://www.eef.or.th/article-140726/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 14 Jul 2026 11:22:58 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[บทความ]]></category>
		<category><![CDATA[Movement]]></category>
		<category><![CDATA[Insight Session]]></category>
		<category><![CDATA[กสศ.]]></category>
		<category><![CDATA[OECD]]></category>
		<category><![CDATA[สทศ.]]></category>
		<category><![CDATA[Dr. Mario Piacentini]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?p=103889</guid>

					<description><![CDATA[<p>&#8220;ข้อสอบที่ดี ไม่ได้เริ่มต้นจากการคิดว่าจะถามอะไร  [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/article-140726/">เมื่อข้อสอบไม่ใช่คำตอบสุดท้าย กสศ.-สทศ.-OECD เปิดเวทีวิชาการ ชวนไทยออกแบบการประเมินเพื่อโลกอนาคต</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong><em>&#8220;ข้อสอบที่ดี ไม่ได้เริ่มต้นจากการคิดว่าจะถามอะไร แต่เริ่มจากการนิยามให้ชัดว่า เราต้องการวัดอะไร&#8221;</em></strong></p>



<p>ประโยคนี้สะท้อนแนวคิดสำคัญที่ OECD ใช้พัฒนากรอบการประเมิน PISA ตลอดหลายปีที่ผ่านมา และเป็นจุดตั้งต้นของการสนทนาในเวทีครั้งนี้</p>



<p>แนวคิดดังกล่าวถูกถ่ายทอดโดย <strong>Dr. Mario Piacentini</strong> นักวิเคราะห์อาวุโสประจำโครงการ PISA ขององค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา (OECD) ซึ่งร่วมเป็นวิทยากรในเวที <strong><em>Insight Session</em></strong> <em>หัวข้อ</em> <em>Elevating International Competency Assessment: An In-depth Look at the PISA Framework and Approaches to Competency-Based Item Development</em> ซึ่งจัดขึ้นเมื่อวันที่ 3 กรกฎาคม 2569 โดย<strong>สถาบันทดสอบทางการศึกษาแห่งชาติ (องค์การมหาชน) หรือ สทศ.</strong> ร่วมกับ<strong>สถาบันวิจัยเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.)</strong></p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img decoding="async" loading="lazy" width="1400" height="783" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/07/image-3-1400x783.png" alt="" class="wp-image-103893" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/07/image-3-1400x783.png 1400w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/07/image-3-300x168.png 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/07/image-3-768x430.png 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/07/image-3.png 1485w" sizes="(max-width: 1400px) 100vw, 1400px" /></figure>



<p>เวทีดังกล่าวมีผู้บริหาร นักวิชาการ และนักวัดผลจากหลายหน่วยงานเข้าร่วมแลกเปลี่ยน ทั้งจาก สทศ. สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) และสถาบันด้านการวัดและประเมินผลของไทย โดยมีเป้าหมายร่วมกันคือการยกระดับระบบการประเมินของประเทศให้สอดคล้องกับแนวคิดการพัฒนาสมรรถนะผู้เรียนในศตวรรษที่ 21</p>



<p>แม้ PISA จะเป็นที่รู้จักในฐานะการประเมินสมรรถนะของนักเรียนอายุ 15 ปีในระดับนานาชาติ แต่ผู้เชี่ยวชาญจาก OECD ชี้ให้เห็นว่า แก่นแท้ของ PISA ไม่ใช่การแข่งขันเพื่อจัดอันดับประเทศ หากเป็นการทำความเข้าใจว่า ผู้เรียนสามารถนำความรู้ที่มีไปใช้แก้ปัญหาในสถานการณ์จริงได้มากน้อยเพียงใด</p>



<p>ด้วยเหตุนี้ การพัฒนาข้อสอบจึงไม่ได้เริ่มจากการคิดคำถาม แต่เริ่มจากการกำหนดให้ชัดว่า <strong>&#8220;สมรรถนะ&#8221; </strong>ที่ต้องการวัดคืออะไร ก่อนจะออกแบบสถานการณ์ที่เปิดโอกาสให้ผู้เรียนได้แสดงความสามารถออกมา และจึงค่อยตีความจากหลักฐานที่เกิดขึ้น</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img decoding="async" loading="lazy" width="1400" height="658" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/07/image-1400x658.png" alt="" class="wp-image-103890" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/07/image-1400x658.png 1400w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/07/image-300x141.png 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/07/image-768x361.png 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/07/image-1536x722.png 1536w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/07/image.png 1901w" sizes="(max-width: 1400px) 100vw, 1400px" /></figure>



<p>Dr. Mario อธิบายว่า แนวคิดดังกล่าวเรียกว่า <strong>Evidence-Centered Design (ECD)</strong> ซึ่งเปรียบเสมือน <strong>&#8220;สามเหลี่ยมการประเมิน&#8221;</strong> ที่เชื่อมโยงระหว่างความเข้าใจว่าผู้เรียนเรียนรู้อย่างไร (Cognition) สถานการณ์ที่ทำให้ผู้เรียนแสดงสมรรถนะ (Observation) และการแปลผลจากสิ่งที่สังเกตได้ (Interpretation) เข้าด้วยกัน</p>



<p>&#8220;ทีมพัฒนาข้อสอบจะยังไม่เริ่มเขียนข้อสอบ จนกว่าจะนิยามสิ่งที่ต้องการวัดได้อย่างชัดเจน&#8221; Dr. Mario กล่าว พร้อมย้ำว่า การประเมินคือความพยายาม &#8220;มองเข้าไปในความคิดของผู้เรียน&#8221; ผ่านหลักฐานที่มีอยู่อย่างจำกัด จึงไม่มีเครื่องมือใดสมบูรณ์แบบ แต่สามารถออกแบบให้สะท้อนศักยภาพของผู้เรียนได้ใกล้เคียงที่สุด</p>



<p>ในวิชาคณิตศาสตร์ PISA ไม่ได้วัดเพียงความสามารถในการคำนวณ แต่พิจารณาตั้งแต่การแปลงปัญหาในชีวิตจริงให้เป็นแบบจำลองทางคณิตศาสตร์ การเลือกใช้เครื่องมือหรือวิธีคำนวณที่เหมาะสม ไปจนถึงการตีความผลลัพธ์กลับไปสู่สถานการณ์เดิม</p>



<p>เช่นเดียวกับการอ่าน ซึ่ง PISA นิยามว่าเป็นความสามารถในการ &#8220;มีปฏิสัมพันธ์ ทำความเข้าใจ และประเมินข้อความ&#8221; อย่างมีวิจารณญาณ โดยจงใจใช้คำว่า <strong>Engage with</strong> เป็นคำแรก เพื่อสะท้อนว่า การเป็นผู้อ่านที่ดีไม่ได้อาศัยเพียงทักษะด้านภาษา แต่ต้องมีความสนใจ ความเต็มใจ และแรงจูงใจที่จะทำความเข้าใจข้อความอย่างลึกซึ้ง</p>



<p>การอ่านจึงไม่ใช่เพียงการค้นหาคำตอบที่ถูกต้อง แต่ครอบคลุมตั้งแต่การค้นหาและเข้าถึงข้อมูล การตีความความหมาย ไปจนถึงการสะท้อนคิดและประเมินคุณค่าของสิ่งที่อ่าน ซึ่งเป็นฐานสำคัญของการคิดเชิงวิพากษ์</p>



<figure class="wp-block-image size-full"><img decoding="async" loading="lazy" width="1120" height="628" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/07/image-2.png" alt="" class="wp-image-103892" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/07/image-2.png 1120w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/07/image-2-300x168.png 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/07/image-2-768x431.png 768w" sizes="(max-width: 1120px) 100vw, 1120px" /></figure>



<p><strong>เมื่อโลกของการสื่อสารเปลี่ยนไป กรอบการประเมินก็จำเป็นต้องเปลี่ยนตาม</strong></p>



<p>Dr. Mario เปิดเผยว่า กรอบการอ่านของ <strong>PISA 2029</strong> กำลังได้รับการทบทวนเป็นครั้งที่สาม เพื่อให้สะท้อนพฤติกรรมการอ่านของเยาวชนในยุคดิจิทัลที่ใช้เวลาอยู่กับหน้าจอมากกว่าหนังสือ</p>



<p>ข้อสอบในอนาคตจึงจะมีทั้งข้อความจากสื่อสังคมออนไลน์ เนื้อหาที่สร้างโดย Generative AI ข้อความหลายรูปแบบ รวมถึงข่าวลวงและข้อมูลคุณภาพต่ำ</p>



<p>OECD ให้เหตุผลว่า การประเมินต้องสะท้อนโลกที่ผู้เรียนใช้ชีวิตอยู่ หากต้องการรู้ว่าผู้เรียนสามารถแยกแยะข่าวลวงได้หรือไม่ ก็จำเป็นต้องให้ผู้เรียนเผชิญกับข่าวลวงจริงในสถานการณ์การประเมิน</p>



<p>ขณะเดียวกัน OECD ยังยืนยันว่าจะคงการอ่านข้อความยาวและวรรณกรรมไว้ เพราะเชื่อว่าการอ่านหนังสือทั้งเล่มยังเป็นทักษะสำคัญที่ช่วยพัฒนาความรู้ ความคิด และความเป็นมนุษย์</p>



<p>อีกประเด็นที่ได้รับความสนใจคือ การใช้เทคโนโลยีดิจิทัลเพื่อเปลี่ยนวิธีการประเมิน จากเดิมที่สนใจเพียง <strong>&#8220;คำตอบสุดท้าย&#8221;</strong> ไปสู่การเก็บข้อมูล <strong>&#8220;กระบวนการคิด&#8221;</strong> ของผู้เรียนระหว่างลงมือทำโจทย์</p>



<p>สิ่งที่ระบบบันทึกไว้ ไม่ใช่เพียงว่าผู้เรียนตอบถูกหรือผิด แต่รวมถึงลำดับการคิด วิธีตัดสินใจ และจุดที่ผู้เรียนเริ่มติดขัด ซึ่งเป็นข้อมูลที่สามารถนำกลับไปใช้พัฒนาการเรียนรู้ได้มากกว่าคะแนนเพียงตัวเดียว</p>



<p>ในช่วงสาธิตเครื่องมือ <strong>Ms. Emma Linsenmayer</strong> นำเสนอแพลตฟอร์ม <strong>PILA</strong> และระบบ <strong>Authoring Tool</strong> ที่ OECD พัฒนาขึ้น เพื่อให้ครูและนักพัฒนาข้อสอบสามารถสร้างการประเมินแบบดิจิทัลได้เองโดยไม่ต้องมีความรู้ด้านการเขียนโปรแกรม รองรับทั้งข้อสอบแบบดั้งเดิมและกิจกรรมเชิงโต้ตอบ พร้อมระบบกำหนดสมรรถนะ ระดับความยาก และการเก็บข้อมูลอัตโนมัติ ซึ่งช่วยวางรากฐานสำหรับการสร้างคลังข้อสอบและการประเมินเพื่อพัฒนาการเรียนรู้ในอนาคต</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img decoding="async" loading="lazy" width="1400" height="656" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/07/image-1-1400x656.png" alt="" class="wp-image-103891" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/07/image-1-1400x656.png 1400w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/07/image-1-300x141.png 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/07/image-1-768x360.png 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/07/image-1-1536x720.png 1536w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/07/image-1.png 1919w" sizes="(max-width: 1400px) 100vw, 1400px" /></figure>



<p>นอกเหนือจากเทคนิคการสร้างข้อสอบ เวทีครั้งนี้ยังชวนให้ผู้เข้าร่วมย้อนกลับมาตั้งคำถามกับระบบการศึกษาว่า ตลอดหลายปีที่ผ่านมา เราอาจใช้เวลาไปกับการวัด <strong>&#8220;สิ่งที่วัดได้ง่าย&#8221;</strong> มากกว่า <strong>&#8220;สิ่งที่สำคัญที่สุด&#8221;</strong></p>



<p>หากเป้าหมายของการศึกษาคือการสร้างพลเมืองที่คิดเป็น แก้ปัญหาได้ มีความคิดสร้างสรรค์ ใช้เทคโนโลยีอย่างรับผิดชอบ และอยู่ร่วมกับผู้อื่นได้อย่างเข้าใจ สมรรถนะเหล่านี้ย่อมควรเป็นสิ่งที่ระบบการประเมินให้ความสำคัญเช่นเดียวกัน</p>



<p>ตลอดการแลกเปลี่ยนในเวทีครั้งนี้ มีการย้ำอยู่หลายครั้งว่า การยกระดับการวัดและประเมินผลไม่ใช่เพียงการสร้างข้อสอบที่ดีขึ้น แต่คือการเปลี่ยนบทบาทของการประเมิน จากเครื่องมือคัดเลือก ไปสู่เครื่องมือที่ช่วยให้ครูเข้าใจผู้เรียน และใช้ข้อมูลกลับไปพัฒนาการเรียนรู้ของเด็กแต่ละคนได้จริง&nbsp;</p>



<p>นั่นอาจเป็นเหตุผลที่ Dr. Mario ย้ำตลอดทั้งเวทีว่า ก่อนจะถามว่า &#8220;ข้อสอบควรเป็นอย่างไร&#8221; ระบบการศึกษาควรตอบให้ได้เสียก่อนว่า <strong>&#8220;เราอยากให้ผู้เรียนเติบโตเป็นคนแบบไหน&#8221;</strong> เพราะเมื่อคำตอบของคำถามนี้ชัดเจน <strong>ข้อสอบก็จะไม่ใช่เพียงเครื่องมือวัดผล แต่จะกลายเป็นเครื่องมือที่ช่วยขับเคลื่อนการเรียนรู้ไปในทิศทางเดียวกับเป้าหมายของการศึกษา</strong></p><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/article-140726/">เมื่อข้อสอบไม่ใช่คำตอบสุดท้าย กสศ.-สทศ.-OECD เปิดเวทีวิชาการ ชวนไทยออกแบบการประเมินเพื่อโลกอนาคต</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>‘Future You’ เอไอผู้ช่วยครูแนะแนว ชวนเด็ก ๆ สำรวจตัวตน-ค้นหาเป้าหมาย-วางแผนชีวิต</title>
		<link>https://www.eef.or.th/article-100726/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 10 Jul 2026 07:38:24 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[บทความ]]></category>
		<category><![CDATA[Movement]]></category>
		<category><![CDATA[วสศ.]]></category>
		<category><![CDATA[Future You]]></category>
		<category><![CDATA[KBGT]]></category>
		<category><![CDATA[MIT medialab]]></category>
		<category><![CDATA[คณะจิตวิทยา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย]]></category>
		<category><![CDATA[กสศ.]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?p=103784</guid>

					<description><![CDATA[<p>เมื่อภาพบนหน้าจอปรากฏภาพตัวเราในอนาคต ในเวอร์ชั่นผ่านกา [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/article-100726/">‘Future You’ เอไอผู้ช่วยครูแนะแนว ชวนเด็ก ๆ สำรวจตัวตน-ค้นหาเป้าหมาย-วางแผนชีวิต</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>เมื่อภาพบนหน้าจอปรากฏภาพตัวเราในอนาคต ในเวอร์ชั่นผ่านการเรียนจบ ทำงาน และกลายเป็น ‘ผู้ใหญ่คนหนึ่ง’ ที่พรั่งพร้อมด้วยบทเรียนจากวันวัยบนเส้นทางอาชีพ เปี่ยมด้วยประสบการณ์ชีวิต และผู้ใหญ่คนนั้นกำลังบอกกับตัวเราในวันนี้ว่า ความชอบ ความสนใจหรือความถนัดที่มีอยู่ จะพาไปยังอนาคตที่เป็นไปได้ในรูปแบบใดบ้าง</p>



<p>&#8230;คำถามสำคัญคือ บทสนทนากับตัวตนจำลองนี้ จะส่งผลต่อการเปลี่ยนแปลงตัวตนปัจจุบัน หรือต่อเส้นทางเดินในวันข้างหน้าของใครคนหนึ่งได้แค่ไหน?&nbsp;&nbsp;</p>



<p>เรากำลังพูดถึง ‘Future You’ แพลตฟอร์มดิจิทัลที่ถูกพัฒนาขึ้นเพื่อช่วย ‘ค้นพบตัวตน’ ที่จะนำไปสู่การ ‘ตั้งเป้าหมายชีวิต’ และร่างแผนอนาคตระยะยาว บนฐานของความเชื่อมั่นว่า &#8230;ทุกความฝันเป็นไปได้    </p>



<figure class="wp-block-image size-full"><img decoding="async" loading="lazy" width="855" height="569" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/07/0710_Future-You-ผู้ช่วยครูแนะแนว-AI-7.jpg" alt="" class="wp-image-103785" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/07/0710_Future-You-ผู้ช่วยครูแนะแนว-AI-7.jpg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/07/0710_Future-You-ผู้ช่วยครูแนะแนว-AI-7-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/07/0710_Future-You-ผู้ช่วยครูแนะแนว-AI-7-768x511.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/07/0710_Future-You-ผู้ช่วยครูแนะแนว-AI-7-750x500.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/07/0710_Future-You-ผู้ช่วยครูแนะแนว-AI-7-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /></figure>



<p></p>



<p>เพราะหากใครคนหนึ่งได้คุยกับตัวเองในวัยที่ผ่านบททดสอบยาก ๆ มามากมาย ก็อาจเป็นครั้งแรกที่เขาจะได้ค้นลึกลงในใจ จนพบบางความฝันที่ซุกซ่อน พร้อมกล้าตั้งคำถามถึงเส้นทางที่อยากเดินไป หรือสำหรับใครบางคน ก็อาจเป็นครั้งแรกเช่นกันที่จะได้สำรวจตัวเอง ว่าความฝันความหวังเกี่ยวกับอนาคตที่ร่างภาพไว้ราง ๆ ในวันนี้ จะใช่สิ่งเดียวกันกับที่ใจอยากมุ่งไปสักแค่ไหน?&nbsp;&nbsp;</p>



<p>และหากเสียงในหัวใจตอบกลับมาว่า ‘ใช่’ เขาจะรู้ทันทีว่าแต่ละวันจากนี้ต้องเตรียมพร้อมอย่างไร ควรเลือกทางเส้นไหน หรือมีทักษะใดที่ควรเรียนรู้เพิ่มเติม เพื่อให้แน่ใจว่ากำลังขยับไปสู่เป้าหมายโดยไม่หลุดจากเส้นทาง</p>



<figure class="wp-block-image size-full"><img decoding="async" loading="lazy" width="855" height="569" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/07/0710_Future-You-ผู้ช่วยครูแนะแนว-AI-2.jpg" alt="" class="wp-image-103786" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/07/0710_Future-You-ผู้ช่วยครูแนะแนว-AI-2.jpg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/07/0710_Future-You-ผู้ช่วยครูแนะแนว-AI-2-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/07/0710_Future-You-ผู้ช่วยครูแนะแนว-AI-2-768x511.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/07/0710_Future-You-ผู้ช่วยครูแนะแนว-AI-2-750x500.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/07/0710_Future-You-ผู้ช่วยครูแนะแนว-AI-2-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /></figure>



<p></p>



<p>กสศ. ชวนฟังเสียงน้อง ๆ กลุ่มแรกที่ได้สัมผัสการใช้งาน Future You ในประเทศไทย หลังแพลตฟอร์มซึ่งคิดค้นและพัฒนาขึ้นโดยสององค์กรผู้เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยี AI คือ KBTG ในเครือธนาคารกสิกรไทย (KBank) และ สถาบันการศึกษาระดับโลก MIT Media Lab ไปคว้ารางวัล World Changing Ideas Awards 2025 และทดลองใช้ในกว่า 100 ประเทศ จนได้รับการยอมรับว่า Future You ช่วยเพิ่มระดับเชื่อมั่นในการเชื่อมโยงตัวตนปัจจุบันสู่ความเป็นไปได้ในอนาคต (Future Self-Continuity) ให้กับผู้ใช้งานจำนวนมาก และวันนี้ได้เดินทางกลับมาในฐานะ ‘ผู้ช่วยครูแนะแนว’ ในโรงเรียนไทย โดย KBGT และ MIT Media Lab ร่วมกับ สถาบันวิจัยเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา กสศ. และ คณะจิตวิทยา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ทำงานวิจัยเชิงปฏิบัติการ ลงพื้นที่ทดสอบการใช้งานจริงกับนักเรียนชั้น ม.3 โรงเรียนนวมินทราชินูทิศ เบญจมราชาลัย และ โรงเรียนวัดชัยมงคล กรุงเทพมหานคร ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นของขั้นตอนศึกษาเก็บข้อมูล เพื่อพัฒนา Future You ให้ใช้งานอย่างมีประสิทธิภาพ ในฐานะเครื่องมือลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา สำหรับนักเรียนในทุกพื้นที่ของประเทศ</p>



<h3 class="wp-block-heading"><br><strong>“Future You คือพื้นที่ทบทวนตัวเอง &#8230;ผ่านภาพจำลองอนาคต”</strong></h3>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-full is-resized"><img decoding="async" loading="lazy" width="569" height="855" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/07/0710_Future-You-ผู้ช่วยครูแนะแนว-AI-4.jpg" alt="" class="wp-image-103787" style="width:400px" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/07/0710_Future-You-ผู้ช่วยครูแนะแนว-AI-4.jpg 569w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/07/0710_Future-You-ผู้ช่วยครูแนะแนว-AI-4-200x300.jpg 200w" sizes="(max-width: 569px) 100vw, 569px" /></figure></div>


<p></p>



<p><strong><em>“ประโยคสั้น ๆ ที่ตัวเราในอนาคตพูดว่า จงใช้ชีวิตอย่างไม่ฝืนตัวเอง เหมือนปลดล็อคให้เรากล้ามองไปข้างหน้า กล้าจะเชื่อในทางที่อยากเดิน”</em></strong></p>



<p><strong>‘ใบหยก’</strong> ชั้น ม.3 โรงเรียนวัดชัยมงคล เผยความรู้สึกหลังเห็นตัวเองในอนาคตบนจอภาพ ว่า <em>“รู้สึกเซอร์ไพรส์ค่ะ ไม่คิดว่าตัวเองตอนโตจะทำอาชีพนี้”</em></p>



<p>และภาพนั้นคือเธอในมาด ‘นักธุรกิจ’ ที่ใบหยกไม่เคยนึกมาก่อนว่าอยากจะเป็น</p>



<p>อย่างไรก็ตาม ตลอดบทสนทนากับตัวตนในอนาคต กลับกลายเป็นครั้งแรก ที่ใบหยกได้ทบทวนถึงต้นทุนที่ตัวเองมี ว่า ‘ความรักสวยรักงาม’ ที่อาจไม่ใช่คุณสมบัติช่วยทำผลการเรียนให้โดดเด่น แต่บนเส้นทางสู่อนาคต ถ้าเธอต่อยอดพัฒนาความสนใจไปได้อีกระดับ ‘ความรักในความงาม’ ก็อาจพาไปถึงความสำเร็จในชีวิต และสร้างอาชีพที่มั่นคงได้เช่นกัน</p>



<p><em>“Future You ประมวลผลว่าหนูเป็นคนสนใจเรื่องความสวยความงาม แล้วมันเป็นจุดเด่นที่เราเอามาพัฒนาเป็นจุดแข็งได้ ซึ่งอาชีพที่สอดคล้องกับสิ่งที่เราสนใจ ก็แสดงให้เห็นผ่านภาพตัวเราในอนาคต คือเป็นนักธุรกิจเกี่ยวกับความสวยความงาม ข้อมูลนี้ไม่เพียงบอกว่าเราสามารถเป็นอะไรได้บ้าง แต่ยังช่วยให้คิดถึงความเป็นไปได้ต่าง ๆ ที่จะพาเราไปถึงตรงนั้นด้วย”&nbsp;&nbsp;</em></p>



<p>ใบหยกบอกว่า ก่อนหน้านี้คิดว่าการพูดถึงอาชีพในอนาคตเป็นเรื่องที่อยู่อีกไกล ทั้งยากจะตอบคำถามตัวเองว่า ‘อยากเป็นอะไร’ หรือแม้จะมีที่คิดอยู่ลึก ๆ บ้างว่าอยากทำอะไร ก็อาจยิ่งยากกว่าเมื่อคิดต่อว่า ‘จะทำให้เป็นจริงได้ยังไง’ จนวันนี้ที่ได้ทบทวนตัวเองผ่าน Future You จึงเห็นว่า ‘สิ่งที่เราชอบช่วยกำหนดสิ่งที่เราจะเป็นได้’ และหลังจากค้นพบข้อเท็จจริงนี้ ก็รู้แล้วว่าควรศึกษาความรู้ใดเพิ่มเติม เพื่อเปลี่ยนให้ความสนใจกลายเป็นความเชี่ยวชาญ</p>



<p><em>“ประโยคสั้น ๆ ที่ตัวเราในอนาคตพูดว่า จงใช้ชีวิตอย่างไม่ฝืนตัวเอง เหมือนปลดล็อคให้เรากล้ามองไปข้างหน้า กล้าจะเชื่อในทางที่อยากเดิน และเริ่มคิดถึงการเรียนต่อในสายบริหารธุรกิจ ทั้งที่ก่อนหน้านี้ตอบตัวเองไม่ได้เลยว่าอยากเรียนด้านไหนต่อ”  </em>     </p>



<figure class="wp-block-image size-full"><img decoding="async" loading="lazy" width="855" height="569" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/07/0710_Future-You-ผู้ช่วยครูแนะแนว-AI-5.jpg" alt="" class="wp-image-103788" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/07/0710_Future-You-ผู้ช่วยครูแนะแนว-AI-5.jpg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/07/0710_Future-You-ผู้ช่วยครูแนะแนว-AI-5-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/07/0710_Future-You-ผู้ช่วยครูแนะแนว-AI-5-768x511.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/07/0710_Future-You-ผู้ช่วยครูแนะแนว-AI-5-750x500.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/07/0710_Future-You-ผู้ช่วยครูแนะแนว-AI-5-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /></figure>



<p></p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>“Future You ทำให้คิดถึงการวางเส้นทางการศึกษาอย่างจริงจัง และผมเชื่อเลยว่าจะช่วยให้หลายคนเชื่อมั่นในตัวเองมากขึ้น กับอนาคตที่จะไปต่อ”      </strong></h3>



<p><strong>‘นพกร’</strong> ชั้น ม.3 โรงเรียนวัดชัยมงคล บอกว่า ภาพอนาคตของตัวเองในเครื่องแบบตำรวจนั้น ต้องตรงกับฝันวัยเด็ก และทำให้มีกำลังใจมากขึ้น ที่จะเดินหน้าต่อเพื่อทำให้กลายเป็นความจริง&nbsp;&nbsp;</p>



<p><em>“การได้คุยกับตัวผมที่ทำอาชีพตำรวจ มันทำให้มีภาพในหัวผุดขึ้นมามากมาย อย่างแรกคือเรายิ่งอยากพัฒนาตัวเองยิ่งขึ้น และที่สำคัญคือทำให้เราเชื่อมั่นและภูมิใจในตัวเอง ว่าที่ผ่านมาได้พยายามทำอย่างดีที่สุด เพื่อจะประคองความฝันจากวัยเด็กไว้ต่อไป”</em></p>



<p>นพกรพูดถึง Future You ว่าเครื่องมือนี้ไม่ได้ช่วยหาคำตอบว่าเขาควรหรือไม่ควรเป็นสิ่งใด แต่กำลังส่งกำลังใจจากอนาคตมาที่ตัวตนในวันนี้ ว่าถ้ายังพยายามต่อไปไม่หยุด เป้าหมายที่ตั้งไว้จะสำเร็จได้ในวันหนึ่ง&nbsp; <em>&nbsp;&nbsp;</em></p>



<p><em>“สิ่งที่ผมจะจำขึ้นใจ คือตัวตนในอนาคตที่บอกเราว่า หากเหนื่อยก็ค่อย ๆ ทำไปเรื่อย ๆ จนกว่าจะสำเร็จ คำพูดนี้หมายถึงว่าไม่มีอะไรได้มาง่าย ๆ และทำให้ผมคิดถึงการวางเส้นทางศึกษาต่ออย่างจริงจัง ว่าหากอยากเป็นตำรวจ นับตั้งแต่ตอนนี้ผมต้องเตรียมตัวยังไง และผมเชื่อเลยว่าการมี Future You จะช่วยให้หลาย ๆ คนเชื่อมั่นในตัวเองมากขึ้น กับอนาคตที่จะไปต่อ”&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</em></p>



<figure class="wp-block-image size-full"><img decoding="async" loading="lazy" width="855" height="569" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/07/0710_Future-You-ผู้ช่วยครูแนะแนว-AI-6.jpg" alt="" class="wp-image-103790" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/07/0710_Future-You-ผู้ช่วยครูแนะแนว-AI-6.jpg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/07/0710_Future-You-ผู้ช่วยครูแนะแนว-AI-6-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/07/0710_Future-You-ผู้ช่วยครูแนะแนว-AI-6-768x511.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/07/0710_Future-You-ผู้ช่วยครูแนะแนว-AI-6-750x500.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/07/0710_Future-You-ผู้ช่วยครูแนะแนว-AI-6-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /></figure>



<p></p>



<p><strong>‘บอล’ </strong>ชั้น ม.3 โรงเรียนวัดชัยมงคล ที่ผูกพันกับดนตรีตั้งแต่วัยเด็ก จากการหัดเล่นตามรุ่นพี่ที่รู้จักในโบสถ์ บอกว่า <em>“ผมไม่เคยคิดถึงอาชีพในอนาคต แต่ Future You เพิ่งบอกว่า ถ้าจะเลือกการเล่นดนตรีและพัฒนาจนเป็นอาชีพ มันก็มีทางเป็นไปได้รออยู่”</em></p>



<p>หลังสนทนากับตัวตนจำลองที่มองกลับมาจากอนาคต บอลได้รับคำแนะนำว่าทักษะการเล่นดนตรี สามารถพาไปสู่อาชีพได้หลากหลาย ไม่เพียงเป็นนักดนตรีอาชีพ แต่ยังเป็นได้ทั้งครูสอนดนตรี หรือยังมีงานอีกมากมายที่ต้องใช้คุณสมบัติทางดนตรีเป็นต้นทุน</p>



<p><em>“ผมดีใจที่ตัวผมในอนาคตชี้ให้เห็นภาพคร่าว ๆ ว่าสิ่งที่เราสนใจนั้นมีคุณค่า ถึงเส้นทางที่จะเดินไปจะท้อบ้างเจออุปสรรคบ้าง แต่ท้ายที่สุดแล้วทุกสิ่งที่รักจะดึงดูดให้เราทำอย่างเต็มที่ และถ้าพยายามมากพอไม่ล้มเลิกไปก่อน สุดท้ายยังไงเราก็ต้องทำสำเร็จ”</em></p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-full"><img decoding="async" loading="lazy" width="855" height="569" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/07/ใบหม่อน.jpg" alt="" class="wp-image-103791" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/07/ใบหม่อน.jpg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/07/ใบหม่อน-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/07/ใบหม่อน-768x511.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/07/ใบหม่อน-750x500.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/07/ใบหม่อน-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /><figcaption class="wp-element-caption">ใบหม่อน</figcaption></figure></div>


<p></p>



<p><strong>‘ใบหม่อน’</strong> ชั้น ม.3 โรงเรียนนวมินทราชินูทิศ เบญจมราชาลัย พูดถึงประสบการณ์หลังใช้ Future You ว่า ภาพอนาคตของตัวเองในฐานะนักแต่งเพลงบนหน้าจอ ช่วยย้ำความมั่นใจว่า ความชอบ ความฝัน หรือความพยายามพาตัวเองไปข้องเกี่ยวกับทุกโอกาสซึ่งวนเวียนอยู่รอบ ๆ ‘อาชีพศิลปิน’ ในวันนี้ ทำให้เธอแน่ใจว่า ‘มาถูกทาง’ และเชื่อว่าฝันที่เธอทะนุถนอมไว้ จะมอบที่ทางกับเธอในวันข้างหน้า</p>



<p><em>“เพราะ Future You ไม่ได้ให้คำตอบสำเร็จว่าเราจะเป็นอะไร หรือไม่ได้มาช่วยคำนวณความเป็นไปได้ของความฝัน ว่ามีโอกาสเป็นจริงแค่ไหน แต่สิ่งที่เราได้รับและสำคัญยิ่งกว่า คือความแน่ใจที่จะเดินไปตามฝัน และได้รู้เกี่ยวกับเส้นทางที่เลือกมากขึ้น ว่าแม้ไม่ได้เป็นอย่างฝันสมบูรณ์ร้อยเปอร์เซ็นต์ แต่การยังเชื่อมั่นในสิ่งที่รัก จะพาเราไปพบเส้นทางอื่น ๆ ที่ใช้ต้นทุนจากความสนใจที่เรามีได้เช่นกัน”  </em></p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-full"><img decoding="async" loading="lazy" width="855" height="569" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/07/มาตุลย์.jpg" alt="" class="wp-image-103792" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/07/มาตุลย์.jpg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/07/มาตุลย์-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/07/มาตุลย์-768x511.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/07/มาตุลย์-750x500.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/07/มาตุลย์-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /><figcaption class="wp-element-caption">มาตุลย์</figcaption></figure></div>


<p></p>



<p>และ <strong>‘มาตุลย์’</strong> ชั้น ม.3 โรงเรียนนวมินทราชินูทิศ เบญจมราชาลัย ผู้ใช้ Future You ทดสอบหลากหลายความเป็นไปได้ของอาชีพในอนาคต จากความชอบความสนใจของเจ้าตัวที่ ‘ยังจำกัดไม่ได้’ ในตอนนี้&nbsp;&nbsp;</p>



<p><em>“ผมรู้ตัวว่าชอบคณิตศาสตร์ ตั้งใจจะเรียนต่อ ม.ปลายสายวิทย์-คณิต ค่อนข้างเชื่อว่าตัวเองหลงใหลในตัวเลข การคำนวณ แต่ถ้ามองไปไกลกว่านี้คือเรื่องอาชีพ ผมก็ไม่เคยแน่ใจว่าอยากเป็นอะไร จน Future You ช่วยให้เข้าใจว่ามีอาชีพที่เกี่ยวกับตัวเลขและการทำบัญชีเยอะมาก ทั้งยังจำลองตัวตนของผมในอนาคตเป็นคนทำงานอาชีพต่าง ๆ ไม่ว่านักบัญชี ผู้ตรวจสอบบัญชี หรือนักวิเคราะห์บัญชี ซึ่งสำหรับผม ผลลัพธ์ที่ได้ทำให้เห็นทางที่อยากไปในอนาคตมากขึ้น อย่างน้อยที่สุดผมก็รู้แล้วว่าอยากจะเป็นอะไรก็ตาม ที่อยู่ในสายงานบัญชี แล้วหลังจากวันนี้ก็จะพยายามวางแผนเพื่อมุ่งไปทางนั้น”&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</em></p>



<p>มาตุลย์บอกว่า ถึงจะรู้ว่าบนหน้าจอคือภาพจำลองของตัวเขา แต่ประโยคหนึ่งจากการสนทนา ก็กลับทำให้เขาประทับใจและดีใจที่ได้รับ นั่นคือคำพูดทิ้งท้ายจากมาตุลย์ในอนาคต ที่บอกมาตุลย์ปัจจุบันว่า ‘อย่าเครียดมากนะ ไม่ได้มีเราที่สู้ไปคนเดียว’ เพราะมันคือกำลังใจที่ช่วยให้เชื่อว่า ตัวเขาในวันนี้จะผ่านอุปสรรคต่าง ๆ ไปได้ในที่สุด</p>



<figure class="wp-block-image size-full"><img decoding="async" loading="lazy" width="855" height="569" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/07/0710_Future-You-ผู้ช่วยครูแนะแนว-AI-10.jpg" alt="" class="wp-image-103793" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/07/0710_Future-You-ผู้ช่วยครูแนะแนว-AI-10.jpg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/07/0710_Future-You-ผู้ช่วยครูแนะแนว-AI-10-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/07/0710_Future-You-ผู้ช่วยครูแนะแนว-AI-10-768x511.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/07/0710_Future-You-ผู้ช่วยครูแนะแนว-AI-10-750x500.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/07/0710_Future-You-ผู้ช่วยครูแนะแนว-AI-10-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /></figure>



<p></p>



<p>เสียงสะท้อนจากน้อง ๆ ต่อประสบการณ์ใช้งาน Future You อาจกำลังบอกว่า ในโลกที่เด็ก ๆ ต้องต่อสู้แข่งขันอย่างเข้มข้น ทั้งกับการเรียนและแรงกดจากการเติบโต บางทีสิ่งที่พวกเขาต้องการที่สุด ก็คือ ‘พื้นที่สำรวจทบทวน’ เพื่อจะได้ถามตัวเองถึงสิ่งที่ชอบที่สนใจ จนถึงได้สำรวจความรู้สึก เพื่อไตร่ตรองถึงการตั้งเป้าหมายอนาคต ขณะที่ Future You คือเครื่องมือช่วยคุณครูแนะแนว ที่จะมาช่วยหาคำตอบ ว่าการได้สื่อสาร รับคำแนะนำ และเก็บเกี่ยวกำลังใจจาก ‘ผู้ใหญ่คนหนึ่ง’ ที่คือภาพเสมือนของตนเองในวันข้างหน้า จะกลายเป็นประสบการณ์ที่ช่วยเปลี่ยนวิธีคิด กิจวัตรประจำวัน หรือแบบแผนพฤติกรรมได้อย่างไร </p>



<figure class="wp-block-image size-full"><img decoding="async" loading="lazy" width="855" height="569" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/07/0710_Future-You-ผู้ช่วยครูแนะแนว-AI-8.jpg" alt="" class="wp-image-103794" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/07/0710_Future-You-ผู้ช่วยครูแนะแนว-AI-8.jpg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/07/0710_Future-You-ผู้ช่วยครูแนะแนว-AI-8-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/07/0710_Future-You-ผู้ช่วยครูแนะแนว-AI-8-768x511.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/07/0710_Future-You-ผู้ช่วยครูแนะแนว-AI-8-750x500.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/07/0710_Future-You-ผู้ช่วยครูแนะแนว-AI-8-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /></figure>



<p></p>



<p>เพราะทุก ๆ ‘ความฝัน’ และ ‘การค้นพบตัวตน’ คือเข็มทิศนำทางของการเรียนรู้ และคือแรงผลักสำคัญให้เด็กคนหนึ่งมีแรงบันดาลใจพัฒนาศักยภาพจนสุดทาง แล้วระหว่างทางนั้น ต้องได้รู้ว่า หนึ่งความชอบความสนใจยังหมายถึงความเป็นไปได้ที่เปิดกว้างไม่รู้จบ ใช่เพียงผูกติดกับอาชีพเดียว</p>



<p>Future You จึงไม่ใช่เครื่องมือทำนายอนาคต แต่คือการชี้ชวนให้มองเห็นถึงความเป็นไปได้อันหลากหลาย และจะช่วยย้ำเตือนเด็กทุกคนให้เชื่อมั่น ว่าทุกความฝันเป็นความจริงได้</p>



<figure class="wp-block-image size-full"><img decoding="async" loading="lazy" width="855" height="569" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/07/0710_Future-You-ผู้ช่วยครูแนะแนว-AI-11.jpg" alt="" class="wp-image-103795" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/07/0710_Future-You-ผู้ช่วยครูแนะแนว-AI-11.jpg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/07/0710_Future-You-ผู้ช่วยครูแนะแนว-AI-11-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/07/0710_Future-You-ผู้ช่วยครูแนะแนว-AI-11-768x511.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/07/0710_Future-You-ผู้ช่วยครูแนะแนว-AI-11-750x500.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/07/0710_Future-You-ผู้ช่วยครูแนะแนว-AI-11-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /></figure><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/article-100726/">‘Future You’ เอไอผู้ช่วยครูแนะแนว ชวนเด็ก ๆ สำรวจตัวตน-ค้นหาเป้าหมาย-วางแผนชีวิต</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
