<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>ศูนย์ช่วยเหลือเด็กและเยาวชนในภาวะวิกฤตทางการศึกษา | กสศ.</title>
	<atom:link href="https://www.eef.or.th/tag/%E0%B8%A8%E0%B8%B9%E0%B8%99%E0%B8%A2%E0%B9%8C%E0%B8%8A%E0%B9%88%E0%B8%A7%E0%B8%A2%E0%B9%80%E0%B8%AB%E0%B8%A5%E0%B8%B7%E0%B8%AD%E0%B9%80%E0%B8%94%E0%B9%87%E0%B8%81%E0%B9%81%E0%B8%A5%E0%B8%B0%E0%B9%80/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.eef.or.th</link>
	<description>กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา</description>
	<lastBuildDate>Thu, 01 Jun 2023 09:34:07 +0000</lastBuildDate>
	<language>th</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.3.10</generator>

<image>
	<url>https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/02/cropped-fav-icon-32x32.png</url>
	<title>ศูนย์ช่วยเหลือเด็กและเยาวชนในภาวะวิกฤตทางการศึกษา | กสศ.</title>
	<link>https://www.eef.or.th</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>‘พิษณุโลก’ One Stop Service ที่พร้อมส่งต่อเด็กเยาวชนในภาวะเสี่ยงถึงมือ ‘สหวิชาชีพ’ ใน 24 ชั่วโมง</title>
		<link>https://www.eef.or.th/article-abe-the-series-110423/?utm_source=rss&#038;utm_medium=rss&#038;utm_campaign=article-abe-the-series-110423</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 11 Apr 2023 10:25:37 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[บทความ]]></category>
		<category><![CDATA[Movement]]></category>
		<category><![CDATA[พิษณุโลก]]></category>
		<category><![CDATA[ศูนย์ช่วยเหลือเด็กและเยาวชนในภาวะวิกฤตทางการศึกษา]]></category>
		<category><![CDATA[ALL FOR EDUCATION ร่วมสร้างหลักประกันทางการศึกษา]]></category>
		<category><![CDATA[ABE The Series]]></category>
		<category><![CDATA[One Stop Service]]></category>
		<category><![CDATA[สหวิชาชีพ]]></category>
		<category><![CDATA[ผู้จัดการรายกรณี]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?p=66648</guid>

					<description><![CDATA[<p>จังหวัดพิษณุโลก มีฐานทุนจากการจัดการศึกษาเชิงพื้นที่มาเ [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/article-abe-the-series-110423/">‘พิษณุโลก’ One Stop Service ที่พร้อมส่งต่อเด็กเยาวชนในภาวะเสี่ยงถึงมือ ‘สหวิชาชีพ’ ใน 24 ชั่วโมง</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>จังหวัดพิษณุโลก </strong>มีฐานทุนจากการจัดการศึกษาเชิงพื้นที่มาเป็นเวลา 2 ปี ในขณะที่เกิดสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ได้ทำงานต่อเนื่องกับ <strong>กสศ. </strong>ภายใต้โครงการ <strong>‘ศูนย์ช่วยเหลือเด็กและเยาวชนในภาวะวิกฤตทางการศึกษา’ </strong>ทำให้มีการแลกเปลี่ยนทรัพยากรระหว่างหน่วยงานในจังหวัดที่เข้มแข็ง มีภาคีทั้งภาครัฐและเอกชนที่ขยายเป็นเครือข่ายขนาดใหญ่ ซึ่งเปรียบเหมือนตาข่ายรองรับเด็กเยาวชนทุกกลุ่มเป้าหมาย</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-35f05f"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/04/2.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>เมื่อมีรายงานเคสเด็กยาวชนสุ่มเสี่ยง <strong>จังหวัดพิษณุโลก </strong>จะมีคณะทำงาน ‘ผู้จัดการรายกรณี’ (Case Manager: CM) พร้อมลงพื้นที่ติดตามทันที พร้อมขุดลงไปถึงรากของปัญหาและเร่งดำเนินการแก้ไขอย่างตรงจุด เช่น ซ่อมแซมที่อยู่อาศัยที่อยู่ในสภาพทรุดโทรม หรือดำเนินการเรื่องเบี้ยยังชีพคนชราหรือผู้พิการที่ยังไม่ได้ลงทะเบียนกับสำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ รวมถึงมุ่งจัดทำฐานข้อมูลบนแพลตฟอร์มมาตรฐาน ที่ทุกหน่วยงานสามารถเข้าถึง-นำไปใช้-ส่งต่อกันได้รวดเร็ว เพื่อให้ความช่วยเหลือเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายทันต่อความต้องการ ไม่สะดุดขาดตอนระหว่างทาง เป็นข้อมูลที่สดใหม่ มีอายุใช้งานยาวนาน และเป็นข้อมูลชุดเดียวที่ใช้ร่วมกันได้สะดวกยิ่งขึ้น</p>



<figure class="wp-block-gallery columns-2 is-cropped wp-block-gallery-1 is-layout-flex wp-block-gallery-is-layout-flex"><ul class="blocks-gallery-grid"><li class="blocks-gallery-item"><figure><img decoding="async" fetchpriority="high" width="855" height="569" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/04/3.jpg" alt="" data-id="66651" data-full-url="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/04/3.jpg" data-link="https://www.eef.or.th/?attachment_id=66651" class="wp-image-66651" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/04/3.jpg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/04/3-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/04/3-768x511.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/04/3-750x500.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/04/3-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /></figure></li><li class="blocks-gallery-item"><figure><img decoding="async" width="855" height="569" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/04/4.jpg" alt="" data-id="66652" data-full-url="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/04/4.jpg" data-link="https://www.eef.or.th/?attachment_id=66652" class="wp-image-66652" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/04/4.jpg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/04/4-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/04/4-768x511.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/04/4-750x500.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/04/4-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /></figure></li></ul></figure>



<p></p>



<p>ความเข้มแข็งของเครือข่ายการจัดการศึกษาเชิงพื้นที่จังหวัดพิษณุโลก ทำให้เกิดนวัตกรรมการทำงานแบบ <strong>‘One Stop Service’</strong> โดยเมื่อค้นพบกลุ่มเป้าหมายที่มีปัญหาเร่งด่วน ‘ผู้จัดการรายกรณี’ สามารถส่งเรื่องถึงมือหน่วยงานผู้มีหน้าที่รับผิดชอบได้ภายใน 24 ชั่วโมง พร้อมวิเคราะห์ปัญหา ค้นหารูปแบบวิธีการทำงาน และแจ้ง Time Line การให้ความช่วยเหลือทั้งแผนระยะสั้นและระยะยาวได้ทันที หลายกรณีเด็กกลุ่มเสี่ยงรอดจากการหลุดออกจากระบบการศึกษา เนื่องจากกลุ่มเป้าหมายและผู้ปกครองมีความมั่นใจว่า ‘ผู้จัดการรายกรณี’ จะดูแลให้บุตรหลานอยู่ในโรงเรียนได้จนจบการศึกษา และมีการส่งต่อข้ามช่วงชั้น ข้ามโรงเรียนเป็นลำดับ &nbsp;</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-628962"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/04/5.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<h2 class="wp-block-heading"><strong>‘แผนงานต่อไป’ และ ‘แรงหนุนเสริม’</strong></h2>



<p>ขณะนี้เครือข่ายจัดการศึกษาเชิงพื้นที่จังหวัดพิษณุโลก เตรียมพร้อมกับการเดินหน้าจัดตั้งศูนย์การเรียนรู้ประจำตำบล เชื่อมโยงสถานศึกษา องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และชุมชน เพื่อช่วยกันดูแลรองรับเด็กเยาวชนกลุ่มเสี่ยงทั้งในและนอกระบบ ด้วยพลังความร่วมมือที่สร้างฐานจากระดับชุมชนหรือหมู่บ้าน โดยต้องการการหนุนเสริมจาก กสศ. ในการจัดเวทีสัญจรและกิจกรรมประชาสัมพันธ์ เพื่อกระตุ้นการรับรู้และการมีส่วนร่วมยิ่งขึ้นจากคนในพื้นที่</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-adcc83"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/04/Infographic-ABE-The-Series-‘บูรณาการเชิงพื้นที่-คำตอบของการลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา-EP-3-‘พิษณุโลก-scaled.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/article-abe-the-series-110423/">‘พิษณุโลก’ One Stop Service ที่พร้อมส่งต่อเด็กเยาวชนในภาวะเสี่ยงถึงมือ ‘สหวิชาชีพ’ ใน 24 ชั่วโมง</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>บันทึก CM โรงเรียนบ้านบาละ : ‘เขาต้องไม่โดดเดี่ยว ไม่ว่าในหรือนอกรั้วโรงเรียน’</title>
		<link>https://www.eef.or.th/article-cm-270922/?utm_source=rss&#038;utm_medium=rss&#038;utm_campaign=article-cm-270922</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 27 Sep 2022 09:54:17 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[บทความ]]></category>
		<category><![CDATA[Movement]]></category>
		<category><![CDATA[ยะลาเสมอภาค]]></category>
		<category><![CDATA[ศูนย์ช่วยเหลือเด็กและเยาวชนในภาวะวิกฤตทางการศึกษา]]></category>
		<category><![CDATA[พาน้องกลับโรงเรียน]]></category>
		<category><![CDATA[โรงเรียนบ้านบาละ]]></category>
		<category><![CDATA[ธีระพล พงษ์พิมาย]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?p=60605</guid>

					<description><![CDATA[<p>“ผมเป็นคนสงขลา มาอยู่บาละเพราะบรรจุที่นี่ ถึงปีนี้ก็ครบ [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/article-cm-270922/">บันทึก CM โรงเรียนบ้านบาละ : ‘เขาต้องไม่โดดเดี่ยว ไม่ว่าในหรือนอกรั้วโรงเรียน’</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<blockquote class="wp-block-quote"><p>“ผมเป็นคนสงขลา มาอยู่บาละเพราะบรรจุที่นี่ ถึงปีนี้ก็ครบสิบปีพอดีที่เป็นครู อยู่โรงเรียนเดียวพื้นที่เดียวมาตลอด ถ้าถามว่าการช่วยเหลือเด็กเคสไหนยากที่สุด คงตอบไม่ได้ แต่ข้อเท็จจริงหนึ่งที่เราได้จากประสบการณ์สิบปี คือการช่วยเหลือเด็กกลุ่มเสี่ยงให้เขาไปต่อได้บนเส้นทางการศึกษา ไม่เคยมีเคสที่ง่าย และถ้าเราไม่ติดตามให้ความช่วยเหลือ ไม่เป็นที่พึ่งให้กับเขา ความเสี่ยงที่เด็กจะหลุดก็แทบสูงถึง 90% ทีเดียว”</p></blockquote>



<p>แม้ ‘กาบัง’ จะห่างจากอำเภอเมืองยะลาเพียง 50 กิโลเมตร กับเวลาเดินทางราว 1 ชั่วโมง แต่ด้วยลักษณะภูมิประเทศส่วนใหญ่เป็นป่าเนินเขาสูง มีภูเขาสลับซับซ้อนปกคลุมด้วยป่าดิบชื้นเป็นวงกว้าง ทำให้การเดินทางในพื้นที่ค่อนข้างลำบาก นอกจากนี้ วิถีชีวิตของผู้คนในพื้นที่ยังมีความเป็นพหุวัฒนธรรมค่อนข้างสูง จึงไม่ใช่เรื่องง่ายที่คนต่างถิ่นจะปรับตัวใช้ชีวิตอยู่ได้โดยไม่เจออุปสรรค</p>



<p>หากมี ‘ครู’ จากต่างถิ่นท่านหนึ่ง ที่มาเริ่มต้นอาชีพ ณ โรงเรียนแห่งนี้ ทั้งยังทำงานต่อเนื่องมาตลอด 1 ทศวรรษ โดยไม่คิดย้ายไปไหน</p>



<p>“เพราะสิ่งที่รั้งเราไว้ตรงนี้จริง ๆ คือเด็ก ที่เราอยากติดตามดูแลต่อจนได้รู้ว่าเขามีทางไปต่อในชีวิต ได้เรียน มีอาชีพเลี้ยงตัวเอง เห็นครอบครัวเขาดีขึ้น</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-4cab7b"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2022/09/Photo1-LinkThumbnail-บันทึก-CM-โรงเรียนบ้านบาละ-‘เขาต้องไม่โดดเดี่ยว-ไม่ว่าในหรือนอกรั้วโรงเรียน.jpg" alt=""/></div><figcaption class="qubely-image-caption">ครูธีระพล พงษ์พิมาย โรงเรียนบ้านบาละ อำเภอกาบัง</figcaption></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>ครูธีระพล พงษ์พิมาย โรงเรียนบ้านบาละ อำเภอกาบัง เผยบทเรียนการทำงานเบื้องหลังเด็กกลุ่มเสี่ยง ที่บรรจบครบสิบรอบปีการศึกษาในปีนี้ หลังจากได้สร้างระบบดูแลช่วยเหลือในโรงเรียนร่วมกับเพื่อนครูโรงเรียนบาละ จนวันนี้ครูธีระพลเป็นหนึ่งในกลไกระดับจังหวัด ในฐานะ ‘ผู้ดูแลรายกรณี’ (Case Manager: CM) โครงการศูนย์ช่วยเหลือเด็กและเยาวชนในภาวะวิกฤตทางการศึกษา ซึ่งนำโดย อบจ.ยะลา และ กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) ในการผลักดันให้ระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียนเชื่อมโยงขยับขยายออกไป</p>



<p></p>



<h2 class="wp-block-heading"><strong>ปัญหาทับซ้อนบนความยากจนด้อยโอกาส</strong></h2>



<p>ครูธีระพลเล่าว่า นับแต่เทอมแรกของชีวิตการเป็นครู สิ่งหนึ่งที่สะดุดใจคือปัญหาเด็กขาดเรียนบ่อย หรือเด็กบางคนหยุดเรียนเป็นเวลานาน จึงเริ่มติดตาม ค้นหาสาเหตุ จนพบว่ามีสองปัจจัยหลักที่ทำให้เด็กไม่มาเรียน หนึ่งคือเด็กต้องทำงานช่วยที่บ้าน กับสองคือเด็กรู้สึกไม่มีตัวตนที่โรงเรียน</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-bf1487"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2022/09/Photo2-LinkThumbnail-บันทึก-CM-โรงเรียนบ้านบาละ-‘เขาต้องไม่โดดเดี่ยว-ไม่ว่าในหรือนอกรั้วโรงเรียน.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>“ข้อมูลเบื้องต้นทำให้เราหยิบสภาพปัญหามาคุยกันจริงจังในหมู่เพื่อนครู แล้วตั้งทีมขึ้นมาดูแลนักเรียนกลุ่มเสี่ยงโดยเฉพาะ <strong>แน่นอนว่าเบื้องต้นเด็กมาจากครอบครัวยากจนด้อยโอกาส แต่ลึกลงไปเราเห็นปัญหาทับซ้อนมากกว่านั้น คือส่วนใหญ่ของเด็กกลุ่มนี้พ่อแม่เลิกกัน หลายคนอยู่ในครอบครัวแหว่งกลาง ต้องอยู่กับปู่ย่าตายาย บางคนอยู่กับพ่อหรือแม่เลี้ยงเดี่ยว ทำงานแรงเดียวเลี้ยงลูก 4-5 คน พอไปพบผู้ปกครองเด็ก เรารู้เลยว่าเขาเหนื่อย หมดกำลังใจ ความทุกข์ความสิ้นหวังกับปัญหาอีกหลายอย่างหลายประการมันเลยส่งผ่านไปที่ตัวเด็กตรง ๆ โดยไม่มีอะไรกรองไว้เลย ทำให้เขาไม่มีสมาธิ ไม่มีใจจะเรียน”</strong></p>



<p></p>



<h2 class="wp-block-heading"><strong>ทำให้ทุกคนเป็นคนสำคัญ</strong></h2>



<p>หนึ่งในวิธีที่โรงเรียนบ้านบาละใช้ดูแลเด็กกลุ่มเสี่ยง คือจัดตั้งกลุ่มอาชีพขึ้นในโรงเรียน แตกแขนงออกไปตามความสนใจของเด็ก อาทิ เกษตรกรรม ทำเบเกอรี ทำอาหาร และงานช่าง      </p>



<p>การรวมกลุ่มอาชีพให้ผลทางตรงคือสร้างรายได้ให้เด็ก ส่วนทางอ้อมคือเกิดการสร้างพื้นที่ให้เด็กมีบทบาท มีตัวตน ได้ค้นหาความสนใจความถนัดของตัวเอง แล้วพัฒนาต่อยอดให้เชี่ยวชาญชำนาญขึ้น โดยในการทำกิจกรรมกลุ่ม ทุกคนจะได้เติมเต็มความเชื่อมั่นในตนเอง ได้รับการยอมรับ และเป็น ‘คนสำคัญ’</p>



<p>“พอมาโรงเรียนแล้วได้เงิน ได้ทำกิจกรรมที่สนใจ อย่างแรกอัตราขาดเรียนน้อยลงทันที แล้วการสื่อสารกับเพื่อนในกลุ่มทำให้เด็กไม่โดดเดี่ยว มีที่ปรึกษา มีคนให้ความช่วยเหลือ มีคนรอคอยให้เขามาโรงเรียนทุกวัน เป็นการฝึกความรับผิดชอบต่อส่วนรวมด้วย เพราะถ้าวันไหนเขาหยุด งานกลุ่มก็เดินไม่ได้ มันเลยบีบให้เขาพยายามมาโรงเรียนกันทุกวัน”</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-ca1d20"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2022/09/Photo3-LinkThumbnail-บันทึก-CM-โรงเรียนบ้านบาละ-‘เขาต้องไม่โดดเดี่ยว-ไม่ว่าในหรือนอกรั้วโรงเรียน.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<h2 class="wp-block-heading"><strong>สอดแทรกสาระวิชาในทุกกิจกรรมฝึกอาชีพ</strong></h2>



<p>การวิเคราะห์สิ่งที่มีอยู่ในบริบทพื้นที่ แล้วนำมาปรับเป็นหลักสูตรการสอนที่เหมาะสม ทำให้กิจกรรมอาชีพของโรงเรียนบ้านบาละมีการผสมผสานเอาสาระวิชาต่าง ๆ เข้าไป เด็กจึงได้ทั้งความรู้ ทักษะ และความสนุกสนานจากบทเรียนประจำวัน</p>



<p>“ทุกเรื่องทุกอย่างที่ทำ เราสามารถบูรณาการสาระวิชาเข้าไปได้ เช่นคณิตศาสตร์ในสูตรอาหาร การตวงน้ำตาลทราย หรือการเปลี่ยนสถานะของเบคกิ้งโซดาที่ใช้ทำขนมเมื่อโดนน้ำและความร้อน ซึ่งเป็นหลักการทางวิทยาศาสตร์ เหล่านี้เด็กจะได้เรียนรู้ผ่านการลงมือปฏิบัติจริงทุกครั้ง โดยครูจะไม่อธิบายว่าสิ่งนั้นสิ่งนี้คืออะไร มันคือการกระตุ้นให้เขาเป็นนักค้นคว้า ทำความเข้าใจกับส่วนประกอบ ขั้นตอน ตั้งสมติฐานและทดลองหาผลลัพธ์ด้วยตัวเอง</p>



<p>“ภาษาอังกฤษก็อยู่บนฉลากผลิตภัณฑ์ อยู่ในสูตรอาหาร จนถึงการช่วยกันคิดออกแบบบรรจุภัณฑ์ ก็ทำให้เด็กได้สังเกต ได้ลองสร้างสรรค์ไอเดีย เพราะเราไม่ได้ให้เขาแค่ ‘ทำ’ แต่มองปลายทางต่อยอดไว้แล้ว โดยโรงเรียนได้เปิดหน้าร้านขึ้นในตัวอำเภอ เพื่อรองรับทั้งสินค้า และเป็นที่สร้างอาชีพให้กับเด็ก ๆ กลุ่มนี้ด้วย</p>



<p></p>



<h2 class="wp-block-heading"><strong>จบ ม.3 ไม่พอ ต้องข้ามรอยต่อไปให้ได้</strong></h2>



<p>ครูธีระพลกล่าวว่า ขั้นตอนที่ว่ามาคือเราใช้ประคองเด็กให้จบ ม.3 ส่วนหลังจากนั้น<strong>ถ้าเด็กอยากเรียน และสุดความสามารถของผู้ปกครองแล้ว ครูจะพาไปสมัครเรียนต่อทุกคน นี่คือวิธีการที่จะทำให้เด็กข้ามช่วงชั้นไปได้</strong> ทางโรงเรียนบ้านบาละ เรามี MOU กับโรงเรียนที่ไม่เก็บค่าเล่าเรียน ไม่ต้องจ่ายค่าเสื้อผ้ารองเท้ากระเป๋า เงินทุนอีกส่วนก็สะสมจากที่ทำกิจกรรมฝึกอาชีพกัน</p>



<p>“อย่างโรงเรียนกาบังพิทยาคม มีทุนภูมิทายาท เราก็ช่วยกันติวเด็กให้สอบได้ หลุดจากตรงนี้ก็มองหาทางอื่น พยายามดึงความสามารถเขาออกมาขัดเกลา กีฬาบ้าง ศิลปะบ้าง มีทุนอยู่ตรงไหนเราพาเด็กไปหมด”</p>



<p></p>



<h2 class="wp-block-heading"><strong>มรสุมลูกใหญ่ที่ซัดมา ในชื่อ ‘โควิด-19’</strong><br><strong>จุดเริ่มต้นการสร้างเครือข่ายระดับจังหวัด   </strong></h2>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-d7afdf"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2022/09/Photo4-LinkThumbnail-บันทึก-CM-โรงเรียนบ้านบาละ-‘เขาต้องไม่โดดเดี่ยว-ไม่ว่าในหรือนอกรั้วโรงเรียน.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>ตลอด 6-7 ปีผ่านมา ระบบดูแลช่วยเหลือในโรงเรียนสามารถช่วยให้เด็กจำนวนมากที่บาละจบชั้น ม.3 และได้ไปต่อในเส้นทางการศึกษาที่สูงขึ้น ทว่าเมื่อโควิด-19 มาถึง และทิ้งรอยโหว่ขนาดใหญ่เอาไว้ ทำให้ต้องยอมรับว่าบางที ความช่วยเหลือเท่าที่ทำได้ อาจถึงจุดที่ ‘สุดมือ’ ของครูแล้ว</p>



<p><strong>“เทอมเดียวเรามีเด็กกลุ่มเสี่ยงเพิ่มมากกว่าหนึ่งเท่า มันคือมรสุมลูกใหญ่ที่กวาดเข้ามา ปัญหาเดิมที่หนักอยู่แล้ว โควิด-19 ยิ่งเข้ามาทำให้ทวีหนักขึ้น เด็กขาดแคลนทุกอย่าง มาโรงเรียนไม่ได้ เรียนออนไลน์ไม่ได้เพราะอุปกรณ์ไม่มี บางพื้นที่หมู่บ้านปิด ครูก็มาช่วยกันหาวิธีการร้อยแปด ครูบางคนให้โทรศัพท์ตัวเองกับเด็กไว้ใช้ ตัวครูใช้ด้วยกันไปก่อน คิดว่าอย่างน้อยให้ติดต่อได้ ไม่ตัดขาดไปเลยจากโรงเรียน”</strong></p>



<p>“เป็นเวลาที่ครูต้องตั้งสติ หลังพยายามกันแล้วที่จะดูแลเด็กให้ครอบคลุมทั่วถึง ใช้ทั้งคน ทั้งทุนทุกอย่างที่มีจนหมด จนคิดกันว่าถึงเวลาแล้วที่ต้องหาที่พึ่ง หาคนมาช่วยประคอง เพราะการดูแลเด็กกำลังจะสุดปลายมือของครูแล้ว”</p>



<p>และจากสถานการณ์ดังกล่าว ได้นำมาสู่การสานเครือข่ายความร่วมมือขนาดใหญ่ เมื่อ อบจ.ยะลา และ กสศ. ตั้งโครงการศูนย์ช่วยเหลือเด็กและเยาวชนในภาวะวิกฤตทางการศึกษา โดยทำงานเชิงพื้นที่ประสานกับผู้นำชุมชนและสถาบันการศึกษาในอำเภอต้นแบบ เพื่อช้อนรับเด็กที่ต้องการความช่วยเหลือฉุกเฉินให้ได้ไปต่อบนเส้นทางการศึกษา</p>



<p>“ต้องบอกว่าโรงเรียนเราแม้ไม่ได้อยู่ในพื้นที่อำเภอต้นแบบ แต่<strong>เมื่อเราทราบว่ามีศูนย์ช่วยเหลือ ฯ แล้วติดต่อไปทาง อบจ. ก็ได้รับความช่วยเหลือเข้ามาทันที เด็กหลายคนของเราจึงผ่านช่วงวิกฤตมาได้โดยไม่หลุดออกไป</strong> สิ่งที่สำคัญกว่านั้นคือ การทำงานที่เริ่มในวันนั้น ได้ยกระดับเป็นเครือข่ายที่ยั่งยืนต่อมา และเป็นหลักประกันโอกาสทางการศึกษาให้เด็กอีกหลายคน ที่ยังเวียนวนอยู่ในภาวะความเสี่ยง ให้เขามีที่พึ่ง ว่าถ้าตัดสินใจไปต่อ เราก็มีมือที่จะเข้ามารองรับและคอยผลักดันสนับสนุนให้เขาอยู่ได้จนตลอดรอดฝั่ง”</p>



<p></p>



<h2 class="wp-block-heading"><strong>1 ทศวรรษของการทำงาน ถ้าไม่มีระบบดูแลช่วยเหลือ เด็ก ๆ เหล่านั้นจะเป็นอย่างไร</strong></h2>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-4d914c"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2022/09/Photo5-LinkThumbnail-บันทึก-CM-โรงเรียนบ้านบาละ-‘เขาต้องไม่โดดเดี่ยว-ไม่ว่าในหรือนอกรั้วโรงเรียน.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>ครูธีระพล กล่าวว่า ผลจากการสร้างระบบช่วยเหลือตั้งแต่เล็ก ๆ ในโรงเรียน จนถึงเครือข่ายทำงานระดับจังหวัด ทำให้เห็นชัดว่าจำนวนเด็กหลุดกลางคันลดลงทุกปี ซึ่งเมื่อเทียบกับความเหนื่อยยากของการลงพื้นที่ การสื่อสารกับผู้ปกครองเพื่อรั้งเด็กไว้ในโรงเรียน ก็นับว่าคุ้มค่ามหาศาล เพราะถ้าปล่อยให้เรื่องราวดำเนินไปโดยไม่ทำอะไรเลย ไม่เพียงเราจะมองไม่เห็นอนาคตของเด็กว่าจะเป็นอย่างไร หากวิถีชีวิตของคนในพื้นที่ ก็จะไม่มีวันเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีขึ้นด้วย</p>



<p>วันที่เด็กพ้นไปจากรั้วโรงเรียน เราไม่มีทางรู้แล้วว่าจากนั้นเขาจะไปอยู่ที่ไหน ดังนั้นการจะตามกลับมาจึงเป็นเรื่องยากเย็นแสนเข็ญ เพราะเมื่อเขาหลุด ส่วนใหญ่จะออกนอกพื้นที่ไปเลย ไปทำงานหาเลี้ยงชีพ ไปมาเลเซียทำงานก่อสร้าง หรืออพยพย้ายถิ่นไปเรื่อยตามแหล่งจ้างงานทั่วประเทศ ซึ่งถึงวันนี้ที่เด็กหลุดน้อยลงแล้ว แต่กลุ่มนี้เรายังเจออยู่ ที่ครูทำได้คือเราไม่หยุดติดตามเขา หาทุกช่องทางเก็บเขาไว้กับเรา ทั้งไลน์ เฟสบุ๊ค หรือเบอร์มือถือ</p>



<p><strong>“เขาจะต้องไม่รู้สึกโดดเดี่ยว ไม่ว่าในหรือนอกรั้วโรงเรียน ในฐานะครู เราเชื่อว่าแม้ทำทุกทางแล้วยังรั้งเขาไว้ไม่ได้ แต่ถ้าเรายังติดต่อพูดคุย รู้ว่าเขาทำอะไรอยู่ตรงไหน แม้จะออกนอกเส้นทางการศึกษาในระบบไปแล้ว สองสามปีผ่านไปก็ยังไม่สายเกินที่เขาจะกลับมาเรียน”</strong></p>



<p>“บางคนที่เราสื่อสารด้วยตลอด ช่วยแนะแนวชีวิตเขาที่นอกรั้วโรงเรียน ชี้ทางอ้อม ๆ ให้นึกถึงการศึกษา จนวันหนึ่งเขาโทรมาบอกว่าไปสมัครเรียน กศน. เราก็ดีใจ</p>



<p>คือ ณ จุดหนึ่งเขาหรือครอบครัวอาจยังไม่เห็นคุณค่า ไม่รู้ว่าปลายทางการศึกษาจะพาไปไหน แต่บทเรียนจากนอกรั้วโรงเรียนที่ไปเจอจะบอกเขาเองว่าให้กลับมาเรียนให้สูงขึ้น แล้วเมื่อนั้นครูต้องไม่ทิ้งให้เขาโดดเดี่ยว ต้องเปิดรับ พร้อมช่วยเหลือทุกทาง อย่าให้ปัญหาเรื่องกฎเกณฑ์เอกสารหยุมหยิมมาผลักเขาออกไปอีก”</p>



<p>นี่คือบันทึกการทำงานของ CM ท่านหนึ่ง ในโครงการศูนย์ช่วยเหลือเด็กและเยาวชนในภาวะวิกฤตทางการศึกษา จังหวัดยะลา และเป็นประสบการณ์การทำงานของครูคนหนึ่ง ที่บอกว่า <strong>การเป็น ‘ครู’ ไม่จำเป็นต้องเป็นที่โรงเรียนก็ได้ เพราะถ้าเราเข้าไปอยู่ในชีวิตของเด็ก หรือเป็นที่พึ่งของเขาได้แล้ว เราจะสามารถให้บทเรียนหรือคำแนะนำที่ดีกับลูกศิษย์ได้เสมอ</strong></p><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/article-cm-270922/">บันทึก CM โรงเรียนบ้านบาละ : ‘เขาต้องไม่โดดเดี่ยว ไม่ว่าในหรือนอกรั้วโรงเรียน’</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>‘เด็ก ๆ ของหมู่บ้าน’ ความร่วมมือที่เผยให้เห็น ‘พลังการทำงาน’ ของเครือข่ายจังหวัด</title>
		<link>https://www.eef.or.th/article-210722/?utm_source=rss&#038;utm_medium=rss&#038;utm_campaign=article-210722</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 21 Jul 2022 08:56:38 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Movement]]></category>
		<category><![CDATA[บทความ]]></category>
		<category><![CDATA[ศูนย์ช่วยเหลือเด็กและเยาวชนในภาวะวิกฤตทางการศึกษา]]></category>
		<category><![CDATA[ปวงชนเพื่อการศึกษา]]></category>
		<category><![CDATA[การจัดการศึกษาเชิงพื้นที่เพื่อความเสมอภาคทางการศึกษาขอนแก่น]]></category>
		<category><![CDATA[พระอาจารย์สุขสันต์]]></category>
		<category><![CDATA[วัดสว่างศรีบุญเรือง]]></category>
		<category><![CDATA[ชลวัลย์ นาคนชม]]></category>
		<category><![CDATA[กสศ.]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?p=58477</guid>

					<description><![CDATA[<p>“ตอนเจอสองคนครั้งแรกคือตัวเล็กมาก ผอมซูบ ตัวมีแต่ผื่นเต [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/article-210722/">‘เด็ก ๆ ของหมู่บ้าน’ ความร่วมมือที่เผยให้เห็น ‘พลังการทำงาน’ ของเครือข่ายจังหวัด</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>“ตอนเจอสองคนครั้งแรกคือตัวเล็กมาก ผอมซูบ ตัวมีแต่ผื่นเต็มไปหมด เห็นแล้วก็สงสาร รู้สึกว่าต้องดูแลเขา คิดว่าเขามาพึ่งเรา”</p>



<p>‘แม่ชีหนู’ ย้อนถึงวันที่เจอกับ ‘ทิว’ และ ‘อชิ’ สองพี่น้องต่างพ่อ ที่เข้ามาอาศัยอยู่ในวัดสว่างศรีบุญเรือง บ้านหนองบัว ตำบลโนนสะอาด อำเภอชุมแพ จังหวัดขอนแก่น เมื่อ 5 ปีก่อน</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-a6d35c"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2022/07/03-เด็ก-ๆ-ของหมู่บ้าน-01.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>วันนี้ เด็กทั้งคู่อายุ 11 กับ 8 ขวบ ได้รับการดูแลโดยศูนย์ช่วยเหลือเด็กและเยาวชนในภาวะวิกฤตทางการศึกษา จังหวัดขอนแก่น โดยร่วมมือกับกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) ในการค้นหาและวางแนวทางดูแลช่วยเหลือนักเรียนที่เสี่ยงหลุดจากระบบการศึกษา ทั้งจากผลกระทบของสถานการณ์โควิด-19 และอยู่ในสภาวะฉุกเฉินทางคุณภาพชีวิต&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; </p>



<p>แม่ชีหนูเผยว่าเข้ามาอยู่ที่วัดก่อนเด็ก ๆ ไม่นาน ตั้งใจจะใช้เวลาสักเดือนในบรรยากาศสงบ ให้ธรรมะเป็นโอสถเยียวยาตนเอง หลังผ่านการทำเคมีบำบัดเพื่อรักษาตัวจากโรคมะเร็ง แต่พอเริ่มดูแลทิวและอชิ ระยะเวลาที่กำหนดไว้ก็ค่อย ๆ ขยายออกไป จนทิวที่เรียนชั้น ป.2 กับอชิในชั้นอนุบาล 3 วันนั้น เติบโตขึ้นเป็นนักเรียน ป.6 และ ป.4 ในปัจจุบัน</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-f15317"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2022/07/03-เด็ก-ๆ-ของหมู่บ้าน-03.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>“สังคมเรามีเรื่องให้ประหลาดใจมากมาย แต่ไม่คิดมาก่อนว่าจะได้ประสบเอง จากภาพแรกพบชวนสงสาร พอเราได้ฟังภูมิหลังของเขา ก็ยิ่งทำให้อยากทุ่มเทเอาใจใส่ทั้งคู่ขึ้นไปอีก อย่างน้อยที่สุดให้เขาขาดพร่องน้อยลง พาตัวเองผ่านพ้นจากความบอบช้ำไปได้ เราก็พอใจแล้ว”</p>



<p></p>



<h2 class="wp-block-heading"><strong>วัดคือที่พึ่งของผู้ไร้ทางไป</strong></h2>



<p>เรื่องราวของทิวกับอชิ ตั้งต้นที่แม่ของเด็กนำสองคนไปฝากไว้กับเพื่อนบ้าน แต่ด้วยความไม่พร้อมในการดูแล ทำให้เด็กต้องอยู่กันแบบกินไม่ครบมื้อ นอนไม่เต็มตื่นในพื้นที่เปิดโล่งไม่มีมุ้ง อีกทั้งไม่เคยได้กินนมกินขนมเหมือนเด็กคนอื่น ๆ</p>



<p>จนเวลาผ่านไปโดยแม่ของเด็ก ๆ ไม่เคยย้อนกลับมา ทั้งสองคนจึงไม่ได้ไปโรงเรียนอีก</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-87d1a5"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2022/07/03-เด็ก-ๆ-ของหมู่บ้าน-02.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>“ก่อนมาอยู่วัดเด็กหลุดจากโรงเรียนไปปีนึง เหมือนบ้านที่รับฝากเขาไม่ไหวแล้ว ตั้งใจจะพาเด็กไปอยู่สถานสงเคราะห์ ทางผู้ใหญ่บ้านเลยมาปรึกษาหลวงพ่อ ขอให้ที่วัดรับไว้ ท่านก็ตกลง</p>



<p>“พอสองคนมาอยู่ใกล้ เราก็เลยช่วยดูแลตั้งแต่นั้น ใหม่ ๆ ก็ดื้อบ้างซนบ้างเหมือนเด็กทั่วไป แต่พอคุ้นเคยกันเขาก็ฟังเรา บอกได้สอนได้ กลายเป็นแม่เป็นลูกกันไปแล้ว“</p>



<p>เดี๋ยวนี้เขาร่าเริง คุยเก่ง ไม่ซึมเหมือนก่อน เวลาไปโรงเรียนเจออะไรก็มาเล่าให้ฟัง เราดีใจที่เห็นพัฒนาการเขา เรื่องทักษะชีวิตก็ค่อยปรับค่อยฝึกกันไป สอนให้ล้างถ้วยล้างชาม ซักเสื้อผ้า ทำกับข้าวง่าย ๆ อยากให้เขาทำเป็นไว้ หรือจะกินอะไรเราทำได้ก็ทำให้ บางทีลูกเรามารับไปไหนก็เอาเขาไปด้วย พาไปเที่ยวไปกิน มันก็พอเติมเต็มส่วนที่เขาขาดได้บ้าง <strong>ที่เน้นเป็นพิเศษคือเรื่องการดูแลตัวเอง เราจะบอกเขาตลอดว่าแม่คงไม่ได้อยู่ด้วยตลอด วันใดโตขึ้นไปอยู่ที่อื่นแล้ว ต้องช่วยเหลือตัวเองได้ทุกอย่าง”</strong></p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-4d7385"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2022/07/03-เด็ก-ๆ-ของหมู่บ้าน-04.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>อย่างไรก็ตาม ชีวิตที่คล้ายจะดีขึ้นกลับสะดุด เมื่ออชิล้มป่วยเข้าโรงพยาบาล และตรวจพบว่าเป็นมะเร็งเม็ดเลือดขาวชนิดเฉียบพลัน</p>



<p></p>



<h2 class="wp-block-heading"><strong>ไม่มีปัญหาใดหนักหนาเกินกำลังคนทั้งชุมชน</strong></h2>



<p>พระอาจารย์สุขสันต์ เจ้าอาวาสวัดสว่างศรีบุญเรือง เล่าว่า เด็กสองคนมาอยู่วัดแล้วสดชื่นสดใสขึ้นมาก เพราะได้หลายคนช่วยกันดูแล แต่วันหนึ่งอชิรู้สึกปวดหัว อาเจียน ไข้สูง จึงรีบพาไปโรงพยาบาล ซึ่งผลที่ตามมาก็ทำให้หลวงพ่อเริ่มคิด ว่าลำพังการดูแลของวัดอย่างเดียวนั้น เริ่มไม่เพียงพอกับเด็ก ๆ แล้ว</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-f5fda9"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2022/07/03-เด็ก-ๆ-ของหมู่บ้าน-05.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>“ตอนที่คนเล็กป่วยเขาเรียนอยู่ ป.2 ต้องไปนอนโรงพยาบาลเป็นเดือน ออกมาแล้วก็ยังไป ๆ มา ๆ ทุกเดือน <strong>มีทำคีโมด้วย ค่าใช้จ่ายสูงมาก เริ่มเกินกำลังวัด เลยปรึกษากับผู้ใหญ่บ้าน เขาก็เอาเรื่องไปประชุมกัน จนเกิดกองผ้าป่าใหญ่หมู่บ้าน คนในชุมชนเขายินดีช่วยลงขันค่ารักษาค่าเดินทาง พอเด็กจะไปโรงพยาบาลทีหนึ่งก็รวมเงินกันให้มา</strong> ช่วงนั้นไปเดือนละสองครั้ง ตอนนี้เหลือเดือนละครั้ง นี่ก็ทำคีโมเสร็จแล้ว แต่ยังต้องคอยไปเจาะตรวจเชื้อ รับยา ติดตามอาการกันอยู่”</p>



<p></p>



<h2 class="wp-block-heading"><strong>อีกหนึ่งพลังจาก ‘ครู’ ที่ไม่ได้ทำเพียงสอนหนังสือ</strong></h2>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-3d1f87"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2022/07/03-เด็ก-ๆ-ของหมู่บ้าน-07.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>เราได้เห็นภาพของบ้านหนองบัว ที่เข้มแข็งด้วยวัดและชุมชน ซึ่งช่วยเยียวยาอดีตและเติมเต็มปัจจุบันให้กับเด็ก ๆ ไปแล้ว พลังสำคัญอีกขาหนึ่งที่ไม่อาจกล่าวข้ามได้ คือ ‘โรงเรียน’ อันเป็นสถานที่เพาะบ่มสร้างอนาคตให้น้อง ๆ ได้เติบโตก้าวไปข้างหน้า</p>



<p><strong>‘</strong>ครูเค้ก’ ชลวัลย์ นาคนชม ครูธุรการโรงเรียนเหมือดแอ่หนองบัว เล่าว่า ทิวและอชิเข้ามาเรียนตั้งแต่ยังตัวน้อย ๆ จนตอนนี้คนพี่กำลังจะจบ ป.6 แล้ว โดยรวมเด็กทั้งคู่สนใจการเรียนดี แต่ทิวนั้นไม่ค่อยถนัดทางวิชาการ มีปัญหาการเรียนรู้อยู่บ้าง ซึ่งสำหรับโรงเรียนเหมือดแอ่หนองบัวแม้มีนักเรียนแค่ 56 คน แต่ในจำนวนนั้นเป็นเด็กที่บกพร่องทางการเรียนรู้ 15 คน จึงมีครูพี่เลี้ยงสำหรับจัดการศึกษาพิเศษ 1 คน คอยช่วยพัฒนาการอ่านการเขียนและการเรียนรู้เฉพาะทางให้เด็กได้</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-886e05"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2022/07/03-เด็ก-ๆ-ของหมู่บ้าน-06.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p>“เราใช้ประโยชน์จากขนาดที่เล็ก ทำให้ครูใกล้ชิดกับนักเรียนในทุกด้านโดยไม่ได้มองว่าเป็นภาระเพิ่มขึ้น เพราะเรารู้ว่าสำหรับเด็กกลุ่มนี้ ครูคือคนสำคัญที่มีส่วนช่วยให้เขาอยู่ในระบบ เรียนจนจบ และรอดผ่านช่วงชั้นรอยต่อไปได้ ด้วยขั้นตอนดูแลที่ไม่ได้มีแค่เรื่องเรียน แต่เราต้องดูแลสุขภาพร่างกาย จิตใจ มองหาส่วนที่ขาดแล้วหาทางเติมให้อย่างดีที่สุด”</p>



<p>ครูเค้กพูดในฐานะตัวแทนของครูอัตราจ้างตัวเล็ก ๆ คนหนึ่ง ที่ใช้ดวงตาและจิตใจอันเมตตานำทางในการทำงานกับเด็ก ๆ ซึ่งเปรียบไปแล้วก็คือลูกหลานของชุมชน ที่วันหนึ่งจะก้าวมาเป็นกำลังหลักในการดูแลหมู่บ้านของทุกคนต่อไป</p>



<p><strong>“เราเป็นคนบ้านหนองบัว โตมาตรงนี้ รู้เห็นว่าเด็กจำนวนมากในหมู่บ้านยังขาดโอกาส ส่วนใหญ่อยู่กับปู่ย่าตายาย พ่อแม่แยกทาง บ้างไปทำงานที่อื่น เราเลือกเป็นครูที่นี่เพราะคิดว่าถ้าไม่มีใครช่วยพวกเขา มันก็ยากที่เด็กจะเติบโตไปอย่างมีคุณภาพได้</strong></p>



<p>“สำหรับทิวกับอชิ ครูทุกคนเราหาทางช่วยดูแลกัน ตัวเราเองทุกวันเลิกเรียนก็จะรับน้องขึ้นรถกลับมาส่งที่วัด คือไม่ใช่แค่น้องสองคน แต่เด็กคนไหนในหมู่บ้านไม่มีคนรับส่งเราเก็บให้หมด ถึงจะเป็นเรื่องเล็ก ๆ แต่เราในฐานะบุคลากรทางการศึกษาคนหนึ่ง อยากให้เขามีคุณภาพชีวิตนอกห้องเรียนที่ดี อย่างน้อยคิดว่าช่วยเสริมเด็กให้มีสมาธิกับการเรียนได้มากขึ้น”</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-6d4549"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2022/07/03-เด็ก-ๆ-ของหมู่บ้าน-08.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<h2 class="wp-block-heading"><strong>รอยต่อการศึกษา ภารกิจที่กลไกจังหวัดเข้ามารับช่วง</strong></h2>



<p>ปีการศึกษาหน้าทิวจะขึ้นชั้นมัธยม และอีกสองปีก็ถึงคราวของอชิ บนรอยต่อทางการศึกษานี้ ครอบครัวใหญ่ของเด็ก ๆ กำลังเฝ้าดูว่าเด็กทั้งสองคนจะข้ามผ่านไปทางไหน อย่างไร</p>



<p>แม่ชีหนูกล่าวว่าโรงเรียนเหมือดแอ่หนองบัวเป็นโรงเรียนขยายโอกาส เปิดสอนถึง ม.3 ทิวสามารถเรียนต่อได้เลย นอกจากนี้ยังมีทางเลือกอื่น ๆ รองรับ ไม่ว่าจะบวชเรียนในโรงเรียนปริยัติธรรม หรือในจังหวัดขอนแก่นเองก็มีมูลนิธิบอยส์ทาวน์ ซึ่งพร้อมรับเด็กเยาวชนตั้งแต่ชั้น ม.1 เข้าอยู่ในพำนัก ช่วยส่งเสียค่าเล่าเรียน และมีผู้ดูแลตลอด 24 ชม. จนเด็กจบ ม.3 หรือ ม.6 อย่างไรก็ตาม ทั้งหมดนั้นขึ้นอยู่กับความตั้งใจของทิวและอชิ ว่าจะเลือกทางเดินชีวิตต่อไปอย่างไร</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-d9e8a4"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2022/07/03-เด็ก-ๆ-ของหมู่บ้าน-09.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>“ตอนนี้<strong>ไม่ห่วงแล้วนะว่าเขาจะไม่ได้เรียนต่อ ทีแรกกังวลกันมาก เพราะตั้งแต่ปีก่อนมีทางศูนย์ช่วยเหลือเด็ก ฯ ในภาวะวิกฤตทางการศึกษา จังหวัดขอนแก่น ลงมาเก็บข้อมูลเด็ก แล้วรับทิวกับอชิเข้าไปอยู่ในความดูแล เราก็มั่นใจกันแล้วว่ายังไงเขาก็ไปต่อได้</strong> จะขาดเหลือติดขัดอะไรทางศูนย์เขาพร้อมช่วย ก็เหลือแต่ขึ้นอยู่ว่าอยากไปทางไหน เรากับหลวงพ่อคุยกันแล้วก็เห็นตรงกันว่าแล้วแต่เขา”</p>



<p>ครูเค้กกล่าวเสริมว่า&nbsp;“ทุนที่เด็กได้รับตั้งแต่ทุนเสมอภาคที่ กสศ. มอบให้ หรือทุนอะไรก็ตามที่เข้ามาเติม ทุกบาททุกสตางค์นับว่ามีค่ากับเด็ก ๆ มาก โดยเฉพาะในสถานการณ์เศรษฐกิจอย่างนี้ ค่าชุดนักเรียน ค่าอุปกรณ์การเรียน ค่าเดินทาง ทุกอย่างมันเป็นอุปสรรคที่ดึงให้เด็กเสี่ยงหลุดได้ตลอดเวลา ยิ่งคนไหนครอบครัวไม่สมบูรณ์ เงินส่วนนี้ยังสามารถช่วยเหลือเขาในเรื่องอื่น ๆ ได้อีก”</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-2e6a97"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2022/07/03-เด็ก-ๆ-ของหมู่บ้าน-11.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p>ขณะที่พระอาจารย์สุขสันต์ กล่าวทิ้งท้ายถึงทิวและอชิว่า “ส่วนของวัดเอง เราจะส่งเสียดูแลเด็กไปจนสุดความสามารถ จนถึงวันที่เขารับผิดชอบตัวเองได้ จากนั้นจะเลือกเดินทางไหนก็ขึ้นอยู่กับเขา</p>



<p><strong>“เด็กสองคนนี้สะท้อนภาพของชุมชนที่เปรียบเสมือนครอบครัวขนาดใหญ่ อย่างที่เราเห็นว่าเมื่อทุกคนช่วยกันคนละไม้ละมือยื่นมาประคองรองรับเด็กไว้ เมื่อนั้นเด็กที่ไม่มีที่พึ่ง ขาดแคลนโอกาส เขาจะเหมือนกับได้รับชีวิตใหม่ ได้รับความรักความเอาใจใส่ ซึ่งท้ายที่สุดมันไม่ใช่แค่เปลี่ยนชีวิตเด็ก แต่มันคือการเปลี่ยนสังคมที่ยั่งยืนที่สุด”</strong></p><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/article-210722/">‘เด็ก ๆ ของหมู่บ้าน’ ความร่วมมือที่เผยให้เห็น ‘พลังการทำงาน’ ของเครือข่ายจังหวัด</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>มิตรภาพ ความหวัง โอกาส ‘Welcome to Boys Town’ ต่างที่หมาย หลากหลายที่มา หากทุกหัวใจมีฝันเดียวกัน</title>
		<link>https://www.eef.or.th/article-welcome-to-boys-town-090722/?utm_source=rss&#038;utm_medium=rss&#038;utm_campaign=article-welcome-to-boys-town-090722</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Sat, 09 Jul 2022 03:20:17 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[บทความ]]></category>
		<category><![CDATA[Movement]]></category>
		<category><![CDATA[ศูนย์ช่วยเหลือเด็กและเยาวชนในภาวะวิกฤตทางการศึกษา]]></category>
		<category><![CDATA[Boys Town]]></category>
		<category><![CDATA[การจัดการศึกษาเชิงพื้นที่เพื่อความเสมอภาคทางการศึกษาขอนแก่น]]></category>
		<category><![CDATA[ดร.กฤต สุวรรณพรหม]]></category>
		<category><![CDATA[ปราโมทย์ คลังเกตุ]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?p=58162</guid>

					<description><![CDATA[<p>สองปีหลังวิกฤตโควิด-19 ทำให้จำนวนของเด็กและเยาวชนกลุ่มเ [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/article-welcome-to-boys-town-090722/">มิตรภาพ ความหวัง โอกาส ‘Welcome to Boys Town’ ต่างที่หมาย หลากหลายที่มา หากทุกหัวใจมีฝันเดียวกัน</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>สองปีหลังวิกฤตโควิด-19 ทำให้จำนวนของเด็กและเยาวชนกลุ่มเสี่ยงหลุดจากระบบการศึกษาเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ‘Boys Town’ จึงได้ร่วมกับ ‘ศูนย์ช่วยเหลือเด็กและเยาวชนในภาวะวิกฤตทางการศึกษา’ ที่ทำงานครอบคลุมทั้งการค้นหาและออกแบบความช่วยเหลือเด็กเยาวชนเสี่ยงหลุดจากระบบทั่วทั้งจังหวัด ภายใต้เครือข่ายการทำงานร่วมกันของ ‘คนขอนแก่น’ และกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.)&nbsp;</p>



<p>โดยบอยส์ทาวน์ได้เข้าไปทำงานต่อยอดจากงานเดิมที่ทำอยู่ ไปสู่การเป็นอีกหนึ่งสถานที่พร้อมรองรับเด็กและเยาวชนกลุ่มเสี่ยงในเคสฉุกเฉินทางการศึกษา เพื่อให้เด็กๆ มีที่พัก ได้รับอาหารครบมื้อรวมถึงสิ่งจำเป็นต่างๆ พร้อมทำหน้าที่ประสานส่งต่อเพื่อให้เด็กๆ เข้าเรียนได้ทันทีในโรงเรียนชุมชนหนองกุงวิทยา และโรงเรียนน้ำพองศึกษา ทำให้เด็ก ๆ กลุ่มที่มีความเสี่ยงหลุดจากระบบการศึกษาสามารถเรียนต่อได้ทันทีอย่างไม่ทิ้งช่วง หรือต้องหันหลังให้กับการศึกษาไปตลอดชีวิต ซึ่งหากกู้วิกฤตนี้ไม่ทันก็คงเป็นการตัดโอกาสในอนาคตของเด็กคนหนึ่งไปอย่างน่าเสียดาย</p>



<p></p>



<h2 class="wp-block-heading"><strong>‘Boys Town’ กับบทบาทใหม่ ท่ามกลางภาวะวิกฤตทางการศึกษา</strong></h2>



<p><strong>ดร.กฤต สุวรรณพรหม ศึกษาธิการจังหวัดขอนแก่น</strong> กล่าวว่า การที่จังหวัดขอนแก่นขับเคลื่อนงานช่วยเหลือเด็กในภาวะวิกฤตทางการศึกษาได้เร็ว เพราะได้รับความช่วยเหลือจากทุกภาคส่วนและมีคณะทำงานที่ทำงานด้วยหัวใจ ทุกฝ่ายต่างแสดงให้เห็นว่า สามารถเป็นที่พึ่งพิงได้ทั้งกับเด็กๆ หรือกระทั่งการสานต่องานจากคณะทำงานด้วยกัน</p>



<p><strong>“บอยส์ทาวน์คือหนึ่งในพื้นที่ที่เต็มใจรองรับและดูแลเด็กๆ เป็นอย่างดี โดยเฉพาะในสถานการณ์ทีเด็กเยาวชนมากมายเสี่ยงกับการไม่ได้เรียนต่อเพราะโควิด-19 ที่นี่จึงเป็นเหมือนสถานที่ที่มอบความหวัง มอบโอกาส มอบอนาคตทางการศึกษาคืนให้พวกเขา </strong>แล้วการจะช่วยเด็กกลุ่มนี้ให้ตลอดรอดฝั่ง พ้นจากปัญหาได้จริงๆ เราต้องดูแลเขาในระยะยาว ให้เขาได้เติบโตขึ้นตามวิถีที่เขาเป็น เพื่อวันที่เขาโตขึ้น เขาจะเป็นผู้ใหญ่ที่พร้อมช่วยคนอื่นต่อไป ถ้าทำได้อย่างนี้ เราจะหยุดวงจรปัญหาความยากจนข้ามรุ่น และปัญหาสังคมต่างๆ ที่จะเกิดขึ้นในอนาคตได้</p>



<p>ในอีกด้านหนึ่ง บอยส์ทาวน์ยังแสดงให้เห็นว่า เด็กต้องการสถานที่ที่อบอุ่น ตอบโจทย์การเติบโต มีความปลอดภัย ซึ่งปัจจัยเหล่านี้ถ้าเราไม่ช่วยเหลือเขา มันแทบจะร้อยเปอร์เซ็นต์ว่าเด็กไม่มีต้นทุนที่จะฝ่าฟันไปได้ลำพัง แล้วชีวิตเขาจะเปลี่ยนไปอีกทางหนึ่ง การได้เห็นบอยส์ทาวน์ส่งเด็กรุ่นต่อรุ่นไปสู่ความสำเร็จ ทำให้เราเชื่อมั่นได้ว่าจำนวนเด็กกลุ่มนี้จะลดลง หรืออาจไปถึงจุดที่ไม่มีพวกเขาอีกเลยในวันข้างหน้า”</p>



<p></p>



<h2 class="wp-block-heading"><strong>30 ปี บนเส้นทางแห่งโอกาสจาก</strong> <strong>‘Boys Town’</strong></h2>



<p>“เด็กทุกคนมาที่นี่ด้วยสาเหตุต่างกัน แต่อย่างหนึ่งที่เขามีเหมือนกันคือขาดโอกาส อยากเรียน อยากให้การศึกษาพาชีวิตไปให้ไกลที่สุด”</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-e4c64a"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2022/07/07-welcome-to-boys-town.jpg" alt=""/></div><figcaption class="qubely-image-caption">อาจารย์ปราโมทย์ คลังเกตุ ผู้ช่วยผู้อำนวยการ ‘Boys Town’</figcaption></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>คำจำกัดความสั้นๆ ของ<strong>อาจารย์ปราโมทย์ คลังเกตุ ผู้ช่วยผู้อำนวยการ ‘Boys Town’</strong> ที่กล่าวถึงการมีอยู่ของสถานที่ที่ ‘ไม่ใช่โรงเรียน’ ไม่ใกล้เคียงกับการเป็น ‘ศูนย์’ หรือ ‘สถาบัน’ ใดหนึ่ง ทว่ากว่า 30 ปีผ่านมา อาณาบริเวณบนพื้นที่ราว 30 ไร่ ที่ตำบลหนองกุง อำเภอน้ำพอง จังหวัดขอนแก่น แห่งนี้ คือที่พึ่งของเด็กเยาวชนรุ่นแล้วรุ่นเล่า ที่ในวันนี้พวกเขาเหล่านั้นต่างแยกย้ายกันไปเติบโตตามเส้นทางและเป็นส่วนหนึ่งของการสรรค์สร้างสังคม บ้างเป็นครูอาจารย์ บ้างเป็นวิศวกร กับจำนวนอีกไม่น้อยได้รับราชการในกระทรวงกองกรมต่างๆ</p>



<p>และแม้ถึงเป้าหมายแล้ว แต่ละคนก็ไม่เคยลืมที่จะแวะเวียนกลับมาส่งต่อโอกาสให้น้องๆ อยู่เสมอ นั่นเพราะ<strong>ที่แห่งนี้คือบ่อเกิดของความภาคภูมิใจ ความผูกพัน และเป็นที่รับรู้ร่วมกันว่าพวกเขาเดินทางมาถึงวันนี้ได้ ก็ด้วยโอกาสที่ได้รับจากการเป็น ‘เด็กบอยส์ทาวน์’ ในวันนั้น</strong></p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-4c5297"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2022/07/04-welcome-to-boys-town.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<h2 class="wp-block-heading"><strong>เพาะบ่มประสบการณ์ที่จะติดตัวตลอดไป</strong></h2>



<p>“เราอยู่กันแบบครอบครัวใหญ่ เป็นบ้านให้เด็กๆ พักพิง มีที่นอน เสื้อผ้า อาหาร มีผู้ดูแลขัดเกลาทักษะชีวิตและให้โอกาสพวกเขาได้เรียนหนังสือตั้งแต่ชั้น ม.1 ถึง ม.6 เพื่อที่โอกาสนั้นจะช่วยเปลี่ยนแปลงชีวิตเขาและครอบครัวให้ดีขึ้น”</p>



<p>อาจารย์ปราโมทย์ ในฐานะศิษย์รุ่นแรกที่เข้ามาอยู่บอยส์ทาวน์ตั้งแต่ปี 2532 จนได้เวียนกลับมาช่วยดูแลน้องๆ รุ่นแล้วรุ่นเล่า เล่าว่า บอยส์ทาวน์ก่อตั้งขึ้นด้วยทุนจากมูลนิธิในประเทศอังกฤษ และสโมสรโรตารีในประเทศไทย เปิดรับเด็กชายวัย 12-18 ปีทั่วภาคอีสานที่จบชั้น ป.6 แต่ขาดผู้อุปการะหรือขัดสนทุนการศึกษา โดยมีความตั้งใจที่จะเรียนต่อ บอยส์ทาวน์จะดูแลเรื่องที่พัก อาหาร และส่งเข้าเรียนที่โรงเรียนชุมชนหนองกุงวิทยา ซึ่งเป็นโรงเรียนขยายโอกาสเปิดสอนถึงชั้น ม.3 และโรงเรียนน้ำพองศึกษา โรงเรียนประจำอำเภอที่มีตั้งแต่ชั้น ม.1-ม.6 ส่วนใครที่สนใจเรียนสายอาชีพก็จะได้รับการสนับสนุนให้ไปต่อได้ตามที่ตั้งใจ</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-5d4e67"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2022/07/02-welcome-to-boys-town.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>“เด็กที่เข้ามาจะผ่านการคัดกรองแล้วว่ามีพื้นฐานการดูแลตัวเองที่ดีในระดับหนึ่ง เพราะเรามีข้อจำกัดทั้งเรื่องทุนและคนดูแล อย่างปี 2565 นี้ เรามีครู 3 คน กับเด็ก 25 คน เด็กบอยส์ทาวน์จึงต้องพร้อมรับฟัง ปรับปรุงตัวเองได้ และมีเป้าหมายชัดว่าอยากศึกษาเล่าเรียน ส่วนเรื่องทักษะชีวิตต่างๆ ที่ขาดพร่องไปบ้าง บอยส์ทาวน์จะช่วยเติมเต็มให้พวกเขา จากอาจารย์ จากเพื่อนพี่น้อง และจากความมุ่งมั่นตั้งใจภายในตัวเองของเขา&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; </p>



<p>“นอกจากความรู้ที่โรงเรียนแล้ว เราต้องการให้เขามีมุมมองต่อชีวิตที่รอบด้าน มีทักษะอื่นๆ ติดตัวไว้ <strong>เราจะบอกเด็กเสมอว่าปริญญาไม่ได้การันตีความสำเร็จในชีวิตเสมอไป ดังนั้น ขอให้เก็บทุกสิ่งที่เรียนรู้จากบอยส์ทาวน์ไว้เป็นต้นทุน เพื่อเอาไปใช้ประโยชน์ทั้งในการประกอบอาชีพ และการก้าวผ่านปัญหาอุปสรรคต่างๆ ทั้งในวันนี้และวันข้างหน้า”</strong></p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-6a4cad"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2022/07/01-welcome-to-boys-town.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>ตารางชีวิตภายใต้ระเบียบเดียวกันของเด็กบอยส์ทาวน์ คือ ตื่นตีห้า เก็บที่นอน แบ่งงานกันทำ เริ่มด้วยจัดระเบียบบ้าน ทำอาหาร กินข้าวเช้า ลงแปลงผัก เลี้ยงไก่ ซักผ้า โดยทุกกิจกรรมจะหมุนเวียนหน้าที่ให้ทุกคนได้ทำทุกสัปดาห์ แบ่งเป็นทีมคละรุ่นพี่รุ่นน้องเพื่อดูแลและสอนงานกันได้ ถ้าเป็นวันธรรมดา เจ็ดโมงเช้าเด็กจะพากันไปโรงเรียน พอ 4 โมงเย็นกลับมาถึงก็แยกย้ายลงงานตามหน้าที่ ทำกิจกรรมสันทนาการ ออกกำลังกาย เล่นดนตรี แล้วอาบน้ำ กินข้าวเย็น ทำการบ้านอ่านหนังสือ เข้านอนสามทุ่ม ส่วนเสาร์อาทิตย์จะเพิ่มชั่วโมงลงงานกับเวลาพักผ่อนตามอัธยาศัย และเข้านอนไม่เกินสี่ทุ่ม</p>



<p></p>



<h2 class="wp-block-heading"><strong>เปลี่ยนทิศทาง ‘สายน้ำแห่งชีวิต’</strong></h2>



<p>อาจารย์ปราโมทย์พูดจากประสบการณ์ที่ได้เห็นน้องๆ มาแล้วหลายรุ่นว่า “พื้นฐานของเด็กบอยส์ทาวน์จะค่อนข้างอ่อนไหว ส่วนใหญ่เข้ามาแรกๆ มีเหงาบ้าง เพราะหลายคนไม่เคยห่างบ้านเลย แต่ด้วยจิตใจแน่วแน่ว่าอยากเรียนหนังสือ ไม่นานเขาก็ปรับตัวได้ อีกทั้งทุกคนต่างก็มีเป้าหมายเดียวกัน ทำให้เด็กๆ เขาพร้อมดูแลกัน รับฟังและแนะนำกัน เพื่อให้แต่ละคนฝ่าฟันปัญหาจนไปถึงเป้าหมายปลายทางของตนได้</p>



<p>“ชีวิตที่บอยส์ทาวน์สอนเราว่า <strong>วิถีชีวิตคนเรานั้นมีหลากร้อยปัญหา มีความขาดแคลนที่ต่างกันไป สิ่งเดียวที่ทำได้คือหาทางของเรา ปรับปรุงชีวิตของเรา และวิธีหนึ่งที่ทำได้เลยคือใช้การศึกษาพาไปสู่ชีวิตที่ดีขึ้น ซึ่งโอกาสที่เขาได้รับก็เปรียบเหมือนกับการเปลี่ยนทิศทางของสายน้ำแห่งชีวิต</strong> เด็กที่ผ่านบอยส์ทาวน์ไปส่วนใหญ่จบปริญญาตรีในสถาบันชั้นนำ หลายคนได้ทุนเรียนต่อปริญญาโท จบแล้วแยกย้ายไปทำงาน มีอาชีพมั่นคง ดูแลตัวเองดูแลครอบครัวได้</p>



<p>“ตัวผมเองภูมิใจที่เป็นเด็กบอยส์ทาวน์ มีโอกาสเรียนก็เพราะที่นี่จนจบปริญญาโท ไปเป็นอาจารย์ แล้ววันหนึ่งก็ตัดสินใจกลับมาดูแลน้องๆ นับถึงปีนี้ก็ครบ 21 ปีแล้ว ศิษย์เก่าคนอื่นๆ เขาก็ไม่เคยเงียบหาย ส่งความช่วยเหลือมาตลอด หรือใครไปเจอเด็กที่ขาดโอกาสก็จะส่งต่อมาที่เรา ถือว่าให้อนาคตกันต่อๆ ไป ส่วนว่าเด็กอยากเรียนอะไร ไปทางไหนนั้นขึ้นอยู่กับเขา ที่เราทำคือแนะแนวทางให้เขาเห็นภาพอนาคตให้มากที่สุด แล้วช่วยผลักดันเขาให้พัฒนาได้เต็มศักยภาพ”</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-7c2b2e"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2022/07/05-welcome-to-boys-town.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<h2 class="wp-block-heading"><strong>ทรรศนะเด็กบอยส์ทาวน์&nbsp;</strong><br><strong>กับพื้นที่แห่งมิตรภาพ ความหวัง และโอกาส</strong></h2>



<p>‘เต้อ’ ตัวแทนเด็กบอยส์ทาวน์ ผู้ตั้งเป้าเรียนรัฐศาสตร์ หลังจบชั้น ม.6 ในปีการคึกษานี้ บอกว่า รู้จักบอยส์ทาวน์เพราะมีรุ่นพี่จากหมู่บ้านเดียวกันอยู่ที่นี่ ตัวเขาเองเข้ามาอยู่หลังจบ ป.6 เพราะทางบ้านไม่มีเงินส่งให้เรียนต่อแล้ว</p>



<p>“พ่อแม่ผมทำงานหาเช้ากินค่ำ นอกจากผมก็ยังมีน้องอีกสองคน คิดว่าถ้าผมเรียนต่อ ม.1 เขาก็ต้องจ่ายค่าชุดนักเรียน ค่าอะไรต่างๆ อย่างน้อยต่อคนก็ไม่ต่ำกว่าสี่พัน ไหนจะเงินไปโรงเรียนอีก ดูยังไงก็ไม่ไหว ผมเลยตัดสินใจมาที่นี่</p>



<p><strong>“ถ้าไม่มีบอยส์ทาวน์คงไม่มีโอกาสดีๆ สำหรับเด็กอย่างพวกผม มันยากนะครับ สำหรับพวกเราที่อยู่ห่างไกล บางหมู่บ้านไม่มีโรงเรียน ไม่มีอินเตอร์เน็ต เราไม่เคยรู้ไม่เคยเห็นเลยว่ามีอะไรที่ข้างนอกนั่น</strong> ขณะที่โรงเรียนในเมืองมีพร้อมทุกอย่าง ผมจึงตั้งใจว่าอยากเรียนเกี่ยวกับการปกครอง เพื่อทำงานที่สามารถเปลี่ยนแปลงประเทศของเรา ให้มีความเท่าเทียมครอบคลุมทุกพื้นที่ให้ได้มากกว่านี้”&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p>



<p>‘เก้อ’ ที่ตั้งใจเรียนต่อวิศวกรรมศาสตร์ เล่าว่าตอนจบ ม.3 ที่บ้านประสบปัญหาการเงินอย่างหนัก ตัวเขาเองที่ตั้งใจจะเรียนต่อสายอาชีพในวิทยาลัยแถวบ้าน เริ่มไม่มั่นใจว่าจะไหวแค่ไหน แต่บังเอิญได้รับคำแนะนำจากครูท่านหนึ่งที่เคยเป็นศิษย์เก่าบอยส์ทาวน์ เขาจึงลองเข้ามาดูและตัดสินใจได้ทันที</p>



<p>“ตอนนั้นที่บ้านมีหนี้สิน ภาระอะไรต่างๆ เยอะมาก คิดว่าแม่ไม่น่าจะส่งผมเรียนได้แล้ว พอครูเขาแนะนำผมก็สนใจครับ กังวลอยู่เรื่องเดียวว่าผมมาแล้วใครจะช่วยเขาทำงาน แต่<strong>พอคิดว่าเป็นการมาเพื่ออนาคต ก็ตัดสินใจได้ ผมออกมาก็ทั้งช่วยลดภาระแม่ ให้โอกาสน้องได้เรียน แล้ววันหนึ่งที่เรียนจบซึ่งผมตั้งใจไว้แล้วว่าต้องเอาปริญญาให้ได้ ผมจะมีงานทำ ช่วยแม่ช่วยน้องได้ดีกว่า</strong></p>



<p>“คิดว่าถ้ายังอยู่บ้านก็คงไม่ได้เรียนแล้ว ตอนนี้พอมองเห็นทาง รู้ครับว่ายาก แต่ผมมีความฝันอยู่ มันก็ดีกว่าไม่มีเป้าหมายอะไรเลย อย่างน้อยตอนนี้ฝันก็คือสิ่งที่หล่อเลี้ยงให้ผมอยากเดินไปข้างหน้า ทำตามเป้าหมายให้สำเร็จ”</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-68eae0"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2022/07/03-welcome-to-boys-town.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>ส่วน ‘โอ๊ต’ บอกว่าอยู่บอยส์ทาวน์ตั้งแต่จบ ป.6 ตอนมาอยู่ใหม่ๆ คิดถึงบ้านมาก นอนร้องไห้อยู่สามวันเต็ม จนย่าโทรมาถามว่าอยู่ไหวไหม เขาเลยนึกได้ว่าตั้งใจมาอยู่ที่นี่ก็เพื่อย่า จึงพยายามฮึดอีกครั้ง พร้อมได้รับความช่วยเหลือจากอาจารย์ จากรุ่นพี่ และจากเพื่อนๆ จนในที่สุดก็ปรับตัวได้ เรียนหนังสืออย่างมีความสุข กระทั่งวันนี้เหลืออีกปีเดียวจะจบมัธยม และเตรียมตัวเข้ามหาวิทยาลัยแล้ว</p>



<p>“การได้อยู่กับเพื่อนกับรุ่นพี่ช่วยให้ลืมความเหงาได้เยอะครับ <strong>ที่นี่ฝึกให้เราเข้มแข็ง สอนให้ช่วยเหลือตัวเองได้ อยู่ร่วมกับคนอื่นเป็น ผมไม่เคยเห็นใครมีเรื่องทะเลาะเบาะแว้งเลย เพราะเรากินข้าวหม้อเดียวกัน เพราะความขาดแคลนและต้องการโอกาสเหมือนๆ กันทำให้เรารักกัน&nbsp;&nbsp;&nbsp;</strong></p>



<p>“ตอนนี้ผมเป็นรุ่นพี่แล้วก็ต้องมีหน้าที่ดูแลน้องบ้าง อะไรไม่ดีเราก็เตือนกัน ผมคิดว่าเมื่อได้มาอยู่ที่นี่แล้ว พวกเราทุกคนจะเติบโตไปด้วยกัน จะเป็นเพื่อนเป็นพี่เป็นน้องกันตลอดไป เหมือนกับที่เราเห็นพี่ๆ บอยส์ทาวน์รุ่นก่อนๆ ที่ถึงจะเรียนจบไปทำงานที่ไหนก็ตาม แต่ทุกคนยินดีจะส่งความห่วงใยช่วยเหลือกลับมาที่นี่เสมอครับ”</p><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/article-welcome-to-boys-town-090722/">มิตรภาพ ความหวัง โอกาส ‘Welcome to Boys Town’ ต่างที่หมาย หลากหลายที่มา หากทุกหัวใจมีฝันเดียวกัน</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>กสศ.จับมือสมุทรสาคร เดินหน้า “ศูนย์ช่วยเหลือเด็กและเยาวชนในภาวะวิกฤตการศึกษา หรือ Smart Refer”</title>
		<link>https://www.eef.or.th/news-13-02-21/?utm_source=rss&#038;utm_medium=rss&#038;utm_campaign=news-13-02-21</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Sat, 13 Feb 2021 05:39:38 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[ทุนเสมอภาค]]></category>
		<category><![CDATA[ข่าวสารความรู้]]></category>
		<category><![CDATA[พมจ.]]></category>
		<category><![CDATA[กสศ.]]></category>
		<category><![CDATA[กระทรวงศึกษาธิการ]]></category>
		<category><![CDATA[กระทรวงสาธารณสุข]]></category>
		<category><![CDATA[กระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์]]></category>
		<category><![CDATA[กระทรวงมหาดไทย]]></category>
		<category><![CDATA[ธีรพัฒน์ คัชมาตย์]]></category>
		<category><![CDATA[สมุทรสาคร]]></category>
		<category><![CDATA[ดร.รัฐวิทย์ ทองนวรัตน์]]></category>
		<category><![CDATA[สำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัด]]></category>
		<category><![CDATA[สำนักงานเหล่ากาชาดจังหวัด]]></category>
		<category><![CDATA[ศูนย์ smart refer]]></category>
		<category><![CDATA[ศูนย์ช่วยเหลือเด็กและเยาวชนในภาวะวิกฤตทางการศึกษา]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?p=27156</guid>

					<description><![CDATA[<p>นายธีรพัฒน์ คัชมาตย์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสาคร กล [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/news-13-02-21/">กสศ.จับมือสมุทรสาคร เดินหน้า “ศูนย์ช่วยเหลือเด็กและเยาวชนในภาวะวิกฤตการศึกษา หรือ Smart Refer”</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><img decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-27158" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/02/thumbnail-1.jpg" alt="" width="864" height="454" /></p>
<p><strong>นายธีรพัฒน์ คัชมาตย์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสาคร</strong> กล่าวถึงสถานการณ์การปิดเรียนของจังหวัดว่า สมุทรสาครยังคงเป็นพื้นที่ควบคุมสูงสุด แม้ว่าสถานการณ์การระบาดจะดีขึ้นตามลำดับ แต่ยังคงต้องประเมินรายวัน จึงจำเป็นต้องปิดโรงเรียนมาตั้งแต่วันที่ 19 ธันวาคม 2563  และให้มีการจัดการเรียนการสอนออนไลน์ โดยมอบหมายศึกษานิเทศก์คอยติดตามประเมินว่าการเรียนออนไลน์ได้ผลมากน้อยอย่างไร อย่างไรก็ตามพบว่ามีเด็กบางกลุ่มที่เข้าไม่ถึงอุปกรณ์เทคโนโลยี ซึ่งได้แจ้งให้ศึกษาธิการจังหวัด เขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาและมัธยมศึกษา หากพบว่ามีเด็กคนใดต้องการเครื่องมืออุปกรณ์ เน้นเฉพาะรายที่ไม่มี ขาดแคลนจริงๆ เมื่อมีการร้องขอเข้ามา ทางจังหวัดยินดีที่จะดำเนินการอย่างเต็มที่เพื่อดูแลเด็กและเยาวชนในจังหวัดสมุทรสาครของเรา</p>
<p>นายธีรพัฒน์ กล่าวว่า &#8220;การจัดการเรื่องนี้ ต้องพิจารณาหลายๆส่วนร่วมกันทั้ง ด้านสาธารณสุข เศรษฐกิจ และเรื่องการศึกษา ก็เป็นส่วนสำคัญ ต้องทำๆทุกอย่างในเวลาเดียวกัน เพื่อไม่ให้เกิดความเหลื่อมล้ำ ไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง  ตอนนี้บุคลากรทางการศึกษาทั้งหมดรับทราบสถานการณ์ แต่ยังมีความจำเป็นไม่ให้เด็กเจอกัน เกรงว่าปัญหาการระบาดจะเกิดขึ้น  ทางจังหวัดสมุทรสาครได้เตรียมประชุมร่วมกันกับหน่วยงานทางการศึกษาทั้งหมดเพื่อรับทราบข้อมูล และลงทำงานในพื้นที่เพื่อให้ครอบคลุมถึงเด็กทุกคน&#8221;</p>
<p><figure id="attachment_27161" aria-describedby="caption-attachment-27161" style="width: 864px" class="wp-caption aligncenter"><img decoding="async" loading="lazy" class="wp-image-27161 size-full" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/02/ธีรพัฒน์-คัชมาตย์-รองผู้ว่าสมุทรสาคร.jpg" alt="" width="864" height="454" /><figcaption id="caption-attachment-27161" class="wp-caption-text">นายธีรพัฒน์ คัชมาตย์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสาคร</figcaption></figure></p>
<p>“เป็นเรื่องที่ดีที่กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา ได้เข้ามาร่วมช่วยกับจังหวัดสมุทรสาคร ฉะนั้นเด็กนักเรียนยากจนพิเศษก็จะได้รับการดูแลจากจังหวัด และจากความร่วมมือจาก กสศ. ต้องขอขอบคุณ กสศ. ที่เข้ามาช่วยจังหวัดสมุทรสาคร และทุกฝ่ายที่ให้ความสนใจเรื่องการศึกษาในจังหวัดสมุทรสาคร ซึ่งช่วยให้สามารถชดเชยสิ่งที่ขาดหายไปสำหรับกลุ่มเด็กด้อยโอกาส ให้ได้มีสิทธิและความเท่าเทียมกับเด็กคนอื่นๆ เพราะอย่างไรก็ตามพวกเขาคือต้นกล้าต้นหนึ่งในการพัฒนาประเทศ” นายธีรพัฒน์ กล่าว</p>
<p>ด้าน <strong>นพ.สุภกร บัวสาย ผู้จัดการกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.)</strong> กล่าวว่า จากการประเมินผลกระทบการปิดโรงเรียนที่ยาวนานในจังหวัดสมุทรสาคร พบว่า กลุ่มเด็กนักเรียนยากจนด้อยโอกาสกำลังเผชิญวิกฤตทางการศึกษา 2 ด้าน คือ 1.การไม่สามารถเข้าถึงการศึกษาในช่วงล็อคดาวน์เพราะขาดอุปกรณ์จึงส่งผลให้เกิดภาวะความรู้ถดถอย (learning loss)  และ 2.มีแนวโน้มที่เด็กและเยาวชนยากจนด้อยโอกาสเสี่ยงหลุดออกนอกระบบการศึกษาเพิ่มขึ้น  เนื่องจากผลกระทบทางเศรษฐกิจและสังคมจากการระบาดของโรคโควิด-19 เพื่อบรรเทาปัญหาดังกล่าว กสศ.ได้ประสานจังหวัดสมุทรสาคร เพื่อนำกลไก<strong>ศูนย์ช่วยเหลือเด็กและเยาวชนในภาวะวิกฤตทางการศึกษา หรือ smart refer</strong> ซึ่งเป็นการบูรณาการความร่วมมือหน่วยงานต่างๆ ที่อยู่ในคณะกรรมการบริหารกสศ. เช่น <strong>กระทรวงศึกษาธิการ, กระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมุนษย์, กระทรวงมหาดไทย, กระทรวงสาธารณสุข</strong> เข้ามาสนับสนุนการช่วยเหลือเด็กยากจนด้อยโอกาสที่ประสบกับภาวะวิกฤตทางการศึกษา โดยการทำงานจะแบ่งเป็น 2 ระยะ คือ 1.ระยะวิกฤต ประคับประคองเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนเฉพาะหน้า ให้ได้รับการช่วยเหลือตามสภาพแวดล้อมที่เหมาะสมทันสถานการณ์ และ 2.ระยะฟื้นฟู จัดทำโปรแกรมการช่วยเหลือดูแลรายคนให้สามารถกลับเข้าสู่ภาวะวิถีปกติทางการศึกษาหรือได้รับการศึกษาตามสภาพปัญหาของแต่ละคนต่อไป ทั้งนี้สามารถแจ้งความช่วยเหลือได้ที่หมายเลขโทรศัพท์ 02 079 5475 ต่อ 8</p>
<p><figure id="attachment_27163" aria-describedby="caption-attachment-27163" style="width: 864px" class="wp-caption aligncenter"><img decoding="async" loading="lazy" class="wp-image-27163 size-full" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/02/นายสุภกร-บัวสาย.jpg" alt="" width="864" height="454" /><figcaption id="caption-attachment-27163" class="wp-caption-text">นพ.สุภกร บัวสาย ผู้จัดการกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.)</figcaption></figure></p>
<p>“ก่อนหน้านี้ กสศ. ร่วมกับ<strong>กระทรวงศึกษาธิการ, องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น, กองกำกับการตำรวจตระเวนชายแดน</strong> ช่วยเหลือบรรเทาความเดือดร้อนให้กับนักเรียนกลุ่มที่ยากลำบาก ผ่าน<strong>โครงการเงินอุดหนุนอย่างมีเงื่อนไข หรือทุนเสมอภาคของกสศ.</strong> ซึ่งดูแลเด็กๆ ตั้งแต่ระดับชั้น อนุบาล-มัธยมศึกษาปีที่ 3 โดยในภาคเรียนที่ 2/63 จัดสรรคนละ 1,000   บาท เมื่อช่วงเดือนมกราคมที่ผ่านมา โดยช่วยเหลือแล้ว จำนวน 932,162 คน การที่กสศ.ริเริ่ม<strong>ศูนย์ smart refer</strong> นี้ขึ้น เพื่อปิดช่องว่างไม่ให้เด็กที่อยู่ในภาวะวิกฤตทางการศึกษาคนใดตกหล่น ในสถานการณ์ที่ยากลำบากนี้ โดยเริ่มต้นที่จังหวัดสมุทรสาครเป็นพื้นที่แรก เพื่อพัฒนาให้เป็นสมุทรสาครโมเดล ก่อนขยายการทำงานต่อไป” นพ.สุภกร กล่าว</p>
<p><figure id="attachment_27162" aria-describedby="caption-attachment-27162" style="width: 864px" class="wp-caption aligncenter"><img decoding="async" loading="lazy" class="wp-image-27162 size-full" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/02/ดร.รัฐวิทย์-ทองนวรัตน์-ศึกษาธิการจังหวัดสมุทรสาคร.jpg" alt="" width="864" height="454" /><figcaption id="caption-attachment-27162" class="wp-caption-text">ดร.รัฐวิทย์ ทองนวรัตน์ ศึกษาธิการจังหวัดสมุทรสาคร</figcaption></figure></p>
<p>ด้าน <strong>ดร.รัฐวิทย์ ทองนวรัตน์ ศึกษาธิการจังหวัดสมุทรสาคร</strong> ระบุว่า COVID-19 ส่งผลกระทบถึงระบบการศึกษาในจังหวัดสมุทรสาครอย่างที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน ในเบื้องต้นการปิดเรียนทำให้การนำเทคโนโลยีถูกนำมาใช้อย่างเต็มรูปแบบ โดยรวมถือว่าช่วยให้การศึกษาเดินต่อไปได้ในระดับหนึ่ง แต่ยังมีเด็กกลุ่มหนึ่งที่จำเป็นต้องได้รับการเข้าถึง ค้นหาให้พบ เพื่อมอบความช่วยเหลือให้เป็นกรณีพิเศษ นั่นคือกลุ่มที่ขาดปัจจัยพื้นฐาน ไม่มีความพร้อมทั้งด้านชีวิตความเป็นอยู่หรือเครื่องมือสื่อสาร ซึ่งหากไม่ได้รับความช่วยเหลืออย่างเร่งด่วน แม้การจัดการศึกษาในภาพรวมจะไปต่อได้ แต่เด็กกลุ่มนี้จะค่อยๆ ถูกทิ้งไว้ข้างหลัง และหลุดออกจากระบบการศึกษาไปในที่สุด</p>
<p><figure id="attachment_27167" aria-describedby="caption-attachment-27167" style="width: 864px" class="wp-caption aligncenter"><img decoding="async" loading="lazy" class="wp-image-27167 size-full" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/02/4-1.jpg" alt="" width="864" height="454" /><figcaption id="caption-attachment-27167" class="wp-caption-text">ภาพจากโรงเรียนวัดปัจจันตาราม จังหวัดสมุทรสาคร</figcaption></figure></p>
<p>ดร.รัฐวิทย์ กล่าวว่า เบื้องต้นเราได้นำเทคโนโลยีหลากหลายช่องทางมาใช้ ทั้งการใช้ DLTV หรือถ่ายทอดสดการสอนผ่านแอปพลิเคชันต่างๆ ซึ่งพบว่าประสบปัญหาน้อยในโรงเรียนที่มีศักยภาพ และในกลุ่มนักเรียนระดับมัธยมศึกษา แต่สำหรับเด็กเล็กและกลุ่มเด็กด้อยโอกาสในที่ห่างไกล เขาไม่มีเครื่องมือสื่อสาร เข้าไม่ถึงอินเตอร์เน็ต โรงเรียนจึงได้ใช้วิธีทำใบงานแล้วให้ผู้ปกครองเด็กเข้ามารับงานจากโรงเรียนไปทำแล้วกลับมาส่ง บ้างให้ครูลงพื้นที่เข้าไปหาเด็ก โดยจัดเป็นกลุ่มย่อยๆ ในกลุ่มเด็กที่อาศัยอยู่ใกล้กัน นี่คือเราแก้ปัญหาคนละครึ่งทาง เพราะบางคนอยู่ในพื้นที่เสี่ยงครูเข้าไปหาที่บ้านไม่ได้ ก็ต้องหาพื้นที่ส่วนกลางที่ปลอดภัยหมายถึงเราต้องบูรณาการปัญหาด้านการศึกษาและสาธารณสุขเข้าด้วยกันตั้งแต่ในการวางแผนงาน ขณะที่บางโรงเรียนใช้วิธีแก้ปัญหาด้วยการที่โรงเรียนจัดหาเครื่องมือสื่อสารสำหรับเด็กด้อยโอกาสให้เขาได้ใช้เรียนชั่วคราว โดยเป็นนโยบายที่รองผู้ว่าราชการจังหวัดมอบหมายให้สำรวจข้อมูลว่าเด็กคนไหนขาดแคลนและสามารถช่วยได้</p>
<p><img decoding="async" loading="lazy" class="aligncenter size-full wp-image-27165" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/02/2-1.jpg" alt="" width="864" height="454" /></p>
<p>ศึกษาธิการจังหวัดสมุทรสาคร ระบุว่า การปิดเรียนที่ยาวนานอาจส่งผลต่อภาวะความรู้ถดถอย โดยเฉพาะกลุ่มเด็กด้อยโอกาสในพื้นที่เสี่ยงซึ่งไม่ได้ขาดแคลนแค่การเข้าถึงการศึกษา แต่ยังรวมไปถึงความปลอดภัยทางสาธารณสุข และคุณภาพชีวิตรอบด้าน เด็กกลุ่มที่น่าเป็นห่วงที่สุดคือพวกที่ด้อยโอกาส อาศัยในพื้นที่โรงงาน พ่อแม่ทำงานในพื้นที่เสี่ยง เด็กกลุ่มนี้เราจะให้ทางโรงเรียนต้นสังกัดแจ้งจำนวนและข้อมูลพื้นฐานเข้ามา แล้วจะจัดให้เขาได้รับการเฝ้าระวังพิเศษ มีทีมงาน ศธจ. ลงพื้นที่เยียวยา พร้อมกับ<strong>สำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัด (พมจ.),</strong> <strong>สำนักงานเหล่ากาชาดจังหวัด</strong> ที่จะเข้าไปช่วยเก็บข้อมูล ตรวจสอบ และดูแลเรื่องคุณภาพชีวิต รวมถึงการประสานหน่วยงานอื่นๆ เพื่อหาทางสนับสนุนเรื่องทุนการศึกษาเฉพาะราย ในระยะยาว ผลกระทบจากการที่โรงเรียนปิดจะทำให้เด็กกลุ่มนี้อาจต้องออกจากระบบการศึกษา เพราะเขามีปัญหาอื่นๆ ที่รุนแรงกว่า ศธจ. สมุทรสาคร เราจึงมีหน้าที่เชื่อมโยงหน่วยงานทุกหน่วยที่มีศักยภาพเข้ามาช่วยกันหาทางแก้ปัญหา เบื้องต้นคือมอบสิ่งของจำเป็น ให้ความรู้ในการดูแลตนเองและครอบครัวตามมาตรการสาธารณสุข หน้ากากอนามัยหรือเจลแอลกอฮอล์ต้องมี 100% และใช้ให้ถูกวิธีเพื่อลดการแพร่ระบาดให้ได้มากที่สุด ก่อนจะไปสู่การแก้ปัญหาระยาว คือการหาทางให้กลุ่มเป้าหมายยังอยู่ในระบบการศึกษาได้ต่อไป</p>
<p><img decoding="async" loading="lazy" class="aligncenter size-full wp-image-27166" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/02/3-1.jpg" alt="" width="864" height="454" /></p>
<p>“เราได้ร่วมมือกับหน่วยงาน เช่น กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) ที่ได้นำนวัตกรรมทางการเรียนเข้ามามอบให้เด็กๆ ช่วยให้เด็กกลุ่มนี้สามารถเรียนได้จากที่บ้านปิดด้วยสื่อการเรียนรู้ด้วยตนเองที่พัฒนาขึ้นในช่วงโรงเรียน นอกจากนี้เรายังคุยถึงความเป็นไปได้ในการเดินตามโมเดลการสนับสนุนเครื่องมือและอุปกรณ์การเรียนออนไลน์ ที่ <strong>กสศ. จะเข้ามาช่วยประสานความร่วมมือด้านการระดมงบประมาณช่วยเหลือ โดยทาง ศธจ. มีข้อมูลของเด็กที่ขาดแคลนซึ่งเรามองแล้วว่าด้วยงบประมาณสนับสนุนจะช่วยเด็กด้อยโอกาสกลุ่มนี้ได้จริง ซึ่งตอนนี้เรามองไปถึงว่าหากหลังจากนี้บางพื้นที่ยังเปิดเรียนไม่ได้ การจัดการเรียนการสอนผ่านเทคโนโลยีออนไลน์ต้องพัฒนาระบบให้ไหลลื่นยิ่งขึ้น รวมถึงการจัดหาอุปกรณ์พื้นฐานที่ช่วยให้การเรียนรู้เดินต่อไปได้ นี่คือความร่วมมือที่เรามองว่าเป็นสิ่งที่ทุกหน่วยในสังคมจำเป็นต้องเชื่อมต่อกัน และขยายออกไปให้ทั่วถึงทุกหน่วยงานในวงกว้างให้ได้มากที่สุด</strong>” ศึกษาธิการจังหวัดสมุทรสาคร กล่าว</p><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/news-13-02-21/">กสศ.จับมือสมุทรสาคร เดินหน้า “ศูนย์ช่วยเหลือเด็กและเยาวชนในภาวะวิกฤตการศึกษา หรือ Smart Refer”</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
