<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>ปิติ ยางกลาง | กสศ.</title>
	<atom:link href="https://www.eef.or.th/tag/%E0%B8%9B%E0%B8%B4%E0%B8%95%E0%B8%B4-%E0%B8%A2%E0%B8%B2%E0%B8%87%E0%B8%81%E0%B8%A5%E0%B8%B2%E0%B8%87/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.eef.or.th</link>
	<description>กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา</description>
	<lastBuildDate>Thu, 04 Apr 2024 09:57:42 +0000</lastBuildDate>
	<language>th</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.3.11</generator>

<image>
	<url>https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/02/cropped-fav-icon-32x32.png</url>
	<title>ปิติ ยางกลาง | กสศ.</title>
	<link>https://www.eef.or.th</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>โรงเรียนไทรน้อย ‘ยินดีรับเข้าเรียนทันที-งดเว้นค่าใช้จ่ายการศึกษา หนทางส่งเด็กให้ถึงฝั่ง’</title>
		<link>https://www.eef.or.th/article-040424/?utm_source=rss&#038;utm_medium=rss&#038;utm_campaign=article-040424</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 04 Apr 2024 08:58:00 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Movement]]></category>
		<category><![CDATA[บทความ]]></category>
		<category><![CDATA[ศูนย์ช่วยเหลือเด็กเยาวชนในภาวะวิกฤตทางการศึกษา กสศ.]]></category>
		<category><![CDATA[ปิติ ยางกลาง]]></category>
		<category><![CDATA[โรงเรียนไทรน้อย]]></category>
		<category><![CDATA[วิทิต เติมผลบุญ]]></category>
		<category><![CDATA[สพฐ.]]></category>
		<category><![CDATA[กสศ.]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?p=79427</guid>

					<description><![CDATA[<p>“ดีใจที่ได้เห็นเด็กอีกคนหนึ่งเรียนจบ เห็นเขามีช่องทางแล [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/article-040424/">โรงเรียนไทรน้อย ‘ยินดีรับเข้าเรียนทันที-งดเว้นค่าใช้จ่ายการศึกษา หนทางส่งเด็กให้ถึงฝั่ง’</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>“ดีใจที่ได้เห็นเด็กอีกคนหนึ่งเรียนจบ เห็นเขามีช่องทางและโอกาสไปต่อมากขึ้น แล้วยิ่งได้เห็นว่าเขาภูมิใจที่ตัวเองทำได้ ทางโรงเรียนก็ภูมิใจไปด้วย”</p>



<p><strong>ปิติ ยางกลาง ผู้อำนวยการโรงเรียนไทรน้อย</strong> จังหวัดนนทบุรี กล่าวในวาระที่เยาวชนในความดูแลของ <strong>‘ศูนย์ช่วยเหลือเด็กเยาวชนในภาวะวิกฤตทางการศึกษา กสศ.’ </strong>ซึ่งร่วมมือกับ <strong>สพฐ.</strong> และ<strong>โรงเรียนไทรน้อย</strong> ช่วยกันพากลับเข้าโรงเรียนในภาวะฉุกเฉิน ได้แก่ <strong>‘น้องวง’ ตาวง</strong> และ <strong>‘มะขาม’ อิสรา เจือทิน </strong>จบการศึกษาชั้น ม.6 และ ม.3 ตามลำดับ หลังภาคเรียนที่สองของปีการศึกษา 2566 สิ้นสุด</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-e8afa5"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2024/04/0404_บทความ-70_PHOTO1.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>&#8230;ย้อนไปช่วงการแพร่ระบาดของวิกฤตโควิด-19 วงจบ ม.3 จากโรงเรียนไทรน้อยในปีการศึกษา 2563 และไม่ได้เรียนต่อ ม.4 เนื่องจากครอบครัวขาดรายได้อย่างหนัก วงจึงสละสิทธิ์ให้น้องสาวได้เรียน ส่วนตัวเองไปช่วยแม่ทำงานหารายได้อีกแรงหนึ่ง</p>



<p>จนผ่านไปราว 8 เดือน เมื่อ กสศ. และ สพฐ. สำรวจตามแนวทางการสร้าง <strong>‘ระบบป้องกันและช่วยเหลือเด็กหลุดออกนอกระบบ’</strong> พบว่า วง เป็นหนึ่งในเยาวชน 4.3 หมื่นคน ที่ไม่มีรายชื่อเรียนต่อในระดับชั้นที่สูงขึ้น และเมื่อได้คุยกัน วงแจ้งความประสงค์ว่าอยากกลับเข้าเรียนชั้น ม.4 ที่โรงเรียนเดิม จึงมีการประสานพูดคุยกับทางโรงเรียน ซึ่ง <strong>ผอ.ปิติ</strong> ตัดสินใจรับวงทันทีในภาคเรียนที่สองของปีการศึกษา 2564 พร้อมมีโปรแกรมฟื้นฟูความรู้ และจัดตารางเวลาเรียนเป็นกรณีพิเศษ เพื่อให้วงตามบทเรียนทันเพื่อนในช่วงเวลาเหลื่อมกันไม่มาก <strong>‘น้องมะขาม’</strong> หลุดจากโรงเรียนเอกชนแห่งหนึ่งในระหว่างเรียนชั้น ม.1 จากนั้นไม่ได้ศึกษาต่อในระบบใดเลยตลอดหนึ่งปีการศึกษา จนรายชื่อของน้องเข้ามาสู่ <strong>‘ศูนย์ช่วยเหลือเด็กเยาวชนในภาวะวิกฤตทางการศึกษา กสศ.’</strong> กระบวนการดูแลช่วยเหลือจึงเริ่มต้น โดยเมื่อน้องมะขามแจ้งความต้องการว่าอยากเรียนต่อ ก็เป็นโรงเรียนไทรน้อยที่ชื่อของน้องอยู่ในเขตบริการเป็นผู้รับไว้ และนำกลับสู่การเรียนชั้น ม.1 ทันที แม้อยู่ในช่วงกลางภาคเรียน</p>



<p></p>



<h2 class="wp-block-heading"><strong>‘ยินดีรับทันที’</strong></h2>



<p><strong>ผอ.ปิติ </strong>กล่าวว่า กรณีของเด็กทั้งสองคนเป็นผลพวงที่เกิดจากวิกฤตโควิด ซึ่งเป็นช่วงที่มีเด็กเยาวชนหลุดจากการศึกษาเป็นจำนวนมาก เมื่อทราบเรื่อง โรงเรียนจึงยินดีรับทันที และจำเป็นต้องจัดโปรแกรมพิเศษเพื่อให้เด็กเก็บหน่วยกิตทันเพื่อน และผ่านการศึกษาที่มีคุณภาพตรงตามตัวชี้วัด</p>



<p>“สำคัญมากคือเราต้องมีทีมครูที่จัดตั้งขึ้นเพื่อดูแลใกล้ชิด คอยติดตามทั้งเรื่องเรียน เป็นที่ปรึกษาทุกข์สุข เพราะการเข้ามาเรียนกลางเทอมเป็นภาระที่หนัก เด็กต้องฟื้นฟูและตามเก็บความรู้ในช่วงเวลาที่หายไป ขณะที่เด็กบางคนเช่นน้องวงก็ยังต้องไปช่วยแม่ทำงานหลังเลิกเรียนและวันหยุดเหมือนเดิมเพื่อพยุงค่าใช้จ่ายในครอบครัว”</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-ae9860"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/12/05-ปิติ-ยางกลาง-ไทรน้อย-โมเดล.jpg" alt=""/></div><figcaption class="qubely-image-caption">ปิติ ยางกลาง ผู้อำนวยการโรงเรียนไทรน้อย</figcaption></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>“ในฐานะผู้บริหารโรงเรียน เมื่อเห็นความตั้งใจของเด็ก เห็นความพยายามที่จะต่อสู้ทั้งในและนอกโรงเรียนของเขา ก็อยากให้กำลังใจและส่งเสริมให้มากที่สุดเท่าที่ทำได้&nbsp; จนวันนี้วงเรียนจบ ม.6 แล้ว เราถามว่าจะทำอะไรต่อ เขาบอกว่าจะไปทำงานพาร์ตไทม์ช่วยแม่หาเงินส่งน้องเรียน และจะเก็บเงินเพื่อเรียนต่อไปด้วย เราก็ดีใจว่าอย่างน้อยเขาก็มีวุฒิการศึกษาที่สูงกว่าชั้น ม.3 ส่วนมะขามที่จบ ม.3 ปีนี้ เราเพิ่งได้คุยกับพ่อของเขา รู้สึกดีใจเมื่อเขาบอกว่าถ้าวันนั้นไม่มีความร่วมมือต่าง ๆ เกิดขึ้น น้องอาจจะหลุดจากการศึกษาไปแล้วไม่ได้กลับมาอีก”</p>



<p></p>



<h2 class="wp-block-heading"><strong>‘งดเว้นค่าธรรมเนียมการศึกษา ติดตามสถานการณ์ ดูแลใกล้ชิดเพื่อส่งให้ถึงฝั่ง’</strong></h2>



<p>อีกประเด็นสำคัญ ก่อนจะจบการศึกษาในกรณีของวง คือยังติดค้างชำระค่าธรรมเนียมและค่าบำรุงการศึกษาจำนวนหนึ่ง <strong>ผอ.ปิติ</strong> ยืนยันว่า สำหรับวงที่เข้าเรียนเป็นกรณีพิเศษในฐานะเยาวชนจาก <strong>‘ศูนย์ช่วยเหลือเด็กเยาวชนในภาวะวิกฤตทางการศึกษา กสศ.’</strong> ที่ผ่านมาจึงมีการระดมทรัพยากรช่วยเหลือ และงดเว้นค่าธรรมเนียมต่าง ๆ เพื่อให้เด็กและผู้ปกครองไม่ต้องกังวลว่ากลับมาเรียนแล้วจะไปได้สุดทางแค่ไหน จะจบการศึกษาได้วุฒิพร้อมเพื่อนคนอื่น ๆ หรือไม่</p>



<p>“เรื่องนี้โรงเรียนเราดูแลทั้งหมด ซึ่งตามอำนาจที่มีอยู่ โรงเรียนสามารถจัดสรรได้สำหรับเด็กที่อยู่ในสถานการณ์จำเป็นจริง ๆ โดยเมื่อเด็กเข้ามาอยู่ในความดูแล โรงเรียนจะมีระบบดูแลช่วยเหลือ เยี่ยมบ้าน ติดตามสถานการณ์ชีวิต เมื่อพบปัญหาจะมีการพูดคุย ทำความเข้าใจ พยายามหาความร่วมมือมาช่วย รวมถึงยกเว้นค่าใช้จ่ายทางการศึกษาบางอย่าง เพื่อให้เด็กเรียนได้ตลอดรอดฝั่งจนจบการศึกษา”</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-38e5ca"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2024/04/0404_บทความ-70_PHOTO3.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p><strong>ผอ.ปิติ </strong>กล่าวว่า เด็กสองคนที่จบการศึกษาในวันนี้ คือความภาคภูมิใจของโรงเรียน ทั้งยังเป็นความยินดีที่เราได้ร่วมมือกับทุกฝ่ายในการดูแลและผลักดันมาด้วยกัน เพราะทำให้เห็นว่าในสถานการณ์วิกฤต จำเป็นอย่างยิ่งที่ทุกฝ่ายต้องช่วยกันหาทางออก เพื่อช่วยเด็กหลาย ๆ คนให้เขายังอยู่บนเส้นทางการศึกษาตามที่ควรจะเป็น</p>



<p>“ผมเชื่อว่าโรงเรียนคือที่พึ่งของเด็กและผู้ปกครอง เรามีหน้าที่อำนวยความสะดวกเรื่องการจัดการศึกษา การพัฒนาทักษะกระบวนการต่าง ๆ เพื่อส่งเสริมเด็กตามศักยภาพของเขา เด็กทุกคนต้องมีโอกาสได้เรียน ได้พัฒนาตนเอง ซึ่งแต่ละคนก็มีเส้นทางต่างกัน มีความต้องการต่างกัน ดังนั้นเราต้องหาให้เจอแล้วผลักดันตรงนั้น ส่วนคนที่ขาดแคลน หรือมีความต้องการพิเศษบางอย่าง ก็ต้องช่วยกันหาทางหนุนเสริม</p>



<p>“เพราะสุดท้ายแล้ว เด็กคนหนึ่งไม่ว่ายากดีมีจนขาดพร่องแค่ไหน เขาต้องมีโอกาสได้เรียน นี่คือสิ่งที่กำหนดไว้ในรัฐธรรมนูญ นอกเหนือจากนั้นถ้ามีอะไรที่ช่วยเหลือได้ เราจะรับฟัง หาทางช่วย และลงมือทำทันที”</p>



<p></p>



<h2 class="wp-block-heading"><strong>‘ค่าใช้จ่ายด้านการศึกษา อุปสรรคสำคัญที่ทำให้เด็กส่วนหนึ่งหลุดจากระบบ’</strong></h2>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-e76c8c"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2024/04/0404_บทความ-70_PHOTO4.jpg" alt=""/></div><figcaption class="qubely-image-caption">วิทิต เติมผลบุญ ผู้อำนวยการศูนย์การเรียน CYF</figcaption></figure></div></div></div>



<p></p>



<p><strong>วิ</strong><strong>ทิต เติมผลบุญ ผู้อำนวยการศูนย์การเรียน CYF</strong> <strong>จังหวัดนครพนม </strong>กล่าวว่า ในเชิงนโยบายแล้ว การเก็บค่าบำรุงการศึกษาของทุกโรงเรียนในสังกัดกระทรวงศึกษาธิการ จำเป็นต้องมีความชัดเจน เนื่องจากเชื่อว่ามีเด็กจำนวนมากที่แม้ฝ่าฟันเรียนจนถึงปลายทางได้ แต่ด้วยติดค้างชำระค่าธรรมเนียมต่าง ๆ ทำให้ไม่มีสิทธิ์รับวุฒิการศึกษา รวมถึง ‘ค่าใช้จ่ายด้านการศึกษา’ ส่วนนี้ ยังเป็นอุปสรรคสำคัญ ที่ทำให้เด็กเยาวชนบางส่วน ต้องจำใจโบกมือลาจากเส้นทางการศึกษาไป&nbsp;</p>



<p>โดยในเรื่องค่าธรรมเนียมการศึกษาหรือค่าบำรุงโรงเรียน ตามกฎแล้วระบุว่าโรงเรียนสามารถเรียกเก็บได้ แต่ด้วยนโยบายที่ยังไม่ชัดเจนก็ทำให้ยังเป็นปัญหาอยู่ สำหรับเคสของเด็กที่เข้ามาในภาวะวิกฤต ด้วยอำนาจของผู้บริหารสถานศึกษา สามารถดูแลให้เด็กเรียนจบได้ อย่างไรก็ตามในเด็กส่วนใหญ่ ผู้ปกครองมีทางออกเดียวคือกู้เงินด่วนหรือนำทรัพย์สินไปจำนำ จนยิ่งกลายเป็นหนี้สินติดตัว&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p>



<p>“สถิติบอกเราว่าช่วงเปิดกับปิดภาคเรียน จะเป็นช่วงที่มีอัตราคนใช้บริการโรงรับจำนำพุ่งสูงมาก ประเด็นสำคัญที่อยากให้มอง คือในเมื่อค่าบำรุงการศึกษายังไม่มีความชัดเจน ความหมายของการ ‘เรียนฟรี 12 ปี’ จนจบการศึกษาภาคบังคับ จึงไม่อาจพูดได้ว่า ‘เป็นความจริง’ อย่างทุกวันนี้ เราพบว่าเด็กในต่างจังหวัดจำนวนหนึ่งหลุดออกจากระบบช่วง ม.ต้น สาเหตุหนึ่งมาจากค่าเดินทางที่เพิ่มขึ้น เพราะพอถึงชั้นมัธยม ส่วนใหญ่ต้องย้ายไปเรียนในโรงเรียนที่ไกลขึ้น เฉลี่ยค่ารถอยู่ที่ 400-500 บาทต่อเดือน หลายบ้านที่เด็กอยู่กับผู้สูงอายุซึ่งมีรายได้แค่เบี้ยคนชราก็ไม่มีกำลังจ่าย&nbsp;&nbsp;</p>



<p>“สาเหตุที่สองคืองบอาหารกลางวันที่รัฐอุดหนุนแค่ชั้นประถม พอขึ้นมัธยมเด็กต้องจ่ายเอง ขั้นต่ำอย่างน้อยตกวันละ 50 บาท พอบวกรวมกับค่ารถ เดือน ๆ หนึ่งอย่างน้อยอยู่ที่ 2,000 บาท ดังนั้นเด็กกลุ่มนี้หมู่บ้านหนึ่งจบพร้อมกัน 20 คน จะมีถึง 5 คนไม่ได้เรียนต่อมัธยมทันที แล้วสองสาเหตุนี้มันต่อเนื่องมาถึงเหตุผลว่า หากเด็กกัดฟันเรียนแล้วไปเจอค่าบำรุงโรงเรียนเพิ่มมาอีก สุดท้ายโอกาสจะเรียนจนจบ หรือจบมาแล้วจะมีวุฒิการศึกษาก็ยิ่งน้อยลง”&nbsp;</p><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/article-040424/">โรงเรียนไทรน้อย ‘ยินดีรับเข้าเรียนทันที-งดเว้นค่าใช้จ่ายการศึกษา หนทางส่งเด็กให้ถึงฝั่ง’</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>กู้วิกฤต &#8216;ยากจนเฉียบพลัน&#8217; กับภารกิจ &#8216;ศูนย์ช่วยเหลือเด็กและเยาวชนในภาวะวิกฤตการศึกษา&#8217;</title>
		<link>https://www.eef.or.th/support-poor-students-160722/?utm_source=rss&#038;utm_medium=rss&#038;utm_campaign=support-poor-students-160722</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Sat, 16 Jul 2022 12:20:49 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[ทุนเสมอภาค]]></category>
		<category><![CDATA[Movement]]></category>
		<category><![CDATA[สพฐ.]]></category>
		<category><![CDATA[ดร.ไกรยส ภัทราวาท]]></category>
		<category><![CDATA[กสศ.]]></category>
		<category><![CDATA[ฟื้นฟูการเรียนรู้หลังโควิด-19]]></category>
		<category><![CDATA[ช่วยเหลือเด็กหลุดการศึกษา]]></category>
		<category><![CDATA[ศูนย์ช่วยเหลือเด็กและเยาวชนในภาวะวิกฤตการศึกษา]]></category>
		<category><![CDATA[ไทรน้อยโมเดล]]></category>
		<category><![CDATA[ปิติ ยางกลาง]]></category>
		<category><![CDATA[โรงเรียนไทรน้อย]]></category>
		<category><![CDATA[ความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา]]></category>
		<category><![CDATA[ว่าที่ร้อยตรี ธนุ วงษ์จินดา]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?p=58307</guid>

					<description><![CDATA[<p>กลางเดือนมิถุนายน เสียงโทรศัพท์ในห้องทำงานของ ครูปิติ ย [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/support-poor-students-160722/">กู้วิกฤต ‘ยากจนเฉียบพลัน’ กับภารกิจ ‘ศูนย์ช่วยเหลือเด็กและเยาวชนในภาวะวิกฤตการศึกษา’</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>กลางเดือนมิถุนายน เสียงโทรศัพท์ในห้องทำงานของ <strong>ครูปิติ ยางกลาง ผู้อำนวยการโรงเรียนไทรน้อย</strong>ดังขึ้น เสียงปลายสายมาจากหนึ่งในคณะทำงานของ ‘ ศูนย์ช่วยเหลือเด็กและเยาวชนในภาวะวิกฤตการศึกษา’ กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา หรือ กสศ. ที่โทรมาบอกเล่าเรื่องราวของ ‘นนท์’ ซึ่งกำลังยืนอยู่กลางทางแยกสำคัญของชีวิต</p>



<p>นนท์ (นามสมมติ) คือเด็กเรียนดี มีครอบครัวอันอบอุ่นและฐานะดีพอสมควร มีพี่สาวที่กำลังจะเรียนจบชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 ส่วนตัวนนท์เองก่อนหน้านี้กำลังเรียนหลักสูตรสองภาษาในโรงเรียนเอกชนชื่อดังแห่งหนึ่งในจังหวัดนนทบุรี และมีผลการเรียนในระดับดีมากโดยเฉพาะภาษาอังกฤษ</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-a11fe9"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2022/07/ปิติ-ยางกลาง-น้องนนท์ไทรน้อยโมเดล.jpg" alt=""/></div><figcaption class="qubely-image-caption">ครูปิติ ยางกลาง ผู้อำนวยการโรงเรียนไทรน้อย</figcaption></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>แต่หลังวิฤตโควิด-19 โลกทั้งใบเหมือนกลับตาลปัตร สถานการณ์ส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อครอบครัวจากที่เคยมีรายได้หลายหมื่นบาทต่อเดือน กลับกลายเป็นไม่มีงานจนรายรับไม่พอรายจ่าย กระทั่งเข้าสู่ภาวะ ‘ยากจนเฉียบพลัน’&nbsp; ที่ไม่มีกระทั่งเงินสำหรับจ่ายค่าเทอม แม้ว่าทางโรงเรียนจะช่วยเหลือด้วยการลดค่าเทอมให้ก็ยังไม่สามารถหาเงินไปจ่ายได้ ส่งผลให้นนท์ต้องหยุดเรียนตั้งแต่ ม. 1 เทอม 2 ยาวต่อเนื่องมาถึงหนึ่งปีการศึกษา</p>



<p>ทางครอบครัวพยายามหาทางออกในหลายทาง ต่อมาได้รับคำแนะนำจากนักการเมืองในท้องถิ่นให้ติดต่อมาที่ ศูนย์ช่วยเหลือเด็กและเยาวชนในวิกฤติการศึกษา ของ กสศ. จึงนำไปสู่กระบวนการกู้วิกฤติให้กับครอบครัวของนนท์โดยเร็วที่สุด</p>



<p></p>



<h2 class="wp-block-heading"><strong>‘ไทรน้อยโมเดล’ คือทุกฝ่ายพร้อมช่วยกัน</strong></h2>



<p>“ให้เด็กเข้ามาก่อนเลย”&nbsp;&nbsp;</p>



<p>ครูปิติ ตอบกลับปลายสาย&nbsp;</p>



<p>“ให้นักเรียนเข้ามาอยู่ในระบบก่อนเลย เดี๋ยวเรื่องอื่นค่อยมาคุยกันว่า จะแก้ปัญหากันอย่างไร เราจะข้ามปัญหานั้นกันมาได้อย่างไร” </p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-113312"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2022/07/01-น้องนนท์ไทรน้อยโมเดล.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>ด้วยความรวดเร็วและการตัดสินใจอย่างเฉียบขาด จึงทำให้ นนท์ มีที่เรียนต่อทันทีที่ โรงเรียนไทรน้อย อำเภอไทรน้อย จังหวัดนนทบุรี โดยไม่ต้องรอปีการศึกษาใหม่ หลังจากนั้นทางโรงเรียนได้ตั้งระบบการดูแลช่วยเหลือที่เรียกว่า ‘ไทรน้อยโมเดล’ ขึ้น นอกจากเพื่อช่วยเหลือครอบครัวของนนท์แล้ว ยังเพื่อรองรับหากมีกรณีอื่นที่อาจต้องการความช่วยเหลือกลางคันอีก</p>



<p>‘ไทรน้อยโมเดล’ มีการไปเยี่ยมบ้านเพื่อพูดคุยกับเด็กและผู้ปกครองถึงปัญหาต่างๆ การดูแลช่วยเหลือจะเน้นที่การเยียวยาสภาพจิตใจและการปรับตัวเพื่อเข้าสู่โรงเรียนใหม่ การปรับตัวให้เข้ากับสภาพสังคมและสภาพแวดล้อมใหม่ๆ ให้เข้าที่เข้าทางก่อนที่จะกลับสู่ห้องเรียนจริงๆ&nbsp;</p>



<p>ครูปิติ บอกว่า แนวทางของ ‘ไทรน้อยโมเดล’ มีหลักการดำเนินงาน 7&nbsp; แนวทาง คือ&nbsp;</p>



<ol><li>ช่วยเหลือทันทีแม้ไม่มีเอกสารสำคัญ</li><li>ฟื้นฟูความรู้ที่สูญหาย </li><li>ครูที่ปรึกษาเก็บข้อมูล </li><li>แนะแนวเตรียมระบบดูแลสภาวะจิตใจ </li><li>เลือกแผนการเรียนที่สนใจ </li><li>เก็บหน่วยกิตในช่วงเวลาที่หายไปและเรียนรู้บทเรียนใหม่ </li><li>ติดตามผลการดำเนินงาน</li></ol>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-56287d"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2022/07/02-น้องนนท์ไทรน้อยโมเดล.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>“เมื่อน้องเข้ามา เราต้องช่วยสำรวจความพร้อมว่าเป็นอย่างไรและมีคำแนะแนวให้ เพราะเขาหยุดเรียนไปถึงหนึ่งปี ในโรงเรียน เราได้เรียกประชุมฝ่ายบริหาร ฝ่ายวิชาการจะต้องทำอย่างไรบ้างกับกรณีแบบนี้ ครูที่ปรึกษาจะต้องรู้ว่าจะดูแลเด็กคนนี้อย่างไร รวมไปถึงการวางงบประมาณไว้ในแผนงานด้วยเพราะเราไม่ต้องการให้เกิดการที่เด็กหลุดจากระบบซ้ำ&nbsp;</p>



<p>“เราไม่ได้ส่งให้เด็กเข้าห้องเรียนอย่างเดียว แต่เรามีความคิดที่ว่า เมื่อเด็กอยากเรียนแล้วเขาจะมีพลังบวกในตัวเองอย่างไร ถ้าเกิดเขาเดินก้าวไปๆ แล้วมันมีปัญหาอุปสรรค ถ้ากลายเป็นพลังลบหรือหมดแรง หมดกำลังใจจะทำให้เขาท้อ การคงแรงบวกไว้ในตัวเขาคือสิ่งสำคัญมากในการช่วยเหลือเด็กๆ”</p>



<p></p>



<h2 class="wp-block-heading"><strong>เพราะโรงเรียนคืออีกหนึ่งหัวใจของการแก้ปัญหา ‘เด็กหลุดระบบการศึกษา’</strong></h2>



<p>จากรายงานการสำรวจของ กสศ. และกระทรวงศึกษาธิการ ปีการศึกษา 2563 – 2564 พบข้อมูลที่ใกล้เคียงกัน คือความน่ากังวลว่า อาจมีเด็กต้องหลุดออกจากระบบการศึกษามากถึง 238,000 คน แต่จากนโยบายของรัฐบาลภายใต้ ‘พาน้องกลับมาเรียน’ ซึ่งเป็นภารกิจเร่งด่วนที่บูรณาการร่วมกับ 11 หน่วยงาน ส่งผลให้ปัจจุบันเหลือตัวเลขเพียง 17,000 คนเท่านั้นที่ยังตามกลับมาเรียนไม่ได้</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-cc1836"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2022/07/ธนุ-วงษ์จินดา-น้องนนท์ไทรน้อยโมเดล.jpg" alt=""/></div><figcaption class="qubely-image-caption">ว่าที่ร้อยตรี ธนุ วงษ์จินดา รองเลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.)</figcaption></figure></div></div></div>



<p></p>



<p><strong>ว่าที่ร้อยตรี ธนุ วงษ์จินดา รองเลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) </strong>ให้ทัศนะถึงการร่วมมือการทำงานในโครงการนี้ไว้ได้อย่างน่าสนใจว่า สิ่งที่สำคัญกว่าการตามนักเรียนกลับมาคือ ทำอย่างไรไม่ให้เด็กหลุดออกจากระบบอีก เพื่อให้เด็กเหล่านี้ได้เรียนต่อจนจบในระดับที่สูงขึ้นไป จนสามารถเลี้ยงดูตัวเองและครอบครัวได้ในอนาคต</p>



<p>“โดยส่วนใหญ่แล้ว ปัญหาของเด็กที่กำลังหลุดจากระบบการศึกษาจะมีความซับซ้อนมากกว่าหนึ่งเรื่อง จะต้องมองไปถึงผู้ปกครอง มองทั้งเรื่องของปัญหาเศรษฐกิจ ปัญหาสังคม ถ้าจะให้โครงการประสบความสำเร็จอย่างยั่งยืน ทุกหน่วยงานจะต้องร่วมมือกันอย่างเป็นระบบ โรงเรียนจะเป็นหัวใจหลักในการประสานงานกับหน่วยงานต่างๆ ในพื้นที่</p>



<p>“จากหลักแสนเหลือเพียงหมื่นกว่าคนในตอนนี้ แสดงให้เห็นถึงพลังของความร่วมมือ คนที่ยังไม่กลับมาเราได้ส่งรายชื่อกลับไปที่โรงเรียน ค้นหากันต่อไป ส่วนที่กลับมาแล้ว ก็ต้องมีวิธีการจัดการว่าทำอย่างไรจะไม่ให้เขาหลุดออกไปอีก การค้นหานับว่ายากแล้ว แต่โจทย์ใหญ่ทำอย่างไรจะไม่ให้เขาหลุดอีก”</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-dd3ac9"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2022/07/ไกรยส-ภัทราวาท-น้องนนท์ไทรน้อยโมเดล.jpg" alt=""/></div><figcaption class="qubely-image-caption">ดร.ไกรยส ภัทราวาท ผู้จัดการ กสศ.</figcaption></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>ขณะที่ <strong>ดร.ไกรยส ภัทราวาท ผู้จัดการ กสศ.</strong> กล่าวถึงความร่วมมือที่เข้าไปหนุนเสริมโครงการนี้ว่า ยังมีโจทย์ใหญ่ที่ต้องขับเคลื่อนต่อหลังจากเด็กได้กลับมาสู่ระบบการศึกษาแล้ว เพราะแค่ได้กลับมาเรียนคงไม่พอ แต่กลับมาเขาควรได้ทานอาหารครบมื้อ ควรได้ทานนมอาหารเสริม ควรได้รับการดูแลจากสวัสดิการต่างๆ ที่มีในโรงเรียน ซึ่งครอบครัวจะได้ประโยชน์จากตรงนี้ด้วย&nbsp;</p>



<p>“เพราะโรงเรียนเป็นมากกว่าแค่สถานที่เรียนหนังสือที่พวกเราต้องช่วยกันสร้างให้เด็กๆ การที่พาเด็กกลับมาได้หลักแสนคน จึงเป็นคุณูปการทั้งต่อตัวนักเรียนและครอบครัวด้วย นอกจากนี้ ยังรวมไปถึงการลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาได้ในระยะยาว</p>



<p>“เรื่องของการลงทุนเรื่องตัวเด็กต้องไม่ใช่การสงเคราะห์ แต่เป็นการลงทุนเพื่อให้เขาได้อยู่ในระบบการศึกษาได้สุดความสามารถ ได้สุดศักยภาพของเขา เป็นเรื่องสำคัญของประเทศที่เราต้องช่วยเด็กกลุ่มนี้ให้เขาไปต่อได้”&nbsp;</p>



<p>เรื่องราวของ ‘นนท์’ นอกจากเป็นหนึ่งเรื่องราวของเด็กคนหนึ่งจากกว่าสองแสนคนที่ ‘ ศูนย์ช่วยเหลือเด็กและเยาวชนในภาวะวิกฤตการศึกษา’ ทำสำเร็จแล้ว ในอีกมุมหนึ่งยังทำให้เห็นภาพของ ‘ไทรน้อยโมเดล’ ที่ โรงเรียนคือหัวใจของการขยับขับเคลื่อนเพื่อเข้าไปร่วมแก้ไขปัญหาได้อย่างตรงจุด มีประสิทธิภาพ และเป็นต้นแบบให้กับพื้นที่อื่นๆ ได้อีกมาก เป็นรูปแบบสำคัญของการช่วยเหลือเด็กๆ ได้อย่างยั่งยืน&nbsp;</p>



<p>เพราะเมื่อกลับมาแล้ว พวกเขาจะต้องไม่หลุดออกไปอีก</p><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/support-poor-students-160722/">กู้วิกฤต ‘ยากจนเฉียบพลัน’ กับภารกิจ ‘ศูนย์ช่วยเหลือเด็กและเยาวชนในภาวะวิกฤตการศึกษา’</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>เปิดเทอมใหม่ ยังมีเด็กไปไม่ถึง&#8230;โรงเรียน กสศ. ศธ. ปตท. ผนึกกำลังครูทั่วประเทศ ติดตามเด็กยากจนพิเศษชั้นรอยต่อที่เสี่ยงหลุดจากระบบ  ปิดช่องว่างพาน้องกลับมาเรียน</title>
		<link>https://www.eef.or.th/news-210622/?utm_source=rss&#038;utm_medium=rss&#038;utm_campaign=news-210622</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 21 Jun 2022 10:27:41 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[All About EEF]]></category>
		<category><![CDATA[Movement]]></category>
		<category><![CDATA[สช.]]></category>
		<category><![CDATA[ร้อยตรี ธนุ วงษ์จินดา]]></category>
		<category><![CDATA[เปิดเทอมใหม่ ยังมีเด็กไปไม่ถึง...โรงเรียน]]></category>
		<category><![CDATA[ปิติ ยางกลาง]]></category>
		<category><![CDATA[โรงเรียนไทรน้อย]]></category>
		<category><![CDATA[ศ.ดร.สมพงษ์ จิตระดับ]]></category>
		<category><![CDATA[ตชด.]]></category>
		<category><![CDATA[อปท.]]></category>
		<category><![CDATA[ศธ.]]></category>
		<category><![CDATA[ดร.ไกรยส ภัทราวาท]]></category>
		<category><![CDATA[กสศ.]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?p=57146</guid>

					<description><![CDATA[<p>เด็กทุกคนต้องได้เรียนต่อ กสศ. ศธ. ตชด. อปท. สช. สร้างกล [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/news-210622/">เปิดเทอมใหม่ ยังมีเด็กไปไม่ถึง…โรงเรียน กสศ. ศธ. ปตท. ผนึกกำลังครูทั่วประเทศ ติดตามเด็กยากจนพิเศษชั้นรอยต่อที่เสี่ยงหลุดจากระบบ  ปิดช่องว่างพาน้องกลับมาเรียน</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>เด็กทุกคนต้องได้เรียนต่อ กสศ. ศธ. ตชด. อปท. สช. สร้างกลไกช่วยเหลือและติดตามนักเรียน ในช่วงชั้นรอยต่อ ป.6 และ ม.3 ที่เสี่ยงหลุดจากระบบการศึกษาให้กลับมาเรียน ภายใต้โครงการพาน้องกลับมาเรียน</p>



<p><strong>ว่าที่ร้อยตรี ธนุ วงษ์จินดา รองเลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน</strong> เปิดเผยในเวทีเสวนา “เปิดเทอมใหม่ ยังมีเด็กไปไม่ถึง&#8230;โรงเรียน” ซึ่งจัดขึ้นโดยกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษาและกระทรวงศึกษาธิการ ว่าในปีการศึกษา 2563-2564 พบมีเด็กที่หลุดออกจากระบบการศึกษามากถึง 238,000 คน จึงได้ร่วมกับทุกภาคส่วนเดินหน้าติดตามพาน้องกลับมาเรียน ส่งผลให้ปัจจุบันเหลือเพียง 17,000 คนเท่านั้นที่ยังตามกลับเข้ามาไม่ได้ กระทรวงศึกษาธิการได้ตั้งศูนย์ประสานงานตามน้องกลับมาเรียน ติดตามเด็กกลุ่มนี้ให้กลับสู่ระบบการศึกษาอีกครั้ง </p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-8bb9b5"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2022/06/Photo2_New-เปิดเทอมใหม่-ยังมีเด็กไปไม่ถึง...โรงเรียน.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>“การตามนักเรียนให้กลับมาถือว่ายากแล้ว แต่ที่สำคัญกว่าคือทำอย่างไรไม่ให้ต้องหลุดออกไปอีกครั้ง เพราะปัญหาของเด็กที่มีความซับซ้อนมากกว่าแค่ 1 เรื่อง จึงมองแต่ตัวเด็กไม่ได้ แต่ต้องมองไปถึงผู้ปกครองด้วย ทั้งเรื่องของปัญหาเศรษฐกิจ ปัญหาสังคม ถ้าจะให้โครงการนี้ประสบความสำเร็จทุกหน่วยงาน ทั้ง กระทรวงมหาดไทย องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น กระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ฯลฯ จะต้องร่วมกันดูแลอย่างเป็นระบบไปจนถึงตัวผู้ปกครอง ซึ่งโรงเรียนเองก็จะเป็นหัวใจหลักในการประสานกับหน่วยงานต่างๆ ในพื้นที่”</p>



<p><strong>ในเวทีเสวนา ยังได้ยกกรณีตัวอย่างกลไกการช่วยเหลือ “น้องนนท์” (นามสมมติ) นักเรียนชั้น ม.1 อายุ 14 ปี ซึ่งเคยเรียนอยู่ในโรงเรียนเอกชนสองภาษา มีผลการเรียนระดับดีมาก จากวิกฤติโควิด-19 ส่งผลให้ครอบครัวเกิดปัญหาความยากจนเฉียบพลัน ไม่มีเงินจ่ายค่าเทอม จึง ทำให้ “น้องนนท์”&nbsp; ไม่มีสิทธิสอบ ไม่มีสิทธิเข้าเรียน จนในที่สุดต้องหลุดจากระบบไป 1 ปีการศึกษา&nbsp; เปิดเทอมปีการศึกษา 2565 มาหนึ่งเดือนแล้วยังไม่ได้กลับไปเรียน</strong></p>



<p><strong>นายปิติ ยางกลาง ผู้อำนวยการโรงเรียนไทรน้อย จังหวัดนนทบุรี</strong> เปิดเผยถึงแนวทางการแก้ปัญหาและนำ “น้องนนท์” กลับเข้าสู่ระบบการศึกษา ด้วยการใช้ “ไทรน้อยโมเดล” โดยทำงานร่วมกันกับศูนย์ช่วยเหลือเด็กและเยาวชนในภาวะวิกฤติทางการศึกษา กสศ. &nbsp; ด้วยแนวทางรับเด็กเข้าเรียนทันที&nbsp; แม้จะเปิดเทอมมาแล้วกว่า 1 เดือน&nbsp; เพราะเวลาที่ผ่านไปในแต่ละวันที่ยิ่งทำให้เด็กเสียโอกาส ปัญหาที่โรงเรียนเก่าค่อยมาหาทางแก้ไขกันทีหลัง ขอให้เด็กได้กลับมาเรียนก่อน ส่วนค่าใช้จ่ายรายหัว ค่าหนังสือ และอื่นๆ ทางโรงเรียนไม่ได้คำนึงถึงตรงนี้ เพราะสามารถนำไปเฉลี่ยกับเด็กทั้งหมดได้</p>



<p>“ไทรน้อยโมเดล เป็นระบบการดูแลช่วยเหลือเด็กนักเรียนที่มีปัญหา โดยไม่ใช่แค่การพาเด็กกลับเข้าระบบมาแล้วส่งเข้าห้องเรียนแค่นั้น แต่จะมีการสำรวจความพร้อม และความต้องการของเด็กหลังจากหยุดเรียนไป 1 ปี และจัดทำโปรแกรมการฟื้นฟูทุกด้าน โดยความร่วมมือของทุกฝ่ายในโรงเรียน  และมีการประสานนักจิตวิทยาเข้ามาดูแลเพราะการหยุดเรียนไปนานส่งผลกระทบต่อสภาพจิตใจพอสมควร ซึ่งโรงเรียนของเรามีความเชื่อว่าเมื่อเด็กอยากเรียนแล้วเขาก็จะมีพลังบวกในตัวเอง โดยตอนนี้ น้องนนท์ได้กลับมาเข้าเรียนต่อในระดับ ม.2 แล้ว”</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-a23cb3"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2022/06/Photo1_New-เปิดเทอมใหม่-ยังมีเด็กไปไม่ถึง...โรงเรียน.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p><strong>ดร.ไกรยส ภัทราวาท ผู้จัดการกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา(กสศ.)</strong> เปิดเผยว่า การพาน้องกลับมาโรงเรียนได้ จะได้รับการดูแลและสวัสดิการต่างๆ ที่รออยู่ที่โรงเรียน เช่น ทุนปัจจัยพื้นฐานนักเรียนยากจน ทุนเสมอภาค นมโรงเรียน อาหารกลางวัน&nbsp; ซึ่งครอบครัวก็ได้รับประโยชน์ตรงนี้ด้วย โรงเรียนจึงเป็นพื้นที่ที่มีความหมายมากกว่าการไปเรียนหนังสือ ดังนั้นการพาเด็กกลับมาได้นับแสนคนจึงถือว่าเป็นคุณูปการต่อตัวเด็ก ครอบครัว และสังคม ซึ่งช่วยลดความเหลื่อมล้ำทางสังคมได้ในระยะยาว&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p>



<p>กสศ. ร่วมกับโรงเรียน 17,432 แห่ง 4 สังกัด (สพฐ. ตชด. อปท. สช.) ซึ่งเป็นโรงเรียนเดิมที่นักเรียนยากจนพิเศษ ช่วงชั้นรอยต่อ เคยศึกษาในภาคเรียนที่ 2 /2564 เพื่อติดตามสถานะการศึกษาต่อของนักเรียน และให้กลับมารับทุนการศึกษาลมหายเพื่อน้องที่โรงเรียน เนื่องจากคุณครูมีประสบการณ์ลงพื้นที่เยี่ยมบ้าน ติดตามนักเรียนกลุ่มดังกล่าวอย่างใกล้ชิด</p>



<p><strong>ศาสตราจารย์ ดร.สมพงษ์ จิตระดับ</strong> <strong>กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ กสศ.</strong> กล่าวว่า หลังเปิดเทอมยังมีเด็กจำนวนมากที่ไปไม่ถึงโรงเรียน หนึ่งในปัญหาที่สำคัญคือปัญหาความยากจนเฉียบพลัน โดยข้อมูลจากการสำรวจพบว่าเด็กนักเรียนใน กทม.ผู้ปกครองจะมีค่าใช้จ่ายช่วงเปิดเทอมประมาณ 37,000 บาทต่อคน  ต่างจังหวัดจะอยู่ที่ 17,800 บาทต่อคน ดังนั้นถ้าเราไม่ช่วยเหลือด้านเศรษฐกิจให้กับผู้ปกครอง โอกาสที่เด็กกลุ่มนี้จะได้ไปต่อก็ยากขึ้น และยังพบว่าเด็กที่มีความเสี่ยงหลุดสูงนั้นจะมีปัญหามากกว่า 1 เรื่องทั้งเศรษฐกิจ ครอบครัว การหย่าร้าง และสุขภาพ โดยตัวอย่างการทำงานในหลายพื้นที่ของโครงการพาน้องกลับมาเรียนในวันนี้ทำให้เห็นว่าสามารถลดความเหลื่อมล้ำได้จริง แต่หลังจากนี้จะต้องมีนโยบายเข้ามาช่วยป้องกันไม่ให้เด็กหลุดซ้ำ เพราะตอนนี้เราดึงกลับมาได้แล้วกว่า 2 แสนคน ต้องหาทางประคับประคองไม่ให้กลุ่มนี้หลุดซ้ำ สิ่งที่ช่วยได้ก็คือเรื่องของทุน การมีงานทำ และการมีครูที่ทำหน้าที่ช่วยเหลือเด็กในภาวะวิกฤติ</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-293331"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2022/06/Photo3_New-เปิดเทอมใหม่-ยังมีเด็กไปไม่ถึง...โรงเรียน.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>“ทุกปัญหาในครอบครัวทั้งปัญหาเศรษฐกิจ การมีงานทำ ปัญหาสังคม ผลกระทบทุกอย่างจะตกไปอยู่ที่ตัวเด็กทั้งหมด ดังนั้นการแก้ปัญหา จึงต้องเข้าไปแก้ปัญหาถึงพ่อแม่ผู้ปกครอง จึงมีความซับซ้อนและเกี่ยวข้องกับทุกภาคส่วนที่ต้องมีการกำหนดเป็นแผนยุทธศาสตร์ร่วมกันในการดูแล และในภาวะแบบนี้ควรจะต้องพลิกมุมมองจากการดูแลเด็กจากเด็กเก่งและดี เป็นดูให้เด็กรอด และต้องบูรณาการการทำงานของ 4 กระทรวงในทุกๆ พื้นที่ โดย กสศ.จะทำหน้าที่ป้องกันให้พ้นวิกฤติ แล้วส่งต่อให้จังหวัดดูแลต่อในระยะยาว”</p>



<p>“โครงการพาน้องกลับมาเรียน” เป็นการทำงานร่วมกันของหน่วยงานภาครัฐ 14 องค์กร และเอกชน เพื่อสร้างกลไกการค้นหาและติดตามเด็กที่ประสบปัญหาความยากจน พิการซ้ำซ้อน ไม่มีค่าเดินทาง ต้องเสียสละให้น้องเรียน ไม่ได้จ่ายค่าเทอม ไม่มีวุฒิไปเรียนต่อ จนทำให้หลุดออกจากระบบการศึกษา ด้วยการร่วมกันพาน้องกลับโรงเรียน&nbsp; โดยมีบริษัท ปตท. จำกัด(มหาชน) ร่วมสมทบเงินบริจาค 150 ล้านบาท จากโครงการลมหายใจเพื่อน้อง เพื่อช่วยนักเรียนช่วงชั้นรอยรอยต่อที่หลุดนอกระบบ</p><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/news-210622/">เปิดเทอมใหม่ ยังมีเด็กไปไม่ถึง…โรงเรียน กสศ. ศธ. ปตท. ผนึกกำลังครูทั่วประเทศ ติดตามเด็กยากจนพิเศษชั้นรอยต่อที่เสี่ยงหลุดจากระบบ  ปิดช่องว่างพาน้องกลับมาเรียน</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>เสนอแนวทางทำ “ห้องเรียนฉุกเฉิน”  Emergency Classroom สร้างระบบดูแลช่วยเหลือฟื้นฟู  ปรับหลักสูตรยืดหยุ่น</title>
		<link>https://www.eef.or.th/news-emergency-classroom-flexible-course-adjustments-161221/?utm_source=rss&#038;utm_medium=rss&#038;utm_campaign=news-emergency-classroom-flexible-course-adjustments-161221</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 16 Dec 2021 07:43:29 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[จังหวัดเสมอภาคทางการศึกษา]]></category>
		<category><![CDATA[ข่าวสารความรู้]]></category>
		<category><![CDATA[ปรับหลักสูตรยืดหยุ่น]]></category>
		<category><![CDATA[โรงเรียนบ้านค่าย]]></category>
		<category><![CDATA[รังษินี นุ้ยพริ้ม]]></category>
		<category><![CDATA[ศูนย์การเรียนซี วาย เอฟ]]></category>
		<category><![CDATA[​รุ่งกานต์ สิริรัตน์เรืองสุข]]></category>
		<category><![CDATA[ปิติ ยางกลาง]]></category>
		<category><![CDATA[โรงเรียนไทรน้อย]]></category>
		<category><![CDATA[วิทิต เติมผลบุญ]]></category>
		<category><![CDATA[สมาคมสันนิบาตเทศบาลแห่งประเทศไทย]]></category>
		<category><![CDATA[โครงการคลองเตยดีจัง]]></category>
		<category><![CDATA[ศิริพร พรมวงศ์]]></category>
		<category><![CDATA[ศูนย์แม่โขงศึกษา สถาบันเอเชียศึกษา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย]]></category>
		<category><![CDATA[อนรรฆ พิทักษ์ธานิน]]></category>
		<category><![CDATA[ศ.ดร.สมพงษ์ จิตระดับ]]></category>
		<category><![CDATA[นราธิวาส]]></category>
		<category><![CDATA[นนทบุรี]]></category>
		<category><![CDATA[องค์การบริหารส่วนจังหวัดยะลา]]></category>
		<category><![CDATA[กสศ.]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?p=49498</guid>

					<description><![CDATA[<p>เครือข่ายการศึกษา ร่วมกับ กสศ. สำรวจสถานการณ์ปัญหาเด็กเ [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/news-emergency-classroom-flexible-course-adjustments-161221/">เสนอแนวทางทำ “ห้องเรียนฉุกเฉิน”  Emergency Classroom สร้างระบบดูแลช่วยเหลือฟื้นฟู  ปรับหลักสูตรยืดหยุ่น</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>เครือข่ายการศึกษา ร่วมกับ กสศ. สำรวจสถานการณ์ปัญหาเด็กเสี่ยงหลุดนอกระบบในพื้นที่ พบยากจนฉับพลัน – ย้ายถิ่นจากการตกงาน &#8211; เรียนออนไลน์ไม่มีประสิทธิผล&nbsp; ต้นเหตุเด็กไทยเสี่ยงหลุดระบบการศึกษาในช่วงโควิด-19 ศ. ดร.สมพงษ์ห่วง 3 เดือนอันตรายเด็กหลุดนอกระบบ อาจเข้าสู่วงจรสีเทา ชี้ต้องเร่งหยุดวิกฤตด้วยมาตรการเร่งด่วน&nbsp; เสนอแนวทางทำ “ห้องเรียนฉุกเฉิน” Emergency Classroom สร้างระบบดูแลช่วยเหลือฟื้นฟู ปรับหลักสูตรยืดหยุ่น จับมือหลายหน่วยงานทดลองทั้งระดับจังหวัด ท้องถิ่น และโรงเรียน</strong></p>



<p>เมื่อวันที่ 15 ธันวาคม 2564 กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) ร่วมกับเครือข่ายการศึกษา <strong>จัดเสวนา “หยุดวงจรเด็กหลุดออกนอกระบบจากวิกฤตโควิด-19 เจาะลึกกระบวนการช่วยเหลือฟื้นฟูจากพื้นที่ต้นแบบ” </strong>เพื่อสำรวจสถานการณ์เด็กจากผลกระทบโควิด-19 และระดมสมองจากพื้นที่และองค์กรต้นแบบ ที่สามารถแก้ปัญหาเด็กหลุดนอกระบบในระยะเร่งด่วน เพื่อเร่งหาแนวทางการรับมือป้องกันและแก้ปัญหาเด็กกลุ่มเปราะบางในระยะฟื้นฟูหลังการระบาดของโควิด-19<strong>&nbsp;</strong></p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-958a5c"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/12/15-เด็กหลุดนอกระบบ-วิกฤตที่ยังไม่จบ-02.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p><strong>ศ.ดร.สมพงษ์ จิตระดับ ​กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา</strong> กล่าวว่า สถานการณ์ปัจจุบันมีเด็กเสี่ยงที่จะหลุดจากระบบการศึกษาเพิ่มขึ้นอย่างมาก จากผลกระทบของโควิด-19 ช่วงสองปีเศษ ทำให้ครอบครัวคนไทยที่มีรายได้เป็นเงินเดือน ลูกจ้างรายวันทั้งหลาย เกิดสภาพ ‘ตายดิบ’ หรือ ‘ตายครึ่งตัว’ มีนักเรียนยากจนพิเศษเพิ่มขึ้นสูงเป็นสถิติใหม่ถึง 1,244,591 คน หรือคิดเป็น 19.98% ของนักเรียนทั้งหมด สร้างสถิติสูงสุดจากที่ผ่านมา เปรียบเทียบจากเทอม 1/2563 ที่มีนักเรียนยากจนพิเศษจำนวน 994,428 คน หรือเพิ่มขึ้นจำนวน 250,163 คน&nbsp;</p>



<p>กสศ.และเครือข่ายภาคีในพื้นที่ ได้รวบรวมสาเหตุการหลุดจากระบบการศึกษาในช่วงที่ผ่านมา พบว่ามาจาก 2 ประเด็นหลักคือ&nbsp;</p>



<ol><li><strong>&nbsp;หลุดจากความยากจนฉับพลัน </strong>จากสึนามิไวรัสโควิด-19 สองปีสถานการณ์ความเหลื่อมล้ำกลับมาหนักขึ้น ทั้งคนตกงาน ต้องย้ายถิ่นฐาน ไม่มีรายได้&nbsp;</li><li><strong>หลุดจากเรียนออนไลน์ ออนแฮนด์ </strong>ทำให้เกิดความถดถอยทางการศึกษาไปถึง 50% เด็ก ป.1-ป.3 อ่านไม่ออกเขียนไม่ได้ คิดเลขไม่ได้ การเรียนรู้จากระบบออนไลน์มีประสิทธิภาพแค่ 50% มีความเหลื่อมล้ำในประเด็นอุปกรณ์ไอที การสำรวจของ กสศ. พบว่าเด็กนักเรียนใน​ 29​ จังหวัด ประสบปัญหาไม่มีไฟฟ้าและอุปกรณ์ถึง 87% เมื่อเรียนไม่ทัน เด็กติดศูนย์ ติด ร. เปิดเทอมไม่มาเรียน หายตัวไปจากระบบการศึกษาแบบเงียบๆ แม้จะยังมีชื่ออยู่ในระบบก็ตาม&nbsp;</li></ol>



<p>ศ.ดร.สมพงษ์กล่าวว่า การช่วยเหลือเด็กคนหนึ่งให้รอด ไม่ใช่แค่เรื่องทุนการศึกษาอย่างเดียว ต้องมองให้ครบมิติเพื่อป้องกันไม่ให้หลุดจากระบบซ้ำอีก&nbsp;</p>



<ol><li><strong>สุขภาพกาย</strong> เช่น การเข้าถึงวัคซีน ภาวะโภชนาการ&nbsp;</li><li><strong>สุขภาพใจ </strong>เด็กกลุ่มนี้ มีแนวโน้มเครียด ซึมเศร้า มีแรงกดดัน ความกังวลในช่วงการกลับเข้ามาเรียนอีกครั้ง&nbsp;</li><li><strong>สังคม</strong> ภาวะโดดเดี่ยวไม่มีเพื่อน การทำงานที่เสี่ยงอันตราย หรือถูกเอาเปรียบค่าแรง&nbsp;</li><li><strong>ด้านการศึกษา</strong> ความรู้ที่ถดถอย เรียนไม่ทันเพื่อน&nbsp;</li></ol>



<p>“ที่น่าเป็นห่วงคือช่วงสามเดือนอันตราย ถ้าเด็กหลุดจากระบบการศึกษานานถึงสามเดือนจะเสี่ยงที่พวกเขาจะเข้าสู่วงจรสีเทา ทั้งติดเพื่อน ติดเกม ติดยาเสพติด หรือถ้าเราไม่ทำอะไรแล้วพวกเขาเข้าไปในสถานพินิจ พอออกมาสามเดือนก็มีโอกาสกลับเข้าไปซ้ำได้อีก ตรงนี้เป็นบทเรียนที่เราเริ่มเห็นแล้วว่า สังคมไม่อาจปล่อยให้การแก้ไขปัญหาเป็นไปแบบลำพัง ต่างคนต่างทำไม่ได้ แต่ต้องร่วมมือกันแก้ไขปัญหาเด็กยากจนด้อยโอกาส ช่วยกันซ่อมชีวิต ซ่อมจิตวิญญาณให้เขากลับมาใช้ชีวิตตามปกติ” ศ.ดร.สมพงษ์กล่าว&nbsp;</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-10ab29"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/12/15-เด็กหลุดนอกระบบ-วิกฤตที่ยังไม่จบ-03.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p><strong>ศิริพร พรมวงศ์ ผู้จัดการโครงการคลองเตยดีจัง</strong> กล่าวถึงสถานการณ์เด็กกลุ่มเสี่ยงในชุมชนเมืองว่า ความเหลื่อมล้ำในสังคมเมืองมีหลายด้าน กลายเป็นความยากจนครบวงจร ทั้งที่อยู่ การศึกษา รายได้ หาเช้ากินเช้า หาค่ำกินค่ำ หลายครอบครัวตกงานถาวร&nbsp;</p>



<p>การที่จะให้เด็กคนหนึ่งหลุดพ้นความยากจนนั้นยากมาก เด็กต้องออกมาช่วยพ่อแม่ทำงาน งานแรกคือแจกไพ่ ขายลอตเตอรี่ เรียงเบอร์ ยิ่งมีการระบาดของโควิด-19 ความเหลื่อมล้ำยิ่งมาก เด็กหลุดออกจากระบบมากขึ้น&nbsp;</p>



<p>จากการสำรวจสถานการณ์เด็กและเยาวชนใน 4 ชุมชนที่มีประชากรกว่า 5,000 คน ในจำนวนนี้มีกลุ่มที่อายุ 0-20 ปี ราว 1,400 คน พบว่ามีจำนวนกลุ่มเสี่ยงหลุดจากระบบการศึกษา 200 คนที่ยังมีชื่ออยู่ในโรงเรียน แต่ผลกระทบจากการเรียนออนไลน์ทำให้เด็กเบื่อหน่ายการเรียน เรียนไม่ทันเพื่อน ไม่เข้าใจ ทำให้ไม่มีจุดหมายในการเรียนต่อ มีแนวโน้มหลุดจากระบบ</p>



<p>ขณะที่ในจังหวัดยะลา หนึ่งในจังหวัดที่มีความยากจนสูงที่สุด <strong>นางสาว</strong><strong>​</strong><strong>รุ่งกานต์ สิริรัตน์เรืองสุข รองปลัดองค์การบริหารส่วนจังหวัดยะลา</strong> กล่าวว่า ในจังหวัดมีปัญหาเรื่องทุพโภชนาการเป็นอันดับสองของประเทศ เด็กแคระแกร็น เด็กปฐมวัยไม่ใช่หลุดจากระบบการศึกษา แต่เข้าไม่ถึงการศึกษา ส่วนเด็กในระบบการศึกษาอยู่ในครอบครัวยากจน มีพี่น้องหลายคน มีความยากลำบากในการมาเรียน ที่ผ่านมามีเด็กหลุดจากระบบก็ดึงกลับมาพัฒนาทักษะชีวิต สร้างแรงบันดาลใจ แต่ก็ยังหลุดไปอีก ส่วนหนึ่งเพราะระบบการศึกษาไม่ได้ตอบโจทย์ชีวิต โมเดลการศึกษาจริงๆ ต้องตอบโจทย์สิ่งที่เด็กต้องการ คือเรื่องรายได้ ปากท้อง ทำให้พยายามสอดแทรกทักษะอาชีพเข้าไปในหลักสูตร&nbsp;</p>



<p>จากข้อมูลในพื้นที่มีเด็กหลุดจากระบบการศึกษาจำนวนมาก โดยใน 3 อำเภอนำร่องมีเด็กนอกระบบและต้องการความช่วยเหลือกว่า 2,800 คน​ และยังมีเด็กในระบบการศึกษาอีกประมาณ 1,000 คนต้องการความช่วยเหลือ แต่ด้วยงบประมาณที่จำกัดทำให้ช่วยได้เพียงแค่ 377 คน&nbsp;</p>



<p>สะท้อนให้เห็นว่าเป็นปัญหาที่หนัก และเป็นเรื่องที่​กระทรวงศึกษาธิการ เจ้าภาพหลัก ไม่สามารถทำงานได้เพียงหน่วยงานเดียว แต่ต้องทำงานร่วมกันกับกระทรวงสาธารณสุข กระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ กระทรวงมหาดไทย ต้องมาร่วมมือกันแก้ปัญหา องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเป็นหนึ่งในกระทรวงมหาดไทย ต้องทำงานแบบบูรณาการร่วมกับทุกองคาพยพ ซึ่งยะลามีต้นทุนที่ดีในเรื่องความร่วมมือกับภาคส่วนต่างๆ ที่ช่วยหนุนเสริมการทำงาน&nbsp;</p>



<p>“แค่เด็กออกจากโรงเรียนหนึ่งเดือนก็อันตรายแล้ว เราจะทำอย่างไรให้เด็กไม่หลุดไปจากระบบ เปรียบเทียบกับโรงพยาบาลที่มีห้อง ER Emergency Room หรือห้องฉุกเฉิน โรงเรียนก็น่าจะมี Emergency Classroom หรือห้องเรียนฉุกเฉิน ที่เมื่อรับเด็กกลับเข้ามาเรียนแล้วจะใช้กระบวนการสอนเสริมอย่างไร เรียกเด็กมาคุยเพื่อเก็บงานวิธีใดก็ได้ แต่ให้คุณรับเด็กไว้ก่อน แล้วกระบวนการจัดการภายในให้เป็นเรื่องของโรงเรียน และต้องขอฝากไปถึงกระทรวงศึกษาธิการ ให้ไปขบคิดต่อยอดคิดค้นหลักสูตรวิธีการที่เป็น Emergency Classroom เมื่อรับเด็กกลับมาเรียนแล้วจะมีรูปแบบในลักษณะแบบใดต่อไป”​ รองปลัดองค์การบริหารส่วนจังหวัดยะลากล่าว</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-a14fc5"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/12/15-เด็กหลุดนอกระบบ-วิกฤตที่ยังไม่จบ-05.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p><strong>นายอนรรฆ พิทักษ์ธานิน ศูนย์แม่โขงศึกษา สถาบันเอเชียศึกษา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และผู้เชี่ยวชาญ สมาคมสันนิบาตเทศบาลแห่งประเทศไทย </strong>กล่าวว่า แม้สถานการณ์โควิด-19 ในภาพรวมจะมีบรรยากาศที่เป็นไปในทางดีขึ้น แต่ผลกระทบจากวิกฤตยังคงเข้มข้น หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจึงจำเป็นต้องคำนึงถึงโจทย์สำคัญ โดยเฉพาะเรื่องของเด็กและเยาวชนนอกระบบที่ขาดแคลนโอกาสในการเข้าศึกษาต่อ เนื่องจากการย้ายถิ่นฐานเพราะพ่อแม่ตกงาน และปัญหาการขาดความพร้อมในการเรียนออนไลน์&nbsp;</p>



<p>“เมื่อผู้ปกครองเด็กขาดรายได้ บางส่วนเขาก็ต้องย้ายกลับภูมิลำเนา หรือบ้างโยกย้ายไปหางานทำที่อื่น ทำให้มีเด็กจำนวนมากต้องออกจากโรงเรียนกลางคัน สิ่งที่เกิดขึ้นคือเคสของเด็กที่ไม่ได้เข้าเรียนต่อด้วยปัญหาต่างๆ เช่น ความไม่รู้ขั้นตอนในการพาลูกเข้าโรงเรียน หรือโรงเรียนไม่มีระบบรองรับนักเรียนกลางเทอม ประเด็นเหล่านี้เราไม่สามารถโยนภาระการดูแลแก้ไขให้กับหน่วยงานใดหน่วยงานหนึ่ง แต่ต้องมีการเชื่อมร้อย-ประสานชุมชน ท้องถิ่น ภาครัฐ เอกชน ภาคประชาสังคม เพื่อร่วมกันหาทางแก้ไขปัญหาที่ชัดเจน เพราะคนที่รู้สถานการณ์หรือคะแนนตัวเลขได้คือหน่วยงานที่ทำงานในพื้นที่ จากนั้นถ้ามีการส่งต่อข้อมูลและออกแบบการทำงานระหว่างหน่วยงานตามความถนัดได้ เราจะสามารถสร้างแพลตฟอร์มที่ส่งต่อถึงกันได้หมด ถ้ามีเด็กออกกลางคันที่ กทม. เขาไปอยู่ที่อื่น จะเข้าเรียนต่อได้อย่างไร มีวิธีไหนช่วยให้เขาไม่ต้องหลุดไปเฉยๆ ได้”</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-b4fe60"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/12/15-เด็กหลุดนอกระบบ-วิกฤตที่ยังไม่จบ-04.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p><strong>นายวิทิต เติมผลบุญ ผู้อำนวยการศูนย์การเรียนซี วาย เอฟ </strong>กล่าวว่า จังหวัดนครพนมได้พัฒนาโมเดลจังหวัด โดยรวมหน่วยงานต่างๆ ที่มีส่วนเกี่ยวข้องมาช่วยกันสร้างกลไก เชื่อมกันเป็นวงจรเพื่อไปสู่เป้าหมายว่า จะทำอย่างไรให้เด็กที่หลุดจากระบบการศึกษาหมดจากจังหวัดได้ภายในสามปี ปีแรกของการทำงานเร่งให้ความสำคัญกับฐานข้อมูลเด็ก และทรัพยากรของแต่ละหน่วยงาน เพื่อแบ่งปันและเชื่อมโยงงานกัน&nbsp;</p>



<p>เราพบว่าเด็กแต่ละกลุ่มมีวิธีจัดการต่างกัน คือ 1. ต้นน้ำ หมายถึง กลุ่มเสี่ยงในโรงเรียน 2. กลางน้ำ คือเด็กแขวนลอย-หลุดนอกระบบ 3. ปลายน้ำ คือเด็กในกระบวนการยุติธรรม พอได้ฐานข้อมูลมาแล้ว เราจึงพัฒนาหลักสูตรและการประเมินใหม่ เช่น กลุ่มปลายน้ำ ทำงานร่วมกับสถานพินิจฯ เป้าหมายคือทำให้เด็กได้วุฒิก่อนกลับสู่สังคม นำตัวชี้วัดจำเป็นมาออกแบบให้เด็กได้เรียนในสิ่งที่เขา ‘ต้องรู้’ มีเจ้าหน้าที่สถานพินิจฯ ช่วยเสริมในสิ่งที่ ‘ควรรู้’ และมีกรมฝีมือแรงงานหรือสถาบันอาชีวะมาช่วยต่อยอดในสิ่งที่เขา ‘อยากรู้’ จนเด็กในสถานพินิจฯ ได้รับวุฒิการศึกษาร้อยเปอร์เซ็นต์ เตรียมนำโมเดลไปขยายผลเพิ่มในอีก 6 จังหวัด&nbsp;</p>



<p>“สำหรับกลุ่มเสี่ยง ก่อนเด็กจะหลุดจะมีสัญญาณเตือน เช่น ติด 0 ติด ร. หลายวิชา ขาดเรียนบ่อย สุดท้ายเด็กก็หายตัวไปจากโรงเรียนเต็มตัว ส่วนใหญ่เด็กกลุ่มนี้แต่ละโรงเรียนมีจำนวนราว 5-10% เท่านั้น วิธีการแก้ปัญหาเด็กหลุดจากระบบคือ ต้องทำห้องเรียนพิเศษขึ้นมารองรับเด็กกลุ่มนี้ จัดเป็นห้องเรียนตามอัธยาศัย แก้ปัญหาเป็นรายคน เช่น เด็กอยากซ่อมรถก็ให้ไปเรียนซ่อมที่อู่รถหนึ่งชั่วโมง ให้เจ้าของอู่ช่วยประเมิน หรือจัดการฝึกฝีมือแรงานในสิ่งที่เด็กอยากเรียน เพื่อป้องกันไม่ให้หลุดออกจากระบบ&nbsp;</p>



<p><strong>นายปิติ ยางกลาง ผู้อำนวยการโรงเรียนไทรน้อย</strong> <strong>จังหวัดนนทบุรี </strong>กล่าวว่า “ไทรน้อยโมเดล” เป็นการทำงานร่วมกันกับ กสศ. ในการช่วยเหลือนักเรียนเพื่อให้เด็กที่หลุดจากระบบการศึกษาได้กลับเข้ามาเรียนต่อ&nbsp;</p>



<p>การรับเด็กกลับเข้ามาเรียนจะมีระบบดูแลช่วยเหลือ ต้องยอมรับว่าเมื่อออกไปจากระบบหนึ่ง เทอมแล้ว ​แต่ยังต้องมีกระบวนการวัดผล ประเมินผลในช่วงที่หายไป โดยให้มาเรียนซ่อมเสริมเพิ่มเติม ใช้การประเมินแบบแบบยืดหยุ่น ทั้งนี้เพื่อให้เด็กรู้สึกมีความสุขและปลอดภัยเมื่ออยู่ในโรงเรียน มีคุณครูคอยช่วยเหลือ ที่สำคัญคือเราจะต้องรักษาพลังบวก​ให้เขาผ่านไปตลอดรอดฝั่ง มีระบบดูแลช่วยเหลือเมื่อเกิดปัญหา อุปสรรค การเรียนก็ต้องเข้าไปช่วยเหลือ ไม่ให้พลังด้านลบมาบั่นทอนให้พวกเขาออกจากโรงเรียนไปอีก แล้วการดึงกลับเข้ามาจะยากลำบาก</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-2e3305"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/12/15-เด็กหลุดนอกระบบ-วิกฤตที่ยังไม่จบ-06.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p><strong>น.ส.รังษินี นุ้ยพริ้ม ครูโรงเรียนบ้านค่าย จังหวัดนราธิวาส</strong> กล่าวว่า การที่มีเครือข่ายที่เข้มแข็งทำให้เกิดการติดตามและสกัดเด็กหลุดจากระบบได้เป็นอย่างดี ทั้งเครือข่ายชุมชน พ่อแม่ผู้ปกครอง เพื่อนร่วมโรงเรียน กรรมการสถานศึกษา ซึ่งการติดตามเด็กต้องไม่ใช่แค่การเรียน แต่ต้องครอบคลุมทั้งจิตใจ ความเครียด สุขภาพกาย ความปลอดภัย เพราะความเครียดก็มีผลต่อการหลุดจากระบบการศึกษา&nbsp;</p>



<p>เมื่อดึงเด็กกลับเข้ามาในระบบ เราจะต้องมีวิธีฟื้นฟู ทั้งการลงไปเยี่ยมบ้านเด็ก พูดคุยกับผู้ปกครอง บางคนเรียนออนไซต์เก่ง แต่พอเรียนออนไลน์ก็หายไป พอเยี่ยมบ้านก็พบว่าไม่มีอุปกรณ์ แต่สุดท้ายทางชุมชนได้เข้าไปช่วยเหลือจนกลับมาเรียนได้ เมื่อกลับมาเรียนก็ต้องสร้างบรรยากาศในชั้นเรียนที่ดี ให้เด็กมีตัวตน มีการตั้งคำถามที่เขาอยากตอบ เน้นเรื่องที่เขาสนใจ&nbsp;</p><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/news-emergency-classroom-flexible-course-adjustments-161221/">เสนอแนวทางทำ “ห้องเรียนฉุกเฉิน”  Emergency Classroom สร้างระบบดูแลช่วยเหลือฟื้นฟู  ปรับหลักสูตรยืดหยุ่น</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>‘ไทรน้อยโมเดล’ ต้นแบบพาเด็กหลุดออกจากระบบการศึกษาเพราะโควิด-19 กลับคืนสู่โรงเรียน</title>
		<link>https://www.eef.or.th/article-sai-noi-model-101221/?utm_source=rss&#038;utm_medium=rss&#038;utm_campaign=article-sai-noi-model-101221</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 09 Dec 2021 11:23:47 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[บทความ]]></category>
		<category><![CDATA[Movement]]></category>
		<category><![CDATA[กวริกา ดีเอี่ยม]]></category>
		<category><![CDATA[กลับคืนสู่โรงเรียน]]></category>
		<category><![CDATA[ไทรน้อยโมเดล]]></category>
		<category><![CDATA[ปิติ ยางกลาง]]></category>
		<category><![CDATA[โรงเรียนไทรน้อย]]></category>
		<category><![CDATA[เด็กอยากเรียนต่อต้องได้เรียน]]></category>
		<category><![CDATA[วง ตาวง]]></category>
		<category><![CDATA[ดวงตา นิคม]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?p=48985</guid>

					<description><![CDATA[<p>“ผมคิดว่าสิ่งที่เกิดขึ้นในวันนี้ไม่ได้เป็นเพียงวันที่น่ [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/article-sai-noi-model-101221/">‘ไทรน้อยโมเดล’ ต้นแบบพาเด็กหลุดออกจากระบบการศึกษาเพราะโควิด-19 กลับคืนสู่โรงเรียน</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>“ผมคิดว่าสิ่งที่เกิดขึ้นในวันนี้ไม่ได้เป็นเพียงวันที่น่าประทับใจของเยาวชนคนหนึ่งเท่านั้น แต่เป็นจุดเริ่มต้นของการระดมกำลังทั้งภายนอกและภายในโรงเรียน เพื่อหาแนวทางในการดูแลลูก ๆ ของเรา ที่เขาและครอบครัวต้องเผชิญกับวิกฤตระลอกแล้วระลอกเล่าจนต้องหลุดจากระบบการศึกษาไป</p>



<p>“เมื่อเราพบเขาแล้ว แน่นอนว่าครูและทุกคนในโรงเรียนยินดียิ่งในการต้อนรับเขากลับมา แต่สิ่งสำคัญที่สุดคือ ทุกฝ่ายจะต้องมาช่วยกันคลี่ขั้นตอน และไขปัญหาอุปสรรคที่เด็กคนหนึ่งต้องก้าวผ่าน บนเส้นทางการกลับสู่ห้องเรียนหลังหลุดออกจากระบบไปในระยะเวลาหนึ่ง ซึ่งเราต่างรู้ว่าไม่ใช่เรื่องง่าย &#8230;เพื่อไม่ให้สิ่งใดก็ตามที่น้อง ๆ และสถาบันการศึกษาต้องพานพบหลังจากนี้ มาก่อพลังด้านลบจนทำให้เขารู้สึกท้อถอย ซึ่งอาจส่งผลให้เด็ก ๆ ของเราต้องหลุดออกไปจากเส้นทางการศึกษาซ้ำอีกครั้ง”</p>



<p></p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-8296e9"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/12/05-ปิติ-ยางกลาง-ไทรน้อย-โมเดล.jpg" alt=""/></div><figcaption class="qubely-image-caption">ปิติ ยางกลาง ผู้อำนวยการโรงเรียนไทรน้อย จังหวัดนนทบุรี</figcaption></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>จากเรื่องราวของ ‘วง’ ตาวง วัย 17 ปี <a href="https://l.facebook.com/l.php?u=https%3A%2F%2Fwww.eef.or.th%2Farticle-8-lost-months-071221%2F%3Ffbclid%3DIwAR2psTcPu6QSzw7NatuTrFx7gG4-VBdd44F9TL2HejoQ5o7AlvzzXD82ttY&amp;h=AT3VUrfThTqtcwE9Wud2Kg1rJKaFVIpZ58kp6FboYn9jq9tZtksYuijCzPTGcg8qAdNq8-n-kFWeAzbXc19yIwGz49HDwsdgrebQPyz-9eaqfQDexZhi_7BF4ascGVtzjA&amp;__tn__=-UK-R&amp;c%5b0%5d=AT21TpFX0cDRu9I8Pi8Ltl3v5AUdZ1qURWyp3vcm4lgc4J1aLcXo7uSjHqOdTFt-lQUNBXJrQZcUFE2nNlvUdfURVfkZQFeqIbAA_Yrp5e3Pwh31R2Ha1W6lhWvs5ZuDhaoN4KCKL1IcextlUZGiXlu32ajLAUiPenrpVK-u4Pissa8" target="_blank" rel="noreferrer noopener" title="https://l.facebook.com/l.php?u=https%3A%2F%2Fwww.eef.or.th%2Farticle-8-lost-months-071221%2F%3Ffbclid%3DIwAR2psTcPu6QSzw7NatuTrFx7gG4-VBdd44F9TL2HejoQ5o7AlvzzXD82ttY&amp;h=AT3VUrfThTqtcwE9Wud2Kg1rJKaFVIpZ58kp6FboYn9jq9tZtksYuijCzPTGcg8qAdNq8-n-kFWeAzbXc19yIwGz49HDwsdgrebQPyz-9eaqfQDexZhi_7BF4ascGVtzjA&amp;__tn__=-UK-R&amp;c%5b0%5d=AT21TpFX0cDRu9I8Pi8Ltl3v5AUdZ1qURWyp3vcm4lgc4J1aLcXo7uSjHqOdTFt-lQUNBXJrQZcUFE2nNlvUdfURVfkZQFeqIbAA_Yrp5e3Pwh31R2Ha1W6lhWvs5ZuDhaoN4KCKL1IcextlUZGiXlu32ajLAUiPenrpVK-u4Pissa8">‘8 เดือนที่สูญหาย’ …จากใจเด็กที่หลุดจากรั้วโรงเรียนด้วยผลกระทบจากโควิด-19</a><a href="https://l.facebook.com/l.php?u=https%3A%2F%2Fwww.eef.or.th%2Farticle-8-lost-months-071221%2F%3Ffbclid%3DIwAR2psTcPu6QSzw7NatuTrFx7gG4-VBdd44F9TL2HejoQ5o7AlvzzXD82ttY&amp;h=AT3VUrfThTqtcwE9Wud2Kg1rJKaFVIpZ58kp6FboYn9jq9tZtksYuijCzPTGcg8qAdNq8-n-kFWeAzbXc19yIwGz49HDwsdgrebQPyz-9eaqfQDexZhi_7BF4ascGVtzjA&amp;__tn__=-UK-R&amp;c%5b0%5d=AT21TpFX0cDRu9I8Pi8Ltl3v5AUdZ1qURWyp3vcm4lgc4J1aLcXo7uSjHqOdTFt-lQUNBXJrQZcUFE2nNlvUdfURVfkZQFeqIbAA_Yrp5e3Pwh31R2Ha1W6lhWvs5ZuDhaoN4KCKL1IcextlUZGiXlu32ajLAUiPenrpVK-u4Pissa8"></a></p>



<p>ที่หลุดพ้นรั้วโรงเรียนเข้าสู่ชีวิตทำงานก่อนวัยอันควร ในช่วงรอยต่อหลังจบชั้น ม.3 ด้วยผลกระทบจากสถานการณ์โควิด-19&nbsp;</p>



<p>วงเป็น 1 ใน 6, 500 คนของเด็กเยาวชน ที่กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) และ สพฐ.สำรวจพบว่าไม่มีรายชื่อเรียนต่อในช่วงชั้นการศึกษาที่สูงขึ้น ตามแนวทางการสร้างระบบป้องกันและช่วยเหลือเด็กหลุดออกนอกระบบ</p>



<p>หลังพูดคุยกับอาสาสมัคร กสศ. เพื่อเก็บข้อมูลและสอบถามความต้องการเบื้องต้น วงแจ้งความประสงค์ว่า ถ้าเป็นไปได้เขาอยากจะกลับเข้าเรียนต่อในโรงเรียนที่เพิ่งจบชั้น ม.3 มาเมื่อ 8 เดือนก่อน</p>



<p></p>



<h2 class="wp-block-heading">‘ความร่วมมือ’ ที่ไม่ใช่แค่ ‘พาน้องกลับโรงเรียน’<br>แต่ต้องมีขั้นตอน-ระบบรองรับ ที่ทำให้เชื่อมั่นได้ว่า ‘เขาจะไม่หลุดออกไปอีก’</h2>



<p>เมื่อเจตจำนงของ ‘วง’ แจ่มชัด ถัดมาคือการประสานไปยังโรงเรียนไทรน้อยต้นสังกัดเดิม และได้รับคำตอบในเวลาอันรวดเร็วว่า ทางโรงเรียน ‘ยินดีต้อนรับ’ วงกลับเข้าเรียนอีกครั้งในระดับชั้น ม.4 &#8230;อย่างไรก็ตาม การสำรวจ ค้นหาจนพบ และนำพาเยาวชนคนหนึ่งให้ได้กลับมาสวมเครื่องแบบนักเรียน เดินกลับเข้าไปในรั้วโรงเรียนอีกครั้ง ถือเป็นเพียงจุดเริ่มต้น เพราะหลังจากนี้ยังมีขั้นตอนอีกมากมาย ทั้งในเชิงระบบของสถาบันการศึกษา ไปจนถึงการปรับตัวต่อแรงเสียดทานต่าง ๆ ที่ ‘วง’ และเด็กเยาวชนคนอื่น ๆ ต้องพานพบ จากเวลาที่ขาดหายไปแล้วกว่าครึ่งหนึ่งของปีการศึกษา</p>



<p></p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-2fc183"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/12/06-ไทรน้อย-โมเดล.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p><strong>ปิติ ยางกลาง ผู้อำนวยการโรงเรียนไทรน้อย จังหวัดนนทบุรี</strong> กล่าวว่า หลังรับทราบเรื่องราวของวงผ่าน กสศ. ทางโรงเรียนได้จัดประชุมด่วนทันที โดยมีคณะกรรมการสถานศึกษาและครูผู้รับผิดชอบงานทุกฝ่ายเข้าร่วม ซึ่งโรงเรียนเองมี ‘คณะทำงานดูแลช่วยเหลือนักเรียน’ อยู่แล้ว พร้อมระบบส่งต่อเป็นขั้นตอนว่าเมื่อเด็กกลับเข้าระบบ จะมีแนวทางดำเนินงานอย่างไรให้ครอบคลุมทุกมิติ</p>



<p>“เราเชื่อว่าสิ่งแรกที่ต้องทำ คือนำเขากลับเข้ามาอยู่ในรั้วโรงเรียนให้ได้เร็วที่สุด เพราะถ้าเขาอยู่กับเรา อย่างน้อยที่สุดจะมีสายตาของครูทุกคนในโรงเรียนคอยปกป้อง คอยชี้ทางให้เขา ด้วยระบบดูแลช่วยเหลือที่มีหลายฝ่ายมาช่วยกัน ตั้งแต่งานด้านวิชาการ กิจการนักเรียน งานแนะแนว หรือฝ่ายบุคคล ที่จะเตรียมเส้นทางไว้ให้ โดยคำนึงถึงข้อจำกัดต่าง ๆ และความเป็นไปได้ที่จะสร้างต้นแบบของระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียน ที่ไม่ใช่แค่กับเคสของวงคนเดียวเท่านั้น แต่หลังจากนี้หากมีกรณีของเด็กที่หลุดจากระบบการศึกษาไปในช่วงวิกฤตโควิด-19 คนใดที่ถูกค้นพบ และประสงค์จะกลับเข้ามาเรียน&#8230;เขาจะต้องได้เรียน</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-1a481d"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/12/07-ไทรน้อย-โมเดล.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>“<strong>ก่อนอื่นเราต้องดูว่าการจะพาเด็กไปให้ได้ตลอดรอดฝั่ง ต้องผ่านอะไรบ้าง ซึ่งในฐานะของสถาบันการศึกษา เราจะพยายามเก็บรักษาพลังบวกที่เขามีในตัวไว้ให้ได้นานที่สุด หมายถึงพลังความมุ่งมั่นที่เด็กอยากจะกลับมาเรียน</strong> เพราะระหว่างทางนับจากนี้จะมีอุปสรรคอีกมาก ไม่ว่าจะเป็นการเข้าคอร์สติวเข้ม ฟื้นความรู้ที่สูญเสียไป ภาระของการต้องไล่เก็บหน่วยกิตให้ทันเพื่อนคนอื่น ๆ รวมทั้งการพยายามเรียนรู้บทเรียนใหม่ในเวลาสั้น ๆ แรงกดดันเหล่านี้เองที่จะทำให้เขาท้อ เหนื่อยล้า จนบางคนอาจหันหลังให้โรงเรียนอีกครั้ง แล้วคราวนี้มันจะฝังใจเขา จนเราไม่อาจตามเขากลับมาได้อีกแล้ว</p>



<p>“<strong>ฉะนั้นการสร้างระบบดูแลช่วยเหลือต้องมีแนวทางที่ชัด คณะทำงานต้องพร้อมเปิดเผยปัญหาทุกด้าน และแก้ไขฝ่าฟันไปด้วยกัน เป็นแนวทางที่มีแผนรองรับว่าเมื่อพบทางหนึ่งตัน จะเบนออกไปทิศไหนได้ต่อ </strong>นอกจากระบบของโรงเรียนแล้ว หากมีปัญหาที่เกิดขึ้นรอบตัวเด็ก ทั้งด้านสังคม ครอบครัว แผนการเรียน เราจะมีวิธีการดำเนินการอย่างไร”</p>



<p></p>



<h2 class="wp-block-heading">เส้นทางที่ต้องฟันฝ่า เมื่อเด็กผ่านเข้าประตูโรงเรียนอีกครั้ง</h2>



<p>ผู้อำนวยการโรงเรียนไทรน้อยพร้อมคณะทำงานเผยว่า สำหรับ ‘วง’ ที่จะกลับเข้ามาเรียนชั้น ม.4 สิ่งแรกที่ต้องทำคือเลือกแผนการเรียน ซึ่งแบ่งออกเป็นแผนที่เน้นด้านทักษะวิชาการ ได้แก่ เตรียมวิทย์-คณิต, ภาษาอังกฤษ-จีน, ภาษาอังกฤษ-เกาหลี-ญี่ปุ่น และแผนการเรียนที่มุ่งไปในทางทักษะวิชาชีพเฉพาะทาง ได้แก่ คอมพิวเตอร์ธุรกิจ, ช่างอุตสาหกรรม-คหกรรม, ศิลปะ-กีฬา&nbsp;</p>



<p>โดยวงมีความต้องการเรียนในแผน ‘ภาษาอังกฤษ-จีน’ จากความสนใจในอาชีพ ‘ยูทูบเบอร์’ ที่อยากสื่อสารด้านภาษา แต่ด้วยเกรดเฉลี่ยสะสมจากชั้น ม.3 อยู่ในเกณฑ์ที่เหมาะสมกับแผนการเรียนที่เน้นทักษะวิชาชีพ ครูแนะแนวจึงแนะนำให้เลือกเรียน ‘คอมพิวเตอร์ธุรกิจ’&nbsp;</p>



<p>เนื่องจากเขาจะได้เรียนรู้ตั้งแต่ทักษะพื้นฐานทางคอมพิวเตอร์ ไปจนถึงเทคนิคการใช้เครื่องมือดิจิทัลในการสื่อสารระดับสูง อันเป็นสิ่งที่ยูทูบเบอร์จำเป็นต้องมี ทั้งนี้ในความสนใจด้านภาษา คุณครูแนะแนวแนะนำว่า เขาสามารถเรียนรู้เพิ่มเติมด้วยตนเองได้ตลอดเวลา หากสนใจที่จะนำไปใช้ประกอบอาชีพในอนาคต</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-79c4db"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/12/08-ไทรน้อย-โมเดล.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p><strong>กวริกา ดีเอี่ยม หนึ่งในคณะทำงานด้านระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียน</strong> กล่าวว่า “วงเป็นเคสแรกที่เข้ามาหลังปิดระบบไปแล้ว จึงต้องหาแผนการเรียนที่เขามีความสนใจและเหมาะสมให้ โดยใช้เกณฑ์เดียวกับนักเรียนชั้น ม.4 ทุกคนที่เข้ามาเรียนตั้งแต่ต้นปีการศึกษา”</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-34350e"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/12/09-กวริกา-ดีเอี่ยม-ไทรน้อย-โมเดล.jpg" alt=""/></div><figcaption class="qubely-image-caption">กวริกา ดีเอี่ยม หนึ่งในคณะทำงานด้านระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียน</figcaption></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>กรณีปกติของการเข้ามาเรียนระหว่างทาง เช่น นักเรียนย้ายตามผู้ปกครองเข้ามากลางปีการศึกษา เด็กจะต้องมีหน่วยกิตเทียบโอนจากสถานศึกษาเก่า แต่เคสของวงที่ไม่ได้เรียนต่อหลังจบ ม.3 และประสงค์จะเข้าเรียนกลางเทอม ทำให้ต้องทำความเข้าใจบทเรียนใหม่ไปพร้อมกับเก็บหน่วยกิตให้ทันเพื่อนร่วมชั้น ฝ่ายทะเบียนวัดผลมีข้อเสนอให้วงได้เข้ามาลองปรับตัวเรียนร่วมกับเพื่อน ๆ ในเทอมนี้โดยยังไม่เก็บหน่วยกิต ก่อนจะค่อยกลับมาเริ่มต้นเรียน ม.4 อย่างเต็มตัวในปีการศึกษา 2565</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-495ad9"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/12/10-ไทรน้อย-โมเดล.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p>ระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียนของโรงเรียนไทรน้อย จะเริ่มจากครูที่ปรึกษาลงพื้นที่เยี่ยมบ้านเก็บข้อมูลเด็ก ครอบครัว สภาพแวดล้อมต่าง ๆ ที่เป็นปัจจุบัน นำมาประเมินครอบคลุมเรื่องพฤติกรรม ความเป็นอยู่ สภาวะทางอารมณ์ เพื่อกำหนดระดับของการดูแลพิเศษ และนำเข้าสู่ระบบของโรงเรียนให้ทุกฝ่ายรับรู้ร่วมกัน เพื่อการดูแลรอบด้าน</p>



<p><strong>ดวงตา นิคม ครูฝ่ายงานแนะแนว </strong>กล่าวว่า นอกจากดูแลเรื่องการศึกษาและสุขภาพกาย โรงเรียนยังมีระบบรองรับสุขภาพใจของเด็ก โดยครูแนะแนวจะเป็นผู้สังเกตวิเคราะห์อารมณ์พฤติกรรมต่าง ๆ กรณีพบปัญหาที่เกินกำลังของครู จะมีนักจิตวิทยาจากโรงพยาบาลไทรน้อยเข้ามารับช่วงต่อ มีการติดตามโดยสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา ซึ่งพร้อมให้ความช่วยเหลือทุกเรื่องทุกเวลา&nbsp;</p>



<p>“สิ่งที่เรากังวล คือ เรื่องสภาพจิตใจที่เด็กต้องเจอความเครียด โดยเฉพาะเรื่องของช่วงเวลาที่หายไป การไล่ตามเก็บหน่วยกิตให้ทันเพื่อน และการปรับตัว ฝ่ายแนะแนวจึงได้วางแผนในการดูแลอย่างใกล้ชิด โดยมุ่งไปที่การปูสภาพจิตใจให้เด็กมาโรงเรียนอย่างมีความสุข ผ่อนคลายจากชีวิตก่อนหน้า ที่ต้องออกไปทำงานหนัก เราอยากเน้นว่าเขาอาจไม่ต้องเรียนดี เรียนเก่ง แต่ขอให้เข้าใจสถานการณ์ของตนเอง มีความมุ่งมั่นไม่ย่อท้อ และรู้ว่า ‘โรงเรียน’ คือสถานที่ปลอดภัยสำหรับเขาเสมอ”</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-22d262"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/12/11-ดวงตา-นิคม-ไทรน้อย-โมเดล.jpg" alt=""/></div><figcaption class="qubely-image-caption">ดวงตา นิคม ครูฝ่ายงานแนะแนว</figcaption></figure></div></div></div>



<p></p>



<h2 class="wp-block-heading">ระบบที่ยืดหยุ่น พร้อมปรับเปลี่ยนได้ตามสถานการณ์</h2>



<p>ผู้อำนวยการโรงเรียนไทรน้อยกล่าวสรุปแนวทางในการช่วย ‘วง’ ให้พร้อมกลับสู่เส้นทางการศึกษาว่า สำหรับเทอมนี้โรงเรียนจะจัดโปรแกรมเฉพาะสำหรับวง ตั้งแต่เริ่มเข้ามาเรียนไปจนถึงปิดเทอมภาคฤดูร้อน ระหว่างนั้นจะมีการสื่อสารติดตามกับครูผู้สอนรายวิชา ว่าการเก็บหน่วยกิตที่คั่งค้างพร้อมกับทำความเข้าใจบทเรียนใหม่ได้ผลแค่ไหน ส่วนตัววงเองก็ต้องทุ่มเทเวลาให้กับการเรียนทุกวัน รวมถึงพร้อมที่จะเรียนรู้เพิ่มเติมในโปรแกรมเสริมภายนอกที่ทางโรงเรียนจะเป็นผู้ออกแบบให้ โดยได้รับการสนับสนุนจาก กสศ.</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-e91700"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/12/12-ไทรน้อย-โมเดล.jpg" alt=""/></div><figcaption class="qubely-image-caption">วง ตาวง วัย 17 ปี เด็กที่หลุดจากรั้วโรงเรียน<br>ด้วยผลกระทบจากโควิด-19</figcaption></figure></div></div></div>



<p>นี่คือ ‘ต้นแบบ’ ของระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียนที่หลุดออกจากระบบการศึกษาในภาวะวิกฤต ที่หลังจากนี้ กสศ.จะดำเนินงานร่วมกับโรงเรียนอื่น ๆ และเขตพื้นที่อื่น ๆ ต่อไป เพื่อให้น้อง ๆ อีกนับร้อยนับพันคน ที่ชีวิตต้องหลุดจากรั้วโรงเรียนอย่างไม่ทันตั้งตัว ได้มีโอกาสกลับสู่ห้องเรียนอีกครั้ง </p>



<p>“เรามองว่าอย่างน้อยที่สุด<strong> โรงเรียนต้องเป็นบ้านที่อบอุ่น เป็นพื้นที่ให้เด็กที่อยากกลับมาเรียนแต่ติดขัดด้วยเงื่อนไขบางอย่าง สามารถเข้ามาได้ด้วยความรู้สึกปลอดภัย พร้อมที่จะมุ่งมั่น พยายามทำความตั้งใจให้สำเร็จ </strong>ดังนั้นเมื่อเราพบเด็กแล้ว เขาต้องได้เข้ามาอยู่ในโรงเรียนก่อน ส่วนเรื่องที่ว่าจะช่วยเหลือดูแลให้เขาฟันฝ่าเส้นทางที่ยากลำบากไปได้อย่างไร ต้องเป็นหน้าที่ที่สถานศึกษา ครู และผู้เกี่ยวข้องทุกฝ่ายต้องมาหาทางช่วยกัน เพราะหากเราปล่อยเวลาทิ้งไว้ ให้เขาอยู่ข้างนอกต่อไป กับเส้นทางชีวิตที่ค่อย ๆ ห่างไกลจากระบบการศึกษาไปเรื่อย ๆ ถึงวันหนึ่งแรงใจไฟฝันที่เขามีให้กับการเรียนก็จะค่อย ๆ เลือนหายไป</p>



<p>“วันนี้ลูกของเราได้กลับเข้ามาอยู่ในบ้าน มีครู มีเพื่อน มีหน่วยงานต่าง ๆ ที่เข้ามาช่วยประคองเขาแล้ว และถึงแม้ว่าในท้ายที่สุดความพยายามของ ‘วง’ และคณะครูอาจสะท้อนผลลัพธ์กลับมาว่า เขาจะต้องเริ่มเรียนใหม่ในปีการศึกษาหน้า แต่อย่างไรก็ตาม การได้กลับมาอยู่ในโรงเรียนจะยังทำให้เขามีเส้นทางเดินต่อไปข้างหน้า ไม่ต้องไปทำในสิ่งที่วัยของเขายังไม่พร้อม เพราะเชื่อว่าในท้ายที่สุด สิ่งที่เราอยากเห็นร่วมกัน ก็คือภาพในอีกสามปีข้างหน้าที่เขาจะเดินออกไปจากโรงเรียนด้วยวุฒิการศึกษาอย่างสง่างาม”</p><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/article-sai-noi-model-101221/">‘ไทรน้อยโมเดล’ ต้นแบบพาเด็กหลุดออกจากระบบการศึกษาเพราะโควิด-19 กลับคืนสู่โรงเรียน</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>‘8 เดือนที่สูญหาย’ &#8230;จากใจเด็กที่หลุดจากรั้วโรงเรียนด้วยผลกระทบจากโควิด-19</title>
		<link>https://www.eef.or.th/article-8-lost-months-071221/?utm_source=rss&#038;utm_medium=rss&#038;utm_campaign=article-8-lost-months-071221</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Sun, 05 Dec 2021 22:30:00 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Movement]]></category>
		<category><![CDATA[บทความ]]></category>
		<category><![CDATA[ปิติ ยางกลาง]]></category>
		<category><![CDATA[โรงเรียนไทรน้อย]]></category>
		<category><![CDATA[เด็กอยากเรียนต่อต้องได้เรียน]]></category>
		<category><![CDATA[ผลกระทบจากโควิด-19]]></category>
		<category><![CDATA[หลุดจากรั้วโรงเรียน]]></category>
		<category><![CDATA[วง ตาวง]]></category>
		<category><![CDATA[ศ.ดร.สมพงษ์ จิตระดับ]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?p=48708</guid>

					<description><![CDATA[<p>“หมดเทอมนี้ก็จะไม่ได้เรียนครบปีแล้ว บางทีผมก็ได้คุยกับเ [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/article-8-lost-months-071221/">‘8 เดือนที่สูญหาย’ …จากใจเด็กที่หลุดจากรั้วโรงเรียนด้วยผลกระทบจากโควิด-19</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>“หมดเทอมนี้ก็จะไม่ได้เรียนครบปีแล้ว บางทีผมก็ได้คุยกับเพื่อนว่าเขาเรียนอะไรกันไปบ้าง อยากเรียนให้ทันเขา ไม่อยากห่างไปนานกว่านี้ เพราะผมยังเชื่อว่า ถ้าให้ผมได้ฟื้นความรู้สักพัก ได้ติวบทเรียนที่เพื่อนๆ เรียนกันในช่วงที่ผมต้องออกมาทำงาน ก็คิดว่าคงยังทันอยู่ ที่จะกลับไปเรียนกับพวกเขาได้อีกครั้ง</p>



<p><strong>วง ตาวง วัย 17 ปี</strong> เผยความในใจหลังผันชีวิตจากห้องเรียนออกมาช่วยแม่ทำงานในไร่ นับแต่ผลกระทบจากโควิด-19 ทำให้เขาต้องหลุดออกมาจากระบบการศึกษาในช่วงรอยต่อชั้น ม.3 ขึ้น ม.4 ด้วยสถานการณ์ตอนนั้นที่วงกับน้องสาวอายุห่างกันปีเดียว จบชั้น ม.3 ในปีการศึกษาก่อนพร้อมกัน แต่เมื่อเทอมใหม่มาถึง มีเพียงน้องของเขาที่ได้เรียนต่อชั้น ม.4 เนื่องจากแม่ที่มีอาชีพรับจ้างรายวันเหลือกำลังส่งต่อได้แค่คนเดียว</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-99973d"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/12/02-8เดือนที่สูญหาย.jpg" alt=""/></div><figcaption class="qubely-image-caption">วง ตาวง วัย 17 ปี เด็กที่หลุดจากรั้วโรงเรียน<br>ด้วยผลกระทบจากโควิด-19</figcaption></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>สำหรับคนเป็นแม่ ไม่ใช่เรื่องง่ายที่ต้องเลือกว่าลูกคนใดควรได้ไปต่อ วงจึงช่วยให้แม่ตัดสินใจง่ายขึ้นด้วยเหตุผลว่า “น้องเรียนเก่งกว่าผม เขาควรได้เรียนก่อน ส่วนผมตั้งใจจะไปช่วยแม่ทำงานเพื่อให้ครอบครัวเราดีขึ้น”</p>



<p>วงทำตามที่พูดทุกประการ &#8230;8 เดือนผ่านมานับจากวันนั้น ‘ทุกวัน’ เขาตื่นหกโมงเช้า ทำธุระส่วนตัวเสร็จจึงขี่มอเตอร์ไซค์ไปส่งแม่ที่ไร่ กลับมาบ้านรับน้องไปส่งที่โรงเรียน สถานที่เดียวกันกับที่สามปีก่อนหน้านี้เขาเคยมากับน้องทุกวัน จากนั้นก็หันหัวรถกลับไปยังไร่ ช่วยแม่ทำงานไปตลอดทั้งวันจนพลบค่ำ</p>



<p></p>



<h2 class="wp-block-heading">‘หากใจนั้นไม่เคยห่างมาจากโรงเรียน’</h2>



<p>หลังการสำรวจข้อมูลเด็กเยาวชนที่หลุดจากระบบการศึกษาในช่วงรอยต่อปีการศึกษา 63-64 วงได้รับการติดต่อจาก กสศ.เพื่อนำเข้าสู่ความช่วยเหลือตามความสมัครใจ เขายืนยันว่า การเรียน กศน.คือทางเลือกหนึ่งที่เล็งไว้ แต่ถ้าเลือกเส้นทางชีวิตและการศึกษาได้ตรงกับใจที่สุด ก็อยากจะกลับไปเรียนกับครูและเพื่อนๆ ที่โรงเรียนเดิม</p>



<p>“วันที่ผู้อำนวยการ ครูแนะแนว ครูบางวิชาจากที่โรงเรียน พากันมาหาที่บ้าน บอกว่าชื่อผมยังอยู่ที่โรงเรียน เป็นศิษย์เก่า ยังไงก็กลับเข้าเรียนต่อได้แน่ๆ ผมรู้สึกดีมาก แต่มันมีความไม่แน่ใจว่า ‘จริงเหรอ’ ผมไม่ได้อยู่ในห้องเรียนมานานแล้ว จะมีวิธีให้กลับเข้าไปได้ยังไง แล้วถ้า ‘จริง’ &#8230;เมื่อไหร่วันนั้นจะมาถึงสักที&nbsp;</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-51c048"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/12/03-8เดือนที่สูญหาย.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>“ตั้งแต่ทำงาน ผมไม่เคยมีวันหยุด ต้องช่วยแม่ทำทุกวัน ได้ค่าแรงวันละ 300-400 แบ่งกับแม่สองคน ทำงานพวกถอนหญ้า ตัดต้นไม้ ดูแลทุกอย่างในไร่ตามแต่ว่าวันนั้นจะมีอะไรให้ทำ แต่ถึงงานจะหนัก ใจก็ยังคิดตลอดว่าขึ้น ม.4 แล้ว เพื่อนๆ เขาได้เรียนอะไรกันบ้าง มีกิจกรรมอะไรสนุกๆ บ้าง บางทีผมก็แอบไปเอาหนังสือเรียนของน้องมาเปิดดูว่าบทเรียนของชั้น ม.ปลายเป็นยังไง</p>



<p>“ไม่เข้าใจเลยครับ” วงยิ้มเขินเมื่อถูกถามว่ามีอะไรอยู่ในหนังสือเรียนชั้น ม.4 บ้าง แต่สักพักเขาก็พูดด้วยท่าทีจริงจังว่า “ถึงจะผ่านมาเทอมกว่าแล้ว แต่ผมคิดว่าถ้าได้กลับไปเรียนจริงๆ อยากมีเวลาได้ติวทำความเข้าใจเนื้อหาวิชาของชั้น ม.4 สักพักหนึ่ง แล้วจะขอสอบวัดความรู้ว่าผมจะสามารถเรียนทันเพื่อนๆ เขาไหม ถ้าได้ ผมก็อยากจะเข้าไปเรียนกับเพื่อนในห้องเดิม เพราะผมคิดถึงพวกเขา อยากกลับไปเรียนกับเขา”&nbsp;</p>



<p>วงบอกว่า ในความกังวลว่าจะได้กลับไปเรียนหรือไม่ มีอีกกังวลหนึ่งที่ซ้อนทับอยู่ด้วยกัน คือ แม้วันหนึ่งเขาจะได้กลับไปเรียนจริงๆ แต่หากเป็นวันที่เวลาล่วงผ่านไปจากนี้ ความพยายาม ความกระหายในบทเรียนที่อยู่ในตัวเขาตอนนี้อาจแห้งเหือดไม่เหลือแล้ว</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-532071"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/12/04-8เดือนที่สูญหาย.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>“แค่คิดว่าถ้าผ่านไปถึงปีหน้า ผมอาจไม่อยากกลับไปเรียนเหมือนตอนนี้แล้ว คือบางทีก็แอบนึกภาพว่า ถ้าต้องไปอยู่ชั้นเดียวกับรุ่นน้อง มันก็รู้สึกประหม่า กังวลว่าจะพูดคุยกับพวกเขายังไง จะวางตัวยังไงดี แล้วผมเข้าสังคมไม่ค่อยเก่ง กลัวว่าการไปตั้งหลักเรียนใหม่พร้อมกับรุ่นน้องจะทำให้ผมไม่รู้สึกอยากเรียนเหมือนกับในตอนนี้”</p>



<p></p>



<h2 class="wp-block-heading">“ทำไมแม่จะไม่รู้ว่า&#8230;การเรียนคือทางออกที่ดีที่สุด”</h2>



<p>“เราไม่เคยอยากให้เขาหยุดเรียน แต่ช่วงโรคระบาดหนัก ไม่มีงานเลยจริงๆ เงินใช้วันต่อวันยังแทบไม่พอ เขามาพูดกับเราว่าจะเสียสละให้น้องเรียนก่อน ตัวเขาค่อยไปเรียน กศน.ทีหลังก็ได้ ลึกๆ เรารู้ว่าเขาอยากเรียน ก็ไม่รู้ทำยังไง เราก็แย่ คนจ้างงานเราก็แย่ มันแย่เหมือนๆ กันหมด”</p>



<p>คุณแม่อำ ตาวง แม่ของวง ย้อนสาเหตุที่ลูกชายต้องเข้าสู่ชีวิตทำงานก่อนวัยอันควร แล้วเล่าต่อว่า “ตอนนั้นคิดว่าอย่างน้อยลูกยังได้เรียนสักคนหนึ่งก่อน อีกคนมาทำงานกับเรา ทีแรกเขาก็ยังร่าเริงปกติ เล่นสนุกเหมือนเด็กที่ได้ปิดเทอมนานกว่าเพื่อน แต่พอผ่านมาสักเดือนสองเดือนก็เริ่มบ่นว่าคิดถึงโรงเรียน อยากไปเรียนแล้ว</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-4cdb01"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/12/05-8เดือนที่สูญหาย.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>“แม่มองว่าวงอยู่ตรงนี้ ทำงานได้เงินมาเขาก็ให้แม่เอามาใช้ค่ากินค่าอยู่ของครอบครัว ค่าเช่าห้อง บางทีเขาก็เอาส่วนของเขาให้น้องสาวไว้ใช้ไปโรงเรียน เพราะบางวันแม่ก็ไม่มี คือเขาไม่เหลือเก็บเลย เหมือนทำงานแค่พอได้เอาเงินมาใช้จ่ายวันต่อวัน ก็เริ่มคิดว่าไม่อยากให้เขาทำงานแล้ว อยากให้ไปโรงเรียนมากกว่า</p>



<p>“คือเขาอาจไม่ได้เรียนเก่งมาก แค่พอไปได้ แต่เราคิดว่าลูกได้อยู่ในโรงเรียนเขามีโอกาสในชีวิตที่เยอะกว่า มีทางเลือกมากกว่าเมื่อเรียนจบ อยู่ตรงนี้กับเรามันเหมือนชีวิตของเขาหายไปเลย สำหรับแม่ที่ทำงานอยู่ตรงนี้มายี่สิบกว่าปีแล้ว ทำไมเราจะไม่รู้ว่าการเรียนคือทางออกที่ดีที่สุด งานที่เราทำมันไม่มีอะไรแน่นอน บางเดือนได้ บางเดือนไม่พอใช้ ฤดูฝนมาบางทีต้องหยุดงานเป็นเดือน ทำๆ อยู่เจอวิกฤตโรคระบาดก็ไปต่อไม่ได้เลย</p>



<p>“สำหรับวง เขาเพิ่งอายุแค่นี้ ชีวิตไปได้อีกไกล อยากให้เขาได้กลับไปเรียนตอนนี้ มันยังทัน เพราะเราก็เคยเห็นว่าเด็กหลายคนที่เขาออกมาทำงาน ห่างโรงเรียนนานๆ พอหลายปีผ่านไปเขาจะหมดไฟ ให้กลับไปโรงเรียนอีกครั้งมันก็ต่อไม่ติดแล้ว</p>



<p>“พอมีคนโทร.มาหา บอกว่าวงจะมีโอกาสได้กลับไปเรียน แม่ดีใจมากๆ เพราะถึงวันหนึ่งเขาเรียนจบ มีงานที่ดี มีเงินเดือนมั่นคง อนาคตของเขาก็จะได้ไม่ต้องมาลำบาก&#8230;ส่วนงานตรงนี้เราทำคนเดียวยังได้อยู่ ตอนนี้แม่ยังพอไหว ก็อยากขอให้เขาได้ไปเรียนก่อน”</p>



<p></p>



<h2 class="wp-block-heading">ปรับการเรียนแบบยืดหยุ่น รักษาพลังบวกหยุดวงจรหลุดนอกระบบ</h2>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-ab33a6"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/12/05-ปิติ-ยางกลาง-ไทรน้อย-โมเดล.jpg" alt=""/></div><figcaption class="qubely-image-caption">ปิติ ยางกลาง ผู้อำนวยการโรงเรียนไทรน้อย จังหวัดนนทบุรี</figcaption></figure></div></div></div>



<p></p>



<p><strong>นายปิติ ยางกลาง ผู้อำนวยการโรงเรียนไทรน้อย จ.นนทบุรี</strong> กล่าวว่า โรงเรียนได้ทำงานร่วมกับ กสศ. จนเกิดเป็น “ไทรน้อยโมเดล” เพื่อให้การช่วยเหลือนักเรียนที่หลุดจากระบบการศึกษาได้กลับเข้ามาเรียนต่อ การรับเด็กกลับเข้ามาเรียน จะมีระบบดูแลช่วยเหลือ โดยต้องยอมรับว่า เมื่อออกไปจากระบบ 1 เทอมแล้วแต่ยังต้องมีกระบวนการวัดผลประเมินผล ในช่วงหนึ่งภาคเรียนที่หายไป โดยให้มาเรียนซ่อมเสริมเพิ่มเติม ใช้การประเมินแบบยืดหยุ่น </p>



<p>ทั้งนี้เพื่อให้เด็กรู้สึกมีความสุข และปลอดภัยเมื่ออยู่ในโรงเรียน มีคุณครูคอยช่วยเหลือ ที่สำคัญคือการกลับเข้ามาเราจะต้องรักษาพลังบวกให้เขาผ่านไปตลอดรอดฝั่ง มีระบบดูแลช่วยเหลือ เมื่อเกิดปัญหา อุปสรรค การเรียน ก็ต้องเข้าไปช่วยเหลือ ไม่ให้พลังด้านลบมาบั่นทอนให้พวกเขาออกจากโรงเรียนไปอีกแล้วการดึงกลับเข้ามาจะยากลำบาก</p>



<p></p>



<h2 class="wp-block-heading">ระวังเด็กหลุดเกิน 3 เดือนเข้าสู่วงจรสีเทา เร่งช่วยกันซ่อมชีวิต</h2>



<p><strong>ศ.ดร.สมพงษ์ จิตระดับ กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา</strong> กล่าวว่า สถานการณ์ปัจจุบันมีเด็กเสี่ยงที่จะหลุดจากระบบการศึกษาเพิ่มขึ้นอย่างมากจากผลกระทบจากโควิด-19 มีนักเรียนยากจนพิเศษเพิ่มขึ้นสูงเป็นสถิติใหม่ถึง 1,244,591 คน หรือคิดเป็น 19.98 % ของนักเรียนทั้งหมด สร้างสถิตสูงสุดจากที่ผ่านมา </p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-9940af"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/12/15-เด็กหลุดนอกระบบ-วิกฤตที่ยังไม่จบ-02.jpg" alt=""/></div><figcaption class="qubely-image-caption">ศ.ดร.สมพงษ์ จิตระดับ กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ กสศ.</figcaption></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>ดังนั้นการแก้ไขปัญหาช่วยเหลือเด็กคนหนึ่งให้รอดไม่ใช่แค่เรื่องทุนการศึกษาอย่างเดียว ต้องมองให้ครบมิติเพื่อป้องกันไม่ให้หลุดจากระบบซ้ำอีก </p>



<ol><li><strong>สุขภาพกาย</strong> เช่น การเข้าถึงวัคซีน ภาวะโภชนาการ </li><li><strong>สุขภาพใจ</strong> เด็กกลุ่มนี้มีแนวโน้มมีภาวะความเครียด ซึมเศร้า มีแรงกดดันความกังวลในช่วงการกลับเข้ามาเรียนอีกครั้ง </li><li><strong>สังคม </strong>ภาวะโดดเดี่ยวไม่มีเพื่อน การทำงานที่เสี่ยงอันตราย หรือถูกเอาเปรียบค่าแรง </li><li><strong>การศึกษา</strong> ความรู้ที่ถดถอย เรียนไม่ทันเพื่อน</li></ol>



<p>และที่น่าเป็นห่วงคือช่วงสามเดือนอันตรายถ้าเด็กหลุดจากระบบการศึกษานานถึงสามเดือนจะเสี่ยงเข้าสู่วงจรสีเทา ทั้งติดเพื่อน ติดเกม ติดยาเสพติด หรือถ้าเราไม่ทำอะไรแล้วพวกเขาเข้าไปในสถานพินิจ พอออกมาสามเดือนก็มีโอกาสกลับเข้าไปซ้ำได้อีก สังคมไม่อาจปล่อยให้การแก้ไขปัญหาเป็นไปแบบลำพังต่างคนต่างทำไม่ได้ แต่ต้องร่วมมือกันแก้ไขปัญหาเด็กยากจนด้อยโอกาส ช่วยกันซ่อมชีวิต ซ่อมจิตวิญญาณให้เขากลับมาใช้ชีวิตตามปกติ</p><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/article-8-lost-months-071221/">‘8 เดือนที่สูญหาย’ …จากใจเด็กที่หลุดจากรั้วโรงเรียนด้วยผลกระทบจากโควิด-19</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
