<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>หนองสนิท | กสศ.</title>
	<atom:link href="https://www.eef.or.th/search/%E0%B8%AB%E0%B8%99%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B8%AA%E0%B8%99%E0%B8%B4%E0%B8%97/feed/rss2/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.eef.or.th</link>
	<description>กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา</description>
	<lastBuildDate>Tue, 26 Aug 2025 09:52:11 +0000</lastBuildDate>
	<language>th</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.3.8</generator>

<image>
	<url>https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/02/cropped-fav-icon-32x32.png</url>
	<title>หนองสนิท | กสศ.</title>
	<link>https://www.eef.or.th</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>กสศ. นำเสนอผลลัพธ์ Thailand Zero Dropout ในเวทีสมัชชาสภาการศึกษาระดับชาติ ครั้งที่ 3 ชูการศึกษาที่ยืดหยุ่น พาเด็กเยาวชนกลับสู่การเรียนรู้อย่างเป็นรูปธรรม</title>
		<link>https://www.eef.or.th/news-220825/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 26 Aug 2025 09:29:09 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[All About EEF]]></category>
		<category><![CDATA[กสศ.]]></category>
		<category><![CDATA[Thailand Zero Dropout]]></category>
		<category><![CDATA[เวทีสมัชชาสภาการศึกษาระดับชาติ]]></category>
		<category><![CDATA[Future Learn Future Earn: เรียนรู้เพื่อก้าวสู่อนาคต]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?p=95794</guid>

					<description><![CDATA[<p>เมื่อวันที่ 22 สิงหาคม 2568 กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางกา [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/news-220825/">กสศ. นำเสนอผลลัพธ์ Thailand Zero Dropout ในเวทีสมัชชาสภาการศึกษาระดับชาติ ครั้งที่ 3 ชูการศึกษาที่ยืดหยุ่น พาเด็กเยาวชนกลับสู่การเรียนรู้อย่างเป็นรูปธรรม</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>เมื่อวันที่ 22 สิงหาคม 2568 กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) เข้าร่วมการประชุม <strong>สมัชชาสภาการศึกษาระดับชาติ ครั้งที่ 3</strong> (3rd National Education Assembly) ภายใต้แนวคิด <strong>“Future Learn Future Earn: เรียนรู้เพื่อก้าวสู่อนาคต”</strong> จัดโดยสำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา โดยได้รับเกียรติจาก <strong>ศ.ดร.นฤมล ภิญโญสินวัฒน์</strong> รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เป็นประธานเปิดงาน พร้อมด้วย <strong>รศ.ดร.ประวิต เอราวรรณ์</strong> เลขาธิการสภาการศึกษา, <strong>ดร.นิติ นาชิต</strong> รองเลขาธิการสภาการศึกษา และผู้แทนภาคีเครือข่ายสมัชชา สภาการศึกษาจังหวัด ผู้แทนจากองค์กรทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน ภาคประชาชน ภาคการศึกษา ภาคศาสนา รวมกว่า 800 คน จาก 4 ภูมิภาค เข้าร่วมประชุม ณ โรงแรม ทีเค.พาเลซ แอนด์ คอนเวนชั่น กรุงเทพฯ</p>



<figure class="wp-block-image"><img decoding="async" fetchpriority="high" width="855" height="569" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/08/image-41.jpeg" alt="" class="wp-image-95799" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/08/image-41.jpeg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/08/image-41-300x200.jpeg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/08/image-41-768x511.jpeg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/08/image-41-750x500.jpeg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/08/image-41-272x182.jpeg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /></figure>



<p>ภายในงานได้มีพิธีมอบ <strong>เกียรติบัตร “รางวัลสมัชชาสภาการศึกษาระดับชาติ” ประจำปี 2568 (National Education Assembly Award)</strong> ให้แก่ภาคีจาก <strong>15 จังหวัด</strong> ที่เป็นต้นแบบในการพัฒนาการศึกษาเชิงพื้นที่อย่างเข้มแข็งและยั่งยืน</p>



<p>จากนั้น ภาคีเครือข่ายได้ร่วมกันแสดงสัญลักษณ์พลังความร่วมมือ <strong>“สังคมมีส่วนร่วมในการจัดการศึกษา” (All for Education)</strong> และร่วมรับรอง <strong>มติสมัชชาสภาการศึกษาระดับชาติ ครั้งที่ 3</strong> ซึ่งมีสาระสำคัญ 2 ประการ ได้แก่:</p>



<ol>
<li style="font-size:16px"><strong>การสร้างการเรียนรู้เพื่อสร้างรายได้ (Learn to Earn) </strong>พัฒนาหลักสูตรระยะสั้นที่ตอบสนองความถนัดและความสนใจของผู้เรียน ควบคู่กับการสร้างช่องทางและฐานข้อมูลเพื่อสนับสนุนการเรียนรู้ตลอดชีวิต</li>



<li style="font-size:16px"><strong>ระบบนิเวศการเรียนรู้ (Learning Ecosystem) </strong>กำหนด “เมืองแห่งการเรียนรู้ตลอดชีวิต” เป็น <strong>วาระแห่งชาติ</strong> พร้อมบูรณาการภารกิจ และพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานเพื่อสนับสนุนการเรียนรู้สำหรับทุกคน</li>
</ol>



<figure class="wp-block-image"><img decoding="async" width="855" height="569" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/08/image-44.jpeg" alt="" class="wp-image-95802" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/08/image-44.jpeg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/08/image-44-300x200.jpeg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/08/image-44-768x511.jpeg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/08/image-44-750x500.jpeg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/08/image-44-272x182.jpeg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /></figure>



<p>ในโอกาสนี้ กสศ. ได้นำเสนอเส้นทางและประสบการณ์จากการดำเนินงาน Thailand Zero Dropout ต่อรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ผ่านนิทรรศการ “เปิดประตูสู่การเรียนรู้ตลอดชีวิต” ซึ่งนำเสนอแนวคิดการปรับระบบการศึกษาให้ ยืดหยุ่น หลากหลาย และเข้าถึงได้ เพื่อตอบโจทย์ความแตกต่างด้านศักยภาพและเงื่อนไขชีวิตของเด็กเยาวชนทุกกลุ่ม</p>



<p>นอกจากนี้ กสศ. ยังเข้าร่วมเวทีเสวนา <strong>“Talk to Transform: พลังเล็ก เปลี่ยนเมืองใหญ่” (Small Sparks, Big Shifts)</strong> ในหัวข้อ “การเรียนรู้ที่ไม่ติดกรอบ สู่โอกาสที่ไม่จำกัด” เพื่อนำเสนอ <strong>“ผลลัพธ์จากการทำงานที่มีชีวิต”</strong> ผ่านเรื่องราวการเปลี่ยนแปลงของเด็กและเยาวชนที่สามารถกลับเข้าสู่ระบบการเรียนรู้ได้จริง จากการจัดการศึกษาที่ยืดหยุ่น มีทางเลือก และตอบโจทย์ชีวิตอย่างแท้จริง</p>



<figure class="wp-block-image"><img decoding="async" width="855" height="569" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/08/image-43.jpeg" alt="" class="wp-image-95801" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/08/image-43.jpeg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/08/image-43-300x200.jpeg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/08/image-43-768x511.jpeg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/08/image-43-750x500.jpeg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/08/image-43-272x182.jpeg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /></figure>



<p><strong>ศ.ดร.นฤมล ภิญโญสินวัฒน์</strong> รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ กล่าวปาฐกถาพิเศษในหัวข้อ “Flexible Education การศึกษายืดหยุ่นตอบโจทย์ความหลากหลายของพื้นที่” ว่า การประชุมครั้งนี้ถือเป็นนิมิตหมายที่ดีที่ทุกภาคส่วนได้มีส่วนร่วมในการกำหนดนโยบายและแผนขับเคลื่อนการศึกษาของประเทศร่วมกัน โดยเฉพาะการผลักดันร่างพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติฉบับใหม่ ซึ่งกระทรวงศึกษาธิการได้วางนโยบายสำคัญด้านการปฏิรูปการศึกษา เพื่อรองรับความเปลี่ยนแปลงและความท้าทายในอนาคต</p>



<p>รมว.ศธ. กล่าวต่อว่า แนวคิด <strong>Flexible Education</strong> จะเป็นกลไกสำคัญในการเปิดโอกาสให้ผู้เรียนทุกกลุ่ม ทุกช่วงวัย สามารถเข้าถึงโอกาสทางการศึกษา และตอบสนองต่อความแตกต่างและความต้องการเฉพาะของแต่ละพื้นที่ได้อย่างแท้จริง โดยมีลักษณะสำคัญ 4 ด้าน ได้แก่</p>



<ol>
<li style="font-size:16px"><strong>ยืดหยุ่นด้านเวลา (Flexible Time)</strong></li>



<li style="font-size:16px"><strong>ยืดหยุ่นด้านสถานที่ (Flexible Place)</strong></li>



<li style="font-size:16px"><strong>ยืดหยุ่นด้านรูปแบบการเรียนรู้ (Flexible Learning Pathways)</strong></li>



<li style="font-size:16px"><strong>ยืดหยุ่นด้านการวัดผล (Flexible Assessment)</strong></li>
</ol>



<p>ทั้งนี้ ศ.ดร.นฤมล เชื่อว่าการประชุมสมัชชาสภาการศึกษาระดับชาติอย่างต่อเนื่อง จะเป็นเวทีสำคัญในการสะท้อน <strong>“เสียงจากพื้นที่” </strong>และต่อยอดเป็นข้อเสนอเชิงนโยบายที่ตอบโจทย์ความต้องการของผู้เรียนและสังคม ซึ่งกระทรวงศึกษาธิการ พร้อมสนับสนุนให้ทุกข้อคิดเห็นและแนวทางการทำงานที่เกิดขึ้นสามารถนำไปสู่ผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรม</p>



<figure class="wp-block-image"><img decoding="async" loading="lazy" width="855" height="569" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/08/image-40.jpeg" alt="" class="wp-image-95798" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/08/image-40.jpeg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/08/image-40-300x200.jpeg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/08/image-40-768x511.jpeg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/08/image-40-750x500.jpeg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/08/image-40-272x182.jpeg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /></figure>



<p><strong>รศ.ดร.ประวิต เอราวรรณ์</strong> เลขาธิการสภาการศึกษา กล่าวว่าการประชุมสมัชชาสภาการศึกษาระดับชาติ ครั้งที่ 3 ถือเป็นก้าวสำคัญในการขับเคลื่อนนโยบายการศึกษาไทยสู่การเรียนรู้ตลอดชีวิตอย่างมีคุณภาพ ผ่านกลไกการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วน โดยเฉพาะในช่วงเวลาที่ประเทศไทยกำลังเผชิญความท้าทายจากความเหลื่อมล้ำเชิงพื้นที่ และมีเด็กเยาวชนจำนวนหนึ่งที่ยังไม่สามารถเข้าถึงการเรียนรู้ที่ตอบโจทย์ชีวิตได้</p>



<p>สภาการศึกษาจึงมองว่า <strong>“การสร้างกลไกสนับสนุนการเรียนรู้ตลอดชีวิตในทุกช่วงวัย”</strong> และการพัฒนาการเรียนรู้ใน <strong>“บริบทจริงของแต่ละพื้นที่”</strong> คือคำตอบสำคัญที่ต้องเร่งผลักดัน โดยสำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา ในฐานะหน่วยงานกำหนดนโยบายด้านการศึกษาและการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ มุ่งขับเคลื่อนระบบการศึกษาแบบ <strong>“Smart + Local”</strong> ที่ชาญฉลาด ยืดหยุ่น และเข้าใจความแตกต่างของพื้นที่</p>



<p>รศ.ดร.ประวิต ย้ำว่า <strong>การเปลี่ยนแปลงการศึกษาไทยต้องเริ่มจาก “การเข้าใจและเชื่อมั่นในพลังของพื้นที่”</strong> และการสร้างการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วน เพื่อให้การจัดการศึกษาทันต่อความเปลี่ยนแปลง ขณะเดียวกันยังต้องคำนึงถึงอัตลักษณ์เชิงพื้นที่ ซึ่งเป็นพื้นฐานสำคัญในการยกระดับคุณภาพการศึกษา</p>



<p>ทั้งนี้ การจัดประชุมสมัชชาสภาการศึกษาแห่งชาติ จึงเป็นความร่วมมือระหว่างสำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษาและภาคีเครือข่าย เพื่อสร้างความรู้ความเข้าใจ เกี่ยวกับการจัดการศึกษาเชิงพื้นที่ และเปิดพื้นที่แลกเปลี่ยน เรียนรู้ และเชื่อมโยงเครือข่าย เพื่อพัฒนาคุณภาพการศึกษาที่ตอบโจทย์ผู้เรียนเป็นรายบุคคลต่อไป</p>



<p><strong>นายพัฒนพงษ์ สุขมะดัน</strong> ผู้ช่วยผู้จัดการ กสศ. กล่าวบนเวที <strong>Talk to Transform: พลังเล็ก เปลี่ยนเมืองใหญ่</strong> ว่า การจัดตั้งสมัชาการศึกษาถือเป็นรอยเท้าแรกของการทำงานภายใต้มาตรการ <strong>Thailand Zero Dropout</strong> ที่ทำให้วันนี้เกิดสมัชชาสภาการศึกษาใน 15 จังหวัด<strong> </strong>พร้อมสร้างเครือข่ายความร่วมมือที่แข็งแรงยิ่งขึ้น สิ่งสำคัญที่เกิดตามมาคือ <strong>“ดอกผลของงาน”</strong> โดยเฉพาะการค้นพบ<strong>ต้นแบบการจัดการศึกษาที่ยืดหยุ่น</strong> ตอบโจทย์รูปแบบชีวิตอันหลากหลาย รองรับเส้นทางการเรียนรู้และการพัฒนาตนเองของเด็กและเยาวชนทุกคน</p>



<p>ผู้ช่วยผู้จัดการ กสศ. กล่าวต่อว่า การขับเคลื่อนตามมาตรการ Thailand Zero Dropout ทำให้เกิดการประยุกต์ทั้งทรัพยากรการเรียนรู้เดิม และนวัตกรรมการศึกษารูปแบบใหม่ มาปรับใช้ในพื้นที่ต่าง ๆ หนึ่งในนั้นคือ การจัดการศึกษา “1 โรงเรียน 3 รูปแบบ” ที่เปิดโอกาสให้ผู้เรียนเลือกเส้นทางการศึกษาให้เหมาะกับชีวิตและข้อจำกัดของตนเอง หลักสูตรนี้ออกแบบให้ยืดหยุ่น ทั้งเวลาเรียน เนื้อหา และการวัดผล โดยมีรากฐานจากพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 มาตรา 15 ที่รองรับ 3 รูปแบบการศึกษา คือ การศึกษาในระบบ การศึกษานอกระบบ และ การศึกษาตามอัธยาศัย</p>



<p>จากต้นแบบเล็ก ๆ ปัจจุบันขยายเป็น 937 โรงเรียนทั่วประเทศ ขณะเดียวกัน แนวร่วมในการจัดการศึกษารูปแบบอื่น ๆ ก็เติบโตควบคู่กัน ไม่ว่าจะเป็น</p>



<ul>
<li style="font-size:16px"><strong>ศูนย์การเรียนตามมาตรา 12</strong></li>



<li style="font-size:16px"><strong>โรงเรียนมือถือ (Mobile School)</strong> ที่เปิดโอกาสให้ชุมชนและภาคประชาชนเข้ามาจัดการศึกษา</li>



<li style="font-size:16px"><strong>การจัดการศึกษาขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น</strong> ซึ่งสร้างพื้นที่ต้นแบบการเรียนรู้ใหม่ ๆ อย่างต่อเนื่อง</li>
</ul>



<p>ทั้งหมดนี้ช่วย <strong>“เปิดประตูสู่การเรียนรู้ที่ไม่ติดกรอบ สู่โอกาสที่ไม่จำกัด”</strong> ให้แก่เด็กและเยาวชนจำนวนมาก</p>



<figure class="wp-block-image"><img decoding="async" loading="lazy" width="855" height="569" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/08/image-42.jpeg" alt="" class="wp-image-95800" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/08/image-42.jpeg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/08/image-42-300x200.jpeg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/08/image-42-768x511.jpeg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/08/image-42-750x500.jpeg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/08/image-42-272x182.jpeg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /></figure>



<p>ผู้ช่วยผู้จัดการ กสศ. ระบุว่าการดำเนินงาน Thailand Zero Dropout ทำให้จำนวนเด็กเยาวชนที่ตกหล่นจากระบบการศึกษาลดลงอย่างชัดเจน จาก <strong>1.02 ล้านคนในปี 2566</strong> เหลือ <strong>8.8 แสนคนในปี 2568</strong> และคาดว่าจะลดลงต่อเนื่องตามความร่วมมือจากทุกภาคส่วนในอนาคต</p>



<p>นิทรรศการในครั้งนี้จึงสะท้อนให้เห็น <strong>“ผลลัพธ์จากการทำงานที่มีชีวิต”</strong> ผ่านการจัดการศึกษาที่ยืดหยุ่น หลากหลาย และตอบโจทย์ชีวิต ทำให้เด็กและเยาวชนจำนวนมากกลับมาวางแผนอนาคตของตัวเองได้อีกครั้ง ไม่ว่าจะเป็นการกลับเข้าสู่ระบบการศึกษา เรียนรู้ทักษะอาชีพที่สนใจ หรือสร้างรายได้เลี้ยงครอบครัวอย่างมั่นคง โดยตัวอย่างแรงบันดาลใจจากพื้นที่</p>



<ul>
<li style="font-size:16px"><strong>“น้องเอิร์ธ” วัย 17 ปี จ.เชียงราย<br></strong>เคยหลุดจากระบบการศึกษาเพราะต้องทำงานเลี้ยงครอบครัว จนกลับมาเรียนผ่าน <strong>“ห้องเรียนระบบสอง”</strong> ภายใต้แนวคิด 1 โรงเรียน 3 รูปแบบของ โรงเรียนห้วยซ้อวิทยาคม ห้องเรียนนี้ยืดหยุ่นเรื่องเวลาและการประเมิน ทำให้เอิร์ธสามารถเรียนและทำงานไปพร้อมกัน ปัจจุบันเขาเชื่อว่า “ทุกที่คือโรงเรียน” และเตรียมต่อยอดสู่สายอาชีพหลังได้รับวุฒิมัธยมปลาย</li>



<li style="font-size:16px"><strong>“น้องเนส” วัย 22 ปี จ.สุรินทร์<br></strong>หลุดจากระบบตั้งแต่ ม.ต้น กระทั่ง อบต.หนองสนิท อำเภอจอมพระ เริ่มทำงานเรื่องการดูแลเด็กเยาวชนในพื้นที่ด้วยการจัดการศึกษาที่ยืดหยุ่น และชวนเนสกลับมาเรียนผ่าน <strong>ศูนย์การเรียนตามมาตรา 12</strong> พร้อมฝึกทักษะอาชีพที่สนใจ ปัจจุบันเขาจบ ม.ต้น ได้รับวุฒิการศึกษา และประกอบอาชีพช่างตัดผมในชุมชน พร้อมมุ่งพัฒนาตนเองต่อไป</li>



<li style="font-size:16px"><strong>“น้องฮักแพง” วัย 18 ปี จ.ร้อยเอ็ด<br></strong>เด็กสาวนักร้องหมอลำที่ฝันอยากเรียนต่อระดับอุดมศึกษา เมื่อศูนย์การเรียนปัญญากัลป์ พัฒนาหลักสูตร <strong>“หมอลำศึกษา”</strong> ร่วมกับวงดนตรี ทำให้เธอสามารถเทียบโอนประสบการณ์จากเวทีการแสดงเป็นหน่วยกิต เพื่อสะสมวุฒิการศึกษามัธยมปลาย และเตรียมต่อยอดสู่มหาวิทยาลัย</li>
</ul>



<p>นอกจากนี้ ยังมีตัวอย่างจากพื้นที่อื่น ๆ เช่น <strong>“โรงเรียนในสวนทุเรียน” จ.สุราษฎร์ธานี</strong> ที่ช่วยเด็กซึ่งหลุดจากระบบในช่วงวิกฤตโควิด-19 ให้กลับมามีวุฒิการศึกษา ควบคู่ไปกับการสร้างอาชีพและรายได้</p>



<figure class="wp-block-image"><img decoding="async" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/08/image-45.jpeg" alt="" class="wp-image-95803"/></figure>



<p>ผู้ช่วยผู้จัดการ กสศ. กล่าวว่า การจัดตั้งสมัชชาการศึกษา<strong> </strong>คือการสร้างเครือข่ายที่มี กระบวนการค้นหา-ดูแลช่วยเหลือ-ส่งต่อ เด็กแต่ละคนให้ได้รับรูปแบบการศึกษาที่เหมาะสมกับชีวิต ซึ่งไม่เพียงช่วยให้เด็ก ๆ กลับเข้าสู่ระบบการเรียนรู้ แต่ยังสร้างความพร้อมในการประกอบอาชีพ และเปิดโอกาสให้พวกเขาพิสูจน์ว่า <strong>“ทุกคนทำได้”</strong> โดยผลลัพธ์ทั้งหมดนี้จะกลายเป็นต้นแบบของการปฏิรูปการศึกษาของประเทศไทยในระยะยาว</p><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/news-220825/">กสศ. นำเสนอผลลัพธ์ Thailand Zero Dropout ในเวทีสมัชชาสภาการศึกษาระดับชาติ ครั้งที่ 3 ชูการศึกษาที่ยืดหยุ่น พาเด็กเยาวชนกลับสู่การเรียนรู้อย่างเป็นรูปธรรม</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>กสศ. เปิดแคมเปญ “เพราะทุกที่คือโรงเรียน” เปิดรับความร่วมมือ “หุ้นส่วนการศึกษา”</title>
		<link>https://www.eef.or.th/news-120625/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 12 Jun 2025 09:25:12 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[All About EEF]]></category>
		<category><![CDATA[กสศ.]]></category>
		<category><![CDATA[สพฐ.]]></category>
		<category><![CDATA[Mobile school]]></category>
		<category><![CDATA[Thailand Zero Dropout]]></category>
		<category><![CDATA[การศึกษายืดหยุ่น]]></category>
		<category><![CDATA[หุ้นส่วนการศึกษา]]></category>
		<category><![CDATA[เพราะทุกที่คือโรงเรียน]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?p=93845</guid>

					<description><![CDATA[<p>วันที่ 4 มิถุนายน 2568 กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษ [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/news-120625/">กสศ. เปิดแคมเปญ “เพราะทุกที่คือโรงเรียน” เปิดรับความร่วมมือ “หุ้นส่วนการศึกษา”</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>วันที่ 4 มิถุนายน 2568 กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) ร่วมมือกับ กระทรวงศึกษาธิการ เครือข่ายศูนย์การเรียนโดยสถาบันทางสังคม และหุ้นส่วนการศึกษาจากทั่วประเทศ&nbsp; จัดงานแถลงข่าว และกิจกรรมเปิดตัวแคมเปญ “เพราะทุกที่คือโรงเรียน” ณ ลานกิจกรรม ชั้น G ศูนย์การค้าสามย่านมิตรทาวน์ พร้อมชวนภาคีเครือข่าย ภาครัฐ เอกชน ชุมชน และสื่อมวลชน&nbsp; ร่วมสร้าง “โรงเรียนในความหมายใหม่ ” ที่ออกแบบขึ้นเพื่อรองรับเด็กและเยาวชนที่หลุดจากระบบการศึกษา ที่ไม่สามารถเข้าเรียนในระบบโรงเรียน ให้สามารถกลับมาเรียนรู้ในบริบทที่เหมาะสมกับชีวิตของตนเองได้</p>



<figure class="wp-block-image size-full"><img decoding="async" loading="lazy" width="855" height="569" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/06/1-1.jpg" alt="" class="wp-image-93847" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/06/1-1.jpg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/06/1-1-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/06/1-1-768x511.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/06/1-1-750x500.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/06/1-1-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /></figure>



<p><strong>ดร.ไกรยส ภัทราวาท ผู้จัดการ กสศ.</strong> กล่าวว่า ปัจจุบัน ประเทศไทยมีเด็กและเยาวชนที่หลุดจากระบบการศึกษาอายุระหว่าง 3-24 ปี จำนวน 880,463 คน&nbsp; ลดลงจากปี 2567 ซึ่งมีอยู่ราว 1.02 ล้านคน ยังคงสะท้อนปัญหาเชิงโครงสร้าง จากการสำรวจของ กสศ. เด็กและเยาวชนจำนวนมากที่หลุดจากระบบการศึกษา ไม่มีเป้าหมายทางการศึกษาและอาชีพที่ชัดเจน ร้อยละ 78.23 ของกลุ่มตัวอย่าง 29,452 คน ไม่มีแผนการศึกษาในอนาคต ขณะที่ร้อยละ 49.42 แสดงความต้องการเรียนรู้เพื่อพัฒนาทักษะอาชีพ มากกว่าการเรียนแบบวิชาการในระบบเดิม</p>



<p>แคมเปญ “เพราะทุกที่คือโรงเรียน” เป็นวิสัยทัศน์ร่วมของภาคส่วนต่าง ๆ&nbsp;เพื่อแก้ปัญหาเด็กและเยาวชนหลุดจากระบบการศึกษา ด้วยรูปแบบการเรียนรู้ที่ยืดหยุ่น (Flexible Learning) ที่สามารถเกิดขึ้นได้ในทุกสถานที่ ทุกเวลา โดยเน้นการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วน ร่วมจัดการเรียนรู้ เด็กไม่จำเป็นต้องเรียนเฉพาะในโรงเรียนแบบเดิม แต่สามารถเรียนรู้ผ่านพื้นที่เรียนรู้หลากหลาย การทำมาหาเลี้ยงชีพ&nbsp; กิจกรรมในชีวิตจริง บริบทของชุมชน หรือแม้แต่ในสถานประกอบการ นอกจากนี้ยังเปิดโอกาสให้ทุกคนสามารถเป็นครูได้</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-98cc50"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/06/2-2.jpg" alt=""/></div><figcaption class="qubely-image-caption">ดร.ไกรยส ภัทราวาท</figcaption></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>“เราไม่ได้แค่ดึงเด็กกลับเข้าสู่ระบบเดิม แต่เรากำลังร่วมกันสร้างระบบใหม่ที่ยืดหยุ่นตอบโจทย์ชีวิตของเด็กจริง ๆ” ดร.ไกรยส กล่าวถึงเป้าประสงค์ของโครงการพร้อมย้ำว่า เป้าหมายของการศึกษาคือการเปิดโอกาสให้เด็กเป็นเจ้าของการเรียนรู้ของตนเอง ไม่ใช่เพียงผู้รับความรู้แบบเดิม</p>



<p>“การศึกษา หรือการเรียนรู้ที่ยืดหยุ่น จะช่วยเป็นตาข่ายรองรับ ความต้องการที่แตกต่าง หลากหลายให้กับผู้เรียนกลุ่มเป้าหมายเฉพาะ เช่น เด็กยากจน ด้อยโอกาสที่หลุดจากระบบการศึกษา ทั้งกลุ่มพ่อแม่วัยรุ่น เด็กและเยาวชนในกระบวนการยุติธรรม เด็กกำพร้า เด็กในพื้นที่ห่างไกล เด็กที่เผชิญกับความเจ็บป่วยและปัญหาสุขภาพ เป็นต้น”&nbsp;</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-b31eba"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/06/3-2.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-841274"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/06/4-1.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>ภายในงาน ผู้ร่วมกิจกรรมยังได้สัมผัสกับห้องเรียนหลากหลายรูปแบบที่เกิดจากการร่วมมือกันระหว่าง กสศ. และภาคีเครือข่าย ทั้งภาครัฐ เอกชน และชุมชน ภายใต้แนวคิด ทุกคนสามารถเป็นครูได้ และทุกที่คือโรงเรียน&nbsp; เช่น&nbsp;</p>



<ul>
<li style="font-size:16px">หมอลำศึกษา นิวเจน&nbsp; หลักสูตรสร้างโอกาส ต่อยอดความฝัน ให้เยาวชนวงหมอลำ</li>



<li style="font-size:16px">โรงเรียนนักขายออนไลน์ Shopee&nbsp; ของ Sea Thailand&nbsp;&nbsp;</li>



<li style="font-size:16px">โรงเรียนผู้ประกอบการ ของ CJ MORE&nbsp;&nbsp;</li>



<li style="font-size:16px">โรงเรียนสร้างนักข่าวของ The Reporters</li>



<li style="font-size:16px">Learn to Earn : Earn to Learn &nbsp; การศึกษา = ปากท้อง &nbsp; ของโรงเรียน 3 รูปแบบ จ.ราชบุรี&nbsp;</li>



<li style="font-size:16px">ChickLab ห้องเรียนฟาร์มไก่ เลี้ยงก็ได้ ขายก็เก่ง&nbsp; ของพลูโตฟาร์ม จ.สุรินทร์</li>



<li style="font-size:16px">หนองสนิท BARBER&nbsp; ห้องเรียน ปั้นช่างตัดผม ขวัญใจคนทั้งหมู่บ้าน</li>



<li style="font-size:16px">โรงเรียนนอกกรอบ KFC &nbsp; สร้างโอกาสใหม่เพื่อเด็กและเยาวชนในกระบวนการยุติธรรม</li>



<li style="font-size:16px">เจริญกาแฟและเบเกอรี่&nbsp; ความรู้กินได้ ของลูกหลานแรงงานไร่ส้ม</li>



<li style="font-size:16px">Mobile Media Lab ห้องเรียนสื่อชายแดน หมู่บ้านกองผักปิ้ง&nbsp; พื้นที่ปลอดภัยในการเรียนรู้ ของเด็ก ๆ ในพื้นที่สีแดง</li>



<li style="font-size:16px">ห้องเรียนทุ่งใหญ่ 1.3 ล้านไร่&nbsp; อิสรภาพในการเรียนรู้ของเด็ก ๆ พื้นที่ห่างไกล</li>
</ul>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-4c6b5e"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/06/5-1.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-e7f5b8"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/06/6-1.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-4c1b96"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/06/7-1.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>ผู้จัดการ กสศ. เสริมว่า&nbsp; มาตรการนี้ถูกออกแบบขึ้นมา จากการทำความเข้าใจปัญหาเชิงลึกและมองเห็นคุณค่าของเด็กและเยาวชนจำนวนมากที่ออกจากระบบการศึกษา เพื่อทำงานหารายได้ เพราะตอบโจทย์ความต้องการเร่งด่วนของครอบครัวและตัวเองมากกว่า&nbsp; บางส่วนจำเป็นต้องออกจากการศึกษาเพื่อดูแลผู้ป่วยในครอบครัว ขณะที่อีกจำนวนไม่น้อย ตั้งข้อสงสัยถึงเป้าหมายของการเรียน&nbsp; เรียนแล้วได้อะไร หรือแม้แต่การเรียนที่ตอบสนองต่อสิ่งที่ใฝ่ฝัน อยากเป็น อยากทำ ไม่ได้มีอยู่ในระบบการศึกษา</p>



<p>ความร่วมมือของ “หุ้นส่วนการศึกษา” จากทุกภาคส่วน คือหัวใจสำคัญที่จะขยายพื้นที่การเรียนรู้ให้ครอบคลุมเด็กทุกกลุ่ม โดยเฉพาะกลุ่มเปราะบาง เช่น เด็กพิการ พ่อแม่วัยรุ่น เด็กในกระบวนการยุติธรรม เด็กในพื้นที่ห่างไกล หรือเด็กที่มีปัญหาสุขภาพ</p>



<figure class="wp-block-image size-full"><img decoding="async" loading="lazy" width="855" height="569" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/06/8-1.jpg" alt="" class="wp-image-93856" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/06/8-1.jpg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/06/8-1-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/06/8-1-768x511.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/06/8-1-750x500.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/06/8-1-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /></figure>



<figure class="wp-block-image size-full"><img decoding="async" loading="lazy" width="855" height="569" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/06/9-1.jpg" alt="" class="wp-image-93857" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/06/9-1.jpg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/06/9-1-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/06/9-1-768x511.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/06/9-1-750x500.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/06/9-1-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /></figure>



<p>“เด็กไม่ใช่ปัญหา เด็กคือศักยภาพของประเทศ ถ้าเรายุติปัญหาเด็กหลุดจากระบบการศึกษาได้ เศรษฐกิจไทยจะโตเพิ่มขึ้นอีก 1.7% ของ GDP จากรายได้ตลอดชีวิตที่สูงขึ้นของเด็กเหล่านี้” ดร.ไกรยส ย้ำด้วยความมั่นใจ</p>



<p>ในโอกาสนี้ กสศ. ได้นำเสนอ 3 ตาข่ายการเรียนรู้หลักเพื่อรองรับเด็กหลุดจากระบบที่ได้รับการสนับสนุนจาก กระทรวงศึกษาธิการ&nbsp; ได้แก่</p>



<ul>
<li style="font-size:16px">โรงเรียนที่มีการปรับให้ยืดหยุ่น เช่น 1 โรงเรียน 3 รูปแบบ</li>



<li style="font-size:16px">การศึกษานอกระบบและตามอัธยาศัยผ่านกรมส่งเสริมการเรียนรู้</li>



<li style="font-size:16px">ศูนย์การเรียนโดยสถาบันทางสังคม เช่น มูลนิธิ สมาคม หรือกลุ่มอาชีพ ซึ่งเปิดโอกาสให้ทุกคนเป็นครู เป็นผู้จัดการศึกษาได้</li>
</ul>



<p>นอกจากนี้ ยังมีเครื่องมือสำคัญอีกหลายอย่างที่ทำงานเชิงรุก ติดตามค้นหา เพื่อนำการศึกษา การเรียนรู้ไปให้เด็กเยาวชน&nbsp; เช่น กลไกตำบล,โรงเรียนเคลื่อนที่ Mobile School, ธนาคารหน่วยกิต Credit Bank ที่ช่วยให้การเรียนรู้ทุกรูปแบบ การประกอบอาชีพสามารถเทียบโอนหน่วยกิต เชื่อมต่อกันได้ทั้งหมด</p>



<p>ผู้จัดการ กสศ. ระบุว่า ปัจจุบัน นโยบายเรียนฟรี 15 ปี ยังไม่ครอบคลุมศูนย์การเรียนโดยสถาบันทางสังคม ยังไม่ได้รับงบประมาณอุดหนุนรายหัว หรือสิทธิประโยชน์พื้นฐาน เช่น อาหารกลางวัน นม วัคซีน หรือการตรวจสุขภาพ กสศ. จึงเสนอให้มีการสนับสนุนอย่างเท่าเทียมกับโรงเรียนในระบบ รวมถึงเปิดโอกาสให้ภาคเอกชนเข้าร่วมสนับสนุนด้วยสิทธิประโยชน์ทางภาษีเหมือนโรงเรียนอื่น ๆ ปกติ</p>



<p>“โรงเรียนของเด็กบางคนอาจไม่มีอาคาร แต่ต้องมีคุณภาพ และต้องได้รับการสนับสนุนอย่างเท่าเทียม” ดร.ไกรยส ย้ำ</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-3ce661"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/06/10-1.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>ผู้จัดการ กสศ. ยังแสดงความหวังถึงตัวอย่างความสำเร็จที่เกิดขึ้นแล้วในพื้นที่ต่าง ๆ ทั่วประเทศ&nbsp; จะเป็นแรงบันดาลใจ ให้เกิดเครือข่ายหุ้นส่วนการศึกษาเพิ่มขึ้นเท่าทวีคูณทั่วประเทศ เพื่อสามารถรองรับความต้องการที่หลากหลายของเด็กและเยาวชนที่ยังคงหลุดจากระบบการศึกษาเกือบล้านคนได้&nbsp; เพราะนี่คือเรื่องฉุกเฉินเร่งด่วน สำหรับอนาคตของประเทศที่หายไป</p>



<p>ภาคเอกชน ท้องถิ่น หรือประชาชนทั่วไป สนใจร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการพัฒนารูปแบบการศึกษา การเรียนรู้ยืดหยุ่น หรือเป็นอาสาสมัครในโครงการ “โรงเรียนเคลื่อนที่ Mobile School”&nbsp; หรือสามารถร่วมบริจาคเพื่อสนับสนุน กสศ. โดยได้รับสิทธิลดหย่อนภาษี 2 เท่า สามารถติดต่อได้ที่</p>



<p><strong>กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.)</strong><br><strong>โทร. 02-079-5475 (ไม่เว้นวันหยุดราชการ)</strong><br><strong>เว็บไซต์ www.eef.or.th</strong><br><strong>อีเมล: flexiblelearning@eef.or.th</strong><br><strong>LINE กสศ.การศึกษายืดหยุ่น</strong><br><strong>Facebook: กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (EEF Thailand)</strong></p><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/news-120625/">กสศ. เปิดแคมเปญ “เพราะทุกที่คือโรงเรียน” เปิดรับความร่วมมือ “หุ้นส่วนการศึกษา”</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>กสศ. ชู เปิดเทอมใหม่ เรียนได้ทุกที่ มีรายได้ มีวุฒิการศึกษา แก้ปัญหาเด็กหลุดจากระบบการศึกษา</title>
		<link>https://www.eef.or.th/news-200525/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 20 May 2025 06:13:13 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[ข่าวสารความรู้]]></category>
		<category><![CDATA[1 โรงเรียน 3 รูปแบบ]]></category>
		<category><![CDATA[กสศ.]]></category>
		<category><![CDATA[พัฒนะพงษ์ สุขมะดัน]]></category>
		<category><![CDATA[Mobile school]]></category>
		<category><![CDATA[Thailand Zero Dropout]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?p=93446</guid>

					<description><![CDATA[<p>นายพัฒนะพงษ์ สุขมะดัน ผู้ช่วยผู้จัดการ กสศ. กล่าวว่า เป [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/news-200525/">กสศ. ชู เปิดเทอมใหม่ เรียนได้ทุกที่ มีรายได้ มีวุฒิการศึกษา แก้ปัญหาเด็กหลุดจากระบบการศึกษา</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>นายพัฒนะพงษ์ สุขมะดัน ผู้ช่วยผู้จัดการ กสศ.</strong> กล่าวว่า เปิดเรียนครั้งนี้ มีเด็กและเยาวชนที่หลุดจากระบบการศึกษา และไม่สามารถกลับเข้าสู่การเรียนในระบบโรงเรียนได้ เพราะปัญหาที่มีความซับซ้อน เช่น ปัญหาสุขภาพ ปัญหาเศรษฐกิจ ปัญหาครอบครัว ปัญหาการเดินทาง และข้อจำกัดในชีวิตอื่น ๆ สามารถกลับมาเรียนด้วยแนวทางการจัดการศึกษายืดหยุ่น เรียนได้ทุกที่ มีรายได้ มีวุฒิการศึกษา ผ่านโครงการโรงเรียนเคลื่อนที่ Mobile School ที่ กสศ. ร่วมมือ สพฐ. และเครือข่ายศูนย์การเรียนโดยสถาบันทางสังคม ตามมาตรา 12 แห่ง พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 ซึ่งเป็นหนึ่งใน 13 รูปแบบการเรียนรู้ที่ยืดหยุ่น ตอบโจทย์ชีวิต ภายใต้แนวคิดนำการเรียนไปให้น้องตามนโยบายกระทรวงศึกษาธิการที่ร่วมมือกับ กสศ. เพื่อสานต่อมาตราการขับเคลื่อนประเทศไทยเพื่อแก้ปัญหาเด็กและเยาวชนนอกระบบให้กลายเป็นศูนย์ (Thailand Zero Dropout)</p>



<p>นายพัฒนะพงษ์ กล่าวว่า ปัจจุบันประเทศไทยยังมีเด็กเยาวชนที่หลุดจากระบบการศึกษา กว่า 8.8 แสนคน เป็นตัวเลขที่ลดจากปีการศึกษา 2567 ที่มีอยู่ราว 1.02 ล้านคน ข้อค้นพบจากการทำงานช่วยเหลือน้อง ๆ คือ ระบบการศึกษาและการเรียนรู้ต้องปรับให้ยืดหยุ่น ตอบโจทย์ชีวิต และปากท้อง ปัจจุบันเรามีตาข่ายการศึกษาที่ช่วยโอบอุ้มรับเด็ก ๆ ในทุกข้อจำกัดไว้ ตั้งแต่โรงเรียน ที่ปัจจุบันมีนวัตกรรม 1 โรงเรียน 3 รูปแบบ สกร. (กรมส่งเสริมการเรียนรู้) และศูนย์การเรียนโดยสถาบันทางสังคม ที่จัดการศึกษาเหมือนกับ สกร. แต่ต่างกันที่ผู้จัดการศึกษาไม่ใช่รัฐแต่เป็นสถาบันทางสังคมที่ไม่แสวงหาผลกำไร อยู่ภายใต้สังกัด สพฐ. เป็นการจัดการศึกษาสำหรับผู้เรียนกลุ่มเป้าหมายเฉพาะ และพัฒนาหลักสูตรที่สอดคล้องกับผู้เรียนรายบุคคล และบริบทชุมชน มีความยืดหยุ่นเรื่องเวลาและสถานที่ ที่สำคัญคือทุกคนเป็นครูของผู้เรียนได้ (มาตรา 53 พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542)</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-633054"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/05/พัฒนะพงษ์-สุขมะดัน.jpg" alt=""/></div><figcaption class="qubely-image-caption">พัฒนะพงษ์ สุขมะดัน</figcaption></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>ผู้ช่วยผู้จัดการ กสศ. กล่าวว่า เปิดเทอมใหม่ เรียนได้ทุกที่ มีรายได้ มีวุฒิการศึกษา คือ ผู้เรียนไม่ได้เรียนที่โรงเรียน แต่เรียนรู้ทักษะอาชีพ ทักษะชีวิต ทักษะวิชาการและประสบการณ์ต่าง ๆ จากแหล่งเรียนรู้อื่นตามความถนัด ความสนใจของแต่ละคน และสอดคล้องกับบริบทพื้นที่ที่น้อง ๆ อาศัยอยู่&nbsp; เช่น ฟาร์มเกษตร&nbsp; นาข้าว ผืนป่า สวนผัก สวนผลไม้&nbsp; ตลาด ร้านค้า ร้านอาหาร ร้านตัดผม วงดนตรีหมอลำ หรือแม้แต่ผู้เรียนที่มีข้อจำกัดเรื่องสุขภาพ ก็สามารถออกแบบวิธีการเรียนให้น้อง ๆ สามารถบรรลุศักยภาพสูงสุดของตัวเองได้ โดยคุณครูจากศูนย์การเรียนฯ จะวางแผนการจัดการเรียนการสอน ร่วมกับนักวิชาชีพต่าง ๆ ที่เป็นเจ้าของความรู้ในอาชีพนั้น ๆ ไม่ว่าจะพ่อแม่ ปราชญ์ชุมชน กลุ่มแม่บ้าน ผู้นำชุมชน อบต. ท้องถิ่น นักวิชาชีพ ผู้ประกอบการ ภาคธุรกิจเอกชน ฯลฯ&nbsp;มีการวัดและประเมินผลตามสภาพจริงของผู้เรียนเป็นรายบุคคล ร่วมกับหน่วยงาน องค์กร นักวิชาชีพต่าง ๆ ที่ร่วมจัดการศึกษา ที่สำคัญน้อง ๆ จะมีรายได้จากการได้ลงมือทำงานจริงในเส้นทางเรียนรู้รูปแบบนี้ด้วย&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p>



<p>“ในปีการศึกษา 2568 กสศ. ได้รับความร่วมมือจากหุ้นส่วนการศึกษาทั้ง ชุมชนท้องถิ่น ภาคประชาสังคม ภาคเอกชน ร่วมจัดการศึกษาและการเรียนรู้ ให้แก่น้อง ๆ ที่หลุดจากระบบการศึกษา ไม่ว่าจะเป็นร้านไก่ทอด KFC&nbsp; สำนักข่าวออนไลน์ The Reporters&nbsp; New Gen Entertainment หมอลำไอดอล แพลตฟอร์ม Shopee ซึ่งเป็นกลุ่มบริษัทในเครือ Sea Thailand&nbsp; ฟาร์มไก่โคราช พลูโตฟาร์ม สหกรณ์การเกษตรพืชผักอินทรีย์หนองสนิทจำกัด สวนทุเรียนแปลงใหญ่ อ.คีรีรัฐนิคม จ.สุราษฎร์ธานี ฯลฯ”&nbsp;</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-0be97e"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/05/นางสาววรัญญาภรณ์-วันทา-หรือน้องฮักแพง.jpg" alt=""/></div><figcaption class="qubely-image-caption">รัญญาภรณ์ วันทา</figcaption></figure></div></div></div>



<p></p>



<p><strong>นางสาววรัญญาภรณ์ วันทา </strong>หรือ <strong>“น้องฮักแพง” </strong>อายุ 18 ปี กำลังเรียนชั้น ม.ปลาย หลักสูตรหมอลำศึกษา ศูนย์การเรียนปัญญากัลป์ เครือข่ายการศึกษายืดหยุ่น กสศ. เล่าว่า ปัจจุบันตนทำงานในตำแหน่งศิลปินผู้แสดง โจทย์เรียนรู้ที่ได้รับจึงปรับจาก ‘หน้าที่’ หรือ ‘มุมมองเฉพาะ’ ตามบทบาท สู่การคิดที่เชื่อมโยงมากขึ้น เช่น เรียนวิชาคณิตศาสตร์จากการหาพื้นที่ หรือสัดส่วนความกว้างยาวของเวที หรือเรื่องการแสดงก็จะโยงกับวิชาสังคมศึกษา วัฒนธรรมท้องถิ่น ซึ่งสืบค้นไปได้ถึงรากวิถีชีวิตของคนในแถบภาคอีสาน การเรียนรู้ที่ผสมผสานมาจากงานที่ทำ สามารถดัดแปลงใช้ได้กับทุกอาชีพ และน่าจะช่วยได้มากสำหรับคนที่หลุดจากระบบการศึกษาไปแล้ว ให้มีช่องทางกลับมาเรียนอีกครั้ง เพื่อมีความหวังที่จะนำวุฒิไปเรียนต่อ มีโอกาสก้าวหน้าในอาชีพ และดูแลตัวเองได้ดียิ่งขึ้น&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p>



<p>“การติดตามบทเรียนต่าง ๆ แทบไม่ต่างจากการเรียนในห้องเลยค่ะ แค่วิธีนี้เราใช้ออนไลน์เป็นหลักและมีเวลาเรียนที่ไม่ตายตัวเท่านั้น ข้อดีของวิธีการนี้คือเราได้รับคำแนะนำจากครูได้ทันที และเป็นคำแนะนำรายคนที่ทำให้เห็นความก้าวหน้าหรือจุดบกพร่องของตัวเองทุกสัปดาห์ ไม่ต้องรอให้ถึงช่วงสอบและวัดผลทีเดียวนอกเหนือจากบทเรียน การที่ครูจัดกิจกรรมกลุ่มเป็นบางช่วง ยัง ‘ช่วยเรื่องความรู้สึก’ ว่าตนได้กลับสู่ safe zone ของ ‘ระบบการศึกษา’ อีกครั้ง เนื่องจากชีวิตที่เข้าสู่การทำงานแล้ว จะมีโอกาสน้อยมากสำหรับการพบเพื่อนใหม่ มีสังคมใหม่ ขณะที่การได้เข้ากลุ่ม ได้ทำกิจกรรมร่วมกันกับเพื่อน ๆ ที่ตั้งใจกลับมาเรียนเหมือนกัน สามารถนำพาประสบการณ์ทางสังคมที่เคยได้รับในโรงเรียนกลับมา”</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-1e0326"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/05/นายคติกร-ทองนรินทร์-หรือเนส.jpg" alt=""/></div><figcaption class="qubely-image-caption">คติกร ทองนรินทร์</figcaption></figure></div></div></div>



<p></p>



<p><strong>นายคติกร ทองนรินทร์ หรือ “เนส” </strong>นักเรียนโรงเรียนเคลื่อนที่ Mobile school ศูนย์การเรียนซีวายเอฟ อบต.หนองสนิท จ.สุรินทร์&nbsp; เครือข่ายการศึกษายืดหยุ่น กสศ. เล่าว่าการเรียนในรูปแบบโรงเรียนเคลื่อนที่ Mobile school เป็นการเรียนรู้จากสิ่งรอบตัว เรียนรู้จากสิ่งที่มีอยู่ในชุมชน และสิ่งที่สนใจ ผ่านโครงงานหรือกิจวัตรประจำวันในชีวิต ทั้งในส่วนของงานบ้านและการประกอบอาชีพ</p>



<p>งานหลักของผมคือ เป็นช่างตัดผม การเรียนแต่ละครั้ง จะมีการตั้งหัวข้อ ตั้งโจทย์การเรียนรู้ที่เชื่อมโยงกับ 8 กลุ่มสาระวิชาหลักของ สพฐ. เพื่อให้สามารถนำไปวัดประเมินผลลัพธ์ เช่น วิชาคณิตศาสตร์ ก็จะมีการตั้งโจทย์ ให้ผมลองทำบัญชี รายรับรายจ่ายของร้านตัดผม คำนวณต้นทุน ที่เกิดขึ้นในระหว่างการเปิดร้าน วิชาศิลปะ ก็จะให้โจทย์เรื่องการออกแบบทรงผม ตามความต้องการของลูกค้า&nbsp;&nbsp;</p>



<p>“Mobile school ช่วยให้ผมมีเป้าหมายในชีวิตที่ชัดขึ้น ช่วยสานฝันในการเป็นช่างตัดผมประจำหมู่บ้านให้เป็นจริง เปลี่ยนชีวิตผมจากเด็กเกเรที่ไม่มีความรับผิดชอบ ทำให้เรามีความรับผิดชอบขึ้นในหน้าที่การเรียนและการทำงาน ทุกวันนี้ผมตัดผมได้วันละ 4-5 คน ผู้ใหญ่ผมตัดหัวละ 40 บาท ถ้าเด็ก ๆ เป็นทรงนักเรียนอยู่ที่หัวละ 20 บาท ก็อยู่ได้ครับ บางวันผมออกไปตัดผมให้คนเฒ่าคนแก่ในชุมชนถึงที่บ้าน เพราะหลายท่านเดินทางมาที่ร้านไม่ได้ ผมดีใจที่งานที่ผมชอบทำให้ทุกคนรักผม และเรื่องนี้สำคัญมาก มันเปลี่ยนโลกทั้งหมดของผมไปเลยครับ”</p>



<div style="text-align: center;">
  <div id="fb-root"></div>
  <script async defer crossorigin="anonymous" 
          src="https://connect.facebook.net/en_US/sdk.js#xfbml=1&#038;version=v18.0"></script>

  <div class="fb-video" 
       data-href="https://www.facebook.com/EEFthailand/videos/1363774161534729/" 
       data-width="800" 
       data-show-text="false">
  </div>
</div>



<p class="has-text-align-center"><strong>เพราะการเรียนรู้ไม่ควรถูกตีกรอบไว้แค่ในห้องเรียน</strong></p>



<p></p>



<p>ทั้งนี้ กสศ. ได้จัดทำภาพยนตร์โฆษณารณรงค์สร้างความรู้ความเข้าใจแนวคิดการศึกษายืดหยุ่น ตอบโจทย์ชีวิตอีกด้วย สำหรับท้องถิ่น ชุมชน หรือ ภาคเอกชนสนใจร่วมเป็นเครือข่ายการศึกษายืดหยุ่น เพื่อสร้างโอกาสการเรียนรู้ให้แก่เด็กเยาวชนที่หลุดจากระบบการศึกษา สามารถติดต่อ กสศ. ได้ที่ โทร. 02-079 5475 ต่อ 0 </p>



<p>สำหรับโรงเรียนเคลื่อนที่ Mobile School&nbsp;กสศ. และศูนย์การเรียนโดยสถาบันทางสังคม ยังเปิดรับสมัครเด็กและเยาวชนอายุระหว่าง 7-24 ปี จากทั่วประเทศ ที่หลุดจากระบบการศึกษา และไม่สามารถเรียนในโรงเรียนหรือสถานศึกษารูปแบบอื่นได้&nbsp;เรียนต่อตั้งแต่ช่วงชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 มัธยมศึกษาปีที่ 3 และมัธยมศึกษาปีที่ 6 สามารถติดต่อทุกวัน ไม่มีวันหยุด สอบถามได้ที่&nbsp; โทร. 02 -079 5475 ต่อ 0 หรือ www.eef.or.th&nbsp;และ เพจเฟซบุ๊ก <a href="https://www.facebook.com/EEFthailand/" target="_blank" rel="noopener" title="">กสศ.กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา</a></p><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/news-200525/">กสศ. ชู เปิดเทอมใหม่ เรียนได้ทุกที่ มีรายได้ มีวุฒิการศึกษา แก้ปัญหาเด็กหลุดจากระบบการศึกษา</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>กสศ. จับมือภาคีเครือข่ายร่วมรณรงค์ “สงกรานต์นี้ กลับบ้าน พาลูกหลาน กลับมาเรียน” เปิดตัวโรงเรียนเคลื่อนที่ Mobile School</title>
		<link>https://www.eef.or.th/news-110425/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 11 Apr 2025 09:21:23 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[All About EEF]]></category>
		<category><![CDATA[กสศ.]]></category>
		<category><![CDATA[Mobile school]]></category>
		<category><![CDATA[Thailand Zero Dropout]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?p=92597</guid>

					<description><![CDATA[<p>เมื่อวันที่ 10 เมษายน 2568 กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการ [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/news-110425/">กสศ. จับมือภาคีเครือข่ายร่วมรณรงค์ “สงกรานต์นี้ กลับบ้าน พาลูกหลาน กลับมาเรียน” เปิดตัวโรงเรียนเคลื่อนที่ Mobile School</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<ul>
<li style="font-size:15px"><em>ช่วงปิดเทอมใหญ่&nbsp; เมษายนของทุกปี ถือเป็นช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อ ที่เด็ก เยาวชน และครอบครัวยากจน ด้อยโอกาส&nbsp; ตัดสินใจไม่กลับมาเรียน เนื่องจากปัญหาเศรษฐกิจที่ต้องช่วยแบ่งเบาภาระของครอบครัว การออกจากโรงเรียนมาทำงานหารายได้กลายเป็นทางออกของครอบครัวอย่างไม่มีทางเลือก&nbsp;</em></li>



<li style="font-size:15px"><em>สงกรานต์ปีนี้ กสศ. ชวนพี่น้องแรงงาน พ่อแม่ที่เสียสละเพื่อครอบครัว&nbsp; เดินทางกลับบ้าน นำข่าวดี ความหวัง ความฝัน และโอกาสการศึกษา กลับไปให้ลูกหลาน ผ่านโครงการโรงเรียนเคลื่อนที่ Mobile School ของ กสศ.</em></li>
</ul>



<p></p>



<p>เมื่อวันที่ 10 เมษายน 2568 กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) ระดมความร่วมมือภาคีเครือข่ายหลายภาคส่วน ร่วมรณรงค์ <strong>“สงกรานต์นี้ กลับบ้าน พาลูกหลานกลับมาเรียน”</strong> เชิญชวนคนไทย บอกต่อข้อมูลโอกาสและทางเลือกการศึกษาฟรี ที่มีความยืดหยุ่น ตอบโจทย์ชีวิต ไปให้ถึงครอบครัวเด็กและเยาวชนที่หลุดจากระบบการศึกษา หรือกำลังตัดสินใจจะไม่เรียนต่อเพราะความยากจน ด้อยโอกาส  <strong>ผ่านโครงการ</strong> <strong>“โรงเรียนเคลื่อนที่ Mobile School  เข้าเรียนไม่ได้ให้โรงเรียนไปหา”</strong> โดยมีเครือข่ายสื่อมวลชน ศิลปิน และหน่วยงานต่าง ๆระดับประเทศ และระดับท้องถิ่น เช่น อิงฟ้า วราหะ เครือข่ายศิลปินหมอลำไอดอล บขส. เข้าร่วมรณรงค์ในครั้งนี้</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-c2443d"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/04/1.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p><strong>นายพัฒนะพงษ์ สุขมะดัน ผู้ช่วยผู้จัดการ กสศ. </strong>กล่าวว่า ข้อมูลล่าสุดในปี 2567 ของคณะกรรมการขับเคลื่อนการแก้ปัญหาเด็กและเยาวชนนอกระบบการศึกษาให้กลายเป็นศูนย์ (Thailand Zero Dropout) ระดับชาติ พบว่า ประเทศไทยมีเด็กเยาวชนนอกระบบการศึกษา ตั้งแต่ช่วงอายุ 3-18 ปี&nbsp; (เกิดระหว่างวันที่ 1 มกราคม 2550&nbsp; &#8211; 31&nbsp; ธันวาคม 2564 ) จำนวนทั้งสิ้น 982,304 คน&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p>



<p>จากข้อค้นพบของกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) พบว่า การเข้าไม่ถึงข้อมูลที่พาไปถึงโอกาสการศึกษา และการไม่มีทางเลือกอื่นในการศึกษาเรียนรู้ที่ตอบโจทย์ชีวิต เป็นหนึ่งในเงื่อนไขสำคัญที่ทำให้ ผู้ปกครองและนักเรียนตัดสินใจไม่ศึกษาต่อ&nbsp;</p>



<p>กสศ. และภาคีเครือข่าย ริเริ่มโครงการ “โรงเรียนเคลื่อนที่ Mobile School เข้าเรียนไม่ได้ ให้โรงเรียนไปหา” เพื่อนำทางเลือกการศึกษาฟรี ยืดหยุน ตอบโจทย์ชีวิตไปให้เด็กและเยาวชนที่หลุดจากระบบการศึกษา และเริ่มต้นรณรงค์ตั้งแต่ช่วงเทศกาลสงกรานต์  เพื่อเชิญชวนครอบครัว พี่น้องแรงงานที่กำลังกลับบ้าน รวมถึงประชาชนทุกคนในสังคม บอกต่อข้อมูลโอกาสและทางเลือกการศึกษา ไปให้ถึงครอบครัว เด็ก เยาวชนที่หลุดจากระบบการศึกษา หรือกำลังตัดสินใจไม่เรียนต่อ  โดยตั้งเป้าช่วยเหลือน้องๆให้กลับมาเรียนได้ทัน เปิดเทอมใหม่ ปีการศึกษา 2568 เดือนพฤษภาคมนี้</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-1dd703"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/04/4.jpg" alt=""/></div><figcaption class="qubely-image-caption">นายพัฒนะพงษ์ สุขมะดัน   </figcaption></figure></div></div></div>



<p></p>



<p><strong>นายพัฒนะพงษ์ กล่าวเสริมว่า</strong> โครงการ “โรงเรียนเคลื่อนที่ Mobile School เข้าเรียนไม่ได้ ให้โรงเรียนไปหา” กสศ. ร่วมมือกับเครือข่ายศูนย์การเรียนโดยสถาบันทางสังคม ตามมาตรา 12 แห่ง พ.ร.บ. การศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 ในสังกัด สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) เครือข่ายสถานศึกษาที่จัดการศึกษายืดหยุ่น 1 โรงเรียน 3 รูปแบบ รวมถึงสถานประกอบการ ภาคเอกชน ภาคประชาสังคม นักวิชาชีพ และชุมชน ซึ่งมีประสบการณ์ความเชี่ยวชาญร่วมจัดการเรียนรู้ฟรีและได้วุฒิการศึกษาตามกฎหมาย ตั้งแต่ชั้นประถมศึกษา ม.ต้น และม.ปลาย (ป.6,ม.3,ม.6) โดยเน้นรูปแบบความยืดหยุ่นของการเรียน  สามารถเรียนที่ไหนก็ได้ทั้ง Online และ Onsite มีครูพี่เลี้ยง ช่วยแนะแนว ให้คำปรึกษา และร่วมออกแบบแผนการเรียนรู้ที่เหมาะสมกับผู้เรียนที่มีความพร้อม ความถนัด ความสนใจที่แตกต่างกันเป็นรายคน  เน้นการศึกษากินได้ การเรียนรู้เพื่อปากท้องเพื่อสร้างอาชีพ สร้างรายได้ ต่อยอดสู่การมีคุณภาพชีวิตที่ดี โดยจะทำงานร่วมกับลุง ป้า น้า อา ในชุมชน ทำหน้าที่เป็นผู้ดูแลเด็กและเยาวชนอย่างต่อเนื่อง หรือที่เรียกกันว่า ผู้จัดการรายกรณีหรือ (Case Manager : CM) ของเด็กและเยาวชนที่หลุดจากระบบการศึกษา ที่กระจายอยู่ในทุกหมู่บ้านทั้ง 77 จังหวัด ร่วมขับเคลื่อนโครงการ Thailand Zero Dropout  ของรัฐบาล</p>



<figure class="wp-block-gallery has-nested-images columns-default is-cropped wp-block-gallery-1 is-layout-flex wp-block-gallery-is-layout-flex">
<figure class="wp-block-image size-large"><img decoding="async" loading="lazy" width="855" height="569" data-id="92606" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/04/6.jpg" alt="" class="wp-image-92606" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/04/6.jpg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/04/6-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/04/6-768x511.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/04/6-750x500.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/04/6-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /></figure>



<figure class="wp-block-image size-large"><img decoding="async" loading="lazy" width="855" height="569" data-id="92607" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/04/0410_Mobile-School-06.jpg" alt="" class="wp-image-92607" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/04/0410_Mobile-School-06.jpg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/04/0410_Mobile-School-06-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/04/0410_Mobile-School-06-768x511.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/04/0410_Mobile-School-06-750x500.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/04/0410_Mobile-School-06-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /></figure>
</figure>



<figure class="wp-block-gallery has-nested-images columns-default is-cropped wp-block-gallery-3 is-layout-flex wp-block-gallery-is-layout-flex">
<figure class="wp-block-image size-large"><img decoding="async" loading="lazy" width="855" height="569" data-id="92609" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/04/0410_Mobile-School-08.jpg" alt="" class="wp-image-92609" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/04/0410_Mobile-School-08.jpg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/04/0410_Mobile-School-08-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/04/0410_Mobile-School-08-768x511.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/04/0410_Mobile-School-08-750x500.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/04/0410_Mobile-School-08-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /></figure>



<figure class="wp-block-image size-large"><img decoding="async" loading="lazy" width="855" height="569" data-id="92610" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/04/0410_Mobile-School-15.jpg" alt="" class="wp-image-92610" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/04/0410_Mobile-School-15.jpg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/04/0410_Mobile-School-15-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/04/0410_Mobile-School-15-768x511.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/04/0410_Mobile-School-15-750x500.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/04/0410_Mobile-School-15-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /></figure>
</figure>



<figure class="wp-block-gallery has-nested-images columns-default is-cropped wp-block-gallery-5 is-layout-flex wp-block-gallery-is-layout-flex">
<figure class="wp-block-image size-large"><img decoding="async" loading="lazy" width="855" height="569" data-id="92611" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/04/0410_Mobile-School-19.jpg" alt="" class="wp-image-92611" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/04/0410_Mobile-School-19.jpg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/04/0410_Mobile-School-19-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/04/0410_Mobile-School-19-768x511.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/04/0410_Mobile-School-19-750x500.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/04/0410_Mobile-School-19-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /></figure>



<figure class="wp-block-image size-large"><img decoding="async" loading="lazy" width="855" height="569" data-id="92612" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/04/5.jpg" alt="" class="wp-image-92612" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/04/5.jpg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/04/5-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/04/5-768x511.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/04/5-750x500.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/04/5-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /></figure>
</figure>



<p></p>



<p>สำหรับโครงการโรงเรียนเคลื่อนที่ Mobile School เข้าเรียนไม่ได้ให้โรงเรียนไปหาของ กสศ. จะเริ่มตั้งแต่ ตลอดเดือนเมษายน – พฤษภาคม 2568 นี้  โดยร่วมมือกับจังหวัด องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ที่ดำเนินโครงการ Thailand Zero Dropout  เคลื่อนขบวนคาราวาน จัดกิจกรรมแนะแนวการศึกษาและเปิดรับสมัครเด็กเยาวชนที่หลุดจากระบบการศึกษาให้กลับมาเรียน โดยเชิญชวนผู้สนใจทุกท่าน พบกันตามวันเวลาและสถานที่ ดังต่อไปนี้ </p>



<p><strong>วันที่  22 เม.ย. 2568 เริ่มต้นกันที่ อบต.หนองสนิท อ.จอมพระ จ.สุรินทร์ </strong><br><strong>วันที่ 24 เม.ย. 2568 พบกันที่ริมรางรถไฟเมืองขอนแก่น </strong><br><strong>วันที่ 28 เม.ย. 2568 ที่เทศบาลตำบลลำปางหลวง อ.เกาะคา จ.ลำปาง  </strong><br><strong>วันที่ 30 เม.ย. 2568 พบกัน ณ  อบต.ถ้ำเจริญ อ.โซ่พิสัย จ.บึงกาฬ</strong></p>



<p>ทั้งนี้ โครงการดังกล่าว จะทำการเปิดรับสมัครเด็กและเยาวชนที่มีอายุระหว่าง 7 -24 ปี จากทั่วประเทศ ที่ไม่สามารถเรียนในโรงเรียนหรือสถานศึกษารูปแบบอื่นได้ ตั้งแต่ช่วงชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 มัธยมศึกษาปีที่ 3 และมัธยมศึกษาปีที่ 6 หรือหากจังหวัด และท้องถิ่นใดต้องการทำงานร่วมกัน เพื่อสร้างโอกาสการศึกษาให้กับเด็ก ๆ ต่อไป</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-6de2c6"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/04/2.jpg" alt=""/></div><figcaption class="qubely-image-caption">ชัชวาล พรอมรธรรม</figcaption></figure></div></div></div>



<p>ด้าน <strong>นายชัชวาล พรอมรธรรม กรรมการฯ รักษาการแทนกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ขนส่ง จำกัด (บขส.)</strong> กล่าวว่า ในช่วงเทศกาลสงกรานต์ของทุกปีจะมีพี่น้องประชาชนจำนวนนับแสนคนเดินทางเข้ามาใช้บริการและมาขึ้นรถโดยสารที่สถานีขนส่งฯ หมอชิต 2&nbsp; จึงต้องมีการอำนวยความสะดวกด้านการจราจรและความปลอดภัยอย่างเข้มงวดและตลอดการเดินทาง และในปีนี้นอกเหนือจากเรื่องความปลอดภัยของผู้โดยสารที่เดินทางแล้ว บขส. ยังได้ร่วมกับกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) ภาคีเครือข่ายด้านการศึกษารณรงค์ “สงกรานต์นี้กลับบ้าน พาลูกหลานกลับมาเรียน” เพราะผู้โดยสารเหล่านี้คือพี่น้องแรงงาน&nbsp; พ่อแม่ที่เสียสละเพื่อครอบครัว&nbsp; ได้เดินทางกลับบ้าน นำข่าวดี ความหวัง ความฝัน และโอกาสการศึกษา กลับไปให้ลูกหลาน ผ่านโครงการโรงเรียนเคลื่อนที่ Mobile School ของกสศ.&nbsp;&nbsp;</p>



<p>“<em>บขส.ยินดีเป็นอย่างยิ่ง ที่ใช้พื้นที่เป็นสื่อกลาง เพื่อสร้างการรับรู้ นำข้อมูลข่าวสาร โอกาสการศึกษาไปให้ถึงเด็ก เยาวชนทั่วประเทศ ผ่านช่วงเทศกาลสงกรานต์และการเดินทางในครั้งนี้ เพราะการศึกษาเป็นเรื่องสำคัญของประเทศชาติ และเรายินดีเป็นส่วนหนึ่งในการขับเคลื่อนเรื่องนี้ และขอชวนคนไทย ช่วยส่งต่อ ข้อมูลโอกาสการศึกษาครั้งนี้ไปให้ถึง เด็ก เยาวชนที่หลุดออกจากระบบการศึกษาไทยทั่วประเทศให้ได้มากที่สุด เพื่อให้พวกเขาได้มีทางเลือกและมีโอกาสกลับมาเรียนได้ทัน เปิดเทอมนี้ เปิดเทอมใหม่นี้</em>” <strong>นายชัชวาล </strong>กล่าว</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-5746f0"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/04/0410_Mobile-School-04.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<figure class="wp-block-gallery has-nested-images columns-default is-cropped wp-block-gallery-7 is-layout-flex wp-block-gallery-is-layout-flex">
<figure class="wp-block-image size-large"><img decoding="async" loading="lazy" width="569" height="855" data-id="92615" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/04/3.jpg" alt="" class="wp-image-92615" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/04/3.jpg 569w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/04/3-200x300.jpg 200w" sizes="(max-width: 569px) 100vw, 569px" /></figure>



<figure class="wp-block-image size-large"><img decoding="async" loading="lazy" width="569" height="855" data-id="92616" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/04/0410_Mobile-School-22.jpg" alt="" class="wp-image-92616" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/04/0410_Mobile-School-22.jpg 569w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/04/0410_Mobile-School-22-200x300.jpg 200w" sizes="(max-width: 569px) 100vw, 569px" /></figure>
</figure>



<p></p>



<p>สำหรับกิจกรรมดังกล่าวฯ เป็นส่วนหนึ่งในการของการขับเคลื่อนมาตรการ Thailand Zero Dropout ตามนโยบายของรัฐบาลในการแก้ปัญหาเด็กและเยาวชนนอกระบบการศึกษาให้กลายเป็นศูนย์ ผ่านโครงการโรงเรียนเคลื่อนที่ Mobile School เข้าเรียนไม่ได้ให้โรงเรียนไปหา ตามวัตถุประสงค์พาโอกาส ‘การเรียนรู้’&nbsp; “วุฒิการศึกษา” ไปให้เด็กและเยาวชนที่หลุดจากระบบการศึกษาใน 77 จังหวัดทั่วประเทศไทย&nbsp;</p>



<p><strong><em>สำหรับผู้ที่สนใจ สามารถ สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม สามารถติดต่อได้ที่ กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา หรือ กสศ.  โทร. 02 -079 5475 ต่อ 0 หรือ </em></strong><a href="http://www.eef.or.th" target="_blank" rel="noopener" title=""><strong><em>www.eef.or.th</em></strong></a><strong><em> และ เฟซบุ๊กแฟนเพจ กสศ. กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา</em></strong></p><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/news-110425/">กสศ. จับมือภาคีเครือข่ายร่วมรณรงค์ “สงกรานต์นี้ กลับบ้าน พาลูกหลาน กลับมาเรียน” เปิดตัวโรงเรียนเคลื่อนที่ Mobile School</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>“การเรียนรู้ไม่มีจุดสิ้นสุด เมื่อโจทย์ชีวิตยังคงเลื่อนไหลเปลี่ยนแปลง” : กลุ่มเกษตรทฤษฎีใหม่บ้านตาเพชรกับการศึกษาที่เปลี่ยนแปลงได้ตามโจทย์ชีวิต</title>
		<link>https://www.eef.or.th/article-270224/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 27 Feb 2024 11:03:44 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[ทุนพัฒนาอาชีพทีใช้ชุมชนเป็นฐาน]]></category>
		<category><![CDATA[Movement]]></category>
		<category><![CDATA[บทความ]]></category>
		<category><![CDATA[ทุนส่งเสริมโอกาสการเรียนรู้ที่ใช้ชุมชนเป็นฐาน]]></category>
		<category><![CDATA[กลุ่มเกษตรทฤษฎีใหม่บ้านตาเพชร]]></category>
		<category><![CDATA[ตำบลหนองสนิท]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?p=77861</guid>

					<description><![CDATA[<p>“ถ้าเรามีพื้นที่ปลอดภัยให้รวมกลุ่ม มีเพื่อน มีสังคม ได้ [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/article-270224/">“การเรียนรู้ไม่มีจุดสิ้นสุด เมื่อโจทย์ชีวิตยังคงเลื่อนไหลเปลี่ยนแปลง” : กลุ่มเกษตรทฤษฎีใหม่บ้านตาเพชรกับการศึกษาที่เปลี่ยนแปลงได้ตามโจทย์ชีวิต</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>“ถ้าเรามีพื้นที่ปลอดภัยให้รวมกลุ่ม มีเพื่อน มีสังคม ได้แสดงออก ปลดปล่อยความคิดอย่างอิสระ ได้ถ่ายเทความฝันและปันความรู้กัน เด็กจะเจอเป้าหมาย เจอกระบวนการเรียนรู้ที่เหมาะสมกับตัวของเขา”</p>



<p><strong>‘พี่นาย &#8211; ฉัตรมงคล ภูเงิน’</strong> ผู้รับผิดชอบโครงการสานสัมพันธ์ชุมชนเพื่อการพัฒนาคุณภาพชีวิตอย่างยั่งยืน และผู้ก่อตั้งกลุ่มเกษตรทฤษฎีใหม่บ้านตาเพชร พูดถึงแรงบันดาลใจเริ่มต้นในการทำงานกับเด็กเยาวชน ที่ตำบลนานวน อำเภอสนม จังหวัดสุรินทร์ เพื่อเป็นส่วนหนึ่งของการจุดประกายให้น้อง ๆ ที่หลุดออกมาจากระบบการศึกษา ได้มีทักษะ มีเป้าหมาย และค้นพบเส้นทางที่ชีวิตแต่ละคนควรเดินไป</p>



<p>“วันนั้นพี่คิดแค่ว่าถ้าคนคนหนึ่งมีพื้นที่ให้เรียนรู้ เขาจะพบว่าตนเองพัฒนาได้ มีชีวิตที่ดีขึ้นได้ แล้วจะเริ่มตั้งเป้าหมายกับอนาคต ซึ่งตรงนั้นคือ ‘จุดเปลี่ยน’ เลยนะ ว่าคนคนนั้นจะโตขึ้นมาเป็นผู้ใหญ่ที่มีคุณภาพ หรือจะระหกระเหินบนความสุ่มเสี่ยงที่ไม่รู้ว่าจะพัดพาชีวิตไปทางไหนต่อไป  ถ้ามาที่นี่แล้ว พี่อยากให้เขาเจออะไรสักอย่างที่สนใจ เพื่อมีอาชีพมีรายได้ มีทักษะช่วยเหลือตัวเอง รู้ว่าจะพาตัวเองไปทางไหน ไม่จำเป็นต้องเป็นคนสำคัญอะไรเลย”</p>



<p>กสศ. ชวนสำรวจการปลดปล่อยความคิดของ <strong>‘พี่นาย’</strong> ไปจนถึงแนวทางการจัดการศึกษา <strong>‘กลุ่มเกษตรทฤษฎีใหม่บ้านตาเพชร’</strong> ที่เราทำงานร่วมกันเพื่อร่างเส้นทางการเรียนรู้และเติบโตให้กับเด็กเยาวชนที่มีโจทย์ชีวิตอันหลากหลาย จากซีรีส์ ‘หนองสนิทโมเดล : ทุนส่งเสริมโอกาสการเรียนรู้ที่ใช้ชุมชนเป็นฐาน’ ตอนที่ 1 กับเรื่องราวของกลุ่มเกษตรทฤษฎีใหม่บ้านตาเพชร ที่ว่าด้วย “การเรียนรู้ที่ไม่มีจุดสิ้นสุด เมื่อโจทย์ชีวิตยังคงเลื่อนไหลเปลี่ยนแปลง”</p>



<p></p>



<h2 class="wp-block-heading has-text-align-center"><strong>‘บทโหมโรง’</strong></h2>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-859d0f"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2024/02/0222_บทความ-31_PHOTO1.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p>“ชุมชนเรามีแต่คนทำเกษตรกรรม หมดหน้านาก็ไม่มีงาน ใครไม่มีอาชีพเสริมก็ไม่มีเงิน พอไม่มีเงินเด็กก็ไม่ได้เรียนต่อ แล้วหลุดออกมาก็มีลูกมีครอบครัวกันไวทั้งที่ยังไม่พร้อม เหมือนวงจรชีวิตวนลูปอย่างนี้”</p>



<p>ภาพวิถีชีวิตที่ตำบลนานวน อำเภอสนม ถูกฉายผ่านสายตาของ <strong>‘พี่นาย &#8211; ฉัตรมงคล ภูเงิน’</strong> นักพัฒนาต้นแบบ ผู้ลงพื้นที่ทำงานตลอด 1 ปีเต็ม จนเห็นความเป็นไปของแต่ละชุมชนแทบทุกตารางนิ้ว&nbsp;</p>



<p>“เราเป็นตำบลเล็ก ๆ มีอยู่ 13 หมู่บ้าน แล้วพื้นที่ก็ไม่ใหญ่ คนไม่เยอะ แค่ปีเดียวพี่ขับรถผ่านก็บอกได้หมดแล้ว ว่าใครเป็นคนบ้านไหน เด็กคนไหนเป็นลูกหลานใคร พ่อแม่ชื่ออะไร แล้วข้อมูลที่มีมันยังแตะไปถึงเด็กกลุ่มเสี่ยงด้วย ว่าคนไหนดื้อมีแววออกจากโรงเรียน คนไหนออกมาจากโรงเรียนเพราะอะไร เราเห็นหมด</p>



<p>“ทีนี้พอเด็กหลุดมาแล้วไม่มีเป้าหมาย วัน ๆ เขาจะทำอะไร มันมีไม่กี่ทาง จับกลุ่มแว้น ติดน้ำกระท่อม เบิ้ลรถกันเสียงดัง บางคนเรียนอยู่เกิดตั้งครรภ์ก็ต้องออกมาเลี้ยงลูก หรือกลุ่มที่จบ ม.3 แล้วไม่ได้เรียนต่อเพราะพ่อแม่ไม่มีเงินส่ง บางส่วนก็ไปทำงานรับจ้าง สักพักมีครอบครัว มีลูก เป็นวงจรซ้อนทับเข้าอีหรอบเดิม</p>



<p>“&#8230;พี่คิดว่า ถ้าไม่มีใครเข้าไปหา ไปช่วยให้เขามีอะไรทำ หรือช่วยพาไปในทิศทางที่ดีขึ้น ลูปที่ว่ามันก็จะวนไปไม่สิ้นสุด”</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-96c243"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2024/02/0222_บทความ-31_PHOTO2.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>สายตาพี่นายจับจ้องที่แปลงเกษตรเบื้องหน้า คล้ายพยายามย้อนรำลึกและเลือกเฟ้นเรื่องราวของเยาวชนกว่า 100 ชีวิต ที่ผ่านเข้ามาทำกิจกรรมในช่วงเวลาราว 18 เดือน ณ ที่ตรงนี้ เพื่อนำมาบอกเล่า &#8230;ก่อนสรุปใจความสำคัญอันเป็น ‘บทโหมโรง’ ของการทำงานโครงการ ‘สานสัมพันธ์ชุมชนเพื่อการพัฒนาคุณภาพชีวิตอย่างยั่งยืน’ ที่ตนเองมีสถานะเป็นผู้รับผิดชอบโครงการ ว่า</p>



<p>“วันนั้นพี่คิดแค่ว่าถ้าคนคนหนึ่งมีพื้นที่ให้เรียนรู้ เขาจะพบว่าตนเองพัฒนาได้ มีชีวิตที่ดีขึ้นได้ แล้วจะเริ่มตั้งเป้าหมายกับอนาคต ซึ่งตรงนั้นคือ ‘จุดเปลี่ยน’ เลยนะ ว่าคนคนนั้นจะโตขึ้นมาเป็นผู้ใหญ่ที่มีคุณภาพ หรือจะระหกระเหินบนความสุ่มเสี่ยงที่ไม่รู้ว่าจะพัดพาชีวิตไปทางไหนต่อไป</p>



<p>“คือถ้ามาที่นี่แล้ว พี่อยากให้เขาเจออะไรสักอย่างที่สนใจ เพื่อมีอาชีพมีรายได้ มีทักษะช่วยเหลือตัวเอง รู้ว่าจะพาตัวเองไปทางไหน ไม่จำเป็นต้องเป็นคนสำคัญอะไรเลย”</p>



<p></p>



<h2 class="wp-block-heading has-text-align-center"><strong>-1-</strong><br><strong>‘โควิด-19 ที่เปลี่ยนโลกและหักเหเส้นทางชีวิตของผู้คน’</strong></h2>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-4dba28"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2024/02/0222_บทความ-31_PHOTO3.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>พี่นายย้อนความว่าตนเป็นคนบ้านตาเพชรโดยกำเนิด สนใจการทำอาหารและฝึกฝนด้วยตัวเอง จนได้เรียนจริงจัง จบแล้วจึงออกเดินทางตามฝันไปทำงานร้านอาหารในต่างประเทศ ไต่เต้าเป็นหัวหน้าเชฟครัวไทยที่ดูไบ โอมาน กาตาร์ มัลดีฟส์ ศรีลังกา ก่อนจะเกิดความเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ เมื่อโควิด-19 ลุกลามไปทุกหนแห่ง ตอนนั้นเองที่พี่นายตัดสินใจ ‘กลับบ้าน’&nbsp;</p>



<p>“ช่วงโควิดมา พี่ได้ข้อเสนองานที่เยอรมัน ก็เตรียมจะไปยุโรปแล้ว แต่เหมือนกับหลายคนที่แผนชีวิตต้องเปลี่ยนเพราะโควิด พี่เองเป็นคนหนึ่งที่กลับบ้าน หลังจากทำงานอยู่ต่างประเทศตลอด 15-16 ปี ได้กลับแค่ปีละครั้ง</p>



<p>“จำได้ว่าทุกครั้งที่กลับบ้าน เราไม่เคยมองไปรอบ ๆ อย่างจริงจังเลย จนมาได้งานเป็นนักพัฒนานั่นแหละ เราถึงมีเวลามองชุมชนที่เกิดและเติบโตด้วยชุดความคิดและสายตาที่ต่างไป จนเห็นอะไรชัดขึ้น มันเลยจุดประกายว่าเราอยากเป็นส่วนหนึ่งของการสร้างชุมชนเข้มแข็ง ให้คนทุกคนพึ่งพาตัวเองได้” พี่นายเล่า            </p>



<p>พอความคิดบังเกิด ประสบการณ์ที่สั่งสมของพี่นายก็ทำหน้าที่กลั่นกรอง ว่าลำพังแค่ ‘คิด’ อย่างเดียวคงไม่มีทางทำอะไรได้ ถ้าไม่ ‘ลงมือทำ’ และต้องไม่ใช่ทำด้วยสองมือกับหนึ่งสมองของตนเท่านั้น ย่างก้าวแรกจึงต้องหา ‘เพื่อนร่วมทาง’ ให้พบเสียก่อน</p>



<p></p>



<h2 class="wp-block-heading has-text-align-center"><strong>-2-</strong><br><strong>‘รู้ว่าไม่อาจทำสำเร็จได้ด้วยตัวคนเดียว’</strong></h2>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-63c940"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2024/02/0222_บทความ-31_PHOTO4.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>ด้วยข้อเท็จจริงของงานพัฒนาชุมชน จำเป็นต้องมี ‘ทุน’ และมีอีกหลาย ‘มือ’ มาช่วยกัน พี่นายจึงมองหาคนช่วย จังหวะนั้นจะว่าบังเอิญพี่นายก็ยอมรับส่วนหนึ่ง เพราะเป็นช่วงเดียวกับที่กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา หรือ กสศ. ทำงานโครงการ<a href="https://www.eef.or.th/fund/community-base/" target="_blank" rel="noopener" title="">ทุนส่งเสริมโอกาสการเรียนรู้ที่ใช้ชุมชนเป็นฐาน</a> และทุนพัฒนาการเรียนรู้สำหรับเยาวชนนอกระบบการศึกษา ร่วมกับ<a href="https://www.eef.or.th/page/1/?s=%E0%B8%AB%E0%B8%99%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B8%AA%E0%B8%99%E0%B8%B4%E0%B8%97" target="_blank" rel="noopener" title="">ตำบลหนองสนิท</a> ที่อยู่ห่างจากตำบลนานวนไปราว 20 กิโลเมตรเศษ   </p>



<p>“แรกพบ กสศ. มันเหมือนจังหวะที่ผ่านมาหาเราอย่างบังเอิญระหว่างทำงานนักพัฒนา แต่จากนั้นเป็นความตั้งใจทั้งหมด เพราะเรารู้ว่าสิ่งที่คิดไว้มันยากมาก ที่จะมีหน่วยงานมาช่วยเหลือ แล้วถ้าจะร่วมงานกับใคร อย่างแรกเราต้องศรัทธาในองค์กรนั้น ต้องรู้สึกเชื่อมั่นกับยูนิฟอร์มที่เราจะสวม</p>



<p>“ที่สำคัญองค์กรนั้นต้องมีองค์ความรู้ มีทุน มีเครื่องมือมากกว่าเรา และตั้งใจมาทำงานกับชุมชนจากต้นทุนที่มีอยู่แล้ว พอรู้จัก พี่เลยไปศึกษาดูงานที่ กสศ. ทำ จนคิดว่าเป้าหมายเราตรงกัน จึงเขียนโครงการเสนอเข้าไป และได้รับพิจารณา</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-bec9f9"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2024/02/0222_บทความ-31_PHOTO5.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p><strong>อ่านเพิ่มเติม :</strong> <a href="https://www.eef.or.th/news-040224/" target="_blank" rel="noopener" title="">กสศ. สานพลังเครือข่ายจังหวัดสุรินทร์ ร่วมพัฒนาเด็กและเยาวชนในอำเภอจอมพระ สู่การศึกษาที่ทุกคนมีทางเลือกและตอบโจทย์ชีวิต</a></p>



<figure class="wp-block-gallery has-nested-images columns-default is-cropped wp-block-gallery-9 is-layout-flex wp-block-gallery-is-layout-flex">
<figure class="wp-block-image size-large"><img decoding="async" loading="lazy" width="1400" height="931" data-id="77869" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2024/02/0222_บทความ-31_PHOTO7-1400x931.jpg" alt="" class="wp-image-77869" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2024/02/0222_บทความ-31_PHOTO7-1400x931.jpg 1400w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2024/02/0222_บทความ-31_PHOTO7-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2024/02/0222_บทความ-31_PHOTO7-768x511.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2024/02/0222_บทความ-31_PHOTO7-1536x1022.jpg 1536w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2024/02/0222_บทความ-31_PHOTO7-750x500.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2024/02/0222_บทความ-31_PHOTO7-272x182.jpg 272w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2024/02/0222_บทความ-31_PHOTO7.jpg 1781w" sizes="(max-width: 1400px) 100vw, 1400px" /></figure>



<figure class="wp-block-image size-large"><img decoding="async" loading="lazy" width="1400" height="931" data-id="77870" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2024/02/0222_บทความ-31_PHOTO6-1400x931.jpg" alt="" class="wp-image-77870" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2024/02/0222_บทความ-31_PHOTO6-1400x931.jpg 1400w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2024/02/0222_บทความ-31_PHOTO6-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2024/02/0222_บทความ-31_PHOTO6-768x511.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2024/02/0222_บทความ-31_PHOTO6-1536x1022.jpg 1536w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2024/02/0222_บทความ-31_PHOTO6-750x500.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2024/02/0222_บทความ-31_PHOTO6-272x182.jpg 272w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2024/02/0222_บทความ-31_PHOTO6.jpg 1781w" sizes="(max-width: 1400px) 100vw, 1400px" /></figure>
</figure>



<p></p>



<p>จากวันนั้น แนวคิดเรื่องการพัฒนาเด็กเยาวชนโดยเชื่อมโยงแรงสนับสนุนจากหลายฝ่าย ก็เป็นรูปเป็นร่างขึ้น พร้อมกับการจัดตั้ง <strong>‘กลุ่มเกษตรทฤษฎีใหม่บ้านตาเพชร’</strong> ในปี 2565 ที่พี่นาย เครือข่ายชุมชน ภาคีทั่วทั้งจังหวัดสุรินทร์และหน่วยงานภายนอก ร่วมกันออกแบบ<strong>การเรียนรู้ที่ใช้บริบทชุมชนเป็นฐาน</strong></p>



<p>โดยแม้ระบุนามเป็น ‘กลุ่มเกษตร’ แต่พี่นายบอกว่า เป็นเพียงการปูพื้นฐานอาชีพสำหรับคนที่ยังไม่เจอความสนใจเฉพาะทางเท่านั้น เพราะเนื้อในของกระบวนการจริงจะมุ่งส่งเสริมวิชาชีพ วิชาการ และวิชาชีวิตแบบผสมผสาน โดยเน้นให้เยาวชนค้นพบและต่อยอดทักษะที่ตนสนใจ ผ่านหลักสูตรที่ปราชญ์ชุมชนจากหลายสาขาอาชีพช่วยกันวางแนวทางไว้ อาทิ งานช่าง ทอผ้าไหม ค้าขายออนไลน์ และแน่นอนว่าขาดไม่ได้เลยคือทักษะที่พี่นายคุ้นมือที่สุด คือศาสตร์ด้านคหกรรม&nbsp;</p>



<p>เมื่อทุกอย่างพร้อม พี่นายและเครือข่ายจึงชักชวนเด็กเยาวชนชุดแรกจำนวน 70 คนเข้ามา &#8230;แล้วบทเรียนก็เปิดขึ้น</p>



<p></p>



<h2 class="wp-block-heading has-text-align-center"><strong>-3-</strong><br><strong>“ถ้าถอดแบบโรงเรียนมาทำคงไม่มีทางได้ผล ไม่งั้นเด็ก ๆ จะออกมาจากโรงเรียนกันทำไม”</strong></h2>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-bcb9ef"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2024/02/0222_บทความ-31_PHOTO8.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>“ที่นี่สนุกค่ะ มาถึงมีประชุมครึ่งวันแล้วก็ได้ออกไปลงมือทำเรื่องที่สนใจ เหลือเวลาดูแลครอบครัว แล้วเอาไปทำอะไรได้อีกเยอะมาก &#8230;แต่ตอนไปโรงเรียนเราต้องเข้าเรียนทุกคาบ กินเวลาทั้งวันทุกวันจนไม่ได้ทำอะไรเลย ค่าใช้จ่ายก็เยอะ &#8230;รู้สึกว่าชอบเรียนแบบนี้มากกว่า”</p>



<p><strong>‘ยีน’</strong> เยาวชนวัย 20 ปี รุ่นแรกของกลุ่มเกษตรทฤษฎีใหม่บ้านตาเพชร เผยเหตุผลที่ทำให้เธออยู่กับกลุ่มต่อมาเรื่อย ๆ แม้หมดวาระโครงการปีแรกไปแล้ว</p>



<p>ยีนเล่าว่าในครอบครัวไม่มีใครได้เรียนมากกว่าชั้น ม.3 เพราะต้องใช้เงินมาก แต่ส่วนตัวแล้ว เธอก็ไม่ได้ชอบไปโรงเรียนเท่าไหร่ หลายปีที่ไม่ได้เรียนต่อ ยีนไม่มีงานจริงจัง เพียงรับจ้างเล็กน้อยและช่วยที่บ้านทำนาทำไร่ตามฤดูกาล จนพี่นายชวนเข้ามาทำกิจกรรม ยีนจึงรับปากทันที</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-a747d7"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2024/02/0222_บทความ-31_PHOTO9.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>“หนูว่างอยู่แล้วค่ะ &#8230;คือถึงไม่ชอบเรียน แต่หนูคิดเสมอว่าถ้ามีโอกาสก็อยากเรียนต่อ เพราะที่นี่ไม่มีอะไรให้ทำเลย” ยีนเว้นวรรค ก่อนพูดด้วยเสียงที่เบาลง “&#8230;แต่ถึงยังไงเราก็ไม่มีทุนจะเรียนแล้ว”</p>



<p>จนมาที่นี่ ยีนได้เริ่มเรียนรู้การปลูกผัก ซึมซับทฤษฎีและเก็บเกี่ยวประสบการณ์การทำเกษตรตั้งแต่เริ่มเตรียมดิน หยอดเมล็ด จนถึงขั้นตอนการขาย</p>



<p>“หนูว่าความรู้อย่างนี้มันเอาไปทำอะไรต่อได้เยอะ มีรายได้ได้ทันที &#8230;ต่างจากไปโรงเรียน ที่เหมือนเรามีเงินเท่าไหร่ก็ต้องจ่ายไปจนหมด สุดท้ายไม่ได้อะไรกลับมาเลย”</p>



<p>ยีนเปรียบเทียบการเรียนรู้ที่กลุ่มฯ กับการไปโรงเรียนในมุมมองของเธอ</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-a3bd11"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2024/02/0222_บทความ-31_PHOTO10.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>ส่วน <strong>‘ปิ่น’ </strong>วัย 18 เรียนถึงชั้น ปวช.2 แล้วตัดสินใจไม่ไปต่อบอกว่า “จริง ๆ หนูเรียนดีนะ แต่ขี้เกียจไปเรียนมาก มันเหนื่อย ขี่รถไปกลับก็เหนื่อยแล้ว ยังต้องกลับมาทำการบ้าน มีงานต้องส่งก็เยอะ ยอมแพ้ค่ะ”&nbsp;</p>



<p>ปิ่นบอกว่าชอบทำอาหารและทำขนม การมาที่นี่สำหรับเธอจึงเป็นการเรียนรู้ที่ตอบโจทย์ความสนใจ นอกจากนั้นเธอยังรู้สึกดีใจทุกครั้งที่ได้มาเจอเพื่อน ๆ ที่ ‘ไม่ถูกกับโรงเรียน’ เหมือน ๆ กัน&nbsp;</p>



<p>“ความรู้เรื่องปลูกผัก หนูเอาไปทำที่บ้านด้วย ปลูกไว้กินกันในครอบครัว &#8230;ยังไงละ คือมาที่นี่เหมือนเรามีแต่ได้ แต่ไปโรงเรียนเราจ่ายอย่างเดียว แล้วรายงานเยอะมาก หลายวิชาก็ยิ่งเสียเงินหลายบาท ข้อมูลก็ใช้วิธีลอกต่อ ๆ กันไป ทำเสร็จแล้วไม่ได้อะไรเลย”</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-a8e5a3"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2024/02/0222_บทความ-31_PHOTO11.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>ความเห็นสั้น ๆ ต่อคำถามที่ว่า ‘การมากลุ่มเกษตรฯ บ้านตาเพชร ต่างจากไปโรงเรียนยังไง ? ’ ที่น้องสองคนเล่ามา แม้ไม่อาจบอกได้ว่าเป็น ‘กระบอกเสียง’ ของเยาวชนบ้านตาเพชรทุกคน หากความในใจของน้อง ๆ ก็ช่วยขยายให้เห็นภาพสิ่งที่พี่นายและเครือข่ายทำร่วมกันชัดขึ้น</p>



<blockquote class="wp-block-quote">
<p>“สิ่งหนึ่งที่พี่เรียนรู้จากการเป็นนักพัฒนาพื้นที่ต้นแบบ คือในบางสถานการณ์ บางพื้นที่ หรือกับเด็กบางคน เราห้ามไม่ได้หรอกไม่ให้เขาหลุดออกมา ยิ่งยุคสมาร์ตโฟน แค่ขี่รถไปตลาดนัดก็เสี่ยงแล้ว เจออีกทีก็ข้างนอกโรงเรียนนู่น บางคนตั้งครรภ์ ถึงอยากเรียนก็จำเป็นต้องออก ดังนั้นสิ่งที่เราทำได้คือหาวิธีสื่อสารกับเขา ชวนเขา พยายามเอาทักษะต่าง ๆ มารวมกัน แล้วออกแบบกระบวนการให้เด็กค่อย ๆ ซึมซับ แล้วต้องยืดหยุ่นไม่ตายตัว เอื้อต่อการใช้ชีวิตของเด็กด้วย”</p>
</blockquote>



<p>“คือถ้าทำเป็นหลักสูตรแข็ง ๆ แล้วเอาไปยัดใส่เด็กโพละเดียวเลย ไม่ต้องทำก็รู้ว่าถึงชวนเด็กได้ แต่เขามาทีเดียวแล้วจะหายไปเลย พี่ว่าตรงนี้เป็นกุญแจสำคัญ ว่าถ้าจะถอดแบบจากโรงเรียนมาทำ คงไม่มีทางได้ผล &#8230;ไม่งั้นเด็ก ๆ จะออกมาจากโรงเรียนกันทำไม” พี่นายสรุป</p>



<p></p>



<h2 class="wp-block-heading has-text-align-center"><strong>-4-</strong><br><strong>พลังชุมชนร่วมสร้าง บทเรียนที่ ‘ตอบโจทย์ชีวิต’ ซึ่งยังคงเลื่อนไหลและเปลี่ยนไปไม่สิ้นสุด</strong></h2>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-993c61"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2024/02/0222_บทความ-31_PHOTO12.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>นอกจากระดมผู้รู้ผู้ชำนาญหลายสาขาวิชาชีพมาช่วยกันออกแบบกระบวนการ ประสบการณ์ชีวิตของพี่นายที่ตกผลึกจากการเดินทาง ความฝัน หน้าที่การงาน รวมถึงความเปลี่ยนแปลงของโลกที่เหนือการคาดเดา ยังถือเป็น ‘คลังทรัพยากร’ ที่นำมาใช้ก่อรูปบทเรียนให้กับเด็ก ๆ บนฐานแนวคิดที่ว่า “กระทั่งตัวโจทย์ชีวิตเอง มันก็ยังจะเปลี่ยนไปได้อีกตามลำดับขั้นตอนการเติบโตตามช่วงวัย และประสบการณ์รับรู้ ดังนั้นการเติมองค์ความรู้และข้อมูลใส่เข้าไปเรื่อย ๆ จึงสำคัญมากต่อการเพิ่มพูนทักษะและทัศนคติ ที่จะผลักดันให้น้อง ๆ มีและมองเห็นทางเลือกของชีวิตที่กว้างออกไปกว่าเพียงไม่กี่อาชีพที่รู้จักในวันนี้</p>



<p>“อย่างเราสอนทำแซนด์วิช เอาผักที่ปลูกมาเป็นวัตถุดิบ เด็กก็สนใจ พอทำเป็น เขาก็เอาไปลองขายหน้าโรงเรียน ปรากฏว่าขายได้ขายดี ก็มีกำลังใจ เขาก็มาฝึกทำอย่างอื่นอีก มีแรงบันดาลใจอยากพัฒนาตัวเองให้เก่งขึ้น รอบรู้มากขึ้น เราเองก็ดีใจ ว่าสามารถทำให้เขาเข้าใจ ว่าแม้ไม่ได้อยู่ในโรงเรียน แต่การเรียนรู้มันจะไม่มีวันสิ้นสุด”</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-44dbfd"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2024/02/0222_บทความ-31_PHOTO13.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>พี่นายบอกว่างานเด็กเยาวชนที่ตั้งต้นจาก ‘ชุมชนเล็ก ๆ’ ข้อดีคือ ‘รู้ง่ายและเจอเร็ว’ ว่าเด็กเป็นใคร อยู่ตรงไหน ทำอะไรอยู่ เพราะภาคีเครือข่ายดูแลชุมชนอย่างกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และ อสม. จากโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล จะมีข้อมูลระดับลึกของทุกครัวเรือนอยู่แล้ว เมื่อทุกฝ่ายเข้าใจจุดประสงค์จึงเริ่มงานได้ทันที&nbsp;</p>



<p>“ความร่วมมือของชุมชนคือพลังที่สำคัญมาก ทีมงานในชุมชนเราคุยกันแป๊บเดียว พอบอกว่าจะทำงานกับเด็กเยาวชนที่ไม่ได้เรียนต่อ ทุกหน่วยงานก็พร้อมช่วยกัน พาไปหาน้อง ชวนกันเข้ามา</p>



<p>“แล้วการพัฒนาเด็กเรามีแค่แผน เงิน หรือความรู้มันไม่พอ ถ้าทำให้เด็กไว้ใจเราไม่ได้ การออกแบบกระบวนการจึงต้องทำให้เด็กเชื่อก่อนว่าเราอยู่ข้างเดียวกับเขาจริง ๆ ไม่ได้มาเพื่อหาประโยชน์แล้วจากไป และทิ้งเขาไว้ตรงที่เดิม ดังนั้นพอรู้ว่าอะไรคือสารตั้งต้นให้เด็กหลุดออกมาจากโรงเรียน เราจะไม่ให้เขาต้องเจอ ต้องรู้สึกอย่างเดิมซ้ำอีก เราจะไม่ตัดสิน ไม่จำแนก ไม่ยัดเยียด แต่จะใช้การสร้างความไว้ใจ ชวนมาแลกเปลี่ยนเรียนรู้ ทำความรู้จักกัน</p>



<p>“แล้วนอกจากปลูกผัก หาความถนัดความสนใจ พี่จะเอาหลาย ๆ อย่างที่เคยพบเคยเห็นมาลองทำ ลองสร้างมูลค่า เช่นเอาพวกสมุนไพรมาทำน้ำหอม หรือใช้วัสดุง่าย ๆ มาทำหมอนแบบที่เขาใช้กันในโรงแรม แล้วสอนให้เขารู้ระบบขายของออนไลน์ เปิดร้านกันจริงจังเลยในลาซาด้า (Lazada) ลองซื้อมาขายไป หรือสต็อกของทำยังไง ทำยังไงให้สินค้าเราน่าสนใจ อะไรพวกนี้มันช่วยเปิดให้น้อง ๆ เห็นว่าการสร้างรายได้มันไร้ขอบเขต และเราคิดต่อยอดจากสิ่งรอบตัวได้ไม่รู้จบ เรื่องไหนเราไม่รู้จริง ก็ไปสรรหาคนที่รู้มาช่วย มันก็ช่วยจุดประกายให้เขามีทางไปต่อได้มากขึ้น”</p>



<p></p>



<h2 class="wp-block-heading has-text-align-center"><strong>-5-</strong><br><strong>‘เสียเวลาเรียนแล้วต้องเอาไปใช้ในชีวิตจริงได้’</strong></h2>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-231ba5"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2024/02/0222_บทความ-31_PHOTO14-21.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>พี่นายย่นย่อเรื่องราวที่กินเวลาประมาณ 1 ปีกับ 6 เดือน ในช่วงสองชั่วโมงสั้น ๆ ของบ่ายแก่วันหนึ่ง แล้วปิดท้ายรวบรัดว่า ด้วยกระบวนการที่เล่ามา ได้ส่งผลให้เยาวชน 70 คนในปี 2565 กลับสู่การศึกษาทั้งในโรงเรียนและการศึกษาตามอัธยาศัยภายใต้การจัดการเรียนรู้ของ ‘กรมส่งเสริมการเรียนรู้’ หรือ กศน. เดิม รวม 14 คน ส่วนคนอื่น ๆ ได้นำความรู้และประสบการณ์ไปต่อยอดในหลายทาง อาทิ ขายของออนไลน์ ร้านขายขนม ร้านขายน้ำ ฯลฯ และหนึ่งคนที่พี่นายอยากพูดถึงเป็นพิเศษ คือน้องคนหนึ่งที่ฝึกฝนเรียนรู้ทักษะอิเล็กทรอนิกส์จนแตกฉาน และสามารถเปิดร้านซ่อมเครื่องมือการเกษตรสมัยใหม่ในตำบลได้สำเร็จ</p>



<p>ขณะที่เยาวชนรุ่น 2 ที่เข้าร่วมกลุ่มในปี 2566 อีก 50 คน กำลังเตรียมที่จะทยอยเดินตามรุ่นพี่ออกไปตามความฝันของตนในอีกไม่นาน</p>



<p>ก่อนพี่นายขอตัวไปจัดของกับเด็ก ๆ เพื่อเตรียมผักออแกนิคไปแสดงและขายในนิทรรศการแสดงผลการดำเนินงานการพัฒนาอาชีพสู่การมีงานทำ ที่ตำบลหนองสนิทในวันถัดไป เราลองหยั่งเชิงถามว่า ในเมื่อโควิด-19 ก็ผ่านพ้นไปแล้ว ตอนนี้พี่นายยังคิดจะออกเดินทางอีกไหม แล้ว ‘ฝัน’ ที่วาดไว้ในตอนนี้มีหน้าตาอย่างไร</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-dab5b8"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2024/02/0222_บทความ-31_PHOTO14-22.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>“ไม่แล้วครับ พี่อยากอยู่กับเด็ก ๆ สนุกดี” พี่นายตอบ ก่อนบอกเล่าความฝันและความท้าทาย ณ ปัจจุบัน ว่า “ตอนนี้ฝันของพี่อยู่ที่นี่แล้ว อย่างแรกคือเรามองในระยะยาวว่าเมื่อเด็กหลุดมาแล้ว ทำยังไงเราจะส่งต่อเขาไปในทิศทางที่ดี ทำให้เขามีโอกาส ต่อมาคือคิดย้อนกลับไปที่ต้นทาง ว่าทำยังไงถึงจะสกัดกั้นให้เด็กหลุดออกมาน้อยลง ซึ่งพี่คิดว่าต้องมีการจัดการศึกษาที่เหมาะสมกับเด็กเป็นรายคน เพราะตอนนี้เรารู้แล้วว่าเด็กทุกคนไม่ได้เหมาะกับการนั่งเรียนทุกวัน วันละแปดชั่วโมง มันยังมีการเรียนรู้ได้จากสิ่งรอบตัว จากระบบออนไลน์ หรือจากพรสวรรค์หรือความสนใจที่เขามี</p>



<p>“แล้ว ‘การศึกษา’ กับ ‘การเรียนรู้’ มันต้องเป็นสิ่งเดียวกัน คือไม่มีกรอบเกณฑ์ตายตัว ไม่มีวันจบ คนเราสืบค้นความรู้ดัดแปลงประสบการณ์มาปรับปรุงตัวเองได้ตลอดเวลา การออกแบบหลักสูตรจึงต้องหลากหลาย ตรงจุด ช่วยให้เด็กเอาสิ่งที่เสียเวลาเรียนไปใช้ในชีวิตได้จริง ซึ่งสิ่งเหล่านี้เราทำได้เลยในทุกที่ ยิ่งชุมชนเล็ก ถ้าเรามีพื้นที่ปลอดภัยให้รวมกลุ่ม มีเพื่อนมีสังคม ได้แสดงออก ปลดปล่อยความคิดอย่างอิสระ ได้ถ่ายเทความฝันและปันความรู้กัน เด็กจะเจอเป้าหมาย เจอกระบวนการเรียนรู้ที่เหมาะสมกับตัวของเขา&nbsp;</p>



<p><strong>“&#8230;ขอแค่มีที่ทาง มีตาข่ายรองรับให้ชีวิตได้ลองผิดลองถูก ไม่ใช่ใครผิดพลาดแล้วถูกคัดทิ้ง หรือต้องถูกตัดสินตีตราอย่างนั้นไปทั้งชีวิต”&nbsp;&nbsp;</strong></p>



<p><strong>พี่นายกล่าวทิ้งท้าย ก่อนขอตัวไปรวมกลุ่มกับเด็ก ๆ</strong></p><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/article-270224/">“การเรียนรู้ไม่มีจุดสิ้นสุด เมื่อโจทย์ชีวิตยังคงเลื่อนไหลเปลี่ยนแปลง” : กลุ่มเกษตรทฤษฎีใหม่บ้านตาเพชรกับการศึกษาที่เปลี่ยนแปลงได้ตามโจทย์ชีวิต</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>“ถ้าชุมชนเข้มแข็ง เด็ก ๆ จะใฝ่ฝันถึงอาชีพอะไรก็ได้ที่อยากเป็น” : รู้จักการศึกษาที่มีทางเลือกและตอบโจทย์ชีวิต ณ อ.จอมพระ จ.สุรินทร์</title>
		<link>https://www.eef.or.th/article-090224/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 09 Feb 2024 08:38:00 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[บทความ]]></category>
		<category><![CDATA[ทุนพัฒนาอาชีพทีใช้ชุมชนเป็นฐาน]]></category>
		<category><![CDATA[Movement]]></category>
		<category><![CDATA[ทุนพัฒนาอาชีพและนวัตกรรมที่ใช้ชุมชนเป็นฐาน]]></category>
		<category><![CDATA[แผนงานสร้างโอกาสทางการศึกษาและพัฒนาเยาวชนนอกระบบ]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?p=76975</guid>

					<description><![CDATA[<p>ด้วย ‘กระบวนการ’ ช่วยเหลือประคับประคองให้ค้นพบเส้นทางเร [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/article-090224/">“ถ้าชุมชนเข้มแข็ง เด็ก ๆ จะใฝ่ฝันถึงอาชีพอะไรก็ได้ที่อยากเป็น” : รู้จักการศึกษาที่มีทางเลือกและตอบโจทย์ชีวิต ณ อ.จอมพระ จ.สุรินทร์</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>ด้วย ‘กระบวนการ’ ช่วยเหลือประคับประคองให้ค้นพบเส้นทางเรียนรู้รายคน และมี ‘กิจกรรมให้ลงมือทำ’ ก่อให้เกิดทักษะและสร้างรายได้ 2 สิ่งนี้ เป็นฐานสร้างทัศนคติให้เด็กเยาวชนอยากพัฒนาตนเอง และช่วยจุดประกายให้พวกเขามองเห็นเป้าหมายอนาคต&nbsp;</p>



<p>นี่คือใจความสำคัญจาก <strong>‘แผนงานสร้างโอกาสทางการศึกษาและพัฒนาเยาวชนนอกระบบ’</strong> ที่ อบต.หนองสนิท กำลังทำผ่านความร่วมมือของ ‘คนเล็ก ๆ’ ในชุมชน เพื่อประกอบเป็นภาพใหญ่ในการสร้างโอกาสทางการศึกษาที่ ‘มีทางเลือก’ และ ‘ตอบโจทย์ชีวิต’ สำหรับเด็กเยาวชนในพื้นที่อำเภอจอมพระ จังหวัดสุรินทร์</p>



<p><strong>กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) </strong>ชวนไปสำรวจพื้นที่ด้วยกัน ผ่านเรื่องเล่าการสร้างเส้นทางเรียนรู้เพื่อพัฒนาและส่งเสริมศักยภาพเด็กเยาวชนและประชากรวัยแรงงาน ณ <strong>“หนองสนิทโมเดล”</strong>&nbsp;</p>



<p>จากการเริ่มจัดตั้งหน่วยพัฒนาอาชีพ ที่ต่างคนต่างชักชวนกันมาเรียนรู้เรื่องเกษตรอินทรีย์ครบวงจร พวกเขาทำอย่างไรจึงพบแนวทาง ‘<a href="https://www.eef.or.th/fund/community-base/" target="_blank" rel="noopener" title="">การเรียนรู้ที่ใช้ชุมชนเป็นฐาน</a>’ จนตำบลหนองสนิทเกิดช่องทางใหม่ ๆ มากมายในการสร้างงาน สร้างอาชีพ สร้างรายได้ ทั้งยังยกระดับโดยนำองค์ความรู้และประสบการณ์มาจัดตั้ง ‘ศูนย์เรียนรู้การปลูกผักอินทรีย์หนองสนิท’ อันเป็นต้นแบบการทำงานเชิงพื้นที่ที่พร้อมขยายผลไปยังตำบลอื่น ๆ ในอำเภอจอมพระ จังหวัดสุรินทร์</p>



<p>ก่อนที่พี่น้องหนองสนิทจะ ‘ต่อจุด’ ทำงานจากบทเรียน มาออกแบบเส้นทางการเรียนรู้ที่มีทางเลือก สอดรับกับบริบทชีวิต รวมถึงต้องตอบโจทย์ความสนใจและความถนัดของเด็กเยาวชนเป็นรายคน วันนี้แม้ยังเป็นเพียงช่วงของการเริ่มต้น แต่ก็แสดงให้เห็นแล้วว่า ‘หนองสนิทโมเดล’ อาจเป็นทางออกของการร่างเส้นทางการเติบโตให้กับเด็กเยาวชนในพื้นที่ได้อย่างยั่งยืน เป็น ‘ไอเดีย’ ให้กับพื้นที่อื่น ๆ ได้อีกทาง</p>



<p></p>



<h2 class="wp-block-heading"><strong>หนองสนิทโมเดล</strong> <strong>‘พื้นที่เรียนรู้ของคนทุกวัย’</strong></h2>



<figure class="wp-block-gallery has-nested-images columns-default is-cropped wp-block-gallery-11 is-layout-flex wp-block-gallery-is-layout-flex">
<figure class="wp-block-image size-large"><img decoding="async" loading="lazy" width="855" height="596" data-id="76986" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2024/02/20240209_ถ้าชุมชนเข้มแข็ง-04.jpg" alt="" class="wp-image-76986" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2024/02/20240209_ถ้าชุมชนเข้มแข็ง-04.jpg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2024/02/20240209_ถ้าชุมชนเข้มแข็ง-04-300x209.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2024/02/20240209_ถ้าชุมชนเข้มแข็ง-04-768x535.jpg 768w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /></figure>



<figure class="wp-block-image size-large"><img decoding="async" loading="lazy" width="855" height="596" data-id="76987" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2024/02/20240209_ถ้าชุมชนเข้มแข็ง-03.jpg" alt="" class="wp-image-76987" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2024/02/20240209_ถ้าชุมชนเข้มแข็ง-03.jpg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2024/02/20240209_ถ้าชุมชนเข้มแข็ง-03-300x209.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2024/02/20240209_ถ้าชุมชนเข้มแข็ง-03-768x535.jpg 768w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /></figure>
</figure>



<p></p>



<p>ปี 2541 ชาวบ้านหนองสนิท 19 คน รวมกลุ่มตั้ง <strong>‘ธนาคารผัก’</strong> เล็ก ๆ แบ่งพื้นที่ปลูกผักกันคนละ 2 งาน อาศัยว่าใครอยากกินผักอะไรก็ปลูกผักชนิดนั้น เหลือก็เอาไปขาย เป็นการลดรายจ่าย-เพิ่มรายได้ ให้กับครอบครัว</p>



<p>จนปี 2562&nbsp; อบต.หนองสนิท เข้าร่วม ‘<a href="https://www.eef.or.th/fund/community-base/" target="_blank" rel="noopener" title="">โครงการทุนส่งเสริมการเรียนรู้ที่ใช้ชุมชนเป็นฐาน กสศ.</a>’ ตั้งเป้าพัฒนาศักยภาพเกษตรกร และเพิ่มคุณภาพผลผลิต จึงได้ชักชวนผู้สนใจเข้าอบรมสร้างความรู้และพัฒนาทักษะการทำเกษตรอินทรีย์ ทั้งผู้สูงอายุ กลุ่มเยาวชน โดยเฉพาะเกษตรกรที่ต้องการยกระดับการทำเกษตรปราณีต และกลุ่มประชากรวัยแรงงานที่ขาดแคลนทุนทรัพย์ ต่างเข้าร่วมพร้อมหน้า</p>



<p>ไม่นาน พื้นที่เรียนรู้ดังกล่าวได้ขยายออกไป มีการจัดตั้งคณะทำงานด้านการส่งเสริมอาหารปลอดภัยในชุมชนด้วยความร่วมมือของหน่วยงานต่าง ๆ ทั้งในพื้นที่อำเภอจอมพระ และทั้งจังหวัดสุรินทร์ ทยอยส่งกำลังเข้ามาสนับสนุน</p>



<p>แล้ววิถีเกษตรกรรมที่ตำบลหนองสนิท ก็เปลี่ยนผ่านสู่การเป็น <strong>‘เครือข่ายเกษตรอินทรีย์แบบครบวงจร</strong>’ &#8230;มีอาคารหลังใหม่ผุดขึ้นสำหรับขายพืชผลทางการเกษตรโดยเฉพาะ ‘ธนาคารผักเดิม’ ถูกยกฐานะเป็น <strong>‘สหกรณ์การเกษตรพืชผักอินทรีย์หนองสนิท จำกัด’</strong></p>



<p>ผักที่ปลูกได้กลายเป็นวัตถุดิบอาหารกลางวันของทุกโรงเรียนในตำบล ก่อนขยายสู่โรงพยาบาลในพื้นที่ และตลาดข้างนอก เช่น ท็อปส์ ซูเปอร์มาร์เก็ตในเครือเซ็นทรัล&nbsp;</p>



<p>&#8230;ถึงตรงนั้น หนองสนิทจึงกลายเป็น ‘ศูนย์เรียนรู้ตำบล’ สำหรับคนทุกกลุ่ม ทุกช่วงวัย อย่างเต็มรูปแบบถึงตอนนี้</p>



<p></p>



<h2 class="wp-block-heading"><strong>พัฒนาทักษะแบบกลุ่ม และต้องมีตลาดรองรับ</strong></h2>



<figure class="wp-block-gallery has-nested-images columns-default is-cropped wp-block-gallery-13 is-layout-flex wp-block-gallery-is-layout-flex">
<figure class="wp-block-image size-large"><img decoding="async" loading="lazy" width="855" height="596" data-id="76993" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2024/02/20240209_ถ้าชุมชนเข้มแข็ง-02.jpg" alt="" class="wp-image-76993" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2024/02/20240209_ถ้าชุมชนเข้มแข็ง-02.jpg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2024/02/20240209_ถ้าชุมชนเข้มแข็ง-02-300x209.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2024/02/20240209_ถ้าชุมชนเข้มแข็ง-02-768x535.jpg 768w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /></figure>



<figure class="wp-block-image size-large"><img decoding="async" loading="lazy" width="855" height="596" data-id="76992" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2024/02/20240209_ถ้าชุมชนเข้มแข็ง-01.jpg" alt="" class="wp-image-76992" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2024/02/20240209_ถ้าชุมชนเข้มแข็ง-01.jpg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2024/02/20240209_ถ้าชุมชนเข้มแข็ง-01-300x209.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2024/02/20240209_ถ้าชุมชนเข้มแข็ง-01-768x535.jpg 768w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /></figure>
</figure>



<p></p>



<p><strong>‘ไร่นาสวนผสมเพิ่มทรัพย์ฟาร์ม’</strong> คือหนึ่งในสถานที่ฉายภาพของการเปลี่ยน ‘ฐานทุน’ เป็น ‘สินทรัพย์’ ได้เป็นอย่างดี จากมื้ออาหารกลางวันที่ <strong>‘พี่เอก’</strong> เจ้าของฟาร์มจัดมาต้อนรับชาวคณะ ด้วยกับข้าวและผักผลไม้สด ๆ ที่เจ้าตัวยืนยันว่าวัตถุดิบทุกเมนูคือผลผลิตในฟาร์ม&nbsp;&nbsp;</p>



<p>พี่เอกบอกว่าตัดสินใจกลับบ้านมาที่อำเภอจอมพระพร้อมกับ <strong>‘พี่เจี๊ยบ’</strong> ภรรยาคู่ชีวิต แล้วค่อย ๆ ช่วยกันเปลี่ยนผืนดินโล่งของครอบครัวที่ตำบลหนองสนิท ให้กลายเป็น ‘ฟาร์มเกษตรอินทรีย์’ จากความไม่รู้ สองคนใช้เวลาเรียนรู้ ทดลอง ล้มเหลว และสำเร็จ จนได้มาตรฐานออแกนิกในเวลา 3 ปี ก่อนที่พี่เอกพี่เจี๊ยบจะเข้าไปเป็นผู้ถ่ายทอดความรู้ ในภารกิจการเปลี่ยนตำบลหนองสนิทให้เป็นพื้นที่เกษตรอินทรีย์ 100%</p>



<p>ประสบการณ์ส่วนตัวทำให้พี่เอกพบว่า “การทำเกษตรต้องเริ่มจากมีตลาดรองรับ และต้องทำเป็นกลุ่ม เพราะถ้าใครทำเดี่ยวจะไม่อาจรับมือเรื่องความต่อเนื่องของการส่งผลผลิตได้ ซึ่งปัจจัยนี้ถือว่าสำคัญมากในการต่อรองกับคู่ค้า การทำเป็น</p>



<p>กลุ่มจะทำให้สามารถวางแผนปลูก เก็บเกี่ยว และส่งผลผลิตได้เอง และนั่นคือแนวทางการเติบโตเป็นผู้ประกอบการที่ยั่งยืน”&nbsp;&nbsp;แนวคิดนี้เองที่ทำให้ <strong>‘สหกรณ์การเกษตรพืชผักอินทรีย์หนองสนิท’</strong> ต่อยอดการส่งผลผลิตไปสู่ตลาดได้กว้างและไกลกว่าในชุมชน ทั้งเป็นบทเรียนหนึ่งที่พี่เอกบอกว่า สามารถนำมาใช้จัดกระบวนการเรียนรู้ที่มีทางเลือกและตอบโจทย์ชีวิตให้เด็กเยาวชนในชุมชน โดยสามารถปรับใช้ได้ในการพัฒนาทักษะอาชีพต่าง ๆ ให้มีโอกาสเรียนรู้และมีรายได้ไปพร้อมกัน</p>



<p></p>



<h2 class="wp-block-heading"><strong>สร้างรายได้จากสิ่งที่เราสนใจ ต้นทางของการพึ่งพาตัวเอง</strong></h2>



<figure class="wp-block-gallery has-nested-images columns-default is-cropped wp-block-gallery-15 is-layout-flex wp-block-gallery-is-layout-flex">
<figure class="wp-block-image size-large"><img decoding="async" loading="lazy" width="855" height="596" data-id="76996" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2024/02/20240209_ถ้าชุมชนเข้มแข็ง-09.jpg" alt="" class="wp-image-76996" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2024/02/20240209_ถ้าชุมชนเข้มแข็ง-09.jpg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2024/02/20240209_ถ้าชุมชนเข้มแข็ง-09-300x209.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2024/02/20240209_ถ้าชุมชนเข้มแข็ง-09-768x535.jpg 768w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /></figure>



<figure class="wp-block-image size-large"><img decoding="async" loading="lazy" width="855" height="596" data-id="76997" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2024/02/20240209_ถ้าชุมชนเข้มแข็ง-07.jpg" alt="" class="wp-image-76997" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2024/02/20240209_ถ้าชุมชนเข้มแข็ง-07.jpg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2024/02/20240209_ถ้าชุมชนเข้มแข็ง-07-300x209.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2024/02/20240209_ถ้าชุมชนเข้มแข็ง-07-768x535.jpg 768w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /></figure>
</figure>



<p></p>



<p>“ชุมชนเรามีแต่คนทำเกษตรกรรม หมดหน้านาก็ไม่มีงาน ใครไม่มีอาชีพเสริมก็ไม่มีเงิน พอไม่มีเงินเด็กก็ไม่ได้เรียนต่อ แล้วหลุดออกมาก็มีลูกมีครอบครัวกันไวทั้งที่ยังไม่พร้อม เหมือนวงจรชีวิตวนลูปอย่างนี้”</p>



<p>เกือบ 20 ปีที่ไปทำงานเป็น ‘หัวหน้าเชฟ’ ในหลายประเทศ <strong>‘พี่นาย’</strong> เป็นอีกคนหนึ่งที่กลับมายังชุมชนบ้านเกิดที่บ้านตาเพชร ตำบลนานวน อำเภอสนม จังหวัดสุรินทร์ เพื่อทำงานเป็น ‘นักพัฒนาพื้นที่ต้นแบบ’ ก่อนพบว่ามีเด็กเยาวชนจำนวนไม่น้อยที่หลุดจากโรงเรียนออกมาอย่างไร้ทิศทาง และต่างระหกระเหินอยู่บนความสุ่มเสี่ยงที่ไม่รู้ว่าจะพัดพาชีวิตไปทางไหน</p>



<p>พี่นายจึงเกิดความคิดว่า อยากเป็นส่วนหนึ่งที่จะช่วยผลักดันน้อง ๆ เหล่านี้ให้เดินไปในทิศทางที่ดีขึ้น “เรารู้ว่าถ้าคนคนหนึ่งมีพื้นที่ให้เรียนรู้ เขาจะพบว่าตนเองสามารถพัฒนาได้ และจะเริ่มตั้งเป้าหมายกับอนาคต แต่ข้อเท็จจริงคือการจะทำอย่างนั้นมันต้องใช้ทั้งทุน และต้องใช้มืออีกหลายมือมาช่วยกัน” พี่นายพูดถึงความยาก ณ จุดเริ่มต้น ซึ่งเขาเชื่อว่า ‘ลำพังตัวคนเดียวไม่น่าทำได้สำเร็จ’</p>



<p>จนเมื่อมาพบกับ กสศ. และ อบต.หนองสนิท พี่นายก็รู้สึกว่าได้พบกับ ‘กลุ่มคน’ ที่มีเป้าหมายเดียวกัน และเริ่มร่างแนวคิดเรื่องการพัฒนาเด็กเยาวชน โดยเชื่อมโยงแรงสนับสนุนหลายฝ่าย จัดตั้ง <strong>‘กลุ่มเกษตรทฤษฎีใหม่บ้านตาเพชร’</strong> ชวนเด็กเยาวชนกลุ่มแรกเข้ามาฝึกทักษะอาชีพ โดยใช้บริบทชุมชนเป็นฐานตั้งต้น</p>



<p>แม้ระบุนามว่า ‘กลุ่มเกษตร’ แต่พี่นายบอกว่า แท้จริงแล้วการทำเกษตรเป็นเพียงการปูพื้นฐานอาชีพให้กับทุกคน โดยเฉพาะคนที่ยังไม่พบความสนใจของตัวเอง เพราะคนบ้านตาเพชรส่วนใหญ่ประกอบอาชีพเกษตรกรรมเป็นหลัก ส่วนในกระบวนการเรียนรู้จริง จะเชิญชวนปราชญ์ชุมชนทุกสาขาอาชีพมาช่วยกันวางแนวทาง ส่งเสริมทั้งวิชาชีพ วิชาการ และวิชาชีวิต ซึ่งเด็ก ๆ จะได้เรียนรู้การทำเกษตรไปพร้อมกับทักษะอื่นที่สนใจ อาทิ ช่างไม้ ทอผ้าไหม ช่างอิเล็กทรอนิกส์ ค้าขายออนไลน์ ฯลฯ และหนึ่งทักษะที่ขาดไม่ได้เลยคือการทำอาหาร ซึ่งพี่นายช่ำชองที่สุด</p>



<p>ความร่วมมือของคนและหน่วยงานที่หลากหลาย ทำให้เด็กเยาวชนบ้านตาเพชรค้นพบทักษะ สามารถสร้างรายได้จากสิ่งที่สนใจ เป็นต้นทางของการช่วยเหลือและพึ่งพาตัวเอง และจุดประกายให้มองไปยังอนาคต</p>



<p>“อย่างเราเริ่มจากสอนทำแซนด์วิช เอาผักที่ปลูกกันมาเป็นวัตถุดิบ พอเด็กทำเป็น เขาก็คิดต่อว่าจะเอาไปลองขายหน้าโรงเรียน ปรากฏว่าขายได้ขายดี ก็มีกำลังใจ เด็กก็มาฝึกทำอย่างอื่นอีก เริ่มมีแรงบันดาลใจอยากพัฒนาตัวเองให้เก่งขึ้น รอบรู้มากขึ้น เราเองก็ดีใจ ว่าสามารถทำให้เขาซึมซับและเข้าใจ ว่าแม้ไม่ได้อยู่ในโรงเรียน แต่การเรียนรู้มันจะไม่มีวันสิ้นสุด” พี่นายเล่า</p>



<p>‘กลุ่มเกษตรทฤษฎีใหม่บ้านตาเพชร’ ถือเป็นอีกหนึ่งแนวทางการศึกษาที่ ‘มีทางเลือก’ และ ‘ตอบโจทย์ชีวิต’ สำหรับเด็กเยาวชนนอกระบบการศึกษาที่พี่นายอธิบายไว้ว่า</p>



<blockquote class="wp-block-quote">
<p>“แม้กระทั่งตัว ‘โจทย์ชีวิต’ เอง มันก็ยังจะเปลี่ยนไปได้อีกตามลำดับขั้นตอนการเติบโต ตามช่วงวัยและการรับรู้ของคน ดังนั้นหากยังมีการเติมองค์ความรู้และข้อมูลใส่เข้าไปเรื่อย ๆ วันหนึ่งเด็กจะยิ่ง ‘มี’ และ ‘มองเห็น’ ทางเลือกของชีวิต ที่กว้างออกไปกว่าเพียงไม่กี่อาชีพที่รู้จักในวันนี้”</p>
</blockquote>



<p></p>



<h2 class="wp-block-heading"><strong>ผลลัพธ์ที่ไกลกว่าสิ่งที่คาดหวัง</strong></h2>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-f0a3b9"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2024/02/20240209_ถ้าชุมชนเข้มแข็ง-06.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>หนึ่งตัวอย่างที่บอกเล่าถึงการหยั่งราก เติบโต และออกผล ของการสร้างพื้นที่การเรียนรู้ที่น่าสนใจ คือเรื่องราวของ <strong>‘แม็ค’</strong> กับ <strong>‘เต้’</strong> คู่หูต่างวัยที่เติบโตมาด้วยกัน และเป็นหนึ่งในเยาวชนในพื้นที่ที่ได้รับชักชวนจากพี่นาย ให้เข้าร่วมกลุ่มเกษตรทฤษฎีใหม่บ้านตาเพ็ชร</p>



<p>ทั้ง ‘แม็ก’ และ ‘เต้’ ไม่ได้เรียนต่อหลังจบชั้น ม.3 ด้วยเหตุผลเดียวกันคือที่บ้านไม่มีเงินส่งเสีย ถึงแม้ว่าผลการเรียนจะไม่ใช่ <strong>‘ตัวชี้วัด’</strong> ว่าใครจะประสบความสำเร็จในชีวิต เราก็ยังคิดว่าเป็นเรื่องน่าเสียดาย เพราะแม็คบอกว่าเขาจบ ม.3 มาด้วยคะแนนเฉลี่ย 3.8 และถ้าเลือกได้ แม็คเองก็อยากจะเรียนต่อชั้นมัธยมปลาย</p>



<p>แต่เมื่อเรื่องราวและเวลาก็ผ่านไปแล้วอย่างไม่หวนกลับ แม็คทิ้งความเสียดายไว้เบื้องหลัง แล้วมองหาเส้นทางใหม่ให้ตัวเอง โดยตั้งหลักจากสิ่งที่ตนเองสนใจในระดับ ‘หมกมุ่น’ นั่นคือ <strong>‘มังงะ’</strong> หรือการ์ตูนจากประเทศญี่ปุ่น ที่แม็คตามอ่านมาตั้งแต่ยังตัวเล็ก ๆ ทั้งทางออนไลน์และสัมผัสจากหมึกพิมพ์บนกระดาษ ส่วนเต้สนใจมังงะเพราะได้รับอิทธิพลส่วนหนึ่งจากแม็ค แม็คจึงชวนเต้ซึ่งแก่กว่าสองปีมาลองช่วยกันทำช่องยูทูป นำมังงะที่แปลเป็นภาษาไทยมาพากย์เสียงเล่าเรื่องเพิ่มอรรถรส สนองความต้องการของกลุ่มคนผู้หลงใหลในสิ่งเดียวกัน</p>



<p>หลังปล่อยผลงานออกไป จากคลิปแรก ๆ ที่มีผู้ติดตามเพียงหลักสิบ ก็ค่อย ๆ ขยับเพิ่มเป็นหลักร้อยในคลิปต่อมา และเมื่อทำอย่างต่อเนื่องก็ขึ้นแตะถึงหลักพัน จนไม่ถึงหนึ่งปีดี ช่องของแม็คกับเต้ก็สามารถสร้างฐานผู้ติดตามได้มากกว่า 54,000 คน กลายเป็นรายได้ที่คืนกลับมาอย่างที่ทั้งสองคนก็คาดไม่ถึง ทั้งคู่ตื่นเต้นดีใจ และมีกำลังใจที่จะเรียนรู้ให้หนักขึ้น เพื่อหาทางต่อยอดงานให้ดียิ่งขึ้นไปอีก&nbsp;</p>



<p>แม็ค และ เต้ เป็นเคสตัวอย่างของ ‘ผลลัพธ์ที่ไกลกว่าสิ่งที่คาดหวัง’ ที่พี่นายผู้ก่อตั้งกลุ่มเกษตรทฤษฎีใหม่บ้านตาเพชรเปรียบเปรยไว้ ว่า</p>



<blockquote class="wp-block-quote">
<p>“ในชุมชนเล็ก ๆ ห่างไกลที่ไม่ได้มีต้นทุนหรือโอกาสมากนัก การมีพื้นที่เรียนรู้แลกเปลี่ยนที่แม้จะตั้งต้นด้วยการทำการเกษตร ซึ่งเด็กบางคนอาจไม่ได้สนใจหรือไม่ถนัด แต่เมื่อเด็กได้เข้ามาใช้เวลาด้วยกันบ่อย ๆ มันจะเกิดการถ่ายเทความฝันและปันความรู้ระหว่างกัน …เหมือนดั่งต้นไม้ที่เราปลูกขึ้นเพื่อหวังผลอย่างหนึ่ง แต่ท้ายสุดแล้วก็อาจให้ผลออกมาเป็นอีกอย่างหนึ่งที่ดีกว่าที่เรานึกไว้ก็เป็นได้”</p>
</blockquote>



<p></p>



<h2 class="wp-block-heading"><strong>ประสบการณ์คือมูลค่า</strong></h2>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-b89262"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2024/02/20240209_ถ้าชุมชนเข้มแข็ง-05.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>ณ ลานกิจกรรม อบต.หนองสนิท สถานที่จัด <strong>‘นิทรรศการผลการดำเนินงานการพัฒนาอาชีพสู่การมีงานทำ’</strong>&nbsp;</p>



<p>ท่ามกลางบูธแสดงผลผลิตทางการเกษตรและผลิตภัณฑ์แปรรูปจากพืชผักอินทรีย์นานาชนิด เราพบบูธหนึ่งสะดุดสายตา ด้วยบนโต๊ะตัวยาวตั้งไว้ด้วยรองเท้าสนีกเกอร์ 2-3 คู่ ขนาบด้วยราวแขวนกางเกงหลายไซซ์หลายขนาด ส่วนโต๊ะอีกตัวหนึ่งเป็นที่ตั้งของถุงพลาสติกขนาดย่อม ภายในอัดแน่นด้วยเห็ดฟาง เบื้องหลังบูธนั้นมีเยาวชน 4-5 คนในช่วงวัยราว 17-20 ยืนเฝ้าอยู่</p>



<p><strong>เป็นภาพแปลกตา ชวนมอง ทั้งยังชวนให้ฉงนใจว่าเป็นบูธแบบใด?</strong></p>



<p>เมื่อคุยกับ<strong>พี่กนกแก้ว</strong> ผู้เป็นที่ปรึกษาเยาวชนนอกระบบตำบลหนองสนิท จึงทราบว่า น้อง ๆ กลุ่มนี้เป็นเยาวชนกลุ่มแรกที่เข้ามาร่วมเรียนรู้เรื่องการเพาะเห็ดฟาง และการขายเสื้อผ้ามือสองออนไลน์ โดยแม้ยังรวมกลุ่มกันได้ไม่นาน แต่ด้วยเป็นกิจกรรมที่ออกแบบจากความสนใจของผู้ร่วมเรียนรู้เป็นที่ตั้ง ทั้งกลุ่มเห็ดฟางและกลุ่มขายเสื้อผ้าออนไลน์จึงก้าวหน้าอย่างรวดเร็ว และให้ผลตอบแทนกลับมาเป็นรางวัลกับน้อง ๆ ได้แล้ว</p>



<p>“เห็ดฟางวันนี้เอามาได้ไม่มาก เพราะเริ่มผลิตไม่ทันความต้องการ คือกลุ่มเขาเริ่มจากทำจำนวนน้อย เน้นให้เด็กเรียนรู้เข้าใจกระบวนการ ไม่ได้ตั้งเป้าว่าจะผลิตคราวละมาก ๆ แต่หลังจากนี้คงต้องวางแผนกันใหม่ ส่วนกลุ่มเสื้อผ้าออนไลน์ก็ขายได้เรื่อย ๆ เด็ก ๆ เขาสนุกเพราะสนใจทางนี้กันอยู่แล้ว พอเจอของดีที่ขายได้ตัวนึงหลายพัน ก็ดีใจกันใหญ่”&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p>



<p>พี่กนกแก้วออกตัวแทนน้อง ๆ ว่า เด็กกลุ่มนี้ส่วนใหญ่จะเงียบ ประหม่า พูดน้อย ซึ่งเมื่อเราลองเข้าไปสอบถามน้อง ๆ เรื่อง <strong>‘การศึกษาที่มีทางเลือกและตอบโจทย์ชีวิต’</strong> ก็พบว่าจริงของพี่กนกแก้ว เพราะแต่ละคนต่างไม่มีความเห็น บางคนออกตัวว่าเขาหลุดออกมาจากโรงเรียนแล้ว คงไม่มีโอกาสได้เกี่ยวข้องอะไรกับการศึกษาอีก</p>



<p>แต่ใครจะรู้ว่า พอเราลองเปลี่ยนคำถามเป็นเรื่องกระบวนการเพาะเห็ด หรือถามเรื่องการเปิดกระสอบเสื้อเพื่อคัดของและตั้งราคาว่าต้องทำอย่างไร หรือเราจะรู้ได้อย่างไรว่าของแต่ละชิ้นควรมีราคาเท่าไหร่ น้อง ๆ กลับเล่าได้เป็นคุ้งเป็นแควถึงขั้นลงรายละเอียดเรื่องดินน้ำลมฟ้าอากาศ ที่มีผลต่อการเจริญเติบโตและให้ผลผลิตของเห็ด หรือกลุ่มขายเสื้อผ้ามือสองก็สามารถระบุลึกถึงลักษณะเนื้อผ้า การเย็บตะเข็บ หรือเทคนิคการสกรีนของเสื้อตัวหนึ่ง ว่ามันสามารถบ่งบอกได้ว่าเสื้อตัวนั้นผลิตขึ้นในช่วงปีไหน หรือตัดเย็บกันจากโรงงานในภูมิภาคใด โดยไม่ต้องดูป้ายกำกับบนคอเสื้อด้วยซ้ำ</p>



<p>พี่กนกแก้วบอกว่า สิ่งเหล่านี้คือ <strong>‘การศึกษาที่เพิ่มพูนผ่านประสบการณ์’</strong> ซึ่งตัวเด็ก ๆ เองยังไม่รู้ว่าคือมูลค่า หรือคือต้นทุนที่เขาจะนำไปใช้ต่อยอดชีวิตได้ และนั่นเองคือสิ่งที่ ‘เรา’ ซึ่งเป็นฝ่ายสนับสนุน จะต้องช่วยกันทำให้เกิดการศึกษาที่ทุกคนมีทางเลือก ซึ่งจะช่วยให้เด็กเยาวชนเหล่านี้นำต้นทุนในตัวมาใช้ได้เต็มศักยภาพที่สุด </p>



<p></p>



<h2 class="wp-block-heading"><strong>“ถ้าชุมชนเข้มแข็ง เด็ก ๆ จะใฝ่ฝันถึงอาชีพอะไรก็ได้ที่อยากเป็น”</strong></h2>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-3443ac"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2024/02/20240209_ถ้าชุมชนเข้มแข็ง-08.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>ทั้งหมดนี้ เป็นเพียงส่วนหนึ่งของ ‘เส้นทางความเป็นมา’ และ ‘เรื่องราวที่กำลังเป็นไป’ ในการสร้างโอกาสทางการศึกษาที่ ‘มีทางเลือก’ และ ‘ตอบโจทย์ชีวิต’ จาก<a href="https://www.eef.or.th/fund/community-base/" target="_blank" rel="noopener" title="">ทุนส่งเสริมโอกาสการเรียนรู้ที่ใช้ชุมชนเป็นฐาน กสศ.</a> สำหรับเด็กเยาวชนที่จังหวัดสุรินทร์ ซึ่งคณะทำงานทุกฝ่ายต่างมุ่งมั่นตั้งใจที่จะสร้างโอกาส แผ้วถางเส้นทาง และช่วยเสริมแรงบันดาลใจให้เด็ก ๆ ได้ค้นพบรูปแบบการพัฒนาทักษะเพื่อการประกอบอาชีพเป็นรายบุคคล รวมถึงจุดประกายให้มองถึงการศึกษาต่อในระดับสูง หรือการพยายามหาช่องทางเรียนรู้ทักษะอาชีพทางเลือกที่หลากหลาย เพื่อรองรับความเลื่อนไหลเปลี่ยนแปลงของโลกในอนาคต</p>



<p>โอกาสนี้ ภาคีเครือข่าย <strong>‘การพัฒนาเด็กเยาวชนในระดับอำเภอจอมพระ’</strong> จึง<a href="https://www.eef.or.th/news-040224/" target="_blank" rel="noopener" title="">ลงนามความร่วมมือ (MOU) </a>กัน เพื่อเป็นหมุดหมายสำคัญที่จะบอกว่า ถ้าหากเครือข่ายชุมชนจับมือกันอย่างเหนียวแน่น ผนวกกับกำลังเสริมที่เข้มแข็งจากหน่วยงานทุกฝ่าย เมื่อนั้นแล้ว ไม่ว่าเด็กเยาวชนคนหนึ่งจะเกิดและเติบโตในที่แห่งใด จะเรียนรู้จากข้างในหรือนอกระบบโรงเรียน เขาจะเข้าถึงโอกาสเรียนรู้ พัฒนาตนเองด้วยวิถีทางที่สอดคล้องกับชีวิต สามารถใฝ่ฝันถึงการประกอบอาชีพอะไรก็ตาม …เท่าที่จะฝันได้ และมีศักยภาพพียงพอจะไปถึง</p>



<p></p>



<p><strong>กสศ. ชวนติดตามเรื่องราวฉบับเต็มจากซีรีส์ ‘หนองสนิทโมเดล : ทุนส่งเสริมโอกาสการเรียนรู้ที่ใช้ชุมชนเป็นฐาน’ ได้ที่เพจและเว็บไซต์ของเรา</strong></p><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/article-090224/">“ถ้าชุมชนเข้มแข็ง เด็ก ๆ จะใฝ่ฝันถึงอาชีพอะไรก็ได้ที่อยากเป็น” : รู้จักการศึกษาที่มีทางเลือกและตอบโจทย์ชีวิต ณ อ.จอมพระ จ.สุรินทร์</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>กสศ. สานพลังเครือข่ายจังหวัดสุรินทร์ ร่วมพัฒนาเด็กและเยาวชนในอำเภอจอมพระ สู่การศึกษาที่ทุกคนมีทางเลือกและตอบโจทย์ชีวิต</title>
		<link>https://www.eef.or.th/news-040224/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 05 Feb 2024 08:47:49 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[ข่าวสารความรู้]]></category>
		<category><![CDATA[กสศ.]]></category>
		<category><![CDATA[สุรินทร์]]></category>
		<category><![CDATA[ภัทระ คำพิทักษ์]]></category>
		<category><![CDATA[เวทีสร้างความร่วมมือการพัฒนาเด็กและเยาวชนในระดับอำเภอจอมพระร่วมกับภาคีเครือข่ายจังหวัดสุรินทร์ และเวทีลงนามความร่วมมือขับเคลื่อนระบบการศึกษาที่ทุกคนมีทางเลือกและตอบโจทย์ชีวิต]]></category>
		<category><![CDATA[ดร.จำเนียร วรรัตน์ชัยพันธุ์]]></category>
		<category><![CDATA[ผศ.ดร.บัญชร แก้วส่อง]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?p=76730</guid>

					<description><![CDATA[<p>กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) ร่วมด้วยองค์กา [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/news-040224/">กสศ. สานพลังเครือข่ายจังหวัดสุรินทร์ ร่วมพัฒนาเด็กและเยาวชนในอำเภอจอมพระ สู่การศึกษาที่ทุกคนมีทางเลือกและตอบโจทย์ชีวิต</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) ร่วมด้วยองค์การบริหารส่วนตำบลหนองสนิท จัดงาน “เวทีสร้างความร่วมมือการพัฒนาเด็กและเยาวชนในระดับอำเภอจอมพระร่วมกับภาคีเครือข่ายจังหวัดสุรินทร์ และเวทีลงนามความร่วมมือขับเคลื่อนระบบการศึกษาที่ทุกคนมีทางเลือกและตอบโจทย์ชีวิต” ทั้ง 19 เครือข่าย</strong> เพื่อบูรณาการความร่วมมือขับเคลื่อนแนวทางการทำงานพัฒนาเด็กและเยาวชนในระดับอำเภอจอมพระให้มี ‘ระบบการศึกษาที่ทุกคนมีทางเลือกและตอบโจทย์ชีวิต’ และ ‘การศึกษาทางเลือกที่ยืดหยุ่นกับคนทุกช่วงวัย’ รวมทั้งนำเสนอแผนการดำเนินงานของแต่ละหน่วยงานลงนามความร่วมมือในการร่วมกันขับเคลื่อนงานเกษตรอินทรีย์ไปกับการพัฒนาเด็กและเยาวชนในภาพรวมของอำเภอจอมพระไปด้วยกัน ณ หอประชุม อบต.หนองสนิท อ.จอมพระ จังหวัดสุรินทร์ เมื่อวันที่ 25 มกราคม 2566 ที่ผ่านมา</p>



<p>การจัดงานนำโดย <strong>นายภัทระ คำพิทักษ์ กรรมการบริหาร กสศ. และอนุกรรมการส่งเสริมและพัฒนาเยาวชนและประชากรวัยแรงงานนอกระบบ</strong> และผู้ทรงคุณวุฒิ กสศ. อาทิ <strong>ดร.จำเนียร วรรัตน์ชัยพันธุ์</strong> ที่ปรึกษาอาวุโส องค์กรระหว่างประเทศเพื่อการอนุรักษ์ธรรมชาติ (IUCN) <strong>ผศ.บงกชรัตน์ ล้ำเลิศ</strong> ผู้ทรงคุณวุฒิภาคเอกชน กสศ. <strong>ผศ.ดร.บัญชร แก้วส่อง</strong> ผู้ทรงคุณวุฒิ กสศ. <strong>นางสาวกชกร วิสุทธิวสุธาร</strong> นักวิจัยอิสระ ร่วมด้วยคณะองค์การบริหารส่วนตำบลหนองสนิท อาทิ <strong>นายสมจิตร นามสว่าง</strong> นายก อบต.หนองสนิท <strong>นายสมเกียรติ สาระ</strong> หัวหน้าสำนักปลัด อบต.หนองสนิท และคณะทำงาน</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-f17775"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2024/02/20240205_กสศ.-สานพลังเครือข่ายจังหวัดสุรินทร์-03.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-850bf6"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2024/02/นายภัทระ-คำพิทักษ์.jpg" alt=""/></div><figcaption class="qubely-image-caption">นายภัทระ คำพิทักษ์ กรรมการบริหาร กสศ. และอนุกรรมการส่งเสริมและพัฒนาเยาวชนและประชากรวัยแรงงานนอกระบบ</figcaption></figure></div></div></div>



<p></p>



<p><strong>นายภัทระ คำพิทักษ์ กรรมการบริหาร กสศ. และอนุกรรมการส่งเสริมและพัฒนาเยาวชนและประชากรวัยแรงงานนอกระบบ</strong> กล่าวเปิดงานและได้ชี้แจงถึงภารกิจการทำงานร่วมกันในครั้งนี้ว่า<strong><em> </em></strong>“จังหวัดสุรินทร์ได้รับการสนับสนุนจาก กสศ. กว่า 5-6 โครงการฯ มีทั้งโครงการใหม่และเก่าที่ทำอย่างต่อเนื่อง ต่อยอด เติมเต็ม และขยายผล นั่นแสดงให้เห็นว่าฐานของชุมชนนั้นมีความเข้มแข็ง</p>



<p>“เวทีนี้จึงเป็นเวทีที่จะให้ทุกภาคส่วนได้มารู้จักกัน เพราะฉะนั้นหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจึงต้องมาทำความรู้จัก เพื่อหาแนวทางในการทำงานร่วมกัน เพราะแต่ละหน่วยงานก็มีหน้าที่และบทบาทที่สามารถหนุนเสริมเยาวชนในด้านต่าง ๆ ได้อย่างตอบโจทย์ไม่เหมือนกัน แต่มีเป้าหมายร่วมกันที่จะต้องร่วมผลักดันการศึกษาทางเลือกที่ตอบโจทย์ชีวิตให้เด็กและเยาวชนนอกระบบการศึกษา และผู้ที่ด้อยโอกาสได้มีทางเลือกตอบโจทย์กับตนเอง</p>



<p>“แสงแห่งความสำเร็จที่ทุกคนได้ทำผ่านโครงการฯ ที่ผ่านมา คือสิ่งที่พวกเรากำลังจะต่อยอดและขยายผลกันในวันนี้ ให้เป็นแสงที่สาดประกายเหมือนดั่ง ‘เพชร’ ที่สาดส่องไปยังพื้นที่อื่น ๆ และสร้างแรงบันดาลใจ ให้เกิดประโยชน์และเป็นตัวอย่างของการเรียนรู้แก่ชุมชนอื่น ๆ ซึ่งสิ่งนี้เป็นสิ่งที่ กสศ. พยายามทำมาโดยตลอด การร่วมมือกันจากด้านล่างเพื่อส่งแรงกระเพื่อมไปถึงด้านบน จึงเป็นนิมิตรหมายที่ดีที่ อปท. และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้มาลงนาม MOU สัญญาร่วมกันในระดับเขตท้องที่อำเภอจอมพระ เพื่อขับเคลื่อนการทำงานพัฒนาเด็กและเยาวชนในพื้นที่ไปด้วยกันต่อไป”</p>



<figure class="wp-block-gallery has-nested-images columns-default is-cropped wp-block-gallery-17 is-layout-flex wp-block-gallery-is-layout-flex">
<figure class="wp-block-image size-large"><img decoding="async" loading="lazy" width="855" height="569" data-id="76734" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2024/02/20240205_กสศ.-สานพลังเครือข่ายจังหวัดสุรินทร์-04.jpg" alt="" class="wp-image-76734" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2024/02/20240205_กสศ.-สานพลังเครือข่ายจังหวัดสุรินทร์-04.jpg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2024/02/20240205_กสศ.-สานพลังเครือข่ายจังหวัดสุรินทร์-04-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2024/02/20240205_กสศ.-สานพลังเครือข่ายจังหวัดสุรินทร์-04-768x511.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2024/02/20240205_กสศ.-สานพลังเครือข่ายจังหวัดสุรินทร์-04-750x500.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2024/02/20240205_กสศ.-สานพลังเครือข่ายจังหวัดสุรินทร์-04-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /></figure>



<figure class="wp-block-image size-large"><img decoding="async" loading="lazy" width="855" height="569" data-id="76735" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2024/02/20240205_กสศ.-สานพลังเครือข่ายจังหวัดสุรินทร์-05.jpg" alt="" class="wp-image-76735" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2024/02/20240205_กสศ.-สานพลังเครือข่ายจังหวัดสุรินทร์-05.jpg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2024/02/20240205_กสศ.-สานพลังเครือข่ายจังหวัดสุรินทร์-05-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2024/02/20240205_กสศ.-สานพลังเครือข่ายจังหวัดสุรินทร์-05-768x511.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2024/02/20240205_กสศ.-สานพลังเครือข่ายจังหวัดสุรินทร์-05-750x500.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2024/02/20240205_กสศ.-สานพลังเครือข่ายจังหวัดสุรินทร์-05-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /></figure>
</figure>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-cedf67"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2024/02/20240205_กสศ.-สานพลังเครือข่ายจังหวัดสุรินทร์-07.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>นอกจากนี้ ภายในงานได้มีการจัด<strong>เวทีเสวนาบทบาท อปท. และภาคีเครือข่ายในการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์การจัดการ “ระบบการศึกษาที่ทุกคนมีทางเลือกและตอบโจทย์ชีวิต” ระดับพื้นที่</strong> และ <strong>เวทีเสวนาระดับนโยบาย “แนวทางการศึกษาและการจัดกระบวนการเรียนรู้ทางเลือกโดยใช้ทุนของพื้นที่เป็นฐาน”</strong> กับกลุ่มเยาวชนนอกระบบการศึกษาหรือกลุ่มเป้าหมายทุกช่วงวัย ที่ทำให้องค์การบริหารส่วนท้องถิ่น และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้รู้ถึงบทบาทและหน้าที่ในการทำงานของแต่ละภาคส่วน มองเห็นถึงความสำคัญของการร่วมพัฒนาทักษะเด็กและเยาวชนโดยใช้ชุมชนเป็นฐานไปด้วยกัน และมองเห็นถึงแนวทางในการทำงานในระดับนโยบายที่ต้องใช้วิถีชีวิตจริงของเด็กและเยาวชนนำมาเป็นตัวตั้ง เพื่อให้เอื้อต่อการสร้างการเรียนรู้หรือการจัดระบบการศึกษาตามบริบทชีวิตของเขา เชื่อมโยงการทำงาน บูรณาการทำงานร่วมกัน ขับเคลื่อนเรื่องของการศึกษาที่ตอบโจทย์ชีวิตให้เป็นรูปธรรม เพื่อเกิดประโยชน์สูงสุดต่อเด็กและเยาวชนหรือคนในพื้นที่มากที่สุด&nbsp;</p>



<p>อีกทั้งยังมี<strong>บูธนำเสนอนิทรรศการผลการดำเนินงานการพัฒนาอาชีพสู่การมีงานทำ “ทางเลือก ทางรอด” ของการสร้างการเรียนรู้โดยใช้ชุมชนเป็นฐาน</strong> ที่ทำให้เห็นว่าการเรียนรู้ที่ใช้ชุมชนเป็นฐาน สามารถต่อยอด สร้างอาชีพ สร้างรายได้ ขยับขยายคนเล็ก ให้กลายเป็นคนใหญ่ในความรู้กับธรรมชาติที่ตนเองเติบโตมา และรอบรู้ในสิ่งที่ต้องเติมเต็มและสร้างสรรค์อยู่เสมอ เกิดทักษะทั้งวิชาการ วิชาชีพ และวิชาชีวิต และส่งผลให้ครอบครัว ชุมชน สังคมรอบข้างเกิดความเข้มแข็งอยู่ร่วมและอยู่รอดในสถานการณ์ปัจจุบันได้อย่างมีความสุข</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-1c465b"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2024/02/20240205_กสศ.-สานพลังเครือข่ายจังหวัดสุรินทร์-06.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<figure class="wp-block-gallery has-nested-images columns-default is-cropped wp-block-gallery-19 is-layout-flex wp-block-gallery-is-layout-flex">
<figure class="wp-block-image size-large"><img decoding="async" loading="lazy" width="855" height="569" data-id="76743" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2024/02/20240205_กสศ.-สานพลังเครือข่ายจังหวัดสุรินทร์-02.jpg" alt="" class="wp-image-76743" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2024/02/20240205_กสศ.-สานพลังเครือข่ายจังหวัดสุรินทร์-02.jpg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2024/02/20240205_กสศ.-สานพลังเครือข่ายจังหวัดสุรินทร์-02-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2024/02/20240205_กสศ.-สานพลังเครือข่ายจังหวัดสุรินทร์-02-768x511.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2024/02/20240205_กสศ.-สานพลังเครือข่ายจังหวัดสุรินทร์-02-750x500.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2024/02/20240205_กสศ.-สานพลังเครือข่ายจังหวัดสุรินทร์-02-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /></figure>



<figure class="wp-block-image size-large"><img decoding="async" loading="lazy" width="855" height="569" data-id="76742" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2024/02/20240205_กสศ.-สานพลังเครือข่ายจังหวัดสุรินทร์-01.jpg" alt="" class="wp-image-76742" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2024/02/20240205_กสศ.-สานพลังเครือข่ายจังหวัดสุรินทร์-01.jpg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2024/02/20240205_กสศ.-สานพลังเครือข่ายจังหวัดสุรินทร์-01-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2024/02/20240205_กสศ.-สานพลังเครือข่ายจังหวัดสุรินทร์-01-768x511.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2024/02/20240205_กสศ.-สานพลังเครือข่ายจังหวัดสุรินทร์-01-750x500.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2024/02/20240205_กสศ.-สานพลังเครือข่ายจังหวัดสุรินทร์-01-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /></figure>
</figure>



<p></p>



<p>ทางด้าน <strong>ผศ.ดร.บัญชร แก้วส่อง ผู้ทรงคุณวุฒิ กสศ.</strong> กล่าวว่า “สิ่งที่เรากำลังทำ คือการทำงานจากเรื่องเล็ก ๆ เพื่อส่งผลกระเพื่อมไปถึงเรื่องใหญ่ ต้องอาศัยความร่วมมือจากหลายภาคส่วนช่วยกันหนุนเสริม เติมเต็ม เพื่อร่วมกันจัดการศึกษาที่ตอบโจทย์ชีวิต ดังเช่น อบต.หนองสนิท ที่ไม่ได้ทำงานกับคนข้างบน หากแต่เป็นการทำงาน ที่ อบต. มาทำงานร่วมกับชาวบ้าน กลายเป็นพื้นที่กลางที่โยงใยวิถีชีวิต วัฒนธรรม ธรรมชาติ และผู้คนทุกช่วงวัยเข้าด้วยกัน</p>



<p>“การเรียนรู้หรือการจัดการศึกษาที่เหมาะสมและตอบโจทย์ก็เช่นกัน เป็นเรื่องที่คนในครอบครัว ชุมชน สังคม ต่างต้องช่วยกันเป็นพื้นที่ที่โอบล้อมเด็กและเยาวชนในชุมชน ช่วยกันดูแล ไม่ใช่เพียงความรับผิดชอบใครเพียงคนหนึ่ง ฐานที่เข้มแข็งเกิดจากฐานชุมชนที่เข้มแข็ง หากอยากให้เด็กและเยาวชนได้รับการพัฒนา และเกิดพื้นที่เรียนรู้ที่ตอบโจทย์ชีวิตเขาจริง ๆ นิเวศแวดล้อมเป็นสิ่งสำคัญ ที่จะต้องให้คนในครอบครัว ชุมชน สังคม ร่วมกันทำความเข้าใจลูกหลานในชุมชนอย่างแท้จริง เมื่อนั้นทุกอย่างจะเปิด ทั้งโอกาส เปิดทั้งใจ ทุกหน่วยงาน ทุกคนในชุมชน เป็นส่วนสำคัญที่จะทำให้เรื่องนี้ได้ร่วมขับเคลื่อนต่อไปอย่างสร้างสรรค์”</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-c32017"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2024/02/ผศ.ดร.บัญชร-แก้วส่อง-ผู้ทรงคุณวุฒิ-กสศ.jpg" alt=""/></div><figcaption class="qubely-image-caption">ผศ.ดร.บัญชร แก้วส่อง ผู้ทรงคุณวุฒิ กสศ.</figcaption></figure></div></div></div>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-ade726"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2024/02/ดร.จำเนียร-วรรัตน์ชัยพันธุ์-ผู้ทรงคุณวุฒิ-กสศ.jpg" alt=""/></div><figcaption class="qubely-image-caption">ดร.จำเนียร วรรัตน์ชัยพันธุ์ ผู้ทรงคุณวุฒิ กสศ.</figcaption></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>ต่อมาทางด้าน <strong>ดร.จำเนียร </strong><strong>วรรัตน์ชัยพันธุ์ ที่ปรึกษาอาวุโส องค์กรระหว่างประเทศเพื่อการอนุรักษ์ธรรมชาติ (IUCN) และผู้ทรงคุณวุฒิ กสศ.</strong> กล่าวว่า “เวทีนี้เป็นเวทียิ่งใหญ่มากในเรื่องของการบูรณาการระหว่างท้องที่และท้องถิ่น รวมทั้งบูรณาการการศึกษาภายในและภายนอกให้อยู่ร่วมกันได้บนพื้นฐานธรรมชาติ&nbsp;</p>



<p>วัฒนธรรม และความเป็นตัวเอง กล่าวคือการสร้างธรรมชาติให้มีมูลค่าโดยใช้ฐานชีวิตของตนเองเองเป็นตัวตั้ง ให้คนได้มองเห็นถึงคุณค่า และสร้างมูลค่า นำพารายได้มาให้ตนเองในที่สุด</p>



<p>“การศึกษาก็เช่นกัน บทเรียนที่เรามีในครั้งนี้ คือเรื่องของธรรมชาติและวัฒนธรรม สิ่งที่เราต้องอยู่อย่างเป็นกัลยานมิตรก็คือธรรมชาติ การศึกษาที่อยู่ในระบบ ต้องก้าวข้ามพรมแดนไปหาธรรมชาติของผู้คน เพราะการพัฒนาที่แท้จริง มันไม่มีพรมแดนมากั้น เพราะฉะนั้นการศึกษาในปัจจุบันต้องปรับและเปลี่ยนให้เหมาะสมตามธรรมชาติ และบริบทของผู้เรียน&nbsp; เชื่อว่าพลังของท้องถิ่น ท้องที่ และชุมชน สิ่งนี้จะเป็นฐานสำคัญ ที่จะนำพาชีวิตคนยากไปสู่ความมั่งคงและยั่งยืนได้ โดยใช้บทบาทหน้าที่ของตนเอง นำพาตนเองออกมาจากพรมแดนของความเชื่อ แล้วมาพบเจอกับความเป็นจริง ที่เราต้องร่วมกันจัดการ เพื่อเกิดกัลยาณมิตรที่เอื้อต่อชีวิตคนยากอย่างแท้จริง”</p><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/news-040224/">กสศ. สานพลังเครือข่ายจังหวัดสุรินทร์ ร่วมพัฒนาเด็กและเยาวชนในอำเภอจอมพระ สู่การศึกษาที่ทุกคนมีทางเลือกและตอบโจทย์ชีวิต</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>หนึ่งในทางออกของประเทศไทย คือต้องใส่ใจเด็กนอกระบบการศึกษาอย่างจริงจัง</title>
		<link>https://www.eef.or.th/article-250923/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 25 Sep 2023 06:30:28 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Movement]]></category>
		<category><![CDATA[บทความ]]></category>
		<category><![CDATA[ธันว์ธิดา วงศ์ประสงค์]]></category>
		<category><![CDATA[เด็กนอกระบบการศึกษา]]></category>
		<category><![CDATA[แรงงานด้อยทักษะ]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?p=72267</guid>

					<description><![CDATA[<p>ปัจจุบันประเทศไทยมีเด็กนอกระบบการศึกษาประมาณ 1.4 ล้านคน [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/article-250923/">หนึ่งในทางออกของประเทศไทย คือต้องใส่ใจเด็กนอกระบบการศึกษาอย่างจริงจัง</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>ปัจจุบันประเทศไทยมีเด็กนอกระบบการศึกษาประมาณ 1.4 ล้านคน ทั้งที่พวกเขาอยู่ในวัยที่ควรได้รับการส่งเสริมศักยภาพ เพราะเรากำลังพูดถึงคนกลุ่ม Gen Z ที่กำลังจะกลายเป็นทรัพยากรสำคัญของประเทศ</p>



<p>ดังนั้นการใส่ใจเด็กนอกระบบ จึงเป็นวาระหนึ่งที่มีความสำคัญไม่ยิ่งหย่อนกว่าวาระอื่น&nbsp; เพราะการปล่อยมือจากพวกเขาจะทำให้คำว่า “แรงงานด้อยทักษะ” เป็นคำที่ติดตัวไปตลอดชีวิต &nbsp;</p>



<p>ชวนทำความเข้าใจสถานการณ์วิกฤตทางการศึกษาที่สำคัญ&nbsp;องค์กรไซส์เล็กอย่างกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา กับภารกิจภาพฝันว่า…วันหนึ่งประเทศไทยจะไม่มีคำว่าเด็กนอกระบบ</p>



<p></p>



<h2 class="wp-block-heading"><strong>1. กลุ่มเด็กมีความหลากหลาย มีสภาพปัญหาที่ซับซ้อนมากขึ้น&nbsp;ทำให้ “การสร้างความเสมอภาคทางการศึกษา” เป็นโจทย์ที่ไม่ง่าย</strong></h2>



<p><strong>เด็กและเยาวชนนอกระบบการศึกษาของไทยมีจำนวนสะสมราวๆ 1 ล้านคน ซึ่งหากเรานำมาหารด้วยจำนวนจังหวัด 77 จังหวัด จะพบว่าเหลือจังหวัดละประมาณ 13,000 คน ถือเป็นตัวเลขที่ไม่เยอะมาก ด้วยตัวเลขประมาณนี้ จังหวัดสามารถรับมือได้ กสศ.จึงสนใจจับมือกับกลไกจังหวัด</strong></p>



<p>เหตุผลที่ กสศ.เลือกร่วมมือกับกลไกจังหวัดที่มีการเชื่อมการทำงานไปสู่หน่วยจัดการเรียนรู้ที่ย่อยกว่าระดับอำเภอ ระดับตำบล เพราะเชื่อมั่นว่าเป็นหน่วยพื้นที่ซึ่งใกล้ตัวเด็ก อีกทั้งในจังหวัดยังมีหน่วยงานย่อยที่ดูแลด้านการศึกษา ดูแลด้านแรงงาน ดูแลด้านสวัสดิภาพต่างๆ ซึ่งหน่วยงานย่อยเหล่านี้มีขอบเขตอำนาจที่สามารถช่วยเหลือเด็กและเยาวชนนอกระบบได้ หากหน่วยงานในจังหวัดหันมาจับมือกันทำงาน โดยมองเด็กเป็นศูนย์กลาง ความเปลี่ยนแปลงย่อมเกิดได้เร็ว&nbsp;</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-2d91bf"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/09/0919_หนึ่งในทางออกของประเทศไทย_PHOTO-4.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>การมีเด็กและเยาวชนนอกระบบเยอะ ยังสร้างความสูญเสียต่อ GDP จังหวัดราวๆ 1-2 จุด ซึ่งถือว่าเป็นตัวเลขที่สูงมาก จังหวัดย่อมไม่อยากเห็นภาพนี้เกิดขึ้นอยู่แล้ว ซึ่งในมุมของ กสศ. เรามีบทบาทเข้าไปชวนจังหวัดหารือเพื่อให้เห็นปัญหาและทางออกร่วมกัน ควบคู่ไปกับการพัฒนาสร้างความเข้มแข็งให้หน่วยจัดการเรียนรู้ในพื้นที่&nbsp;</p>



<p>ปัจจุบัน กสศ. นำร่องทำงานกับ 12 จังหวัดก่อน โดยสุดท้ายจะมีการถอดบทเรียนเพื่อเป็นต้นแบบเรียนรู้ต่อไป ทั้งนี้ในการแก้ปัญหาเด็กและเยาวชนนอกระบบนั้น เรามองโจทย์เรื่องความเหลื่อมล้ำด้วย จึงมีการเสนอเชิงนโยบายไปพร้อมกันเพื่อปลดล็อกหลายอย่าง และผลักดันให้กลไกจังหวัดทำงานได้ผล&nbsp;</p>



<p>โดยในพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ ฉบับที่กำลังร่างกันอยู่ มีมาตรา 18 ที่ระบุว่า <em>เพื่อประโยชน์ในการปฏิบัติหน้าที่ประชาชนซึ่งมีภูมิลำเนาหรือประกอบอาชีพหรือธุรกิจในจังหวัดใด อาจรวมตัวกันเป็นคณะบุคคล เพื่อให้การส่งเสริม สนับสนุน ช่วยเหลือ เสนอแนะ อุดหนุน หรือให้ความร่วมมือในการจัด การศึกษาของสถานศึกษาในจังหวัดนั้นหรือจังหวัดใกล้เคียงได้…</em>ซึ่งก็คือการเปิดโอกาสให้มีส่วนร่วมระดับจังหวัด โดยประชาชนเข้ามาจัดการศึกษาได้และสามารถลดหย่อนภาษีได้ด้วย&nbsp;</p>



<p>เรื่องนี้เป็นสิ่งที่ กสศ. เองก็ต้องช่วยผลักดัน รวมถึงขับเคลื่อนให้มีแพลตฟอร์มเชิงกฎระเบียบและกฎหมายที่จะมารองรับการทำงาน ถ้าสิ่งเหล่านี้เกิดขึ้นได้จริง จะส่งผลดีต่อการทำงานด้านเด็กและเยาวชนนอกระบบในทุกจังหวัด ไม่ใช่เฉพาะแค่ 12 จังหวัดนำร่องเท่านั้น</p>



<p>บทเรียนที่เราพบคือ</p>



<p>1.พื้นที่ซึ่งทำสำเร็จ กลไกจังหวัดจะมีการบูรณาการ โดยรวบรวมคณะทำงานจากหลายภาคส่วน ทั้งจาก พม. (กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์) นักการศึกษา รวมถึงกลุ่มเอ็นจีโอ เข้ามาหารือและขับเคลื่อน ทั้งนี้เอ็นจีโอถือว่าสำคัญ เป็นหน่วยขับเคลื่อนที่ทำให้เราได้เห็นตัวเด็ก เพราะเขามีคนลงพื้นที่<br><br>นอกจากนี้เรายังการทำงานกับหน่วยจัดการเรียนรู้ระดับอำเภอและระดับตำบล ที่จะเป็นผู้สร้างการเปลี่ยนแปลงให้แก่เยาวชนทั้งด้านทักษะวิชาการ ทักษะชีวิต และทักษะอาชีพ โดยใช้ทุนในพื้นที่เป็นฐานการทำงาน&nbsp;<br><br>ดังนั้นการร่วมมือทำงานในหลายภาคส่วนจึงสำคัญและเป็นหนึ่งในปัจจัยความสำเร็จ แต่ทั้งนี้ก็มีจังหวัดและหน่วยจัดการเรียนรู้ที่ทำงานแล้วติดขัดหรือทำงานไม่สำเร็จด้วยเช่นกัน โดยปัจจัยที่ไม่สำเร็จเกิดเพราะมีแต่นักการศึกษาที่เข้าไปทำงานเรื่องนี้ ต้องยอมรับว่านักการศึกษามีความคุ้นเคยกับเด็กและเยาวชนในระบบมากกว่ากลุ่มที่หลุดออกนอกระบบ ซึ่งพอนักการศึกษาไม่ค่อยมีความรู้เรื่องเด็กและเยาวชนนอกระบบจึงส่งผลให้การขับเคลื่อนติดขัด การทำงานประเด็นเหล่านี้ควรต้องเป็นสหวิชาชีพ มีคนทำงานจากหลายวิชาชีพมาขับเคลื่อนด้วยกัน</p>



<p>2.ปัจจัยด้านข้อมูล ต้องทำงานด้วยฐานข้อมูล หากคนทำงานไม่มีข้อมูลชี้เป้า จะระบุและเจอตัวเด็กและเยาวชนที่หลุดออกนอกระบบยากมาก ดังนั้นฐานข้อมูลชี้เป้าจึงสำคัญมาก เพื่อเราจะได้หาพวกเขาพบ ไปเยี่ยม ไปพูดคุย และนำการศึกษากลับไปสู่ชีวิตพวกเขาอีก</p>



<p>3.เราต้องสร้างแรงบันดาลใจให้เด็ก ต้องทำมากกว่าแค่บอกให้พวกเขา “กลับไปเรียน” “กลับไปฝึกอาชีพ” เราต้องมีกระบวนการสร้างแรงบันดาลใจ ให้เขาเห็นคุณค่าตนเอง เห็นทุน เห็นโอกาส&nbsp;<br><br>เมื่อเราให้โอกาสเด็กและเยาวชนวิเคราะห์ว่าเขามีทุนอะไรบ้าง เช่น มีที่ดิน มีความรู้ด้านการเกษตร มีมอเตอร์ไซค์ สิ่งเหล่านี้จะทำให้เขารู้สึกมีคุณค่า และพร้อมแปลงทุนที่ตนมีให้เป็นโอกาสด้านการศึกษาและการทำงาน เขาจะเห็นความหมายของมันมากยิ่งขึ้น เพราะถ้าแค่ให้เงินแล้วส่งเขาไปฝึกอาชีพหรือไปเรียนต่อ ไม่ได้การันตีเลยว่าเขาจะไม่หลุดออกจากระบบอีก&nbsp; แต่เราต้องมีระบบสนับสนุนรองรับเขา ต้องมีระบบติดตามที่ดี ปัจจัยเหล่านี้หากทำได้ก็จะนำมาสู่ความสำเร็จ</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-0fb794"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/09/0919_หนึ่งในทางออกของประเทศไทย_PHOTO-2.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<h2 class="wp-block-heading"><strong>2. การศึกษาที่ทุกคนมีทางเลือก สลายเส้นแบ่งของคำว่าในระบบ-นอกระบบ</strong></h2>



<p>คำว่า “การศึกษาที่ทุกคนมีทางเลือก” เป็นคำที่ทรงพลังและมีความหมายมาก โดยเฉพาะในกลุ่มเด็กและเยาวชนนอกระบบที่เรากำลังทำงานด้วย คำนี้ยิ่งมีความหมายกับพวกเขา เพราะเวลาเราพูดถึงเด็กนอกระบบ เรากำลังพูดถึงเด็กหลายเฉดมาก มีทั้งเด็กที่ไม่ได้เรียนต่อ ม.3 หรือ ม.6 แต่เขาอาจจะไม่ได้มีความเสี่ยงอะไร, มีทั้งเด็กกลุ่มเปราะบาง เด็กในสถานพินิจฯ เด็กพิการ คุณแม่วัยใส ซึ่งกลุ่มเหล่านี้เราต้องมีทางเลือกให้พวกเขา</p>



<p><strong>ความท้าทายที่เจอคือ ปัจจุบันการศึกษาไทยมีแค่ลู่เดียวให้เด็กก้าวเดิน ทั้งที่เด็กและเยาวชนมีหลายเฉดมาก ดังนั้นระบบการศึกษาทางเลือกต้องยืดหยุ่น เด็กจะไปทางไหนก็ได้ จริงๆ ในต่างประเทศนั้น เส้นแบ่งระหว่างวิชาชีพกับวิชาการค่อนข้างเบลอ เหลือแค่เส้นบางๆ แต่ของประเทศไทยการศึกษาสายอาชีพกับวิชาการสามัญยังแบ่งกันเข้มข้นอยู่ จุดนี้ถือว่าเป็นปัญหามาก</strong></p>



<p>การศึกษาทางเลือกก็เกี่ยวพันกับการศึกษาในระบบด้วย ด้วยความแข็งตัวของการศึกษาในระบบจนสร้างอุปสรรคขัดขวาง ทำให้เด็กบางกลุ่มไม่มีโอกาสเข้าเรียน ต้องหันออกนอกระบบ ดังนั้นหากการศึกษาในระบบสามารถทำให้เด็กมีทางเลือกมากขึ้น ยืดหยุ่นมากขึ้น เช่น นำหลักสูตรการศึกษาทางเลือกเสริมเข้าไปในหลักสูตรปกติของโรงเรียน และเพิ่มพื้นที่ให้เด็กค้นพบตัวเอง ก็จะทำให้เด็กค้นพบความหมายในตัวเขา ส่งผลให้เขาอยากเรียนรู้ จนลดจำนวนเด็กที่เสี่ยงหลุดจากระบบได้ ซึ่งสิ่งต่างๆ เหล่านี้เกี่ยวพันกัน</p>



<p>เด็กและเยาวชนหลุดออกมานอกรั้วโรงเรียนแล้ว เราควรมีระบบการศึกษาที่ยืดหยุ่นให้พวกเขามีทางเลือก คือ “วิชาการ วิชาชีพ วิชาชีวิต” อย่างปัญหาที่เจอตอนนี้ คือ เยาวชนในสถานพินิจ ฯ เขาออกจากรั้วโรงเรียนก่อนจบ ม.3 หรือ ม.6 ทำให้เขาได้วุฒิแค่ ป.6 หรือ ม.3 ซึ่งเป็นวุฒิต่ำกว่าที่เขาได้เรียนรู้มา ดังนั้นเราจึงควรต้องสร้างทางเลือกการศึกษาในสถานพินิจ ฯ ให้เขา เพื่อให้เขาได้รับทั้งวิชาการ วิชาชีพ และวิชาชีวิต&nbsp;</p>



<p>กรณีคุณแม่วัยใสนั้น มีกฎหมายรองรับให้พวกเขากลับเข้าไปเรียนต่อได้ แต่ในทางปฏิบัติมีหลายอย่างไม่เอื้อ ทำให้แม่วัยใสต้องหลุดออกนอกระบบไป แต่หากเราสามารถจัดการศึกษาที่ยืดหยุ่น และเปิดโอกาสให้แม่วัยใสสามารถเรียนรู้ที่บ้านได้ การสร้างการยอมรับทัศนคติและความเข้าใจ จะทำให้พวกเขาไม่ต้องหลุดจากระบบและจบการศึกษาได้&nbsp; ดังนั้นความยืดหยุ่นคือหัวใจสำคัญ</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-3024de"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/09/0919_หนึ่งในทางออกของประเทศไทย_PHOTO-5.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<h2 class="wp-block-heading"><strong>3. นวัตกรรมการศึกษาที่ทุกคนมีทางเลือก</strong></h2>



<p>กรณีศึกษาที่น่าสนใจและอาจนำไปขยายต่อในวงกว้างได้นั้น เบื้องต้นมี 3 โมเดล คือ</p>



<p>1.<span style="text-decoration: underline;">โมเดลการจัดการศึกษาทางเลือกให้แก่เด็กและเยาวชนในสถานพินิจ ฯและศูนย์ฝึกและอบรมเด็กและเยาวชน</span>  ถือเป็นกรณีที่สามารถนำไปขยายวงกว้างได้ โดยตอนแรกเรานำร่องที่จังหวัดนครพนมที่เดียว แต่ต่อมาก็ขยายไปยัง 8 จังหวัดในภาคอีสาน และคิดว่าน่าจะขยายให้ครอบคลุมทั้งประเทศได้<br><br>เราทำทั้งการทำงานกับศูนย์การเรียน กศน. Mobile Learning คือสร้างพื้นที่และโอกาสให้เด็กและเยาวชนได้เรียนระหว่างที่พวกเขาอยู่ในสถานพินิจ ฯและศูนย์ฝึกฯ หากขยายไปทั่วประเทศได้ จะสามารถช่วยเหลือเด็กได้หลักหมื่นคน</p>



<p>2.<span style="text-decoration: underline;">โมเดลกลุ่มคุณแม่วัยใส</span>  ตอนนี้ยังไม่ได้ขยายมากแต่มีศักยภาพที่จะขยายไปวงกว้างได้ ทั้งนี้เราพบว่าการจัดการศึกษาให้กับคุณแม่วัยใสนั้น ควรเริ่มที่วิชาชีพและวิชาชีวิตก่อน ยังไม่ต้องเน้นวิชาการ เพราะสิ่งสำคัญคือต้องสร้างให้เขามีแรงบันดาลใจ ภูมิใจในตนเองก่อน อันจะทำให้เขาเห็นโอกาส เห็นความเป็นไปได้ อยากเรียนรู้  และยังต้องเอื้อให้เขาสามารถดูแลลูกได้ด้วย จากประสบการณ์คือเป็นการทำงานทั้งครอบครัว ควรเปิดโอกาสให้คุณพ่อวัยใสมาเรียนด้วยกัน และทำเรื่องพัฒนาการและการศึกษาของลูกพวกเขาด้วยอีกทาง<br><br>โมเดลที่คิดว่าน่าสนใจคือที่อำเภอสารภี จังหวัดเชียงใหม่ ตอนแรกยังคิดไม่ออกว่าจะไปหาตัวคุณแม่วัยใสได้ที่ไหน แต่ที่เชียงใหม่เขามีนวัตกรรมจับมือกับ รพ.สต. เราเลยได้ลงพื้นที่ ไปเยี่ยมบ้านคุณแม่วัยใส ทำให้ครอบครัวเขายอมรับและยินยอมให้คุณแม่วัยใสมาฝึกอบรมวิชาชีพและวิชาชีวิต หลังจากนั้นก็เรียนรู้การเป็นผู้ประกอบการ พอเขาได้เรียนรู้สิ่งเหล่านี้ก็เกิดแรงบันดาลใจที่อยากกลับไปเรียน หลายคนภูมิใจที่หารายได้เองได้ ที่สำคัญคือเขาเห็นคุณค่าตัวเอง และมองเห็นโอกาสจากทุนที่เขามีอยู่</p>



<p>3.<span style="text-decoration: underline;">โมเดลบทบาทท้องถิ่น</span> เช่น อบต. สามารถเป็นหน่วยจัดการเรียนรู้ได้ โดยเฉพาะกับกลุ่มเยาวชนนอกระบบ ผู้สูงอายุ และผู้ว่างงาน ที่บอกว่า อบต.สามารถเป็นผู้จัดการเรียนรู้ได้ เพราะเขามีทรัพยากร ทั้งงบประมาณและเครือข่ายคนทำงาน<br><br>ตัวอย่างที่พบคือ อบต.หนองสนิท อำเภอจอมพระ จังหวัดสุรินทร์ ทำเรื่องเกษตรอินทรีย์ เขานำปราชญ์ชาวบ้าน เกษตรอำเภอ และสาธารณสุขอำเภอ มารับรองคุณภาพผักให้เกษตรกร ผลผลิตต่างๆ จึงส่งขายตลาดใหญ่ได้ง่าย และ อบต.ยังมีที่ดินให้ด้วย เกษตรกรสามารถมาทำแปลงเกษตรในที่ดินนี้ได้เลย นอกจากนี้เรายังเห็นเรื่องการศึกษาที่เชื่อมโยงกับชุมชน เชื่อมโยงกับความเข้มแข็งทางเศรษฐกิจ ตอบโจทย์ทุนที่ชุมชนมี โดยที่เด็กและเยาวชนยังได้อยู่ในชุมชน</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-a676f3"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/09/0919_หนึ่งในทางออกของประเทศไทย_PHOTO-1.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<h2 class="wp-block-heading"><strong>4. การสร้างผู้นำการเปลี่ยนแปลง</strong></h2>



<p>การสร้างผู้นำความเปลี่ยนแปลงที่จะมาขับเคลื่อนการศึกษานอกระบบ เป็นเรื่องสำคัญ แต่ไม่ง่าย คิดว่าน่าจะมีอยู่ 3 เรื่องที่ผู้นำการเปลี่ยนแปลงควรมี คือ</p>



<p>1.<span style="text-decoration: underline;">ต้องเข้าใจกลุ่มเป้าหมายและมีทัศนคติต่อกลุ่มเป้าหมายบนฐานของความเป็นมนุษย์</span> เพื่อทำให้กลุ่มเป้าหมายมีพื้นที่ปลอดภัย มีพื้นที่เรียนรู้ที่เปิดโอกาสให้เข้าถึงง่าย และผู้นำควรเข้าใจบริบท เข้าใจสภาพแวดล้อมว่าปัจจัยแบบไหนที่เอื้อต่อการเรียนรู้ของกลุ่มเป้าหมาย ยกตัวอย่างเช่น กรณีคุณแม่วัยใส บริบทที่เอื้อต่อเขาคือต้องพาคุณพ่อวัยใสและลูกๆ มาเรียนรู้ด้วย ดังนั้นผู้นำจึงควรเข้าใจกลุ่มเป้าหมาย มองเห็นศักยภาพ และอย่ามองว่าเขาเป็นผู้ด้อยโอกาส</p>



<p>2.<span style="text-decoration: underline;">มีทัศนคติที่ดีต่อการศึกษา</span> เดิมเรามองว่าการศึกษาเป็นเรื่องของนักการศึกษาเท่านั้น แต่เมื่อโจทย์ที่เรากำลังขับเคลื่อนคือเด็กและเยาวชนนอกระบบ ซึ่งนักการศึกษาอาจไม่คุ้นเคยกับกลุ่มนี้ ดังนั้นเมื่อจะขับเคลื่อนเรื่องนี้ เราจึงควรต้องเปิดให้ทุกภาคส่วนมีส่วนร่วมในการพัฒนารูปแบบการศึกษา เพื่อนำไปสู่การตอบโจทย์หลายๆ กลุ่ม เช่น ตอบโจทย์คุณแม่วัยใส ตอบโจทย์เด็กและเยาวชนสถานพินิจฯ ตอบโจทย์เด็กและเยาวชนทั่วไป เรื่องเหล่านี้ต้องอาศัยเครือข่ายเข้ามาทำงานร่วมกัน เป็นลักษณะของสหวิชาชีพ</p>



<p>3.<span style="text-decoration: underline;">ต้องมีการทดลองปฏิบัติจริงกับภาคีในพื้นที่</span> ควรทำ Social Lab เพื่อหากลไกการทำงาน หาแนวทางการทำงานใหม่ๆ ที่ลดช่องว่างและอุปสรรคที่มีอยู่ ซึ่งต้องทดลองทำไปแล้วสรุปบทเรียน เพื่อให้เห็นว่าแต่ละพื้นที่มีปัญหาไม่เหมือนกัน โอกาสในอาชีพก็ไม่เหมือนกัน ต้องตอบโจทย์ความหลากหลายตรงนี้ด้วย</p>



<p></p>



<h2 class="wp-block-heading"><strong>5. ภารกิจของ กสศ. เป็นงานที่ต้องอาศัยความร่วมมือจากหลายภาคส่วน</strong></h2>



<p>การทำงานเพื่อผลักดันความเปลี่ยนแปลงต้องอาศัยความร่วมมือจากหลายภาคส่วน ในมุม กสศ.​เรามองว่านี่คือการขับเคลื่อนแนวคิด All For Education ที่ทุกคนต้องเข้ามามีส่วนร่วม เราต้องเชื่อในพลังของเครือข่าย ถ้าทุกคนมีส่วนร่วม พลังจะเยอะ</p>



<p>ในแต่ละปี กสศ.ได้รับงบประมาณจากกระทรวงศึกษา ฯ ไม่ถึง 1% ซึ่งเป็นงบประมาณที่น้อย อย่างเด็กและเยาวชนนอกระบบเราก็ช่วยได้แค่ราวๆ 20,000 คนเท่านั้น&nbsp;ทั้งที่กลุ่มนี้มีเป็นล้านคน ดังนั้นเราจึงต้องช่วยในลักษณะที่เป็น Social Lab ทำตัวแบบแล้วหาปัจจัยความสำเร็จ หาแหล่งเรียนรู้เพื่อสร้างแรงบันดาลใจแล้วทำเป็นนโยบาย เพื่อสร้างความเปลี่ยนแปลงทั้งระบบ&nbsp;</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-0d957d"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/09/0919_หนึ่งในทางออกของประเทศไทย_PHOTO-3.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p><strong>กสศ. จึงต้องเข้าไปสร้างเครือข่าย ทำอย่างไรให้จังหวัดเห็นสภาพปัญหา กสศ.ก็นำตัวเลขฐานข้อมูลที่เราสำรวจเข้าไปพูดคุย ให้ผู้เกี่ยวข้องได้เห็นว่าสถานการณ์ความเหลื่อมล้ำในจังหวัดของเขาเป็นอย่างไร เหมือนเราเป็นทั้งกระจกและไฟฉาย ส่องให้เขาได้เห็น โดยเชื่อว่าเมื่อได้เห็นข้อมูลสถานการณ์ความเหลื่อมล้ำในพื้นที่แล้ว คงไม่มีใครอยากปล่อยทิ้งไว้อย่างนั้น คนก็อยากแก้ปัญหา แต่เขาอาจไม่เห็นข้อมูล เลยไม่รู้ว่าปัญหาในพื้นที่มันใหญ่</strong><strong>&nbsp;</strong></p>



<p>เมื่อเขามองเห็นถึงปัญหาแล้วเขาก็ยินดีที่จะลงทุน ซึ่งต้องบอกว่างบประมาณและทรัพยากรในจังหวัดมีไม่น้อย เพียงแต่มันยังไม่ถูกจัดสรรในมิติเหล่านี้&nbsp; กสศ.ก็เข้าไปช่วยทำหน้าที่เหมือนแพลตฟอร์ม ให้เกิดการจัดสรรหรือลงทุนเรื่องความเสมอภาคทางการศึกษามากขึ้น&nbsp;</p>



<p>ที่ผ่านมาคิดว่าเขาได้แรงบันดาลใจและมันขยายผลได้จริง&nbsp; อย่างในหลายจังหวัดเขาก็ช่วยเหลือเด็กนอกระบบได้หลักหมื่นคน มากกว่าที่ กสศ.ช่วยได้โดยตรงด้วยซ้ำ การที่จังหวัดยื่นมือมาช่วยยิ่งเป็นการขยายตัวของผลประโยชน์ที่กลุ่มเป้าหมายจะได้รับ ดังนั้นการมีเครือข่ายทำงานที่แข็งแรงยิ่งทำให้ความเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นได้เร็ว</p>



<p>ด้านเครือข่ายภาคเอกชน ตอนนี้บริษัทแสนสิริ จำกัด (มหาชน) ก็มาร่วมมือเรื่องเยาวชนนอกระบบ&nbsp;“Zero Dropout เด็กทุกคนต้องได้เรียน” ให้เด็กหลุดออกจากการศึกษาเป็นศูนย์ให้ได้ใน 3 ปี กับ “ราชบุรีโมเดล” เอกชนนับเป็นอีกกลไกที่มาช่วยขับเคลื่อนได้ หรือก่อนหน้านี้คนมักจะมีภาพว่าต้องให้ กศน. ดูแลรับผิดชอบ แต่แค่ลำพัง กศน. ย่อมไม่เพียงพอ ดังนั้นต้องมีเครือข่ายทำงานอื่นๆ มาช่วยกัน ขณะเดียวกันก็ต้องขับเคลื่อนนโยบายภาพใหญ่ด้วย ต้องทำพร้อมกัน ที่อยากเน้นย้ำคือการร่วมมือกันจะช่วยสร้างแรงกระเพื่อมให้เกิดความเปลี่ยนแปลง</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-a39715"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/09/0919_หนึ่งในทางออกของประเทศไทย_PHOTO-6.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<h2 class="wp-block-heading"><strong>6. ความเสี่ยงที่เด็กจะหลุดออกจากระบบการศึกษาจะเกิดขึ้นอีกครั้งหนึ่งในปีการศึกษา 2566 ถ้าไม่จัดการหรือไม่มีนโยบายที่ชัดเจน&nbsp;จากข้อมูลเด็กจะหลุดออกจากระบบวนซ้ำถึง 85%</strong></h2>



<p>การแก้ปัญหาเด็กและเยาวชนนอกระบบที่กลับเข้ามาในระบบอีกครั้งแต่อาจเสี่ยงหลุดออกไปอีก คิดว่านโยบายรัฐที่ทำแล้วได้ผลดีและไม่แพงคือจัดฐานข้อมูล เราต้องจริงจังกับฐานข้อมูล เด็กเข้าเรียนกี่คน อยู่ในระบบกี่คน มีความเสี่ยงอะไรบ้าง แล้วเราค่อยใช้ข้อมูลทำงาน หรือเอาข้อมูลมาออกแบบการทำงานได้อย่างตรงจุด&nbsp;</p>



<p>ยกตัวอย่างการจัดฐานข้อมูลกลุ่มอาชีวศึกษา ซึ่งเป็นอีกกลุ่มที่เราได้เข้าไปทำงานด้วย เราพบว่าทุกคนมีความเสี่ยงที่จะหลุดออกนอกระบบได้หมด แต่ความเสี่ยงนั้นมีความหนักเบาแตกต่างกัน โดยเราสามารถจัดกลุ่มเยาวชนอาชีวศึกษาได้ 3 กลุ่ม</p>



<p>กลุ่มที่ 1 กลุ่มที่ยังสามารถดูแลความเสี่ยงได้ มีประมาณ 70-80% โดยกลุ่มนี้ หากเราจัดโปรแกรมการเรียนรู้ที่ส่งเสริมทักษะชีวิตให้เขา ทำให้เขารู้สึกภาคภูมิใจ มีภูมิคุ้มกัน รู้สึกเป็นส่วนหนึ่งของโรงเรียน&nbsp; เขาจะมองเห็นความหมายในการเรียนรู้ ถ้าเราทำกระบวนการเหล่านี้ให้เกิดขึ้นในโรงเรียนได้ เราจะป้องกันเด็กและเยาวชนกลุ่มนี้ไม่ให้หลุดออกจากระบบการศึกษาได้</p>



<p>กลุ่มที่ 2 กลุ่มที่เสี่ยงหลุดออกจากระบบสูง มีประมาณ 10% เอาไม่อยู่ เพราะเขามีปัญหาสภาพครอบครัวแตกแยก ปัญหารุมเร้าและซับซ้อน ต้องใช้ผู้เชี่ยวชาญทางด้านสุขภาพจิต มาช่วยแนะนำและปรึกษา ดูแลเด็กเป็นรายคน&nbsp;</p>



<p>กลุ่มที่ 3 กลุ่มที่อาจต้องช่วยทั้งในแง่นำส่งโรงพยาบาล หรือให้การดูแลด้านยาซึมเศร้า มีประมาณ 2 เปอร์เซ็นต์&nbsp; เป็นเป็นกลุ่มที่ถือว่าสถานการณ์หนักจริง&nbsp;</p>



<p>ในแง่การทำงาน เราสามารถทำข้อมูลและแบ่งกลุ่ม เขียว-เหลือง-แดง เพื่อดูแลไม่ให้เด็กและเยาวชนหลุดออกจากระบบการศึกษา แต่ที่ผ่านมาประเทศไทยอาจไม่ได้ใช้ข้อมูลในการทำงาน ทำให้เราไม่รู้สถานการณ์เด็ก ไม่รู้ความเปลี่ยนแปลงของเด็กอย่างแท้จริง ทั้งนี้เด็กที่เสี่ยงหลุดออกจากระบบ เขาจะมีการส่งสัญญาณมาก่อนอยู่แล้ว เช่น เริ่มขาดเรียน ผลการเรียนตก สิ่งเหล่านี้ดูแลได้ตั้งแต่ในโรงเรียน หากครูได้รู้ข้อมูลก็สามารถเข้าไปดูแลช่วยเหลือได้เลย&nbsp;</p>



<p><strong>การทำงานอย่างเป็นระบบ มีการใช้ฐานข้อมูล จัดกลุ่มเด็กตามความเสี่ยง และเข้าไปช่วยเหลือดูแลทันทีที่พบสัญญาณบ่งชี้&nbsp; จะช่วยลดจำนวนเด็กหลุดออกจากระบบแบบวนซ้ำได้ ช่วยได้ก่อนที่เด็กจะหันหลังให้ระบบการศึกษาอย่างถาวร</strong></p>



<p>โจทย์เรื่องเด็กนอกระบบเป็นโจทย์ใหญ่ การป้องกันปัญหาก็สำคัญ แต่การแก้ไขปัญหาที่เกิดแล้วก็สำคัญไม่ยิ่งหย่อน&nbsp;อายุของพวกเขาคือ 15-24 ปี ถือเป็นแรงงานที่สำคัญของประเทศ ขณะที่เรากำลังเจอภาวะสังคมสูงวัยและเด็กเกิดใหม่น้อยลง ดังนั้นเด็กและเยาวชนกลุ่มนี้จึงสำคัญมาก หากเราไม่ทำอะไรกับเขาเลย ไม่ดูแลช่วยเหลือ เขาจะกลายเป็นแรงงานนอกระบบที่ทักษะต่ำและเสี่ยงติดอยู่ในวงจรความยากจนอีกนาน&nbsp; แต่หากเราลงทุนดูแลให้พวกเขาช่วยเหลือตนเองและครอบครัวได้ ผลที่เกิดขึ้นจะดีต่อทั้งชุมชน จังหวัด และประเทศไทย</p><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/article-250923/">หนึ่งในทางออกของประเทศไทย คือต้องใส่ใจเด็กนอกระบบการศึกษาอย่างจริงจัง</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>สมเกียรติ สาระ เรื่องของผู้นำการเปลี่ยนแปลงระดับหัวหอก ชายผู้ขับเคลื่อนการสร้างอาชีพและการศึกษา ที่ตอบโจทย์ชีวิตคนท้องถิ่น</title>
		<link>https://www.eef.or.th/article-190623/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 19 Jun 2023 06:46:45 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[บทความ]]></category>
		<category><![CDATA[Movement]]></category>
		<category><![CDATA[สมเกียรติ สาระ]]></category>
		<category><![CDATA[การศึกษาที่ตอบโจทย์ชีวิต]]></category>
		<category><![CDATA[การศึกษาที่ทุกคนมีทางเลือก]]></category>
		<category><![CDATA[สลายปมเด็กนอกระบบ]]></category>
		<category><![CDATA[นวัตกรรมการศึกษาทางเลือก]]></category>
		<category><![CDATA[ข้อเสนอนโยบาย กสศ.]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?p=68644</guid>

					<description><![CDATA[<p>ในแวดวงขับเคลื่อนการเรียนรู้และสร้างอาชีพในท้องถิ่น ชื่ [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/article-190623/">สมเกียรติ สาระ เรื่องของผู้นำการเปลี่ยนแปลงระดับหัวหอก ชายผู้ขับเคลื่อนการสร้างอาชีพและการศึกษา ที่ตอบโจทย์ชีวิตคนท้องถิ่น</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>ในแวดวงขับเคลื่อนการเรียนรู้และสร้างอาชีพในท้องถิ่น ชื่อของสมเกียรติ สาระ หัวหน้าสำนักปลัด อบต. หนองสนิท เป็นชื่อที่ถูกยกมากล่าวถึงอย่างชื่นชมบ่อยครั้ง </strong>ในฐานะผู้นำการเปลี่ยนแปลงระดับหัวหอก</p>



<p>ความสำเร็จของสหกรณ์การเกษตรพืชผักอินทรีย์หนองสนิท อบต.หนองสนิท อำเภอจอมพระ จังหวัดสุรินทร์ มีส่วนช่วยสร้างอาชีพให้แก่ผู้สูงอายุ ผู้ด้อยโอกาส และเยาวชนนอกระบบ&nbsp;</p>



<p>นอกจากสร้างอาชีพแล้ว เขายังมีส่วนร่วมพัฒนาเด็กและเยาวชนนอกระบบให้ได้รับโอกาสและพื้นที่แสดงความสามารถ รวมทั้งช่วยผลักดันให้ได้ค้นพบเส้นทางการศึกษาที่พวกเขาเลือกเองได้และยังตอบโจทย์ชีวิต &#8211; ซึ่งไม่จำเป็นต้องอยู่ในระบบเท่านั้น</p>



<p>“<strong>สิ่งสำคัญมากในการทำงานกับเด็กและเยาวชนคือ เราต้องไม่มองเด็กเป็นเครื่องมือสร้างผลงานให้เรา แต่เราควรทำเพราะอยากดูแลเขา อยากช่วยเขา การทำเพราะอยากช่วยนั้นมันต่างจากการทำเพื่อผลงานที่ต้องมีตัวชี้วัด เพราะถ้าเราไปมองตรงนั้น เราจะเห็นเด็กเป็นเครื่องมือในการตอบสนองตัวชี้วัดของเรา แต่ถ้าเรามองเขาเป็นคนที่ควรจะพัฒนา และเชื่อมั่นว่าเขาจะพัฒนาได้มากกว่านี้ เราจะช่วยเขาโดยไม่มีเงื่อนไขฉุดรั้ง </strong>ทำให้คนทำงานก็สนุก พอเราสนุก มีความสุข มีความปรารถนาดีต่อเขา เขาจะเกิดความไว้วางใจ ไม่หวาดระแวง และพร้อมเปิดใจ ที่พูดด้านต้นนี่รวมถึงเด็กและเยาวชนทั่วไปด้วย ไม่ได้หมายถึงแค่การทำงานกับเด็กและเยาวชนนอกระบบเท่านั้น”</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-7ba8ce"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2022/12/Photo3-LinkThumbnail-สุรินทร์-ep5.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<h2 class="wp-block-heading"><strong><strong>หัวใจของการขับเคลื่อนงานระดับพื้นที่</strong></strong></h2>



<ol><li><strong><span style="text-decoration: underline;">ผู้บริหารที่เปิดกว้างและเอาจริงเอาจัง</span></strong> ให้ความสำคัญต่อคนทุกกลุ่มวัย สำหรับ อบต.หนองสนิท เรามีการทำงานร่วมกันภายใต้คำขวัญ “หนองสนิทฮักกันมั่นแกน” มั่นแกน หมายถึง สัญลักษณ์ของความแน่นแฟ้นแน่นเหนียว ซึ่งเราใช้คำขวัญตรงนี้ในการทำงาน โดยเราจะไม่ได้แบ่งแยกว่าเป็นหน่วยงานไหน โรงเรียน กศน. เกษตรตำบล อบต. ผู้นำชุมชน เราทำงานร่วมกันเป็นหนึ่งเดียว จึงทำให้การทำงานขับเคลื่อนเป็นไปโดยธรรมชาติ ไม่มีโครงสร้างทางราชการมาเป็นกรอบ แม้แต่การประชุม การประสานงานต่างๆ ถ้าเร่งด่วนและไม่สามารถออกหนังสือราชการได้ ในพื้นที่ตำบลสามารถที่จะโทร.คุยกันได้ ไม่ต้องมีหนังสือราชการเป็นลายลักษณ์อักษร<br><br>โครงการต่างๆ ที่เกิดได้จริงและยั่งยืนเป็นเพราะความเอาจริงเอาจังของผู้บริหาร โดยเฉพาะเด็กและเยาวชน ท่านให้ความสำคัญมาก เพราะท่านมองว่าการทำงานส่งเสริมเด็กและเยาวชนสามารถส่งเสริมท้องถิ่นของเราให้มีความมั่นคงยั่งยืนได้ในอนาคต ท่านจึงเกาะติดการทำงานกับเด็กและเยาวชนมาตลอด เช่น ในเรื่องของอาชีพ ท่านจะเน้นว่า อย่าลืมให้เด็กและเยาวชนมาร่วม แต่ทั้งนี้การเข้าร่วมจะต้องเป็นความต้องการของเด็กด้วย ไม่ใช่เป็นการกำหนดว่าเด็กต้องมา เราสนับสนุนว่าเด็กชอบแบบไหน ก็อยากให้เขาทำแบบนั้น<br></li><li><strong><span style="text-decoration: underline;">กลไกผู้ใหญ่ใจดี</span> </strong> มีความสำคัญมาก ผู้ใหญ่ใจดีต้องเข้าใจธรรมชาติของเด็ก ไม่ไปกำหนดกฎเกณฑ์ ตีตรา หรือพูดกับเด็กในทางที่ไม่ดี ผู้ใหญ่ใจดีจะสามารถเชื่อมโยงตัวเด็ก ตัวผู้ปกครอง และชุมชนได้<br><br>เวลาเข้าร่วมกิจกรรมผู้ใหญ่ใจดีจะช่วยสนับสนุนและส่งเสริม ทำให้การจัดกิจกรรมราบรื่น โดยผู้ใหญ่ใจดีจะมาจากหมู่บ้านละ 2 คน เขาจะมาร่วมทำงานกับเรา ซึ่งผู้ใหญ่ใจดีจะมีในโรงเรียนด้วย เช่น ถ้าโรงเรียนมีปัญหาเรื่องเด็กท้องในวัยเรียน เราจะคุยและประชุมกันว่าเด็กสามารถกลับมาเรียนได้ไหม ถ้าไม่สามารถกลับมาเรียนได้ เอางานไปทำที่บ้านและส่งงานกลับคืนครูที่โรงเรียนได้ไหม หรือถ้าไม่สามารถมาพบครูได้เนื่องจากอาจจะอายเพื่อน เป็นไปได้ไหมที่เราจะส่งต่อไปที่ กศน. เคสไหนที่เด็กสามารถกลับมาเรียนในระบบได้ก็จะกลับมา เคสไหนที่เขาไม่สามารถกลับมาได้ก็จะเรียนต่อที่ กศน. ดังนั้นเด็กของเราจึงเป็นเด็กที่ถึงหลุดออกนอกระบบ อย่างน้อยเขาก็ได้อยู่ในส่วนการเรียนรู้แบบ กศน.</li></ol>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-28a753"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/06/1-5.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<h2 class="wp-block-heading"><strong>เมื่อได้เลือกทางเดินที่ชอบ เด็กยิ่งไปได้ไกล</strong></h2>



<p><strong>การส่งเสริมให้เด็กและเยาวชนนอกระบบ สามารถมีการศึกษาที่ตอบโจทย์ชีวิตเขาได้นั้นมีความสำคัญมาก&nbsp; ความสุขของเด็กคือการอยากทำอะไรแล้วเขาได้ทำ เราคอยประคับประคอง คอยพูดคุยว่ามันดีหรือไม่ดีตรงไหน&nbsp; ช่วยปรับเปลี่ยนให้เป็นประโยชน์ทั้งต่อเขาและผู้อื่น&nbsp; และตัวเด็กจะต้องมีความสุข สนุกด้วย เพราะพอสนุก เด็กจะมีพลัง และเผยศักยภาพของเขาออกมา</strong></p>



<p>ในปี 2562 ทาง อบต.หนองสนิทได้มีนโยบายในการพัฒนาเยาวชนนอกระบบ เรามีการสำรวจเด็กและเยาวชนนอกระบบในเวลานั้นได้ 71 คน อยู่ในพื้นที่ 40 คน เราจึงเริ่มจาก 40 คนนี้ก่อน โดยเริ่มต้นจัดเวทีสร้างแรงบันดาลใจให้กับเด็กและเยาวชนนอกระบบ ให้เขารู้จักตนเอง รู้จักทุนในตัวเองที่มีอยู่ ทุกข์ที่ตนเองมีอยู่ ครอบครัวจะส่งเสริมอย่างไร </p>



<p>เราจัดค่ายสร้างแรงบันดาลใจ 3 วัน ให้เขาเปิดใจว่าต้องการให้เราสนับสนุนอย่างไร หลังจากนั้นก็ส่งเสริมให้เขารู้คุณค่าในตัวเองผ่านการทำกิจกรรมกับจิตอาสาในพื้นที่ การสร้างแรงบันดาลใจให้เด็กเป็นเรื่องสำคัญมาก ธรรมชาติของเด็กคือเป็นคนดีทุกคน แต่เขาอาจจะไม่มีคนคอยดูแล คอยเป็นผู้รับฟัง คอยสร้างเสริมพลังให้เขา</p>



<p>เวลาทำกิจกรรมเราจะให้เด็กเรียนรู้ประสบการณ์จากเกมต่างๆ โดยเราทำงานตามหลัก 3H โดย H ที่ 1 คือใจ Heart สร้างพลังใจข้างใน H ที่ 2 คือ Head ฐานสมองในเรื่องของความรู้ เติมเรื่องอาชีพหรือวิชาการเพิ่ม และ H ที่ 3 คือ Hand การฝึกให้เขาลงมือทำ รวมกันแล้วเป็นการทำงาน 3 ฐาน คือ ฐานใจ ฐานหัว และฐานกาย ทุกอย่างเกี่ยวพันร้อยเรียงกันไปหมด</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-d234d2"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2022/12/Photo1-LinkThumbnail-สุรินทร์-ep5.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p>บางคนคิดว่าการทำงานด้านเด็กเป็นภาระเพราะต้องทำต่อเนื่อง แต่เราเคยได้คุยหารือกับอาจารย์ทรงพล เจตนาวณิชย์ ผู้รู้ท่านหนึ่งที่ทำงานด้านเยาวชน ท่านบอกว่า การทำงานกับเด็กและเยาวชนก็เหมือนกับว่าถ้าเด็กเป็นคนไข้ แล้วเรารักษาเขาไม่ครบโดส เขาก็ไม่ดีขึ้นเต็มร้อย เหมือนกับเราทำค่ายเด็กและเยาวชน แล้วร้องไห้ตอนค่ายจบ แต่หลังจากนั้นเราไม่ดูแลหรือส่งเสริมอะไรต่อ เด็กและเยาวชนก็กลับเข้าสู่ภาวะเดิม แต่ถ้าเราทำงานแบบครบโดส คือหลังกลับจากค่ายเราควรต้องทำงานกับเขาต่อเนื่อง ให้เป็นวิถีชีวิตที่จะต้องดูแลเขา</p>



<p>เคสที่น่าสนใจคือเรื่องของน้องเกมส์ น้องเป็นคนที่ชอบทำกิจกรรม เช่น ซ่อมรถ และการตัดผม แต่เขาไม่ชอบเข้าห้องเรียน พอน้องเกมส์จะขึ้น ม.5 ก็หลุดออกนอกระบบการศึกษา เขาเลือกไม่ไปต่อ แต่ก็เข้าร่วมทำกิจกรรมต่างๆ กับจิตอาสาของเรา พอเรามีการพูดคุย เขาจึงเปิดใจว่าตอนเด็กๆ เขาชอบการตัดผมและชอบการซ่อมรถมอเตอร์ไซค์ เราจึงสอบถามว่าสนใจไปเรียนตัดผมกับศูนย์พัฒนาอาชีพไหม เขาตอบว่าอยากไป เราได้รับการสนับสนุนจาก อบจ.สุรินทร์ช่วยเรื่องที่พักของน้อง พอเรียนจบเขาก็เปิดร้านตัดผม มีลูกค้าเฉลี่ยวันละ 4-5 คน ทำรายได้วันละ 100-200 บาท การที่เขาเป็นช่างตัดผมถือเป็นการทำตามความชอบ เขาชอบสิ่งนี้จึงไปฝึกอบรมจนนำมาเป็นอาชีพได้ แตกต่างจากตอนอยู่ในรั้วโรงเรียนที่เขาไม่ชอบสิ่งที่ต้องเรียนในระบบการศึกษา จึงเลือกที่จะเดินออกมา</p>



<p>เมื่อเขาเรียนพื้นฐานจบหนึ่งหลักสูตร เขาบอกว่า <em>“พี่สมเกียรติ ผมอยากต่อหลักสูตรระดับสูง” </em>เราก็เลยสนับสนุนต่อ โดยมี อบจ. คอยช่วยเหลือ ตอนนี้เราเห็นแล้วว่าเขาสนุกกับสิ่งที่ได้ทำ เลยอยากพัฒนาตนเองไปเรื่อยๆ โดยที่ไม่มีใครบังคับ เมื่อเขาได้ทำตามความฝัน ตัวเขาเองก็มีความสุข เราเองก็ได้มองเห็นการเติบโตของเขา ทำให้ตระหนักว่าการมอบทางเลือกให้กับเยาวชนนอกระบบแต่ละคนนั้นไม่จำเป็นต้องเหมือนกันหมด</p>



<p></p>



<h2 class="wp-block-heading"><strong>ความสำคัญของโอกาสทางการศึกษา</strong></h2>



<p>การที่เด็กคนหนึ่งได้รับโอกาสทางการศึกษานั้นเป็นสิ่งที่ดี หมายรวมถึงเด็กทุกคน และรวมถึงการศึกษาทั้งในระบบ นอกระบบ และตามอัธยาศัย หากเด็กได้รับการดูแลและได้รับโอกาสทางการศึกษา ไม่ปล่อยปละละเลยเขา เขาจะสามารถพัฒนาตนเองได้ </p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter"><img decoding="async" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/03/26-บทความธันว์ธิดา-5.jpg" alt="" class="wp-image-28116"/></figure></div>



<p></p>



<p>สิ่งที่ผมอยากชวนมองก็คือ สังคมปัจจุบันอาจจะให้ค่ากับเด็กเก่ง เด็กดี เด็กฉลาด แต่อาจลืมมองเด็กคนอื่นที่เหลือในชุมชนที่ยังต้องการความช่วยเหลือ ทั้งที่ในอนาคตเด็กที่เรียนเก่ง เรียนสูง ส่วนใหญ่จะออกไปนอกชุมชน แต่คนที่จะยังอยู่ในชุมชนคือกลุ่มเด็กที่อาจเติบโตมาแบบต้องการความช่วยเหลือ หากเราดูแลพวกเขาได้ดี ให้โอกาสพวกเขาได้เรียนรู้และเติบโต อนาคตเขาจะเป็นผู้ใหญ่บ้าน เป็นสมาชิก อบต. เป็นสมาชิกเทศบาล เป็นกำนัน เขาเหล่านี้แหละที่จะดูแลชุมชน ดังนั้นเราจึงไม่ควรมองข้ามเด็กแม้แต่สักคนเดียว เพราะเด็กกลุ่มนี้คือคนที่จะมาดูแลพวกเราในอนาคต</p>



<p></p>



<h2 class="wp-block-heading"><strong>รัฐควรต้องส่งเสริมให้เกิดนโยบายการพัฒนาเด็กและเยาวชนอย่างรอบด้าน</strong></h2>



<p>ปัจจุบันที่มองเห็นคือการพัฒนาเด็กจะมองไปแค่ที่โรงเรียน หรือมองในแง่วิชาการอย่างเดียว แต่อยากให้รัฐมองว่าเด็กแต่ละคนอาจไม่สามารถไปรับราชการ ไปเรียนในโรงเรียน หรือมีมันสมองด้านวิชาการมากมาย ผมอยากให้มีการพัฒนาหลักสูตรต่างๆ ที่ตอบโจทย์เด็กหลายกลุ่มอย่างรอบด้าน ที่สำคัญคือควรให้ความสำคัญกับนโยบายการพัฒนาเด็กและเยาวชนนอกระบบโดยเฉพาะ บางทีภาคประชาสังคมก็เสนอโครงการไปเยอะ แต่ยอมรับว่า กสศ. ก็สามารถสนับสนุนได้ในงบประมาณที่จำกัด ถ้ารัฐเห็นความสำคัญอาจจะช่วยสนับสนุนส่งเสริม ให้มีองค์กรที่สร้างแรงกระเพื่อมให้ชุมชนได้อย่างเต็มที่เหมือนที่ กสศ.ทำ </p><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/article-190623/">สมเกียรติ สาระ เรื่องของผู้นำการเปลี่ยนแปลงระดับหัวหอก ชายผู้ขับเคลื่อนการสร้างอาชีพและการศึกษา ที่ตอบโจทย์ชีวิตคนท้องถิ่น</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>กสศ. เชิญคณะกรรมการ 4 ภาคส่วน พิจารณาทุนส่งเสริมโอกาสทางการเรียนรู้ที่ใช้ชุมชนเป็นฐาน ปี 2566</title>
		<link>https://www.eef.or.th/news-020523/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 02 May 2023 05:56:25 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[All About EEF]]></category>
		<category><![CDATA[ข่าวสารความรู้]]></category>
		<category><![CDATA[ศ.ดร.สมพงษ์ จิตระดับ]]></category>
		<category><![CDATA[ทุนส่งเสริมโอกาสทางการเรียนรู้ที่ใช้ชุมชนเป็นฐาน]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?p=67392</guid>

					<description><![CDATA[<p>เมื่อวันที่ 29 เมษายน &#8211; 1พฤษภาคม 2566 กองทุนเพื่อ [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/news-020523/">กสศ. เชิญคณะกรรมการ 4 ภาคส่วน พิจารณาทุนส่งเสริมโอกาสทางการเรียนรู้ที่ใช้ชุมชนเป็นฐาน ปี 2566</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>เมื่อวันที่ 29 เมษายน &#8211; 1พฤษภาคม 2566 <strong>กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.)</strong> จัดประชุมพิจารณากลั่นกรองข้อเสนอ ‘โครงการส่งเสริมโอกาสทางการเรียนรู้ที่ใช้ชุมชนเป็นฐาน ปี 2566’ สร้างโอกาสทางการศึกษาที่มีทางเลือกให้กับกลุ่มเยาวชน แรงงานนอกระบบการศึกษา และประชากรกลุ่มเปราะบาง เพื่อผลักดันให้เกิดความเปลี่ยนแปลงเชิงระบบตามทิศทางการส่งเสริมให้เกิดพื้นที่เรียนรู้และพัฒนาตนเองได้ตลอดชีวิต ด้วยแนวคิดชุมชนเป็นฐานผ่านหน่วยการจัดการเรียนรู้ในท้องถิ่นหรือในระดับตำบล โดยเชิญผู้ทรงคุณวุฒิจาก 4 ภาคส่วน ได้แก่ ภาคท้องถิ่น ภาคเอกชน ภาควิชาการ และภาคสื่อมวลชน ร่วมเป็นคณะกรรมการพิจารณาคัดเลือกผู้รับทุน</p>



<p>สำหรับโครงการส่งเสริมโอกาสทางการเรียนรู้ที่ใช้ชุมชนเป็นฐาน ได้ดำเนินการมาตั้งแต่ปี 2562 มีหน่วยจัดการเรียนรู้ที่ประสบความสำเร็จซึ่งสามารถทำให้ผู้ร่วมเรียนรู้เป็นแกนกลางในการออกแบบการจัดการเรียนรู้ โดยเชื่อมโยงกับองค์ความรู้ ทรัพยากร และหน่วยงานในชุมชนจนเกิดเส้นทางอาชีพที่ยกระดับคุณภาพชีวิตคนในชุมชนได้อย่างยั่งยืน ซึ่งในการพิจารณาทุนปี 2566 นี้ แบ่งเป็น 2 ประเภท คือ 1.โครงการทั่วไป จะพิจารณาจากหน่วยจัดการเรียนรู้ใหม่ และ 2.โครงการต่อยอดขยายผล จะพิจารณาจากหน่วยจัดการเรียนรู้เดิมที่มีผลสำเร็จเป็นรูปธรรมแล้ว</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-4388ca"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/05/02-กสศ.-เชิญคณะกรรมการ-12.jpg" alt=""/></div><figcaption class="qubely-image-caption">ศ.ดร.สมพงษ์ จิตระดับ กรรมการบริหาร กสศ. และประธานอนุกรรมการ<br>ส่งเสริมและพัฒนาเยาวชนและประชากรวัยแรงงานนอกระบบ</figcaption></figure></div></div></div>



<p>  </p>



<p><strong>ศ.ดร.สมพงษ์ จิตระดับ </strong>กรรมการบริหาร กสศ. และประธานอนุกรรมการส่งเสริมและพัฒนาเยาวชนและประชากรวัยแรงงานนอกระบบ<strong> </strong>กล่าวว่า การทำงานเป็นปีที่ 5 ของ กสศ. ปีนี้ ถือเป็นช่วงเวลาของการผลิดอกออกผลโครงการต่าง ๆ ที่มาจากการร่วมทำงานกับภาคีทุกฝ่าย สิ่งหนึ่งที่เห็นได้ชัดคือ ณ วันนี้ปัญหาเรื่องความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา ได้ถูกยกให้มีความสำคัญในระดับประเทศ โดยหากกล่าวเฉพาะ ‘โครงการส่งเสริมโอกาสทางการเรียนรู้ที่ใช้ชุมชนเป็นฐาน’ ที่ดำเนินงานต่อเนื่องมาแล้ว 4 ปี จนมีหน่วยจัดการเรียนรู้ต้นแบบมากกว่า 300 แห่ง กสศ. เตรียมผลักดันให้กลายเป็น ‘ศูนย์การเรียนรู้ชุมชน’ ทั่วประเทศ สอดคล้องกับ พ.ร.บ.ส่งเสริมการเรียนรู้ พ.ศ.2566 ที่มุ่งจัดการเรียนรู้ให้ผู้เรียนทุกช่วงวัยสามารถเข้าถึงการศึกษาเพื่อพัฒนาตนเองได้ตลอดชีวิต</p>



<p>“เรามีตัวแบบหน่วยจัดการเรียนรู้น่าสนใจหลายแห่ง เช่น หนองสนิทโมเดลที่จังหวัดสุรินทร์ ที่ขับเคลื่อนการจัดการเรียนรู้โดยมี อบต. เป็นแกนกลางประสานความร่วมมือจากองค์กรและหน่วยราชการในพื้นที่ จนเกิดระบบสหกรณ์และชุมชนการเรียนรู้ครอบคลุมทุกศาสตร์เกี่ยวกับเกษตรอินทรีย์ที่เข้มแข็ง ดึงดูดผู้ร่วมเรียนรู้ที่ไม่จำกัดเฉพาะแรงงานนอกระบบ แต่เป็นพื้นที่ของผู้สูงอายุ ผู้พิการ รวมถึงเด็กเยาวชนนอกระบบการศึกษา และปัจจุบันได้ยกระดับเป็นศูนย์การเรียนรู้ที่เปิดโอกาสให้หน่วยงานหรือกลุ่มบุคคลจากท้องถิ่นชุมชนอื่น ที่สนใจในศาสตร์การทำเกษตรอินทรีย์สามารถเข้ามาร่วมเรียนรู้ได้ตลอดเวลา</p>



<figure class="wp-block-gallery columns-2 is-cropped wp-block-gallery-21 is-layout-flex wp-block-gallery-is-layout-flex"><ul class="blocks-gallery-grid"><li class="blocks-gallery-item"><figure><img decoding="async" loading="lazy" width="855" height="569" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/05/02-กสศ.-เชิญคณะกรรมการ-02.jpg" alt="" data-id="67399" data-link="https://www.eef.or.th/?attachment_id=67399" class="wp-image-67399" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/05/02-กสศ.-เชิญคณะกรรมการ-02.jpg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/05/02-กสศ.-เชิญคณะกรรมการ-02-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/05/02-กสศ.-เชิญคณะกรรมการ-02-768x511.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/05/02-กสศ.-เชิญคณะกรรมการ-02-750x500.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/05/02-กสศ.-เชิญคณะกรรมการ-02-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /></figure></li><li class="blocks-gallery-item"><figure><img decoding="async" loading="lazy" width="855" height="569" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/05/02-กสศ.-เชิญคณะกรรมการ-05.jpg" alt="" data-id="67409" data-full-url="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/05/02-กสศ.-เชิญคณะกรรมการ-05.jpg" data-link="https://www.eef.or.th/?attachment_id=67409" class="wp-image-67409" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/05/02-กสศ.-เชิญคณะกรรมการ-05.jpg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/05/02-กสศ.-เชิญคณะกรรมการ-05-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/05/02-กสศ.-เชิญคณะกรรมการ-05-768x511.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/05/02-กสศ.-เชิญคณะกรรมการ-05-750x500.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/05/02-กสศ.-เชิญคณะกรรมการ-05-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /></figure></li></ul></figure>



<p></p>



<p>“นี่เป็นเพียงหนึ่งในตัวอย่างของหน่วยจัดการเรียนรู้ที่ประสบความสำเร็จในการสร้าง การจัดการ และการพัฒนาองค์ความรู้ที่เกิดจากภูมิปัญญาท้องถิ่น จนเกิดผลเชิงบวกที่สะท้อนไปสู่ชุมชนและสังคมในวงกว้างได้ นับเป็นแนวทางหนึ่งของการกระจายความเสมอภาคและลดความเหลื่อมล้ำ เพราะเมื่อชุมชนหนึ่งมีอาชีพ มีแหล่งเรียนรู้ มีโอกาสสร้างรายได้ เราจะได้เห็นความเจริญที่ไม่กระจุกอยู่เพียงตามเมืองใหญ่อีกต่อไป”</p>



<p><strong>ศ.ดร.สมพงษ์</strong> กล่าวว่า ถ้ากระบวนการจัดการเรียนรู้ สามารถทำให้การศึกษาทำหน้าที่ของตัวเองได้อย่างเต็มที่ ผ่านการออกแบบให้ตรงกับความต้องการของชีวิตและมีทางเลือกที่เพียงพอ ท้ายที่สุดผลของการศึกษาจะผลิดอกออกผลและแสดงให้เห็นถึงความเติบโตงอกงามได้ดีที่สุด ที่ผ่านมา กสศ. มีความร่วมมือจากกัลยาณมิตรที่เข้าใจเรื่องการศึกษาเพิ่มขึ้นทุกปี พร้อมมีแนวทางที่ชัดเจนในการทำงาน โดยโครงการส่งเสริมโอกาสทางการเรียนรู้ที่ใช้ชุมชนเป็นฐาน ปี 2566 นี้ มุ่งเป้าไปยังการจัดการศึกษาที่หลากหลาย และต้องมีการต่อยอดจากการทำงานเดิม นอกจากนี้ยังได้รับความร่วมมือจากภาคธุรกิจเอกชนอีกหลายแห่งที่ยืนยันว่าจะเข้ามาช่วยต่อเติมโอกาสสำหรับผู้ร่วมเรียนรู้ ให้เกิดทางเลือกมากขึ้นทั้งในด้านองค์ความรู้ และการขยายธุรกิจผ่านภาคีเครือข่าย</p>



<p>“การพิจารณาข้อเสนอโครงการที่ยื่นมาจาก 299 หน่วยจัดการเรียนรู้ทั่วประเทศ เราแบ่งการพิจารณากลั่นกรองออกเป็น 3 ขั้นตอน คือ ‘ต้นน้ำ’ ได้แก่ผู้ทรงคุณวุฒิจาก 4 ภาคส่วน ได้แก่ ตัวแทนฝ่ายชุมชน ตัวแทนภาคเอกชน ตัวแทนภาคสื่อมวลชน และตัวแทนภาควิชาการ ก่อนส่งต่อไปที่ ‘กลางน้ำ’ คือคณะคณะทำงานหนุนเสริมเพื่อพิจารณาอย่างละเอียดในลำดับถัดไป และท้ายที่สุดจะเป็นคณะอนุกรรมการโครงการฯ อันเป็น ‘ปลายน้ำ’ ผู้ทำหน้าที่ตัดสินใจเลือกหน่วยจัดการเรียนรู้ ซึ่งจะมีทั้งโครงการใหม่สำหรับหน่วยที่เพิ่งเข้าร่วมเป็นปีแรก และอีกส่วนหนึ่งคือหน่วยที่เตรียมต่อยอดการจัดการเรียนรู้จากปีก่อน ๆ ในโครงการปี 2566 นี้” <strong>ศ.ดร.สมพงษ์</strong> กล่าว</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-816534"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/05/02-กสศ.-เชิญคณะกรรมการ-11.jpg" alt=""/></div><figcaption class="qubely-image-caption">ดร.สมคิด แก้วทิพย์ ผู้จัดการ<br>โครงการส่งเสริมโอกาสทางการเรียนรู้ที่ใช้ชุมชนเป็นฐาน</figcaption></figure></div></div></div>



<p></p>



<p><strong>ดร.สมคิด แก้วทิพย์ </strong>ผู้จัดการโครงการส่งเสริมโอกาสทางการเรียนรู้ที่ใช้ชุมชนเป็นฐาน<strong> </strong>กล่าวเสริมเกี่ยวกับกรอบแนวคิดโครงการฯ ว่าความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นเป็นคุณูปการของ ‘ปัญญาปฏิบัติรวมหมู่’ โดยเฉพาะของผู้ที่ลุกขึ้นมาลงมือทำ ทีมงานหนุนเสริม และถือเป็นผลงานร่วมของคณะผู้ทรงคุณวุฒิทั้ง 4 ภาคส่วนที่ร่วมกันทำงานพิจารณากลั่นกรองข้อเสนอโครงการตั้งแต่ต้นทางด้วย</p>



<p>การทำงานตลอด 4 ปี ทำให้เห็นคุณค่าความหมายของพลังการเรียนรู้ร่วมกัน ผ่านการปฏิบัติ ซึ่งเมื่อนำมาตกผลึกเพื่อสรุปสาระสำคัญ ก็จะได้แนวคิดการทำงานที่ทุกฝ่ายจะเดินต่อไปด้วยกันในปีนี้ อย่างแรกคือความชัดเจนของหลักการที่ว่า ชีวิตของผู้ยากลำบากขาดโอกาสจะงอกงามได้ ต้องอยู่ภายใต้ปัจจัยแวดล้อมพื้นฐานที่เอื้อ มีดินดำน้ำชุ่ม แสงแดดและพื้นที่พียงพอให้เติบโต ทั้งระดับบุคคลและระบบ สองคือข้อเท็จจริงที่ว่ามนุษย์เป็นสิ่งที่มีชีวิตที่ไม่ยอมจำนนต่อปัจจัยแวดล้อมที่ไม่เอื้อให้เกิดการเติบโต อันเป็นเหตุผลให้มนุษย์ลุกขึ้นจัดการต่ออุปสรรคนั้น ๆ ฉะนั้นการศึกษาเพื่อการเปลี่ยนแปลง เพื่อสร้างความงอกงามให้แก่ชีวิตและสังคม จะเป็นแนวคิดในการทำงานของโครงการฯ ต่อไป โดยใช้การศึกษาเป็นเครื่องมือเพื่อสร้างความสามารถในการเรียนรู้และอยู่ร่วมของคนในสังคม</p>



<figure class="wp-block-gallery columns-2 is-cropped wp-block-gallery-23 is-layout-flex wp-block-gallery-is-layout-flex"><ul class="blocks-gallery-grid"><li class="blocks-gallery-item"><figure><img decoding="async" loading="lazy" width="855" height="569" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/05/02-กสศ.-เชิญคณะกรรมการ-09.jpg" alt="" data-id="67406" data-link="https://www.eef.or.th/?attachment_id=67406" class="wp-image-67406" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/05/02-กสศ.-เชิญคณะกรรมการ-09.jpg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/05/02-กสศ.-เชิญคณะกรรมการ-09-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/05/02-กสศ.-เชิญคณะกรรมการ-09-768x511.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/05/02-กสศ.-เชิญคณะกรรมการ-09-750x500.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/05/02-กสศ.-เชิญคณะกรรมการ-09-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /></figure></li><li class="blocks-gallery-item"><figure><img decoding="async" loading="lazy" width="855" height="569" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/05/02-กสศ.-เชิญคณะกรรมการ-10.jpg" alt="" data-id="67407" data-full-url="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/05/02-กสศ.-เชิญคณะกรรมการ-10.jpg" data-link="https://www.eef.or.th/?attachment_id=67407" class="wp-image-67407" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/05/02-กสศ.-เชิญคณะกรรมการ-10.jpg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/05/02-กสศ.-เชิญคณะกรรมการ-10-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/05/02-กสศ.-เชิญคณะกรรมการ-10-768x511.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/05/02-กสศ.-เชิญคณะกรรมการ-10-750x500.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/05/02-กสศ.-เชิญคณะกรรมการ-10-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /></figure></li></ul></figure>



<p></p>



<p>“เป้าหมายปลายทางโครงการฯ คือ การสร้างพื้นที่เรียนรู้ที่ไม่มีวันสิ้นสุด เป็นการเปลี่ยนรูปแปลงร่างและการปลดปล่อยอย่างเต็มกำลังของทั้งคนและระบบ&nbsp; อย่างแรกที่มีการเปลี่ยนแปลงในปีนี้ คือชื่อโครงการที่จากเดิมใช้คำว่า ‘พัฒนาทักษะอาชีพ’ ซึ่งเมื่อทำงานผ่านมาเราพบว่าคำจำกัดความที่เหมาะสม คือ ‘การส่งเสริมโอกาสการเรียนรู้’ เหตุปัจจัยที่สำคัญคือการลงมือทำต่อเนื่องทำให้เกิดการสั่งสมความรู้ ลองผิดลองถูก จนเกิดการสังเคราะห์องค์ความรู้ที่สอดคล้องกับการทำงาน เริ่มตั้งแต่การคัดเลือกหน่วยหรือคณะบุคคลที่เสนอโครงการเข้ามา เรามองหาเมล็ดพันธุ์ทางความคิดที่มองเห็นแล้วว่าจะก่อให้เกิดประโยชน์ต่อชุมชนสังคม ในแง่ของการส่งเสริมโอกาสให้แก่บุคคลได้มากที่สุด ซึ่งเราเปลี่ยนจากการเรียกว่า ‘หน่วยพัฒนาอาชีพ’ เป็น ‘หน่วยจัดการเรียนรู้’ ที่จะเสริมสร้างโอกาสให้เกิดการคิดและลงมือทำเพื่อผลลัพธ์ที่เปี่ยมไปด้วยคุณค่า ทั้งนี้ปัจจัยสำคัญเราต้องคำนึงถึงความเป็น ‘คนนอก’ และ ‘คนใน’ ชุมชนด้วย เพราะเราเห็นแล้วว่าการทำงานของหน่วยจัดการเรียนรู้จากข้างนอกที่เข้าไปทำงานกับชุมชน โดยมากจะมีอุปสรรคและข้อจำกัดเรื่องของการเดินทาง ค่าใช้จ่าย เวลา และความเข้าออกเข้าใจพื้นที่ อีกทั้งการจะทำให้เกิดความต่อเนื่องเมื่อจบโครงการยังเป็นไปได้ยาก ขณะที่ถ้าเทียบเคียงกับหน่วยที่ฝังรากลึกหรือเป็นคนในชุมชนเอง เช่นผู้นำชุมชนหรือปัญญาชนพื้นถิ่น ก็จะเห็นชัดว่าโครงการจะเดินไปข้างหน้าได้เร็วและเห็นผลที่ชัดกว่า</p>



<p>“ปัจจัยต่อมาคือตัวผู้ร่วมเรียนรู้ ที่ปีแรกใช้คำว่า ‘กลุ่มเป้าหมาย’ ซึ่งทำไปทำมามีเรื่องการ ‘รับรู้ตัวเอง’ ที่เกิดขึ้น จึงได้เปลี่ยนเป็นคำว่า ‘ผู้ร่วมเรียนรู้’ โดยสาระสำคัญคือเราต้องค้นหาให้พบผู้ด้อยโอกาสตัวจริง และมีความตั้งใจเข้ามาร่วมเรียนรู้จริง ๆ เพราะในระยะไกลที่สุด เราอยากเห็นการลุกขึ้นมาพินิจตนเอง และเปลี่ยนตนเองให้เป็น ‘ผู้เรียนรู้ตลอดไปไม่รู้จบ’ หมายถึงแม้ผ่านช่วงระยะโครงการไปแล้ว เขาจะเปลี่ยนรูปแปลงร่างพัฒนาตนเองต่อไปได้เต็มศักยภาพ สามารถลุกขึ้นมาสร้างระบบปัจจัยแวดล้อมที่เอื้อต่อการพัฒนาได้ และต้องไม่ใช่เฉพาะกับตัวเอง แต่ต้องส่งผลไปถึงคนแวดล้อมและชุมชนด้วย</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-ec1f05"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/05/02-กสศ.-เชิญคณะกรรมการ-03.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>“อีกส่วนหนึ่งคือต้องมีการสร้างฐานเรียนรู้จาก ‘ชุมชน’ หรือการนำ ‘ประชาชน’ มาประชุมกันในพื้นที่เปิด ซึ่งไม่ใช่พื้นที่เชิงกายภาพ แต่หมายถึงที่ว่างสำหรับการเติบโตงอกงามของโอกาส ที่คนเล็กคนน้อยจะได้พูด ได้แสดงความเห็น ได้บอกเล่าความต้องการ ได้ชี้แจงข้อเสนอและได้ร่วมออกแบบการเรียนรู้ โดยมีผู้รับฟังที่จะนำเอาข้อเสนอมาพิจารณาออกแบบการจัดการเรียนรู้ที่เหมาะสมกับผู้ร่วมเรียนรู้ที่สุด”</p>



<p><strong>ดร.สมคิด</strong> กล่าวว่า จากที่กล่าวมาหมายถึงข้อเสนอโครงการที่ยื่นเข้ามาในครั้งนี้ ถือว่าได้ผ่านการเห็นชอบจากผู้เกี่ยวข้องทุกฝ่ายในชุมชนแล้ว ประเด็นของการพิจารณาที่จะเกิดขึ้นในวันนี้ จึงอยู่ที่การเพ่งไปที่กระบวนการหรือการออกแบบการเรียนรู้ที่มีข้อมูลความรู้ ความตั้งใจ ความเข้าใจ ซึ่งจะนำไปสู่การเรียนรู้เพื่อลงมือปฏิบัติจริง และจะสร้างผลของความเปลี่ยนแปลงไปสู่ชีวิตและชุมชนได้จริง โดยความรู้นั้นต้องเป็นความรู้ที่สามารถอธิบายเพื่อสร้างความเข้าใจเชิงระบบ ซึ่งพิสูจน์ได้ด้วยการที่ผู้ร่วมเรียนรู้ต้องสามารถอ่านการเปลี่ยนแปลงของเหตุปัจจัยที่แวดล้อมชุมชนที่ตนอยู่ได้ และที่ไกลไปกว่านั้นคือผู้ร่วมเรียนรู้ควรอ่านความเปลี่ยนแปลงที่นอกเหนือไปจากพื้นที่แวดล้อมที่อาศัย โดยสามารถเชื่อมโยงกับท้องถิ่นภูมิภาคอื่นด้วยข้อมูลข่าวสารในทุกแพลตฟอร์มเพื่อให้เกิดประโยชน์กับตนเองและชุมชนได้ด้วย จะเห็นว่าเป้าหมายโครงการในปีนี้นี้ เกิดจากการสังเคราะห์ผ่านประสบการณ์ทำงานตลอด 4 ปี จนทำให้คณะทำงานมองไปไกลกว่าการพัฒนาทักษะอาชีพ เพื่อจะนำผู้ร่วมเรียนรู้ไปให้ถึงการมีทักษะการเรียนรู้ในโลกปัจจุบัน ที่เต็มไปด้วยข้อมูลข่าวสารและความเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลาให้สำเร็จ</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-8b1ec0"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/05/02-กสศ.-เชิญคณะกรรมการ-06.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>“ท้ายที่สุดคือการจัดการในทุกกระบวนการต้องยึดความโปร่งใส เป็นธรรม สมเหตุสมผล ตั้งแต่เบื้องต้นที่พิจารณากลั่นกรองของผู้ทรงคุณวุฒิ 4 ฝ่าย ผู้จะมาอ่าน คิด ชวนกันพูดคุย และช่วยสรุปความเป็นไปได้ของข้อเสนอทั้ง 299 โครงการอย่างมีฉันทามติ พร้อมกำกับไว้ด้วยความคิดเห็นที่น่าสนใจ เพื่อส่งต่อไปยังคณะกรรมการในลำดับถัดไป ซึ่งจะทำให้การทำงานครั้งนี้ถือเป็นการวางรูปแบบการจัดสรรงบประมาณอย่างมีส่วนร่วมที่เป็นต้นแบบผ่านวิธีคิดที่ละเอียดถี่ถ้วนครบทุกมิติแง่มุมโดยผู้แทนของสังคม เพื่อให้เกิดแบบแผนปฏิบัติที่ขยายวงไปสู่การทำงานโครงการอื่น ๆ ต่อไป” <strong>ดร.สมคิด</strong> กล่าว</p><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/news-020523/">กสศ. เชิญคณะกรรมการ 4 ภาคส่วน พิจารณาทุนส่งเสริมโอกาสทางการเรียนรู้ที่ใช้ชุมชนเป็นฐาน ปี 2566</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
