<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>Movement | กสศ.</title>
	<atom:link href="https://www.eef.or.th/category/movement/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.eef.or.th</link>
	<description>กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา</description>
	<lastBuildDate>Thu, 04 Jun 2026 04:33:29 +0000</lastBuildDate>
	<language>th</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.3.8</generator>

<image>
	<url>https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/02/cropped-fav-icon-32x32.png</url>
	<title>Movement | กสศ.</title>
	<link>https://www.eef.or.th</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>“Pay for Success” เมื่อผลลัพธ์ที่วัดผลได้ คือ ความสำเร็จและเงื่อนไขของการลงทุนทางสังคม</title>
		<link>https://www.eef.or.th/article-040626/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 04 Jun 2026 04:08:24 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[บทความ]]></category>
		<category><![CDATA[Movement]]></category>
		<category><![CDATA[Pay for Success]]></category>
		<category><![CDATA[Outcome-Based Contract]]></category>
		<category><![CDATA[การเงินเพื่ออนาคต ยกระดับทุนมนุษย์: โอกาสและประสบการณ์ในไทยและต่างประเทศ]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?p=102780</guid>

					<description><![CDATA[<p>จะเป็นอย่างไรถ้าผู้ให้ทุนจะจ่ายเงินให้ ก็ต่อเมื่อผลลัพธ [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/article-040626/">“Pay for Success” เมื่อผลลัพธ์ที่วัดผลได้ คือ ความสำเร็จและเงื่อนไขของการลงทุนทางสังคม</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong><em>จะเป็นอย่างไรถ้าผู้ให้ทุนจะจ่ายเงินให้ ก็ต่อเมื่อผลลัพธ์สามารถวัดผลได้และจับต้องได้จริง</em></strong></p>



<p><strong>“นวัตกรรมการจ่ายเงินตามผลลัพธ์”</strong> ที่เรียกว่ากลไก <strong>“Pay for Success”</strong> หรือ <strong>“Outcome-Based Contract”</strong> อาจฟังดูไม่คุ้นหูนัก เพราะยังเป็นเรื่องใหม่ในประเทศไทย แต่กลไกดังกล่าวได้มีการศึกษาและทดลองจริงแล้วในช่วงที่ผ่านมา ซึ่งผลลัพธ์ที่ได้จากประสบการณ์ของผู้มีส่วนเกี่ยวข้องล้วนเป็นที่น่าพอใจ กลไกนี้จึงอาจเป็นอีกหนึ่งทางเลือกเพื่อผลักดันการแก้ไขปัญหาสังคมอย่างจับต้องได้ และส่งเสริมนิเวศของการลงทุนเพื่อสังคมอย่างยั่งยืนและเกิดผลลัพธ์ตามที่ผู้ให้ทุนคาดหวัง ไม่ว่าจะเป็นภาครัฐหรือภาคเอกชนที่ต้องการลงทุนเพื่อสังคม ก็จะมีแรงจูงใจมากยิ่งขึ้นต่อการลงทุน</p>



<p>กสศ. ขอเชิญชวนผู้อ่าน ติดตามการสรุปจากวงสัมมนา <strong>“การเงินเพื่ออนาคต ยกระดับทุนมนุษย์: โอกาสและประสบการณ์ในไทยและต่างประเทศ”</strong> ที่สถาบันวิจัยเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา กสศ. จัดขึ้นเมื่อวันพฤหัสบดีที่ 14 พฤษภาคม 2569&nbsp;</p>



<p>ในวงเสวนา <strong>“จากจุดเริ่มต้น…สู่ผู้รับผลประโยชน์: เส้นทางของคุณค่าและผลลัพธ์” </strong>วิทยากรจากทั้งภาคท้องถิ่น สถาบันที่แก้ปัญหาสังคม นักวิชาการ และผู้สนับสนุนโครงการ มาร่วมบอกเล่าประสบการณ์จริงที่ได้ใช้กลไก Pay for Success หรือ Outcome-Based Contract กับ<strong>โครงการพัฒนาเด็กปฐมวัยที่บูรณาการการเรียนรู้ผ่านการเล่น โดยยึดเด็กเป็นศูนย์กลางการเรียนรู้ (Integrated Child – Centered Active Learning project: ICAP)</strong> พร้อมทั้งให้มุมมองและแรงบันดาลใจในการนำกลไกไปใช้ต่อในวงกว้าง เพื่อช่วยผลักดันการสร้างสังคมที่ดีขึ้นอย่างเป็นรูปธรรม</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img decoding="async" fetchpriority="high" width="1024" height="1024" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/image-1024x1024.jpeg" alt="" class="wp-image-102783" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/image-1024x1024.jpeg 1024w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/image-300x300.jpeg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/image-150x150.jpeg 150w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/image-768x768.jpeg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/image-1536x1536.jpeg 1536w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/image-750x750.jpeg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/image.jpeg 1920w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<p></p>



<p><strong>ผศ.ดร.ตรีนุช ไพชยนต์วิจิตร นักวิชาการผู้พัฒนาโครงการ</strong> กล่าวถึง หนึ่งหัวใจหลักของนวัตกรรมการจ่ายเงินตามผลลัพธ์ คือ การตั้งเกณฑ์เงื่อนไขความสำเร็จเป็นตัวชี้วัด แทนที่ตั้งเป้าหมายกว้าง ๆ ในบริบทการศึกษา ผศ.ดร.ตรีนุช ยกตัวอย่างว่า รูปแบบเดิมอาจเป็นการขยายห้องเรียน การสร้างโรงเรียนเพิ่มเติม การซื้อคอมพิวเตอร์ และคาดหวังว่าเด็กจะเข้ามาใช้อุปกรณ์นั้นเพื่อการศึกษาที่ดีขึ้น แต่ถ้าเป็นโมเดลตามผลลัพธ์ จะมุ่งเน้นที่การตั้งเป้าหมายอย่างเป็นรูปธรรมและระบุเงื่อนไขที่เกี่ยวข้อง เช่น ถ้าต้องการให้เด็กมีการศึกษาที่ดีขึ้น ต้องระบุเงื่อนไขด้วยว่าผ่านเกณฑ์การศึกษาในระดับเท่าไหร่ หรือเด็กจบไปแล้วมีงานทำ หรือได้เรียนต่อในระดับที่สูงขึ้น&nbsp;</p>



<p>นวัตกรรมดังกล่าวไม่ได้กระตุ้นเพียงแค่ผลลัพธ์เท่านั้น เพราะระหว่างทางของการไปถึงผลลัพธ์ ก็ยังช่วยทำให้ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องในโครงการที่รับโจทย์มีความมุ่งม้่นมากยิ่งขึ้น&nbsp;</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img decoding="async" width="1024" height="1024" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/image-1-1024x1024.jpeg" alt="" class="wp-image-102784" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/image-1-1024x1024.jpeg 1024w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/image-1-300x300.jpeg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/image-1-150x150.jpeg 150w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/image-1-768x768.jpeg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/image-1-1536x1536.jpeg 1536w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/image-1-750x750.jpeg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/image-1.jpeg 1920w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<p></p>



<p><strong>คุณอุไรลักษณ์ ลาภเบญจกุล ผู้บริหารโครงการพัฒนาเด็กปฐมวัย (ICAP)</strong> ได้แบ่งปันประสบการณ์จากการเข้าร่วมโครงการนวัตกรรมการเงินแบบจ่ายเงินตามผลลัพธ์ ว่าเดิมโครงการ ICAP เน้นเรื่องการสร้างการเปลี่ยนแปลงได้จริงและเกิดคุณภาพจริงอยู่แล้ว แต่นวัตกรรมนี้ ช่วยกระตุ้นทั้งคนที่เป็นเจ้าของโครงการและคนที่อยู่หน้างาน เพราะหากทำไม่สำเร็จ ก็จะไม่ได้รับเงินกลับมา ระบบนี้มีเงื่อนไขเป็นตัวผลลัพธ์และงบการลงทุนจากภาคส่วนลงทุนในอนาคต คุณอุไรลักษณ์ ยังกล่าวต่อว่าอยากให้นวัตกรรมการเงินแบบจ่ายเงินตามผลลัพธ์ นำไปใช้กับโครงการอื่น ๆ รวมถึงภาครัฐด้วยเช่นกัน เพราะกลไกนี้จะช่วยพลิกวิธีคิดที่เกี่ยวกับเรื่องของการทำงานลงสู่ผลลัพธ์ของกลุ่มเป้าหมายได้แท้จริง</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img decoding="async" width="1024" height="1024" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/image-2-1024x1024.jpeg" alt="" class="wp-image-102785" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/image-2-1024x1024.jpeg 1024w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/image-2-300x300.jpeg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/image-2-150x150.jpeg 150w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/image-2-768x768.jpeg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/image-2-1536x1536.jpeg 1536w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/image-2-750x750.jpeg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/image-2.jpeg 1920w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<p></p>



<p>ขยับมาฟังมุมมองจากภาคท้องถิ่นผ่าน <strong>คุณสิริดนย์ น้าวิไลเจริญ นายกเทศมนตรีตำบลขุนหาญ จังหวัดศรีสะเกษ</strong> มองว่านวัตกรรมการเงินแบบจ่ายเงินตามผลลัพธ์ จะช่วยการจุดประกายการใช้งบอย่างมีประโยชน์ ที่เอื้อให้เกิดผลลัพธ์โดยที่มีตัวชี้วัดที่ชัดเจน อีกทั้งยังช่วยปรับวิธีคิดของคนที่อยู่ในกระบวนนี้ให้คิดว่าจะใช้งบประมาณให้เกิดผลประโยชน์ที่จับต้องได้และเห็นผลชัดเจน ในบริบทของ ICAP นวัตกรรมดังกล่าวเข้ามาช่วยปรับกระบวนการคิด พฤติกรรมเด็กได้ ในขณะเดียวกัน คุณสิริดนย์กล่าวต่อว่า เมื่อครูหรือพี่เลี้ยงเห็นผลลัพธ์ที่ดีและได้ผลจริง ก็ส่งผลให้มีกำลังใจในการทำงานยิ่งขึ้น</p>



<p>นอกจากนี้ คุณสิริดนย์ แบ่งปันความเห็นในระดับภาครัฐว่าสิ่งสำคัญคือ จะทำอย่างไรให้ผู้ที่อยู่ในระดับนโยบายเห็นตรงกันว่าเราควรสร้างสังคมโดยเริ่มที่เด็ก โดยผู้บริหารท้องถิ่น และนายกองค์การบริหารส่วนตำบลควรเข้าใจและมีแรงบันดาลใจเรื่องการสร้างสังคมไปในทางเดียวกัน อย่างไรก็ตามถ้าเกิดไม่มีการนำนวัตกรรมที่มุ่งให้เกิดผลลัพธ์มาใช้ ผ่านไปสามรุ่น เด็กสามรุ่นก็จะเด็กเติบโตไปโดยไม่ผ่านกระบวนการพัฒนาเด็กที่เห็นผลได้จริง</p>



<p>โครงการนวัตกรรมการเงินแบบจ่ายเงินตามผลลัพธ์ เป็นการจุดประกายว่าจะทำอย่างไร ที่จะทำให้เมื่อเราเติมเงินลงไปแล้ว มันวัดผลออกมาได้โดยที่มีตัวชี้วัดที่ชัดเจน แล้วก็ปรับวิธีของคนทำ ปรับวิธีคิดของคนที่อยู่ในกระบวนนี้ ให้คิดว่าจะใช้งบประมาณให้เกิดผลประโยชน์ที่จับต้องได้และเห็นผลชัดเจนอย่างไร ยกตัวอย่างเทศบาลตำบลขุนหาญ ครูศูนย์เด็กเล็กเมื่อก่อน เหมือนพี่เลี้ยงเด็ก เขาจะใช้คำว่าครูพี่เลี้ยงคือคอยดู แต่พอเราปรับวิธีคิดเขา ให้เห็นเป้าหมายว่าเราอยากเห็นคนเติบโตมาแล้วเป็นแบบนี้ ขั้นตอนในการทำให้คนเติบโตมาเป็นแบบนี้จะต้องทำอย่างไรบ้าง</p>



<p>พอครูเห็นผลลัพธ์ที่ดี ครูมีความรู้สึกว่าอยากทำ แล้วได้ทำ มีคนสนับสนุน ทำให้เขามีกำลังใจในการทำ พอได้พรีเซนต์ตัวเองก็มีความภูมิใจที่สิ่งที่เขาทำได้ผลจริงและมีคนสนใจในสิ่งที่เขาทำ</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img decoding="async" loading="lazy" width="1024" height="1024" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/image-3-1024x1024.jpeg" alt="" class="wp-image-102788" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/image-3-1024x1024.jpeg 1024w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/image-3-300x300.jpeg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/image-3-150x150.jpeg 150w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/image-3-768x768.jpeg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/image-3-1536x1536.jpeg 1536w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/image-3-750x750.jpeg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/image-3.jpeg 1920w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<p></p>



<p>เรื่องการพัฒนาเด็กยังประสบกับความท้าทายหลายข้อ โดยเฉพาะเรื่องของโมเดลระบบการศึกษา <strong>คุณสุนิตย์ เชรษฐา กรรมการผู้จัดการสถาบัน Change Fusion</strong> เสนอว่าถ้าหากโมเดลระบบการศึกษาไม่นิ่ง ก็ทำให้เด็กในระบบเสียโอกาส ดังนั้นถ้าหากเจอทางออกการศึกษาที่เหมาะสมแล้ว อาจต้องมองหากลไกมาร่วมสนับสนุนที่ช่วยขยายโมเดล&nbsp;</p>



<p>คุณสุนิตย์ยังกล่าวเสริมว่า สิ่งสำคัญที่ควรเพิ่มคือ จำนวนผู้ลงทุนตั้งแต่ต้นโครงการ เพื่อเสริมสร้างโครงการที่แข็งแรงและง่ายต่อการขยายผลได้เหมือนในต่างประเทศ เรื่องการขยายผลคุณสุนิตย์ ยกตัวอย่างจำนวนห้องเรียนที่ใช้หลักสูตร ICAP เริ่มแรกตั้งต้นจากราว ๆ 100 ห้อง ปัจจุบันมีการขยายหลักสูตรไปจนถึงประมาณ 1,000 ห้อง คุณสุนิตย์เชื่อว่าปลายปีอาจสามารถขยายไปถึง 2,000 ห้อง ซึ่งฟังแล้วดูเหมือนเป็นจำนวนที่มาก แต่ห้องเรียนเด็กปฐมวัยศูนย์พัฒนาเด็กมีประมาณ 20,000 ห้อง ซึ่งเมื่อเทียบแล้ว ยังมีห้องเรียนจำนวนมากที่ต้องการความร่วมมืออยู่</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img decoding="async" loading="lazy" width="1024" height="1024" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/image-4-1024x1024.jpeg" alt="" class="wp-image-102789" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/image-4-1024x1024.jpeg 1024w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/image-4-300x300.jpeg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/image-4-150x150.jpeg 150w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/image-4-768x768.jpeg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/image-4-1536x1536.jpeg 1536w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/image-4-750x750.jpeg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/image-4.jpeg 1920w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<p></p>



<p>ในมุมมองของผู้สนับสนุนทุน <strong>คุณวาทนันทน์ พีเทอร์สิค ผู้ร่วมสนับสนุนโครงการ ICAP</strong> เห็นด้วยกับการนำนวัตกรรมการเงินแบบจ่ายเงินตามผลลัพธ์ มาใช้เพื่อให้เกิดความโปร่งใสในเรื่องผลลัพธ์ที่ได้สำเร็จผลจริง แต่อย่างไรก็ตามคุณวาทนันท์มองว่า องค์กรเดียวหรือภาคเดียวไม่สามารถแก้ปัญหาได้ และเน้นย้ำว่าภาคเอกชนซึ่งเป็นฝ่ายมีทรัพยากรมากมาย ควรเข้ามามีบทบาทในการช่วยกันแก้ปัญหาสังคม โดยใช้นวัตกรรมหรือวิธีที่มีประสิทธิภาพ</p>



<p>และนี่คือส่วนหนึ่งของการแลกเปลี่ยนประสบการณ์ของผู้มีส่วนเกี่ยวข้องที่ได้สัมผัสกับนวัตกรรมการจ่ายเงินตามผลลัพธ์ (Pay for Success / Outcome-Based Contract)</p>



<p>สำหรับใครที่สนใจงานสัมมนา การเงินเพื่ออนาคต ยกระดับทุนมนุษย์: โอกาสและประสบการณ์ในไทยและต่างประเทศ สามารถรับชมการถ่ายทอดสดย้อนหลังได้ที่ <strong><a href="https://www.facebook.com/share/v/1EcV3j34k1/" target="_blank" rel="noopener" title="LIVE การเงินเพื่ออนาคต ยกระดับทุนมนุษย์ - โอกาสและประสบการณ์ในไทยและต่างประเทศ">LIVE การเงินเพื่ออนาคต ยกระดับทุนมนุษย์ &#8211; โอกาสและประสบการณ์ในไทยและต่างประเทศ</a></strong></p>



<ul>
<li><strong>อ่านข่าว:</strong> <a href="https://www.eef.or.th/news-140526/" target="_blank" rel="noopener" title="">ครั้งแรกของการลงทุนไทย! กสศ. พลิกโฉมการศึกษา ใช้ผลลัพธ์นำการจ่ายเงิน “Pay for Success” แก้ปัญหาเด็กพัฒนาการช้า พร้อม MOU ดึงนักลงทุนนานาชาติร่วมแก้ความเหลื่อมล้ำการศึกษาไทย</a></li>
</ul><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/article-040626/">“Pay for Success” เมื่อผลลัพธ์ที่วัดผลได้ คือ ความสำเร็จและเงื่อนไขของการลงทุนทางสังคม</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ถอดรหัส “หลักประกันโอกาสทางการศึกษา” จากทุนเสมอภาคสู่ระบบนิเวศการเรียนรู้ตลอดชีวิต : กนิษฐา คุณาวิศรุต ผู้อำนวยการสำนักพัฒนาหลักประกันโอกาสทางการศึกษา กสศ.</title>
		<link>https://www.eef.or.th/article-290526-2/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 29 May 2026 09:10:15 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[บทความ]]></category>
		<category><![CDATA[Movement]]></category>
		<category><![CDATA[กนิษฐา คุณาวิศรุต]]></category>
		<category><![CDATA[สำนักพัฒนาหลักประกันโอกาสทางการศึกษา กสศ.]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?p=102735</guid>

					<description><![CDATA[<p>ในโลกการศึกษาของประเทศไทย ปัญหาความเหลื่อมล้ำไม่ได้เป็น [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/article-290526-2/">ถอดรหัส “หลักประกันโอกาสทางการศึกษา” จากทุนเสมอภาคสู่ระบบนิเวศการเรียนรู้ตลอดชีวิต : กนิษฐา คุณาวิศรุต ผู้อำนวยการสำนักพัฒนาหลักประกันโอกาสทางการศึกษา กสศ.</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>ในโลกการศึกษาของประเทศไทย ปัญหาความเหลื่อมล้ำไม่ได้เป็นเพียงเรื่องของ “ตัวเลข” แต่คือเรื่องของ “โอกาส” ที่จะกำหนดว่าเด็กคนหนึ่งจะสามารถอยู่ในระบบการศึกษาไปจนจบได้หรือไม่ ตลอดหลายปีที่ผ่านมา กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) โดยสำนักพัฒนาหลักประกันโอกาสทางการศึกษา ได้ทำหน้าที่วางรากฐานสำคัญในการดูแลเด็กและเยาวชนกลุ่มเปราะบางกว่า 1.3 ล้านคนทั่วประเทศ ผ่านกลไกที่ไม่ได้หยุดอยู่แค่การมอบเงินอุดหนุน แต่เป็นการสร้าง “ระบบหลักประกันโอกาสทางการศึกษา” ที่เชื่อมโยงข้อมูล ชุมชน และภาคีเครือข่ายเข้าด้วยกัน เพื่อให้เด็กทุกคนมีโอกาสเรียนรู้และพัฒนาศักยภาพอย่างต่อเนื่อง</p>



<p></p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>การรักษาเด็กในระบบ: ต้นทุนที่ต่ำกว่าการตามหาเด็กนอกระบบ</strong></h3>



<p><strong>นางสาวกนิษฐา คุณาวิศรุต ผู้อำนวยการสำนักพัฒนาหลักประกันโอกาสทางการศึกษา กสศ.</strong>&nbsp; กล่าวว่า หนึ่งในภารกิจสำคัญของ กสศ. คือการสร้างโอกาสทางการศึกษาให้เด็กยากจนเข้าถึงการศึกษาในระบบ ผ่านกระบวนการคัดกรองซึ่งดำเนินการร่วมกับสถานศึกษา 6 สังกัดทั่วประเทศ ได้แก่ สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น (อปท.) กองบัญชาการตำรวจตระเวนชายแดน (บช.ตชด.) สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาเอกชน (สช.) สำนักงานพระพุทธศาสนา (พศ.) และกรุงเทพมหานคร (กทม.)</p>



<p>โดยมีคุณครูกว่า 400,000 คน ร่วมลงพื้นที่เยี่ยมบ้านและค้นหาเด็กกลุ่มเป้าหมายที่ต้องการความช่วยเหลืออย่างเร่งด่วน ให้ได้รับจัดสรรเงินอุดหนุนทุนเสมอภาค เพื่อช่วยบรรเทาภาระค่าใช้จ่ายด้านการศึกษาและสนับสนุนให้นักเรียนสามารถมาเรียนได้อย่างต่อเนื่องไม่ว่าจะเป็นค่าอาหารเช้า ค่าเดินทาง ซึ่งในปีการศึกษา 2569 ได้ปรับเพิ่มเงินอุดหนุนเป็น 4,200 บาทต่อคนต่อปี จากเดิมครั้งแรก 1,600 บาทในช่วงเริ่มต้นของโครงการ และปรับขึ้นครั้งที่สองเป็น 3,000 บาทต่อคนปี โดยตลอดระยะเวลา 8 ปีของการดำเนิน “ทุนเสมอภาค” กสศ. ได้ปรับอัตราเงินอุดหนุนมาแล้ว 3 ครั้ง เพื่อให้สอดคล้องกับต้นทุนการศึกษาที่เพิ่มสูงขึ้น</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-full"><img decoding="async" loading="lazy" width="855" height="569" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/05/image-106.jpeg" alt="รูปภาพนี้มี Alt แอตทริบิวต์เป็นค่าว่าง ชื่อไฟล์คือ 04-6.jpg" class="wp-image-102744" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/05/image-106.jpeg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/05/image-106-300x200.jpeg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/05/image-106-768x511.jpeg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/05/image-106-750x500.jpeg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/05/image-106-272x182.jpeg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /><figcaption class="wp-element-caption">กนิษฐา คุณาวิศรุต</figcaption></figure></div>


<p></p>



<p>สิ่งที่ กสศ. ให้ความสำคัญเป็นอันดับแรก คือ<strong> “การรักษาเด็กที่อยู่ในโรงเรียนไม่ให้หลุดออกจากระบบ”</strong> เพราะต้นทุนในการค้นหาและดึงเด็กที่หลุดออกไปแล้วกลับเข้าสู่การเรียนรู้มีความซับซ้อนและสูงกว่าหลายเท่า ด้วยเหตุนี้ <strong>“ทุนเสมอภาค”</strong> จึงทำหน้าที่เป็นกลไกเติมเต็มค่าใช้จ่ายที่จำเป็นต่อการเรียน เช่น ค่าเดินทาง ค่าอาหาร และค่าใช้จ่ายพื้นฐานต่าง ๆ เพื่อช่วยลดภาระของครอบครัว</p>



<p>ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นสะท้อนให้เห็นว่า เด็กที่ได้รับทุนเสมอภาคกว่า 95–98% ยังคงอยู่ในระบบการศึกษาอย่างต่อเนื่อง ขณะที่นักเรียนกลุ่มที่เคยขาดเรียนบ่อยมีจำนวนวันมาเรียนเพิ่มขึ้นเฉลี่ย 7–12% ต่อภาคเรียน แสดงให้เห็นว่า การลงทุนเพื่อป้องกันไม่ให้เด็กหลุดจากระบบตั้งแต่ต้นทาง เป็นแนวทางที่มีประสิทธิภาพและคุ้มค่าที่สุด</p>



<p></p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>ใช้ “พื้นที่เป็นฐาน” สร้างการเรียนรู้ที่ยืดหยุ่น ลดความยากจนข้ามรุ่น</strong></h3>



<p>หลังจากดำเนินงานมาเป็นเวลากว่า 7 ปี กสศ. พบว่า ปัญหาเด็กหลุดจากระบบการศึกษาเป็นปัญหาที่ซับซ้อนเกินกว่าหน่วยงานใดหน่วยงานหนึ่งจะรับมือได้เพียงลำพัง เพราะมักเชื่อมโยงกับปัญหาอื่น ๆ ทั้งด้านเศรษฐกิจ สุขภาพจิต ความพิการ ยาเสพติด หรือปัญหาครอบครัว</p>



<p>แนวคิดดังกล่าวจึงนำไปสู่การขับเคลื่อนโครงการ Thailand Zero Dropout ที่ใช้ <strong>“จังหวัดเป็นฐาน”</strong> และเปิดพื้นที่ให้ทุกภาคส่วนเข้ามาร่วมกันออกแบบทางออกสำหรับเด็กและเยาวชนในบริบทของตนเอง รวมถึงโครงการอื่น ๆ ที่มุ่งสร้างความเสมอภาคทางการศึกษาและการเรียนรู้ตลอดชีวิตให้กับประชาชนทุกกลุ่ม</p>



<p>หนึ่งในตัวอย่างสำคัญคือ โครงการนวัตกรรมการจัดการเรียนรู้ที่ยืดหยุ่นโดยใช้ชุมชนเป็นฐานในพื้นที่ภาคเหนือ ยกตัวอย่างที่อำเภอลี้ จังหวัดลำพูน ได้เปิดพื้นที่ให้หน่วยงานภาครัฐ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น สกร. ศูนย์การเรียนรู้ ภาคประชาชน และหน่วยจัดการเรียนรู้ของ กสศ. เข้ามาร่วมกันออกแบบระบบส่งเสริมโอกาสการเรียนรู้ที่สอดคล้องกับสภาพปัญหาและความต้องการของคนในพื้นที่อย่างแท้จริง</p>



<p>โครงการดังกล่าวทำหน้าที่เป็น “พื้นที่กลาง” ที่เชื่อมโยงข้อมูลและทรัพยากรจากหลายหน่วยงาน ทั้งทุนเสมอภาค ทุนนวัตกรรมสายอาชีพชั้นสูง Thailand Zero Dropout และทุนส่งเสริมโอกาสทางการเรียนรู้สำหรับประชากรวัยแรงงานนอกระบบ เพื่อนำมาวิเคราะห์ วางแผน และออกแบบความช่วยเหลือที่เหมาะสมกับแต่ละบุคคลและแต่ละครอบครัวขณะเดียวกัน ยังมีการพัฒนารูปแบบการเรียนรู้ที่ต่อยอดจากทุนทางสังคมและทุนวัฒนธรรมในพื้นที่ เพื่อสร้างทางเลือกการเรียนรู้ที่ช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตของคนในชุมชน โดยเทศบาลตำบลป่าไผ่ ซึ่งเป็นหนึ่งในพื้นที่นำร่อง ได้สะท้อนให้เห็นถึงพลังของผู้นำท้องถิ่นและคนในชุมชนที่ร่วมกันแก้ไขปัญหา จนเกิดเป็น <strong>“กลไกหน้าหมู่”</strong> ที่ช่วยให้ทุกคนมีโอกาสเดินหน้าต่อไปในชีวิตได้อย่างมีศักดิ์ศรี</p>



<figure class="wp-block-image size-full"><img decoding="async" loading="lazy" width="855" height="569" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/05/03-7.jpg" alt="" class="wp-image-102737" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/05/03-7.jpg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/05/03-7-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/05/03-7-768x511.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/05/03-7-750x500.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/05/03-7-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /></figure>



<p></p>



<p><strong>กลไกหน้าหมู่: ป้าข้างบ้านที่เข้าใจเด็ก</strong></p>



<p>คำว่า “หน้าหมู่” ในภาษาเหนือ หมายถึง “ส่วนรวม” หรือ “การร่วมมือกันของทุกคน” และนี่คือหัวใจสำคัญของโมเดลการทำงานในอำเภอลี้</p>



<p>กลไกหน้าหมู่ทำหน้าที่เสมือน “ป้าข้างบ้าน” ที่คอยสอดส่อง ดูแล และไม่ทอดทิ้งเด็กหรือคนที่กำลังเผชิญปัญหา โดยทุกฝ่ายในชุมชนเข้ามาร่วมกันค้นหา ติดตาม ช่วยเหลือ และออกแบบแนวทางแก้ไขปัญหาอย่างเป็นระบบ ไม่ผลักภาระให้เป็นหน้าที่ของหน่วยงานใดหน่วยงานหนึ่ง</p>



<p>นอกจากจะสร้างโอกาสให้กับผู้ที่ได้รับการช่วยเหลือแล้ว ยังทำให้คนทำงานในพื้นที่เกิดความภาคภูมิใจในบทบาทของตนเอง ในฐานะผู้ที่ลุกขึ้นมารับผิดชอบต่อปัญหาของชุมชน และช่วยให้ใครบางคนสามารถกลับมายืนหยัดได้อีกครั้ง พร้อมส่งต่อโอกาสดี ๆ ให้กับผู้อื่นต่อไป</p>



<p>“ตัวอย่างพื้นที่อำเภอลี้ จังหวัดลำพูน ถือเป็นต้นแบบที่ชัดเจน เนื่องจากคนในพื้นที่มีความเข้าใจสภาพปัญหาดีที่สุด โดยภาพที่เราคาดหวังคือ ต่อไปอาจไม่มี กสศ. ก็ได้ แต่ท้องถิ่นและชุมชนสามารถลุกขึ้นมาสร้างกลไกดูแลเด็กในพื้นที่ของตัวเองได้ตามศักยภาพ”</p>



<p></p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>การเชื่อมโยงข้อมูล: เข็มทิศนำทางความช่วยเหลือ</strong></h3>



<p>อีกหนึ่งเครื่องมือสำคัญในการสร้างความเสมอภาคทางการศึกษา คือ <strong>“ฐานข้อมูล”</strong> ซึ่ง กสศ. มองว่าไม่ใช่เพียงเครื่องมือสำหรับการจัดเก็บ แต่เป็นกลไกสำคัญในการส่งต่อความช่วยเหลือให้ถึงมือผู้ที่ต้องการมากที่สุด</p>



<p>ในระดับต้นน้ำ กสศ. ใช้ข้อมูลในการคัดกรองและติดตามการคงอยู่ในระบบของนักเรียนยากจนพิเศษกว่า 1.3 ล้านคน กลางน้ำ มีการเชื่อมโยงข้อมูลกับระบบ HERO OBEC CARE เพื่อเฝ้าระวังปัญหาด้านสุขภาพจิต สุขภาพกาย พฤติกรรม การเรียน เศรษฐกิจ และความปลอดภัย พร้อมส่งต่อความช่วยเหลือไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น กรมสุขภาพจิต หรือกระทรวง พม. ส่วนปลายน้ำ มีการเชื่อมโยงข้อมูลกับ กยศ. และระบบ TCAS เพื่อสนับสนุนการศึกษาต่อในระดับที่สูงขึ้น</p>



<p>นอกจากนี้ กสศ. ยังอยู่ระหว่างการพัฒนาแผนที่ข้อมูล (Data Mapping) ร่วมกับโครงการส่งเสริมการเรียนรู้สำหรับประชากรวัยแรงงานนอกระบบและครัวเรือนที่มีแนวโน้มตกอยู่ในภาวะยากจนข้ามรุ่น เพื่อให้แต่ละพื้นที่มองเห็นภาพปัญหาของตนเองอย่างชัดเจน ทั้งจำนวนเด็กยากจนพิเศษ เด็กเสี่ยงหลุดจากระบบ และกลุ่มเปราะบางอื่น ๆ อันจะนำไปสู่การวางแผนช่วยเหลือที่แม่นยำและตรงจุดมากยิ่งขึ้น</p>



<figure class="wp-block-image size-full"><img decoding="async" loading="lazy" width="855" height="569" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/05/02-8.jpg" alt="" class="wp-image-102738" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/05/02-8.jpg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/05/02-8-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/05/02-8-768x511.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/05/02-8-750x500.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/05/02-8-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /></figure>



<p></p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>หลักประกันโอกาสทางการศึกษา คือความร่วมมือของทั้งสังคม</strong></h3>



<p>สำหรับ กสศ. แล้ว “หลักประกันโอกาสทางการศึกษา” ไม่ได้หมายถึงเพียงระบบข้อมูลหรือกลไกทางการเงิน แต่คือความร่วมมือของทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน องค์กรสาธารณประโยชน์ และประชาชน ที่เข้ามาร่วมกันปิดช่องว่างทางการเรียนรู้ โดยเฉพาะในช่วงรอยต่อสำคัญของชีวิตการศึกษา</p>



<p>เพราะท้ายที่สุด การสร้างโอกาสทางการศึกษาไม่อาจแยกขาดจากการสร้างความมั่นคงให้กับครอบครัว เมื่อครอบครัวมีอาชีพ มีรายได้ และมีคุณภาพชีวิตที่ดี เด็กก็จะมีทั้งกำลังกายและกำลังใจในการพัฒนาตนเอง เติบโตเป็นกำลังสำคัญของสังคม และหลุดพ้นจากวงจรความยากจนข้ามรุ่นได้อย่างยั่งยืน</p>



<p>“เมื่อรากฐานในบ้านแข็งแรง เด็กจะมีทั้งกำลังกายและกำลังใจในการพัฒนาตัวเอง จนกลายเป็น ‘ช้างเผือก’ ที่สามารถเรียนจบและมีงานทำ สร้างวงจรชีวิตใหม่ที่หลุดพ้นจากกับดักความยากจนได้อย่างยั่งยืน”</p><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/article-290526-2/">ถอดรหัส “หลักประกันโอกาสทางการศึกษา” จากทุนเสมอภาคสู่ระบบนิเวศการเรียนรู้ตลอดชีวิต : กนิษฐา คุณาวิศรุต ผู้อำนวยการสำนักพัฒนาหลักประกันโอกาสทางการศึกษา กสศ.</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>จากเด็กทุนเสมอภาค จ.น่าน สู่ทุน ODOS รุ่นแรก ที่ประเทศอังกฤษ ‘อิ่ม’ เลือกเรียนสิ่งแวดล้อม เพื่อกลับมาปกป้องลมหายใจของบ้านเกิด</title>
		<link>https://www.eef.or.th/article-290526/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 29 May 2026 06:47:22 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Movement]]></category>
		<category><![CDATA[บทความ]]></category>
		<category><![CDATA[กสศ.]]></category>
		<category><![CDATA[หลักประกันโอกาสทางการศึกษา]]></category>
		<category><![CDATA[ทุนการศึกษา]]></category>
		<category><![CDATA[ODOS]]></category>
		<category><![CDATA[ทุน ODOS]]></category>
		<category><![CDATA[โครงการทุนการศึกษาเพื่อขยายโอกาสและพัฒนาประเทศ]]></category>
		<category><![CDATA[เอกหทัย ญาณะนันท์]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?p=102722</guid>

					<description><![CDATA[<p>“หนูมาจากจังหวัดน่าน ที่ทุกปีจะมีฤดูแล้งโหดร้ายมาก ฝุ่น [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/article-290526/">จากเด็กทุนเสมอภาค จ.น่าน สู่ทุน ODOS รุ่นแรก ที่ประเทศอังกฤษ ‘อิ่ม’ เลือกเรียนสิ่งแวดล้อม เพื่อกลับมาปกป้องลมหายใจของบ้านเกิด</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>“หนูมาจากจังหวัดน่าน ที่ทุกปีจะมีฤดูแล้งโหดร้ายมาก ฝุ่นหนาคลุมเมืองจนอยู่ในบ้านก็ยังไม่ปลอดภัย แล้วความเปลี่ยนแปลงนี้ก็กำลังหนักขึ้น เหตุผลนี้ทำให้เราตั้งใจอยากเรียนด้านสิ่งแวดล้อม การได้ไปเรียนต่อครั้งนี้ หนูจึงบอกตัวเองว่าจะพยายามเต็มที่ เพื่อหาหนทางกลับมาทำให้บ้านเราน่าอยู่เหมือนเดิมให้ได้”&nbsp;&nbsp;</p>



<p><strong>‘อิ่ม’ เอกหทัย ญาณะนันท์</strong> อดีตนักเรียนทุนเสมอภาคของ กสศ. ตั้งแต่ช่วงมัธยมศึกษาตอนต้น เล่าถึงเป้าหมายในชีวิตของเธอ ระหว่างเตรียมตัวเดินทางไปศึกษาต่อที่ Lancaster University ประเทศอังกฤษ ในสาขา STEM ด้าน Environmental Science ผ่านโครงการทุนการศึกษาเพื่อขยายโอกาสและพัฒนาประเทศ หรือ ODOS รุ่นแรก</p>



<p>อิ่มเพิ่งสำเร็จการศึกษาระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 จากโครงการห้องเรียนพิเศษวิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ เทคโนโลยี และสิ่งแวดล้อม (SMTE) โรงเรียนสตรีศรีน่าน โดยเส้นทางการเรียนรู้ของเธอเติบโตขึ้นท่ามกลางวิกฤตฝุ่นควันที่ส่งผลกระทบต่อผู้คนในพื้นที่รุนแรงขึ้นทุกปี จนกลายเป็นแรงผลักสำคัญที่ทำให้เธอเลือกศึกษาต่อด้านวิทยาศาสตร์สิ่งแวดล้อม เพื่อกลับมาแก้ปัญหาให้บ้านเกิดของตัวเองในอนาคต</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-full is-resized"><img decoding="async" loading="lazy" width="569" height="855" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/05/04-5.jpg" alt="" class="wp-image-102723" style="width:400px" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/05/04-5.jpg 569w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/05/04-5-200x300.jpg 200w" sizes="(max-width: 569px) 100vw, 569px" /><figcaption class="wp-element-caption">‘อิ่ม’ เอกหทัย ญาณะนันท์</figcaption></figure></div>


<p></p>



<p><strong>Environmental Science</strong> หรือ <strong>วิทยาศาสตร์สิ่งแวดล้อม</strong> เป็นศาสตร์ที่บูรณาการองค์ความรู้หลายแขนง ทั้งเคมี ชีววิทยา ฟิสิกส์ และธรณีวิทยา เพื่อศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์กับธรรมชาติ มุ่งทำความเข้าใจระบบนิเวศ ประเมินผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม รวมถึงพัฒนาแนวทางจัดการมลพิษและทรัพยากรธรรมชาติอย่างยั่งยืน</p>



<p>ส่วน <strong>‘ODOS’</strong> หรือ Outstanding Development Opportunity Scholarship คือทุนรัฐบาลที่มุ่งเปิดโอกาสให้เยาวชนที่มีศักยภาพ โดยเฉพาะในสาขา STEM และเทคโนโลยีอุตสาหกรรมแห่งอนาคต ได้ก้าวข้ามข้อจำกัดทางเศรษฐกิจและการเข้าถึงการศึกษา เพื่อไปศึกษาต่อในสถาบันคุณภาพสูงทั้งในและต่างประเทศ และเติบโตเป็นกำลังสำคัญของประเทศในอนาคต</p>



<figure class="wp-block-image size-full"><img decoding="async" loading="lazy" width="855" height="569" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/05/02-7.jpg" alt="" class="wp-image-102724" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/05/02-7.jpg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/05/02-7-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/05/02-7-768x511.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/05/02-7-750x500.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/05/02-7-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /></figure>



<p></p>



<p>“เรากำลังเจอผลกระทบจากความเปลี่ยนแปลงของสิ่งแวดล้อมมากขึ้นทุกปี ไม่ว่าจะที่เกิดจากธรรมชาติเอง หรือการกระทำของมนุษย์ ซึ่งการจะทำให้ทุกอย่างดีขึ้นคงไม่อาจทำสำเร็จได้ด้วยตัวคนเดียว หรือแค่คนกลุ่มเดียว แต่เราก็เชื่อมั่นว่าถ้าได้โอกาสไปเรียนรู้ในสถาบันที่มีชื่อเสียงระดับโลก ในด้านการเรียนการสอนและวิจัยเกี่ยวกับด้านสิ่งแวดล้อมโดยตรง จะทำให้เรามีวิธีคิด มีเครื่องมือ หรือมีบทเรียนต้นแบบ ที่จะเอามาปรับใช้ทั้งเชิงนโยบายและภาคปฏิบัติ เพื่อกระตุ้นให้ผู้คนตระหนักถึงปัญหา และช่วยกันทำให้วิกฤตบรรเทาลงได้ &#8230;เพราะที่นี่คือบ้านของเรา คือเมืองของทุกคน ถ้าปล่อยให้เป็นอย่างนี้ต่อไป ในอนาคตเราอาจจะอาศัยอยู่กันไม่ได้แล้ว”&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p>



<p>อิ่มเล่าด้วยความมุ่งมั่น ก่อนกล่าวขอบคุณ “โอกาส” ที่คอยผลักดันและประคับประคองเด็กธรรมดาคนหนึ่ง ให้กล้าฝัน กล้าพยายาม และกล้าตัดสินใจเดินทางไปยังสถานที่ที่ “ไม่รู้จักอะไรเลย” เพื่อเก็บเกี่ยวความรู้และประสบการณ์ กลับมาดูแลบ้านเกิดของตัวเอง ให้ผู้คนได้กลับมาหายใจอย่างเต็มปอดอีกครั้ง&nbsp;</p>



<p>“หนูคิดมาตลอดว่า กว่าจะผ่านช่วง ม.ต้น มาถึง ม.ปลาย จนมาอยู่ตรงจุดนี้ ทั้งหมดเกิดขึ้นได้เพราะโอกาสที่พยุงเราไว้เมื่อวันนั้น”</p>



<p>อิ่มย้อนเล่าถึงช่วงชีวิตในวัยมัธยม ที่แม้จะตั้งใจเรียนและเชื่อมั่นในเป้าหมายของตัวเองมากแค่ไหน แต่ข้อจำกัดด้านทุนทรัพย์ก็ทำให้เธอรู้สึกเสมอว่า ความฝันอาจอยู่ไกลเกินเอื้อม กระทั่งวันหนึ่งในช่วง ม.ต้น ครูได้แจ้งว่าเธอได้รับ <strong>“</strong><a href="https://www.eef.or.th/fund/support-poor-students/" target="_blank" rel="noopener" title=""><strong>ทุนเสมอภาค</strong></a><strong>”</strong> ของ กสศ. ซึ่งกลายเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของชีวิต</p>



<p>“ทุกเทอม หนูรับรู้มาตลอดว่าที่บ้านพยายามมากแค่ไหนเพื่อส่งเราเรียน ยิ่งเรียนสูงขึ้น ค่าใช้จ่ายก็ยิ่งเพิ่มขึ้น จนบางครั้งหนูไม่แน่ใจเลยว่าจะได้เรียนต่อถึงชั้นไหน แต่วันหนึ่งตอน ม.ต้น ครูก็บอกว่าเราได้ทุนเสมอภาคของ กสศ. จากนั้นชีวิตหนูก็เปลี่ยนไปเลย หนูมีทุนช่วยเรื่องการเรียน มีค่าอาหารกลางวัน มีเงินซื้อหนังสือ ทำให้การเรียนกลับกลายเป็นสิ่งที่วางแผนต่อได้ เหมือนจุดเล็ก ๆ ตรงนั้น ค่อย ๆ ต่อยอดเรามาจนถึง ม.ปลาย และมาถึงทุน ODOS ในวันนี้”</p>



<figure class="wp-block-image size-full"><img decoding="async" loading="lazy" width="855" height="569" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/05/03-6.jpg" alt="" class="wp-image-102725" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/05/03-6.jpg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/05/03-6-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/05/03-6-768x511.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/05/03-6-750x500.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/05/03-6-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /></figure>



<p></p>



<p>อิ่มยังเล่าถึงความประทับใจ เมื่อพบว่าเส้นทางการศึกษาของเธอไม่ได้เป็นเรื่องบังเอิญ เพราะในใบสมัครทุน ODOS มีการระบุชัดเจนถึงความตั้งใจที่จะเปิดโอกาสให้กับนักเรียนทุนเสมอภาค ซึ่งทำให้เธอรู้สึกว่า “ทุนเล็ก ๆ” ที่เคยช่วยประคับประคองเด็กคนหนึ่งไว้ในระบบการศึกษา กำลังกลายเป็น “สะพานโอกาส” ที่พาเธอไปได้ไกลกว่าเดิม</p>



<p>“ตอนสมัครทุน ODOS เราเห็นว่าทุนนี้ตั้งใจจริง ๆ เพื่อเปิดโอกาสสำหรับเด็กที่มาจากทุนเสมอภาค ก็แอบประหลาดใจว่าทุนหนึ่งที่เคยได้ กำลังพาเราไปไกลขึ้น และโอกาสตรงนี้ไม่ได้จะเปลี่ยนแค่ชีวิตเราคนเดียว เพราะพอมองถึงทุน ODOS ที่เราเชื่อว่าเพื่อน ๆ ทุกคนก็มีเป้าหมายในใจเช่นกัน ว่าจะเอาความรู้ความสามารถกลับมาพัฒนาบ้านของเรา<br>“หนูจึงคิดว่าทุนการศึกษา คือสิ่งที่เติมเต็มความหมายของคำว่า ‘สะพานโอกาส’ อย่างเต็มที่สำหรับเด็ก ๆ มากมายที่เคยไม่กล้าคิดถึงการเรียนในระดับสูง ด้วยเพราะความห่างไกล ความขาดแคลนทุนทรัพย์ แต่ตอนนี้เรากลับมีทุนที่พร้อมสนับสนุนให้คนที่มีศักยภาพด้านวิศวกรรม ชีววิทยา วิทยาศาสตร์เคมี สิ่งแวดล้อม และอีกหลายสาขา ให้ได้เรียนต่อจนสุดทาง ซึ่งมันคือโอกาสสำคัญจริง ๆ ของการพัฒนาประเทศ”</p>



<figure class="wp-block-image size-full"><img decoding="async" loading="lazy" width="855" height="569" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/05/01-8.jpg" alt="" class="wp-image-102726" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/05/01-8.jpg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/05/01-8-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/05/01-8-768x511.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/05/01-8-750x500.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/05/01-8-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /></figure>



<p></p>



<p>ก่อนเดินทางไปศึกษาต่อ อิ่มได้เข้าร่วมค่ายกิจกรรมเตรียมความพร้อมสำหรับนักเรียนทุน ODOS ซึ่งจัดขึ้นเพื่อช่วยให้นักเรียนรับมือกับสภาพแวดล้อมใหม่ ลดความกังวลเรื่องการปรับตัว และเป็นพื้นที่สร้างความทรงจำร่วมกัน ก่อนแต่ละคนจะแยกย้ายไปตามเส้นทางการเรียนรู้ของตัวเองในต่างประเทศ&nbsp;</p>



<p>“การมาค่ายครั้งนี้เป็นเวลาสั้น ๆ แต่ทำให้เราเติบโตขึ้นมากมาย ที่สำคัญคือช่วยลดความกังวลก่อนเดินทางไปเรียน เพราะเราทุกคนต่างต้องเจอสิ่งแวดล้อมใหม่ทั้งหมด ฉะนั้นจึงต้องช่วยกันเติมกำลังใจ และย้ำเตือนกันไม่ให้ลืมโฟกัสว่าเป้าหมายของการไปครั้งนี้คืออะไร&nbsp;</p>



<p>“&#8230;และสำหรับผู้ใหญ่ทุกท่านที่มีส่วนทำให้เกิดทุน ODOS หนูอยากบอกว่า ขอบคุณ และสัญญาว่าจะเปลี่ยนแปลงโอกาสที่ได้รับให้เกิดคุณค่ามากที่สุด ทั้งต่อตัวเอง ต่อน้อง ๆ รุ่นต่อไป และต่อบ้านเมืองของเราดังเป้าหมายที่ตั้งไว้ในวันนี้ค่ะ”</p><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/article-290526/">จากเด็กทุนเสมอภาค จ.น่าน สู่ทุน ODOS รุ่นแรก ที่ประเทศอังกฤษ ‘อิ่ม’ เลือกเรียนสิ่งแวดล้อม เพื่อกลับมาปกป้องลมหายใจของบ้านเกิด</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>แนวคิดโมเดลการเงิน &#8220;จ่ายเงินตามผลลัพธ์&#8221; Pay for Success การพลิกโฉมประเทศไทยด้วยการลงทุนกับการศึกษา</title>
		<link>https://www.eef.or.th/article-280526-4/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 28 May 2026 11:29:41 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[บทความ]]></category>
		<category><![CDATA[Movement]]></category>
		<category><![CDATA[Pay for Success]]></category>
		<category><![CDATA[ลงทุนกับการศึกษา]]></category>
		<category><![CDATA[วาทนันทน์ พีเทอร์สิค]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?p=102708</guid>

					<description><![CDATA[<p>ปัญหาความเหลื่อมล้ำและโจทย์ทางสังคมไทยในปัจจุบัน ทั้งลึ [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/article-280526-4/">แนวคิดโมเดลการเงิน “จ่ายเงินตามผลลัพธ์” Pay for Success การพลิกโฉมประเทศไทยด้วยการลงทุนกับการศึกษา</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>ปัญหาความเหลื่อมล้ำและโจทย์ทางสังคมไทยในปัจจุบัน ทั้งลึกซึ้ง ซับซ้อน และเปราะบางเกินกว่าที่องค์กรใดองค์กรหนึ่ง หรือแม้กระทั่งภาครัฐเพียงฝ่ายเดียวจะแบกรับและแก้ไขได้สำเร็จ ถึงเวลาแล้วที่ทุกภาคส่วนต้องก้าวข้ามขีดจำกัดเดิมๆ สู่การบูรณาการความร่วมมือรูปแบบใหม่ แนวคิดโมเดลการเงิน&#8221;จ่ายเงินตามผลลัพธ์&#8221; (Pay for Success) ที่เป็นทิศทางใหม่ของเอกชนในประเทศไทยและนานาชาติ เพื่อแก้ปัญหาการศึกษา แก้ความเหลื่อมล้ำการศึกษาไทย และพลิกโฉมร่วมลงทุนด้านการศึกษาด้วยโมเดลการลงทุนที่หลากหลาย</p>



<p><strong>คุณวาทนันทน์ พีเทอร์สิค</strong> ตัวแทนจากภาคเอกชนผู้ร่วมสนับสนุนโครงการ Pay for Success เล่าว่า Pay for Success หรือ Outcome-Based Financing คือกลไกที่ภาคเอกชนหรือนักลงทุนออกเงินล่วงหน้าให้โครงการทางสังคมดำเนินการก่อน โดยรัฐหรือผู้จ่ายเงินตามผลลัพธ์จะจ่ายเงินคืนพร้อมผลตอบแทน ก็ต่อเมื่อโครงการบรรลุเป้าหมายที่กำหนดไว้และได้รับการยืนยันจากผู้ประเมินอิสระแล้วเท่านั้น ต่างจากโครงการแบบเดิมที่จ่ายเงินตามกิจกรรมโดยไม่ผูกกับผลที่เกิดขึ้นจริง</p>



<p>ทั้งนี้ อยากเชิญชวนภาคเอกชนเข้ามาทำงานด้านการศึกษาให้มากขึ้น เพราะ ปัญหาด้านการศึกษาของประเทศไทยมีมากและซับซ้อนเกินกว่าที่ใครคนใดคนหนึ่ง หรือเพียงแค่องค์กรเดียวจะแก้ได้หมด ภาคเอกชน คือภาคส่วนที่มีทรัพยากรและความพร้อมมากที่สุดในประเทศ ถึงเวลาแล้วที่เราต้องนำสิ่งที่มีค่า เข้ามาสร้างอิมแพคในวิธีที่ได้ผลจริง ทุกภาคส่วนจำเป็นที่จะต้องบูรณาการความร่วมมือรูปแบบใหม่ ใช้ <strong>“นวัตกรรมการเงินเพื่อสังคม”</strong> (Social Investment) เข้ามาปฏิวัติการศึกษาไทย</p>



<p>“ จากการติดตามโมเดลพันธบัตรเพื่อสังคม (Social Investment Bond) ในต่างประเทศมานานกว่า 16 ปี นวัตกรรมการเงินรูปแบบใหม่ที่ กสศ. นำมาใช้นั้น มีหัวใจสำคัญอยู่ 3 ส่วนหลัก ซึ่งเป็นโครงสร้างที่ช่วยอุดรอยรั่วของการทำงานเพื่อสังคมแบบเดิม ส่วนแรก คือ&nbsp; <strong>Social Outcomes Contracts (</strong><strong>สัญญาที่ยึดผลลัพธ์ทางสังคม):</strong> การทำข้อตกลงร่วมกันระหว่าง 3 ฝ่าย (รัฐ เอกชน และผู้ลงมือทำ) โดยเปลี่ยนจากการวัดผลแค่ &#8216;Output&#8217; เช่น เด็กเข้าร่วมกี่คน หรือสร้างศูนย์เด็กลงไปกี่แห่ง มาเป็นการวัดที่ <strong>&#8216;Outcome&#8217; </strong><strong>หรือ ผลลัพธ์ความสำเร็จที่เกิดขึ้นจริงกับตัวเด็ก</strong> เช่น ทักษะสมองที่พัฒนาขึ้น ซึ่งสร้างความรับผิดชอบร่วมกัน (Accountability) และสามารถวัดผลได้ทั้งสิ่งที่ถูกและสิ่งที่ผิด &nbsp;ซึ่งในอดีต ภาคเอกชนจะสนับสนุนด้านการเงิน ให้ฝ่ายองค์กรด้านสังคม โดยมีการวัดผลเฉพาะการทำงานในส่วนที่เป็น &#8216;Output&#8217; เช่น เด็กเข้าร่วมกี่คน หรือสร้างศูนย์เด็กลงไปกี่แห่ง มาเป็นการวัดที่ &#8216;Outcome&#8217; หรือ ผลลัพธ์ความสำเร็จที่เกิดขึ้นจริงกับตัวเด็ก นับเป็นตัวเลขว่าเด็กกี่คนที่จะได้ผลประโยชน์ หรือว่าทำได้ศูนย์เด็กกี่ที่ แต่ในการที่เราทำสัญญา Outcome หมายถึง ต้องการเป็นผลจริงๆ การเปลี่ยนแปลงพฤติกรรม ในการพัฒนาเด็กที่แท้จริง ก็สร้างความรับผิดชอบโดยทั้ง 3ฝ่าย รับผิดชอบในผลลัพธ์ที่ได้จากการทำงาน รับผิดชอบทั้งผิดทั้งถูก</p>



<p>ส่วนที่ สอง คือ <strong>Pay for Success </strong>ซึ่งเป็นกลไกที่รัฐบาลจะจ่ายเงินงบประมาณคืนให้แก่นักลงทุนภาคเอกชน <em>ก็ต่อเมื่อโครงการนั้นบรรลุผลสำเร็จตามตัวชี้วัดที่ตกลงกันไว้จริง</em> ในมุมของเอกชน เงินทุนนี้จึงสามารถหมุนเวียน กลับมาใช้ในโครงการสังคมอื่นๆ ได้อีกเรื่อยๆ ขณะเดียวกันก็ช่วยให้รัฐบาลบริหารงบประมาณแผ่นดินได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด จ่ายเงินเฉพาะกับสิ่งที่ได้ผลจริงเท่านั้น แนวคิด และหลักการ Pay for Success จะทำให้เกิดความโปร่งใสมากขึ้น เพราะทำงานด้วยความตระหนักร่วมกัน ว่าผลลัพธ์คืออะไร ตกลงกันว่า สิ่งที่จะเป็นผลลัพธ์ คืออะไร และจะมีการจ่ายเงินแค่ตามที่มีผลลัพธ์จริงๆ</p>



<p>ส่วนที่ สาม ซึ่งเป็นส่วนที่สำคัญมากเช่นกัน ก็ คือ <strong>Social Investment Partnership (</strong><strong>หุ้นส่วนการลงทุนเพื่อสังคม) </strong>นี่คือหัวใจสำคัญที่สุด จากประสบการณ์การทำงาน ด้านนี้มาถึง 20 ปี พบว่า การทำงานร่วมกับหน่วยงานอื่น เป็นเรื่องที่ค่อนข้างยาก แต่กลไก<strong> Social Investment Partnership </strong>จะ ช่วยทลายกำแพง <strong>“ความไม่ไว้วางใจกัน”</strong> ระหว่างภาคเอกชน ภาคสังคม และภาครัฐ ให้หันมาจับเข่าคุยร่วมกัน ตั้งแต่การร่วมออกแบบโครงการ กำหนดตัวชี้วัด และสร้างกระบวนการทำงานที่โปร่งใส ตรวจสอบได้ รูปแบบการทำงาน ที่มีการพูดคุยกัน สร้างข้อตกลงร่วมกัน ตั้งแต่เริ่ม จะทำให้องค์กรและหน่วยงานซึ่งมีวัฒนธรรมการทำงานที่แตกต่างกัน เข้าใจประเด็นปัญหาต่างๆ ที่ได้ร่วมกันพิจารณาหาทางออกร่วมกันมากขึ้น” <strong>คุณวาทนันทน์ เล่าถึงรายละเอียด และระบุด้วยว่า เชื่อมั่นอย่างยิ่งว่า หัวใจสำคัญ ในการทำงานทั้ง 3 ส่วน ที่กล่าวมา จะช่วยให้เกิดการทำงานที่ มองเห็นผลลัพธ์ในทิศทางเดียวกัน และทำงานอย่างมีความไว้วางใจกันมากขึ้น</strong><strong></strong></p>



<p>คุณวาทนันทน์ เล่าอีกว่า จุดเริ่มต้นในการก้าวเข้ามามีส่วนร่วมกับ กสศ. เกิดจากความประทับใจในระหว่างลงพื้นที่เยี่ยมชมศูนย์พัฒนาเด็กเล็กนำร่องของโครงการพัฒนาศักยภาพเด็กปฐมวัย (ICAP) ที่จังหวัดลพบุรี ผลลัพธ์จากการทำงานของ ICAP ทำให้มองเห็นความแตกต่างจากศูนย์เด็กเล็กทั่วไปอย่างชัดเจน ทั้งเรื่องการใช้สีสัน อุปกรณ์การเรียนการสอนที่มีประสิทธิภาพ ตลอดจนพฤติกรรมการสอนเชิงรุกของครู และปฏิกิริยาการตอบสนองของเด็กๆ ทุกสิ่งสะท้อนถึงการออกแบบการทำงานแบบบูรณาการที่คำนึงถึงตัวเด็กเป็นศูนย์กลางจริงๆ มีหลักฐานเชิงประจักษ์รองรับ การสร้างการมีส่วนร่วมของผู้ปกครองอย่างต่อเนื่อง ทำให้การพัฒนาเด็กเกิดขึ้นได้อย่างครอบคลุมและยั่งยืนในระดับพื้นที่ เมื่อ กสศ. เข้ามาทาบทาม จึงตัดสินใจเข้าร่วมขับเคลื่อนทันทีอย่างไม่ลังเล</p>



<p>คุณวาทนันทน์ กล่าวทิ้งท้าย ว่า สำหรับเอกชนที่อาจจะกังวลเรื่องความเสี่ยง หรือยังไม่พร้อมรับความเสี่ยงในการสนับสนุนนวัตกรรมทางสังคมใหม่ๆ ซึ่งหากติดตามรายละเอียด จะพบว่า โมเดลของ กสศ. นี้ตอบโจทย์มาก เพราะสามารถเลือกบทบาทได้หลากหลาย เอกชนกลุ่มหนึ่งอาจทำหน้าที่สนับสนุนเงินทุนล่วงหน้าในตอนต้น หรือเอกชนอีกกลุ่มก็สามารถเลือกเป็น &#8216;<strong>ผู้รับจ่ายเงินคืนเมื่อเห็นผลลัพธ์ความสำเร็จแล้ว&#8217;</strong> ก็ได้ มีโมเดลการออกแบบทางเลือกที่ตอบโจทย์ความต้องการธุรกิจมากมาย <strong>มาร่วมเปลี่ยนการทำ </strong><strong>CSR </strong><strong>แบบเดิมๆ ให้เป็นการลงทุนในมนุษย์ที่สร้างความเติบโตที่ยั่งยืนให้ประเทศไปด้วยกัน</strong></p>



<p>การทำงานของ กสศ. ในวันนี้ ไม่ใช่เพียงกองทุนที่แจกจ่ายเงินช่วยเหลือ แต่คือ <strong>&#8220;</strong><strong>ผู้ขับเคลื่อนนวัตกรรมและกลไกเชิงระบบ&#8221;</strong> ที่สร้างสะพานเชื่อมความไว้วางใจ ความโปร่งใส และโอกาส เพื่อดึงศักยภาพและทรัพยากรจากภาคเอกชนมาเปลี่ยนอนาคตของเด็กไทยได้อย่างคุ้มค่าที่สุด</p>



<p><strong>หมายเหตุ :</strong><strong> การสัมภาษณ์ผ่านคลิปวิดีโอ ภายในงานสัมมนาการเงินเพื่ออนาคต ยกระดับทุนมนุษย์: โอกาสและประสบการณ์ในไทยและต่างประเทศ&nbsp; ณ โรงแรม เดอะ สุโกศล กรุงเทพฯ</strong></p><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/article-280526-4/">แนวคิดโมเดลการเงิน “จ่ายเงินตามผลลัพธ์” Pay for Success การพลิกโฉมประเทศไทยด้วยการลงทุนกับการศึกษา</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>จากตำนานนก สู่ปณิธานสายเลือดใหม่ บอสแป้ง-ณัฐธิดา ขันคำ กับภารกิจปั้นคนในห้องเรียนหมอลำเสียงอิสาน</title>
		<link>https://www.eef.or.th/article-280526-3/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 28 May 2026 10:33:56 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[บทความ]]></category>
		<category><![CDATA[Movement]]></category>
		<category><![CDATA[กสศ.]]></category>
		<category><![CDATA[THE ISAAN RECORD]]></category>
		<category><![CDATA[คณะหมอลำเสียงอิสาน]]></category>
		<category><![CDATA[ณัฐธิดา ขันคำ]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?p=102698</guid>

					<description><![CDATA[<p>แสงสปอตไลต์สาดส่องกระทบชุดเพชรระยิบระยับ เสียงพิณแคนและ [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/article-280526-3/">จากตำนานนก สู่ปณิธานสายเลือดใหม่ บอสแป้ง-ณัฐธิดา ขันคำ กับภารกิจปั้นคนในห้องเรียนหมอลำเสียงอิสาน</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>แสงสปอตไลต์สาดส่องกระทบชุดเพชรระยิบระยับ เสียงพิณแคนและจังหวะกลองเร้าอารมณ์ปลุกให้ลานดินหน้าฮ้านมีชีวิตชีวา นี่คือภาพความยิ่งใหญ่ตระการตาของมหรสพหมอลำที่คอยมอบความสุขให้ผู้คนในทุกค่ำคืน แต่หากเราลองละสายตาจากความวิจิตรเบื้องหน้า แล้วแหวกม่านก้าวเข้าไปสำรวจพื้นที่หลังเวที เราจะพบกับโลกอีกใบ โลกที่เต็มไปด้วยหยาดเหงื่อ การดิ้นรน และจังหวะชีวิตที่เร่งรีบของคนทำงานนับร้อยชีวิตที่ต้องรอนแรมเดินทางไปพร้อมกับวงหมอลำ</p>



<p>ในโลกแห่งความเป็นจริง โครงสร้างของการศึกษาในระบบแบบดั้งเดิม กลับกลายเป็นกำแพงสูงชันสำหรับเยาวชนที่มีวิถีชีวิตไม่หยุดนิ่ง เด็กและวัยรุ่นหลายคนในวงการนี้ต้องจำใจถอดชุดนักเรียนเพื่อมาสวมชุดแดนเซอร์และนักแสดง พวกเขาถูกบีบบังคับด้วยความจำเป็นทางครอบครัว ให้ต้องเลือกระหว่าง ความฝันในห้องเรียน กับ เงิน เพื่อมาจุนเจือปากท้องของตัวเองและคนข้างหลัง</p>



<p>ทว่า ท่ามกลางข้อจำกัดเหล่านั้น คณะหมอลำระดับตำนานอย่าง<strong> เสียงอิสาน</strong> กำลังสร้างปรากฏการณ์ความเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญ เมื่อพื้นที่สำหรับพักผ่อนและแต่งหน้าทำผมหลังเวที ถูกพลิกโฉมให้กลายเป็นพื้นที่แห่งการเรียนรู้ โดยมีฟันเฟืองชิ้นสำคัญคือผู้บริหารสายเลือดใหม่อย่าง <strong>บอสแป้ง-ณัฐธิดา ขันคำ</strong> ผู้มุ่งมั่นที่จะทลายกรอบเดิมๆ และพิสูจน์ให้เห็นว่า ศิลปินหน้าฮ้านไม่จำเป็นต้องทิ้งการศึกษา แต่พวกเขาสามารถไขว่คว้าอนาคตไปพร้อมกับการสืบสานวัฒนธรรมได้อย่างแท้จริง</p>



<p>หาก <strong>แม่นกน้อย อุไรพร</strong> คือเสาหลักที่ค้ำยันตำนานของคณะเสียงอิสานมายาวนานกว่าครึ่งศตวรรษ การก้าวขึ้นมาของ <strong>แป้ง–ณัฐธิดา ขันคำ</strong> หรือ<strong> บอสแป้ง</strong> ในฐานะผู้บริหารสายเลือดใหม่ เปรียบเสมือนสายลมแห่งความเปลี่ยนแปลงที่พัดพาเอาวิสัยทัศน์แห่งยุคสมัย เข้ามาโอบอุ้มมรดกทางวัฒนธรรมนี้ให้ก้าวเดินต่อไปได้อย่างมั่นคง</p>



<p>บนเส้นทางที่ทอดยาวกว่า 20 ปีภายใต้ชายคาเสียงอิสาน แป้งเติบโตมากับเสียงพิณแคนตั้งแต่ยังเป็นเด็กหญิงวัยเพียง 15 ขวบ วันนี้ในฐานะผู้บริหารที่ต้องรับไม้ต่อ เธอตระหนักดีว่าความท้าทายไม่ได้มีเพียงการรักษามาตรฐานโชว์บนเวที แต่คือการอนุรักษ์คน ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของวงการหมอลำ</p>



<p></p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>รอยต่อของยุคสมัย และการศึกษาที่เข้าถึงได้</strong></h3>



<p>“การศึกษาเป็นใบเบิกทางของทุกสิ่ง และการเรียนรู้ก็ไม่มีที่สิ้นสุด” คือความเชื่อที่ฝังรากลึกในใจของบอสแป้ง เพราะเธอเองก็คืออดีตเด็กสาวที่ต้อง <strong>เรียนไปนำ ลำไปด้วย</strong> ตั้งแต่อายุ 15 ปี</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-full"><img decoding="async" loading="lazy" width="800" height="533" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/05/DSC00320.jpg" alt="" class="wp-image-102702" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/05/DSC00320.jpg 800w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/05/DSC00320-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/05/DSC00320-768x512.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/05/DSC00320-750x500.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/05/DSC00320-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 800px) 100vw, 800px" /><figcaption class="wp-element-caption"><strong>แป้ง–ณัฐธิดา</strong> เสียงอิสาน หรือ<strong> บอสแป้ง ผู้บริหารคณะหมอลำเสียงอิสาน</strong></figcaption></figure></div>


<p></p>



<p>ภาพจำในวันวานของแป้งคือความเหน็ดเหนื่อยขั้นสุด เมื่อลงจากเวทีการแสดง เธอต้องรีบคว้าหนังสือมาอ่านเพื่อเตรียมตัวสอบ ท่ามกลางตารางงานที่รัดตัวและข้อจำกัดของยุคสมัยที่เทคโนโลยียังไม่เอื้ออำนวย เมื่อเทียบกับปัจจุบัน เธอพบว่าเส้นทางการศึกษาของเด็กรุ่นใหม่นั้นเปิดกว้างและเข้าถึงได้ง่ายกว่าเดิมมาก</p>



<p>เมื่อมีผู้เสนอแนวคิดเรื่องห้องเรียนหมอลำเข้ามา นาทีแรกเธอเองก็แอบตั้งคำถามด้วยความสงสัยว่า “จริงไหม เป็นไปได้ด้วยหรือที่หมอลำจะเรียนไปนำลำไปด้วยได้” แต่เมื่อได้ลงมือศึกษาอย่างจริงจัง เธอพบว่านี่คือนวัตกรรมทางการศึกษาที่เป็นพื้นที่ที่เยาวชนสามารถศึกษาวิชาชีพบนหน้าเวที ควบคู่ไปกับวิชาการหลังเวทีได้โดยไม่ต้องก้าวเท้าเข้าสู่รั้วโรงเรียน</p>



<p>“เราไม่เคยคิดมาก่อนว่าหลังเวทีจะกลายเป็นห้องเรียนหมอลำ สมัยก่อนตอนที่เรายังเป็นเด็ก มันยังไม่มีหลักสูตรนี้ แต่พอมาถึงยุคนี้ เราก็นับว่านี่เป็นโอกาสอันดีมาก ที่ทุกคนจะได้เรียน ได้ศึกษาไปพร้อมๆ กับการทำงาน” แป้งสะท้อนความตื้นตัน</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-full"><img decoding="async" loading="lazy" width="1280" height="964" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/05/LOGo-6.png" alt="" class="wp-image-102703" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/05/LOGo-6.png 1280w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/05/LOGo-6-300x226.png 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/05/LOGo-6-768x578.png 768w" sizes="(max-width: 1280px) 100vw, 1280px" /></figure></div>

<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-full"><img decoding="async" loading="lazy" width="1280" height="964" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/05/LOGo-5.png" alt="" class="wp-image-102704" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/05/LOGo-5.png 1280w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/05/LOGo-5-300x226.png 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/05/LOGo-5-768x578.png 768w" sizes="(max-width: 1280px) 100vw, 1280px" /><figcaption class="wp-element-caption">เหล่าแดนเซอร์คณะหมอลำเสียงอิสาน ขณะกำลังจะทำการแสดง</figcaption></figure></div>


<p></p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>มหาวิทยาลัยชีวิต ที่รับผู้เรียนด้วยไฟฝัน</strong></h3>



<p>ปัจจุบัน สมาชิกส่วนใหญ่ของวงเสียงอิสานคือกลุ่มวัยรุ่นอายุเฉลี่ย 15-20 ปี การที่คนรุ่นใหม่หันมาสนใจมรดกของวงศ์ตระกูลหมอลำ ถือเป็นความน่าภูมิใจอย่างยิ่ง แต่เบื้องหลังการก้าวเข้ามาของพวกเขา มักซ่อนไว้ด้วยความจำเป็นทางครอบครัวที่แตกต่างกัน</p>



<p>หลายคนต้องทิ้งการเรียนเพราะความยากจน ‘เงิน’ คือปัจจัยที่จำเป็นที่สุดที่ผลักดันให้พวกเขามาอยู่ใต้หลังคาคณะหมอลำ แต่บอสแป้งมองไกลกว่านั้น เธอเชื่อว่าเสียงอิสานไม่ควรให้แค่รายได้ แต่ต้องมอบ ‘การศึกษา’ ควบคู่ไปด้วย</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-full"><img decoding="async" loading="lazy" width="1280" height="964" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/05/LOGo-7.png" alt="" class="wp-image-102705" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/05/LOGo-7.png 1280w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/05/LOGo-7-300x226.png 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/05/LOGo-7-768x578.png 768w" sizes="(max-width: 1280px) 100vw, 1280px" /></figure></div>


<p></p>



<p>เกณฑ์การรับคนเข้าทำงานของบอสแป้ง จึงไม่ได้วัดกันที่พรสวรรค์เพียงอย่างเดียว “สิ่งแรกที่เราตัดสินใจรับเขาคือ ความตั้งใจ ความอยากจะเป็น อยากจะสร้างงาน มีไฟ บางคนอยากเต้นแต่เต้นไม่เก่ง บางคนอยากร้องแต่เสียงไม่ดี เราก็บอกว่าไม่เป็นไร คนเราสามารถฝึกฝนกันได้ เรียนรู้ไปพร้อมๆ กัน”</p>



<p>เมื่อความจำเป็นเรื่องเงินถูกจับคู่กับโอกาสทางการศึกษา ห้องเรียนหลังเวทีที่มีนักเรียนกว่า 10 ชีวิต (ซึ่งส่วนใหญ่เป็นแดนเซอร์) จึงเริ่มต้นขึ้น โดยหลักสูตรถูกออกแบบให้สอดคล้องกับชีวิตประจำวัน นำประสบการณ์ในวงมาปรับใช้เป็นบทเรียน<br><br>เด็กๆ จะบริหารเวลาอย่างชาญฉลาด เมื่อเต้นเสร็จและลงจากเวทีในช่วงโชว์ลำเรื่องต่อกลอน ซึ่งเป็นช่วงที่พวกเขาไม่มีคิวแสดง หรือแม้แต่ช่วงเวลานั่งแต่งหน้าทำผม พื้นที่ว่างเหล่านั้นจะถูกเปลี่ยนเป็นคาบเรียน พวกเขาสามารถหยิบใบงานขึ้นมาทำส่งครูได้โดยไม่รบกวนเวลาทำงานหลัก</p>



<p></p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>คุณครูหลังม่าน และใบเบิกทางสู่อนาคต</strong></h3>



<p>ในห้องเรียนแห่งนี้ บอสแป้งไม่ได้สวมหมวกผู้บริหารเพียงใบเดียว แต่ยังสวมบทบาทเป็นผู้ช่วยคุณครูของศูนย์การเรียนปัญญากัลป์ผู้พัฒนาหลักสูตรหมอลำศึกษา คอยกำกับดูแลนักเรียนของเธออย่างใกล้ชิด ท่ามกลางการเดินทางรอนแรมข้ามจังหวัด เธอจะคอยไถ่ถามและติดตามความคืบหน้าเสมอ “เด็กๆ ส่งการบ้านคุณครูหรือยัง”<em> </em>กลายเป็นประโยคคุ้นหูที่สะท้อนถึงความใส่ใจ</p>



<p>บอสแป้งมองเห็นสัจธรรมของวงการที่ว่า <strong>คนเก่าไป คนใหม่มา</strong> เธอเปรียบเทียบการมาอยู่กับเสียงอิสานว่าไม่ต่างอะไรกับการมาฝึกงานในมหาวิทยาลัยชีวิต วุฒิการศึกษาที่เด็กๆ ได้รับจากโครงการนี้ ไม่ใช่แค่แผ่นกระดาษ แต่คือ ใบเบิกทางที่ทรงคุณค่า</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-full"><img decoding="async" loading="lazy" width="1280" height="964" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/05/LOGo-4.png" alt="" class="wp-image-102706" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/05/LOGo-4.png 1280w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/05/LOGo-4-300x226.png 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/05/LOGo-4-768x578.png 768w" sizes="(max-width: 1280px) 100vw, 1280px" /></figure></div>


<p></p>



<p>วันนี้พวกเขาอาจจะวาดลวดลายเป็นแดนเซอร์อยู่หน้าฮ้าน แต่หากวันข้างหน้าพวกเขามีความฝันใหม่ อยากผันตัวไปเป็นครู รับราชการ หรือประกอบอาชีพอื่น วุฒิการศึกษานี้จะเป็นสะพานโอกาสเชื่อมให้พวกเขาสามารถต่อยอดชีวิตไปสู่เส้นทางที่หลากหลายได้</p>



<p>การส่งมอบโอกาสทางการศึกษาของบอสแป้ง จึงไม่ใช่เพียงการสานต่อปณิธานของแม่นกน้อย อุไรพร แต่คือการสร้างนิเวศของการเรียนรู้แบบใหม่ ที่ทำให้เสียงแคน เสียงพิณ และเสียงของการพลิกหน้าหนังสือ สามารถบรรเลงสอดประสานกันได้อย่างงดงาม และเป็นเครื่องยืนยันว่า สำหรับคนเบื้องหลังเวที การเรียนรู้ไม่จำเป็นต้องมีจุดสิ้นสุด</p>



<p></p>



<hr class="wp-block-separator has-alpha-channel-opacity"/>



<p><strong>บทสัมภาษณ์นี้เป็นความร่วมมือระหว่าง กสศ. และ The Isaan Record</strong><br>เรื่อง: สุภโชค จันทร์สกุล<br>ภาพ: ทิพวัลย์ โลหะสาร, ธนภัทร สิงห์โท</p><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/article-280526-3/">จากตำนานนก สู่ปณิธานสายเลือดใหม่ บอสแป้ง-ณัฐธิดา ขันคำ กับภารกิจปั้นคนในห้องเรียนหมอลำเสียงอิสาน</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>กระทรวงศึกษาธิการ เดินหน้าลดภาระงาน คืนเวลาครูสู่ห้องเรียน: เมื่อ “เสียงของครู” ถูกเปลี่ยนเป็นข้อมูล และข้อมูลถูกใช้เป็นฐานสำคัญในการออกแบบนโยบาย</title>
		<link>https://www.eef.or.th/article-280526-2/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 28 May 2026 08:31:08 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Movement]]></category>
		<category><![CDATA[บทความ]]></category>
		<category><![CDATA[ลดภาระครู]]></category>
		<category><![CDATA[ศธ.]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?p=102690</guid>

					<description><![CDATA[<p>ในวันที่ครูจำนวนมากต้องใช้เวลาไปกับเอกสาร งานประเมิน แล [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/article-280526-2/">กระทรวงศึกษาธิการ เดินหน้าลดภาระงาน คืนเวลาครูสู่ห้องเรียน: เมื่อ “เสียงของครู” ถูกเปลี่ยนเป็นข้อมูล และข้อมูลถูกใช้เป็นฐานสำคัญในการออกแบบนโยบาย</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>ในวันที่ครูจำนวนมากต้องใช้เวลาไปกับเอกสาร งานประเมิน และภารกิจนอกห้องเรียนมากกว่าการเตรียมการสอน “เสียงสะท้อนจากครู” กำลังถูกเปลี่ยนเป็นข้อมูลสำคัญ เพื่อขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลงเชิงนโยบายของระบบการศึกษาไทย</p>



<p>ในการประชุมผู้บริหารระดับสูงกระทรวงศึกษาธิการ ครั้งที่ 3/2569 เมื่อวันที่ 27 พฤษภาคมที่ผ่านมา <strong>นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ</strong> กล่าวถึงข้อมูลจาก<strong>รายงานผลวิจัยการสำรวจภาระงานครู ซึ่งจัดทำโดยกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.)</strong> จากกลุ่มตัวอย่างครูในสังกัด สพฐ. องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น โรงเรียนเอกชน และกรุงเทพมหานคร</p>



<p>ข้อมูลดังกล่าวสะท้อนว่า ครูกว่า 47.7% เห็นว่าภาระงานเอกสารและงานประเมิน ส่งผลกระทบต่อคุณภาพการสอน ขณะที่กว่า 63% ไม่สามารถรักษาสมดุลระหว่างชีวิตและการทำงาน (Work-Life Balance) ได้</p>



<p>ตัวเลขเหล่านี้ไม่ใช่เพียงข้อมูลในรายงานวิจัย แต่คือเสียงสะท้อนจากครูผู้ปฏิบัติงานจริง ที่ชี้ให้เห็นว่า ภาระงานที่ไม่จำเป็นและการประเมินที่ซ้ำซ้อน กำลังดึงเวลาของครูออกจากสิ่งสำคัญที่สุด คือการดูแลและพัฒนาผู้เรียนในห้องเรียน</p>



<p>งานวิจัยจาก กสศ. จึงเป็นหนึ่งในหลักฐานสำคัญที่ช่วยสะท้อนภาระของครู และสนับสนุนการออกแบบนโยบายลดภาระงานที่ไม่จำเป็นของกระทรวงศึกษาธิการ ภายใต้แนวทาง “Work Smart” เพื่อคืนเวลาให้ครูกลับไปอยู่กับนักเรียนมากขึ้น</p>



<p>โดยในปีงบประมาณ 2570 กระทรวงศึกษาธิการจะดำเนินการยกเลิก “โครงการสถานศึกษาสีขาว” รวมถึงยกเลิกการประเมินในอีก 6 โครงการและกิจกรรมที่มีลักษณะซ้ำซ้อน ได้แก่</p>



<p>• กิจกรรมการประเมิน ITA ออนไลน์<br>• กิจกรรมการประเมินโรงเรียนคุณธรรม 4–5 ดาว<br>• โครงการยกระดับสมรรถนะความฉลาดรู้ของผู้เรียนตามกรอบประเมินระดับนานาชาติสู่การเพิ่มขีดความสามารถการแข่งขัน<br>• โครงการยกระดับ OBEC Channel<br>• โครงการวิจัยและพัฒนานวัตกรรมการเรียนรู้สู่ห้องเรียน<br>• โครงการส่งเสริมสุขภาพและพลานามัย</p>



<p>เพราะการลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา ไม่ได้เริ่มต้นจากการช่วยเหลือเด็กเพียงปลายทางเท่านั้น แต่ต้องเริ่มจากการทำให้ระบบการศึกษาสนับสนุนครู โรงเรียน และผู้เรียนได้อย่างตรงจุด</p>



<p>เมื่อครูมีเวลามากขึ้น</p>



<p>เด็กก็มีโอกาสได้รับการดูแลมากขึ้น</p>



<p>และห้องเรียนก็มีโอกาสกลับมาเป็นพื้นที่ของการเรียนรู้อย่างแท้จริง</p>



<p>กสศ. จะเดินหน้าพัฒนาข้อมูล งานวิจัย และองค์ความรู้ เพื่อสนับสนุนการตัดสินใจเชิงนโยบาย ที่ทำให้ระบบการศึกษาไทยเห็นปัญหาจริง ตอบโจทย์จริง และไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง</p>



<p></p>



<hr class="wp-block-separator has-alpha-channel-opacity"/>



<ul>
<li><a href="https://www.facebook.com/share/p/16UuYtW9Tm/" target="_blank" rel="noopener" title="">ผลสำรวจภาระงานครูโดย กสศ. สู่ข้อเสนอรัฐบาลใหม่</a></li>



<li><a href="https://www.eef.or.th/news-170126/" target="_blank" rel="noopener" title="">วิกฤตครูโรงเรียนเล็ก แบก &#8220;งานสอนมาราธอน&#8221; สูงกว่ามาตรฐาน</a></li>



<li><a href="https://moe360.blog/2026/05/27/work-smart27052026/" target="_blank" rel="noopener" title="">ศธ. เคาะแล้ว! เดินหน้า “Work Smart” ลดภาระครู</a></li>
</ul><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/article-280526-2/">กระทรวงศึกษาธิการ เดินหน้าลดภาระงาน คืนเวลาครูสู่ห้องเรียน: เมื่อ “เสียงของครู” ถูกเปลี่ยนเป็นข้อมูล และข้อมูลถูกใช้เป็นฐานสำคัญในการออกแบบนโยบาย</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>จากเด็กทุนนวัตกรรมสายอาชีพชั้นสูง ก้าวสู่ทุน ODOS รุ่นแรก บนเส้นทางสู่ออสเตรเลีย ‘ก้อง’ ฝันพาไทยขึ้นขบวนเทคโนโลยีโลก</title>
		<link>https://www.eef.or.th/article-280526/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 28 May 2026 08:10:38 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[บทความ]]></category>
		<category><![CDATA[Movement]]></category>
		<category><![CDATA[กสศ.]]></category>
		<category><![CDATA[วิทยาลัยเทคนิคสิงห์บุรี]]></category>
		<category><![CDATA[ออสเตรเลีย]]></category>
		<category><![CDATA[ทุนการศึกษา]]></category>
		<category><![CDATA[ODOS]]></category>
		<category><![CDATA[โครงการทุนการศึกษาเพื่อขยายโอกาสและพัฒนาประเทศ]]></category>
		<category><![CDATA[พนต์พิพัฒน์ กันฉาย]]></category>
		<category><![CDATA[แผนกอิเล็กทรอนิกส์]]></category>
		<category><![CDATA[วิศวกรรมเมคคาทรอนิกส์]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?p=102679</guid>

					<description><![CDATA[<p>“ตอนจบ ม.ต้น ชีวิตผมไม่มีอะไรแน่นอนเลย แค่ได้ทุนเรียน ป [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/article-280526/">จากเด็กทุนนวัตกรรมสายอาชีพชั้นสูง ก้าวสู่ทุน ODOS รุ่นแรก บนเส้นทางสู่ออสเตรเลีย ‘ก้อง’ ฝันพาไทยขึ้นขบวนเทคโนโลยีโลก</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>“ตอนจบ ม.ต้น ชีวิตผมไม่มีอะไรแน่นอนเลย แค่ได้ทุนเรียน ปวช. ก็คือที่สุดแล้ว เรื่องเรียนต่อต่างประเทศนี่บอกได้ว่าเกินเอื้อมครับ แต่ใครจะรู้ว่าโอกาสที่ส่งต่อมาจากตรงนั้น กำลังจะพาผมไปถึงจุดที่เคยเป็นแค่ความฝันแล้วในวันนี้”</p>



<p><strong>‘ก้อง’ พนต์พิพัฒน์ กันฉาย </strong>นักศึกษาทุนนวัตกรรมสายอาชีพชั้นสูง รุ่นที่ 5 ของ กสศ. ระดับ ปวช. แผนกอิเล็กทรอนิกส์ วิทยาลัยเทคนิคสิงห์บุรี พูดถึงเส้นทางการศึกษาที่ครั้งหนึ่งเขาไม่เคยคิดว่าจะเกิดขึ้นได้จริง เพราะปลายปีนี้ ก้องกำลังจะเดินทางไปศึกษาต่อสาขาวิศวกรรมเมคคาทรอนิกส์ (Mechatronics Engineering) ณ สถาบันชั้นนำที่ประเทศออสเตรเลีย ในฐานะผู้ได้รับ ‘ทุน ODOS รุ่น 1’ หรือทุนการศึกษาเพื่อขยายโอกาสและพัฒนาประเทศของรัฐบาล&nbsp;</p>



<p>เหตุผลที่เขาเลือกออสเตรเลีย เพราะที่นั่นคือแหล่งรวมสถาบันด้านวิศวกรรมศาสตร์ระดับแนวหน้า ซึ่งเขาเชื่อว่าจะเป็นพื้นที่สำคัญในการต่อยอดความฝันครั้งใหญ่ นั่นคือการนำความรู้และประสบการณ์กลับมาช่วยพัฒนาประเทศไทยด้านนวัตกรรม ให้สามารถก้าวทันประเทศชั้นนำของโลกได้&nbsp;&nbsp;</p>



<p>“ผมเชื่อว่าประเทศไทยมีศักยภาพสูงพอ โดยเฉพาะต้นทุนเรื่องบุคลากร ยิ่งเรียนสายอาชีพทำให้ผมเห็นว่ารอบตัวล้วนเต็มไปด้วยคนมีความสามารถ แต่ที่ผ่านมายังขาดการผลักดันมากพอเพื่อไปสู่การแข่งขันระดับนานาชาติ</p>



<p>“ในฐานะนักเรียนทุน ODOS รุ่นแรกที่กำลังจะได้ไปเรียนต่อต่างประเทศด้วยทุนรัฐบาล ผมตั้งใจจะใช้โอกาสนี้อย่างคุ้มค่า พาตัวเองไปเก็บเกี่ยวความรู้และประสบการณ์จากสถาบันที่ได้รับการยอมรับจากทั่วโลกด้านการผลิตกำลังคนสายวิศวกรรมเมคคาทรอนิกส์ แล้วเอาทุกอย่างที่ได้รับกลับมาพัฒนาประเทศไทย ให้มีศักยภาพพอจะร่วมขบวนรถไฟแห่งเทคโนโลยี ไปพร้อมกับประเทศอื่น ๆ ได้โดยไม่ถูกทิ้งไว้ข้างหลัง”&nbsp;</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-full"><img decoding="async" loading="lazy" width="855" height="569" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/05/ก้อง-พนต์พิพัฒน์-กันฉาย-03.jpg" alt="" class="wp-image-102683" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/05/ก้อง-พนต์พิพัฒน์-กันฉาย-03.jpg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/05/ก้อง-พนต์พิพัฒน์-กันฉาย-03-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/05/ก้อง-พนต์พิพัฒน์-กันฉาย-03-768x511.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/05/ก้อง-พนต์พิพัฒน์-กันฉาย-03-750x500.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/05/ก้อง-พนต์พิพัฒน์-กันฉาย-03-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /><figcaption class="wp-element-caption">‘ก้อง’ พนต์พิพัฒน์ กันฉาย</figcaption></figure></div>


<p></p>



<p>ก่อนจะเดินหน้าไปสู่ความฝัน ก้องชวนย้อนกลับไปมองจุดเริ่มต้นของตัวเอง เพื่อสะท้อนว่า ‘ฝันยิ่งใหญ่’ ในวันนี้ อาจไม่มีวันเกิดขึ้น หากวันนั้นไม่มีใครยื่นโอกาสแรกเข้ามา ในช่วงเวลาที่เขายังไม่แน่ใจเลยว่าเส้นทางการเรียนรู้ของตัวเองจะไปได้ไกลแค่ไหน</p>



<p>เพียงไม่กี่ปีก่อน ตอนเรียนอยู่ชั้น ม.3 ก้องยังมองตัวเองเป็นเด็กที่มีผลการเรียนระดับปานกลาง ไม่มีฝันหรือเป้าหมายแน่ชัด จนวันที่เริ่มคิดว่าอยากมีทักษะอาชีพเพื่อดูแลครอบครัว เด็กที่เคยเรียนปานกลางคนนั้น จึงเริ่มตั้งใจเปลี่ยนตัวเอง และมองหาเส้นทางที่จะช่วยให้ไปถึงเป้าหมายได้เร็วขึ้น นั่นคือ <strong>‘การเรียนสายอาชีพ’</strong></p>



<p>“ตั้งแต่ ม.ต้น ผมเรียนปานกลางค่อนไปทางไม่ดีเลย มีเกเร ไม่เข้าเรียนบ้าง จนมาถึงจุดเปลี่ยนตอน ม.3 คือแม่ออกจากงาน ครอบครัวเริ่มลำบากขึ้น ผมเลยเริ่มคิดว่าเส้นทางการเรียนของเราอาจหยุดลงได้ทุกเมื่อ ก็เลยอยากมีทักษะเอาไว้ทำงานช่วยแม่ อยากหาเงินได้เร็ว ๆ เลยตั้งใจทำผลการเรียนให้ดีขึ้น เพื่อเรียนต่อสายอาชีพ</p>



<p>“ผมได้ยินครูแนะแนวพูดถึงทุนนวัตกรรมสายอาชีพชั้นสูง ก็เลยลองสมัครดู จนได้ทุนเรียนสาขาอิเล็กทรอนิกส์ ที่วิทยาลัยเทคนิคสิงห์บุรี แล้วหลังจากนั้นชีวิตก็เปลี่ยนไปมาก พอได้มาเรียนภาคปฏิบัติเต็มตัว ผมกลับเข้าใจบทเรียนมากขึ้น รู้สึกว่าได้เรียนรู้อะไรใหม่ ๆ ทุกวัน และเริ่มจับทางตัวเองได้จากตรงนั้น”</p>



<figure class="wp-block-image size-full"><img decoding="async" loading="lazy" width="855" height="569" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/05/ก้อง-พนต์พิพัฒน์-กันฉาย-02.jpg" alt="" class="wp-image-102684" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/05/ก้อง-พนต์พิพัฒน์-กันฉาย-02.jpg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/05/ก้อง-พนต์พิพัฒน์-กันฉาย-02-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/05/ก้อง-พนต์พิพัฒน์-กันฉาย-02-768x511.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/05/ก้อง-พนต์พิพัฒน์-กันฉาย-02-750x500.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/05/ก้อง-พนต์พิพัฒน์-กันฉาย-02-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /></figure>



<p></p>



<p>จากวันนั้น เส้นทางชีวิตของก้องก็เปลี่ยนไปอย่างก้าวกระโดด ภายในเวลาไม่ถึงสองปี เขาพัฒนาผลการเรียนจนขึ้นมาอยู่ระดับหัวแถวของสาขา ได้รับเลือกเป็นตัวแทนสถาบันเข้าแข่งขันทักษะวิชาชีพ กวาดรางวัลทั้งระดับภาคและระดับประเทศ ก่อนที่ผลการเรียนและทักษะอันโดดเด่น จะพาเขาไปสู่ก้าวสำคัญอีกครั้งของชีวิต เมื่อได้รับคัดเลือกเข้าสู่โครงการทุนการศึกษาเพื่อขยายโอกาสและพัฒนาประเทศ หรือ ODOS (Outstanding Development Opportunity Scholarship) ทุนรัฐบาลที่มุ่งค้นหาและสนับสนุน ‘เยาวชนกลุ่มช้างเผือก’ ให้สามารถก้าวข้ามข้อจำกัด และเปิดประตูสู่การศึกษาคุณภาพสูงทั้งในและต่างประเทศ โดยเฉพาะในสาขา STEM และเทคโนโลยีอุตสาหกรรมแห่งอนาคต เพื่อพัฒนากำลังคนคุณภาพของประเทศ </p>



<p>ก้องเล่าถึงโอกาสครั้งสำคัญนี้ว่า</p>



<p>“วันที่เราเริ่มเข้าใจศักยภาพของตัวเองมากขึ้น สิ่งที่ตามมาคือความเชื่อมั่น ว่าถ้าข้ามรอยต่อการศึกษาไปได้อีกระดับ เราน่าจะทำประโยชน์ให้สังคมและประเทศได้มากกว่านี้ โดยเฉพาะถ้าได้ไปเรียนต่อในที่ที่เป็นที่สุดจริง ๆ ในสายงานของเรา</p>



<p>“เอาจริง ๆ อย่างที่บอกครับว่าแค่ได้ทุนเรียนต่อ ปวช. ก็คิดว่าดีมาก ๆ แล้ว ส่วนเรื่องเรียนต่อต่างประเทศคงได้แค่คิด เพราะรู้ดีว่าใช้ต้นทุนสูงมาก แต่พออาจารย์แนะนำว่ามีทุน ODOS ผมถึงเริ่มกล้าฝัน และเมื่อฝันแล้ว ก็อยากลองลุยให้เต็มที่ ว่าถ้าพยายามสุดทางแล้ว เราจะไปได้ไกลแค่ไหน</p>



<p>“จนวันที่สอบผ่าน ก.พ. มาได้ ตอนนี้ผมพร้อมแล้วครับที่จะไปอีกระดับ และจะกลับมาทำฝันที่ตั้งใจไว้ให้เป็นจริง”</p>



<p>ขณะที่เราคุยกับก้อง เป็นช่วงเวลาของค่ายเตรียมความพร้อมสำหรับนักเรียนทุน ODOS รุ่น 1 ก่อนออกเดินทางไปศึกษาต่อต่างประเทศ ซึ่งก้องบอกว่าการมาค่ายครั้งนี้สำคัญมากต่อการปรับสภาพจิตใจ ช่วยลดความตื่นเต้นกดดันจากความเปลี่ยนแปลงที่กำลังจะมาถึง ทั้งเรื่องการเรียน วัฒนธรรม ภาษา การใช้ชีวิตประจำวัน และความคาดหวังสูงลิบที่ตั้งไว้ต่อตัวเอง</p>



<p>“ผมรู้สึกผ่อนคลายขึ้นมาก เมื่อได้ฟังประสบการณ์จากพี่ ๆ วิทยากรหลายท่าน และเชื่อว่าจะเอามาปรับใช้ได้จริงแน่นอนเมื่อวันนั้นมาถึง&nbsp;</p>



<p>“กิจกรรมที่ได้ร่วมทำกับเพื่อนนักเรียนโรงเรียนนานาชาติ ยังทำให้เราได้ปรับพื้นฐานการใช้ภาษาจนมั่นใจ เริ่มคุ้นเคยกับการสื่อสารมากขึ้น เพราะเป็นเรื่องที่เรากังวลว่าจะเป็นอุปสรรคต่อการใช้ชีวิตหรือการเรียนรู้มากที่สุด</p>



<p>“ยิ่งเราเป็นรุ่น 1 ก็มีครับที่กดดัน ผมอยากให้ความสำเร็จของรุ่น 1 สามารถส่งต่อไปถึงน้อง ๆ อีกหลายรุ่นจากนี้ นั่นหมายถึงเราไม่เพียงกำลังพยายามเพื่อตัวเอง แต่การเดินทางครั้งนี้ ยังหมายถึงการเพิ่มความเป็นไปได้ของโอกาสที่จะตกไปถึงคนรุ่นต่อไปด้วย”&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p>



<figure class="wp-block-image size-full"><img decoding="async" loading="lazy" width="855" height="569" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/05/ก้อง-พนต์พิพัฒน์-กันฉาย-01.jpg" alt="" class="wp-image-102685" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/05/ก้อง-พนต์พิพัฒน์-กันฉาย-01.jpg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/05/ก้อง-พนต์พิพัฒน์-กันฉาย-01-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/05/ก้อง-พนต์พิพัฒน์-กันฉาย-01-768x511.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/05/ก้อง-พนต์พิพัฒน์-กันฉาย-01-750x500.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/05/ก้อง-พนต์พิพัฒน์-กันฉาย-01-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /></figure>



<p></p>



<p>บนเวที ‘รุ่นน้องถามรุ่นพี่’ ก้องยังได้เป็นตัวแทนนักเรียนทุน ODOS รุ่น 1 เพื่อแบ่งปันประสบการณ์และส่งต่อกำลังใจให้รุ่นน้อง โดยเขาทิ้งท้ายไว้ว่า</p>



<p>“ดีใจครับที่ได้ขึ้นไปให้กำลังใจน้อง ๆ มันเหมือนเราได้จุดไฟและส่งต่อคบเพลิงจากรุ่นสู่รุ่น ยิ่งถ้าเรื่องของเราจะเป็นแรงผลักดันหรือจุดประกายให้ใครได้ก็จะดีใจมาก ๆ ครับ&nbsp;</p>



<p>“ผมรู้ว่าการไปเรียนต่อในที่ที่ทุกอย่างใหม่ทั้งหมดไม่ง่ายเลย แต่ก็อยากให้ทุกคนสู้ให้เต็มที่ และสำหรับเพื่อน ๆ ODOS รุ่น 1 ผมอยากบอกว่า อย่าลืมชื่นชมยินดีกับชีวิต ว่าจากหลายสิ่งที่ผ่านมา เราพยายามกันเท่าไหร่เพื่อก้าวมาถึงตรงนี้&nbsp;</p>



<p>“หลังจากนี้ก็จะยังมีโอกาสอีกมากมายให้ไขว่คว้า ขอให้ทุกคนทำปัจจุบันให้คุ้มค่า มีความสุขกับการเรียน การเดินทาง เก็บความรู้และประสบการณ์ให้มากที่สุด เพื่อวันข้างหน้าเราจะกลับมาช่วยกันพาประเทศไทยไปยืนตรงหัวแถวบนเวทีโลกด้วยกันครับ”</p><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/article-280526/">จากเด็กทุนนวัตกรรมสายอาชีพชั้นสูง ก้าวสู่ทุน ODOS รุ่นแรก บนเส้นทางสู่ออสเตรเลีย ‘ก้อง’ ฝันพาไทยขึ้นขบวนเทคโนโลยีโลก</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>เมื่อศักยภาพที่แตกต่างถูกโอบรับด้วย ‘ระบบ’ และ ‘หัวใจ’ โอกาสการทำงานย่อมไม่ถูกปิดกั้น: เปิดวิสัยทัศน์ระดับโกลบอล บริษัท สยามมิชลิน จำกัด สาขาระยอง</title>
		<link>https://www.eef.or.th/article-270526-2/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 27 May 2026 07:15:32 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[บทความ]]></category>
		<category><![CDATA[ทุนนวัตกรรมสายอาชีพชั้นสูง]]></category>
		<category><![CDATA[Movement]]></category>
		<category><![CDATA[กสศ.]]></category>
		<category><![CDATA[ทุนนวัตกรรมสายอาชีพชั้นสูง สำหรับผู้เรียนที่มีความต้องการพิเศษ]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?p=102640</guid>

					<description><![CDATA[<p>ในภาคอุตสาหกรรมที่มาตรฐานการทำงานเข้มงวดและการแข่งขันสู [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/article-270526-2/">เมื่อศักยภาพที่แตกต่างถูกโอบรับด้วย ‘ระบบ’ และ ‘หัวใจ’ โอกาสการทำงานย่อมไม่ถูกปิดกั้น: เปิดวิสัยทัศน์ระดับโกลบอล บริษัท สยามมิชลิน จำกัด สาขาระยอง</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>ในภาคอุตสาหกรรมที่มาตรฐานการทำงานเข้มงวดและการแข่งขันสูง การเปิดโอกาสให้ผู้พิการก้าวเข้าสู่โลกการทำงานจริงอาจไม่ใช่เรื่องง่าย แต่สยามมิชลินกำลังพิสูจน์ว่า ‘โอกาส’ สามารถออกแบบให้เกิดขึ้นได้ ภายใต้ความร่วมมือระหว่างผู้ประกอบการและสถาบันการศึกษา โดยการสนับสนุนของ <strong>โครงการทุนนวัตกรรมสายอาชีพชั้นสูง</strong> <strong>สำหรับผู้เรียนที่มีความต้องการพิเศษ กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) </strong></p>



<p>ในปีการศึกษาที่ผ่านมา บริษัท สยามมิชลิน จำกัด สาขาระยอง ได้เปิดให้นักศึกษาผู้พิการทางการได้ยิน ระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง (ปวส.) จาก<strong>วิทยาลัยเทคนิคบางแสน</strong> จำนวน 4 คน เข้าฝึกประสบการณ์การทำงานและมอบโอกาสในการพัฒนาตนเองเพื่อก้าวเข้าสู่การเป็นพนักงานประจำ สร้างอาชีพและรายได้ที่มั่นคงต่อไป</p>



<p>เบื้องหลังความมุ่งมั่นนี้คือวิสัยทัศน์ของมิชลิน (Michelin) บริษัทผลิตยางรถยนต์จากประเทศฝรั่งเศส ซึ่งสะท้อนผ่านคำบอกเล่าของ<strong> วิกร เนตรหิน</strong> ผู้จัดการฝ่ายบุคคล, <strong>ทัศน์นัย คณิตศิลป์</strong> SHOP Manager RCD23 และ <strong>วรรณดี สุนทรชัยกิจ </strong>Site Recruiter ซึ่งไม่เพียงเปิดพื้นที่ให้ผู้พิการได้แสดงศักยภาพ ยังเชื่อมโยงภาคธุรกิจอุตสาหกรรมเข้ากับการลดความเหลื่อมล้ำในสังคมอย่างแท้จริง</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-full is-resized"><img decoding="async" loading="lazy" width="569" height="855" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/05/02-5.jpg" alt="" class="wp-image-102641" style="aspect-ratio:0.6654970760233918;width:400px" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/05/02-5.jpg 569w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/05/02-5-200x300.jpg 200w" sizes="(max-width: 569px) 100vw, 569px" /></figure></div>


<p></p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>แนวคิด ‘ความหลากหลายและเท่าเทียม’ ขับเคลื่อนด้วยวิสัยทัศน์ขององค์กร</strong></h3>



<p>จากวิสัยทัศน์ที่เห็นความสำคัญกับความหลากหลายและความเท่าเทียม บริษัทสยามมิชลินได้ทำ MOU ร่วมกับวิทยาลัยเทคนิคบางแสน ในการเปิดรับนักศึกษาที่มีความต้องการพิเศษ โดยเริ่มจากโรงงานแหลมฉบัง ก่อนจะต่อยอดสู่จังหวัดระยอง ภายใต้กลยุทธ์สำคัญคือ Michelin Metal หรือ ‘กลยุทธ์เพื่อการเอาชนะ 6 เรื่อง’ ซึ่ง <strong>วิกร เนตรหิน </strong>ผู้จัดการฝ่ายบุคคล อธิบายว่า เป็นส่วนหนึ่งของนโยบายในการดูแลเรื่องความเสมอภาค ที่มองว่า <strong>‘ทรัพยากรบุคคล’ ไม่ได้เป็นเพียงกำลังแรงงาน แต่เป็นหัวใจของความสำเร็จขององค์กร</strong></p>



<p>&nbsp;“ใน 6 เรื่องนี้ จะมีทั้งด้านธุรกิจและด้านผู้คน โดยในส่วนของผู้คน เราแยกออกมาเป็นอีกหนึ่งแกนสำคัญ โดยใช้แนวคิดเรื่องการสร้าง ‘ประสบการณ์ที่ดี’ และ ‘แรงดึงดูด’ เพื่อดึงดูดคนเข้ามาร่วมงานกับองค์กรในระดับโลก”</p>



<p>สำหรับแนวคิดเรื่องผู้คน คีย์เวิร์ดสำคัญคือ ‘Equity’ และ ‘Inclusion’ มิชลินมุ่งเน้นที่ความหลากหลายที่นำไปสู่ความเท่าเทียมอย่างแท้จริง โดยเฉพาะ <strong>ความเท่าเทียมในการจ้างงาน&nbsp;</strong></p>



<p>“ในช่วง 3–4 ปีที่ผ่านมา สิ่งที่เราเน้นมากขึ้นคือเรื่องของ Inclusion คือการทำให้ความหลากหลายและความเท่าเทียมสามารถอยู่ร่วมกันได้อย่างกลมกลืน ทำงานร่วมกันได้ และประสบความสำเร็จไปด้วยกัน”</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-full"><img decoding="async" loading="lazy" width="855" height="569" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/05/04-3.jpg" alt="" class="wp-image-102642" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/05/04-3.jpg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/05/04-3-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/05/04-3-768x511.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/05/04-3-750x500.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/05/04-3-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /><figcaption class="wp-element-caption">วิกร เนตรหิน</figcaption></figure></div>


<p></p>



<p>นอกจากกรอบแนวคิดในระดับนโยบายแล้ว สิ่งสำคัญอีกประการหนึ่งคือ ‘ความเชื่อ’ ที่องค์กรมีต่อศักยภาพของคน</p>



<p><em>“มิชลินมีความเชื่อเรื่อง ‘ศักยภาพของคน’ เรามองว่าทุกคนสามารถประสบความสำเร็จในงานที่ตัวเองรักได้ เพราะถ้าเราไม่เชื่อแบบนี้จริงๆ เราก็คงไม่เปิดรับน้องผู้พิการเข้ามาทำงาน”</em></p>



<p>“ในเรื่องของ Performance (ผลงาน) เรายอมรับว่าคนทั่วไปกับคนพิการอาจมีความแตกต่างกันบ้าง ซึ่งตรงนี้เราเข้าใจและยอมรับได้ เพราะเราเชื่อว่าโลกนี้มีความหลากหลาย และมิชลินเองก็มองว่าความหลากหลายเป็นสิ่งสำคัญ เป็นเหมือนทรัพยากรหรือสินทรัพย์ที่ทำให้เราได้เรียนรู้ซึ่งกันและกัน”</p>



<p><em>“คนพิการเองก็เข้ามาเติมเต็มมุมมองบางอย่าง ทำให้สังคมการทำงานของเรามีความสมบูรณ์มากขึ้น เป็นสังคมที่ประกอบไปด้วยคนที่หลากหลาย และเราก็เชื่อมั่นว่าความหลากหลายนี้ สามารถสร้างสิ่งที่พิเศษได้เสมอครับ”</em></p>



<p>สำหรับการดำเนินการอย่างเป็นรูปธรรม สยามมิชลินได้ตั้งเป้าหมายว่า ภายในสิ้นปี 2026 บริษัทจะต้องมีพนักงานคนพิการไม่น้อยกว่า 2% ของจำนวนพนักงานทั้งหมด ทว่าสิ่งที่สำคัญกว่าตัวเลข คือการทำให้พนักงานทุกคนสามารถทำงานร่วมกันได้อย่างราบรื่นและมีประสิทธิภาพ</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-full"><img decoding="async" loading="lazy" width="855" height="569" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/05/01-6.jpg" alt="" class="wp-image-102643" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/05/01-6.jpg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/05/01-6-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/05/01-6-768x511.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/05/01-6-750x500.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/05/01-6-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /></figure></div>


<p></p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>ก้าวข้ามกำแพงการสื่อสาร เมื่อใจเปิดกว้าง หน้างานก็ไร้อุปสรรค</strong></h3>



<p>แม้แนวคิดระดับนโยบายจะชัดเจน แต่ความท้าทายที่แท้จริงอยู่ที่การปฏิบัติงาน โดยเฉพาะในโรงงานอุตสาหกรรมที่มีข้อกำหนดด้านความปลอดภัยและกระบวนการทำงานที่เข้มงวด <strong>ทัศน์นัย คณิตศิลป์</strong> SHOP Manager RCD23 อธิบายว่า จุดเริ่มต้นของความเป็นไปได้อยู่ที่การปรับมุมมองของทีมงานต่อความแตกต่างและข้อจำกัดทางกายภาพ</p>



<p>“ในส่วนของหน้างานหรือในช็อป สิ่งสำคัญอันดับแรกเลยคือเรื่องของมายด์เซ็ตครับ มายด์เซ็ตนี้ต้องเริ่มตั้งแต่ตัวผมเอง รวมถึงทีมงานที่ดูแลน้อง ๆ ด้วย ว่าเราต้องเปิดใจและเปิดรับก่อนว่าเรารับน้องเข้ามาเพื่ออะไร”</p>



<p>เมื่อใจเปิดกว้าง วิธีการสื่อสารจึงตามมา สำหรับนักศึกษาผู้พิการทางการได้ยิน อุปสรรคสำคัญคือการสื่อสาร ซึ่งต้องอาศัยการปรับตัวของทั้งสองฝ่าย</p>



<p>“ตอนแรกเรายังใช้ภาษามือไม่เป็น หัวหน้างานก็ยังใช้ไม่เป็นเหมือนกัน เราเลยใช้การเขียนเป็นหลัก ซึ่งน้อง ๆ เขียนเก่งมาก เรามีแท็บเล็ตให้หัวหน้างานใช้สื่อสาร เวลามีอะไรก็สามารถเขียนคุยกันได้ หรือใช้จอในหน้างานที่เป็นลักษณะทัชสกรีนช่วยอธิบาย บางครั้งเราต้องอธิบายงานให้ละเอียดกว่าปกติ ใช้วิธีสาธิตให้ดูจริง หรือทำให้เห็นเป็นขั้นตอน เพื่อให้น้องมั่นใจว่าเขาเข้าใจถูกต้องก่อนลงมือทำ”</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-full"><img decoding="async" loading="lazy" width="855" height="569" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/05/05-4.jpg" alt="" class="wp-image-102644" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/05/05-4.jpg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/05/05-4-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/05/05-4-768x511.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/05/05-4-750x500.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/05/05-4-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /><figcaption class="wp-element-caption">ทัศน์นัย คณิตศิลป์</figcaption></figure></div>


<p></p>



<p>เมื่อเวลาผ่านไป การเรียนรู้ร่วมกันก็เริ่มเกิดขึ้นในทีม จนหัวหน้างานเริ่มเรียนรู้ภาษามือพื้นฐาน เช่น การทักทายง่าย ๆ อย่าง “เป็นยังไงบ้าง สบายดีไหม” อย่างไรก็ตาม ความท้าทายที่แท้จริงไม่ได้มีแค่เรื่องภาษา แต่สะท้อนผ่านตัวเลขกราฟ Performance ที่ทางทีมเก็บข้อมูลอย่างละเอียด</p>



<p>ข้อค้นพบที่น่าสนใจคือ พนักงานทั่วไปอาจใช้เวลาเพียง 4 สัปดาห์ในการเรียนรู้งานจนได้มาตรฐาน 80% แต่สำหรับน้องผู้พิการทางการได้ยิน ในช่วงแรกอาจต้องใช้เวลาถึง 10 สัปดาห์ ถึงอย่างนั้น วิกร เนตรหิน อธิบายว่า บริษัทเลือกที่จะไม่กดดันและไม่ถอยกลับ แต่คอยเติม Resource (ทรัพยากร) และความพยายามลงไปเพิ่ม ทั้งระบบพี่เลี้ยงตัวต่อตัว การใช้คลิปวิดีโอแอนิเมชันช่วยสอนงานเครื่องจักร และการปรับวิธีการสื่อสาร จนสามารถย่นระยะเวลาการพัฒนาให้เร็วขึ้นอย่างเห็นได้ชัด สิ่งนี้พิสูจน์ว่า <strong>หากองค์กรกล้าลงทุนกับ ‘เวลา’ ศักยภาพที่ซ่อนอยู่จะพัฒนาขึ้นได้จริง</strong></p>



<p>และแม้จะยืดหยุ่นให้กับระยะเวลาในการเรียนรู้ของผู้พิการ แต่สิ่งหนึ่งที่สยามมิชลินระยองไม่เคยผ่อนปรนคือเรื่อง ‘ความปลอดภัย’&nbsp;</p>



<p>“เราจะไม่ให้มีการฝ่าฝืนกฎเด็ดขาด เพราะเครื่องจักรมีจุดหนีบ จุดหมุน ซึ่งมีความเสี่ยงสูง เราต้องให้น้องทำตามมาตรฐาน และต้องมั่นใจ 100% ก่อนถึงจะให้ลงเครื่องจริง” ทัศน์นัย ย้ำชัด</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-full is-resized"><img decoding="async" loading="lazy" width="569" height="855" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/05/03-4.jpg" alt="" class="wp-image-102645" style="width:400px" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/05/03-4.jpg 569w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/05/03-4-200x300.jpg 200w" sizes="(max-width: 569px) 100vw, 569px" /></figure></div>


<p></p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>วางรากฐานสู่ความยั่งยืน สร้างระบบซัพพอร์ตที่ ‘แคร์คน’ มากกว่าแค่ ‘จ้างงาน’</strong></h3>



<p>การเปิดโอกาสให้ผู้พิการเข้ามาทำงาน ไม่สามารถเกิดขึ้นได้จากความตั้งใจเพียงอย่างเดียว แต่ต้องมีระบบสนับสนุนที่ออกแบบมาอย่างเหมาะสม <strong>วรรณดี สุนทรชัยกิจ </strong>Site Recruiter<strong> </strong>อธิบายว่า ในช่วงเริ่มต้นบริษัทจำเป็นต้องมีตัวช่วยในการสื่อสาร</p>



<p>“ในช่วงแรกเราจะมีการนำล่ามภาษามือเข้ามาช่วยดูแลน้อง ๆ ประมาณ 3–4 สัปดาห์ เพราะต้องมีการแปลที่หน้างาน เพื่อให้น้องสามารถเข้าใจงานและการสื่อสารต่าง ๆ ได้อย่างถูกต้อง”</p>



<p>หลังจากนั้นในส่วนของกระบวนการเรียนรู้และปฏิบัติงานก็จะเริ่มจากพื้นฐานก่อน แล้วค่อย ๆ พัฒนาขึ้นตามลำดับ&nbsp;</p>



<p>“เราจะไม่ได้ให้เขาเริ่มจากงานที่ยากเลยนะคะ แต่จะค่อย ๆ ให้เรียนรู้แล้วดูศักยภาพของแต่ละคนว่าเขาถนัดอะไร และสามารถพัฒนาไปทางไหนได้บ้าง ซึ่ง<em>เราไม่ได้คาดหวังให้น้อง ๆ ต้องปรับตัวฝ่ายเดียว แต่เราเองก็ต้องปรับตัวเข้าหาน้อง ๆ ด้วย </em>เพราะเรื่องภาษามือก็เป็นสิ่งใหม่สำหรับเราเหมือนกัน” </p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-full"><img decoding="async" loading="lazy" width="855" height="569" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/05/06-3.jpg" alt="" class="wp-image-102646" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/05/06-3.jpg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/05/06-3-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/05/06-3-768x511.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/05/06-3-750x500.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/05/06-3-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /><figcaption class="wp-element-caption">วรรณดี สุนทรชัยกิจ</figcaption></figure></div>


<p></p>



<p>นอกจากนี้ เพื่อประสิทธิภาพและความปลอดภัย สภาพแวดล้อมในการทำงานก็ได้รับการออกแบบให้รองรับความแตกต่างหลากหลายของพนักงานด้วย</p>



<p>“เราจะใช้สัญญาณไฟเป็นหลัก เช่น ถ้ามีไฟสัญญาณขึ้น ก็ให้เข้าไปยังจุดอพยพตามที่กำหนด และเราก็มีระบบพี่เลี้ยง มีครูผู้ฝึกสอน และมีการมอบหมายพี่เลี้ยงในแต่ละหน่วยงาน เพื่อคอยดูแล ให้คำแนะนำ และช่วยประคับประคองน้อง ๆ”&nbsp;</p>



<p>วรรณดี อธิบายต่อว่าไม่ใช่แค่ความปลอดภัยด้านร่างกายเท่านั้น แต่จิตใจก็จะมีพี่ ๆ คอยพูดคุยเป็นระยะ</p>



<p>“เราจะมีการคุยกับน้องว่ามีปัญหาอะไรไหม ทำงานตรงไหนแล้วรู้สึกยาก หรืออยากพัฒนาเพิ่มเติมตรงไหน เพื่อที่เราจะได้ช่วยซัพพอร์ตเขาได้ตรงจุดมากขึ้น”&nbsp;</p>



<p>ทั้งหมดนี้สะท้อนว่า ‘ความเท่าเทียม’ ที่แท้จริง ต้องมาพร้อม ‘หัวใจ’ ที่เปิดกว้าง และ ‘ระบบ’ ที่คิดมาอย่างรอบคอบและยืดหยุ่นพอที่จะไม่ทำให้ความแตกต่างกลายเป็นข้อจำกัด</p>



<figure class="wp-block-image size-full"><img decoding="async" loading="lazy" width="855" height="569" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/05/07-3.jpg" alt="" class="wp-image-102647" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/05/07-3.jpg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/05/07-3-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/05/07-3-768x511.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/05/07-3-750x500.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/05/07-3-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /></figure>



<p></p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>พิสูจน์ด้วยผลงาน เปลี่ยนคำว่า ‘สงสาร’ เป็น ‘โอกาส’ ที่จับต้องได้</strong></h3>



<p>ปลายทางของโครงการทุนนวัตกรรมสายอาชีพชั้นสูง ไม่ได้อยู่ที่วุฒิการศึกษาเท่านั้น ความมุ่งหวังสำคัญคือ การทำให้ผู้เรียนมีงานทำหลังเรียนจบ มีรายได้พอที่จะดูแลตัวเองและครอบครัวในก้าวข้ามความยากจนได้</p>



<p>ในมุมของสถานประกอบการ วรรณดีอธิบายว่า หลังจากฝึกงานแล้ว การพิจารณารับเข้าทำงานจะอิงจากความสามารถในการปฏิบัติงานเป็นหลัก <em>“ถ้าน้องทำงานได้จริง และมีตำแหน่งว่างอยู่ เราก็พร้อมที่จะรับเข้าทำงานค่ะ”</em></p>



<p>ทัศน์นัย กล่าวเสริมถึงจุดเด่นของนักศึกษากลุ่มนี้ว่า คือ ‘การเรียนรู้’ และ ‘ขยัน อดทน ไม่ย่อท้อ’ “บางคนสามารถปรับตัวและมีแรงผลักดันตัวเองได้ดี” พร้อมกันนี้เขายังแสดงความคาดหวังว่า อยากเห็นคนในองค์กรปรับทัศนคติต่อคนพิการด้วยเช่นกัน</p>



<p>“สิ่งที่เราอยากให้เกิดขึ้นในองค์กรก่อนเลยคือ <em>อยากให้ตัดคำว่า ‘สงสาร’ ออกไปครับ แล้วเปลี่ยนมาเป็นคำว่า ‘โอกาส’ แทน”</em>&nbsp;</p>



<p>ด้วยวิสัยทัศน์เช่นนี้ ความสำเร็จของสยามมิชลินอาจไม่ใช่แค่การเพิ่มจำนวนพนักงานตามตัวเลข KPI แต่คือการเปลี่ยนแปลงมุมมองความคิดของผู้คนต่อความแตกต่างหลากหลาย เปลี่ยนอคติเป็นการยอมรับ เห็นคุณค่า และสนับสนุนซึ่งกันและกัน เพื่อสร้างโอกาสที่เท่าเทียมในการทำงาน</p>



<p><strong>“สิ่งสำคัญที่สุดคือ เราต้องเริ่มจาก ‘ความเชื่อ’ ก่อน ว่าคนพิการก็สามารถประสบความสำเร็จได้เหมือนกับคนทั่วไปครับ”</strong> วิกร กล่าวทิ้งท้าย</p><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/article-270526-2/">เมื่อศักยภาพที่แตกต่างถูกโอบรับด้วย ‘ระบบ’ และ ‘หัวใจ’ โอกาสการทำงานย่อมไม่ถูกปิดกั้น: เปิดวิสัยทัศน์ระดับโกลบอล บริษัท สยามมิชลิน จำกัด สาขาระยอง</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>หน้าฮ้าน คือห้องเรียน วุ้นเส้น &#8211; อารัญญา แสงใส หางเครื่องแห่งเสียงอิสาน</title>
		<link>https://www.eef.or.th/article-270526/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 27 May 2026 06:58:02 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[บทความ]]></category>
		<category><![CDATA[Movement]]></category>
		<category><![CDATA[กสศ.]]></category>
		<category><![CDATA[หลักสูตรหมอลำศึกษา]]></category>
		<category><![CDATA[THE ISAAN RECORD]]></category>
		<category><![CDATA[คณะหมอลำเสียงอิสาน]]></category>
		<category><![CDATA[อารัญญา แสงใส]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?p=102627</guid>

					<description><![CDATA[<p>ในยามฟ้าแลงแดดร่มที่วัดบูรพา บ้านสะพือ ตำบลสะพือ อำเภอต [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/article-270526/">หน้าฮ้าน คือห้องเรียน วุ้นเส้น – อารัญญา แสงใส หางเครื่องแห่งเสียงอิสาน</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>ในยามฟ้าแลงแดดร่มที่วัดบูรพา บ้านสะพือ ตำบลสะพือ อำเภอตระการพืชผล จังหวัดอุบลราชธานี ผู้คนเริ่มทยอยหลั่งไหลเข้ามาพร้อมเสื่อและเก้าอี้ตัวเล็กเพื่อจับจองที่นั่งด้านหน้าเวทีหมอลำของคณะหมอลำเสียงอิสานที่กำลังถูกประกอบขึ้นสำหรับใช้ทำการแสดงแสง สี เสียงในช่วงค่ำ เช่นเดียวกับ <strong>The Isaan Record</strong> ได้เดินทางมาพูดคุยกับคณะหมอลำเสียงอิสานเกี่ยวกับแนวทางการสนับสนุน <strong>‘หลักสูตรหมอลำศึกษา’</strong> ซึ่งเปิดโอกาสให้เด็กและเยาวชนสามารถทำงานไปพร้อมกับการเรียนได้ในเวลาเดียวกัน</p>



<p>ท่ามกลางความวุ่นวายของทีมคอนวอยหมอลำ ผู้จัดเวทีแข่งกับเวลาและแสงสุดท้ายของวัน เพื่อความพร้อมใช้สำหรับการแสดงในค่ำคืนนี้ เราเดินลัดเลาะไปยังหลังฮ้านหมอลำ พื้นที่เล็กๆ ที่ซ่อนเรื่องราว ความฝัน และเส้นทางชีวิตของใครหลายคนเอาไว้</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large"><img decoding="async" loading="lazy" width="1400" height="933" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/05/image-99-1400x933.jpeg" alt="" class="wp-image-102628" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/05/image-99-1400x933.jpeg 1400w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/05/image-99-300x200.jpeg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/05/image-99-768x512.jpeg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/05/image-99-1536x1024.jpeg 1536w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/05/image-99-750x500.jpeg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/05/image-99-272x182.jpeg 272w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/05/image-99.jpeg 2048w" sizes="(max-width: 1400px) 100vw, 1400px" /><figcaption class="wp-element-caption">วุ้นเส้น–อารัญญา แสงใส แดนเซอร์ของคณะหมอลำเสียงอิสาน</figcaption></figure></div>


<p></p>



<p>ที่นั่น เราได้พบกับ วุ้นเส้น–อารัญญา แสงใส เด็กหญิงวัย 14 ปี จากจังหวัดอุดรธานี ผู้เลือกก้าวเข้าสู่เส้นทางการทำงานในคณะหมอลำตำแหน่งแดนเซอร์ แทนการเรียนต่อในระดับมัธยม แม้การทำงานเต็มไปด้วยความท้าทายและการวางแผนชีวิต แต่ในความท้าทายเหล่านั้นก็มีโอกาสใหม่รออยู่ และ ‘หลักสูตรหมอลำศึกษา’ เป็นอีกทางเลือกที่จะช่วยเติมเต็มความฝันของวุ้นเส้น ให้เธอได้เรียนต่อไปพร้อมกับทำงาน และเก็บวุฒิการศึกษาเพื่อต่อยอดอนาคตของตนเอง</p>



<p></p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>ออกจากห้องเรียน ก้าวขึ้นสู่เวทีหมอลำ</strong></h3>



<p>“เดี๋ยวต้องไปแต่งหน้าแต่งตัวเตรียมขึ้นแสดง แต่งหน้าเองค่ะ ทุกคนแต่งหน้าแต่งตัวเองหมดเลย”</p>



<p>ประโยคสั้นๆ ก่อนบทสนทนาจริงจังจะเริ่มต้นขึ้น วุ้นเส้นขยับจัดท่านั่งของเธอให้ถนัดพร้อมกับเอ่ยเล่าหน้าที่ของตัวเองก่อนที่จะขึ้นแสดงบนเวทีให้เราฟัง โดยปกติแล้วแดนเซอร์จะมีพื้นที่เล็กๆ ของตัวเองใต้เวที ใช้สำหรับจัดวางข้าวของส่วนตัวพร้อมกับชุดที่จะต้องถูกใช้ผลัดเปลี่ยนไปแต่ละโชว์ ทำให้เราได้เห็นภาพความวุ่นวายหลังฮ้านที่ต้องเกิดขึ้นทุกครั้งเมื่อมีการแสดง&nbsp;</p>



<p>การพูดคุยสัพเพเหระพอจะช่วยลดความตื่นเต้นลงไปได้บ้าง วุ้นเส้นจึงได้แนะนำตัวอีกครั้ง&nbsp;</p>



<p>“ชื่ออารัญญา แสงใส อายุ 14 ปี ชื่อเล่นชื่อน้องวุ้นเส้น สิ่งที่ทำให้ตัดสินใจมาอยู่วงหมอลำ มาทำงานหมอลำ เพราะเป็นคนชอบหมอลำ และเราอยากเต้น เราอยากทำงาน เราอยากได้ตังค์”</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large"><img decoding="async" loading="lazy" width="1360" height="1024" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/05/image-100-1360x1024.jpeg" alt="" class="wp-image-102629" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/05/image-100-1360x1024.jpeg 1360w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/05/image-100-300x226.jpeg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/05/image-100-768x578.jpeg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/05/image-100-1536x1157.jpeg 1536w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/05/image-100.jpeg 2048w" sizes="(max-width: 1360px) 100vw, 1360px" /><figcaption class="wp-element-caption">วุ้นเส้นขณะขึ้นทำการแสดงบนเวทีหมอลำ</figcaption></figure></div>


<p></p>



<p>วุ้นเส้นเล่าถึงจุดเริ่มต้นในวงการหมอลำให้เราฟัง เธอสนใจหมอลำเพราะความชอบ นั่นจึงทำให้วุ้นเส้นตัดสินใจยื่นสมัครงานกับทางคณะหมอลำเสียงอิสานในตำแหน่งแดนเซอร์ และผ่านการคัดเลือกจึงทำให้เธอได้เข้ามาทำงาน</p>



<p>เดิมที หลังจากสำเร็จการศึกษาระดับประถมศึกษาปีที่ 6 จากโรงเรียนชุมชนจำปี ตำบลจำปี อำเภอศรีธาตุ จังหวัดอุดรธานี เส้นทางชีวิตของเธอควรจะดำเนินต่อไปในระบบการศึกษาเช่นเดียวกับเด็กคนอื่นๆ แต่ด้วยข้อจำกัดทางเศรษฐกิจและความจำเป็นของครอบครัว ความเหลื่อมล้ำทางเศรษฐกิจและการศึกษายังคงเป็นเงาที่ทอดยาว ทำให้เยาวชนจำนวนมากต้องเดินบนเส้นทางสองแพร่ง ระหว่าง ‘การศึกษา’ ที่เป็นรากฐานของอนาคต กับ ‘รายได้’ ที่จำเป็นต่อการอยู่รอด วุ้นเส้นเองก็เป็นหนึ่งในเยาวชนที่เดินอยู่บนเส้นทางนี้</p>



<p></p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>ความหวังที่อยากกลับไปเรียน</strong></h3>



<p>เมื่อถามถึงเหตุผลในการตัดสินใจ รวมทั้งวิธีการพูดคุยกับที่บ้านเรื่องการไม่เรียนต่อในชั้นมัธยมศึกษาตอนต้นแต่เลือกที่จะมาทำงานเป็นแดนเซอร์หมอลำเต็มตัว วุ้นเส้นเล่าว่า เบื้องหลังการตัดสินใจครั้งสำคัญนี้ ไม่ได้มีเพียงความชอบส่วนตัวเท่านั้น แต่ยังมีเรื่องของเศรษฐกิจครอบครัวเข้ามาเกี่ยวข้อง</p>



<p>“ตอนแรกหนูก็คิดว่าจะเรียนให้จบก่อน แล้วค่อยมาทำหมอลำ แต่ช่วงนี้เศรษฐกิจไม่ค่อยดี การเงินของที่บ้านก็ไม่ค่อยดี เราจึงอยากช่วยหาเงิน” วุ้นเส้นกล่าว</p>



<p>แม้ครอบครัว โดยเฉพาะแม่จะมีความกังวลและพยายามห้ามเนื่องด้วยอาชีพหมอลำไม่ใช่อาชีพที่มั่นคง และมีความลำบาก แต่ด้วยความมุ่งมั่น วุ้นเส้นจึงพยายามอธิบายด้วยเหตุผลและขอโอกาสจากที่บ้านให้ได้ทดลองทำในสิ่งที่ตัวเองชอบ</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-full"><img decoding="async" loading="lazy" width="800" height="533" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/05/IR200084.jpg" alt="" class="wp-image-102630" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/05/IR200084.jpg 800w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/05/IR200084-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/05/IR200084-768x512.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/05/IR200084-750x500.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/05/IR200084-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 800px) 100vw, 800px" /><figcaption class="wp-element-caption">วัสดุอุปกรณ์สำหรับขึ้นแสดงโชว์ของแดนเซอร์</figcaption></figure></div>


<p>“แม่บอกว่าวงการหมอลำมันลำบากนะ แล้วเราจะมีเงินเก็บไหม แม่ก็ไม่อยากให้เราออกมาอยู่คนเดียว เพราะเราเป็นลูกสาวคนเล็ก แต่เราก็ดื้อ รวมทั้งอ้อนวอนบอกแม่ว่าจะปรับตัว จะเก็บเงินให้ได้ ขอแค่ลองสักปี ถ้าไม่ไหวจะกลับไปเรียน”&nbsp;</p>



<p>ท้ายที่สุดแม่จึงยอมให้เธอได้ลองเดินตามเส้นทางที่เลือกเองดูสักครั้ง ระหว่างการพูดคุยมีเสียงหัวเราะและรอยยิ้มปรากฏเป็นครั้งคราว รวมทั้งออกท่าทางบ้างเล็กน้อย เมื่อถามว่าปัจจุบันได้คุยกับแม่บ่อยหรือไม่ เธอตอบว่า ถามไถ่ข่าวคราวกันอยู่เรื่อยๆ&nbsp;</p>



<p>ช่วงที่จะต้องตัดสินใจ วุ้นเส้นมีความคิดว่าจะเรียนต่อชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ให้จบก่อน เพื่อให้ได้วุฒิ ม.3 มาใช้สมัครงาน แต่เนื่องด้วยสถานการณ์เศรษฐกิจที่ไม่ดีจึงทำให้เธอเลือกที่จะทำงานเก็บเงินสักหนึ่งปี แล้วจึงไปสมัครเรียน กศน. การออกจากระบบการศึกษาในช่วงวัยประถมศึกษา ทำให้วุ้นเส้นมีวุฒิการศึกษาเพียงระดับประถมศึกษาปีที่ 6 เท่านั้น ซึ่งเธอเองก็ตระหนักถึงข้อจำกัดนี้เป็นอย่างดี</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large"><img decoding="async" loading="lazy" width="1360" height="1024" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/05/image-102-1360x1024.jpeg" alt="" class="wp-image-102631" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/05/image-102-1360x1024.jpeg 1360w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/05/image-102-300x226.jpeg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/05/image-102-768x578.jpeg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/05/image-102-1536x1157.jpeg 1536w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/05/image-102.jpeg 2048w" sizes="(max-width: 1360px) 100vw, 1360px" /><figcaption class="wp-element-caption">บรรยากาศหลังเวทีขณะที่แดนเซอร์กำลังเปลี่ยนชุดเพื่อแสดงโชว์ต่อไป</figcaption></figure></div>


<p></p>



<p>“คิดว่าการศึกษาสำคัญมาก ถ้ามีแค่วุฒิ ป.6 มันหางานยาก ถ้าวันหนึ่งหมอลำไม่ใช่ทางของเรา อย่างน้อยถ้าเรามีวุฒิเราก็สามารถไปทำงานอื่นๆ ได้ แต่ถ้าเราไม่มีวุฒิเราก็หางานยาก จริงๆ อยากจบสูงกว่า ม.6 แต่กลัวมันไปไม่ถึงหรือความพยายามเราน่าจะไม่มากพอ ตอนนี้เลยขอ วุฒิ ม.3 ไว้ก็ยังดี”</p>



<p>ความคิดนี้ทำให้เธอไม่เคยละทิ้งการเรียนไปจากชีวิต แม้จะต้องทำงานแล้วก็ตาม กระทั่งโอกาสได้เข้ามาในรูปแบบของหลักสูตรหมอลำศึกษา</p>



<p></p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>หมอลำศึกษา การเรียนที่ตอบโจทย์กับการเป็นหมอลำ</strong></h3>



<p>“รู้จักหลักสูตรเพราะทางครูจากศูนย์การเรียนปัญญากัลป์เข้ามาแนะนำพอได้ฟังเราก็สนใจ เพราะมันเป็นความหลักสูตรที่แปลกใหม่ดีและมันก็ได้วุฒิด้วย ก็เลยตัดสินใจสมัครเรียน”</p>



<p>สำหรับหลักสูตรหมอลำศึกษา ศูนย์การเรียนปัญญากัลป์แนะนำหมอลำเสียงอิสาน ทำให้วุ้นเส้นเกิดความสนใจ เพราะหลักสูตรดังกล่าวเปิดโอกาสให้เธอได้เรียนควบคู่ไปกับการทำงานได้ ขณะที่รูปแบบการเรียนการสอน วุ้นเส้นบอกกับเราว่า ทางคุณครูจะมีการสร้างกลุ่มใน Facebook มอบหมายการบ้านหรือใบงานลงในกลุ่มนั้น โดยให้ทำใบงานส่งรายสัปดาห์</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-full"><img decoding="async" loading="lazy" width="800" height="533" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/05/DSC00021.jpg" alt="" class="wp-image-102632" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/05/DSC00021.jpg 800w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/05/DSC00021-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/05/DSC00021-768x512.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/05/DSC00021-750x500.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/05/DSC00021-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 800px) 100vw, 800px" /><figcaption class="wp-element-caption">หน้าฮ้านหมอลำคณะเสียงอิสาน</figcaption></figure></div>


<p></p>



<p>“คิดว่าการเรียนไปด้วยทำงานไปด้วยไม่ได้กระทบการใช้ชีวิตขนาดนั้น แต่ก็มีเหนื่อยบ้างเพราะทำงานก็ไม่มีเวลาพัก ซึ่งใบงานนี้ตอบโจทย์กับอาชีพหมอลำที่กำลังทำมาก เพราะถ้าเรามีเวลาว่าง เราก็สามารถเอาเวลานั้นมาทำใบงานได้โดยไม่ได้เบียดเบียนเวลาพักผ่อน”</p>



<p>ส่วนหลักสูตรหมอลำศึกษา คณะหมอลำเสียงอิสานเองก็มีผู้เข้าร่วมจำนวนไม่น้อย ในมุมมองของวุ้นเส้นเธอมองว่าหลักสูตรนี้คือสิ่งหนึ่งที่เธอเรียกว่า โอกาส</p>



<p>“เป็นหลักสูตรที่ตอบโจทย์มากกับเราที่เป็นหมอลำ แต่ยังอยากที่จะเรียน ทำให้เราไม่ได้ทิ้งการเรียน และได้ทำงานไปด้วยได้ คิดว่ามันโอเคกับเราตอนนี้”</p>



<p>วุ้นเส้นพูดอย่างตรงไปตรงมาว่า ตัวเธอเองอยากลองทำงานในวงหมอลำสัก 2–3 ปี หากรู้สึกว่าไม่ใช่เส้นทางที่เหมาะกับตัวเองก็พร้อมจะหยุดไว้เพียงเท่านั้น นี่คือความตั้งใจตั้งแต่เริ่มทำงานเป็นแดนเซอร์ให้กับคณะเสียงอิสาน แต่ถึงอย่างนั้นก็มีบางขณะที่วุ้นเส้นคิดถึงบรรยากาศของห้องเรียน </p>



<p>“คิดถึงห้องเรียนมาก เพราะการเรียนมันสบายกว่า และไม่เหนื่อยเท่ากันการทำงานแต่ที่ยังเลือกทำงานเพราะเศรษฐกิจช่วงนี้มันต้องใช้เงิน ยังจำตอนที่ขึ้นเวทีครั้งแรกได้ชัดเจน คือวันลอยกระทง วันที่ 5 พฤศจิกายน 2568 อยู่ที่บุรีรัมย์ ตื่นเต้นมากและไปไม่ถูกเพราะไม่ได้ซ้อมกับเพื่อน”</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large"><img decoding="async" loading="lazy" width="1400" height="933" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/05/image-103-1400x933.jpeg" alt="" class="wp-image-102633" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/05/image-103-1400x933.jpeg 1400w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/05/image-103-300x200.jpeg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/05/image-103-768x512.jpeg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/05/image-103-1536x1024.jpeg 1536w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/05/image-103-750x500.jpeg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/05/image-103-272x182.jpeg 272w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/05/image-103.jpeg 2048w" sizes="(max-width: 1400px) 100vw, 1400px" /><figcaption class="wp-element-caption">วุ้นเส้นขณะแต่งหน้าและแต่งตัวเพื่อขึ้นทำการแสดงในโชว์ชุดถัดไป</figcaption></figure></div>


<p></p>



<p>ประสบการณ์บางส่วนที่วุ้นเส้นได้บอกเล่าสู่เราฟัง จากชีวิตที่เคยนั่งเรียนในห้องเรียนสู่การขึ้นเวทีทำการแสดง มันให้บรรยากาศที่แตกต่างและต้องปรับตัวพอสมควร แต่เมื่อเราถามว่าวุ้นเส้นมีความสุขกับงานที่ทำไหม เธอตอบกลับอย่างรวดเร็วว่า</p>



<p>“มีความสุข การเป็นหมอลำมันสนุกแต่ก็ปนกับความเหนื่อย แต่ยังมีความสุขที่ได้ทำ”</p>



<p>เธอค่อยๆ ปรับตัวไปกับสมาชิกในคณะหมอลำ และเพื่อนๆ แดนเซอร์เพื่อให้เกิดความคุ้นเคย วุ้นเส้นย้ำว่าเธอไม่ใช่คนที่คุยเก่งมากนัก แต่ก็พยายามปรับตัวแม้ว่าในช่วงแรกจะเหนื่อย แต่เธอก็สนุกและมีความสุขที่ได้อยู่ในจุดนี้ และหากมีถ้อยคำที่อยากจะฝากถึงเพื่อนๆ หรือคนที่สนใจในหลักสูตรนี้แต่ยังคงมีความลังเล&nbsp;</p>



<p>“อยากบอกว่าถ้าสนใจก็เข้ามาเรียนได้เลย เราคิดว่าหลักสูตรนี้ไม่ได้ยาก เพราะมันก็เหมือนกับการเรียนทั่วไป” </p>



<p></p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>ความฝันและอนาคต</strong></h3>



<p>เสียงของเธอแผ่วลงเล็กน้อยเมื่อพูดถึงความฝัน คำพูดที่เคยฉะฉานร่าเริงมีเสียงสะอื้นเจือมาให้ได้ยิน เธอค่อยๆ นำเอาความฝันที่อยู่ในใจเล่าออกมาให้เราได้เห็นภาพ</p>



<p>“อยากเป็นครูคณิตศาสตร์ เพราะชอบตัวเลขมาก ฝันไว้ว่าอยากเรียนให้สูงๆ และจะไปเรียนครูต่อ จะพยายามทำให้ตัวเองเป็นครูคณิตให้ได้ หากเดินตามความฝันต่อได้จากการเรียนหลักสูตรนี้ ก็จะเดินตามเพราะเป็นความฝันที่อยากเป็นมาก โดยอยากเป็นครูที่โรงเรียนที่เราเคยเรียน”</p>



<p>นั่นเป็นความฝันและอนาคตที่วุ้นเส้นคาดหวังไว้ โดยเธอตั้งใจจะเรียนต่อให้ได้วุฒิ ม.3 และ ม.6 โดยหากได้วุฒิการศึกษามาแล้ว เธอตั้งใจที่จะพักงานในวงหมอลำ ก่อนจะหาลู่ทางศึกษาเกี่ยวกับคณะและมหาวิทยาลัยที่จะสามารถทำตามความฝันของตัวเองให้เป็นจริงได้</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large"><img decoding="async" loading="lazy" width="1400" height="933" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/05/image-104-1400x933.jpeg" alt="" class="wp-image-102634" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/05/image-104-1400x933.jpeg 1400w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/05/image-104-300x200.jpeg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/05/image-104-768x512.jpeg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/05/image-104-1536x1024.jpeg 1536w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/05/image-104-750x500.jpeg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/05/image-104-272x182.jpeg 272w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/05/image-104.jpeg 2048w" sizes="(max-width: 1400px) 100vw, 1400px" /><figcaption class="wp-element-caption">รอยยิ้มของวุ้นเส้นเล่าเกี่ยวกับความฝันและอนาคตของเธอเอง</figcaption></figure></div>


<p></p>



<p>“ตอนนี้ก็ทำงานเก็บเงินไปก่อน พอได้วุฒิมาค่อยนำไปต่อยอดในเส้นทางอื่น”</p>



<p>เธอยิ้มเล็กๆ และเช็ดน้ำตาที่ไหลจากหางตา ก่อนความฝันที่อยู่ในใจมานานระยะหนึ่งถูกเล่าออกมา คำพูดของเธอไม่ได้มีเพียงความฝันอย่างเดียวเท่านั้น ในความฝันยังมีความหวังและความมุ่งมั่นเป็นองค์ประกอบที่จะทำให้เส้นทางที่วุ้นเส้นฝันเป็นจริง&nbsp;</p>



<p>ตอนนี้เธอเองก็กำลังสร้างเส้นทางนั้นด้วยการเรียนหลักสูตรหมอลำศึกษา ระหว่างนี้ เธอทั้งเรียนและทำงานไปด้วย สิ่งที่ท้าทายวุ้นเส้นที่สุด คือ ความท้าทายด้านเวลา&nbsp;</p>



<p>“เรื่องเวลาเป็นสิ่งที่ท้าทายมาก ว่าเราจะไหวไหมหรือไม่ไหว เพราะเราทำงานดึกได้พักช่วงกลางวัน&nbsp; มันท้าทายว่าเราจะเรียนและทำใบงานได้หรือเปล่า เพราะเวลาพักก็น้อย”</p>



<p>วุ้นเส้นค่อยๆ ปรับตัวกับความท้าทายเรื่องนี้ไปทีละนิด เพราะถึงอย่างไรเธอก็จะไม่ทิ้งการเรียน แค่ต้องจัดสรรเวลาให้เป็นระเบียบมากยิ่งขึ้น</p>



<p>ท้ายที่สุด จากจุดเริ่มต้นของความชื่นชอบหมอลำ มันค่อยๆ พาเธอก้าวเข้าสู่เส้นทางของแดนเซอร์ ก่อนจะนำไปสู่การตัดสินใจครั้งสำคัญในการหวนกลับเข้าสู่ระบบการศึกษาอีกครั้ง แม้เส้นทางนี้จะเป็นเพียงก้าวเล็กๆ แต่กลับเต็มไปด้วยความท้าทายที่วุ้นเส้นต้องแบกรับ ทั้งการทำงานควบคู่ไปกับการไล่ตามความฝันของตน แต่สิ่งหนึ่งที่ยังคงชัดเจนในใจของวุ้นเส้น คือความมุ่งมั่นที่จะไม่ละทิ้งอนาคต และนี่คือข้อความที่เธออยากฝากถึงตัวเองในวันข้างหน้า</p>



<p>“อยากบอกตัวเองในอนาคตว่า ถ้าวันหนึ่งหนูประสบความสำเร็จในสิ่งที่หนูอยากเป็นจริงๆ เราจะภูมิใจในตัวเองมาก และอยากขอบคุณตัวเองในวันนี้ที่พยายามทำทุกอย่างเพื่ออนาคตของตัวเอง รวมถึงอยากขอบคุณตัวเองในอนาคตที่ยังคงพยายามและไม่ย่อท้อ”</p>



<p>หากวันหนึ่งที่เธอสามารถคว้าวุฒิการศึกษาจากหลักสูตรหมอลำศึกษาที่กำลังเรียนอยู่นี้ได้สำเร็จ สิ่งแรกที่วุ้นเส้นตั้งใจจะทำ คือการนำความสำเร็จนั้นกลับไปบอกกับคนที่บ้าน</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large"><img decoding="async" loading="lazy" width="1400" height="933" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/05/image-105-1400x933.jpeg" alt="" class="wp-image-102635" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/05/image-105-1400x933.jpeg 1400w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/05/image-105-300x200.jpeg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/05/image-105-768x512.jpeg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/05/image-105-1536x1024.jpeg 1536w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/05/image-105-750x500.jpeg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/05/image-105-272x182.jpeg 272w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/05/image-105.jpeg 2048w" sizes="(max-width: 1400px) 100vw, 1400px" /><figcaption class="wp-element-caption">วุ้นเส้นขณะทำการแสดงบนเวที</figcaption></figure></div>


<p></p>



<p>“ถ้าได้วุฒิการศึกษามา จะบอกที่บ้านว่า แม่หนูได้วุฒิมาแล้วนะ ไม่จำเป็นต้องทำงานหมอลำอย่างเดียวอีกต่อไป หนูสามารถเอาวุฒิไปยื่นที่อื่นได้แล้ว สามารถต่อยอดทำงานอื่นได้แล้ว”</p>



<p>บทสนทนาจบลงพร้อมรอยยิ้ม เคล้ากับเสียงดนตรีที่เริ่มดังกระหึ่มขึ้นอีกครั้ง วุ้นเส้นค่อยๆ ผละจากวงสนทนา ก่อนจะหายลับเข้าไปใต้เวที เพื่อเตรียมตัวสำหรับการแสดงในค่ำคืนนี้ เส้นทางของเธอยังคงดำเนินต่อไป ทั้งในฐานะแดนเซอร์บนเวที และนักเรียนในห้องเรียนหมอลำ</p>



<p></p>



<hr class="wp-block-separator has-alpha-channel-opacity"/>



<p><strong>บทสัมภาษณ์นี้เป็นความร่วมมือระหว่าง กสศ. และ The Isaan Record</strong><br>เรื่อง: ณัฐพร วัฒตะนันท์<br>ภาพ: ธนภัทร สิงห์โท, ทิพวัลย์ โลหะสาร, สุภโชค จันทร์สกุล</p><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/article-270526/">หน้าฮ้าน คือห้องเรียน วุ้นเส้น – อารัญญา แสงใส หางเครื่องแห่งเสียงอิสาน</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ณัฐ &#8211; ณัฐชนน สะอาดศรี ฝันเรืองรองใต้แสงไฟ เต้นอย่างไรให้กลายเป็นหน่วยกิต</title>
		<link>https://www.eef.or.th/article-250526/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 25 May 2026 08:19:05 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[บทความ]]></category>
		<category><![CDATA[Movement]]></category>
		<category><![CDATA[THE ISAAN RECORD]]></category>
		<category><![CDATA[ณัฐชนน สะอาดศรี]]></category>
		<category><![CDATA[คณะหมอลำเสียงอิสาน]]></category>
		<category><![CDATA[กสศ.]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?p=102549</guid>

					<description><![CDATA[<p>ในวันที่แสงไฟที่ค่อยๆ ไล่ความมืดของค่ำคืนให้ถอยร่น เวที [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/article-250526/">ณัฐ – ณัฐชนน สะอาดศรี ฝันเรืองรองใต้แสงไฟ เต้นอย่างไรให้กลายเป็นหน่วยกิต</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>ในวันที่แสงไฟที่ค่อยๆ ไล่ความมืดของค่ำคืนให้ถอยร่น เวทีเบื้องหน้าคือพื้นที่ของความสนุก เสียงหัวเราะ และความฝันของผู้ชม แต่เบื้องหลังกลับมีเรื่องราวของเด็กและเยาวชนจำนวนไม่น้อยที่ต้องหันหลังให้ห้องเรียน เพื่อเดินเข้าสู่โลกอีกใบ โลกของการทำงาน การดิ้นรน และการเติบโตอย่างไม่มีตำรา</p>



<p><strong>คณะหมอลำเสียงอิสาน</strong> สถานที่แห่งนี้ไม่ใช่เพียงเวทีการแสดง หากแต่เป็นทั้งบ้าน ที่พักพิงของชีวิต และห้องเรียนทางเลือกที่ค่อยๆ เยียวยาความฝันที่เคยสะดุด ให้กลับมาเดินต่อได้อีกครั้ง หนึ่งในสมาชิกของวงผู้มีความฝัน คือ <strong>ณัฐ &#8211; ณัฐชนน สะอาดศรี</strong> แดนเซอร์ที่ออกเดินทางร่วมกับเสียงอิสานตั้งแต่อายุ 16 ปี ที่ครั้งหนึ่งเขาเคยตัดสินใจหันหลังให้กับระบบการศึกษา และหันหน้าเข้าสู่วงการหมอลำ&nbsp;</p>



<p>อะไรทำให้ณัฐออกมา และอะไรทำให้ณัฐอยากกลับไปเรียนอีกครั้ง</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-full"><img decoding="async" loading="lazy" width="850" height="638" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/05/image7.jpg" alt="" class="wp-image-102552" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/05/image7.jpg 850w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/05/image7-300x225.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/05/image7-768x576.jpg 768w" sizes="(max-width: 850px) 100vw, 850px" /><figcaption class="wp-element-caption">หลังเวที คณะหมอลำเสียงอิสาน</figcaption></figure></div>


<p></p>



<h3 class="wp-block-heading" id="1--%E0%B8%AB%E0%B8%B1%E0%B8%99%E0%B8%AB%E0%B8%A5%E0%B8%B1%E0%B8%87%E0%B9%83%E0%B8%AB%E0%B9%89%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%A8%E0%B8%B6%E0%B8%81%E0%B8%A9%E0%B8%B2-%E0%B8%AB%E0%B8%B1%E0%B8%99%E0%B8%AB%E0%B8%99%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B9%83%E0%B8%AB%E0%B9%89%E0%B9%80%E0%B8%AA%E0%B8%B5%E0%B8%A2%E0%B8%87%E0%B8%AD%E0%B8%B4%E0%B8%AA%E0%B8%B2%E0%B8%99---"><strong>หันหลังให้การศึกษา หันหน้าให้เสียงอิสาน&nbsp;&nbsp;</strong></h3>



<p>สำหรับณัฐและเยาวชนอีกหลายคนในวงเสียงอิสาน <strong>หมอลำ</strong> ไม่ใช่เพียงสิ่งสร้างความบันเทิง และวงหมอลำไม่ใช้แค่สถานที่ทำงาน แต่ที่นี่คือ “บ้าน” และ “โรงเรียนชีวิต” ขนาดใหญ่ที่สอนให้เขารู้จักการเอาตัวรอดและการทำงานด้วยความอดทน</p>



<p>ภายใต้ชุดที่ปักเลื่อมแวววาวนั้น ณัฐมีความลับที่เก็บไว้ในใจเสมอมา นั่นคือ วุฒิการศึกษาที่หยุดลงเพียงแค่ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 แม้เขาจะเคยพยายามเรียนต่อในระดับมัธยมต้น แต่ภาระหน้าที่และการเดินทางของชีวิตที่ไม่มีจุดหยุดนิ่ง ก็ทำให้เขาต้องหลุดจากระบบการศึกษาไปในที่สุด</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-full"><img decoding="async" loading="lazy" width="850" height="640" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/05/image8.jpg" alt="" class="wp-image-102557" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/05/image8.jpg 850w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/05/image8-300x226.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/05/image8-768x578.jpg 768w" sizes="(max-width: 850px) 100vw, 850px" /><figcaption class="wp-element-caption">ณัฐ &#8211; ณัฐชนน สะอาดศรี<br>แดนเซอร์คณะหมอลำเสียงอิสาน</figcaption></figure></div>


<p></p>



<p>ก่อนหันหน้าเข้าสู่วงการศิลปินตั้งแต่อายุ 16 พร้อมกับความไม่ 100% ของคำอนุญาตจากครอบครัว แต่ณัฐก็ตัดสินใจออกมาเพราะเห็นว่านี่คือทางเลือกครั้งใหม่ที่ตัดสินใจเอง แม้คำทักท้วงห่วงใยจากคนในครอบครัวถึงความมั่นคงในอาชีพจะดังขึ้นก่อนหน้าและหลังจากที่มาอยู่ในวง แต่เด็กชายวัย 16 ผู้ยืนหยัด เขากลับต้องการพิสูจน์ให้เห็นว่าอาชีพศิลปินก็มีกินมีใช้ได้เช่นกัน</p>



<p>“เป็นความชอบตั้งแต่เด็ก ชอบความบันเทิง ชอบหมอลำ และหมอลำก็อยู่คู่กับคนอีสานมานาน ปีนี้เป็นปีที่ 7 ที่เข้ามาอยู่กับเสียงอีสาน ตั้งแต่อายุ 16 ปี และตอนแรกที่มาทำงาน ทางบ้านไม่โอเค เขาบอกว่าหมอลำเป็นอาชีพที่ไม่มั่นคง ขึ้นๆ ลงๆ”&nbsp;</p>



<h3 class="wp-block-heading" id="2--%E0%B9%80%E0%B8%9B%E0%B8%A5%E0%B8%B5%E0%B9%88%E0%B8%A2%E0%B8%99%E0%B8%84%E0%B8%A7%E0%B8%B2%E0%B8%A1%E0%B8%84%E0%B8%B4%E0%B8%94-%E0%B9%80%E0%B8%A1%E0%B8%B7%E0%B9%88%E0%B8%AD%E0%B8%A7%E0%B8%B4%E0%B8%81%E0%B8%A4%E0%B8%95%E0%B9%82%E0%B8%84%E0%B8%A7%E0%B8%B4%E0%B8%94-19-%E0%B8%A1%E0%B8%B2%E0%B9%80%E0%B8%A2%E0%B8%B7%E0%B8%AD%E0%B8%99-"><strong>เปลี่ยนความคิด เมื่อวิกฤตโควิด-19 มาเยือน</strong></h3>



<p>หลายปีก่อนจากชีวิตที่เคยโลดแล่นอยู่บนเวทีกลับต้องหยุดชะงักลงอย่างฉับพลัน เมื่อโลกเผชิญกับวิกฤตการณ์ โควิด-19 สำหรับณัฐนี่คือบทเรียนชั้นดีที่ทำให้เขาตัดสินใจใหม่อีกครั้ง เมื่อเวทีถูกรื้อถอนและแสงไฟบนคานเหล็กดับลง นับเป็นสัญญาณที่บอกให้เขาต้องหอบหิ้วสัมภาระกลับไปยังบ้านเกิด เพื่อช่วยงานทางบ้านประทังชีวิต</p>



<p>“ช่วงโควิดทำให้เรามองว่าอาชีพหมอลำเกิดการเปลี่ยนแปลงได้อยู่ตลอด ช่วงนั้นลำบากมาก งานไม่มี รายได้หายไป ตอนนั้นจึงกลับไปอยู่บ้าน ทำงานช่วยที่บ้าน&nbsp;และตอนนั้นคิดว่าถ้าเรามีวุฒิ เราสามารถจะทำอย่างอื่นได้ด้วย นี่คือสิ่งที่ทำให้เราตัดสินใจเรียน”</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-full"><img decoding="async" loading="lazy" width="850" height="640" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/05/image1.jpg" alt="" class="wp-image-102550" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/05/image1.jpg 850w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/05/image1-300x226.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/05/image1-768x578.jpg 768w" sizes="(max-width: 850px) 100vw, 850px" /><figcaption class="wp-element-caption">คณะหมอลำเสียงอิสาน</figcaption></figure></div>


<p></p>



<p>ประสบการณ์ความลำบากในช่วงนั้นทำให้เขาเห็นสัจธรรมถึงความไม่มีอะไรแน่นอนบนโลกใบนี้ อาชีพหมอลำแม้จะสร้างรายได้ดีในยามปกติ แต่กับยามวิกฤตอย่างสถานการณ์ที่ผ่านมา พิสูจน์แล้วว่าอาชีพนี้อาจไม่ใช่อาชีพสุดท้ายของเขา ความคิดดังกล่าวกลายเป็นเปลวไฟเล็กๆ ที่จุดประกายให้เขาตัดสินใจว่าจะต้องกลับไปเรียน เพื่อสร้างใบเบิกทาง และแผนสำรองที่มั่นคงให้กับอนาคต&nbsp;</p>



<h3 class="wp-block-heading" id="3--%E0%B8%AA%E0%B8%96%E0%B8%B2%E0%B8%9B%E0%B8%99%E0%B8%B4%E0%B8%81%E0%B8%97%E0%B8%B2%E0%B8%87%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%A8%E0%B8%B6%E0%B8%81%E0%B8%A9%E0%B8%B2-%E0%B9%81%E0%B8%A5%E0%B8%B0%E0%B8%A0%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%81%E0%B8%B4%E0%B8%88%E0%B9%81%E0%B8%AB%E0%B9%88%E0%B8%87%E0%B9%82%E0%B8%AD%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%AA%E0%B8%82%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B9%80%E0%B8%94%E0%B9%87%E0%B8%81%E0%B8%AB%E0%B8%A5%E0%B8%B1%E0%B8%87%E0%B9%80%E0%B8%A7%E0%B8%97%E0%B8%B5-"><strong>สถาปนิกทางการศึกษา และภารกิจแห่งโอกาสของเด็กหลังเวที</strong></h3>



<p>หลังจากที่ผู้นำทีมงานอย่าง <strong>แป้ง &#8211; ณัฐธิดา เสียงอิสาน</strong> หรือ บอสแป้ง ได้รู้จัก <strong>ปริม &#8211; ปริมประภา สุวรรณพรม</strong> คุณครูและผู้อำนวยการจากศูนย์การเรียนปัญญากัลป์ จังหวัดอุบลราชธานี ผู้กำลังมองหาทางออกให้กับเยาวชนที่หลุดออกจากระบบ ความตกลงทางการศึกษาจึงเริ่มขึ้น&nbsp;</p>



<p>เสียงอิสานเป็นอีกคณะหมอลำที่นำหลักสูตรหมอลำศึกษามาปรับใช้ เพื่อให้ผู้เรียนสามารถ “เรียนไปนำ ลำไปด้วย” หมายถึงการทำงานที่สามารถเกิดขึ้นควบคู่ไปกับการเรียนในห้องเรียนที่ชื่อ “ห้องเรียนหมอลำ” ห้องเรียนที่เกิดจากผลสำรวจความจริงในวงหมอลำทั่วภาคอีสาน ที่ครูปริมค้นพบตัวเลขที่น่าตกใจ&nbsp;</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-full"><img decoding="async" loading="lazy" width="850" height="567" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/05/image3.jpg" alt="" class="wp-image-102553" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/05/image3.jpg 850w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/05/image3-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/05/image3-768x512.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/05/image3-750x500.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/05/image3-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 850px) 100vw, 850px" /><figcaption class="wp-element-caption">ปริม &#8211; ปริมประภา สุวรรณพรม<br>คุณครูและผู้อำนวยการจากศูนย์การเรียนปัญญากัลป์<br>จังหวัดอุบลราชธานี</figcaption></figure></div>


<p></p>



<p>ผลสำรวจของศูนย์การเรียนปัญญากัลป์พบว่า มีเด็กจำนวนมากที่ไม่จบการศึกษาภาคบังคับ (ม.3) และส่วนใหญ่ยังไม่จบชั้นมัธยมปลาย หรือบางคนมีอายุเพียง 14 ปี ก็ต้องออกมาใช้ชีวิตเดินสายทำงานไกลบ้านเพื่อปากท้องของตนเองและครอบครัว</p>



<p>ซึ่งครูปริมเข้าใจดีว่าระบบการศึกษาในห้องเรียนสี่เหลี่ยมแบบเดิมนั้นไม่ตอบโจทย์กับวิถีชีวิตที่เคลื่อนย้ายอยู่ตลอดเวลาของชาวหมอลำ เธอจึงร่วมมือกับผู้เชี่ยวชาญจากมหาวิทยาลัยและวิทยาลัยนาฏศิลป์หลายแห่ง เพื่อร่างหลักสูตรการศึกษาที่ยืดหยุ่นและสอดคล้องกับหัวใจของผู้เรียนกลุ่มนี้</p>



<p>หนึ่งในนักเรียนจากหลักสูตรห้องเรียนหมอลำคือณัฐ เขาเล่าย้อนให้ฟังถึงวันที่เริ่มสมัครเรียนว่า ครูปริมและศูนย์การเรียนปัญญากัลป์ ได้เดินทางเข้ามาประชาสัมพันธ์เรื่องหลักสูตรการเรียนในวงเสียงอิสาน ซึ่งตัวเราเองก็สนใจอยากจะเรียนต่ออยู่แล้วช่วงนั้น เลยไม่ลังเลที่จะสมัครเรียน</p>



<p>“ตอนนั้นมีพี่ๆ มาแนะนำ มีคุณครูมาด้วย เราได้ยินก็คิดว่าเป็นโอกาสดีมากที่จะได้กลับมาเรียนอีกครั้ง”</p>



<p></p>



<h3 class="wp-block-heading" id="4--%E0%B9%80%E0%B8%A3%E0%B8%B5%E0%B8%A2%E0%B8%99%E0%B9%84%E0%B8%9B%E0%B8%99%E0%B8%B3-%E0%B8%A5%E0%B8%B3%E0%B9%84%E0%B8%9B%E0%B8%94%E0%B9%89%E0%B8%A7%E0%B8%A2--"><strong>เรียนไปนำ ลำไปด้วย&nbsp;</strong></h3>



<p>หัวใจสำคัญของห้องเรียนหมอลำที่ศูนย์การเรียนปัญญากัลป์ออกแบบ คือการทำลายกำแพงระหว่างการเรียนและการทำงาน โดยแบ่งการเรียนรู้ออกเป็น 3 ส่วนหลักที่ผู้เรียนสามารถทำได้จริง คือ (1) การเรียนผ่านประสบการณ์ชีวิต ที่ผู้เรียนสามารถเรียนรู้จากสิ่งที่ใกล้ตัวหรือสิ่งที่ปฏิบัติในชีวิตประจำวันอยู่แล้ว&nbsp;</p>



<p>(2) การเรียนผ่านระบบออนไลน์ ซึ่งผู้เรียนต้องบริหารจัดการตัวเอง ระหว่างที่ต้องทำงานกับช่วงเวลาที่ต้องศึกษาเนื้อหา และส่งงานผ่านออนไลน์ สุดท้ายคือ (3) การเรียนผ่านค่ายหมอลำ ซึ่งจะจัดขึ้นในช่วงที่วงหมอลำปิดฤดูกาล (ช่วงเดือนกรกฎาคม) เด็กๆ จะต้องเข้าค่ายเพื่อสรุปบทเรียนและประเมินผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนร่วมกับอาจารย์ บรมครูหมอลำ ศิลปินในวงการ&nbsp;&nbsp;</p>



<p>ณัฐเป็นนักเรียนอีกคนที่ไม่ต้องการทิ้งการเต้นเพื่อไปนั่งเรียนในห้องเรียน ซึ่งหลักสูตรสามารถนำทักษะการเต้น การร้อง การแต่งกาย และการอยู่ร่วมกันของสมาชิกในวงหมอลำมาเทียบโอนเป็นหน่วยกิตได้ ส่วนการเรียนผ่านระบบออนไลน์ เป็นส่วนที่ณัฐต้องบริหารจัดการเวลาของตัวเองอย่างหนัก โดยเขาจะใช้เวลาที่หยุดนิ่งก่อนการแสดง คือประมาณ 17:00-20:00 น. ซึ่งเป็นช่วงที่ศิลปินเริ่มแต่งหน้าและเตรียมตัว เข้าไปในกลุ่มเรียนเพื่อศึกษาเนื้อหาและส่งงานผ่านออนไลน์</p>



<figure class="wp-block-image size-full"><img decoding="async" loading="lazy" width="850" height="640" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/05/image6.jpg" alt="" class="wp-image-102556" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/05/image6.jpg 850w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/05/image6-300x226.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/05/image6-768x578.jpg 768w" sizes="(max-width: 850px) 100vw, 850px" /></figure>



<p></p>



<p>ณัฐบอกว่า สิ่งที่ท้าทายที่สุดคือการแบ่งเวลา เพราะเขาต้องทำงานตอนกลางคืน และต้องพักผ่อนตอนกลางวัน ฉะนั้นการจัดสรรเวลาให้สมดุลจึงเป็นสิ่งที่จำเป็นมากที่สุดขณะที่เพื่อนร่วมวงบางคนอาจจะใช้เวลาว่างสำหรับการนอนพักผ่อน แต่ณัฐต้องหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาทำแบบทดสอบและศึกษาเนื้อหาที่อาจารย์สอน และถึงแม้วิชาคณิตศาสตร์จะเป็นวิชาที่ไม่ชอบและดูเหมือนเป็นอุปสรรคใหญ่ แต่ความสนุกในวิชาภาษาไทย และความมุ่งมั่นที่จะเรียนให้จบ ม.3 และ ม.6 ก็ทำให้ณัฐไม่เคยย่อท้อ</p>



<p>“ชอบเรียนวิชาภาษาไทยมากกว่าวิชาอื่น ส่วนวิชาที่ยากที่สุดคือวิชาคณิตศาสตร์ การเรียนในหลักสูตรจะมีการทำแบบทดสอบ ส่งใบงาน ถ้าวันไปค่าย ก็จะมีอบรม 5 วัน จากนั้นเป็นการสอบภาคปฏิบัติเพื่อวัดผลประเมิน”</p>



<p></p>



<h3 class="wp-block-heading" id="5--%E0%B8%84%E0%B8%A7%E0%B8%B2%E0%B8%A1%E0%B8%9D%E0%B8%B1%E0%B8%99%E0%B8%97%E0%B8%B5%E0%B9%88%E0%B8%AD%E0%B8%A2%E0%B8%B9%E0%B9%88%E0%B8%AA%E0%B8%B9%E0%B8%87%E0%B9%80%E0%B8%AB%E0%B8%99%E0%B8%B7%E0%B8%AD%E0%B8%84%E0%B8%B2%E0%B8%99%E0%B9%84%E0%B8%9F-%E0%B9%81%E0%B8%A5%E0%B8%B0%E0%B8%9B%E0%B8%A5%E0%B8%B2%E0%B8%A2%E0%B8%97%E0%B8%B2%E0%B8%87%E0%B8%82%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B8%A7%E0%B8%B8%E0%B8%92%E0%B8%B4%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%A8%E0%B8%B6%E0%B8%81%E0%B8%A9%E0%B8%B2-"><strong>ความฝันที่อยู่สูงเหนือคานไฟ และปลายทางของวุฒิการศึกษา</strong></h3>



<p>สำหรับณัฐ วุฒิการศึกษาไม่ใช่เพียงกระดาษหนึ่งแผ่น แต่สิ่งนี้คือโอกาสแห่งการมีทางเลือกที่มากกว่าหนึ่ง เขามีเป้าหมายที่ชัดเจนว่า หากเรียนจบและมีวุฒิ ม.6 เขาจะยื่นศึกษาต่อที่ วิทยาลัยนาฏศิลปกาฬสินธุ์ เพื่อเรียนรู้พื้นฐานด้านนาฏศิลป์ให้ลึกซึ้งและเป็นระบบมากกว่าแค่ประสบการณ์หน้าเวที</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-full"><img decoding="async" loading="lazy" width="850" height="638" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/05/image2.jpg" alt="" class="wp-image-102551" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/05/image2.jpg 850w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/05/image2-300x225.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/05/image2-768x576.jpg 768w" sizes="(max-width: 850px) 100vw, 850px" /></figure></div>

<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-full"><img decoding="async" loading="lazy" width="850" height="638" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/05/image5.jpg" alt="" class="wp-image-102555" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/05/image5.jpg 850w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/05/image5-300x225.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/05/image5-768x576.jpg 768w" sizes="(max-width: 850px) 100vw, 850px" /></figure></div>

<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-full"><img decoding="async" loading="lazy" width="850" height="638" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/05/image4.jpg" alt="" class="wp-image-102554" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/05/image4.jpg 850w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/05/image4-300x225.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/05/image4-768x576.jpg 768w" sizes="(max-width: 850px) 100vw, 850px" /><figcaption class="wp-element-caption">บรรยากาศบนเวทีและด้านหน้าเวทีคณะหมอลำเสียงอิสาน</figcaption></figure></div>


<p></p>



<p>“ณัฐฝันที่จะขยับขยายหน้าที่จากแดนเซอร์ ไปเป็นศิลปิน หรือคนออกแบบโชว์ ที่มีทักษะความรู้ครบเครื่อง เพื่อสร้างรายได้ที่มั่นคงยิ่งขึ้น เลยอยากเรียนต่อที่วิทยาลัยนาฏศิลปกาฬสินธุ์”</p>



<p>เหนือสิ่งอื่นใด แรงผลักดันที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของณัฐ คือ ครอบครัว โดยเฉพาะคุณตาและคุณยายที่คอยรออยู่ที่บ้าน ณัฐบอกกับเราว่าตอนนี้เขายังไม่ได้บอกกับทั้งสองท่านถึงการสมัครเข้าเรียนต่อ แต่ต้องการจะบอกในวันที่สำเร็จการศึกษาเป็นที่เรียบร้อย&nbsp;</p>



<p>ขณะนั่งคุยกับณัฐ สักพักน้ำตาของเขาก็เริ่มไหลหลังจากที่บทสนทนามีการพูดถึงครอบครัว ณัฐเล่าว่า หากวันที่เขากลับไปพร้อมวุฒิการศึกษา คำพูดแรกที่เขาอยากบอกตากับยาย คือ&nbsp;</p>



<p>“นัทเรียนจบแล้วเด้อ ต่อไปนี้นัทจะหางานที่มั่นคง และดูแลทุกคนให้ดีกว่าเดิม”</p>



<p>ณ วันนี้ ณัฐยังคงออกสเต็ปเต้นตามจังหวะเพลงบนเวทีเสียงอิสาน ภายใต้แสงสปอตไลท์และไฟนีออนที่กำลังส่องหน้า แต่แววตาที่เปลี่ยนไปของเขามันไม่ใช่เพียงแววตาของนักเต้นที่ทำตามหน้าที่อีกต่อไป แต่เป็นแววตาของนักเรียนบนเวทีชีวิต ที่รู้ว่าตนกำลังสร้างอนาคตที่สามารถเลือกเองได้ และไปต่อบนเวทีชีวิตที่มั่นคงกว่าเดิม</p>



<hr class="wp-block-separator has-alpha-channel-opacity"/>



<p></p>



<p><strong>บทสัมภาษณ์นี้เป็นความร่วมมือระหว่าง กสศ. และ The Isaan Record</strong><br>เรื่อง: ธีรศักดิ์ มณีวงษ์<br>ภาพ: ธนภัทร สิงห์โท, ทิพวัลย์ โลหะสาร, สุภโชค จันทร์สกุล</p><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/article-250526/">ณัฐ – ณัฐชนน สะอาดศรี ฝันเรืองรองใต้แสงไฟ เต้นอย่างไรให้กลายเป็นหน่วยกิต</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
