<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>อุดมศึกษา | กสศ.</title>
	<atom:link href="https://www.eef.or.th/tag/%E0%B8%AD%E0%B8%B8%E0%B8%94%E0%B8%A1%E0%B8%A8%E0%B8%B6%E0%B8%81%E0%B8%A9%E0%B8%B2/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.eef.or.th</link>
	<description>กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา</description>
	<lastBuildDate>Mon, 15 Jun 2026 10:36:39 +0000</lastBuildDate>
	<language>th</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.3.13</generator>

<image>
	<url>https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/02/cropped-fav-icon-32x32.png</url>
	<title>อุดมศึกษา | กสศ.</title>
	<link>https://www.eef.or.th</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>เปิดประตูอุดมศึกษา เพื่อความฝันที่ไม่ถูกทอดทิ้ง: 5 เสียงเยาวชน สู่ข้อเสนอต่อระบบ TCAS และหลักประกันโอกาสทางการศึกษา</title>
		<link>https://www.eef.or.th/article-150626/?utm_source=rss&#038;utm_medium=rss&#038;utm_campaign=article-150626</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 15 Jun 2026 10:36:38 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Movement]]></category>
		<category><![CDATA[บทความ]]></category>
		<category><![CDATA[Open Dreams: เปิดประตูอุดมศึกษา เพื่อความฝันที่ไม่ถูกทอดทิ้ง]]></category>
		<category><![CDATA[Open Doors]]></category>
		<category><![CDATA[TCAS]]></category>
		<category><![CDATA[อุดมศึกษา]]></category>
		<category><![CDATA[หลักประกันโอกาสทางการศึกษา]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?p=103054</guid>

					<description><![CDATA[<p>ทุกปีมีนักเรียนจำนวนไม่น้อยที่ไม่สามารถก้าวข้ามช่วงรอยต [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/article-150626/">เปิดประตูอุดมศึกษา เพื่อความฝันที่ไม่ถูกทอดทิ้ง: 5 เสียงเยาวชน สู่ข้อเสนอต่อระบบ TCAS และหลักประกันโอกาสทางการศึกษา</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>ทุกปีมีนักเรียนจำนวนไม่น้อยที่ไม่สามารถก้าวข้ามช่วงรอยต่อจากการศึกษาระดับมัธยมศึกษาสู่ระดับอุดมศึกษาได้ แม้จะมีความสามารถและผลการเรียนดีเพียงพอสำหรับการศึกษาต่อ แต่กลับต้องเผชิญอุปสรรคจากค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นตลอดเส้นทาง ไม่ว่าจะเป็นค่าสมัครสอบ ค่าใช้จ่ายในการจัดทำ Portfolio ค่าเดินทางไปสอบ ค่ารายงานตัว หรือค่าใช้จ่ายแรกเข้ามหาวิทยาลัย</p>



<p>สำหรับเด็กและเยาวชนจากครอบครัวที่ขาดแคลนทุนทรัพย์ การสอบติดมหาวิทยาลัยจึงไม่ใช่จุดสิ้นสุดของความพยายาม หากเป็นอีกด่านสำคัญที่ต้องก้าวผ่านเพื่อรักษาโอกาสทางการศึกษาเอาไว้ หลายคนสามารถสอบติดคณะในฝันได้สำเร็จ แต่กลับไม่สามารถก้าวเข้าไปนั่งในห้องเรียนวันแรกได้ เพราะครอบครัวไม่มีศักยภาพเพียงพอที่จะรับภาระค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นหลังประกาศผลสอบ</p>



<p>ในวงแลกเปลี่ยน <strong>“Open Doors, Open Dreams: เปิดประตูอุดมศึกษา เพื่อความฝันที่ไม่ถูกทอดทิ้ง”</strong> ซึ่งจัดขึ้นภายในงานลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) การสร้างหลักประกันโอกาสทางการศึกษา สำหรับนักเรียนผู้ขาดแคลนทุนทรัพย์ระดับอุดมศึกษา ระหว่าง กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) สำนักงานปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม สมาคมที่ประชุมอธิการบดีแห่งประเทศไทย ที่ประชุมคณะกรรมการอธิการบดีมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล ที่ประชุมอธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฏ และสมาคมสถาบันอุดมศึกษาเอกชนแห่งประเทศไทย ณ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ เมื่อวันที่ 12 มิถุนายน 2569</p>



<figure class="wp-block-image size-full"><img decoding="async" fetchpriority="high" width="855" height="569" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/01-3.jpg" alt="" class="wp-image-103055" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/01-3.jpg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/01-3-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/01-3-768x511.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/01-3-750x500.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/01-3-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /></figure>



<p></p>



<p>ตัวแทนเยาวชน 5 คน ซึ่งล้วนเคยได้รับทุนเสมอภาคจาก กสศ. และสามารถก้าวผ่านเส้นทางสู่มหาวิทยาลัยได้สำเร็จ ขณะที่บางคนคือนักเรียนรุ่นแรกที่จะได้รับประโยชน์จากมาตรการลดหรือยกเว้นค่าสมัครสอบ และระบบความช่วยเหลือที่รวดเร็วยิ่งขึ้นจากความร่วมมือครั้งนี้ ได้ร่วมกันสะท้อนประสบการณ์ตรง พร้อมข้อเสนอสำคัญต่อการพัฒนาระบบ TCAS และระบบสนับสนุนโอกาสทางการศึกษาของประเทศ</p>



<p>แม้รายละเอียดของแต่ละข้อเสนอจะแตกต่างกัน แต่ทั้งหมดสะท้อนปัญหาร่วมกันประการหนึ่ง คือ เด็กจำนวนมากไม่ได้สูญเสียโอกาสทางการศึกษาเพราะขาดศักยภาพ หากแต่สูญเสียโอกาสเพราะขาดข้อมูล ขาดการสนับสนุน และขาดหลักประกันในช่วงรอยต่อสำคัญของชีวิต</p>



<p>จากเสียงสะท้อนของเยาวชนทั้ง 5 คน กสศ. ได้สังเคราะห์เป็นข้อเสนอเชิงระบบสำคัญ 5 ประการ ดังนี้</p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>1. ทำให้ระบบ TCAS เข้าถึงง่าย เข้าใจง่าย และสื่อสารถึงเด็กทุกคน</strong></h3>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-full is-resized"><img decoding="async" width="569" height="855" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/03-3.jpg" alt="" class="wp-image-103056" style="width:400px" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/03-3.jpg 569w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/03-3-200x300.jpg 200w" sizes="(max-width: 569px) 100vw, 569px" /><figcaption class="wp-element-caption">ศิวะวงค์ เจริญลาภ</figcaption></figure></div>


<p></p>



<p><strong>“เซียน” ศิวะวงค์ เจริญลาภ</strong> อดีตนักเรียนทุนเสมอภาคจากจังหวัดลำพูน ปัจจุบันเป็นนักศึกษาชั้นปีที่ 2 สาขาวิชาการระหว่างประเทศ คณะรัฐศาสตร์และรัฐประศาสนศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ สะท้อนว่า ระบบ TCAS ยังคงมีความซับซ้อนสำหรับผู้เรียนจำนวนมาก โดยเฉพาะเด็กในพื้นที่ห่างไกลที่อาจเข้าไม่ถึงข้อมูลหรือขาดผู้ให้คำแนะนำอย่างใกล้ชิด</p>



<p>จากประสบการณ์ที่ผ่านการสมัคร TCAS มาแล้วสองรอบ คือ TCAS67 และ TCAS68 เขาพบว่าเด็กจำนวนไม่น้อยพลาดโอกาสเพียงเพราะไม่เข้าใจขั้นตอนการสมัคร ไม่ทราบกำหนดการสำคัญ หรือไม่สามารถติดตามข้อมูลที่เปลี่ยนแปลงในแต่ละปีได้ทัน</p>



<p>ข้อเสนอสำคัญคือ การพัฒนาระบบสื่อสารและแนะแนวที่เข้าถึงตัวผู้เรียนโดยตรง ใช้ภาษาที่เข้าใจง่าย และออกแบบให้สอดคล้องกับความแตกต่างของผู้เรียนแต่ละกลุ่ม เพื่อไม่ให้ศักยภาพของเด็กต้องสูญหายไปเพราะข้อจำกัดด้านข้อมูล</p>



<p>“ผมอยากให้มีรูปแบบการแนะนำเรื่องระบบ TCAS ให้ถึงตัวเด็กและเข้าใจง่าย เพราะบางปีมีความซับซ้อน เด็กแต่ละคนมีความพร้อมและความเข้าใจไม่เหมือนกัน ทำให้เกิดปัญหาตกหล่นเรื่องการสอบหรือการสมัคร อยากให้มีการแนะแนวที่ตรงจุดมากกว่านี้ เพื่อจะได้ไม่เสียบุคคลที่มีศักยภาพไปเพราะไม่สามารถเข้าถึงข้อมูล”</p>



<p></p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>2. ยกระดับระบบแนะแนว ช่วยให้เด็กค้นพบเส้นทางของตนเอง</strong></h3>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-full is-resized"><img decoding="async" width="569" height="855" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/04-2.jpg" alt="" class="wp-image-103057" style="width:400px" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/04-2.jpg 569w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/04-2-200x300.jpg 200w" sizes="(max-width: 569px) 100vw, 569px" /><figcaption class="wp-element-caption">ศศิวรรณ พุ่มจำปา</figcaption></figure></div>


<p></p>



<p>นอกจากข้อมูลเกี่ยวกับการสมัครเรียนแล้ว เยาวชนหลายคนยังสะท้อนตรงกันว่า ระบบแนะแนวในโรงเรียนยังมีบทบาทไม่มากพอในการช่วยให้ผู้เรียนวางแผนอนาคต</p>



<p><strong>“อั้ม” ศศิวรรณ พุ่มจำปา</strong> อดีตนักเรียนทุนเสมอภาคจากจังหวัดสุพรรณบุรี ปัจจุบันเป็นนักศึกษาชั้นปีที่ 2 สาขาอาชีวอนามัยและความปลอดภัย มหาวิทยาลัยราชภัฏบ้านสมเด็จเจ้าพระยา ซึ่งเข้าศึกษาผ่านระบบ TCAS68 มองว่า เด็กจำนวนมากยังไม่เข้าใจภาพรวมของระบบ TCAS และไม่แน่ใจว่าตนเองควรเลือกเส้นทางการศึกษาหรืออาชีพแบบใด</p>



<p>เธอเสนอให้โรงเรียนมีระบบแนะแนวที่เข้มข้นมากขึ้น ทั้งการให้ข้อมูลการศึกษาต่อ การสำรวจความสนใจ ความถนัด และการช่วยให้เด็กค้นพบศักยภาพของตนเองตั้งแต่เนิ่น ๆ เพราะการแนะแนวที่มีคุณภาพไม่เพียงช่วยให้เด็กเลือกคณะได้เหมาะสม ยังช่วยลดต้นทุนด้านเวลา ค่าใช้จ่าย และความเสี่ยงจากการตัดสินใจผิดพลาดในอนาคต</p>



<p>“การแนะแนวสำคัญเพราะจะได้รู้เลยว่าจะไปทางไหน จะได้รู้ตัวเองด้วยว่าชอบอะไร ถนัดทางด้านไหน อยากให้มีเครื่องมือหรือแบบสำรวจให้เด็ก ๆ ได้ลองค้นหาตัวเองก่อนที่จะต้องสมัครจริง”</p>



<p></p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>3. ขยายการสนับสนุนให้ครอบคลุม “ค่าใช้จ่ายที่มองไม่เห็น”</strong></h3>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-full"><img decoding="async" loading="lazy" width="855" height="569" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/02-4.jpg" alt="" class="wp-image-103059" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/02-4.jpg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/02-4-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/02-4-768x511.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/02-4-750x500.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/02-4-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /><figcaption class="wp-element-caption">ชัญญานุช อยู่เจริญ</figcaption></figure></div>


<p></p>



<p>แม้ค่าเล่าเรียนจะเป็นภาระสำคัญ แต่สำหรับเด็กยากจน ค่าใช้จ่ายจำนวนมากเกิดขึ้นก่อนที่จะได้ก้าวเข้าสู่มหาวิทยาลัย</p>



<p><strong>“ใบเตย” ชัญญานุช อยู่เจริญ</strong> อดีตนักเรียนทุนเสมอภาคจากจังหวัดศรีสะเกษ ปัจจุบันเป็นนักศึกษาชั้นปีที่ 2 สาขาอาชีวอนามัยและความปลอดภัย มหาวิทยาลัยราชภัฏบ้านสมเด็จเจ้าพระยา สะท้อนว่า ค่าเดินทางไปสอบ ค่าสมัครสอบ ค่าเครื่องแบบ ค่าอุปกรณ์การเรียน และค่าใช้จ่ายอื่น ๆ ที่เกิดขึ้นในช่วงเปลี่ยนผ่านจากมัธยมศึกษาสู่อุดมศึกษา ล้วนเป็นภาระสำคัญสำหรับครอบครัวที่มีรายได้น้อย</p>



<p>ข้อเสนอของเธอคือ การมีระบบทุนหรือมาตรการช่วยเหลือที่ครอบคลุมค่าใช้จ่ายเหล่านี้ เพื่อให้เด็กไม่ต้องกังวลว่าความฝันในการเรียนต่อจะสะดุดเพราะค่าใช้จ่ายที่หลายคนอาจมองว่าเป็นเรื่องเล็กน้อย</p>



<p>“หนูอยากให้มีทุนที่ช่วยเรื่องค่าเทอม ค่าชุด ค่าอุปกรณ์การเรียน และค่าเดินทางไปสอบ เพื่อให้นักเรียนที่ไม่มีทุนทรัพย์ไม่ต้องกังวลเรื่องนี้”</p>



<p></p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>4. สร้างกลไกช่วยเหลือเด็กที่ “สอบติดแล้ว แต่ยังไปต่อไม่ได้”</strong></h3>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-full is-resized"><img decoding="async" loading="lazy" width="569" height="855" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/05-4.jpg" alt="" class="wp-image-103058" style="width:400px" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/05-4.jpg 569w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/05-4-200x300.jpg 200w" sizes="(max-width: 569px) 100vw, 569px" /><figcaption class="wp-element-caption">จุฬาลักษณ์ เพ็งเรือง</figcaption></figure></div>


<p></p>



<p><strong>“ลูกหว้า” จุฬาลักษณ์ เพ็งเรือง</strong> นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 จากจังหวัดสุราษฎร์ธานี ผู้เคยได้รับทุนเสมอภาคช่วง ม.ต้น และได้รับทุนก้าวเพื่อน้องต่อเนื่องในระดับ ม.ปลาย สะท้อนภาพที่เกิดขึ้นจริงในหลายพื้นที่ว่า เด็กจำนวนหนึ่งยังต้องพักการเรียนหรือออกไปทำงานก่อน เพราะครอบครัวไม่สามารถรับภาระค่าใช้จ่ายในการศึกษาต่อได้ทันที</p>



<p>ประสบการณ์ดังกล่าวชี้ให้เห็นว่า การสอบติดมหาวิทยาลัยอาจไม่ใช่หลักประกันว่าเด็กจะได้เรียนต่อจริง หากยังขาดกลไกช่วยเหลือในช่วงรอยต่อสำคัญระหว่างการศึกษาขั้นพื้นฐานและอุดมศึกษา</p>



<p>ข้อเสนอที่เยาวชนหลายคนเห็นตรงกัน คือการจัดตั้งระบบหรือกองทุนช่วยเหลือสำหรับนักเรียนที่สอบติดแล้วแต่ขาดแคลนทุนทรัพย์ เพื่อให้ไม่มีใครต้องละทิ้งโอกาสทางการศึกษาเพียงเพราะไม่มีเงินสำหรับค่าใช้จ่ายแรกเข้า</p>



<p>“วัยหนู ควรเป็นวัยที่การเรียนต้องมาก่อน แต่กลายเป็นว่าหลายคนหลายคนต้องเลือกระหว่างเรียนไปด้วยทำงานไปด้วย หรือดรอปการเรียนไว้ก่อน มีทุนแล้วค่อยเรียนต่อ ทั้งที่ทุกคนเชื่อว่าการศึกษาจะช่วยให้มีชีวิตที่มั่นคงขึ้น”</p>



<p></p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>5. เชื่อมต่อระบบกู้ยืมเพื่อการศึกษาให้ครอบคลุมช่วงรอยต่อสู่มหาวิทยาลัย</strong></h3>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-full"><img decoding="async" loading="lazy" width="855" height="569" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/06-4.jpg" alt="" class="wp-image-103060" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/06-4.jpg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/06-4-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/06-4-768x511.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/06-4-750x500.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/06-4-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /><figcaption class="wp-element-caption">เมธี ปัญญาหอม</figcaption></figure></div>


<p></p>



<p><strong>“ธีร์” เมธี ปัญญาหอม</strong> อดีตนักเรียนทุนเสมอภาคจากจังหวัดลพบุรี ปัจจุบันเป็นนักศึกษาชั้นปีที่ 4 สาขาวิศวกรรมเคมี คณะวิศวกรรมศาสตร์ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง เข้าศึกษาผ่านระบบ TCAS65 เสนอว่า ระบบกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา (กยศ.) ควรมีบทบาทในการสนับสนุนค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องกับการเข้าสู่มหาวิทยาลัยตั้งแต่ช่วงรอยต่อมัธยมศึกษา</p>



<p>ไม่ว่าจะเป็นค่าสมัครสอบ ค่าเดินทาง หรือค่าใช้จ่ายที่จำเป็นในกระบวนการสมัครเรียนต่อ เพื่อช่วยลดภาระของครอบครัวและลดความจำเป็นที่เด็กต้องหาเงินมาสำรองจ่ายด้วยตนเองก่อนจะได้รับสิทธิการกู้ยืมในระดับอุดมศึกษา</p>



<p>“เป็นไปได้หรือไม่ที่ค่าใช้จ่ายในการสอบ TCAS สามารถจัดสรรผ่าน กยศ. ตั้งแต่ก่อนเข้ามหาวิทยาลัย จะได้ไม่ต้องหาเงินมาสำรองจ่ายจำนวนมาก ถ้าช่วยได้จะช่วยลดภาระของนักเรียนและครอบครัวได้มาก”</p>



<p></p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>จาก “ระบบคัดเลือก” สู่ “ระบบหลักประกันโอกาส”</strong></h3>



<figure class="wp-block-image size-full"><img decoding="async" loading="lazy" width="855" height="569" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/07-2.jpg" alt="" class="wp-image-103061" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/07-2.jpg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/07-2-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/07-2-768x511.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/07-2-750x500.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/07-2-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /></figure>



<p></p>



<p>เมื่อพิจารณาจากเสียงสะท้อนของเยาวชนทั้ง 5 คน จะพบว่าความท้าทายของการเข้าถึงอุดมศึกษาไม่ได้อยู่ที่การสอบแข่งขันเพียงอย่างเดียว หากแต่อยู่ในรายละเอียดรายทางที่อาจทำให้เด็กจำนวนมากหลุดออกจากเส้นทางการศึกษาได้ทุกเมื่อ</p>



<p>ไม่ว่าจะเป็นช่องว่างด้านข้อมูล การแนะแนวที่ยังไม่ทั่วถึง ภาระค่าใช้จ่ายที่มองไม่เห็น หรือการขาดระบบรองรับในช่วงรอยต่อก่อนเข้าสู่มหาวิทยาลัย</p>



<p>ข้อเสนอจากเยาวชนเหล่านี้จึงไม่ได้เรียกร้องสิทธิพิเศษเหนือใคร แต่เป็นข้อเสนอเพื่อทำให้ระบบการศึกษาของไทยมี “หลักประกันโอกาส” มากเพียงพอที่จะช่วยให้เด็กทุกคน โดยเฉพาะเด็กจากครอบครัวที่ขาดแคลนทุนทรัพย์ สามารถก้าวจากห้องเรียนในระดับมัธยมศึกษาไปสู่รั้วมหาวิทยาลัยได้อย่างมั่นคง</p>



<p>ความร่วมมือที่เกิดขึ้นระหว่าง กสศ. สำนักงานปลัดกระทรวง อว. ทปอ. ที่ประชุมอธิการบดีมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล ที่ประชุมอธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฏ และสมาคมสถาบันอุดมศึกษาเอกชนแห่งประเทศไทย จึงไม่ใช่เพียงการลดหรือยกเว้นค่าสมัครสอบ TCAS เท่านั้น แต่คือการวางรากฐานของระบบความช่วยเหลือที่ใช้ข้อมูลจาก กสศ. ในการเชื่อมต่อเด็กที่ขาดแคลนทุนทรัพย์เข้าสู่ทุนการศึกษา สวัสดิการ และมาตรการสนับสนุนที่จำเป็น&nbsp;</p>



<p>เพราะการเปิดประตูอุดมศึกษาที่แท้จริง ไม่ได้หมายถึงการเพิ่มจำนวนที่นั่งในมหาวิทยาลัย หากหมายถึงการทำให้เด็กทุกคนมีโอกาสเดินไปถึงที่นั่งนั้นได้จริง โดยไม่ถูกทิ้งไว้ข้างหลังระหว่างทาง</p>



<p></p>



<hr class="wp-block-separator has-alpha-channel-opacity"/>



<p><strong>อ่านข่าว:</strong> <a href="https://www.eef.or.th/news-120626/" target="_blank" rel="noopener" title="">อว.-กสศ.-ทปอ. ปักธง TCAS70 ‘สร้างหลักประกันโอกาส’ พัฒนาทุนมนุษย์ เชื่อมข้อมูลเด็กขาดแคลนทุนทรัพย์ สู่ทุนการศึกษา-สวัสดิการ ตัดวงจรเหลื่อมล้ำเข้ามหาวิทยาลัย</a></p><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/article-150626/">เปิดประตูอุดมศึกษา เพื่อความฝันที่ไม่ถูกทอดทิ้ง: 5 เสียงเยาวชน สู่ข้อเสนอต่อระบบ TCAS และหลักประกันโอกาสทางการศึกษา</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ร่วมสร้างหลักประกันแบบ ‘ไร้รอยต่อ’ สู่โลกที่ไม่มีเด็กคนใดต้องร่วงหล่นจากตาข่ายการศึกษา</title>
		<link>https://www.eef.or.th/equitable-access-to-education/?utm_source=rss&#038;utm_medium=rss&#038;utm_campaign=equitable-access-to-education</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 18 Jul 2023 08:18:00 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[กสศ X 101]]></category>
		<category><![CDATA[The 101.world]]></category>
		<category><![CDATA[หลักประกันการศึกษา]]></category>
		<category><![CDATA[การกู้ยืมเพื่อการศึกษา]]></category>
		<category><![CDATA[อุดมศึกษา]]></category>
		<category><![CDATA[ทปอ.]]></category>
		<category><![CDATA[การศึกษาไทย]]></category>
		<category><![CDATA[ความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา]]></category>
		<category><![CDATA[กยศ.]]></category>
		<category><![CDATA[กสศ.]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?p=71685</guid>

					<description><![CDATA[<p>การศึกษาเป็นประตูสู่โอกาสหลายอย่างในชีวิต ไม่มีใครปฏิเส [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/equitable-access-to-education/">ร่วมสร้างหลักประกันแบบ ‘ไร้รอยต่อ’ สู่โลกที่ไม่มีเด็กคนใดต้องร่วงหล่นจากตาข่ายการศึกษา</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>การศึกษาเป็นประตูสู่โอกาสหลายอย่างในชีวิต ไม่มีใครปฏิเสธความจริงในข้อนี้ เพราะไม่ใช่การศึกษาหรอกหรือที่ทำหน้าที่เป็นสะพานเชื่อมโลก เปลี่ยนให้เด็กคนหนึ่งได้เติบโต มีความรู้และพัฒนาทักษะ เข้าสู่ตลาดแรงงานและนำรายได้มาดูแลตนเองและครอบครัว รวมถึงกลายเป็นหนึ่งในทรัพยากรมนุษย์ที่มีค่าเพื่อช่วยขับเคลื่อนประเทศ</p>



<p>อย่างไรก็ดี สำหรับเด็กที่ด้อยโอกาสหรือครอบครัวมีฐานะยากจน การศึกษากลับไม่ได้เป็นประตู แต่กลายเป็นกำแพงหนาใหญ่ที่ขวางกั้นเอาไว้จนกระทั่งเด็กคนหนึ่งต้องหลุดร่วงออกจากตาข่ายการศึกษา และหนึ่งในอุปสรรคสำคัญที่สุดในการเรียนคือเรื่องของ ‘ค่าใช้จ่าย’</p>



<p>ถ้าพูดให้เห็นภาพชัดขึ้น แม้รัฐไทยจะมีนโยบายให้เด็กไทยสามารถเรียนฟรีได้ตลอดการศึกษาภาคบังคับ แต่การเรียนฟรีไม่ได้หมายความว่าค่าใช้จ่ายอื่นๆ จะฟรีตาม ไม่ว่าจะเป็นค่าอุปกรณ์ ค่าเดินทาง ไปจนถึงค่าจิปาถะที่แม้อาจจะไม่สามารถระบุออกมาเป็นตัวเลขได้แน่ชัด แต่ทั้งหมดนี้ก็เพียงพอแล้วที่จะทำให้เด็กยากจนคนหนึ่งต้องเลิกเรียนกลางคัน</p>



<p>ในไทย เราเห็นความพยายามจากหลายหน่วยงานในการโอบอุ้มเด็กยากจนกลุ่มนี้เอาไว้ ทั้ง&nbsp;<strong>กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.)</strong>&nbsp;ที่มอบทุนเสมอภาค (เงินอุดหนุนนักเรียนยากจนพิเศษแบบมีเงื่อนไข) ให้กับนักเรียนยากจนพิเศษ เพื่อไม่ให้นักเรียนกลุ่มนี้ต้องออกจากโรงเรียนกลางคัน ก่อนจะส่งไม้ต่อให้กับ<strong>กองทุนเงินกู้ยืมเพื่อการศึกษา (กยศ.)</strong>&nbsp;เมื่อนักเรียนกลุ่มนี้เข้าสู่ระดับอุดมศึกษา เพื่อช่วยสนับสนุนค่าใช้จ่าย หรืออีกนัยหนึ่งคือการส่งต่อ ‘โอกาส’ ให้เด็กคนหนึ่งได้มีโอกาสศึกษาต่อจนจบระดับอุดมศึกษาดังที่ตั้งใจไว้ รวมไปถึงหน่วยงานแวดล้อมอย่างมหาวิทยาลัยหรือหน่วยงานที่รับผิดชอบด้านอุดมศึกษาที่ร่วมกันทำงานเพื่อสร้างโลกที่ไม่มีเด็กไม่ได้เรียนเพราะความจน ทั้งทางเศรษฐฐานะและจนโอกาส</p>



<p>101 ชวนอ่านแนวทางความร่วมมือเพื่อสร้างหลักประกันทางการศึกษาที่ทั้ง ‘มั่นคง’ และ ‘ไร้รอยต่อ’ เพื่อให้นักเรียนยากจนสามารถก้าวข้ามผ่านช่องว่างความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา ไม่ให้ต้องเจอปัญหา ‘สอบติดแต่ไม่มีเงินเรียน’ จัดขึ้นโดยความร่วมมือของ กสศ. และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง</p>



<p>โลกที่นักเรียน โดยเฉพาะผู้ที่มีโอกาสน้อยกว่าคนอื่น มีหลักประกันว่าตนเองจะได้เรียนต่อในระดับอุดมศึกษาอย่างมั่นคงและราบรื่นจะเป็นอย่างไร ชวนหาคำตอบได้ในบรรทัดถัดจากนี้</p>



<p><em>หมายเหตุ: เก็บความบางส่วนจาก&nbsp;<a href="https://www.facebook.com/watch/live/?ref=watch_permalink&amp;v=737693855031942" target="_blank" rel="noreferrer noopener">เวทีความร่วมมือ “สู่เส้นทางหลักประกันการศึกษา TCAS66” กับการพัฒนาแนวทางสร้างหลักประกันโอกาสทางการศึกษาในระดับอุดมศึกษา</a></em></p>



<h2 class="has-text-align-center wp-block-heading"><strong>ทำงานแบบ ‘ไร้รอยต่อ’ สร้างหลักประกันจากโรงเรียนสู่มหาวิทยาลัย</strong></h2>



<p>“เราต่างทราบกันดีว่า การศึกษาเพื่อพัฒนากำลังคนมีความสำคัญอย่างยิ่งที่จะช่วยให้ประเทศก้าวไปข้างหน้าได้ แต่ต้องไม่ใช่การพัฒนาแค่ส่วนเดียว หากต้องพัฒนาไปพร้อมกันทั้งระบบ”</p>



<p><strong>ศาสตราจารย์ ดร.ศุภชัย ปทุมนากุล&nbsp;</strong>รองปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) เน้นย้ำถึงความสำคัญในการสร้างความเสมอภาคทางการศึกษา พร้อมทั้งฉายภาพให้เห็นช่องว่างสำคัญว่า แม้กลุ่มเด็กที่มีความด้อยโอกาสในการเข้าถึงทรัพยากรการเรียนรู้หรือการศึกษาจะอยู่ในการดูแลของ กสศ. มาตั้งแต่ระดับการเรียนในการศึกษาขั้นพื้นฐาน ทว่าเมื่อกลุ่มดังกล่าวจะเข้าสู่มหาวิทยาลัยแล้วก็จะหลุดออกจากตาข่ายการรองรับของ กสศ. ทันที</p>



<p>“ถ้าเราอยากผลักดันเด็กกลุ่มนี้ต่อไป เราต้องอาศัยมหาวิทยาลัยในการช่วยผลักดันด้วย” ศุภชัยกล่าว “นั่นหมายความว่าเราต้องทำงานแบบ ‘ไร้รอยต่อ’ ระหว่างการศึกษาขั้นพื้นฐานและสถาบันอุดมศึกษา”</p>



<p>เพื่อก่อให้เกิดการทำงานแบบ ‘ไร้รอยต่อ’ อย่างแท้จริง ศุภชัยยกตัวอย่างความร่วมมือของหลากหลายหน่วยงาน ทั้ง กสศ. อว. ที่ประชุมอธิการบดีแห่งประเทศไทย (ทปอ.) หรือมหาวิทยาลัยต่างๆ ในการหาโมเดลที่จะดูแลเด็กกลุ่มนี้ไปได้จนตลอดรอดฝั่ง</p>



<p>“สำหรับเด็กยากจนที่มีทรัพยากรไม่พร้อมเท่ากลุ่มอื่น การเข้าศึกษาในมหาวิทยาลัยถือเป็นก้าวใหญ่ที่ทำให้เด็กได้พัฒนาตนเองและดึงครอบครัวให้หลุดพ้นจากความยากจนได้”</p>



<p>ศุภชัยชี้ให้เห็นภาพใหญ่ว่า ความเหลื่อมล้ำในระดับอุดมศึกษาระหว่างเด็กที่มีฐานะร่ำรวยและเด็กที่มีฐานะยากจนยังเป็นโจทย์ท้าทายที่ทุกฝ่ายต้องร่วมกันแก้ไข ดังเช่นข้อมูลอัตราการเข้าเรียนสุทธิจากสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติชี้ว่า ในปี 2564 เด็กที่ร่ำรวยที่สุดร้อยละ 10 ของประชากรทั้งหมดมีโอกาสเข้าเรียนปริญญาตรีถึงร้อยละ 64 ซึ่งมากกว่าเด็กที่มีฐานะยากจน (ร้อยละ 10 จากกลุ่มประชากรส่วนล่าง) ถึง 6 เท่า หรือคิดเป็นประมาณร้อยละ 11</p>



<p>“การที่เด็กอีกกว่าร้อยละ 90 ไม่ได้เข้าเรียนถือเป็นการเสียโอกาสอย่างยิ่งยวด และเป็นความบกพร่องของระบบในประเทศที่จะพัฒนากำลังคน อีกทั้งเรายังเน้นย้ำเสมอว่า มหาวิทยาลัยต้องไม่เป็นพื้นที่ที่จำกัดให้แค่คนในช่วงอายุ 18-22 ปีเข้าเรียน แต่ต้องเป็นพื้นที่สำหรับทุกช่วงวัย</p>



<p>“เพราะฉะนั้น สัดส่วนเด็กที่ไม่ได้เข้ามหาวิทยาลัยจึงถือเป็นความสูญเสียของทั้งมหาวิทยาลัยและไปถึงระดับประเทศ คำถามคือเราจะทำอย่างไรจึงจะผลักดันให้เกิดการทำงานแบบ ‘ไร้รอยต่อ’ ตั้งแต่การศึกษาขั้นพื้นฐานจนถึงระดับอุดมศึกษา หรือพูดอีกนัยคือผลักดันหลักประกันการศึกษาจากภาคบังคับสู่ระดับอุดมศึกษา”</p>



<p>ในตอนท้าย ศุภชัยกล่าวถึงความร่วมมือที่เป็นรูปธรรมระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยในปี 2564 มีการทำบันทึกความเข้าใจ (MOU) ระหว่าง อว. ทปอ. กสศ. รวมไปถึงมหาวิทยาลัยราชภัฏและราชมงคล เพื่อสร้างหลักประกันการศึกษาสำหรับผู้ที่ขาดแคลนทุนทรัพย์ในระดับอุดมศึกษา โดยมีเป้าหมายไปถึงการทำงานบูรณาการเชื่อมโยงแลกเปลี่ยนข้อมูลการส่งต่อผู้ขาดแคลนทุนทรัพย์ให้ได้รับโอกาสสำหรับการศึกษาต่อ ต่อยอดไปถึงการวิจัยพัฒนานวัตกรรมและองค์ความรู้เพื่อสนับสนุนการขับเคลื่อนมาตรการและนโยบายสร้างความเสมอภาคทางการศึกษา</p>



<p>“ผลจากความร่วมมือดังกล่าวพบว่า ในปี 2566 มีนักเรียนที่ได้รับทุนเสมอภาคและทุนอุดหนุนปัจจัยพื้นฐานจาก กสศ. ตั้งแต่ปี 2562 ผ่านการคัดเลือกเข้าศึกษาในระดับปริญญาตรีผ่านระบบ TCAS ประมาณร้อยละ 12.46 โดยศึกษาในสาขา STEM (แนวทางการจัดการศึกษาที่บูรณาการวิทยาศาสตร์ วิศวกรรม เทคโนโลยี และคณิตศาสตร์) ประมาณ 17,034 คน หรือร้อยละ 49 ถือเป็นกลุ่มช้างเผือกจากทุกพื้นที่ของประเทศ”</p>



<p>“เพราะฉะนั้น ถ้าเราสามารถมีหลักประกันในระดับอุดมศึกษาให้กับกลุ่มทรัพยากรล้ำค่าของประเทศกลุ่มนี้ได้ จะเป็นการช่วยเพิ่มจำนวนช้างเผือกเหล่านี้ และจะส่งผลต่อยอดไปถึงความสามารถในการแข่งขันของประเทศด้วย” ศุภชัยทิ้งท้าย</p>



<p>ขณะที่&nbsp;<strong>ดร.กฤษณพงศ์ กีรติกร&nbsp;</strong>ประธานอนุกรรมการจัดการศึกษาเชิงพื้นที่เพื่อลดความเหลื่อมล้ำ กสศ. และอดีตเลขาธิการคณะกรรมการการอุดมศึกษา เริ่มต้นด้วยคำถามนำที่น่าสนใจว่า “ทำไมเราต้องสนใจเรื่องความเสมอภาคหรือการลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา”</p>



<p>เพื่อตอบคำถามดังกล่าว กฤษณพงศ์ชี้ให้เห็นว่า แม้ตลอดระยะเวลาหลายสิบปี ประเทศไทยจะมีการพัฒนาค่อนข้างดีในหลายๆ ด้าน ทั้งด้านการเติบโตทางเศรษฐกิจ คุณภาพชีวิตความเป็นอยู่ หรือในด้านสังคม เช่น การศึกษา การรักษาพยาบาล แต่ปัญหาใหญ่ที่ยังแก้ไขไม่ได้คือ ช่องว่างระหว่างคนที่ ‘มี’ กับ ‘ไม่มี’ โอกาส หรือที่เรียกว่า ‘ช่องว่างแห่งความเหลื่อมล้ำ’</p>



<p>“แม้หลายคนจะคิดแก้ปัญหาช่องว่างตรงนี้ด้วยการแจกเงิน แต่ความเหลื่อมล้ำเป็นอะไรที่มากกว่าเศรษฐฐานะ แต่คือการเข้าไม่ถึงข้อมูลหรือการมีปัญหาส่วนตัวทำให้ไม่สามารถเข้าระบบปกติได้ ดังนั้น เมื่อเราพูดถึงการลดความเหลื่อมล้ำ จึงมีการพูดถึงมิติการศึกษาเป็นหลัก”</p>



<p>เพื่อให้เห็นภาพชัดขึ้น กฤษณพงษ์ชี้ว่า ถ้าพลเมืองของแต่ละประเทศได้รับการศึกษาจนจบการศึกษาขั้นพื้นฐานเป็นอย่างต่ำในภาพรวม ดัชนีตัวชี้วัดทางเศรษฐกิจของประเทศจะค่อนข้างดี แต่แม้ประเทศไทยจะมีการศึกษาภาคบังคับ 9 ปีพร้อมกับมีระบบสนับสนุน ทว่าคนไทยวัยแรงงานกลับได้รับการศึกษาเฉลี่ย 8.7 ปีเท่านั้น</p>



<p>“ส่วนหนึ่งอาจเป็นเพราะคนที่อายุในช่วง 40-60 ปี ไม่สามารถเรียนหนังสือได้ เพราะถึงแม้เราจะบอกว่าเรียนฟรี แต่การเข้าถึงของฟรีไม่ได้ฟรีจริงๆ อย่างที่ว่า สมมติเด็กต้องเดินทางจากหมู่บ้านไปโรงเรียนที่ห่างออกไปก็มีค่าใช้จ่ายในการเดินทาง เดือนหนึ่งก็เป็นหลักร้อยบาท และเป็นเงินที่คนจำนวนหนึ่งไม่สามารถจ่ายได้</p>



<p>“นี่ยังไม่นับอุปกรณ์การศึกษาทั้งหลาย แล้วยังมีชุดกีฬา ชุดลูกเสือ ปีหนึ่งคิดเป็นเงินหลายพันบาท ก็เป็นภาระที่เพิ่มไปกับครอบครัวที่มีฐานะยากจนอีก”</p>



<p>อีกประเด็นน่าสนใจคือเรื่องอาหารกลางวัน กฤษณพงศ์ชี้ให้เห็นความจริงที่น่าตกใจว่า เด็กหลายคนต้องรับประทานอาหารมื้อเดียวต่อวัน และมื้อที่ว่านั้นคืออาหารกลางวันฟรีที่โรงเรียนจัดให้ เด็กบางคนต้องพาน้องมาเรียนและรับประทานอาหารกลางวันที่โรงเรียนด้วยเพราะไม่มีใครที่บ้านดูแลและไม่มีข้าวให้กิน</p>



<p>“ปัจจุบัน กสศ. ช่วยเหลือเด็กจำนวนหนึ่งมาประมาณ 4 ปีแล้ว ส่วนเด็กที่เรียนมัธยมศึกษาตอนปลาย อาชีวศึกษาหรืออุดมศึกษาก็ได้รับการสนับสนุนต่อจากกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา (กยศ.) รวมถึงได้รับการสนับสนุนทุนจากมหาวิทยาลัยทั้งทุนจ้างงานหรือทุนทำงาน นอกจากนี้ กสศ. ยังเริ่มการทำงานแบบไร้รอยต่อด้วยการทำงานร่วมกับสำนักงานปลัด อว. และเริ่มคุยกับ กยศ. ด้วย”</p>



<p>แม้ปัจจุบันมีระบบความช่วยเหลือที่ครอบคลุมและเริ่มเชื่อมโยงกันในแต่ละช่วงชั้น ทว่ากฤษณพงศ์ชี้ให้เห็นว่า ยังมีจุดอ่อนของข้อต่อการศึกษาอยู่ที่การศึกษาระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนปลายในสองลักษณะ</p>



<p><strong>ลักษณะแรก</strong>&nbsp;นักเรียนยังไม่ค่อยรู้เรื่องการประกอบอาชีพเพราะครูไม่รู้เรื่องอาชีพ กฤษณพงศ์ขยายความว่า คุณครูอาจจะรู้เรื่องหลักสูตร แต่การรู้เรื่องหลักสูตรเป็นคนละเรื่องกับการประกอบอาชีพ เรื่องนี้ผูกโยงไปถึงคุณภาพการศึกษาเพราะบัณฑิตที่แม้จะจบจากคณะเดียวกัน แต่คนละสถาบัน การเปิดรับของตลาดแรงงานก็ต่างกันไปด้วย</p>



<p>“คุณครูต้องปรับเรื่องความเข้าใจตลาดแรงงาน แต่ต้องมีความร่วมมือกันระหว่างมหาวิทยาลัย กยศ. และคุณครู ให้รู้ว่าอนาคตคืออะไรและจะเป็นยังไง เพราะเด็กไทยมีจุดอ่อนตรงที่ไม่รู้ว่าอนาคตคืออะไร ถ้าเป็นเด็กในเมืองที่มีฐานะดีก็เรียนตามพ่อ แม่ เพื่อน หรือไปหาอ่านเอาตามสื่อสังคม ซึ่งนั่นไม่ได้สะท้อนความเป็นจริงเสมอไป แต่สะท้อนให้เห็นการขาดแคลนข้อมูล”</p>



<p>และ<strong>ลักษณะอีกประการ</strong>คือเด็กเข้าเรียนในมหาวิทยาลัยน้อยลง โดยกฤษณพงศ์ยกตัวอย่างว่า เด็กที่ได้ทุนเสมอภาคจาก กสศ. ตอนมัธยมศึกษาปีที่ 3 เข้าศึกษาต่อในมหาวิทยาลัยเพียงร้อยละ 12 เท่านั้น</p>



<p>“ถ้าเป็นเช่นนี้ เราจะรับมือกับโลกข้างหน้าที่การแข่งขันจะมาจากกำลังแรงงานอย่างไร ในช่วงที่แรงงานของประเทศไทยกำลังลดลง คนเกิดน้อยลง ถ้าเราไม่ทำให้แรงงานมีคุณภาพสูง มีการศึกษาที่ดี เราจะไม่สามารถแข่งขันกับใครได้”</p>



<p>กฤษณพงศ์ชี้ว่า การเข้าศึกษาต่อในระดับอาชีวศึกษาหรืออุดมศึกษาต้องเป็นการเข้าศึกษาที่มีคุณภาพ ทว่าปัจจุบันยังพบปัญหาเรื่องความเข้าใจในการประกอบอาชีพ รวมไปถึงค่านิยมเดิมๆ ที่ยังยึดติดกับการได้รับปริญญาหรือประกอบอาชีพเป็นข้าราชการ ทว่าตลาดแรงงานอยู่ในทิศทางที่เป็นตลาดแรงงานของภาคเอกชนมาแล้วสิบกว่าปี มีการลงทุนทั้งทางเศรษฐกิจและอุตสาหกรรม เพราะฉะนั้น ผู้กำหนดทิศทางตลาดแรงงานของภาคเอกชนไม่ใช่ภาครัฐ และตลาดแรงงานไม่ได้ต้องการแค่คนมีใบปริญญา แต่ต้องการคนทำงานได้และฝึกได้</p>



<p>เมื่อขยับต่อไปถึงเด็กร้อยละ 12 ที่อยู่ในมหาวิทยาลัย กฤษณพงศ์ชี้ว่า เมื่อลงลึกในรายละเอียดแล้วพบว่า หลายคนต้องประสบปัญหาค่าใช้จ่ายไม่เพียงพอแม้จะกู้ กยศ. แล้วก็ตาม ซึ่งเป็นปัญหาที่น่าขบคิดกันต่อไปว่าจะมีระบบอย่างไรเพื่อรองรับเด็กเหล่านี้</p>



<p>“ผมว่าเราน่าจะเปลี่ยนค่านิยมมามองว่า เราต้องช่วยคนที่มีปัญหาในสังคม เพราะถ้าเราช่วยให้เขามีคุณภาพการศึกษาที่ดีได้แล้ว เขาจะออกไปเป็นแรงงานที่มีคุณภาพและช่วยพวกเราได้ นี่คือเหตุผลว่าทำไมเราต้องไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลังในทุกที่”</p>



<p>ในตอนท้าย กฤษณพงศ์ฉายภาพว่า การเข้ามหาวิทยาลัยในปัจจุบันที่เป็นระบบ TCAS มีการแบ่งเป็นรอบต่างๆ จึงควรมีการสำรวจว่า เด็กคนใดต้องการความช่วยเหลือในรอบไหนหรือไม่ เพื่อลดความได้เปรียบเสียเปรียบกัน ทำให้เด็กที่มีเศรษฐฐานะน้อยกว่าเข้าใจในระบบได้</p>



<p>“นี่เป็นเรื่องความเอื้ออาทรและความเอาใจใส่ของคนที่อยู่ในประเทศเดียวกัน เราต้องการให้คนไทยทุกคนสามารถทำงานในสังคมได้ ทั้งเพื่อตัวเขาเอง ให้เขาไปช่วยเหลือครอบครัวและเป็นกำลังแรงงานในภาคเศรษฐกิจต่อไป” กฤษณพงศ์กล่าวทิ้งท้าย</p>



<h2 class="has-text-align-center wp-block-heading"><strong>ร่วมสร้างหลักประกันโอกาสทางการศึกษา</strong><br><strong>ร่วมสร้างประเทศไทยให้เติบโตอย่างยั่งยืน</strong></h2>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>1. สร้างโอกาสหลุดพ้นกับดักรายได้ปานกลาง ด้วยการประสานจากทุกภาคส่วน</strong></h3>



<p><strong>ผศ.ดร.พูลศักดิ์ โกษียาภรณ์&nbsp;</strong>รองผู้อำนวยการสำนักงานสภานโยบายการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมแห่งชาติ ชี้ให้เห็นภาพรวมของทิศทางการศึกษาในระดับอุดมศึกษาว่า ตอนนี้คนไทยกำลังช่วยขับเคลื่อนไทยให้หลุดพ้นจากกับดักรายได้ปานกลาง ซึ่งต้องอาศัยการขับเคลื่อนจากภาคเศรษฐกิจ รวมถึงสังคมและพื้นที่</p>



<p>“เราจะเห็นว่าในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมาที่เป็นช่วงการแพร่ระบาดของโควิด-19 มีมาตรการพัฒนาเชิงพื้นที่เกิดขึ้นเป็นจำนวนมาก ทำให้เห็นว่าอุดมศึกษามีศักยภาพในการเป็นกำลังสำคัญให้ประเทศด้วย ทั้งนี้ เรามีนักศึกษาอยู่ในระดับหลักล้าน ดังนั้นการพัฒนากำลังคนเป็นอีกเรื่องสำคัญ”</p>



<p>พูลศักดิ์ขยายความต่อให้เห็นภาพว่า ช่วงโรคระบาดที่ผ่านมาประกอบกับการที่ไทยกำลังเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ ทำให้เห็นว่าเรื่องสาธารณสุขเป็นเรื่องสำคัญมาก จึงอาจจะมีการมองไปยังการจ้างงานผู้ด้อยโอกาสมาทำงานในส่วนที่ขาดแคลน รวมไปถึงสาขาอื่นๆ ที่ขาดแคลนคนแต่อาจเป็นสาขาที่คนคาดไม่ถึงอย่างศิลปศาสตร์และสื่อ รวมไปถึงสาขาด้านสิ่งแวดล้อมเพื่อรองรับกับวิกฤตการณ์ด้านสภาพอากาศของโลกที่เปลี่ยนแปลงไป</p>



<p>“ในภาพรวม เกือบทุกสาขาอาชีพของไทยกำลังเจอปัญหาเรื่องแรงงาน เราต้องมาคิดแล้วว่าจะช่วยให้คนเข้าสู่การจ้างงานมากขึ้นได้ยังไง อย่างเช่นถ้าเรารู้ว่าคนด้อยโอกาสไม่สามารถเข้าสู่ระบบหรือเข้าแล้วไปไม่ถึงการจ้างงานเพราะไม่รู้ว่าต้องประกอบอาชีพอะไรเนื่องจากไม่มีคนแนะนำ เราก็ต้องเร่งทำตรงนี้เพิ่มเติมด้วย”</p>



<p>ถ้าขยับมาดูในระดับอุดมศึกษา ภาพที่เห็นกันจนชินตาคือหลายคนต้อง ‘ทำงานไปด้วย เรียนไปด้วย’ ซึ่งพูลศักดิ์ชี้ว่า เรากำลังอยู่ในยุคที่ส่งเสริมให้มีการพัฒนานวัตกรรมการจัดการศึกษาเพื่อให้ตอบรับกับสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงไป จึงนำไปสู่การส่งเสริมการเรียนไปด้วยและการทำงานไปด้วย เพื่อสร้างความร่วมมือระหว่างผู้ประกอบการและภาคการศึกษา อันจะเป็นการเพิ่มประสิทธิภาพและได้คนที่ต้องการในตลาดแรงงาน</p>



<p>“เราจะเห็นนโยบายน่าสนใจมากมาย เช่น การเรียนรู้แบบบูรณาการกับการทำงาน (work-integrated learning) หรือการเพิ่มทักษะทั้งหลายแหล่ ใช้องค์ความรู้จากภาคเอกชนมาประยุกต์ในระบบการศึกษา หรือระบบการหาคนแบบเร่งด่วนพร้อมทั้งมีระบบเมนเทอร์ที่ติดตามและให้ความรู้เพื่อให้เขาอยู่ในระบบงานได้”</p>



<p>อีกหนึ่งรูปแบบที่น่าสนใจคือนวัตกรรมการศึกษาหรือแซนด์บ็อก (sandbox) เพื่อก้าวข้ามขีดจำกัดในอดีต รวมไปถึงการจัดการเรียนรู้ตลอดชีวิต ทำให้ระบบอุดมศึกษาสามารถรองรับไปถึงคนวัยทำงานหรือแม้กระทั่งผู้สูงอายุ โดยพูลศักดิ์ยกตัวอย่างนโยบาย เช่น เครดิตแบงก์ การเชื่อมโยงมหาวิทยาลัยกับผู้ประกอบการ หรือการปรับประสบการณ์การทำงานมาสู่ระบบเครดิต</p>



<p>“ผมมองว่าอนาคตเราต้องทำงานแบบแพลตฟอร์มที่มีหลายหน่วยงานมาร่วมมือกัน โดยตั้งเป้าหมายไว้สามส่วน&nbsp;<strong>ส่วนแรก</strong>คือการเข้าถึงการศึกษา (learning access) ซึ่งปัจจุบันนับว่าประสบความสำเร็จพอสมควรหากดูจากข้อมูลในระบบ TCAS และอาจพัฒนาให้มีข้อมูลเรื่องการจ้างงานหรือการทำงานพาร์ตไทม์ระหว่างเรียนของแต่ละมหาวิทยาลัยต่อไป”</p>



<p>“<strong>ส่วนที่สอง</strong>คือ ผลลัพธ์การศึกษา (learning outcome) พอเรียนแล้วประสบความสำเร็จตามที่ตั้งใจไว้ ซึ่งก็ต้องมีกระบวนการหลายรูปแบบ คำถามคือเป็นไปได้ไหมที่เราจะขยายฐานสนับสนุนเด็กด้อยโอกาส อาจจะเป็น กสศ. ช่วยช่วงต้น และตามมาด้วยการสนับสนุนจากภาคเอกชน ช่วยให้เด็กมีงานทำระหว่างเรียน และทำให้ระบบการงานกับการเรียนไปด้วยกัน”</p>



<p>“และ<strong>ส่วนสุดท้าย</strong>&nbsp;คือ การเปลี่ยนแปลงเชิงระบบ (system change) ให้สร้างระบบเชื่อมโยงกัน อาทิ การเชื่อมโยงข้อมูล การสนับสนุนมาตรการสิทธิภาษีให้ภาคเอกชน มีระบบแลกเปลี่ยนเครดิตการเรียน เพิ่มจำนวนสาขาที่จำเป็นต้องขยาย และที่สำคัญคือทำให้การสนับสนุนเด็กเหล่านี้เป็นส่วนหนึ่งในการช่วยเหลือสังคม โดยอาจจะผ่านระบบอาสาสมัคร ดึงเขาเข้ามาช่วยสร้างสรรค์สังคมด้วย” พูลศักดิ์ทิ้งท้าย</p>



<h3 class="wp-block-heading"><br><strong>2. สร้างหลักประกันทางการศึกษา ส่งต่อจากรั้วโรงเรียนสู่มหาวิทยาลัย</strong></h3>



<p>สำหรับหน่วยงานที่มีบทบาทในการโอบอุ้มนักเรียนยากจนไม่ให้ร่วงหลุดจากตาข่ายการศึกษามายาวนานอย่าง กสศ.&nbsp;<strong>ดร.ไกรยส ภัทราวาท</strong>&nbsp;ผู้จัดการ กสศ. อธิบายว่า ในการช่วยเหลือเด็กแต่ละคน กสศ. จะใช้คำว่าการให้ ‘หลักประกัน’ เพื่อเอื้อให้เด็กแต่ละคนกล้าก้าวข้ามผ่าน ‘ช่องว่าง’ ระหว่างการศึกษาในระดับมัธยมศึกษาและระดับอุดมศึกษา</p>



<p>“หากไม่มีหลักประกันตรงนี้ เด็กคงไม่กล้าที่จะก้าวข้ามผ่านช่องว่างที่ว่ามา เพราะไม่มีหลักประกันใดๆ เลยที่จะช่วยการันตีว่าเขาจะมีเงินเรียนต่อได้ สามารถอยู่ในระบบอุดมศึกษาได้โดยไม่ต้องรีไทร์ หรือจะมีงานทำเพียงพอที่จะดำรงชีพหรือแม้แต่แก้ปัญหาความยากจนของครอบครัวได้”</p>



<p>“ทั้งหมดนี้ทำให้เด็กตัดสินใจตั้งแต่ช่วงมัธยมต้นแล้วว่าเขาจะไม่ไปต่อถ้าไม่มีหลักประกัน”</p>



<p>ไกรยสฉายภาพความพยายามว่า ตอนนี้ กสศ. พยายามนำข้อมูลที่มีมาเชื่อมโยงกันเพื่อให้เห็นกลุ่มเป้าหมาย สร้างการทำงานแบบไร้รอยต่อ โดยสร้างหลักประกันที่เริ่มต้นตั้งแต่การเปลี่ยนความคิดของเด็กและครอบครัวให้กล้าที่จะก้าวออกมาจากชุมชน ครอบครัว สู่รั้วอุดมศึกษา</p>



<p>ทั้งนี้ หากจะทำให้การทำงานแบบไร้รอยต่อเกิดขึ้นได้ ‘ข้อมูล’ เป็นเรื่องสำคัญมาก ไกรยสยกตัวอย่างว่า เมื่อเราเห็นข้อมูลแล้วว่าเด็กที่ยืนยันสิทธิในระบบ TCAS เรียนสาขาใด กสศ. จะแบ่งปันข้อมูลดังกล่าวให้ กยศ. ซึ่งอาจนำไปสู่การสนับสนุนลดเงินต้นหรือการสนับสนุนในรูปแบบต่างๆ แก่เด็กที่เลือกเรียนในบางสาขา หรือการมีระบบอาสาสมัครให้เด็กกลับไปแนะแนวที่โรงเรียน เพิ่มโอกาสให้รุ่นน้องและสร้างเครือข่ายต่อไป</p>



<p>“ตรงนี้จะช่วยให้ทาง กสศ. มีข้อมูลที่ละเอียดมากขึ้นในอนาคต และอาจขยายฐานข้อมูลออกไปครอบคลุมด้านอื่นๆ เช่น เศรษฐกิจ สุขภาพ เพื่อสร้างการให้โอกาสเด็กมากขึ้นในอนาคต”</p>



<p>นอกจากนี้ ไกรยสเปิดสถิติข้อมูลล่าสุดในปี 2566 จากระบบ TCAS ที่จับคู่กับข้อมูลเด็กที่เป็นผู้ขาดแคลนทุนทรัพย์ที่ได้รับทุนเสมอภาคจาก กสศ. (หรือเงินอุดหนุน) ในปี 2562 ซึ่งมีจำนวนสูงถึง 21,922 คน ที่ผ่านการคัดเลือกและยืนยันสิทธิในระบบ TCAS (เพิ่มขึ้นจากจำนวน 2,018 คนในปีก่อนหน้า)</p>



<p>“พูดง่ายๆ คือเรามีลูกค้ามากขึ้น คำถามคือเราจะทำอย่างไรให้เขามั่นใจและมีหลักประกันในการเรียนต่อ” ไกรยสทิ้งท้าย พร้อมทั้งเน้นย้ำว่า “อย่าลืมนะครับว่าตอนนี้เราเข้าสู่สังคมสูงวัยโดยสมบูรณ์ เพราะฉะนั้น เราจะปล่อยให้เด็กคนใดหลุดออกจากระบบการศึกษาไม่ได้เลยแม้แต่คนเดียว”</p>



<h3 class="wp-block-heading"><br><strong>3. สร้างเครือข่าย-พัฒนาแพลตฟอร์ม สู่การโอบอุ้มนักเรียนจน (โอกาส)</strong></h3>



<p>แม้ตัวเลขการเข้าเรียนในระบบ TCAS จะเพิ่มขึ้นจากปีก่อนหน้าอย่างก้าวกระโดด&nbsp;<strong>รศ.ดร.ชาลี เจริญลาภนพรัตน์&nbsp;</strong>ผู้จัดการระบบ TCAS ที่ประชุมอธิการบดีแห่งประเทศไทย (ทปอ.) ขยายความว่า เด็กจากกองทุน กสศ. ที่ผ่านเข้าสู่ระบบ TCAS และยืนยันสิทธิมีเพียงร้อยละ 10-12 เท่านั้น</p>



<p>“นี่แสดงว่าเรายังทำงานหนักไม่พอที่จะทำให้คนเข้าสู่ระบบอุดมศึกษาได้มากกว่านี้” ชาลีกล่าว “และถึงตัวเลขจะเพิ่มขึ้นอย่างไร ก็เป็นเพราะฐานจำนวนนักเรียนในกองทุนเพิ่มขึ้นเท่านั้น เราจึงอาจจะต้องพิจารณาสัดส่วนมากกว่า”</p>



<p>ชาลีเล่าถึงการตอบกลับ (feedback) จากเหล่านักเรียนว่า ประเด็นสำคัญที่นักเรียนกังวลคือเรื่องของค่าใช้จ่าย ที่ยังไม่แน่ใจว่าตนเองจะมีหลักประกันอะไรให้สามารถเรียนจนจบหลักสูตรการศึกษาได้ นอกจากนี้ยังมีเรื่องค่าใช้จ่ายในการสมัครและการสอบที่ยังเป็นอุปสรรคอย่างยิ่ง</p>



<p>“ตอนที่ยังใช้ระบบการสอบเข้ามหาวิทยาลัยแบบแอดมิชชัน (admission) หลายคนคงพอจำได้ว่า นักเรียนสามารถสมัครได้หลายที่ วิ่งรอกสอบโดยไม่จำกัด และยังยืนยันสิทธิได้ในมหาวิทยาลัยพร้อมกัน เวลาเดียวกัน แปลว่าคนที่มีฐานะดีกว่าสามารถยืนยันได้หลายสิทธิกว่า ตรงนี้ทำให้เกิดช่องว่างความเหลื่อมล้ำขึ้น”</p>



<p>เมื่อเป็นเช่นนี้ ชาลีชี้ว่าระบบ TCAS จึงถูกพัฒนาขึ้นมาจัดการกับปัญหาดังกล่าว โดยไม่ให้นักเรียนต้องวิ่งรอกสอบ และทุกมหาวิทยาลัยพร้อมใจไม่เปิดสมัครสอบตรงก่อนหน้านักเรียนจะจบการศึกษา เมื่อเป็นเช่นนี้ การวิ่งรอกสอบจะไม่เกิดขึ้น และนักเรียนจะสามารถยืนยันสิทธิได้ที่เดียวต่อรอบเพื่อไม่ให้เป็นการกันสิทธินักเรียนคนอื่น นอกจากนี้ การที่นักเรียนจะเริ่มสอบหลังจากที่จบการศึกษาแล้ว จะช่วยลดการเรียนพิเศษเพื่อสอบด้วย</p>



<p>เพื่อให้เห็นภาพ ชาลีอธิบายว่า มาตรการแรกๆ ที่ถูกนำมาใช้เพื่อช่วยเหลือเด็กกลุ่มยากจนคือ การลดค่าใช้จ่าย ซึ่งเป็นสิ่งที่มองเห็นได้ชัดที่สุด ดังเช่นการสมัครคัดเลือกรอบที่ 3 (central admission) ที่ทุกมหาวิทยาลัยจะเปิดรับพร้อมกัน ทำให้ถ้านักเรียนสมัครเยอะก็ยิ่งเสียค่าใช้จ่ายเยอะ จึงอาจจะมีหลักประกันให้นักเรียน โดยเฉพาะจาก กสศ. ว่าพวกเขาสามารถสมัครเข้ามหาวิทยาลัยได้โดยสามารถยกเว้นค่าใช้จ่ายอย่างน้อย 1-2 ลำดับ และจ่ายเงินเพิ่มเฉพาะส่วนต่าง</p>



<p>“อนาคต เราอาจจะมีกระบวนการลดค่าสมัครสอบ แต่ต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกมหาวิทยาลัยในระบบเพื่อช่วยลดค่าใช้จ่ายให้นักเรียนกลุ่มนี้”</p>



<p>ชาลียังชี้ให้เห็นว่า สิ่งที่นักเรียนต้องการในการเรียนต่อระดับอุดมศึกษา หากไม่ได้เงินของ กยศ. ก็คือการได้ทุนการศึกษาของมหาวิทยาลัยหรือได้งานทำระหว่างเรียน ต้องอาศัยการสนับสนุนจากทุกมหาวิทยาลัยในเครือข่าย โดย ทปอ. พยายามช่วยเหลือทุกมหาวิทยาลัยในการสร้างแพลตฟอร์มการทำงาน ที่ไม่ได้มาพร้อมแค่เรื่องรายได้ แต่ยังช่วยเพิ่มพูนประสบการณ์และความรับผิดชอบ อีกทั้งยังได้เรียนรู้ทักษะการใช้ชีวิตร่วมกันผู้อื่นอย่างมีคุณค่า</p>



<p>หนึ่งในประเด็นน่าสนใจของชาลีคือ สถิติของนักเรียนที่เลือกซิ่ว (สอบใหม่หลังจากที่เรียนมหาวิทยาลัยไปแล้ว) มีมากขึ้นเรื่อยๆ เพิ่มขึ้นจากร้อยละ 12 ไปถึงร้อยละ 20 ในปีปัจจุบัน เท่ากับว่า 1 ใน 5 ของคนทื่ยืนยันสิทธิในระบบ TCAS เป็นคนที่เรียนอยู่ในมหาวิทยาลัยอยู่ก่อนแล้ว ทำให้เกิดการสูญเสียทั้งกำลังคน ทรัพยากรในการเทรน รวมถึงเวลา</p>



<p>“ถ้าเราลดตรงนี้ได้แปลว่าเราสูญเสียลดลง ซึ่งเรามีระบบที่จะช่วยพัฒนากำลังคนของประเทศเพื่อช่วยให้คนที่อยู่ในสาขาที่เป็นที่ต้องการเข้ามาอยู่ในระบบนี้ การมีระบบอินเทอร์แอกทีฟ (interactive) รายบุคคลจะทำให้นักเรียนสามารถประเมินตนเองได้ก่อนที่จะได้รับคำแนะนำสาขาที่เขาควรเรียน ซึ่งเราหวังว่า ทุกมหาวิทยาลัยจะร่วมพัฒนาระบบนี้ไปพร้อมกับ ทปอ.”</p>



<p>ในตอนท้าย ชาลีชี้ว่า หนึ่งในงานสำคัญที่มหาวิทยาลัยร่วมมือกันทำคือ การสร้างเครือข่ายอาสาสมัคร (volunteer network) เป็นระบบแพลตฟอร์มการทำงานของนักเรียนนักศึกษา ขณะเดียวกัน เพื่อสนับสนุนให้นักเรียนเข้าถึงแหล่งทุนมากขึ้น กิจการนักศึกษาก็มีหน้าที่ต้องคอยดูแลและเจาะจงไปที่กลุ่มเป้าหมายคือนักเรียนยากจนมากขึ้น</p>



<p>“การรายงานข้อมูลกลับมาก็เป็นสิ่งสำคัญเช่นกัน โดยเราจะเร่งติดตามให้ทุกมหาวิทยาลัยรายงานข้อมูลกลับมาเพื่อส่งกลับไปให้ กสศ. ใช้ประโยชน์ต่อไป และพัฒนาให้ทุกมหาวิทยาลัยมีเครือข่ายร่วมกันในการแลกเปลี่ยนประสบการณ์ด้วย” ชาลีทิ้งท้าย</p>



<h3 class="wp-block-heading"><br><strong>4. สร้างโอกาสด้วยเงินกู้ยืมเพื่อการศึกษา สู่การสร้างทรัพยากรมนุษย์เพื่อพัฒนาประเทศ</strong></h3>



<p>ถ้า กสศ. คือผู้โอบอุ้มไม่ให้ ‘นักเรียน’ คนใดต้องร่วงหล่นจากตาข่ายการศึกษา กยศ. ก็คือหน่วยงานที่รับไม้ต่อและรองรับไม่ให้นิสิตนักศึกษาคนใดต้องหลุดออกจากระบบอุดมศึกษากลางคัน</p>



<p>“กยศ. เกิดขึ้นจากคำว่าโอกาส”&nbsp;<strong>ชัยณรงค์ กัจฉปานันท์</strong>&nbsp;ผู้จัดการ กยศ. กล่าว “เราก่อตั้งองค์กรตั้งแต่ปี 2539 โดยมุ่งเป็นหลักประกันให้ทุกครอบครัวว่า เด็กทุกคนที่เกิดขึ้นมาในประเทศนี้จะมีโอกาสเข้าถึงการศึกษาได้ทุกคน ยิ่งจนเรายิ่งให้กู้”</p>



<p>ชัยณรงค์อธิบายเพิ่มว่า การให้กู้ของ กยศ. จะมีหลักๆ สี่แบบ&nbsp;<em>แบบแรก</em>คือเด็กที่ขาดแคลนทุนทรัพย์ มีรายได้ครอบครัวไม่เกิน 360,000 บาท ถ้าเข้าเกณฑ์ตามนี้แล้ว ไม่ว่าใครก็สามารถกู้ได้โดยไม่จำกัดสิทธิและไม่มีโควตา</p>



<p><em>แบบที่สอง</em>&nbsp;คือ ถ้าครอบครัวมีรายได้เกินเกณฑ์ที่กำหนด แต่เด็กเลือกเรียนในสาขาวิชาที่เป็นความต้องการหลักของประเทศ อาทิ แพทยศาสตร์ เภสัชศาสตร์ หรือวิศวกรรมศาสตร์ ก็สามารถกู้ยืมเงินได้เช่นกัน คล้ายคลึงกับ&nbsp;<em>แบบที่สาม</em>&nbsp;ทว่าเป็นเงื่อนไขสำหรับเด็กที่เลือกเรียนในสาขาวิชาที่ขาดแคลน อาทิ โบราณคดี ดนตรีไทย หรือดุริยางคศิลป์ ที่นอกจากจะให้กู้แล้วยังมีแนวโน้มจะให้ทุนอีกด้วย</p>



<p>และ<em>แบบสุดท้าย</em>&nbsp;คือการกู้เพื่อนำไปเพิ่มพูนทักษะ (upskill) หรือทบทวนทักษะ (reskill) ของตนเอง เพื่อให้สอดคล้องกับบริบทการศึกษาที่เปลี่ยนไป โดยมีการให้กู้แบบหลักสูตรระยะสั้น คือไม่เกิน 6 เดือน ถึง 1 ปี อาทิ การกู้เพื่อเรียนหลักสูตรบริบาล เพื่อทำให้การเข้าถึงการศึกษาไร้ขีดจำกัดมากขึ้น</p>



<p>“ตอนนี้ กยศ. พร้อมแล้ว เด็กที่เข้าเรียนระดับอุดมศึกษาแค่ยื่นมาก็ได้ โดยเฉพาะเด็ก กสศ. ที่ยากจน ซึ่งเราจะไม่ให้ตกหล่นแน่นอน</p>



<p>“แต่น่าแปลกใจที่พ่อแม่หลายคนยังไม่อยากให้ลูกกู้เพราะกลัวเป็นหนี้ และกลับไปกู้เงินนอกระบบมาให้ลูกเรียนแทน อันนี้อาจจะเข้าใจคลาดเคลื่อนนะครับ เพราะการเป็นหนี้ไม่ได้ไม่ดีเสมอไป เพราะเราเป็นหนี้เพื่อการศึกษา เป็นหนี้เพื่อสร้างทุนมนุษย์ และเมื่อมีทุนมนุษย์แล้วเราก็จะสามารถนำทุนตรงนี้ไปชำระเงินได้” ชัยณรงค์ปิดท้าย</p><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/equitable-access-to-education/">ร่วมสร้างหลักประกันแบบ ‘ไร้รอยต่อ’ สู่โลกที่ไม่มีเด็กคนใดต้องร่วงหล่นจากตาข่ายการศึกษา</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>กระทรวง อว. &#8211; ทปอ. จับมือ กสศ. เดินหน้านโยบายพัฒนาระบบหลักประกันโอกาสทางการศึกษา เชื่อมมหาวิทยาลัยรัฐและเอกชนทั่วประเทศ ส่งต่อการศึกษาพื้นฐานถึงอุดมศึกษา</title>
		<link>https://www.eef.or.th/news-300922/?utm_source=rss&#038;utm_medium=rss&#038;utm_campaign=news-300922</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[admin]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 30 Sep 2022 13:31:14 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[ข่าวสารความรู้]]></category>
		<category><![CDATA[TCAS65]]></category>
		<category><![CDATA[TCAS]]></category>
		<category><![CDATA[อุดมศึกษา]]></category>
		<category><![CDATA[ศาสตราจารย์พิเศษ ดร.เอนก เหล่าธรรมทัศน์]]></category>
		<category><![CDATA[ทปอ.]]></category>
		<category><![CDATA[นักเรียนยากจน]]></category>
		<category><![CDATA[การปฏิรูปการศึกษา]]></category>
		<category><![CDATA[นักเรียนยากจนพิเศษ]]></category>
		<category><![CDATA[ดร.ไกรยส ภัทราวาท]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?p=60708</guid>

					<description><![CDATA[<p>‘ดร.เอนก’ มอบนโยบายผู้บริหารสถาบันอุดมศึกษารับช่วงต่อ ก [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/news-300922/">กระทรวง อว. – ทปอ. จับมือ กสศ. เดินหน้านโยบายพัฒนาระบบหลักประกันโอกาสทางการศึกษา เชื่อมมหาวิทยาลัยรัฐและเอกชนทั่วประเทศ ส่งต่อการศึกษาพื้นฐานถึงอุดมศึกษา</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>‘ดร.เอนก’ มอบนโยบายผู้บริหารสถาบันอุดมศึกษารับช่วงต่อ กสศ. จัดมาตรการดูแลนิสิตนักศึกษาที่ต้องการความช่วยเหลืออย่างเป็นระบบ หนุนหลักประกันโอกาสทางการศึกษาตั้งแต่ปฐมวัยจนจบปริญญา ‘ผู้จัดการ กสศ.’ เผย TCAS 65 มีเด็กยากจน ยากจนพิเศษ เข้าเรียนมหาวิทยาลัยร้อยละ 14 เพิ่มขึ้นจากปี 64 ราว 1 &#8211; 2 %&nbsp;</strong></p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img decoding="async" loading="lazy" width="855" height="569" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2022/09/09-กระทรวง-อว.-ทปอ.-จับมือ-กสศ-6.jpg" alt="" class="wp-image-60718" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2022/09/09-กระทรวง-อว.-ทปอ.-จับมือ-กสศ-6.jpg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2022/09/09-กระทรวง-อว.-ทปอ.-จับมือ-กสศ-6-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2022/09/09-กระทรวง-อว.-ทปอ.-จับมือ-กสศ-6-768x511.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2022/09/09-กระทรวง-อว.-ทปอ.-จับมือ-กสศ-6-750x500.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2022/09/09-กระทรวง-อว.-ทปอ.-จับมือ-กสศ-6-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /></figure>



<p>เมื่อวันที่ 30 กันยายน 2565 ที่กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) <strong>ศาสตราจารย์พิเศษ ดร.เอนก เหล่าธรรมทัศน์</strong> รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม เป็นประธานในงานประชุมหารือสถาบันอุดมศึกษาในการสนับสนุนค่าใช้จ่ายหรือทุนการศึกษาให้กับนักเรียน นิสิต นักศึกษา ที่ด้อยโอกาสทางสังคมเพื่อสร้างโอกาสและความเสมอภาคทางการศึกษา โดยมี <strong>รองศาสตราจารย์ ดร.พาสิทธิ์ หล่อธีรพงศ์</strong> รองปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม <strong>ศาสตราจารย์ ดร.ศุภชัย ปทุมนากุล</strong> รองปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม <strong>ดร.ไกรยส ภัทราวาท</strong> ผู้จัดการกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) <strong>ที่ประชุมอธิการบดีแห่งประเทศไทย (ทปอ.) ที่ประชุมคณะกรรมการอธิการบดีมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล ที่ประชุมอธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฏ ที่ประชุมอธิการบดีสถาบันอุดมศึกษาเอกชน อธิการบดีและตัวแทนจากสถาบันอุดมศึกษาทั่วประเทศ</strong> เข้าร่วม ณ กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม และผ่านระบบออนไลน์</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img decoding="async" loading="lazy" width="855" height="569" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2022/09/09-กระทรวง-อว.-ทปอ.-จับมือ-กสศ-10.jpg" alt="" class="wp-image-60722" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2022/09/09-กระทรวง-อว.-ทปอ.-จับมือ-กสศ-10.jpg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2022/09/09-กระทรวง-อว.-ทปอ.-จับมือ-กสศ-10-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2022/09/09-กระทรวง-อว.-ทปอ.-จับมือ-กสศ-10-768x511.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2022/09/09-กระทรวง-อว.-ทปอ.-จับมือ-กสศ-10-750x500.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2022/09/09-กระทรวง-อว.-ทปอ.-จับมือ-กสศ-10-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /></figure>



<p><strong>ศาสตราจารย์พิเศษ ดร.เอนก เหล่าธรรมทัศน์</strong> รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม กล่าวว่า อว. ได้มีการปฏิรูปการศึกษามาอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะการให้เด็กทุกคนสามารถเข้าถึงการศึกษาได้ สำหรับกลุ่มนักเรียนยากจน ยากจนพิเศษ ที่เข้าเรียนเป็นนิสิตนักศึกษาชั้นปีที่ 1 ในสถาบันอุดมศึกษาในปีนี้ที่มีจำนวน 20,018 คน กระจายอยู่ในสถาบันอุดมศึกษาจำนวน 75 แห่งของ อว. จะได้รับการดูแลอย่างเป็นระบบ ซึ่งตนได้ให้นโยบายแก่สถาบันอุดมศึกษาที่รับนิสิตนักศึกษากลุ่มนี้เข้าเรียนว่าจะต้องมีมาตรการต่าง ๆ ในการดูแล อาทิ การสนับสนุนทุนการศึกษา สนับสนุนการทำงาน Part &#8211; time ในสถาบันอุดมศึกษา ดูแลการเรียนด้วยการจัดติวพิเศษให้สามารถเรียนเท่าทันนิสิตนักศึกษาอื่น ๆ&nbsp; การดูแลในการปรับตัวเข้ากับสังคมและสิ่งแวดล้อมของสถาบันอุดมศึกษาเพื่อช่วยให้นิสิตนักศึกษาจบการศึกษาและประสบความสำเร็จในอนาคต ตลอดจนการติดตาม Survey ข้อมูลหลังนิสิตนักศึกษาเรียนจบ ติดตามสถานะการมีงานทำ รายได้ เพื่อจะนำมาใช้ในการกำหนดนโยบายและแนวทางสนับสนุนต่อไปในอนาคต</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img decoding="async" loading="lazy" width="855" height="569" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2022/09/09-กระทรวง-อว.-ทปอ.-จับมือ-กสศ-6.jpg" alt="" class="wp-image-60718" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2022/09/09-กระทรวง-อว.-ทปอ.-จับมือ-กสศ-6.jpg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2022/09/09-กระทรวง-อว.-ทปอ.-จับมือ-กสศ-6-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2022/09/09-กระทรวง-อว.-ทปอ.-จับมือ-กสศ-6-768x511.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2022/09/09-กระทรวง-อว.-ทปอ.-จับมือ-กสศ-6-750x500.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2022/09/09-กระทรวง-อว.-ทปอ.-จับมือ-กสศ-6-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /></figure>



<blockquote class="wp-block-quote"><p>“การจัดการความไม่เท่าเทียมทางการศึกษา ต้องทำคู่ไปกับการเลื่อนชั้นทางสังคม (Social mobility) คือ ทำให้คนลำบากยากไร้ไม่เพียงแต่เขยิบมาเท่ากับคนปกติแต่ต้องทำให้ดีกว่าคนปกติ ไม่มองว่าพวกเขาเป็นคนป่วยหรือมีปัญหา แต่ต้องมองว่าเป็นช้างเผือกในป่า เป็นทรัพยากรที่ล้ำค่าของประเทศ เสมือนเพชรพลอยที่ยังไม่ได้รับการเจียรนัย ถ้าเราดูแลให้ดี เอามาฝึกปรือ ปลุกเร้าให้เติบโตอย่างเข้มแข็ง ก็จะกลายเป็นคนเก่ง คนดี ที่จะมาเติมพลังให้บ้านเมือง อย่าให้กลัวความจน เพราะความจนจะเป็นแรงผลักดันให้ก้าวไปสู่ความสำเร็จ คนเก่งมาจากความยากไร้มีมากมาย ที่สำคัญต้องให้พวกเขาตระหนักว่าสังคมให้โอกาสและดูแลเอาใจใส่ เมื่อประสบความสำเร็จจะต้องกลับมาตอบแทนสังคมเพื่อคนรุ่นต่อไป” </p><cite><strong>ศาสตราจารย์พิเศษ ดร.เอนก กล่าว</strong></cite></blockquote>



<figure class="wp-block-image size-large"><img decoding="async" loading="lazy" width="855" height="569" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2022/09/09-กระทรวง-อว.-ทปอ.-จับมือ-กสศ-9.jpg" alt="" class="wp-image-60721" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2022/09/09-กระทรวง-อว.-ทปอ.-จับมือ-กสศ-9.jpg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2022/09/09-กระทรวง-อว.-ทปอ.-จับมือ-กสศ-9-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2022/09/09-กระทรวง-อว.-ทปอ.-จับมือ-กสศ-9-768x511.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2022/09/09-กระทรวง-อว.-ทปอ.-จับมือ-กสศ-9-750x500.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2022/09/09-กระทรวง-อว.-ทปอ.-จับมือ-กสศ-9-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /></figure>



<p><strong>ดร.ไกรยส ภัทราวาท</strong> ผู้จัดการกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) กล่าวว่า หลังจาก กสศ. ได้ร่วมลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือเพื่อพัฒนาหลักประกันโอกาสทางการศึกษาสำหรับผู้ขาดแคลนทุนทรัพย์ระดับอุดมศึกษากับกระทรวง อว. ที่ประชุมอธิการบดีแห่งประเทศไทย ทปอ. มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล และ ทปอ. มหาวิทยาลัยราชภัฏ เมื่อวันที่ 7 ตุลาคม 2564 นั้น ล่าสุดได้มีการเชื่อมโยงข้อมูลนักเรียนที่เคยได้รับทุนเสมอภาคจาก กสศ. และทุนอุดหนุนปัจจัยพื้นฐานนักเรียนยากจนจากสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) เมื่อปี 2561 ซึ่งปัจจุบันได้สำเร็จการศึกษาขั้นพื้นฐานแล้ว พบว่ามีนักเรียนสอบติดและได้ยืนยันสิทธิ์ผ่านระบบการคัดเลือกกลางบุคคลเข้าศึกษาต่อในสถาบันอุดมศึกษา (TCAS) ปีการศึกษา 2565 จำนวน 20,018 คน กระจายอยู่ในสถาบันอุดมศึกษาจำนวน 75 แห่ง ซึ่งถือว่านักเรียนกลุ่มนี้เป็นเด็กช้างเผือก (Resilient Students) ที่แม้จะมาจากครัวเรือนที่มีรายได้น้อยกว่าเส้นความยากจนของประเทศ แต่ก็สามารถฝ่าฟันอุปสรรรคจนสามารถสำเร็จการศึกษาขั้นพื้นฐาน และสอบติดมหาวิทยาลัยได้สำเร็จ</p>



<blockquote class="wp-block-quote"><p>“ปี 2561 เป็นปีแรกที่ กสศ. เริ่มดำเนินงาน และได้มีการพัฒนาระบบสารสนเทศร่วมกับกระทรวงศึกษาธิการ และกระทรวงมหาดไทย ในการสำรวจและคัดกรองสถานะความยากจนของนักเรียนในระบบการศึกษาขั้นพื้นฐานตั้งแต่ อนุบาลถึงระดับ ม.ต้น โดยมีคุณครูมากกว่า 400,000 คนทั่วประเทศช่วยลงพื้นที่สำรวจและบันทึกข้อมูลนักเรียนยากจนและยากจนพิเศษให้กับ กสศ. สพฐ. ซึ่งในปีการศึกษา 2561 มีนักเรียนชั้น ม.3 ได้รับทุนเสมอภาคจาก กสศ. และทุนอุดหนุนปัจจัยพื้นฐาน ฯ จาก สพฐ. รวม 148,021 คน โดยปีการศึกษา 2564 พบว่านักเรียนกลุ่มนี้เรียนอยู่ชั้น ม.6 ในโรงเรียน สพฐ. 62,042 คน โดย กสศ. ได้เชื่อมโยงข้อมูลนักเรียนที่เข้าศึกษาต่อผ่านระบบ TCAS ปีการศึกษา 2565 ร่วมกับ ทปอ. พบว่ามีนักเรียนยืนยันสิทธิ์ศึกษาต่อ 20,018 คน ประกอบด้วยนักเรียนยากจนราวร้อยละ 14 และยากจนพิเศษร้อยละ 12 ของจำนวนนักเรียนยากจนและยากจนพิเศษที่อยู่ในระบบการศึกษาชั้น ม.3 เมื่อปีการศึกษา 2561 ตามลำดับ ซึ่งมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นจาก TCAS ปี 64 อยู่ราวร้อยละ 1 &#8211; 2”</p><cite><strong>ดร.ไกรยส กล่าว</strong></cite></blockquote>



<figure class="wp-block-image size-large"><img decoding="async" loading="lazy" width="855" height="569" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2022/09/09-กระทรวง-อว.-ทปอ.-จับมือ-กสศ-7.jpg" alt="" class="wp-image-60719" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2022/09/09-กระทรวง-อว.-ทปอ.-จับมือ-กสศ-7.jpg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2022/09/09-กระทรวง-อว.-ทปอ.-จับมือ-กสศ-7-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2022/09/09-กระทรวง-อว.-ทปอ.-จับมือ-กสศ-7-768x511.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2022/09/09-กระทรวง-อว.-ทปอ.-จับมือ-กสศ-7-750x500.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2022/09/09-กระทรวง-อว.-ทปอ.-จับมือ-กสศ-7-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /></figure>



<p><strong>ดร.ไกรยส</strong> กล่าวว่า เมื่อจำแนกตามประเภทของสถาบันอุดมศึกษา พบว่า จากนักเรียน 20,018 คน เข้าศึกษาต่อกลุ่มมหาวิทยาลัยในกำกับของรัฐมากที่สุด 7,599 คน คิดเป็นร้อยละ 38 รองลงมาคือกลุ่มมหาวิทยาลัยราชภัฏ 5,891 คน คิดเป็นร้อยละ 29 กลุ่มมหาวิทยาลัยของรัฐ 5,132 คน คิดเป็นร้อยละ 26 กลุ่มมหาวิทยาลัยราชมงคล 1,235 คน คิดเป็นร้อยละ 6 กลุ่มมหาวิทยาลัยเอกชนและสถาบันการศึกษาอื่น ๆ 161 คน คิดเป็นร้อยละ 1 ในจำนวนทั้งหมดนี้พบว่ามีนักเรียน 6 คน สามารถสอบเข้ากลุ่มสถาบันแพทยศาสตร์แห่งประเทศไทย และเข้าร่วมโครงการครูรัก(ษ์)ถิ่นของ กสศ. 25 คน</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img decoding="async" loading="lazy" width="855" height="569" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2022/09/09-กระทรวง-อว.-ทปอ.-จับมือ-กสศ-2.jpg" alt="" class="wp-image-60709" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2022/09/09-กระทรวง-อว.-ทปอ.-จับมือ-กสศ-2.jpg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2022/09/09-กระทรวง-อว.-ทปอ.-จับมือ-กสศ-2-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2022/09/09-กระทรวง-อว.-ทปอ.-จับมือ-กสศ-2-768x511.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2022/09/09-กระทรวง-อว.-ทปอ.-จับมือ-กสศ-2-750x500.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2022/09/09-กระทรวง-อว.-ทปอ.-จับมือ-กสศ-2-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /></figure>



<figure class="wp-block-image size-large"><img decoding="async" loading="lazy" width="855" height="569" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2022/09/09-กระทรวง-อว.-ทปอ.-จับมือ-กสศ-3.jpg" alt="" class="wp-image-60715" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2022/09/09-กระทรวง-อว.-ทปอ.-จับมือ-กสศ-3.jpg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2022/09/09-กระทรวง-อว.-ทปอ.-จับมือ-กสศ-3-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2022/09/09-กระทรวง-อว.-ทปอ.-จับมือ-กสศ-3-768x511.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2022/09/09-กระทรวง-อว.-ทปอ.-จับมือ-กสศ-3-750x500.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2022/09/09-กระทรวง-อว.-ทปอ.-จับมือ-กสศ-3-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /></figure>



<figure class="wp-block-image size-large is-resized"><img decoding="async" loading="lazy" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2022/09/09-กระทรวง-อว.-ทปอ.-จับมือ-กสศ-1.jpg" alt="" class="wp-image-60714" width="780" height="519" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2022/09/09-กระทรวง-อว.-ทปอ.-จับมือ-กสศ-1.jpg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2022/09/09-กระทรวง-อว.-ทปอ.-จับมือ-กสศ-1-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2022/09/09-กระทรวง-อว.-ทปอ.-จับมือ-กสศ-1-768x511.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2022/09/09-กระทรวง-อว.-ทปอ.-จับมือ-กสศ-1-750x500.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2022/09/09-กระทรวง-อว.-ทปอ.-จับมือ-กสศ-1-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 780px) 100vw, 780px" /></figure>



<figure class="wp-block-image size-large"><img decoding="async" loading="lazy" width="855" height="569" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2022/09/09-กระทรวง-อว.-ทปอ.-จับมือ-กสศ-4.jpg" alt="" class="wp-image-60716" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2022/09/09-กระทรวง-อว.-ทปอ.-จับมือ-กสศ-4.jpg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2022/09/09-กระทรวง-อว.-ทปอ.-จับมือ-กสศ-4-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2022/09/09-กระทรวง-อว.-ทปอ.-จับมือ-กสศ-4-768x511.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2022/09/09-กระทรวง-อว.-ทปอ.-จับมือ-กสศ-4-750x500.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2022/09/09-กระทรวง-อว.-ทปอ.-จับมือ-กสศ-4-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /></figure>



<p>“จากข้อมูลเชิงลึกจะเห็นว่าประเทศไทยมีเด็กช้างเผือกหรือเด็กจากครัวเรือนยากจนที่สุดได้เรียนมหาวิทยาลัยเพียงร้อยละ 14 จาก 100 คน อาจเป็นจำนวนไม่มาก แต่ถ้าเทียบกับ TCAS ปีการศึกษา 2564 ที่พบว่านักเรียนกลุ่มนี้ได้เรียนมหาวิทยาลัยร้อยละ 12 จาก 100 คน จะเห็นความก้าวหน้าของระบบหลักประกันโอกาสทางการศึกษาที่ กสศ. ร่วมกับกระทรวง อว. ที่ประชุมอธิการบดีแห่งประเทศไทย ทปอ. มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล ทปอ. มหาวิทยาลัยราชภัฏ และมหาวิทยาลัยต่าง ๆ ในการสนับสนุนช่วยเหลือพวกเขาให้มีโอกาสได้รับการศึกษาต่อเนื่องในระดับอุดมศึกษา วันนี้ กสศ. ร่วมกับกระทรวง อว. ส่งต่อข้อมูลของนักศึกษากลุ่มดังกล่าวไปยังสถาบันการศึกษาต่าง ๆ ที่นักศึกษาสังกัดอยู่ เพื่อให้สถาบันการศึกษาได้พิจารณาทุนการศึกษาหรือให้ความช่วยเหลืออื่น ๆ เพื่อร่วมกันสร้างความเสมอภาคทางการศึกษาทั้งระบบ ทั้งหมดเป็นมากกว่าการให้ทุนการศึกษาแต่ยังเป็นการส่งต่อข้อมูลทุกมิติอย่างเต็มที่ให้กับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อสร้างโอกาสทางการศึกษาให้กับเด็กเยาวชนที่ขาดแคลนทุนทรัพย์ด้อยโอกาส และเป็นภารกิจสำคัญของ กสศ. ที่จะดูแลเด็กตั้งแต่ระดับอนุบาลจนถึงระดับอุดมศึกษา ซึ่งจะส่งผลดีต่อการพัฒนาเศรษฐกิจสังคมไทย ผ่านการเพิ่มสัดส่วนของกำลังแรงงานที่มีทักษะขั้นสูง และฐานภาษีของประเทศที่จะขยายตัวมากขึ้นในระยะยาวอย่างยั่งยืน” <strong>ดร.ไกรยส กล่าว</strong></p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img decoding="async" loading="lazy" width="855" height="569" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2022/09/09-กระทรวง-อว.-ทปอ.-จับมือ-กสศ-8.jpg" alt="" class="wp-image-60720" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2022/09/09-กระทรวง-อว.-ทปอ.-จับมือ-กสศ-8.jpg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2022/09/09-กระทรวง-อว.-ทปอ.-จับมือ-กสศ-8-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2022/09/09-กระทรวง-อว.-ทปอ.-จับมือ-กสศ-8-768x511.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2022/09/09-กระทรวง-อว.-ทปอ.-จับมือ-กสศ-8-750x500.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2022/09/09-กระทรวง-อว.-ทปอ.-จับมือ-กสศ-8-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /></figure>



<p>ทั้งนี้ มีผลวิจัยชี้ว่า เด็กช้างเผือก (Resilient Students) จากครัวเรือนยากจนที่สุดของประเทศ แม้มีพรสวรรค์มากเพียงใดแต่หากขาดโอกาสทางการศึกษาที่เสมอภาคและระบบนิเวศส่งเสริมการพัฒนาพรสวรรค์ในระยะยาวก็จะไม่สามารถพัฒนาศักยภาพได้เต็มที่ ประเทศจะสูญเสียทรัพยากรมนุษย์ที่มีคุณภาพหรือที่เรียกว่าปรากฏการณ์ The Lost Einsteins สำหรับประเทศไทยข้อมูลจากยูเนสโกปี 2558 ระบุว่าเยาวชนจากครอบครัวที่ฐานะยากจนที่สุดร้อยละ 20 ของประเทศมีเพียงร้อยละ 8 เท่านั้นที่สามารถศึกษาต่อระดับอุดมศึกษาได้ ต่ำกว่าเด็กที่มาจากครัวเรือนร่ำรวยที่สุดร้อยละ 20 ของประเทศกว่า 6 เท่า ดังนั้นการสร้างระบบหลักประกันโอกาสทางการศึกษาให้เยาวชนกลุ่มนี้ได้รับการศึกษาในระดับสูงที่สุดเท่าที่จะทำได้ จะส่งผลถึงรายได้จากการประกอบอาชีพหลังสำเร็จการศึกษาและส่งผลถึงโอกาสหลุดออกจากกับดักความยากจนข้ามชั่วรุ่นของครัวเรือนที่มีรายได้น้อยซึ่งมีระดับการศึกษาสูงสุดเฉลี่ยเพียงชั้นประถมศึกษาหรือเทียบเท่า ซึ่งเป็นหนึ่งในเป้าหมายสำคัญของแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 13 (2566 &#8211; 2570)</p><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/news-300922/">กระทรวง อว. – ทปอ. จับมือ กสศ. เดินหน้านโยบายพัฒนาระบบหลักประกันโอกาสทางการศึกษา เชื่อมมหาวิทยาลัยรัฐและเอกชนทั่วประเทศ ส่งต่อการศึกษาพื้นฐานถึงอุดมศึกษา</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>มหาวิทยาลัยเอสโตเนียผนึกกำลังเดินหน้าโครงการเรียนต่อในระดับอุดมศึกษาฟรี</title>
		<link>https://www.eef.or.th/news-ut-rector-universities-want-to-continue-free-higher-education/?utm_source=rss&#038;utm_medium=rss&#038;utm_campaign=news-ut-rector-universities-want-to-continue-free-higher-education</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 08 Dec 2021 00:00:00 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[ข่าวสารความรู้]]></category>
		<category><![CDATA[อุดมศึกษา]]></category>
		<category><![CDATA[เอสโตเนีย]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?p=48851</guid>

					<description><![CDATA[<p>ตัวแทนอธิการบดีของมหาวิทยาลัยชั้นนำ 6 แห่งในเอสโตเนียเข [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/news-ut-rector-universities-want-to-continue-free-higher-education/">มหาวิทยาลัยเอสโตเนียผนึกกำลังเดินหน้าโครงการเรียนต่อในระดับอุดมศึกษาฟรี</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>ตัวแทนอธิการบดีของมหาวิทยาลัยชั้นนำ 6 แห่งในเอสโตเนียเข้าพบโฆษกรัฐสภาเพื่อร่วมหารือแนวทางความเป็นไปได้ในการดำเนินการจัดทำโครงการเรียนต่อในระดับอุดมศึกษาฟรี หลังจากที่ทุนสนับสนุนมีน้อยกว่าปริมาณความต้องการ จนกลายเป็นอุปสรรคสำคัญที่ทำให้หนุ่มสาวเอสโตเนียจำนวนมากเข้าไม่ถึงการศึกษาในระดับปริญญาตรี</strong></p>



<p>เว็บไซต์ข่าว ERR รายงานว่า มหาวิทยาลัยทั้ง 6 แห่ง ประกอบด้วย University of Tartu, Estonian University of Life Sciences, Tallinn University (TLÜ), Tallinn University of Technology (TalTech), Estonian Academy of Arts และ Estonian Academy of Music and Theater เข้าพบเพื่อหารือกับ จูรี ราทาส (Jüri Ratas) โฆษกประจำรัฐสภาเอสโตเนีย โดยมีประเด็นพูดคุยหลักเกี่ยวกับปัญหาขาดแคลนทุนสนับสนุนการศึกษาในระดับอุดมศึกษา ซึ่ง ทูมาส อัซเซอร์ (Toomas Asser) อธิการบดีมหาวิทยาลัย Tartu ระบุว่า การขาดแคลนทุนทรัพย์สำหรับการศึกษาระดับอุดมศึกษาของเอสโตเนียได้มาถึงจุดวิกฤตแล้ว ทางมหาวิทยาลัยจำเป็นต้องลงมือทำบางอย่างเพื่อแก้ไขปัญหาดังกล่าว</p>



<p>อัซเซอร์ อธิบายว่า มหาวิทยาลัยทุกแห่งทั่วเอสโตเนียต่างเผชิญปัญหาการขาดแคลนทุนสนับสนุนการศึกษาเหมือนๆ กัน เพียงแต่ของมหาวิทยาลัยชั้นนำอย่าง Tartu, Tallinn University และ Tallinn University of Technology อาจไม่รุนแรงเท่าสถาบันอื่น เนื่องจากได้รับทุนสนับสนุนจากการทำงานวิจัยเข้ามาช่วย แต่อย่างไรก็ตาม ปัญหาขาดทุนสนับสนุนก็เป็นประเด็นสำคัญที่มหาวิทยาลัยชั้นนำไม่อาจมองข้ามหรือไม่ยุ่งเกี่ยวได้</p>



<p>อธิการบดีมหาวิทยาลัย Tartu อธิบายว่า เงินทุนที่ไม่เพียงพอย่อมกระทบต่อคุณภาพทางการศึกษา และมหาวิทยาลัยต่างๆ จะตกอยู่ในสถานการณ์ที่ทางสถาบันไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากต้องจำกัดการเข้าถึง ซึ่งแนวทางนี้ไม่ใช่แนวทางแก้ไขปัญหาที่ถูกต้อง</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-004294"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/12/06-แปล-มหาวิทยาลัยเอสโตเนีย-01.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>&#8220;ต้องไม่ลืมว่า เอสโตเนียมีจำนวนผู้สำเร็จการศึกษาในระดับมัธยมศึกษาตอนปลายเพิ่มขึ้นทุกปี และการขาดทุนสนับสนุนให้เข้าถึงการศึกษาในระดับอุดมศึกษาทำให้คนที่ไม่สามารถเข้ามหาวิทยาลัยได้ตัดสินใจเดินทางไปศึกษาต่อที่ต่างประเทศซึ่งผลลัพธ์ในท้ายที่สุดย่อมจะส่งผลต่อการขาดแคลนแรงงานระดับปริญญาตรีของประเทศในระยะยาว&#8221; อัซเซอร์ ระบุ</p>



<p>นอกจากนี้ ทูมาส อัซเซอร์ ในฐานะอธิการบดีมหาวิทยาลัย Tartu ยังเปิดเผยอีกว่า ทางโฆษกรัฐสภารับฟังความเห็นจากตัวแทนมหาวิทยาลัยอย่างดี รวมถึงเห็นตรงกันว่า การขาดแคลนทุนสนับสนุนการศึกษาเป็นถือเป็นปัญหาเร่งด่วนที่ต้องเร่งจัดการอย่างแท้จริง</p>



<p>ตัวแทนเหล่าอธิการบดีของมหาวิทยาลัยชั้นนำในเอสโตเนีย กล่าวว่า แผนดำเนินการระยะสั้นก็คือการหาทางจัดการกับแนวทางการขาดดุลในประเทศ ด้วยการสั่งระงับโครงการเงินอุดหนุนหรือชดเชยที่ไม่จำเป็นเพื่อลดปัญหาขาดดุลของประเทศให้ได้ก่อนในเบื้องต้น เพื่อให้มีงบประมาณเพียงพอที่จะจัดสรรเพื่อสนับสนุนมหาวิทยาลัย ขณะที่ในระยะยาว ทางมหาวิทยาลัยก็ต้องขวนขวายด้วยตัวเองส่วนหนึ่ง ภายใต้การสนับสนุนเชิงนโยบายจากภาครัฐ ซึ่งหมายรวมถึงการประเมินรูปแบบการระดมทุนเพื่อการศึกษาระดับมหาวิทยาลัยอีกครั้ง</p>



<p>ขณะเดียวกัน อัซเซอร์ ยังแนะให้รัฐบาลจัดสรรทุนอุดหนุนการศึกษาแยกจากทุนอุดหนุนการวิจัย โดยระบุชัดว่า ทั้ง 2 ทุนนี้ไม่ควรรวมเป็นก้อนเดียวกัน เพราะงานวิจัยกับการเรียนต่อปริญญาตรีเป็นคนละเรื่องกัน</p>



<p>&#8220;จากประสบการณ์จนถึงขณะนี้ บรรดานักการเมืองและสมาชิกรัฐบาลส่วนใหญ่มีความเข้าใจบางส่วนเกี่ยวกับความต่างของงานวิจัยกับการเรียนปริญญา โดยทุนวิจัยจะมีการกำหนดเป้าหมายและต้องการผลลัพธ์ที่ชัดเจนในตัวเอง แต่ไม่ใช่กับทุนเรียนปริญญาตรีที่มุ่งเน้นกับการเรียนในมหาวิทยาลัยเป็นหลัก” อัซเซอร์ กล่าว</p>



<p>อธิการบดีอธิบายเพิ่มเติมด้วยการกล่าวถึงมหาวิทยาลัยที่มีอยู่ในเอสโตเนียในปัจจุบันว่าให้น้ำหนักของงานวิจัยแตกต่างกัน โดยบางแห่งเน้นงานวิจัยเป็นหลัก แต่บางแห่งก็มีทำงานวิจัยบ้างประปรายเท่านั้น แสดงให้เห็นว่า การศึกษาบางสาขาวิชา เช่น ศิลปะและดนตรี การวิจัยไม่ใช่สาระสำคัญ</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-0df1f0"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/12/06-แปล-มหาวิทยาลัยเอสโตเนีย-02.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>&#8220;สิ่งที่เราควรมีก็คือการมีแนวทางปฏิบัติที่สามารถดดำเนินการร่วมกันได้ส่วนหนึ่ง และความต้องการของมหาวิทยาลัยในปัจจุบันคือการหารือว่าเราพร้อมที่จะดำเนินการตามระบบทุนการศึกษาระดับอุดมศึกษาฟรีที่มีอยู่หรือไม่” อัซเซอร์ เสนอแนะ</p>



<p>จุดยืนของทางมหาวิทยาลัย เห็นตรงกันว่าต้องการให้มีการจัดสรรทุนเรียนฟรีในระดับปริญญาตรี และหวังว่าจะได้รับทุนสนับสนุนจากรัฐบาลเอสโตเนียอย่างเต็มที่ ก่อนยกตัวอย่างรูปแบบการศึกษาของเนเธอร์แลนด์ ที่ให้นักเรียนสามารถผ่อนจ่ายค่าเล่าเรียนรายเดือนเฉลี่ยเดือนละ 100-150 ยูโร แทนการเหมาจ่ายรายเทอม ซึ่งจะเป็นเงินก้อนใหญ่ที่เป็นภาระให้นักศึกษาหาทางไปกู้หรือหยิบยืมมาจ่าย โดยทางมหาวิทยาลัยต่างเสนอแนวทางให้กับทางรัฐบาลเอสโตเนียมาแล้วหลายครั้งในช่วง  10 ที่ผ่านมา แต่กลับไม่ได้รับการดำเนินการใดๆ</p>



<p>ในเวลาเดียวกัน ทางตัวแทนอธิการบดีทั้งหลายต่างเห็นตรงกันว่าเป็นเรื่องที่ไม่สมเหตุสมผลที่จะกลับไปใช้แนวทางเดิมที่มีเพียงนักศึกษาบางคนเท่านั้นที่ได้รับทุนสนับสนุน ในขณะที่นักศึกษาคนอื่นต้องขวนขวายหาทุนจ่ายค่าเล่าเรียนเอง ซึ่งทางอธิการบดีเห็นตรงกันว่าจะกลายเป็นปัญหาด้านคุณภาพการศึกษาและปัญหาการเข้าถึงการศึกษา ดังนั้นจึงเป็นแนวทางที่ดีกว่า หากทำให้การศึกษาในมหาวิทยาลัย หากไม่สามารถฟรีได้ทั้งหมด ก็ให้มีค่าเล่าเรียนที่ทุกคนสามารถเอื้อมถึงได้</p>



<p>การพูดคุยหารือในครั้งนี้ มีขึ้นท่ามกลางจำนวนนักศึกษาเข้าเรียนต่อลดลง โดยมีสาเหตุหลักมาจากปัญหาเรื่องเงินทุน ทำให้มหาวิทยาลัยหลายแห่งประกาศปิดหลักสูตรปริญญาตรีหลายสาขาแล้ว รวมถึง Tallinn University ที่เพิ่งประกาศว่าจะปิดหลักสูตรปริญญาตรีสาขาวิทยาการสารสนเทศเพิ่ม นอกเหนือจากหลักสูตรปริญญาโท 3 หลักสูตร ที่ประกาศปิดไปก่อนหน้านี้</p>



<p></p>



<p><strong>ที่มา :</strong> <a href="https://news.err.ee/1608422033/ut-rector-universities-want-to-continue-free-higher-education" target="_blank" rel="noreferrer noopener" title="https://news.err.ee/1608422033/ut-rector-universities-want-to-continue-free-higher-education">UT rector: Universities want to continue free higher education</a></p><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/news-ut-rector-universities-want-to-continue-free-higher-education/">มหาวิทยาลัยเอสโตเนียผนึกกำลังเดินหน้าโครงการเรียนต่อในระดับอุดมศึกษาฟรี</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
