<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>อินโดนีเซีย | กสศ.</title>
	<atom:link href="https://www.eef.or.th/tag/%E0%B8%AD%E0%B8%B4%E0%B8%99%E0%B9%82%E0%B8%94%E0%B8%99%E0%B8%B5%E0%B9%80%E0%B8%8B%E0%B8%B5%E0%B8%A2/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.eef.or.th</link>
	<description>กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา</description>
	<lastBuildDate>Sat, 05 Dec 2020 11:09:05 +0000</lastBuildDate>
	<language>th</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.3.8</generator>

<image>
	<url>https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/02/cropped-fav-icon-32x32.png</url>
	<title>อินโดนีเซีย | กสศ.</title>
	<link>https://www.eef.or.th</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>อินโดนีเซียเปิดรับบริจาคสมาร์ทโฟนมือสองเพื่อเด็กนักเรียนในพื้นที่ห่างไกล</title>
		<link>https://www.eef.or.th/news-10-12-20/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Sat, 05 Dec 2020 11:09:05 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[ข่าวสารความรู้]]></category>
		<category><![CDATA[อินโดนีเซีย]]></category>
		<category><![CDATA[Ghina Ghaliya]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?p=24646</guid>

					<description><![CDATA[<p>แปลและเรียบเรียง : นงลักษณ์ อัจนปัญญา &#160; ผู้สื่อข่า [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/news-10-12-20/">อินโดนีเซียเปิดรับบริจาคสมาร์ทโฟนมือสองเพื่อเด็กนักเรียนในพื้นที่ห่างไกล</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<figure id="attachment_24648" aria-describedby="caption-attachment-24648" style="width: 864px" class="wp-caption aligncenter"><img decoding="async" fetchpriority="high" class="wp-image-24648 size-full" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/12/thumbnail-1.jpg" alt="" width="864" height="454" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/12/thumbnail-1.jpg 864w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/12/thumbnail-1-300x158.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/12/thumbnail-1-768x404.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/12/thumbnail-1-750x394.jpg 750w" sizes="(max-width: 864px) 100vw, 864px" /><figcaption id="caption-attachment-24648" class="wp-caption-text">ที่มาภาพ : apnews</figcaption></figure>
<p style="text-align: right;"><span style="font-weight: 400;"><strong>แปลและเรียบเรียง :</strong> นงลักษณ์ อัจนปัญญา</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><span style="color: #008000;">ผู้สื่อข่าวสาวชาวอินโดนีเซียผุดโครงการรับบริจาคสมาร์ทโฟนมือสอง เพื่อจัดส่งให้เด็กนักเรียนในพื้นที่ห่างไกลของประเทศให้สามารถเรียนหนังสือผ่านระบบออนไลน์ ในช่วงที่สถานการณ์การระบาดของไวรัสโควิด-19 ยังไม่คลี่คลาย และทำให้เด็กไม่สามารถไปเรียนหนังสือที่โรงเรียนได้ตามปกติ </span></p>
<p><strong>Ghina Ghaliya </strong><span style="font-weight: 400;">นักข่าวซึ่งทำงานให้กับหนังสือพิมพ์ระดับชาติ เล่าถึงจุดเริ่มต้นของ &#8220;โครงการสมาร์ทโฟนมือสองเพื่อน้องได้เรียนออนไลน์&#8221; ว่า เกิดขึ้นจากกาที่วันหนึ่งก็มีชายแปลกหน้าที่ม้กจะมาเก็บขยะที่บ้านของตนในกรุงจาการ์ตา เมืองหลวงของอินโดนีเซีย ที่เข้ามาขอโทรศัพท์สมาร์ทโฟนเครื่องเก่า เพื่อให้ลูกๆ ของเขาได้ใช้เรียนออนไลน์</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">&#8220;ผมไม่สนใจหากว่าโทรศัพท์เครื่องนั้นจะมีสภาพที่ดูไม่ค่อยสวย ขอแต่ให้ลูกๆ สามารถใช้เรียนหนังสือที่บ้านได้ก็พอ&#8221; ชายแปลกหน้าคนดังกล่าวระบุ</span></p>
<p><img decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-24649" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/12/c-1.jpg" alt="" width="864" height="454" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/12/c-1.jpg 864w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/12/c-1-300x158.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/12/c-1-768x404.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/12/c-1-750x394.jpg 750w" sizes="(max-width: 864px) 100vw, 864px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เหตุการณ์ดังกล่าว ทำให้ </span><span style="font-weight: 400;">Ghaliya </span><span style="font-weight: 400;">ได้ฉุกคิดว่า ขณะที่ใครหลายคนมองว่าโทรศัพท์เครื่องเก่าของตนไร้ประโยชน์ใช้งานอีกต่อไป แต่ยังมีผู้คนอีกมากมายที่ต้องการโทรศัพท์มือสองเครื่องเก่ามาใช้งานเพื่อการเรียนเหมือนครอบครัวของชายคนดังกล่า</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">แนวคิดที่ว่านี้ ทำให้ </span><span style="font-weight: 400;">Ghaliya </span><span style="font-weight: 400;">ริเริ่มจัดทำโครงการช่วยเหลือนักเรียนที่ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ทั้งนี้ เดิมที </span><span style="font-weight: 400;">Ghaliya </span><span style="font-weight: 400;">และเพื่อนนักข่าวอีก 11 คนได้รวมกลุ่มจัดตั้งโครงการอาสาในการจัดหาอาหรและเงินช่วยเหลือแก่ผู้ยากไร้ในกรุงจาการ์ตาหลังไวรัสโควิด-19 ระบาดในพื้นที่ได้ไม่นาน ก๋อนจะริเริ่มโครงการจัดหาโทรศัพท์มือถือมือสองให้กับนักเรียนยากจน เมื่อพบว่ามีนักเรียนชาวอินโดนีเซียมากมายที่ไม่สามารถเรียนออนไลน์ในภาคการศึกษาใหม่เมื่อเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา เพราะเข้าไม่ถึงอินเทอร์เน็ต</span></p>
<p><img decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-24650" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/12/a-3.jpg" alt="" width="864" height="454" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/12/a-3.jpg 864w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/12/a-3-300x158.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/12/a-3-768x404.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/12/a-3-750x394.jpg 750w" sizes="(max-width: 864px) 100vw, 864px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">สำนักข่าวเอพี รายงานว่า โครงการดังกล่าวได้รับการตอบรับอย่างดี หลังจากที่กลุ่มนักข่าวประกาศแนะนำโครงการช่วยเหลือเด็กยากไร้ผ่านสื่อสังคมออนไลน์ โดยนอกจากจะได้รับบริจาคโทรศัพท์มือถือมือสองอย่างท่วมท้นแล้ว บางรายยังช่วยเหลือด้วยการบริจาคเป็นเงินสดแทน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เฉพาะในเดือนพฤศจิกายน </span><span style="font-weight: 400;">Ghaliya </span><span style="font-weight: 400;">และเพื่อนสามารถระดมรวบรวมโทรศัพท์มือถือได้มากกว่า 200 เครื่อง พร้อมเงินบริจาคอีกมากกว่า 35,000 ดอลลาร์สหรัฐ ที่ใช้ซื่้อโทรศัพท์เพิ่มเติม รวมถึงจ่ายเป็นเงินค่าบริการอินเตอร์เน็ตสำรหับครอบครัวที่มีความจำเป็นอีกด้วย </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">รายงานระบุว่า นับตั้งแต่เริ่มโครงการจนถึงปัจจุบัน ทางกลุ่มได้มอบโทรศัพท์เกือบ 300 เครื่องให้แก่นักเรียนทั้งที่อยู่ในกรุงจาการ์ตาและปริมณฑล รวมถึงเด็กที่อยู่ในพื้นที่ห่างไกล อย่างเช่น ปาปัว ซึ่งเป็นจังหวัดทางตะวันออกสุดของประเทศ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">Ghaliya </span><span style="font-weight: 400;">กล่าวว่า การที่ตนและเพื่อนๆ ได้ช่วยให้เด็กนักเรียนหลายคนสามารถเข้าเรียนออนไลน์ได้ ถือเป็นความสุขอย่างที่สุด และหวังเป็นอย่างยิ่งว่า เด็กๆ จะใช้โทรศัพท์มือถือเหล่านี้ให้เป็นประโยชน์มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ในระหว่างการเกิดโรคระบาดใหญ่นี้</span></p>
<p><img decoding="async" loading="lazy" class="aligncenter size-full wp-image-24651" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/12/b-3.jpg" alt="" width="864" height="454" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/12/b-3.jpg 864w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/12/b-3-300x158.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/12/b-3-768x404.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/12/b-3-750x394.jpg 750w" sizes="(max-width: 864px) 100vw, 864px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">Deny Sayuti </span><span style="font-weight: 400;">คุณพ่อของ </span><span style="font-weight: 400;">Khaissyah Levi </span><span style="font-weight: 400;">เด็กนักเรียนมัธยมปลายอายุ 16 ปีซึ่งอาศัยอยู่ในเมืองเดป็อก จังหวัดชวาตะวันตก ตัดสินใจเขียนจดหมายถึง </span><span style="font-weight: 400;">Ghaliya </span><span style="font-weight: 400;">เมื่อเดือนสิงหาคม ก่อนที่หนึ่งเดือนต่อมาครอบครัวจะได้รับโทรศัพท์มือถือ ซึ่งก่อนหน้านี้ </span><span style="font-weight: 400;">Sayuti </span><span style="font-weight: 400;">ต้องให้ลูกชายให้โทรศัพท์มือถือของตนเพื่อเรียนหนังสือ ทำให้ไม่สามารถทำงานคนขับรถมอเตอร์ไซค์รับจ้างได้อย่างเต็มที่ตลอดทั้งวันได้ </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">Sayuti </span><span style="font-weight: 400;">กล่าวว่า ขณะลูกชายของตนสามารถเรียนออนไลน์ได้ดียิ่งขึ้น สบายใจมากขึ้น และยังสามารถติดต่อกับเพื่อนๆ และอาจารย์ของเขาได้โดยตรงอีกด้วย</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ด้าน </span><span style="font-weight: 400;">Qayran Ruby Al Maghribi </span><span style="font-weight: 400;">เด็กชายวัย 11 ขวบ ซึ่งเป็นอีกคนหนึ่งที่ต้องใช้โทรศัพท์มือถือของคุณพ่อเพื่อพูดคุยผ่านกล้องวิดีโอกับคุณครูในการรับการบ้านสัปดาห์ละสามครั้ง แต่บางครั้งเจ้าตัวก็ส่งการบ้านช้า เพราะต้องรอให้คุณพ่อกลับจากที่ทำงาน เพื่อที่จะใช้โทรศัพท์มือถือออนไลน์ส่งการบ้าน นับเป็นครั้งแรกในชีวิตที่ </span><span style="font-weight: 400;">Maghribi </span><span style="font-weight: 400;">เรียนไม่ทันเพื่อน เนื่องจากต้องดูแลคุณแม่ที่ป่วยไปด้วย ซึ่งทำให้เขาเกิดความรู้สึกกดดัน ทว่า </span><span style="font-weight: 400;">Maghribi </span><span style="font-weight: 400;">ก็สามารถกลับมายิ้มได้อีกครั้ง เมื่อได้รับโทรศัพท์มือถือที่ส่งมาจากกลุ่มของ </span><span style="font-weight: 400;">Ghaliya </span><span style="font-weight: 400;">ซึ่งเจ้าตัวได้ให้คำมั่นว่าจะใช้โทรศัพท์เครื่องนี้เข้าเรียนออนไลน์ทุกวัน </span></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><strong>ที่มา :</strong> <a href="https://apnews.com/article/virus-outbreak-jakarta-indonesia-asia-pacific-1d81aeba2b9874bd59f7e9cb29c853c0" target="_blank" rel="noopener noreferrer">Indonesians collect old phones to help students get online</a></p><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/news-10-12-20/">อินโดนีเซียเปิดรับบริจาคสมาร์ทโฟนมือสองเพื่อเด็กนักเรียนในพื้นที่ห่างไกล</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>กระทรวงศึกษาธิการอินโดนีเซียเสนอแผนจัดสรรงบ 3,100 ล้านบาท หวังช่วยลดความเหลื่อมล้ำในการเข้าถึงเทคโนโลยีเพื่อการศึกษาทั่วประเทศ</title>
		<link>https://www.eef.or.th/news-16-9-20-2/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 25 Sep 2020 07:47:49 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[ข่าวสารความรู้]]></category>
		<category><![CDATA[อินโดนีเซีย]]></category>
		<category><![CDATA[School Digitalization]]></category>
		<category><![CDATA[Nadiem Makarim]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?p=21559</guid>

					<description><![CDATA[<p>แปลและเรียบเรียง:  นงลักษณ์ อัจนปัญญา &#160; กระทรวงศึก [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/news-16-9-20-2/">กระทรวงศึกษาธิการอินโดนีเซียเสนอแผนจัดสรรงบ 3,100 ล้านบาท หวังช่วยลดความเหลื่อมล้ำในการเข้าถึงเทคโนโลยีเพื่อการศึกษาทั่วประเทศ</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<figure id="attachment_21561" aria-describedby="caption-attachment-21561" style="width: 864px" class="wp-caption aligncenter"><img decoding="async" loading="lazy" class="wp-image-21561 size-full" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/09/thumb.jpg" alt="" width="864" height="454" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/09/thumb.jpg 864w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/09/thumb-300x158.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/09/thumb-768x404.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/09/thumb-750x394.jpg 750w" sizes="(max-width: 864px) 100vw, 864px" /><figcaption id="caption-attachment-21561" class="wp-caption-text">ที่มาภาพ: unsplash-Nuno Alberto</figcaption></figure>
<p style="text-align: right;"><span style="font-weight: 400;"><strong>แปลและเรียบเรียง:</strong>  นงลักษณ์ อัจนปัญญา</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><span style="color: #008000;">กระทรวงศึกษาธิการอินโดนีเซียเดินหน้าเสนอแผนจัดสรรงบประมาณมูลค่า 1.49 ล้านล้านรูปี (กว่า 3,100 ล้านบาท) เพื่อเป็นทุนสนับสนุนโรงเรียนภายใต้โครงการปฎิรูปเทคโนโลยีดิจิทัล หวังช่วยลดความเหลื่อมล้ำในการเข้าถึงเทคโนโลยีเพื่อการศึกษาของเด็กอินโดนีเซียทั่วประเทศ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เว็บไซต์ </span><span style="font-weight: 400;">The Jakarta Post </span><span style="font-weight: 400;">หนังสือพิมพ์ท้องถิ่นของอินโดนีเซียรายงานว่า </span><span style="font-weight: 400;">Nadiem Makarim </span><span style="font-weight: 400;">รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการและวัฒนธรรม ได้เปิดเผยแผนร่างงบดังกล่าวระหว่างเข้ารับฟังการพูดคุยหารือของคณะกรรมาธิการสภาที่ดูแลกิจการด้านการศึกษาในช่วงกลางสัปดาห์ที่ผ่านมา โดยร่างงบดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของโครงการ ปฎิรูปโรงเรียนสู่ความเป็นดิจิทัล หรือ </span><span style="font-weight: 400;">School Digitalization </span><span style="font-weight: 400;">ซึ่งมีเป้าหมายที่จะลดความแตกต่างทางเทคโนโลยีด้วยการทำให้ระบบการศึกษาเข้าถึงเทคโนโลยีดิจิทัลได้ง่ายดายขึ้น </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">รายงานระบุว่า หนึ่งในข้อเสนอของแผนงบประมาณทางการศีกษาดังกล่าว รวมถึงการที่ทางกระทรวงศึกษาธิการและวัฒนธรรมจะจัดสรรงบ 1.1 ล้านล้านรูปี (ราว 2,339 ล้านบาท) ในการจัดซื้ออุปกรณ์เทคโนโลยีสารสนเทศที่เหมาะสมกับครูและนักเรียน เช่น แล็ปท็อป เป็นต้น</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ทั้งนี้ อุปกรณ์เทคโนโลยีสารสนเทศทั้งหมดจะถูกจัดเตรียมให้พร้อมสำหรับการประเมินความสามารถขั้นต่ำ ซึ่งเป็นข้อการประเมินผลการศึกษาใหม่ที่นำมาใช้แทนการสอบระดับชาติในปีหน้า </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ด้านเงินงบประมาณอีก 132,000 ล้านรูปี (ราว 280 ล้านบาท) จะใช้สำหรับการพัฒนายกระดับรายการเพื่อการศึกษาที่ออกอากาศผ่านช่องทางสถานีของรัฐบาลอย่าง </span><span style="font-weight: 400;">TVRI </span><span style="font-weight: 400;">ซึ่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการและวัฒนธรรมของอินโดนีเซียกล่าวว่า การตัดสินใจดังกล่าวมีขึ้นหลังรายการเพื่อการศึกษาที่ออกอากาศในช่วงที่ผ่านมาได้รับเสียงตอบรับที่ดีจากประชาชน </span></p>
<figure id="attachment_21562" aria-describedby="caption-attachment-21562" style="width: 864px" class="wp-caption aligncenter"><img decoding="async" loading="lazy" class="wp-image-21562 size-full" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/09/a-11.jpg" alt="" width="864" height="454" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/09/a-11.jpg 864w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/09/a-11-300x158.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/09/a-11-768x404.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/09/a-11-750x394.jpg 750w" sizes="(max-width: 864px) 100vw, 864px" /><figcaption id="caption-attachment-21562" class="wp-caption-text">ที่มาภาพ: unsplash-Tbel Abuseridze</figcaption></figure>
<p><span style="font-weight: 400;">นอกจากนี้ ทางกระทรวงศึกษาธิการฯ ยังจะจัดสรรปันงงบอีก 109,000 ล้านรูปี (ราว 230 ล้านบาท) ในการเดินหน้ายกระดับการปรับปรุงพัฒนาดิจิทัลแพล็ตฟอร์ม ที่กำลังดำเนินการอยู่ในขณะนี้ รวมถึง จัดงบอีก 74,000 ล้านรูปี (ราว 157 ล้านบาท) ในการสร้างวัสดุอุปกรณ์ดิจิทัลเพื่อการเรียนการสอน และการสร้างแบบจำลองสื่อการศึกษาดิจิทัล </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">Nadiem </span><span style="font-weight: 400;">รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการและวัฒนธรรมของอินโดนีเซียกล่าวว่า การจัดสรรงบประมาณทั้งหมด ล้วนเป็นไปเพื่อส่งเสริมสนับสนุนให้โรงเรียนทั่วประเทศมีอิสระในการเข้าถึงข้อมูลข่าวสารเพื่อการศึกษาชุดเดียวกัน รวมถึงยังเป็นส่วนหนึ่งของความพยายามของภาครัฐในการลดช่องว่างระหว่างนักเรียนที่สามารถเข้าถึงกับนักเรียนที่ไม่สามารถเข้าถึงเทคโนโลยีทางการศึกษาเหล่านี้ </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">&#8220;วิธีการที่ว่านี้ ยังเป็นการให้อิสระแก่เด็กนักเรียนในการที่จะเล่าเรียนจากสารพัดแหล่งความรู้และช่องทางต่างๆ ที่มีอยู่หลากหลายมากมาย&#8221; </span><span style="font-weight: 400;">Nadiem </span><span style="font-weight: 400;">กล่าว</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ขณะเดียวกัน ทางกระทรวงศึกษาธิการอินโดนีเซียยังได้ใช้โอกาสนี้เสนอแผนงบประมาณสำหรับโครงการเพื่อการสนับสนุนการศึกษาอื่นๆ ประกอบด้วย โครงการทุนการศีกษามูลค่า 27 ล้านล้านรูปี</span><span style="font-weight: 400;">, </span><span style="font-weight: 400;">โครงการฟื้นฟูระบบอาชีวศึกษาของประเทศมูลค่า 5.2 ล้านล้านรูปี และโครงการสนับสนุนการศึกษาอิสระ อย่าง </span><span style="font-weight: 400;">Kampus Merdeka (Freedom Campus) </span><span style="font-weight: 400;">มูลค่า 4.4 ล้านล้านรูปี</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ยิ่งไปกว่านั้น ทางกระทรวงยังได้เดินหน้าเสนอแผนงบประมาณมูลค่า 2.6 ล้านล้านรูปี สำหรับโครงการฝึกสอนของครูและโรงเรียน โครงการยกระดับหลักสูตรและการประเมินความสามารถมูลค่า 1.4 ล้านล้านรูปี และโครงการพัฒนาทักษะด้านภาษาและวัฒนธรรม (</span><span style="font-weight: 400;">Language and culture Advancement Programs) </span><span style="font-weight: 400;">มูลค่า 622,600 ล้านรูปี</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ความเคลื่อนไหวของกระทรวงศึกษาธิการและวัฒนธรรมของอินโดนีเซียในครั้งนี้ มีขึ้นท่ามกลางเสียงท้วงติง วิงวอน และวิพากษ์วิจารณ์จากบรรดาผู้เชี่ยวชาญทางการศึกษาหลายฝ่ายที่ขอให้ทางภาครัฐเร่งจัดการปฏิรูประบบการศึกษาของประเทศให้สอดคล้องและตอบโจทย์กับบริบททางสังคมที่ได้ก้าวเข้าสู่ยุคดิจิทัลอย่างเต็มตัว รวมถึงเร่งอุดช่องโหว่อย่างความไม่เสมอภาคทางการศึกษา ที่การระบาดของ </span><span style="font-weight: 400;">COVID-</span><span style="font-weight: 400;">19 ทำให้เห็นอย่างชัดเจนว่า การศึกษาของอินโดนีเซียยังมีความเหลื่อมล้ำอยู่มาก </span></p>
<p>&nbsp;</p>
<p>ที่มา: <a href="https://www.thejakartapost.com/news/2020/09/04/education-ministry-proposes-rp-1-49-trillion-budget-for-school-digitalization-programs.html" target="_blank" rel="noopener noreferrer">Education Ministry proposes Rp 1.49 trillion budget for school digitalization programs</a></p><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/news-16-9-20-2/">กระทรวงศึกษาธิการอินโดนีเซียเสนอแผนจัดสรรงบ 3,100 ล้านบาท หวังช่วยลดความเหลื่อมล้ำในการเข้าถึงเทคโนโลยีเพื่อการศึกษาทั่วประเทศ</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>เทคโนโลยีทางการศึกษา ช่วยลดช่องว่างของความเหลื่อมล้ำ</title>
		<link>https://www.eef.or.th/knowledge-16-09-20/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 15 Sep 2020 04:12:31 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[บทความ]]></category>
		<category><![CDATA[OpenDurian]]></category>
		<category><![CDATA[มุมไบ]]></category>
		<category><![CDATA[Jay Terwilliger]]></category>
		<category><![CDATA[Niel Jarrett]]></category>
		<category><![CDATA[iTeach]]></category>
		<category><![CDATA[Stephanee Stevens]]></category>
		<category><![CDATA[Sukapura State Elementary School]]></category>
		<category><![CDATA[Kelase]]></category>
		<category><![CDATA[จาการ์ต้า]]></category>
		<category><![CDATA[Byju]]></category>
		<category><![CDATA[อินโดนีเซีย]]></category>
		<category><![CDATA[เปิด-ดู-เรียน]]></category>
		<category><![CDATA[EdTech]]></category>
		<category><![CDATA[อินเดีย]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?p=21149</guid>

					<description><![CDATA[<p>หมุนแผนที่ไปใจกลางเมืองมุมไบ อินเดีย เมืองที่เป็นศูนย์ก [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/knowledge-16-09-20/">เทคโนโลยีทางการศึกษา ช่วยลดช่องว่างของความเหลื่อมล้ำ</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><span style="font-weight: 400;">หมุนแผนที่ไปใจกลางเมืองมุมไบ อินเดีย เมืองที่เป็นศูนย์กลางของประเทศ เเละเป็นพื้นที่ของสถาบันทางการเงินในอินเดียเช่นกัน เราจะได้เห็นภาพพนักงานที่จบการศึกษาระดับสูงเดินไปมาเตรียมพร้อมเข้าประชุมธุรกิจ โดยแน่นอนว่าในมือ หรือกระเป๋าใกล้ตัวจะมีทั้งสมาร์ทโฟน แท็บเล็ต จนถึงเเล็ปท็อป</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เพียงไม่กี่กิโลเมตรออกไปจากมุมไบ เราได้เห็นครอบครัวนับพันครัวเรือนที่ต้องเผชิญกับปัญหาต่างๆ ในชุมชนแออัด ไม่มีแม้กระทั่งไฟฟ้าเเละน้ำสะอาด</span></p>
<p><img decoding="async" loading="lazy" class="aligncenter size-full wp-image-21152" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/09/EEF_edtech_photo02_sep.jpg" alt="" width="864" height="454" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/09/EEF_edtech_photo02_sep.jpg 864w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/09/EEF_edtech_photo02_sep-300x158.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/09/EEF_edtech_photo02_sep-768x404.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/09/EEF_edtech_photo02_sep-750x394.jpg 750w" sizes="(max-width: 864px) 100vw, 864px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ภาพนี้เป็นการเปรียบเทียบให้เห็นชัดในเรื่องของความเหลื่อมล้ำ ช่องว่างระหว่างความรวย และความจน การได้รับการศึกษา และไม่ได้ เช่นเดียวกับอีกหลายประเทศทั่วโลกที่มีปัญหานี้เช่นกัน ในส่วนของภาคการศึกษาเองก็ได้มีสิ่งที่เรียกว่า เทคโนโลยีทางการศึกษา (edtech) ที่จะเป็นตัวช่วยลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาได้</span><span style="font-weight: 400;"><br />
</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เจย์ เทอวิลลิเจอร์ (Jay Terwilliger) นักการศึกษาผู้เชี่ยวชาญ และผู้ริเริ่มขับเคลื่อนเทคโนโลยีทางการศึกษาในอินเดีย เจย์กล่าวกับ </span><span style="font-weight: 400;">Study International </span><span style="font-weight: 400;">ว่า edtech นั้นจะช่วยลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาให้กับภูมิภาคต่างๆ ในอินเดียได้</span></p>
<blockquote>
<p class="p1"><span class="s1">Edtech </span>นั้นเป็นสิ่งที่สร้างความเท่าเทียมได้ดี ถ้าหากเรากำลังพูดถึงโครงสร้างทางเทคโนโลยีที่ทันสมัย แหล่งเรียนรู้ขนาดใหญ่หนึ่งเดียวที่ดีที่สุดก็คือ อินเทอร์เน็ต และการเข้าถึงได้อย่างเท่าเทียมกันนั้นก็เป็นสิ่งที่มีต้นทุนราคาถูกอย่างมาก</p>
</blockquote>
<p><span style="font-weight: 400;">ซึ่งทางรัฐบาลอินเดียเองกำลังทำงานอย่างหนัก เพื่อเอาชนะความไม่เท่าเทียมเหล่านี้</span></p>
<p><span style="color: #008000;">“ความไม่เท่าเทียมทางดิจิทัลนั้นสามารถจัดการได้ง่ายกว่า และถูกกว่าปัจจัยอื่นๆ ยกตัวอย่างเช่น การจัดการห้องเรียนที่มีขนาดใหญ่ การขาดการเข้าถึงการเรียนตามระบบ ครูผู้สอนที่เตรียมการสอนไม่ดีพอ โภชนาการอาหารที่ไม่ดี และการใช้แรงงานเด็ก เหล่านี้ล้วนเป็นประเด็นที่ใหญ่กว่า ใช้เวลาในการแก้ไขนานกว่า และต้นทุนทางงบประมาณที่มากกว่า &#8211; เจย์ เทอวิลลิเจอร์”</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">สอดคล้องกับสิ่งที่ เนล จาร์เรตต์ (Niel Jarrett) ครูผู้สอนในโรงเรียนอินเตอร์ที่เซี่ยงไฮ้ จีน เเละเป็นนักเขียนด้าน edtech ได้อธิบายไว้</span></p>
<figure id="attachment_21153" aria-describedby="caption-attachment-21153" style="width: 864px" class="wp-caption aligncenter"><img decoding="async" loading="lazy" class="wp-image-21153 size-full" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/09/EEF_edtech_photo03_sep.jpg" alt="" width="864" height="599" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/09/EEF_edtech_photo03_sep.jpg 864w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/09/EEF_edtech_photo03_sep-300x208.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/09/EEF_edtech_photo03_sep-768x532.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/09/EEF_edtech_photo03_sep-750x520.jpg 750w" sizes="(max-width: 864px) 100vw, 864px" /><figcaption id="caption-attachment-21153" class="wp-caption-text">ที่มาภาพ : Edtech 4 Beginners</figcaption></figure>
<p><span style="font-weight: 400;">edtech ไม่เพียงแค่ช่วยเพิ่มความรู้สำหรับนักเรียนเท่านั้น แต่ยังเพิ่มโอกาสให้คุณครูได้ปรับวิธีการสอนให้มีความหลากหลายมากขึ้นอีกด้วย</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">การเรียนออนไลน์นั้น ผู้เรียนสามารถปรับการเรียนรู้เข้ากับจังหวะของตัวเองได้ สเตฟานี สตีเวนส์ (Stephanee Stevens) ผู้อำนวยการแห่ง </span><span style="font-weight: 400;"> iTeach</span><span style="font-weight: 400;"> ตระหนักถึงคุณค่าของเทคโนโลยีการศึกษาว่าเป็นโอกาสในการที่ผู้เรียนจะพัฒนาทักษะการรู้จักตัวเอง และทักษะด้านการจัดการ ซึ่งเป็นสิ่งที่เธอเรียกว่า “การเรียนรู้เฉพาะบุคคล”</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<h4>เทคโนโลยีการศึกษากับความไม่เสมอภาคในทวีปเอเชีย</h4>
<p><img decoding="async" loading="lazy" class="aligncenter size-full wp-image-21159" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/09/EEF_edtech_photo04_sep.jpg" alt="" width="864" height="519" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/09/EEF_edtech_photo04_sep.jpg 864w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/09/EEF_edtech_photo04_sep-300x180.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/09/EEF_edtech_photo04_sep-768x461.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/09/EEF_edtech_photo04_sep-750x451.jpg 750w" sizes="(max-width: 864px) 100vw, 864px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">การศึกษาเป็นหนึ่งในปัจจัยขับเคลื่อนสำคัญที่ทำให้เกิดความไม่เสมอภาคอย่างมากในเอเชีย ธนาคารพัฒนาแห่งเอเชีย (Asian Development Bank) ระบุว่า คนทำงานที่มีพื้นหลังทางการศึกษาอย่างเต็มรูปแบบนั้น ย่อมมีแนวโน้มของรายรับที่เพิ่มมากขึ้น แต่บุคลากรที่ทำงานด้านการศึกษาในเอเชียกว่า 25-35% กลับมีรายรับที่ไม่เป็นธรรม รวมถึงปัญหาเรื่องการไม่เข้าเรียนของเด็กนักเรียนอีกหลายคน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">รายงานจาก UNICEF เองระบุว่า ทวีปเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ มีจำนวนนักเรียนที่ไม่ได้เข้าเรียนตามระบบการศึกษามากถึง 30 ล้านคน โดยยังมีเด็กวัยอนุบาลอีก 16 ล้านคนที่ไม่ได้เข้ารับการศึกษา ทั้งยังมีรูปแบบการศึกษามัธยมปลายเพื่อสอบเข้ามหาวิทยาลัย 600 ล้านคน แน่นอนว่าบางคนได้รับโอกาส แต่เด็กบางกลุ่มก็หลุดจากระบบการศึกษาต่อตรงนี้ไปโดยสิ้นเชิง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ในระดับมหาวิทยาลัย นักศึกษาในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้มีแนวโน้มว่าเลือกเรียนมหาวิทยาลัยในต่างประเทศ ในจีนนั้นมีตัวอย่างที่เรียกว่า “เต่าทะเล” หมายถึงว่าในแต่ละปีมีนักศึกษากว่า 400,000 คนไปเรียนต่อต่างประเทศ และนำชุดความรู้และทักษะที่ได้เรียนรู้มาปรับใช้ภายในประเทศ</span></p>
<p><span style="color: #008000;">คำถามคือ แล้วเทคโนโลยีการศึกษาจะมีที่ทางอยู่ตรงไหน?</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<h4>Edtech คือสะพานนำความรู้มาสู่ผู้เรียนได้มากขึ้น</h4>
<p><img decoding="async" loading="lazy" class="aligncenter size-full wp-image-21164" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/09/EEF_edtech_photo05_sep.jpg" alt="" width="864" height="454" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/09/EEF_edtech_photo05_sep.jpg 864w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/09/EEF_edtech_photo05_sep-300x158.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/09/EEF_edtech_photo05_sep-768x404.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/09/EEF_edtech_photo05_sep-750x394.jpg 750w" sizes="(max-width: 864px) 100vw, 864px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">แพลทฟอร์มออนไลน์จะผสมผสานเข้ากับรูปแบบการเรียนมากขึ้น และเป็นโอกาสสำหรับ </span><span style="font-weight: 400;">e-learning สำหรับเด็กนักเรียนในแต่ละพื้นที่</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ตัวอย่างจาก Kelase บริษัทที่ให้บริการด้าน e-learning เพื่อสร้างการมีส่วนร่วมกับผู้เรียน ขับเคลื่อนโดยรัฐและโรงเรียนเอกชนหลายแห่ง รวมถึงสถาบันการเรียนรู้ต่างๆ ในอินโดนีเซีย ยกตัวอย่างเช่น โรงเรียนประถมศึกษา Sukapura State Elementary School ในจาการ์ต้า ซึ่งเป็นพื้นที่ยากจน โรงเรียนได้ใช้บริการแพลทฟอร์มออนไลน์จาก Kelase และปรับการเรียนเป็นดิจิทัล ผ่านอุปกรณ์อย่างมือถือ หรือแท็บเล็ต ที่ได้รับมอบจากรัฐบาลในการเข้าถึงเนื้อหาการเรียน ได้ตอบแบบฝึกหัดและใช้สอบวัดระดับในโรงเรียน รวมถึงมีการนำอุปกรณ์เหล่านี้กลับบ้าน และแชร์บทเรียนหรือแบบฝึกหัดให้กับเด็กคนอื่นๆ ในพื้นที่จาการ์ตาที่ไม่อาจเข้าถึงระบบการศึกษาได้</span></p>
<p><img decoding="async" loading="lazy" class="aligncenter size-full wp-image-21165" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/09/EEF_edtech_photo06_sep.jpg" alt="" width="864" height="527" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/09/EEF_edtech_photo06_sep.jpg 864w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/09/EEF_edtech_photo06_sep-300x183.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/09/EEF_edtech_photo06_sep-768x468.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/09/EEF_edtech_photo06_sep-750x457.jpg 750w" sizes="(max-width: 864px) 100vw, 864px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">หรืออีกตัวอย่างคือ แอปพลิเคชัน Byju จากประเทศอินเดีย แอปฯ ที่รวมระดับการเรียนรู้ตามหลักสูตร เพื่อแก้ปัญหาระบบการศึกษาของอินเดีย คือเรื่องของการขาดแคลนครูที่มีประสิทธิภาพ แอปฯ นี้จะเปิดโอกาสให้ผู้ใช้ได้รับการศึกษาที่ถูกต้อง เหมาะสม และเชื่อมโยงเข้ากับหลักสูตรการเรียนที่หลากหลาย ปัจจุบันนี้มีผู้ใช้งานกว่า 30 ล้านคน </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ในไทยเองมี Edtech มากมาย ขอยกตัวอย่าง </span><span style="font-weight: 400;">OpenDurian</span><span style="font-weight: 400;"> “เปิด-ดู-เรียน” เป็น EdTech Startup ในรูปแบบของแพลทฟอร์มบทเรียนออนไลน์ที่คำนึงถึงความสำเร็จทางการศึกษาของผู้เรียน โดยรวบรวมผู้เชี่ยวชาญด้านการศึกษาเอาไว้มากมาย วิเคราะห์ความเหมาะสมสำหรับแผนการเรียนการสอนต่างๆ คัดกรองเนื้อหา และระยะเวลาเรียนที่เหมาะสม เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดสำหรับผู้เรียน แนวคิดของ OpenDurian เริ่มต้นมาความต้องการปลี่ยนแนวทางการศึกษาในประเทศไทยให้เป็นรูปธรรมมากยิ่งขึ้น จึงได้สร้างแพลทฟอร์มเพื่อพัฒนาการศึกษา และช่วยให้เด็กนักเรียนสามารถเตรียมตัวสอบได้ดียิ่งขึ้นในรูปแบบออนไลน์ เพื่อให้นักเรียนเข้าถึงได้ง่ายและสะดวก</span></p>
<figure id="attachment_21167" aria-describedby="caption-attachment-21167" style="width: 864px" class="wp-caption aligncenter"><img decoding="async" loading="lazy" class="wp-image-21167 size-full" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/09/EEF_edtech_photo07_sep.jpg" alt="" width="864" height="454" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/09/EEF_edtech_photo07_sep.jpg 864w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/09/EEF_edtech_photo07_sep-300x158.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/09/EEF_edtech_photo07_sep-768x404.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/09/EEF_edtech_photo07_sep-750x394.jpg 750w" sizes="(max-width: 864px) 100vw, 864px" /><figcaption id="caption-attachment-21167" class="wp-caption-text">ที่มาภาพ: เฟซบุ๊กเพจ OpenDurian TCAS</figcaption></figure>
<p><span style="font-weight: 400;">เทคโนโลยีด้านการศึกษาจึงควรให้ความหมายว่า ประสิทธิภาพและความยืดหยุ่นสำหรับการเรียนรู้และการสอนความรู้ อินเทอร์เน็ตทำให้ผู้คนเข้าถึงการเรียนได้ทุกที่ทุกเวลา คอร์สออนไลน์ต่างๆ ก็คือการเปิดโอกาสให้ผู้เรียนจากทั่วโลก ที่มีพื้นหลังทางการศึกษาที่ต่างกัน มีอายุที่ต่างกัน แต่ได้โอกาสในการเข้าถึงการเรียนรู้ที่เท่ากัน ดังนั้นเเล้ว การศึกษา คือ มาตรการขั้นพื้นฐานที่มีเป้าหมายบรรเทาความยากจน มองเห็นกลุ่มผู้เรียนที่ด้อยโอกาส และสร้างพื้นที่ในการเปลี่ยนแปลงตามความเป็นปัจจุบัน </span></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><strong>ที่มา :</strong></p>
<ul>
<li class="entry-title single-title desktop"><a href="https://www.studyinternational.com/news/edtech-bridging-education-inequalities/" target="_blank" rel="noopener noreferrer">How edtech is bridging education inequalities</a></li>
<li class="entry-title single-title desktop"><a href="https://asia.bettshow.com/Articles/how-edtech-is-challenging-inequality-in-asia" target="_blank" rel="noopener noreferrer">Disparities in social standing and wealth can prove very detrimental to learners and teachers alike.</a></li>
</ul><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/knowledge-16-09-20/">เทคโนโลยีทางการศึกษา ช่วยลดช่องว่างของความเหลื่อมล้ำ</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>Anita Lie แนะแนวทางอินโดนีเซีย พร้อมรับ New Normal วงการการศึกษา</title>
		<link>https://www.eef.or.th/9089-2/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 29 Jun 2020 10:28:50 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[บทความ]]></category>
		<category><![CDATA[COVID-19]]></category>
		<category><![CDATA[New Normal]]></category>
		<category><![CDATA[อินโดนีเซีย]]></category>
		<category><![CDATA[Anita Lie]]></category>
		<category><![CDATA[Widya Mandala Catholic University]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?p=17570</guid>

					<description><![CDATA[<p>สถานการณ์การระบาดของไวรัสโคโรนา สายพันธุ์ใหม่ หรือ COVI [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/9089-2/">Anita Lie แนะแนวทางอินโดนีเซีย พร้อมรับ New Normal วงการการศึกษา</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><b>สถานการณ์การระบาดของไวรัสโคโรนา สายพันธุ์ใหม่ หรือ </b><b>COVID-</b><b>19 ส่งผลให้เกิดปรากฎการณ์ ปกติใหม่ (</b><b>New Normal) </b><b>ขึ้นในหลายวงการ ซึ่งเป็นการเปลี่ยนแปลงโดยมีเป้าหมายเพื่อให้สังคมมนุษย์สามารถดำรงชีวิตต่อไปได้อย่างปลอดภัย</b></p>
<p><b>แน่นอนว่า หนึ่งในภาวะ </b><b>New Normal </b><b>ที่เกิดขึ้น ย่อมหมายรวมถึง แวดวงการศึกษาของนานาประเทศทั่วโลกด้วย เนื่องจากเป็นอาวุธที่สำคัญและทรงพลังที่สุดในการพัฒนาทรัพยากรบุคคลของแต่ละประเทศ</b></p>
<p><b>Anita Lie </b><b>ศาสตราจารย์ด้านการศึกษา แห่งมหาวิทยาลัย </b><b>Widya Mandala Catholic University </b><b>ใน สุราบายา ของอินโดนีเซีย ได้เขียนบทความแสดงความเห็นเกี่ยวกับ </b><b>New Normal </b><b>ที่ต้องเกิดขึ้นในโรงเรียนและสถาบันการศึกษาทั่วประเทศอินโดนีเซีย พร้อมเรียกร้องให้ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง เตรียมตัวเตรียมใจรับมือและเผชิญหน้ากับภาวะ </b><b>New Normal </b><b>ที่ว่านี้ ในการเปิดภาคเรียนใหม่ในเดือนกรกฎาคม</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ศาสตราจารย์ด้านการศึกษาของอินโดนีเซียรายนี้ได้เขียนบทความแสดงความเห็นของตนผ่านเว็บไซต์หนังสือพิมพ์ </span><span style="font-weight: 400;">The Jakarta Post </span><span style="font-weight: 400;">กระตุ้นให้นักการศึกษาและผู้มีอำนาจหน้าที่ในการกำหนดนโยบายของประเทศให้เตรียมความพร้อมสำหรับ </span><span style="font-weight: 400;">New Normal </span><span style="font-weight: 400;">ที่จะเกิดขึ้นกับนักเรียนทั้งหมดกว่า 44 ล้านคนทั่วประเทศที่กำลังจะกลับมาเรียนหนังสือที่โรงเรียนอีกครั้งในเดือนกรกฎาคมนี้ </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ทั้งนี้ </span><span style="font-weight: 400;">Anita Lie </span><span style="font-weight: 400;">กล่าวว่า ใจความหลักสำคัญของภาวะ </span><span style="font-weight: 400;">New Normal </span><span style="font-weight: 400;">ที่จะเกิดขึ้นกับโรงเรียน ซึ่งพอจะคาดเดาได้บ้างจากพระราชกฤษฎีกาที่ทางกระทรวงศึกษาธิการ กระทรวงกิจการศาสนา กระทรวงมหาดไทย และกระทรวงสาธารณสุขลงนามร่วมกันเมื่อวันที่ 15 มิถุนายนที่ผ่านมาก็คือ การเรียนหนังสือในโรงเรียนทุกอย่างจะต้องมีแนวทางที่เป็นไปเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดการระบาดของ </span><span style="font-weight: 400;">COVID-</span><span style="font-weight: 400;">19 ระลอกที่สองอย่างเด็ดขาด</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">แน่นอนว่า บทเรียนจากการปิดโรงเรียนในช่วงหลายเดือนที่ผ่านมา ทำให้บรรดานักการศึกษาของอินโดนีเซียทั่วประเทศ เริ่มตระหนักได้ว่าจำเป็นต้องเปลี่ยนมุมมองและทัศนคติที่มีต่อการเรียนการสอนที่โรงเรียน ซึ่งในฐานะหนึ่งในผู้เชี่ยวชาญ </span><span style="font-weight: 400;">Anita Lie </span><span style="font-weight: 400;">กล่าวว่า การปรับเปลี่ยนแนวคิดและแนวทางปฏิบัติควรไตร่ตรองภายใต้หัวข้อคำถาม ทำไม ใคร อะไร และอย่างไร ของการศึกษา</span></p>
<h4>ทำไมถึงต้องปฎิรูป ใครต้องปฎิรูป ปฎิรูปอะไร และปฎิรูปอย่างไร</h4>
<figure id="attachment_17573" aria-describedby="caption-attachment-17573" style="width: 855px" class="wp-caption aligncenter"><img decoding="async" loading="lazy" class="wp-image-17573 size-full" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/06/a-28.jpg" alt="" width="855" height="569" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/06/a-28.jpg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/06/a-28-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/06/a-28-768x511.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/06/a-28-750x499.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/06/a-28-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /><figcaption id="caption-attachment-17573" class="wp-caption-text">ที่มาภาพ : unsplash &#8211; Trung Pham Quoc</figcaption></figure>
<p><span style="font-weight: 400;">ทั้งนี้ เป็นความจริงที่ว่าสถานการณ์การระบาดของ </span><span style="font-weight: 400;">COVID-</span><span style="font-weight: 400;">19 ในปัจจุบัน และความเป็นไปได้ที่จะเกิดการระบาดระลอกที่สอง ทำให้การเรียนโรงเรียนตามแบบฉบับที่เคยปฎิบัติกันมาเป็นเรื่องที่เป็นไปได้ยาก แต่ก็ไม่ได้หมายความว่า การกลับไปเรียนที่โรงเรียนอีกครั้ง จะเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นไม่ได้ เพียงแค่ต้องอาศัยความคิดสร้างสรรค์ เป็นตัวผลักดัน เพื่อเอาชนะความหวาดกลัวจากความเจ็บป่วยที่เกิดขึ้น</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ขณะเดียวกัน การปฎิรูปและฟื้นฟูระบบการศึกษา ด้วยแนวคิดสร้างสรรค์ ยังอาจกลายเป็นอีกหนึ่งวิถีสำคัญในการเปิดประตูแห่งโอกาสทางการศึกษาที่เท่าเทียมให้แก่เด็กนักเรียนชาวอินโดนีเซียทุกคน เพราะการระบาดทำให้หลายหน่วยงานเริ่มตระหนักถึงความเป็นไปได้ใหม่ๆ ที่จะชุบชีวิตระบบการศึกษาที่ล้าหลังของอินโดนีเซีย และทำให้เด็กนักเรียนต้องการเข้ามามีส่วนร่วม และมีบทบาทในการปฎิรูปการศึกษามากขึ้น </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">อย่างไรก็ตาม </span><span style="font-weight: 400;">Anita Lie </span><span style="font-weight: 400;">แสดงความวิตกกังวลว่า มาตรการกระตุ้นตามแผนของรัฐบาลภายใต้ </span><span style="font-weight: 400;">Indonesia </span><span style="font-weight: 400;">2045</span><span style="font-weight: 400;"> Vision </span><span style="font-weight: 400;">นี้อาจไม่ก่อให้เกิดประโยชน์ต่อประเทศอย่างแท้จริง เพราะไม่สอดคล้องกับสภาพเศรษฐกิจและภูมิศาสตร์ของอินโดนีเซียแม้แต่น้อย โดยเฉพาะ ในเรื่องของความไม่เท่าเทียมกันทางการศึกษาของนักเรียนในแต่ละชนชั้นของสังคม และแต่ละในภูมิภาค </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ทั้งนี้ ในฐานะผู้เชี่ยวชาญด้านการศึกษา </span><span style="font-weight: 400;">Anita Lie </span><span style="font-weight: 400;">ได้ให้คำแนะนำถึง หน่วยงานและเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องทุกฝ่าย เพื่อใช้เป็นแนวทางในการเปลี่ยนผ่าน (</span><span style="font-weight: 400;">Transform)</span><span style="font-weight: 400;">การเรียนการสอนที่โรงเรียนให้สอดคล้องกับยุค </span><span style="font-weight: 400;">COVID-</span><span style="font-weight: 400;">19 รวมถึง สร้างโอกาสแห่งการเรียนรู้ที่เสมอภาคกันให้แก่เด็กนักเรียนทุกคน โดยคำแนะนำทั้งหมดนี้ อิงกับการตอบคำถามข้างต้น </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">คือ ทำไม ใคร อะไร และอย่างไร?</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">สำหรับ สาเหตุที่ว่า </span><b>ทำไมต้องปฎิรูประบบการศึกษาของอินโดนีเซีย</b><span style="font-weight: 400;"> สถานการณ์การระบาดของ </span><span style="font-weight: 400;">COVID-</span><span style="font-weight: 400;">19 คือตัวกระตุ้นที่ทำให้เห็นได้ชัดเจนที่สุดว่า โลกกำลังเปลี่ยนไป และระบบการเรียนการสอนแบบเดิมไม่ตอบโจทย์อีกต่อไป</span></p>
<p><b>คำถามที่ว่า ใคร นี้ หมายถึง บุคคล</b><span style="font-weight: 400;"> ได้แก่ ครู นักเรียน และผู้ปกครอง ที่ต้องปรับเปลี่ยนบทบาทของตนเองในระบบการศึกษา โดยต้องยอมรับแล้วว่า การระบาดของ </span><span style="font-weight: 400;">COVID-</span><span style="font-weight: 400;">19 ทำให้บทบาทของครู นักเรียน และพ่อแม่ผู้ปกครองเปลี่ยนแปลงไป</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">กระนั้น บุคคลที่ต้องปรับตัวยกระดับทักษะของตนเองให้มากที่สุด เร็วที่สุดก็คือ คุณครู โดยต้องเปลี่ยนหน้าที่จาก &#8220;ผู้สั่งสอน&#8221; เป็น &#8220;ผู้ออกแบบและอำนวยความสะดวก&#8221; ในการเรียนของเด็ก</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ครูจำเป็นต้องมีทักษะใหม่ และคุ้นเคยกับการเรียนการสอนในระบบออนไลน์ ซึ้งแม้ว่า จะมีอุปสรรคและข้อจำกัดมากมาย โดยเฉพาะ การเข้าถึงอินเทอร์เน็ตในบางพื้นที่ กระนั้น ข้อจำกัดดังกล่าวไม่ใช่ อุปสรรค แต่เป็นความท้าทาย ที่คุณครูต้องหาทางพาตัวเองเข้าไปถึงตัวเด็กนักเรียนให้ได้ เพื่อยกระดับศักยภาพในการสอนของคน </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ขณะเดียวกัน ในส่วนของนักเรียน ก็จำเป็นต้องบ่มเพาะทักษะนิสัย &#8220;การเรียนรู้ด้วยตนเอง&#8221; &#8220;ความมีวินัย&#8221; และ &#8220;ความรับผิดชอบ&#8221; ในขณะที่ พ่อแม่ผู้ปกครอง ก็คือผู้ที่มีบทบาทสนับสนุนประคับประคองให้นิสัยเหล่านี้เกิดขึ้น โดยให้ค่าความสำคัญกับลักษณะนิสัยดังกล่าวมากกว่าการทุ่มเทให้กับการเรียนของลูกด้วยการขวนขวายหาชั้นเรียนพิเศษ หรือ ติวเตอร์ </span></p>
<p><b>ด้านคำถามที่ว่า จะปฎิรูปอะไร</b> <span style="font-weight: 400;">Anita Lie </span><span style="font-weight: 400;">มองว่า ที่ต้องลงมือแรกสุดก็คือ ระบบการศึกษา ที่ไม่ใช้ระบบการศึกษาแบบหลักสูตรเดียวอีกต่อไป เพราะระบบดังกล่าวไม่ใช่ทางแก้ไขปัญหาอย่างแท้จริง โดยผู้เชี่ยวชาญและนักวิจัยด้านการศึกษา ต่างลงความเห็นตรงกันว่า ไม่มีหลักสูตรหนึ่งหลักสูตรใดที่จะเป็นเหมือนยาครอบจักรวาล คือสามารถใช้ได้กับผู้เรียนทุกคน ดังนั้น สิ่งที่จำเป็นต้องมีก็คือการแบ่งย่อยหลักสูตรการศึกษาให้สอดคล้องกับทักษะ ความต้องการ และบริบทแวดล้อมของผู้เรียน </span></p>
<figure id="attachment_17574" aria-describedby="caption-attachment-17574" style="width: 855px" class="wp-caption aligncenter"><img decoding="async" loading="lazy" class="wp-image-17574 size-full" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/06/b-2-1.jpg" alt="" width="855" height="569" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/06/b-2-1.jpg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/06/b-2-1-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/06/b-2-1-768x511.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/06/b-2-1-750x499.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/06/b-2-1-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /><figcaption id="caption-attachment-17574" class="wp-caption-text">ที่มาภาพ : unsplash &#8211; Hobi industri</figcaption></figure>
<p><span style="font-weight: 400;">การระบาดของไวรัสโคโรน่าสายพันธุ์ใหม่ จนถึงขั้นต้องปิดโรงเรียนนานร่วมหลายเดือน ทำให้หลายฝ่ายออกมายอมรับข้อเท็จจริงที่ว่า หลักสูตรการศึกษาที่่จบครบในหลักสูตรเดียวไม่ใช่สิ่งจำเป็นสำคัญต่อระบบการศึกษาอีกต่อไป เพราะสิ่งที่สำคัญกว่า ก็คือการศึกษา ที่เล็งเห็นและยอมรับ ความต้องการที่หลากหลายของผู้เรียน รวมถึงการค้นหาความเป็นไปได้ที่จะตอบสนองความต้องการนั้นจากทรัพยากรที่มีอยู่นอกเหนือไปจาก การพึ่งพาคุณครู </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">อย่างไรก็ตาม </span><span style="font-weight: 400;">Anita Lie </span><span style="font-weight: 400;">เน้นย้ำว่า ครู ยังคงต้องมีบทบาทในชีวิตของนักเรียน ด้วยการเป็นผู้ชี้นำให้เด็กสามารถค้นหาความต้องการในการเรียนรู้ด้วยตนเอง </span></p>
<p><b>ขณะที่คำแนะนำสุดท้าย ภายใต้คำถามว่า จะปฎิรูปอย่างไร</b><span style="font-weight: 400;"> ผู้เชี่ยวชาญด้านการศึกษามองว่า เป็นเรื่องของการประยุกต์ใช้เครื่องมือ เทคโนโลยี อุปกรณ์ และนวัตกรรม ทั้งหมดที่มี เพื่อให้สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงของระบบการศึกษาที่จะเกิดขึ้น </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ถ้าตอบคำถามได้ว่าจะปฎิรูปการศึกษาอะไร และทำไมถึงต้องปฎิรูป แนวทางที่จะปฎิรูปอย่างไร ย่อมสามารถมองเห็นได้ชัดเจน </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ทั้งใน ในมุมมองของ </span><span style="font-weight: 400;">Anita Lie </span><span style="font-weight: 400;">มองว่า ภาวะ </span><span style="font-weight: 400;">New Normal </span><span style="font-weight: 400;">ที่เกิดขึ้นของโรงเรียนในอินโดนีเซีย ในภาคการศึกษาใหม่ที่จะมาถึง ต้องเป็นไปแบบผสมผสาน คือ การมาเรียนหนังสือที่โรงเรียนสลับสับเปลี่ยนกับการเรียนหนังสือที่บ้าน และการมาเรียนหนังสือที่โรงเรียน ยังคงเป็นสิ่งจำเป็นที่ต้องมีอยู่ เพราะการเรียนด้วยการตัดขาดตัวผู้เรียนจากสังคมแวดล้อม เป็นสิ่งที่เอื้อต่อการบ่มเพาะทักษะการเรียนรู้ของผู้เรียนแม้แต่น้อย</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><strong>ที่มา :</strong> <a href="https://www.thejakartapost.com/academia/2020/06/20/the-new-normal-in-education.html" target="_blank" rel="noopener noreferrer">The new normal in education</a><br />
<strong>ที่มาภาพประจำบทความ :</strong> unsplash &#8211; Husniati Salma</p><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/9089-2/">Anita Lie แนะแนวทางอินโดนีเซีย พร้อมรับ New Normal วงการการศึกษา</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ลงพื้นที่สัมผัสของจริง กุญแจลดความเหลื่อมล้ำการศึกษาอินโดนีเซีย</title>
		<link>https://www.eef.or.th/647-2/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 27 May 2020 11:46:37 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[บทความ]]></category>
		<category><![CDATA[COVID-19]]></category>
		<category><![CDATA[Nila Tanzil]]></category>
		<category><![CDATA[Taman Bacaan Pelangi]]></category>
		<category><![CDATA[Raspberry Pi]]></category>
		<category><![CDATA[Literacy Cloud]]></category>
		<category><![CDATA[Google]]></category>
		<category><![CDATA[มูลนิธิ ทามัน บากาน เปลันกิ]]></category>
		<category><![CDATA[อินโดนีเซีย]]></category>
		<category><![CDATA[Research Triangle Institute]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?p=15083</guid>

					<description><![CDATA[<p>แม้จะเป็นเรื่องน่ายินดีที่บุคคลสำคัญและหัวหอกด้านการศึก [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/647-2/">ลงพื้นที่สัมผัสของจริง กุญแจลดความเหลื่อมล้ำการศึกษาอินโดนีเซีย</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<figure id="attachment_15085" aria-describedby="caption-attachment-15085" style="width: 1801px" class="wp-caption aligncenter"><img decoding="async" loading="lazy" class="wp-image-15085 size-full" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/05/EEF_thumbnail_บทความอินโด_บทความกสศ-thumbnail.png" alt="" width="1801" height="946" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/05/EEF_thumbnail_บทความอินโด_บทความกสศ-thumbnail.png 1801w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/05/EEF_thumbnail_บทความอินโด_บทความกสศ-thumbnail-300x158.png 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/05/EEF_thumbnail_บทความอินโด_บทความกสศ-thumbnail-1024x538.png 1024w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/05/EEF_thumbnail_บทความอินโด_บทความกสศ-thumbnail-768x403.png 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/05/EEF_thumbnail_บทความอินโด_บทความกสศ-thumbnail-1536x807.png 1536w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/05/EEF_thumbnail_บทความอินโด_บทความกสศ-thumbnail-750x394.png 750w" sizes="(max-width: 1801px) 100vw, 1801px" /><figcaption id="caption-attachment-15085" class="wp-caption-text">ที่มารูป : https://www.idntimes.com</figcaption></figure>
<p><span style="font-weight: 400;">แม้จะเป็นเรื่องน่ายินดีที่บุคคลสำคัญและหัวหอกด้านการศึกษาของประเทศ อย่างกระทรวงศึกษาธิการอินโดนีเซียจะมุ่งมั่นเดินหน้าผลักดันแผนปฎิรูปยกระดับโครงสร้างทางการศึกษาของประเทศให้มีความทันสมัย ด้วยการประยุกต์นำเทคโนโลยีมาใช้ </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">แต่ในมุมมองของ นิลา ทันซิล (</span><span style="font-weight: 400;">Nila Tanzil) </span><span style="font-weight: 400;">ผู้ก่อตั้งมูลนิธิ ทามัน บากาน เปลันกิ (</span><span style="font-weight: 400;">Taman Bacaan Pelangi) </span><span style="font-weight: 400;">หรือ สวนสายรุ้งแห่งการอ่าน (</span><span style="font-weight: 400;">Rainbow Reading Gardens) </span><span style="font-weight: 400;">กลับระบุชัดว่า แนวคิดดังกล่าวไม่เพียงพอและครอบคลุมพอที่จะปรับปรุงเปลี่ยนแปลงระบบการศึกษาของประเทศได้ </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">โดยเฉพาะในประเด็นของการมุ่งให้เด็กๆ ชาวอินโดนีเซียทุกคน ได้รับการศึกษาอย่างทั่วถึงทั่วหน้าเสมอภาคกัน</span></p>
<figure id="attachment_15086" aria-describedby="caption-attachment-15086" style="width: 1801px" class="wp-caption aligncenter"><img decoding="async" loading="lazy" class="wp-image-15086 size-full" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/05/EEF_thumbnail_บทความอินโด_รูปประกอบในบทความ-thumbnail-copy.png" alt="" width="1801" height="947" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/05/EEF_thumbnail_บทความอินโด_รูปประกอบในบทความ-thumbnail-copy.png 1801w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/05/EEF_thumbnail_บทความอินโด_รูปประกอบในบทความ-thumbnail-copy-300x158.png 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/05/EEF_thumbnail_บทความอินโด_รูปประกอบในบทความ-thumbnail-copy-1024x538.png 1024w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/05/EEF_thumbnail_บทความอินโด_รูปประกอบในบทความ-thumbnail-copy-768x404.png 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/05/EEF_thumbnail_บทความอินโด_รูปประกอบในบทความ-thumbnail-copy-1536x808.png 1536w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/05/EEF_thumbnail_บทความอินโด_รูปประกอบในบทความ-thumbnail-copy-750x394.png 750w" sizes="(max-width: 1801px) 100vw, 1801px" /><figcaption id="caption-attachment-15086" class="wp-caption-text">ที่มารูปภาพ : https://nowjakarta.co.id</figcaption></figure>
<p><span style="font-weight: 400;">ทั้งนี้ นิลา เขียนบทความแสดงความเห็นผ่านเว็บไซต์ของหนังสือพิมพ์จาการ์ตา โพสต์ กล่าวว่า ไม่ใช่เรื่องน่าแปลกใจแม้แต่น้อย ที่ข้อเสนอปฎิรูปการศึกษาของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการอินโดนีเซียฉบับล่าสุดจะถูกปัดลงไป </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เพราะต่อให้ในห้วงเวลานี้มีประชาชนชาวอินโดนีเซียมากกว่าครึ่งจะเริ่มคุ้ยเคยคุ้นชินกับการเปลี่ยนแปลงของวิถีชีวิตที่เทคโนโลยีนวัตกรรมทั้งหลายทำให้เกิดขึ้น โดยเฉพาะในด้านเศรษฐกิจและการจ้างงาน แต่เมื่อเอ่ยถึงด้านการศึกษาแล้ว การนำเทคโนโลยีมาใช้ยังคงมีปัจจัยท้าทายมากมาย</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">หนึ่งในประเด็นสำคัญที่สุดก็คือ ยังคงมีเด็กอีกมากในอินโดนีเซีย ที่ไม่มีไฟฟ้าใช้ และเข้าไม่ถึงอินเทอร์เน็ต ดังนั้น หากเป็นไปได้ ก่อนที่จะร่างแผนปฎิรูปการศึกษาของประเทศในครั้งต่อไป นิลา ได้เรียกร้องให้รัฐมนตรีกระทรวงศึกษาธิการ และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ลงพื้นที่สัมผัสของจริงสักครั้ง อย่างน้อยก็ลองไปเยือนบรรดาห้องสมุดของ มูลนิธิ ทามัน บากาน เปลันกิ ซึ่งตั้งอยู่ตามเกาะห่างไกลทางภาคตะวันออกของประเทศ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เพื่อไปดูและสัมผัสว่า เด็กๆ ในพื้นที่ห่างไกลเหล่านี้ ต้องเผชิญกับความท้าทายอะไรบ้างในการที่จะได้เรียนหนังสือ </span><span style="font-weight: 400;">นอกจากนี้ ยังเชื่อมั่นว่า ประสบการณ์การลงพื้นที่ของจริงในครั้งนี้ จะเป็นประโยชน์ต่อบรรดาเจ้าหน้าที่ทั้งหลายในการคิดประยุกต์หาแนวทางที่เหมาะสมในการลดช่องว่าง </span><span style="font-weight: 400;">ความแตกต่างทางการศึกษาระหว่างเด็กในเมืองกับเด็กในพื้นที่ชนบทของประเทศ </span><span style="font-weight: 400;">และเพื่อทำให้ความห่างไกลไม่ใช่ข้ออ้างที่จะทำให้ต้องได้รับการศึกษาที่อ่อนแอ อ่อนด้อยอีกต่อไป</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">อย่างไรก็ตาม ไม่ใช่ว่า ทางมูลนิธิไม่ยินดีเกี่ยวกับแนวทางการนำเทคโนโลยีมาใช้กับการศึกษาของทางรัฐบาลแต่อย่างใด เพราะในช่วง 10 กว่าปีที่ผ่านมา ทางมูลนิธิเองก็ได้นำเทคโนโลยีมาประยุกต์ใช้เพื่อเพิ่มอัตราการอ่านออกเขียนได้ให้มากขึ้น ไม่ว่าจะเป็น การริเริ่มโครงการ ราสพ์เบอร์รี่ พาย (</span><span style="font-weight: 400;">Raspberry Pi) </span><span style="font-weight: 400;">การร่วมมือสร้าง </span><span style="font-weight: 400;">Literacy Cloud </span><span style="font-weight: 400;">กับทาง กูเกิ้ล  และการใช้ </span><span style="font-weight: 400;">Zoom </span><span style="font-weight: 400;">ประชุมฝึกอบรม </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ทว่า ประสบการณ์จากการลงพื้นที่และคลุกคลีทำงานวนเวียนอยู่ในหมู่บ้านบนเกาะห่างไกลที่ไม่มีไฟฟ้าและอินเทอร์เน็ตใช้ ทำให้ตระหนักได้ว่า เทคโนโลยีเหล่านี้กลับเป็นเรื่องที่ไม่อาจทำได้จริงสำหรับเด็กชาวอินโดนีเซียอีกหลายล้านคน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ดังนั้น ทันทีที่เกิดการระบาดของไวรัสโควิด-19 ในประเทศอินโดนีเซีย และมีคำสั่งให้ปิดโรงเรียนทั่วประเทศ สิ่งแรกที่ทางมูลนิธิลงมือทำอย่างเร่งด่วนก็คือการบันทึกเนื้อหาข้อมูลการเรียนทั้งหมด แล้วจัดส่งแจกจ่ายไปยังนักเรียน 2,000 คนในพื้นที่เกาะฟอเรส และเกาะปาปัวตะวันตก โดยแบ่งการแจกเนื้อหาออกเป็นรายสัปดาห์ เพื่อให้แน่ใจว่า เด็กเหล่านี้จะยังคงได้เรียนหนังสือและเรียนตามทันเพื่อนๆ </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ขณะเดียวกัน ทางมูลนิธิก็แสวงหาพันธมิตร เพื่อขยายพื้นที่แจกจ่ายของโครงการ ให้เด็กๆ ในพื้นที่ที่ไม่มีอินเตอร์เน็ตได้เรียนหนังสือมากที่สุด</span></p>
<figure id="attachment_15087" aria-describedby="caption-attachment-15087" style="width: 1801px" class="wp-caption aligncenter"><img decoding="async" loading="lazy" class="wp-image-15087 size-full" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/05/EEF_thumbnail_บทความอินโด_รูปประกอบในบทความ-thumbnail-copy-3.png" alt="" width="1801" height="946" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/05/EEF_thumbnail_บทความอินโด_รูปประกอบในบทความ-thumbnail-copy-3.png 1801w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/05/EEF_thumbnail_บทความอินโด_รูปประกอบในบทความ-thumbnail-copy-3-300x158.png 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/05/EEF_thumbnail_บทความอินโด_รูปประกอบในบทความ-thumbnail-copy-3-1024x538.png 1024w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/05/EEF_thumbnail_บทความอินโด_รูปประกอบในบทความ-thumbnail-copy-3-768x403.png 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/05/EEF_thumbnail_บทความอินโด_รูปประกอบในบทความ-thumbnail-copy-3-1536x807.png 1536w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/05/EEF_thumbnail_บทความอินโด_รูปประกอบในบทความ-thumbnail-copy-3-750x394.png 750w" sizes="(max-width: 1801px) 100vw, 1801px" /><figcaption id="caption-attachment-15087" class="wp-caption-text">ที่มารูปภาพ : https://nowjakarta.co.id</figcaption></figure>
<p><span style="font-weight: 400;">ทั้งนี้ โควิด-19 ทำให้เด็กเรียนระดับปฐมวัยในอินโดนีเซียราว 60 ล้านคน ตกอยู่ในสภาพไร้หนทางเรียนหนังสือ ซึ่งแม้เทคโนโลยีและอินเทอร์เน็จจะก้าวเข้ามามีบทบาทในการช่วยให้เด็กๆ เหล่านี้ได้เรียนหนังสือในช่วงเว้นระยะห่างทางสังคม แต่เทคโนโลยีและอินเทอร์เน็ตเหล่านี้ไม่ใช่สิ่งที่เด็กทุกคนในอินโดนีเซียจะเข้าถึงได้</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ข้อมูลล่าสุดพบว่า ปัจจุบันมีผู้ใช้อินเตอร์เน็ตในอินโดนีเซียอยู่มากกว่า 171 ล้านคนทั่่วประเทศ แต่ในจำนวนมากมายดังกล่าว การเข้าถึงอินเตอร์เน็ตบนเกาะห่างไกลอย่าง เกาะปาปัว เกาะสุลาเวสี เกาะมาลูกู และ เกาะนูสา เทงการา กลับมีเพียง 5-10% เท่านั้น </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เรียกได้ว่า แต่เดิมเทคโนโลยีและอินเตอร์เน็ตเป็นสิ่งของเกินเอื้อมอยู่แล้ว และ การระบาดของไวรัสโควิด-19 กลายเป็นอีกหนึ่งแรงกดดันให้เด็กๆ อินโดนีเซียในชนบทห่างไกลถูกผลักให้ล้าหลังมากขึ้นไปกว่าเดิม เปลี่ยนคุณภาพการศึกษาของอินโดนีเซีย ระหว่างในเมืองกับชนบท ให้เป็นรอยแตกหลุมลึกมากขึ้นกว่าเดิม</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">การคาดการณ์ดังกล่าวไม่ใช่เรื่องเกินจริง เพราะผลการศึกษาของสถาบัน </span><span style="font-weight: 400;">Research Triangle Institute </span><span style="font-weight: 400;">ก่อนหน้านี้ในปี 2014 พบว่า เด็กๆ บนเกาะนูสา เทงการา</span><span style="font-weight: 400;">, </span><span style="font-weight: 400;">เกาะปาปัว และเกาะมาลูกู มีกทักษะการอ่านต่ำกว่าค่าเฉลี่ยมาตรฐานของประเทศ โดยเด็กๆ ในพื้นที่ อ่านได้เพียง 30 คำต่อนาที เมื่อเทียบกับเด็กบนเกาะชวา และเกาะบาหลี ที่อ่านได้ถึง 60 คำต่อนาที </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">และแน่นอนว่า สิ่งที่บกพร่องไม่ใช่ศักยภาพหรือขีดความสามารถในการเรียนรู้ของตัวเด็ก แต่เป็นบริบทแวดล้อมทางสังคมที่เด็กเหล่านี้ล้วนต้องเผชิญ และเป็นสิ่งที่มูลนิธิ ทามัน บากัน เปลันกิ รู้ซึ้งมากที่สุดหลังจากได้ลงพื้นที่สัมผัสกับของจริงจนนับไม่ถ้วน</span></p>
<p style="text-align: left;"><img decoding="async" loading="lazy" class="aligncenter size-full wp-image-15088" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/05/EEF_thumbnail_บทความอินโด_รูปประกอบในบทความ-thumbnail-copy-4.png" alt="" width="1802" height="946" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/05/EEF_thumbnail_บทความอินโด_รูปประกอบในบทความ-thumbnail-copy-4.png 1802w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/05/EEF_thumbnail_บทความอินโด_รูปประกอบในบทความ-thumbnail-copy-4-300x157.png 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/05/EEF_thumbnail_บทความอินโด_รูปประกอบในบทความ-thumbnail-copy-4-1024x538.png 1024w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/05/EEF_thumbnail_บทความอินโด_รูปประกอบในบทความ-thumbnail-copy-4-768x403.png 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/05/EEF_thumbnail_บทความอินโด_รูปประกอบในบทความ-thumbnail-copy-4-1536x806.png 1536w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/05/EEF_thumbnail_บทความอินโด_รูปประกอบในบทความ-thumbnail-copy-4-750x394.png 750w" sizes="(max-width: 1802px) 100vw, 1802px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">นอกจากจะมีอีกหลายหมู่บ้านที่ไม่มีไฟฟ้า และอินเทอร์เน็ตใช้แล้ว บางแห่งไม่มีกระทั่ง สัญญาณโทรศัพท์ บางหมู่บ้านเพียงแค่ห่างไกลจากศูนย์กลางความเจริญของเกาะเพียงหนึ่งชั่วโมง กลับไม่มีเด็กสักคนในหมู่บ้านรู้จักดินสอสี </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ดังนั้น ไม่ต้องจินตนาการเลยว่า ทันทีที่ทางมูลนิธิตัดริบบิ้นเปิดห้องสมุดให้กับหมู่บ้าน รอยยิ้มของเด็กเหล่านี้จะกว้างมากเพียงใด</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">นิลา ตอกย้ำว่า สิ่งที่อินโดนีเซียหลงลืมไปก็คือ สภาพความเป็นจริงของประเทศที่แตกต่างจากนานาประเทศทั่วโลก ในขณะนี้ ชาวอินโดนีเซียในกรุงจาการ์ตา และตามหัวเมืองใหญ่กำลังเพลิดเพลินมีความสุขกับเครือข่ายอินเทอร์เน็ตและเทคโนโลยีมากมาย เด็กๆ ส่วนใหญ่ในพื้นที่ห่างไกลกำลังเรียนหนังสืออยู่ภายใต้แสงรำไรของตะเกียงน้ำมัน </span></p>
<figure id="attachment_15089" aria-describedby="caption-attachment-15089" style="width: 1801px" class="wp-caption aligncenter"><img decoding="async" loading="lazy" class="wp-image-15089 size-full" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/05/EEF_thumbnail_บทความอินโด_รูปประกอบในบทความ-thumbnail-copy-2.png" alt="" width="1801" height="946" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/05/EEF_thumbnail_บทความอินโด_รูปประกอบในบทความ-thumbnail-copy-2.png 1801w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/05/EEF_thumbnail_บทความอินโด_รูปประกอบในบทความ-thumbnail-copy-2-300x158.png 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/05/EEF_thumbnail_บทความอินโด_รูปประกอบในบทความ-thumbnail-copy-2-1024x538.png 1024w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/05/EEF_thumbnail_บทความอินโด_รูปประกอบในบทความ-thumbnail-copy-2-768x403.png 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/05/EEF_thumbnail_บทความอินโด_รูปประกอบในบทความ-thumbnail-copy-2-1536x807.png 1536w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/05/EEF_thumbnail_บทความอินโด_รูปประกอบในบทความ-thumbnail-copy-2-750x394.png 750w" sizes="(max-width: 1801px) 100vw, 1801px" /><figcaption id="caption-attachment-15089" class="wp-caption-text">ที่มารูปภาพ : www.facebook.com/Anak-SMKN-1-Welak</figcaption></figure>
<p><span style="font-weight: 400;">ในหมู่บ้าน วีลัค (</span><span style="font-weight: 400;">Welak) </span><span style="font-weight: 400;">ทางตะวันตกของมังการาอิ (</span><span style="font-weight: 400;">Manggarai) </span><span style="font-weight: 400;">บนเกาะฟลอเรส ชาวบ้านในหมู่บ้านต่างต้องจัดสรรการใช้ไฟอย่างอัตคัต โดยอนุญาตให้มีหลอดไฟในบ้านเพียง 2 ดวงเท่านั้น ดังนั้น ไม่ต้องพูดถึงการเปิดโทรทัศน์เพื่อดูรายการด้านการศึกษาจากสถานีโทรทัศน์ และยิ่งไม่ต้องพูดถึงการซื้อสมาร์ทโฟน หรือแล็ปท็อปสักเครื่องเพื่อให้เด็กๆ ได้เรียนหนังสือ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">แม้ว่าในช่วงนี้ เป็นช่วงที่จำเป็นต้องจำกัดการเดินทาง กระนั้น ก็ไม่ใช่เรื่องยากเกินไปที่หน่วยงานของภาครัฐจะจัดสรรบุคลการเพื่อลงพื้นที่สัมผัสกับความเป็นจริงเป็นที่เกิดขึ้น และการให้ความช่วยเหลือที่ตอบโจทย์คือการลงทุนที่คุ้มค่ามากที่สุดในแง่ของเวลาและทรัพยากร</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ในช่วงวิกฤติเช่นนี้ การศึกษายังคงเป็นสิ่งสำคัญลำดับต้นๆ ที่ไม่อาจละเลยมากที่สุด เทียบเท่ากับประเด็นด้านเศรษฐกิจและสังคม เพราะการปิดโรงเรียน ไม่ได้หมายถึงแค่เพียงหยุดเรียนเท่านั้น แต่ยังหมายถึงการพรากเด็กออกจากโอกาสในการเติบโตและพัฒนาให้เต็มกำลังความสามารถ ไม่ควรมีเด็กคนไหนในอินโดนีเซียถูกทิ้งไว้ข้างหลัง </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ทั้งนี้ ภายใต้บริบทของประเทศ นวัตกรรมทางการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการของอินโดนีเซียจึงไม่ควรมุ่งไปที่การหาทางประยุกต์ใหญ่เทคโนโลยีขั้นสูงล้ำหน้าแต่เพียงอย่างเดียวเท่านั้น แต่ยังต้องครอบคลุมถึงแนวทางแบบ โลว์เทค (</span><span style="font-weight: 400;">Low-tech) </span><span style="font-weight: 400;">และ โนเทค (</span><span style="font-weight: 400;">No-tech)</span><span style="font-weight: 400;">ด้วย เพื่อให้มั่นใจได้ว่า เด็กอินโดนีเซียทุกคนจะยังสามารถเรียนหนังสือศึกษาหาความรู้ในช่วงที่โรงเรียนต้องปิดเพราะไวรัสโควิด-19 ระบาด รวมถึงอนาคตหลังจากนี้ด้วย</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<hr />
<p><small><i><span style="font-weight: 400;">นิลา ทันซิล คือ ผู้ก่อตั้งมูลนิธิ ทามัน บากาน เปลันกิ ซึ่งอุทิศทุ่มเทเวลาทั้งหมดเพื่อยกระดับอัตราการอ่านออกเขียนได้ในพื้นที่ชนบทห่างไกลในภูมิภาคตะวันออกของประเทศอินโดนีเซียในช่วงกว่าสิบปีที่ผ่านมา โดยขณะนี้ทางมูลนิธิได้สร้างห้องสมุดแล้ว 131 แห่ง บน 18 เกาะ และจัดการฝึกอบรมครู อาจารย์ใหญ่ และบรรณารักษ์ เกือบ 2</span></i><i><span style="font-weight: 400;"> ,</span></i><i><span style="font-weight: 400;">000 คน</span></i></small></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><strong>ที่มา : </strong><a href="https://www.thejakartapost.com/academia/2020/05/12/minister-nadiem-please-visit-children-in-eastern-indonesia.html?utm_source=Facebook&amp;utm_medium=Social&amp;utm_campaign=mailchimp-may&amp;utm_term=nadiem-inequality" target="_blank" rel="noopener noreferrer">Minister Nadiem, please visit children in eastern Indonesia</a></p>
<p>&nbsp;</p><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/647-2/">ลงพื้นที่สัมผัสของจริง กุญแจลดความเหลื่อมล้ำการศึกษาอินโดนีเซีย</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
