<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>Little Big Communities | กสศ.</title>
	<atom:link href="https://www.eef.or.th/communities/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.eef.or.th</link>
	<description>กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา</description>
	<lastBuildDate>Wed, 12 May 2021 15:11:39 +0000</lastBuildDate>
	<language>th</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.3.8</generator>

<image>
	<url>https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/02/cropped-fav-icon-32x32.png</url>
	<title>Little Big Communities | กสศ.</title>
	<link>https://www.eef.or.th</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>จับการแต่งกายแบบ ‘บาบ๋า’ ที่เป็นอัตลักษณ์เชิงวัฒนธรรมของระนอง มาสร้างเป็นกลุ่มผลิตภัณฑ์จากผ้าปาเต๊ะ ส่งเสริมการท่องเที่ยวและสร้างรายได้ให้กับชุมชน</title>
		<link>https://www.eef.or.th/communities/conclusion-61/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 12 May 2021 15:11:39 +0000</pubDate>
				<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?post_type=communities&#038;p=40968</guid>

					<description><![CDATA[<p>‘ระนอง’ จังหวัดเล็กๆ ทางภาคใต้ที่มีประวัติศาสตร์ทางวัฒน [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/communities/conclusion-61/">จับการแต่งกายแบบ ‘บาบ๋า’ ที่เป็นอัตลักษณ์เชิงวัฒนธรรมของระนอง มาสร้างเป็นกลุ่มผลิตภัณฑ์จากผ้าปาเต๊ะ ส่งเสริมการท่องเที่ยวและสร้างรายได้ให้กับชุมชน</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><b>‘ระนอง’</b><span style="font-weight: 400;"> จังหวัดเล็กๆ ทางภาคใต้ที่มีประวัติศาสตร์ทางวัฒนธรรมอันน่าสนใจ หนึ่งในนั้นคือเรื่องราวเกี่ยวกับ ‘เปอรานากัน’ หรือคำที่ใช้เรียกขานผู้คนเชื้อสายลูกครึ่งมลายู – จีนซึ่งเป็นตัวแทนวัฒนธรรมแบบผสมผสานที่ยังคงทิ้งร่องรอยให้เห็นผ่านสถาปัตยกรรม รวมถึงเครื่องแต่งกายที่นำเอกลักษณ์ของชาวจีนและมลายูมาผนวกเข้าด้วยกัน โดยเฉพาะผู้หญิงนิยมใส่เสื้อฉลุลายดอกไม้อย่างงดงามและนุ่งผ้าโสร่งหรือที่รู้จักกันในชื่อว่า </span><b>ปาเต๊ะ</b><span style="font-weight: 400;"> </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">กลายเป็นที่มาของ </span><b>โครงการการสร้างผลิตภัณฑ์จากผ้าปาเต๊ะ โดยวิทยาลัยชุมชนระนอง ตำบลบางริ้น อำเภอเมือง จังหวัดระนอง </b><span style="font-weight: 400;">ที่เห็นถึงความสำคัญของการ</span><b>สร้างมูลค่าด้านทุนทางวัฒนธรรม</b><span style="font-weight: 400;">ด้วยการสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์จากผ้าปาเต๊ะที่สะท้อนวิถีชีวิตและเอกลักษณ์ของชุมชน</span> <span style="font-weight: 400;">เพื่อส่งเสริมอาชีพและสร้างรายได้ให้แก่แรงงานที่ขาดแคลนทุนทรัพย์และด้อยโอกาสในจังหวัด</span><b> </b></p>
<p><img decoding="async" fetchpriority="high" class="aligncenter size-full wp-image-40973" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/05/blog-small61-01.jpg" alt="" width="1200" height="1200" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/05/blog-small61-01.jpg 1200w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/05/blog-small61-01-300x300.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/05/blog-small61-01-1024x1024.jpg 1024w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/05/blog-small61-01-150x150.jpg 150w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/05/blog-small61-01-768x768.jpg 768w" sizes="(max-width: 1200px) 100vw, 1200px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">โครงการที่เกิดขึ้นนี้ได้เข้าไป</span><b>จุดประกายให้คนในชุมชนเห็นศักยภาพในตัวเองและความเป็นไปได้ในการประกอบอาชีพ</b><span style="font-weight: 400;"> ก่อนจะผลักดันให้กลุ่มเป้าหมายสร้างสรรค์ผลงานออกมาให้ได้ด้วยตัวเอง </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">โดย </span><b>กลุ่มเป้าหมายชุดแรก </b><span style="font-weight: 400;">ได้แก่ กลุ่มเป้าหมายใน</span><b>ตำบลบางหิน อำเภอกะเปอร์</b><span style="font-weight: 400;"> ได้มีการผลิตพวงกุญแจกาหยู (เม็ดมะม่วงหิมพานต์ของดีเมืองระนอง) ตะกร้าสาน ที่ใส่แก้วกาแฟพิมพ์ลาย และกระเป๋าหิ้วผ้าปาเต๊ะเก็บรักษาอุณหภูมิ  </span></p>
<p><b>กลุ่มเป้าหมายชุดที่สอง </b><span style="font-weight: 400;">ได้แก่ กลุ่มเป้าหมายใน</span><b>อำเภอเมือง</b><span style="font-weight: 400;"> มุ่งผลิตกล่องเอนกประสงค์ พวกกุญแจของที่ระลึก กระเป๋าผ้าปาเต๊ะลูกกาหยู และชุดเสื้อผ้าสำหรับสัตว์เลี้ยง เป็นหลัก </span></p>
<p><b>กลุ่มเป้าหมายชุดที่สาม </b><span style="font-weight: 400;">ได้แก่ กลุ่มเป้าหมายใน</span><b> ตำบลนาคา อำเภอสุขสำราญ</b><span style="font-weight: 400;"> ที่เลือกผลิตภัณฑ์ซองใส่แว่นและที่เก็บกุญแจจากปาเต๊ะ </span></p>
<p><img decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-40974" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/05/blog-small61-02.jpg" alt="" width="1200" height="1200" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/05/blog-small61-02.jpg 1200w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/05/blog-small61-02-300x300.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/05/blog-small61-02-1024x1024.jpg 1024w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/05/blog-small61-02-150x150.jpg 150w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/05/blog-small61-02-768x768.jpg 768w" sizes="(max-width: 1200px) 100vw, 1200px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">จากการกระตุ้นให้ชาวบ้านรวมกลุ่มทำผลิตภัณฑ์จากชุมชน ทำให้ชาวบ้านได้</span><b>ใช้เวลาว่างสร้างรายได้และสร้างความสัมพันธ์ที่ดีในชุมชน</b><span style="font-weight: 400;"> อีกทั้งโครงการฯ ยังได้จัดเวทีพาผู้ประกอบการมาเจอกับกลุ่มเป้าหมายตั้งแต่ช่วงต้นโครงการ รวมถึงมีการ</span><b>จัดอบรมการตลาดแบบตัวต่อตัว</b><span style="font-weight: 400;">ระหว่างผู้ประกอบการกับผู้ผลิตโดยตรงเพื่อให้ชุมชนเปิดร้านค้าของตัวเองบนตลาดออนไลน์ผ่านทางเฟซบุ๊ก ซึ่งถือเป็นอีกหนึ่งช่องทางที่ช่วยนำเสนอเอกลักษณ์ของผลิตภัณฑ์ออกไปสังคมในวงกว้าง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ถึงที่สุดแล้วโครงการฯ นี้ได้สำเร็จลงในแง่ของ</span><b>การจุดประกาย</b><span style="font-weight: 400;">ให้ชาวบ้านมีทักษะและองค์ความรู้ในการผลิตผลิตภัณฑ์ที่เป็นอัตลักษณ์ของชุมชนตัวเอง ซึ่งเป็นหนทางหนึ่งในการอนุรักษ์ภูมิปัญญาท้องถิ่นพร้อมๆ ไปกับการหารายได้เข้าสู่ครัวเรือน ซึ่งในอนาคตกลุ่มเป้าหมายที่ผลิตสินค้าคล้ายกันก็จะสามารถเข้ามารวมกลุ่มเพื่อสร้างความเข้มแข็งของกลุ่มและช่วยกันต่อยอดผลิตภัณฑ์ให้สอดคล้องกับยุคสมัยและความต้องการของตลาดได้ต่อไป</span></p>
<p><img decoding="async" class="img-wide aligncenter wp-image-40971 size-full" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/05/blog-Large61.jpg" alt="" width="1200" height="800" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/05/blog-Large61.jpg 1200w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/05/blog-Large61-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/05/blog-Large61-768x512.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/05/blog-Large61-750x500.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/05/blog-Large61-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 1200px) 100vw, 1200px" /></p><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/communities/conclusion-61/">จับการแต่งกายแบบ ‘บาบ๋า’ ที่เป็นอัตลักษณ์เชิงวัฒนธรรมของระนอง มาสร้างเป็นกลุ่มผลิตภัณฑ์จากผ้าปาเต๊ะ ส่งเสริมการท่องเที่ยวและสร้างรายได้ให้กับชุมชน</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>กลุ่มพัฒนาสตรีบ้านแดง ดึงกลุ่มแรงงานด้อยโอกาสในชุมชนมาต่อยอดองค์ความรู้เพิ่มมูลค่าผลิตภัณฑ์จากก แก้ปัญหาเศรษฐกิจในครัวเรือน</title>
		<link>https://www.eef.or.th/communities/conclusion-74/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 12 May 2021 14:45:53 +0000</pubDate>
				<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?post_type=communities&#038;p=40958</guid>

					<description><![CDATA[<p>‘เสื่อกกบ้านแดง’ เป็นสินค้าขึ้นชื่อของตำบลบ้านแดง อำเภอ [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/communities/conclusion-74/">กลุ่มพัฒนาสตรีบ้านแดง ดึงกลุ่มแรงงานด้อยโอกาสในชุมชนมาต่อยอดองค์ความรู้เพิ่มมูลค่าผลิตภัณฑ์จากก แก้ปัญหาเศรษฐกิจในครัวเรือน</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><b>‘เสื่อกกบ้านแดง’</b><span style="font-weight: 400;"> เป็นสินค้าขึ้นชื่อของตำบลบ้านแดง อำเภอตระการพืชผล จังหวัดอุบลราชธานี แต่ใครจะรู้ว่า ปัจจุบัน เสื่อกกบ้านแดงกำลังประสบปัญหาเรื่องคุณภาพเสื่อ เพราะมาตรฐานการผลิตแตกต่างกัน </span><b>คณะกรรมการพัฒนาสตรีตำบลบ้านแดง </b><span style="font-weight: 400;">จึงผลักดัน</span><b>โครงการพัฒนาอาชีพเพื่อเพิ่มมูลค่าของเสื่อกก ตำบลบ้านแดง อำเภอตระการพืชผล จังหวัดอุบลราชธานี</b><span style="font-weight: 400;">ขึ้น</span> <span style="font-weight: 400;">เพื่อพัฒนามาตรฐานเสื่อกกบ้านแดง และใช้ ‘เสื่อกก’ เป็นเครื่องมือพัฒนาคุณภาพชีวิตของชาวบ้านในชุมชน</span></p>
<p><b>สีดา พิทักษา</b> <b>ประธานคณะกรรมการพัฒนาสตรีตำบลบ้านแดง</b><span style="font-weight: 400;"> อธิบายว่า ในระยะหลัง เสื่อกกบ้านแดงเริ่มถูกตั้งคำถามจากพ่อค้าคนกลาง ถึงขนาดและมาตรฐานที่ไม่เหมือนกันของเสื่อแต่ละผืน เนื่องจากชาวบ้านยังทอเสื่อกันตามความเคยชิน ซึ่งหากปล่อยทิ้งไว้ ย่อมไม่เกิดผลดีในระยะยาว โดยวางกลุ่มเป้าหมายไว้ที่ผู้ที่ขาดโอกาสอย่างแท้จริง </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“หลักคิดสำคัญที่พวกเรายึดถือมาตลอด คือ</span><b>เราต้อง ‘ไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง’ </b><span style="font-weight: 400;">เราประชุมร่วมกันว่า</span><b>เราต้องกระจายโอกาสที่ กสศ. มอบให้กับพื้นที่ของเราไปสู่คนที่ยากลำบากอย่างแท้จริง</b><span style="font-weight: 400;"> ฉะนั้น ตอนลงพื้นที่ ทีมงานทุกคนจึงช่วยกันหาข้อมูล พูดคุย ซักถาม เพื่อหาแนวทางการช่วยเหลือคนพิการทางสมอง ซึ่งมีอยู่ในชุมชน เพราะความจริงแล้ว เขาสามารถทำงานที่ไม่ซับซ้อนได้ เช่น รับจ้างตัดเศษด้ายเสื่อกก ในราคาผืนละ 25 บาท เป็นต้น” </span><span style="font-weight: 400;">สีดากล่าว </span></p>
<p><img decoding="async" loading="lazy" class="aligncenter size-full wp-image-40960" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/05/blog_small74-01.jpg" alt="" width="1200" height="1200" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/05/blog_small74-01.jpg 1200w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/05/blog_small74-01-300x300.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/05/blog_small74-01-1024x1024.jpg 1024w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/05/blog_small74-01-150x150.jpg 150w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/05/blog_small74-01-768x768.jpg 768w" sizes="(max-width: 1200px) 100vw, 1200px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ด้วยกระบวนการลงพื้นที่อย่างเข้มข้นเช่นนี้ ทำให้คณะทำงานสามารถคัดเลือกกลุ่มเป้าหมายได้ 150 คน ซึ่งตรงตามเกณฑ์ที่ต้องการทั้งสิ้น นั่นคือเป็นผู้ว่างงาน ผู้สูงอายุ ผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ผู้พิการ และแรงงานนอกระบบ จากนั้นจึงออกแบบหลักสูตรการเรียนรู้ โดยมีตัวแทนจาก </span><b>กศน. ตระการพืชผล, โรงเรียนบ้านทม,</b> <b>และโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล</b><span style="font-weight: 400;"> มาร่วมระดมความคิด </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เมื่อกลุ่มเป้าหมายเห็นภาพของโครงการชัดเจนขึ้น กระบวนการต่อมาก็คือ การเติมไอเดียและความคิดสร้างสรรค์ ด้วยการพากลุ่มเป้าหมายไปศึกษาดูงานที่หมู่บ้านนาโป่ง ตำบลทรายมูล อำเภอทรายมูล จังหวัดยโสธร ซึ่งเป็นหมู่บ้านที่ชาวบ้านประกอบอาชีพทอเสื่อกกขายเช่นกัน </span><b>เพื่อให้กลุ่มเป้าหมายเห็นความแตกต่าง ว่า เสื่อกกบ้านแดงกับเสื่อกกของพื้นที่อื่น เหมือนหรือต่างกันอย่างไร</b><span style="font-weight: 400;"> เพื่อกระตุ้นให้เกิดความคิดสร้างสรรค์มาต่อยอดผลิตภัณฑ์ของชุมชน โดยที่ยังอนุรักษ์เอกลักษณ์ดั้งเดิม </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">นอกจากปัญหาเรื่องมาตรฐานที่ไม่เป็นไปในทิศทางเดียวกันแล้ว ก็ยังมีปัญหาอีกหลายประการที่กลุ่มเป้าหมายต้องเรียนรู้ เช่น </span><b>ปัญหาเสื่อกกบ้านแดงไม่สู้น้ำ</b><span style="font-weight: 400;"> กล่าวคือไม่ทนน้ำ ซึ่งเกิดจากการที่นำกกไปแช่น้ำเป็นระยะเวลานานหรือสั้นเกินไป, </span><b>ปัญหาเสื่อขึ้นรา</b><span style="font-weight: 400;"> ซึ่งเกิดจากการเก็บกกไว้ในสถานที่ชื้น เป็นต้น</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ทั้งนี้ เมื่อกลุ่มเป้าหมายเรียนรู้ปัญหาของผลิตภัณฑ์เสื่อกกบ้านแดงเรียบร้อยแล้ว ขั้นตอนต่อไปก็คือการพัฒนาทักษะการผลิตต่างๆ ให้เป็นกรรมวิธีที่ได้มาตรฐานเดียวกัน โดยกรรมวิธีสำคัญที่ถือเป็นเอกลักษณ์ของเสื่อกกบ้านแดงก็คือการเย็บริม ซึ่งได้รับความร่วมมือจาก </span><b>รัศมี ขันที</b> <b>หนึ่งในคณะทำงานที่ผันตัวเป็นวิทยากร </b><span style="font-weight: 400;">ร่วมกับ </span><b>บุญสร เหลากลม</b> <b>ปราชญ์ชาวบ้าน </b><span style="font-weight: 400;">ในการทำหน้าที่วิทยากร ซึ่งจะมีการเย็บริมเสื่อด้วยผ้าที่ย้อมสีแดงจากธรรมชาติ </span></p>
<p><b>อีกหนึ่งกระบวนการที่สำคัญของการทำเสื่อกกบ้านแดงอีกอย่างหนึ่ง ก็คือ การทำ ‘ฟืม’ </b><span style="font-weight: 400;">ซึ่งเป็นอุปกรณ์สำคัญ มีลักษณะเป็นท่อนไม้ มีรูห่างกันประมาณหนึ่งนิ้ว สำหรับสอดเชือกและกกให้ประสานกัน </span><b>แม้ว่าฟืมจะเป็นอุปกรณ์ที่สำคัญ แต่การประดิษฐ์ฟืมกลับไม่ได้รับความสนใจมากนัก</b><span style="font-weight: 400;"> เนื่องจากต้องใช้แรงมาก มักเป็นหน้าที่ของผู้ชาย คณะทำงานจึงพยายามให้กลุ่มเป้าหมายเรียนรู้วิธีซ่อมฟืมเบื้องต้น เพื่อลดค่าใช้จ่ายในการซ่อม ซึ่งได้ช่างฟืมฝีมือดีอย่าง </span><b>ลุงผาง วงศ์คำ</b><span style="font-weight: 400;"> และ</span><b>ลุงสงวน นิกุล</b><span style="font-weight: 400;"> เป็นวิทยากร</span></p>
<p><img decoding="async" loading="lazy" class="aligncenter size-full wp-image-40961" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/05/blog_small74-02.jpg" alt="" width="1200" height="1200" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/05/blog_small74-02.jpg 1200w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/05/blog_small74-02-300x300.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/05/blog_small74-02-1024x1024.jpg 1024w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/05/blog_small74-02-150x150.jpg 150w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/05/blog_small74-02-768x768.jpg 768w" sizes="(max-width: 1200px) 100vw, 1200px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เมื่อกลุ่มเป้าหมายได้รับองค์ความรู้ด้านการผลิตเสื่อกกให้ได้มาตรฐานครบถ้วน </span><b>กระบวนการถัดไปก็คือการเสริมสร้างองค์ความรู้ด้าน ‘การตลาด’</b><span style="font-weight: 400;"> แต่เดิมนั้น การขายเสื่อกกของชาวบ้านตำบลบ้านแดงทั้ง 3 หมู่บ้าน จะขายส่งให้กับพ่อค้าคนกลาง และรับออร์เดอร์จากผู้ประกอบการต่างๆ เช่น โรงแรม สถานที่จัดงานต่างๆ หรือวัด เป็นต้น </span><b>ซึ่งแน่นอนว่าการตลาดรูปแบบนี้ทำให้กลุ่มเป้าหมายต้องลดราคาสินค้าลง เพื่อให้พ่อค้าคนกลางเหล่านี้นำไปขายต่อได้ </b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">แต่เนื่องจากในปัจจุบันนี้ การตลาดออนไลน์มีบทบาทมากขึ้น คณะทำงานจึงเล็งเห็นโอกาสในการ ‘ติดปีก’ ให้เสื่อกกบ้านแดงโลดแล่นสู่สายตาคนนอก </span><b>สำนักงานพัฒนาชุมชนอำเภอตระการพืชผล </b><span style="font-weight: 400;">จึงประสานภาคีเครือข่าย ชักชวนผู้ที่มีความรู้ความสามารถเรื่องการตลาดออนไลน์เข้ามาหนุนเสริมองค์ความรู้ให้กลุ่มเป้าหมาย ตั้งแต่วิธีการทำเพจหรือร้านค้าออนไลน์บนเฟซบุ๊ก การถ่ายภาพ การเขียนบอกเล่ารายละเอียดสินค้า จนเกิดเป็นเพจ </span><b>‘เสื่อกกแจ๋วโนนบก’ </b><span style="font-weight: 400;">ขึ้น </span></p>
<p><b>ป้าสมนึก เทพรินทร์</b> <b>หนึ่งในกลุ่มเป้าหมาย </b><span style="font-weight: 400;">เล่าว่า เธอเป็นเกษตรกร ปลูกข้าว ปลูกต้นกก เป็นอาชีพหลัก และทอเสื่อกกเป็นอาชีพเสริมมานานแล้ว แต่ความสามารถด้านการทอเสื่อกกยังไม่ได้ดีเท่าที่ควร เพราะนึกอยากทออย่างไรก็ทออย่างนั้น ทอเสร็จก็ส่งขาย </span><b>ไม่เคยสนใจเรื่อง ‘มาตรฐาน’</b><span style="font-weight: 400;"> แต่</span><b>เมื่อสังเกตว่าชาวบ้านคนอื่นที่ทอเสื่อกกตามมาตรฐาน แล้วขายได้ราคาดี จึงเริ่มหันมาสนใจเรื่องมาตรฐานสินค้ามากขึ้น</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">นอกจากป้าสมนึกจะได้เรียนรู้ด้านมาตรฐานการผลิตเสื่อกกจากโครงการแล้ว ยังได้เรียนรู้เทคนิคการปลูกต้นกกให้มีประสิทธิภาพ ไม่ให้มีหญ้ารบกวนเสริมอีกด้วย ซึ่งทำให้ต้นกกเจริญเติบโตดีขึ้น </span><span style="font-weight: 400;">“</span><b>ซึ่งพอคำนวณกำไรโดยหักต้นทุนแล้ว จะอยู่ที่ประมาณ 10,000-12,000 บาท</b><span style="font-weight: 400;"> ซึ่งมากกว่าสมัยที่ยังไม่เข้าร่วมโครงการ ที่จะได้กำไรประมาณ 5,000-6,000 บาท เท่านั้น โดย</span><b>รายได้ที่มากขึ้นตรงนี้ทำให้ป้ามีค่าใช้จ่ายเพียงพอในแต่ละเดือน แถมยังมีเหลือเป็นเงินออมสำหรับยามจำเป็นอีกด้วย</b><span style="font-weight: 400;">”</span><span style="font-weight: 400;"> ป้าสมนึกกล่าวอย่างตื้นตัน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ทั้งนี้ จึงสามารถเรียกได้ว่า โครงการนี้กระจายโอกาสไปสู่ผู้ขาดแคลนทุนทรัพย์และผู้ด้อยโอกาสในชุมชนอย่างทั่วถึง โดยสนับสนุนให้กลุ่มเป้าหมายมีองค์ความรู้เพื่อนำไปต่อยอดสร้างรายได้ เพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิต </span><b>อีกทั้งยังช่วยเสริมบทบาทของกลุ่มสตรีในพื้นที่อีกด้วย</b><span style="font-weight: 400;"> เนื่องจากการรวมกลุ่มเพื่อดำเนินงานตามแผนของโครงการช่วยทำให้สถานะของกลุ่มสตรีเข้มแข็งขึ้น มีการกำหนดแนวทางและแผนการดำเนินงานในเรื่องต่างๆ อย่างชัดเจน </span><b>ซึ่งสะท้อนถึงแนวคิดการ ‘สร้างโอกาส สร้างงาน และสร้างชุมชน’ ได้อย่างแท้จริง</b></p>
<blockquote><p><span style="font-weight: 400;">“หลักคิดสำคัญที่พวกเรายึดถือมาตลอด คือเราต้อง ‘ไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง’ เราประชุมร่วมกันว่าเราต้องกระจายโอกาสที่ กสศ. มอบให้กับพื้นที่ของเราไปสู่คนที่ยากลำบากอย่างแท้จริง ฉะนั้น ตอนลงพื้นที่ ทีมงานทุกคนจึงช่วยกันหาข้อมูล พูดคุย ซักถาม เพื่อหาแนวทางการช่วยเหลือคนพิการทางสมอง ซึ่งมีอยู่ในชุมชน เพราะความจริงแล้ว เขาสามารถทำงานที่ไม่ซับซ้อนได้ เช่น รับจ้างตัดเศษด้ายเสื่อกก ในราคาผืนละ 25 บาท เป็นต้น” </span><b>สีดา พิทักษา</b> <b>ประธานคณะกรรมการพัฒนาสตรีตำบลบ้านแดง</b></p></blockquote>
<p><img decoding="async" loading="lazy" class="img-wide aligncenter wp-image-40959 size-full" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/05/blog-Large74.jpg" alt="" width="1200" height="800" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/05/blog-Large74.jpg 1200w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/05/blog-Large74-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/05/blog-Large74-768x512.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/05/blog-Large74-750x500.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/05/blog-Large74-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 1200px) 100vw, 1200px" /></p><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/communities/conclusion-74/">กลุ่มพัฒนาสตรีบ้านแดง ดึงกลุ่มแรงงานด้อยโอกาสในชุมชนมาต่อยอดองค์ความรู้เพิ่มมูลค่าผลิตภัณฑ์จากก แก้ปัญหาเศรษฐกิจในครัวเรือน</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>อบต.ยางใหญ่เปิดโครงการสอนการขายผ่านออนไลน์ ติดทักษะเทคโนโลยี เพิ่มช่องทางหารายได้ให้กับชุมชน</title>
		<link>https://www.eef.or.th/communities/conclusion-73/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 12 May 2021 14:38:44 +0000</pubDate>
				<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?post_type=communities&#038;p=40948</guid>

					<description><![CDATA[<p>ชาวบ้านน้ำยืน ยืนด้วยลำแข้งตัวเอง พัฒนาชุมชนด้วยสื่อออน [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/communities/conclusion-73/">อบต.ยางใหญ่เปิดโครงการสอนการขายผ่านออนไลน์ ติดทักษะเทคโนโลยี เพิ่มช่องทางหารายได้ให้กับชุมชน</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<h3>ชาวบ้านน้ำยืน ยืนด้วยลำแข้งตัวเอง พัฒนาชุมชนด้วยสื่อออนไลน์</h3>
<p><b>อำเภอน้ำยืน จังหวัดอุบลราชธานี</b><span style="font-weight: 400;"> เป็นแหล่งขึ้นชื่อเรื่องทุเรียนภูเขาไฟ ด้วยรสชาติที่หวาน มัน  ไร้กลิ่น ทำให้ทุเรียนจากอำเภอน้ำยืนมีราคาสูงกว่าที่อื่นๆ แต่ในราคาที่ ‘สูงกว่า’เกษตรกรผู้ปลูกทุเรียนก็ยังคงได้ราคาเท่าเดิม จากการถูกพ่อค้าคนกลางกดราคา ส่งผลให้ชาวบ้านอำเภอน้ำยืน จำเป็นต้อง</span><b>หาหนทางใหม่ในการประกอบอาชีพ</b><span style="font-weight: 400;"> เนื่องจากเห็นพ้องต้องกันว่า อำเภอน้ำยืนนั้นมีแหล่งท่องเที่ยวสำคัญอีกมากมาย มีของดีน่าสนใจที่สามารถดึงดูดผู้บริโภคได้ อีกทั้งอาหารการกินก็มีรสชาติไม่แพ้ที่อื่น ขณะที่ที่พักสำหรับนักท่องเที่ยวหลายแห่งก็ตั้งอยู่ท่ามกลางวิวหลักล้าน เพียงแต่ยังขาดการบริหารจัดการที่ดีพอ</span></p>
<p><b>โครงการพัฒนามัคคุเทศก์ชุมชนในการบริหารจัดการการท่องเที่ยวเชิงเกษตรโดยใช้สื่อออนไลน์เพื่อเพิ่มรายได้และสร้างโอกาสในพื้นที่ </b><span style="font-weight: 400;">ภายใต้</span><b> องค์การบริหารส่วนตำบลยางใหญ่ จังหวัดอุบลราชธานี </b><span style="font-weight: 400;">จึงถือเกิดขึ้นเพื่อเป็นเวทีกำหนดทิศทางการพัฒนาพื้นที่ของตำบล ควบคู่ไปกับการ</span><b>พัฒนาศักยภาพคนในชุมชน </b><span style="font-weight: 400;">โดยเฉพาะการทำ</span><b>การตลาดออนไลน์</b><span style="font-weight: 400;">ที่ทั่วโลกกำลังให้ความสำคัญกันอยู่ในขณะนี้ </span></p>
<p><img decoding="async" loading="lazy" class="aligncenter size-full wp-image-40951" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/05/blog-small38-01.jpg" alt="" width="1200" height="1200" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/05/blog-small38-01.jpg 1200w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/05/blog-small38-01-300x300.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/05/blog-small38-01-1024x1024.jpg 1024w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/05/blog-small38-01-150x150.jpg 150w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/05/blog-small38-01-768x768.jpg 768w" sizes="(max-width: 1200px) 100vw, 1200px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">โครงการฯ นี้ ทีมงานจากองค์การบริหารส่วนตำบลยางใหญ่ จึงตั้งเป้าในการพัฒนาศักยภาพกลุ่มเป้าหมายในการดำเนินโครงการครั้งนี้ไว้  120 คน แบ่งเป็น 3 กลุ่มหลักๆ คือ </span><b>กลุ่มเกษตรกรต้นน้ำ</b><span style="font-weight: 400;"> หรือกลุ่มผู้ผลิตสินค้า กลุ่มที่สองคือ </span><b>กลุ่มพ่อค้า</b><span style="font-weight: 400;"> และกลุ่มที่ 3 คือ </span><b>กลุ่มงานบริการ</b><span style="font-weight: 400;"> หรือ </span><b>กลุ่มมอเตอร์ไซค์รับจ้าง</b><span style="font-weight: 400;"> นอกจากนี้ ยังมีกลุ่มคนว่างงาน 20 คน ผู้สูงอายุ 5 คน กลุ่มที่ได้รับเงินจากรัฐ 5 คน ทั้งหมดจะร่วมตัวกันเป็นเครือข่ายที่จะเข้ามาสนับสนุนการท่องเที่ยวของชุมชน  </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">โดยทางโครงการได้แบ่งออกเป็น 3 กลุ่มเพื่อจัดอบรมตามความเหมาะสมกับกลุ่มๆ นั้น เช่น กลุ่มเกษตรกรต้นน้ำ ให้</span><b>ความรู้เรื่องที่เกี่ยวข้องกับการทำเกษตรอินทรีย์</b><span style="font-weight: 400;"> เช่นการดูแลดิน ดูแลต้นไม่ การทำปุ๋ย ในส่วนของกลางน้ำหรือกลุ่มพ่อค้าก็ให้</span><b>ความรู้เรื่องการตลาด</b><span style="font-weight: 400;"> การค้าขาย สำหรับกลุ่มงานบริการ โครงการเน้นให้ความรู้เกี่ยวกับการสื่อสาร การนำเสนอข้อมูลแก่นักท่องเที่ยว เป็นต้น   </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;"> สำหรับ ‘ตลาดออนไลน์’ เป็น Platform ขนาดใหญ่ กลุ่มเป้าหมายหรือกลุ่มลูกค้าก็ไม่ได้แคบดังเช่นตลาดในตัวอำเภอ หรือ ในตัวจังหวัดอีกต่อไป แต่มันคือ ‘โลกทั้งใบ’ โลกที่ผู้คนจะมาซื้อและขายสินค้าผ่านช่องทางที่เรียกว่า ‘ออนไลน์’ </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เมื่อตลาดใหญ่ขึ้น ลูกค้ามีมากขึ้น  นั่นหมายความว่า ‘ผู้ค้า’ ก็มีมากขึ้นเช่นกัน  และทำให้การแข่งขันบนตลาดออนไลน์จึงมีสูงขึ้นเป็นเงาตามตัว ดังนั้น การเอาตัวรอดบนตลาดออนไลน์จึงเป็นทักษะสำคัญ</span></p>
<p><img decoding="async" loading="lazy" class="aligncenter size-full wp-image-40952" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/05/blog-small38-02.jpg" alt="" width="1200" height="1200" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/05/blog-small38-02.jpg 1200w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/05/blog-small38-02-300x300.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/05/blog-small38-02-1024x1024.jpg 1024w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/05/blog-small38-02-150x150.jpg 150w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/05/blog-small38-02-768x768.jpg 768w" sizes="(max-width: 1200px) 100vw, 1200px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">โดยกลุ่มเป้าหมายทั้ง 3  กลุ่มจะได้เรียนรู้หลักสูตรเรื่องการตลาดออนไลน์ เช่นการสร้างคอนเทนท์ การถ่ายรูปเพื่อการโฆษณาโดยใช้โทรศัพท์มือถือ หรือการไลฟ์สด โดยได้รับเกียรติจากคณาจารย์ผู้เชี่ยวชาญจาก</span><b>มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี </b><span style="font-weight: 400;">และ</span><b> มหาวิทยาลัยราชภัฏอุบลราชธานี</b><span style="font-weight: 400;">มาช่วยเป็นวิทยากรให้ความรู้  วิทยากรอีกกลุ่มคือผู้ประกอบการที่สำเร็จในเรื่องออนไลน์  มีคนติดตามมากกว่าแสนคน เป็นคนรุ่นใหม่จากอำเภอบ้านยืนเอง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">อย่างไรก็ดีภาพความสำเร็จของวันนี้ยังมีพื้นที่ให้พัฒนาอีกมาก แต่สิ่งที่เกิดขึ้นจากโครงการก็นับว่าเป็นหมุดหมายอันสำคัญสำหรับการต่อยอดในอนาคต นั่นคือมีเครือข่ายทีมงานด้านการท่องเที่ยวที่รวมกลุ่มกันแข็งแรง รวมถึงมีกลุ่มชาวบ้านในชุมชนที่ได้รับการอบรมพัฒนาให้มีทัศนคติที่ชัดเจนในการสร้างรายได้ และมองเห็นความสำคัญของการพัฒนาทักษะอาชีพของตน รวมถึงเห็นแนวทางการทำตลาดออนไลน์ ซึ่งทั้งหมดจะนำมาสู่ปลายทางแห่งความสำเร็จที่จะช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้คนในชุมชนได้</span></p>
<p><img decoding="async" loading="lazy" class="img-wide aligncenter wp-image-40950 size-full" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/05/blog-Large38.jpg" alt="" width="1200" height="800" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/05/blog-Large38.jpg 1200w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/05/blog-Large38-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/05/blog-Large38-768x512.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/05/blog-Large38-750x500.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/05/blog-Large38-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 1200px) 100vw, 1200px" /></p><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/communities/conclusion-73/">อบต.ยางใหญ่เปิดโครงการสอนการขายผ่านออนไลน์ ติดทักษะเทคโนโลยี เพิ่มช่องทางหารายได้ให้กับชุมชน</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>วิทยาลัยชุมชนสตูล ริเริ่มโครงการสอนทักษะแปรรูปผลิตภัณฑ์ให้กับคนด้อยโอกาสในชุมชน สร้างรายได้จากนักท่องเที่ยวอุทยานธรณีโลกของ UNESCO</title>
		<link>https://www.eef.or.th/communities/conclusion-70/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 12 May 2021 14:26:35 +0000</pubDate>
				<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?post_type=communities&#038;p=40939</guid>

					<description><![CDATA[<p>ชุมชนรอบ ‘อุทยานธรณีโลกสตูล’ ถูกเลือกเป็นพื้นที่เป้าหมา [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/communities/conclusion-70/">วิทยาลัยชุมชนสตูล ริเริ่มโครงการสอนทักษะแปรรูปผลิตภัณฑ์ให้กับคนด้อยโอกาสในชุมชน สร้างรายได้จากนักท่องเที่ยวอุทยานธรณีโลกของ UNESCO</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><span style="font-weight: 400;">ชุมชนรอบ </span><b>‘อุทยานธรณีโลกสตูล’ </b><span style="font-weight: 400;">ถูกเลือกเป็นพื้นที่เป้าหมายสำหรับการดำเนินโครงการช่วยเหลือชุมชนของวิทยาลัยชุมชนสตูล ซึ่งอุทยานแห่งนี้มีความสำคัญในฐานะหลักฐานทางประวัติศาสตร์ให้ประชาชนศึกษาเกี่ยวกับโลกใต้ทะเลเมื่อ 500 ล้านปีก่อน ซึ่งเต็มไปด้วยซากสิ่งมีชีวิตยุคเก่าที่หลงเหลือมาถึงปัจจุบัน </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">นอกจากคุณค่าและความสำคัญที่ควรอนุรักษ์ไว้เพื่อการศึกษาแล้ว ปัจจุบันอุทยานยังมีเป้าหมายยกระดับเป็นพื้นที่ท่องเที่ยว เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจท้องถิ่น และสร้างรายได้ให้กับคนในชุมชน จึงเกิดเป็น</span><b>โครงการการแปรรูปผลิตภัณฑ์ชุมชนเชิงระบบ โดยใช้ทุนชุมชนเพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวโดยชุมชนพื้นที่อุทยานธรณีโลกสตู</b><span style="font-weight: 400;">ขึ้น </span></p>
<p><b>อาจารย์อุใบ หมัดหมุด ผู้รับผิดชอบโครงการ</b><span style="font-weight: 400;"> เล่าว่า “</span><b>โครงการนี้มีการวางแผนการทำงานอย่างเป็นระบบ ตั้งแต่ต้นน้ำไปจนถึงปลายน้ำ หากชุมชนอยากมีรายได้ ก็ต้องไปดูว่าในพื้นที่นั้นมีต้นทุนอะไรบ้าง ไม่ว่าจะเป็นทุนทางธรรมชาติ สิ่งแวดล้อม สังคม และวัฒนธรรม รวมถึงทุนที่เป็นความรู้ ทักษะ และความชำนาญที่สั่งสมผ่านประสบการณ์ของคนในชุมชน แทนการทำผลิตภัณฑ์ที่ใช้วัตถุดิบที่จำเป็นต้องนำเข้าจากภายนอก</b><span style="font-weight: 400;">”</span> <span style="font-weight: 400;">ซึ่งมีกลุ่มเป้าหมาย 120 คน จากพื้นที่ 2 ชุมชน ได้แก่ ชุมชนเกาะสาหร่าย อำเภอเมืองสตูล (กลุ่มผลิตภัณฑ์และกลุ่มท่องเที่ยวชุมชน)</span> <span style="font-weight: 400;">และชุมชนบ้านทุ่งพัก อำเภอควนกาหลง (กลุ่มผลิตภัณฑ์)</span></p>
<p><img decoding="async" loading="lazy" class="aligncenter size-full wp-image-40941" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/05/blog-small70-01.jpg" alt="" width="1200" height="1200" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/05/blog-small70-01.jpg 1200w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/05/blog-small70-01-300x300.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/05/blog-small70-01-1024x1024.jpg 1024w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/05/blog-small70-01-150x150.jpg 150w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/05/blog-small70-01-768x768.jpg 768w" sizes="(max-width: 1200px) 100vw, 1200px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">โครงการจะเข้ามาต่อยอดด้านการแปรรูปผลิตภัณฑ์อาหารจากทรัพยากรในท้องถิ่น โดยแบ่งการพัฒนาออกเป็น 3 ด้าน </span><b>(1) คือการเสริมความรู้ด้วยการจัดอบรมเกี่ยวกับการแปรรูปอาหารทะเล (2) คือปรับปรุงโรงเรือนการผลิตที่มีอยู่ให้ได้มาตรฐานอาหารและยา (อย.) และเปลี่ยนแปลงบรรจุภัณฑ์ให้เหมาะกับการเก็บรักษา และ (3) มองหาช่องทางการตลาด เพื่อยกระดับของฝากในชุมชนให้เกิดการยอมรับมากขึ้น</b><span style="font-weight: 400;"> ซึ่งจะนำไปสู่การเชื่อมโยงกับการท่องเที่ยววิถีชุมชน</span></p>
<p><b>การแปรรูปผลิตภัณฑ์ของโครงการไม่ได้มีเพียงอาหารทะเล</b><span style="font-weight: 400;"> เช่น ปลากุเลาเค็มและปลาอินทรีเค็ม แต่ยังมีการนำเอาอาหารทะเลมาทำรูปแบบอื่น เช่น น้ำพริกหอยหวาน น้ำพริกปลาจัดจ้าน น้ำพริกกุ้งสามรส อีกทั้งยัง</span><b>พัฒนาของหวานไปพร้อมๆ กัน เช่น ขนมโกยเปต หรือรู้จักกันในชื่อขนมทองพับ</b><span style="font-weight: 400;"> ซึ่งเป็นขนมพื้นเมืองของจังหวัดสตูล ให้กลายเป็นขนมที่ถูกปากคนทุกวัย โดยเพิ่มกลิ่นชาไทย ใบเตย และโกโก้เข้าไป จากเดิมที่มีเพียงกลิ่นเดียว และ</span><b>ร่วมสร้างแบรนด์ให้เป็นที่จดจำแก่ผู้บริโภค</b> <b>ภายใต้แบรนด์ ‘ชาวเกาะ’</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ซึ่งอาจารย์อุใบเสริมว่า</span><span style="font-weight: 400;"> “ในอนาคต ตั้งใจจะเปิดช่องทางการตลาดให้มากขึ้นกว่านี้ ด้วยการทำเพจและจัดอบรมเรื่องไอที จากนั้นจึงชักชวนให้กลุ่มเป้าหมายเปิดร้านค้าออนไลน์ผ่าน Shopee หรือ Lazada เพราะอยากให้เขามีโอกาสขายสินค้ามากขึ้น” </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ทั้งนี้ ใน</span><b>ด้านการท่องเที่ยวชุมชน ซึ่งเป็นทุนดั้งเดิมของชุมชนนั้น โครงการได้เข้าไปเป็นตัวกลาง เชื่อมประสานงานระหว่างภาคีเครือข่ายกับวิทยาลัยชุมชนสตูล</b><span style="font-weight: 400;"> รวมถึงเข้าไปบริหารจัดการและพัฒนาศักยภาพผู้ประกอบอาชีพในธุรกิจท่องเที่ยว ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มซาเล้งนำเที่ยว เรือนำเที่ยว กลุ่มที่พัก กลุ่มมัคคุเทศก์ กลุ่มเยาวชน เป็นต้น </span><b>ทำให้ได้รับการตอบรับอย่างดี และส่งเสริมให้แบรนด์ ‘ชาวเกาะ’ ประสบความสำเร็จอีกด้วย</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">นอกจากผลิตภัณฑ์ด้านอาหารแล้ว </span><b>โครงการยังขยายขอบเขตไปถึงผลิตภัณฑ์เครื่องใช้ต่างๆ ซึ่งประดิษฐ์จากวัสดุที่มีอยู่ในชุมชน นั่นคือผลิตภัณฑ์จากกาบหมาก</b><span style="font-weight: 400;"> โดยจะเริ่มต้นกระบวนการทำงานตั้งแต่การอบรมทักษะการสร้างผลิตภัณฑ์ ในเรื่องเทคนิคต่างๆ เช่น เทคนิคการสาน หรือการต่อกาบหมาก เป็นต้น </span><b>ซึ่งจะทำควบคู่ไปกับการบริหารจัดการเชิงธุรกิจ </b><span style="font-weight: 400;">จากนั้นจึงค่อยต่อยอดสู่การตลาดและการสร้างแบรนด์สินค้าใหม่ ไปถึงการออกแบบโลโก้และบรรจุภัณฑ์</span></p>
<p><img decoding="async" loading="lazy" class="aligncenter size-full wp-image-40942" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/05/blog-small70-02.jpg" alt="" width="1200" height="1200" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/05/blog-small70-02.jpg 1200w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/05/blog-small70-02-300x300.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/05/blog-small70-02-1024x1024.jpg 1024w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/05/blog-small70-02-150x150.jpg 150w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/05/blog-small70-02-768x768.jpg 768w" sizes="(max-width: 1200px) 100vw, 1200px" /></p>
<p><b>คมเดช ศรีประสม</b> <b>ประธานกลุ่มกาบหมากบ้านทุ่งพัก</b> <b>หนึ่งในกลุ่มเป้าหมาย</b><span style="font-weight: 400;"> เล่าถึงปัญหาเคยประสบก่อนเข้าร่วมโครงการว่า แต่ก่อน องค์ความรู้ด้านการสานกาบหมากเป็นสิ่งที่ทำต่อๆ กันมา ไม่ได้มีแบบแผนที่ชัดเจน ทำให้ผลิตภัณฑ์ไม่ได้มาตรฐาน สานแล้วแตกหักหมด </span><b>แต่เมื่อได้อบรมกับทางโครงการ ก็ทำให้รู้เลยว่า สิ่งที่เคยทำกันมาไม่มีความเป็นมาตรฐานเลย</b><span style="font-weight: 400;"> ซึ่งตอนนี้ คมเดชเชี่ยวชาญเทคนิคการสาน การต่อกาบหมาก และการออกแบบผลิตภัณฑ์ชนิดใหม่ๆ จากกาบหมากมากขึ้น ไม่มีปัญหาจากการขึ้นรูปแล้วกาบหมากแตกหรือฉีกขาดเหมือนเคย</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ปัจจุบัน </span><b>ผลิตภัณฑ์จากกาบหมากของชุมชนถูกผลิตขึ้นภายใต้แบรนด์ ‘เตาะหมาก กาหลง’</b><span style="font-weight: 400;"> ซึ่งมีที่มาจากการรวมกันระหว่างคำว่า ‘เตาะหมาก’ คำที่ใช้เรียกกาบหมากในภาษาถิ่น และชื่ออำเภอ ‘ควนกาหลง’ ที่ตั้งของชุมชนบ้านทุ่งพัก </span><b>ผสานกับการเล่าเรื่องสินค้าภายในชุมชนสู่ผลิตภัณฑ์รักษ์โลก เพื่อดึงดูดความสนใจและสร้างผลิตภัณฑ์ทางเลือกให้กับผู้บริโภค </b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">สำหรับด้านรายได้ </span><b>กลุ่มเป้าหมายจะได้รับค่าแรงเป็นรายวัน วันละ 300 บาท โดยแบ่ง 10 เปอร์เซ็นต์ จากค่าแรงไว้เป็นค่าบำรุงสาธารณประโยชน์ </b><span style="font-weight: 400;">ซึ่งในปัจจุบัน </span><b>กลุ่มเป้าหมายได้รับยอดสั่งซื้ออาหารทะเลแปรรูป ปลาเค็มปลอดสารพิษ ขนมโกยเปรต และผลิตภัณฑ์จากกาบหมากเกือบทุกวัน</b><span style="font-weight: 400;"> ผ่านช่องทางการขายทั้งแบบออฟไลน์ เช่น การวางจำหน่ายหน้าร้านค้า และออนไลน์ เช่น เพจมาตาฮารี เป็นต้น ซึ่งทำให้มีรายได้เพิ่มขึ้นอย่างชัดเจน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ทั้งนี้ จะเห็นได้ว่า การดำเนินโครงการแปรรูปผลิตภัณฑ์ชุมชนเชิงระบบ โดยใช้ทุนชุมชนเพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวโดยชุมชน ได้ทำให้เห็นแล้วว่า </span><b>การใช้ทรัพยากรในชุมชนอย่างรู้คุณค่า ไม่เพียงแต่จะช่วยสร้างอาชีพและเพิ่มรายได้ให้คนในชุมชนเท่านั้น เพราะนอกเหนือจากเงินแล้ว สิ่งที่ได้ตามมาก็คือ ความพยายามในการต่อยอดผลิตภัณฑ์ที่มีอยู่ภายในชุมชนให้มีมูลค่าเพิ่มขึ้น ซึ่งองค์ความรู้นี้จะกลายเป็นรากฐานสำหรับการพัฒนาอาชีพ และช่วยเชื่อมโยงคนในชุมชนเข้าด้วยกัน เพื่อร่วมมือกันพัฒนาคุณภาพชีวิตอย่างเข้มแข็ง</b><span style="font-weight: 400;"> ซึ่งท้ายที่สุดแล้ว อัตลักษณ์ของชุมชนในรูปแบบนี้ จะเชื้อเชิญให้นักท่องเที่ยวเข้ามาสัมผัสและเรียนรู้วิถีชีวิตของคนในชุมชนอุทยานธรณีโลกสตูลต่อไป ตามเป้าหมายที่โครงการได้คาดหวังไว้</span></p>
<blockquote><p><span style="font-weight: 400;">“</span><span style="font-weight: 400;">โครงการนี้มีการวางแผนการทำงานอย่างเป็นระบบ ตั้งแต่ต้นน้ำไปจนถึงปลายน้ำ หากชุมชนอยากมีรายได้ ก็ต้องไปดูว่าในพื้นที่นั้นมีต้นทุนอะไรบ้าง ไม่ว่าจะเป็นทุนทางธรรมชาติ สิ่งแวดล้อม สังคม และวัฒนธรรม รวมถึงทุนที่เป็นความรู้ ทักษะ และความชำนาญที่สั่งสมผ่านประสบการณ์ของคนในชุมชน แทนการทำผลิตภัณฑ์ที่ใช้วัตถุดิบที่จำเป็นต้องนำเข้าจากภายนอก</span><span style="font-weight: 400;">” </span><b>อาจารย์อุใบ หมัดหมุด ผู้รับผิดชอบโครงการ</b></p></blockquote>
<p><img decoding="async" loading="lazy" class="img-wide aligncenter wp-image-40940 size-full" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/05/blog-Large70.jpg" alt="" width="1200" height="800" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/05/blog-Large70.jpg 1200w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/05/blog-Large70-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/05/blog-Large70-768x512.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/05/blog-Large70-750x500.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/05/blog-Large70-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 1200px) 100vw, 1200px" /></p><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/communities/conclusion-70/">วิทยาลัยชุมชนสตูล ริเริ่มโครงการสอนทักษะแปรรูปผลิตภัณฑ์ให้กับคนด้อยโอกาสในชุมชน สร้างรายได้จากนักท่องเที่ยวอุทยานธรณีโลกของ UNESCO</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>กลุ่มเยาวชน ‘กอนกวยโซดละเว’ จัดทำโครงการต่อลมหายใจผ้าไหมชาวกวย สืบสานวัฒนธรรม และสร้างอาชีพให้กลุ่มเยาวชนด้อยโอกาสในชุมชน</title>
		<link>https://www.eef.or.th/communities/conclusion-64/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 12 May 2021 14:16:54 +0000</pubDate>
				<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?post_type=communities&#038;p=40929</guid>

					<description><![CDATA[<p>ต่อลมหายใจผ้าไหมชาวกวย&#8230;สร้างรายได้ให้ชุมชน จากผ้า [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/communities/conclusion-64/">กลุ่มเยาวชน ‘กอนกวยโซดละเว’ จัดทำโครงการต่อลมหายใจผ้าไหมชาวกวย สืบสานวัฒนธรรม และสร้างอาชีพให้กลุ่มเยาวชนด้อยโอกาสในชุมชน</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<h3>ต่อลมหายใจผ้าไหมชาวกวย&#8230;สร้างรายได้ให้ชุมชน</h3>
<p><span style="font-weight: 400;">จากผ้าไหมที่ทอใช้กันเอง สู่ผ้าไหมที่เป็นรายได้เสริมให้กับเกษตรกร</span><b>บ้านแต้พัฒนา จังหวัดศรีสะเกษ</b><span style="font-weight: 400;">  และเมื่อยุคสมัยเปลี่ยนไป ความนิยมการสวมใส่ผ้าไหมลดลง ส่งผลให้คนทอผ้าลดลง ความรู้ด้านการทอผ้าก็เริ่มจะหายไป </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">และเพราะแต่ไหนแต่ไรมา </span><b>‘อาชีพทอผ้า’</b><span style="font-weight: 400;"> มักส่งต่อและสืบทอดกันในลักษณะรุ่นต่อรุ่น ย่า ยายสอนให้แม่ แม่ส่งต่อให้ลูกสาว ขณะที่กระบวนการส่งต่อคือการทอให้เห็น และใช้ให้หยิบนู่นจับนี้ เด็ก ๆ ค่อย ๆ ซึมซับความรู้กันทีละเล็กละน้อย และเมื่อมือมีมัดกล้ามที่แข็งแรงมากพอ ก็จะเข้าสู่กระบวนการทออย่างเป็นเรื่องเป็นราว ดังนั้น การทอผ้าในช่วงที่ผ่านมา คือการทอด้วยจิตวิญญาณ ทอเพราะเห็นคุณค่าของผืนผ้า มากกว่าการทอเพื่อทำเป็น </span><b>‘ผลิตภัณฑ์’</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">แต่เมื่อยุคสมัยเปลี่ยนไป การเอาวัฒนธรรมการทอมาสานต่อเป็นงานอาชีพเพื่อสร้างรายได้จุนเจือครอบครัว</span><span style="font-weight: 400;">ก็ไม่ใช่เรื่องผิดกติกาแต่อย่างใด และเมื่อไม่นานมานี้ด้วยการสนับสนุนจากหลาย ๆ ฝ่ายก็ทำให้ผ้าไหมที่เกือบจะถูกลืมไปแล้วกลับมามีลมหายใจได้อีกครั้ง</span> <span style="font-weight: 400;">และที่สำคัญกลุ่มคนที่นำผ้าไหมทรงคุณค่าของชุมชนกลับมาคือ </span><b>‘กลุ่มเยาวชน’</b><span style="font-weight: 400;"> </span></p>
<p><img decoding="async" loading="lazy" class="aligncenter size-full wp-image-40933" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/05/blog-small64-01.jpg" alt="" width="1200" height="1200" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/05/blog-small64-01.jpg 1200w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/05/blog-small64-01-300x300.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/05/blog-small64-01-1024x1024.jpg 1024w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/05/blog-small64-01-150x150.jpg 150w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/05/blog-small64-01-768x768.jpg 768w" sizes="(max-width: 1200px) 100vw, 1200px" /></p>
<p><b>โครงการต่อลมหายใจผ้าไหมชาวกวยเพื่อสร้างรายได้ให้ชุมชน </b><span style="font-weight: 400;">ที่ดำเนินการโดย</span><b> โรงเรียนบ้านโพธิ์กระสังข์ จังหวัดศรีสะเกษ </b><span style="font-weight: 400;">โดยมีขั้นตอนและกระบวนการทำงานการต่อยอดความรู้ด้านการทอผ้าคือ </span><b>การค้นหาคนมาสานต่อและสืบทอด</b><span style="font-weight: 400;"> </span></p>
<p><b>กลุ่มเป้าหมาย</b><span style="font-weight: 400;">ของ</span><b>โครงการต่อลมหายใจผ้าไหมชาวกวยเพื่อสร้างรายได้ให้ชุมชน </b><span style="font-weight: 400;"> ในเบื้องต้นส่วนหนึ่งเป็น</span><b>เยาวชนกลุ่มเดิมที่เคยทำงานร่วมกันเมื่อครั้งทำโครงการเยาวชน </b><span style="font-weight: 400;">เนื่องจากหลายคนมีทักษะพื้นฐานด้านการทอผ้า และเข้าใจกระบวนการทอผ้า แต่ยังขาดอุปกรณ์และเครื่องมือทำหรับการทอผ้า ขณะที่กลุ่มเป้าหมายอีกกลุ่ม คือ </span><b>คนว่างงานในชุมชน และชุมชนรอบ ๆ อีก 4 หมู่บ้านรวม 50 คน</b><span style="font-weight: 400;"> โดยที่หลายคนอาจจะยังไม่มีทักษะ และความรู้ด้านการทอผ้า บางคนอาจถนัดเรื่องการย้อม ก็เอามาร่วมพัฒนาทักษะเพื่อให้เขาได้มีอาชีพ </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">สำหรับกระบวนการถัดมาเป็นเรื่องการแกะลาย ทางโครงการฯ เริ่มต้นจากให้กลุ่มเป้าหมายเรียนรู้ผ่านช่างทอมืออาชีพ เนื่องจากการแกะลายเป็นกระบวนการสำคัญ เพราะลายผ้าต้องเปลี่ยนไปตามยุคตามสมัย ดังนั้นการจะสร้างสรรค์ลายใหม่ๆ ต้องไม่ลืมลายเก่าๆ สำคัญกว่านั้น การแกะลายจะส่งผลไปถึงขั้นตอนการมัดหมี่ การวางเส้นด้าย การมัดลาย หรือ มัดหมี่ และการทอ </span></p>
<p><img decoding="async" loading="lazy" class="aligncenter size-full wp-image-40932" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/05/blog-small64-02.jpg" alt="" width="1200" height="1200" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/05/blog-small64-02.jpg 1200w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/05/blog-small64-02-300x300.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/05/blog-small64-02-1024x1024.jpg 1024w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/05/blog-small64-02-150x150.jpg 150w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/05/blog-small64-02-768x768.jpg 768w" sizes="(max-width: 1200px) 100vw, 1200px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">จากความตั้งใจ และความมุ่งมั่น บวกกับความต้องการสานต่อศิลปะพื้นถิ่นของชุมชน ส่งผลให้ชุมชนเกิดรายได้กล่าวคือ </span><b>กลุ่มเป้าหมายมีพัฒนาการทางการทอผ้ามากขึ้น</b><span style="font-weight: 400;"> เช่น กลุ่มเป้าหมาย 10 คนผ่านการทอใน</span><b>ระดับที่เรียกว่าผู้เชี่ยวชาญ </b><span style="font-weight: 400;">สามารถทอลายยากๆ ได้ และเริ่มต้นทอผ้าขายเพื่อหารายได้ </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">นอกเหนือจากนั้นแล้ว ทางโครงการฯ ยังได้มีการจัดอบรมด้าน</span><b>การตลาดออนไลน์ </b><span style="font-weight: 400;">โดยเน้นไปที่ช่องทางโซเชียลมีเดีย เฟซบุ๊ก รวมถึงการออกร้านหรือจัดบูทตามสถานที่ราชการกรณีมีงาน ซึ่งส่งผลให้ผ้าโซดละเวเป็นที่รู้จักของกลุ่มเป้าหมายมากขึ้น</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เมื่อโครงการได้ทำการอบรมฝึกฝนเสร็จสิ้นแล้ว ความสำเร็จหนึ่งที่ไม่จำเป็นต้องรอคอยตัวบ่งชี้ด้านรายได้คือ โครงการสามารถทำให้คนรุ่นใหม่หันมาสนใจและให้ความสำคัญกับการทอผ้าได้ ซึ่งนับว่าเป็นหมุดหมายอันสำคัญที่จะช่วยสร้างความภูมิใจในอัตลักษณ์ของวัฒนธรรมท้องถิ่นแก่คนรุ่นต่อๆ ไป</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ทั้งยังทำให้ภาพของการอนุรักษ์ผ้าไหมชาวกวยเป็นรูปเป็นร่างมากขึ้น เนื่องจากกลุ่มเป้าหมายที่จบหลักสูตรออกไป เริ่มสามารถสร้างรายได้จากการจำหน่ายผลิตภัณฑ์ให้แก่บุคคลภายนอกชุมชน ซึ่งนับว่าเป็นช่องทางสำคัญที่จะสร้างรายได้และสร้างการับรู้แก่สาธารณะได้รู้จัก ‘ของดี’ ประจำชุมชนแห่งนี้</span></p>
<p><img decoding="async" loading="lazy" class="img-wide aligncenter wp-image-40931 size-full" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/05/blog-Large64.jpg" alt="" width="1200" height="800" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/05/blog-Large64.jpg 1200w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/05/blog-Large64-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/05/blog-Large64-768x512.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/05/blog-Large64-750x500.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/05/blog-Large64-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 1200px) 100vw, 1200px" /></p><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/communities/conclusion-64/">กลุ่มเยาวชน ‘กอนกวยโซดละเว’ จัดทำโครงการต่อลมหายใจผ้าไหมชาวกวย สืบสานวัฒนธรรม และสร้างอาชีพให้กลุ่มเยาวชนด้อยโอกาสในชุมชน</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>เปลี่ยนผู้ด้อยโอกาสในชุมชนให้เป็นแรงงานฝีมือที่สามารถก้าวสู่การเป็นผู้ประกอบการ กับโครงการฝึกทักษะที่ใฝ่ฝันของม.ราชภัฏยะลา</title>
		<link>https://www.eef.or.th/communities/conclusion-60/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 12 May 2021 14:07:09 +0000</pubDate>
				<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?post_type=communities&#038;p=40921</guid>

					<description><![CDATA[<p>ความถดถอยด้านเศรษฐกิจและสถานการณ์ความไม่สงบในพื้นที่ ส่ [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/communities/conclusion-60/">เปลี่ยนผู้ด้อยโอกาสในชุมชนให้เป็นแรงงานฝีมือที่สามารถก้าวสู่การเป็นผู้ประกอบการ กับโครงการฝึกทักษะที่ใฝ่ฝันของม.ราชภัฏยะลา</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><span style="font-weight: 400;">ความถดถอยด้านเศรษฐกิจและสถานการณ์ความไม่สงบในพื้นที่ ส่งผลให้ประชาชนจังหวัดยะลาเผชิญความยากลำบาก และมีเยาวชนจำนวนมากที่ขาดแคลนทุนทรัพย์และโอกาสทางการศึกษา เติบโตเป็นแรงงานไร้ฝีมือ ไร้ความสามารถ ทำให้สมัครงานยาก ขาดรายได้เพื่อดูแลตนเองและครอบครัว ดังนั้น </span><b>การฝึกทักษะการประกอบอาชีพ</b><span style="font-weight: 400;">ให้แรงงานเหล่านี้ จึงเป็นหนทางที่จะช่วยผลักดันให้พวกเขาก้าวออกจากวงจรความเหลื่อมล้ำได้</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ด้วยเหตุนี้</span><b> คณะวิทยาการการจัดการ จากมหาวิทยาลัยราชภัฏยะลา</b><span style="font-weight: 400;"> จึงจัดทำ</span><b>โครงการฝึกทักษะอาชีพที่ใฝ่ฝันของผู้ขาดแคลนและด้อยโอกาส</b><span style="font-weight: 400;">ขึ้น เพื่ออบรมแรงงานให้มีความรู้และความเชี่ยวชาญในอาชีพต่างๆ จนนำไปประกอบอาชีพอิสระ หรืออาชีพตามความถนัด เพื่อสร้างรายได้ โดย</span><b> ผศ.แวอาซีซะห์ ดาหะยี ผู้รับผิดชอบโครงการ </b><span style="font-weight: 400;">เชื่อว่า หากกลุ่มผู้ด้อยโอกาสเหล่านี้สามารถสร้างรายได้อย่างยั่งยืน ประเด็นเรื่องความขัดแย้งที่เกิดขึ้นในชุมชนก็อาจลดลง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">โครงการตั้งเป้าอบรมให้กลุ่มผู้ด้อยโอกาสจำนวน 50 คน ซึ่งอาศัยอยู่ใน 4 พื้นที่ ได้แก่ ตำบลบุดี ตำบลพร่อน ตำบลเปาะเส้ง และตำบลวังพญา ในเขตอำเภอเมืองยะลา เนื่องจากเป็นพิกัดที่กลุ่มเป้าหมายสามารถเดินทางไปเช้า-เย็นกลับได้ โดยมุ่งไปที่เยาวชนนอกระบบการศึกษาเป็นหลักก่อน  </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“เราให้กลุ่มเป้าหมายสำรวจความสนใจและความต้องการก่อน ว่ามีอาชีพอะไรบ้างที่เขาอยากทำ จากนั้นก็เปิดสารคดีเกี่ยวกับอาชีพซึ่งเราเคยทำไว้ให้เขาดู ในสารคดีจะมีทั้งอาชีพทำขนม ช่างยนต์ ช่างตัดผม มัคคุเทศก์ ฯลฯ ซึ่ง</span><b>ส่วนใหญ่เทใจไปที่ 3 หลักสูตรหลัก นั่นคือ ช่างตัดผม ทำขนม และช่างอิเล็กทรอนิกส์ </b><span style="font-weight: 400;">ซึ่งทุกหลักสูตรจะมีครูที่ดูแลรับผิดชอบโดยตรง และจะเรียนที่วิทยาลัยสารพัดช่างจังหวัดยะลาทั้งสิ้น”</span><span style="font-weight: 400;"> ผศ.แวอาซีซะห์กล่าว </span></p>
<p><img decoding="async" loading="lazy" class="aligncenter size-full wp-image-40925" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/05/blog-small60-01.jpg" alt="" width="1200" height="1200" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/05/blog-small60-01.jpg 1200w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/05/blog-small60-01-300x300.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/05/blog-small60-01-1024x1024.jpg 1024w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/05/blog-small60-01-150x150.jpg 150w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/05/blog-small60-01-768x768.jpg 768w" sizes="(max-width: 1200px) 100vw, 1200px" /></p>
<p><b>อูเซ็น ดีแลตานา</b> <b>หนึ่งในกลุ่มเป้าหมาย</b><span style="font-weight: 400;"> เล่าว่า สาเหตุที่เลือกอบรมหลักสูตรช่างตัดผม เพราะอยากเป็นช่างตัดผมอยู่แล้ว แต่ไม่มีโอกาสฝึกฝนทักษะ เพราะต้องทำงานรับจ้างทั่วไป</span><span style="font-weight: 400;"> “พอมาเรียนที่นี่ อาจารย์เขาสอนตั้งแต่เรื่องการจับแบตตาเลี่ยน การจับหวี การจับกรรไกร ช่วงแรกจะให้ทดลองกับหุ่น มีผมปลอม แล้วก็เริ่มฝึกตัดรองทรง รองทรงต่ำ รองทรงกลาง รองทรงสูง สกินเฮด ทรงเด็กนักเรียน”</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เมื่ออบรมเสร็จ อูเซ็นมีโอกาสได้ลงพื้นที่ไปฝึกตัดผมให้ชาวบ้านตามมัสยิด ให้เด็กนักเรียนตามศูนย์โรงเรียนตาดีกา รวมๆ แล้วน่าจะตัดผมไปแล้วกว่า 100 </span><b>โดยในหนึ่งวันจะมีลูกค้าประมาณ 13-15 คน ทำให้มีรายได้เสริมต่อวัน 300-400 บาท ซึ่งดีกว่าแต่ก่อนที่รายได้ไม่ค่อยแน่นอน บางวันได้ บางวันก็ไม่ได้</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เช่นเดียวกับ </span><b>ซัยนัย โตเมะเล๊าะ อายุ 52 ปี หนึ่งในกลุ่มเป้าหมาย</b><span style="font-weight: 400;"> ที่เข้าอบรมหลักสูตรทำขนม เธอเล่าว่าโครงการสอนวิธีการทำขนมกว่า 20 ชนิด เช่น</span> <span style="font-weight: 400;">คุกกี้นมสด</span> <span style="font-weight: 400;">คุกกี้สับปะรด เค้กกล้วยหอม</span> <span style="font-weight: 400;">ทาร์ตสับปะรด</span> <span style="font-weight: 400;">​แซนด์วิชแฮมไก่หย็อง เป็นต้น ซึ่งเรียนก็ไม่ยาก แต่ต้องละเอียด ต้องชั่ง ตวงให้เป๊ะตามสูตร ตอนนี้ก็เริ่มทำขายเองที่บ้านบ้าง แล้วก็มีเครือข่ายต่างๆ เช่น โครงการของโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล โครงการของหมู่บ้าน โครงการของกลุ่มสตรี มาสั่งไปเลี้ยงรับรอง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ไม่เพียงแค่ทักษะด้านวิชาชีพเท่านั้น แต่คณะทำงานยังมุ่งให้ความรู้ ด้วยการเสริมกลยุทธ์ด้านการตลาด การประชาสัมพันธ์ การทำบัญชี รวมถึงการอบรมทักษะการเป็นผู้ประกอบการรุ่นใหม่ให้กลุ่มเป้าหมาย โดยผศ.แวอาซีซะห์เสริมว่า </span><span style="font-weight: 400;">“เราเสริมความรู้ทั้งในเรื่องการตลาด การโฆษณา ช่องทางการขาย เช่น อย่างหลักสูตรช่างตัดผม </span><b>ก็จะบอกเขาว่าอาหารยังมีเดลิเวอรี่เลย แล้วทำไมเราไม่ลองทำดูบ้าง เราก็ไปตามชุมชน ตามบ้านที่มีคนเฒ่าคนแก่ที่เขาลุกมาเองไม่ได้ หรือไม่มีลูกหลานพามา เราก็ไปบริการตัดผมเขาถึงบ้านได้</b><span style="font-weight: 400;">” </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ทุกวันนี้</span><b> นอกจากโครงการจะช่วยเสริมทักษะอาชีพให้กลุ่มเป้าหมายสามารถนำความรู้ไปสร้างอาชีพ ทั้งการตัดผม ทำขนม และซ่อมอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ตามร้านต่างๆ แล้ว ก็ยังเกื้อหนุนและผลักดันให้เกิดการสร้าง ‘ศูนย์เรียนรู้ในชุมชน’ ขึ้น </b><span style="font-weight: 400;">โดยอาศัยความพร้อมของกลุ่มเป้าหมายและชุมชนเป็นหลัก </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ซึ่งผศ.แวอาซีซะห์ เล่าว่า </span><span style="font-weight: 400;">“เราตั้งเป้าไว้แล้ว ว่าจะคืนคนเหล่านี้กลับไปในชุมชน แต่เราไม่รู้หรอกว่าชุมชนไหนพร้อม </span><b>ระหว่างที่เราดูแลเขา เราจะพยายามสังเกต เข้าไปคุย </b><span style="font-weight: 400;">เช่น พอสังเกตดูแล้ว ทางหลักสูตรอิเล็กทรอนิกส์ยังไม่ค่อยมีใครโดดเด่น แต่พอมาดูช่างตัดผม เจออูเซ็น เขาเป็นคนช่างพูดและเป็นแกนนำในการอบรม ก็เลยให้ไอเดียกับเขาว่า </span><b>เราตั้งเป็นศูนย์เรียนรู้ด้านนี้ดีไหม เผื่อมีใครอยากมาสอนเด็กๆ ก็มา ซึ่งอูเซ็นก็สนใจและมุ่งมั่นมากว่าจะลองดูสักตั้ง</b><span style="font-weight: 400;">” </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ส่วนด้านหลักสูตรทำขนมนั้น มี</span><b>อาจารย์ตุ๊</b><span style="font-weight: 400;"> ซึ่งเป็นผู้รับผิดชอบกลุ่มผู้ทำขนมในชุมชนคูหามุข ซึ่งอาจารย์ตุ๊ก็มองว่าพื้นที่ตรงนี้สามารถตั้งศูนย์เรียนรู้ได้</span><span style="font-weight: 400;"> “แต่เราก็ไม่ได้มองว่าทุกอย่างที่เกิดขึ้นจะต้องเต็มร้อยเสมอ ก็คงต้องค่อยๆ ไต่ระดับขึ้นไป </span><b>แต่จะไปได้แค่ไหน คงขึ้นอยู่ที่จังหวะ เวลา และโอกาสของแต่ละพื้นที่ รวมถึงความตั้งใจของคนในพื้นที่ด้วย </b><span style="font-weight: 400;">ซึ่งผู้เข้าอบรมตอนนี้ บางคนที่มีความเชี่ยวชาญก็เริ่มเป็นครูสอนคนอื่นต่อแล้วก็มี”</span><span style="font-weight: 400;"> ผศ.แวอาซีซะห์กล่าว</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">กว่าที่โครงการจะดำเนินมาถึงจุดนี้ไม่ใช่เรื่องง่าย โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับการทำงานร่วมกับเยาวชนนอกระบบการศึกษา เพราะ</span><b>ต้องอาศัย ‘ความเข้าใจ’ และ ‘ความใส่ใจ’</b><span style="font-weight: 400;"> ที่มากกว่าเยาวชนในระบบการศึกษา แต่ถึงแม้ว่าภารกิจนี้จะยากเพียงไร </span><b>คณะทำงานต่างก็ไม่ย่อท้อ เพราะมองว่าไม่อาจละทิ้งกลุ่มผู้ด้อยโอกาสเหล่านี้ไปได้ </b><span style="font-weight: 400;"> </span></p>
<p><img decoding="async" loading="lazy" class="aligncenter size-full wp-image-40924" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/05/blog-small60-02.jpg" alt="" width="1200" height="1200" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/05/blog-small60-02.jpg 1200w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/05/blog-small60-02-300x300.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/05/blog-small60-02-1024x1024.jpg 1024w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/05/blog-small60-02-150x150.jpg 150w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/05/blog-small60-02-768x768.jpg 768w" sizes="(max-width: 1200px) 100vw, 1200px" /></p>
<p><b>การทำงานกับเยาวชนนอกระบบการศึกษานั้นยากมาก ต่างจากเยาวชนในระบบการศึกษา ที่เราอาจใช้เกรด คะแนนหรือรางวัลมาชักจูงใจได้</b><span style="font-weight: 400;"> แต่สำหรับเด็กนอกระบบการศึกษา สิ่งเหล่านี้ใช้ไม่ได้เลย ต้องใช้ใจล้วนๆ คณะทำงานจึงต้องเข้าไปทำความรู้จักกับทุกคนในทุกกิจกรรม ถึงเขาจะไม่คุยหรือนิ่งในช่วงแรกๆ </span><b>ก็ต้องพยายามเข้าหา เพื่อลดช่องว่างให้กลุ่มเป้าหมายกล้าพูด กล้าแลกเปลี่ยน</b><span style="font-weight: 400;"> </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ด้าน ผศ.แวอาซีซะห์เองยอมรับว่า ส่วนหนึ่งที่คณะทำงานให้ความสำคัญกับเด็กนอกระบบการศึกษา เนื่องมาจาก</span><b>ข้อมูลที่มักได้รับอยู่เสมอๆ ว่า คนมุสลิมในพื้นที่สามจังหวัดชายแดนใต้ ‘มีภาวะสุ่มเสี่ยง ไม่เป็นโจรก็ติดยา’ ซึ่งเป็นการเหมารวมที่ไม่น่าประทับใจ</b><span style="font-weight: 400;"> เพราะในพื้นที่อื่นที่ไม่ใช่มุสลิม ก็มีปัญหาแบบนี้เหมือนกัน เพราะฉะนั้น ศาสนาหรือชาติพันธุ์ไม่ใช่ปัจจัยสำคัญ เขาจึง</span><b>ต้องการสนับสนุนให้กลุ่มเป้าหมายเชื่อในตนเอง ว่าไม่ว่าจะนับถือศาสนาอะไร ความรู้และทักษะอาชีพจะทำให้ไม่จนและไม่อดตาย ส่วนจะมีกินมีใช้แค่ไหนนั้น อยู่ที่การพัฒนาตนเอง </b><span style="font-weight: 400;">ขอเพียงแค่กลุ่มเป้าหมายมี</span><b> ‘ความตั้งใจ ความอดทน และความเสียสละ’</b><span style="font-weight: 400;"> ก็จะสามารถลุกขึ้นมาประกอบอาชีพตามความถนัดและสร้างรายได้เพื่อเลี้ยงตนเองและครอบครัวได้อย่างมั่นคง</span></p>
<blockquote><p><span style="font-weight: 400;">“แต่เราก็ไม่ได้มองว่าทุกอย่างที่เกิดขึ้นจะต้องเต็มร้อยเสมอ ก็คงต้องค่อยๆ ไต่ระดับขึ้นไป แต่จะไปได้แค่ไหน คงขึ้นอยู่ที่จังหวะ เวลา และโอกาสของแต่ละพื้นที่ รวมถึงความตั้งใจของคนในพื้นที่ด้วย ซึ่งผู้เข้าอบรมตอนนี้ บางคนที่มีความเชี่ยวชาญก็เริ่มเป็นครูสอนคนอื่นต่อแล้วก็มี” </span><b>ผศ.แวอาซีซะห์ ดาหะยี ผู้รับผิดชอบโครงการ</b></p></blockquote>
<p><img decoding="async" loading="lazy" class="img-wide aligncenter wp-image-40922 size-full" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/05/blog-Large60.jpg" alt="" width="1200" height="800" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/05/blog-Large60.jpg 1200w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/05/blog-Large60-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/05/blog-Large60-768x512.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/05/blog-Large60-750x500.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/05/blog-Large60-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 1200px) 100vw, 1200px" /></p><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/communities/conclusion-60/">เปลี่ยนผู้ด้อยโอกาสในชุมชนให้เป็นแรงงานฝีมือที่สามารถก้าวสู่การเป็นผู้ประกอบการ กับโครงการฝึกทักษะที่ใฝ่ฝันของม.ราชภัฏยะลา</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>โลกยุคใหม่ต้องขายออนไลน์เป็น! กศน.ป่าติ้วจัดโครงการนักขายมือทองที่สอนคนรุ่นใหม่ให้นำเทคโนโลยีมาใช้ในการขายผลิตภัณฑ์ของชุมชน</title>
		<link>https://www.eef.or.th/communities/conclusion-59/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 12 May 2021 13:56:26 +0000</pubDate>
				<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?post_type=communities&#038;p=40911</guid>

					<description><![CDATA[<p>ชุมชนอำเภอป่าติ้ว จังหวัดยโสธร มีฝีมือการตัดเย็บระดับที [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/communities/conclusion-59/">โลกยุคใหม่ต้องขายออนไลน์เป็น! กศน.ป่าติ้วจัดโครงการนักขายมือทองที่สอนคนรุ่นใหม่ให้นำเทคโนโลยีมาใช้ในการขายผลิตภัณฑ์ของชุมชน</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><span style="font-weight: 400;">ชุมชนอำเภอป่าติ้ว จังหวัดยโสธร มีฝีมือการตัดเย็บระดับที่แบรนด์ระดับโลกต้องมาจ้างตัดเย็บกระเป๋าลายดอกไม้ และส่งขายไปทั่วโลก โดยเฉพาะในประเทศเกาหลีและญี่ปุ่น ทั้งนี้ ชุมชนก็มีผลิตภัณฑ์ที่ผลิตไว้ขายเองในท้องถิ่นและส่งขายทั่วโลกเช่นกัน อาทิ หมอนขิด (หมอนสี่เหลี่ยม) ขนาดเล็ก กลาง และใหญ่ โดยมีชาวบ้านหรือกลุ่มวิสาหกิจชุมชนเป็นทั้งผู้ผลิตและผู้ขาย </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">แม้ว่าชาวบ้านจะสร้างรายได้จากหมอนขิดอย่างเต็มเม็ดเต็มหน่วย เพราะไม่ต้องจำหน่ายผ่านพ่อค้าคนกลาง </span><b>แต่ก็มีปัญหาที่ต้องเผชิญ เนื่องจากขาดโอกาสพัฒนาและยกระดับผลิตภัณฑ์ รวมถึงการสร้างสรรค์สินค้าใหม่ๆ</b><span style="font-weight: 400;"> ออกสู่ตลาด </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ซึ่ง</span><b>ประสิทธิ์ชัย ทองปนท์ สมาชิกจากศูนย์การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย อำเภอป่าติ้ว จังหวัดยโสธร และผู้รับผิดชอบโครงการ</b><span style="font-weight: 400;"> มองว่าสิ่งนี้คือข้อจำกัดที่สำคัญ เพราะหากชาวบ้านสามารถทำบทบาทของตัวเองอย่างเต็มที่ เช่น การออกแบบตัดเย็บสินค้ารูปแบบใหม่ๆ ซึ่งเป็นที่ต้องการของผู้บริโภคมากขึ้น แล้วจำหน่ายให้ผู้ขายที่มีทักษะด้านนี้โดยตรง ก็จะช่วยยกระดับมาตรฐานสินค้า และสร้างรายได้เพิ่มให้กลุ่มคนที่ไม่มีทักษะและสินค้าเป็นของตัวเอง </span><span style="font-weight: 400;">ด้วยเหตุนี้ </span><b>โครงการนักขายมือทองของชุมชน </b><span style="font-weight: 400;">จึงถือกำเนิดขึ้น</span> <span style="font-weight: 400;">เพื่อนำข้อจำกัดของชุมชนมาพลิกเป็นโอกาส และช่วยเหลือกลุ่มเป้าหมาย ซึ่งเป็นผู้ผลิตสินค้าและผู้ว่างงาน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ในมุมมองด้านการตลาดหรือระบบสายพานการผลิตแล้ว</span><b> ประสิทธิภาพและคุณภาพสินค้าจะเกิดขึ้นน้อยมาก หากผู้ผลิตต้องรับบทบาทผู้ขายควบคู่</b><span style="font-weight: 400;"> โดยเฉพาะอย่างยิ่ง กับงานที่ต้องใช้ทักษะและความรู้ด้านการออกแบบและควบคุมคุณภาพสินค้า จำพวกอาหาร</span></p>
<p><img decoding="async" loading="lazy" class="aligncenter size-full wp-image-40913" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/05/blog-small59-01.jpg" alt="" width="1200" height="1200" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/05/blog-small59-01.jpg 1200w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/05/blog-small59-01-300x300.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/05/blog-small59-01-1024x1024.jpg 1024w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/05/blog-small59-01-150x150.jpg 150w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/05/blog-small59-01-768x768.jpg 768w" sizes="(max-width: 1200px) 100vw, 1200px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ความโดดเด่นของอำเภอป่าติ้วคือเป็นแหล่งผลิตสินค้าหัตถกรรมและอาหารที่สำคัญ </span><b>แต่ข้อจำกัดของชุมชนก็คือ ‘ขาดทักษะการขายสินค้า’ ทำให้หลายชุมชนประสบปัญหา เมื่อผลิตสินค้าหรือได้รับการส่งเสริมให้ผลิตสินค้า ก็มักสะดุดตรงปลายน้ำ</b><span style="font-weight: 400;"> นั่นคือเรื่องการขาย สุดท้ายก็ต้องพึ่งพ่อค้าคนกลางอยู่ดี ทำให้ถูกกดราคา หลายรายจึงเลิกผลิตกลางคัน เพราะไม่เห็นช่องทางสร้างรายได้ </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ประสิทธิ์ชัยเล่าว่า “ความจริงแล้ว ไอเดียของโครงการนักขายมือทองของชุมชน </span><b>เราต่อยอดมาจากโครงการของกระทวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม คือการอบรมทักษะการขายออนไลน์ ซึ่งเป็นหลักสูตรกลาง แต่เนื้อหาตอนนั้นอาจจะเน้นหนักในทางทฤษฎีจึงนำไปใช้ปฏิบัติได้ยาก</b> <span style="font-weight: 400;">พอมีโครงการของกสศ. เข้ามา เราก็เลยคิดว่าน่าจะเอามาผนวกกันได้ โดยอาศัยหลักสูตรกลาง และพัฒนาหลักสูตรใหม่ไปพร้อมๆ ชาวบ้าน” </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">สำหรับโครงการนักขายมือทองของชุมชนนี้ คณะทำงานแบ่งกลุ่มเป้าหมายเป็น 2 กลุ่ม ได้แก่ </span></p>
<ol>
<li><b>กลุ่มผู้ว่างงานและผู้ไม่มีรายได้</b></li>
<li><b>กลุ่มผู้ผลิต </b></li>
</ol>
<p><span style="font-weight: 400;">ซึ่งทั้งสองกลุ่มล้วนต้องการเพิ่มทักษะด้านการขาย จากพื้นที่จำนวน 3 ตำบล ในอำเภอป่าติ้ว ได้แก่ ตำบลโพธิ์ไทร ตำบลโคกนาโก และตำบลเชียงเพ็ง รวมทั้งสิ้น 50 คน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เมื่อได้กลุ่มเป้าหมายตามเงื่อนไขของโครงการแล้ว คณะทำงานและกลุ่มเป้าหมายจะร่วมกันออกแบบและพัฒนา ‘หลักสูตรนักขายมือทอง’ รอบแรกจะมีวิทยากร ซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่จาก กศน. ป่าติ้ว มาให้ความรู้ </span><b>“เนื้อหาของหลักสูตรนักขายมือทองประกอบด้วย กระบวนการวิเคราะห์ตลาดด้วยทฤษฎี 4P (Price, Plan, Product, Promotion), เทคนิคการถ่ายรูปสำหรับนำเสนอสินค้า, เทคนิคการเล่าเรื่อง, และการทำบัญชีรายรับ-รายจ่าย”</b><span style="font-weight: 400;"> ประสิทธิ์ชัยกล่าว</span></p>
<p><b>รูปแบบการอบรมของแต่ละหลักสูตรจะเน้นการปฏิบัติจริง</b><span style="font-weight: 400;"> เช่น การหาจุดเด่นของสินค้า การสร้างคอนเทนต์ การคิดคำ การฝึกถ่ายรูป และการทำภาพประกอบ ซึ่งการอบรมรอบแรกได้รับการตอบรับดี มีการโพสต์ขายสินค้าเยอะมากจนต้องเปิดกลุ่มปิดบนเฟซบุ๊กขึ้น สำหรับกลุ่มเป้าหมายโดยเฉพาะ</span><b> แต่ความราบรื่นก็สะดุดอีกครั้ง เพราะสถานการณ์แพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19</b><span style="font-weight: 400;"> ทำให้การฝึกทักษะการขายขาดความต่อเนื่อง </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ทว่าก็ยังมีทักษะบางส่วนที่กลุ่มเป้าหมายสามารถฝึกฝนต่อได้ แม้จะติดขัดเรื่องสถานการณ์ต่างๆ เช่น การออกแบบบรรจุภัณฑ์ การรับออร์เดอร์ รวมถึงเทคนิคบางอย่าง อาทิ การทำภาพประกอบและการวางตัวหนังสือบนภาพ เป็นต้น</span></p>
<p><img decoding="async" loading="lazy" class="aligncenter size-full wp-image-40914" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/05/blog-small59-02.jpg" alt="" width="1200" height="1200" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/05/blog-small59-02.jpg 1200w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/05/blog-small59-02-300x300.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/05/blog-small59-02-1024x1024.jpg 1024w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/05/blog-small59-02-150x150.jpg 150w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/05/blog-small59-02-768x768.jpg 768w" sizes="(max-width: 1200px) 100vw, 1200px" /></p>
<p><b>อาลอน ค้าข้าว หนึ่งในกลุ่มเป้าหมาย</b><span style="font-weight: 400;"> เล่าว่า เขาผลิตสินค้าหลายอย่าง หลักๆ คือการทำหมอน แต่ช่วงที่ว่างๆ ก็จะทำแหนม ปกติชอบโพสต์เล่นในเฟซบุ๊กส่วนตัวอยู่แล้ว เลยมีคนมาคอมเมนต์ถามไถ่ถึงรสชาติและราคา ทำให้อยากทำขาย </span><b>แต่ไม่รู้ว่าจะตั้งราคาและถ่ายรูป หรือเล่าเรื่องอย่างไรให้สินค้าต่างๆ ‘น่าสนใจ’ </b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“โครงการเขาก็สอนเทคนิคการเล่าเรื่อง เช่น ถ้าเราโพสต์ขายแหนมตรงๆ ว่าขายกี่บาท ก็พอได้อยู่ </span><b>แต่ถ้าเราสร้างความน่าสนใจด้วยการถ่ายพวกคลิปสั้นๆ ให้เห็นขั้นตอนและกระบวนการทำแหนม ผู้บริโภคก็จะเห็นว่าแหนมเราทำมาจากอะไร วัตถุดิบที่ใช้หน้าตาเป็นอย่างไร ซึ่งพอลองทำแบบนี้ก็เห็นชัดเลยว่าคนเข้ามาทักเยอะขึ้น</b><span style="font-weight: 400;">” อาลอนกล่าว และเสริมว่าจากปกติที่ขายได้ไม่ถึง 20 อัน พอผ่านการอบรม บางวันสามารถขายได้ถึง 100 อันเลย</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">แม้สถานการณ์แพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 จะทำให้การอบรมเพื่อพัฒนาทักษะนักขายมือทองต้องสะดุดลง แต่</span><b>กระบวนการทำงานที่ผ่านมาในรอบหลายเดือนของโครงการ ก็ก่อให้เกิดการเรียนรู้และยกระดับการพัฒนาอาชีพของกลุ่มเป้าหมายหลายด้าน</b><span style="font-weight: 400;"> โดยเฉพาะในกลุ่มเป้าหมายที่เป็น</span><b>วัยรุ่น ซึ่งสามารถเรียนรู้ได้อย่างรวดเร็ว </b><span style="font-weight: 400;">นับว่าเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีที่องค์ความรู้ใหม่ๆ ที่โครงการได้อบรมฝึกฝนได้ถูกนำไปใช้งานจริงและเกิดผลลัพธ์ที่ดีขึ้น เกิดยอดขายที่มากขึ้น ทำให้กลุ่มเป้าหมายมีรายได้และความมั่นคงของชีวิตที่ดีขึ้นตามไปด้วย</span></p>
<blockquote><p><span style="font-weight: 400;">“เนื้อหาของหลักสูตรนักขายมือทองประกอบด้วย กระบวนการวิเคราะห์ตลาดด้วยทฤษฎี 4P (Price, Plan, Product, Promotion), เทคนิคการถ่ายรูปสำหรับนำเสนอสินค้า, เทคนิคการเล่าเรื่อง, และการทำบัญชีรายรับ-รายจ่าย” </span><b>ประสิทธิ์ชัย ทองปนท์ สมาชิกจากศูนย์การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย อำเภอป่าติ้ว จังหวัดยโสธร และผู้รับผิดชอบโครงการ</b></p></blockquote>
<p><img decoding="async" loading="lazy" class="img-wide alignnone wp-image-40912 size-full" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/05/blog-Large59.jpg" alt="" width="1200" height="800" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/05/blog-Large59.jpg 1200w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/05/blog-Large59-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/05/blog-Large59-768x512.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/05/blog-Large59-750x500.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/05/blog-Large59-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 1200px) 100vw, 1200px" /></p><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/communities/conclusion-59/">โลกยุคใหม่ต้องขายออนไลน์เป็น! กศน.ป่าติ้วจัดโครงการนักขายมือทองที่สอนคนรุ่นใหม่ให้นำเทคโนโลยีมาใช้ในการขายผลิตภัณฑ์ของชุมชน</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>วิทยาลัยชุมชนยโสธรแก้ปัญหารายได้เกษตรกรสูงอายุ โดยเปิดสอนการสร้างมูลค่าเพิ่มจาก ‘ผลิตภัณฑ์เกี่ยวเนื่อง’ ที่หลงเหลือจากกระบวนการทำผ้าไหม</title>
		<link>https://www.eef.or.th/communities/conclusion-58/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 12 May 2021 12:06:06 +0000</pubDate>
				<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?post_type=communities&#038;p=40901</guid>

					<description><![CDATA[<p>บ้านน้ำอ้อมและบ้านโนนยาง จังหวัดยโสธร เป็นชุมชนที่ปลูกห [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/communities/conclusion-58/">วิทยาลัยชุมชนยโสธรแก้ปัญหารายได้เกษตรกรสูงอายุ โดยเปิดสอนการสร้างมูลค่าเพิ่มจาก ‘ผลิตภัณฑ์เกี่ยวเนื่อง’ ที่หลงเหลือจากกระบวนการทำผ้าไหม</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><span style="font-weight: 400;">บ้านน้ำอ้อมและบ้านโนนยาง จังหวัดยโสธร เป็นชุมชนที่ปลูกหม่อนเลี้ยงไหมสำหรับทอผ้าไหมกันอย่างกว้างขวาง ผู้ทอผ้าส่วนมากคือกลุ่มสตรีสูงอายุในชุมชน ช่วงแรกผลิตภัณฑ์ก็เป็นที่ต้องการของตลาด แต่เนื่องจากผ้าไหมมีราคาแพง ความนิยมจึงลดลง ทำให้รายได้จากการทอผ้าไหมลดตามไปด้วย</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เมื่อการขายผ้าไหมไม่เป็นไปตามเป้าประสงค์ที่วางไว้ จึงเกิดปัญหาเรื่องรายได้ </span><b>วิทยาลัยชุมชนยโสธร จังหวัดยโสธร</b><span style="font-weight: 400;"> จึงผลักดัน</span><b>โครงการพัฒนาทักษะเกษตรกรเพื่อเพิ่มมูลค่าของผลผลิตและวัสดุเหลือใช้จากการปลูกหม่อนเลี้ยงไหม และทอผ้า</b><span style="font-weight: 400;">ขึ้น เนื่องจากคณะทำงานเล็งเห็นว่า การปลูกหม่อนเลี้ยงไหมของคนในชุมชน มีวัตถุดิบที่สามารถแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์อื่นๆ ได้มากมาย อาทิ ลูกหม่อน รังไหม ดักแด้ และมูลไหม เป็นต้น </span><b>โครงการนี้จึงมุ่งเน้นการสร้างรายได้จากวัตถุดิบข้างต้น เพื่อเสริมรายได้ควบคู่กับการทอผ้าไหม</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ทุกกระบวนการผลิตสินค้า มักเกิดสิ่งที่เรียกว่าวัสดุ </span><b>‘เหลือทิ้ง’</b><span style="font-weight: 400;"> อยู่เสมอ ซึ่งวัสดุเหล่านี้มักถูกเมิน ไม่มีใครนำกลับมาใช้ประโยชน์ และกลายเป็นขยะที่ต้องกำจัดทิ้ง สวนทางกับการที่ทรัพยากรโลกที่มีอยู่จำกัดกำลังลดลง </span><b>การนำวัสดุเหลือทิ้งจากกระบวนการผลิตมา ‘สร้าง’ ผลิตภัณฑ์ใหม่ จึงเป็นทางออกที่กำลังได้รับความสนใจ </b></p>
<p><b>ชัยวิวัฒน์ วงศ์สวัสดิ์ ผู้รับผิดชอบโครงการ </b><span style="font-weight: 400;">เล่าว่า</span> <span style="font-weight: 400;">“ตอนแรกที่เราเข้ามาในหมู่บ้าน เห็นชาวบ้านปลูกหม่อน เลี้ยงไหม ซึ่งส่วนใหญ่เป็นคนที่อายุเยอะ ก็พลันคิดว่า อีกไม่นานอาชีพนี้คงหมดไปจากชุมชน พอสอบถามชาวบ้านก็ได้ข้อมูลว่า </span><b>งานทอผ้าเป็นงานหนัก ต้องใช้เวลาฝึกฝน เพราะส่วนใหญ่ทำเองทุกขั้นตอน ตั้งแต่การเลี้ยงไหม ปลูกหม่อน ตัดใบหม่อน สาวเส้นไหม ไปจนถึงการทอ </b><span style="font-weight: 400;">กว่าจะได้เป็นผ้าหนึ่งผืน ใช้เวลาประมาณสองเดือน” </span></p>
<p><img decoding="async" loading="lazy" class="aligncenter size-full wp-image-40907" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/05/blog-small58-01.jpg" alt="" width="1200" height="1200" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/05/blog-small58-01.jpg 1200w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/05/blog-small58-01-300x300.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/05/blog-small58-01-1024x1024.jpg 1024w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/05/blog-small58-01-150x150.jpg 150w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/05/blog-small58-01-768x768.jpg 768w" sizes="(max-width: 1200px) 100vw, 1200px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ซึ่งจากการลงพื้นที่ ชัยวิวัฒน์พบว่า </span><b>ทั้งสองชุมชนมีปัญหาเรื่องการขาดแคลนน้ำ ทำให้ปลูกใบหม่อนได้ไม่พอสำหรับเลี้ยงหนอนไหม เนื่องจากชุมชนขาดแหล่งน้ำที่สำคัญ</b><span style="font-weight: 400;"> ต้องเสียค่าไฟหรือค่าน้ำมันเพื่อสูบน้ำจากอีกหมู่บ้านหนึ่งมาใช้รดต้นหม่อน ทำให้ต้องเสียต้นทุนในส่วนนี้เป็นจำนวนมาก ด้วยเหตุนี้ การดำเนินโครงการในช่วงเริ่มต้น จึงมุ่งไปที่เรื่องการจัดการระบบน้ำก่อน เพราะเป็นปัจจัยหลักที่ส่งผลต่อการปลูกหม่อน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“เป้าหมายโครงการเราคือการสร้างอาชีพให้กลุ่มผู้ด้อยโอกาสและผู้มีรายได้น้อย ด้วยการเพิ่มรายได้จากวัสดุเหลือทิ้งจากกระบวนการผลิต เราเลยมองว่าหากส่งเสริมให้ชาวบ้านทำได้ เขาจะมีรายได้เพิ่มขึ้น และเมื่อคนรุ่นหลังเห็นว่าการทอผ้ามีรายได้มากพอที่จะเลี้ยงครอบครัว พวกเขาก็อาจกลับมารักษาภูมิปัญญาด้านนี้ </span><b>แต่จากการสอบถามพบว่า ต้นทุนหลักของการทอผ้าคือการเลี้ยงไหม ซึ่งมีระบบน้ำเป็นปัจจัยสำคัญ เราก็เลยต้องปรับแผนมาช่วยเรื่องนี้ก่อน ถ้าไม่จัดการเรื่องนี้ เราก็ทำขั้นตอนอื่นๆ ไม่ได้</b><span style="font-weight: 400;">”</span><span style="font-weight: 400;"> ชัยวิวัฒน์เล่า</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">โครงการนี้มีกลุ่มเป้าหมายจำนวน 50 คน ซึ่งในเบื้องต้นจะต้องเป็น</span><b>ผู้ปลูกหม่อน เลี้ยงไหม และทอผ้า </b><span style="font-weight: 400;">โดยมีการวางแผนพัฒนาทักษะต่างๆ ตามเป้าประสงค์ ซึ่ง</span><b>ต้องการช่วยเกษตรกร</b><span style="font-weight: 400;">ให้สามารถ</span><b>เพิ่มรายได้จากการปลูกหม่อน เลี้ยงไหม และทอผ้า</b><span style="font-weight: 400;"> ผ่านการใช้ประโยชน์จาก </span><b>‘ผลิตภัณฑ์เกี่ยวเนื่อง’</b><span style="font-weight: 400;"> ที่เกิดขึ้นระหว่างกระบวนการผลิต เช่น ผลหม่อน ดักแด้ มูลไหม เศษใบหม่อน เศษรังไหม และเศษผ้าไหม เป็นต้น ซึ่งวัสดุเหล่านี้สามารถ</span><b>สร้างมูลค่าเพิ่ม</b><span style="font-weight: 400;">ด้วยการแปรรูปและจัดจำหน่ายได้ เช่น ดักแด้สามารถแปรรูปเป็นอาหารได้ เศษผ้าไหมสามารถประดิษฐ์เป็นของใช้ได้</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">นอกจากการอบรมทักษะการแปรรูปผลิตภัณฑ์เกี่ยวเนื่องแล้ว คณะทำงานยังให้ความสำคัญกับด้าน</span><b> ‘Digital Marketing’ </b><span style="font-weight: 400;">หรือ</span><b>การตลาดแบบดิจิทัล </b><span style="font-weight: 400;">เนื่องจากเป็นช่องทางการจำหน่ายที่มีความสำคัญมากในปัจจุบัน ที่รัฐบาลรณรงค์ให้ประชาชนอยู่บ้าน หยุดเชื้อ เพื่อชาติ ภายใต้สถานการณ์แพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 </span><b>ด้วยการนำเทคโนโลยีเข้ามาช่วยให้กลุ่มเป้าหมายเข้าถึงลูกค้า และสื่อสารกับลูกค้าได้โดยตรง</b><span style="font-weight: 400;"> เช่น การเปิดร้านบนสื่อสังคมออนไลน์ อย่างเฟซบุ๊ก ไลน์ และอินสตาแกรม เป็นต้น</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ส่วนปัญหาเรื่องน้ำ ซึ่งคณะทำงานมองว่าเป็นปัญหาที่ต้องแก้เป็นอย่างแรกนั้น </span><b>คณะทำงานได้ประสานยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อติดตั้งเครื่องสูบน้ำพลังงานแสงอาทิตย์ เป็นการช่วยลดต้นทุนของการปลูกต้นหม่อน </b><span style="font-weight: 400;">โดยชาวบ้านช่วยกันดูแลระบบน้ำ เพื่อรักษาประโยชน์ส่วนรวม ส่งผลให้ในปัจจุบัน </span><b>มีเครื่องสูบน้ำรอบอ่างเก็บน้ำใกล้ชุมชน ซึ่งเป็นเครื่องมือสาธารณะที่ชาวบ้านสามารถใช้ประโยชน์ร่วมกัน </b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เมื่อมีแหล่งน้ำสมบูรณ์และเข้าถึงได้ง่ายขึ้น ก็สามารถลดต้นทุนเรื่องค่าใช้จ่ายสำหรับการปลูกต้นหม่อนไปกว่า 7,500 บาท/เดือน ซึ่งผลสำเร็จจากการแก้ปัญหานี้ สามารถการันตีได้จากรอยยิ้มของ </span><b>แสงจันทร์ รัตนวัน หนึ่งในกลุ่มเป้าหมาย</b><span style="font-weight: 400;"> ที่เล่าอย่างมีความสุขว่า </span><span style="font-weight: 400;">“ดีใจมากๆ เพราะตอนนี้ไม่ต้องเสียเงินเยอะ สำหรับปลูกต้นหม่อน เมื่อก่อนเสียค่าไฟเดือนนึงก็หลายบาท” </span></p>
<p><img decoding="async" loading="lazy" class="aligncenter size-full wp-image-40906" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/05/blog-small58-02.jpg" alt="" width="1200" height="1200" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/05/blog-small58-02.jpg 1200w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/05/blog-small58-02-300x300.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/05/blog-small58-02-1024x1024.jpg 1024w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/05/blog-small58-02-150x150.jpg 150w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/05/blog-small58-02-768x768.jpg 768w" sizes="(max-width: 1200px) 100vw, 1200px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">นอกจากนี้ แสงจันทร์ยังกล่าวการนำวัสดุเหลือทิ้ง เช่น รังไหม มาแปรรูปเพื่อสร้างรายได้อีกว่า เป็นสิ่งที่อยากรู้มานานแล้ว </span><span style="font-weight: 400;">“จริงๆ เราก็พอรู้มาบ้าง ว่าของพวกนี้นำไปแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์อื่นๆ ได้ แต่เราไม่มีความรู้ ไม่รู้ว่าเขาทำกันอย่างไร จะออกไปอบรมข้างนอกก็ไม่ได้อีก เพราะต้องดูแลบ้าน ยิ่งช่วงเลี้ยงไหม เราแทบออกไปไหนไม่ได้เลย </span><b>กิจกรรมที่โครงการนี้มาทำร่วมกับชาวบ้าน ทำให้เราเห็นโอกาสสำหรับหารายได้เพิ่ม และได้ความรู้ด้านการแปรรูป ต่อจากนี้ ก็คงไม่ต้องทิ้งวัสดุเหลือทิ้งเหล่านี้อีกต่อไป</b><span style="font-weight: 400;">” </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">สิ่งที่เกิดขึ้นกับแสงจันทร์และกลุ่มเป้าหมายคนอื่นๆ ที่บ้านน้ำอ้อมและบ้านโนนยาง เป็นผลสำเร็จจากการประสานงานระหว่างคณะทำงานจากวิทยาลัยชุมชนยโสธร ที่จัดหาวิทยากรที่เชี่ยวชาญด้านต่างๆ มาให้ความรู้ ทั้งการรับรองมาตรฐานผลิตภัณฑ์ การจำหน่าย และการตลาด </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ทั้งนี้ แม้ว่าสถานการณ์โควิด-19 จะกระทบให้การดำเนินโครงการล่าช้าไปบ้าง แต่จากคำยืนยันของกลุ่มเป้าหมายที่เข้าร่วมโครงการ ก็สามารถพิสูจน์ได้ว่า</span> <span style="font-weight: 400;">โครงการนี้ช่วย</span><b>พัฒนาทักษะให้เกษตรกรสามารถเพิ่มมูลค่าให้วัสดุเหลือทิ้งอย่างตรงจุด</b><span style="font-weight: 400;"> อีกทั้งยังนำเทคโนโลยีเข้ามาช่วยด้านการขาย ซึ่งการพัฒนาทักษะ และกระบวนการคิดเรื่องการแปรรูปวัสดุเหลือทิ้ง ทำให้กลุ่มเป้าหมายสร้างรายได้เพิ่มจากอาชีพปลูกหม่อน เลี้ยงไหม และทอผ้า ซึ่งเป็นอาชีพดั้งเดิมได้อย่างมีประสิทธิภาพ ลดการสูญเสียต้นทุนไปอย่างเปล่าประโยชน์ </span></p>
<blockquote><p><span style="font-weight: 400;">“จริงๆ เราก็พอรู้มาบ้าง ว่าของพวกนี้นำไปแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์อื่นๆ ได้ แต่เราไม่มีความรู้ ไม่รู้ว่าเขาทำกันอย่างไร จะออกไปอบรมข้างนอกก็ไม่ได้อีก เพราะต้องดูแลบ้าน ยิ่งช่วงเลี้ยงไหม เราแทบออกไปไหนไม่ได้เลย กิจกรรมที่โครงการนี้มาทำร่วมกับชาวบ้าน ทำให้เราเห็นโอกาสสำหรับหารายได้เพิ่ม และได้ความรู้ด้านการแปรรูป ต่อจากนี้ ก็คงไม่ต้องทิ้งวัสดุเหลือทิ้งเหล่านี้อีกต่อไป” </span><b>แสงจันทร์ รัตนวัน หนึ่งในกลุ่มเป้าหมาย</b></p></blockquote>
<p><img decoding="async" loading="lazy" class="img-wide aligncenter wp-image-40905 size-full" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/05/blog-Large58.jpg" alt="" width="1200" height="800" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/05/blog-Large58.jpg 1200w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/05/blog-Large58-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/05/blog-Large58-768x512.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/05/blog-Large58-750x500.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/05/blog-Large58-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 1200px) 100vw, 1200px" /></p><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/communities/conclusion-58/">วิทยาลัยชุมชนยโสธรแก้ปัญหารายได้เกษตรกรสูงอายุ โดยเปิดสอนการสร้างมูลค่าเพิ่มจาก ‘ผลิตภัณฑ์เกี่ยวเนื่อง’ ที่หลงเหลือจากกระบวนการทำผ้าไหม</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>‘อยู่ร่วม เพื่อ อยู่รอด’ ศูนย์วิจัยนวัตกรรมการศึกษาแม่ฮ่องสอนจัดโครงการสอนทำขนมจากวัตถุดิบในชุมชน เพื่อแก้ปัญหาขาดแคลนรายได้</title>
		<link>https://www.eef.or.th/communities/conclusion-56/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 12 May 2021 11:58:56 +0000</pubDate>
				<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?post_type=communities&#038;p=40891</guid>

					<description><![CDATA[<p>พื้นที่สูงท่ามกลางสภาพป่าเขาในจังหวัดแม่ฮ่องสอน คือสิ่ง [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/communities/conclusion-56/">‘อยู่ร่วม เพื่อ อยู่รอด’ ศูนย์วิจัยนวัตกรรมการศึกษาแม่ฮ่องสอนจัดโครงการสอนทำขนมจากวัตถุดิบในชุมชน เพื่อแก้ปัญหาขาดแคลนรายได้</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><span style="font-weight: 400;">พื้นที่สูงท่ามกลางสภาพป่าเขาในจังหวัดแม่ฮ่องสอน</span><b> คือสิ่งบ่งชี้ถึงความเป็นพื้นที่ ‘ต้นน้ำ’ </b><b> ซึ่งเป็นรากฐานทางทรัพยากรธรรมชาติอันสำคัญ  แต่ขณะเดียวกันพื้นที่ต้นน้ำเหล่านี้ยังคงเป็นพื้นที่ที่การพัฒนายังเข้าถึงได้ไม่สะดวกนัก ทำให้ชุมชนใกล้เคียงยังพบกับความขาดแคลนในหลายด้าน </b><span style="font-weight: 400;">ซึ่งนี่คือสาเหตุที่</span><b>นิติศักดิ์ โตนิติ</b><span style="font-weight: 400;"> ตัดสินใจเข้ามารับผิดชอบ</span><b>โครงการพัฒนาทักษะการประกอบการเพื่อชุมชนบนพื้นที่สูง จังหวัดแม่ฮ่องสอน</b><span style="font-weight: 400;"> เพื่อยกระดับรายได้และคุณภาพชีวิตของคนในพื้นที่</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เป้าหมายหลักของโครงการคือการพัฒนาอาชีพทางเลือกให้เยาวชนและคนในชุมชนบ้านแม่ลาน้อย บ้านห้วยกระต่าย และบ้านปู่คำห้วยแห้ง ผ่าน</span><b>การสนับสนุนความรู้ด้านการเพาะปลูก การแปรรูปผลิตภัณฑ์เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มให้วัตถุดิบในท้องถิ่น</b><span style="font-weight: 400;"> และ</span><b>การส่งเสริมทักษะด้านเทคโนโลยีและการตลาดออนไลน์</b><span style="font-weight: 400;"> โดยมี</span><b>ศูนย์การเรียนหญ้าแพรกสาละวิน</b><span style="font-weight: 400;">เป็นผู้ออกแบบหลักสูตร</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">วิถีชีวิตของชาติพันธุ์ปกาเกอะญอในชุมชน ประกอบอาชีพเกษตรกร และมีพืชผลการเกษตรและพืชพันธุ์จากป่าเป็นทุนดั้งเดิม เช่น กล้วย พริก ถั่วเหลือง เห็ด บุก และหน่อไม้ เป็นต้น ซึ่งไม่มีการแปรรูปผลผลิต ทำให้รายได้ไม่มากสักเท่าไร ซึ่ง</span><b>อำภา ธวัชวิฑูรย์ ผู้อำนวยการศูนย์การเรียนหญ้าแพรกสาละวิน</b><span style="font-weight: 400;"> เล่าว่า </span><b>คนในชุมชนปลูกกล้วยกันแทบทุกครัวเรือน</b><span style="font-weight: 400;"> ถ้าไม่ขายกล้วยสดเป็นเครือ ก็นำมา แปรรูปเป็นกล้วยฉาบ ซึ่งไม่สร้างมูลค่าเพิ่มมากนัก </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">โดยอำภาเสริมว่า “</span><b>ปกติแล้ว กล้วย 1 เครือ ขายได้ 20-30 บาท</b><span style="font-weight: 400;"> เราก็เลยพยายามคิดว่าจะเพิ่มมูลค่ามันอย่างไรได้บ้าง ก็ไปเจอว่า ในตลาดมีผลิตภัณฑ์แคปซูลกล้วยที่มีสรรพคุณทางยา ช่วยแก้ท้องผูกและปรับสมดุลร่างกาย </span><b>ซึ่งเขาขายกันกระปุกละ 100 บาท หนึ่งกระปุกมี 20 เม็ด</b><span style="font-weight: 400;"> เราเลยเริ่มมองหาสินค้าชนิดอื่นที่ชาวบ้านน่าจะพอทำได้” </span></p>
<p><img decoding="async" loading="lazy" class="aligncenter size-full wp-image-40897" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/05/blog-small56-01.jpg" alt="" width="1200" height="1200" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/05/blog-small56-01.jpg 1200w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/05/blog-small56-01-300x300.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/05/blog-small56-01-1024x1024.jpg 1024w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/05/blog-small56-01-150x150.jpg 150w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/05/blog-small56-01-768x768.jpg 768w" sizes="(max-width: 1200px) 100vw, 1200px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">และจากการสืบค้นข้อมูลทางอินเทอร์เน็ต อำภาก็พบว่า กล้วยสามารถนำมา</span><b>แปรรูปเป็น ‘แป้งกล้วย’</b><span style="font-weight: 400;"> ซึ่งใช้แทนแป้งข้าวเจ้าได้ และมีกระบวนการผลิตที่ไม่ซับซ้อน ทำให้แป้งกล้วยกลายเป็นผลิตภัณฑ์แรกที่เธอนำมาถ่ายทอดสู่กลุ่มเป้าหมาย </span><b>เพื่อส่งขายเป็นวัตถุดิบให้ร้านเบเกอรี่ และนำแป้งกล้วยมาแปรรูปเป็นข้าวเกรียบแป้งกล้วยขาย</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">สำหรับกระบวนการเรียนรู้และการจัดการเรื่องกล้วยๆ </span><b>คณะทำงานจะดึงเยาวชนมาเรียนรู้ร่วมกับผู้ใหญ่ </b><span style="font-weight: 400;">ตั้งแต่วิธีการปลูกกล้วย เช่น การแผ้วถางดิน การขุดหลุม และการปลูกหน่อกล้วย ไปจนถึงการแปรรูปกล้วยเป็นแป้งกล้วยสำหรับทำคุกกี้และข้าวเกรียบแป้งกล้วย </span><b>โดยจากการทดลองพบว่า กล้วย 100 ลูก (ประมาณ 1 เครือ) สามารถนำมาผลิตแป้งกล้วยได้ 1 กิโลกรัม ซึ่งมีราคารับซื้ออยู่ที่ 500 บาท</b><span style="font-weight: 400;"> </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ทั้งนี้ นิติศักดิ์ ขยายความว่า การเรียนรู้ผ่านหลักสูตรพัฒนาทักษะประกอบการ สามารถช่วยสนับสนุนชุมชนได้ในระดับหนึ่ง นิติศักดิ์จึง</span><b>ต้องแต่งตั้งแกนนำในชุมชนมาช่วยขับเคลื่อนงาน เพื่อให้ชุมชนสามารถพึ่งพาตัวเองได้ในอนาคต</b><span style="font-weight: 400;"> โดยนิติศักดิ์ระบุว่า </span><b>การแปรรูปผลิตภัณฑ์จากกล้วย เป็นแค่จุดเริ่มต้นของระบบการผลิตของชุมชนเท่านั้น</b><span style="font-weight: 400;"> เนื่องจากในชุมชนยังมีพืชเศรษฐกิจอีกหลายชนิด</span></p>
<p><b>นอกจากการสร้างอาชีพให้เกิดขึ้นในชุมชน จะช่วยพัฒนาให้ความเป็นอยู่และคุณภาพชีวิตของคนในชุมชนดีขึ้นแล้ว ยังช่วยกระชับความสัมพันธ์ภายในครอบครัวอีกด้วย </b><span style="font-weight: 400;">เนื่องจากแต่เดิม ลูกหลานจะต้องออกไปรับจ้างทำงานนอกชุมชน แต่โครงการนี้ก็ช่วยสร้างอาชีพทางเลือกให้กลุ่มเป้าหมายได้ทำงานสอดคล้องกับวิถีชีวิต และสร้างรายได้จากการเพิ่มมูลค่าให้กับทรัพยากรที่เป็นทุนดั้งเดิมของชุมชน </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ด้านอำภา เสริมว่า “กว่าชาวบ้านจะเชื่อเราว่าอาชีพที่เราส่งเสริมให้ทำมันเป็นไปได้ เราก็ต้องทำให้เขาดูก่อน ให้เขาเห็นกับตา เพราะถ้าเราเอาแต่ไปพูดให้ชาวบ้านฟัง เขาจะไม่เข้าใจว่าเอากล้วย เอาบุกมาสร้างมูลค่าเพิ่มคืออะไร เพราะฉะนั้น </span><b>เราเลยต้องชวนชาวบ้านมาลงมือด้วยกัน ซึ่งทำให้เขามีความมั่นใจและเชื่อมั่นในตัวโครงการ และตัวเองมากขึ้นกว่าเดิม</b><span style="font-weight: 400;">”</span></p>
<p><b>วศิกา พิมานกระสินธุ์ หนึ่งในกลุ่มเป้าหมาย</b><span style="font-weight: 400;"> เล่าถึงประสบการณ์ในช่วงที่ร่วมโครงการว่า ก่อนหน้านี้ ทักษะการตลาดออนไลน์เป็นเรื่องที่เธอนึกไม่ถึง ว่าชีวิตคนบนดอยอย่างเธอต้องเข้ามาเกี่ยวข้องด้วย ซึ่ง</span><b>การเข้าร่วมโครงการทำให้เธอสามารถนำเสนอผลิตภัณฑ์ของชุมชนให้คนภายนอกเห็นได้ อีกทั้งยังได้เรียนรู้วิธีการหาข้อมูลจากอินเทอร์เน็ต</b><span style="font-weight: 400;"> เช่น แป้งกล้วยทำอย่างไร เอาไปทำอะไรได้บ้าง ซึ่งถ้าไม่มีโครงการเข้ามาสนับสนุนองค์ความรู้เหล่านี้ ก็คงทำแค่กล้วยฉาบขายต่อไป</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“</span><b>ตอนทำงานในเมือง เราต้องไปอยู่กับคนอื่น เขาเป็นคนจ่ายค่าจ้างให้เรา เขาจะพูดจะว่าอะไร เราก็ต้องยอม </b><span style="font-weight: 400;">มันทำให้ต้องเก็บกดและเสียสุขภาพจิตมาก</span><span style="font-weight: 400;"> สู้ไม่ได้กับการกลับมาอยู่บ้านแล้วทำงานกับเพื่อนๆ ที่เข้าขากันดีกว่า</span> <b>การได้กลับบ้านทุกวัน ได้เจอหน้าพ่อแม่ทุกวันทำให้มีพลังใจ ทำให้อยากพัฒนาบ้านเกิดของตัวเองให้ดีกว่าที่เราเคยอยู่ เคยเจอ และเคยเห็นมา</b><span style="font-weight: 400;">” วศิกา กล่าว</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ซึ่งสอดคล้องกับที่นิติศักดิ์ย้ำตลอดโครงการว่า การสนับสนุนให้กลุ่มเป้าหมายเรียนรู้ด้านการตลาดผ่านสื่อออนไลน์เป็นเรื่องที่สำคัญและจำเป็นมาก ในโลกที่ผู้คนทั้งภายในและภายนอกชุมชนสามารถเข้าถึงข้อมูลข่าวสาร รวมถึงสินค้าอุปโภคบริโภคต่างๆ ได้ผ่านหน้าจอโทรศัพท์มือถือ</span></p>
<p><img decoding="async" loading="lazy" class="aligncenter size-full wp-image-40896" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/05/blog-small56-02.jpg" alt="" width="1200" height="1200" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/05/blog-small56-02.jpg 1200w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/05/blog-small56-02-300x300.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/05/blog-small56-02-1024x1024.jpg 1024w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/05/blog-small56-02-150x150.jpg 150w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/05/blog-small56-02-768x768.jpg 768w" sizes="(max-width: 1200px) 100vw, 1200px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“ยุคนี้เป็นยุคที่โลกออนไลน์มีบทบาทสำคัญ ทั้งการเรียนรู้ การซื้อขาย การดูแลสุขภาพ การเพาะกล้าไม้ การผลิต และการเกษตรล้วนมีอยู่ในโลกออนไลน์ </span><b>ถ้าเราจะเผยแพร่สินค้าจากกลุ่มหญ้าแพรกสาละวินไปยังผู้บริโภค แต่ไม่ใช้ช่องทางการตลาดออนไลน์ ก็เท่ากับว่าเราตกเทรนด์ โอกาสเราก็จะน้อยลง</b><span style="font-weight: 400;">” นิติศักดิ์เสริม</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ทั้งนี้ </span><b>แอปพลิเคชั่น ‘หญ้าแพรกสาละวิน’ ซึ่งเป็นอีกหนึ่งช่องทางสำหรับจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์ต่างๆ มีให้ดาวน์โหลดแล้วในระบบแอนดรอยด์ ซึ่งเป็นหนึ่งในผลผลิตของโครงการที่ช่วยนำเสนอผลิตภัณฑ์และคุณค่าของผลิตภัณฑ์ท้องถิ่นให้ถึงมือผู้บริโภคได้ง่ายขึ้น</b><span style="font-weight: 400;"> โดยนอกจากแป้งกล้วยแล้ว ชุมชนยังมีน้ำผึ้งป่าสาละวิน สมุดทำมือย้อมสีด้วยธรรมชาติ และข้าวหอมนิลที่ใช้การตำวิถีดั้งเดิมเพื่อรักษาจมูกข้าวจัดจำหน่ายควบคู่อีกด้วย</span></p>
<blockquote><p><span style="font-weight: 400;">“กว่าชาวบ้านจะเชื่อเราว่าอาชีพที่เราส่งเสริมให้ทำมันเป็นไปได้ เราก็ต้องทำให้เขาดูก่อน ให้เขาเห็นกับตา เพราะถ้าเราเอาแต่ไปพูดให้ชาวบ้านฟัง เขาจะไม่เข้าใจว่าเอากล้วย เอาบุกมาสร้างมูลค่าเพิ่มคืออะไร เพราะฉะนั้น เราเลยต้องชวนชาวบ้านมาลงมือด้วยกัน ซึ่งทำให้เขามีความมั่นใจและเชื่อมั่นในตัวโครงการ และตัวเองมากขึ้นกว่าเดิม” </span><b>อำภา ธวัชวิฑูรย์ ผู้อำนวยการศูนย์การเรียนหญ้าแพรกสาละวิน</b></p></blockquote>
<p><img decoding="async" loading="lazy" class="img-wide aligncenter wp-image-40895 size-full" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/05/blog-Large56.jpg" alt="" width="1200" height="800" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/05/blog-Large56.jpg 1200w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/05/blog-Large56-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/05/blog-Large56-768x512.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/05/blog-Large56-750x500.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/05/blog-Large56-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 1200px) 100vw, 1200px" /></p><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/communities/conclusion-56/">‘อยู่ร่วม เพื่อ อยู่รอด’ ศูนย์วิจัยนวัตกรรมการศึกษาแม่ฮ่องสอนจัดโครงการสอนทำขนมจากวัตถุดิบในชุมชน เพื่อแก้ปัญหาขาดแคลนรายได้</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>วิทยาลัยชุมชนพังงาเปิดโครงการฝึกแคดดี้ให้แรงงานนอกระบบ ช่วยสนับสนุนนโยบายการท่องเที่ยวเชิงกีฬาของจังหวัดพังงาเมืองแห่งความสุข</title>
		<link>https://www.eef.or.th/communities/conclusion-54/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 12 May 2021 11:49:28 +0000</pubDate>
				<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?post_type=communities&#038;p=40881</guid>

					<description><![CDATA[<p>‘การท่องเที่ยวเชิงกีฬา’ เป็นหนึ่งในแผนพัฒนาการท่องเที่ย [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/communities/conclusion-54/">วิทยาลัยชุมชนพังงาเปิดโครงการฝึกแคดดี้ให้แรงงานนอกระบบ ช่วยสนับสนุนนโยบายการท่องเที่ยวเชิงกีฬาของจังหวัดพังงาเมืองแห่งความสุข</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><b>‘การท่องเที่ยวเชิงกีฬา’ เป็นหนึ่งในแผนพัฒนาการท่องเที่ยวที่สำคัญของจังหวัดพังงา</b><span style="font-weight: 400;"> เนื่องด้วยสภาพภูมิประเทศที่ประกอบด้วยภูเขาล้อมรอบ มีทะเลที่สวยงาม และมีอากาศชุ่มชื้นตลอดปี ทำให้มีนักท่องเที่ยวและนักกีฬาทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศ ปักหมุดหมายเดินทางมาพักผ่อนที่จังหวัดแห่งนี้อย่างไม่ขาดสาย </span></p>
<p><b>โดยเฉพาะ ‘กีฬากอล์ฟ’ ซึ่งมีผู้สนใจจำนวนมาก และมีแนวโน้มเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ</b><span style="font-weight: 400;"> ซึ่งพบว่าในช่วง 3-4 ปีที่ผ่านมา มีผู้ใช้บริการสนามกอล์ฟมากถึงปีละ 5,500-6,000 คน </span><b>แต่ด้วยข้อจำกัดของปริมาณ ‘แคดดี้’ ในพื้นที่ จึงไม่สามารถตอบสนองความต้องการให้นักท่องเที่ยวตลอดจนนักกีฬาได้ทั้งหมด </b></p>
<p><b>วิทยาลัยชุมชนพังงา จังหวัดพังงา</b><span style="font-weight: 400;"> ซึ่งเป็นหน่วยงานทางการศึกษาในพื้นที่เล็งเห็นว่า ‘อาชีพแคดดี้’ หรือผู้ช่วยนักกอล์ฟที่ทำหน้าที่อำนวยความสะดวกให้กับนักกีฬา เช่น หยิบจับ ทำความสะอาด และจัดเตรียมอุปกรณ์ให้พร้อมใช้งาน ฯลฯ เป็นอาชีพที่น่าสนใจ และ</span><b>สามารถสร้างรายได้เฉลี่ยวันละ 500-1,000 บาท</b><span style="font-weight: 400;"> จึง</span><b>อยากผลักดันอาชีพนี้ให้กับกลุ่มเป้าหมายที่ขาดแคลนทุนทรัพย์และด้อยโอกาส</b><span style="font-weight: 400;">ในจังหวัดพังงา จนเกิดเป็น</span><b>โครงการพัฒนาทักษะการปฏิบัติงานและทักษะการสื่อสารภาษาอังกฤษของพนักงานแคดดี้ เพื่อรองรับการท่องเที่ยวเชิงกีฬาของจังหวัดพังงา </b></p>
<p><img decoding="async" loading="lazy" class="aligncenter size-full wp-image-40886" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/05/blog-small54-01.jpg" alt="" width="1200" height="1200" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/05/blog-small54-01.jpg 1200w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/05/blog-small54-01-300x300.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/05/blog-small54-01-1024x1024.jpg 1024w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/05/blog-small54-01-150x150.jpg 150w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/05/blog-small54-01-768x768.jpg 768w" sizes="(max-width: 1200px) 100vw, 1200px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">สำหรับวิธีการคัดเลือกกลุ่มเป้าหมาย โครงการจะเปิดรับกลุ่มเป้าหมายจากพื้นที่ 7 อำเภอในจังหวัดพังงา จำนวน 50 คน ซึ่งเป็นประชาชนทั่วไปที่ว่างงาน และนักเรียนที่ต้องการหารายได้เพื่อแบ่งเบาภาระของครอบครัวระหว่างเรียน ซึ่งจากการลงพื้นที่พบว่า </span><b>มีผู้สนใจที่หลากหลาย ตั้งแต่อายุ 16 ปี ไปจนถึงวัยกลางคน แต่จำกัดอยู่ที่อายุไม่เกิน 45 ปี เนื่องจากอาชีพแคดดี้ต้องใช้พละกำลังและความแข็งแรงของร่างกายค่อนข้างมาก </b></p>
<p><b>ธวัชชัย จิตวารินทร์ จากวิทยาลัยชุมชนพังงา</b><span style="font-weight: 400;"> เล่าว่าหลักสูตรดังกล่าวครอบคลุมทั้งการอบรมภาคทฤษฎี และภาคปฏิบัติ มีการลงมือฝึกซ้อม และทดลองปฏิบัติงานในสนามจริง ซึ่งเป็นผลมาจากการระดมสมองและระดมสรรพกำลังกันของ</span><b>ผู้ประกอบการสนามกอล์ฟในพื้นที่ สำนักงานท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดพังงา มหาวิทยาลัยการกีฬาแห่งชาติ มหาวิทยาลัยราชภัฏสุราษฎร์ธานี ตลอดจนนักกีฬากอล์ฟมืออาชีพ</b><span style="font-weight: 400;"> อีกทั้งยังได้รับความร่วมมือจาก</span><b>บริษัท กระทะทอง จำกัด ตลอดจนบริษัทพันธมิตร</b><span style="font-weight: 400;"> ในการสนับสนุนวัสดุอุปกรณ์ รวมถึงอนุญาตให้ใช้สถานที่ในการฝึกอบรม และฝึกประสบการณ์อีกด้วย </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“นอกจากนี้ ตอนอบรม ทางบริษัทยังได้เข้ามาร่วมสังเกตการณ์ด้วย เขาจึงพอเห็นความก้าวหน้าและความสนใจของกลุ่มเป้าหมาย </span><b>เมื่อจบโครงการ เขาก็ส่งฝ่ายทรัพยากรบุคคลมาให้กลุ่มเป้าหมายเขียนใบสมัครงาน หรือใครจะนำความรู้เรื่องการสื่อสารภาษาอังกฤษที่ได้รับไปสมัครงานในส่วนของการเป็นพนักงานต้อนรับของโรงแรมก็สามารถทำได้เช่นกัน</b><span style="font-weight: 400;">” </span><span style="font-weight: 400;">ธวัชชัย เสริม</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เนื่องจากโครงการนี้ดำเนินไปในช่วงเวลาที่ยากลำบาก อันเนื่องมาจากสถานการณ์แพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 จึงส่งผลให้ผลลัพธ์ยังไม่เป็นไปตามที่คาดหวัง เพราะว่าสถานการณ์ในขณะนี้ยังไม่เปิดโอกาสให้ผู้ที่ผ่านการอบรมได้ใช้ทักษะที่ได้รับไปประกอบอาชีพอย่างที่โครงการตั้งเป้าหมายไว้ แต่อย่างน้อยที่สุด กลุ่มเป้าหมายก็มีประสบการณ์เพิ่มขึ้น และการได้เรียนรู้โลกทัศน์ใหม่ๆ </span><b>จากแต่เดิม ที่กลุ่มเป้าหมายเคยยึดติดกับอาชีพที่คุ้นชินกับความรุ่มรวยทางทรัพยากรธรรมชาติ ทั้งน้ำมัน ปลา ยางพารา ฯลฯ ทำให้ไม่นิยมอาชีพด้านการบริการ ซึ่งมีลักษณะคล้ายกับการต้องคอยเอาใจคนอื่น ทัศนคติของพวกเขาก็เปลี่ยนแปลงไป</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ทั้งนี้ ธวัชชัย เผยว่า แม้ว่าสุดท้ายแล้วจะมีผู้ที่ผ่านการอบรมเพียง 5 คนที่สามารถนำทักษะ ความรู้ ความสามารถ ที่ได้จากโครงการไปใช้ประกอบอาชีพได้จริง จากเป้าหมายที่วางไว้ คือการผลักดันให้เกิดแคดดี้หน้าใหม่ 50-60 เปอร์เซ็นต์จากกลุ่มเป้าหมายทั้งหมด แต่เขาก็ไม่รู้สึกทดท้อ เพราะถือว่าเป็นสถานการณ์ที่ควบคุมไม่ได้ และมองในแง่บวกว่า</span><b>สิ่งนี้ไม่ใช่จุดอ่อน แต่เป็นอุปสรรคและปัญหาที่เข้ามาให้ต้องหาทางแก้ไข</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“ตอนนี้ </span><b>สำหรับก้าวต่อไปของโครงการ จะเป็นเรื่องของการสร้างเครือข่าย และการพัฒนาแคดดี้ในท้องถิ่นให้สถานประกอบการ </b><span style="font-weight: 400;">อย่างตอนนี้ก็มีผู้ประกอบการสนามกอล์ฟหลายแห่งให้ความสนใจ ติดต่อมายังวิทยาลัยชุมชนเพื่อให้จัดหลักสูตรในรูปแบบเดียวกันนี้อีก เพื่อผลิตแคดดี้ที่มีคุณภาพในพื้นที่ให้เพิ่มขึ้น” </span><span style="font-weight: 400;">ธวัชชัย เสริม </span></p>
<p><img decoding="async" loading="lazy" class="aligncenter size-full wp-image-40887" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/05/blog-small54-02.jpg" alt="" width="1200" height="1200" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/05/blog-small54-02.jpg 1200w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/05/blog-small54-02-300x300.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/05/blog-small54-02-1024x1024.jpg 1024w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/05/blog-small54-02-150x150.jpg 150w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/05/blog-small54-02-768x768.jpg 768w" sizes="(max-width: 1200px) 100vw, 1200px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ด้าน </span><b>ปทุมพร สังสันต์ อายุ 37 ปี หนึ่งในกลุ่มเป้าหมาย</b><span style="font-weight: 400;"> เล่าว่า แต่เดิม เธอมีอาชีพรับจ้างจัดดอกไม้ตามงานต่างๆ รวมถึงรับจ้างจัดพานมาลัย เมื่อทราบข่าวจากธวัชชัย เธอจึงตัดสินใจสมัครเข้าร่วมโครงการ เพราะต้องการพัฒนาทักษะทางด้านภาษา ซึ่งเมื่อได้เข้าร่วมโครงการ </span><b>นอกจากเธอจะได้เรียนรู้เรื่องการประกอบอาชีพแคดดี้ อาทิ การใช้งานและการดูแลรักษาอุปกรณ์ การดูทิศทางลม การดูไลน์ในสนาม การขับรถกอล์ฟ และการสื่อสารกับนักกีฬาแล้ว เธอยังได้เรียนรู้ทักษะที่มีประโยชน์อีกหลายด้าน เช่น ด้านโภชนาการ การยืดเหยียดกล้ามเนื้อ การปฐมพยาบาล การพัฒนาบุคลิกภาพ รวมไปถึงการทำความรู้จักกับหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง </b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">และแม้ว่าสถานการณ์แพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 จะส่งผลกระทบต่อการท่องเที่ยว ทำให้สนามกอล์ฟหลายแห่งในจังหวัดพังงาต้องปิดให้บริการเป็นเวลาหลายเดือน ซึ่งส่งผลให้เธอและกลุ่มเป้าหมายคนอื่นๆ ไม่สามารถใช้ความรู้และทักษะที่มีไปประกอบอาชีพแคดดี้ได้จริง ทว่า กระบวนการอบรมก็ทำให้เธอได้ฝึกฝนประสบการณ์หลายอย่าง โดยเฉพาะเรื่องภาษา เรื่องบุคลิกภาพ และการได้รู้จักกลุ่มสังคมใหม่ๆ </span></p>
<p><b>โดยปทุมพรหวังว่า เมื่อสนามกอล์ฟกลับมาดำเนินการได้ตามปกติแล้ว เธอและเพื่อนๆ ในโครงการ จะได้ลงเหยียบผืนหญ้าเขียวขจีท่ามกลางธรรมชาติอันร่มรื่นในสนามกอล์ฟอีกครั้ง ในฐานะ ‘แคดดี้มืออาชีพ’ ซึ่งก็คงเป็นเวลาอีกไม่นานนับจากนี้</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">จากข้อมูลที่บรรยายไว้ข้างต้น จะเห็นได้ว่า การพัฒนาอาชีพพนักงานแคดดี้ให้แก่ผู้ด้อยโอกาสในพื้นที่จังหวัดพังงา ไม่ได้เป็นเพียงการสร้างรายได้ให้แก่คนในท้องถิ่น ตรงตามนโยบายการส่งเสริมการท่องเที่ยวและการพัฒนาการท่องเที่ยวเชิงกีฬาของจังหวัดพังงาเท่านั้น แต่ยัง</span><b>เป็นการยึดโยงลูกหลานชาวจังหวัดพังงาให้ได้มีงานทำ มีรายได้เพียงพอที่จะดูแลตัวเองและครอบครัว ไม่ต้องละทิ้งถิ่นฐานเพื่อไปทำงานต่างถิ่น จึงเป็นการสร้างความเข้มแข็งให้แก่สถาบันครอบครัว และช่วยลดปัญหาผู้สูงวัยถูกทอดทิ้งให้อยู่เพียงลำพังได้อีกทางหนึ่งด้วย</b></p>
<blockquote><p><span style="font-weight: 400;">“ตอนนี้ สำหรับก้าวต่อไปของโครงการ จะเป็นเรื่องของการสร้างเครือข่าย และการพัฒนาแคดดี้ในท้องถิ่นให้สถานประกอบการ อย่างตอนนี้ก็มีผู้ประกอบการสนามกอล์ฟหลายแห่งให้ความสนใจ ติดต่อมายังวิทยาลัยชุมชนเพื่อให้จัดหลักสูตรในรูปแบบเดียวกันนี้อีก เพื่อผลิตแคดดี้ที่มีคุณภาพในพื้นที่ให้เพิ่มขึ้น” </span><b>ธวัชชัย จิตวารินทร์ จากวิทยาลัยชุมชนพังงา</b></p></blockquote>
<p><img decoding="async" loading="lazy" class="img-wide aligncenter wp-image-40885 size-full" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/05/blog-Large54.jpg" alt="" width="1200" height="800" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/05/blog-Large54.jpg 1200w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/05/blog-Large54-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/05/blog-Large54-768x512.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/05/blog-Large54-750x500.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/05/blog-Large54-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 1200px) 100vw, 1200px" /></p><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/communities/conclusion-54/">วิทยาลัยชุมชนพังงาเปิดโครงการฝึกแคดดี้ให้แรงงานนอกระบบ ช่วยสนับสนุนนโยบายการท่องเที่ยวเชิงกีฬาของจังหวัดพังงาเมืองแห่งความสุข</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
