<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>อินโฟกราฟิก | กสศ.</title>
	<atom:link href="https://www.eef.or.th/category/infographic/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.eef.or.th</link>
	<description>กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา</description>
	<lastBuildDate>Tue, 01 Sep 2026 06:48:57 +0000</lastBuildDate>
	<language>th</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.3.10</generator>

<image>
	<url>https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/02/cropped-fav-icon-32x32.png</url>
	<title>อินโฟกราฟิก | กสศ.</title>
	<link>https://www.eef.or.th</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>“หมอลำศึกษา”การศึกษาที่ยืดหยุ่นไปกับชีวิตจริง</title>
		<link>https://www.eef.or.th/infographic-010926/?utm_source=rss&#038;utm_medium=rss&#038;utm_campaign=infographic-010926</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 01 Sep 2026 06:48:56 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[อินโฟกราฟิก]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?p=105138</guid>

					<description><![CDATA[<p>“หมอลำ” เป็นอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ที่มีมูลค่าหมุนเวียนสูง [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/infographic-010926/">“หมอลำศึกษา”การศึกษาที่ยืดหยุ่นไปกับชีวิตจริง</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>“หมอลำ” เป็นอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ที่มีมูลค่าหมุนเวียนสูงกว่า 6,600 ล้านบาท จากผลสำรวจพบว่าเยาวชนในวงหมอลำ 12.5% ยังไม่จบการศึกษาภาคบังคับ (ม.3) และ 30% ยังไม่จบการศึกษาขั้นพื้นฐาน (ม.6) เนื่องจากวิถีชีวิตการทำงานกลางคืนสวนทางกับระบบโรงเรียนทั่วไป ทำให้เด็กที่ต้องหารายได้เลี้ยงครอบครัวหรือมีความฝันเป็นศิลปินต้องหลุดออกจากระบบ</p>



<p></p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>การศึกษาหลังฮ้าน</strong></h3>



<p>มูลนิธิปัญญากัลป์ ร่วมกับ กสศ. และมหาวิทยาลัยในภาคอีสาน พัฒนาหลักสูตรที่ไม่ได้เอาหลักสูตรกลางมาครอบ แต่ดึง &#8220;องค์ความรู้จากหลังฮ้าน&#8221; มาถอดเป็นบทเรียน</p>



<p><strong>1.การบูรณาการวิชาการ </strong><br><strong><em>-คณิตศาสตร์</em></strong><em> </em>คำนวณขนาดเวที ระยะห่างของไฟ และพื้นที่พรม<br><strong><em>-วิทยาศาสตร์</em></strong><em> </em>ศึกษาทิศทางลมกับการกระจายของเครื่องทำควัน และระบบแสงเสียง</p>



<p><strong>2.ค่ายเข้มข้น 5 วัน และหมอลำนิพนธ์</strong><br>เรียนรู้ลึกถึงรากเหง้าท่าฟ้อน ประวัติศาสตร์ ความเชื่อ และทักษะรอบด้านจากครูผู้เชี่ยวชาญระดับศิลปินแห่งชาติ ก่อนนำมาบูรณาการเป็นผลงานการแสดงจริงบนเวที</p>



<p></p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>ยกระดับอุตสาหกรรมหมอลำ</strong></h3>



<p><strong>1.ขยายเส้นทางอาชีพ</strong>  <br>สร้างทางเลือกให้เยาวชนเติบโตไปสู่นักออกแบบท่าเต้น ผู้กำกับการแสดง นักออกแบบเครื่องแต่งกาย วิศวกรโครงสร้างเวที แสง สี เสียง และผู้บริหารวง</p>



<p><strong>2.คุณค่าและศักดิ์ศรี</strong> <br>เปลี่ยนมุมมองจากคำว่า &#8220;เต้นกินรำกิน&#8221; สู่การเป็นผู้เชี่ยวชาญที่มีเกียรติ มีความปลอดภัย และพำนักอยู่ในอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ที่เข้มแข็งพร้อมก้าวสู่ระดับสากล</p><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/infographic-010926/">“หมอลำศึกษา”การศึกษาที่ยืดหยุ่นไปกับชีวิตจริง</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ถอดบทเรียนฟื้นฟูห้องเรียนชายแดนของ ‘ครูหนูดี’ ครูรัก(ษ์)ถิ่น</title>
		<link>https://www.eef.or.th/infographic-0826/?utm_source=rss&#038;utm_medium=rss&#038;utm_campaign=infographic-0826</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 25 Aug 2026 07:25:08 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[อินโฟกราฟิก]]></category>
		<category><![CDATA[ครูรักษ์ถิ่น]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?p=105061</guid>

					<description><![CDATA[<p>เสียงระเบิดเงียบลง แต่ผลกระทบต่อการศึกษาของเด็ก ๆ ไม่ได [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/infographic-0826/">ถอดบทเรียนฟื้นฟูห้องเรียนชายแดนของ ‘ครูหนูดี’ ครูรัก(ษ์)ถิ่น</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>เสียงระเบิดเงียบลง แต่ผลกระทบต่อการศึกษาของเด็ก ๆ ไม่ได้ยุติลงตามไปด้วย<br></strong><br>หลังสถานการณ์ความรุนแรงบริเวณชายแดนไทย–กัมพูชาคลี่คลายลง โรงเรียนกลับมาเปิด เด็ก ๆ กลับเข้าสู่ห้องเรียน ภาพที่เห็นอาจทำให้รู้สึกว่าทุกอย่างกำลังกลับสู่ “ความปกติ” แต่ประสบการณ์ของ <strong>‘ครูหนูดี’ เสาวณีย์ สุขแสนศรี ครูรัก(ษ์)ถิ่น</strong> จากโรงเรียนนิคมสร้างตนเองปราสาท 2 จังหวัดสุรินทร์ ชวนสังคมให้ร่วมมองลึกลงไปว่า แม้สถานการณ์วิกฤตจะผ่านพ้นไป ยังมีผลกระทบอีกหลายด้านที่ไม่ได้หายไปพร้อมกับเสียงระเบิด<br><br>สิ่งแรกที่ครูหนูดีมองเห็นคือ <strong>“เด็กบางคนไม่ได้กลับมาที่ห้องเรียนเดิม”</strong> หลายคนย้ายตามครอบครัวไปอยู่พื้นที่อื่น บางคนเข้าเรียนในโรงเรียนใหม่แล้ว ขณะที่บางคนยังติดต่อไม่ได้ จึงยังไม่รู้ว่าเส้นทางการศึกษาของพวกเขาในวันนี้เป็นอย่างไร นั่นหมายความว่า วิกฤตไม่เพียงทำให้การเรียนรู้หยุดชะงักในช่วงเวลาหนึ่ง แต่อาจเปลี่ยนเส้นทางการศึกษาของเด็กบางคนไปด้วย<br><br>ขณะเดียวกัน <strong>“เด็กที่กลับมาเรียน ก็ไม่ได้หมายความว่าทุกอย่างจะกลับมาเหมือนเดิม”</strong> ครูหนูดีเริ่มสังเกตเห็นความเปลี่ยนแปลงเล็ก ๆ ผ่านพฤติกรรมของเด็ก ทั้งขาดสมาธิ อยู่ไม่นิ่ง ไม่เชื่อฟัง หรือมีอารมณ์ขึ้น ๆ ลง ๆ ซึ่งในสายตาของครู พฤติกรรมเหล่านี้อาจกำลังสะท้อนความรู้สึกไม่แน่นอนและความวิตกกังวลที่ยังหลงเหลืออยู่หลังเหตุการณ์<br><br>ผลกระทบยังไม่ได้หยุดอยู่ที่ประตูโรงเรียน เพราะ <strong>“วิกฤตนอกโรงเรียนเดินตามเด็กกลับเข้ามาในห้องเรียนด้วย”</strong> หลายครอบครัวยังต้องตั้งหลักจากปัญหาปากท้องและความเสียหายที่เกิดขึ้น เด็กจำนวนมากอยู่กับปู่ย่าตายายที่ไม่มีรายได้ประจำ ครูจึงพบทั้งเด็กที่ไม่มีชุดนักเรียน ไม่มีสมุดดินสอ หรือไม่มีเงินมาโรงเรียน ความขาดแคลนเหล่านี้อาจกลายเป็นเงื่อนไขที่เพิ่มความเสี่ยงให้เด็กหลุดจากระบบการศึกษาได้<br><br>ทั้งหมดนี้ทำให้บทเรียนเรื่อง <strong>“การฟื้นฟูการเรียนรู้หลังวิกฤต”</strong> ของครูหนูดีไม่ได้เริ่มต้นจากคำถามว่าจะเร่งสอนอย่างไรให้ทัน แต่เริ่มจากการทำให้เด็กกลับมารู้สึกมั่นคงอีกครั้ง<br><br><img src="https://s.w.org/images/core/emoji/14.0.0/72x72/1f4ac.png" alt="💬" class="wp-smiley" style="height: 1em; max-height: 1em;" /> <strong>“ถ้าใจเด็กยังไม่นิ่งพอ ก็ไม่มีทางจะเติมอะไรลงไปได้”<br></strong><br>ประสบการณ์จากการจัดการเรียนรู้ในศูนย์พักพิงทำให้ครูหนูดีนำ <strong>“การฟัง”</strong> กลับมาเป็นส่วนหนึ่งของห้องเรียน เปิดพื้นที่ก่อนเข้าสู่บทเรียนให้เด็กได้พูดคุยเรื่องทั่วไป เล่าเรื่องที่พบเจอ สำรวจความรู้สึก และแบ่งปันสิ่งที่อยู่ในใจ เพราะบางเรื่องที่ดูเล็กน้อยในสายตาผู้ใหญ่ อาจเป็นสิ่งสำคัญที่เด็กกำลังพยายามบอก และช่วยให้ครูมองเห็นว่า ชีวิตนอกห้องเรียนของเด็กแต่ละคนกำลังเผชิญกับอะไร<br><br>เรื่องราวจากห้องเรียนชายแดนจึงชวนให้สังคมร่วมกันมองว่า <strong>การเปิดโรงเรียนอีกครั้งอาจเป็นเพียงจุดเริ่มต้นของการฟื้นฟูหลังวิกฤต</strong></p>



<p>เพราะการฟื้นฟูการศึกษาไม่ใช่เพียงการพาเด็กกลับเข้าห้องเรียน หรือชดเชยบทเรียนที่ขาดหาย แต่ยังต้องมองเห็น <strong>“เด็กที่เส้นทางการศึกษาเปลี่ยนไป”</strong> เงื่อนไขชีวิตและครอบครัวที่เปลี่ยนแปลง ตลอดจนความรู้สึกที่เด็กอาจยังแบกติดตัวกลับเข้ามาในโรงเรียน และช่วยกันสร้างความมั่นคงผ่านความร่วมมือระหว่าง <strong>โรงเรียน–บ้าน–ชุมชน<br></strong><br><img src="https://s.w.org/images/core/emoji/14.0.0/72x72/1f49a.png" alt="💚" class="wp-smiley" style="height: 1em; max-height: 1em;" /> <strong>เพื่อให้หลังเสียงระเบิดเงียบลง ไม่เพียงตัวเด็กที่ได้กลับสู่ห้องเรียน แต่ ‘หัวใจเด็ก’ ได้กลับมาพร้อมกันด้วย</strong></p><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/infographic-0826/">ถอดบทเรียนฟื้นฟูห้องเรียนชายแดนของ ‘ครูหนูดี’ ครูรัก(ษ์)ถิ่น</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>รื้อตู้สะบัดผ้า : กลยุทธ์พัฒนาเด็กที่ให้ผู้ใหญ่บ้านเป็นแนวหน้าในการค้นหา-คัดกรอง-เข้าใจ เพื่อสร้างพื้นที่ปลอดภัยในชุมชนของตัวเอง</title>
		<link>https://www.eef.or.th/infographic-170826/?utm_source=rss&#038;utm_medium=rss&#038;utm_campaign=infographic-170826</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 17 Aug 2026 12:54:05 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[อินโฟกราฟิก]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?p=104755</guid>

					<description><![CDATA[<p>หลายคนอาจคุ้นชินกับคำว่า ‘เด็กคือผ้าขาว’ ที่มองว่าเด็กท [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/infographic-170826/">รื้อตู้สะบัดผ้า : กลยุทธ์พัฒนาเด็กที่ให้ผู้ใหญ่บ้านเป็นแนวหน้าในการค้นหา-คัดกรอง-เข้าใจ เพื่อสร้างพื้นที่ปลอดภัยในชุมชนของตัวเอง</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>หลายคนอาจคุ้นชินกับคำว่า <strong>‘เด็กคือผ้าขาว’</strong> ที่มองว่าเด็กทุกคนมีความบริสุทธิ์ พร้อมซึมซับสิ่งรอบตัว แต่สำหรับพื้นที่ตำบลโพนแพง อำเภออากาศอำนวย จังหวัดสกลนคร <strong>‘เด็กที่นี่คือผ้าหลากสี’</strong> หลายรูปทรง เด็กแต่ละคนจึงมีเรื่องราว มีปัญหา และมีความต้องการที่ไม่เหมือนกัน</p>



<p>เช่น ปัญหาปากท้อง ปัญหายาเสพติด ถูกชักจูงโดนรุ่นพี่ให้ไปมั่วสุม แว้นมอเตอร์ไซต์ ตลอดจนเรียนไม่ทันเพื่อน</p>



<p>“ในความเป็นจริงเด็กก็คือเสื้อผ้าหลากสี บางคนอาจจะเกเรบ้าง บางคนอาจจะดื้อบ้าง บางคนอาจจะถลำลึกไปบ้าง แต่สุดท้ายด้วยความเป็นเด็ก เขาเป็นวัยที่อยากรู้อยากลอง ดังนั้นเราต้องออกแบบกระบวนการเรียนรู้ร่วมกันให้เกิดขึ้น” ตั้มอธิบาย</p>



<p>เพราะฉะนั้น <strong>‘โครงการเสริมสร้างสุขนิเวศน์การเรียนรู้สร้างสรรค์และพัฒนาสมรรถนะเด็กเยาวชนนอกระบบการศึกษา’</strong> โดย<strong>ศูนย์การเรียนรู้ชุมชนคนหนุ่มสาว</strong> ภายใต้การสนับสนุนของ<strong>กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.)</strong> จึงตั้งเป้าที่จะเปิดพื้นที่สร้างโอกาสให้กับเด็กเยาวชน โดยตั้งต้นจากประสบการณ์การทำงานที่คลุกคลีกับเรื่องเด็กมาหลายปีจนทำให้ศูนย์การเรียนรู้ชุมชนคนหนุ่มสาวเป็นพื้นที่ที่ใครก็รู้จัก</p>



<p>แต่การรอให้เด็กเดินเข้ามาหาเองทำให้ <strong>‘ตั้ม &#8211; ธนภัทร แสงหิรัญ’</strong> ผู้รับผิดชอบโครงการฯ และทีมงานไม่ทราบตัวเลขที่แท้จริงว่ามีเด็กหลุดระบบจำนวนกี่คน และต้องสร้างกระบวนการเรียนรู้แบบไหนที่จะสามารถรองรับเด็กได้หลายรูปแบบ โครงการฯ จึงสร้าง <strong>‘ยุทธการสะบัดผ้า’</strong> ขึ้น โดยใช้ผู้ใหญ่บ้านเป็นกลไกสำคัญ</p>



<p>“การสะบัดผ้า คือ เรากับผู้ใหญ่บ้านลงไปรื้อตู้ สกรีนเด็กทุกหลังคาเรือน ชิ้นไหนดีจับใส่ราว ชิ้นไหนต้องซ่อมแซม ต้องมัดย้อมใหม่ หรือดูว่าชิ้นไหนต้องส่งต่อส่งรักษา เพื่อคัดกรองและช่วยเหลือเขาให้ตรงจุด” ตั้มอธิบาย</p>



<p>เพราะถึงจะเป็นคนริเริ่มยุทธการนี้ แต่หากจะให้ตั้มและทีมที่มีไม่ถึง 5 คนลงไปรื้อตู้เสื้อผ้าทีละตู้ ก็อาจจะช่วยเหลือเด็กได้ไม่ทั่วถึง คนที่ต้องเป็นกำลังสำคัญในการค้นหาจึงเป็นผู้ใหญ่บ้านทั้ง 12 หมู่บ้านที่อยู่ใกล้ชิดชุมชนที่สุด มีข้อมูลในมือว่าเด็กแต่ละคนอยู่ที่ไหน และผู้ปกครองแต่ละบ้านให้ความไว้ใจ</p>



<p>“เราใช้กลไกผู้ใหญ่บ้านเข้ามาช่วย ให้คอยสังเกตลูกบ้าน คัดกรองเด็กตามท้องไร่ท้องนา ให้เราเห็นข้อมูลเด็กได้ครอบคลุมขึ้น”</p>



<p>ที่ผ่านมา ผู้ใหญ่บ้านรับรู้ว่ามีเด็กนอกระบบอยู่ในพื้นที่ของตัวเอง และเมื่อเกิดถ้อยคำวิจารณ์จากคนในชุมชนว่าเด็กไม่ทำอะไรเลย ติดบ้าน ติดเพื่อน ผู้ใหญ่ในชุมชนก็จะบ่นและบอกให้เด็กลุกไปหากิจกรรมทำ แต่เด็กก็ไม่รู้ว่าตัวเองจะไปที่ไหนเพราะไม่มีพื้นที่รองรับ หรือบางครั้งเป็นการรอให้สถาบันการศึกษาเป็นหน่วยที่เข้ามาจัดการ&nbsp;</p>



<p>ตั้มจึงอยากผลักดันให้ผู้ใหญ่บ้านขึ้นมาเป็นผู้นำการสื่อสาร เป็นหัวหน้าทีมของกลไกระดับหมู่บ้านที่ประกอบไปด้วยผู้ช่วยและแม่ๆ อสม. โดยให้คิดว่างานนี้เป็นงานของผู้ใหญ่บ้านทุกคนไม่ใช่ของศูนย์การเรียนรู้ชุมชนคนหนุ่มสาวเพียงลำพัง</p>



<p>“ทุกอย่างผมยกให้เป็นผลงานของผู้ใหญ่บ้านทุกหมู่บ้านที่มาทำงานร่วมกัน ถ้าเด็กเติบโตขึ้น เด็กมีความสามารถ มีความกล้ามาก ก็เป็นเพราะพ่อๆ แม่ๆ เป็นคนเปิดพื้นที่ให้ทั้งนั้นเลย ผมเป็นคนสะกิดบอกว่าเด็กอยากได้อะไร เพราะที่ผ่านมาเด็กไม่กล้าคุยด้วย” ตั้มเสริม</p>



<p>ตั้มเล่าว่า ในการทำงานช่วงต้นที่ให้ผู้ใหญ่บ้านเป็นแกนนำในการค้นหาเด็ก ต้องมีการปรับวิธีคิดของผู้ใหญ่บ้าน เพราะก่อนหน้านี้เด็กนอกระบบเป็นเด็กมีปัญหาในสายตาคนในชุมชน ตั้มงและทีมจึงต้องพยายามแทรกเรื่องเด็กและเยาวชนเข้าไปในวาระการประชุมประจำเดือนของผู้ใหญ่บ้าน ให้พวกเขามองเด็กด้วยหัวใจ ไม่ใช่เป็นแค่เป้าหมายที่ต้องจับผิด</p>



<p>“เป้าหมายสุดท้ายเราไม่ได้มองว่าเด็กเป็นผู้ร้าย ในบางกรณีเด็กไม่ได้เก่งโดยที่เขาไม่ได้ตั้งใจ เด็กไม่ได้กระทำความผิดโดยเขาจงใจ แต่ล้วนแล้วมันเกิดจากสภาพแวดล้อมหรือจากใดๆ ก็ตาม”</p>



<p>โดยกระบวนการสะบัดผ้าจะเริ่มจากการให้ผู้ใหญ่บ้านค้นหาเด็กในพื้นที่ที่ตัวเองรับผิดชอบและทำความเข้าใจปัญหาของเด็กแต่ละคน หากเด็กคนไหนต้องการความช่วยเหลือ ก็จะให้ผู้ใหญ่บ้านบรรจุเป็นวาระการประชุมของหมู่บ้านเพื่อหาทางสนับสนุนเด็กร่วมกันในชุมชน เช่น หากเด็กชอบแว้นรถมอเตอร์ไซต์ ก็จะสนับสนุนอุปกรณ์ช่างซ่อมรถให้ โดยแลกกับการช่วยงานของหมู่บ้าน</p>



<p>“สุดท้ายเลือกที่จะไม่เรียนก็ไม่เป็นไร แต่มาคุยกันว่าถ้าไม่เรียนแล้วจะทำยังไงให้ชีวิตมีความสุขได้ ไม่เดือดร้อน หรือเราก็เสนอว่าถ้าไม่เรียนในระบบจะสนใจไหม เรามีกลไกรองรับนะ ไม่ต้องไปเรียนก็ได้ แต่ว่าคุณต้องมาช่วยงานชุมชนนะ”</p>



<p>ซึ่งหากมีเรื่องไหนที่ต้องการความช่วยเหลือที่ใหญ่ขึ้น เช่น งบประมาณ ผู้ใหญ่บ้านก็สามารถดำเนินการได้เองด้วยการนำข้อมูลเด็กไปสื่อสารกับหน่วยงานระดับอำเภอ หรือหากอยากได้คำปรึกษากับเครื่องมือในการส่งเสริมการเรียนรู้ให้กับเด็ก ก็จะมีศูนย์การเรียนรู้ชุมชนคนหนุ่มสาวคอยสนับสนุน</p>



<p>“สุดท้ายแล้ว เป้าหมายสูงสุดคือให้ลูกหลานของเราเติบโตไปเป็นผู้ใหญ่ที่มีคุณภาพ เป็นผู้ใหญ่ที่มาดูแล รับผิดชอบ รับไม้ต่อจากพวกเราในบทบาทไหนก็ตาม จะเป็นคนธรรมดาก็ได้ แต่เป็นคนธรรมดาที่รับผิดชอบร่วมกันในสังคมเราให้อยู่ดีมีสุขมากขึ้น&#8221; ตั้มเสริม</p><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/infographic-170826/">รื้อตู้สะบัดผ้า : กลยุทธ์พัฒนาเด็กที่ให้ผู้ใหญ่บ้านเป็นแนวหน้าในการค้นหา-คัดกรอง-เข้าใจ เพื่อสร้างพื้นที่ปลอดภัยในชุมชนของตัวเอง</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>กางตาข่าย 3 ชั้น : ปฏิบัติการดักเด็กหลุดจากระบบของ อบต.นาเลียง ด้วยทางเลือกที่ยืดหยุ่นและหลากหลาย เข้าใจแผลใจ และสร้างพื้นที่การเรียนรู้ที่ปลอดภัย</title>
		<link>https://www.eef.or.th/infographic-130826/?utm_source=rss&#038;utm_medium=rss&#038;utm_campaign=infographic-130826</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 13 Aug 2026 05:10:51 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[อินโฟกราฟิก]]></category>
		<category><![CDATA[อบต.นาเลียง]]></category>
		<category><![CDATA[การจัดการศึกษาเชิงพื้นที่เพื่อลดความเหลื่อมล้ำ]]></category>
		<category><![CDATA[CYF]]></category>
		<category><![CDATA[นครพนม]]></category>
		<category><![CDATA[ABE]]></category>
		<category><![CDATA[ความเสมอภาคทางการศึกษา]]></category>
		<category><![CDATA[กสศ.]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?p=104739</guid>

					<description><![CDATA[<p>การที่เด็กคนหนึ่งจะหลุดออกจากระบบในแต่ละพื้นที่มีสาเหตุ [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/infographic-130826/">กางตาข่าย 3 ชั้น : ปฏิบัติการดักเด็กหลุดจากระบบของ อบต.นาเลียง ด้วยทางเลือกที่ยืดหยุ่นและหลากหลาย เข้าใจแผลใจ และสร้างพื้นที่การเรียนรู้ที่ปลอดภัย</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>การที่เด็กคนหนึ่งจะหลุดออกจากระบบในแต่ละพื้นที่มีสาเหตุที่แตกต่างกันไป ซึ่งในพื้นที่ตำบลนาเลียง อำเภอนาแก จังหวัดนครพนม เด็กที่หลุดออกจากระบบที่นี่ก็เผชิญกับปัจจัยปัญหาที่หลากหลาย เช่น เรียนไม่ทันเพื่อน ถูกกลั่นแกล้งในโรงเรียน และปัญหาปากท้อง</p>



<p>แต่ 1 ในปัจจัยที่ทำให้เด็ก ‘สมัครใจที่จะหลุดระบบ’ คือ ความรู้สึกว่าโรงเรียนไม่ใช่พื้นที่ของตัวเอง</p>



<p>“เด็กที่หลุดออกมาเป็นเพราะเขารู้สึกว่าโรงเรียนไม่ใช่ที่ของเขา ถ้าเขาหลุดออกมาก็อาจจะเจอความเสี่ยงต่างๆ แต่ถ้าเขามีทางเลือก มีพื้นที่ที่รู้สึกปลอดภัย ก็มีอนาคตได้เหมือนกัน” <strong>ครูตอง-สุภรา ปราบใหญ่ รองผู้อำนวยการศูนย์การเรียน CYF</strong> เล่า</p>



<p>พอเด็กหลุดระบบ พวกเขาก็จะขาดโอกาสในการพัฒนาตนเองและสร้างอนาคตที่มั่นคง นำไปสู่ความเสี่ยงหลากหลายมิติ อาทิ การใช้สารเสพติด การก่ออาชญากรรม ตลอดจนการเข้าสู่ตลาดแรงงานที่ไม่มีทักษะ ซึ่งนอกจากกระทบตัวพวกเขาเองแล้ว ยังกระทบต่อชุมชนอีกด้วย เพราะฉะนั้นเด็กนอกระบบจึงอยู่ในสายตาของหน่วยงานราชการในพื้นที่อย่าง<strong>องค์การบริหารส่วนตำบลนาเลียง (อบต.นาเลียง)&nbsp;</strong></p>



<p>“เราทำงานเกี่ยวกับสวัสดิการของคนอยู่แล้ว ยังไงปลายทางก็ต้องเป็น อบต. ที่เข้าไปแก้ปัญหา ถ้าเด็กไม่เรียนหนังสือ เขาไม่มีรายได้ อบต. ก็ต้องเข้าไปช่วยเรื่องสวัสดิการ ต้องไปประสาน พม. ของบ ทุกๆ เรื่องมันพันกันไปหมด”<strong> ศักดิ์-วีรศักดิ์ หะติง นักพัฒนาชุมชนชํานาญการ ผู้รับผิดชอบโครงการฯ</strong> อธิบาย</p>



<p>แต่การขับรถราชการไปรับเด็กนอกระบบพาส่งโรงเรียน ไม่ใช่ทางเลือกที่ถูกต้อง เพราะเด็กที่หลุดออกจากระบบมีบาดแผลทางจิตใจที่เกิดขึ้นจากระบบการศึกษาเดิม หากพูดคำว่า ‘เรียน’ หรือ ‘ครู’ เด็กจะถอยห่าง ‘โครงการการจัดการเรียนรู้ที่ยืดหยุ่นเพื่อสร้างพื้นที่ปลอดภัยสําหรับการพัฒนากลุ่มเด็กและเยาวชนนอกระบบการศึกษา’ โดย อบต.นาเลียง ภายใต้การสนับสนุนของกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) จึงจัดพื้นที่การเรียนรู้ที่ผสานความร่วมมือกับกรมส่งเสริมการเรียนรู้ระดับอำเภอนาแก (สกร.) และมูลนิธิส่งเสริมพัฒนาเด็กและเยาวชน (CYF) ถักทอระบบการเรียนรู้ที่เรียกว่า ‘ตาข่าย 3 ชั้น’ เพื่อสร้างทางเลือกที่ยืดหยุ่นให้กับเด็กที่มีบาดแผลทางใจจากระบบการศึกษาเดิม</p>



<p></p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>โรงเรียน &#8211; สกร. &#8211; CYF ตาข่าย 3 ชั้นรองรับเด็กในพื้นที่</strong></h3>



<p>ในพื้นที่นาเลียง โรงเรียนจะเป็นตาข่ายชั้นแรก เพราะเด็กที่เข้าสู่ระบบการศึกษาก็จะเข้าเรียนที่โรงเรียนก่อน รูปแบบการเรียนรู้ก็จะเป็นไปตามหลักสูตรแกนกลางจากกระทรวงศึกษาธิการ ซึ่งอาจจะไม่เหมาะสำหรับเด็กบางกลุ่ม ทำให้พวกเขาเรียนไม่ทัน ติด 0 ติด ร เด็กที่หลุดออกจากระบบก็จะหล่นลงมาจากตาข่ายชั้นนี้</p>



<p>พอเด็กหลุดออกมา ตาข่ายชั้นที่ 2 ที่จะมารองรับคือ สกร. หรือกรมส่งเสริมการเรียนรู้ระดับตำบล (เดิมคือ กศน. ตำบล) ซึ่งมีจุดแข็งคือการเป็นหน่วยงานที่คนในชุมชนคุ้นหน้าคุ้นตา รู้จัก และเชื่อใจ เพราะ<strong>ครูโม่ง-โชว์ติวิทย์ วิเศษ ครูสกร.ระดับตำบลนาเลียง</strong> ลงพื้นที่พูดคุยกับผู้นำชุมชนบ่อยครั้ง ทำให้เกิดการบอกต่อกันเป็นวงกว้างว่า หากใครอยากมีวุฒิการศึกษาให้ไปหาครูโม่ง</p>



<p>ทว่า แม้จะมีข้อมูลว่าแต่ละชุมชนมีเด็กที่ไม่ได้ไปโรงเรียนจำนวนกี่คน เด็กอยู่บ้านไหน ครูโม่งก็ไม่สามารถชวนเด็กทุกคนมาเรียนด้วยตั้งแต่ครั้งแรกๆ เพราะมีคำนำหน้าว่าเป็น ‘ครู’ คำที่สะกิดบาดแผลในจิตใจของเด็กๆ ครูโม่งจึงต้องลงพื้นที่ไปหาเด็กๆ บ่อยครั้งอย่างเป็นกันเอง เพื่อทลายกำแพงความกลัวในใจ เช่น ไปหาเด็กที่อู่ซ่อมรถกับพี่ศักดิ์</p>



<p>“เราเข้าหาชุมชนก่อน เราไปคุยกับผู้ใหญ่บ้าน เขาก็จะไปขยายต่อให้กับผู้ปกครองว่า มีครู สกร. ชื่อนี้นะ เขามาลงพื้นที่ตลอดนะ ผู้ปกครองก็จะเชื่อใจเราด้วย แรกๆ ทำยังไงเด็กก็ไม่อยากเรียน ปีแรกที่ผมทำงานไม่มีเด็กสมัครเลย แต่พอเราไปหาบ่อยๆ เขาก็ไว้เนื้อเชื่อใจเรา แล้วก็มาสมัครเรียนกับเรา” ครูโม่งเล่า</p>



<p>สำหรับเด็กบางคน การเรียนในรูปแบบ สกร. อาจจะตอบโจทย์ทั้งมีเวลาไปทำงาน ทั้งได้วุฒิการศึกษา แต่สำหรับเด็กบางคนที่รู้สึกต่อต้านการเรียน ไม่ชอบการสอบ สกร. ก็อาจจะยังไม่ตอบโจทย์ CYF ศูนย์การเรียนตามมาตรา 12 ก็จะรับไม้ต่อเป็นตาข่ายชั้นที่ 3 ที่จะสร้างผู้เรียนผ่านกระบวนการการเรียนรู้ที่ยืดหยุ่น เช่น การทำค่าย การสอนศิลปะ</p>



<p>ซึ่งครูตองเสริมว่า หากเด็กลอง สกร. แล้วไม่เวิร์ก ย้ายมาลองศูนย์การเรียน CYF ก็ยังไม่เวิร์ก ก็สามารถพูดคุยกับครูที่ CYF ได้ว่าอยากทำอะไร ชอบอะไร ไม่ชอบอะไร เพราะการเรียนรู้ของที่นี่มีความยืดหยุ่นสูง และถ้าอยากกลับไป สกร. อีกครั้งก็ทำได้เช่นกัน</p>



<p></p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>อบต. กับบทบาทแกนกลางของตาข่าย</strong></h3>



<p>ถึงจะมีตาข่ายถึง 3 ชั้นด้วยกัน แต่ไม่ใช่เด็กทุกคนที่สามารถตัดสินใจได้ด้วยตัวเองว่าจะเข้าหาตาข่ายชั้นไหน เด็กบางคนก็ติดปัญหาบางอย่างที่ทำให้เลือกระบบการศึกษาที่ต้องการไม่ได้ เช่น อยากเรียน สกร. แต่ชื่อถูกแขวนลอยในระบบโรงเรียน ทำให้สมัครเรียนกับครูโม่งไม่ได้ หรือ เด็กอยากเรียนในรูปแบบของ CYF แต่กลัวการออกนอกพื้นที่</p>



<p>ศักดิ์และอบต.นาเลียงจึงทำงานเป็นศูนย์กลาง (Hub) ในการค้นหาเด็ก ประสานงาน ส่งต่อ และสนับสนุนตาข่ายแต่ละชั้น</p>



<p>เช่น สำหรับเด็กที่อยากเข้า สกร. แต่ติดปัญหามีเลข 13 หลักอยู่ในระบบโรงเรียน อบต. ก็จะเข้าไปคุยกับโรงเรียนที่มีรายชื่อของเด็กแขวนลอย เพื่อแก้ปัญหาเด็กติด 0 ติด ร ร่วมกัน หรือ หากทำไม่ได้ก็จะเจรจากับครอบครัวและโรงเรียนให้เด็กลาออก และเทียบโอนวุฒิการศึกษาเด็กไปยัง CYF ก่อน</p>



<p>ส่วนเด็กที่ชอบการทำกิจกรรมแบบ CYF แต่กลัวการออกนอกพื้นที่ อบต.นาเลียงก็จะจัดกิจกรรมในพื้นที่ก่อน อาทิ สอนทำพิมเสน สอนปลูกผัก โดยจะมีเครื่องมือการเรียนรู้จาก CYF เช่น โรงเรียนมือถือ ใช้ประกอบการดำเนินกระบวนการการเรียนรู้</p>



<p>ตาข่าย 3 ชั้นจึงต้องทำงานร่วมกัน โดยมีอบต.นาเลียงเป็นแกนกลางในการประสานงาน เพื่อสร้างพื้นที่ปลอดภัยทางการเรียนรู้ เปลี่ยนสถานะจาก <strong>&#8216;เด็กนอกระบบ&#8217;</strong> สู่ <strong>&#8216;ผู้เรียนรู้&#8217;</strong> ในพื้นที่ปลอดภัยที่ชุมชนร่วมกันจัดสรรให้</p><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/infographic-130826/">กางตาข่าย 3 ชั้น : ปฏิบัติการดักเด็กหลุดจากระบบของ อบต.นาเลียง ด้วยทางเลือกที่ยืดหยุ่นและหลากหลาย เข้าใจแผลใจ และสร้างพื้นที่การเรียนรู้ที่ปลอดภัย</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>Genogram &#8211; Ecomap &#8211; แผนที่เดินดิน : กล้องส่องทางไกลให้เห็นนิเวศรอบตัวเด็ก + แว่นขยายซูมถึงปัญหาเด็กชุมชนริมทางรถไฟหาดใหญ่</title>
		<link>https://www.eef.or.th/infographic-090726/?utm_source=rss&#038;utm_medium=rss&#038;utm_campaign=infographic-090726</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 09 Jul 2026 03:10:10 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[อินโฟกราฟิก]]></category>
		<category><![CDATA[ABE]]></category>
		<category><![CDATA[การจัดการศึกษาเชิงพื้นที่เพื่อลดความเหลื่อมล้ำ]]></category>
		<category><![CDATA[กสศ.]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?p=103741</guid>

					<description><![CDATA[<p>“ตอนเข้าไปในชุมชน เราไปทีไรก็รู้สึกว่าจำไม่ได้ อย่างตอน [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/infographic-090726/">Genogram – Ecomap – แผนที่เดินดิน : กล้องส่องทางไกลให้เห็นนิเวศรอบตัวเด็ก + แว่นขยายซูมถึงปัญหาเด็กชุมชนริมทางรถไฟหาดใหญ่</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>“ตอนเข้าไปในชุมชน เราไปทีไรก็รู้สึกว่าจำไม่ได้ อย่างตอนนี้เจอเด็กคนนี้ สักพักเด็กโต เปลี่ยนสีผม ก็ต้องหันไปถามว่าน้องชื่ออะไรแล้วนะ”</p>



<p>สำหรับคนที่ไม่คุ้นเคยกับชุมชนริมทางรถไฟที่มีทั้งจันทร์ประทีป จันทร์วิโรจน์ และจันทร์นิเวศน์ อย่างอาจารย์ไก่ &#8211; ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.พิมพิศา ศักดิ์สองเมือง การที่จะจำทั้งประวัติเด็ก ครอบครัว พิกัดบ้าน และสภาพชุมชนโดยไม่มีเครื่องมือเป็นเรื่องยาก เพราะครอบครัวในชุมชนริมทางรถไฟมีความซับซ้อนและเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา</p>



<p>วันนี้ผมสีดำ สัปดาห์หน้าผมสีแดง เดือนนี้ท้อง เดือนหน้ากลับไปเยี่ยมแท้ง สัปดาห์ที่แล้วเห็นว่าอยู่บ้านอีกหลัง แต่วันนี้กลับบอกว่าไม่เคยอาศัยอยู่บ้านหลังนั้น</p>



<p>“เหมือนบ้านน้องแอ๋ว (นามสมมติ) ที่เราไปเมื่อวาน จริงๆ อาจารย์เจอเขาอีกฝั่งนึงค่ะ ไม่รู้ด้วยซ้ำเลยว่าจริงๆ เขาอยู่ตรงไหน กลายเป็นที่มาว่าเราเลยต้องใช้เครื่องมือ 7 ชิ้นของหมอโกมาตร”</p>



<p>ไม่ใช่แค่อาจารย์ไก่ที่เจอปัญหานี้ แต่คนอื่นๆ ในทีมก็เช่นกัน คณะทำงานของ ‘โครงการการจัดการการเรียนรู้เพื่อสร้างเสริมเป้าหมายชีวิตสำหรับเด็กและเยาวชนนอกระบบการศึกษา : ความร่วมมือทุกภาคส่วน’ ศูนย์กลางการทำงานของหน่วยจัดการเรียนรู้การจัดการการศึกษาเชิงพื้นที่ (Area-based Education : ABE) โดยคณะพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา ภายใต้การสนับสนุนของกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) จึงหยิบเอา ‘เครื่องมือ 7 ชิ้น’ ของนายแพทย์โกมาตร จึงเสถียรทรัพย์ ผู้อำนวยการศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร ที่พัฒนาขึ้นเพื่อการศึกษาชุมชนมาปรับใช้</p>



<p>โดยมีเครื่องมือหลักที่สำคัญ คือ แผนภูมิครอบครัว (Family Genogram) ที่ทำให้เข้าใจเด็กและครอบครัว ผังความสัมพันธ์ทางสังคม (Ecological Mapping) ที่ทำให้เห็นความสัมพันธ์ของเด็กและบริบทสังคมรอบตัว และ แผนที่เดินดิน (Geo-Social Mapping) ที่ทำให้เห็นพื้นที่ทั้งหมดของชุมชน</p>



<p><img src="https://s.w.org/images/core/emoji/14.0.0/72x72/1f4cd.png" alt="📍" class="wp-smiley" style="height: 1em; max-height: 1em;" /> แผนภูมิครอบครัว (Family Genogram)</p>



<p>แผนภูมิครอบครัว (Family Genogram) เป็นเครื่องมือที่จะทำให้ผู้ใช้เห็นระบบความสัมพันธ์ในครอบครัวของเด็กที่เป็นกลุ่มเป้าหมาย ที่จะช่วยขยายความเข้าใจที่มีต่อเด็กและครอบครัวได้</p>



<p>โดยข้อมูลที่ปรากฏในแผนภูมิครอบครัว ไม่ได้มีแค่เด็กคนนี้เป็นลูกของใคร แต่จะมีการเชื่อมโยงประวัติของคนในครอบครัวว่ามีสมาชิกทั้งหมดกี่คน เป็นใครบ้าง มีประวัติอย่างไร มีความสัมพันธ์ระหว่างกันอย่างไร ทำให้ผู้ใช้เห็นที่มาที่ไปของปัญหาที่ทำให้เด็กเปราะบาง</p>



<p>อย่างกรณีของแพร (นามสมมติ) เด็กในโครงการชุดแรก ทีมงานทุกคนรู้ว่าแพรเข้าข่ายเปราะบาง มีปัญหา แต่พอเก็บข้อมูลครอบครัวของแพรมาทำจีโนแกรม ทำให้เห็นว่าช่วยแค่เด็กไม่พอ</p>



<p>“กรณีของแพร พอเราทำจีโนแกรมเสร็จปุ๊บ เรารู้เลยว่าแม่เขาก็เปราะบาง แม่เป็นซึมเศร้า ต้องกินยา เป็นไตวายระยะสุดท้าย เรารู้เลยว่า ถ้าช่วยแต่เด็กและเยาวชน แต่นิเวศรอบๆ ไม่ได้รับการสนับสนุน เด็กก็จะไปไม่รอด”</p>



<p>นอกจากนี้ การทำแผนภูมิครอบครัว ยังทำให้เห็นว่า ‘ใคร’ คือบุคคลสำคัญที่จะสามารถช่วยเหลือและสนับสนุนเด็กได้ เช่นกรณีของป้าสุ่น (นามสมมติ) สมาชิกในชุมชนจันทร์ประทีป ที่มีสมาชิกในบ้านเป็นเพื่อนสนิทของลูกชาย</p>



<p>“ป้าสุ่นมีลูกชายที่อยู่ในโครงการ แต่จริงๆ เขารับเด็กนอกระบบอีกคนมาอยู่ด้วย เป็นเพื่อนลูกชาย เพราะพ่อแม่เขาแยกทางกัน คุณยายพึ่งเสีย พอทำจีโนแกรมเลยทำให้เราเห็นความเชื่อมโยงว่า ใครในวงครอบครัวสามารถช่วยเหลือเด็กได้บ้าง”</p>



<p>การทำแผนภูมิครอบครัวไม่สามารถทำเสร็จได้ภายใน 1 วัน แต่ต้องอาศัยการลงพื้นที่เก็บข้อมูลมาปะติดปะต่อ ทำให้ทีมงานเห็นถึงการเปลี่ยนแปลงในชุมชน และทำให้ทีมงานเปลี่ยนมุมมอง จากการมองว่าเด็กคนนี้มีปัญหา ต้องแก้ปัญหาที่เด็ก เป็นการมองอย่างรอบด้านว่าความสัมพันธ์หน่วยย่อยสุดอย่างคนในครอบครัวเป็นแบบไหน และต้องทำอย่างไรที่จะสามารถช่วยเด็กได้จริง</p>



<p><img src="https://s.w.org/images/core/emoji/14.0.0/72x72/1f4cd.png" alt="📍" class="wp-smiley" style="height: 1em; max-height: 1em;" />ผังความสัมพันธ์ทางสังคม (Ecological Mapping)</p>



<p>ผังความสัมพันธ์ทางสังคม เป็นเครื่องมือที่คล้ายกับแผนภูมิครอบครัว แต่จะทำให้เห็นบริบทความสัมพันธ์นอกตัวบ้านของเด็กและสังคม เช่น เด็กกับโรงพยาบาล เด็กกับวัด เด็กกับครู</p>



<p>ซึ่งสำหรับคณะทำงาน มอ. ผังความสัมพันธ์ทางสังคมจะถูกใช้เพื่อเสริมข้อมูลเกี่ยวกับตัวเด็ก เมื่อขาดข้อมูลในการทำแผนภูมิครอบครัว</p>



<p><img src="https://s.w.org/images/core/emoji/14.0.0/72x72/1f4cd.png" alt="📍" class="wp-smiley" style="height: 1em; max-height: 1em;" />แผนที่เดินดิน (Geo-Social Mapping)</p>



<p>แผนที่เดินดินเปรียบเสมือนบันไดขั้นแรกในการทำความรู้จักกับชุมชน เพราะในการเก็บข้อมูล ทีมงานจะต้องลงพื้นที่ เดินสำรวจทุกบริเวณในชุมชน ซึ่งระหว่างการเก็บข้อมูลทางกายภาพนั้น ก็จะมีการพูดคุยกับชาวบ้านในชุมชน ทำให้เกิดความคุ้นหน้าคุ้นตา และความไว้ใจ จากเดิมที่เป็นคนแปลกหน้าของพื้นที่</p>



<p>ซึ่งการทำแผนที่เดินดิน ช่วยให้ทีมงานเห็นภาพกว้างของชุมชนทั้งหมด จากที่ไม่รู้ว่าบ้านของเด็กในโครงการอยู่ตรงไหน เพราะไม่มีป้ายบอก ก็จะเห็นว่าบ้านตั้งอยู่ตรงไหน มีครัวเรือนไหนอยู่ติดกัน และมีความเสี่ยงอะไรบ้าง</p>



<p>ทั้ง 3 เครื่องมือนี้ถูกใช้ประกอบกันเพื่อทำให้เห็นภาพชีวิตของเด็กอย่างรอบด้าน ตั้งแต่ความสัมพันธ์ในครอบครัว ความเชื่อมโยงกับผู้คนและสถาบันรอบตัว ไปจนถึงบริบททางกายภาพของชุมชนที่เด็กอาศัยอยู่ ช่วยให้ทีมงานมองเห็นทั้งปัญหา ศักยภาพ และทรัพยากรที่มีอยู่ในชุมชน เพื่อนำไปสู่การออกแบบการช่วยเหลือที่สอดคล้องกับความเป็นจริง และสร้างการเปลี่ยนแปลงที่ยั่งยืนให้กับเด็ก ครอบครัว และชุมชนได้ในระยะยาว</p>



<p>อ่านเรื่องราว : <a href="https://www.eef.or.th/home13236/" target="_blank" rel="noopener" title="ชวนเด็กที่เอาตัวรอดไปวันๆ มาตามหาความฝัน และกล้าบอกว่าตัวเองต้องการอะไร : ภารกิจของสามเสาหลักหาดใหญ่ มอ.-เทศบาล-ชุมชน">ชวนเด็กที่เอาตัวรอดไปวันๆ มาตามหาความฝัน และกล้าบอกว่าตัวเองต้องการอะไร : ภารกิจของสามเสาหลักหาดใหญ่ มอ.-เทศบาล-ชุมชน</a><br>เรื่อง : ธันยพร เกษรสิทธิ์ <br>ภาพถ่าย : อธิคม แสงไชย<br>ภาพประกอบ : ภัทราภรณ์ สงสาร</p><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/infographic-090726/">Genogram – Ecomap – แผนที่เดินดิน : กล้องส่องทางไกลให้เห็นนิเวศรอบตัวเด็ก + แว่นขยายซูมถึงปัญหาเด็กชุมชนริมทางรถไฟหาดใหญ่</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>กสศ. เดินหน้า “5 ชุดสวัสดิการพื้นฐาน” ช่วยเด็กวิกฤต ไม่ให้หลุดจากระบบการศึกษา รับมือช่วงเปิดเทอมปีการศึกษา 2569</title>
		<link>https://www.eef.or.th/infographic-230426/?utm_source=rss&#038;utm_medium=rss&#038;utm_campaign=infographic-230426</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 23 Apr 2026 08:03:31 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[อินโฟกราฟิก]]></category>
		<category><![CDATA[ชุดสวัสดิการ]]></category>
		<category><![CDATA[ศูนย์ช่วยเหลือเด็กวิกฤตการศึกษา กสศ.]]></category>
		<category><![CDATA[เรียนฟรี]]></category>
		<category><![CDATA[กสศ.]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?p=101519</guid>

					<description><![CDATA[<p>สถานการณ์ความขัดแย้งด้านภูมิรัฐศาสตร์โลกในปัจจุบัน ส่งผ [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/infographic-230426/">กสศ. เดินหน้า “5 ชุดสวัสดิการพื้นฐาน” ช่วยเด็กวิกฤต ไม่ให้หลุดจากระบบการศึกษา รับมือช่วงเปิดเทอมปีการศึกษา 2569</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>สถานการณ์ความขัดแย้งด้านภูมิรัฐศาสตร์โลกในปัจจุบัน ส่งผลกระทบเป็นลูกโซ่ต่อราคาพลังงาน ค่าครองชีพ และเสถียรภาพทางเศรษฐกิจในระดับมหภาคของประเทศไทย โดยผลกระทบดังกล่าวได้กระทบ<strong>ถึงครัวเรือนยากจนที่เปราะบางที่สุด</strong></p>



<p>สอดคล้องกับองค์ความรู้ด้านเศรษฐศาสตร์การศึกษาที่ชี้ชัดว่า ช่วงเปิดภาคเรียนคือ<strong>จุดวิกฤตทางการเงินของครัวเรือน</strong> เพราะรายจ่ายหลายด้านเกิดขึ้นพร้อมกันในเวลาอันสั้น ทั้งค่าเดินทาง ค่าอาหาร ค่าอุปกรณ์การเรียน ค่าเครื่องแบบ และค่าใช้จ่ายจำเป็นอื่น ๆ ทางการศึกษา</p>



<p>ที่ประชุมคณะทำงานพัฒนานวัตกรรมการช่วยเหลือเด็กและเยาวชนในภาวะวิกฤตการศึกษา กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) จึงมีมติเห็นชอบจัด <strong>“ชุดสวัสดิการพื้นฐานสำหรับเด็กและเยาวชนในภาวะวิกฤตการศึกษา”</strong> ตาข่ายสุดท้ายเพื่อปกป้องไม่ให้เด็กและเยาวชนหลุดจากระบบการศึกษา ประกอบด้วย <strong>“5 โอกาส”</strong> ดังนี้</p>



<p><strong>โอกาสที่ 1  คูปองการเรียนรู้ Learning Plus<br></strong>สวัสดิการสนับสนุนการเข้าถึงการศึกษาแบบบูรณาการ 3 มิติ ทั้งคอร์สทักษะออนไลน์ฟรี ครอบคลุมทักษะชีวิต ทักษะดิจิทัล และทักษะอาชีพยุคใหม่ รวมถึงการสนับสนุนค่าเดินทางและค่าอาหารเช้า</p>



<p><strong>โอกาสที่ 2 เรียนฟรีได้ทุกที่ทุกเวลา ผ่าน Mobile School<br></strong>แพลตฟอร์มการเรียนรู้ยืดหยุ่นแบบออนไลน์ (Flexible Learning Platform) ที่เชื่อมการเรียนรู้จากชุมชน พื้นที่ทำงาน และชีวิตประจำวัน เข้ากับผู้เรียน ครู โค้ช และพื้นที่การเรียนรู้ในระบบเดียว มุ่งทลายข้อจำกัดด้านเวลาและสถานที่ และเปิดโอกาสให้เรียนฟรีโดยไม่มีค่าใช้จ่าย</p>



<p><strong>โอกาสที่ 3 SIM พร้อมเรียน</strong></p>



<p>การสนับสนุนอินเทอร์เน็ตฟรีเพื่อการเรียนรู้ ภายใต้หลักคิดว่า <strong>“การเชื่อมต่อดิจิทัล”</strong> คือโครงสร้างพื้นฐานทางโอกาสที่สำคัญไม่ต่างจากสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐาน เพื่อลดความเหลื่อมล้ำด้านดิจิทัลที่ยังเป็นอุปสรรคต่อการเข้าถึงการเรียนรู้</p>



<p><strong>โอกาสที่ 4 Learn to Earn<br></strong>กลไกการเรียนรู้ควบคู่การทำงาน (Work-Integrated Learning) ผ่านความร่วมมือกับภาคเอกชน โดยมีระบบเทียบโอนทักษะจากการทำงานเป็น <strong>“หน่วยกิตการศึกษา”</strong> เปิดทางให้ผู้เรียนมีรายได้ระหว่างเรียน และได้รับวุฒิการศึกษาที่ได้รับการรับรองเมื่อสำเร็จการศึกษา เพื่อลดเงื่อนไขที่ทำให้เด็กต้องเลือกระหว่าง <strong>“ปากท้อง”</strong> กับ <strong>“อนาคต”</strong></p>



<p><strong>โอกาสที่ 5 ธนาคารโอกาส<br></strong> ระบบกลางจัดสรรทรัพยากรและสวัสดิการด้านอุปกรณ์การศึกษา เช่น คอมพิวเตอร์ โทรศัพท์ และสื่อการเรียนรู้ บนหลักการของความโปร่งใสและการมุ่งเป้าอย่างแม่นยำ เพื่อให้ทรัพยากรที่มีอยู่อย่างจำกัด ไปถึงเด็กที่ต้องการจริง เพราะการขาดอุปกรณ์จำเป็นเพียงชิ้นเดียว อาจทำให้เด็กคนหนึ่งหลุดออกจากการเรียนรู้ได้</p>



<p>อ่านรายละเอียดฉบับเต็มได้ที่ <a href="https://www.eef.or.th/news-230426/" target="_blank" rel="noopener" title="">https://www.eef.or.th/news-230426/</a></p>



<hr class="wp-block-separator has-alpha-channel-opacity"/>



<p>ทั้งนี้ กสศ. พร้อมเปิดรับความร่วมมือจากจังหวัด องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และภาคีเครือข่ายในพื้นที่ที่สนใจเข้าร่วมโครงการเพื่อช่วยเหลือเด็ก โดยสามารถติดต่อ <strong>ศูนย์ช่วยเหลือเด็กวิกฤตการศึกษา กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) เบอร์สายด่วนโทร</strong> <strong>092-596-6155 และ 02-079-5475</strong></p><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/infographic-230426/">กสศ. เดินหน้า “5 ชุดสวัสดิการพื้นฐาน” ช่วยเด็กวิกฤต ไม่ให้หลุดจากระบบการศึกษา รับมือช่วงเปิดเทอมปีการศึกษา 2569</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>โมเดลชีวิต 6 ด้าน : ให้เด็กเห็นตัวเองในด้านที่ไม่เคยเห็น รู้จักตัวเอง วางเป้าหมาย ด้วยแนวทางที่ชัดเจน ไม่ตัดสินของสมาคมศูนย์การเรียนและบ้านเรียนไทยมุสลิม</title>
		<link>https://www.eef.or.th/infographic-160326/?utm_source=rss&#038;utm_medium=rss&#038;utm_campaign=infographic-160326</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 16 Mar 2026 04:04:09 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[อินโฟกราฟิก]]></category>
		<category><![CDATA[การจัดการศึกษาเชิงพื้นที่เพื่อลดความเหลื่อมล้ำ]]></category>
		<category><![CDATA[ABE]]></category>
		<category><![CDATA[ความเสมอภาคทางการศึกษา]]></category>
		<category><![CDATA[กสศ.]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?p=100683</guid>

					<description><![CDATA[<p>เวลาพูดถึงอาชีพที่สนใจหรืออาชีพในฝัน ถามสัก 10 คน ก็ต้อ [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/infographic-160326/">โมเดลชีวิต 6 ด้าน : ให้เด็กเห็นตัวเองในด้านที่ไม่เคยเห็น รู้จักตัวเอง วางเป้าหมาย ด้วยแนวทางที่ชัดเจน ไม่ตัดสินของสมาคมศูนย์การเรียนและบ้านเรียนไทยมุสลิม</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>เวลาพูดถึงอาชีพที่สนใจหรืออาชีพในฝัน ถามสัก 10 คน ก็ต้องมีสักคนที่อยากเป็นหมอ อยากเป็นยูทูบเบอร์ (Youtuber) แต่ในวงเวิร์กช็อปของสมาคมศูนย์การเรียนและบ้านเรียนไทยมุสลิมในพื้นที่หนองจอก ฟารุสบอกว่าเขาอยากเป็น ‘เด็กเอ็น (N &#8211; Entertain)’</p>



<p>มีคนหลุดขำ มีคนเชียร์ มีคนตั้งคำถามว่าทำไม แต่ไม่มีใครตัดสินว่าเป็นความฝันที่ผิด เพราะฟารุสอธิบายได้ว่า อยากเป็นเด็กเอ็นเพราะชอบร้องเพลง แถมอาชีพนี้ก็ดูสนุกดี แต่ต่อให้ฟารุสจะอธิบายไม่ได้ หรือเหตุผลจะไม่สมเหตุสมผลก็ไม่เป็นไร ไม่มีใครว่า เพราะนี่คือ 1 ในกระบวนการวิเคราะห์ตัวเองที่มาจาก ‘โมเดลชีวิต 6 ด้าน’</p>



<p><strong>โมเดลชีวิต 6 ด้าน</strong> คือ เครื่องมือช่วยให้ผู้ใช้รู้ว่าตัวเองมีทักษะอะไร มีความสนใจในเรื่องไหน พร้อมประเมินความเป็นไปได้และความเหมาะสมให้กับอนาคตของตัวเอง ซึ่ง 1 ในจุดเด่นของเครื่องมือนี้คือ ผู้ใช้สามารถมองเห็นตัวเองในด้านที่ไม่เคยเห็น ผ่านความคิดเห็นของคนในวงสนทนาที่ทำแบบทดสอบเดียวกัน ซึ่งถูกออกแบบและพัฒนาโดย <strong>อานัส มินา, ฟารุก ผ่องใส และภัทรพล มาสตูล คณะทำงานของสมาคมศูนย์การเรียนและบ้านเรียนไทยมุสลิม </strong>ภายใต้โครงการยกระดับพื้นที่ปลอดภัยสู่การเรียนรู้ตามบริบทของผู้เรียน กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.)</p>



<p>เมื่อทดลองทำโมเดลนี้ เยาวชนกลุ่มต่างๆ รวมถึงเยาวชนที่หลุดระบบด้วยเหตุผลที่หลากหลายในพื้นที่ ไม่ว่าจะเป็น การศึกษาในระบบไม่เอื้อต่อวิถีทางศาสนา เป็นเด็กที่มีความบกพร่องทางการเรียนรู้และพัฒนา หรือเคยถูกกลั่นแกล้งในโรงเรียนเพราะความเชื่อทางศาสนา ก็จะสามารถออกแบบการเรียนรู้ของตัวเองได้ว่าขาดเหลืออะไรบ้างสำหรับอาชีพที่สนใจในอนาคต เพราะการจัดการการเรียนรู้ภายใต้สมาคมศูนย์การเรียนและบ้านเรียนไทยมุสลิม เน้นการจัดกิจกรรมรายบุคคลและรายกลุ่ม ให้ ‘ยืดหยุ่น’ และ ‘ยึดโยง’ กับความต้องการของผู้เรียนมากที่สุด</p>



<p>ซึ่งรูปแบบการใช้โมเดล ยังเป็นการสร้างเสริมความแข็งแรงของสมาคมศูนย์การเรียนและบ้านเรียนไทยมุสลิมในฐานะ ‘พื้นที่ปลอดภัย’ เพราะเป็นการทำกิจกรรมกลุ่มหรือเวิร์กช็อปร่วมกัน เพื่อสร้างความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างเด็ก ครู บุคลากร และทำให้เด็กสามารถเดินทางไปสู่เป้าหมายโดยได้รับการสนับสนุนจากผู้ใหญ่ที่เกี่ยวข้องอย่างไม่ตัดสิน ตามเป้าหมายของโครงการว่าเป็น ‘การยกระดับพื้นที่ปลอดภัยสู่การเรียนรู้ตามบริบทของผู้เรียน’</p>



<p>โมเดลชีวิต 6 ด้านที่ใช้อยู่ตอนนี้ อานัสเล่าว่า เป็นรูปแบบที่ถูกพัฒนาเป็นครั้งที่ 3 จากแบบแรกที่เป็นเพียงกระดาษ A4 คล้ายแบบทดสอบทั่วไป พร้อมเปิดมือถือให้ดูต้นแบบโมเดลชีวิต 6 ด้านสำหรับแพลตฟอร์มดิจิทัล</p>



<p>“เราพัฒนามาตลอด พัฒนามาเยอะมาก แต่จริงๆ เนื้อหาข้างในค่อนข้างจะคล้ายเดิม สิ่งที่เปลี่ยนเยอะอย่างชัดเจน คือ รูปร่างหน้าตา เพื่อให้น่าสนใจมากขึ้น จากแผ่นชีทที่พิมพ์ขาวดำ มีกรอบเยอะๆ เขียนเยอะๆ มันเหมือนข้อสอบ ตอนนี้ก็พัฒนาขึ้น แล้วก็กำลังพัฒนาเวอร์ชันออนไลน์” ฟารุส เสริม</p>



<p>แม้ปัจจุบันหน้าตาของโมเดลชีวิต 6 ด้านจะมีสีสันสดใส มีสติ๊กเกอร์ให้แกะให้แปะ ดึงดูดความสนใจจากเด็กๆ แต่ในมุมของคนนอกที่ลองมาทำ เรากังวลว่าเนื้อหาอาจจะยากเกินไปในการปล่อยให้เด็กเล็กทำเพียงลำพัง</p>



<p>ตรงนี้ฟารุสเฉลยว่า โจทย์นี้แก้ได้ด้วยการให้ผู้ปกครองหรือครูเป็นผู้นำกระบวนการ</p>



<p>“เราไม่ได้ทำโมเดลนี้เพื่อใช้แค่กับเด็ก แต่เราต้องสร้างความเข้าใจทั้งเด็ก ผู้ปกครอง และบุคลากรต่างๆ ให้เห็นภาพเดียวกัน เราต้องทำให้เขาเอ๊ะว่า โมเดลนี้สำคัญกับการวางแผนอนาคตของลูกเขานะ” อานัสเสริม</p>



<p>การจะเข้าไปคุยกับผู้ปกครองก็มีขั้นตอนไม่ต่างจากการเข้าหาเด็ก คือ เริ่มจากความไว้ใจ</p>



<p>“เราไม่ได้เริ่มจากการสื่อสารโดยตรง แต่เราเริ่มจากการสร้างความใส่ใจ สร้างพื้นที่ปลอดภัย ไม่ใช่ให้แค่กับเด็กๆ แต่ให้ผู้ปกครองด้วย ให้เขาไว้ใจเรา ให้เขารู้สึกว่า ถ้าลูกเขามาที่นี่จะได้รับความช่วยเหลือ เพราะการสนับสนุนจากเรามันปลอดภัย แล้วอาจจะช่วยเขาได้จริงๆ” ภัทรพลอธิบาย</p>



<p>ที่ผ่านมา โมเดลชีวิต 6 ด้านผ่านการใช้งานนับไม่ถ้วน มีทั้งเด็กราว 60-70 คนที่ได้ลองทำ ไหนจะผู้ใหญ่อีกจำนวนหนึ่ง ผลลัพธ์ที่ออกมาในแต่ละครั้งจึงมีความแตกต่างกัน บางคนก็ได้คะแนนเต็ม บางคนก็ได้ไม่ถึงครึ่ง แต่ฟารุสบอกว่า ไม่เคยมีใครผิดหวังกับผลลัพธ์ เพราะตลอดการทำโมเดลชีวิต 6 ด้าน ต่างคนต่างให้กำลังใจกัน และเน้นย้ำว่า มันเป็นส่วนหนึ่งของชีวิต ไม่ใช่ทั้งหมด เรายังสามารถพัฒนาต่อไปได้&nbsp;</p>



<p>“บางคนเขาชัดเจน พอลงมือทำปุ๊ปก็เต็มทุกช่อง แต่บางคนก็ไม่ถึงครึ่ง เขาไม่เฟลนะ เพราะมีกำลังใจตลอดทาง เราไม่ได้สอนให้เขายอมแพ้ เราสอนให้เขามองว่า มันน้อยเพราะอะไร ขาดอะไร แล้ววางแผนจะเติมส่วนที่ขาดอย่างไร ไม่มีการตัดสินกัน” ภัทรพลเสริม</p>



<p></p>



<h2 class="wp-block-heading" id="1--%E0%B8%81%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%A7%E0%B8%97%E0%B8%B5%E0%B8%A5%E0%B8%B0%E0%B8%82%E0%B8%B1%E0%B9%89%E0%B8%99%E0%B8%9C%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B8%99%E0%B9%80%E0%B8%A7%E0%B8%B4%E0%B8%A3%E0%B9%8C%E0%B8%81%E0%B8%8A%E0%B9%87%E0%B8%AD%E0%B8%9B%E0%B9%82%E0%B8%A1%E0%B9%80%E0%B8%94%E0%B8%A5%E0%B8%8A%E0%B8%B5%E0%B8%A7%E0%B8%B4%E0%B8%95-6-%E0%B8%94%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%99-"><strong>ก้าวทีละขั้นผ่านเวิร์กช็อปโมเดลชีวิต 6 ด้าน</strong></h2>



<p>ก่อนจะขีดเขียนลงบนแบบทดสอบ สิ่งแรกที่ถูกหยิบยื่นให้เราในวงเวิร์กช็อปโมเดลชีวิต 6 ด้าน คือ กระดาษเปล่าและปากกา เพื่อเขียน ‘จุดแข็ง’ ‘จุดอ่อน’ และ ‘งานอดิเรก’ ของตัวเอง ก่อนจะผลัดกันแนะนำตัวผ่าน 3 หัวข้อที่เขียนลงไป ทำให้นอกจากจะได้ทบทวนตัวเองคร่าวๆ แล้ว ยังมองเห็นภาพกว้างอีกด้วยว่า แต่ละคนในวงเวิร์กช็อปนี้มีทักษะอะไรบ้าง</p>



<p>และขั้นตอนถัดมาคือการเขียนอาชีพที่สนใจจำนวน 10 อาชีพลงไป ซึ่งภัทรพลอธิบายว่า อาชีพที่เขียนจะเป็นอะไรก็ได้ แค่สนใจในอาชีพนั้นก็พอ ทำให้อาชีพที่เกิดขึ้นภายในวงเวิร์กช็อปนี้มีหลากหลาย มีตั้งแต่อาชีพยอดฮิต เช่น หมอ ครู นักกีฬา ไปจนถึงอาชีพที่เด็กเอ็นของฟารุส</p>



<p>ทุกอาชีพที่เขียนมา จะถูกนำเสนอโดยเจ้าตัวว่าทำไมถึงสนใจในอาชีพนั้น เช่น อานัสที่สนใจในอาชีพนักกีฬา เพราะสมัยเด็กเคยเล่นกีฬามาก่อน และจะผลัดกันให้เพื่อนในวงเวิร์กช็อปแสดงความคิดเห็นว่าใน 10 อาชีพที่เพื่อนสนใจ เพื่อนเหมาะกับอาชีพไหน เพราะอะไร โดยอิงจากจุดแข็ง จุดอ่อน และงานอดิเรกที่เขาแนะนำตัวในช่วงแรก</p>



<p>เช่นอาชีพเด็กเอ็นที่ฟารุกสนใจ ก็มีทั้งคนที่เห็นด้วยและไม่เห็นด้วย โดยฝั่งที่เห็นด้วยให้เหตุผลว่า ในเมื่อฟารุกมีจุดแข็งคือเข้ากับคนง่าย และดูพูดคุยสนุก ก็สามารถใช้จุดแข็งนี้ในการทำงาน ส่วนฝั่งที่ไม่เห็นด้วยก็ให้เหตุผลว่า ในเมื่อฟารุกมีงานอดิเรกเป็นการร้องเพลง อาชีพนักร้องอาจจะเข้ากว่า</p>



<p>หลังจากแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกับพอสมควร ขั้นตอนต่อไปที่ภัทรพลอธิบาย คือ การประเมิน 10 อาชีพที่ตัวเองเขียนลงไปผ่าน 3 เกณฑ์ ได้แก่ ชอบ ถนัด และถูกแนะนำจากคนอื่นในเวิร์กช็อปว่าเหมาะกับเรา เพื่อจะไปเลือกอีกทีว่า 1 อาชีพที่เราสนใจที่สุดคืออะไร จะเป็นอาชีพที่ติ๊กถูกทั้ง 3 เกณฑ์ หรือแค่ชอบอย่างเดียวก็ได้ ซึ่งอาชีพที่เราเลือกจะถูกนำไปเขียนในหน้าถัดไปในตำแหน่ง ‘เป้าหมาย’</p>



<p>“พอเราเขียนเป้าหมายลงไป ก็มาดูต่อว่าในแต่ละด้าน เรามีอะไรบ้าง ถ้ามีก็ลอกสติ๊กเกอร์บนกระดาษไปแปะ ส่วนด้านอุปสรรค ถ้าอะไรเป็นอุปสรรคของเราในการไปถึงเป้าหมาย ก็ลอกสติ๊กเกอร์อุปสรรคไปแปะทับทางเดินสู่เป้าหมายของเรา” ภัทรพลอธิบาย</p>



<p>6 ด้านในแบบทดสอบนี้ประกอบไปด้วย : 1. ความพร้อม 2. คนรอบข้าง 3. รายได้ 4. ศาสนา, ปรัชญา, ศีลธรรม และจริยธรรม 5. แรงบันดาลใจ และ 6. อุปสรรค</p>



<p>ซึ่งคะแนนรวมทั้งหมดเพื่อไปถึงเป้าหมายอยู่ที่ 25 คะแนน โดยด้านที่ 1-5 จะมีคะแนนข้อละ 1 คะแนน ส่วนด้านที่ 6 หรืออุปสรรค จะติดลบข้อละ -1 คะแนน</p>



<p>“คะแนนเอามาใช้เทียบระยะห่างระหว่างตัวเรากับอาชีพที่เราชอบว่าเราเหมาะกับอาชีพนั้นแค่ไหน คะแนนแต่ละด้านสามารถนำมาใช้วิเคราะห์ได้ว่าอะไรที่เราขาดไป แล้วเราจะวางแผนอย่างไรต่อ”</p>



<p>ภัทรพลเสริมว่า บางครั้งทำออกมาแล้วได้คะแนนน้อย ก็จะแนะนำคนที่ใช้แบบทดสอบนี้ว่า ให้มีความมุ่งมั่นและลองหาทางเติมเต็มคะแนนที่หายไป ชวนเขาสำรวจลู่ทางว่าพอจะมีทางไหนที่ทำได้บ้างหากสนใจในอาชีพนั้นจริงๆ แต่ถ้าลองคิดแล้วมันเกินความสามารถ ก็จะแนะนำให้กลับมาดูอาชีพอื่นๆ ที่เราสนใจ เผื่อมีอาชีพอื่นที่ทักษะของเราสอดคล้องมากกว่า</p>



<p></p>



<hr class="wp-block-separator has-alpha-channel-opacity"/>



<p>เรื่อง : ธันยพร เกษรสิทธิ์<br>ภาพถ่าย : อธิคม แสงไชย<br>ภาพประกอบ : ภัทราภรณ์ สงสาร</p><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/infographic-160326/">โมเดลชีวิต 6 ด้าน : ให้เด็กเห็นตัวเองในด้านที่ไม่เคยเห็น รู้จักตัวเอง วางเป้าหมาย ด้วยแนวทางที่ชัดเจน ไม่ตัดสินของสมาคมศูนย์การเรียนและบ้านเรียนไทยมุสลิม</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ของขวัญวันครูที่ดีที่สุด คือระบบที่ไม่ทำให้ครูต้องแบกทุกอย่างไว้คนเดียว และทำให้ครูได้สอนอย่างเต็มที่</title>
		<link>https://www.eef.or.th/infographic-150126/?utm_source=rss&#038;utm_medium=rss&#038;utm_campaign=infographic-150126</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 15 Jan 2026 15:18:00 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[อินโฟกราฟิก]]></category>
		<category><![CDATA[วันครู]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?p=98940</guid>

					<description><![CDATA[<p>ผลสำรวจของสถาบันวิจัยเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา กสศ. พ [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/infographic-150126/">ของขวัญวันครูที่ดีที่สุด คือระบบที่ไม่ทำให้ครูต้องแบกทุกอย่างไว้คนเดียว และทำให้ครูได้สอนอย่างเต็มที่</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>ผลสำรวจของสถาบันวิจัยเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา กสศ. พบว่า ครูในโรงเรียนขนาดเล็กต้องสอนเฉลี่ย 27.31 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ สูงกว่ามาตรฐานถึง 37.6%</p>



<p></p>



<p>ขณะที่ครูจำนวนมากไม่ได้ทำหน้าที่ “สอน” เพียงอย่างเดียว แต่ยังต้องแบกรับทุกบทบาท</p>



<p><img decoding="async" height="16" width="16" src="https://static.xx.fbcdn.net/images/emoji.php/v9/tb8/2/16/1f4d1.png" alt="&#x1f4d1;"> ธุรการ–การเงิน<br><img decoding="async" height="16" width="16" src="https://static.xx.fbcdn.net/images/emoji.php/v9/t59/2/16/1f4e3.png" alt="&#x1f4e3;"> ประชาสัมพันธ์<br><img decoding="async" height="16" width="16" src="https://static.xx.fbcdn.net/images/emoji.php/v9/tf1/2/16/1f527.png" alt="&#x1f527;"> ช่างเทคนิค–ซ่อมบำรุง<br>ฯลฯ</p>



<p></p>



<p><strong>ผลกระทบที่น่าห่วง</strong></p>



<p><img decoding="async" loading="lazy" height="16" width="16" src="https://static.xx.fbcdn.net/images/emoji.php/v9/tcd/2/16/25aa.png" alt="&#x25aa;"> ครู 44.7% ภาระงานล้นมือ กระทบคุณภาพการสอน<br><img decoding="async" loading="lazy" height="16" width="16" src="https://static.xx.fbcdn.net/images/emoji.php/v9/tcd/2/16/25aa.png" alt="&#x25aa;"> ครูถึง 63% ไม่สามารถรักษาสมดุลชีวิตและการทำงานได้</p>



<p></p>



<p>ในวันครูปีนี้ กสศ. เสนอให้ “คืนเวลาการสอนให้ครู” ด้วยการลดงานเอกสารที่ไม่จำเป็น แยกงานสนับสนุนออกจากงานสอน และจ้างบุคลากรเฉพาะทาง เพื่อให้ครูได้ทำหน้าที่หลักอย่างเต็มศักยภาพ</p>



<p></p>



<p><img decoding="async" loading="lazy" height="16" width="16" alt="&#x1f33c;" src="https://static.xx.fbcdn.net/images/emoji.php/v9/t3a/2/16/1f33c.png"> วันครู…เสียงสะท้อนจากงานวิจัยที่อยากให้สังคมได้ยิน</p>



<p><img decoding="async" loading="lazy" height="16" width="16" alt="&#x1f499;" src="https://static.xx.fbcdn.net/images/emoji.php/v9/tb/2/16/1f499.png"> การดูแลครู คือการดูแลอนาคตของเด็กทุกคน</p>



<p></p>



<p><a href="https://www.facebook.com/hashtag/%E0%B8%A7%E0%B8%B1%E0%B8%99%E0%B8%84%E0%B8%A3%E0%B8%B9?__eep__=6&amp;__cft__[0]=AZZvYytSi-bKjE6QZv14zGkELY-5gIW-A5e8potPL8H3uPadwJIctVrDnVeJ30oAni3gmX99KGRy2l3V9XEj-GFyRdBA7hVhGYbEdTKL_c0bD4o92Z4hbNPaND79FvAVe7LY5k4ik4oIJAEHRahQMP3RxfcUE6FYq9fa5nnXTcDWbQ&amp;__tn__=*NK-R">#วันครู</a></p>



<figure class="wp-block-image size-large"><a href="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/01/0115_info-ภาระครู_2.jpg"><img decoding="async" loading="lazy" width="1024" height="1024" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/01/0115_info-ภาระครู_2-1024x1024.jpg" alt="" class="wp-image-98943" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/01/0115_info-ภาระครู_2-1024x1024.jpg 1024w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/01/0115_info-ภาระครู_2-300x300.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/01/0115_info-ภาระครู_2-150x150.jpg 150w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/01/0115_info-ภาระครู_2-768x768.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/01/0115_info-ภาระครู_2-750x750.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/01/0115_info-ภาระครู_2.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></a></figure>



<figure class="wp-block-image size-large"><a href="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/01/0115_info-ภาระครู_3.jpg"><img decoding="async" loading="lazy" width="1024" height="1024" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/01/0115_info-ภาระครู_3-1024x1024.jpg" alt="" class="wp-image-98944" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/01/0115_info-ภาระครู_3-1024x1024.jpg 1024w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/01/0115_info-ภาระครู_3-300x300.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/01/0115_info-ภาระครู_3-150x150.jpg 150w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/01/0115_info-ภาระครู_3-768x768.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/01/0115_info-ภาระครู_3-750x750.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/01/0115_info-ภาระครู_3.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></a></figure>



<figure class="wp-block-image size-large"><a href="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/01/0115_info-ภาระครู_4.jpg"><img decoding="async" loading="lazy" width="1024" height="1024" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/01/0115_info-ภาระครู_4-1024x1024.jpg" alt="" class="wp-image-98945" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/01/0115_info-ภาระครู_4-1024x1024.jpg 1024w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/01/0115_info-ภาระครู_4-300x300.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/01/0115_info-ภาระครู_4-150x150.jpg 150w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/01/0115_info-ภาระครู_4-768x768.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/01/0115_info-ภาระครู_4-750x750.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/01/0115_info-ภาระครู_4.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></a></figure>



<figure class="wp-block-image size-large"><a href="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/01/0115_info-ภาระครู_5.jpg"><img decoding="async" loading="lazy" width="1024" height="1024" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/01/0115_info-ภาระครู_5-1024x1024.jpg" alt="" class="wp-image-98946" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/01/0115_info-ภาระครู_5-1024x1024.jpg 1024w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/01/0115_info-ภาระครู_5-300x300.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/01/0115_info-ภาระครู_5-150x150.jpg 150w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/01/0115_info-ภาระครู_5-768x768.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/01/0115_info-ภาระครู_5-750x750.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/01/0115_info-ภาระครู_5.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></a></figure>



<figure class="wp-block-image size-large"><a href="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/01/0115_info-ภาระครู_6.jpg"><img decoding="async" loading="lazy" width="1024" height="1024" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/01/0115_info-ภาระครู_6-1024x1024.jpg" alt="" class="wp-image-98947" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/01/0115_info-ภาระครู_6-1024x1024.jpg 1024w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/01/0115_info-ภาระครู_6-300x300.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/01/0115_info-ภาระครู_6-150x150.jpg 150w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/01/0115_info-ภาระครู_6-768x768.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/01/0115_info-ภาระครู_6-750x750.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/01/0115_info-ภาระครู_6.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></a></figure>



<figure class="wp-block-image size-large"><a href="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/01/0115_info-ภาระครู_7-07.jpg"><img decoding="async" loading="lazy" width="1024" height="1024" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/01/0115_info-ภาระครู_7-07-1024x1024.jpg" alt="" class="wp-image-98948" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/01/0115_info-ภาระครู_7-07-1024x1024.jpg 1024w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/01/0115_info-ภาระครู_7-07-300x300.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/01/0115_info-ภาระครู_7-07-150x150.jpg 150w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/01/0115_info-ภาระครู_7-07-768x768.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/01/0115_info-ภาระครู_7-07-750x750.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/01/0115_info-ภาระครู_7-07.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></a></figure>



<figure class="wp-block-image size-large"><a href="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/01/0115_info-ภาระครู_7-08.jpg"><img decoding="async" loading="lazy" width="1024" height="1024" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/01/0115_info-ภาระครู_7-08-1024x1024.jpg" alt="" class="wp-image-98949" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/01/0115_info-ภาระครู_7-08-1024x1024.jpg 1024w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/01/0115_info-ภาระครู_7-08-300x300.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/01/0115_info-ภาระครู_7-08-150x150.jpg 150w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/01/0115_info-ภาระครู_7-08-768x768.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/01/0115_info-ภาระครู_7-08-750x750.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/01/0115_info-ภาระครู_7-08.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></a></figure>



<figure class="wp-block-image size-large"><a href="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/01/0115_info-ภาระครู_7-09.jpg"><img decoding="async" loading="lazy" width="1024" height="1024" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/01/0115_info-ภาระครู_7-09-1024x1024.jpg" alt="" class="wp-image-98950" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/01/0115_info-ภาระครู_7-09-1024x1024.jpg 1024w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/01/0115_info-ภาระครู_7-09-300x300.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/01/0115_info-ภาระครู_7-09-150x150.jpg 150w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/01/0115_info-ภาระครู_7-09-768x768.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/01/0115_info-ภาระครู_7-09-750x750.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/01/0115_info-ภาระครู_7-09.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></a></figure>



<figure class="wp-block-image size-large"><a href="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/01/0115_info-ภาระครู_7-10.jpg"><img decoding="async" loading="lazy" width="1024" height="1024" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/01/0115_info-ภาระครู_7-10-1024x1024.jpg" alt="" class="wp-image-98951" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/01/0115_info-ภาระครู_7-10-1024x1024.jpg 1024w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/01/0115_info-ภาระครู_7-10-300x300.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/01/0115_info-ภาระครู_7-10-150x150.jpg 150w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/01/0115_info-ภาระครู_7-10-768x768.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/01/0115_info-ภาระครู_7-10-750x750.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/01/0115_info-ภาระครู_7-10.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></a></figure>



<figure class="wp-block-image size-large"><a href="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/01/0115_info-ภาระครู_7-11.jpg"><img decoding="async" loading="lazy" width="1024" height="1024" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/01/0115_info-ภาระครู_7-11-1024x1024.jpg" alt="" class="wp-image-98952" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/01/0115_info-ภาระครู_7-11-1024x1024.jpg 1024w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/01/0115_info-ภาระครู_7-11-300x300.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/01/0115_info-ภาระครู_7-11-150x150.jpg 150w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/01/0115_info-ภาระครู_7-11-768x768.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/01/0115_info-ภาระครู_7-11-750x750.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/01/0115_info-ภาระครู_7-11.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></a></figure>



<figure class="wp-block-image size-large"><a href="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/01/0115_info-ภาระครู_7-12.jpg"><img decoding="async" loading="lazy" width="1024" height="1024" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/01/0115_info-ภาระครู_7-12-1024x1024.jpg" alt="" class="wp-image-98953" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/01/0115_info-ภาระครู_7-12-1024x1024.jpg 1024w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/01/0115_info-ภาระครู_7-12-300x300.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/01/0115_info-ภาระครู_7-12-150x150.jpg 150w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/01/0115_info-ภาระครู_7-12-768x768.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/01/0115_info-ภาระครู_7-12-750x750.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/01/0115_info-ภาระครู_7-12.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></a></figure>



<figure class="wp-block-image size-large"><a href="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/01/0115_info-ภาระครู_7-14.jpg"><img decoding="async" loading="lazy" width="1024" height="1024" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/01/0115_info-ภาระครู_7-14-1024x1024.jpg" alt="" class="wp-image-98954" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/01/0115_info-ภาระครู_7-14-1024x1024.jpg 1024w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/01/0115_info-ภาระครู_7-14-300x300.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/01/0115_info-ภาระครู_7-14-150x150.jpg 150w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/01/0115_info-ภาระครู_7-14-768x768.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/01/0115_info-ภาระครู_7-14-750x750.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/01/0115_info-ภาระครู_7-14.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></a></figure>



<figure class="wp-block-image size-large"><a href="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/01/0115_info-ภาระครู_7-15.jpg"><img decoding="async" loading="lazy" width="1024" height="1024" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/01/0115_info-ภาระครู_7-15-1024x1024.jpg" alt="" class="wp-image-98955" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/01/0115_info-ภาระครู_7-15-1024x1024.jpg 1024w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/01/0115_info-ภาระครู_7-15-300x300.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/01/0115_info-ภาระครู_7-15-150x150.jpg 150w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/01/0115_info-ภาระครู_7-15-768x768.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/01/0115_info-ภาระครู_7-15-750x750.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/01/0115_info-ภาระครู_7-15.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></a></figure>



<figure class="wp-block-image size-large"><a href="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/01/0115_info-ภาระครู_7-16.jpg"><img decoding="async" loading="lazy" width="1024" height="1024" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/01/0115_info-ภาระครู_7-16-1024x1024.jpg" alt="" class="wp-image-98956" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/01/0115_info-ภาระครู_7-16-1024x1024.jpg 1024w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/01/0115_info-ภาระครู_7-16-300x300.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/01/0115_info-ภาระครู_7-16-150x150.jpg 150w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/01/0115_info-ภาระครู_7-16-768x768.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/01/0115_info-ภาระครู_7-16-750x750.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/01/0115_info-ภาระครู_7-16.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></a></figure><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/infographic-150126/">ของขวัญวันครูที่ดีที่สุด คือระบบที่ไม่ทำให้ครูต้องแบกทุกอย่างไว้คนเดียว และทำให้ครูได้สอนอย่างเต็มที่</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>เพราะมองหาจึงมองเห็น 7,322 ชีวิตเด็กนอกระบบที่เคยหลุดหาย วันนี้ถูกค้นพบ และได้รับการมองเห็นตัวตนจากการเชื่อมข้อมูลของ “พม. Smart x กสศ.”</title>
		<link>https://www.eef.or.th/infographic-180925/?utm_source=rss&#038;utm_medium=rss&#038;utm_campaign=infographic-180925</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 18 Sep 2025 03:58:14 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[อินโฟกราฟิก]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?p=96087</guid>

					<description><![CDATA[<p>เบื้องหลังตัวเลขนี้ คือพลังแห่งความร่วมมือที่ไม่ยอมปล่อ [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/infographic-180925/">เพราะมองหาจึงมองเห็น 7,322 ชีวิตเด็กนอกระบบที่เคยหลุดหาย วันนี้ถูกค้นพบ และได้รับการมองเห็นตัวตนจากการเชื่อมข้อมูลของ “พม. Smart x กสศ.”</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>เบื้องหลังตัวเลขนี้ คือพลังแห่งความร่วมมือที่ไม่ยอมปล่อยให้เด็ก ๆ หลุดหาย ตั้งแต่ท่าน รมว.พม., ปลัดกระทรวง, อธิบดีทุกกรม, เจ้าหน้าที่ทุกหน่วยงาน, พมจ. 76 จังหวัด, เจ้าหน้าที่ในพื้นที่, อาสาสมัคร อพม. ไปจนถึงประชาชน ที่ร่วมทำงานเคียงข้าง กสศ. อย่างเข้มแข็ง<br>.<br>ทำให้วันนี้ เด็กนอกระบบกลุ่มเปราะบาง 7,322 คน ได้รับการสำรวจ ติดตาม และช่วยเหลือ พร้อมพัฒนาศักยภาพทั้งร่างกายและจิตใจ ผ่านกลไกของ Thailand Zero Dropout เพื่อเตรียมพร้อม “กลับมาเรียน” ในเส้นทางที่ยืดหยุ่น เหมาะสมกับชีวิตของตนเอง<br>.<br>เพราะเราไม่เคยหยุดมองหา&nbsp;<img decoding="async" loading="lazy" height="16" width="16" alt="&#x1f440;" src="https://static.xx.fbcdn.net/images/emoji.php/v9/t67/2/16/1f440.png"><br>5 จังหวัดที่ค้นพบเด็กนอกระบบมากที่สุดคือ<br><img decoding="async" loading="lazy" height="16" width="16" alt="1&#x20e3;" src="https://static.xx.fbcdn.net/images/emoji.php/v9/t59/2/16/31_20e3.png">&nbsp;นราธิวาส<br><img decoding="async" loading="lazy" height="16" width="16" alt="2&#x20e3;" src="https://static.xx.fbcdn.net/images/emoji.php/v9/t78/2/16/32_20e3.png">&nbsp;ปัตตานี<br><img decoding="async" loading="lazy" height="16" width="16" alt="3&#x20e3;" src="https://static.xx.fbcdn.net/images/emoji.php/v9/t97/2/16/33_20e3.png">&nbsp;สงขลา<br><img decoding="async" loading="lazy" height="16" width="16" alt="4&#x20e3;" src="https://static.xx.fbcdn.net/images/emoji.php/v9/tb6/2/16/34_20e3.png">&nbsp;พิษณุโลก<br><img decoding="async" loading="lazy" height="16" width="16" alt="5&#x20e3;" src="https://static.xx.fbcdn.net/images/emoji.php/v9/td5/2/16/35_20e3.png">&nbsp;ตาก<br>.<br>.<br>และทุกชีวิตที่ถูกค้นพบ จะได้กลับมาเรียนรู้และพัฒนาทักษะอาชีพ ด้วยทุนสนับสนุนเริ่มต้น 4,000 บาทต่อคนจาก กสศ. เพื่อสร้างโอกาสทางการศึกษาและชีวิตใหม่ที่มั่นคง<br>.<br>นี่คือ ความสำเร็จของการร่วมมือกัน ภายใต้ Thailand Zero Dropout<br>“All for Education → Education for All”<br>ความเสมอภาคทางการศึกษาเกิดขึ้นได้จริง ด้วยพลังในมือของทุกคน</p><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/infographic-180925/">เพราะมองหาจึงมองเห็น 7,322 ชีวิตเด็กนอกระบบที่เคยหลุดหาย วันนี้ถูกค้นพบ และได้รับการมองเห็นตัวตนจากการเชื่อมข้อมูลของ “พม. Smart x กสศ.”</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ไม่มีเด็กคนไหนอยากหลุดระบบ แต่เพราะ…</title>
		<link>https://www.eef.or.th/infographic-87621/?utm_source=rss&#038;utm_medium=rss&#038;utm_campaign=infographic-87621</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 10 Sep 2025 10:18:08 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[อินโฟกราฟิก]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?p=95953</guid>

					<description><![CDATA[<p>“ผมโดนครูตีแบบไม่มีสาเหตุ” “หนูซ้ำชั้น 3 รอบ”&#160; “อย [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/infographic-87621/">ไม่มีเด็กคนไหนอยากหลุดระบบ แต่เพราะ…</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>“ผมโดนครูตีแบบไม่มีสาเหตุ”</p>



<p>“หนูซ้ำชั้น 3 รอบ”&nbsp;</p>



<p>“อยู่กับยาย 2 คน พ่อแม่ไม่รู้ไปไหนเลยต้องออกเรียนมาทำงาน”</p>



<p>หลากหลายสาเหตุที่ทำให้เด็กคนหนึ่ง ‘หลุดออกจากระบบการศึกษา’ ไม่ใช่แค่เกเร ไม่รักเรียน หรือเรียนไม่เก่งอย่างที่อคติสังคมอาจเข้าใจไปในทางนั้น&nbsp;</p>



<p>880,463 คนคือจำนวนคงเหลือของเด็กและเยาวชนอายุ 3-18 ปี ที่อยู่นอกระบบการศึกษาในปี 2567 ซึ่งเป็นผลสำรวจจากฐานข้อมูล Thailand Zero Dropout</p>



<p>งานวิจัยเชิงสํารวจเพื่อศึกษาข้อมูลของเด็กนอกระบบการศึกษาภายใต้ “โครงการการสนับสนุนและพัฒนากลไกการขับเคลื่อนครูและเด็กนอกระบบการศึกษา” โดยการพัฒนาของกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) วิเคราะห์จำนวนเด็กนอกระบบการศึกษาจำแนกตามสาเหตุของการออกนอกระบบการศึกษาพบว่า มีสาเหตุมาจากความยากจนมากที่สุด ร้อยละ 46.70 รองลงมาคือ มีปัญหาครอบครัว ร้อยละ 16.14 ออกกลางคัน/ถูกผลักออก ร้อยละ 12.03 ไม่ได้รับสวัสดิการด้านการศึกษา ร้อยละ 8.88 ปัญหาสุขภาพ ร้อยละ 5.91 อยู่ในกระบวนการยุติธรรม ร้อยละ 4.93 และได้รับความรุนแรง ร้อยละ 3.63</p>



<p>รวมถึงปัจจัยแวดล้อมอื่นๆ อีกเช่น ไม่อยากเรียน ต้องการทำงาน ตั้งครรภ์ในวัยเรียน มีครอบครัว ไม่มีสัญชาติไทย ไม่มีบัตรประชาชน พิการ ยาเสพติด ฯลฯ โดยที่สำคัญที่สุดคือเด็กกลุ่มนี้กำลังเผชิญกับปัญหาที่โยงใยซับซ้อนมากกว่า 1 ปัญหา โดยที่ไม่สามารถแก้เพียงเรื่องหนึ่งเรื่องใด แล้วจะหลุดพ้นจากวิกฤตได้</p>



<p>นเรศ สงเคราะห์สุข หรืออาจารย์ต๋อม รองหัวหน้าโครงการหนุนเสริมทางวิชาการและการจัดการความรู้สำหรับการพัฒนาเด็กนอกระบบการศึกษา กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) ลงหน้างานคุยกับเด็ก และศึกษาเรื่อง ‘ปัญหาเด็กและเยาวชนนอกระบบการศึกษา’ ทำให้พบว่าระบบการศึกษาไทยในปัจจุบันไม่สามารถรองรับความแตกต่างของบริบทหรือเงื่อนไขของเด็กแต่ละคนได้</p>



<p>เหมือนเรื่องราวที่เกิดขึ้นกับสองพี่น้องที่หมู่บ้านกองผักปิ้ง อำเภอเชียงดาว จังหวัดเชียงใหม่&nbsp;</p>



<p>“ผมโดนครูตีจนขาแตก เลือดออกเยอะมาก&nbsp; ไม่รู้เหมือนกันว่าโดนครูตีเพราะอะไร แรกๆ ครูบอกว่าผมเรียนไม่ทันเพื่อน บอกพัฒนาการช้า แต่น้องสาวผมก็โดนตีเหมือนกัน ไม่แน่ใจว่าเพราะพวกเราเป็นลาหู่ กลุ่มหมู่บ้านที่จนที่สุดที่นี่หรือเปล่า พ่อแม่เลยให้ออกโรงเรียนดีกว่า”&nbsp;</p>



<p>ดังนั้นแล้วการแก้ปัญหาของเด็กหลุดระบบถึงต้องทำงานกับหลายภาคส่วน และสิ่งที่สำคัญคือการสร้างพื้นที่ปลอดภัยของเด็กจริงๆ แบบที่พวกเขาไม่ต้องกลับเข้าโรงเรียนก็ได้ ซึ่งนับเป็น 1 ใน 4 มาตรการหลักของนโยบาย Thailand Zero Dropout ด้วยการสร้างรูปแบบการเรียนรู้ที่ยืดหยุ่น เช่น 1 โรงเรียน 3 รูปแบบ ศูนย์การเรียนรู้ การเรียนออนไลน์ผ่าน Mobile School การเทียบโอนหน่วยกิตเพื่อรับรองวุฒิการศึกษา ฯลฯ</p>



<p>“พื้นที่ปลอดภัยของเด็กๆ ไม่ใช่แค่ตามตัวเด็กที่หายไป หรือนำเด็กกลับเข้าโรงเรียน แต่คือสร้างรูปแบบการเรียนรู้ที่ยืดหยุ่น มอบทักษะชีวิต อาชีพให้เด็กเรียนรู้และมีรายได้ควบคู่กันไป ปัจจุบันมี 40 หน่วยการเรียนรู้ ภายใต้โครงการพัฒนาการเรียนรู้สำหรับเยาวชนนอกระบบการศึกษา จากการร่วมมือของ กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.)  คือหน่วยจัดการเรียนรู้สำหรับเยาวชนนอกระบบการศึกษา ที่สามารถนำไปตอบโจทย์เป้าหมาย Thailand Zero Dropout ที่เป็นกระบวนการสร้างพื้นที่ปลอดภัยที่เป็นรูปธรรมที่ทำได้”นเรศ สงเคราะห์สุข  อธิบาย </p>



<p></p>



<p><strong>ที่มา :</strong><br><a href="https://www.eef.or.th/infographic-7-reasons/" target="_blank" rel="noopener" title="7 สาเหตุที่ทำให้เด็กออกนอกระบบการศึกษา">7 สาเหตุที่ทำให้เด็กออกนอกระบบการศึกษา</a><br><a href="https://www.facebook.com/story.php?story_fbid=994388316122827&amp;id=100066550025147" target="_blank" rel="noopener" title="เด็กหลุดจากระบบการศึกษา ไม่ใช่แค่เรื่องของพวกเขา…แต่เป็นเรื่องของเราทุกคน">เด็กหลุดจากระบบการศึกษา ไม่ใช่แค่เรื่องของพวกเขา…แต่เป็นเรื่องของเราทุกคน</a></p><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/infographic-87621/">ไม่มีเด็กคนไหนอยากหลุดระบบ แต่เพราะ…</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
