<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>PISA for Schools | กสศ.</title>
	<atom:link href="https://www.eef.or.th/tag/pisa-for-schools/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.eef.or.th</link>
	<description>กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา</description>
	<lastBuildDate>Wed, 20 Jul 2022 13:30:27 +0000</lastBuildDate>
	<language>th</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.3.8</generator>

<image>
	<url>https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/02/cropped-fav-icon-32x32.png</url>
	<title>PISA for Schools | กสศ.</title>
	<link>https://www.eef.or.th</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>มองผ่าน ‘บ้านแซววิทยาคม’ PISA for Schools เหมือนเป็นกระจกสะท้อน“ทำให้โรงเรียนรู้ถึงสิ่งที่ต้องทำต่อในอนาคต”</title>
		<link>https://www.eef.or.th/article-pisa-for-schools-200722/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 20 Jul 2022 13:30:25 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[โรงเรียน TSQP]]></category>
		<category><![CDATA[Movement]]></category>
		<category><![CDATA[เชียงราย]]></category>
		<category><![CDATA[กสศ.]]></category>
		<category><![CDATA[PISA for Schools]]></category>
		<category><![CDATA[Thinking school]]></category>
		<category><![CDATA[ลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา]]></category>
		<category><![CDATA[big 5]]></category>
		<category><![CDATA[บ้านแซววิทยาคม]]></category>
		<category><![CDATA[เชียงแสน]]></category>
		<category><![CDATA[เชียงของ]]></category>
		<category><![CDATA[ชาติพันธุ์]]></category>
		<category><![CDATA[ชนาธิป โหตรภวานนท์]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?p=58401</guid>

					<description><![CDATA[<p>บ้านแซววิทยาคม  โรงเรียน 3 ชายแดน โรงเรียนบ้านแซววิทยาค [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/article-pisa-for-schools-200722/">มองผ่าน ‘บ้านแซววิทยาคม’ PISA for Schools เหมือนเป็นกระจกสะท้อน“ทำให้โรงเรียนรู้ถึงสิ่งที่ต้องทำต่อในอนาคต”</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<h2 class="wp-block-heading"><strong>บ้านแซววิทยาคม</strong> <strong> โรงเรียน 3 ชายแดน</strong></h2>



<p>โรงเรียนบ้านแซววิทยาคม ต.บ้านแซว อ.เชียงแสน จ.เชียงราย เป็นโรงเรียนที่ได้รับการขนานนามว่า โรงเรียน 3 ชายแดน หนึ่งเป็นชายแดนประเทศติดกับแม่น้ำโขงตรงข้ามฝั่งลาว สองอยู่ชายแดนจังหวัด และสุดท้ายเป็นชายแดนอำเภอ เป็นโรงเรียนที่อยู่ตรงกลางระหว่างอำเภอเชียงแสนและอำเภอเชียงของ เป็นโรงเรียนประจำตำบลขนาดกลาง&nbsp; เปิดสอนในระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 ถึงชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 มีนักเรียนรวมทั้งหมดราว 300 คน และมีบริบทที่พิเศษแตกต่างจากโรงเรียนทั่วไปคือการเป็นโรงเรียนที่มีความหลากหลายสูง แต่โดยรวมแบ่งเป็นสองกลุ่มใหญ่ๆ คือ นักเรียนที่มาจากกลุ่มชาติพันธุ์ อย่างเช่น ชนเผ่าม้ง กับกลุ่มนักเรียนคนเมืองที่พูดภาษาเหนือท้องถิ่น จึงทำให้มีการแบ่งแยก และการล้อเลียนกันอยู่บ้างในนักเรียนสองกลุ่มนี้ ซึ่งที่ผ่านมาไม่ได้มองว่าเป็นปัญหาสำคัญอะไร จึงถูกมองข้ามไป</p>



<p>อย่างไรก็ตาม เมล็ดพันธุ์แห่งความไม่เข้าใจ แม้เป็นเรื่องเล็กๆ ในวันนี้ แต่หากปล่อยไว้ให้เติบใหญ่ ก็ไม่แน่ว่า นี่อาจเป็นปัญหาใหญ่ที่ต้องตามไปแก้ไขในอนาคต และถ้ารอถึงเวลานั้นเมื่อไหร่ก็อาจเป็นเรื่องยากยิ่งกว่าเดิมในการเปลี่ยนแปลง</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-5c5150"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2022/07/01-มองผ่านบ้านแซววิทยาคม.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<h2 class="wp-block-heading"><strong>PISA for Schools กระจกสะท้อน ผลลัพธ์ทางการศึกษา</strong></h2>



<p>ในปีที่ผ่านมา ‘โรงเรียนบ้านแซววิทยาคม’ เข้าร่วมการประเมิน PISA for Schools กับ กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) โดยมี <strong>ครูชนาธิป โหตรภวานนท์ ครูสอนวิชาวิทยาศาสตร์ </strong>เป็นผู้ดูแลประสานงานเพื่อคัดเลือกนักเรียนที่อายุเข้าเกณฑ์เข้ารับการทดสอบ</p>



<p>ผลทดสอบที่ออกมา ปรากฏว่า เด็กนักเรียนโรงเรียนบ้านแซวฯ ได้คะแนนในส่วนของการอ่านมีค่าเฉลี่ยอยู่ในระดับประเทศ ส่วนวิทยาศาสตร์ยังขาดทักษะสำคัญบางด้าน เพราะนักเรียนไม่ได้ทำการทดลองอย่างเต็มที่ เนื่องจากขาดอุปกรณ์ในการเรียนการสอน แต่ในมุมวิทยาศาสตร์เช่นกันก็ทำให้เห็นว่า เด็กๆ ของที่นี่มีความสามารถในการตั้งสมมติฐานที่มีค่าเฉลี่ยสูงในระดับประเทศ ขณะที่ด้านคณิตศาสตร์เด็กยังขาดความสามารถในการตีความโจทย์ ภายหลังการนำข้อมูลมาวิเคราะห์เพิ่มเติม พบว่าอาจเป็นเพราะเด็กส่วนหนึ่งไม่ได้ใช้ภาษาไทยเป็นหลัก ทำให้ต้องใช้กระบวนการคิดสองชั้น จึงมีความซับซ้อนมากขึ้นและยากขึ้นในการทำความเข้าใจกับโจทย์ปัญหา</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-7da2ce"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2022/07/03-มองผ่านบ้านแซววิทยาคม.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>ส่วนผล PISA for Schools ในมิติของนักเรียนต่อนักเรียน หรือสถานการณ์ต่างๆ ภายในโรงเรียน ไม่ว่าจะเป็นการ Bully การกีดกัน การล้อเลียนกัน เรื่องเป็นตัวที่บอกถึงความสุขในโรงเรียน หรือสภาพที่นักเรียนมีปฏิสัมพันธ์ต่อผู้อื่น ข้อค้นพบเรื่องนี้เป็นที่น่าสบายใจว่า ในโรงเรียนมีการกลั่นแกล้งที่ค่อนข้างน้อย คืออยู่ต่ำกว่า 20% และมีการกีดกันค่อนข้างน้อยเช่นเดียวกัน แต่ในขณะเดียวกันกลับมีการล้อเลียนที่สูง ส่วนในด้านของการคุกคาม การหยิบฉวย การทำลายข้าวของ การรังแก หรือการแพร่กระจายข่าวลือ ยังอยู่ในระดับต่ำ</p>



<p>“หมายความว่าสิ่งที่ทางโรงเรียนที่ดำเนินการมาค่อนข้างที่จะถูกทางแล้ว แต่ยังมีจุดที่ต้องพัฒนาคือการล้อเลียน” ครูชนาธิป กล่าวพร้อมอธิบายเพิ่มเติมว่า&nbsp;&nbsp;</p>



<p>“ผลทดสอบการประเมินของ PISA for Schools ทำให้รู้ว่าโรงเรียนอยู่ที่จุดไหน ไม่ใช่แค่ในด้านวิชาการ แต่เป็นด้านสภาพแวดล้อมในโรงเรียน ทำให้เห็นบรรยากาศโดยรวมว่า เด็กนักเรียนมีความรู้สึกต่อตนเอง มีความรู้สึกต่อเพื่อนรอบๆ ตัว ต่อคุณครูผู้สอน ต่อโรงเรียน ต่อสังคม หรือสภาพแวดล้อมที่ตนเองเป็นอยู่อย่างไรบ้าง</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-0fdd6e"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2022/07/ครูชนาธิป-มองผ่านบ้านแซววิทยาคม.jpg" alt=""/></div><figcaption class="qubely-image-caption">ครูชนาธิป โหตรภวานนท์ ครูสอนวิชาวิทยาศาสตร์</figcaption></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>“คือเรื่องพวกนี้ เดิมเราตั้งสมมติฐานว่าอาจจะรู้ได้จากการเยี่ยมบ้านนักเรียน ซึ่งครูโรงเรียนบ้านแซวไปเยี่ยมบ้านเด็กทุกคนอยู่แล้ว แต่ในความเป็นจริง เรื่องบางเรื่อง เด็กก็ไม่กล้าที่จะบอกครู เรื่องบางเรื่องเด็กก็ไม่กล้าที่จะเปิดเผย หรือพูดออกมาด้วยตัวของตัวเองหรือพูดกับครู เหมือนยังมีเส้นบางๆ กั้นอยู่ แต่หากเป็นคนนอกเข้ามาสำรวจ หรือคนนอกเข้ามาสอบถาม เด็กจะกล้าพูดมากกว่า ในขณะที่ถ้าเป็นครู เด็กจะมีความรู้สึกเกรงใจไม่กล้าพูด ไม่กล้าเล่า”</p>



<p>การที่ได้ผล PISA for Schools ออกมา จึงทำให้โรงเรียนบ้านแซวฯ รู้เบื้องลึกเบื้องหลังของเด็กๆ มากขึ้น และทำให้รู้ถึงสิ่งที่โรงเรียนต้องทำต่อไปในอนาคต เพื่อให้เด็กนักเรียนได้รับโอกาสในการพัฒนาไปตามตัวตนของเขา สามารถใช้ชีวิตอยู่ในสังคมและมีส่วนร่วมในการพัฒนาสังคมที่เขาจะต้องอยู่ต่อไปในอนาคตได้ ซึ่งจะถือว่าเป็นการพัฒนาได้อย่างยั่งยืน</p>



<p></p>



<h2 class="wp-block-heading"><strong>PISA for Schools สู่ แบบแผนการเรียนที่ถูกจุด</strong></h2>



<p>ครูชนาธิป  เล่าต่อไปว่า เมื่อได้ผลประเมินจาก PISA for Schools ทางผู้บริหารโรงเรียนบ้านแซวฯ และครูในโรงเรียนทุกคนได้ช่วยกันนำผลมาวิเคราะห์ และร่วมกันออกแบบการเรียนการสอนใหม่ เป็นรูปแบบการเรียนการสอนที่เรียกว่า Thinking school ซึ่งเป็นนวัตกรรมทางการศึกษาที่ระดับสากลยอมรับกันอยู่แล้ว</p>



<p>“Thinking school คือการที่ครูผู้สอนมีหน้าที่เข้าไปกระตุ้นพัฒนาการทางความคิดของผู้เรียน ให้เกิดการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ระหว่างครูและผู้เรียนหรือผู้เรียนด้วยกันเองให้สามารถคิดวิเคราะห์สร้างสรรค์ และสังเคราะห์ ซึ่งทำให้เด็กมีความเข้าใจได้อย่างถ่องแท้ในทุกสาระการเรียนรู้ โดยหลักๆ จะมีการดึงความสนใจ มีการตั้งเป้าหมายในชั้นเรียน มีการเปิดโอกาสให้นักเรียนได้ใช้การพูดคุย และนักเรียนได้สะท้อนสิ่งที่ตัวเองได้เรียนรู้ในคาบนั้นออกมา</p>



<p>“การเรียนการสอนแบบ Thinking school จะทำให้นักเรียนเปิดรับฟังความคิดเห็นของผู้อื่นมากขึ้น เพราะจะมีขั้นตอนการสอนอย่างหนึ่ง ที่นักเรียนจะต้องแสดงความคิดเห็นต่อสิ่งที่ได้เรียน สะท้อนกลับมายังครูผู้สอน หรือสะท้อนกลับไปยังกลุ่มเพื่อน เลยทำให้นักเรียนมีความสบายใจที่จะได้แสดงสิ่งที่ตัวเองคิดออกไป เพราะไม่ถูกปิดกั้น ทำให้บรรยากาศภายในโรงเรียนเป็นพื้นที่ปลอดภัยให้กับนักเรียนมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นทางด้านความคิด หรือตัวตน</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-1de682"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2022/07/04-มองผ่านบ้านแซววิทยาคม.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>“ส่วนของผมเองที่เอามาปรับ จะเน้นกระบวนการสอนที่จะให้เด็กระบุปัญหา คือทักษะด้านวิทยาศาสตร์ของบ้านแซวฯ ยังขาดทักษะด้านการระบุปัญหา และการอภิปรายกระบวนการอย่างเป็นวิทยาศาสตร์ ผมเอาจุดด้อยมาออกแบบกิจกรรมใหม่ เช่นพาเด็กๆ ไปสำรวจมากขึ้น พาออกไปข้างนอกห้องเรียน เพื่อให้นักเรียนได้ลงมือทำการทดลองบางอย่างด้วยตัวเองมากขึ้น แม้เราจะขาดอุปกรณ์ทดลองทางวิทยาศาสตร์ก็ตาม แต่เราสามารถออกแบบจากสิ่งที่เรามีได้ เมื่อเรารู้โจทย์ของตัวเองที่ชัดขึ้น”</p>



<p>อีกเรื่องหนึ่งที่สำคัญมากและเคยมองข้ามไปก่อนหน้านี้ ทางโรงเรียนได้เอาผลจาก PISA for Schools มาวิเคราะห์ว่า มีสาเหตุจากอะไรบ้างที่ทำให้เด็กนักเรียนมีการแบ่งแยกและการล้อเลียนกันอยู่ จากนั้นจึงนำไปสู่การจัดกิจกรรมเพื่อเสริมสร้างความเข้าใจกันและสร้างความภูมิใจในตัวเอง</p>



<p>“กิจกรรมที่เพิ่มขึ้นจะพยายามส่งเสริมให้เด็กชาติพันธุ์ได้แสดงตัวตนที่มีความเกี่ยวข้องกับวัฒนธรรมของเขา ขณะเดียวกันในกลุ่มเด็กเมืองก็จัดกิจกรรมที่เป็นวัฒนธรรมของล้านนาควบคู่กันไปด้วย ตัวตนที่แสดงออกมาอย่างภูมิใจจะสร้างความเข้าใจในความแตกต่างกัน และยอมรับในกันและกันว่าอีกฝ่ายก็มีความสามารถ ส่งผลให้ความรู้สึกแบ่งแยกและการล้อเลียนลดลง เพราะว่านักเรียนเข้าใจและยอมรับในความแตกต่างกันได้มากขึ้น</p>



<p>“จากบริบทที่มีนักเรียนที่เป็นชนเผ่าและนักเรียนทั่วไปอยู่ด้วยกัน ทำให้เกิดการตั้งกลุ่มและกีดกันจากสังคมของแต่ละกลุ่มนำไปสู่การล้อเลียน อาจเป็นเรื่องเล็กๆ ตอนเริ่มต้น แต่ก็อาจบานปลายได้ เราจึงพยายามหากิจกรรมที่จะนำนักเรียนทั้งสองกลุ่มเข้ามาทำบางสิ่งบางอย่างร่วมกันและพุ่งเป้าไปที่การพัฒนาแบบ Thinking school เราพบว่า ถ้าเปิดโอกาสให้เด็กได้พูดคุย ได้เปิดใจในสิ่งที่ตัวเองคิดและรับฟังคนอื่นมากขึ้น เด็กจะมีการยอมรับคนอื่นมากขึ้น และจะลดในส่วนของการล้อเลียนลง”</p>



<p>ในข้อแนะนำ ครูจากโรงเรียนบ้านแซว กล่าวว่า เขาหวังให้ในอนาคตมีการประเมินในลักษณะนี้ มีขึ้นอย่างต่อเนื่องด้วยเครื่องมือและอุปกรณ์ที่โรงเรียนสามารถทำได้เอง โดยไม่ต้องรอการทดสอบจากทาง OECD หรือ กสศ. การที่ให้โรงเรียนมีเครื่องมือเสมือนมีกระจกในการสะท้อนตนเอง จะสามารถนำไปสู่การปรับปรุงและพัฒนาด้วยตนเองได้อย่างไม่หยุดนิ่ง เพื่อเพิ่มคุณภาพและความเท่าเทียมกันทางการศึกษาของเด็กทุกคน ทุกกลุ่ม ไม่ว่าจะอยู่ในพื้นที่แบบใดหรือห่างไกลจากความเจริญเพียงไหนก็ตาม</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-6689b6"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2022/07/05-มองผ่านบ้านแซววิทยาคม.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<h2 class="wp-block-heading"><strong>รู้จัก PISA for Schools ?</strong></h2>



<p>PISA for Schools คือ เครื่องมือประเมินเพื่อพัฒนาชั้นเรียนและสถานศึกษาที่เข้ารับการทดสอบ ทั้งยังสามารถขยายผลเพื่อพัฒนาโรงเรียนอื่นที่มีสภาพแวดล้อมใกล้เคียงกันได้&nbsp; ประเทศไทยเป็นหนึ่งใน 15 ประเทศจากทั่วโลกที่มีโอกาสร่วมวิจัยพัฒนาเครื่องมือ PISA-based Test for Schools ร่วมกับ OECD เพื่อนำไปประยุกต์ใช้ประโยชน์ในการพัฒนาตนเองได้อย่างต่อเนื่องด้วยข้อมูลจากการประเมินดังกล่าว</p>



<p>ปัจจุบัน ภายใต้การสนับสนุนของ กสศ. เพื่อเป็นโจทย์วิจัย ได้มีการทดลองใช้ PISA for schools ใน 66 โรงเรียน ครอบคลุมนักเรียน 2,459 คน พบว่า แม้เป็นนักเรียนจากครัวเรือนยากจนที่มีรายได้น้อยที่สุด 25% ของประเทศ แต่ก็สามารถทำคะแนนให้อยู่ในกลุ่มที่ได้คะแนนสูงสุด 25% บนของประเทศ ซึ่งจากนักเรียนกลุ่มนี้จำนวนไม่น้อยพบว่า จะมีคุณลักษณะด้านหนึ่งที่มีเหมือนกัน นั่นคือมีกระบวนการพัฒนาทักษะทางอารมณ์สังคม (Social and Emotional Learning) หรือ SEL ซึ่งมีทั้งสิ้น 5 ประเภท หรือเรียกว่า Big Five Model ได้แก่ 1.ความรับผิดชอบต่องาน&nbsp; 2.ทักษะทางอารมณ์ 3.ความเห็นอกเห็นใจผู้อื่น 4.การเปิดรับประสบการณ์ 5.ทักษะสังคมและการมีส่วนร่วมกับผู้อื่น</p>



<p>มีรายงานการศึกษาจากในหลายประเทศ พบว่า SEL เป็นทักษะสำคัญที่จะทำให้การเรียนรู้ทางวิชาการมีผลสัมฤทธิ์ที่ดีด้วย และผลจากการวิจัย PISA for Schools ในกลุ่มโรงเรียนที่ใช้กระบวนการเรียนแบบ Thinking school และ Active Learning พบว่า มีส่วนอย่างมากในการกระตุ้นให้เกิด SEL ในการเรียนรู้ของเด็กๆ</p><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/article-pisa-for-schools-200722/">มองผ่าน ‘บ้านแซววิทยาคม’ PISA for Schools เหมือนเป็นกระจกสะท้อน“ทำให้โรงเรียนรู้ถึงสิ่งที่ต้องทำต่อในอนาคต”</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>กสศ.-OECD เปิดผลวิจัย PISA for Schools ครั้งแรกของไทย พบเด็กช้างเผือกสร้างได้ ด้วยการส่งเสริมทักษะอารมณ์และสังคม ชู Big 5 Model</title>
		<link>https://www.eef.or.th/news-080722/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 08 Jul 2022 03:18:58 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[ข่าวสารความรู้]]></category>
		<category><![CDATA[กสศ.]]></category>
		<category><![CDATA[ดร.ไกรยส ภัทราวาท]]></category>
		<category><![CDATA[OECD]]></category>
		<category><![CDATA[ศ.นพ.วิจารณ์ พานิช]]></category>
		<category><![CDATA[ดร.ภูมิศรัณย์ ทองเลี่ยมนาค]]></category>
		<category><![CDATA[วสศ.]]></category>
		<category><![CDATA[PISA for Schools]]></category>
		<category><![CDATA[Dr.Joanne Caddy]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?p=58117</guid>

					<description><![CDATA[<p>6 กรกฎาคม 2565 &#8211; กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษ [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/news-080722/">กสศ.-OECD เปิดผลวิจัย PISA for Schools ครั้งแรกของไทย พบเด็กช้างเผือกสร้างได้ ด้วยการส่งเสริมทักษะอารมณ์และสังคม ชู Big 5 Model</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>6 กรกฎาคม 2565 &#8211; กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) และ องค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา (OECD) เปิดผลการวิจัย PISA for Schools การประเมินเพื่อพัฒนาในระดับสถานศึกษาครั้งแรกของไทย ผลวิจัยระบุทักษะอารมณ์และสังคม (Social and Emotional Skill) มีความสัมพันธ์ต่อผลลัพธ์ทางการเรียนรู้ พบ “เด็กช้างเผือก” จากครัวเรือนยากจนแต่สามารถอยู่ในกลุ่มที่ทำคะแนนได้สูงสุด 25% มีทักษะอารมณ์สังคม เช่น การควบคุมตนเอง&nbsp; ความอยากรู้อยากเห็น การเห็นอกเห็นใจผู้อื่น ที่สูงกว่าเด็กกลุ่มอื่นๆ ชี้นอกจากการมุ่งเน้นการสอนด้านความรู้ทางวิชาการแล้ว บรรยากาศของโรงเรียน ห้องเรียน วิธีการสอนและบทบาทของครอบครัว มีผลอย่างมากในการยกระดับคุณภาพการเรียนรู้ของเด็ก และเป็นแนวทางพัฒนาที่ไม่ต้องใช้งบประมาณที่สูง</p>



<p><strong>ดร.ไกรยส ภัทราวาท ผู้จัดการกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) </strong>กล่าวว่า  PISA for Schools หรือ PISA-based Test for Schools (PBTS) ไม่ได้มีจุดมุ่งหมายในการสุ่มกลุ่มตัวอย่างทางสถิติเพื่อวัดระดับความสำเร็จของการศึกษาระดับประเทศ หรือระดับนานาชาติ เหมือนอย่างการสอบ PISA ซึ่งจัดสอบทุก 3 ปี  แต่ PISA for Schools เป็นเครื่องมือประเมินเพื่อพัฒนาชั้นเรียนและสถานศึกษา  และสามารถขยายผลพัฒนาโรงเรียนอื่นที่มีสภาพแวดล้อมใกล้เคียงกัน รวมถึงนำไปสู่งานวิจัยต่อเนื่องเพื่อผลลัพธ์ในการเปลี่ยนแปลงนโยบายการศึกษาของประเทศ ซึ่งเป็นโอกาสที่สำคัญที่องค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา หรือ โออีซีดี ได้เชิญประเทศไทยเป็นหนึ่งใน 15 ประเทศทั่วโลกที่มีโอกาสร่วมวิจัยพัฒนาเครื่องมือ PISA-based Test for Schools นี้ เพื่อนำมาประยุกต์ใช้ประโยชน์ในการพัฒนาเครื่องมือการประเมินผลเพื่อการพัฒนาในชั้นเรียน เพื่อให้สถานศึกษาสามารถพัฒนาตนเองได้อย่างต่อเนื่องด้วยข้อมูลเครื่องมือดังกล่าว</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-40a4a5"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2022/07/02-ไกรยส-ภัทราวาท.jpg" alt=""/></div><figcaption class="qubely-image-caption">ดร.ไกรยส ภัทราวาท ผู้จัดการ กสศ.</figcaption></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>ดร.ไกรยส กล่าวว่า กสศ. ทดลองใช้ PISA for schools&nbsp; ใน 66 โรงเรียน ครอบคลุมนักเรียน 2,459 คน พบเด็กช้างเผือก (Resilient Student) ซึ่งเป็นนักเรียนจากครัวเรือนยากจนที่มีรายได้น้อยที่สุด 25% ของประเทศสามารถทำคะแนนอยู่ในกลุ่มที่ได้คะแนนสูงสุด 25% บนของประเทศ จำนวนหนึ่งที่มีคุณลักษณะด้าน ทักษะอารมณ์และสังคม (social and emotional skill) อยู่ในระดับสูงตรงกัน และเมื่อวิเคราะห์โดยใช้เครื่องมือ PISA for Schools จะพบว่า เมื่อควบคุมให้ปัจจัยอื่นๆ คงที่แล้ว ปัจจัยที่ทำให้นักเรียนช้างเผือกมีผลสมรรถนะที่ดีกว่าเพื่อนแตกต่างจากนักเรียนจากครัวเรือนยากจนทั่วไปคือ การมีระดับทักษะอารมณ์ สังคมสูง โดยบทบาทของผู้ปกครอง โรงเรียน มีผลอย่างมากที่ช่วยให้ระดับทักษะอารมณ์สังคมของเด็กกลุ่มนี้มีมากขึ้น&nbsp;</p>



<p>“กล่าวได้ว่าผลการวิจัยจากโครงการ PISA for Schools นี้เป็นเครื่องมือช่วยให้ กสศ. และหน่วยงานภาคีมีความเข้าใจมากขึ้นในการส่งเสริมโอกาสทางการศึกษาในระดับสูงของนักเรียนยากจนและยากจนพิเศษ หรือ การพัฒนาทางช้างเผือก เพราะ กสศ. และหน่วยงานภาคีเชื่อว่า เด็กทุกคนไม่ว่าจะเกิดมายากดีมีจน สามารถพัฒนาได้ เราเชื่อว่า โรงเรียน ชั้นเรียนและคุณครู พัฒนาได้ แม้ว่าจะเริ่มต้นด้วยความด้อยโอกาสหรือความไม่พร้อม แต่เมื่อได้รับโอกาสทางการศึกษาที่เสมอภาคแล้ว พวกเขาสามารถพัฒนาได้ นี่คือหัวใจของการทำงานของ กสศ. ไม่ใช่การทำงานที่ให้เงินแล้วจบไป ถ้าเราเชื่อมั่นใน เด็ก คุณครู โรงเรียน รวมถึงครอบครัวและชุมชนแล้ว นี่คือจุดเริ่มต้นสู่การสร้างความเสมอภาคที่ยั่งยืน ขั้นตอนต่อไป เราประยุกต์ใช้เครื่องมือ PISA for Schools ร่วมกับทีมวิจัยในประเทศไทยให้เป็นเครื่องมือการประเมินเพื่อการพัฒนาของสถานศึกษาได้ด้วยตัวเอง ที่สอดคล้องกับบริบทของระบบการศึกษาไทย ซึ่งสอดคล้องกับทิศทางการศึกษาในระดับนานาชาติ <strong>ที่หลายประเทศกำลังผลักดันให้เป็นวาระสำคัญ” ดร.ไกรยส กล่าว</strong></p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-069737"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2022/07/03-ดร.ภูมิศรัณย์.jpg" alt=""/></div><figcaption class="qubely-image-caption">ดร.ภูมิศรัณย์ ทองเลี่ยมนาค รักษาการผู้อำนวยการ วสศ.</figcaption></figure></div></div></div>



<p></p>



<p><strong>ดร.ภูมิศรัณย์ ทองเลี่ยมนาค รักษาการผู้อำนวยการสถาบันวิจัยเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (วสศ.)</strong> กล่าวว่า PISA for Schools สามารถนำไปสู่การวิเคราะห์วิจัยเพื่อหาข้อค้นพบเกี่ยวกับการพัฒนาทักษะทางอารมณ์สังคม หรือ Social and Emotional Skills (SES) และการค้นหาและพัฒนา ‘เด็กช้างเผือก’ ได้ โดยงานวิจัยระบุว่า นอกจากทักษะด้านสติปัญญา (Cognitive Skill) แล้ว กระบวนการพัฒนาทักษะทางอารมณ์สังคม (Social and Emotional Learning) หรือ SEL ถือว่ามีความสำคัญต่อชีวิตของเด็กและต่อสังคมอย่างมาก ทั้งนี้ ทักษะทางอารมณ์ที่สำคัญแบ่งเป็น 5 ประเภท หรือเรียกว่า Big Five Model ได้แก่ 1.ความรับผิดชอบต่องาน&nbsp; 2.ทักษะทางอารมณ์ 3.ความเห็นอกเห็นใจผู้อื่น 4.การเปิดรับประสบการณ์ 5.ทักษะสังคมและการมีส่วนร่วมกับผู้อื่น</p>



<p>ดร.ภูมิศรัณย์ กล่าวว่า จากผลทดสอบ PISA for Schools ทำให้ค้นพบว่า SEL มีความสัมพันธ์กับคะแนนในวิชาวิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ และการอ่าน โดยเด็กที่มีการควบคุมตัวเองได้ดี มีความอยากรู้อยากเห็น หรือมีความเห็นอกเห็นใจผู้อื่น จะมีผลการเรียนที่ดีตามมา ข้อค้นพบตรงนี้นำเรามาสู่การสำรวจพบ ‘เด็กช้างเผือก’ หรือเด็กที่มีเศรษฐฐานะในระดับ 25% ล่างสุด แต่สามารถทำคะแนนได้สูงอยู่ใน 25% บนสุดของกลุ่มทดสอบ ซึ่งจะเป็นต้นแบบให้เราไปถึงแนวทางในการพัฒนาเด็กคนอื่น ๆ ในภาพรวมได้</p>



<p>“จากเด็กเข้าสอบทั้งหมด มี 76 คน ที่มีคะแนนสูงสุดในแต่ละกลุ่มวิชา และมี 5 คนที่คะแนนสูงสุดในทั้งสามวิชา เด็กเหล่านี้คือเด็กช้างเผือกที่ได้รับทุนเสมอภาค ซึ่งมาจากครอบครัวที่ยากจนที่สุด ซึ่ง PISA for Schools เผยให้เห็นพื้นภูมิว่ามีทักษะทางอารมณ์สังคมที่โดดเด่นในหลายเรื่อง เช่น มีการควบคุมตนเอง กล้าแสดงออก และมีทักษะสังคมที่สูงกว่าเด็กกลุ่มอื่น ส่วนความอยากรู้อยากเห็น และความเห็นอกเห็นใจก็มีในระดับค่อนข้างสูง แม้ยังเป็นรองเด็กที่มาจากครอบครัวที่เศรษฐฐานะดีที่สุด”</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-709b18"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2022/07/01-news-pisa-for-school.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>ดร.ภูมิศรัณย์ ย้ำด้วยว่า ในอีกเรื่องที่ค้นพบ เด็กช้างเผือกกลุ่มนี้จะมีการสนับสนุนจากผู้ปกครองในหลายด้าน เช่น การเสริมความมั่นใจ การศึกษาการฝ่าฟันความยากลำบากทำให้เห็นว่าแม้มาจากครอบครัวยากจนที่สุด หรือผู้ปกครองมีระดับการศึกษาที่ไม่สูง แต่หากเขาได้รับการสนับสนุนด้านต่างๆ โดยเฉพาะการศึกษา การให้กำลังใจจากผู้ปกครอง เด็กก็สามารถไปสู่ความสำเร็จทางวิชาการได้</p>



<p>“ยิ่งผู้ปกครองสนับสนุนเรื่องการศึกษาเท่าไหร่ เด็กจะยิ่งมีความอยากรู้อยากเรียน มองโลกในแง่ดี เกิดความมั่นใจในการเรียน และเป็นการพัฒนาส่งเสริมทักษะอารมณ์สังคมของเด็กให้ดียิ่งขึ้นไปอีก หรือเมื่อมองไปที่ปัจจัยของโรงเรียน จะพบว่าบรรยากาศในห้องเรียนที่ดี มีความเป็นระเบียบเรียบร้อย ไม่มีพฤติกรรมรบกวนในระหว่างการเรียนการสอน มีการเปิดกว้างทางความคิดเห็นก็ล้วนเป็นปัจจัยที่ทำให้ทักษะอารมณ์สังคมของเด็กพัฒนาไปในเชิงบวก ทั้งนี้หากโรงเรียนมีปัญหาเรื่องการกลั่นแกล้งกันสูง ทักษะอารมณ์สังคมของเด็กจะเป็นเชิงลบ ดังนั้นปัจจัยเรื่องบรรยากาศโรงเรียน ห้องเรียน วิธีการสอน นับว่ามีผลต่อเด็กในเรื่องทักษะทางอารมณ์และสังคมโดยตรง”</p>



<p>เมื่อลองนำผลทดสอบจาก PISA for Schools มาคิดคำนวณเพื่อสะท้อนไปถึงผลลัพธ์ทางวิชาการ ก็จะพบว่าปัจจัยที่มีอิทธิพลสูงสุดคือ เศรษฐฐานะหรือระดับการศึกษาของผู้ปกครอง ซึ่งเป็นสิ่งที่เปลี่ยนแปลงไม่ได้ อย่างไรก็ตาม เมื่อมองไปยังปัจจัยที่เปลี่ยนแปลงได้ หรือคุณสมบัติที่อยู่ภายใต้กรอบ SEL ซึ่งเป็นสิ่งที่เราสามารถพัฒนาได้ จะเห็นว่าเราสามารถถ่ายทอดแนวทาง ข้อมูล หรือทัศนคติในการพัฒนาทักษะทางอารมณ์และสังคมของเด็กไปสู่ครอบครัว</p>



<p>“โรงเรียน ครู และผู้ปกครองเป็นแรงผลักดันสำคัญของเด็กได้ หากกล่าวโดยสรุป SEL ถือเป็นแนวทางการพัฒนาเด็กได้โดยไม่จำเป็นต้องใช้งบประมาณสูง และมีความสัมพันธ์โดยตรงกับผลสัมฤทธิ์ทางการศึกษา สามารถนำไปใช้พัฒนาคุณภาพชีวิตของนักเรียนในทุกระดับและจะส่งผลต่อเนื่องไปถึงอนาคตของเด็กได้ในระยะยาว” ดร.ภูมิศรัณย์ กล่าว</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-99bdb3"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2022/07/05-Joanne-Caddy.jpg" alt=""/></div><figcaption class="qubely-image-caption">Dr.Joanne Caddy นักวิเคราะห์อาวุโสและหัวหน้าทีมวิจัยโครงการ PISA for Schools ประจำองค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา (OECD)</figcaption></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>ด้าน <strong>Dr.Joanne Caddy นักวิเคราะห์อาวุโสและหัวหน้าทีมวิจัยโครงการ PISA for Schools ประจำองค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา (OECD)</strong> กล่าวว่า ท่ามกลางความไม่พร้อมด้านสถานะทางเศรษฐกิจและสังคมของตัวนักเรียนและโรงเรียน การที่โรงเรียนให้ความสำคัญกับการปลูกฝัง Growth Mindset และบ่มเพาะทักษะทางอารมณ์และสังคมของเด็กอย่างต่อเนื่อง จะช่วยให้เด็กเพิ่มพูนทักษะความรู้ทางวิชาการได้ทัดเทียมกับเด็กรุ่นเดียวกันที่มีความพร้อมมากกว่าในหลายๆ ด้านได้</p>



<p>“Growth mindset มีความหมายว่า เด็กนักเรียน เชื่อว่า ตนเองมีความสามารถในการเรียนรู้ คือเมื่อเจออุปสรรคหรือปัญหา เด็กจะเชื่อว่าตนเองจะหาหนทางเรียนรู้และก้าวไปข้างหน้าได้ ซึ่งตรงข้ามกับ fixed mindset ที่เด็กเชื่อว่าตนเองไม่มีทางเรียนรู้ได้เพราะไม่ฉลาด เพราะไม่มีพร้อมเหมือนคนอื่น Growth mindset จะเกิดขึ้นได้ก็ต่อเมื่อเด็กได้รับการอบรมสั่งสอนเรียนรู้ทักษะทางอารมณ์และสังคม และเป็นสิ่งที่ต้องค่อยๆ ปลูกฝัง บ่มเพาะ และสั่งสม แนวทางการวัดก็คือการใช้แบบสอบถามให้เด็กได้คิดทบทวนกับตนเองว่า จะใช้วิชาที่เรียนแก้ปัญหาอย่างไร”</p>



<p>ดร.โจแอนน์ ยังได้ตั้งข้อสังเกตถึงประเด็นค้นพบจากการศึกษาในโครงการฯ ว่า นักเรียนยากจนพิเศษที่มีทักษะทางอารมณ์และสังคม จะมีความมั่นคงทางจิตใจ คือไม่กลัวที่จะล้มเหลว และไม่สนใจความคิดเห็นของคนอื่น ดังนั้น จึงทำให้เด็กเหล่านี้เป็นผู้เรียนรู้ที่ดี และพร้อมที่จะพัฒนาตนเองตลอดเวลา</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-0457d6"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2022/07/04-วิจารณ์-พานิช.jpg" alt=""/></div><figcaption class="qubely-image-caption">ศ.นพ.วิจารณ์ พานิช ที่ปรึกษาคณะกรรมการบริหาร กสศ.</figcaption></figure></div></div></div>



<p></p>



<p><strong>ศ.นพ.วิจารณ์ พานิช ที่ปรึกษาคณะกรรมการบริหาร กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา </strong>กล่าวว่า โครงการนี้จะนำไปสู่สิ่งที่มีคุณค่ามากกว่างานวิจัย โดยจะนำไปสู่การสร้างให้เด็กไทยเป็นนักเรียนช้างเผือกได้ทุกคน เพราะผลของ PISA for Schools จะทำให้เกิดห้องเรียนคุณภาพสูงเพื่อยกสมรรถนะของเด็กทุกคน</p>



<p>“สิ่งที่สำคัญคือครูต้องช่วยศิษย์ ช่วยพัฒนาเด็กให้มีองค์ประกอบที่สำคัญ 4 ด้านคือ มีค่านิยม เจตนคติ ทักษะ และความรู้ที่ผสมกลมกลืนกัน และต้องการกระบวนการเรียนรู้เชิงลึกหรือ Active Learning ให้เกิดขึ้นในห้องเรียนและในโรงเรียน ซึ่งปัจจุบันสิ่งที่ครูไทยยังขาดอยู่คือเครื่องมือที่จะใช้ในการประเมินและปรับปรุงการทำหน้าที่และวิธีการสอนของครูให้กับนักเรียน ซึ่งในอนาคตถ้าเราสามารถพัฒนาเครื่องมือประเมินแบบ PISA ขึ้นมาเป็นของเราเอง เพื่อให้แต่ละโรงเรียนได้ประเมินตัวเองได้ และออกแบบมาใช้สำหรับเด็กในทุกช่วงอายุ เพื่อนำข้อมูลที่ได้ไปพัฒนาปรับปรุงตัวเองทั้งครู นักเรียน และโรงเรียน และนำผลเหล่านี้มาแลกเปลี่ยนรู้ ก็จะเกิดการปรับปรุงและพัฒนาวงจรการเรียนรู้ คุณภาพการศึกษาของเราก็จะพัฒนาขึ้นไปเรื่อยๆ” ศ.นพ.วิจารณ์ กล่าว</p><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/news-080722/">กสศ.-OECD เปิดผลวิจัย PISA for Schools ครั้งแรกของไทย พบเด็กช้างเผือกสร้างได้ ด้วยการส่งเสริมทักษะอารมณ์และสังคม ชู Big 5 Model</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>กสศ.จับมือภาคีเครือข่ายพันธมิตร ชวนโรงเรียนทั่วประเทศเข้าร่วม PISA For Schools เพื่อพัฒนาศักยภาพการศึกษาของไทย</title>
		<link>https://www.eef.or.th/article-pisa-for-schools-thailand-251121/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 25 Nov 2021 05:46:25 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[บทความ]]></category>
		<category><![CDATA[All About EEF]]></category>
		<category><![CDATA[OECD]]></category>
		<category><![CDATA[กสศ.]]></category>
		<category><![CDATA[ดร.ไกรยส ภัทราวาท]]></category>
		<category><![CDATA[รศ.ดร.วีระชาติ กิเลนทอง]]></category>
		<category><![CDATA[PISA for Schools]]></category>
		<category><![CDATA[PBTS]]></category>
		<category><![CDATA[ดร.ณัฐา เพชรธนู]]></category>
		<category><![CDATA[PISA-based Test for Schools]]></category>
		<category><![CDATA[Dr. Joanne Caddy]]></category>
		<category><![CDATA[Tiago de Miranda Fragoso]]></category>
		<category><![CDATA[Tse Chi Sum]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?p=48320</guid>

					<description><![CDATA[<p>ดร.ไกรยส ภัทราวาท รองผู้จัดการกองทุนเพื่อความเสมอภาคทาง [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/article-pisa-for-schools-thailand-251121/">กสศ.จับมือภาคีเครือข่ายพันธมิตร ชวนโรงเรียนทั่วประเทศเข้าร่วม PISA For Schools เพื่อพัฒนาศักยภาพการศึกษาของไทย</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>ดร.ไกรยส ภัทราวาท รองผู้จัดการกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) พร้อมด้วย ดร.ณัฐา เพชรธนู ผู้อำนวยการศูนย์ PISA สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน และ รองศาสตราจารย์ ดร.วีระชาติ กิเลนทอง ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยเพื่อการประเมินและออกแบบนโยบาย (RIPED) มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย ได้ร่วมกันนำการทดสอบ PISA for Schools ซึ่งจัดทำโดยองค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา (OECD) เข้ามาในประเทศไทย โดยมีจุดประสงค์เพื่อยกระดับคุณภาพการศึกษาไทยแบบองค์รวม</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-7cfc73"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/11/17-PISA-For-Schools-04.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>ซึ่งหลังจากประสบความสำเร็จกับการจัดงานเสวนา <a href="https://www.eef.or.th/article-pisa-for-schools-thailand/" title="https://www.eef.or.th/article-pisa-for-schools-thailand/" target="_blank" rel="noreferrer noopener">การประเมิน PISA for Schools ยกระดับการศึกษาไทย</a> และทำให้โรงเรียนต้นแบบมีความรู้เพิ่มเติมในการใช้ประโยชน์จากบททดสอบ PISA For Schools พร้อมทั้งยืนยันผลลัพธ์เชิงบวกต่อวงการการศึกษาไทย ภาคีเครือข่ายจึงขอเชิญชวนให้โรงเรียนทั่วประเทศได้เข้าร่วมกับโครงการอย่างทั่วถึง เพื่อเป็นการกระจายองค์ความรู้ให้ครอบครัวอย่างทั่วถึง</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-58f4ab"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/11/17-PISA-For-Schools-03.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<hr class="wp-block-separator is-style-wide"/>



<h4 class="wp-block-heading"><strong>การทดสอบ PISA for Schools คืออะไร?</strong></h4>



<ul><li>OECD พัฒนา <strong>การประเมินสมรรถนะผู้เรียนตามมาตรฐานสากลเพื่อการพัฒนาสถานศึกษา (PISA for Schools) </strong>ขึ้นเพื่อให้โรงเรียนสามารถเข้าถึงและใช้ประโยชน์จากข้อมูลสมรรถนะผู้เรียน ซึ่งสามารถเปรียบเทียบกันได้ทั่วโลก และใช้ข้อมูลดังกล่าวในการพัฒนาโรงเรียนและการจัดการเรียนการสอน</li><li>แบบทดสอบที่ใช้ในโครงการ PISA for Schools เรียกว่า PISA-based Test for Schools (PBTS) ซึ่งพัฒนาขึ้นโดย OECD ออกแบบมาเพื่อวัดสมรรถนะผู้เรียนใน 3 ด้าน คือ การอ่าน คณิตศาสตร์ และวิทยาศาสตร์ โดยไม่เน้นการวัดความรู้ตามกลุ่มสาระ แต่เน้นวัดความสามารถของผู้เรียนในการนำความรู้มาประยุกต์ใช้ในสถานการณ์ใหม่ๆ โดย OECD ได้ออกแบบการทดสอบ PBTS ให้สามารถเทียบเคียงข้อมูลกับการสอบ PISA ซึ่งจัดขึ้นทุก 3 ปีได้</li><li>การทดสอบ PISA for Schools ต่างจากการทดสอบ PISA (หรือเรียกว่า PISA main study) ซึ่งจัดขึ้นทั่วโลกทุก 3 ปี ที่วัตถุประสงค์ โดยการทดสอบ PISA จะเน้นไปที่การจัดทำข้อมูลเชิงเปรียบเทียบในระดับโลก เน้นให้ผู้กำหนดนโยบายใช้ในการพัฒนานโยบายการศึกษาระดับชาติ ส่วน PISA for Schools จะเน้นการรายงานผลระดับโรงเรียน ผ่านรายงานระดับสถานศึกษา <a href="https://drive.google.com/file/d/1xx2ZdKyOSw-M3JJnt0BxEXScdqFvipma/view" target="_blank" rel="noreferrer noopener">(School Report)</a> [ใส่ Link] ออกแบบมาเพื่อให้ครูและผู้บริหารสถานศึกษาใช้ประโยชน์ในการพัฒนาการจัดการเรียนการสอนได้โดยตรง</li><li>นอกจากข้อมูลสมรรถนะผู้เรียนแล้ว PISA for Schools ยังพ่วงท้ายด้วยแบบสอบถามเพื่อเก็บข้อมูลเกี่ยวกับเศรษฐฐานะ (Socio-economic background) มุมมองของผู้เรียนที่มีต่อตนเอง และการจัดการเรียนการสอน และทักษะทางสังคมและอารมณ์ (Social and Emotional Skills)</li><li>ในปี 2564 ประเทศไทยได้เข้าร่วมโครงการ PISA for Schools เป็นปีแรก มีโรงเรียนเข้าร่วมทั้งหมด 66 โรงเรียน นักเรียนเข้าร่วมการทดสอบ 2,314 คน</li></ul>



<hr class="wp-block-separator is-style-wide"/>



<p></p>



<h2 class="wp-block-heading">PISA จะมีประโยชน์กับวงการศึกษาในเมืองไทยอย่างไร?</h2>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-323c27"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/09/421492.jpg" alt=""/></div><figcaption class="qubely-image-caption">ดร.ณัฐา เพชรธนู ผู้อำนวยการศูนย์ PISA<br>สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน</figcaption></figure></div></div></div>



<p></p>



<p><strong>ดร.ณัฐา เพชรธนู </strong>ผู้อำนวยการศูนย์ PISA สพฐ. ชี้ให้เห็นว่า โรงเรียนสามารถใช้ผลการทดสอบ PISA For Schools เพื่อใช้พัฒนาคุณภาพการศึกษา และเรียนรู้การอ่านรายงาน ประยุกต์ใช้กับการประเมินมาตรฐานทางการศึกษาอื่นๆ ที่แต่ละโรงเรียนสามารถเข้าร่วมเพื่อพัฒนาหลักสูตรของตนในอนาคต&nbsp;</p>



<p>ทั้งยังได้แนะนำให้โรงเรียนในประเทศไทยประยุกต์ใช้เครื่องมือจาก OECD เพื่อร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการปฏิรูปการศึกษาในระดับภูมิภาค มีข้อมูลเพียงพอที่จะแสดงความเห็นเพื่อปรับปรุงและพัฒนาด้านนโยบาย เพื่อร่วมกันพัฒนาการศึกษาของประเทศไทยต่อไป</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-cdfcd8"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/11/ดร.วีระชาติ-1.jpg" alt=""/></div><figcaption class="qubely-image-caption">รศ.ดร.วีระชาติ กิเลนทอง<br>อาจารย์ประจำคณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย<br>ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยเพื่อการประเมินและออกแบบนโยบาย (RIPED)</figcaption></figure></div></div></div>



<p></p>



<p><strong>รองศาสตราจารย์ ดร.วีระชาติ กิเลนทอง </strong>ได้เสริมในส่วนนี้ว่า สถานศึกษาสามารถนำเอาผลการสอบไปเปรียบเทียบกับมาตรฐานนานาชาติ และออกแบบการศึกษาเพื่อยกระดับคุณภาพการศึกษาโดยรวม</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-c3b6e9"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/09/421490.jpg" alt=""/></div><figcaption class="qubely-image-caption">ดร.โจแอนน์ แคดดี้ (Dr. Joanne Caddy)<br>นักวิเคราะห์อาวุโส และ หัวหน้าทีมประจำ OECD</figcaption></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>ทางด้านผู้เชี่ยวชาญของ OECD อย่าง <strong>ดร.โจแอนน์ แคดดี้ (Dr. Joanne Caddy)</strong> นักวิเคราะห์อาวุโสและหัวหน้าทีม PISA for Schools ประจำ OECD ยังได้เน้นย้ำความสำคัญของการเข้าร่วมเป็นส่วนหนึ่งของ PISA For Schools โดยชี้ให้เห็นว่า บุคคลากรทางการศึกษาทุกท่านที่เข้าร่วมถือผู้บุกเบิกในการพัฒนาองค์ความรู้สำหรับการพัฒนาคุณภาพ และกล่าวต่อไปว่า ทุกโรงเรียนที่เข้าร่วมไม่ได้ยกระดับการศึกษาของตัวเองเท่านั้น แต่ยังเป็นการทำให้คุณภาพการศึกษาประเทศไทยโดยรวมเพิ่มขึ้นอีกด้วย</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-fe8929"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/09/421489.jpg" alt=""/></div><figcaption class="qubely-image-caption">ทีอาโก เดอ มิรันดา เฟรโกโซ (Tiago de Miranda Fragoso)<br>นักวิเคราะห์ด้านการศึกษา</figcaption></figure></div></div></div>



<p></p>



<p><strong>ดร.ทีอาโก เฟรโกโซ (Dr. TiagoFragoso) </strong>นักวิเคราะห์ด้านการศึกษาของ OECD<strong> </strong>ได้กล่าวถึงความสำคัญทางสถิติของการเข้าร่วมโครงการ PISA For Schools เนื่องจากเป็นการทดสอบที่มีข้อมูลขนาดใหญ่ (Big Data) ของโรงเรียน 5,000 แห่งที่เข้าร่วมจาก 15 ประเทศ ซึ่งจะทำให้โรงเรียนที่เข้าร่วมได้เห็นภาพใหญ่ของวงการการศึกษาในระดับโลก และเข้าใจถึงทิศทางในการพัฒนาอย่างเป็นเอกภาพ</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-9c4775"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/09/421488.jpg" alt=""/></div><figcaption class="qubely-image-caption">เซี่ย จื้อ เซิน (Tse Chi Sum) นักวิเคราะห์ด้านการศึกษา</figcaption></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>นอกจากเรื่องการเข้าถึงข้อมูลและมาตรฐานการเรียนการสอนแล้ว <strong>เซี่ย จื้อ เซิน (Tse Chi Sum)</strong> นักวิเคราะห์อีกคนของ OECD ได้อธิบายว่า ทาง OECD ได้จัดทำแพลตฟอร์มออนไลน์ “PISA for Schools Community” ที่จะมีคณะครูและนักการศึกษาจากทั่วโลกเข้ามาแสดงความคิดเห็น ช่วยกันแก้ปัญหาเกี่ยวกับการเรียนรู้ที่ได้พบเจอในแต่ละวัน ทำให้คุณครูไทยสามารถรับคำแนะนำ หรือเสนอแนวทางแก้ไขปัญหากับเพื่อนครูจากทั่วโลก พร้อมยังสามารถปรับแนวทางจากนานาชาติเข้ามาเป็นแนวทางการสอน หรือการเรียนรู้ของตัวเองได้อีกด้วย</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-a0c852"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/11/17-PISA-For-Schools-01.jpg" alt=""/></div><figcaption class="qubely-image-caption">ดร.ไกรยส ภัทราวาท รองผู้จัดการ กสศ.</figcaption></figure></div></div></div>



<p></p>



<p><strong>ดร.ไกรยส ภัทราวาท</strong> รองผู้จัดการกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) ทิ้งท้ายว่า การเข้าร่วมกับโครงการ PISA For Schools จะทำให้วงการศึกษาไทยสามารถยกระดับตัวเองได้รวดเร็ว และยังเป็นปัจจัยที่จะช่วยแก้ไขปัญหาสำคัญที่กำลังเผชิญหน้าอยู่ในขณะนี้ อย่างเช่น ปัญหาการเรียนรู้ของกลุ่มเปราะบาง หรือความไม่เสมอภาคทางการศึกษา เป็นต้น</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-994c29"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/11/17-PISA-For-Schools-05.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<hr class="wp-block-separator is-style-wide"/>



<p>สำหรับคณะครูหรือโรงเรียนที่สนใจอยากติดต่อเพื่อเข้าร่วมโครงการ หรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม<br>สามารถติดต่อได้ที่ คุณภูมิ เพ็ญตระกูล ผู้รับผิดชอบโครงการ PISA for Schools ประเทศไทย<br>(phoom@eef.or.th)</p><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/article-pisa-for-schools-thailand-251121/">กสศ.จับมือภาคีเครือข่ายพันธมิตร ชวนโรงเรียนทั่วประเทศเข้าร่วม PISA For Schools เพื่อพัฒนาศักยภาพการศึกษาของไทย</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>รู้จัก The Big Five Domains เพื่อรู้จักวัยเรียนให้ดียิ่งขึ้น</title>
		<link>https://www.eef.or.th/article-the-big-five-domain-11221/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 01 Dec 2021 11:31:33 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[บทความ]]></category>
		<category><![CDATA[The Big Five Domain]]></category>
		<category><![CDATA[Five Factor Model]]></category>
		<category><![CDATA[PISA for Schools]]></category>
		<category><![CDATA[OECD]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?p=48609</guid>

					<description><![CDATA[<p>ชวนคุณครู ผู้ปกครองรวมถึงนักการศึกษารู้จักกับ The Big F [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/article-the-big-five-domain-11221/">รู้จัก The Big Five Domains เพื่อรู้จักวัยเรียนให้ดียิ่งขึ้น</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>ชวนคุณครู ผู้ปกครองรวมถึงนักการศึกษารู้จักกับ The Big Five Domain </p>



<p>ทฤษฎีเกี่ยวกับขอบเขตและลักษณะของมนุษย์ โดย OECD ใช้อธิบายประกอบบททดสอบ PISA For Schools เพื่อทําความเข้าใจพัฒนาการของเด็กๆ ดียิ่งขึ้น</p>



<p>ทักษะเหล่านี้จะแตกต่างจากความสามารถทางปัญญา เช่น การรู้หนังสือหรือการคิดเลข เพราะมักจะเกี่ยวข้องกับวิธีที่ผู้คนจัดการอารมณ์ รับรู้ตนเอง และมีส่วนร่วมกับผู้อื่น มากกว่าความสามารถในการประมวลผลข้อมูล </p>



<p>การพัฒนาทักษะขี้นอยู่กับปัจจัยของสถานการณ์ที่แตกต่างกันออกไปซึ่งจะมีอิทธิพลต่อผลลัพธ์ส่วนตัวและสังคมตลอดชีวิต </p>



<p>จึงเป็นเรื่องดีคุณครูและผู้ปกครองจะได้รู้จักทักษะทางอารมณ์และสังคมของเด็กๆ เพื่อเข้าใจพวกเขาให้ลึกซึ้งยิ่งขึ้น</p>



<p></p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-d5dbd0"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/12/03-รู้จัก-The-Big-Five-Domain-เพื่อรู้จักวัยเรียนให้ดียิ่งขึ้น_2.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<h2 class="wp-block-heading">Task Performance ความสามารถเชิงปฏิบัติการ (Conscientiousness)</h2>



<p>คนที่ได้รับคำอธิบายนี้หมายถึงว่า พวกเขาเป็นคนที่คาดหวังกับตัวเองสูง ตั้งเป้าหมายอะไรไว้แล้วต้องทำให้สำเร็จ OECD ได้จำแนกลักษณะของคนกลุ่มนี้ดังนี้</p>



<p>• ตั้งเป้าความสำเร็จอยู่เสมอ<br>ตั้งมาตรฐานให้ตัวเองสูง และตั้งใจมากที่จะทำตามมาตรฐานให้ได้</p>



<p>• มีความความรับผิดชอบ<br>สามารถทำตามคำมั่นสัญญา ตรงต่อเวลา เชื่อถือได้</p>



<p>• ควบคุมตนเองดีเยี่ยม<br>สามารถหลีกเลี่ยงสิ่งรบกวนสมาธิและมุ่งความสนใจไปที่สิ่งที่ต้องทำเพื่อบรรลุเป้าหมายส่วนตัว</p>



<p>• วิริยะ <br>อดทนในงานและกิจกรรมต่างๆ จนกว่าจะเสร็จ</p>



<p></p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-cb96b3"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/12/03-รู้จัก-The-Big-Five-Domain-เพื่อรู้จักวัยเรียนให้ดียิ่งขึ้น_2-copy.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<h2 class="wp-block-heading">Emotional Regulation<strong> </strong>ความสามารถทางอารมณ์ (Emotional Stability)</h2>



<p>คนที่อยู่ในกลุ่มนี้อาจไม่มีผลงานทางวิชาการเลิศเลอนัก แต่ถือได้ว่ามีคุณสมบัติในการรับมือกับชีวิตได้ดี ซึ่งจำแนกลักษณะย่อยได้ดังนี้</p>



<p>• รับมือกับความเครียดอย่างมีประสิทธิภาพ<br>สามารถปรับความวิตกกังวลและสามารถแก้ปัญหาได้อย่างใจเย็นและมีประสิทธิภาพ เรียนรู้การคลายเครียดด้วยตัวเองได้ดี</p>



<p>• มองโลกในแง่ดีอยู่เสมอ<br>ความคาดหวังในเชิงบวกและมองโลกในแง่ดีสำหรับตนเองและชีวิตโดยทั่วไป</p>



<p>• ควบคุมอารมณ์ได้ดี<br>รู้จักกลยุทธ์ในการควบคุมอารมณ์ ความโกรธ และการระคายเคืองเมื่อเผชิญกับความผิดหวังที่มีประสิทธิภาพ</p>



<p></p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-3f161f"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/12/03-รู้จัก-The-Big-Five-Domain-เพื่อรู้จักวัยเรียนให้ดียิ่งขึ้น_2-copy-2.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<h2 class="wp-block-heading">Collaboration ความสามารถในการร่วมมือ (Agreeableness)</h2>



<p>คนกลุ่มนี้มักห้อมล้อมไปด้วยเพื่อนๆ เสมอ เพราะเป็นคนชอบช่วยเหลือคนอื่น และไม่ค่อยชอบขัดใคร สามารถแบ่งเป็นลักษณะย่อยดังนี้</p>



<p>• เข้าอกเข้าใจ<br>ความเมตตาและการดูแลผู้อื่น และความเป็นอยู่ที่ดีของพวกเขาที่นำไปสู่การให้คุณค่าและลงทุนในความสัมพันธ์ที่ใกล้ชิด</p>



<p>• ไว้ใจ<br>ถือว่าผู้อื่นมีเจตนาที่ดี และให้อภัยผู้ที่ทำผิด</p>



<p>• เต็มใจร่วมมือ<br>อยู่ร่วมกับผู้อื่นและเห็นคุณค่าของความเชื่อมโยงระหว่างคนทั้งปวง</p>



<p></p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-48717a"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/12/03-รู้จัก-The-Big-Five-Domain-เพื่อรู้จักวัยเรียนให้ดียิ่งขึ้น_2-copy-3.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<h2 class="wp-block-heading">Open-mindedness ความสามารถในการเปิดรับ (Openness to experience)</h2>



<p>คนกลุ่มนี้อาจถูกมองว่าห่ามและไม่เชื่อฟัง แต่ที่จริงแล้วพวกเขาอาจกำลังหาทางใหม่ๆ ให้กับชีวิต ซึ่งแบ่งลักษณะนิสัยย่อยได้เป็น</p>



<p>• เต็มไปด้วยความสนใจใคร่รู้<br>สนใจในความคิดที่อยากรู้อยากเห็น รักการเรียนรู้ เข้าใจ และชอบการสำรวจทางปัญญา</p>



<p>• อดทนเป็นเลิศ<br>เปิดรับมุมมองหรือค่านิยมที่เต็มไปด้วยความหลากหลายต่างๆ ชื่นชมคนต่างชาติและวัฒนธรรม</p>



<p>• คิดอย่างสร้างสรรค์<br>สร้างสรรค์วิธีการใหม่ๆ ในการทำหรือคิดเกี่ยวกับสิ่งต่างๆ ผ่านการสำรวจ เรียนรู้จากความล้มเหลว ความเข้าใจ และวิสัยทัศน์</p>



<p></p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-24ea18"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/12/03-รู้จัก-The-Big-Five-Domain-เพื่อรู้จักวัยเรียนให้ดียิ่งขึ้น_2-copy-4.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<h2 class="wp-block-heading">Engagement with Other ความสามารถในการเข้าหาผู้อื่น (Extraversion)</h2>



<p>คนกลุ่มนี้มีความสามารถในการเข้าสังคมเป็นเลิศ มักเป็นดาวเด่นของห้อง พวกเขาสามารถจำแนกตามลักษณะย่อยได้ดังนี้</p>



<p>• เป็นกันเอง<br>สามารถเข้าหาผู้อื่นทั้งเพื่อนและคนแปลกหน้าได้อย่างเป็นธรรมชาติ เริ่มต้นและรักษาความสัมพันธ์ทางสังคมได้ดี</p>



<p>• กล้าแสดงออก<br>สามารถแสดงความคิดเห็น ความต้องการ และความรู้สึกได้อย่างมั่นใจ และมีอิทธิพลทางสังคมในการโน้มน้าวผู้อื่น</p>



<p>• พลังงานล้นเหลือ<br>ใช้ชีวิตทุกวันเต็มเปี่ยมไปด้วยพลังงานความตื่นเต้นอย่างเป็นธรรมชาติ</p><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/article-the-big-five-domain-11221/">รู้จัก The Big Five Domains เพื่อรู้จักวัยเรียนให้ดียิ่งขึ้น</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>กสศ. ผนึกกำลังโรงเรียนทั่วประเทศ เรียนรู้การวิเคราะห์รายงานผลการประเมิน PISA for Schools ยกระดับการศึกษาไทย</title>
		<link>https://www.eef.or.th/article-pisa-for-schools-thailand/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 20 Sep 2021 07:25:11 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[บทความ]]></category>
		<category><![CDATA[All About EEF]]></category>
		<category><![CDATA[สพฐ.]]></category>
		<category><![CDATA[PISA]]></category>
		<category><![CDATA[OECD]]></category>
		<category><![CDATA[PISA for Schools]]></category>
		<category><![CDATA[RIPED]]></category>
		<category><![CDATA[PISA-Based Test for School]]></category>
		<category><![CDATA[PBTS]]></category>
		<category><![CDATA[กสศ.]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?p=45845</guid>

					<description><![CDATA[<p>กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) ร่วมมือกับองค์ [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/article-pisa-for-schools-thailand/">กสศ. ผนึกกำลังโรงเรียนทั่วประเทศ เรียนรู้การวิเคราะห์รายงานผลการประเมิน PISA for Schools ยกระดับการศึกษาไทย</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) ร่วมมือกับองค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา (OECD) ศูนย์ PISA สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) และสถาบันวิจัยเพื่อการประเมินและออกแบบนโยบาย (RIPED) มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย จัดงานเสวนาเพื่อให้ 66 โรงเรียนทั่วประเทศที่เข้าร่วมโครงการ PISA For Schools ได้เรียนรู้วิธีการอ่านผลการประเมิน PISA for Schools จากรายงานระดับสถานศึกษา (School Report) พร้อมรับฟังคำแนะนำจากนักวิชาการด้านการศึกษาระดับนานาชาติเพื่อนำข้อมูลจากรายงานผล PISA for Schools ต่อยอดสู่การพัฒนาการเรียนการสอน</p>



<p>หลังจากแต่ละโรงเรียนเข้าร่วมการทดสอบ PISA-based Test for Schools (PBTS) แล้ว ทุกโรงเรียนจะได้รับรายงานระดับสถานศึกษา (School Report) ซึ่งสรุปข้อมูลสมรรถนะ เสียงสะท้อน และระดับทักษะทางสังคมและอารมณ์ของนักเรียน ให้ผู้ใช้งานในระดับโรงเรียนสามารถเข้าถึงและนำไปประกอบการวางแผนการพัฒนาโรงเรียนของตัวเองได้ โดยผลการทดสอบในโครงการ PISA for Schools สามารถเทียบเคียงการสอบ PISA ซึ่งดำเนินจัดขึ้นทั่วโลกในทุก 3 ปี ได้ แต่ด้วยข้อมูลในรายงานนี้มีความซับซ้อนและยังเป็นเรื่องใหม่สำหรับนักสร้างการเปลี่ยนแปลงในระดับห้องเรียน จึงจำเป็นที่จะต้องมีการเสวนาเพื่อสนับสนุนโรงเรียน โดยทาง OECD ได้แบ่งการทำความเข้าใจรายงานผลการประเมินเป็น 3 ส่วน ดังนี้   ของนักเรียน มุมมองที่มีต่อแรงบันดาลใจ การจัดการเรียนการสอนและบรรยากาศในโรงเรียน ตลอดจนถึงระดับทักษะทางสังคมและอารมณ์ของนักเรียน <strong> </strong></p>



<p></p>



<h2 class="wp-block-heading" id="1-1-%E0%B8%97%E0%B8%B3%E0%B8%84%E0%B8%A7%E0%B8%B2%E0%B8%A1%E0%B9%80%E0%B8%82%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B9%83%E0%B8%88%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B8%A2%E0%B8%87%E0%B8%B2%E0%B8%99-pisa-for-schools-%E0%B9%80%E0%B8%9A%E0%B8%B7%E0%B9%89%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B8%95%E0%B9%89%E0%B8%99">1 ทำความเข้าใจรายงาน PISA for Schools เบื้องต้น</h2>



<p>การทดสอบ PISA-based Test for Schools (PBTS) ออกแบบมาให้โรงเรียนใช้วัดผลและสำรวจความเป็นไปได้ใหม่ ๆ ในการเรียนรู้ของผู้เรียน โดยโรงเรียนจะสามารถข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับนักเรียนนี้ไปพัฒนาการจัดการเรียนการสอนและการบริหารจัดการโรงเรียนในภาพรวมได้ </p>



<p>โดย PBTS ได้ออกแบบการทดสอบและแบบสอบถามมาเพื่อให้สามารถเข้าถึงถึงข้อมูลเชิงลึกของนักเรียน เช่นเดียวกับการทดสอบ PISA ผู้เรียนกลุ่มตัวอย่างจะต้องตอบแบบทดสอบซึ่งวัดสมรรถนะความฉลาดรู้ (literacy) ของนักเรียนใน 3 ด้านคือ การอ่าน คณิตศาสตร์ และวิทยาศาสตร์ และแบบสอบถามซึ่งรวบรวมข้อมูลทางเศรษฐฐานะ แรงบันดาลใจ มุมมองต่อบรรยากาศการจัดการเรียนการสอน และความสัมพันธ์ต่อครูและเพื่อน ๆ ของผู้เรียน นอกจากนี้ PISA for Schools ยังได้เพิ่มเติมแบบสอบถามเพื่อประเมินระดับทักษะทางสังคมและอารมณ์ (Social and Emotional Skills) ของผู้เรียน และข้อคำถามเกี่ยวกับการรับมือการเรียนรู้ในช่วงสถานการณ์การแพร่ระบาดของ COVID-19 ของผู้เรียน</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-b7ac06"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/09/421490.jpg" alt=""/></div><figcaption class="qubely-image-caption">ดร.โจแอนน์ แคดดี้ (Dr. Joanne Caddy)<br>นักวิเคราะห์อาวุโส และ หัวหน้าทีมประจำ OECD</figcaption></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>โดยการรายงานผลการประเมินนักเรียน ทั้ง 3 ด้านได้แก่ ทักษะทางปัญญา เสียงสะท้อนของนักเรียน และทักษะทางอารมณ์และสังคม OECD จะนำผลการทดสอบ PBTS ที่จัดขึ้นเมื่อต้นปี 2021 กลับไปเปรียบเทียบกับผลการทดสอบของโรงเรียนในประเทศไทยและคะแนนของประเทศในกลุ่ม OECD ที่เข้าร่วมการทดสอบ PISA 2018 เพื่อให้โรงเรียนเห็นภาพเชิงเปรียบเทียบและหาจุดที่จะพัฒนาต่อไปได้ โดยทาง OECD ได้ย้ำว่าการสอบไม่มีคะแนนเต็ม มีแต่คนได้คะแนนมากกับน้อย เปรียบเทียบกับเกณฑ์มาตรฐานเพื่อให้เห็นศักยภาพของผู้เรียนเท่านั้น</p>



<p>การติวเพิ่มเติมโดยหวังให้เกิดการแข่งขันในหมู่ผู้เรียน และหวังให้ผู้เรียนสอบให้ได้คะแนนสูง จึงไม่ใช่เรื่องจำเป็น เพราะเป็นการสอบเพื่อประเมินผลสัมฤทธิ์การเรียนรู้ของนักเรียน นักเรียนไม่จำเป็นต้องกดดันเพื่อให้ได้ผลสอบที่ดี เพราะจะไม่สะท้อนผลการเรียนรู้ที่เกิดขึ้นจริง ซึ่ง ดร.ไกรยส ภัทราวาท ได้เสริมในส่วนนี้ว่า นอกจากจะต้องทำความเข้าใจกลุ่มเด็กที่ได้คะแนนมากแล้ว ยังต้องให้ความสำคัญกับเด็กที่ได้คะแนนต่ำกว่ามาตรฐาน เพื่อที่จะได้รู้ว่าพวกเขาเหล่านั้นกำลังประสบปัญหาอะไรในการเรียนรู้ และคุณครูสามารถช่วยเหลืออย่างไรได้บ้าง</p>



<h2 class="wp-block-heading" id="2-2-%E0%B8%81%E0%B8%A3%E0%B8%93%E0%B8%B5%E0%B8%A8%E0%B8%B6%E0%B8%81%E0%B8%A9%E0%B8%B2%E0%B8%88%E0%B8%B2%E0%B8%81%E0%B8%95%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B8%87%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B9%80%E0%B8%97%E0%B8%A8">2 กรณีศึกษาจากต่างประเทศ</h2>



<p>การเข้าร่วมการทดสอบในโครงการ PISA for Schools ไม่ได้เน้นไปที่การวัดผลเพื่อจัดลำดับนักเรียน แต่เน้นไปที่การสร้างข้อมูลคุณภาพสูง เพื่อให้กลุ่มชุมชนนักการศึกษาทั้งในระดับผู้กำหนดนโยบายจนไปถึงครูผู้สอนผู้เป็นหัวใจแห่งการขับเคลื่อยความเปลี่ยนแปลงในระดับห้องเรียนจากทั่วโลก เพื่อแบ่งปันกรณีศึกษาทั้งในมุมของปัญหาและแนวทางการแก้ไข ซึ่ง กสศ. และ OECD เชื่อว่าการแลกเปลี่ยนประสบการณ์ทั้งในระดับประเทศและระดับนานาชาตินี้ จะเป็นส่วนสำคัญในการยกระดับผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนรู้ของผู้เรียนให้มีทักษะและสมรรถนะสำคัญในศตวรรษที่ 21</p>



<p>โดย OECD ได้เชิญชวนให้คณะครูและนักการศึกษาจากไทยเข้าไปแสดงความคิดเห็นและแลกเปลี่ยนบนแพลตฟอร์ม PISA for Schools Community ซึ่งได้ติดตั้งให้มีระบบหลายภาษาเพื่อเชื่อมต่อนักการศึกษาจากทั่วโลกให้มีเครื่องมือที่ออกแบบอย่างดีเพื่อสนับสนุนการประเมิน วัดผล และช่วยวางแผนการจัดการเรียนรู้การสอนให้เหมาะสมกับศักยภาพและความต้องการของนักเรียนในแต่ละส่วนของประเทศ</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-52f4cf"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/09/421489.jpg" alt=""/></div><figcaption class="qubely-image-caption">ทีอาโก เดอ มิรันดา เฟรโกโซ (Tiago de Miranda Fragoso)<br>นักวิเคราะห์ด้านการศึกษา</figcaption></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>ทาง OECD ยังได้นำเสนอตัวอย่างการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นกับโรงเรียนในสหรัฐฯ และบราซิลที่เข้าร่วมโครงการ PISA for School เพื่อแสดงให้คณะครูจากโรงเรียนไทยที่เข้าร่วมการสัมมนาให้เห็นถึงตัวอย่างการนำเอาผลการทดสอบไปปรับใช้</p>



<p></p>



<hr class="wp-block-separator"/>



<p><strong><span style="text-decoration: underline;">ตัวอย่างจากโรงเรียนในสหรัฐอเมริกา</span></strong></p>



<p>คุณ John Campbell อดีตผู้อำนวยการโรงเรียนหลายแห่งในเมืองแอตแลนต้า จอร์เจีย แบ่งปันประสบการณ์ ว่าได้เรียนรู้จาก PISA for Schools ว่ากลุ่มโรงเรียนของในเขต Gwinnett County ยังขาด<strong>ความเข้มข้น (Rigor)</strong> <strong>ความเชื่อมโยง (Relevance)</strong> และ<strong>ความสัมพันธ์ (Relationship)</strong> ซึ่งเขาได้ชวนเพื่อนครูและผู้บริหารในเขตพื้นท่ีมาถอดบทเรียนพร้อมกับวิธีการแก้ไขปัญหา</p>



<p><strong>ความเข้มข้น</strong> &#8211;  ผลการทดสอบ PBTS แสดงให้เห็นว่าเมื่อนักเรียนตอบคำถามได้ คุณครูก็ไม่ได้มีความเคร่งครัดท่ีจะผลักดันนักเรียนให้อธิบายเหตุผลในการเลือกตอบคำถาม ดังนั้นจึงนับว่าโรงเรียนยังขาดทั้งความเคร่งครัดและความเข้มข้น จึงได้รับผลสะท้อนออกมาว่านักเรียนยังขาดการพัฒนาทักษะกระบวนการคิด การแก้ปัญหา และการสื่อสาร ซึ่งทางโรงเรียนได้นำตัวอย่างบททดสอบที่มุ่งวัดสมรรถนะและทักษะการคิดขั้นสูงของ PISA มาปรับใช้เพื่อพัฒนาทักษะเหล่านี้ให้มากขึ้น</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-b89ca8"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/09/421488.jpg" alt=""/></div><figcaption class="qubely-image-caption">เซี่ย จื้อ เซิน (Tse Chi Sum) นักวิเคราะห์ด้านการศึกษา</figcaption></figure></div></div></div>



<p></p>



<p><strong>ความเชื่อมโยง</strong> &#8211; นอกจากนี้ PISA for Schools ยังแสดงให้เห็นว่านักเรียนจำนวนมากไม่เห็นการเชื่อมโยงระหว่างการเรียนการสอนในห้องเรียนกับปัญหาที่พวกเขาเจอในชีวิตประจำวัน ซึ่งเป็นโจทย์ที่โรงเรียนและคุณครูจะนำเอากรณีศึกษาที่เห็นได้ชัดหรือมีผลกระทบกับตัวนักเรียน หรือเหตุการณ์สำคัญที่ถูกพูดถึง เข้ามาประกอบในหลักสูตรให้เกิดความเชื่อมโยงระหว่างความรู้ที่ได้จากในห้องเรียน และการนำเอาไปใช้ในชีวิตประจำวัน ทำให้นักเรียนสามารถเรียนรู้จากเหตุการณ์จริงและฝึกทักษะการเชื่อมโยง รวมไปถึงการคิดอย่างมีระบบ</p>



<p><strong>ความสัมพันธ์</strong> &#8211; สำหรับสิ่งที่สำคัญที่สุดคือความสัมพันธ์ นักเรียนจำนวนมากไม่รู้สึกว่าครูผู้สอนใส่ใจหรือให้ความสำคัญกับพวกเขานอกเหนือไปจากการเรียนการสอน นอกจากนี้ยังรู้สึกว่าเมื่ออยู่นอกห้องเรียน พวกเขาไม่สามารถเข้าถึงคุณครูเพื่อขอความช่วยเหลือหรือคำแนะนำเพิ่มเติมที่นอกเหนือไปจากเรื่องการเรียนได้ ซึ่งเป็นสิ่งที่ทางโรงเรียนตระหนักดีว่าเมื่อผู้เรียนในช่วงวัยรุ่นได้รับความสนใจ พวกเขาจะสามารถเรียนรู้ได้ดียิ่งขึ้น</p>



<hr class="wp-block-separator"/>



<p><strong><span style="text-decoration: underline;">ตัวอย่างจากโรงเรียนบราซิล</span></strong></p>



<p>คุณ Francisco “Freire” De Sales ผู้อำนวยการโรงเรียนในเขต Sobral ประเทศบราซิล แบ่งปันว่า พวกเขาพบกับปัญหาเรื่องความเหลื่อมล้ำของเด็กนักเรียนที่มาจากภูมิหลังหลากหลาย และได้แก้ไขด้วยการจับกลุ่มให้นักเรียนที่มีความสามารถใกล้เคียงกันได้เรียนด้วยกัน รวมไปถึงพัฒนาการสื่อสารและทำให้เด็กๆ เรียนรู้ร่วมกันได้มากขึ้น และยังได้มีการพัฒนาหลักสูตรคณิตศาสตร์ ซึ่งเป็นจุดที่โรงเรียนพบว่านักเรียนส่วนใหญ่ไม่สามารถทำได้ตามมาตรฐาน </p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-df71df"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/09/421492.jpg" alt=""/></div><figcaption class="qubely-image-caption">ดร.ณัฐา เพชรธนู ผู้อำนวยการศูนย์ PISA<br>สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน</figcaption></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>โดยใช้หลักสูตรนอกห้องเรียน การเรียนพิเศษ รวมไปถึงเนื้อหาการสอนจากการแบ่งปันในชุมชนการศึกษา PISA for Schools Community ซึ่งได้รับความช่วยเหลืออย่างดี  นอกจากนี้ทางโรงเรียนได้พัฒนาเนื้อหาการเรียนรู้ที่นักเรียนสามารถนำกลับไปเรียนรู้ด้วยตัวเอง นอกเหนือจากเนื้อหาด้านวิชาการ เพื่อให้นักเรียนด้อยโอกาสได้เข้าถึงการศึกษาได้ทุกเวลาตามที่ต้องการ โดยไม่จำเป็นต้องพึ่งพาอุปกรณ์ราคาแพง</p>



<hr class="wp-block-separator"/>



<p></p>



<h2 class="wp-block-heading">3 ระดมความคิดและการนำไปปรับใช้</h2>



<p>ผู้เชี่ยวชาญจาก OECD และภาคีเครือข่ายช่วยสนับสนุนได้ร่วมกันเน้นใจความสำคัญที่ต้องกระตุ้นให้นักเรียนคิดอย่างเป็นเหตุเป็นผล ร่วมมือกับนักเรียนคนอื่นหรือครูเพื่อวิเคราะห์ ประเมินผล และสื่อสารแบ่งปันสิ่งที่พวกเขารู้ให้กับทั้งเพื่อนๆ ร่วมชั้นเรียน คุณครู และสังคมรอบ ๆ ตัว</p>



<p><strong><strong>OECD ได้สรุปไว้ว่า บทบาทของครูได้เปลี่ยนจากผู้ให้ความรู้กลายเป็นโค้ชที่คอยให้อำนวยความสะดวกในการเข้าถึงความรู้ และให้อิสระกับนักเรียนในการค้นหาว่าพวกเขาอยากเรียนรู้เรื่องอะไร</strong></strong></p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-66629d"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/09/421491.jpg" alt=""/></div><figcaption class="qubely-image-caption">รศ.ดร.วีระชาติ กิเลนทอง<br>อาจารย์ประจำคณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย<br>ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยเพื่อการประเมินและออกแบบนโยบาย (RIPED)</figcaption></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>ข้อมูลที่ได้จากการวัดผลและประเมินผลจะช่วยให้คุณครูวางแผนการสอนได้ดียิ่งขึ้น อย่างเช่น ผลการวิจัยที่ว่าการเรียนรู้เป็นกลุ่มช่วยให้เรียนได้ดีขึ้น หรือการเรียนรู้ต้องมีเป้าหมายชัดเจนว่าอยากให้นักเรียนทุกคนเข้าใจอะไรเมื่อการเรียนรู้จบลง และการร่วมมือกันระหว่างครูผู้สอนด้วยกัน เพื่อแบ่งปันข้อมูลที่เป็นประโยชน์ในการสอน หรือแรงบันดาลใจในการแก้ปัญหาการเรียนรู้จากคุณครูคนอื่นๆ ทั่วประเทศ และขอร้องให้บุคลากรทางการศึกษาของไทยเข้ามามีส่วนร่วมในการร่วมกันแก้ปัญหาด้วยการแบ่งปันเรื่องราวของทุกคนเพื่อระดมสมองร่วมกัน</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-3265b2"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/09/421493.jpg" alt=""/></div><figcaption class="qubely-image-caption">ดร.ไกรยส ภัทราวาท รองผู้จัดการ กสศ.</figcaption></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>อย่างไรก็ตาม ดร.ไกรยส ยังเน้นย้ำว่า <strong>การทดสอบ การประเมินผล การเก็บข้อมูล และการทำความเข้าใจรายงานนั้นจะเป็นประโยชน์ในระดับมหภาคเท่านั้น เพราะในระดับจุลภาคยังจำเป็นต้องขอความร่วมมือจากผู้ที่เกี่ยวข้องทุกฝ่าย</strong> ไม่ว่าจะเป็นบุคลากรจากโรงเรียนต่าง ๆ ที่เข้าร่วมโครงการ หรือบุคลากรทางการศึกษาที่เกี่ยวข้อง รวมไปถึงหน่วยงานตัวแทนของรัฐเพื่อร่วมกันพัฒนาและปฏิรูปการศึกษาให้มีความเสมอภาค และเปิดโอกาสให้นักเรียนทุกคนได้เข้าถึงการเรียนรู้เพื่อพัฒนาตัวเองให้เหมาะสมต่อต่อไป</p><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/article-pisa-for-schools-thailand/">กสศ. ผนึกกำลังโรงเรียนทั่วประเทศ เรียนรู้การวิเคราะห์รายงานผลการประเมิน PISA for Schools ยกระดับการศึกษาไทย</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
