<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>สมุทรสาคร | กสศ.</title>
	<atom:link href="https://www.eef.or.th/tag/%e0%b8%aa%e0%b8%a1%e0%b8%b8%e0%b8%97%e0%b8%a3%e0%b8%aa%e0%b8%b2%e0%b8%84%e0%b8%a3/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.eef.or.th</link>
	<description>กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา</description>
	<lastBuildDate>Thu, 24 Oct 2024 06:49:57 +0000</lastBuildDate>
	<language>th</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.3.8</generator>

<image>
	<url>https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/02/cropped-fav-icon-32x32.png</url>
	<title>สมุทรสาคร | กสศ.</title>
	<link>https://www.eef.or.th</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>กสศ. จังหวัดสมุทรสาคร ยูนิเซฟ มูลนิธิโรงเรียนสตาร์ฟิชคันทรีโฮม ร่วมปฏิบัติการขยายผลฟื้นฟูความรู้ถดถอยให้นักเรียน</title>
		<link>https://www.eef.or.th/news-241024/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 24 Oct 2024 06:49:18 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[All About EEF]]></category>
		<category><![CDATA[ONE TEACHER Thailand]]></category>
		<category><![CDATA[องค์การยูนิเซฟ ประเทศไทย]]></category>
		<category><![CDATA[สมุทรสาครโมเดล]]></category>
		<category><![CDATA[สมุทรสาคร]]></category>
		<category><![CDATA[มูลนิธิโรงเรียนสตาร์ฟิชคันทรีโฮม]]></category>
		<category><![CDATA[กสศ.]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?p=87668</guid>

					<description><![CDATA[<p>นายอาคม ศาณศิลปิน ศึกษาธิการจังหวัดสมุทรสาคร กล่าวว่าสถ [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/news-241024/">กสศ. จังหวัดสมุทรสาคร ยูนิเซฟ มูลนิธิโรงเรียนสตาร์ฟิชคันทรีโฮม ร่วมปฏิบัติการขยายผลฟื้นฟูความรู้ถดถอยให้นักเรียน</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>นายอาคม ศาณศิลปิน ศึกษาธิการจังหวัดสมุทรสาคร</strong> กล่าวว่าสถานการณ์โควิด-19 ที่ผ่านมา ส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อการศึกษาในวงกว้าง เช่นเดียวกับจังหวัดสมุทรสาคร ซึ่งประสบปัญหานักเรียนไม่สามารถไปโรงเรียนได้เป็นเวลาหลายเดือน และครูได้รับผลกระทบ การปิดโรงเรียนและการเรียนการสอนทางไกลทำให้เกิดความเหลื่อมล้ำในการเข้าถึงทรัพยากรและการเรียนการสอน ส่งผลให้เกิดภาวะความรู้ถดถอยในหลายมิติ ทั้งด้านคณิตศาสตร์ การอ่านเขียน ด้านอารมณ์และสังคม</p>



<p>“ปัญหาด้านการศึกษาที่จังหวัดสมุทรสาครเผชิญในช่วงนั้น เป็นความท้าทายอย่างมาก เนื่องจากจังหวัดสมุทรสาครเป็นจังหวัดที่เกิดการแพร่ระบาดอย่างหนักเป็นจังหวัดแรก มาตรการและโครงการฟื้นฟูการเรียนถดถอย จึงถูกนำมาใช้กับพื้นที่ เพื่อพัฒนาเป็นต้นแบบการทำงาน ที่แสดงให้เห็นถึงความสำคัญของการมีส่วนร่วมจากผู้เชี่ยวชาญด้านการจัดกระบวนการเรียนรู้ ให้กับครูจากทุกภาคส่วน เพื่อช่วยให้ครูมีทักษะในการจัดการเรียนการสอนอย่างหลากหลายรูปแบบ โดยมีเป้าหมายสำคัญคือ ช่วยให้เด็กในจังหวัดสมุทรสาคร ได้รับโอกาสทางการศึกษาอย่างเท่าเทียม และเรียนรู้ได้ดีในสถานการณ์ที่กำลังเกิดวิกฤตด้านการเรียนรู้”</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-cbf756"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2024/10/นายอาคม.jpg" alt=""/></div><figcaption class="qubely-image-caption">อาคม ศาณศิลปิน</figcaption></figure></div></div></div>



<p></p>



<p><strong>นายอาคม</strong> กล่าวว่า การดำเนินการและความร่วมมือในช่วงเวลาดังกล่าว ทำให้เกิด <strong>“สมุทรสาครโมเดล” </strong>ซึ่งมีหน่วยงานภาครัฐ เอกชน ภาคประชาสังคมมาช่วยกันหาทางแก้ไข จนสามารถสร้างกระบวนการที่ช่วยลดภาวะการเรียนรู้ถดถอย รวมถึงต่อยอดการเรียนรู้ไม่ให้ขาดช่วงเมื่อโรงเรียนกลับมาเปิดได้ โดยมีเครือข่ายอย่างองค์การยูนิเซฟและกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) เข้ามาช่วยในหลายด้าน เช่น นำแนวคิดฟื้นฟูพัฒนาระดับนานาชาติมาสนับสนุน สามารถรักษาเด็กไม่ให้หลุดจากระบบ ระบบส่งต่อช่วยเหลือนักเรียนในภาวะฉุกเฉินทางการศึกษา จัดระบบส่งเสริม-ช่วยเหลือด้านสุขภาพจิต เพื่อปรับอารมณ์และความพร้อมด้านสังคมของเด็ก ฯลฯ</p>



<p>“ความร่วมมือระหว่างองค์กร ทั้งยูนิเซฟ กสศ. มูลนิธิโรงเรียนสตาร์ฟิชคันทรีโฮม โรงเรียน และองค์กรทุกสังกัดในจังหวัด ทำให้สมุทรสาครสามารถสร้างแรงกระเพื่อมในการต่อสู้กับภาวะถดถอยทางการเรียนรู้ ได้ตั้งแต่ในวันที่ยังไม่เปิดเรียนปีการศึกษา 2565  และส่งผลให้ในวันนี้เราได้เห็นแล้วว่าการทำงานได้ช่วยฟื้นฟูเติมเต็มสิ่งที่ขาดหายไปในเด็ก ๆ ได้อย่างไรบ้าง ขณะเดียวกันยังได้เกิดผลพลอยได้อีกด้านหนึ่ง คือการพัฒนาครูให้มีความรู้ความเข้าใจในการจัดการศึกษาที่ยืดหยุ่นและหลากหลาย และสามารถเรียนรู้เรื่องการใช้เทคโนโลยีสมัยใหม่มาช่วยแก้ปัญหาได้มากขึ้น โดยหลังจากนี้เชื่อว่าแม้ต้องเผชิญหน้ากับวิกฤตอีกกี่ครั้ง ก็มั่นใจได้ว่าเด็กในพื้นที่สมุทรสาคร จะเข้าถึงการพัฒนาตนเอง องค์ความรู้ และทักษะชีวิตได้อย่างเสมอภาคทุกคน” ศึกษาธิการจังหวัดสมุทรสาคร กล่าว</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-7cacd8"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2024/10/ดร.รังสรรค์-วิบูลย์อุปถัมภ์.jpg" alt=""/></div><figcaption class="qubely-image-caption">ดร.รังสรรค์ วิบูลย์อุปถัมภ์</figcaption></figure></div></div></div>



<p></p>



<p><strong>ดร.รังสรรค์ วิบูลย์อุปถัมภ์</strong> <strong>เจ้าหน้าที่การศึกษาขององค์การยูนิเซฟ ประเทศไทย</strong> กล่าวว่า ผลจากการทำงานที่ผ่านมา นอกจากจะทำให้ได้แนวทางในการแก้ไขปัญหาความรู้ถดถอยของนักเรียน โดยสามารถนำเทคโนโลยีดิจิทัลและนวัตกรรมต่าง ๆ มาผสมผสานในการสอนแล้ว ผลที่ได้รับจากความร่วมมือในการทำงานครั้งนี้ ยูนิเซฟจะนำไปขยายผลสู่พื้นที่อื่น รวมถึงแสดงสู่สายตานานาประเทศ ในฐานะโมเดลต้นแบบของการลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา และฟื้นฟูการเรียนรู้เพื่อเด็กทุกคน</p>



<p><strong>ดร.รังสรรค์</strong> กล่าว่า คณะกรรมการศึกษาธิการจังหวัดสมุทรสาครได้แนะนำให้มีการนำโมเดลนี้ ไปขยายผลเพื่อให้เกิดแรงเสริมหนุนด้านการกระตุ้นให้เกิดการเรียนรู้จากประสบการณ์ของการทำงานร่วมกันระหว่างจังหวัดสมุทรสาคร กสศ. มูลนิธิโรงเรียนสตาร์ฟิชคันทรีโฮม และยูนิเซฟ ประเทศไทย โดยก่อนหน้านี้ ในช่วงเดือน มิ.ย. &#8211; ก.ค. ที่ผ่านมา ได้มีการจัดกิจกรรมเสริมความเข้มแข็งอบรมออนไลน์ให้กับคณะครูในจังหวัดสมุทรสาครผ่านเครือข่าย ONE TEACHER Thailand</p>



<p>“การทำงานนี้จะประสบผลสำเร็จไม่ได้เลย หากขาดกลไกสำคัญคือ สำนักงานศึกษาธิการจังหวัด หน่วยงานในระดับเขตพื้นที่การศึกษา และแรงพลังที่ขับเคลื่อนที่มาจากผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสาคร  ประสบการณ์ในการฟื้นฟูการเรียนรู้ของจังหวัดสมุทรสาครนี้ จะจุดประกายและส่งเสริมให้การศึกษาของประเทศไทยได้มีอัตราเร่งในการพัฒนาการเรียนรู้ให้สมกับความตั้งใจที่จะไม่ทิ้งใครไว้เบื้องหลัง”</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-9fe1c5"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2024/10/1024_กสศ.-จังหวัดสมุทรสาคร-ยูนิเซฟ-1.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p><strong>ดร.รังสรรค์</strong> กล่าวอีกว่า โครงการนี้ ได้ออกแบบมาตรการสนับสนุนการพัฒนาวิชาชีพครูเพื่อพัฒนาทักษะครูและบุคลากรที่เกี่ยวข้องในด้านการจัดการเรียนรู้แบบผสมผสาน, การจัดการเรียนการสอนแบบ Active Learning, การใช้เทคโนโลยีการสารสนเทศและการ สื่อสาร รวมถึงการจัดการเรียนการสอนและให้ความช่วยเหลือแก่เด็กที่มีความต้องการพิเศษในด้านต่าง ๆ เพื่อลดช่องว่างของความสามารถในการจัดการเรียนสอนได้อย่างมีประสิทธิภาพภายใต้สถานการณ์การระบาดของโควิค-19 โดยมูลนิธิโรงเรียนสตาร์ฟิชคันทรีโฮมได้มีการจัดทำเครื่องมือต่าง ๆ เพื่อช่วยพัฒนาทักษะครูและบุคลากร เพื่อช่วยฟื้นฟูภาวะความรู้ของผู้เรียนในโครงการนี้ ประกอบด้วย บทเรียนออนไลน์ 10 บทเรียน, การอบรมเชิงปฏิบัติการผ่านสื่อออนไลน์ 20 ครั้ง, การอบรมและให้ปรึกษาวางแผนการโค้ช, การประชุมแลกเปลี่ยนเรียนรู้ (PLC), การสนับสนุนเครื่องมือเพื่อการจัดการเรียนรู้ ได้แก่ สื่อการเรียนการสอน, เครื่องมือการเรียนรู้, ชุดการเรียนรู้ (Learning Box และ Learning Bag) และสื่อ Micro Learning ส่งเสริมการอ่านเขียน คณิตศาสตร์และการพัฒนาทักษะด้านอารมณ์สังคม สำหรับครู ผู้ปกครอง หรือตัวแทนชุมชน และผู้เรียนกลุ่มเป้าหมาย จำนวน 360 บทเรียน โดยครูทั่วประเทศสามารถเข้าไปติดตามเนื้อหาต่าง ๆ ได้จากแพลตฟอร์มของ Starfish Labz</p><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/news-241024/">กสศ. จังหวัดสมุทรสาคร ยูนิเซฟ มูลนิธิโรงเรียนสตาร์ฟิชคันทรีโฮม ร่วมปฏิบัติการขยายผลฟื้นฟูความรู้ถดถอยให้นักเรียน</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>กสศ. ลงพื้นที่เชื่อมต่อทุนเสมอภาค รองรับเด็กเยาวชนที่กลับมาเรียนตามภารกิจ Thailand Zero Dropout จับมือคณะครูออกแบบระบบหลักประกันโอกาสทางการศึกษาที่ยั่งยืน</title>
		<link>https://www.eef.or.th/news-150824/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 15 Aug 2024 07:18:21 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[ทุนเสมอภาค]]></category>
		<category><![CDATA[ข่าวสารความรู้]]></category>
		<category><![CDATA[โรงเรียนวัดอ้อมน้อย]]></category>
		<category><![CDATA[นิภา ศรีทองคำ]]></category>
		<category><![CDATA[ปทุม คงศิลป์]]></category>
		<category><![CDATA[โรงเรียนบ้านคลองกระทุ่มแบน]]></category>
		<category><![CDATA[กนิษฐา คุณาวิศรุต]]></category>
		<category><![CDATA[สมุทรสาคร]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?p=85413</guid>

					<description><![CDATA[<p>เมื่อวันที่ 4 สิงหาคม 2567 กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการ [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/news-150824/">กสศ. ลงพื้นที่เชื่อมต่อทุนเสมอภาค รองรับเด็กเยาวชนที่กลับมาเรียนตามภารกิจ Thailand Zero Dropout จับมือคณะครูออกแบบระบบหลักประกันโอกาสทางการศึกษาที่ยั่งยืน</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>เมื่อวันที่ 4 สิงหาคม 2567 กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) โดยสำนักพัฒนาหลักประกันโอกาสทางการศึกษา<strong> </strong>ลงพื้นที่แลกเปลี่ยนเรียนรู้เพื่อสนับสนุนกระบวนการทำงานโครงการจัดสรรเงินอุดหนุนนักเรียนยากจนพิเศษแบบมีเงื่อนไข (Conditional Cash Transfer: CCT) หรือ ทุนเสมอภาค และติดตามนักเรียนที่มีรายชื่อกลับเข้าสู่ระบบการศึกษาจากฐานข้อมูลโครงการ Thailand Zero Dropout ร่วมกับโรงเรียนบ้านคลองกระทุ่มแบน และโรงเรียนวัดอ้อมน้อย (มิตรครูราษฎร์รังสรรค์) อ.กระทุ่มแบน จ.สมุทรสาคร โดยมีผู้บริหารสถานศึกษา คณะครู ผู้แทนจากสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสมุทรสาคร เข้าร่วม</p>



<p><strong>นางสาวกนิษฐา คุณาวิศรุต ผู้อำนวยการสำนักพัฒนาหลักประกันโอกาสทางการศึกษา กสศ. </strong>นำเสนอความก้าวหน้าโครงการจัดสรรเงินอุดหนุนนักเรียนยากจนพิเศษแบบมีเงื่อนไข (Conditional Cash Transfer: CCT) หรือ ทุนเสมอภาค ตามที่คุณครูทั่วประเทศได้ลงพื้นที่เยี่ยมบ้านนักเรียนช่วงเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา พบว่า ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2567 มีรายชื่อเด็กเยาวชนนอกระบบการศึกษาในฐานข้อมูล Thailand Zero Dropout ได้เข้าสู่ระบบการศึกษาราว 40,000 คน ส่วนหนึ่งเป็นเด็กเยาวชนอายุระหว่าง 3-18 ปีที่เพิ่งเข้าสู่ระบบการศึกษาเป็นครั้งแรก โดยรายชื่อทั้งหมดจะได้รับการพิจารณาตามหลักเกณฑ์ทุนเสมอภาค ซึ่งจะประกาศรายชื่อนักเรียนทุนกลุ่มใหม่ในเดือนสิงหาคมนี้</p>



<p>“ความสำคัญของความร่วมมือไม่ได้สิ้นสุดลงที่การให้ทุน แต่จะเชื่อมต่อไปถึงการสร้างหลักประกันโอกาสทางการศึกษาที่มีการพัฒนาระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียนทุกคนให้เข้าถึงการศึกษาได้จนถึงปลายทาง มีโอกาสเข้าถึงทุนการศึกษาอื่น ๆ ที่มีอยู่ เมื่อเด็กกลับเข้ามาเรียนจะได้รับการดูแลที่ครอบคลุมทั้งในมิติเศรษฐกิจ สังคม สุขภาพ ครอบครัว เพื่อลดโอกาสหลุดซ้ำ จึงต้องอาศัยความร่วมมือระหว่างโรงเรียนและหน่วยงานต่าง ๆ เพื่อส่งเด็ก ๆ สู่การเรียนในระดับสูงขึ้นต่อไป”</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-703063"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2024/08/0815_ข่าว-178_PHOTO1.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-073caa"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2024/08/0815_ข่าว-178_PHOTO2.jpg" alt=""/></div><figcaption class="qubely-image-caption">กนิษฐา คุณาวิศรุต</figcaption></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>ภายหลังการพบปะเพื่อแลกเปลี่ยนและรับฟังประสบการณ์จากคณะครูผู้ขับเคลื่อนการทำงานทุนเสมอภาค คณะครูได้นำทีมงาน กสศ. ลงพื้นที่เยี่ยมบ้านนักเรียนทุนเสมอภาค และเยี่ยมบ้านเด็ก ๆ จากฐานข้อมูล Thailand zero dropout ที่กลับเข้าสู่ระบบการศึกษาในภาคเรียนนี้</p>



<p>“กสศ. ต้องขอบคุณครูทุกท่านที่สนับสนุนการทำงานเป็นอย่างดีมาตลอด แต่ละพื้นที่มีบริบทแตกต่างกัน สำหรับจังหวัดสมุทรสาครเป็นพื้นที่อุตสาหกรรม ผู้ปกครองส่วนใหญ่มีอาชีพรับจ้างทำงานในโรงงาน อัตราการโยกย้ายของเด็กนักเรียนจึงสูงและเกิดขึ้นได้ตลอดเวลา&nbsp; นอกจากนี้ยังมีสัดส่วนของเด็กอายุเกินเกณฑ์ที่เข้าสู่ระบบการศึกษาเป็นครั้งแรกจำนวนมาก ดังนั้นการได้รับข้อมูลว่าในหนึ่งรอบการคัดกรอง คุณครูในพื้นที่ทำงานอย่างไร มีกระบวนการสำรวจบันทึกข้อมูลการจ่ายเงินอุดหนุนอย่างไร จึงเป็นบทเรียนสำคัญที่สามารถนำไปปรับใช้ได้กับโรงเรียนในเขตพื้นที่เดียวกัน และที่สำคัญคือเมื่อพบตัวเด็กและพาเข้าสู่ระบบแล้ว จะมีระบบการติดตาม-ดูแล-ช่วยเหลือ-ส่งต่อ ให้เด็กทุกคนเข้าถึงโอกาสพัฒนาตนเองจนถึงปลายทาง ไม่ว่าเรียนต่อในระดับอุดมศึกษา หรือมีรูปแบบการเรียนรู้ที่สอดรับกับความจำเป็นในชีวิตเพื่อไปสู่เป้าหมาย Thailand Zero Dropout”</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-215c83"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2024/08/0815_ข่าว-178_PHOTO3.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p><strong>ผู้อำนวยการสำนักพัฒนาหลักประกันโอกาสทางการศึกษา กสศ. </strong>กล่าวต่อไปว่า ภารกิจ Thailand Zero Dropout แบ่งได้เป็นหลายมิติ และการทำงานผ่านสถานศึกษาคือหนึ่งในนั้น เนื่องจากการคัดกรองนักเรียนทุนเสมอภาค จะนำไปสู่มาตรการดูแลช่วยเหลือ ทั้งทุนอุดหนุนเพื่อบรรเทาอุปสรรคทางการการศึกษา ขณะที่บางคนแม้จะไม่เข้าเกณฑ์การรับทุน แต่การมีข้อมูลบันทึกอยู่ในระบบของโรงเรียน หากมีความเสี่ยงในด้านอื่น ๆ ก็จะได้รับการดูแลช่วยเหลือเช่นกัน</p>



<p>ดังนั้นการทำงานของคุณครูจึงมีความหมายที่จะทำให้เราสามารถดูแลช่วยเหลือเด็ก ๆ ได้ตลอดเวลาที่อยู่ในระบบการศึกษา โดยการลงพื้นที่โรงเรียนบ้านคลองกระทุ่มแบน และโรงเรียนวัดอ้อมน้อย (มิตรครูราษฎร์รังสรรค์) ได้สะท้อนว่าแม้จะมีโจทย์ที่ยากด้วยทั้งสองโรงเรียนมีสัดส่วนเด็กที่ต้องการความช่วยเหลือจำนวนมาก แต่ด้วยความเอาใจใส่และเข้มแข็งของคุณครู ก็ทำให้เด็ก ๆ เข้าถึงโอกาสได้ ทั้งส่วนที่มีความเสี่ยงหลุดจากระบบการศึกษา และเด็กเข้าเรียนช้าที่กลับเข้ามาสู่ระบบ</p>



<p>“กรณีที่พบมากในสมุทรสาคร คือเด็กที่อายุสิบกว่าขวบแล้วแต่เพิ่งเข้าเรียน ป.1 สาเหตุมาจากการโยกย้ายไปมาระหว่างพื้นที่ด้วยความจำเป็นเรื่องการประกอบอาชีพของผู้ปกครอง กรณีนี้จำเป็นต้องนำกลับมาพิจารณาว่าจะออกแบบเส้นทางการเรียนรู้ได้อย่างไร โดยเมื่อสอบถามความต้องการจากครอบครัวและตัวเด็ก ความเป็นได้อย่างหนึ่งคืออาจวางแนวทางที่ทอดยาวไปสู่การเรียนสายอาชีพ ซึ่งหมายถึงโอกาสในการมีรายได้ และอาจช่วยชะลออัตราการโยกย้ายให้ลดลง”</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-1b929b"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2024/08/0815_ข่าว-178_PHOTO4.jpg" alt=""/></div><figcaption class="qubely-image-caption">ครูปทุม คงศิลป์</figcaption></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>ด้าน <strong>ครูปทุม คงศิลป์ โรงเรียนบ้านคลองกระทุ่มแบน </strong>กล่าวว่า ทุกภาคเรียนโรงเรียนจะมีการจัดเก็บข้อมูลนักเรียนรายบุคคล (Data Management Center : DMC) โดยลงเยี่ยมบ้าน พูดคุยกับผู้ปกครอง ผู้นำชุมชน เมื่อได้ข้อมูลแล้วจะส่งรายชื่อเด็กเข้าสู่กระบวนการคัดกรองนักเรียนทุนเสมอภาคของ กสศ. ทางโรงเรียนยังมีนโยบาย ‘เชื่อมต่อทุน’ โดยเด็กที่พบว่ามีปัญหาขาดแคลนทุนทรัพย์จะต้องเข้าถึงทรัพยากร และการดูแลช่วยเหลืออย่างถ้วนหน้า ข้อมูลที่ได้จากการลงพื้นที่คือต้นทางสำคัญที่เชื่อมต่อ ‘เด็กทุกคน’ ให้ไปถึงการช่วยเหลือดูแลตามลักษณะปัญหา ไม่ว่าขาดแคลนทุนทรัพย์ มีปัญหาสุขภาพหรือปัญหาครอบครัว โดยทางโรงเรียนจะนำข้อมูลมาออกแบบเส้นทางให้เด็กเป็นรายคน บนความหลากหลายของบริบท ทั้งสายสามัญ อาชีวศึกษา กรมส่งเสริมการเรียนรู้ (สกร.) โปรแกรมฝึกอาชีพระยะสั้นต่าง ๆ จนถึงเชื่อมต่องานกับสำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) หรือครูการศึกษาพิเศษ&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p>



<p>“เด็กโรงเรียนเราค่อนข้างหลากหลายทั้งภูมิลำเนาเดิมจนถึงเรื่องเชื้อชาติ ส่วนใหญ่คือติดตามผู้ปกครองเข้ามาทำงาน กับอีกส่วนหนึ่งซึ่งเริ่มมีจำนวนเพิ่มขึ้น คือคนที่เกิดในพื้นที่เนื่องจากผู้ปกครองเข้ามาทำงานได้สักระยะหนึ่งแล้ว สถานการณ์การคงอยู่ในระบบการศึกษาจึงมีสถานะ ‘ไม่นิ่ง’ จากการโยกย้ายเคลื่อนที่ที่เกิดขึ้นได้ตลอดเวลา บางคนเรียนได้สักพักก็กลับไปอยู่กับญาติที่ภูมิลำเนาเดิม บางคนผู้ปกครองได้งานที่อื่นก็ต้องย้ายตามไป หรือบางคนหลุดออกไปเป็นระยะเวลาหนึ่งแล้วกลับมาอีก การติดตามของครูจึงทำได้ค่อนข้างยาก เพราะบางคนไปตามกลับมาเรียนได้ 3-4 เดือนก็หายไปอีก หรือบางคนหลุดออกไปเป็นปี พอเราไปพบก็อายุมากเกินเพื่อน ๆ เขาก็ไม่พร้อมเท่าไหร่ที่จะกลับเข้าไปอยู่ในโรงเรียนอีก เป้าหมายแรกที่โรงเรียนตั้งไว้จึงเป็นการ ‘พยายามออกแบบเส้นทางเรียนรู้ที่เอื้อให้เด็กเรียนจบ’ โดยอย่างน้อยเด็กต้องมีวุฒิการศึกษาชั้น ป.6 หรือไปให้ถึงการศึกษาภาคบังคับ ส่วนพอจบแล้ว โรงเรียนจะทำงานร่วมกับเครือข่ายสถานศึกษาในพื้นที่ เพื่อส่งต่อไปเรียนในระดับที่สูงขึ้นให้ได้ 100% ส่วนคนที่ไม่พร้อมศึกษาต่อเพราะจำเป็นต้องทำงานหารายได้ซึ่งทุกปีจะมีอยู่จำนวนหนึ่ง เช่นเด็กกลุ่มที่อาศัยอยู่กับปู่ย่าตายายซึ่งมีรายได้แค่จากเบี้ยคนชรา ทางโรงเรียนจะยังคงติดตามดูแลช่วยเหลือเป็นรายกรณี ประการแรกคือจะช่วยหาช่องทางให้เรียนเพื่อมีวุฒิการศึกษาสูงขึ้น กับอีกแนวทางหนึ่งคือผลักดันให้เข้าสู่เส้นทางการฝึกอาชีพตามความสนใจและถนัด”</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-6bb310"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2024/08/0815_ข่าว-178_PHOTO5.jpg" alt=""/></div><figcaption class="qubely-image-caption">ครูนิภา ศรีทองคำ</figcaption></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>ขณะที่ <strong>ครูนิภา ศรีทองคำ โรงเรียนวัดอ้อมน้อย (มิตรครูราษฎร์รังสรรค์)</strong> กล่าวว่า ระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียนของโรงเรียนวัดอ้อมน้อย ออกแบบขึ้นจากข้อมูลเยี่ยมบ้านเด็กทุกคน โดยมีการเก็บข้อมูลเพิ่มเติมจากแบบสำรวจของ สพฐ. เพื่อให้การดูแลเหมาะสมและครอบคลุมกับบริบท สำหรับตำบลอ้อมน้อย เด็กเกือบทุกคนคือบุตรหลานของผู้ปกครองที่มาทำงานโรงงานในพื้นที่ ส่วนใหญ่จึงไม่มีบ้านของตัวเองและมีรายได้ค่อนข้างต่ำ พ่วงด้วยลักษณะครอบครัวพ่อแม่เลี้ยงเดี่ยว หลายคนถูกทิ้งไว้กับปู่ย่าตายาย อาศัยอยู่ในพื้นที่สุ่มเสี่ยงด้วยปัญหายาเสพติด การเก็บข้อมูลจึงต้องทำอย่างละเอียด เชื่อถือได้ มีหลักฐานภาพถ่ายซึ่งแสดงให้เห็นสภาพจริง&nbsp;</p>



<p>“การคัดกรองเราจะทำโดยครูประจำชั้น มีรายงานละเอียดว่าเด็กในห้องมีกี่คน คัดกรองแล้วกี่คน ได้ทุนแล้วกี่คน ยังไม่ได้ทุนกี่คน หรือใครย้ายออกไม่อยู่ในพื้นที่แล้ว ใครไม่อยู่ในเกณฑ์รับทุนเพราะอะไรต้องมีเหตุผลกำกับ ไม่ปล่อยเด็กหลุดแม้แต่คนเดียว ด้วยนโยบายโรงเรียนคือถ้าเราคัดกรองเด็กได้ทั้งหมด มันหมายถึงการเติมโอกาสให้เขา ดังนั้นครูทุกคนยินดีทำ แล้วข้อมูลมันสำคัญตรงที่แม้เด็กไม่ได้รับทุนเสมอภาค แต่มันคือแสงที่ส่องทางต่อไปถึงทุนอื่นได้ โดยส่วนหนึ่งเราจะสำรวจข้อมูลจากเว็บไซต์ ‘ส่องทางทุน’ ที่ กสศ. รวบรวมข้อมูลทุนต่าง ๆ เอาไว้ แนะแนวให้กับนักเรียน”</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-0c2be2"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2024/08/0815_ข่าว-178_PHOTO6.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p><strong>ครูนิภา </strong>ย้ำว่า การคัดกรองเด็กในทุกเทอม และรายงานการเข้าเรียนอย่างละเอียดโดยครูประจำชั้น คือกลไกที่ช่วยให้อัตราการหลุดจากระบบที่โรงเรียนวัดอ้อมน้อย ฯ เป็น ‘ศูนย์’ เนื่องจากการอัปเดตข้อมูลรายสัปดาห์จนถึงรายวัน จะช่วยระบุความเสี่ยงของเด็กที่กำลังจะหลุดจากระบบ และทำให้ความช่วยเหลือมาถึงทันท่วงที โดยนักเรียนที่ขาดเรียนเกินสามวัน เจ็ดวัน จนถึงสองสัปดาห์ จะมีครูลงเยี่ยมบ้านรับฟังปัญหา และออกแบบวิธีการช่วยเหลือที่เหมาะสม เช่น หากมีปัญหาสุขภาพจะประสานไปยังหน่วยงานสาธารณสุข หรือหากมีความจำเป็นเรื่องการประกอบอาชีพ โรงเรียนจะช่วยปรับการเรียนรู้ให้ยืดหยุ่น หากไม่สะดวกมาเรียนทุกวัน ก็อาจปรับให้มาเรียนอย่างน้อยสัปดาห์ละ 2-3 วัน จนสิ้นสุดภาคเรียนและได้เข้าสอบปลายภาค เพื่อให้มีบันทึกผลการเรียนที่นำไปใช้ศึกษาต่อได้&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p>



<p>&nbsp;“เหตุผลของการติดตามข้อมูลเด็กแบบเรียลไทม์ อย่างที่บอกไปว่าบริบทของเราอยู่ในบริบทโรงงาน ดังนั้นจึงมีเด็กที่มา ๆ ไป ๆ จำนวนไม่น้อย บางคนอยู่เทอมเดียว บางคนอยู่ปีเดียว หรือในส่วนที่เกี่ยวข้องกับผู้ปกครอง ข้อมูลก็จะเลื่อนไหลเปลี่ยนแปลงไม่คงที่เช่นกัน เราจึงสื่อสารกับผู้ปกครองตลอดเพื่อขอความร่วมมือในการเก็บข้อมูล เพราะจะเป็นฐานเชื่อมต่อไปที่ทุนอื่น ๆ และความช่วยเหลือที่เหมาะสม ทันเวลา”&nbsp;&nbsp;</p><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/news-150824/">กสศ. ลงพื้นที่เชื่อมต่อทุนเสมอภาค รองรับเด็กเยาวชนที่กลับมาเรียนตามภารกิจ Thailand Zero Dropout จับมือคณะครูออกแบบระบบหลักประกันโอกาสทางการศึกษาที่ยั่งยืน</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>‘สมุทรสาคร’ โมเดลใหม่ เดินหน้าปั้นการศึกษาที่วางรากฐานจากพื้นที่</title>
		<link>https://www.eef.or.th/article-abe-290422/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 29 Apr 2022 09:38:25 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[บทความ]]></category>
		<category><![CDATA[Movement]]></category>
		<category><![CDATA[สมุทรสาคร]]></category>
		<category><![CDATA[อาคม ศาณศิลปิน]]></category>
		<category><![CDATA[สมุทรสาครโมเดล]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?p=55273</guid>

					<description><![CDATA[<p>‘สมุทรสาคร’ จังหวัดเล็กๆ ที่ตั้งอยู่ไม่ไกลนักจากกรุงเทพ [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/article-abe-290422/">‘สมุทรสาคร’ โมเดลใหม่ เดินหน้าปั้นการศึกษาที่วางรากฐานจากพื้นที่</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>‘สมุทรสาคร’ จังหวัดเล็กๆ ที่ตั้งอยู่ไม่ไกลนักจากกรุงเทพฯ หากเดินทางด้วยรถยนตร์คงใช้เวลาเดินทางเพียง 50 นาทีเศษ แต่หากกล่าวถึงบริบทเฉพาะตัว ที่นี่ คืออีกพื้นที่หนึ่งที่เปี่ยมไปด้วยศักยภาพ อันมีพื้นฐานมาจากความหลากหลาย ไม่ว่าด้วยเรื่องสังคมวัฒนธรรมหรือสิ่งแวดล้อมทางธรรมชาติ</p>



<p>ด้วยความเป็นเมืองชายทะเล สมุทรสาคร คือเส้นทางออกทะเลจากปากแม่น้ำท่าจีน มีหลักฐานทางประวัติศาสตร์กล่าวถึงตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยา บ่งบอกว่าเคยเป็นชุมชนขนาดใหญ่ที่มีชาวจีนนำเรือสำเภามาจอดเทียบท่าค้าขายแลกเปลี่ยนสินค้าและพักอาศัยอยู่เป็นจำนวนมาก ปัจจุบันเค้ารางของภาพเหล่านั้นก็ยังคงอยู่ ปากแม่น้ำยังมีเรือจอดเทียบท่า มีการทำประมงที่คึกคักตั้งแต่ระดับประมงพื้นบ้านไปจนถึงอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ ขณะเดียวกันหากมองไล่ไปตามแม่น้ำท่าจีนที่ไหลผ่านตอนกลางของจังหวัดตลอดกว่า 70 กิโลเมตร และแตกแขนงออกไปเป็นโครงข่ายลำคลองกว่า 170 สาย ก็จะพบเห็นพื้นที่อุดมสมบูรณ์เหมาะแก่การทำเกษตรและท่องเที่ยว เป็นภาพของวิถีชีวิตก็ดูแตกต่างไปอย่างสิ้นเชิงกับกรุงเทพแม้จะห่างกันเพียงไม่ถึงร้อยกิโลเมตร</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-7b3118"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2022/04/01สมุทรสาครABE.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>“ต้นทุนของสมุทรสาคร คือทรัพยากรบุคคลที่มีองค์ความรู้หลากหลาย เราเป็นทั้งเมืองเกษตร เมืองอุตสาหกรรม เมืองประมง นี่คือแหล่งทุนทางปัญญาที่พื้นที่มี เรามีผู้บริหารพื้นที่ระดับจังหวัดที่ให้ความสำคัญกับการศึกษามาก และเรามีภาคเอกชนหรือสถานประกอบการในพื้นที่จำนวนมาก ทั้งขนาดเล็กไปจนถึงขนาดใหญ่ด้วย แต่ถึงแม้เขามีตำแหน่งว่าง เรากลับไม่มีเด็กไปเข้าทำงาน คำถามคือเด็กๆในสมุทรสาครหายไปไหน”</p>



<p>อาคม ศาณศิลปิน ศึกษาธิการจังหวัดสมุทรสาคร ผู้คลุกคลีกับการศึกษาในพื้นที่มานาน ได้กล่าวถึงโจทย์ในที่เขามองเห็น พร้อมกันนั้นยังค่อยๆคลี่ให้เห็นภาพฉากต่อไป เขาอธิบายว่า การหายไปของเด็กในพื้นที่มีหลายรูปแบบ แบบแรกคือการไปเรียนต่อในกรุงเทพ เพราะไปได้ง่ายด้วยมีระยะทางที่ใกล้กันมาก ในแง่หนึ่งนี่ก็คือภาพสะท้อนเส้นทางการเดินไปตามหลักสูตรการศึกษาแบบเดิม เรียนหลักสูตรการศึกษาแกนกลางไปเรื่อยๆ ค่อยๆ ผ่านไปตามลำดับชั้น เพื่อไปศึกษาต่อหรือทำงานในเมืองเพราะมีแหล่งงานที่ตอบโจทย์กว่าในพื้นที่บ้านเกิด อาจมีบ้างที่บางคนกลับมาประกอบอาชีพอิสระในพื้นที่ แต่เมื่อมีระยะห่างหรือไม่รู้ว่าทุนในพื้นที่อยู่ตรงไหน ก็ทำให้พลาดโอกาสที่จะใช้ต้นทุนที่พื้นที่มีเสริมศักยภาพของตัวเองต่อไป</p>



<p>“ยังมีเด็กอีกส่วนหนึ่งที่หายไป คือกลุ่มที่ยังไม่พร้อมเข้าไปทำงาน อาจด้วยทักษะส่วนตัวของเขา แม้จะมีแหล่งงานในพื้นที่ ดังนั้น เพื่อตอบโจทย์เหล่านี้ หากสามารถเพิ่มศักยภาพให้ครูผู้สอน จัดหาเครื่องมือที่พร้อม ทำงานร่วมกับชุมชนและเอกชน ชักชวนให้ผู้ประกอบการในพื้นที่เข้ามาร่วมขับเคลื่อนช่วยเหลือเด็กในพื้นที่ตั้งแต่แรก เชื่อว่าจะทำให้เกิดความรักต่อจังหวัด จูงใจให้สามารถกลับมาทำงานที่บ้านได้ มีงานที่รองรับอยู่ อย่างเอกชนที่มาร่วมให้ทุนนักเรียน แม้ไม่ใช่ทุนที่ผูกมัดว่ารับทุนไปต้องกลับมาทำงานบริษัทหรือโรงงานของเขา แต่เป็นการเปิดทางให้รู้จักกัน สร้างความประทับใจเบื้องต้นหรือสร้างเป็นความผูกพันให้เกิดขึ้นเกิดจากพื้นที่”</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-1f97a4"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2022/04/02สมุทรสาครABE.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>นี่คือไอเดียที่ อาคม และเครือข่ายต่างๆในสมุทรสาครกำลังออกแบบร่วมกัน เพื่อผลักดันให้เกิดการศึกษารูปแบบใหม่ที่ตอบโจทย์พื้นที่มากขึ้น โดยเฉพาะในช่วงที่มีการระบาดของโควิด-19 ภาวะการเรียนรู้ถดถอยยิ่งปรากฏชัดขึ้น เนื่องจากการศึกษารูปแบบเดิมไม่สามารถสนองตอบต่อปัญหาได้ทัน จึงทำให้องคาพยพต่างๆในจังหวัด ทั้งภาครัฐ ภาคประชาชน ชุมชน และเอกชน ต่างมาร่วมมือกันหาทางออกให้กับเด็กๆ</p>



<p>“คงเป็นที่ทราบกันดีว่า สมุทรสาคร เจอวิกฤตโควิดเป็นจังหวัดแรกๆและหนักมาก ทำให้โรงเรียนไม่สามารถเปิดเรียนได้ หลายฝ่ายจึงมาคิดร่วมกันถึงวิธีการที่เด็กจะได้เรียนรู้ แทนที่จะหยุดเรียน แล้วไม่ได้เรียนเลยเป็นปี จะทำอย่างไรให้เด็กได้พัฒนาการเรียนรู้ต่อ เราแสวงหาความร่วมมือ ระดมความคิดจากหลายฝ่าย ไม่ว่ามูลนิธิสตาร์ฟิช กองทุนเสมอภาคเพื่อการศึกษา หรือยูนิเซฟ เพื่อสอบถามเขาว่ามีโมเดลหรือเครื่องมืออะไรมาช่วยในเรื่องภาวะถดถอยด้านการเรียนรู้ที่เกิดขึ้นในพื้นที่ของเราได้บ้าง”</p>



<p>หลังได้รับการปรึกษาหารือกับเครือข่ายต่างๆมาระยะหนึ่ง อาคม กล่าวว่า ขณะนี้อยู่ในช่วงของการออกแบบและทดลองปฏิบัติ โดยมีโรงเรียนในจังหวัดเข้าร่วมจำนวน 60 โรงเรียน ในการนำเครื่องมือของมูลนิธิสตาร์ฟิชไปดำเนินการนำร่อง ควบคู่กับการทำวิจัยของมหาวิทยาลัยหอการค้าเพื่อประเมินการเรียนรู้และถอดบทเรียนจากโมเดลที่กำลังทำกันอยู่</p>



<p>“ตอนนี้ยังอยู่ในช่วงปิดเทอมและเรากำลังเตรียมการร่วมกับโรงเรียนต่างๆ หลังเปิดเทอมคาดว่าเมื่อมีการนำไปใช้จริงสักระยะ เราน่าจะได้กรณีศึกษาจากโรงเรียนต่างๆ หรือมีโรงเรียนต้นแบบ” อาคม ระบุ</p>



<p>อาคม ยังอธิบายเพิ่มเติมว่า เครื่องมือของมูลนิธิสตาร์ฟิชที่นำมาใช้ จะเป็นเรื่องของการทำงานร่วมกับกลุ่มต่าง กลุ่มแรกคือครู จะว่าด้วยการพัฒนาเรียนการสอน รวมไปถึง Mindset ให้เข้ากับภาวะที่ต้องสอนแบบออนไลน์ การปรับตัวต่อเทคโนโลยีที่จะเข้ามามีบทบาทสำคัญมากขึ้นเรื่อยๆ อาคม บอกว่า เขาต้องการเห็นครูที่สามารถออกแบบการเรียนการสอนและวิเคราะห์เด็กเป็นรายบุคคลได้ โดยเฉพาะเรื่องหลักๆคือ คณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ และจิตวิทยาเด็ก พร้อมกันนี้จะมีเครื่องมืออุปกรณ์จากสตาร์ฟิชลงมาสนับสนุนครูด้วย </p>



<p>“ต้องยอมรับว่า แม้โควิดจะทำให้ครูต้องเปลี่ยนมาใช้การสอบรูปแบบออนไลน์ แต่ในความจริงตลอด 2 ปีมานี้ ครูส่วนใหญ่ก็ยังไม่สามารถปรับแผนการสอนให้สอดคล้องกับการเข้าสู่ยุคของดิจิตอลได้ เคยสอนคาบละ 50 นาที ก็สอนเท่าเดิมแบบเดิม เพียงแต่ย้ายไปสอนในอินเตอร์เน็ท เรียนแบบนี้แม้แต่เราเองอยู่หน้าจอ 15 นาทีก็ทนไม่ได้แล้ว ปัญหาก็คือหากความเปลี่ยนแปลงของครูและหลักสูตรช้า เด็กก็ต้องเรียนแบบเดิมไปตลอดทั้งปี ความถดถอยก็จะตามมาเรื่อยๆ ความอยากเรียนรู้ อยากรับฟังก็จะน้อยลงตาม”</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-fa55d2"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2022/04/03สมุทรสาครABE.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>ส่วนการทำงานในกลุ่มที่สอง คือ การให้ชุมชนและผู้ปกครองเข้ามามีส่วนร่วมในการช่วยขับเคลื่อนการศึกษา และกลุ่มที่สาม คือการเอาเครื่องมือที่ออกแบบโดยครู ผู้ปกครอง ชุมชน ไปใช้กับนักเรียนตามโมเดลที่ออกแบบร่วมกัน</p>



<p>“เราไม่ได้บังคับว่าโรงเรียนไหนต้องใช้รูปแบบนี้ แต่วางเป็นโมเดลไว้เพื่อให้ทางโรงเรียนหยิบไปใช้ได้ ซึ่งได้รับเสียงตอบรับที่ค่อนข้างดี เพราะทางผู้บริหารโรงเรียนคงเห็นสภาพปัญหาที่เกิดภาวะเรียนไม่ทันตามหลักสูตรหรือรับรู้ได้ถึงความถดถอยทางการเรียนรู้ของเด็กที่เกิดขึ้นจริง เราเจอโควิดมา 2 ปีแล้ว ผมคิดว่าเราต้องรีบหยุดยั้งภาวะนี้”</p>



<p>อาคม กล่าวว่า เขาเชื่อว่าการดึงทุนจากอยู่ในพื้นที่โดยนำชุมชน เอกชน ภาคประชาชนเข้ามาช่วย จะตอบโจทย์การศึกษาของพื้นที่ได้จริง เพราะแต่ละโรงเรียนเผชิญภาวะถดถอยต่างกัน และเด็กแต่ละคนภาวะการเรียนรู้ก็ไม่เท่ากัน ครูจึงมีบทบาทสำคัญในการออกแบบกระบวนการเรียนการสอนแบบยึดจากเด็กเป็นศูนย์กลาง ที่ผ่านมาโรงเรียนต่างๆอาจเคยมีข้อจำกัดเรื่องเครื่องมือบ้าง ครั้งนี้จึงได้รับการสนับสนุนจากมูลนิธิสตาร์ฟิชที่มีความพร้อมกว่าการที่โรงเรียนดำเนินการเอง ปัจจุบันไม่ใช่แค่เด็กไม่มีเครื่องมือเท่านั้น ครูเองยังประสบปัญหาเรื่องทรัพยากรในการจัดการเรียนการสอน เมื่อมีหน่วยงานที่มีเครื่องมือ มีประสบการณ์ มีทักษะที่เกิดประโยชน์กับโรงเรียนก็จะช่วยรัฐด้านการศึกษาได้</p>



<p>“ปลายทางของการศึกษาโมเดลใหม่ ผมมองว่า ไม่ได้หมายถึงการที่ เด็กต้องไปเข้าทำงานในสถานประกอบการในพื้นที่ แต่คือการเปิดช่องทางเอาไว้ให้ได้รู้จักกัน ซึ่งในอีกทางหนึ่ง หากวันหนึ่งเขาโตขึ้นมาอยากเป็น SMEs อยากไปเป็นผู้ประกอบการเอง แล้วเขารู้จักทุนในพื้นที่ของตัวเองมากขึ้นก็จะรู้ศักยภาพของตัวเองในการนำไปต่อยอดได้ เช่น รู้จักแหล่งวัตถุดิบดีๆ  จะแปรรูปอย่างไร หรือทำตลาดอย่างไรก็ทำเองได้หมด” </p>



<p>ในด้านการลดความเหลื่อมล้ำ อาคม มองว่า การจัดการศึกษาลักษณะนี้ก็มีส่วนเข้าไปช่วยไม่น้อย โดยเฉพาะในช่วงวิกฤตเร่งด่วนที่ต้องการความช่วยเหลือโดยเร็วที่สุด การชวนสถานประกอบการในพื้นที่มารับรู้ปัญหา นำไปสู่การมอบทุนต่างๆ ซึ่งในช่วงโควิด เราพบว่าหลายครอบครัวเกิดปัญหาชะงักงันทางเศรษฐกิจรุนแรง การที่สถานประกอบการเข้ามาสนับสนุนเรื่องทุนในจึงทำให้เด็กจำนวนหนึ่งไม่หลุดออกจากระบบ ความเหลื่อมล้ำจึงลดลงได้บ้าง</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-455463"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2022/04/04สมุทรสาครABE.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>“ถามว่าแรงสนับสนุนที่เราอยากได้เพิ่มมีไหม เอาที่ภาครัฐก่อน เอาเข้าจริงด้วยภาวะเศรษฐกิจในภาพรวมเป็นแบบนี้ ผมเชื่อว่าคงไม่สามารถนำมาลงทุนในการศึกษาเพื่อช่วยได้ทุกพื้นที่ แต่สิ่งที่ผมอยากเห็นมากกว่า คือการที่ภาคราชการมาร่วมมือบูรณาการเพื่อวางเป้าหมายอนาคตในจังหวัดของตัวเองร่วมกัน มาช่วยกันลงมือขับเคลื่อนโอบอุ้ม บางหน่วยงานอาจไม่อยู่ในภาคการศึกษาก็จริง แต่ก็ช่วยได้ เช่น กรมพัฒนาฝีมือแรงงาน เพราะหลังจากนี้อาจต้องใช้แรงงานหรือต้องการเด็กที่กำลังจบการศึกษามาช่วยกันทำงาน</p>



<p>“อีกเรื่องหนึ่ง ผมคิดว่า กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม และ กสทช. ต้องช่วยเหลือเรื่องการวางโครงสร้างพื้นฐานของประเทศ ต้องทำให้อินเตอร์เน็ทสามารถเข้าถึงได้จริง ไม่ว่าที่บ้านหรือโรงเรียน เพราะต่อให้มีเครื่องมือใดๆ แต่ถ้าไม่สามารถเชื่อมต่อกันได้อย่างมีประสิทธิภาพก็เป็นความเหลื่อมล้ำอีกแบบหนึ่งเหมือนกัน ผมเห็นภาพนโยบายว่ามีอยู่ แต่ความครอบคลุมจริงยังไม่มี อีกส่วนคือภาคธุรกิจ เอกชนในพื้นที่แม้จะเริ่มเข้ามาแล้ว แต่ก็ยังน้อยอยู่ถ้าเทียบกับจำนวนผู้ประกอบการในสมุทรสาคร ส่วนภาคธุรกิจจากภายนอกที่เกี่ยวข้อง เช่น ผู้ให้บริการอินเตอร์เน็ท ผมคิดว่าอาจช่วยหนุนเรื่องแพ็คเก็จด้านการศึกษาเพื่อช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายให้หน่วยงานเกี่ยวกับการศึกษาได้ ถ้าองคพยพเหล่านี้ขยับมากขึ้นผมเชื่อว่าจะสามารถช่วยเด็กให้เข้าถึงการเรียนรู้ได้อย่างเท่าเทียมกันมากกว่านี้ครับ” อาคม สรุปทิ้งท้าย</p><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/article-abe-290422/">‘สมุทรสาคร’ โมเดลใหม่ เดินหน้าปั้นการศึกษาที่วางรากฐานจากพื้นที่</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>สมุทรสาครเดินหน้าเดินหน้าตั้งสมัชชาการศึกษา ตอบโจทย์การเรียนรู้สังคมพหุวัฒนธรรม</title>
		<link>https://www.eef.or.th/article-samutsakhon-160222/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 16 Feb 2022 04:14:44 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Movement]]></category>
		<category><![CDATA[บทความ]]></category>
		<category><![CDATA[อาคม ศาณศิลปิน]]></category>
		<category><![CDATA[สังคมพหุวัฒนธรรม]]></category>
		<category><![CDATA[สมัชชาการศึกษา]]></category>
		<category><![CDATA[ศึกษาธิการจังหวัดสมุทรสาคร]]></category>
		<category><![CDATA[สมุทรสาคร]]></category>
		<category><![CDATA[กสศ.]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?p=51907</guid>

					<description><![CDATA[<p>เพราะการเรียนรู้ไม่ถูกจำกัดด้วยความแตกต่างของเพศ วัย แล [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/article-samutsakhon-160222/">สมุทรสาครเดินหน้าเดินหน้าตั้งสมัชชาการศึกษา ตอบโจทย์การเรียนรู้สังคมพหุวัฒนธรรม</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>เพราะการเรียนรู้ไม่ถูกจำกัดด้วยความแตกต่างของเพศ วัย และความเชื่อ สมุทรสาครเตรียมจัดตั้งสมัชชาการศึกษาให้เสร็จภายในปีนี้ ดึงความมีส่วนร่วมตอบโจทย์การเรียนรู้ไม่สิ้นสุดภายใต้สังคมพหุวัฒนธรรม</strong></p>



<p>สมัชชาการศึกษา เป็นกระบวนการที่บุคคล องค์กรภาครัฐ เอกชน และภาคประชาสังคม ร่วมระดมความคิดเพื่อแลกเปลี่ยนเรียนรู้ ร่วมคิด ร่วมแก้ ปัญหาการศึกษาที่เกิดขึ้นในพื้นที่ทุกระดับ ซึ่งจัดตั้งขึ้นบนหลักการของ ความเป็นหุ้นส่วนและมีส่วนร่วม ภายใต้ความเท่าเทียม เพื่อประโยชน์ด้านการศึกษาของคนทุกเพศวัย</p>



<p>สมุทรสาครเป็นอีกหนึ่งในจังหวัดที่อยู่ระหว่างการวางแผนจัดตั้งสมัชชาการศึกษา จากการต่อยอดโครงการการพัฒนาการการศึกษาในพื้นที่แบบบูรณาการ ซี่งทางคณะกรรมการศึกษาธิการจังหวัดเห็นชอบและเริ่มต้นเดินหน้ากำหนดทิศทางการการทำงานพร้อมตั้งเป้าที่จะมีสมัชชการศึกษาสุมทรสาครได้ภายในปีนี้</p>



<p>นายอาคม ศาณศิลปิน ศึกษาธิการจังหวัดสมุทรสาคร กล่าวว่า เดิมทีมีโครงการหนึ่งเป็นเรื่องกลไกการพัฒนาการศึกษาในพื้นที่​แบบบูรณาการซึ่งจังหวัดสมุทรสาครเป็นต้นแบบการพัฒนาการการศึกษาแบบบูรณาการ ต่อมาก็มองถึงเรื่องสมัชชาการศึกษาที่เป็นไปในทิศทางที่สอดคล้องกัน และเป็นสิ่งที่ทางกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.)​และ กรรมการปฏิรูปการศึกษาเคยทำไว้มีต้นแบบในหลายจังหวัด จึงนำมาผสมกันโดยทางคณะกรรมการศึกษาธิการจังหวัดเห็นชอบให้ขับเคลื่อนจัดตั้งสมัชชาการศึกษา</p>



<p>ทั้งนี้ ขั้นตอนการดำเนินการอยู่ระหว่างการพูดคุยกับทางผู้ทรงคุณวุฒิที่อยู่ในจังหวัด 3-4 ท่าน ซึ่งเป็นส่วนของภาคประชาชน ที่จะพูดคุยถึงกรอบวัตถุประสงค์ คนที่จะมาช่วยทำงานเป็นใครบ้าง และมีใครจะทำหน้าที่ผู้นำสมัชชา ไปจนถึงกลุ่มคนที่จะมาร่วมกำหนดกรอบทิศทางการจัดตั้งสมัชชา</p>



<p>“ช่วงเริ่มต้นพยายามคุยกับทาง กสศ. ว่าเราอยากเห็น Best Practice ตัวอย่างจากแต่ละจังหวัดที่ตั้งขึ้นมาแล้วเขามีข้อมูลที่เป็นข้อสังเกตส่วนไหนที่จะมาเป็นตัวช่วยให้จังหวัดสมุทรสาครได้มองเห็นภาพ และเห็นว่าตรงไหนต้องตระหนักถึง ตรงไหนที่เป็นจุดดี จุดด้อย โดยอยู่ในช่วงเริ่มต้นเขียนขอบเขตการทำงาน”</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-3eec7a"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2022/02/สมุทรสาคร4.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>ศึกษาธิการจังหวัดสมุทรสาคร อธิบายเพิ่มเติมว่า  การทำงานในพื้นที่จะมีทั้งภาคประชาชน สมาคมผู้บริหารสถานศึกษา  และชมรมที่เป็นภาคนอกราชการสามสี่ส่วน ไปจนถึงอดีตผู้บริหารสถานศึกษาที่เกษียณแล้ว รวมทั้งจะมีความร่วมมือจากภาคธุรกิจ หอการค้า สภาอุตสาหกรรมจังหวัด ซี่งรองประธานสภาอุตสาหกรรมเป็นกรรมการในศึกษาธิการจังหวัดยินดีที่จะช่วยสนับสนุนเรื่องการศึกษา และเห็นด้วยกับการตั้งสมัชชาการศึกษาที่จะมีสถานประกอบการมาร่วมทำงานด้วยอยู่ระหว่างการเข้าไปพูดคุยทาบทามให้มาร่วมมือกันทำงาน</p>



<p>“การทำงานจะเชื่อมทุกภาคส่วนในจังหวัดเข้าด้วยกัน ซึ่งในจังหวัดสมุทรสาครผู้ว่าราชการจังหวัดจะเป็นประธานกรรมการศึกษาธิการจังหวัด โดยกรรมการพูดคุยกันว่าสมุทรสาครมีความหลากหลาย มีภาคอุตสาหกรรมเป็นเมืองอุตสาหกรรมก็จะพยายามดึงภาคอุตสาหกรรมเข้ามาช่วย เพราะเรื่องการพัฒนาการศึกษาต้องตอบโจทย์เรื่องจบไปแล้วมีงานทำด้วย”</p>



<p>นอกจากนี้ ยังมีประเด็นเรื่องของสังคมที่จังหวัดสมุทรสาครเป็นสังคมพหุวัฒนธรรม สมัชชาการศึกษาจะดำเนินการอย่างไรให้ตอบโจทย์ครอบคลุม ซึ่งตอนนี้ยังบอกได้แค่คร่าวๆ ว่า กรอบการพูดคุยเบื้องต้น เรามองคนที่อยู่ในจังหวัดสมุทรสาคร หรือ มีทะเบียนบ้านอยู่ในจังหวัดสุมทรสาคร ไม่ได้พูดถึงแค่เด็กอย่างเดียว แต่พูดตั้งแต่เรื่องเด็กปฐมวัยไปจนถึงผู้สูงอายุ ทั้งที่เป็นคนไทย และไม่ใช่คนไทย มีการพูดไปถึงเรื่องการศึกษาเพื่อผู้สูงอายุด้วย</p>



<p>ในแง่ความร่วมมือการทำงานร่วมกับ กสศ.​ ยังไม่ได้พิจารณาในรายละเอียด แต่อย่างน้อยที่สุดน่าจะเป็นหน่วยงานผลักดันด้านวิชาการให้เกิดการแลกเปลี่ยน องค์ความรู้ที่มีเรื่องสมัชชาการศึกษาที่ทางกองทุนได้ทำไว้ หรือการตั้งโจทย์ที่ กสศ. มีงานวิจัย และมองว่าจะส่วนช่วยสนับสนุนการทำงานได้ กสศ. น่าจะมีสิ่งที่เคยทำไว้แล้ว ทั้งประสบความสำเร็จ และล้มเหลว เราจะได้รู้ว่าตรงไหนควรทำหรือตรงไหนควรหลีกเลี่ยง</p>



<p>“เบื้องต้นมองว่าเป้าหมายสมัชชาการศึกษาสมุทรสาครจะนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงทั้งจังหวัดอย่างเห็นผล เรามองเห็นภาคราชการขับเคลื่อนภายใต้หลักเกณฑ์ระเบียบกฎหมายที่กำหนดไว้ สมัชชาการศึกษาคือภาคส่วนที่ไม่ใช่ข้าราชการเป็นส่วนที่เขาสามารถทำในส่วนที่ราชการทำไม่ได้ นั่นหมายความว่าราชการทำตามที่กฎหมายกำหนด ส่วนสมัชชาทำสิ่งที่กฎหมายไม่ได้ห้ามไว้ สองส่วนนี้ผมมองว่าจะเป็นวงกลมทั้งวงที่ทำงานขับเคลื่อนไปพร้อมกัน”</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-8ab5f6"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2022/02/สมุทรสาคร5.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>ทั้งนี้ ในส่วนของแผนพัฒนาการศึกษาจังหวัดจะต้องอาศัยสมัชชาเป็นหน่วยที่ช่วยวิเคราะห์ผลักดันขับเคลื่อนการศึกษา ของทั้งจังหวัดสมุทรสาคร ศึกษาธิการจังหวัดต้องทำแผนพัฒนาการศึกษาเพื่อตอบสนองโจทย์ของจังหวัด ตอบสนองประแทศ เราอยู่ในภาคราชการอาจจะต้องอาศัยความร่วมมือจากภาคส่วนที่อยู่ในสมัชชาผลักดันขับเคลื่อนข้อเสนอตามที่ต้องการขึ้นมาเพื่อทำให้เกิดกรอบการพัฒนาที่ชัดเจนและขับเคลื่อนการทำงานไปพร้อมกัน</p>



<p>สำหรับกรอบเวลาการทำงาน นายอาคม&nbsp; ระบุว่า ยังตอบไม่ได้ว่าจะเป็นอย่างไร แต่ในช่วงปีนี้น่าจะเกิดสมัชชาขึ้น ส่วนเป้าหมาย วัตถุประสงค์ ขอบเขตการทำงานยังพูดคุยกันแค่สองสามครั้ง ยังไม่ได้ลงรายละเอียดโรดแม็ประยะสั้นจะเป็นอย่างไร แค่ในเฟสแรกจะเกิดสมัชชาขึ้นในปีนี้ และกำลังคิดว่าจะมอง output ที่ออกมา output แรกควรจะเป็นอะไร จะได้เห็นกรอบการทำงานร่วมกัน ว่าจะพัฒนาการศึกษาสมุทรสาครไปในทิศทางไหน</p>



<p>รวมทั้งน่าจะขับเคลื่อนการทำงานต่อจาก “สมุทรสาครโมเดล” ที่ได้เริ่มไปแล้วก่อนหน้านี้ในช่วงการแพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19 ซึ่งทางจังหวัดได้เข้าไปดูแลปัญหาเรื่องความรู้ถดถอย ที่ทางสมัชชชาการศึกษาน่าจะได้ขับเคลื่อนประเด็นนี้ต่อไป เพราะวันนี้ทางกระทรวงศึกษาธิการก็มองเรื่องนิวนอร์มอลไปในอนาคต ทั้งเรื่องที่ไม่สามารถหาอุปกรณ์สมาร์ทดีไวส์ ให้เด็กได้เรียนออนไลน์ได้ และกระทรวงศึกษาธิการมีโครงการพี่ช่วยน้อง หากมีสมัชชาการศึกษาขึ้นมาก็จะเข้ามาช่วยดูแลในส่วนนี้ได้อีกด้วย ​</p><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/article-samutsakhon-160222/">สมุทรสาครเดินหน้าเดินหน้าตั้งสมัชชาการศึกษา ตอบโจทย์การเรียนรู้สังคมพหุวัฒนธรรม</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>กสศ. ยูนิเซฟ ศธ. จับมือภาคี เปิดตัวโปรแกรมฟื้นฟูเรียนรู้ถดถอย นำร่องสมุทรสาครโมเดล</title>
		<link>https://www.eef.or.th/new-samut-sakhon-model-071221/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 07 Dec 2021 04:12:44 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[All About EEF]]></category>
		<category><![CDATA[ข่าวสารความรู้]]></category>
		<category><![CDATA[Mission Recovering Education in 2021]]></category>
		<category><![CDATA[ดร.รังสรรค์ วิบูลย์อุปถัมภ์]]></category>
		<category><![CDATA[สมุทรสาครโมเดล]]></category>
		<category><![CDATA[ณรงค์ รักร้อย]]></category>
		<category><![CDATA[ก้าวไปด้วยกัน สู่สมุทรสาครโมเดล จังหวัดต้นแบบลดความเหลื่อมล้ำ ฟื้นฟูการเรียนรู้เพื่อเด็กทุกคน]]></category>
		<category><![CDATA[สถาบันวิจัยเพื่อการประเมินและออกแบบนโยบาย]]></category>
		<category><![CDATA[เด็กหลุดจากระบบ]]></category>
		<category><![CDATA[ดร.นรรธพร จันทร์เฉลี่ย เสริบุตร]]></category>
		<category><![CDATA[RIPED]]></category>
		<category><![CDATA[สมุทรสาคร]]></category>
		<category><![CDATA[ดร.วีระชาติ กิเลนทอง]]></category>
		<category><![CDATA[มูลนิธิโรงเรียนสตาร์ฟิชคันทรีโฮม]]></category>
		<category><![CDATA[UNICEF]]></category>
		<category><![CDATA[กระทรวงศึกษาธิการ]]></category>
		<category><![CDATA[ธันว์ธิดา วงศ์ประสงค์]]></category>
		<category><![CDATA[กสศ.]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?p=48783</guid>

					<description><![CDATA[<p>กสศ. ยูนิเซฟ ศธ. จับมือภาคี เปิดตัวโปรแกรมฟื้นฟูเรียนรู [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/new-samut-sakhon-model-071221/">กสศ. ยูนิเซฟ ศธ. จับมือภาคี เปิดตัวโปรแกรมฟื้นฟูเรียนรู้ถดถอย นำร่องสมุทรสาครโมเดล</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>กสศ. ยูนิเซฟ ศธ. จับมือภาคี เปิดตัวโปรแกรมฟื้นฟูเรียนรู้ถดถอย ช่วยเด็กหลุดจากระบบทุกมิติในช่วงโควิด-19 นำร่องสมุทรสาครโมเดล พื้นที่ต้นแบบ ขณะที่ผู้ว่าฯสมุทรสาครประกาศรักษาเด็กทุกคนให้จบการศึกษาภาคบังคับ และได้รับพัฒนาเต็มศักยภาพ ชี้ต้องแก้ปัญหาด้วยวิธียืดหยุ่น ยึดเด็กเป็นศูนย์กลาง</strong></p>



<p>กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา องค์การยูนิเซฟ ประเทศไทย กระทรวงศึกษาธิการ มูลนิธิโรงเรียนสตาร์ฟิชคันทรีโฮม สถาบันวิจัยเพื่อการประเมินและออกแบบนโยบาย (RIPED) มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย และจังหวัดสมุทรสาคร จัดการประชุมสานพลังความร่วมมือหน่วยงานด้านการศึกษา <strong>“ก้าวไปด้วยกัน สู่สมุทรสาครโมเดล จังหวัดต้นแบบลดความเหลื่อมล้ำ ฟื้นฟูการเรียนรู้เพื่อเด็กทุกคน”</strong> เดินหน้าพันธกิจฟื้นฟูการศึกษาไทย เปิดตัวโครงการวิจัยนำร่องฟื้นฟูการเรียนรู้ถดถอย ป้องกันเด็กหลุดนอกระบบ ครอบคลุมทุกมิติ </p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-45f8c2"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/12/04-สมุทรสาครโมเดล-07.jpg" alt=""/></div><figcaption class="qubely-image-caption">นางสาวธันว์ธิดา วงศ์ประสงค์<br>ผู้อำนวยการสำนักนวัตกรรมและทุนการศึกษา กสศ.</figcaption></figure></div></div></div>



<p></p>



<p><strong>นางสาวธันว์ธิดา วงศ์ประสงค์ ผู้อำนวยการสำนักนวัตกรรมและทุนการศึกษา กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา </strong>กล่าวว่า โควิด-19 ส่งผลให้ช่องว่างของความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาถ่างกว้างขึ้น&nbsp; แม้จะมีความพยายามในการนำความรู้ไปถึงเด็กทุกช่องทาง แต่การเข้าถึงอุปกรณ์การเรียน หรือสภาวะครอบครัวที่ไม่เอื้อต่อการเรียนรู้ ก็ยังเป็นอุปสรรคและทำให้เด็กเผชิญกับภาวะการเรียนรู้ถดถอย และมีบางส่วนที่หลุดออกจากระบบ</p>



<p>จากสาเหตุนี้ กสศ. ยูนิเซฟ และกระทรวงศึกษาธิการ ได้ประเมินสถานการณ์เบื้องต้น นำมาสู่การออกแบบโครงการเพื่อฟื้นฟูความรู้ถดถอย ป้องกันเด็กหลุดออกจากระบบ และส่งเสริมการเข้าถึงการศึกษาคุณภาพให้เด็ก&nbsp;</p>



<p>โครงการนี้เป็นโครงการวิจัยเชิงปฏิบัติการ (Research and Development) นำร่องในจังหวัดสมุทรสาคร ซึ่งเป็นหนึ่งในพื้นที่ที่ปิดเรียนยาวนาน เพื่อหาตัวแบบก่อนขยายผลไปทั่วประเทศ โดยมีงบประมาณส่วนหนึ่งในการสนับสนุน การดำเนินงานจะเชิญชวนสถานศึกษาทุกสังกัด ทั้ง สพฐ. อปท. และ สช. เข้าร่วม</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-24e0ec"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/12/04-สมุทรสาครโมเดล-02.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>ด้วยรูปแบบที่ให้ความสำคัญกับทักษะด้านคณิตศาสตร์และทักษะการอ่าน ซึ่งพบว่าเป็นทักษะที่มีภาวะถดถอยมากที่สุดในช่วงปิดโรงเรียน และเป็นสองทักษะที่เป็นพื้นฐานในการเรียนรู้วิชาอื่นๆ และภายใต้บริบทที่เปลี่ยนแปลงไป นอกจากนี้ทักษะสังคม อารมณ์ สุขภาพกาย สุขภาพใจ ก็เป็นสิ่งที่ต้องเติมเต็มและส่งเสริมพัฒนาการไปพร้อมๆ กัน</p>



<p>“เรามีทีมวิชาการที่เข้มแข็งอย่างมูลนิธิสตาร์ฟิชคันทรีโฮม ที่ทำงานด้านนวัตกรรมการศึกษาระดับสากล มาเป็นโค้ชในการทำงานร่วมกับศึกษาธิการจังหวัด และสถานศึกษา และสถาบันวิจัยเพื่อการประเมินและออกแบบนโยบาย (RIPED) มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย ที่เป็นเครือข่ายด้านงานวิจัย มาช่วยถอดบทเรียนวิธีการทำงานที่ประสบความสำเร็จ ซึ่งจะนำไปใช้ขยายผลในอนาคต ดังนั้นสิ่งที่ได้จากโครงการนี้จะไม่ได้ก่อประโยชน์เพียงกับเด็กและเยาวชนในจังหวัดสมุทรสาครเท่านั้น แต่จะเป็นตัวแบบสำคัญที่จะขยายผลไปสู่จังหวัดอื่นๆ อีกด้วย”&nbsp;</p>



<p>นางสาวธันว์ธิดากล่าวว่า จากประสบการณ์ทำงานด้านการจัดการศึกษาของ กสศ. พบว่า การทำงานระดับจังหวัดถือเป็นการย่อส่วนการทำงานให้แคบลง เป็นการแก้ไขปัญหาของประเทศตามจุดอ่อนจุดแข็งของพื้นที่นั้น เพราะทุกจังหวัดต่างมีอุปสรรคปัญหาที่จะนำไปสู่แนวทางการแก้ไขที่ต่างกัน สำหรับจังหวัดสมุทรสาครเป็นพื้นที่ที่มีความร่วมมือในระดับจังหวัดที่เข้มแข็ง ซึ่งทาง กสศ. ยูนิเซฟ และกระทรวงศึกษาธิการ จะเข้ามาเสริมในส่วนของการค้นหานวัตกรรมมาช่วย เพื่อให้ไปสู่ผลลัพธ์ได้ดียิ่งขึ้น </p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-9f4219"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/12/04-สมุทรสาครโมเดล-06.jpg" alt=""/></div><figcaption class="qubely-image-caption">ดร.วีระชาติ กิเลนทอง ผู้อำนวยการ RIPED</figcaption></figure></div></div></div>



<p></p>



<p><strong>ดร.วีระชาติ กิเลนทอง ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยเพื่อการประเมินและออกแบบนโยบาย (RIPED) มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย </strong>กล่าวว่า มีงานวิจัยจากต่างประเทศที่แสดงให้เห็นว่า มีหลักฐานยืนยันของการเกิดภาวะการเรียนรู้ถดถอยในช่วงวิกฤตโควิด-19 สำหรับในประเทศไทย ทางสถาบันได้ร่วมกับ กสศ. ทำงานวิจัยที่เก็บข้อมูลจากเด็กจากหลายพื้นที่ทั่วประเทศ พบว่าระดับการเรียนรู้ที่เด็กได้รับในแต่ละวันที่มาโรงเรียนนั้นแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญ โดยเฉพาะในจังหวัดที่มีการปิดเรียนยาวนาน </p>



<p>“ความถดถอยของการเรียนรู้ หมายถึงการเปรียบเทียบทักษะของเด็กในช่วงเวลาการไปเรียนปกติกับการปิดเรียน ซึ่งวัดได้จากเครื่องมือทางสถิติ ซึ่งได้ผลวิเคราะห์หลักว่า การที่เด็กไม่ได้ไปโรงเรียนส่งผลกระทบเชิงลบกับทักษะคณิตศาสตร์ และ Working Memory (ความจำใช้งาน) ซึ่งหมายถึงความสามารถของเด็กในการจดจำข้อมูล และนำข้อมูลมาประมวลผลเพื่อนำกลับมาใช้ อันเป็นทักษะที่ช่วยส่งเสริมการเรียนรู้ของเด็กโดยตรง โดยนัยสำคัญอยู่ที่การปิดโรงเรียนที่ยาวนานยิ่งสัมพันธ์กับทักษะที่สูญหายไปเพิ่มขึ้น บางกลุ่มตัวอย่างมีภาวะสูญหายของทักษะมากถึง 90% ข้อมูลเหล่านี้ย้ำเตือนว่าทุกหน่วยงานมีหน้าที่ร่วมกันในการฟื้นฟูความรู้ที่ถดถอย และสร้างแนวทางการเรียนรู้ที่เหมาะสมเพื่อรับมือกับสถานการณ์โควิด-19 ซึ่งยังคงไม่มีความแน่นอน” ดร.วีระชาติกล่าว</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-c51228"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/12/04-สมุทรสาครโมเดล-08.jpg" alt=""/></div><figcaption class="qubely-image-caption">ดร.นรรธพร จันทร์เฉลี่ย เสริบุตร ประธานมูลนิธิโรงเรียนสตาร์ฟิชคันทรีโฮม</figcaption></figure></div></div></div>



<p></p>



<p><strong>ดร.นรรธพร จันทร์เฉลี่ย เสริบุตร ประธานมูลนิธิโรงเรียนสตาร์ฟิชคันทรีโฮม </strong>กล่าวว่า โควิด-19 คืออุปสรรค แต่ขณะเดียวกันก็เป็นโอกาสในการค้นหาโมเดลต่างๆ มาพัฒนาการศึกษาให้ปรับตัวเข้ากับยุคสมัยที่เปลี่ยนไป โดยเฉพาะการสร้างพื้นที่ต้นแบบการจัดการศึกษา&nbsp;</p>



<p>เป้าหมายของโครงการจึงมุ่งไปสู่การสร้างนวัตกรรมในการบริหารจัดการสถานศึกษา และนวัตกรรมในการบริหารระดับจังหวัด โมเดลที่ดำเนินงานเริ่มต้นจากสนับสนุนให้โรงเรียนสามารถประเมินภาวะการเรียนรู้ถดถอยที่เกิดขึ้น ควบคู่ไปกับสำรวจความพร้อมและความต้องการของครูและนักเรียน การส่งเสริมขีดความสามารถของครูและโรงเรียน ทั้งด้านเนื้อหา ศาสตร์การสอนและเทคโนโลยี ด้วยวิธี Micro-Learning การเรียนรู้แบบผสมผสานและสั้น กระชับ ในรูปแบบบทเรียนออนไลน์ การอบรมเชิงปฏิบัติการ การให้คำปรึกษา และยังสนับสนุนปัจจัยพื้นฐานในการจัดการเรียนการสอน รวมถึงเครื่องมือที่จำเป็น จนสามารถพัฒนานวัตกรรมและออกแบบการเรียนรู้เพื่อลดภาวะความรู้ถดถอยให้แก่ผู้เรียนได้</p>



<p>สำหรับนักเรียนนั้น เน้นการฟื้นฟูพัฒนาทักษะการอ่าน การเขียน ผ่านการเรียนการสอนทางไกล การพัฒนาทักษะคณิตศาสตร์ผ่านกล่องการเรียนรู้ หรือ learning box การพัฒนาทักษะสุขภาวะกายและจิตใจผ่านการเรียนการสอนรายบุคคล ครอบคลุมทั้งผู้เรียนปกติและผู้เรียนที่ต้องการช่วยเหลือเป็นพิเศษ ทั้งหมดนี้ทำงานร่วมกับครู ผู้ปกครอง และกลไกอาสาสมัครชุมชนร่วมด้วย</p>



<p>“สุดท้ายแล้วเราไม่ได้มีเป้าหมายในการค้นพบสูตรสำเร็จที่จะนำไปใช้ได้กับทุกที่ แต่ต้องทำให้ครูในทุกพื้นที่มีความสามารถพัฒนาโปรแกรมฟื้นฟูความรู้ถดถอยให้แก่นักเรียน สามารถออกแบบนวัตกรรม การจัดการเรียนการสอนที่เหมาะสมในทรัพยากรที่จำกัด ซึ่งเราจะศึกษาทั้งความสำเร็จและล้มเหลวเพื่อนำมาขยายผลแบ่งปันระหว่างพื้นที่” ดร.นรรธพรกล่าว </p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-2cf2e8"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/12/04-สมุทรสาครโมเดล-05.jpg" alt=""/></div><figcaption class="qubely-image-caption">นายณรงค์ รักร้อย ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสาคร</figcaption></figure></div></div></div>



<p></p>



<p><strong>นายณรงค์ รักร้อย ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสาคร </strong>กล่าวว่า การแพร่ระบาดของโควิด-19 ตั้งแต่ช่วงปลายปีการศึกษา 2/2562 จนถึงปัจจุบัน ส่งผลกระทบต่อครัวเรือนที่มีบุตรหลานอยู่ในวัยเรียนทั้งทางตรงและอ้อม&nbsp;</p>



<p>ครัวเรือนยากจนลงทำให้เด็กและเยาวชนเสี่ยงหลุดออกจากระบบการศึกษามีจำนวนเพิ่มขึ้น เด็กจำนวนมากออกไปประกอบอาชีพและหาเลี้ยงครอบครัว หรือหากยังคงอยู่ในระบบการศึกษา แต่สถานศึกษาหรือครูอาจยังไม่ได้มีความพร้อมจัดการสอนในสถานการณ์ที่วิกฤตและมีข้อจำกัด เช่น การจัดการเรียนการสอนแบบออนไลน์ 100% การขาดอุปกรณ์สื่อกลางการเรียนรู้และหลักสูตรที่เหมาะสม ปัจจัยความพร้อมของเด็กที่แตกต่างกัน ทำให้เด็กและเยาวชนเกิดภาวะการเรียนรู้ถดถอย และยังมีเด็กจำนวนมากที่หลุดออกจากระบบไป&nbsp;</p>



<p>ข้อมูลจากระบบสารสนเทศเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (iSEE) ของ กสศ. จังหวัดสมุทรสาครมีนักเรียนยากจนและยากจนพิเศษจำนวน 3,189 คน ในจำนวนนี้เป็นนักเรียนยากจนพิเศษที่อยู่ในครัวเรือนฐานะยากจนที่สุดร้อยละ 20 ของประเทศ มีรายได้เฉลี่ยสมาชิกในครัวเรือนต่อคนต่อเดือน 1,077 บาท หรือราว 36 บาทต่อวัน หรือ 12,924 บาทต่อปีเท่านั้น หากดูตัวเลขเช่นนี้ถือเป็นปัญหาใหญ่มาก โดยกลุ่มที่ต้องเฝ้าจับตาคือ เด็กในวัยเรียนกลุ่มช่วงชั้นรอยต่อทางการศึกษามีความเสี่ยงหลุดออกจากระบบการศึกษามากขึ้นในปี 2564-2565 และเด็กที่ไม่มีข้อมูลในระบบการศึกษาตามแต่ละช่วงวัย จำนวน 10,551 คน </p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-5968fd"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/12/04-สมุทรสาครโมเดล-03.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p><strong>ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสาคร </strong>กล่าวว่า หนึ่งในเป้าหมายการพัฒนาจังหวัดสมุทรสาครในยุคโควิด-19 คือการพยายามรักษาเด็กเยาวชนทุกคนให้สำเร็จการศึกษาภาคบังคับ และมีโอกาสที่เสมอภาคในการพัฒนาทุนมนุษย์ตามศักยภาพและความถนัดเป็นรายบุคคล การแก้ปัญหาความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาจึงเป็นโจทย์สำคัญของการฟื้นฟูและกระตุ้นเศรษฐกิจที่จังหวัดจะลงทุนในอนาคตอันใกล้นี้ ตามยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี ในด้านการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์&nbsp;</p>



<p>สถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ที่ยังมีความไม่แน่นอนสูง จำเป็นที่ภาคส่วนต่างๆ ต้องคำนึงถึงการเพิ่มความยืดหยุ่นในการดำเนินงาน เพื่อนำเด็กที่หลุดออกจากระบบการศึกษาในช่วงที่ผ่านมากลับเข้ามาให้เร็วที่สุด ไม่ให้เกิดการเสียโอกาสในชีวิต การแก้ปัญหาต้องขอความร่วมมือยึดเด็กเป็นศูนย์กลาง จำเป็นต้องคำนึงถึงการเพิ่มความยืดหยุ่นในการดำเนินงานในสถานการณ์ที่ไม่ปกติ</p>



<p>“การพาเด็กๆ กลับเข้าสู่ระบบการศึกษาในสถานการณ์อันไม่ปกติ จำเป็นต้องอาศัยมาตรการ โปรแกรมฟื้นฟูที่ครอบคลุมทุกมิติ ซึ่งเป็นเรื่องที่ทางจังหวัดสมุทรสาคร กสศ. องค์การยูนิเซฟ ประเทศไทย มูลนิธิโรงเรียนสตาร์ฟิชคันทรีโฮม สถาบันวิจัยเพื่อการประเมินและออกแบบนโยบาย (RIPED) มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย จะเข้ามาช่วยจังหวัด นอกจากนี้ส่วนสำคัญที่ขาดไม่ได้คือครอบครัวและผู้ปกครองของนักเรียน บางครอบครัวอาจมีข้อจำกัดในชีวิต ต้องช่วยกันทำให้การศึกษาของเด็กในกลุ่มนี้มีทางเลือกมากขึ้น ในการที่เราทำงานเรื่องนี้เพื่อก้าวไปด้วยกันสู่สมุทรสาครโมเดล จังหวัดต้นแบบลดความเหลื่อมล้ำ ฟื้นฟูการเรียนรู้เพื่อเด็กทุกคน” นายณรงค์กล่าว </p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-3cd1ff"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/12/04-สมุทรสาครโมเดล-01.jpg" alt=""/></div><figcaption class="qubely-image-caption">ดร.รังสรรค์ วิบูลย์อุปถัมภ์ เจ้าหน้าที่การศึกษาขององค์การยูนิเซฟ ประเทศไทย</figcaption></figure></div></div></div>



<p></p>



<p><strong>ดร.รังสรรค์ วิบูลย์อุปถัมภ์ เจ้าหน้าที่การศึกษาขององค์การยูนิเซฟ ประเทศไทย</strong> กล่าวว่า ที่มาและความสำคัญของโครงการวิจัยที่กำลังร่วมมือกันทำอยู่นี้เป็นทิศทางเดียวกับที่ทั่วโลกกำลังทำ หรือ Mission Recovering Education in 2021 แต่เราทำในบริบทของประเทศไทย โดยเน้นที่ตัวเด็กเป็นสำคัญ ผ่านเป้าหมาย 3 อย่างสำคัญดังนี้&nbsp;</p>



<ol><li>เด็กและเยาวชนวัยเรียนทุกคนได้เรียนหนังสือที่โรงเรียน และได้รับการสนับสนุนที่ปรับให้เหมาะสม เพื่อสอดคล้องกับความต้องการทางการเรียนรู้ การมีสุขภาพกายและสุขภาพใจที่ดี รวมถึงความต้องการด้านอื่นๆ </li><li>เด็กและเยาวชนวัยเรียนทุกคนได้รับความช่วยเหลือในการเรียน เพื่อชดเชยการเรียนรู้ที่สูญเสียไปในช่วงการปิดโรงเรียน </li><li>ครูทุกคนได้รับการเตรียมความพร้อมและการสนับสนุน เพื่อแก้ไขปัญหาความรู้ถดถอยของนักเรียน สามารถนำเทคโนโลยีดิจิทัลและนวัตกรรมต่างๆ มาผสมผสานในการสอน </li></ol>



<p>ผลที่ได้รับจากความร่วมมือในการทำงานครั้งนี้ ยูนิเซฟจะนำมาขยายผลสู่พื้นที่อื่น รวมถึงแสดงสู่สายตานานาประเทศ ในฐานะโมเดลต้นแบบของการลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา และฟื้นฟูการเรียนรู้เพื่อเด็กทุกคน</p><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/new-samut-sakhon-model-071221/">กสศ. ยูนิเซฟ ศธ. จับมือภาคี เปิดตัวโปรแกรมฟื้นฟูเรียนรู้ถดถอย นำร่องสมุทรสาครโมเดล</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ส่องโมเดล “โซนนิ่ง” จัดลำดับความเสี่ยง มาตรการสนับสนุน เปิดเรียนในสถานการณ์ COVID-19</title>
		<link>https://www.eef.or.th/news-26-02-21/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 26 Feb 2021 12:59:45 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[ข่าวสารความรู้]]></category>
		<category><![CDATA[กสศ.]]></category>
		<category><![CDATA[สมุทรสาคร]]></category>
		<category><![CDATA[COVID-19]]></category>
		<category><![CDATA[ดร.ภูมิศรัณย์ ทองเลี่ยมนาค]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?p=27567</guid>

					<description><![CDATA[<p>สถานการณ์ความรู้ถดถอย หรือ Learning Loss จากการที่ต้องห [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/news-26-02-21/">ส่องโมเดล “โซนนิ่ง” จัดลำดับความเสี่ยง มาตรการสนับสนุน เปิดเรียนในสถานการณ์ COVID-19</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><figure id="attachment_27569" aria-describedby="caption-attachment-27569" style="width: 1110px" class="wp-caption aligncenter"><img decoding="async" fetchpriority="high" class="wp-image-27569 size-full" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/02/ส่องโซนนิ่ง_1.jpg" alt="" width="1110" height="583" /><figcaption id="caption-attachment-27569" class="wp-caption-text">ดร.ภูมิศรัณย์ ทองเลี่ยมนาค ผู้เชี่ยวชาญด้านเศรษฐศาสตร์การศึกษา สถาบันวิจัยเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.)</figcaption></figure></p>
<p>สถานการณ์ความรู้ถดถอย หรือ Learning Loss จากการที่ต้องหยุดเรียนเพราะการแพร่ระบาดของโรค COVID-19 เริ่มทวีความรุนแรงมากขึ้นเรื่อยๆ ท่ามกลางสภาพปัญหาในปัจจุบันหลายพื้นที่ยังพบการแพร่ระบาดต่อเนื่องทำให้สถานศึกษาจำนวนไม่น้อยยังคงต้องปิดเรียน ในขณะที่การสอนเสริมผ่านระบบบออนไลน์ หรือใบงานก็ยังมีช่องว่างที่ไม่อาจทดแทนการเรียนแบบในห้องเรียนได้ 100% ปัญหานี้จึงนำมาสู่ แนวคิดเรื่องการหาทางกลับมาเปิดเรียน ซึ่งอาจทำได้ด้วยระบบ “โซนนิ่ง” ด้วยการประเมินปัจจัยแวดล้อม หากพบว่าไม่มีความสุ่มเสี่ยงก็พร้อมจัดมาตรการดูแลการแพร่ระบาดอย่างเข้มงวด<br />
​</p>
<p><img decoding="async" class="aligncenter size-large wp-image-27570" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/02/คู่มือ_1-683x1024.png" alt="" width="640" height="960" /><br />
สหรัฐอเมริกาเป็นอีกตัวอย่างที่มีแนวทางการรจัดโซนนิ่งที่ชัดเจน ทั้งในแง่แนวคิด แนวทางปฏิบัติ และมาตรการรับมือในด้านอื่น ๆ ที่เป็นระบบ สามารถนำมาเป็นแนวทางปรับใช้ตามให้เหมาะสมกับบางพื้นที่ในประเทศไทยได้ ​เพื่อคลี่คลายสถานการณ์ความรุนแรงของปัญหาให้เบาบางลงไปได้</p>
<p><strong>ดร.ภูมิศรัณย์ ทองเลี่ยมนาค ผู้เชี่ยวชาญด้านเศรษฐศาสตร์การศึกษา สถาบันวิจัยเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.)</strong> กล่าวว่า ประเทศสหรัฐอเมริกา มี<strong>หน่วยงาน Centers for Disease Control and Prevention</strong> หรือ <strong>CDC</strong> ที่จะกำหนดแนวทางมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดในช่วง COVID-19 ว่าควรทำอย่างไร ซึ่งมีคำแนะนำว่า โรงเรียนถือเป็นพื้นที่ที่มีความปลอดภัย มีความเสี่ยงของการติดโรคน้อย ควรจะเป็นที่สุดท้ายที่จะปิด และเป็นที่แรกที่จะเปิด โดยเฉพาะสถานศึกษาในระดับประถมศึกษาที่มีสถิติของการติดเชื้อน้อยมาก ขณะที่การที่นักเรียนไม่ได้ไปเรียนจะส่งผลเสียโดยเฉพาะต่อกลุ่มเด็กเล็กมากกว่าเด็กโต นอกจากนี้ ทาง CDC ยังมีคำแนะนำเป็นแนวทางปฏิบัติในการกำหนดพื้นที่เป็น 4 ประเภท คือ สีน้ำเงิน มีผู้ติดเชื้อน้อยกว่า 5 % สีเหลือง มีผู้ติดเชื้อ 5-7.9% สีส้ม มีผู้ติดเชื้อ 8-9.9% และ สีแดงมีผู้ติดเชื้อ มากกว่า 10 % โดยแม้แต่ในพื้นที่สีแดงก็ยังไม่มีมาตรการให้ปิดโรงเรียนถาวร แต่ให้ใช้แนวทางเรียนแบบผสมผสาน พร้อมใช้หลักเกณฑ์การดูแลป้องกัน เช่น การตรวจหาเชื้อครูทุกคนทุกสัปดาห์ และสุ่มตรวจเด็ก 10 % ทุกสัปดาห์ ขึ้นกับความสมัครใจของเด็ก</p>
<p><img decoding="async" class="aligncenter size-large wp-image-27571" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/02/คู่มือ_2-1024x1024.png" alt="" width="640" height="640" /></p>
<p>โดยทั้งพื้นที่สีแดงและสีส้ม จะใช้วิธีการเรียนแบบผสมทั้งออนไลน์และในห้องเรียน ซึ่งการจัดห้องเรียนจะมีทั้งลดจำนวนเด็ก สลับวันเรียน และมาตรการโซเชียลดิสแทนซิ่ง ไม่ให้เด็กสัมผัสกัน ไม่มีการเล่นกีฬา พร้อมทั้งมีคำแนะนำให้จัดเป็น Learning Pod นำเด็กและครูที่ผ่านการคัดกรองมาจัดการสอนเป็นกลุ่มเล็กๆ ส่วนโซนสีน้ำเงินให้มาเรียนได้ตามปกติโดยใช้มาตรการป้องกัน เช่นการรักษาระยะห่าง 6 ฟุต สามารถเล่นกีฬาได้แต่ต้องไม่มีการสัมผัสตัว โดยยังต้องมีการทดสอบการติดเชื้อครูทุกสัปดาห์แต่ไม่ต้องมีการทดสอบเด็ก</p>
<p><img decoding="async" loading="lazy" class="aligncenter size-large wp-image-27572" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/02/คู่มือ_3-1024x1024.png" alt="" width="640" height="640" /><br />
ดร.ภูมิศรัณย์ กล่าวว่า หากเทียบเคียงกับในประเทศไทยซึ่งปัจจุบันในพื้นที่ จ.สมุทรสาคร ยังใช้แนวทางการปิดสถานศึกษาทั้งจังหวัด ส่งผลให้เด็กทั้งจังหวัดเกิดความถดถอยทางการเรียนรู้อย่างรุนแรงโดยไม่จำเป็น โดยเฉพาะสำหรับเด็กที่อยู่ในพื้นที่ที่มีความเสี่ยงน้อย โดยทางออกสามารถแบ่งโซนพื้นที่เสี่ยงคล้ายกับสหรัฐได้ โดยพิจารณาการติดเชื้อในพื้นที่ของโรงเรียน และที่พักอาศัยของเด็กนักเรียน พิจารณาว่าการเดินทางของเด็กต้องข้ามเขตพื้นที่ไปยังโซนเสี่ยงหรือไม่ หากพื้นที่ไหนไม่มีความเสี่ยงก็อาจเปิดการสอนโดยใช้มาตรการควบคุมป้องกันได้ พร้อมตรวจหาเชื้อครูหรือเด็กนักเรียนอย่างสม่ำเสมอ หรือพิจารณาให้ครูในพื้นที่เสี่ยงได้รับวัคซีนก่อน หากเด็กหรือผู้ปกครองอยู่ในพื้นที่เสี่ยงก็กำหนดให้สามารถมีช่องทางเรียนแบบออนไลน์ไม่ต้องมาที่โรงเรียน พร้อมกันนี้ควรมีการประเมินความรู้เด็กในช่วงที่หยุดเรียนนานๆ ว่ามีการลดลงอย่างไร เพื่อที่จะได้หามาตรการไปช่วยเหลือเช่น การสอนเสริมนอกเวลาเรียนปกติ หรือโดยแนวทางอื่นๆ</p><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/news-26-02-21/">ส่องโมเดล “โซนนิ่ง” จัดลำดับความเสี่ยง มาตรการสนับสนุน เปิดเรียนในสถานการณ์ COVID-19</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ปิดโรงเรียนสมุทรสาคร แต่การเรียนรู้ไม่เคยหยุดนิ่ง</title>
		<link>https://www.eef.or.th/tsqp-15-04-2021/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Sun, 14 Feb 2021 04:24:35 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[โรงเรียน TSQP]]></category>
		<category><![CDATA[บทความ]]></category>
		<category><![CDATA[โรงเรียนพัฒนาคุณภาพตนเอง]]></category>
		<category><![CDATA[รัชนีพร บุญศักดิ์]]></category>
		<category><![CDATA[สมุทรสาคร]]></category>
		<category><![CDATA[Learning Box]]></category>
		<category><![CDATA[โรงเรียนวัดใหม่หนองพะอง]]></category>
		<category><![CDATA[โรงเรียนบ้านยกกระบัตร]]></category>
		<category><![CDATA[สมพิศ กอบจิตติ]]></category>
		<category><![CDATA[โรงเรียนบ้านบางปิ้ง]]></category>
		<category><![CDATA[รัติยา กาหลง]]></category>
		<category><![CDATA[กสิกรรมชาแนล]]></category>
		<category><![CDATA[โรงเรียนสหกรณ์กสิกรรมชายทะเล]]></category>
		<category><![CDATA[สุพัตรา นาวิก]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?p=27177</guid>

					<description><![CDATA[<p>โรงเรียนในพื้นที่สีแดงอย่างจังหวัดสมุทรสาคร ที่ถูกปิดมา [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/tsqp-15-04-2021/">ปิดโรงเรียนสมุทรสาคร แต่การเรียนรู้ไม่เคยหยุดนิ่ง</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><span style="font-weight: 400;">โรงเรียนในพื้นที่สีแดงอย่างจังหวัดสมุทรสาคร ที่ถูกปิดมาแล้วเกือบ 2 เดือน ตั้งแต่ปลายเดือนธันวาคมจนถึงปัจจุบัน และยังไม่มีสัญญาณว่ากำหนดเปิดเรียนได้อีกครั้งเมื่อใด อย่างไรก็ตามแม้ยังเปิดเรียนไม่ได้ แต่การศึกษาจำเป็นต้องเดินหน้าต่อไป โรงเรียนหลายแห่ง</span><span style="font-weight: 400;">มีวิธีการจัดการศึกษาในช่วงวิกฤตที่น่าสนใจ รวมถึงยังเป็นโอกาสของการนำสื่อการเรียนรู้ด้วยตัวเอง ที่พัฒนาขึ้นจากโครงการพัฒนาครูและโรงเรียนเพื่อยกระดับคุณภาพการศึกษาอย่างต่อเนื่อง หรือ TSQP ของ กสศ. มาปรับใช้กับเด็กๆ ในสถานการณ์ ที่เกิดขึ้น แม้ว่าโรงเรียนจะปิดแต่ความรู้ต้องไม่ถูกปิดกั้นและสามารถเดินหน้าต่อไป</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<h3>จัดกระบวนการ PLC หารูปแบบใหม่ๆ สำหรับนักเรียนช่วงปิดเรียน</h3>
<p><img decoding="async" loading="lazy" class="wp-image-27182 size-full" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/02/19-ปิดโรงเรียนสมุครสาคร-แต่การเรียนรู้ไม่หยุดนิ่ง_banner-1-1-scaled.jpg" alt="" width="2560" height="1703"></p>
<p><b>รัชนีพร บุญศักดิ์ ผู้อำนวยการโรงเรียนวัดใหม่หนองพะอง จ.สมุทรสาคร </b><span style="font-weight: 400;">กล่าวว่า การปิดเรียนยาวนานเกือบ 2 เดือน สร้างความอ่อนล้าทั้งทางร่างกายและจิตใจอย่างมาก แต่เด็กๆ กลับมองว่าเป็นมิติใหม่ๆ ของการเรียนรู้ ทุกคนตื่นเต้นที่ได้เรียนในรูปแบบที่ต่างไปจากการเรียนในห้อง ครูจะใช้กระบวนการ PLC ทุกสัปดาห์เน้นการค้นหารูปแบบใหม่ๆ ในการเรียนการสอน เพื่อกระตุ้นให้นักเรียนตื่นตัว ไม่เบื่อ ซึ่งครูทุกคนก็ให้ความร่วมมืออย่างดี แต่เราจะเน้นให้ใบงานและกิจกรรมต้องเกี่ยวเนื่องกับเนื้อหาการเรียน อีกสิ่งหนึ่งที่พบคือเด็กบางคนแต่เดิมไม่สนใจการเรียน แต่เขากลับกลายเป็นคนขยันเรียนเมื่อได้เรียนแบบออนไลน์ ทำให้เราคิดว่ารูปแบบการเรียนก็ถือว่ามีผลต่อความสนใจของนักเรียนด้วย</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ทั้งหมดช่วยจุดประกายโรงเรียนเรื่องการค้นหานวัตกรรมใหม่ๆ อยู่เสมอ เพื่อมากระตุ้นให้เด็กๆ ตื่นตัวในการเรียนรู้มากขึ้น ผนวกกำลังทักษะที่ไดจากทีมโค้ชของเครือข่าย TSQP ที่กสศ.ได้ดำเนินการเข้ามาสนับสนุนแนะแนวการเรียนการสอนที่รองรับปัจจุบันและเหมาะสมกับสถานการณ์เมื่อเกิดภาวะวิกฤต ถึงจะมีปัญหาสำคัญในเรื่องสัญญาณอินเตอร์เน็ตและเครื่องมือสื่อสารที่เด็กมีไม่ทั่วถึงทุกบ้าน แต่เราก็ใช้วิธีให้เด็กบ้านใกล้กันมาเรียนด้วยกัน พยายามตามเก็บให้หมด ให้ทุกคนมีโอกาสเข้าถึงการเรียนอย่างเท่าเทียม</span></p>
<p><img decoding="async" loading="lazy" class="wp-image-27189 size-full" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/02/19-ปิดโรงเรียนสมุครสาคร-แต่การเรียนรู้ไม่หยุดนิ่ง_Photo-03-scaled.jpg" alt="" width="2560" height="1704"></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ผอ.รัชนีพร กล่าวว่า การจัดการศึกษาในช่วง COVID-19 สิ่งที่เห็นได้ชัดคือครูมีความ active ขึ้น กระตุ้นตัวเองในการหาสิ่งแปลกใหม่มาพัฒนาตัวเองและส่งให้กับนักเรียน และจากวิกฤตครั้งนี้ทำให้ได้เห็นความสามัคคี อดทน และความทุ่มเทของบุคลากรโรงเรียนร่วมมือกันเพื่อให้เด็กๆ ได้เรียนต่อไปได้ ถึงแม้จะไม่เต็มร้อยก็ตาม</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<h3>จัดทำสื่อ ‘กสิกรรมชาแนล’ เป็นช่องใช้เผยแพร่ความรู้</h3>
<p><img decoding="async" loading="lazy" class="wp-image-27184 size-full" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/02/19-ปิดโรงเรียนสมุครสาคร-แต่การเรียนรู้ไม่หยุดนิ่ง_Photo-06-scaled.jpg" alt="" width="2560" height="1704"></p>
<p><b>สุพัตรา นาวิก ผู้อำนวยการโรงเรียนสหกรณ์กสิกรรมชายทะเล ต.พันท้ายนรสิงห์ อ.เมือง จ.สมุทรสาคร</b><span style="font-weight: 400;"> กล่าวว่า ประสบการณ์ COVID-19 รอบแรกเมื่อต้นปี 2563 ทำให้โรงเรียนมีการสำรวจความพร้อมเรื่องการใช้สื่อออนไลน์ของเด็ก จึงมีข้อมูลพื้นฐานข้อมูลเกี่ยวกับครอบครัวมาถึงการระบาดในรอบล่าสุด ทางโรงเรียนได้นำข้อมูลที่มีมาปรับใช้เป็นต้นแบบจัดการศึกษา เริ่มตั้งแต่การจัดให้มีการการเรียนผ่าน DLTV ร่วมกับให้ใบงาน และกิจกรรมให้เด็กรับกลับไปทำ โดยครูจะตามงานเด็กทุกวัน ซึ่งผู้ปกครองของเด็กทุกคนจะสื่อสารกับครูโดยตรงผ่านไลน์กลุ่ม ครูจะบันทึกว่าเด็กเข้าเรียนกี่คน คนที่ไม่เข้าเรียนติดปัญหาอะไรบ้าง และหาทางแก้ไขให้ทันที</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“โรงเรียนมีการจัดทำสื่อ </span><b>‘กสิกรรมชาแนล’</b><span style="font-weight: 400;"> เป็นช่องที่ครูใช้เผยแพร่ความรู้ รวมถึงใช้สอนเด็กๆ ให้ทำคลิปวิดีโอ เพื่อสื่อสารส่งต่อกันทางกลุ่มไลน์หรือเพจเฟซบุ๊กของโรงเรียน อีกทั้งช่องทีวีที่สร้างขึ้นยังใช้แลกเปลี่ยนเผยแพร่สื่อการเรียนรู้ของโรงเรียนอื่นๆ ในสมุทรสาครที่ประสบปัญหาเดียวกันด้วย ส่วน Learning Box ที่ได้รับจาก กสศ. ซึ่งเด็กๆ ได้ใช้ตั้งแต่ช่วงสถานการณ์ COVID-19 รอบแรก การปิดโรงเรียนรอบหลังนี้ ได้มาปรับให้เป็น Learning Bag และมอบให้เด็กตั้งแต่ชั้น อ.2 ถึง ป.6 ทุกคน เด็กจะได้รับ Learning Bag ประกอบด้วยชุดการเรียนรู้ โจทย์งาน และอุปกรณ์เพื่อนำไปทำชิ้นงาน และกลับมาส่งพร้อมรับถุงใหม่ทุกสัปดาห์ โดยรวมแล้วทั้งครู ผู้ปกครอง และเด็กๆ สามารถปรับตัวได้ดีในสถานการณ์วิกฤต แม้ชิ้นงาน การบ้าน หรือผลสะท้อนที่ส่งกลับมาอาจจะไม่ได้เต็มร้อยเหมือนตอนโรงเรียนเปิด แต่ทุกคนก็พยายามให้ความร่วมมือกับโรงเรียนอย่างเต็มที่” ผอ.โรงเรียนสหกรณ์กสิกรรมชายทะเล กล่าว</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<h3>จัดเรียนออนไลน์และสื่อเรียนรู้ให้เด็กเข้าไม่ถึงเทคโนโลยี</h3>
<p><img decoding="async" loading="lazy" class="wp-image-27183 size-full" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/02/19-ปิดโรงเรียนสมุครสาคร-แต่การเรียนรู้ไม่หยุดนิ่ง_Photo-07-scaled.jpg" alt="" width="2560" height="1704"></p>
<p><b>รัติยา กาหลง ผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านบางปิ้ง ต.นาดี อ.เมือง จ.สมุทรสาคร</b><span style="font-weight: 400;"> กล่าวว่า โรงเรียนใช้วิธีจัดการเรียนการสอนออนไลน์ผ่านโปรแกรม ZOOM, Google Meet&nbsp; และ DLTV ร่วมกับการบูรณาบทเรียนผ่านกิจกรรม Maker Space ที่ได้รับงบประมาณสนับสนุนจาก กสศ. โดยใช้กล่อง Learning BOX&nbsp; ซึ่งมีแบบฝึกหัดและงานให้เด็กๆ กลับไปทำที่บ้านได้ ทำให้แม้ในเด็กกลุ่มที่เข้าไม่ถึงการศึกษาออนไลน์ ก็ยังสามารถพัฒนาทักษะการเรียนรู้ได้ในช่วงที่โรงเรียนปิด</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">การจัดการสอนออนไลน์ ทางโรงเรียนสามารถทำได้ถึง 89.72% จากเด็ก 400 คน มีเพียง 10.28 ที่เข้าไม่ถึง ซึ่งโรงเรียนได้ใช้วิธีติดต่อผู้ปกครองให้เข้ามารับและส่งงานที่โรงเรียน หรือให้ครูที่อยู่ในพื้นที่ใกล้เคียงกับเด็กๆ เข้าไปส่งมอบและรับงาน</span></p>
<p><img decoding="async" loading="lazy" class="wp-image-27187 size-full" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/02/19-ปิดโรงเรียนสมุครสาคร-แต่การเรียนรู้ไม่หยุดนิ่ง_banner-1-scaled.jpg" alt="" width="2560" height="1703"></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“ด้วยวิธีการที่ทำเราพบว่าผู้ปกครองส่วนใหญ่ให้การตอบรับและร่วมมือกับโรงเรียนเป็นอย่างดี สิ่งหนึ่งที่ครูและผู้ปกครองทุกคนคิดเหมือนกันคือ วิกฤตครั้งนี้เป็นเรื่องใกล้ตัวเรามาก ชาวสมุทรสาครทุกคนต้องรับผลกระทบรุนแรงจากการเป็นพื้นที่สีแดง ครูและผู้ปกครองจึงกระตือรือร้นในการช่วยให้เด็กได้เรียนรู้ต่อไป ทั้งช่วยตามงานเด็ก สอบถามความคืบหน้าเรื่องบทเรียนต่างๆ และช่วยกันแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้น ส่วนเด็กๆ ต่างยอมรับรูปกระบวนการจัดการศึกษาในรูปแบบของ TSQP ที่ใช้นวัตกรรมอย่าง Learning Box มาช่วยสร้างการเรียน ซึ่งเป็นกิจกรรมที่สนุก ด้วยสื่ออุปกรณ์ที่หลากหลาย และวิธีการสอนของครูที่ไม่ปิดกั้นความคิดเด็ก” ผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านบางปิ้ง กล่าว</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<h3><strong>ทำ Maker Space ตารางกิจกรรมตามความสมัครใจ</strong></h3>
<p><img decoding="async" loading="lazy" class="wp-image-27185 size-full" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/02/19-ปิดโรงเรียนสมุครสาคร-แต่การเรียนรู้ไม่หยุดนิ่ง_Photo-02-scaled.jpg" alt="" width="2560" height="1704"></p>
<p><b>สมพิศ กอบจิตติ ผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านยกกระบัตร จังหวัดสมุทรสาคร</b><span style="font-weight: 400;"> กล่าวว่า การจัดการเรียนการสอนช่วง COVID-19 ใช้การเรียนออนไลน์เป็นหลัก ครูจะทำตารางสอนแต่ละสัปดาห์ ส่งใบงานให้เด็กนำไปทำ และให้ทำแบบฝึกหัดผ่าน DLTV ซึ่งคณะครูจะผลิตคลิปสอนเด็กๆ กันเองด้วย การเรียนออนไลน์ของทางโรงเรียนมีเด็กที่มีอุปสรรคเรื่องการเข้าถึง แต่ครูแก้ปัญหาด้วยการนำใบงานไปส่งให้ที่บ้าน หรือจัดทำลิงก์ให้เรียนย้อนหลังกรณีที่ผู้ปกครองมีสมาร์ทโฟนเครื่องเดียวและต้องพกไปทำงานด้วย ในแต่ละชั้นจะจัดทำไลน์กรุ๊ป กลุ่มเฟซบุ๊กสำหรับใช้ติดต่อสื่อสารกัน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">การทำ Maker Space ครูจะทำตารางให้เด็กทำกิจกรรมสัปดาห์ละครั้ง เปิดโอกาสให้เด็กคิดว่าอยากทำอะไร ตามความสนใจ ตามสภาพแวดล้อมของตน โดยห้องเรียนจะแบ่งเป็น 6 ห้องให้เด็กเลือกเข้าเรียนห้องไหนก็ได้ตามความสมัครใจ เช่น ทำอาหาร สิ่งประดิษฐ์ ฯลฯ ซึ่งเด็กจะส่งงานเป็นภาพถ่ายหรือคลิปวิดีโอกกลับมา ซึ่งการจัดการเรียนการสอนที่เกิดขึ้นทำให้มีโอกาสในการพัฒนาเรื่องการใช้เทคโนโลยี หรือการคิด ขวนขวายหาวิธีการว่าจะทำยังไงให้เด็กได้เรียนและมีประสิทธิภาพที่สุด เช่นการถ่ายคลิป การทำข้อสอบออนไลน์ โดยรวมครูทุกคนมีความกระตือรือร้นมากยิ่งขึ้น</span></p>
<p><img decoding="async" loading="lazy" class="wp-image-27186 size-full" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/02/19-ปิดโรงเรียนสมุครสาคร-แต่การเรียนรู้ไม่หยุดนิ่ง_Photo-08-scaled.jpg" alt="" width="2560" height="1704"></p>
<p><b>ผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านยกกระบัตร กล่าวว่า </b><span style="font-weight: 400;">ถึงแม้มีปัญหาอุปสรรคที่พบในการจัดการเรียนการสอนที่ทำอยู่คือเด็กๆ และผู้ปกครองไม่ได้มีความพร้อมทุกครอบครัว ทั้งเรื่องเวลา เครื่องมือ แต่ครูของเราจะไม่ปล่อยใครไว้ จะเข้าถึงทุกคนในจำนวน 342 คนของนักเรียนทั้งหมด “เราต้องตามทุกคน ใครหายไปครูจะเข้าไปหา ไปส่ง-รับ ใบงานถึงบ้าน” แม้โรงเรียนจะปิดแต่การศึกษาต้องเดินต่อไปไม่หยุดชะงัก</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<h3><strong>ปรับการเรียนรู้ด้วยกระบวนการ ‘ออนแฮนด์’</strong></h3>
<p><img decoding="async" loading="lazy" class="wp-image-27166 size-full" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/02/3-1.jpg" alt="" width="864" height="454"></p>
<p><strong>ครูภาษิตา เฉียงภาเลิศ</strong> <strong>โรงเรียนวัดปัจจันตาราม จังหวัดสมุทรสาคร</strong> กล่าวว่า ในการระบาดระลอกใหม่โรงเรียนใช้วิธี <strong>‘ออนแฮนด์’</strong> คือมีใบงาน ให้ครูอัดคลิปสอน แล้วให้ครูประจำชั้นส่งให้ผู้ปกครองเด็กทางกลุ่มไลน์ สำหรับ ป.4-6 ซึ่งเป็นเด็กโตเสริมด้วยการสอนออนไลน์ ยกเว้นคนที่ไม่สะดวกจะใช้วิธีเพิ่มใบงานเฉพาะคน ส่วนการเรียนออนไลน์เราใช้ google meet แล้วมีการติดตามผลโดยครูประจำชั้น คอยช่วยเหลือพิเศษสำหรับคนที่ทำงานไม่ได้</p>
<p><strong>“สำหรับ Learning Box มองว่าช่วยได้เยอะ แต่ด้วยจำนวนที่ไม่พอกับเด็กทุกคน เรานำของในกล่องมาแยก มาจัดทำใหม่ให้ครบตามจำนวนเด็ก ซึ่งใช้ได้จริงในหลาย ๆ วิชา ข้อดีของการจัดการศึกษาในช่วงนี้คือเด็กมีความคิดเป็นของตัวเอง เขาจะสนุก มีอิสระ เลือกเวลาเรียนเองได้ประมาณหนึ่ง กลุ่มนี้จะเรียนประมาณ 10 โมง ถึงบ่าย ๆ บางคลาสขอเข้าเรียนตอนค่ำ เขาก็ตอบรับกันดีซึ่งส่วนใหญ่เป็นเด็กมัธยม ส่วนชั้นประถมถือว่ามีความสนุกตื่นเต้น แต่อัตราเข้าเรียนยังอยู่แค่ 50% เพราะไม่มีผู้ปกครองคอยดูแล”</strong> ครูภาษิตา กล่าว</p>
<p>ครูภาษิตา กล่าวว่า อุปสรรคสำคัญคือเด็กที่เริ่มโต ผู้ปกครองเขาจะพาไปทำงานด้วย ผู้ปกครองเขาจะคิดว่าโรงเรียนหยุด ก็ให้ไปช่วยขายของ ขายผัก ทำนาเกลือ จึงอธิบายว่าโรงเรียนปิดแต่เด็กยังต้องเรียน ยังต้องได้เติมความรู้ ซึ่งก็ต้องเป็นความพยายามของทางโรงเรียนที่จะทำความเข้าใจต่อไป</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><strong>ร่วมสร้างโอกาสไปกับ</strong><br />
<strong>กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.)</strong><br />
<a href="http://www.eef.or.th/donate/"><strong>www.eef.or.th/donate/</strong></a><br />
<strong>ธนาคารกรุงไทย สาขาซอยอารีย์</strong><br />
<strong>เลขที่ : 172-0-30021-6</strong><br />
<strong>บัญชี : กสศ.มาตรา 6(6) – เงินบริจาค</strong></p><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/tsqp-15-04-2021/">ปิดโรงเรียนสมุทรสาคร แต่การเรียนรู้ไม่เคยหยุดนิ่ง</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>กสศ.จับมือสมุทรสาคร เดินหน้า “ศูนย์ช่วยเหลือเด็กและเยาวชนในภาวะวิกฤตการศึกษา หรือ Smart Refer”</title>
		<link>https://www.eef.or.th/news-13-02-21/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Sat, 13 Feb 2021 05:39:38 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[ทุนเสมอภาค]]></category>
		<category><![CDATA[ข่าวสารความรู้]]></category>
		<category><![CDATA[ดร.รัฐวิทย์ ทองนวรัตน์]]></category>
		<category><![CDATA[ศูนย์ช่วยเหลือเด็กและเยาวชนในภาวะวิกฤตทางการศึกษา]]></category>
		<category><![CDATA[ศูนย์ smart refer]]></category>
		<category><![CDATA[สำนักงานเหล่ากาชาดจังหวัด]]></category>
		<category><![CDATA[พมจ.]]></category>
		<category><![CDATA[สำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัด]]></category>
		<category><![CDATA[สมุทรสาคร]]></category>
		<category><![CDATA[ธีรพัฒน์ คัชมาตย์]]></category>
		<category><![CDATA[กระทรวงมหาดไทย]]></category>
		<category><![CDATA[กระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์]]></category>
		<category><![CDATA[กระทรวงสาธารณสุข]]></category>
		<category><![CDATA[กระทรวงศึกษาธิการ]]></category>
		<category><![CDATA[กสศ.]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?p=27156</guid>

					<description><![CDATA[<p>นายธีรพัฒน์ คัชมาตย์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสาคร กล [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/news-13-02-21/">กสศ.จับมือสมุทรสาคร เดินหน้า “ศูนย์ช่วยเหลือเด็กและเยาวชนในภาวะวิกฤตการศึกษา หรือ Smart Refer”</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><img decoding="async" loading="lazy" class="aligncenter size-full wp-image-27158" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/02/thumbnail-1.jpg" alt="" width="864" height="454" /></p>
<p><strong>นายธีรพัฒน์ คัชมาตย์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสาคร</strong> กล่าวถึงสถานการณ์การปิดเรียนของจังหวัดว่า สมุทรสาครยังคงเป็นพื้นที่ควบคุมสูงสุด แม้ว่าสถานการณ์การระบาดจะดีขึ้นตามลำดับ แต่ยังคงต้องประเมินรายวัน จึงจำเป็นต้องปิดโรงเรียนมาตั้งแต่วันที่ 19 ธันวาคม 2563  และให้มีการจัดการเรียนการสอนออนไลน์ โดยมอบหมายศึกษานิเทศก์คอยติดตามประเมินว่าการเรียนออนไลน์ได้ผลมากน้อยอย่างไร อย่างไรก็ตามพบว่ามีเด็กบางกลุ่มที่เข้าไม่ถึงอุปกรณ์เทคโนโลยี ซึ่งได้แจ้งให้ศึกษาธิการจังหวัด เขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาและมัธยมศึกษา หากพบว่ามีเด็กคนใดต้องการเครื่องมืออุปกรณ์ เน้นเฉพาะรายที่ไม่มี ขาดแคลนจริงๆ เมื่อมีการร้องขอเข้ามา ทางจังหวัดยินดีที่จะดำเนินการอย่างเต็มที่เพื่อดูแลเด็กและเยาวชนในจังหวัดสมุทรสาครของเรา</p>
<p>นายธีรพัฒน์ กล่าวว่า &#8220;การจัดการเรื่องนี้ ต้องพิจารณาหลายๆส่วนร่วมกันทั้ง ด้านสาธารณสุข เศรษฐกิจ และเรื่องการศึกษา ก็เป็นส่วนสำคัญ ต้องทำๆทุกอย่างในเวลาเดียวกัน เพื่อไม่ให้เกิดความเหลื่อมล้ำ ไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง  ตอนนี้บุคลากรทางการศึกษาทั้งหมดรับทราบสถานการณ์ แต่ยังมีความจำเป็นไม่ให้เด็กเจอกัน เกรงว่าปัญหาการระบาดจะเกิดขึ้น  ทางจังหวัดสมุทรสาครได้เตรียมประชุมร่วมกันกับหน่วยงานทางการศึกษาทั้งหมดเพื่อรับทราบข้อมูล และลงทำงานในพื้นที่เพื่อให้ครอบคลุมถึงเด็กทุกคน&#8221;</p>
<p><figure id="attachment_27161" aria-describedby="caption-attachment-27161" style="width: 864px" class="wp-caption aligncenter"><img decoding="async" loading="lazy" class="wp-image-27161 size-full" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/02/ธีรพัฒน์-คัชมาตย์-รองผู้ว่าสมุทรสาคร.jpg" alt="" width="864" height="454" /><figcaption id="caption-attachment-27161" class="wp-caption-text">นายธีรพัฒน์ คัชมาตย์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสาคร</figcaption></figure></p>
<p>“เป็นเรื่องที่ดีที่กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา ได้เข้ามาร่วมช่วยกับจังหวัดสมุทรสาคร ฉะนั้นเด็กนักเรียนยากจนพิเศษก็จะได้รับการดูแลจากจังหวัด และจากความร่วมมือจาก กสศ. ต้องขอขอบคุณ กสศ. ที่เข้ามาช่วยจังหวัดสมุทรสาคร และทุกฝ่ายที่ให้ความสนใจเรื่องการศึกษาในจังหวัดสมุทรสาคร ซึ่งช่วยให้สามารถชดเชยสิ่งที่ขาดหายไปสำหรับกลุ่มเด็กด้อยโอกาส ให้ได้มีสิทธิและความเท่าเทียมกับเด็กคนอื่นๆ เพราะอย่างไรก็ตามพวกเขาคือต้นกล้าต้นหนึ่งในการพัฒนาประเทศ” นายธีรพัฒน์ กล่าว</p>
<p>ด้าน <strong>นพ.สุภกร บัวสาย ผู้จัดการกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.)</strong> กล่าวว่า จากการประเมินผลกระทบการปิดโรงเรียนที่ยาวนานในจังหวัดสมุทรสาคร พบว่า กลุ่มเด็กนักเรียนยากจนด้อยโอกาสกำลังเผชิญวิกฤตทางการศึกษา 2 ด้าน คือ 1.การไม่สามารถเข้าถึงการศึกษาในช่วงล็อคดาวน์เพราะขาดอุปกรณ์จึงส่งผลให้เกิดภาวะความรู้ถดถอย (learning loss)  และ 2.มีแนวโน้มที่เด็กและเยาวชนยากจนด้อยโอกาสเสี่ยงหลุดออกนอกระบบการศึกษาเพิ่มขึ้น  เนื่องจากผลกระทบทางเศรษฐกิจและสังคมจากการระบาดของโรคโควิด-19 เพื่อบรรเทาปัญหาดังกล่าว กสศ.ได้ประสานจังหวัดสมุทรสาคร เพื่อนำกลไก<strong>ศูนย์ช่วยเหลือเด็กและเยาวชนในภาวะวิกฤตทางการศึกษา หรือ smart refer</strong> ซึ่งเป็นการบูรณาการความร่วมมือหน่วยงานต่างๆ ที่อยู่ในคณะกรรมการบริหารกสศ. เช่น <strong>กระทรวงศึกษาธิการ, กระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมุนษย์, กระทรวงมหาดไทย, กระทรวงสาธารณสุข</strong> เข้ามาสนับสนุนการช่วยเหลือเด็กยากจนด้อยโอกาสที่ประสบกับภาวะวิกฤตทางการศึกษา โดยการทำงานจะแบ่งเป็น 2 ระยะ คือ 1.ระยะวิกฤต ประคับประคองเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนเฉพาะหน้า ให้ได้รับการช่วยเหลือตามสภาพแวดล้อมที่เหมาะสมทันสถานการณ์ และ 2.ระยะฟื้นฟู จัดทำโปรแกรมการช่วยเหลือดูแลรายคนให้สามารถกลับเข้าสู่ภาวะวิถีปกติทางการศึกษาหรือได้รับการศึกษาตามสภาพปัญหาของแต่ละคนต่อไป ทั้งนี้สามารถแจ้งความช่วยเหลือได้ที่หมายเลขโทรศัพท์ 02 079 5475 ต่อ 8</p>
<p><figure id="attachment_27163" aria-describedby="caption-attachment-27163" style="width: 864px" class="wp-caption aligncenter"><img decoding="async" loading="lazy" class="wp-image-27163 size-full" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/02/นายสุภกร-บัวสาย.jpg" alt="" width="864" height="454" /><figcaption id="caption-attachment-27163" class="wp-caption-text">นพ.สุภกร บัวสาย ผู้จัดการกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.)</figcaption></figure></p>
<p>“ก่อนหน้านี้ กสศ. ร่วมกับ<strong>กระทรวงศึกษาธิการ, องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น, กองกำกับการตำรวจตระเวนชายแดน</strong> ช่วยเหลือบรรเทาความเดือดร้อนให้กับนักเรียนกลุ่มที่ยากลำบาก ผ่าน<strong>โครงการเงินอุดหนุนอย่างมีเงื่อนไข หรือทุนเสมอภาคของกสศ.</strong> ซึ่งดูแลเด็กๆ ตั้งแต่ระดับชั้น อนุบาล-มัธยมศึกษาปีที่ 3 โดยในภาคเรียนที่ 2/63 จัดสรรคนละ 1,000   บาท เมื่อช่วงเดือนมกราคมที่ผ่านมา โดยช่วยเหลือแล้ว จำนวน 932,162 คน การที่กสศ.ริเริ่ม<strong>ศูนย์ smart refer</strong> นี้ขึ้น เพื่อปิดช่องว่างไม่ให้เด็กที่อยู่ในภาวะวิกฤตทางการศึกษาคนใดตกหล่น ในสถานการณ์ที่ยากลำบากนี้ โดยเริ่มต้นที่จังหวัดสมุทรสาครเป็นพื้นที่แรก เพื่อพัฒนาให้เป็นสมุทรสาครโมเดล ก่อนขยายการทำงานต่อไป” นพ.สุภกร กล่าว</p>
<p><figure id="attachment_27162" aria-describedby="caption-attachment-27162" style="width: 864px" class="wp-caption aligncenter"><img decoding="async" loading="lazy" class="wp-image-27162 size-full" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/02/ดร.รัฐวิทย์-ทองนวรัตน์-ศึกษาธิการจังหวัดสมุทรสาคร.jpg" alt="" width="864" height="454" /><figcaption id="caption-attachment-27162" class="wp-caption-text">ดร.รัฐวิทย์ ทองนวรัตน์ ศึกษาธิการจังหวัดสมุทรสาคร</figcaption></figure></p>
<p>ด้าน <strong>ดร.รัฐวิทย์ ทองนวรัตน์ ศึกษาธิการจังหวัดสมุทรสาคร</strong> ระบุว่า COVID-19 ส่งผลกระทบถึงระบบการศึกษาในจังหวัดสมุทรสาครอย่างที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน ในเบื้องต้นการปิดเรียนทำให้การนำเทคโนโลยีถูกนำมาใช้อย่างเต็มรูปแบบ โดยรวมถือว่าช่วยให้การศึกษาเดินต่อไปได้ในระดับหนึ่ง แต่ยังมีเด็กกลุ่มหนึ่งที่จำเป็นต้องได้รับการเข้าถึง ค้นหาให้พบ เพื่อมอบความช่วยเหลือให้เป็นกรณีพิเศษ นั่นคือกลุ่มที่ขาดปัจจัยพื้นฐาน ไม่มีความพร้อมทั้งด้านชีวิตความเป็นอยู่หรือเครื่องมือสื่อสาร ซึ่งหากไม่ได้รับความช่วยเหลืออย่างเร่งด่วน แม้การจัดการศึกษาในภาพรวมจะไปต่อได้ แต่เด็กกลุ่มนี้จะค่อยๆ ถูกทิ้งไว้ข้างหลัง และหลุดออกจากระบบการศึกษาไปในที่สุด</p>
<p><figure id="attachment_27167" aria-describedby="caption-attachment-27167" style="width: 864px" class="wp-caption aligncenter"><img decoding="async" loading="lazy" class="wp-image-27167 size-full" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/02/4-1.jpg" alt="" width="864" height="454" /><figcaption id="caption-attachment-27167" class="wp-caption-text">ภาพจากโรงเรียนวัดปัจจันตาราม จังหวัดสมุทรสาคร</figcaption></figure></p>
<p>ดร.รัฐวิทย์ กล่าวว่า เบื้องต้นเราได้นำเทคโนโลยีหลากหลายช่องทางมาใช้ ทั้งการใช้ DLTV หรือถ่ายทอดสดการสอนผ่านแอปพลิเคชันต่างๆ ซึ่งพบว่าประสบปัญหาน้อยในโรงเรียนที่มีศักยภาพ และในกลุ่มนักเรียนระดับมัธยมศึกษา แต่สำหรับเด็กเล็กและกลุ่มเด็กด้อยโอกาสในที่ห่างไกล เขาไม่มีเครื่องมือสื่อสาร เข้าไม่ถึงอินเตอร์เน็ต โรงเรียนจึงได้ใช้วิธีทำใบงานแล้วให้ผู้ปกครองเด็กเข้ามารับงานจากโรงเรียนไปทำแล้วกลับมาส่ง บ้างให้ครูลงพื้นที่เข้าไปหาเด็ก โดยจัดเป็นกลุ่มย่อยๆ ในกลุ่มเด็กที่อาศัยอยู่ใกล้กัน นี่คือเราแก้ปัญหาคนละครึ่งทาง เพราะบางคนอยู่ในพื้นที่เสี่ยงครูเข้าไปหาที่บ้านไม่ได้ ก็ต้องหาพื้นที่ส่วนกลางที่ปลอดภัยหมายถึงเราต้องบูรณาการปัญหาด้านการศึกษาและสาธารณสุขเข้าด้วยกันตั้งแต่ในการวางแผนงาน ขณะที่บางโรงเรียนใช้วิธีแก้ปัญหาด้วยการที่โรงเรียนจัดหาเครื่องมือสื่อสารสำหรับเด็กด้อยโอกาสให้เขาได้ใช้เรียนชั่วคราว โดยเป็นนโยบายที่รองผู้ว่าราชการจังหวัดมอบหมายให้สำรวจข้อมูลว่าเด็กคนไหนขาดแคลนและสามารถช่วยได้</p>
<p><img decoding="async" loading="lazy" class="aligncenter size-full wp-image-27165" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/02/2-1.jpg" alt="" width="864" height="454" /></p>
<p>ศึกษาธิการจังหวัดสมุทรสาคร ระบุว่า การปิดเรียนที่ยาวนานอาจส่งผลต่อภาวะความรู้ถดถอย โดยเฉพาะกลุ่มเด็กด้อยโอกาสในพื้นที่เสี่ยงซึ่งไม่ได้ขาดแคลนแค่การเข้าถึงการศึกษา แต่ยังรวมไปถึงความปลอดภัยทางสาธารณสุข และคุณภาพชีวิตรอบด้าน เด็กกลุ่มที่น่าเป็นห่วงที่สุดคือพวกที่ด้อยโอกาส อาศัยในพื้นที่โรงงาน พ่อแม่ทำงานในพื้นที่เสี่ยง เด็กกลุ่มนี้เราจะให้ทางโรงเรียนต้นสังกัดแจ้งจำนวนและข้อมูลพื้นฐานเข้ามา แล้วจะจัดให้เขาได้รับการเฝ้าระวังพิเศษ มีทีมงาน ศธจ. ลงพื้นที่เยียวยา พร้อมกับ<strong>สำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัด (พมจ.),</strong> <strong>สำนักงานเหล่ากาชาดจังหวัด</strong> ที่จะเข้าไปช่วยเก็บข้อมูล ตรวจสอบ และดูแลเรื่องคุณภาพชีวิต รวมถึงการประสานหน่วยงานอื่นๆ เพื่อหาทางสนับสนุนเรื่องทุนการศึกษาเฉพาะราย ในระยะยาว ผลกระทบจากการที่โรงเรียนปิดจะทำให้เด็กกลุ่มนี้อาจต้องออกจากระบบการศึกษา เพราะเขามีปัญหาอื่นๆ ที่รุนแรงกว่า ศธจ. สมุทรสาคร เราจึงมีหน้าที่เชื่อมโยงหน่วยงานทุกหน่วยที่มีศักยภาพเข้ามาช่วยกันหาทางแก้ปัญหา เบื้องต้นคือมอบสิ่งของจำเป็น ให้ความรู้ในการดูแลตนเองและครอบครัวตามมาตรการสาธารณสุข หน้ากากอนามัยหรือเจลแอลกอฮอล์ต้องมี 100% และใช้ให้ถูกวิธีเพื่อลดการแพร่ระบาดให้ได้มากที่สุด ก่อนจะไปสู่การแก้ปัญหาระยาว คือการหาทางให้กลุ่มเป้าหมายยังอยู่ในระบบการศึกษาได้ต่อไป</p>
<p><img decoding="async" loading="lazy" class="aligncenter size-full wp-image-27166" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/02/3-1.jpg" alt="" width="864" height="454" /></p>
<p>“เราได้ร่วมมือกับหน่วยงาน เช่น กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) ที่ได้นำนวัตกรรมทางการเรียนเข้ามามอบให้เด็กๆ ช่วยให้เด็กกลุ่มนี้สามารถเรียนได้จากที่บ้านปิดด้วยสื่อการเรียนรู้ด้วยตนเองที่พัฒนาขึ้นในช่วงโรงเรียน นอกจากนี้เรายังคุยถึงความเป็นไปได้ในการเดินตามโมเดลการสนับสนุนเครื่องมือและอุปกรณ์การเรียนออนไลน์ ที่ <strong>กสศ. จะเข้ามาช่วยประสานความร่วมมือด้านการระดมงบประมาณช่วยเหลือ โดยทาง ศธจ. มีข้อมูลของเด็กที่ขาดแคลนซึ่งเรามองแล้วว่าด้วยงบประมาณสนับสนุนจะช่วยเด็กด้อยโอกาสกลุ่มนี้ได้จริง ซึ่งตอนนี้เรามองไปถึงว่าหากหลังจากนี้บางพื้นที่ยังเปิดเรียนไม่ได้ การจัดการเรียนการสอนผ่านเทคโนโลยีออนไลน์ต้องพัฒนาระบบให้ไหลลื่นยิ่งขึ้น รวมถึงการจัดหาอุปกรณ์พื้นฐานที่ช่วยให้การเรียนรู้เดินต่อไปได้ นี่คือความร่วมมือที่เรามองว่าเป็นสิ่งที่ทุกหน่วยในสังคมจำเป็นต้องเชื่อมต่อกัน และขยายออกไปให้ทั่วถึงทุกหน่วยงานในวงกว้างให้ได้มากที่สุด</strong>” ศึกษาธิการจังหวัดสมุทรสาคร กล่าว</p><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/news-13-02-21/">กสศ.จับมือสมุทรสาคร เดินหน้า “ศูนย์ช่วยเหลือเด็กและเยาวชนในภาวะวิกฤตการศึกษา หรือ Smart Refer”</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
