<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>ถนนครูเดิน | กสศ.</title>
	<atom:link href="https://www.eef.or.th/tag/%E0%B8%96%E0%B8%99%E0%B8%99%E0%B8%84%E0%B8%A3%E0%B8%B9%E0%B9%80%E0%B8%94%E0%B8%B4%E0%B8%99/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.eef.or.th</link>
	<description>กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา</description>
	<lastBuildDate>Thu, 11 Jun 2026 05:21:15 +0000</lastBuildDate>
	<language>th</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.3.8</generator>

<image>
	<url>https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/02/cropped-fav-icon-32x32.png</url>
	<title>ถนนครูเดิน | กสศ.</title>
	<link>https://www.eef.or.th</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>‘ธนาคารโอกาสและถนนครูเดิน’ เคลื่อนทรัพยากรสู่โรงเรียนเล็กทั่วราชบุรี</title>
		<link>https://www.eef.or.th/news-100626-2/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 10 Jun 2026 11:38:00 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[ข่าวสารความรู้]]></category>
		<category><![CDATA[ลดเหลื่อมล้ำ]]></category>
		<category><![CDATA[กสศ.]]></category>
		<category><![CDATA[ราชบุรี]]></category>
		<category><![CDATA[มูลนิธิกระจกเงา]]></category>
		<category><![CDATA[แสนสิริ]]></category>
		<category><![CDATA[ถนนครูเดิน]]></category>
		<category><![CDATA[Thailand Zero Dropout]]></category>
		<category><![CDATA[ธนาคารโอกาส]]></category>
		<category><![CDATA[ทุกโอกาสเพื่ออนาคตเด็ก]]></category>
		<category><![CDATA[เครือข่ายชมรมนักจัดการศึกษาบนพื้นที่สูงถิ่นทุรกันดาร]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?p=102948</guid>

					<description><![CDATA[<p>เปิดปีการศึกษาใหม่ 2569 โรงเรียนทั่วประเทศกลับมาคึกคักอ [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/news-100626-2/">‘ธนาคารโอกาสและถนนครูเดิน’ เคลื่อนทรัพยากรสู่โรงเรียนเล็กทั่วราชบุรี</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>เปิดปีการศึกษาใหม่ 2569 โรงเรียนทั่วประเทศกลับมาคึกคักอีกครั้ง แต่สำหรับโรงเรียนขนาดเล็กจำนวนไม่น้อย การขาดแคลนทรัพยากรและข้อจำกัดจากการจัดสรรงบประมาณรายหัว ยังคงเป็นอุปสรรคสำคัญต่อการมาเรียนและการเข้าถึงการศึกษาที่มีคุณภาพของเด็ก ๆ โดยไม่ว่าพื้นที่นั้นจะอยู่ห่างไกลบนภูเขา หรืออยู่ห่างจากกรุงเทพมหานครซึ่งเป็นเมืองหลวงเพียง 1-2 ชั่วโมงก็ตาม</p>



<p>ด้วยเหตุนี้ กิจกรรม <strong>“ธนาคารโอกาสและถนนครูเดิน”</strong> จึงยังคงทำหน้าที่เป็นกลไกเชื่อมโยงภาคีเครือข่ายในการจัดสรร ส่งต่อ และเติมเต็มทรัพยากรทางการศึกษา เพื่อเพิ่มโอกาสให้เด็กทุกคนในทุกพื้นที่เข้าถึงการเรียนรู้ และไม่หลุดออกจากเส้นทางการศึกษาเพียงเพราะความไม่พร้อมของชีวิต</p>



<figure class="wp-block-image size-full"><img decoding="async" fetchpriority="high" width="855" height="569" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/1.jpg" alt="" class="wp-image-102949" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/1.jpg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/1-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/1-768x511.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/1-750x500.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/1-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /></figure>



<p></p>



<p>เมื่อวันที่ 30 พฤษภาคม 2569 <strong>“ธนาคารโอกาสและถนนครูเดิน”</strong> ภายใต้การขับเคลื่อนของกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) ร่วมกับเครือข่ายชมรมนักจัดการศึกษาบนพื้นที่สูงถิ่นทุรกันดาร มูลนิธิกระจกเงา และบริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน) ผนึกกำลังภาคีเครือข่ายในจังหวัดราชบุรี ประกอบด้วย สำนักงานศึกษาธิการจังหวัดราชบุรี สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาราชบุรี เขต 1 สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาราชบุรี องค์การบริหารส่วนตำบลบ้านคา ศูนย์ส่งเสริมการเรียนรู้ระดับอำเภอบ้านคา เครือข่ายการจัดการศึกษาเชิงพื้นที่จังหวัดราชบุรี คณะทำงานหนุนเสริมโรงเรียนปลายทางครูรัก(ษ์)ถิ่น ตลอดจนครูและผู้บริหารโรงเรียนขนาดเล็กในพื้นที่ <strong>ร่วมกันนัดพบที่โรงเรียนโรตารี่ 1 บ้านพุน้ำร้อน ตำบลบ้านบึง อำเภอบ้านคา จังหวัดราชบุรี</strong> เพื่อนำสื่อการเรียนการสอน คอมพิวเตอร์ โน้ตบุ๊ก อุปกรณ์การศึกษา ชุดนักเรียน รวมถึงสิ่งของจำเป็นและสิ่งของที่ต้องการเร่งด่วน ส่งต่อให้กับครูจากโรงเรียนกว่า 70 แห่งในพื้นที่</p>



<p>จังหวัดราชบุรีคือพื้นที่ที่ขับเคลื่อนงาน <strong>“ราชบุรี Zero Dropout เด็กทุกคนต้องได้เรียน”</strong> อย่างจริงจัง สะท้อนพลังความร่วมมือระหว่างภาครัฐ ภาคเอกชน และเครือข่ายภาคประชาชนจากหลากหลายหน่วยงาน จนเกิดระบบดูแลช่วยเหลือเด็กและเยาวชนที่เข้มแข็ง อย่างไรก็ตาม ในช่วงเปิดภาคเรียน เด็กจากหลายครอบครัวยังคงต้องเผชิญภาระค่าใช้จ่ายทางการศึกษาท่ามกลางค่าครองชีพที่สูงขึ้น ธนาคารโอกาสและถนนครูเดินจึงเข้ามาช่วยลดภาระของผู้ปกครองและครู เพื่อประคับประคองความเดือดร้อนในชีวิตประจำวัน และช่วยให้การเรียนรู้ของเด็ก ๆ เดินหน้าต่อไปได้&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p>



<figure class="wp-block-image size-full"><img decoding="async" width="855" height="569" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/13.jpg" alt="" class="wp-image-102950" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/13.jpg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/13-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/13-768x511.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/13-750x500.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/13-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /></figure>



<p></p>



<p><strong>นายพัฒนะพงษ์ สุขมะดัน ผู้ช่วยผู้จัดการ กสศ.</strong> กล่าวว่า ความสำคัญของธนาคารโอกาสและถนนครูเดินไม่ได้อยู่เพียงการส่งต่ออุปกรณ์การศึกษาหรือสิ่งของจำเป็น แต่เป็นภาพสะท้อนของ <strong>“ความร่วมมือจากหลายฝ่าย”</strong> ที่เห็นความสำคัญของการเติมเต็มโรงเรียนขนาดเล็กอย่างรอบด้าน ตลอดจนการสร้างเครือข่ายสนับสนุนการจัดการเรียนรู้ในพื้นที่อย่างเป็นระบบ ซึ่งล้วนเป็นส่วนสำคัญในการลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาที่โรงเรียนขนาดเล็กส่วนใหญ่ยังคงเผชิญอยู่</p>



<figure class="wp-block-image size-full"><img decoding="async" width="855" height="569" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/10-2.jpg" alt="" class="wp-image-102951" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/10-2.jpg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/10-2-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/10-2-768x511.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/10-2-750x500.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/10-2-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /></figure>



<p></p>



<p>สำหรับเหตุผลที่เลือกจังหวัดราชบุรีเป็นพื้นที่จัดกิจกรรมในครั้งนี้ ผู้ช่วยผู้จัดการ กสศ. กล่าวว่า ต้องการสะท้อนให้เห็นว่า แม้จะเป็นพื้นที่ที่อยู่ไม่ไกลจากกรุงเทพมหานคร แต่ยังมีโรงเรียนขนาดเล็กจำนวนมากที่ขาดแคลนโอกาสทางการศึกษา และยังมีเด็กอีกจำนวนไม่น้อยที่แม้แต่การก้าวข้ามรอยต่อจากระดับประถมศึกษาสู่มัธยมศึกษาก็ยังเป็นเรื่องยาก สถานการณ์ดังกล่าวสะท้อนให้เห็นว่า ความขาดแคลนทรัพยากรไม่ได้ถูกกำหนดด้วยระยะทางเพียงอย่างเดียว</p>



<figure class="wp-block-image size-full"><img decoding="async" loading="lazy" width="1171" height="569" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/11.jpg" alt="" class="wp-image-102952" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/11.jpg 1171w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/11-300x146.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/11-768x373.jpg 768w" sizes="(max-width: 1171px) 100vw, 1171px" /></figure>



<figure class="wp-block-image size-full"><img decoding="async" loading="lazy" width="1171" height="569" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/12.jpg" alt="" class="wp-image-102953" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/12.jpg 1171w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/12-300x146.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/12-768x373.jpg 768w" sizes="(max-width: 1171px) 100vw, 1171px" /></figure>



<p></p>



<p><strong>ดร.บรรเจิด อุ่นมณีรัตน์ ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาราชบุรี เขต 1</strong> กล่าวว่า โรงเรียนขนาดเล็กในพื้นที่ส่วนใหญ่ยังคงเผชิญปัญหาความไม่พร้อม แม้โรงเรียน ชุมชน และเครือข่ายการศึกษาในจังหวัดจะพยายามระดมทรัพยากรและหาช่องทางสนับสนุนอย่างต่อเนื่อง แต่ด้วยข้อจำกัดด้านงบประมาณ ทำให้หลายปัญหายังคงเกิดขึ้นซ้ำทุกปี</p>



<p>“สพป.ราชบุรี เขต 1 ดูแลพื้นที่การศึกษา 6 อำเภอ ได้แก่ อำเภอเมือง วัดเพลง จอมบึง สวนผึ้ง ปากท่อ และบ้านคา ซึ่งมีโรงเรียนขนาดเล็กถึง 95 โรงเรียน จากทั้งหมด 165 โรงเรียน แม้แต่ในอำเภอเมืองเองก็ยังมีโรงเรียนที่เข้าถึงได้ยาก ข้อจำกัดสำคัญคือเรื่องงบประมาณที่จัดสรรตามรายหัวนักเรียน ทำให้บางโรงเรียนมีงบไม่เพียงพอแม้แต่สำหรับค่าสาธารณูปโภคพื้นฐานอย่างน้ำ ไฟ และอินเทอร์เน็ต ส่งผลให้การพัฒนาด้านอื่นทำได้อย่างจำกัด</p>



<p>“ขณะเดียวกัน ผู้ปกครองจำนวนมากมีรายได้ไม่สอดคล้องกับรายจ่าย โดยเฉพาะในช่วงเปิดภาคเรียน เราพบเด็กกลุ่มเปราะบางเพิ่มขึ้น บางคนเข้าเรียนชั้น ป.1 แต่ยังสวมชุดอนุบาลมาโรงเรียน เมื่อครูลงพื้นที่เยี่ยมบ้านจึงพบว่าผู้ปกครองไม่มีรายได้เพียงพอ ทำให้โรงเรียนต้องเร่งวางแผนช่วยเหลือเป็นกรณีเร่งด่วน ดังนั้น ระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียนจึงมีความสำคัญอย่างมาก เพื่อให้โรงเรียนสามารถช่วยเหลือเบื้องต้นได้ทันที ก่อนส่งต่อข้อมูลไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องตามความเหมาะสมของแต่ละกรณี”</p>



<figure class="wp-block-image size-full"><img decoding="async" loading="lazy" width="855" height="569" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/9.jpg" alt="" class="wp-image-102954" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/9.jpg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/9-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/9-768x511.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/9-750x500.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/9-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /></figure>



<p></p>



<p>ดร.บรรเจิด กล่าวเพิ่มเติมว่า รู้สึกยินดีและขอบคุณทุกภาคส่วนที่ร่วมกันสนับสนุนการศึกษา เพราะนอกจากจะช่วยเหลือเด็ก ๆ แล้ว ยังเป็นกำลังใจสำคัญที่ส่งถึงครูและโรงเรียนโดยตรง พร้อมเชื่อว่า หากเครือข่ายการศึกษายังคงเดินหน้าร่วมกันอย่างต่อเนื่อง ความเหลื่อมล้ำที่อยู่คู่กับโรงเรียนขนาดเล็กมาอย่างยาวนานจะค่อย ๆ ลดลงได้</p>



<figure class="wp-block-image size-full"><img decoding="async" loading="lazy" width="855" height="569" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/2-1.jpg" alt="" class="wp-image-102955" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/2-1.jpg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/2-1-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/2-1-768x511.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/2-1-750x500.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/2-1-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /></figure>



<p></p>



<p>ขณะที่ <strong>นายทิรัตน์ ผลินกูล หัวหน้าโครงการศูนย์แบ่งต่อ มูลนิธิกระจกเงา</strong> กล่าวว่า แนวคิดสำคัญของธนาคารโอกาสและถนนครูเดิน คือ <strong>“ครูมีของ เด็กมีอนาคต”</strong> เพราะสิ่งของที่ได้รับจากการระดมความร่วมมือของผู้บริจาค เมื่อถูกส่งต่อถึงมือครู ย่อมหมายถึงโอกาสใหม่ในการพัฒนาการเรียนรู้ของเด็ก ๆ</p>



<p>“การลงพื้นที่ในหลายจังหวัดทำให้เราเห็นว่า ไม่ว่าพื้นที่ไหน โรงเรียนขนาดเล็กต่างก็เผชิญปัญหาการขาดแคลนไม่ต่างกัน ส่วนราชบุรีในวันนี้ เป็นภาพสะท้อนของจังหวัดที่อยู่ไม่ไกลจากกรุงเทพฯ จนบางครั้งถูกมองข้าม เราหวังว่าสิ่งของที่นำมาส่งต่อในครั้งนี้ จะช่วยให้ครูทำงานได้สะดวกขึ้น และช่วยให้เด็ก ๆ มีความสุขกับการเปิดเทอมใหม่มากขึ้นเช่นกัน”</p>



<figure class="wp-block-image size-full"><img decoding="async" loading="lazy" width="855" height="569" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/14.jpg" alt="" class="wp-image-102956" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/14.jpg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/14-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/14-768x511.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/14-750x500.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/14-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /></figure>



<figure class="wp-block-image size-full"><img decoding="async" loading="lazy" width="855" height="569" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/15.jpg" alt="" class="wp-image-102957" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/15.jpg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/15-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/15-768x511.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/15-750x500.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/15-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /></figure>



<p></p>



<p>ด้าน <strong>นายบุญฤทธิ์ หอมเขียน ครูโรงเรียนมหาราช 7 อำเภอเมือง จังหวัดราชบุรี</strong> เล่าว่า ทันทีที่ทราบข่าวการจัดกิจกรรม ก็ตั้งใจเดินทางมาตั้งแต่เช้า เพื่อมารับสิ่งของกลับไปให้เด็ก ๆ ให้ได้มากที่สุด โดยเฉพาะเครื่องเขียน ดินสอ สี อุปกรณ์สำหรับกิจกรรมสร้างสรรค์านประดิษฐ์ในวิชาการงานอาชีพ และแฟ้มเก็บผลงานนักเรียนที่สามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้ในห้องเรียน</p>



<p>“เราเป็นโรงเรียนขยายโอกาสที่มีเด็กจากครอบครัวขาดความพร้อมจำนวนมาก เพราะครอบครัวที่มีกำลังส่วนใหญ่เลือกส่งลูกเข้าเรียนในเมือง ความไม่พร้อมนี่เองที่ทำให้เด็กบางคนไม่กล้ามาโรงเรียน ไม่ต้องพูดถึงเรื่องชุดนักเรียน เพราะบางคนแม้แต่ดินสอสักแท่งก็ยังไม่มี หรือแม้จะมีเงินอุดหนุน แต่หลายครอบครัวก็ไม่สามารถสำรองจ่ายก่อนแล้วรอเบิกภายหลังได้ งานแบบนี้จึงช่วยแบ่งเบาภาระของทั้งผู้ปกครองและครูได้อย่างมาก”</p>



<p>ครูบุญฤทธิ์กล่าวถึงความหมายของสิ่งของที่กำลังจะเดินทางไปถึงเด็ก ๆ ว่า <strong><em>“สิ่งของที่เห็นอยู่ตรงนี้ เมื่อไปถึงมือเด็ก ๆ สิ่งแรกที่เกิดขึ้นคือความดีใจ เพราะสำหรับบางคน ดินสอหนึ่งแท่ง หรือเสื้อนักเรียนสีขาวสะอาดสักตัว อาจเป็นของใหม่ชิ้นแรกที่เขาได้รับในรอบหลายปี และสำหรับเด็ก ๆ แล้ว สิ่งเหล่านี้ไม่ได้เป็นเพียงทรัพยากรทางการศึกษา แต่คือกำลังใจสำคัญ ที่ช่วยให้เด็กคนหนึ่งยังมีแรงและความหวังที่จะเรียนต่อไป”</em></strong>&nbsp;</p>



<figure class="wp-block-image size-full is-resized"><img decoding="async" loading="lazy" width="1171" height="569" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/16.jpg" alt="" class="wp-image-102958" style="aspect-ratio:2.0579964850615116;width:780px;height:auto" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/16.jpg 1171w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/16-300x146.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/16-768x373.jpg 768w" sizes="(max-width: 1171px) 100vw, 1171px" /></figure>



<figure class="wp-block-image size-full"><img decoding="async" loading="lazy" width="1171" height="569" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/17.jpg" alt="" class="wp-image-102959" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/17.jpg 1171w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/17-300x146.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/17-768x373.jpg 768w" sizes="(max-width: 1171px) 100vw, 1171px" /></figure>



<figure class="wp-block-image size-full"><img decoding="async" loading="lazy" width="1171" height="569" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/18.jpg" alt="" class="wp-image-102960" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/18.jpg 1171w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/18-300x146.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/18-768x373.jpg 768w" sizes="(max-width: 1171px) 100vw, 1171px" /></figure><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/news-100626-2/">‘ธนาคารโอกาสและถนนครูเดิน’ เคลื่อนทรัพยากรสู่โรงเรียนเล็กทั่วราชบุรี</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>บันทึกการเดินทางจาก “ธนาคารโอกาสและถนนครูเดิน” ครั้งที่ 2 ภาคใต้ “ถ้าทรัพยากรส่งถึงโรงเรียนอย่างเสมอภาค เราเชื่อว่าเด็ก ๆ สามารถยืนเทียบเคียงกันได้ทุกคน”</title>
		<link>https://www.eef.or.th/article-041124/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 04 Nov 2024 08:38:32 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[บทความ]]></category>
		<category><![CDATA[Movement]]></category>
		<category><![CDATA[ถนนครูเดิน]]></category>
		<category><![CDATA[ธนาคารโอกาส]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?p=87927</guid>

					<description><![CDATA[<p>ออกเดินทางอีกครั้ง สำหรับกิจกรรม ‘ธนาคารโอกาสและถนนครูเ [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/article-041124/">บันทึกการเดินทางจาก “ธนาคารโอกาสและถนนครูเดิน” ครั้งที่ 2 ภาคใต้ “ถ้าทรัพยากรส่งถึงโรงเรียนอย่างเสมอภาค เราเชื่อว่าเด็ก ๆ สามารถยืนเทียบเคียงกันได้ทุกคน”</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>ออกเดินทางอีกครั้ง สำหรับกิจกรรม <strong>‘ธนาคารโอกาสและถนนครูเดิน’</strong> ที่ กสศ. มูลนิธิกระจกเงา เครือข่ายชมรมนักจัดการศึกษาบนพื้นที่สูงในถิ่นทุรกันดาร และ ALTV ไทยพีบีเอส ระดมความร่วมมือจากสังคม เป็น ‘พื้นที่กลาง’ รับ-ส่ง นำทรัพยากรด้านการศึกษา อาทิ ชุดนักเรียน อุปกรณ์กีฬา หนังสือส่งเสริมการอ่าน สื่อ อุปกรณ์การเรียนการสอน อุปกรณ์สริมทักษะ รวมถึงเครื่องมือสำคัญของการเข้าถึงการเรียนรู้ในโลกปัจจุบันอย่างคอมพิวเตอร์ ไปส่งยังโรงเรียนที่ขาดแคลน</p>



<p>หลังจากธนาคารโอกาสและถนนครูเดิน ปักหมุดแรกภาคเหนือเมื่อเดือนมิถุนายน 2567 ที่ อ.แม่ฟ้าหลวง จ.เชียงราย ซึ่งเป็นเขตพื้นที่สูงที่มีโรงเรียนขนาดเล็กห่างไกลจำนวนมาก กิจกรรมในครั้งที่ 2 ภาคีความร่วมมือได้เคลื่อนขบวนไปยังภาคใต้ ที่ อ.ท่าชนะ จ.สุราษฎร์ธานี</p>



<p>หนึ่งในเป้าหมายสำคัญของการเดินทางครั้งนี้ คือภารกิจลำเลียง ส่งมอบ และติดตั้งคอมพิวเตอร์ ให้กับโรงเรียนขนาดเล็กที่ขาดแคลน และแม้ว่าความตั้งใจที่จะถ่ายเทส่งต่อทรัพยากรทางการศึกษาครั้งนี้ จะช่วยแก้ปัญหาเฉพาะหน้าได้ทันที อย่างไรเสียทุกฝ่ายก็ยังเห็นตรงกันว่า การสนับสนุนผลักดันให้ ‘พื้นที่’ สามารถสร้างเครือข่ายทำงานภายใน และการปฏิรูประบบการจัดสรรทรัพยากรที่มุ่งไปที่ความเสมอภาคนั้น <strong><em>“ถึงจะถือว่าเป็นการแก้ปัญหาตรงจุดและคือทางออกที่ยั่งยืนจริง ๆ”</em></strong> ใกล้จะถึงครั้งที่ 3 ภาคตะวันออก ของกิจกรรมธนาคารโอกาสและถนนครูเดิน กสศ. ชวนติดตามรับฟังเสียงจาก อ.ท่าชนะ จ.สุราษฎร์ธานี ว่าสถานการณ์ความขาดแคลนทางการศึกษาในพื้นที่มีหน้าตาอย่างไร และการเดินทางไปถึงของธนาคารโอกาสกับถนนครูเดิน ช่วยชุบชูหัวใจของคุณครูและน้อง ๆ ให้ฟูฟ่องขึ้นมาได้สักแค่ไหน</p>



<p></p>



<h3 class="wp-block-heading has-text-align-center"><strong>-1-</strong></h3>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-2c2647"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2024/11/1104_Photo-Album-243_PHOTO-15.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>โรงเรียนแรกที่ทีมงานมูลนิธิกระจกเงาและ กสศ. เข้าไปติดตั้งคอมพิวเตอร์ คือโรงเรียนวัดขจรบำรุง ที่มีนักเรียน 135 คน เปิดสอนตั้งแต่ชั้นอนุบาล 2 ถึงชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 นักเรียนทั้งหมดที่นี่มาจากครอบครัวประมงชายฝั่ง ผู้ปกครองส่วนใหญ่รายได้ไม่แน่นอน เด็กส่วนใหญ่จึงขาดแคลนทั้งโอกาสทางการศึกษาและคุณภาพชีวิตหลายด้าน โดยเฉพาะคอมพิวเตอร์ที่เหมือนเป็น <strong>‘หัวใจสำคัญของการเข้าถึงความรู้’</strong></p>



<p><strong><em>“ในชั่วโมงคอมพิวเตอร์ เราต้องใช้วิธีให้เด็กหนึ่งคนเป็นตัวแทนใช้คอมที่มีอยู่เครื่องเดียวที่หน้าห้อง แล้วคนที่เหลือก็นั่งมองตามกัน ซึ่งเราก็พยายามใช้การเรียนผ่านโค้ดดิ้งบนกระดาษมาเสริม แต่ก็รู้ว่ายังไงก็ไม่ได้ผลเท่ากับเรียนผ่านเครื่องมือจริงอยู่แล้ว”</em></strong></p>



<p><strong>คุณครูบุษรา ศักดา</strong> ครูคอมพิวเตอร์โรงเรียนวัดขจรบำรุง ฉายภาพให้เห็นว่า ด้วยข้อจำกัดเรื่องเครื่องมือที่ไม่พอกับจำนวนเด็ก การเรียนการสอนวิชาคอมพิวเตอร์ที่โรงเรียนจึงไม่อาจทำให้ ‘เด็กทุกคน’ เข้าถึงการเรียนรู้ที่มีคุณภาพได้ และไม่เพียงต้องเวียนกันใช้ แต่คอมทุกเครื่องยังมีอายุการใช้งานมากมาก่อนจะส่งถึงเราแล้ว หลายเครื่องจึงใช้เวลานานกว่าจะเปิดติด การเรียนรู้จึงไม่ต่อเนื่อง และไม่ได้ผลลัพธ์ที่ดีเท่าที่ควร</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-30c4eb"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2024/11/1104_Photo-Album-243_PHOTO-16.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>“วันนี้เด็ก ๆ ถึงตื่นเต้นกันมาก มารอพี่ ๆ กระจกเงากับ กสศ. ตั้งแต่เช้า พอติดตั้งเสร็จก็ดีใจกันใหญ่ เหมือนจากนี้หลายอย่างที่เขาเคยเห็นแค่บนหน้ากระดาษ ก็จะได้สัมผัสจริง ๆ บนจอแล้ว ดังนั้นถ้าจะอธิบายในมุมของโรงเรียนเล็ก ๆ อย่างเราเพื่อให้เห็นภาพการขาดแคลนทรัพยากรที่ชัด ต้องบอกว่าการที่เด็กคนหนึ่งได้จับคอมพิวเตอร์ ได้ใช้เครื่องคนเดียวแม้จะเป็นเวลาสั้น ๆ มันไม่ได้แค่เป็นการเพิ่มพูนความรู้และประสบการณ์ใหม่ ๆ ให้เด็ก แต่มันยังเป็นอีกความสุขหนึ่งที่เด็กทุกคนจะได้รับเมื่อเขามาโรงเรียนด้วย”</p>



<p></p>



<h3 class="wp-block-heading has-text-align-center"><strong>-2-</strong></h3>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-d3a86d"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2024/11/1104_Photo-Album-243_PHOTO-17.jpg" alt=""/></div><figcaption class="qubely-image-caption">(ซ้าย) น้องน้ำปิง</figcaption></figure></div></div></div>



<p></p>



<p><strong>น้องน้ำปิง</strong> นักเรียน ป.6 เล่าถึงประสบการณ์การเรียนคอมพิวเตอร์ที่ผ่านมา และความรู้สึกของการได้เห็นคอมพิวเตอร์เข้ามาติดตั้งในโรงเรียนวันนี้ ว่า “ปกติการหาข้อมูลในวิชาเรียนเราจะใช้วิธีถามครู หรือเปิดหาข้อมูลในหนังสือ ซึ่งก็เจอบ้างไม่เจอบ้าง ส่วนเวลาเรียนคอมพิวเตอร์ก็จะใช้ 2-3 คนต่อหนึ่งเครื่องเป็นอย่างน้อย หรือบางครั้งก็ต้องเรียนจากในกระดาษที่เขียนเป็นรูปเครื่องมือหรือขั้นตอนต่าง ๆ เราก็ต้องพยายามจำ นึกภาพตาม แต่ยังไงพอได้ไปจับของจริง ความรู้สึกมันก็ไม่เหมือนกันค่ะ</p>



<p><strong><em>“วันนี้มีคอมพิวเตอร์มาเพิ่ม ก็คิดว่าต่อไปคงเรียนง่ายขึ้น หรือการเข้าถึงข้อมูลก็ง่ายขึ้น ไม่ต้องมานั่งเปิดหนังสือกันแล้ว ใจหนูอยากให้มีคนละเครื่องค่ะ เพราะความอยากรู้ของแต่ละคนก็ไม่เหมือนกัน บางที่เราอยากรู้อะไรก็ไม่ต้องรอ ค้นได้ทันที ส่วนวันนี้ต้องขอบคุณพี่ ๆ ที่เอาคอมพิวเตอร์มาให้ หนูได้เล่นเกม ได้เปิดเพลงฟัง ชอบมากค่ะ แล้วเพื่อน ๆ ก็สนุกกันมากด้วย” </em>&nbsp;</strong></p>



<p></p>



<h3 class="wp-block-heading has-text-align-center"><strong>-3-</strong></h3>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-67ec78"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2024/11/1104_Photo-Album-243_PHOTO-18.jpg" alt=""/></div><figcaption class="qubely-image-caption">(กลาง) ผอ.ปาณิสรา เภตราใหญ่</figcaption></figure></div></div></div>



<p></p>



<p><strong>ผอ.ปาณิสรา เภตราใหญ่ </strong>ผู้อำนวยการโรงเรียนวัดขจรบำรุง บอกว่า คอมพิวเตอร์ทั้งสิบเครื่องที่เข้ามาเติมเต็มในวันนี้ คือโอกาสสำคัญมากของทั้งเด็ก ๆ และโรงเรียน การมีเครื่องมือดิจิทัลที่ใช้งานได้เต็มศักยภาพ ไม่เพียงเป็นการช่วยเด็กให้ได้รับโอกาสเรียนรู้ที่กว้างไกลออกไปจากตำราเรียน แต่คอมพิวเตอร์ยังจะเป็นเครื่องมือของครูในเรื่องการเข้าถึงองค์ความรู้เรื่องการจัดการเรียนการสอนรูปแบบใหม่ ๆ ซึ่งเชื่อว่าจะช่วยยกระดับการเรียนรู้ของเด็กให้ดีขึ้นด้วย&nbsp;</p>



<p><strong><em>“ต้องขอบคุณทุกฝ่ายที่ช่วยกันทำให้โรงเรียนมีเครื่องมือที่พร้อมขึ้น เพราะสิ่งที่ทางโรงเรียนมุ่งหวังคือ อยากจะให้เด็ก ๆ ที่จบการศึกษาไปมีทักษะดิจิทัลติดตัว เพราะมันจะช่วยเพิ่มโอกาสในการเรียนต่อของเขาทั้งในสายสามัญ สายอาชีพ หรือถ้าเป็นไปได้ก็อยากให้ไปถึงระดับอุดมศึกษา เพื่อให้การศึกษาเป็นประตูสู่โอกาสในชีวิต รวมถึงช่วยเปลี่ยนแปลงสถานะเศรษฐกิจของครอบครัวให้ได้ในรุ่นของเขา”</em></strong></p>



<p></p>



<h3 class="wp-block-heading has-text-align-center"><strong>-4-</strong></h3>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-108b59"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2024/11/1104_Photo-Album-243_PHOTO-19.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>จากชุมชนชายฝั่งทะเล พี่ ๆ มูลนิธิกระจกเงาและ กสศ. เดินทางต่อไปที่โรงเรียนบ้านคลองรอก ซึ่งตั้งอยู่อีกฟากหนึ่งของอำเภอ ในเขตป่าสงวนติดกับอุทยานแห่งชาติแก่งกรุง และแม้จะไม่ใช่โรงเรียนขนาดเล็กเนื่องจากมีนักเรียน 366 คน แต่ข้อมูลจาก <strong>ผอ.ณัฐพงค์ แสงอำพร </strong>ผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านคลองรอก แสดงให้เห็นว่าพื้นที่แห่งนี้ประกอบด้วยหลายชุมชนที่อยู่ห่างไกลจากเมือง การเข้าถึงโอกาสของน้อง ๆ จึงน้อยลงไปตามระยะทาง&nbsp;</p>



<p>“เราอยู่ห่างจากตัวอำเภอมาก การเข้าถึงสื่อการเรียนรู้ต่าง ๆ จึงค่อนข้างจำกัด อย่างสื่อสำหรับเด็กเล็กที่มีอยู่ก็ค่อนข้างตกยุคตกสมัยไปแล้ว จึงคิดว่าจำเป็นต้องมีสื่อที่มีคุณภาพและทันต่อการเรียนรู้ในปัจจุบันมากขึ้น หรือถ้าพูดถึงเครื่องมือดิจิทัล เรามีคอมพิวเตอร์เพียง 15 เครื่องในห้องเรียนคอมพิวเตอร์หนึ่งห้อง ขณะที่จำนวนนักเรียนต่อห้องอยู่ที่ราว 40 คน เด็ก ๆ จึงต้องแบ่งกันเรียนเวียนกันใช้ มันจึงเป็นข้อจำกัดอย่างยิ่งในการเรียนรู้”</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-60f953"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2024/11/1104_Photo-Album-243_PHOTO-20.jpg" alt=""/></div><figcaption class="qubely-image-caption">ผอ.ณัฐพงค์ แสงอำพร</figcaption></figure></div></div></div>



<p></p>



<p><strong>ผอ.ณัฐพงค์</strong> กล่าวถึงเป้าหมายของการจัดการเรียนรู้ที่โรงเรียนว่า “แม้เราเป็นโรงเรียนขยายโอกาส ที่ไม่ได้มองถึงความเป็นเลิศทางวิชาการเป็นหลัก แต่การส่งต่อนักเรียนให้ไปสู่การมีอาชีพ มีงานทำ ยังไงทักษะคอมพิวเตอร์ก็ถือว่าจำเป็น เพราะในโลกปัจจุบัน สื่อดิจิทัลคือเครื่องมือที่จะพาไปสู่การเรียนรู้ในทุกสิ่งทุกอย่าง โดยเฉพาะในการทำงานที่ใครรู้มากกว่า ใช้เครื่องมือได้คล่องกว่าชำนาญกว่า โอกาสก้าวหน้าในชีวิตมันก็เพิ่มขึ้นตามกัน วันนี้ที่ทางโครงการธนาคารโอกาสนำเครื่องมาเติม เราคิดว่าจากนี้เด็กจะสามารถมีคอมพิวเตอร์หนึ่งคนต่อหนึ่งเครื่องได้ ซึ่งแน่นอนว่าในเรื่องผลลัพธ์การเรียนรู้ก็จะมีประสิทธิภาพมากขึ้น”</p>



<p></p>



<h3 class="wp-block-heading has-text-align-center"><strong>-5-</strong></h3>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-80cd69"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2024/11/1104_Photo-Album-243_PHOTO-21.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>นอกจากที่ธนาคารโอกาสได้เข้ามาบรรเทาปัญหาการขาดแคลนสื่อดิจิทัลของโรงเรียนในพื้นที่ห่างไกลแล้ว กิจกรรม <strong>‘ถนนครูเดิน’</strong> ที่เป็นเหมือนสื่อกลางในการระดมสิ่งของเครื่องใช้และอุปกรณ์ที่จำเป็น ตั้งแต่ชุดนักเรียน อุปกรณ์การเรียน รองเท้า หนังสือ อุปกรณ์กีฬา สื่อการสอน ถ้วยชามจานช้อน แฟ้มเอกสาร คลิปหนีบกระดาษ ดินสอสี สีน้ำ ชอล์ก พู่กัน จานสี ฯลฯ ไปจนถึงของเล่นเสริมพัฒนาการต่าง ๆ มาส่งต่อให้กับโรงเรียนในพื้นที่ ยังเป็นการเติมเต็มโอกาสในการจัดการเรียนรู้และการดำรงชีวิต ที่แสดงให้เห็นว่า หากทรัพยากรถูกส่งลงไปถึงมือผู้รับอย่างตรงจุดและถูกที่ การแก้ปัญหาขาดแคลนทรัพยากรก็สามารถทำได้ทันที&nbsp;</p>



<p>และผู้ยืนยันข้อเท็จจริงนี้ได้ก็คือเหล่าคนทำงานในพื้นที่ <strong>ครูประกายการ รอดทิม</strong> ครูชั้นอนุบาล โรงเรียนบ้านคลองรอก บอกว่า การขาดสื่อการเรียนการสอนไม่ว่าจะอนาล็อกหรือดิจิทัล ล้วนทำให้เด็กยิ่งห่างไกลจากการเรียนรู้ที่ถูกต้อง เนื่องจากเมื่อเด็กไม่ได้สัมผัส มองเห็น ทำความคุ้นเคย อย่างไรเสียความรู้ความเข้าใจต่อ ‘สิ่ง’ หรือ ‘เรื่องราว’ หนึ่ง ก็ไม่อาจเทียบเคียงได้เลยกับ ‘ของจริง’ ทั้งมีความเป็นไปได้อย่างยิ่งต่อ ‘การสะสมชุดประสบการณ์ที่คลาดเคลื่อน’ ซึ่งจะติดตัวเด็กต่อไป</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-8c4bb7"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2024/11/1104_Photo-Album-243_PHOTO-22.jpg" alt=""/></div><figcaption class="qubely-image-caption">ครูประกายการ รอดทิม</figcaption></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>“แม้เราจะพยายามหาสื่อการเรียนการสอนมาช่วยให้เด็กเรียนรู้มากขึ้นได้ในบางเรื่อง แต่แน่นอนว่าการเรียนรู้จากของจริง ยังไงก็ทำให้เด็กเข้าใจมากกว่า อย่างเราให้เด็กเรียนคอมพิวเตอร์โดยดูภาพเมาส์ภาพจอในกระดาษ เด็กไม่มีทางรู้เลยว่าของจริงมีผิวสัมผัสยังไง จะใช้ยังไง หรือที่ว่าใช้สืบหาข้อมูลได้มันเป็นยังไง หมายถึงเขาจะไม่รู้ว่าคอมพิวเตอร์เครื่องหนึ่งนั้นทำอะไรได้บ้าง ซึ่งมันก็เลยจากจุดประสงค์จริง ๆ ของการเรียนรู้ไปแล้ว</p>



<p>“ขณะที่การเรียนจากของจริง นอกจากได้สัมผัสเพื่อความคุ้นชิน เด็กยังจะได้รู้จักโปรแกรมต่าง ๆ ได้ลองค้นคว้าหาข้อมูลด้วยตัวเอง แล้วมันจะต่อยอดความรู้ในเรื่องที่เขาสนใจเป็นรายคนได้ ซึ่งสิ่งเหล่านี้กระดาษหรือการอธิบายจากครูยังไงก็แทนไม่ได้ค่ะ หรือแม้แต่ครูเอง เราอยู่ในพื้นที่ห่างไกลมีสื่อไม่พอ ไม่ทันสมัย การมีคอมพิวเตอร์ก็จะช่วยให้เราเข้าไปค้นหาสื่อสำเร็จรูปแล้วเอามาปรับใช้ได้”</p>



<p></p>



<h3 class="wp-block-heading has-text-align-center"><strong>-6-</strong></h3>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-b17d7a"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2024/11/3.jpg" alt=""/></div><figcaption class="qubely-image-caption">(กลาง) ‘ครูน้ำฝน’ อังคนา วัตรสังข์</figcaption></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>ปิดท้ายที่ <strong>‘ครูน้ำฝน’ อังคนา วัตรสังข์</strong> ครูใหม่ป้ายแดงจากโครงการครูรัก(ษ์)ถิ่น ที่มาเป็นครูชั้นอนุบาลเต็มตัว ในฐานะที่เติบโตมาในพื้นที่ ครูน้ำฝนจึงพูดถึงปัญหาการขาดแคลนสื่อการสอนว่า</p>



<p>“การขาดแคลนสื่อทำให้เป็นเรื่องยาก ที่ครูจะพาเด็กไปถึงการเรียนรู้ เช่นในช่วงแห่งการเริ่มต้นทำความรู้จักสิ่งต่าง ๆ ไม่ว่าดอกไม้ ใบไม้ พืชผักผลไม้ ถ้าไม่มีสื่อดี ๆ แม้ครูจะอธิบายเท่าไหร่ เด็กก็นึกภาพตามไม่ได้ ดังนั้นการมีสื่อสมัยใหม่ที่เอื้อต่อการเรียนรู้ของน้อง ๆ รวมถึงความช่วยเหลือจากสื่อดิจิทัล จะเป็นเครื่องมือให้เด็กเรียนรู้ได้มากกว่า เห็นโลกได้กว้างไกลกว่า การจะลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา โดยทำให้เด็กพื้นที่ห่างไกลเรียนรู้ได้เท่า ๆ กับเด็กในเมืองขึ้นมาบ้าง เราจึงต้องหาทางเปิดโลกของเขาให้กว้างออกไปกว่าแค่พื้นที่ชุมชน ให้เขาพบเจอสิ่งใหม่ที่หลากหลาย ให้เขามีประสบการณ์รอบด้านและเอาไปต่อยอดได้จริง</p>



<p><strong><em>“ในฐานะที่เราเป็นคนที่เติบโตมาในพื้นที่ห่างไกล และวันนี้ได้มาเป็นครูซึ่งมีหน้าที่สนับสนุนผลักดันเด็กรุ่นต่อ ๆ ไป จึงอยากให้คนข้างนอกมองมาที่โรงเรียนเล็ก ๆ แบบพวกเราบ้าง ส่องแสงมาที่เด็กในพื้นที่เล็ก ๆ ให้พวกเขามีโอกาสเฉิดฉายบ้าง&nbsp;</em></strong></p>



<p><strong><em>“คือด้วยข้อจำกัดหลายอย่าง เราอาจไม่สามารถพาเด็กทุกคนไปถึงการมีผลลัพธ์การเรียนในระดับประเทศ แต่ขอแค่ให้ทุกคนมีโอกาสมากขึ้น ไม่หลุดจากระบบการศึกษา มีช่องทางพัฒนาตัวเอง มีทางไปต่อในชีวิตเพื่อดูแลตัวเองและครอบครัวได้ แล้วยิ่งถ้าการจัดสรรทรัพยากรลงมายังโรงเรียนต่าง ๆ ทำได้เสมอภาคมากขึ้น เราก็เชื่อว่าวันหนึ่ง เด็ก ๆ เหล่านี้จะสามารถก้าวไปยืนอยู่ตรงหัวแถวเทียบเคียงกับเด็กอื่น ๆ ได้ทุกคน”</em></strong>&nbsp;</p><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/article-041124/">บันทึกการเดินทางจาก “ธนาคารโอกาสและถนนครูเดิน” ครั้งที่ 2 ภาคใต้ “ถ้าทรัพยากรส่งถึงโรงเรียนอย่างเสมอภาค เราเชื่อว่าเด็ก ๆ สามารถยืนเทียบเคียงกันได้ทุกคน”</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>กสศ. มูลนิธิกระจกเงา และเครือข่าย จัดกิจกรรมธนาคารโอกาสและถนนครูเดินครั้งที่ 2 ภาคใต้ ‘สมัชชาการศึกษาสุราษฎร์ธานีผนึกการเมือง’ ประกาศสานต่อความร่วมมือเติมทรัพยากรโรงเรียนขาดแคลน</title>
		<link>https://www.eef.or.th/news-220824/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 22 Aug 2024 04:16:14 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[ข่าวสารความรู้]]></category>
		<category><![CDATA[ALTV]]></category>
		<category><![CDATA[โรงเรียนวัดศรีสุวรรณ]]></category>
		<category><![CDATA[ธนาคารโอกาส]]></category>
		<category><![CDATA[สุราษฎร์ธานี]]></category>
		<category><![CDATA[มูลนิธิกระจกเงา]]></category>
		<category><![CDATA[กสศ.​]]></category>
		<category><![CDATA[ไทยพีบีเอส]]></category>
		<category><![CDATA[ถนนครูเดิน]]></category>
		<category><![CDATA[เครือข่ายชมรมนักจัดการศึกษาบนพื้นที่สูงในถิ่นทุรกันดาร]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?p=85517</guid>

					<description><![CDATA[<p>เมื่อวันที่ 17 สิงหาคม 2567 กองทุนเพื่อความภาคทางการศึก [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/news-220824/">กสศ. มูลนิธิกระจกเงา และเครือข่าย จัดกิจกรรมธนาคารโอกาสและถนนครูเดินครั้งที่ 2 ภาคใต้ ‘สมัชชาการศึกษาสุราษฎร์ธานีผนึกการเมือง’ ประกาศสานต่อความร่วมมือเติมทรัพยากรโรงเรียนขาดแคลน</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>เมื่อวันที่ 17 สิงหาคม 2567 กองทุนเพื่อความภาคทางการศึกษา (กสศ.) ร่วมกับมูลนิธิกระจกเงา เครือข่ายชมรมนักจัดการศึกษาบนพื้นที่สูงในถิ่นทุรกันดาร และ ALTV ไทยพีบีเอส จัดกิจกรรม <strong>“ธนาคารโอกาสและถนนครูเดิน”</strong> ครั้งที่ 2 ภาคใต้&nbsp; ณ โรงเรียนวัดศรีสุวรรณ อ.ท่าชนะ จ.สุราษฎร์ธานี ครูจากโรงเรียนขนาดเล็ก โรงเรียนบนเกาะ พื้นที่ห่างไกล ร่วม 25 แห่งร่วมรับทรัพยากรทางการศึกษา</p>



<p>งานวิจัยพบว่าผลการเรียนรู้ของผู้เรียน สอดคล้องกับคุณภาพการสอนของครู รวมถึงความพร้อมด้านทรัพยากรของโรงเรียน <em>‘นักเรียนในโรงเรียนชนบทมีผลการเรียนรู้ช้ากว่านักเรียนในเขตเมืองถึง 2 ปีการศึกษา’ </em>สาเหตุจากขาดแคลนอุปกรณ์ สื่อการเรียนการสอนที่มีคุณภาพ ขณะที่เครื่องคอมพิวเตอร์และอุปกรณ์เทคโนโลยีที่เป็นหัวใจสำคัญของการเข้าถึงองค์ความรู้ในโลกปัจจุบัน ทว่าโรงเรียนขนาดเล็กและพื้นที่ห่างไกลซึ่งมีอยู่ราว 15,000 แห่ง รองรับนักเรียนมากกว่า 900,000 คน ยังขาดแคลนทรัพยากรเหล่านี้</p>



<figure class="wp-block-gallery has-nested-images columns-default is-cropped wp-block-gallery-1 is-layout-flex wp-block-gallery-is-layout-flex">
<figure class="wp-block-image size-large"><img decoding="async" loading="lazy" width="855" height="569" data-id="85520" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2024/08/0822_กสศ.-มูลนิธิกระจกเงา-02.jpg" alt="" class="wp-image-85520" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2024/08/0822_กสศ.-มูลนิธิกระจกเงา-02.jpg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2024/08/0822_กสศ.-มูลนิธิกระจกเงา-02-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2024/08/0822_กสศ.-มูลนิธิกระจกเงา-02-768x511.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2024/08/0822_กสศ.-มูลนิธิกระจกเงา-02-750x500.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2024/08/0822_กสศ.-มูลนิธิกระจกเงา-02-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /></figure>



<figure class="wp-block-image size-large"><img decoding="async" loading="lazy" width="855" height="569" data-id="85521" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2024/08/0822_กสศ.-มูลนิธิกระจกเงา-04.jpg" alt="" class="wp-image-85521" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2024/08/0822_กสศ.-มูลนิธิกระจกเงา-04.jpg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2024/08/0822_กสศ.-มูลนิธิกระจกเงา-04-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2024/08/0822_กสศ.-มูลนิธิกระจกเงา-04-768x511.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2024/08/0822_กสศ.-มูลนิธิกระจกเงา-04-750x500.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2024/08/0822_กสศ.-มูลนิธิกระจกเงา-04-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /></figure>
</figure>



<figure class="wp-block-gallery has-nested-images columns-default is-cropped wp-block-gallery-3 is-layout-flex wp-block-gallery-is-layout-flex">
<figure class="wp-block-image size-large"><img decoding="async" loading="lazy" width="855" height="569" data-id="85522" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2024/08/0822_กสศ.-มูลนิธิกระจกเงา-06.jpg" alt="" class="wp-image-85522" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2024/08/0822_กสศ.-มูลนิธิกระจกเงา-06.jpg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2024/08/0822_กสศ.-มูลนิธิกระจกเงา-06-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2024/08/0822_กสศ.-มูลนิธิกระจกเงา-06-768x511.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2024/08/0822_กสศ.-มูลนิธิกระจกเงา-06-750x500.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2024/08/0822_กสศ.-มูลนิธิกระจกเงา-06-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /></figure>



<figure class="wp-block-image size-large"><img decoding="async" loading="lazy" width="855" height="569" data-id="85523" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2024/08/0822_กสศ.-มูลนิธิกระจกเงา-08.jpg" alt="" class="wp-image-85523" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2024/08/0822_กสศ.-มูลนิธิกระจกเงา-08.jpg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2024/08/0822_กสศ.-มูลนิธิกระจกเงา-08-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2024/08/0822_กสศ.-มูลนิธิกระจกเงา-08-768x511.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2024/08/0822_กสศ.-มูลนิธิกระจกเงา-08-750x500.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2024/08/0822_กสศ.-มูลนิธิกระจกเงา-08-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /></figure>
</figure>



<p></p>



<p>จึงเป็นที่มาของการขับเคลื่อนโครงการ ‘<a href="https://www.eef.or.th/news-010824-2/?fbclid=IwY2xjawEybHVleHRuA2FlbQIxMAABHeDtleTs78UpPeGraiFg5TMkTVNJ0L9r0SyKgKTzgyWKIdHPauDb6_1UNQ_aem_UynrUYGiNBsNkU3cnwn4JA" target="_blank" rel="noopener" title="">ธนาคารโอกาส</a>’ โดย กสศ. ร่วมกับภาคีเครือข่าย สร้างโอกาสการเรียนรู้ให้แก่เด็กและเยาวชนด้วยการเป็นแพลตฟอร์มกลาง รับ-ส่ง สิ่งของจากการระดมความร่วมมือไปยังโรงเรียนที่ต้องการผ่านกิจกรรมธนาคารโอกาสและถนนครูเดิน โดยครั้งที่ 2 ภาคใต้ ได้ส่งมอบคอมพิวเตอร์ 250 เครื่อง และทรัพยากรด้านการศึกษา เช่น ชุดนักเรียน อุปกรณ์กีฬา หนังสือส่งเสริมการอ่าน สื่อ อุปกรณ์การเรียนการสอน อุปกรณ์สริมทักษะ ฯลฯ</p>



<p>อีกทั้งได้เปิดวงคุยขยายความร่วมมือ <strong>‘All For Education – Education For All: การกระจายทรัพยากรการศึกษาเพื่อโรงเรียนพื้นที่ห่างไกล’</strong> ระดมข้อเสนอจากทุกฝ่ายเพื่อแก้ปัญหาระยะยาว อาทิ เครือข่ายการจัดการศึกษาเชิงพื้นที่เพื่อลดความเหลื่อมล้ำ (ABE) จ.สุราษฎร์ธานี ผู้แทนสมัชชาการศึกษาจังหวัด หอการค้าจังหวัด ตัวแทนครูรัก(ษ์)ถิ่นรุ่น 1 ครูในเครือข่ายมูลนิธิรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหาจักรี (PMCA) สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสุราษฎร์ธานี รองโฆษกพรรครวมไทยสร้างชาติ สมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัด อำเภอท่าชนะ เขต 2 รวมถึงผู้บริหารโรงเรียนและเขตพื้นที่การศึกษา ซึ่งต่างมองตรงกันว่า แม้ธนาคารโอกาสและถนนครูเดินจะช่วยบรรเทาปัญหาเฉพาะหน้าได้ทันที แต่การสร้างเครือข่ายการทำงานระดับพื้นที่และการปฏิรูประบบการจัดสรรทรัพยากรแบบมุ่งเป้าคือทางออกที่ยั่งยืน</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-60ffa4"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2024/08/0822_กสศ.-มูลนิธิกระจกเงา-05.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p><strong>ดร.สุชาดา ลิ่มสวัสดิ์ ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสุราษฎร์ธานี เขต 2 </strong>กล่าวว่าการระดมพลังทุกภาคส่วน ช่วยให้ปัญหาความเหลื่อมล้ำด้านทรัพยากรการศึกษาถูกแก้ไขได้รวดเร็ว เด็กนักเรียนได้เข้าถึงการเรียนรู้ พัฒนาตนเองอย่างมีคุณภาพมากขึ้นจากความพร้อมที่มีมากขึ้น</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-a560aa"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2024/08/ดร.สุชาดา-ลิ่มสวัสดิ์.jpg" alt=""/></div><figcaption class="qubely-image-caption">ดร.สุชาดา ลิ่มสวัสดิ์</figcaption></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>“สุราษฎร์ธานีมี 19 อำเภอ สพป.สุราษฎร์ธานีเขต 2 ดูแล 8 อำเภอ ครอบคลุม 178 โรงเรียน นักเรียนกว่า 30,000 คน ถ้ามองในภาพรวมเป็นตำบลหรืออำเภอหนึ่งนั้นทรัพยากรของจังหวัดไม่ได้ขาดแคลนจนน่ากังวล อย่างไรก็ตามการมีโรงเรียนขนาดกลาง 103 แห่ง และมีโรงเรียนขนาดเล็กถึง 73 แห่ง ตลอดมาเผชิญกับปัญหาครูไม่ครบชั้นและงบประมาณไม่พอ โจทย์ความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาจึงเป็นสิ่งที่พูดกันมายาวนาน นอกจากนี้ถ้ามองไปที่พื้นที่รับผิดชอบของ สพป.สุราษฎร์ธานีเขต 1 จะยิ่งเห็นภาพชัดด้วยมีโรงเรียนลักษณะพิเศษตั้งอยู่บนเกาะหลายแห่ง เช่นที่โรงเรียนบ้านเกาะนกเภาและโรงเรียนบ้านเกาะพลวย ที่มีนักเรียนไม่ถึง 10 คน ได้รับจัดสรรงบประมาณตามรายหัว การมาถึงของธนาคารโอกาสและความร่วมมือของหลายภาคส่วนที่เกิดขึ้น จึงเป็นการเริ่มต้นครั้งสำคัญของการบรรเทาปัญหาให้โรงเรียนขนาดเล็ก เป็นการส่งกำลังใจมายังครูและบุคลากรทางการศึกษา และยังเป็นการกระตุ้นให้เกิดแนวทางการปฏิรูปการจัดสรรทรัพยากรในเชิงนโยบายที่เหมาะสมกับลักษณะพื้นที่ต่อไป”</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-ccc2b4"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2024/08/ดร.อารี-อิ่มสมบัติ.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-d14533"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2024/08/0821_บทความ-182_PHOTO8.jpg" alt=""/></div><figcaption class="qubely-image-caption">(ซ้าย) ดร.อารี อิ่มสมบัติ</figcaption></figure></div></div></div>



<p></p>



<p><strong>ดร.อารี อิ่มสมบัติ นักวิชาการอาวุโส สำนักพัฒนาคุณภาพครูและสถานศึกษา กสศ. </strong>เผยข้อมูลความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาจังหวัดสุราษฎร์ธานี พบว่ามีนักเรียนยากจนในระดับการศึกษาภาคบังคับ (อ.1-ม.3) 9,654 คน จากจำนวนนักเรียน 162,360 คน คิดเป็น 5.95% ของนักเรียนในระดับการศึกษาภาคบังคับทั่วประเทศ ติดอันดับ 8 จาก 14 จังหวัดภาคใต้ ในภาพรวมทั้งประเทศสุราษฎร์ธานีมีจำนวนนักเรียนยากจนอยู่ในระดับปานกลาง แต่ปัญหาความเหลื่อมล้ำไม่สามารถดูเพียงค่าเฉลี่ยภาพรวมได้ เนื่องจากโรงเรียนที่ตั้งอยู่ในพื้นที่พิเศษ โรงเรียนขนาดเล็กห่างไกลจะถูกทิ้งไว้ข้างหลัง ไม่สามารถเข้าถึงทรัพยากรต่าง ๆ ที่จำเป็น ยกตัวอย่างโรงเรียนทีปราษฎร์วิทยา ที่ อ.เกาะสมุย มีจำนวนนักเรียนยากจนสูงที่สุดในจังหวัด คือ 276 คน สะท้อนว่า โรงเรียนนี้แห่งเดียวมีนักเรียนยากจนครึ่งหนึ่งของเกาะสมุย ดังนั้นจึงควรนำข้อมูลเชิงลึกมาออกแบบการแก้ปัญหาความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา ตั้งเป้าหมายเชิงพื้นที่</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-d2924a"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2024/08/0822_กสศ.-มูลนิธิกระจกเงา-01.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>“โจทย์ความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาของสุราษฎร์ธานี ไม่สามารถประเมินจากค่าเฉลี่ยของจังหวัดหรืออำเภอได้ แต่จำเป็นต้องอาศัยการทำงานของคนในพื้นที่ผ่านข้อมูลเชิงลึกเพื่อทราบว่าโจทย์คืออะไร หรือต้องแก้ปัญหาตรงจุดไหน สุราษฎร์ธานี ยังมีโรงเรียนที่มีความเหลื่อมล้ำด้านพื้นที่ตั้ง หรือลักษณะโรงเรียนพื้นที่พิเศษ นับเฉพาะโรงเรียนในสังกัด สพป.สุราษฎร์ธานี เขต 1 มีทั้งหมด 3 แห่ง คือโรงเรียนบ้านเกาะนกเภา โรงเรียนบ้านเกาะเต่า และโรงเรียนบ้านเกาะพลวย ข้อมูลระบุว่านอกจากเกาะเต่า โรงเรียนขนาดเล็กบนเกาะอีกสองแห่งจัดการเรียนการสอนสูงสุดที่ชั้น ป.6 แน่นอนว่าด้วยปัญหาเรื่องอุปสรรคการเดินทาง จะมีนักเรียนกลุ่มหนึ่งที่ไม่สามารถก้าวข้ามช่วงชั้นไปถึงมัธยมศึกษาได้”</p>



<p><strong>อ่าน : </strong><a href="https://www.eef.or.th/article-210824/" target="_blank" rel="noopener" title="">ดร.อารี อิ่มสมบัติ: ปักหมุดจุดเหลื่อมล้ำโรงเรียนในพื้นที่ห่างไกล จากดอยสูง จ.เชียงราย ถึงแดนใต้ จ.สุราษฎร์ธานี</a></p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-bbcac3"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2024/08/ดร.สมพร-เพชรสงค์.jpg" alt=""/></div><figcaption class="qubely-image-caption">ดร.สมพร เพชรสงค์</figcaption></figure></div></div></div>



<p></p>



<p><strong>ดร.สมพร เพชรสงค์ กรรมการสมัชชาการศึกษาจังหวัดสุราษฎร์ธานี</strong> กล่าวว่า สุราษฎร์ธานีมีโรงเรียนเล็กที่ขาดแคลนจำนวนมาก ติดขัดด้วยข้อจำกัดการจัดสรรทรัพยากรที่เหมาะสม สมัชชาการศึกษาสุราษฎร์ธานีซึ่งมีองค์กรหลักคือหอการค้าจังหวัด พยายามจะช่วยลดอุปสรรคการเรียนรู้ให้เบาบางลง ทำให้เด็กเยาวชนเข้าถึงการมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น ที่ผ่านมาสมัชชาการศึกษาสุราษฎร์ธานีทราบว่าการส่งต่อโอกาสอยู่ แต่ไม่ทราบช่องทาง ธนาคารโอกาสจึงเป็นรูปแบบหนึ่งที่เราจะนำไปขยายผล ด้วยเชื่อว่าถ้าจุดใหญ่ทำได้ จุดเล็ก ๆ ก็ทำได้เช่นกัน</p>



<p>ทั้งนี้สุราษฎร์ธานีเป็น 1 ใน 20 จังหวัดพื้นที่นวัตกรรมทางการศึกษา แนวทางการเปลี่ยนพื้นที่โรงเรียนให้เป็นแหล่งสร้างอาชีพถือเป็นหนึ่งแนวทางที่น่าสนใจ ยังมีความร่วมมือของหน่วยงานและผู้คนในจังหวัดที่ทำให้เกิดการระดมทรัพยากรจากท้องถิ่น เช่นมีทุนการศึกษาจากสมัชชาฯ ที่ตั้งไว้ในงบประมาณราว 3,000,000 บาท เพื่อสนับสนุนเด็กเยาวชนให้เข้าถึงการศึกษา โดยนอกจากธนาคารโอกาสที่เป็นตัวแบบหนึ่ง สมัชชาฯ ยังต้องการองค์ความรู้ใหม่ ๆ เข้ามาเติม เพราะเราทราบดีว่าข้อมูลและองค์ความรู้จะเป็นเครื่องมือที่ทำให้พบทางออกในแต่ละปัญหาอุปสรรคที่ซับซ้อนและแตกต่างกัน</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-1ae473"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2024/08/อาร์ม-วงศ์อำไพพิสิฐ.jpg" alt=""/></div><figcaption class="qubely-image-caption">อาร์ม วงศ์อำไพพิสิฐ</figcaption></figure></div></div></div>



<p></p>



<p><strong>คุณอาร์ม วงศ์อำไพพิสิฐ เลขาธิการหอการค้าจังหวัดสุราษฎร์ธานี </strong>กล่าวว่า หอการค้าสุราษฎร์ธานี MOU กับ กสศ. และสถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย หรือ TDRI เพื่อทำงานเรื่อง ‘All for Education-Education for All’ ในมุมมองภาคเอกชนคาดหวังเรื่องผลลัพธ์การลงทุน ปัญหาของสุราษฎร์ธานีอาจไม่ใช่ความยากจน รายได้มวลรวมของจังหวัดที่ 2 แสน 1 หมื่นล้านบาท GDP อยู่ที่ 1.84 แสนต่อประชากร 1 ล้านคนเศษ อย่างไรก็ตามตัวเลขผลิตภัณฑ์จังหวัด (Gross Provincial Products: GPP) กลับอยู่ที่อันดับ 6 ของภาคใต้ และเป็นที่ 20 กว่าของประเทศ ที่เป็นอย่างนั้นเพราะยังมีประชากรกลุ่มหนึ่งถูกทิ้งไว้ข้างหลัง หลุดจากระบบการศึกษา อีกกลุ่มคือประชากรที่ขาดความรู้ในการประกอบอาชีพ</p>



<p>หอการค้าจึงมองการพัฒนาจังหวัดที่การแก้ปัญหาจากต้นเหตุ ด้วยการช่วยเหลือกลุ่มด้อยโอกาสทางการศึกษาเป็นวาระสำคัญ โดยทราบดีว่าไม่มีหน่วยงานใดหนึ่งที่จะทำงานด้านการศึกษาให้สำเร็จเพียงลำพัง จึงเป็นจุดเริ่มต้นของการรวมภาคีก่อตั้งสมัชชาการศึกษาจังหวัด ซึ่งการทำงานผ่านเครือข่ายโดยมีสมัชชาการศึกษาเป็นแกนกลาง ทำให้เกิดการเชื่อมระหว่างภาครัฐ เอกชน ประชาสังคม และประชาชน ที่มีวัตถุประสงค์ร่วมกัน สำหรับภาคเอกชนเราต้องการสร้างบุคลากรคุณภาพรุ่นใหม่ ๆ ขึ้นมาทดแทนภาวะขาดแคลนแรงงาน ในภาวะที่ประชากรผู้สูงอายุในจังหวัดเพิ่มขึ้นจาก 16% ไปถึงเกือบ 20% สวนทางกับเด็กเกิดใหม่ที่ลดจาก 25% เหลือแค่ 18% ดังนั้นเราจึงต้องมองไปที่การแก้ปัญหาที่ต้นทางเพื่อไม่ให้มีเด็กหลุดจากระบบออกมาอีก และต้องทำให้การศึกษามีคุณภาพมากขึ้น โดยวันนี้เราพูดกันถึงธนาคารโอกาส ซึ่งสิ่งที่ภาคธุรกิจเอกชนจะเข้ามาร่วมลงทุนและได้รับกลับคืน จึงเป็นเรื่องของทุนทางเศรษฐกิจ ทุนด้านองค์ความรู้ และทุนทรัพยากรมนุษย์ ถือเป็นการ Win-Win กับทุกฝ่าย&nbsp;&nbsp;</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-70cc5a"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2024/08/0822_กสศ.-มูลนิธิกระจกเงา-03.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>“ธนาคารโอกาสและถนนครูเดิน เป็นตัวแบบหนึ่งที่จะเข้ามาช่วยเติมเต็มความขาดแคลน ด้วยการทำงานผ่านการศึกษาข้อมูล ทำให้เรารู้ว่าโรงเรียนใดขาดโครงสร้างพื้นฐาน โรงเรียนใดขาดเทคโนโลยีสมัยใหม่ โรงเรียนใดขาดครู หรือโรงเรียนใดต้องการองค์ความรู้เรื่องการจัดการเรียนการสอน ในฐานะภาคเอกชนที่พร้อมเป็นฝ่ายสนับสนุน ขอขอบคุณทุกฝ่ายที่มองเห็นโอกาสของเด็ก ๆ เรื่องการเข้าถึงเครื่องมือดิจิทัล ซึ่งจะเป็นบานประตูที่ช่วยเปิดไปพบสิ่งที่ยิ่งใหญ่ในอนาคต”</p>



<p>ด้านภาคการเมืองนำโดยสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสุราษฎร์ธานี รองโฆษกพรรครวมไทยสร้างชาติ และสมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัด อำเภอท่าชนะ เขต 2 ได้ร่วมผลักดันนโยบายการจัดสรรทรัพยากรที่เสมอภาค โดยมองว่าหัวใจสำคัญในการแก้ปัญหาความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาได้ถึงราก คือความร่วมมือของทุกคนในพื้นที่</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-5b10b0"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2024/08/ปรเมษฐ์-จินา.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p><strong>ดร.ปรเมษฐ์ จินา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสุราษฎร์ธานี พรรครวมไทยสร้างชาติ</strong> กล่าวว่าจังหวัดสุราษฎร์ธานีคำนึงถึงเรื่องการสร้างความร่วมมือจากภาคส่วนต่าง ๆ ในการดูแลด้านการศึกษา พยายามตั้งโจทย์การทำงานให้สามารถแก้ปัญหาในพื้นที่ได้ เช่นสร้างการมีส่วนร่วมในการแก้ปัญหาการยุบโรงเรียนขนาดเล็ก ที่พยายามหาทางแก้ในหลายรูปแบบ หลายวิธีการ ใช้โมดูลหรือหน่วยการเรียนรู้ที่จำเป็นในพื้นที่ เข้ามาช่วยแก้ปัญหา เช่น บางโรงเรียนตั้งอยู่ในพื้นที่ที่มีความจำเป็นในเรื่องของการท่องเที่ยว ก็ใส่ในเรื่องขององค์ความรู้ด้านภาษา องค์ความรู้ด้านการท่องเที่ยว สุราษฎร์ธานีมีอำเภออยู่ติดทะเลถึง 9 อำเภอ ก็เข้าไปดูปัญหาในเรื่องของการประกอบอาชีพการประมง ให้สอดคล้องกับการเรียนรู้ในโรงเรียนขนาดเล็กที่อยู่ในทั้ง 9 อำเภอ</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-66a33c"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2024/08/ปรเมษฐ์-จินา-2.jpg" alt=""/></div><figcaption class="qubely-image-caption">ดร.ปรเมษฐ์ จินา</figcaption></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>“เราต้องให้ความสำคัญกับการเรียนเพื่อค้นพบตัวเอง ค้นพบศักยภาพของตัวเอง อย่างประเทศที่เขาสำเร็จการศึกษาในระดับต้น ๆ ของโลก ครูจะให้เด็กพยายามค้นพบตัวเอง เหมือนน้องเทนนิส ที่ค้นพบว่าตัวเองชอบเทควันโด ก็พยายามพัฒนาตัวเองเพื่อเล่นกีฬาชนิดนี้ให้ดี จนได้เหรียญโอลิมปิก ความสำคัญในประเด็นต่อมา ก็คือการสร้างการมีส่วนร่วมในการพัฒนาการศึกษา โดยอาศัยความร่วมมือจากภาคส่วนต่าง ๆ ในพื้นที่ ทุกองคาพยพในพื้นที่ ต้องมีการวางเป้าหมายร่วมกัน วางแผนการทำงานและพยายามไปให้ถึงเป้าหมายที่วางไว้ โดยเดือนกันยายนจังหวัดสุราษฎร์ธานีกำลังจะมีการจัดงานสมัชชาการศึกษาขึ้นเพื่อระดมความคิดจากทุกภาคส่วนมาดูแลเรื่องนี้ เพื่อมีข้อมูลและแนวทางที่ชัดเจนในการผลักดันการจัดสรรงบประมาณด้านการศึกษารายหัว ที่สอดคล้องกับปัญหาที่เกิดขึ้นจริงในพื้นที่”</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-e6d6e0"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2024/08/บุญยิ่ง-ย้งลี.jpg" alt=""/></div><figcaption class="qubely-image-caption">บุญยิ่ง ย้งลี</figcaption></figure></div></div></div>



<p></p>



<p><strong>คุณบุญยิ่ง ย้งลี สมาชิกองค์การบริหารส่วนจังหวัดสุราษฎร์ธานี เขตอำเภอท่าชนะ </strong>กล่าวว่า สิ่งที่ทำให้มองเห็นชัดขึ้นจากการจัดกิจกรรมนี้ คือการพยายามสร้างความเสมอภาคในการเรียนรู้ พยายามลดความแตกต่างเรื่องทรัพยากรด้านการศึกษา ระหว่างโรงเรียนเล็กและโรงเรียนใหญ่ โดยใช้เทคโนโลยีหรือนวัตกรรมด้านการศึกษา มาเป็นเครื่องมือในการจัดการเรื่องการสร้างความเสมอภาคในการเรียนรู้ ซึ่งจะเห็นได้ว่าอุปกรณ์อย่างคอมพิวเตอร์เป็นเครื่องมือที่มีบทบาทสำคัญมาก</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-39f9b5"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2024/08/รัดเกล้า-อินทวงศ์-สุวรรณคีรี.jpg" alt=""/></div><figcaption class="qubely-image-caption">รัดเกล้า อินทวงศ์ สุวรรณคีรี</figcaption></figure></div></div></div>



<p></p>



<p><strong>คุณรัดเกล้า อินทวงศ์ สุวรรณคีรี รองโฆษกพรรครวมไทยสร้างชาติ</strong> กล่าวว่า ปัญหาด้านการศึกษา เป็นเรื่องละเอียดอ่อนที่จะต้องมองเห็นมิติและความซับซ้อนต่าง ๆ อย่างรอบด้าน จากที่เคยศึกษาเรื่องการใช้คอมพิวเตอร์มาช่วยในการเรียนการสอน พบว่าแม้อุปกรณ์คอมพิวเตอร์จะมีความสำคัญและมีบทบาทด้านการเรียนการสอน แต่สิ่งสำคัญไม่ยิ่งหย่อนไปกว่ากันคือการผลิตครูที่มีความเข้าใจ และมีบทบาทในการใช้คอมพิวเตอร์เพื่อเพิ่มศักยภาพการเรียนการสอนและจัดการศึกษา โดยคำนึงถึงสภาพปัญหาที่มีอยู่ในแต่ละพื้นที่ โดยครูจะมีบทบาทสำคัญอย่างยิ่งในการใช้ทรัพยากรทางการศึกษาให้มีประสิทธิภาพสูงสุด และคำนึงถึงการเรียนรู้เพื่อพัฒนาศักยภาพของตัวผู้เรียนโดยตรง ซึ่งเรื่องนี้เป็นข้อมูลสำคัญที่จะต้องนำไปทำงานต่อในพรรคร่วมรัฐบาล</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-de4f9b"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2024/08/พัฒนะพงษ์-สุขมะดัน-1.jpg" alt=""/></div><figcaption class="qubely-image-caption">พัฒนะพงษ์ สุขมะดัน</figcaption></figure></div></div></div>



<p></p>



<p><strong>คุณพัฒนะพงษ์ สุขมะดัน ผู้ช่วยผู้จัดการ กสศ.</strong> กล่าวว่า กสศ. มีภารกิจสำคัญเรื่องการลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา โดยมีสถาบันการศึกษา โรงเรียน และครู เป็น ‘ข้อต่อ’ ที่จะช่วยให้งานไปสู่ความสำเร็จ ทั้งนี้ กสศ. ได้มีการทำงานเพื่อพัฒนาและเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างของการศึกษาในระยะยาวจำนวนหนึ่ง เช่น โครงการครูรัก(ษ์)ถิ่น ที่มุ่งปิดข้อจำกัดของการขาดแคลนครูและทรัพยากรของโรงเรียนขนาดเล็กในพื้นที่ห่างไกล โดยสนับสนุนเด็กเยาวชนในพื้นที่ที่ตั้งใจอยากเป็นครูและขาดแคลนทุนทรัพย์ให้ได้ศึกษาต่อในระดับอุดมศึกษาด้วยหลักสูตรพัฒนาครูเพื่อทำงานในพื้นที่เฉพาะ และกลับมาเป็นครูในโรงเรียนบ้านเกิด สำหรับสุราษฎร์ธานีมีครูรัก(ษ์)ถิ่นรุ่นที่ 1 ที่จบการศึกษาและเตรียมบรรจุในเดือนตุลาคม 2567 นี้ 13 คน</p>



<p>ต่อมาคือการแก้ไขข้อจำกัดเรื่องทรัพยากร ซึ่ง กสศ. คาดหวังว่าธนาคารโอกาสและถนนครูเดินจะเป็นจุดเริ่มต้นเล็ก ๆ ที่ทำให้เกิดการส่งต่อทรัพยากรและยังเป็นการเติมความพร้อมให้กับครูและโรงเรียนในพื้นที่ห่างไกลได้มากขึ้น โดยกิจกรรม ‘ธนาคารโอกาสและถนนครูเดิน’ ได้เริ่มจัดที่ภาคเหนือ จังหวัดเชียงราย และครั้งนี้ที่ภาคใต้ จังหวัดสุราษฎร์ธานี ก่อนเตรียมจัดต่อเนื่องครั้งที่ 3 ที่ภาคตะวันออก จังหวัดตราด และครั้งที่ 4 ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ จังหวัดเลย นอกจากนี้ในภาพใหญ่ กสศ. ยังมีงานวิจัยเรื่องนโยบายการจัดสรรทรัพยากร ‘Equity Based Budgeting’ เพื่อจะทำให้งบประมาณจากส่วนกลางสามารถลงไปถึงโรงเรียนปลายทางได้ตามความจำเป็นพื้นฐาน ซึ่งจะทำให้โรงเรียนขนาดกลางและขนาดเล็กหลุดจากข้อจำกัดจากการจัดสรรทรัพยากรตามจำนวนนักเรียน อันเป็นสาเหตุของช่องว่างความเหลื่อมล้ำที่เกิดจาก ‘ขนาด’ ของโรงเรียน ส่วนอีกประเด็นหนึ่งคือการทำให้แต่ละ ‘พื้นที่’ สามารถจัดการเรื่องความเหลื่อมล้ำได้ด้วยตัวเอง เช่นเดียวกับที่จังหวัดสุราษฎร์ธานีมีการผลักดันให้เกิดการจัดตั้ง ‘สมัชชาการศึกษา’ จนเกิดการระดมความร่วมมือและจัดสรรทรัพยากรจากหน่วยงานและคนหลายภาคส่วนในจังหวัด เพื่อปรับเปลี่ยนและวางแผนงานด้านการศึกษาในพื้นที่ในระยะยาว ทั้งหมดนี้คือการส่งเสริมโรงเรียนและครูให้มีความเข้มแข็ง</p><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/news-220824/">กสศ. มูลนิธิกระจกเงา และเครือข่าย จัดกิจกรรมธนาคารโอกาสและถนนครูเดินครั้งที่ 2 ภาคใต้ ‘สมัชชาการศึกษาสุราษฎร์ธานีผนึกการเมือง’ ประกาศสานต่อความร่วมมือเติมทรัพยากรโรงเรียนขาดแคลน</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ถนนครูเดิน : ภาพสะท้อนการดิ้นรนของโรงเรียนขนาดเล็กในพื้นที่ห่างไกล กับงบประมาณรัฐที่ไม่เคยทั่วถึง</title>
		<link>https://www.eef.or.th/article-70580/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 26 Jul 2023 07:16:55 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Movement]]></category>
		<category><![CDATA[บทความ]]></category>
		<category><![CDATA[โรงเรียนพื้นที่ห่างไกล]]></category>
		<category><![CDATA[ปฏิรูปการศึกษา]]></category>
		<category><![CDATA[นโยบายสาธารณะ]]></category>
		<category><![CDATA[โรงเรียนบ้านกองม่องทะ]]></category>
		<category><![CDATA[ถนนครูเดิน]]></category>
		<category><![CDATA[งบประมาณรัฐ]]></category>
		<category><![CDATA[Public Policy Move]]></category>
		<category><![CDATA[โรงเรียนขนาดเล็ก]]></category>
		<category><![CDATA[ดนยา ไชยน้ำอ้อม]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?p=70580</guid>

					<description><![CDATA[<p>“เหมือนระบบการศึกษาบังคับให้ครูต้องไปต่อสู้ ต้องแข่งกัน [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/article-70580/">ถนนครูเดิน : ภาพสะท้อนการดิ้นรนของโรงเรียนขนาดเล็กในพื้นที่ห่างไกล กับงบประมาณรัฐที่ไม่เคยทั่วถึง</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>“เหมือนระบบการศึกษาบังคับให้ครูต้องไปต่อสู้ ต้องแข่งกันเขียนโครงการนำเสนอ เพื่อแย่งชิงไขว่คว้างบประมาณที่มีอยู่น้อยนิด ทั้งที่ครูเองต่างรู้กันว่า ไม่ว่าโครงการผ่านได้งบเพิ่ม หรือจะโดนปัดตกไม่ได้รับพิจารณา สุดท้ายแล้วงบสำหรับโรงเรียนเล็ก ๆ ก็ไม่มีทางพออยู่ดี”</p>



<p><strong>‘ครูเอ๋’ ดนยา ไชยน้ำอ้อม</strong> จาก<strong>โรงเรียนบ้านกองม่องทะ </strong>สาขาบ้านสาละวะ ตำบลไล่โว่ อำเภอสังขละบุรี จังหวัดกาญจนบุรี เผยความรู้สึกต่อคำถามที่ว่า ครูต้องใช้ความพยายามแค่ไหน เพื่อจะมีทรัพยากรเพียงพอต่อการจัดการศึกษาอย่างมีคุณภาพในโรงเรียนขนาดเล็กที่ตั้งอยู่ในพื้นที่ทุรกันดารห่างไกล</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-6e31da"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/07/14-ภาพสะท้อนการดิ้นรน-01.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>วันนี้<strong>ครูเอ๋</strong>เดินทางมาที่โรงเรียนซองกาเรีย ตำบลหนองลู อำเภอสังขละบุรี พร้อมนำงบประมาณจากเงินบริจาค กับเงินสมทบส่วนตัวอีกส่วนหนึ่ง มาจัดหาอุปกรณ์การเรียนและสิ่งของจำเป็นในงาน <strong>‘ถนนครูเดิน’</strong> ซึ่งกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) และมูลนิธิกระจกเงา จัดขึ้นเพื่อเป็น ‘ตลาดสื่อการศึกษา’ สำหรับโรงเรียนพื้นที่ห่างไกลในจังหวัดกาญจนบุรี</p>



<p>“จากบ้านสาละวะมาที่โรงเรียนซองกาเรียห่างกัน 45 กิโลเมตร แต่ต้องใช้เวลาเดินทางราว 1 ชั่วโมงครึ่ง เพราะเป็นถนนลาดชันลงจากเขาสูง หลายจุดชัน เป็นหลุมบ่อ ขับค่อนข้างยาก ถ้าไม่ใช้รถโฟร์วีลก็แทบไม่มีทางมาได้” <strong>ครูเอ๋</strong>บรรยายเส้นทางที่ผ่าน</p>



<p><strong>ครูเอ๋</strong>เคยสอนในโรงเรียนมัธยมขนาดใหญ่ประจำอำเภอ มีนักเรียนราว 2,000 คน ก่อนขอย้ายมาประจำที่โรงเรียนสาขา ซึ่งมีนักเรียน 105 คน ในชั้นอนุบาล 1 ถึง ป.6 กับครูอีก 8 คน จึงเข้าใจความแตกต่างระหว่างโรงเรียนสองขนาดเป็นอย่างดี โดยเฉพาะด้านงบประมาณการศึกษาที่ครูบอกว่าเกณฑ์การจัดสรรงบประมาณรายหัวตามจำนวนนักเรียน เป็นปัจจัยสำคัญที่ยิ่งถ่างขยายช่องว่างความเหลื่อมล้ำมากขึ้นระหว่างโรงเรียนในเมืองกับโรงเรียนขนาดเล็กในพื้นที่ห่างไกล</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-bff774"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/07/14-ภาพสะท้อนการดิ้นรน-02.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-e1b0c0"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/07/14-ภาพสะท้อนการดิ้นรน-03.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>“ที่เห็นชัดคือโรงเรียนขนาดใหญ่มีความพร้อมทุกด้าน ทั้งการเดินทาง ทรัพยากร และงบประมาณ ขณะที่โรงเรียนในพื้นที่ห่างไกลและมีจำนวนนักเรียนน้อย โอกาสเข้าถึงสิทธิ์ต่าง ๆ ของเด็กก็ยิ่งลดลงตามระยะทาง&nbsp;</p>



<p>“ตอนนั้นเราคิดว่าบางทีอาจทำประโยชน์ได้มากกว่า ถ้าลองไปอยู่ในโรงเรียนเล็ก ๆ ที่ขาดแคลน พอไปอยู่ตรงนั้นเรายิ่งเข้าใจ ว่าความเหลื่อมล้ำจะไม่มีทางดีขึ้นได้ ถ้าไม่มีการปรับเปลี่ยนเรื่องเกณฑ์จัดสรรเงินอุดหนุนที่ยังคิดตามจำนวนนักเรียน หมายถึงโรงเรียนที่มีนักเรียนเยอะ งบก็เยอะตาม การทำแผนของบประมาณ เบิกพัสดุ ขอใช้อุปกรณ์ หรือส่งครูไปอบรมพัฒนาศักยภาพ เราทำได้ทั้งหมด แต่พอเป็นโรงเรียนไซซ์เล็กมีเด็กร้อยกว่าคน ก็แทบไม่มีงบอะไรเลย<strong> </strong>ห้องเรียนไม่พอ อาคารทรุดโทรม เด็กต้องใช้อุปกรณ์การเรียนหรืออุปกรณ์กีฬาเก่า ๆ บางครั้งครูต้องช่วยกันเจียดเงินหามาเติมให้ หรือเวลาครูจะไปอบรม ไปประชุมนอกพื้นที่ ผอ. กับครูต้องออกค่าใช้จ่ายเองทั้งหมด</p>



<p>“&#8230;สำหรับเราเอง วันนี้ยังพอพูดได้อยู่ว่า ‘ไม่เป็นไร’ แต่มันก็สะท้อนว่าเมื่อช่องว่างของโรงเรียนแตกต่างกันขนาดนี้ เราจะหวังให้เด็กพัฒนาศักยภาพทัดเทียมกันได้อย่างไร”</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-53a917"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/07/14-ภาพสะท้อนการดิ้นรน-04.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>นอกจากงานสอนและดูแลเด็ก การเป็นครูโรงเรียนสาขายังทำให้<strong>ครูเอ๋</strong>ได้ช่วยโรงเรียนเรื่องระดมทุน จัดหาเครื่องมืออุปกรณ์การเรียน เสื้อผ้า รองเท้า รวมถึงอาหารแห้งและสิ่งจำเป็นในชีวิตให้กับครอบครัวของเด็ก ๆ ด้วย โดยมากกว่า 90 เปอร์เซ็นต์ของงบประมาณที่เข้ามาช่วยเติมเต็มล้วนมาจากภายนอก ซึ่งแน่นอนว่าที่โรงเรียนแห่งนี้ไม่มีสมาคมผู้ปกครอง จึงเป็นภาคเอกชนและหน่วยงานต่าง ๆ ที่มาด้วยใจและทรัพยากรต่าง ๆ เพื่อช่วยให้โรงเรียนแก้ปัญหาเฉพาะหน้าไปได้</p>



<p>“ปัญหาใหญ่คืออุปกรณ์การเรียนขาดแคลนและหายากมาก ส่วนใหญ่ต้องรอคนภายนอกหรือภาคเอกชนมาบริจาค เขาจะถามมาว่าเราขาดอะไร อยากได้อะไร เราก็แจ้งไป เขาก็จัดส่งมาให้ หรือบ้างก็สนับสนุนมาเป็นเงินให้เราจัดสรรเอง อย่างที่เรามางานวันนี้ก็เพื่อหาซื้อของ ปกติบางศุกร์สอนเสร็จ เราก็ลงมาในเมือง หาเสื้อผ้า หาอะไรขึ้นไปให้เด็ก ทำกันไปตามงบที่ได้”<br>แม้เป็นงานยากและต้องอาศัยความเพียรพยายามอย่างที่สุด หาก<strong>ครูเอ๋</strong>ยังเชื่อมั่นว่า การนำการศึกษาคุณภาพเข้าไปให้เด็ก ๆ คือหนทางเดียวที่จะเปลี่ยนแปลงชีวิตความเป็นอยู่ของคนในชุมชน เพื่อให้คนรุ่นถัดไปมีหนทาง มีโอกาสมากกว่าคนรุ่นพ่อแม่ แนวทางหนึ่งของโรงเรียนจึงเป็นการเสริมทักษะและเปิดประสบการณ์อาชีพ ทั้งสนับสนุนการเรียนรู้เกี่ยวกับการเกษตรสมัยใหม่ ผลักดันงานหัตถกรรมอัตลักษณ์ท้องถิ่นให้มีช่องทางการตลาดใหม่ ๆ ด้วยเชื่อว่ายิ่งโรงเรียนบ่มเพาะขัดเกลาเด็กตั้งแต่ยังเล็กมากเท่าไร อนาคตของชุมชนก็จะยิ่งเติบโตเข้มแข็งและทันต่อความเป็นไปของโลกภายนอกได้มากเท่านั้น</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-a8ae6e"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/07/14-ภาพสะท้อนการดิ้นรน-05.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p><strong>ครูเอ๋</strong>กล่าวว่า ที่ชุมชนสาละวะ ผู้คนยังใช้ชีวิตตามวิถีชาวบ้านดั้งเดิม พ่อแม่ผู้ปกครองเด็กส่วนใหญ่แทบไม่มีการศึกษา ถ้าจะหวังให้มีการดูแลเรื่องการศึกษาจากครอบครัวจึงเป็นไปไม่ได้เลย ภาระด้านการเรียนรู้ถือว่าอยู่ที่ครู 100 เปอร์เซ็นต์ ดังนั้นช่วงเช้าถึงเย็นที่เด็กอยู่โรงเรียน ครูต้องช่วยให้เด็กกอบโกยความรู้ให้มากที่สุด ส่วนเมื่อเด็กจบแล้วจะผลักดันให้เรียนต่อทุกคน โดยมีโรงเรียนบ้านกองม่องทะสาขาแม่ที่เป็นโรงเรียนขยายโอกาสถึง ม.3 รองรับ ครูกับ ผอ. ต่างช่วยกันหาทางระดมทุนเต็มที่ มีเรือนพักนอนและดูแลค่าใช้จ่ายให้หมด พอจบ ม.3 ก็ดันต่อไปที่โรงเรียนประจำอำเภอ ซึ่งเป็นเครือข่ายการทำงานระหว่างโรงเรียน โดยทุกฝ่ายคิดตรงกันว่าต้องให้เด็กได้เรียนต่อสูงที่สุดตามศักยภาพ</p>



<p>“มีเด็กส่วนหนึ่งที่รอดไปได้ และกลุ่มที่ไม่ไหวจริง ๆ ก็หลุดไปบ้างระหว่างทาง เมื่อเราดันเด็กไปถึงจุดหนึ่ง เขาจะเริ่มอยากไปต่อด้วยตัวเอง เรียนรู้ว่าต้องหาทางดิ้นรนต่อไปยังไง เราเป็นครู ทำได้มากที่สุดคือต้องเติมเชื้อไฟความฝัน หาช่องทางให้เด็กมีทางเลือกมากขึ้น อย่างตอนนี้มีหน่วยงานที่สนใจมาช่วยกัน มีทุน กสศ. มีโครงการครูรัก(ษ์)ถิ่น ทำให้รุ่นน้องได้เห็นรุ่นพี่ไปเรียน แล้วเขาก็มีความหวัง โรงเรียนก็ต้องทำหน้าที่สื่อสารผู้ปกครองให้เข้าใจ เพราะแทบทุกบ้านไม่อยากให้เด็กไปเรียน เขาอยากได้เพียงแรงงานไปช่วยทำงานเร็ว ๆ เราก็ต้องไปคุยให้เข้าใจ ว่าการเรียนจะทำให้เด็กมีโอกาสมากกว่า คืออย่างน้อยเขาไม่มีเงินส่งลูกเรียน แต่ถ้าครูหาทุนให้ได้ มีค่าเทอมค่ายังชีพ ได้เรียนมหาวิทยาลัย เขาก็ควรให้เด็กได้ออกไปมีทางเลือกในชีวิต&nbsp;</p>



<p>“ประโยคที่ได้ยินบ่อยคือ ถ้าลูกไปเรียนแล้วใครจะทำงานเลี้ยงครอบครัว คือเขาหวังให้ลูกทำงานเลี้ยงครอบครัวให้เร็วที่สุด จบ ป.6 จบ ม.3 เขาพอแล้ว มันก็เลยเป็นวงจรของการทำงานอยู่แถวบ้าน และคอยเลี้ยงน้องเป็นรุ่น ๆ ต่อไป หลายครั้งเลยรู้สึกเหมือนอกหัก ที่เราพยายามหาทุนให้จนได้ แต่พ่อแม่เด็กไม่เห็นความสำคัญเลย ไม่ยอมส่งลูกไปเรียนด้วยซ้ำ จนสุดท้ายเขาเอาลูกไปทำงาน เราก็ทำอะไรไม่ได้”</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-188232"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/07/14-ภาพสะท้อนการดิ้นรน-06.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-7607e5"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/07/14-ภาพสะท้อนการดิ้นรน-07.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>บ่ายแก่ฟ้าครึ้ม ก่อนฝนเตรียมเทลงมา แล้วเมื่อนั้นเส้นทางกลับไปยังโรงเรียนก็จะยิ่งอันตรายขึ้น <strong>ครูเอ๋</strong>ได้ทิ้งท้ายกับเราว่า “เกณฑ์จัดสรรงบประมาณถือเป็นประเด็นเชิงนโยบาย ซึ่งผู้บริหารประเทศหรือกระทรวงที่มีส่วนเกี่ยวข้องต้องหาทางปรับเปลี่ยน เราเป็นครูผู้ปฏิบัติหน้าที่ใต้เกณฑ์กำกับของรัฐ ก็ได้แค่ทำงานของเราไป แล้วรอคอยว่าวันหนึ่งความเปลี่ยนแปลงอาจจะเกิดขึ้น”</p>



<p>หากถามถึงความรู้สึกเบื้องลึก ในฐานะครูโรงเรียนพื้นที่ห่างไกลคนหนึ่ง <strong>ครูเอ๋</strong>สะท้อนว่า “ปัญหาที่ชัดที่สุดที่ต้องเจอคือเรื่องการเดินทางออกนอกพื้นที่ ไม่ว่าไปประชุม ไปอบรมอะไรต่าง ๆ เราต้องขับรถลงไปเอง หาที่พักเอง หลายครั้งใช้ค่าใช้จ่ายส่วนตัวเองทั้งหมด ทีนี้พอได้เห็นได้รับรู้ว่าครูจากโรงเรียนในตัวอำเภอหรือครูจากที่อื่น ๆ เขาสะดวกกว่า พร้อมกว่า มันก็มีแอบคิดบ้าง ว่าทำไมโรงเรียนขนาดใหญ่ อยู่ในเมือง และมีเด็กเยอะ ๆ เขาถึงดูแลกันดีจัง ขณะที่เราไปอยู่ไกล ๆ ก็อยากได้รับการดูแลบ้าง เพราะเราเองก็เป็นครูเหมือนกัน แล้วก็สอนเด็กนักเรียนในระดับชั้นเดียวกันด้วย”</p>



<p>เรื่องราวจากครูตัวเล็ก ๆ ผู้เป็นตัวแทนครูโรงเรียนขนาดเล็กในพื้นที่ห่างไกล ชวนให้ย้อนกลับมามองและตระหนักร่วมกันว่า ถึงเวลาหรือยังที่ครูและโรงเรียนขนาดเล็กเหล่านี้จะได้รับความสำคัญ มองเห็นปัญหา และผลักดันสู่วาระการ ‘ปฏิรูปงบแก้เหลื่อมล้ำ’ เพื่อโอกาสทางการศึกษา เพื่อคุณภาพชีวิตของคุณครู และเพื่อจะช่วยเปิดกว้างให้เส้นทางชีวิตของเด็ก ๆ ในพื้นที่ห่างไกลเหล่านี้ มีทางเลือกมากขึ้น</p><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/article-70580/">ถนนครูเดิน : ภาพสะท้อนการดิ้นรนของโรงเรียนขนาดเล็กในพื้นที่ห่างไกล กับงบประมาณรัฐที่ไม่เคยทั่วถึง</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
