<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>ครูนักออกแบบ | กสศ.</title>
	<atom:link href="https://www.eef.or.th/tag/%E0%B8%84%E0%B8%A3%E0%B8%B9%E0%B8%99%E0%B8%B1%E0%B8%81%E0%B8%AD%E0%B8%AD%E0%B8%81%E0%B9%81%E0%B8%9A%E0%B8%9A/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.eef.or.th</link>
	<description>กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา</description>
	<lastBuildDate>Tue, 21 Jun 2022 10:39:03 +0000</lastBuildDate>
	<language>th</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.3.10</generator>

<image>
	<url>https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/02/cropped-fav-icon-32x32.png</url>
	<title>ครูนักออกแบบ | กสศ.</title>
	<link>https://www.eef.or.th</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>PLC Coaching : แลกเปลี่ยนเรียนรู้ มาเป็น ‘ครู’ นักออกแบบ ‘กระบวนการเรียนรู้เชิงรุก’ กันเถอะ</title>
		<link>https://www.eef.or.th/tsqp-plc-coaching-210622/?utm_source=rss&#038;utm_medium=rss&#038;utm_campaign=tsqp-plc-coaching-210622</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 21 Jun 2022 10:39:02 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[โรงเรียน TSQP]]></category>
		<category><![CDATA[Movement]]></category>
		<category><![CDATA[TSQP]]></category>
		<category><![CDATA[ครูนักออกแบบ]]></category>
		<category><![CDATA[ครูเชาวลี ทองสุข]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?p=57158</guid>

					<description><![CDATA[<p>โครงการครูเพื่อศิษย์และกระบวนการ PLC Coaching&#160; คือ [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/tsqp-plc-coaching-210622/">PLC Coaching : แลกเปลี่ยนเรียนรู้ มาเป็น ‘ครู’ นักออกแบบ ‘กระบวนการเรียนรู้เชิงรุก’ กันเถอะ</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>โครงการครูเพื่อศิษย์และกระบวนการ PLC Coaching&nbsp; คือการสนับสนุนให้ครูมีที่ปรึกษาทางความคิดและสามารถออกแบบการเรียนรู้ให้เกิดศักยภาพมากที่สุดได้ เป็นหนึ่งในโครงการที่มูลนิธิสยามกัมมาจล และกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) ให้การสนับสนุน โดยมีเป้าหมายเพื่อพัฒนาครูให้มีคุณภาพได้ในทุกพื้นที่ผ่านชุมชนทางการศึกษาที่มีนักวิชาการมาช่วยออกแบบ แลกเปลี่ยนมุมมอง ถอดบทเรียนปัญหา และถ่ายทอดประสบการณ์ความสำเร็จระหว่างกัน โดยเมื่อปลายเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา มีการจัดนิทรรศการครูต้นเรื่อง Online เพื่อเล่าประสบการณ์จัดการเรียนรู้ในชั้นเรียนที่สามารถสร้างแรงบันดาลใจให้แก่กันและกันได้</p>



<p>ครูเชาวลี ทองสุข หรือ ‘ครูฟิวส์’ เป็นหนึ่งในครูต้นเรื่องจากทีมโค้ชมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ที่นำเสนอการเรียนรู้สร้างแรงบันดาลใจหัวข้อ ‘ครูคนไหนก็ใช้กระบวนการวิทยาศาสตร์จัด Active Learning ได้’ ซึ่งปกติครูฟิวส์จะสอนภาษาอังกฤษให้นักเรียนระดับชั้นประถม 1-6 โรงเรียนวัดพังยอม จังหวัดนครศรีธรรมราช เป็นหลักโดยไม่เคยไปเกี่ยวข้องกับการสอนวิทยาศาสตร์เลย</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-475e2f"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2022/06/2LinkThumbnaiแลกเปลี่ยนเรียนรู้-มาเป็น-‘ครู-นักออกแบบ-‘กระบวนการเรียนรู้เชิงรุก.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>ใจความสำคัญในสิ่งที่ ครูฟิวส์ เล่า คือกระบวนการ PLC ที่ทำให้เกิดการแลกเปลี่ยนความคิดและนำไปสู่มุมมองใหม่ๆ ต่อวิธีการเรียนการสอนของตัวเอง เด็กสนุกขึ้นและเกิดทักษะสำคัญในการเรียนรู้อย่างเป็นธรรมชาติที่จะติดตัวไปตลอดชีวิต นั่นก็คือ ‘การตั้งคำถาม’ ซึ่งเธอพบว่ากระบวนทางวิทยาศาสตร์เป็นเครื่องมือสำคัญที่สามารถกระตุ้นสิ่งนี้ให้เด็กๆ ได้ ขณะเดียวกันเธอก็ค้นพบว่า ตัวเองเองถึงไม่ได้สอนวิทยาศาสตร์แต่ก็สามารถนำกระบวนการวิทยาศาสตร์ไปใช้ในชั้นเรียนได้ หากมีความเข้าใจหลักการพื้นฐานพอ จากนั้นจึงค่อยบวกความถนัดในความรู้ของตัวเองลงไปให้เด็กๆ ได้เรียนรู้อย่างสอดคล้องกันกับสิ่งที่เขากำลังตั้งใจศึกษาอย่างขะมักเขม้น</p>



<p>ครูฟิวส์ บอกว่า ยกตัวอย่างการเรียนรู้ของเด็กๆ ในช่วงเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา ทั้งโรงเรียนตกลงกันว่าจะเรียนรู้เรื่อง ‘น้ำ’ เพราะเป็นช่วงที่นครศรีธรรมราชเริ่มเข้าหน้าฝน เป็นเรื่องใกล้ตัวที่เด็กๆ สัมผัสได้ ก็จะมีโครงการวิทยาศาสตร์ง่ายๆ ให้ทำพร้อม กำหนดวิธีการแบบวิทยาศาสตร์ให้เด็กๆ ใช้ เพื่อนำไปสู่การค้นพบความรู้ใหม่สำหรับเขา ตามเป้าหมายที่เราต้องการ</p>



<p>&#8220;เพราะครูฟิวส์สอนภาษาอังกฤษ ก็จะมีการต้องตั้งคำถามด้วยภาษาอังกฤษให้เขาในชั่วโมงการสอนของเรา เพื่อให้นักเรียนคุ้นชินกับการตั้งคำถามของครูและกล้าที่จะบอกสิ่งที่เขาคิด กล้าที่จะแสดงความคิดเห็นให้เราและเพื่อนๆ ฟัง ครูฟิวส์ ไม่เคยกังวลกับตัวชี้วัดในการสอน เราเอาเรื่องที่จะสอนมาเป็นตัวตั้งก่อน แล้วถ้าต้องนำไปเชื่อมโยงกับตัวชี้วัดใด เราสามารถเอาสิ่งที่ได้จับทีหลังได้ เพราะกระบวนการสอนวิทยาศาสตร์แบบ Active Learning มีครบในนั้นอยู่แล้ว”</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-e84369"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2022/06/3LinkThumbnaiแลกเปลี่ยนเรียนรู้-มาเป็น-‘ครู-นักออกแบบ-‘กระบวนการเรียนรู้เชิงรุก.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<h2 class="wp-block-heading"><strong>หัวใจ 3 ดวงของ Active Learning</strong></h2>



<p>จากนั้น ครูฟิวส์ ยังได้ถ่ายทอดเคล็ดลับของกระบวนการ Active Learning ว่า ต้องคิดอยู่บนพื้นฐาน “เด็กเป็นเจ้าของการเรียนรู้” มีหัวใจสำคัญ 3 ดวงที่ต้องยึดกุมไว้ให้มั่น หัวใจดวงแรก คือ ต้องรู้ประสบการณ์เดิมของเขา บวกฐานความรู้เดิมคืออะไร หัวใจดวงที่สอง คือเมื่อได้คิดแล้วต้องลงมือทำ และหัวใจดวงที่สาม คือการที่เขาได้ค้นพบองค์ความรู้ใหม่ด้วยตนเอง โดยสามารถเชื่อมโยงองค์ความรู้เดิมได้ ซึ่งครูจะมีบทบาทในการช่วยตั้งคำถามเพื่อพาเขาไปสู่เป้าหมาย</p>



<p>&#8220;คำถามมีความสำคัญมาก จะต้องพาเด็กไปพบความรู้ใหม่จากคำถามได้ แต่คำว่าค้นพบความรู้ใหม่ ไม่จำเป็นว่าต้องเหมือนกับที่เราวางไว้แต่แรก เพียงแค่เป็นไปในทางเดียวกัน สอดคล้องกัน ความหมายเหมือนกันก็คือเขาพบองค์ความรู้ใหม่แล้ว”</p>



<p>ครูฟิวส์ ให้หลักคิดเพิ่มเติมว่า เมื่อตั้งโจทย์ทางวิทยาศาสตร์ไปให้เขาก็ต้องเปิดกว้างด้วย อย่างให้เรื่องน้ำเหมือนกัน แต่สิ่งที่เขาสนใจหาคำตอบไม่เหมือนกัน ครูฟิวส์สอน ชั้น ป.3 มีเด็ก 18 คน เขาก็จะมีโจทย์ของตัวเองต่างกันไป 18 เรื่อง เมื่อได้โจทย์ก็จะให้ตั้งวัตถุประสงค์ว่าต้องการหาคำตอบนี้เพื่ออะไร จากนั้นก็จะพาเด็กๆ ไปสู่การหาคำตอบโดยเริ่มต้นจากการรวมข้อมูลความรู้และความคิดที่มีต่อเรื่องนั้นๆ</p>



<p>“บางคนบอกว่าที่มาของความรู้มาจากกูเกิ้ล เราก็จะถามขยายต่อไปว่ากูเกิ้ลเป็นเครื่องมือเดียวที่ทำให้ได้คำตอบหรือไม่ อย่างโจทย์เรื่องการรู้สภาพอากาศในแต่ละวัน คำตอบก็จะออกมาเรื่อยๆ บางคนบอกว่าข้อมูลเขามาจากประกาศเสียงตามสาย ซึ่งครูยังไม่รู้เลยว่า อบต.พูดเรื่องนี้ในแต่ละวันด้วย แต่นี่คือคำตอบจากพื้นที่ของเขา”</p>



<p>หลังจากนั้น เราก็จะพาเด็กไปสู่การตั้งสมมุติฐาน บางคนรวมข้อมูลแล้วไปเจอใหม่ก็อาจเปลี่ยนสมมุติฐาน ซึ่งก็ไม่เป็นไรเพราะขั้นตอนต่อไปก็จะไปสู่การออกแบบการทดลองและการทดลองจริง โดยจะต้องมีการบันทึกและอภิปรายแลกเปลี่ยนมุมมองกัน สุดท้ายที่ต้องออกมาคือสรุปผลการทดลองและองค์ความรู้ใหม่ที่ค้นพบได้</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-243280"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2022/06/1LinkThumbnaiแลกเปลี่ยนเรียนรู้-มาเป็น-‘ครู-นักออกแบบ-‘กระบวนการเรียนรู้เชิงรุก.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>“สิ่งสำคัญเวลาเราช่วยคือคำถามต้องไม่ถามชี้นำ เป็นคำถามปลายเปิด หรือเป็นคำถามที่ย้อนจากคำตอบนักเรียน เพื่อต่อยอดจากสิ่งที่นักเรียนคิด ใช้เหตุผลในการตั้งคำถามและเรียนรู้ร่วมกันไปกับนักเรียนไปทีละก้าว บทบาทของครู ต้องจดจ่อกับการฟัง เพื่อสังเกตสิ่งที่นักเรียนต้องการสื่อสาร</p>



<p>แล้วนำมาตั้งคำถามให้ตรงประเด็นและถูกจังหวะ ให้โอกาสและเวลากับนักเรียนออย่างเพียงพอ ไม่เร่งหาคำตอบ เพื่อสร้างพื้นที่ปลอดภัยในการเรียนรู้ ซึ่งเด็กจะมีความสุขมากในห้องเรียนนี้”</p>



<p></p>



<h2 class="wp-block-heading"><strong>Active Learning เป็นจริงได้อย่างไร ?</strong></h2>



<p>“การเปลี่ยนแปลงต้องเริ่มตั้งแต่ผู้บริหาร การจัดการเรียนการสอนแบบนี้ต้องสนับสนุนและเห็นตรงกัน จึงจะพาครูไปทำได้ โรงเรียนของเราทำเรื่องนี้ทั้งกระบวนการ ครูทุกคนจึงทำได้”</p>



<p>ครูฟิวส์ บอกว่า จุดเริ่มต้นของโรงเรียนในการเปลี่ยนกระบวนการสอน มาจากการเข้าร่วมโครงการของมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ เมื่อปี 2563 ที่นำไปสู่การคิดร่วมกันเพื่อสร้างความเปลี่ยนแปลง</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-b5a5ef"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2022/06/4LinkThumbnaiแลกเปลี่ยนเรียนรู้-มาเป็น-‘ครู-นักออกแบบ-‘กระบวนการเรียนรู้เชิงรุก.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>“แต่ถามว่าจะเปลี่ยนได้เลยไหม สำหรับครูก็ไม่ง่าย เพราะครูทุกคนเชื่อว่าการสอนตัวเองดีอยู่แล้ว ดังนั้นการเปิดใจเรียนรู้จึงสำคัญ เอาง่ายๆ อย่างเราไม่ใช่ครูวิทยาศาสตร์ ครูทุกคนจะถามในใจว่า ทำไมต้องไปสอนวิทยาศาสตร์ แล้วทำไมจะต้องเป็นวิทยาศาสตร์ แน่นอนว่าครูฟิวส์เองก็มีคำถามนี้ แต่เราผลักดันด้วยการท้าทายตัวเองว่าจะทำได้ไหม แล้วถ้าเลือกทำแล้วจะทำอย่างไร</p>



<p>“เราเลือกทดลองทำ เพราะการลงมือทำไปแล้ว ถึงไม่โอเคสำหรับเราหรือนักเรียนก็แค่กลับมาเหมือนเดิม แต่ผลออกมาเป็นว่า เด็กสนุก เห็นชัดว่าเขามีทักษะคิดหลายรูปแบบ รู้จักรวมและแยกแยะข้อมูล คิดเป็นลำดับ และดูเหมือนว่าจะคิดได้อย่างซับซ้อนขึ้น เมื่อเราเห็นว่าเกิดผลในทางที่ดี เราก็ชวนเพื่อนครูมาดู เราก็ใช้กระบวนการ PLC ในโรงเรียนคุยกันและทำให้คนอื่นเห็นสิ่งที่เราทำ จากวงเล็กๆ ก็จะกว้างขึ้นเป็นทั้งระบบและกลายเป็นครอบครัวเดียวกันในที่สุด”</p><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/tsqp-plc-coaching-210622/">PLC Coaching : แลกเปลี่ยนเรียนรู้ มาเป็น ‘ครู’ นักออกแบบ ‘กระบวนการเรียนรู้เชิงรุก’ กันเถอะ</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>PLC Coaching เปิดห้องเรียนนอกตำรา เรื่องเล่าจาก ‘ครูวิทยาศาสตร์’ สู่การเป็น ‘ครูนักออกแบบ’ มือใหม่</title>
		<link>https://www.eef.or.th/plc-new-designer-teacher-070622/?utm_source=rss&#038;utm_medium=rss&#038;utm_campaign=plc-new-designer-teacher-070622</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 07 Jun 2022 08:58:12 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[ห้องเรียนความคิดสร้างสรรค์]]></category>
		<category><![CDATA[Movement]]></category>
		<category><![CDATA[PLC]]></category>
		<category><![CDATA[PLC Coaching]]></category>
		<category><![CDATA[ครูวิทยาศาสตร์]]></category>
		<category><![CDATA[ครูนักออกแบบ]]></category>
		<category><![CDATA[มยุรี ดวงจันทร์]]></category>
		<category><![CDATA[โครงการ ‘ครูเพื่อศิษย์’ ชุมชนแห่งการเรียนรู้ทางวิชาชีพ]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?p=56635</guid>

					<description><![CDATA[<p>ฟังเรื่องเล่าจากครูต้นเรื่องในโครงการ ‘ครูเพื่อศิษย์’ ช [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/plc-new-designer-teacher-070622/">PLC Coaching เปิดห้องเรียนนอกตำรา เรื่องเล่าจาก ‘ครูวิทยาศาสตร์’ สู่การเป็น ‘ครูนักออกแบบ’ มือใหม่</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>ฟังเรื่องเล่าจากครูต้นเรื่องในโครงการ ‘ครูเพื่อศิษย์’ ชุมชนแห่งการเรียนรู้ทางวิชาชีพ หรือ Professional Learning Community (PLC) ที่นำเอาประสบการณ์การจัดการเรียนรู้ ‘วิทยาศาสตร์’ ในรูปแบบใหม่มาเล่าสู่กันฟัง</p>



<p>จากกรอบคิดเดิมๆ ที่วัดผลประเมินความรู้เด็กๆ ด้วยเกณฑ์ความถูกต้องตามตำรา แต่กระบวนการ PLC ทำให้ ‘ครูก้อย’ ได้ค้นพบวิธีการสอนแบบบูรณาการนอกห้องเรียน โดยมีทีมโค้ช (PLC Coaching ) จากโรงเรียนรุ่งอรุณ และสถาบันอาศรมศิลป์ เป็นผู้ให้คำปรึกษา ในวันนี้วิชาวิทยาศาสตร์ที่เคยเป็นเสมือนยาขมสำหรับเด็กประถม จึงกลายเป็นเรื่องสนุกที่การมาเรียนก็เหมือนมาเล่นและทำกิจกรรมกับเพื่อนๆ</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-54ad87"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2022/06/1_LinkThumbnaiPLC-Coaching-เปิดห้องเรียนนอกตำรา-.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>เพราะความเสมอภาคทางการศึกษาไม่ได้หมายความถึงเพียงแค่ ‘โอกาส’ ในการได้รับการศึกษาเท่านั้น แต่ยังหมายถึง ‘คุณภาพ’ การศึกษาที่ทัดเทียมกันด้วย การเติมทักษะ แลกเปลี่ยนมุมมองและประสบการณ์ระหว่างกันของครู ไม่ว่าในสาขาเดียวกันหรือหลากหลายสาขาจะยิ่งเป็นการเสริมสมรรถนะให้การเรียนการสอน เพราะเมื่อครูมีศักยภาพที่ทัดเทียมกัน ไม่ว่าด้านองค์ความรู้ หรือกระบวนความคิด ไม่ว่าจะอยู่ที่กรุงเทพ ต่างจังหวัด หรือโรงเรียนเล็กๆ ในหมู่บ้านห่างไกล การมีครูที่มีศักยภาพจะช่วยให้เด็กๆ ไดัรับการศึกษาที่มีคุณภาพไม่ต่างกัน ถือเป็นความเสมอภาคด้านการศึกษาที่ควรทำให้เกิดขึ้นได้ทุกพื้นที่</p>



<p>จากกระบวนทัศน์นี้ จึงนำไปสู่โครงการ ‘ครูเพื่อศิษย์’ และกระบวนการ PLC Coaching  ที่คอยสนับสนุนให้ครูมีที่ปรึกษาทางความคิดและการออกแบบการเรียนรู้ให้เกิดศักยภาพมากที่สุด โครงการนี้เป็นหนึ่งในโครงการสำคัญที่มูลนิธิสยามกัมมาจล และกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) ให้การสนับสนุน</p>



<p></p>



<h2 class="wp-block-heading"><strong>จาก ‘ครูวิทย์’ สู่ ‘ครูนักออกแบบ’</strong></h2>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-6037a0"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2022/06/a.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>2 ปีก่อน <strong>มยุรี ดวงจันทร์</strong> หรือ <strong>‘ครูก้อย’</strong> ย้ายจากโรงเรียนเดิมเพื่อมาสอนวิทยาศาสตร์ระดับประถมศึกษา 1 &#8211; 6 ที่โรงเรียนเทศบาล 4  บ้านโนนสำนักมิตรภาพที่ 121 จังหวัดศรีสะเกษ แต่สิ่งที่แตกต่างไป คือโรงเรียนแห่งนี้นำกระบวนการสร้างชุมชนการเรียนรู้ทางวิชาชีพ หรือ PLC มาใช้ในการจัดการเรียนการสอน นี่จึงเป็นเหมือนปฐมบทบนเส้นทางสายใหม่ในฐานะครูของครูก้อยเช่นกัน</p>



<p>“ก่อนย้ายมาที่นี่ เราเป็นครูวิทยาศาสตร์ก็จัดการเรียนการสอนเหมือนโรงเรียนทั่วไป เรียนในห้องเรียนเป็นหลัก มีสื่อแบบอื่นช่วยบ้างบางชั่วโมงเช่นให้ดูวิดีโอ การจัดทำแผนการสอนก็เอาตัวครูเป็นหลัก จนลืมนึกไปว่าบางครั้งอาจทำให้เด็กไม่ได้รู้ในสิ่งที่เขาอยากรู้ หรือไม่ได้กระตุ้นให้เขาอยากรู้ในสิ่งที่ควรรู้ นานๆ เข้าเด็กๆ ก็เบื่อไม่อยากเรียน นั่งคุยง่วงเหงาหาวนอนกันไป”</p>



<p>วิชาวิทยาศาสตร์บางทีก็เหมือนยาขมสำหรับเด็ก ครูก้อย ยอมรับว่า บางทีเนื้อหาในตำราที่ใช้วัดผลประเมินก็ยากและเยอะเกินไปจนทำให้เด็กไม่อยากเรียน ยิ่งต้องอยู่แต่ในห้องสี่เหลี่ยมทุกวิชายิ่งน่าเบื่อ หรืออย่างการเปิดวิดีโอให้ดูเขาก็แค่มอง แค่นั่งฟังจอ แต่เขาได้ความรู้จากตรงนั้นแค่ไหน ไม่สามารถทราบได้เลย</p>



<p>พอมาที่นี่ โรงเรียนใช้กระบวนการ PLC อยู่แล้ว จึงให้ครูก้อยเริ่มจากสังเกตการณ์ ซึ่งโรงเรียนจะมีการ PLC เพื่อแลกเปลี่ยนออกแบบและวางแผนการสอนร่วมกันทุกวันศุกร์ในแต่ละสัปดาห์ จากนั้นทางโรงเรียนก็ให้ไปอบรมกับสถาบันอาศรมศิลป์ </p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-6e6811"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2022/06/2_LinkThumbnaiPLC-Coaching-เปิดห้องเรียนนอกตำรา-.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>สิ่งที่ได้กลับมาคือการที่การมององค์ความรู้และการถ่ายทอดในลักษณะที่เป็นธีมมากขึ้น และจะเป็นสิ่งที่ครูในโรงเรียนต้องมาค้นหาร่วมกัน จากนั้นจึงเป็นการเขียนแผนการสอน ระหว่างนั้นก็จะมีการปรึกษากับทางโค้ชจากสถาบันอาศรมศิลป์เป็นระยะ ทำให้ได้มุมมองคำแนะนำต่างๆ เพราะแผนบางอย่างอาจจะคิดจากมุมของตัวเองเป็นหลัก เมื่อมีที่ปรึกษาก็เหมือนมีคนช่วยชี้ให้เห็นมุมอื่นๆ มากขึ้น เช่น เรื่องนี้ตัวบ่งชี้ยังไม่ออก หรือบางอันก็เยอะเกินไป จะมีการปรับแผนและก็นำไปสู่กระบวนการสอน</p>



<p>“พอเข้าสู่การมองแบบนวัตกรรมองค์รวม ทำให้เราได้ปรับสู่วิถีการสอนใหม่ สิ่งที่ต้องทำคือการวิเคราะห์โรงเรียนของเราว่ามีอะไรที่เหมาะสำหรับเด็กๆ บ้าง จะมีการค้นหาธีม จัดทำแผนและออกแบบกิจกรรมไปตามธีมโดยเอาหลายวิชามาบูรณาการกัน วิทยาศาสตร์ไม่จำเป็นต้องจำกัดตัวเอง แต่สามารถเอาสังคม เอาภาษาไทยมาประยุกต์ได้โดยเป็นขาออกด้านการสื่อสาร เพื่อให้เด็กๆ ได้คิดจนครบกระบวนการ เมื่อเรียนรู้มา เขาก็ต้องถ่ายทอดได้ด้วย”</p>



<p>ด้วยกระบวนทัศน์นี้ จึงทำให้ครูวิทยาศาสตร์ในแบบที่คุ้นเคย เปลี่ยนแปลงตัวเองเป็น ‘ครูนักออกแบบความรู้’ วิชาวิทยาศาสตร์ที่ถูกออกแบบให้กลายเป็นการศึกษาแบบองค์รวม (Holistic Education) ทำให้เด็กประถมสามารถเรียนรู้ได้อย่างสนุกสนานเหมือนการเรียนเป็นการเล่นและทำกิจกรรมกับเพื่อนๆ</p>



<p></p>



<h2 class="wp-block-heading"><strong>ห้องเรียน ป.2 ‘วิทยาศาสตร์’ เรียนกันในแปลงผัก</strong></h2>



<p>ครูก้อย ได้เล่าถึงตัวอย่างล่าสุดสำหรับนักเรียนชั้น ป. 2 ที่เพิ่งนำมาใช้ในภาคเรียนนี้ โดยได้มีการกำหนดธีมเรื่อง ‘ผักสวนครัวรั้วเรา’ ขึ้น ซึ่งห้องเรียนแบบนี้ ยิ่งทำให้เห็นภาพชัดเจนว่า ความรู้ที่ถูกต้องตามตำรา อาจไม่ได้หมายความว่าเด็กๆมีความรู้ในเรื่องนั้นจริงก็เป็นได้</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-b2c611"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2022/06/3_LinkThumbnaiPLC-Coaching-เปิดห้องเรียนนอกตำรา-.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>“ช่วงโควิดที่เด็กๆ ต้องเรียนออนไลน์ มีการสอนเรื่องผักสวนครัว เวลาถามเรื่องผักสวนครัว เขาตอบได้หมด กระเพรา แตงกวา โหระพา พริก ถ้าประเมินตามนี้อิงกับเกณฑ์จากส่วนกลางตามรูปแบบการศึกษาทั่วไป หลายคนได้คะแนนเต็มด้วยซ้ำ แต่เราไม่รู้ว่าสิ่งที่เขาตอบมาจากความรู้ของเขาเองหรือเปล่า หรือผู้ปกครองบอก แต่พอเปิดเทอม เรานำธีมนี้มาทำแผนและ PLC กันใหม่ เพื่อใช้ในการเรียนแบบ Onsite เพราะโรงเรียนมีพื้นที่เหมาะสม มีแปลงผัก มีพืชพรรณอยู่ไม้น้อยที่สามารถให้เด็กๆ เรียนรู้จากของจริงได้”</p>



<p>ครูก้อย อธิบายว่า สำหรับเด็ก ป.2 จะมีวิชาวิทยาศาสตร์ที่ต้องเรียนอยู่ประมาณ 20 ชั่วโมง เฉพาะในธีม ‘ผักสวนครัวรั้วเรา’ ออกแบบให้เขาเรียนรู้ 5 ชั่วโมง โดยทยอยเรียนรู้ไปทีละประเด็นในแต่ละสัปดาห์ จากนั้นจึงค่อยผ่านไปเรียนรู้ในธีมอื่น</p>



<p>“แผนการสอนของผักสวนครัวรั้วเรา ตอนแรกจะให้เด็กๆ เข้าสู่การปลูกเลย แต่โค้ชมองว่าน่าจะเริ่มจากการสำรวจก่อนดีกว่า เพื่อประเมินพื้นฐานของเด็กๆ ด้วย พอลองให้สำรวจดู เราพบว่าสิ่งที่เขาเคยตอบได้ฉะฉานตามตำรา พอไปเจอผักจริงๆ เจอองค์ประกอบของพืชจริง หลายคนไม่รู้จัก บางคนรู้จักแต่พริกสีแดงเพราะเห็นบ่อยๆ ในภาพ แต่ไม่รู้ว่ามีพริกสีเขียวด้วยซ้ำ เราก็เริ่มต้นปูพื้นฐานความสำคัญของการเก็บข้อมูล เขาได้เห็น ใบ ดอกผล ลำต้นราก จากนั้นก็จะนำไปสู่คำถามเพื่อไปสู่ขั้นตอนลึกต่อไป เช่นว่า ทำไมผักถึงเจริญเติบโตได้แล้วก็ชวนกันหาคำตอบ”</p>



<p>หลังการสำรวจ ในสัปดาห์ถัดมาจึงเป็นเรื่องของการรู้จักสภาพแวดล้อมที่ต้นไม้แต่ละชนิดเติบโต เช่น ต้องมีดิน มีน้ำ มีอากาศ และแต่ละชนิดก็ชอบต่างกันไป เมื่อเรียนรู้แล้วก็ให้เขาทดลองปลูก ตั้งแต่เตรียมดินไปจนถึงการเก็บเกี่ยวและแปรรูปเป็นอาหารในสัปดาห์สุดท้าย</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-b926a3"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2022/06/4_LinkThumbnaiPLC-Coaching-เปิดห้องเรียนนอกตำรา-.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>“เด็กๆ ก็ว้าวเลย บอกว่าเรียนแบบนี้สนุก ชอบกันมาก สิ่งที่เราเห็น เขามีความสนใจ มีความตั้งใจ มีความกล้ามากขึ้น กล้าคุย กล้าตอบ กล้าแลกเปลี่ยน เป็นผลที่เกิดเกินคาดเลย มีทักษะการสื่อสารไม่ว่ากับเพื่อนร่วมทีมหรือการนำเสนอในห้อง เราเองก็ประเมินเขาได้จริง เพราะคราวนี้เขารู้จักชื่อผักนั้นๆ จริง รู้ว่าส่วนประกอบของผักคืออะไร รู้ประโยชน์ หรือบางคำถามเราไม่คิดว่าจะถาม แต่ก็ทำให้เราไปต่อยอดได้ด้วย คือเป็นครูให้กับครูเองด้วย</p>



<p>“คำว่า อ๋อ ของเด็กๆ ที่แปลงผักไม่เหมือนในห้องเรียน ผักเดียวกันที่เขาตอบถูกในห้อง แต่พอมาอ๋อกับของจริงเป็นความรู้สึกคนละแบบ คำว่าวิทยาศาสตร์คือการสังเกต การทดลอง ทุกอย่างถ้าเราใช้หลักวิทยาศาสตร์มาสอนจริงๆ เด็กต้องได้ลงมือทำถึงจะเกิดเป็นทักษะที่ติดตัวเขา เมื่อมีแล้วก็จะเกิดเป็นองค์ความรู้ บางอย่างอาจเกิดจากตัวเขาเอง หรือบางอย่างเกิดจากการที่เขาได้สังเกต สำรวจ ดังนั้น วิทยาศาสตร์จึงไม่จำเป็นต้องอยู่แค่ในหนังสือเรียนเท่านั้น”</p>



<p>ครูก้อย ยังย้ำว่า ความจริงวิทยาศาสตร์ก็คือสิ่งรอบตัว แต่บางทีพอไปยึดติดกับตำราก็ไม่สามารถออกแบบการเรียนรู้ให้เด็กๆ เรียนรู้กับธรรมชาติได้ เพราะตำราเขาเขียนมาตามบทว่าต้องสอนอะไรก็ทำไปแค่นั้น  แต่ถ้าการสอนเกิดขึ้นโดยการเป็นครูนักออกแบบ ในเรื่องเดียวกันหนึ่งเรื่อง ก็จะสามารถวิเคราะห์เด็กได้หลายเรื่องมากกว่าในตำรา</p>



<p>“การที่เราจะพัฒนาอะไรสักอย่างต้องเริ่มจากครูเอง ถ้าครูไม่เปิดใจ หรือผู้บริหารไม่กล้าเปลี่ยนการศึกษาก็ไม่เปลี่ยน  ดังนั้น จึงอยู่ที่ตัวเรากล้าที่จะเปลี่ยนหรือไม่ ตำราจะเป็นแค่เครื่องชี้แนะ แต่เราสามารถจัดการเรียนการสอน ทำเป็นแผนได้ด้วยตัวเอง เราสามารถนำความรู้ต่างๆ มาบูรณาการ มาตกแต่งได้ ครูอยากให้เด็กเป็นอย่างไรก็พาเขาไปสู่เป้าหมายตามที่หวังไว้ ไม่ใช่พาไปตามที่ตำราหวังไว้ ครูจึงมีความสำคัญที่สุดว่าจะกล้าเปลี่ยนวิธีคิดของตัวเองหรือไม่” ครูก้อย กล่าวทิ้งท้าย</p><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/plc-new-designer-teacher-070622/">PLC Coaching เปิดห้องเรียนนอกตำรา เรื่องเล่าจาก ‘ครูวิทยาศาสตร์’ สู่การเป็น ‘ครูนักออกแบบ’ มือใหม่</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
