<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>TIMSS | กสศ.</title>
	<atom:link href="https://www.eef.or.th/tag/timss/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.eef.or.th</link>
	<description>กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา</description>
	<lastBuildDate>Fri, 17 Apr 2020 13:26:37 +0000</lastBuildDate>
	<language>th</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.3.10</generator>

<image>
	<url>https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/02/cropped-fav-icon-32x32.png</url>
	<title>TIMSS | กสศ.</title>
	<link>https://www.eef.or.th</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>ธนาคารโลกกระตุ้นรัฐบาลทั่วโลกอย่าละเลยการศึกษาในช่วง COVID-19 ระบาด</title>
		<link>https://www.eef.or.th/825-2/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 17 Apr 2020 13:26:37 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[ข่าวสารความรู้]]></category>
		<category><![CDATA[PISA]]></category>
		<category><![CDATA[COVID-19]]></category>
		<category><![CDATA[World Bank]]></category>
		<category><![CDATA[ธนาคารโลก]]></category>
		<category><![CDATA[NAEP]]></category>
		<category><![CDATA[TIMSS]]></category>
		<category><![CDATA[PIRLS]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?p=12973</guid>

					<description><![CDATA[<p>ธนาคารโลก (World Bank) ออกโรงกระตุ้นรัฐบาลนานาประเทศทั่ [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/825-2/">ธนาคารโลกกระตุ้นรัฐบาลทั่วโลกอย่าละเลยการศึกษาในช่วง COVID-19 ระบาด</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><img decoding="async" fetchpriority="high" class="aligncenter size-full wp-image-12981" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/04/thumbnail-2-1.jpg" alt="" width="864" height="454" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/04/thumbnail-2-1.jpg 864w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/04/thumbnail-2-1-300x158.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/04/thumbnail-2-1-768x404.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/04/thumbnail-2-1-750x394.jpg 750w" sizes="(max-width: 864px) 100vw, 864px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ธนาคารโลก (World Bank) ออกโรงกระตุ้นรัฐบาลนานาประเทศทั่วโลก ให้หันมาใส่ใจกับการศึกษา ในระหว่างที่กำลังจัดการกับการแพร่ระบาดของไวรัส </span><span style="font-weight: 400;">COVID-19</span><span style="font-weight: 400;">  เนื่องจากการปิดโรงเรียน มีแนวโน้มสร้างความเสียหายอย่างมากไม่แพ้ความเสียหายทางเศรษฐกิจ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">คำเตือนครั้งนี้ มีขึ้นหลังธนาคารโลกได้จัดทำรายงานคาดการณ์ความเป็นไปได้ของสถานการณ์ความสูญเสียที่จะเกิดขึ้นต่อแวดวงการศึกษาโลก ในช่วงที่โรงเรียนต้องปิดตัวตามมาตรการล็อคดาวน์เพื่อสกัดกั้นการระบาดของไวรัส </span><span style="font-weight: 400;">COVID-19</span><span style="font-weight: 400;">  </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">รายงานระบุว่า แม้มาตรการเว้นระยะห่างทางสังคมจะเป็นกลยุทธ์จำเป็นที่จะต้อง</span><span style="font-weight: 400;">ลด</span><span style="font-weight: 400;">การระบาดของไวรัส </span><span style="font-weight: 400;">COVID-19</span><span style="font-weight: 400;">  แต่การปิดโรงเรียน ที่ทำให้เด็กนักเรียนราว 1,500 ล้านคนใน 175 ประเทศทั่วโลกไม่สามารถไปเรียนได้ ทำให้หลายฝ่ายต่างมีความวิตกมากขึ้นถึงผลกระทบในระยะยาวต่อการเรียนรู้ของเด็ก </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ทั้งนี้ ผู้เชี่ยวชาญของธนาคารโลกมองว่า โลกในขณะนี้ได้ก้าวเข้าสู่วิกฤติทางการศึกษาเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ทำให้ธนาคารโลก ได้จัดทำรายงานการศึกษาถึงผลกระทบดังกล่าวต่อ Learning curve หรือ &#8216;เส้นโค้งแห่งความรู้&#8217; ซึ่งการศึกษาดังกล่าวจะช่วยให้หน่วยงานด้านการศึกษาทั่วโลกสามารถมองเห็นปัญหาและมุ่งเน้นความสนใจไปที่เด็กกลุ่มเสี่ยงทั้งหลาย รวมถึงช่วยสรรหาแนวทางกลยุทธ์ หรือมาตรการที่จะมาบรรเทาความเสียหายและเป็นประโยชน์ต่อเด็กนักเรียนมากที่สุด</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">สำหรับ Learning curve หรือ &#8216;เส้นโค้งแห่งความรู้&#8217; คือ อัตราความก้าวหน้า หรือความเร็ว-ความช้าในการเรียนรู้ทักษะใหม่อย่างใดอย่างหนึ่งของเด็กนักเรียน ซึ่งเส้นโค้งแห่งความรู้นี้เป็นค่าดัชนีที่สร้างมาจากตัวชี้วัดสำคัญๆ ที่หน่วยงานด้านการศึกษาทั่วโลกนำมาใช้ประเมินความก้าวหน้าของผู้เรียน ไม่ว่าจะเป็น National Assessment of Educational Progress &#8211; NAEP, Programme for International Student Assessment &#8211; PISA, Trends in International Mathematics and Science Study &#8211; TIMSS, และ Progress in International Reading Literacy Study &#8211; PIRLS</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">อย่างไรก็ตาม แม้ค่าเฉลี่ยของเส้นโค้งแห่งความรู้เหล่านี้จะนำไปใช้ในการเปรียบเทียบจัดอันดับการศึกษาของประเทศต่างๆ แต่ผลลัพธ์ของเส้นโค้งแห่งความรู้ ยังสามารถใช้บ่งชี้ถึงสถานการณ์ทางการศึกษาของแต่ละประเทศได้เป็นอย่างดี เช่น ความกว้างของเส้นโค้งจะเป็นตัวบ่งชี้ถึงความเหลื่อมล้ำของระบบทางการศึกษา และลักษณะของเส้นโค้งยังสามารถนำไปจัดอันดับความ</span><span style="font-weight: 400;">ก้าวหน้าของเด็กนักเรียนตามระดับความสามารถหรือสมรรถนะของผู้เรียน (โดยเป็นเส้นโค้งที่มีระดับคะแนนค่าเฉลี่ยที่ 500 และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานที่ 100) </span></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><img decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-12976" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/04/blog_graph.png" alt="" width="750" height="499" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/04/blog_graph.png 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/04/blog_graph-300x200.png 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/04/blog_graph-272x182.png 272w" sizes="(max-width: 750px) 100vw, 750px" /></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><span style="font-weight: 400;">ทั้งนี้ ในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา นักการศึกษาทั่วโลกได้ใช้ความพยายามอย่างมากในการทำให้เส้นโค้งแห่งความรู้สามารถนำมาเปรียบเทียบกันได้มากขึ้น โดยเฉพาะทำให้เห็นว่าระดับผลสัมฤทธิ์ที่อยู่ในเกณฑ์ต่ำกว่ามาตรฐานคือ</span><span style="font-weight: 400;">เท่าไหร่</span><span style="font-weight: 400;"> (ซึ่งในกราฟเส้นโค้งตามภาพ เด็กคนใดที่อยู่ทำคะแนนต่ำกว่าระดับขั้นต่ำ จะจัดอยู๋ในพื้นที่สีเทาหลังเส้นแดง) โดยเมื่อปีที่ผ่านมา ทางธนาคารโลก ตัดสินใจที่จะให้ความสำคัญกับปัญหา &#8220;สมรรถนะที่ต่ำ&#8221; ทางการศึกษา หรือนักเรียนที่มีระดับความสามารถต่ำกว่าเกณฑ์ขั้นต่ำ ซึ่งเทียบได้กับเด็กที่ยังไม่สามารถอ่านหรือเข้าใจหนังสือเรียนระดับพื้นฐานได้ภายในวัย 10 ขวบ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ธนาคารโลกระบุว่า กลุ่มเด็กเหล่านี้ เป็นกลุ่มที่ค่อนข้างน่าเป็นห่วง เนื่องจากเป็นกลุ่มที่ไม่ได้เรียนหนังสืออย่างเพียงพอและดีพอในช่วงปฐมวัย มักจะเป็นผู้ที่ต้องประสบความล้มเหลวมากที่สุดหากขยับขึ้นไปศึกษาต่อในระดับสูงหรือเมื่อต้องเข้าสู่โลกของการทำงานต่อไป</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><img decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-12977" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/04/blog_graph_2.png" alt="" width="750" height="200" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/04/blog_graph_2.png 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/04/blog_graph_2-300x80.png 300w" sizes="(max-width: 750px) 100vw, 750px" /></p>
<p style="text-align: center;"><i><span style="font-weight: 400;"> <small>แผนภาพที่ 1 &#8211; สถานการณ์ความเป็นไปได้ 3 แบบ ที่เส้นโค้งแห่งความรู้จะเป็นไปในช่วง 2-3 เดือนข้างหน้า คือ ต่ำกว่าค่าเฉลี่ย (a lower average), มีการเบี่ยงเบนจากค่ามาตรฐานมาก (a higher standard deviation) และ มีการเพิ่มขึ้นของกลุ่มอ่อนด้อยในระดับล่างสุด (a sharp increase in low learning at the bottom)<small></small></small></span></i></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><span style="font-weight: 400;">ทั้งนี้ ในรายงานที่ธนาคารโลกกำลังจัดทำอยู่นี้ ได้ประเมินถึงความเป็นไปได้ของสถานการณ์ในแวดวงการศึกษาในช่วง 2-3 เดือนข้างหน้าออกมาเป็น 3 รูปแบบด้วยกัน โดยแต่ละลักษณะของเส้นโค้งแห่งความรู้ เป็นผลจากการปิดโรงเรียนเนื่องจากสถานการณ์ </span><span style="font-weight: 400;">COVID-19</span><span style="font-weight: 400;">  ซึ่งอาจจะส่งผลออกมาได้เป็นสามลักษณะ ดังนี้</span></p>
<p><b>สำหรับเส้นโค้งแห่งความรู้แบบแรก</b><span style="font-weight: 400;"> เป็นการเปลี่ยนแปลงที่ตรงไปตรงมาที่สุด โดยมีสาเหตุ</span><span style="font-weight: 400;">มา</span><span style="font-weight: 400;">จากการลดลงของเวลาในการเรียนและช่องทางการเรียนที่โรงเรียน (เส้นโค้งสีฟ้า) ซึ่งเป็นสถานการณ์เลวร้ายขีดสุดที่เกิดขึ้น ทั้งๆ ที่ โรงเรียนทั้งหลายพยายามอย่างยิ่งยวดที่จะจัดการเรียนการสอนทางไกล การลดลงของเวลาและการเปลี่ยนแปลงรูปแบบของการเรียนมีผลอย่างมากต่อจำนวนเด็กนักเรียน ยืนยันได้จาก ช่วงวิกฤติการณ์ก่อนหน้านี้ อย่างเช่น </span><span style="font-weight: 400;">วิกฤต</span><span style="font-weight: 400;">การเงินในปี 2008-2009 ที่จำนวนผู้เรียน โดยเฉพาะในเขตที่มีเด็กยากจนหรือเด็กด้อยโอกาสอาศัยอยู่มาก ลดลงจนน่าใจหาย ขณะเดียวกัน ก็มีหลักฐานบ่งชี้ว่า เหตุการณ์ภัยพิบัติ อย่าง น้ำท่วม ก็ส่งผลกระทบต่อผลการเรียนของเด็กในทุกระดับชั้นเช่นกัน โดยเด็กที่ไม่อยู่ในโรงเรียนจะเรียนได้น้อย แม้จะแสดงให้เห็นความตั้งใจเข้าร่วมห้องเรียนทางไกลอย่างสม่ำเสมอแล้วก็ตาม </span></p>
<p><b>ในส่วนของสถานกาณ์ที่สอง</b><span style="font-weight: 400;"> ก็คือพิจารณาว่า เส้นโค้งแห่งความรู้จะแบนราบหรือเบี่ยงเบนไปมากแค่ไหนจากผลกระทบของวิกฤติไวรัส </span><span style="font-weight: 400;">COVID-19</span><span style="font-weight: 400;"> ที่เด็กได้รับไม่เท่ากัน (เส้นโค้งสีม่วง) กล่าวคือ เด็กนักเรียนที่อยู่ในระดับหัวกะทิจะยังคงก้าวหน้าไปได้ ขณะที่เด็กนักเรียนที่เรียนแย่ก็จะแย่ถอยหลังมากขึ้นไปอีก โดยแม้เชื้อไวรัส </span><span style="font-weight: 400;">COVID-19</span><span style="font-weight: 400;">  ส่งผลไปถึงเด็กในทุกกลุ่มฐานะ แต่เด็กที่มีสถานะทางบ้านที่ดีกว่า จะสามารถบรรเทาผลกระทบจากการปิดโรงเรียนได้ดีกว่าเพื่อนร่วมชั้นที่ยากจน เพราะครอบครัวที่มั่งคั่ง มีบ้านที่อาศัยอยู่ได้สะดวกสบาย มีการเชื่อมต่อเข้าถึง</span><span style="font-weight: 400;">อินเทอร์เน็ต</span><span style="font-weight: 400;">ได้อย่างดี สามารถจ้างครูพิเศษส่วนตัวได้ และมีสภาพแวดล้อมที่เหมาะต่อการเรียนจากบ้านเพราะพ่อแม่มีการศึกษามากกว่า </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ทั้งหมดข้างต้น ล้วนตรงกันข้ามกับเด็กที่มีสถานะครอบครัวยากจน โดยเฉพาะ กลุ่มที่ยากจนในระดับแร้นแค้น ต้องอาศัยอยู่ในเพิงพัก ไม่มีไฟฟ้าน้ำประปาเข้าถึง ไม่มีอุปกรณ์อำนวยความสะดวกและสิ่งทันสมัย ปราศจากเทคโนโลยีในการเข้าถึงเชื่อมต่อกับ</span><span style="font-weight: 400;">อินเทอร์เน็ต </span><span style="font-weight: 400;">ไม่มีปัญญาจ้างครูพิเศษ และไม่สะดวกที่จะทำการบ้านหรืองานที่ได้รับมอบหมายจากที่บ้าน </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ธนาคารโลกระบุว่า ในสถานการณ์ที่ไวรัส </span><span style="font-weight: 400;">COVID-19</span><span style="font-weight: 400;">  ส่งผลกระทบกระเทือนต่อรายได้ และทำให้คนจนเหล่านี้ยิ่งจนลงเพราะขาดโอกาสในการทำงานหรือต้องตกงาน ดังนั้น จึงไม่แปลกอะไรที่เด็กที่เรียนดีมีฐานะจะยังสามารถเรียนรุดหน้าไปได้ ขณะที่เด็กยากจนกลับจะเรียนถอยหลังลง เกิดเป็นช่องว่างของความเหลื่อมล้ำด้านการศึกษา </span></p>
<p><b>ด้านสถานการณ์ที่สาม คือ</b><span style="font-weight: 400;"> การพิจารณาว่าเส้นโค้งแห่งความรู้จะเปลี่ยนแปลงไปเพราะจำนวนเด็กนักเรียนที่ต้องหลุดออกจากโรงเรียน (เป็นกลุ่มประชากรสีเขียวที่เลิกเรียนถาวรแล้ว) โดยธนาคารโลกกล่าวว่า สิ่งที่ได้เรียนรู้จาก</span><span style="font-weight: 400;">วิกฤตการณ์</span><span style="font-weight: 400;">ต่างๆ ครั้งก่อน เช่น </span><span style="font-weight: 400;">วิกฤต</span><span style="font-weight: 400;">ต้มยำกุ้งในปี 1997-1998 และวิกฤตการระบาดของโรคโปลิโอในปี 1916 ก็คือ จำนวนการกลับมาสมัครเข้าเรียนของเด็กนักเรียนจะลดลงอย่างมากจนน่าตกใจ เนื่องจากเป็นผลกระทบตามระบบอุปสงค์อุปทาน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ทั้งนี้ ในส่วนของอุปทาน (Demand) หรือความต้องการเรียนจะลดลง อันเป็นผลมาจากรายได้ที่หดหายทำให้ครอบครัวจำเป็นต้องให้ลูกหลานเข้ามาช่วยทำงานหาเงินจุนเจือทางบ้าน เด็กจึงต้องเลิกเรียนไปโดยปริยาย และ เด็กผู้หญิง เป็นกลุ่มที่น่าเป็นห่วงมากที่สุด เพราะมักจะเป็นกลุ่มแรกที่ต้องเลิกเรียนไป ขณะที่ในด้านของอุปสงค์ (Supply) ธนาคารโลกคาดการณ์ว่า </span><span style="font-weight: 400;">วิกฤต</span><span style="font-weight: 400;">ไวรัส </span><span style="font-weight: 400;">COVID-19</span><span style="font-weight: 400;">  อาจจะให้โรงเรียนหลายแห่งต้องปิดตัวลง เนื่องจากไวรัส </span><span style="font-weight: 400;">COVID-19</span><span style="font-weight: 400;"> ทำให้รัฐบาลขาดสภาพคล่องอย่างหนัก กระทรวงศึกษาธิการและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอาจต้องตัดลดค่าใช้จ่ายด้วยการสั่งพักงานคุณครู ลดหรือควบรวมโรงเรียน และแม้หลายประเทศจะมีโครงการอุดหนุนค่าเล่าเรียนของโรงเรียนเอกชน แต่ธนาคารโลกก็ไม่แน่ใจว่า โครงการเหล่านี้จะสามารถรอดพ้นจากวิกฤตที่เกิดขึ้นได้หรือไม่ ซึ่งก็อาจจะทำให้โรงเรียนเอกชนต้องปิดตัวลงไปเช่นกัน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">แม้เราอาจต้องอาศัยเวลากว่าที่จะได้รู้อย่างชัดเจนว่า วิกฤติไวรัส </span><span style="font-weight: 400;">COVID-19</span><span style="font-weight: 400;"> จะมีผลกระทบต่อการศึกษาอย่างไร รูปแบบไหน กระนั้น ในระหว่างนี้ ธนาคารโลกระบุว่า เราคงไม่สามารถทำได้เพียงแค่รอดูสถานการณ์อยู่เฉยๆ  ได้ ดังนั้น ธนาคารโลกจะพยายามนำฐานข้อมูลที่มีมาใช้วิเคราะห์และสร้างแบบจำลองคาดการณ์สถานการณ์ที่จะเกิดขึ้นเพื่อที่จะแสดงให้ประเทศต่างๆ เห็นว่า การศึกษาจะเลวร้ายลงอย่างไร หากเราไม่มีการลงมือทำอะไรเลย และรัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องควรจะวางมาตรการด้านการศึกษาอย่างไร เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดสถานการณ์เช่นนั้น </span></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><span style="font-weight: 400;"><span style="text-decoration: underline;">ที่มา :</span><br />
</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">Syedah Aroob Iqbal ที่ปรึกษา ฝ่ายปฏิบัติการการศึกษาโลก ธนาคารโลก<br />
</span><span style="font-weight: 400;">Joao Pedro Azevedo นักเศรษฐศาสตร์หัวหน้าโครงการ ธนาคารโลก<br />
</span><span style="font-weight: 400;">Koen Geven นักเศรษฐศาสตร์ ธนาคารโลก<br />
</span><span style="font-weight: 400;">Amer Hasan นักเศรษฐศาสตร์อาวุโส ฝ่ายปฏิการการศึกษาโลก ธนาคารโลก<br />
</span><span style="font-weight: 400;">Harry A. Patrinos ผู้จัดการฝ่ายการศึกษา ธนาคารโลก</span></p>
<p class="field-content"><span style="font-weight: 400;">ข่าว :</span><span style="font-weight: 400;"> </span><a href="https://blogs.worldbank.org/education/we-should-avoid-flattening-curve-education-possible-scenarios-learning-loss-during-school?fbclid=IwAR23ULk8-zzSMiwvy3MgWxa6_2K_XPSb8tDa4kujqn2MuCUiq6uc5rI2syU">We should avoid flattening the curve in education – Possible scenarios for learning loss during the school lockdowns</a></p><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/825-2/">ธนาคารโลกกระตุ้นรัฐบาลทั่วโลกอย่าละเลยการศึกษาในช่วง COVID-19 ระบาด</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
