<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>Mobile school | กสศ.</title>
	<atom:link href="https://www.eef.or.th/tag/mobile-school/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.eef.or.th</link>
	<description>กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา</description>
	<lastBuildDate>Sat, 21 Feb 2026 08:36:21 +0000</lastBuildDate>
	<language>th</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.3.8</generator>

<image>
	<url>https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/02/cropped-fav-icon-32x32.png</url>
	<title>Mobile school | กสศ.</title>
	<link>https://www.eef.or.th</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>&#8220;ชีวิตใหม่&#8221;ของศิษย์เก่า Mobile School กับนิยามใหม่ของคุณภาพการศึกษา</title>
		<link>https://www.eef.or.th/article-210226/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Sat, 21 Feb 2026 08:36:18 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[บทความ]]></category>
		<category><![CDATA[Movement]]></category>
		<category><![CDATA[นครพนม]]></category>
		<category><![CDATA[Mobile school]]></category>
		<category><![CDATA[ภควัต เอ็นดู]]></category>
		<category><![CDATA[นรกมล วงค์จันดี]]></category>
		<category><![CDATA[อินทิรา วรรณสา]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?p=99963</guid>

					<description><![CDATA[<p>“จากขอแค่โอกาสได้เรียน แต่กลับได้พบสิ่งที่ซ่อนอยู่ในตัว [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/article-210226/">“ชีวิตใหม่”ของศิษย์เก่า Mobile School กับนิยามใหม่ของคุณภาพการศึกษา</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p></p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>“จากขอแค่โอกาสได้เรียน แต่กลับได้พบสิ่งที่ซ่อนอยู่ในตัวเอง”</strong></h3>



<h4 class="wp-block-heading"><strong>‘ยูโร’ ภควัต เอ็นดู ต.พิมาน อ.นาแก จ.นครพนม</strong></h4>



<p></p>



<p>ตอนทำงานก่อสร้าง <strong>‘ยูโร’ </strong>บอกว่าเป็นช่วงที่เขา ‘อยากกลับไปเรียนที่สุด’ ด้วยงานที่ทั้งเหนื่อย หนัก และยาวนาน จนเกินกว่ากำลังของตัวเขาในวัยแค่ 14-15 จะรับไหว &#8230;แต่ก็ได้แค่คิด เพราะรู้แล้วว่าการมีวุฒิ ป.6 และไม่ได้มีทักษะเฉพาะทางใด ๆ ทางเลือกของเขาจึงเท่ากับไม่มีเลย</p>



<p>ยิ่งกว่านั้นเมื่ออยากกลับไปเรียน ยูโรต้องเจอโจทย์ที่ยากกว่า เนื่องจากเขาห่างโรงเรียนมาสองปีแล้ว ถ้าถอยกลับไปเริ่มใหม่ ก็คงไม่เหลือเพื่อนร่วมชั้นวัยเดียวกัน ยังไม่นับว่าตอนนี้ ‘งานคือชีวิตประจำวัน’ ของเขา และข้อสุดท้ายที่สำคัญที่สุด คือแม้จะปลดล็อคข้อแม้ทั้งหมดได้ ยูโรก็ไม่รู้อยู่ดีว่า คนที่ออกจากโรงเรียนตอนชั้น ม.2 จะกลับไปเรียนได้ยังไง</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-full"><img decoding="async" fetchpriority="high" width="855" height="569" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/02/0221_ชีวิตใหม่ของศิษย์เก่า-Mobile-School-03.jpg" alt="" class="wp-image-99964" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/02/0221_ชีวิตใหม่ของศิษย์เก่า-Mobile-School-03.jpg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/02/0221_ชีวิตใหม่ของศิษย์เก่า-Mobile-School-03-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/02/0221_ชีวิตใหม่ของศิษย์เก่า-Mobile-School-03-768x511.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/02/0221_ชีวิตใหม่ของศิษย์เก่า-Mobile-School-03-750x500.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/02/0221_ชีวิตใหม่ของศิษย์เก่า-Mobile-School-03-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /></figure></div>


<p></p>



<p>“ตอนที่ไม่ได้เรียน ผมไปทำงานรับจ้างยกของผสมปูนในไซต์งานก่อสร้าง เวลาผ่านไป ผมคิดว่าคงไม่ได้เรียนอีกเพราะเงินก็ไม่มี หรือให้กลับไปโรงเรียนเดิมก็ไม่รู้จักใครแล้ว ผมเลยก้มหน้าก้มตาทำงานต่อไป แต่ความคิดอยากเรียนก็ไม่ได้หายไปไหน จนวันหนึ่งมีเจ้าหน้าที่จาก อบต.พิมาน มาบอกว่า มี ‘โรงเรียนมือถือ’ มาเปิดรับนักเรียน ใครจะสมัครก็ได้ ซึ่งสิ่งที่ต่างจากโรงเรียนทั่วไปคือ เราทำงานไปด้วยเรียนไปด้วยก็ได้ แต่เรียนจบแล้วก็ได้วุฒิเหมือนกัน”&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p>



<p>ความที่ไม่เคยได้ยินอะไรแบบนี้มาก่อน แวบแรก ยูโรจึงรู้สึก ‘ไม่เชื่อ’ ว่าสิ่งที่เจ้าหน้าที่ อบต.บอกเป็นเรื่องจริง แต่สุดท้ายเขาก็ยังยินดีสมัคร เพราะนอกจากไม่มีทางเลือกแล้ว เขายังปลอบใจตัวเองว่า ‘อย่างน้อยคงได้เรียนรู้อะไรสักอย่าง’&nbsp;&nbsp;</p>



<p>จนกลับมาเป็นนักเรียนเต็มตัว ยูโรจึงเริ่มเข้าใจ ว่า ‘Mobile School’ คือรูปแบบการเรียนรู้ที่ครูจะถอดเอาชีวิตประจำวันของเขามาทำเป็นบทเรียน ตั้งแต่หลักคิดคณิตศาสตร์ที่อยู่ในถังผสมปูน การคำนวณหาพื้นที่ในไซต์ การได้รู้จักศัพท์ภาษาอังกฤษใหม่ ๆ จากเครื่องมือรอบตัว หรือเรียนรู้เกร็ดวิทยาศาสตร์จากงานก่ออิฐ โดยสาระวิชาเหล่านี้จะกลั่นกรองเป็นใบงานที่เขาต้องทำส่งครูในทุกสัปดาห์</p>



<p>อย่างไรก็ตามสำหรับยูโร ความหมายแท้จริงที่เขาได้รับจาก Mobile School กลับไม่ใช่การเรียนรู้ด้านวิชาการ หากเป็นเรื่องของชั่วโมงฝึกอาชีพ ที่พาเขามาเจอกับห้องเรียนวิชาช่างไฟฟ้า และเมื่อนั้นเองที่ยูโรบอกว่า ‘เหมือนเพิ่งรู้ว่า &#8230;ตัวเราคือใคร’</p>



<p>“ถ้าถามเรื่องคุณภาพวุฒิ ผมอาจไม่มั่นใจเรื่องวิชาการ เพราะถ้าถนัดวิชาการตั้งแต่แรก ผมอาจไม่ต้องออกจากโรงเรียน แต่ถ้าถามว่าได้กลับมาเรียนครั้งนี้มีความหมายกับผมแค่ไหน ต้องบอกว่าการได้เรียนวิชาช่างไฟฟ้า และได้ลงมือทำในทุก ๆ ชั่วโมง มันคือสิ่งที่เปลี่ยนแปลงตัวผมไปเลย</p>



<figure class="wp-block-image size-full"><img decoding="async" width="855" height="569" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/02/0221_ชีวิตใหม่ของศิษย์เก่า-Mobile-School-01.jpg" alt="" class="wp-image-99971" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/02/0221_ชีวิตใหม่ของศิษย์เก่า-Mobile-School-01.jpg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/02/0221_ชีวิตใหม่ของศิษย์เก่า-Mobile-School-01-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/02/0221_ชีวิตใหม่ของศิษย์เก่า-Mobile-School-01-768x511.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/02/0221_ชีวิตใหม่ของศิษย์เก่า-Mobile-School-01-750x500.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/02/0221_ชีวิตใหม่ของศิษย์เก่า-Mobile-School-01-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /></figure>



<p></p>



<p>“จากชั่วโมงแรก เราเรียนซ่อมเครื่องใช้ไฟฟ้าง่าย ๆ แล้วชั่วโมงต่อ ๆ มาก็เริ่มต่อยอดความรู้เกี่ยวกับไฟฟ้าที่ซับซ้อนขึ้น ผมพบว่ายิ่งเรียนยิ่งสนุก ยิ่งเรียนยิ่งเข้าใจไวขึ้น เหมือนเป็นครั้งแรกที่รู้สึกสนใจอะไรจริง ๆ และยิ่งอยากทำให้ดี ทำให้ได้มากขึ้น ๆ อีก”</p>



<p>ประกายไฟที่จุดติดแล้วไม่ได้มอดลงตรงนั้น เมื่อถึงวันที่จบชั้นมัธยมศึกษาตอนต้นจากศูนย์การเรียน CYF ยูโรนำวุฒิการศึกษาไปสมัครเรียนต่อ ปวช. สาขาวิชาช่างไฟฟ้ากำลัง ที่วิทยาลัยการอาชีพนาแก จนปัจจุบันเขาอยู่ชั้นปี 2 แล้ว</p>



<p>ยูโรบอกว่าวันที่วุฒิ ม.3 อยู่ในมือ เขาเชื่อแล้วว่า Mobile School คือเส้นทางพาไปสู่โอกาสใหม่ในชีวิต และสิ่งที่อยู่รอบตัวของเขาในวันนี้ ก็คือผลที่เกิดจากเหตุของการกลับไปเรียนในวันนั้น</p>



<p>“ย้อนไปตอนทำงานก่อสร้าง ผมคิดไม่ออกเลยว่าจะหาจุดเปลี่ยนให้ชีวิตได้ยังไง จนได้กลับมาเรียน ผมดีใจมากครับที่มาพบว่าตัวเองชอบอะไร ถนัดทางไหน ซึ่งจากนี้ไปก็จะพยายามอย่างเต็มที่เพื่อไปให้สุดทาง &#8230;ความรู้สึกมันเหมือนปลดล็อคจริง ๆ ครับ จากเราขอแค่โอกาสได้เรียน แต่กลับกลายเป็นว่าได้พบสิ่งที่ซ่อนอยู่ในตัวเอง”</p>



<p></p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>“การออกไปเห็นโลกและได้รู้จักตัวเองมากขึ้น ทำให้หนูเข้าใจความหมายของการเรียนยิ่งกว่าเดิม”</strong></h3>



<h4 class="wp-block-heading"><strong>‘ซิน’ นรกมล วงค์จันดี ต.พิมาน อ.นาแก จ.นครพนม </strong></h4>



<p><strong>‘ซิน’ </strong>คือเยาวชนอีกคนจาก อบต.พิมาน ที่ได้เห็นตัวเองในมุมใหม่ จากการเรียนผ่าน Mobile School หลังต้องออกจากโรงเรียนโดยเรียน ม.4 ไปแค่สัปดาห์เดียว และจากนั้นก็เคว้งคว้างอยู่ครึ่งปี&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p>



<p>สาเหตุที่ซินตัดสินใจเลิกเรียน เกิดขึ้นในวันที่เธอพาน้องซึ่งเพิ่งขึ้นชั้น ม.1 ไปซื้อชุดนักเรียนและจ่ายค่าบำรุงการศึกษา จากนั้นพบว่าไม่มีเงินเหลือสำหรับตัวเองแล้ว ซินคิดว่าถ้าฝืนเรียนไป ไม่เทอมนี้ก็เทอมหน้าเธอก็ต้องเลิกเรียนอยู่ดี&nbsp; เลยเบนเข็มไปทำงาน พร้อม ๆ กันก็เป็นจังหวะเดียวกับที่ อบต. พิมาน กำลังชวนเด็ก ๆ ที่หลุดจากระบบการศึกษามาเรียนกับ Mobile School ผ่านศูนย์การเรียน CYF</p>



<figure class="wp-block-image size-full"><img decoding="async" width="855" height="569" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/02/0221_ชีวิตใหม่ของศิษย์เก่า-Mobile-School-10.jpg" alt="" class="wp-image-99977" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/02/0221_ชีวิตใหม่ของศิษย์เก่า-Mobile-School-10.jpg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/02/0221_ชีวิตใหม่ของศิษย์เก่า-Mobile-School-10-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/02/0221_ชีวิตใหม่ของศิษย์เก่า-Mobile-School-10-768x511.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/02/0221_ชีวิตใหม่ของศิษย์เก่า-Mobile-School-10-750x500.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/02/0221_ชีวิตใหม่ของศิษย์เก่า-Mobile-School-10-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /></figure>



<p></p>



<p>“ถ้าเทียบกับเรียนในโรงเรียน คิดว่าวิชาการอาจไม่เข้มข้นเท่า แต่หนูว่าจุดแข็งที่สุดของ Mobile School คือกิจกรรมต่าง ๆ ที่พาเราออกไปเห็นโลก ขณะเดียวกันก็ยังได้รู้จักตัวเองมากขึ้น ซึ่งสิ่งเหล่านี้เองที่ช่วยให้หนูเข้าใจความหมายของการเรียนยิ่งกว่าเดิม”</p>



<p>ซิน พูดถึงความหลากหลายของกิจกรรมฝึกอาชีพ อันเป็นหลักสูตรของศูนย์การเรียน CYF กับ อบต.พิมาน ที่ไม่เพียงชวนเด็ก ๆ ทำงานฝีมือหรือสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ หากยังชวนกันไปออกร้านทำกิจกรรมทั่วประเทศ เพื่อเติมเต็มวิชาชีวิต และปลุกแรงบันดาลใจให้ทุกคนมองไปข้างหน้า&nbsp;&nbsp;</p>



<p>“สำหรับตัวหนูที่ไม่เคยออกไปไหนไกลเกินละแวกบ้าน การได้ร่วมกิจกรรมที่พาเราไปเห็นจังหวัดของเรา หรือพาไปเห็นจังหวัดอื่น ๆ ที่ไม่เคยไป มันคือการเปิดโลกทัศน์ให้เราเห็นอาชีพ เห็นรูปแบบชีวิตที่หลากหลาย สิ่งเหล่านี้เองที่จุดประกายให้เรากล้าคิดกล้าทำผลิตภัณฑ์ใหม่ ๆ กล้าฝันถึงการทำอาชีพที่ยังไม่มีในชุมชนของเรา และยิ่งมีไฟที่จะเรียนต่อให้สูงขึ้น</p>



<p>ซิน ยังพูดถึง ‘ครู’ ที่ไม่เพียงคอยติดตามบทเรียนใกล้ชิด หากยังเป็น ‘พี่เลี้ยงของชีวิต’ ที่คอยแนะแนว-นำทางในแต่ละย่างก้าว ซึ่งทำให้เป้าหมายของน้อง ๆ ไม่สิ้นสุดลงแค่เรียนจบและได้วุฒิการศึกษา</p>



<figure class="wp-block-image size-full"><img decoding="async" loading="lazy" width="855" height="569" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/02/0221_ชีวิตใหม่ของศิษย์เก่า-Mobile-School-09.jpg" alt="" class="wp-image-99974" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/02/0221_ชีวิตใหม่ของศิษย์เก่า-Mobile-School-09.jpg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/02/0221_ชีวิตใหม่ของศิษย์เก่า-Mobile-School-09-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/02/0221_ชีวิตใหม่ของศิษย์เก่า-Mobile-School-09-768x511.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/02/0221_ชีวิตใหม่ของศิษย์เก่า-Mobile-School-09-750x500.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/02/0221_ชีวิตใหม่ของศิษย์เก่า-Mobile-School-09-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /></figure>



<p></p>



<p>“ครูที่ศูนย์การเรียนทุกคนจะคุยกับเราตลอด ว่าคะแนนแต่ละวิชาเป็นยังไง วิชาไหนทำได้ดี หรือเรามีจุดเด่นอะไร เรื่องนี้มีผลมากต่อการเรียนต่อ หรือกระทั่งในช่วงเวลาที่พวกเราเจอปัญหาและไม่เห็นทางออก อย่างตัวหนูเอง พอเรียนจบได้วุฒิแล้ว ครูก็แนะนำให้เรียนต่อในหลักสูตรอนุปริญญารัฐประศาสนศาสตร์ สาขาการปกครองท้องถิ่น ที่วิทยาลัยชุมชนมุกดาหาร ซึ่งว่าตรง ๆ คือก่อนหน้านี้เราไม่รู้จักเลย แต่ถึงตอนนี้พอเรียนปี 1 จนเข้าเทอมสองแล้ว เราพบว่าฐานความรู้ที่ได้จากการเรียน Mobile School ช่วยได้มาก  และจากผลการเรียนก็บอกได้ว่าตัวเราทำได้ดี และตรงนี้คือกำลังใจให้เราอยากเรียนต่อไปจนจบปริญญาตรี เพื่อจะได้ทำงานสายนี้ในอนาคต”</p>



<p></p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>ไม่ได้ไม่เหมาะกับโรงเรียน แต่ ‘รูปแบบการเรียน’ ต่างหากที่ไม่เปิดพื้นที่ให้ ‘เด็กแบบเธอ’</strong></h3>



<h4 class="wp-block-heading"><strong>‘อิน’ อินทิรา วรรณสา ต.โนนตาล อ.ท่าอุเทน จ.นครพนม  </strong></h4>



<p>ก่อนเรียนกับ Mobile School อินเคยเรียนอยู่ชั้น ม. 1 ในโรงเรียนเหมือนเด็กคนอื่น ๆ แต่เมื่อภารกิจช่วยทางบ้านทำงานเริ่มกินเวลามากขึ้น เธอจึงตัดสินใจออกมาทำงานเต็มตัว</p>



<p>ครอบครัวของอินทุกคนมีอาชีพรับจ้าง ทำงานด้วยกันในสวนยางทุกวัน โดยเธอเองก็เป็นหนึ่งในแรงงานคนสำคัญ การต้องตื่นแต่เช้ามืดลงสวนยาง ก่อนสาย ๆ จะได้กลับมาอาบน้ำแต่งตัวไปโรงเรียนนั้น ค่อนข้างหนักสำหรับเด็กน้อยวัยยังไม่ถึง 15&nbsp;&nbsp;</p>



<figure class="wp-block-image size-full"><img decoding="async" loading="lazy" width="855" height="569" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/02/0221_ชีวิตใหม่ของศิษย์เก่า-Mobile-School-04.jpg" alt="" class="wp-image-99967" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/02/0221_ชีวิตใหม่ของศิษย์เก่า-Mobile-School-04.jpg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/02/0221_ชีวิตใหม่ของศิษย์เก่า-Mobile-School-04-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/02/0221_ชีวิตใหม่ของศิษย์เก่า-Mobile-School-04-768x511.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/02/0221_ชีวิตใหม่ของศิษย์เก่า-Mobile-School-04-750x500.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/02/0221_ชีวิตใหม่ของศิษย์เก่า-Mobile-School-04-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /></figure>



<p></p>



<p>“ในสวนยางหนูทำทุกอย่าง ตื่นเช้าไปกรีดยาง เก็บน้ำยาง หยอดน้ำกรดไม่ให้ยางจับเป็นก้อน ทำยางก้อนตามที่เจ้าของสวนกำหนด หรือนำยางที่ได้ไปขาย ทั้งหมดนั้นหนูทำตั้งแต่เด็ก จนจบ ม.1 ก็มาคิดว่าโรงเรียนไม่น่าจะเหมาะกับเรา จึงลาออก แต่พอไม่ได้ไปเรียนแล้ว กลับเคว้งมาก ๆ เพราะนอกจากไม่มีเพื่อนแล้ว ก็ยังใจหายว่าคงไม่ได้กลับไปเรียนอีก”</p>



<p>กระทั่งวันหนึ่ง ครูจากโรงเรียนเก่ามาหา แนะนำให้อินลองเรียนกับ Mobile School เมื่อนั้นเองที่เธอพบว่าตัวเองไม่ได้ไม่เหมาะกับโรงเรียน แต่ ‘รูปแบบการเรียน’ ต่างหากที่ไม่เปิดพื้นที่ให้ ‘เด็กแบบเธอ’&nbsp;&nbsp;</p>



<p>“การเรียน Mobile School ผ่านศูนย์การเรียน CYF ทำให้รู้ว่าเราไม่ต้องไปโรงเรียนทุกวันก็ได้ มีแค่วันเสาร์หรืออาทิตย์ ที่ต้องไปเรียนวิชาหลักอย่างคณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ ภาษาอังกฤษ ภาษาไทย ส่วนวิชาที่เหลือเราเรียนจากที่ไหนก็ได้ ขอแค่เข้ากิจกรรมครบชั่วโมงและมีงานส่ง&nbsp;&nbsp;</p>



<p>“อีกอย่างที่คิดว่าการเรียน Mobile School ดีกับเรามาก ๆ คือนอกจากเรียนรู้วิชาการ ครูยังเน้นให้เราลองเรียนรู้สิ่งใหม่ ได้ฝึกอาชีพ ซึ่งมันทำให้เราเอาไปใช้หาเงินได้ทันที มีรายได้อีกทางหนึ่ง โดยที่กิจกรรมเหล่านั้นยังเป็นส่วนหนึ่งของการเรียน และทำให้วงจรชีวิตหนูไม่ได้มีแค่สวนยางอีกแล้ว แต่ยังมีการทำกิจกรรมอื่น ๆ เช่นปั้นครกดินผา แจกัน หรือหม้อ ซึ่งคิดว่าอีกไม่นานน่าจะพัฒนาฝีมือจนทำขายได้”       </p>



<figure class="wp-block-image size-full"><img decoding="async" loading="lazy" width="855" height="569" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/02/0221_ชีวิตใหม่ของศิษย์เก่า-Mobile-School-07.jpg" alt="" class="wp-image-99973" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/02/0221_ชีวิตใหม่ของศิษย์เก่า-Mobile-School-07.jpg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/02/0221_ชีวิตใหม่ของศิษย์เก่า-Mobile-School-07-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/02/0221_ชีวิตใหม่ของศิษย์เก่า-Mobile-School-07-768x511.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/02/0221_ชีวิตใหม่ของศิษย์เก่า-Mobile-School-07-750x500.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/02/0221_ชีวิตใหม่ของศิษย์เก่า-Mobile-School-07-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /></figure>



<p></p>



<p>และนั่นคือความเปลี่ยนแปลงของอิน หลังกลับมาเรียนผ่าน Mobile School โดยหลังจบชั้น ม.2 จากศูนย์การเรียน CYF อินได้นำวุฒิไปเรียนต่อ ม.3 ที่โรงเรียนบ้านสะอาด อ.หนองนาคำ จ.ขอนแก่น และเตรียมก้าวไปสู่การศึกษาสายอาชีพ ในปีการศึกษาหน้า&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p>



<p>และนี่คือเรื่องราวของเด็ก ๆ ที่ได้กลับมาเรียนรู้ผ่าน ‘Mobile School’ &#8230;เข้าโรงเรียนไม่ได้ ให้โรงเรียนไปหา ซึ่งเป็นความร่วมมือระหว่าง กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.), มูลนิธิส่งเสริมพัฒนาเด็กและเยาวชน (CYF) และภาคีเครือข่ายในพื้นที่ จนเกิดรูปแบบการศึกษาที่ยืดหยุ่นไม่ติดกรอบ ซึ่งพร้อมเข้าไปหาเด็ก ๆ ถึงที่ เพื่อไม่ให้มีเด็กคนใดต้องหลุดจากระบบการศึกษาอีกต่อไป</p><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/article-210226/">“ชีวิตใหม่”ของศิษย์เก่า Mobile School กับนิยามใหม่ของคุณภาพการศึกษา</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>Mobile School เพราะการศึกษา ควรเคลื่อนที่ไปหา และมอบอำนาจการเรียนรู้ให้เด็ก</title>
		<link>https://www.eef.or.th/article-270126/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 27 Jan 2026 08:18:43 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[บทความ]]></category>
		<category><![CDATA[Movement]]></category>
		<category><![CDATA[Mobile school]]></category>
		<category><![CDATA[พิมพ์ชนก จอมมงคล]]></category>
		<category><![CDATA[CYF]]></category>
		<category><![CDATA[การศึกษายืดหยุ่น]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?p=99226</guid>

					<description><![CDATA[<p>พิมพ์ชนก จอมมงคล เจ้าหน้าที่มูลนิธิส่งเสริมพัฒนาเด็กและ [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/article-270126/">Mobile School เพราะการศึกษา ควรเคลื่อนที่ไปหา และมอบอำนาจการเรียนรู้ให้เด็ก</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<h3 class="wp-block-heading"><strong>พิมพ์ชนก จอมมงคล เจ้าหน้าที่มูลนิธิส่งเสริมพัฒนาเด็กและเยาวชน (CYF) และผู้ประสานงานเครือข่ายการศึกษายืดหยุ่น และ Mobile School Thailand</strong></h3>



<p></p>



<p>เมื่อพูดถึง Mobile School ในไทย แม้จะไม่มีหลักฐานเป็นลายลักษณ์อักษรบันทึกไว้ แต่น่าจะกล่าวได้ว่า ครูตูน พิมพ์ชนก จอมมงคล และทีมงาน CYF (Children and Youth Development Foundation) คือผู้คนกลุ่มแรกๆ ที่ริเริ่ม ผลักดัน และเชื่อมร้อยเครือข่ายให้เข้มแข็ง จนแนวคิด Mobile School ก่อเกิด และเริ่มกระจายตัวเป็นวงกว้างในปัจจุบัน</p>



<p>Mobile School เริ่มก่อตัวช่วงแรก จากการพยายามมองหาทางออกทางการศึกษาให้แก่เด็กในกระบวนการยุติธรรม หรือสถานพินิจจังหวัดนครพนม ซึ่งจากการที่ครูตูนและทีม CYF ได้เข้าไปจัดพื้นที่การเรียนรู้และการเทียบโอนวุฒิการศึกษาให้แก่เด็กกลุ่มนี้ จนเจอ pain point ว่า หลายครั้งที่เด็กออกไปจากรั้วสถานพินิจแล้ว เขาไม่ได้รับการส่งเสริมหรือมีโอกาสได้เรียนรู้ต่อ จนขาดความรู้ไปจนถึงขาดวุฒิการศึกษา อันทำให้เด็กเหล่านี้เสี่ยงตกอยู่ในวังวนแรงงานไร้ทักษะ ซึ่งไม่เป็นผลดีต่ออนาคตของเด็กและอนาคตของประเทศ</p>



<p>จากความตั้งใจที่อยากหาพื้นที่เรียนรู้ให้เด็กสถานพินิจจังหวัดนครพนมได้เรียนอย่างต่อเนื่องจนได้วุฒิ ณ วันนี้ Mobile School ได้ขยายความฝันและภารกิจ จนกลายมาเป็นพื้นที่แห่งการเรียนรู้ที่โอบกอดความฝันของเด็กหลากหลายกลุ่ม พร้อมกับทำงานกับภาคีเครือข่ายในหลายท้องถิ่น เพื่อเป้าหมายคือ พาการศึกษายืดหยุ่นไปถึงมือเด็ก และขยายศักยภาพเด็กให้ตอบโจทย์ชีวิตเขามากที่สุด</p>



<p>ด้านล่างนี้คือบทสนทนา ที่จะทำให้ผู้อ่านได้รู้จักที่มาที่ไปของ Mobile School, เป้าหมายที่ครูตูนมีต่อการศึกษาไทย, รวมถึงมุมมองและข้อเสนอแนะเชิงนโยบาย จากผู้หญิงคนหนึ่ง ที่คลุกวงในกับการศึกษายืดหยุ่นมาตลอดหลายปี</p>



<figure class="wp-block-image size-full"><img decoding="async" loading="lazy" width="855" height="569" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/01/03-ให้วุฒิการศึกษา-07.jpg" alt="" class="wp-image-99229" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/01/03-ให้วุฒิการศึกษา-07.jpg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/01/03-ให้วุฒิการศึกษา-07-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/01/03-ให้วุฒิการศึกษา-07-768x511.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/01/03-ให้วุฒิการศึกษา-07-750x500.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/01/03-ให้วุฒิการศึกษา-07-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /></figure>



<p></p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>จุดเริ่มต้นของคำถาม และการพบกับ CYF</strong></h3>



<p>ย้อนกลับไปเกือบหนึ่งทศวรรษก่อนที่แนวคิด Mobile School จะถือกำเนิด ครูตูนเริ่มต้นการเดินทางในฐานะครูอาสาบนพื้นที่ราบสูงปางมะผ้า จังหวัดแม่ฮ่องสอน ที่นั่นเธอได้พบกับเด็กกลุ่มชาติพันธุ์บนดอยมีทักษะชีวิตสูงน่าทึ่ง แต่กลับไร้ซึ่ง &#8220;ความฝัน&#8221; ในอนาคต สิ่งเหล่านี้ทำเธอเริ่มตั้งคำถามต่อระบบการศึกษา</p>



<p>คำถามนั้นทำให้ครูตูนตัดสินใจร่วมงานกับมูลนิธิส่งเสริมพัฒนาเด็กและเยาวชน (CYF) ภายใต้การนำของ <strong>คุณวิทิต เติมผลบุญ</strong> หรือ &#8220;พี่หน่อง&#8221; ผู้ที่คลุกคลีกับการสร้างโรงเรียนบนดอยมานาน บทเรียนสำคัญที่ CYF ได้รับคือโรงเรียนรูปแบบรัฐมักจะเป็นปัจจัยที่ผลักดันให้เด็กออกจากหมู่บ้านจนชุมชนล่มสลาย <strong>&#8220;พี่หน่องเลยเรียนรู้</strong><strong>ว่า โรงเรียนมันผลักให้เด็กออกจากชุมชน CYF จึงเปลี่ยนมาทำเรื่องการศึกษากับวัฒนธรรม รวมถึงเริ่มช่วยชุมชุมจัดตั้งศูนย์การเรียน&#8221;</strong></p>



<p>พวกเขาจึงหันมาใช้ช่องทางตามกฎหมายมาตรา 12 ของ พ.ร.บ. การศึกษาแห่งชาติ เพื่อให้ชุมชนสามารถจัดการศึกษาได้เอง โดยมีศูนย์การเรียนแห่งแรกของประเทศไทยคือบ้านห้วยพ่าน อำเภอเชียงกลาง จังหวัดน่าน ส่วนครูตูนเข้าร่วมเป็นครูอาสาที่ศูนย์การเรียนแห่งที่ 2 ของ CYF คือ ศูนย์การเรียนชุมชนศรีสุวรรณสะเนพ่อง &#8211; วิถีกะเหรี่ยงทุ่งใหญ่นเรศวร ที่สังขละบุรี กาญจนบุรี</p>



<p>แต่จุดพลิกผันที่สำคัญจริงๆ กำลังจะเกิดขึ้น เมื่อเธอและทีม CYF เข้าไปทำงานที่จังหวัดนครพนม</p>



<p></p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>วุฒิการศึกษาในฐานะอำนาจและการคืนคุณค่าให้ชีวิต</strong></h3>



<p>ในปี 2563 ช่วงที่โควิด-19 ทำให้เด็กนับแสนคนหลุดออกจากระบบการศึกษา ครูตูนและทีม CYF ได้ขยายภารกิจไปทำงานร่วมกับเด็กในสถานพินิจจังหวัดนครพนม ภายใต้โครงการสนับสนุนการพัฒนาครูและเด็กนอกระบบการศึกษา โดยเครือข่ายเชิงพื้นที่: ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ (จังหวัดนครพนม) การสนับสนุนของกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) ที่นั่นเธอพบว่าเด็กเกือบทั้งหมดหลุดออกจากระบบการศึกษาเนื่องจากเงื่อนไขทางอายุและภาระชีวิต</p>



<p>&#8220;เด็กกลุ่มนี้เขาอายุ 15-18 ปีแล้ว แต่เขาหยุดเรียนมาตั้งแต่ ป.4 ป.5 บางคนเรียนแค่ ป.1 ต้องใช้เวลาอีก 6 ปีถึงจะจบ ม.3 ถ้าให้เขากลับไปนั่งเรียนกับเด็กประถมต้น หรือต้องขึ้นรถไปเรียนไกลหลายสิบกิโล มันเป็นไปไม่ได้&#8221; ครูตูนอธิบายถึงความท้าทายที่พบ</p>



<figure class="wp-block-image size-full"><img decoding="async" loading="lazy" width="855" height="569" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/01/2-6.jpg" alt="" class="wp-image-99228" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/01/2-6.jpg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/01/2-6-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/01/2-6-768x511.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/01/2-6-750x500.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/01/2-6-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /></figure>



<p></p>



<p>รูปแบบการศึกษายืดหยุ่นที่สถานพินิจจังหวัดนครพนม จึงเริ่มต้นจากแนวคิดว่า ประสบการณ์ชีวิตและผลการเรียนเดิมของเด็ก น่าจะถูกนำมา &#8220;เทียบโอน&#8221; ได้ ด้วยแนวคิดนี้ ครูตูนและทีมจึงทดลองใช้กลไกที่กฎหมายเปิดไว้ คือการรับรองการเรียนรู้จากชีวิตจริงของเด็ก</p>



<p>&#8220;เวลาเราสัมภาษณ์เทียบโอนเด็ก เราจะเห็นว่าจริงๆ แล้วเด็กเขามีทักษะชีวิตและศักยภาพเยอะมาก บางเรื่องเราไม่รู้เท่าเขาด้วยซ้ำ เช่นเรื่องปลูกข้าว เรื่องจมูกข้าว&#8221; เธอเล่าถึงสิ่งที่ค้นพบ</p>



<p>เด็กบางคนเรียนกับศูนย์การเรียนเพียง 1 ภาคเรียน หรือ 5 เดือน ก็ได้วุฒิ ม.3 หรือ ม.6 แล้ว นั่นเป็นพราะสิ่งที่เขาเรียนรู้มาแล้วตลอดชีวิตถูกนำมานับค่าอย่างเป็นธรรม &#8220;เด็กจะรู้สึกว่าตัวเองมีคุณค่า เพราะสิ่งที่ทำในอดีตถูกนำมาเทียบโอนเป็นเกรดได้ เช่น การทำนา กรีดยาง&#8221; เธออธิบายถึงความหมายของการเทียบโอน</p>



<p>แม้ในช่วงแรกครูตูนจะยอมรับว่ามีความกังวลถึงมาตรฐานอยู่บ้าง &#8220;ตอนแรกเราก็กลัวว่ามันง่ายไปไหม แต่วันที่เด็กสถานพินิจคนหนึ่งพูดบนเวทีรับวุฒิ ว่า ‘ใบกระดาษนี้ทำให้เขากล้าฝันถึงการเรียนต่อ’ ความกลัวของเราก็เริ่มถูกแทนที่ด้วยความมั่นใจ ว่าสิ่งที่ทำอยู่นั้นมีความหมายอย่างแน่นอน&#8221; เธอเล่าถึงจุดเปลี่ยนสำคัญในใจ</p>



<p>แต่แล้วครูตูนก็เจอ pain point ที่ทำให้เธอและทีม CYF ต้องหันมาคิดนอกกรอบเพื่อหาทางออก</p>



<p></p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>โรงเรียนมือถือ การไม่ปล่อยเด็กหลุดมืออีกครั้ง</strong></h3>



<p>ปัญหาใหญ่ที่ครูตูนและทีม CYF พบคือ เมื่อเด็กในสถานพินิจที่ร่วมโครงการนั้นยังเรียนไม่ครบ แต่ถูกปล่อยตัวออกจากสถานพินิจเสียก่อน พอเด็กออกจากรั้วสถานพินิจ การเรียนการสอนก็ขาดช่วง ขาดการติดตาม จึงเกิดการหลุดจากระบบอีกครั้ง</p>



<p>ครูตูนและทีม CYF จึงพยายามเสาะหาทางออกเพื่อให้เด็กได้เรียนรู้อย่างต่อเนื่อง</p>



<p>&#8220;เราเจอปัญหาว่าเมื่อเด็กรุ่นแรกออกจากออกจากสถานพินิจแล้วเราตามตัวเขากลับมาเรียนไม่ได้ พอรุ่นถัดมา เราเลยหารูปแบบที่จะทำให้เรายังติดตามเด็กได้ เพื่อให้เกิดการเรียนรู้อย่างต่อเนื่อง&#8221; เธอเล่า</p>



<p>ในที่สุด ทีมงานก็พบว่า การเรียนรู้ผ่านเครื่องมือใกล้ตัวอย่างโทรศัพท์มือถือ น่าจะเป็นตัวเลือกที่ดีที่สุด &#8220;ตอนนั้นถ้าถามว่าใครมีเฟซบุ๊กมั้ย เด็กทุกคนล้วนเล่นเฟซบุ๊ก เราเลยแลกเฟซบุ๊กกับเด็ก แล้วก็สร้างกลุ่มเฟซบุ๊กเป็นกลุ่มเรียนให้เด็กมาโพสต์การเรียนรู้ ถ่ายรูป แล้วเราก็เป็นเพื่อนกับเค้าในเฟซบุ๊ก เราก็จะเห็นชีวิตเด็ก โดยที่เขาไม่หายไป&#8221; ครูตูนอธิบายถึงจุดเริ่มต้น</p>



<p>&#8220;นี่ก็เลยเป็นจุดเริ่มต้นของโรงเรียนมือถือ” ครูตูนอธิบาย</p>



<figure class="wp-block-image size-full"><img decoding="async" loading="lazy" width="855" height="569" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/01/1-6.jpg" alt="" class="wp-image-99227" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/01/1-6.jpg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/01/1-6-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/01/1-6-768x511.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/01/1-6-750x500.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/01/1-6-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /></figure>



<p></p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>Mobile School คืออะไร และทำงานอย่างไร</strong></h3>



<p>อย่างที่ได้เล่าด้านต้น Mobile School ไม่ได้เกิดจากการออกแบบแพลตฟอร์มล้ำสมัย แต่เกิดจากการใช้เฟซบุ๊กและไลน์เป็นพื้นที่เรียนรู้ โดยครูตูนและทีมงานจะกระตุ้นให้เด็กบันทึกสิ่งที่ทำ ถ่ายรูป ถ่ายวิดีโอ เล่าเรื่องชีวิตของตัวเอง และให้เด็กสะท้อนกลับมาว่าการเรียนรู้นั้นเชื่อมโยงกับวิชาใด</p>



<p>&#8220;เด็กอาจจะอยู่บ้าน ไปทำงานที่โรงงานเฟอร์นิเจอร์ ทำนา ขายของ แต่เขาถ่ายภาพ บันทึกเรื่องราว และเล่าว่าวันนี้ได้เรียนรู้อะไร มันเชื่อมโยงกับวิชาอะไร เช่น การทำนาเชื่อมโยงกับวิทยาศาสตร์ การขายของเชื่อมกับคณิตศาสตร์และภาษา&#8221; ครูตูนอธิบาย</p>



<p>เมื่อการเรียนรู้ตามอัธยาศัยถูกแปลงให้มี &#8220;ร่องรอย&#8221; ที่สามารถนำไปประเมินผลได้ Mobile School จึงไม่ใช่ออนไลน์เลิร์นนิงแบบดูคลิปแล้วจบ แต่คือระบบ &#8220;เก็บเครดิตชีวิต&#8221; ของเด็ก ต่อมา Mobile School ได้รับการสนับสนุนจาก กสศ. ให้พัฒนาเป็นเว็บไซต์ที่มีระบบครบวงจร ครูตูนอธิบายว่า &#8220;จากที่เป็นไลน์เป็นเฟซบุ๊ก ตอนนี้ Mobile School ก็ได้รับการสนับสนุนจาก กสศ. ให้มาลงทุนแบบจริงจัง ก็เลยเกิดมาเป็นตัวเว็บไซต์ที่จะมีฟีเจอร์ต่างๆ&#8221;</p>



<p>&#8220;ถ้ามอง Mobile School ตอนนี้เลย เราต้องการเป็นตัวเก็บเครดิตเด็ก ทั้งออนไซต์และคอร์สออนไลน์&#8221; เธออธิบายถึงแนวคิดหลัก นั่นคือ Mobile School ไม่ใช่แค่แพลตฟอร์มเรียนออนไลน์ แต่เป็นระบบที่เชื่อมโยงการเรียนรู้จากทุกแหล่ง ทั้งการเรียนในชุมชน การทำงาน การเข้าร่วมกิจกรรม และคอร์สออนไลน์ มารวมเป็นหน่วยกิตเดียวกัน</p>



<p>ครูตูนอธิบายว่า เวลาสื่อสารกับชุมชน จะอธิบาย Mobile School ผ่าน 3 กระบวนการหลัก ที่เธอเรียกว่า &#8220;กระบวนการเรียนโรงเรียนมือถือ&#8221;</p>



<p><strong>โดยกระบวนการแรกคือ &#8220;อยากเรียน&#8221;</strong> โดย Mobile School จะเปิดรับสมัครทุกวันไม่ต้องรอกรอบเวลาของรัฐ <strong>&#8220;เด็กมาสมัครเมื่อไหร่ก็เริ่มนับเวลาเรียนได้เลย&#8230; เพราะเรารับสมัครเด็กทุกวัน&#8221;</strong></p>



<p><strong>กระบวนการที่สอง คือ &#8220;เทียบโอน&#8221;</strong> ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของการทำงาน โดยจะนำต้นทุนเดิมของเด็กมาสืบเสาะผ่านการสัมภาษณ์และแฟ้มสะสมผลงาน เพื่อให้เด็กตระหนักถึงมูลค่าของประสบการณ์ตนเอง</p>



<p><strong>และกระบวนการสุดท้ายคือ &#8220;การเรียนรู้&#8221;</strong> ที่แบ่งเป็นสามเสาหลักคือ <strong>วิชาการ</strong>ผ่านเวิร์คบุ๊ค <strong>วิชาชีวิต</strong>ผ่านการสะท้อนสมรรถนะ และ<strong>วิชาชีพ</strong>ผ่านสถานีเรียนรู้ในชุมชน ด้วยระบบที่ยืดหยุ่นนี้ เด็กที่มีต้นทุนชีวิตเพียงพออาจเรียนเพียงภาคเรียนเดียวก็สามารถสำเร็จการศึกษาได้</p>



<p>นอกจากนี้ในการดำเนินการ Mobile School นั้นไม่ได้สื่อสารกันแค่ในออนไลน์ แต่ต้องเชื่อมโยงกับผู้คนมากมายในท้องถิ่น ครูตูนและทีม CYF จะต้องพูดคุยและขยายเครือข่ายไปตามชุมชน ชักชวนเจ้าหน้าที่เทศบาล อบต. หรือ อสม. เข้ามาช่วยติดตามเด็ก และเชื่อมโยงเด็กกับแหล่งเรียนรู้ในชุมชนอีกด้วย</p>



<p>&#8220;ที่ผ่านมา อสม. รวมถึงคนในชุมชนช่วยเราสแกนหาเด็กนอกระบบมาได้ 50 กว่าคน แล้วก็มาจัดการเรียนรู้ผ่าน Mobile School ร่วมกัน มันเลยกลายเป็นว่า อบต.และชุมชนเป็นครูพี่เลี้ยงเด็ก ส่วนศูนย์การเรียน CYF เป็นหน่วยที่ไปซัพพอร์ตวิชาการและออกวุฒิให้เด็ก&#8221; ครูตูนอธิบายถึงการทำงานเป็นเครือข่าย</p>



<p>ดังนั้นแล้ว Mobile School จึงเป็นแนวคิดการเรียนรู้ที่แม้จะอยู่บนออนไลน์ แต่ก็มีเครือข่ายชุมชนออฟไลน์ไว้รองรับและดูแลเด็กด้วย</p>



<figure class="wp-block-image size-full"><img decoding="async" loading="lazy" width="855" height="569" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/01/3-3.jpg" alt="" class="wp-image-99230" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/01/3-3.jpg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/01/3-3-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/01/3-3-768x511.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/01/3-3-750x500.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/01/3-3-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /></figure>



<p></p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>นครพนมโมเดล: จากจุดเล็กๆ สู่เครือข่ายใหญ่</strong></h3>



<p>จากความสำเร็จในสถานพินิจ จังหวัดนครพนมได้กลายเป็นพื้นที่นำร่องสำคัญของ Mobile School ภายใต้ชื่อ &#8220;นครพนมโมเดล&#8221; ที่รวม 21 หน่วยงานทำงานร่วมกัน โดยเป็นส่วนหนึ่งของ &#8220;Thailand Zero Dropout&#8221;</p>



<p>นครพนมโมเดลทำงานกับเด็ก 3 กลุ่มหลัก ที่ครูตูนเปรียบเทียบเป็น &#8220;ต้นน้ำ กลางน้ำ และปลายน้ำ&#8221; โดยต้นน้ำคือเด็กกลุ่มเสี่ยงที่ยังอยู่ในโรงเรียน, กลางน้ำคือเด็กที่หลุดจากระบบหรือ &#8220;เด็กแขวนลอย&#8221; และปลายน้ำคือเด็กในกระบวนการยุติธรรม</p>



<p>ความสำเร็จที่เห็นได้ชัดเจนคือชุมชนพิมาน อบต.พิมาน อำเภอนาแก จังหวัดนครพนม ครูตูนเล่าว่า &#8220;พอขึ้นปีที่ 2 เด็กในตำบลใกล้เคียงเห็นเพื่อนกำลังจะมีวุฒิการศึกษา เขาก็พากันมาสมัครเรียนเอง จนเข้าปีที่ 3 ความสำเร็จของพื้นที่กลายมาเป็นตัวตั้งต้นในการผลักดันให้เกิดโครงการ Thailand Zero Dropout แล้วชุมชนพิมานก็ยกระดับเป็นชุมชนต้นแบบ ขยับจากพื้นที่การศึกษาระดับตำบลไปเป็นอำเภอ&#8221;จากนครพนม บุคลากรที่ได้รับการพัฒนาก็กระจายตัวไปเป็นพี่เลี้ยงให้ชุมชนอื่นๆ ทั้งสุรินทร์ ลำปาง สงขลา ขยายเครือข่ายไปทั่วประเทศ โดยปัจจุบัน Mobile School มีนักเรียนประมาณ 500-600 คน มี 12 โรงเรียนต้นแบบและ 12 ตำบลต้นแบบ ทำงานร่วมกับเครือข่ายทั้งโรงเรียน 3 รูปแบบของ สพฐ. และศูนย์การเรียนมาตรา 12</p>



<p></p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>ความท้าทายและอุปสรรค</strong></h3>



<p>อย่างไรก็ตาม เส้นทางของ Mobile School ไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ แม้จะเห็นผลลัพธ์ชัดเจน แต่ Mobile School ยังเผชิญความท้าทายสำคัญ ครูตูนบอกว่า ทีมยังต้องเผชิญกับกำแพงกฎหมายที่ยังไม่เปิดกว้างเต็มที่&nbsp; อาทิ</p>



<p>&#8220;ปัจจุบัน Mobile School ยังต้องออก portfolio เหมือนโรงเรียนปกติ แล้วก็ต้องพิสูจน์ตัวเองทุกครั้งว่าสามารถออกวุฒิได้&#8221; ครูตูนอธิบายถึงอุปสรรคด้านกฎระเบียบ ว่าระบบการศึกษาไทยยังคงยึดติดกับโครงสร้างแบบเดิม ทำให้การศึกษายืดหยุ่นต้องผ่านกระบวนการพิสูจน์ตัวเองอยู่เสมอ</p>



<p>แต่สิ่งที่ยากยิ่งกว่าคือ &#8220;ความเชื่อของสังคม&#8221; ที่ยังยึดติดกับภาพโรงเรียนที่มีโต๊ะเก้าอี้และครูหน้าชั้น</p>



<p>&#8220;ความท้าทายหนึ่งก็คือเรื่องของคนในสังคมไม่รู้จักการศึกษารูปแบบนี้เลย แล้วก็ไม่รู้ว่ามาตรา 15 การศึกษาตามอัธยาศัยคือเรียนแบบไหนก็ได้ มายด์เซตของคนจะไม่ค่อยรู้&#8221; ครูตูนอธิบาย</p>



<p>แต่สำหรับครูตูน สิ่งที่ทำให้ไม่ย่อท้อท่ามกลางความท้าทายเหล่านี้คือ &#8220;การเปลี่ยนแปลงที่เห็นในตัวเด็ก&#8221; ซึ่งพิสูจน์ให้เห็นว่า Mobile School ทำงานได้จริง และควรค่าแก่การต่อสู้</p>



<figure class="wp-block-image size-full"><img decoding="async" loading="lazy" width="855" height="569" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/01/4-2.jpg" alt="" class="wp-image-99231" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/01/4-2.jpg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/01/4-2-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/01/4-2-768x511.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/01/4-2-750x500.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/01/4-2-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /></figure>



<p></p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>ความฝันและข้อเสนอเชิงนโยบาย</strong></h3>



<p>เมื่อมองไปข้างหน้า ครูตูนมีภาพฝันที่ต้องการเขย่าโครงสร้างการศึกษาไทยให้ขยับไปสู่ระดับสากลมากขึ้น เธอเปรียบเทียบการศึกษาในอนาคตกับระบบ Blockchain ที่ทุกอย่างต้องเชื่อมโยงและกระจายอำนาจออกจากศูนย์กลาง</p>



<p>&nbsp;&#8220;ภาพมันจะคล้ายๆ กับ blockchain ที่เมื่อก่อนมันจะเป็นศูนย์กลางแล้วก็กระจาย แต่ตอนนี้มันทุกอย่างมันต้องกลายเป็น blockchain ที่มันมาเชื่อมต่อกันได้&#8221; ครูตูนใช้คำเปรียบเทียบอย่างน่าสนใจ</p>



<p>ในภาพนี้ แต่ละพื้นที่จะมีจุดเด่นในการสอนที่ต่างกัน ไม่ว่าจะเป็น &#8220;โรงเรียนนี้เก่งภาษาอังกฤษมีครูภาษาอังกฤษ โรงเรียนนี้เก่งคณิตศาสตร์ หรือโรงเรียนนี้ชุมชนนี้เก่งเรื่องของการตีมีด ชุมชนนี้เก่งเรื่องของทอผ้าเก่งเรื่องการทำย้อมสี มันกลายเป็นแบบเค้าจะวางแผนการเรียนรู้ของเค้าเองได้ แล้วก็ไปทัวร์เรียนในสิ่งที่สนใจ&#8221; เธอเล่าถึงวิสัยทัศน์ของการศึกษาที่เด็กเป็นนักเดินทางทางการเรียนรู้</p>



<p>ข้อเสนอที่น่าคิดตาม คือการเปลี่ยนระบบงบประมาณรายหัวจากการจ่ายให้โรงเรียน มาเป็น &#8220;คูปองการศึกษา&#8221; ที่เดินตามตัวเด็ก &#8220;มันจะกลายเป็นว่าเด็กเลือกเข้าไป join แหล่งเรียนรู้ไหน แล้วตัวคูปองเนี่ยมันก็จะไป support แหล่งเรียนรู้นั้น แทนที่จะ fix ว่าฉันสังกัดโรงเรียนนี้ต้องเรียนกับแค่โรงเรียนนี้ แต่โรงเรียนจะกลายเป็นเปิดรั้วแล้วโรงเรียนจะเป็นหน่วยแค่ว่าเก็บช่วยเก็บเครดิตให้เด็กเพื่อที่จะออกวุฒิ&#8221; ครูตูนอธิบายระบบที่จะสร้างการแข่งขันในเชิงคุณภาพ ในภาพนี้ การศึกษาจะไม่ใช่เรื่องของ &#8220;สังกัด&#8221; อีกต่อไป แต่เป็นเรื่องของ &#8220;ความสนใจ&#8221; และ &#8220;ศักยภาพ&#8221; ของเด็กแต่ละคน</p>



<p>ครูตูนมองว่าระบบคูปองการศึกษาสามารถเริ่มต้นได้เลยจากเงินที่มีอยู่แล้ว &#8220;ตอนนี้ กสศ.เค้าจะมีเรื่องของค่าดูแล 4,000 ให้กับเด็กนอกระบบ ถ้าเรามาถัวให้มันกลายเป็นคูปอง ถ้าเรานำร่องแต่ละพื้นที่ ก็สามารถทำได้เลย มีเด็กกลุ่มหนึ่งมีแหล่งเรียนรู้หนึ่ง แล้วบริหารจัดการหน่อย เราก็ใช้ตัว Mobile School มาช่วยบริหารจัดการตัวแมปปิ้งแหล่งเรียนรู้ แล้วก็ให้เด็กเลือกลงแหล่งเรียนรู้ไหน คูปองก็จะตามไปกับเด็ก&#8221; เธออธิบายถึงวิธีการที่เป็นไปได้</p>



<p>นอกจากนี้ ครูตูนเสนอว่าการศึกษาควรอนุญาตให้เด็กค้นพบความถนัดเฉพาะทางได้ตั้งแต่อายุยังน้อย ไม่ว่าจะเป็นการเขียนโปรแกรมหรือศิลปะ &#8220;การศึกษาในอนาคตมันน่าจะเฉพาะทางได้แล้ว เฉพาะทางไปเลย เด็กคนนี้รู้ว่าฉันอยากเรียนแบบเขียนโปรแกรมตั้งแต่เด็ก ก็เฉพาะทางได้&#8221; ครูตูนมองว่า ระบบการศึกษาควรรองรับความหลากหลายนี้</p>



<p>สิ่งหนึ่งที่ครูตูนเน้นย้ำคือ Mobile School ไม่ใช่แค่ &#8220;ทางเลือก&#8221; สำหรับเด็กที่หลุดจากระบบ แต่เป็น &#8220;ต้นแบบ&#8221; ของการศึกษาในอนาคตที่ทุกคนควรเข้าถึงได้ &#8220;Mobile School อยากขยายไปมากกว่าเด็กขาดโอกาส เราอยากจะเอาเด็กเก่งๆ จากกรุงเทพมา join ด้วย เพื่อให้กระชับพื้นที่ความเหลื่อมล้ำ ให้เด็กได้เข้าถึงกัน ให้เขาได้มาเจอกัน&#8221; เธอเล่าถึงวิสัยทัศน์ที่กว้างไกล เธอมองว่า การทำให้เด็กจากพื้นที่ต่างๆ ต่างฐานะ มาเรียนรู้ด้วยกัน จะช่วยลดช่องว่างทางสังคมและสร้างความเข้าใจซึ่งกันและกัน</p>



<figure class="wp-block-image size-full"><img decoding="async" loading="lazy" width="855" height="569" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/01/5-1.jpg" alt="" class="wp-image-99232" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/01/5-1.jpg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/01/5-1-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/01/5-1-768x511.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/01/5-1-750x500.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/01/5-1-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /></figure>



<p></p>



<p>ท้ายที่สุด เธอมองว่า รัฐควรเปลี่ยนบทบาทจากการเป็น &#8220;เจ้าของอำนาจ&#8221; มาเป็น &#8220;ผู้เชื่อมประสาน&#8221; ที่ชวนภาคประชาสังคมและผู้เชี่ยวชาญมาร่วมจัดการศึกษา</p>



<p>&#8220;ตอนนี้ยังไม่มีประตูที่เปิดเชื่อมโยงกัน สิ่งนี้จะเป็นพลังมหาศาลที่จะเข้ามาช่วยกันจัดการเรียนรู้ให้กับเด็กได้ ตอนนี้รัฐมองตัวเองเป็นผู้จัดการศึกษาอย่างเดียว แต่รัฐสามารถมีบทบาทเป็นผู้เชื่อมประสานด้วยได้ไหม ชวนคนมาทำงานด้วยกัน และมีบทบาทในการสนับสนุนให้สิ่งนี้อยู่ได้ในเชิงระบบ&#8221;</p>



<p>ครูตูนมองว่า ถ้ารัฐสามารถเชื่อมโยงผู้เชี่ยวชาญในสาขาต่างๆ ชุมชน และสถานศึกษาเข้าด้วยกัน จะเกิดพลังมหาศาลในการยกระดับการศึกษาไทยอย่างแน่นอน</p><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/article-270126/">Mobile School เพราะการศึกษา ควรเคลื่อนที่ไปหา และมอบอำนาจการเรียนรู้ให้เด็ก</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>“แค่ได้เห็นหน้าครูกับเพื่อน ๆ ในช่วงเวลานี้ ก็รู้สึกว่าหัวใจอบอุ่นขึ้นแล้ว” ‘Mobile School’ ระบบเรียนรู้ฉุกเฉินที่ช่วยพาโรงเรียนให้ไปต่อ</title>
		<link>https://www.eef.or.th/article-291125/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Sat, 29 Nov 2025 04:41:02 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[บทความ]]></category>
		<category><![CDATA[Movement]]></category>
		<category><![CDATA[Mobile school]]></category>
		<category><![CDATA[กสศ.]]></category>
		<category><![CDATA[สพฐ.]]></category>
		<category><![CDATA[อยุธยา]]></category>
		<category><![CDATA[มูลนิธิกระจกเงา]]></category>
		<category><![CDATA[วาสนา ลิ้มสุวรรณ]]></category>
		<category><![CDATA[โรงเรียนประชากรรังสฤษฏ์]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?p=97867</guid>

					<description><![CDATA[<p>“จุดเปลี่ยนจริง ๆ คือเมื่อเด็กมีอินเทอร์เน็ต มีเครื่องม [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/article-291125/">“แค่ได้เห็นหน้าครูกับเพื่อน ๆ ในช่วงเวลานี้ ก็รู้สึกว่าหัวใจอบอุ่นขึ้นแล้ว” ‘Mobile School’ ระบบเรียนรู้ฉุกเฉินที่ช่วยพาโรงเรียนให้ไปต่อ</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>“จุดเปลี่ยนจริง ๆ คือเมื่อเด็กมีอินเทอร์เน็ต มีเครื่องมือ นักเรียนทุกคนก็เข้าถึงครูและเพื่อน ๆ ได้ทันที เป็นการสื่อสารที่เร็ว ทันที และทำได้ทุกเวลา ซึ่งไม่เพียงส่งผลให้การเรียนรู้ไปต่อได้ แต่ในเรื่องความเป็นอยู่ ความปลอดภัย หรือการดูแลสภาวะจิตใจ เราดูแลได้ครอบคลุมกว่าเดิมทั้งหมด”</p>



<p><strong>‘ครูเพชร’</strong> <strong>วาสนา ลิ้มสุวรรณ </strong>โรงเรียนประชากรรังสฤษฏ์ อำเภอบางบาล จังหวัดอยุธยา<strong> </strong>เล่าถึงการได้รับซิมอินเทอร์เน็ต และเครื่องมือเรียนรู้ออนไลน์ทั้งคอมพิวเตอร์โน้ตบุคและสมาร์ทโฟน จากความร่วมมือของ สพฐ. กสศ. มูลนิธิกระจกเงา และเครือข่ายศูนย์การเรียน ที่มุ่งสร้าง ‘ระบบเรียนรู้ฉุกเฉิน’ ผ่านการนำดิจิทัลแพลตฟอร์ม Mobile School มาใช้ เพื่อให้การเรียนรู้ของเด็ก ๆ ในพื้นที่น้ำท่วมดำเนินต่อไป โดยเผยว่า ณ วันนี้ แม้โรงเรียนยังคงต้องปิดต่อไปอย่างไม่มีกำหนด แต่ ‘การเรียนรู้ไปต่อได้แล้ว’</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-349e53"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/11/1129_Mobile-School-01.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>“ตั้งแต่น้ำท่วมโรงเรียน เราพยายามหาวิธีที่จะทำให้การเรียนรู้ไปต่อ โดยเฉพาะการนำระบบออนไลน์มาใช้ แต่การเป็นโรงเรียนขนาดเล็กในพื้นที่ที่ผู้ปกครองมีรายได้ไม่มาก ก็ต้องยอมรับว่าเด็กส่วนใหญ่ไม่มีเครื่องมือสื่อสาร บางคนไม่เคยจับอุปกรณ์ดิจิทัลเลยด้วยซ้ำ ดังนั้นการได้เครื่องมือมาช่วย อย่างแรกเลยคือเราติดตามเด็กง่ายขึ้น ติดต่อเด็กได้ทุกคน แล้วจากตรงนี้เองที่เหมือนว่ามันได้มาปลุกให้การเรียนรู้เกิดขึ้นต่อไปได้จริง ๆ&nbsp;&nbsp;</p>



<p>“สิ่งที่เด็ก ๆ ดีใจที่สุด คือได้บรรยากาศของห้องเรียนกลับมา เพราะตั้งแต่หยุดเรียน หลายคนบอกว่าเหงามาก วัน ๆ แทบไม่ได้คุยกับใครเลย แต่ตอนนี้พี่ ๆ ป.5-ป.6 เค้าตั้งกลุ่มคุยกันผ่านไลน์ได้แล้ว โดยครูเป็นคนสร้างห้องขึ้นมา แล้วทำคลิปบทเรียน ให้เด็ก ๆ ได้เข้ามาดู แต่ละคนก็ตื่นเต้นกันใหญ่ เพราะไม่ได้คุยหรือเจอหน้ากันพร้อม ๆ มาเป็นเดือน แล้วเราก็ใช้ช่องทางนี้ติวสอบโอเน็ตให้เด็ก ๆ ด้วย ส่วนชั้น ป.3-ป.4 ครูจะสร้างห้องไว้คอยส่งเนื้อหาการเรียนการสอน และถามไถ่ชีวิตประจำวัน ซึ่งเด็กบางคนบอกเราว่า แค่ได้เห็นหน้าครูเห็นหน้าเพื่อน เขาก็หายเหงาและรู้สึกอบอุ่นใจขึ้นมาแล้ว”</p>



<p>ครูเพชร ยังบอกว่าการเรียนผ่าน Mobile School ในช่วงเวลานี้ ยังเหมือนเป็น ‘จุดเริ่มต้น’ ของการซึมซับประสบการณ์การใช้ทักษะดิจิทัลของเด็กหลายคน และไม่เว้นกระทั่งผู้ปกครอง  </p>



<figure class="wp-block-gallery has-nested-images columns-default is-cropped wp-block-gallery-1 is-layout-flex wp-block-gallery-is-layout-flex">
<figure class="wp-block-image size-large"><img decoding="async" loading="lazy" width="569" height="855" data-id="97873" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/11/1129_Mobile-School-05.jpg" alt="" class="wp-image-97873" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/11/1129_Mobile-School-05.jpg 569w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/11/1129_Mobile-School-05-200x300.jpg 200w" sizes="(max-width: 569px) 100vw, 569px" /></figure>



<figure class="wp-block-image size-large"><img decoding="async" loading="lazy" width="569" height="855" data-id="97874" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/11/1129_Mobile-School-08.jpg" alt="" class="wp-image-97874" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/11/1129_Mobile-School-08.jpg 569w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/11/1129_Mobile-School-08-200x300.jpg 200w" sizes="(max-width: 569px) 100vw, 569px" /></figure>
</figure>



<p></p>



<p>“ในชั้นอนุบาล เราใช้วิธีให้ผู้ปกครองช่วยถ่ายคลิปตอนนักเรียนอยู่กับเนื้อหาบทเรียนส่งมา ตรงนี้เป็นอีกจุดเปลี่ยนที่ทำให้ผู้ปกครองทำความเข้าใจ ว่าเครื่องมือสื่อสารสัมพันธ์กับการเรียนรู้ของเด็กอย่างไร ส่วนเด็ก ๆ ที่บางคนเพิ่งได้หยิบจับเครื่องมือเป็นครั้งแรก แค่นี้สำหรับเขาก็ดีใจที่สุดแล้ว เรามองว่านี่คือโอกาสที่ทุกคนจะได้ยกระดับการเรียนรู้ผ่านโลกออนไลน์ ได้คุ้นเคยกับเครื่องมือ ได้ลองเสิร์ชหาสิ่งที่ตัวเองสนใจ แล้วประสบการณ์ที่ได้สัมผัสนี้ จะช่วยเปลี่ยนวิธีคิดต่อการเรียนรู้ของเด็กในระยะยาว”&nbsp;</p>



<p>ครูเพชรสรุปว่า แม้การนำเครื่องมือดิจิทัลมาช่วยในการเรียนรู้ จะยังเป็นเรื่องใหม่สำหรับเด็ก ๆ แต่เชื่อว่าเมื่อเวลาผ่านไป ทักษะของนักเรียนรวมถึงการพัฒนาระบบจะยิ่งทำได้ดีขึ้น แล้วสิ่งนี้จะเป็น ‘ข้อต่อ’ สำคัญ ที่ทำให้การเรียนรู้ในสภาวะฉุกเฉินมีทางไปต่อ ไม่ว่าในสถานการณ์น้ำท่วมหรือฉุกเฉินใด ๆ ก็ตาม</p>



<p>“อย่างน้อยที่สุด เราอยากให้มองถึงเด็กที่ไม่เคยมีเครื่องมือสื่อสารของตัวเองมาก่อน เวลาแค่เดือนกว่าที่น้ำท่วมโรงเรียนปิด เขาเหมือนถูกตัดขาดจากโลก บางครั้งจึงพลาดโอกาสได้รับความช่วยเหลือเพราะไม่มีใครติดต่อได้ ยิ่งการเรียนรู้ด้วยตัวเองยิ่งไม่มีทางเลย แต่วันนี้เราเห็นแล้วว่าพอสื่อสารกับครูได้ คุยกับเพื่อนได้ เขาไม่รู้สึกโดดเดี่ยวอีกต่อไป ทั้งยังร่าเริงขึ้น เริ่มมีรอยยิ้มสดชื่นขึ้นมาบ้าง ซึ่งคือความอบอุ่นในหัวใจที่เด็ก ๆ ได้รับอีกครั้ง แม้ว่าเขาจะยังกลับไปเรียนที่โรงเรียนไม่ได้”</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-312381"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/11/1129_Mobile-School-06.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-a81c3a"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/11/1129_Mobile-School-07.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/article-291125/">“แค่ได้เห็นหน้าครูกับเพื่อน ๆ ในช่วงเวลานี้ ก็รู้สึกว่าหัวใจอบอุ่นขึ้นแล้ว” ‘Mobile School’ ระบบเรียนรู้ฉุกเฉินที่ช่วยพาโรงเรียนให้ไปต่อ</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>“น้ำท่วมยาวนาน การเรียนรู้ต้องไม่หยุด” โรงเรียนเล็กอยุธยารับฟังการแนะนำแพลตฟอร์ม Mobile School วางแนวทางจัดการเรียนรู้ต่อเนื่อง ไม่ให้เด็กหลุดจากระบบ</title>
		<link>https://www.eef.or.th/news-171125/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 17 Nov 2025 07:46:07 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[ข่าวสารความรู้]]></category>
		<category><![CDATA[เด็กหลุดจากระบบการศึกษา]]></category>
		<category><![CDATA[Mobile school]]></category>
		<category><![CDATA[น้ำท่วม]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?p=97641</guid>

					<description><![CDATA[<p>สถานการณ์น้ำท่วมอย่างยาวนานในจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ยัง [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/news-171125/">“น้ำท่วมยาวนาน การเรียนรู้ต้องไม่หยุด” โรงเรียนเล็กอยุธยารับฟังการแนะนำแพลตฟอร์ม Mobile School วางแนวทางจัดการเรียนรู้ต่อเนื่อง ไม่ให้เด็กหลุดจากระบบ</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>สถานการณ์น้ำท่วมอย่างยาวนานในจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ยังคงส่งผลกระทบรุนแรงต่อสถานศึกษาในหลายพื้นที่ โดยข้อมูลจากสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ระบุว่า ขณะนี้มีโรงเรียนได้รับผลกระทบแล้วกว่า 85 แห่ง ทำให้เด็กนักเรียนจำนวนมากมีความเสี่ยงขาดช่วงการเรียนรู้ และอาจหลุดออกจากระบบการศึกษาในช่วงที่โรงเรียนไม่สามารถเปิดสอนได้ตามปกติ</p>



<p>เมื่อวันที่ 14 พฤศจิกายน 2568 กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) ร่วมกับสำนักนโยบายและแผนการศึกษาขั้นพื้นฐาน สพฐ. และสมาคมศูนย์การเรียนโดยองค์กรชุมชนและองค์กรเอกชน จัดประชุมออนไลน์เพื่อแนะนำการใช้งานแพลตฟอร์ม Mobile School และร่วมออกแบบแนวทางการจัดการเรียนรู้ต่อเนื่องกับโรงเรียนขนาดเล็กในพื้นที่น้ำท่วม ประกอบด้วย โรงเรียนประชากรรังสฤษฏ์ อำเภอบางบาล, โรงเรียนวัดน้ำเต้า (อุดมราษฎร์นิมิต) อำเภอบางบาล, โรงเรียนวัดเชิงท่าบางปะอิน อำเภอบางปะอิน และ โรงเรียนวัดท่าดินแดง อำเภอผักไห่ ซึ่งโรงเรียนทั้งนี้มีจำนวนนักเรียนระหว่าง 39–90 คน</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-9e08b4"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/11/05.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>การประชุมครั้งนี้เป็นการรับฟังสถานการณ์จริงจากพื้นที่ และหารือถึงแนวทางที่โรงเรียนสามารถจัดการได้ตามบริบท เช่น ON-SITE, ON-AIR, ON-DEMAND และ ONLINE รวมถึงการแนะนำแพลตฟอร์ม Mobile School ซึ่งเป็นเครื่องมือที่พัฒนาขึ้นเพื่อสร้างโอกาสทางการศึกษาที่ยืดหยุ่นสำหรับนักเรียนรายบุคคล และสนับสนุนโรงเรียนในช่วงภาวะวิกฤต</p>



<p>ที่ประชุมได้รับฟังความต้องการเร่งด่วนของโรงเรียน เช่น สื่อการเรียนรู้ ใบงาน รวมถึงการสนับสนุนอุปกรณ์และอินเทอร์เน็ต เพื่อให้สามารถนำ Mobile School ไปใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพและทันต่อสถานการณ์</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-867fd4"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/11/04-1.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>ครูและผู้บริหารโรงเรียนเล็กในพื้นที่อยุธยาให้ข้อมูลว่า น้ำท่วมที่ยืดเยื้อทำให้การจัดการเรียนการสอนประสบความยากลำบากอย่างมาก การมีเครื่องมืออย่าง Mobile School ช่วยให้โรงเรียนสามารถวางแนวทางจัดการเรียนรู้ทดแทนการมาเรียนได้อย่างเป็นระบบ</p>



<p>อย่างไรก็ตาม ยังพบข้อจำกัดสำคัญ เช่น นักเรียนกว่า 80–90% ต้องใช้สมาร์ตโฟนร่วมกับผู้ปกครองที่ต้องออกไปทำงาน ทำให้ต้องรอผู้ปกครองกลับบ้านจึงจะสามารถเรียนได้ ขณะที่บางครอบครัวยังไม่มีสมาร์ตโฟนหรืออินเทอร์เน็ตใช้งานเลย</p>



<p>เพื่อแก้ปัญหาเชิงพื้นที่ในระยะเร่งด่วน กสศ. เตรียมบูรณาการความร่วมมือกับ มูลนิธิกระจกเงา<strong> </strong>สนับสนุนอุปกรณ์สมาร์ตโฟน คอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊ก และอินเทอร์เน็ต ขณะที่ สพฐ. และสมาคมศูนย์การเรียนฯ จะจัดหาสื่อการเรียนรู้ที่เหมาะสมกับช่วงวัย เช่น หนังสืออ่านง่าย ใบงานที่สอดคล้องกับตัวชี้วัดรายวิชา และสื่อวิดีโอสั้น 5–10 นาที เพื่อช่วยให้เด็กสามารถเรียนรู้ด้วยตนเองได้อย่างสนุกและไม่เครียด พร้อมสนับสนุนการใช้ครู AI เพื่อช่วยดูแลการเรียนรู้รายบุคคล โดยทุกฝ่ายตั้งเป้าให้นักเรียนเข้าถึงการเรียนรู้ได้ภายในสัปดาห์นี้</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-fc01b1"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/11/01-1.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-3ff519"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/11/03-1.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>ทั้งนี้ การพัฒนาระบบและเครื่องมือสนับสนุนการศึกษาที่ยืดหยุ่นเป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่งในพื้นที่ที่เผชิญภัยพิบัติซ้ำซาก เพื่อคุ้มครองสิทธิการเรียนรู้ของเด็กทุกคน และป้องกันไม่ให้เด็กหลุดออกจากระบบการศึกษาเพราะเหตุสุดวิสัย กสศ. และภาคีเครือข่ายจะขยายการให้ความรู้และการแนะนำแพลตฟอร์ม Mobile School ไปยังพื้นที่เสี่ยงอื่น ๆ ทั่วประเทศ เพื่อเสริมความพร้อมของโรงเรียนในการจัดการเรียนรู้ต่อเนื่องในทุกสถานการณ์ต่อไป</p><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/news-171125/">“น้ำท่วมยาวนาน การเรียนรู้ต้องไม่หยุด” โรงเรียนเล็กอยุธยารับฟังการแนะนำแพลตฟอร์ม Mobile School วางแนวทางจัดการเรียนรู้ต่อเนื่อง ไม่ให้เด็กหลุดจากระบบ</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ช่วยโรงเรียนสู้ภัยน้ำท่วม ให้การเรียนรู้ยังไปต่อได้ แพลทฟอร์ม Mobile School จาก กสศ.และภาคี เปิดให้โรงเรียนใช้ฟรี </title>
		<link>https://www.eef.or.th/news-121125/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 12 Nov 2025 12:05:53 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[ข่าวสารความรู้]]></category>
		<category><![CDATA[กสศ.]]></category>
		<category><![CDATA[Mobile school]]></category>
		<category><![CDATA[สู้ภัยน้ำท่วม]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?p=97565</guid>

					<description><![CDATA[<p>สถานการณ์น้ำท่วมในหลายพื้นที่ ส่งผลให้โรงเรียนจำนวนมากไ [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/news-121125/">ช่วยโรงเรียนสู้ภัยน้ำท่วม ให้การเรียนรู้ยังไปต่อได้ แพลทฟอร์ม Mobile School จาก กสศ.และภาคี เปิดให้โรงเรียนใช้ฟรี </a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>สถานการณ์น้ำท่วมในหลายพื้นที่ ส่งผลให้โรงเรียนจำนวนมากไม่สามารถเปิดการเรียนการสอนได้ตามปกติ&nbsp; เด็กจำนวนมากต้องหยุดเรียนเป็นเวลานาน และอาจทำให้เกิดภาวะการเรียนรู้ถดถอยและเสี่ยงหลุดออกจากระบบการศึกษา</strong></p>



<p><strong>นายอิษฏ์ ปักกันต์ธร ผู้อำนวยการสำนักพัฒนาการเรียนรู้เชิงพื้นที่ กสศ. </strong>เปิดเผยว่า ขณะนี้หลายสถานศึกษาในพื้นที่น้ำท่วม ถูกตัดขาดจากการเข้าถึงการศึกษา เพราะเด็กไม่สามารถเดินทางมาโรงเรียนได้ อาคารเรียนจมน้ำ อุปกรณ์การสอน–หนังสือเสียหายจำนวนมาก ทำให้การเรียนรู้สะดุดต่อเนื่อง</p>



<p><strong>“ยิ่งเด็กหายไปจากห้องเรียนนานเท่าไร ส่งผลให้การเรียนรู้ถดถอย และอาจเสี่ยงหลุดจากระบบการศึกษา ไม่กลับมาเรียนอีก โดยเฉพาะในเด็กยากจน ด้อยโอกาส”</strong></p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-63cc82"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/11/1112_Mobile-School-08.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>นายอิษฏ์ กล่าวเพิ่มเติมว่า จากสถานการณ์นี้ ยิ่งสะท้อนให้เห็นว่าเทคโนโลยีและการเรียนรู้ออนไลน์เป็นหัวใจสำคัญของการศึกษาและเรียนรู้ ในยุคปัจจุบัน ที่ต้องเผชิญกับความท้าทายหลายด้าน ทั้งภัยธรรมชาติ การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ โรคระบาด และความห่างไกลทางภูมิศาสตร์<strong> </strong>เทคโนโลยีจึงกลายเป็น<strong> “สะพานเชื่อมโอกาส” </strong>ที่ช่วยลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา ทำให้เด็กในพื้นที่เปราะบางยังสามารถเรียนรู้ต่อได้แต่ในขณะเดียวกัน กสศ. พบว่า เด็กยากจนและด้อยโอกาสจำนวนมาก ยังขาดอุปกรณ์การเรียนออนไลน์ และอินเทอร์เน็ตฟรีเพื่อการศึกษา<strong> </strong>ซึ่งถือเป็น<strong> “สวัสดิการพื้นฐานด้านการเรียนรู้” </strong>ที่ในโลกยุคใหม่ จำเป็นต้องมีสวัสดิการจัดให้อย่างครอบคลุม&nbsp; เพื่อให้เทคโนโลยีเป็นโอกาส ไม่ใช่อุปสรรคใหม่ของความเหลื่อมล้ำ</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-028781"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/11/1112_Mobile-School-12.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-4ee581"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/11/1112_Mobile-School-13.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-853e20"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/11/1112_Mobile-School-10.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p><strong>เพื่อป้องกันไม่ให้เด็กถูกทิ้งไว้ข้างหลัง การศึกษาต้องยืดหยุ่น ปรับตัวเข้าหาเด็กในทุกสถานการณ์ กสศ. ร่วมกับ สพฐ. และ สมาคมศูนย์การเรียนโดยองค์กรชุมชนและองค์กรเอกชน จึงเปิดให้สถานศึกษาทุกสังกัด ในพื้นที่ประสบภัยเข้าใช้แพลตฟอร์ม “Mobile School” เพื่อช่วยให้สามารถจัดการเรียนรู้ต่อเนื่อง ในสถานการณ์น้ำท่วมนี้</strong></p>



<p>แพลตฟอร์ม Mobile School มีเครื่องมือสำคัญ เช่น</p>



<ul>
<li style="font-size:16px">บทเรียน–กิจกรรมเรียนรู้ฉุกเฉิน&nbsp;</li>



<li style="font-size:16px">แบบบันทึกการรู้เรียนตามอัธยาศัย</li>



<li style="font-size:16px">แผนการสอนช่วงเด็กไม่ได้มาโรงเรียน</li>



<li style="font-size:16px">ชุมชนแลกเปลี่ยนเรียนรู้ออนไลน์กับเพื่อน ๆ 4 ภูมิภาค</li>



<li style="font-size:16px">แบบฝึก–ใบงาน ที่ส่งถึงเด็กได้ทุกสภาพพื้นที่</li>



<li style="font-size:16px">บทเรียนแบบออนไลน์–ออฟไลน์ ไม่ต้องใช้อินเทอร์เน็ตแรง</li>



<li style="font-size:16px">สร้างกลุ่มห้องเรียนเสมือน&nbsp; เพื่อเปิดพื้นที่ติดตามสุขภาพใจและความเสี่ยงอื่นของเด็ก ๆ<strong>&nbsp;&nbsp;&nbsp;</strong></li>
</ul>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-36b0e2"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/11/นายอิษฏ์-ปักกันต์ธร.jpg" alt=""/></div><figcaption class="qubely-image-caption">อิษฏ์ ปักกันต์ธร ผอ.สำนักพัฒนาการเรียนรู้เชิงพื้นที่ กสศ.</figcaption></figure></div></div></div>



<blockquote class="wp-block-quote">
<p><strong><em>“เมื่อเด็กเข้าเรียนไม่ได้…โรงเรียนต้องสามารถเข้าหาเด็กได้<br> Mobile School คือเครื่องมือสำคัญที่ทำให้การเรียนรู้ต่อเนื่อง แม้โรงเรียนจะถูกน้ำท่วมก็ตาม”</em><br> — <em>อิษฏ์ ปักกันต์ธร ผอ.สำนักพัฒนาการเรียนรู้เชิงพื้นที่ กสศ.</em></strong></p>
</blockquote>



<p></p>



<p><strong>กสศ. ขอเชิญโรงเรียนทุกสังกัดในพื้นที่น้ำท่วม อยุธยา / อ่างทอง / ชัยนาท / และพื้นที่เสี่ยงอื่น ๆ เข้าใช้แพลตฟอร์ม Mobile School เพื่อเป็นตัวช่วยในการจัดการศึกษาและการเรียนรู้ให้กับนักเรียน ป้องกันการขาดเรียนต่อเนื่องและลดความเสี่ยงในการหลุดออกจากระบบการศึกษา</strong></p>



<p><strong>โรงเรียนที่สนใจ สามารถลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการเพื่อใช้แพลตฟอร์มได้ที่ </strong><a href="https://forms.gle/Kh6djfCnrcdSiEyk9" target="_blank" rel="noopener" title="คลิก">คลิก</a></p><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/news-121125/">ช่วยโรงเรียนสู้ภัยน้ำท่วม ให้การเรียนรู้ยังไปต่อได้ แพลทฟอร์ม Mobile School จาก กสศ.และภาคี เปิดให้โรงเรียนใช้ฟรี </a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>‘โรงเรียนสนามฟุตบอล’ ของเด็ก ๆ ลำปางหลวง</title>
		<link>https://www.eef.or.th/article-031125-2/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 03 Nov 2025 15:32:53 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[บทความ]]></category>
		<category><![CDATA[Movement]]></category>
		<category><![CDATA[กองสาธารณสุขและสิ่งแวดล้อมเทศบาลตำบลลำปางหลวง]]></category>
		<category><![CDATA[ลำปางหลวง]]></category>
		<category><![CDATA[Mobile school]]></category>
		<category><![CDATA[ทุกโอกาสเพื่ออนาคตเด็ก]]></category>
		<category><![CDATA[สันติพงษ์ ศิลปสมบูรณ์]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?p=97223</guid>

					<description><![CDATA[<p>‘เด็ก ๆ ที่เรียนหนังสือข้างสนามฟุตบอล’ หลายคนอาจแปลกตาเ [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/article-031125-2/">‘โรงเรียนสนามฟุตบอล’ ของเด็ก ๆ ลำปางหลวง</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<h4 class="wp-block-heading">‘<strong>เด็ก ๆ ที่เรียนหนังสือข้างสนามฟุตบอล’</strong></h4>



<p>หลายคนอาจแปลกตาเมื่อเห็นภาพเด็กชายใส่เสื้อบอลสวมสตั๊ด นั่งทำการบ้านบนแสตนด์ ขณะเพื่อนร่วมทีมวิ่งวอร์มเรียกเหงื่ออยู่ในสนามฟุตบอล แต่กับน้อง ๆ ทีมฟุตบอลลำปางหลวง นี่คือภาพชินตาก่อนเซสชั่นซ้อมฟุตบอลช่วงสี่โมงเย็นจะเริ่ม</p>



<p>เช่นกันกับวันนี้ ‘อิ๊กคิว’ เอางานมาทำที่ข้างสนาม พลางเหลือบตามองเพื่อนร่วมทีมที่วิ่งอยู่ไกล ๆ</p>



<p>จนงานเสร็จ เขาจึงเก็บใส่กระเป๋า แล้ววิ่งสปีดไปสมทบกับเพื่อน&nbsp;&nbsp;</p>



<p>ส่วน ‘แทค’ เพิ่งขี่จักรยานมาถึง หอบเอาสมุดงานมาด้วย พอลงจากรถ แทคเดินไปบอกโค้ชต้นว่าขอลาซ้อมหนึ่งวัน เพื่อไปทำงานส่งครู&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p>



<p>นี่คือชีวิตประจำวันของน้อง ๆ กลุ่มหนึ่งที่ตำบลลำปางหลวง ซึ่งส่วนหนึ่งเป็นเด็กที่เคยหลุดจากระบบการศึกษา และได้กลับมา เพราะชอบเล่นฟุตบอล โดยมีชุมชนเป็นตาข่ายรองรับ สนับสนุนหาทางให้เปิดโลกกว้าง ผลักดันให้อยู่บนเส้นทางเรียนรู้ที่สอดคล้องเหมาะสมกับชีวิต&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p>



<p>‘ฟุตบอล’ จึงประหนึ่งเป็นเข็มทิศนำทาง พาเด็ก ๆ กลับมายังเส้นทางสู่วุฒิการศึกษา และเชื่อมต่อถึงระดับการศึกษาที่สูงขึ้น</p>



<p>สำหรับน้อง ๆ เหล่านี้ ‘สนามฟุตบอลจึงมีความหมายเท่ากับโรงเรียน’ ที่เป็นทั้งพื้นที่พัฒนาทักษะฟุตบอล เป็นบานประตูแห่งการเรียนรู้ ค้นพบโอกาส ทั้งเป็นดั่งหลุมหลบภัยพักใจ จากนานาสิ่งที่พบเจอในแต่ละช่วงการเติบโต</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-50c031"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/11/Photo-Album-โรงเรียนสนามฟุตบอล_3.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<h4 class="wp-block-heading"><strong>‘ไม่คิดว่าการเตะบอลจะช่วยพากลับมาเรียน’</strong></h4>



<p>น้อง ๆ กลุ่มนี้ก็เหมือนเด็กนับล้านที่ใช้เวลาช่วงเย็นรวมตัวกันเตะฟุตบอล ในสนามที่ปะปนด้วยเด็กที่เรียนหนังสือในโรงเรียน เด็กที่หลุดจากระบบการศึกษา และเด็กที่ถึงจะเรียนอยู่ แต่ก็สะสมศูนย์ ร มส จนเตรียมเรียนไม่จบในเวลาอันใกล้</p>



<p>‘ไก่โต้ง’ สมาชิกคนหนึ่งของทีมฟุตบอลลำปางหลวง บอกว่า “เมื่อก่อนพวกเราไม่ได้มีโอกาสแบบนี้ ถ้าใครหลุดออกมาจากโรงเรียนก็แทบไม่มีทางได้กลับไป หลายคนเลยจับกลุ่มแว้นรถ บางคนหลงทางไปกับยาเสพติด บางคนก็ไปทำงานหาเงินตั้งแต่อายุยังน้อย และถึงแม้ใครสักคนจะอยากได้โอกาสเริ่มใหม่ ก็ไม่รู้ว่าต้องตั้งต้นตรงไหน</p>



<p>“ผมเคยติดเพื่อนจนเรียนไม่จบ เลยตัดสินใจไปทำงาน จนเวลาผ่านไปก็อยากกลับมาเรียน อยากมีวุฒิ ม.3 แต่ไม่รู้จะเริ่มยังไง เคว้งคว้างหาทางอยู่นาน &#8230;ไม่คิดเหมือนกันว่าการเตะบอลจะทำให้เราได้กลับมาเรียน”</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-24aba2"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/11/Photo-Album-โรงเรียนสนามฟุตบอล_4.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<h4 class="wp-block-heading"><strong>‘ไม่ชอบไปโรงเรียน แต่ตกเย็นเช็คชื่อที่สนามฟุตบอล’</strong></h4>



<p><strong>สันติพงษ์ ศิลปสมบูรณ์ </strong>ผู้อำนวยการกองสาธารณสุขและสิ่งแวดล้อมเทศบาลตำบลลำปางหลวง<strong> </strong>หรือ <strong>‘หมอตุ้ย’ แกนนำเครือข่ายค้นหาและช่วยเหลือเด็กนอกระบบการศึกษา กสศ. </strong>เล่าว่า “ทุกอย่างเริ่มจากสนามฟุตบอล ที่เป็นศูนย์รวมของคนทุกวัยที่มาออกกำลังกาย ทีนี้ผู้ใหญ่กลุ่มหนึ่งเขาเห็นว่าเด็กชอบฟุตบอล เลยอยากให้เล่นอย่างมีเป้าหมาย จึงชวนตั้งทีม ช่วยกันดูแลฝึกซ้อมแล้วพาไปแข่ง ในชื่อ ‘ชมรมเยาวชนลำปางหลวง’</p>



<p>“เป้าหมายของเราไม่ใช่ถ้วยแชมป์หรือเงินรางวัล ไม่ใช่อคาเดมีปั้นนักฟุตบอลอาชีพ แต่คือการดูแลกันโดยใช้ฟุตบอลช่วยจุดประกาย เพราะเรารู้ว่าถ้าเด็กมีอะไรสักอย่างให้โฟกัส โอกาสที่เขาจะหลงไปกับเรื่องอื่น ๆ มันก็ลดลง สิ่งหนึ่งที่เรารู้จากความใกล้ชิดกันคือ เด็กเหล่านี้ไม่ได้เกเร บางคนหัวดีแต่ไม่ชอบไปโรงเรียน จนพอตกเย็นก็มาแล้ว ไปเช็คชื่อกันที่สนามฟุตบอล”</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-9e129c"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/11/Photo-Album-โรงเรียนสนามฟุตบอล_5.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<h4 class="wp-block-heading"><strong>‘คู่แข่งที่ต้องเอาชนะ คือหาทางพาเด็ก ๆ กลับสู่การเรียนรู้’</strong></h4>



<p>‘ความใกล้ชิด’ จากการซ้อมและตระเวนแข่ง ทำให้พี่ ๆ โค้ชทีมลำปางหลวง พบว่ามีน้อง ๆ วัย 14-17 ปีในทีมจำนวนหนึ่งไม่ได้อยู่ในระบบการศึกษา และจึงกลายเป็นอีกหนึ่งเป้าหมายของโค้ช ที่อยากพาลูกทีมไปคว้าชัยชนะมาให้ได้</p>



<p>หมอตุ้ย บอกว่า “ข้อดีของการซ้อมฟุตบอลคือเราได้เจอเด็กเกือบทุกวัน แล้วทุกครั้งมันไม่ได้คุยกันแค่เรื่องฟุตบอล แต่ยังแตะไปถึงเรื่องชีวิต ครอบครัว สุขภาพ และแน่นอนสำหรับวัยของเขาคือเรื่อง ‘การเรียนหนังสือ’</p>



<p>“เราพบเด็กในทีมราว 20% หลุดจากระบบการศึกษา เยอะที่สุดคือไม่จบ ม.3 ข้อมูลนี้ทำให้เราเอามาตั้งเป็นอีกหนึ่งโจทย์ของทีม ที่อยากพาเขาไปเอาชนะให้ได้ แต่อย่างที่บอกว่าหลายคนหลุดออกมาเพราะไม่ชอบไปโรงเรียน ฉะนั้นถ้ายัดทื่อ ๆ ให้กลับไปตั้งหน้าตั้งตาเรียน เรารู้ว่าสุดท้ายเดี๋ยวเขาก็จะวนลูปเดิมคือหลุดออกมาอีก เลยมาคิดกันว่าการเรียนรู้ของเด็กกลุ่มนี้ ต้องเป็นรูปแบบที่สามารถยึดโยงเขาไว้ได้โดยไม่ต้องบังคับ …‘ฟุตบอล’ เลยกลายเป็นคำตอบนั้น”</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-7a3549"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/11/Photo-Album-โรงเรียนสนามฟุตบอล_6.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<h4 class="wp-block-heading"><strong>‘Mobile School บอกเราว่า สนามฟุตบอลก็เป็นโรงเรียนได้’</strong></h4>



<p>ความพยายามนั้นมาบรรจบกับมาตรการ Thailand Zero Dropout ที่ กสศ. และ ศูนย์การเรียน CYF มองหาพื้นที่ต้นแบบ เพื่อจัดการศึกษาผ่าน mobile school</p>



<p>“วันที่รู้จักการเรียน Mobile School ผ่านศูนย์การเรียนเพื่อวุฒิ ม.3 หรือ ม.6 เราคิดว่าอาจพบทางออก แต่ยังไม่แน่ใจ จึงพากันไปดูงานที่ศูนย์การเรียน CYF จังหวัดนครพนม แล้วจึงเห็นรูปแบบการทำงานกับเยาวชนนอกระบบหลายกลุ่ม เห็นความสำเร็จของการพาน้อง ๆ ไปสู่วุฒิการศึกษา โดยเอาความสนใจและความถนัดมาออกแบบเป็นหลักสูตร เมื่อนั้นจึงมั่นใจว่า ‘โรงเรียนสนามฟุตบอล’ นั้น เป็นไปได้”</p>



<p>หมอตุ้ยขยายความว่า “มันยืนยันแนวคิดว่าเราใช้ฟุตบอลเป็นตัวเชื่อมถึงการเรียนรู้ได้ โดยเฉพาะเด็กที่หลุดจากโรงเรียนออกมา ซึ่งเราใช้วิธีให้เรียนผ่านศูนย์การเรียนควบคู่ไปกับการดูแลทีมฝึกซ้อม พาไปแข่งขัน จนระหว่างทางมีน้อง ๆ ในทีมสามารถจบ ม.3 ได้สำเร็จจากการเรียน Mobile School รุ่นแรก จากนั้นเราเปิดรุ่น 2 พร้อมรับเด็กจากตำบลอื่น ๆ ด้วย”</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-ee5232"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/11/Photo-Album-โรงเรียนสนามฟุตบอล_7.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<h4 class="wp-block-heading"><strong>‘‘โรงเรียน’ ได้ตั้งขึ้นใหม่ บนพื้นที่ที่เด็ก ๆ ยินดีมีส่วนร่วม’</strong></h4>



<p>นับจากนั้น ‘สนามฟุตบอล’ จึงกลายเป็น ‘ห้องเรียน’ ที่ไร้ผนังกั้นและไม่มีประตูปิด หากน้อง ๆ ก็พร้อมมาเช็คชื่อ ส่งงาน และรับบทเรียนใหม่ทุกวัน</p>



<p>หมอตุ้ยบอกว่า ‘โรงเรียนสนามฟุตบอล’ คือ ‘ผล’ จากการอยู่ร่วมกันนับเดือนนับปีของเด็กและผู้ใหญ่กลุ่มหนึ่ง เป็นการเติบโตของชีวิตประจำวัน ของความฝันความผูกพันที่เชื่อมระหว่างสนามฟุตบอลไปถึงการเรียนหนังสือ ซึ่งความคล้ายของสองสิ่งที่เด็ก ๆ ได้เรียนรู้ไปพร้อมกันคือ ‘โอกาสไม่ใช่สิ่งที่เกิดขึ้นบ่อย แต่ถ้ามันมาอยู่ตรงหน้าแล้ว เขาก็ต้องพยายามคว้าไว้ให้ได้’</p>



<p>ส่วนชาวลำปางหลวง การพาน้อง ๆ กลับมาครั้งนี้ พวกเขาไม่กังวลอีกแล้วว่าจะมีใครหลุดหายไปไหนอีก เพราะตอนนี้ ‘โรงเรียนได้ตั้งขึ้นใหม่ บนพื้นที่ที่เด็ก ๆ ยินดีมีส่วนร่วม’ ท่ามกลางเพื่อนพ้องพี่น้องที่หลงใหลในสิ่งเดียวกัน</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-cc7a68"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/11/Photo-Album-โรงเรียนสนามฟุตบอล_8.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<h4 class="wp-block-heading"><strong>‘หลักสูตรที่ช่วยให้เห็นคุณค่าในตัวเอง’</strong></h4>



<p>“เวลาอยู่ในสนามผมมีสมาธิ ไม่เหมือนตอนเรียนในห้อง เลยชอบไปอยู่ที่สนามฟุตบอลมากกว่า&nbsp;</p>



<p>“ช่วงหนึ่งผมเคยซ้อมบอลหนักจนตื่นไปเรียนไม่ไหว บางทีก็โดดเรียนไปแข่ง สุดท้ายจึงเรียนไม่จบ ม.3 …แต่แล้ววันหนึ่งก็มีผู้ใหญ่ชวนกลับมาเรียนตอนที่ซ้อมฟุตบอลอยู่ …ก็ดีใจครับที่ฟุตบอลพาเรากลับมาจนได้”</p>



<p>‘อิ๊กคิว’<strong> </strong>นักเรียน Mobile School ตำบลลำปางหลวง รุ่น 2 เผยสาเหตุหลุดจากโรงเรียนและการพบเส้นทางกลับมา ที่ล้วนเกิดขึ้นเพราะฟุตบอล</p>



<p>“ตอนนี้ผมเรียนผ่านศูนย์การเรียน CYF เพื่อวุฒิ ม.3 ถ้าเรียนจบก็ตั้งใจจะต่อ ม.4 ในโรงเรียนปกติ ผมชอบการเรียน Mobile School ตรงที่เราเอาประสบการณ์มาเทียบโอนเป็นหน่วยกิตได้ เพราะมันช่วยให้เรายิ่งเห็นคุณค่าในสิ่งที่ตัวเองมี อย่างการเรียนรู้ของผมจะใช้การเล่นฟุตบอล และการเล่นดนตรีไทยซึ่งเป็นอีกสิ่งที่สนใจ มาเป็นกิจกรรมหลักในบทเรียน ซึ่งมันทำให้เราเชื่อมั่นในตัวเองว่าจะเรียนจบได้”</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-d39484"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/11/Photo-Album-โรงเรียนสนามฟุตบอล_9.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<h4 class="wp-block-heading"><strong>‘แรงบันดาลใจจากอดีตทีมชาติ’</strong></h4>



<p>ทีมฟุตบอลลำปางหลวง ที่ประกอบขึ้นจากความฝันและหัวใจหลายดวงนี้ ไม่เพียงผลิบานจากภายใน หากยังดึงดูดแรงหนุนจากภายนอกมาสมทบ เมื่อ ‘จ่าเย็น’ มงคล ทศไกร อดีตนักฟุตบอลทีมชาติไทยนำทีมงานเข้ามาช่วยโค้ชรูปแบบการฝึกซ้อม และเตรียมพาน้อง ๆ บุกเยือนกรุงเทพมหานคร เพื่อเตะฟุตบอลนัดพิเศษ ในการแข่งขันฟุตบอลนักเรียน 7 คน แชมป์กีฬา 7HD แชมเปียน คัพ 2025 ที่สนามศุภชลาศัย ในเดือนพฤศจิกายน 2568&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p>



<p>“สิ่งที่นำผมมาตรงนี้ คือการได้เห็นว่าฟุตบอลมีพลังเชื่อมเอาเด็กที่ไม่ได้เรียนกลับมาได้ ซึ่งหมายถึงการเปลี่ยนชีวิตคนคนหนึ่งให้กลับมามีความสุข มีความหวัง มีทางไปต่อ และมีอนาคตที่ดีขึ้น แล้วผมเชื่อว่าการที่เด็กคนหนึ่งได้เจอเส้นทางของตัวเอง เขาจะพยายามทำสิ่งนั้นอย่างไม่ย่อท้อ และไม่ว่าปลายทางจะเป็นอย่างไร มันจะเปลี่ยนให้เขาเป็นคนที่ดีขึ้น&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p>



<p>“การมาเจอกันตรงนี้ ผมจึงอยากปลุกเร้าและส่งต่อแรงบันดาลใจให้เด็ก ๆ ได้มากที่สุด” โค้ชจ่าเย็นบอกถึงความตั้งใจ</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-08dc3a"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/11/Photo-Album-โรงเรียนสนามฟุตบอล_10.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<h4 class="wp-block-heading"><strong>‘ยิ่งกว่าถ้วยรางวัล คือแก้ ร 14 ตัว เพื่อจบ ม.3 พร้อมเพื่อน ๆ’</strong></h4>



<p>ไม่เพียงเด็กหลุดจากระบบการศึกษาได้กลับมา การมาของทีมโค้ชจ่าเย็น ยังขยายขอบเขตแรงบันดาลใจไปถึงน้อง ๆ กลุ่มเสี่ยงหลุด ให้เข้ามาสานฝันร่วมกัน เพื่อนำพลังจากสนามฟุตบอลไปใช้เปลี่ยนแปลงตัวเอง</p>



<p>เช่น ‘แทค’ ซึ่งกำลังเรียนชั้น ม.3 และสะสม ร จากการขาดส่งงานไว้ 14 ตัว แต่สามารถกลับมาฮึดจนแก้ ร หมดได้ในช่วงเวลาสองเดือน เพราะอยากไปแข่งบอลกับทีมที่กรุงเทพ ฯ&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p>



<p>“ผมเพิ่งร่วมทีมได้ไม่นาน มีผู้ใหญ่มาชวน บอกว่าให้เราตั้งใจซ้อม จะพาไปแข่งที่กรุงเทพ ฯ แต่โค้ชบอกผมว่าถ้าอยากจะไปต้องแก้ ร ให้หมดก่อน ก็เลยตั้งใจว่าจะทำให้ได้ เพราะผมอยากไปเตะบอลที่สนามศุภ ฯ สักครั้ง เหมือนพอมีเป้าหมาย ใจมันก็มา แล้วจากวันนั้นมาถึงตอนนี้ ผมก็พูดได้แล้วครับว่าทำสำเร็จแล้ว ทีนี้นอกจากจะได้ไปแข่งบอลที่กรุงเทพ ฯ ผมยังมั่นใจว่าจะเรียนจบ ม.3 พร้อมเพื่อน ๆ ด้วย”</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-27937f"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/11/Photo-Album-โรงเรียนสนามฟุตบอล_11.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<h4 class="wp-block-heading"><strong>‘ดีใจที่ฟุตบอลทำให้พวกเราได้กลับมาเรียนและมีทางไปต่อ’</strong></h4>



<p>ณ ขณะเรื่องราวนี้ปรากฎ คือโค้งสุดท้ายก่อนทีมฟุตบอลชมรมเยาวชนลำปางหลวง กสศ. จะลงสนามแข่งขันในเกมนัดพิเศษที่กรุงเทพ ฯ&nbsp;</p>



<p>‘ไก่โต้ง’ ที่ปัจจุบันเรียนชั้น ปวช.1 สาขาช่างยนต์ วิทยาลัยเทคนิคนครลำปางหลวง ในฐานะนักเรียนรุ่นแรก Mobile School ลำปางหลวง ที่จบ ม.3 และยังเป็นซีเนียร์คนหนึ่งของทีม บอกว่า “ผมดีใจที่ฟุตบอลคือส่วนสำคัญ ที่ทำให้พวกเราได้กลับมาเรียนและมีทางไปต่อ</p>



<p>“ผมว่าสิ่งที่เราได้เรียนรู้จริง ๆ ระหว่างทางนั้น คือการเติบโตและต่อสู้ทั้งในสนามและชีวิตจริงที่อยู่ข้างนอก อย่างผมพอเข้าวิทยาลัยก็มีเวลาซ้อมน้อยลงเพราะเรียนหนักขึ้น ส่วนคนอื่น ๆ ในทีมก็มีภาระของตัวเองที่ต่างกัน บางคนต้องทำงานหาเลี้ยงตัวเอง บางคนมีสิ่งจำเป็นมากกว่าต้องทำ มันก็อาจทำให้เรามีเวลากับฟุตบอลน้อยลง&nbsp;</p>



<p>“แต่อย่างหนึ่งที่เรารู้กันก็คือ การได้กลับมาเรียนคือโอกาสที่จะไม่มีใครยอมทิ้งไปอีกแล้ว และจากนี้ไม่ว่าเส้นทางของแต่ละคนเป็นยังไง ถ้ามีเวลา ก็เชื่อว่าเราจะยังได้เจอกันเสมอที่สนามฟุตบอล”</p>



<p>ไก่โต้งทิ้งท้ายถึงการแข่งขันที่กำลังจะมาถึง ว่า “ไม่ว่าใครได้เป็นตัวแทนลงไปในสนาม ผมเชื่อว่าทุกคนจะทำเต็มที่ และสำหรับพวกเราทีมเยาวชนลำปางหลวงทุกคน ไม่ว่าจะอยู่ที่ไหน เราจะส่งใจไปรวมกันที่นั่น ขอให้ทุกคนเป็นกำลังใจให้พวกเราด้วยครับ”&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;</p><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/article-031125-2/">‘โรงเรียนสนามฟุตบอล’ ของเด็ก ๆ ลำปางหลวง</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ชมรมเยาวชนลำปางหลวง : พื้นที่ปลอดภัยที่ปลุกความฝันของเด็ก ๆ ให้กลับคืน</title>
		<link>https://www.eef.or.th/article-260625-2/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 26 Jun 2025 09:24:02 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[บทความ]]></category>
		<category><![CDATA[Movement]]></category>
		<category><![CDATA[Mobile school]]></category>
		<category><![CDATA[Thailand Zero Dropout]]></category>
		<category><![CDATA[อนุวัฒน์ จงจันทร์ทรา]]></category>
		<category><![CDATA[ชมรมเยาวชนลำปางหลวง]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?p=94308</guid>

					<description><![CDATA[<p>“ที่นี่ไม่ได้มีโอกาสหรือทางเลือกอะไรมาก เด็กผู้ชายที่หล [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/article-260625-2/">ชมรมเยาวชนลำปางหลวง : พื้นที่ปลอดภัยที่ปลุกความฝันของเด็ก ๆ ให้กลับคืน</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><em>“ที่นี่ไม่ได้มีโอกาสหรือทางเลือกอะไรมาก เด็กผู้ชายที่หลุดจากระบบการศึกษาออกมา เขาจะจับกลุ่มกันแว้น แต่งรถ มีเรื่องยาเสพติดบ้าง ส่วนเด็กผู้หญิงบางคนพอถึงวัยเริ่มมีแฟน ใจเขาก็จะค่อย ๆ ห่างออกมาจากการเรียน สักพักก็เลิกไปเรียนถาวร” </em><strong>อนุวัฒน์ จงจันทร์ทรา ประธานชมรมเยาวชนลำปางหลวง </strong>เริ่มต้นเล่าเรื่องจากความจริงในชุมชน</p>



<p><em>“น้อง ๆ เหล่านี้เราไม่ต้องค้นหา ไม่ต้องตามตัว เพราะเขาก็อยู่ร่วมในสังคมกับเราทุกวัน แต่ถามว่าไปชวนแล้วเขาจะกลับมาเรียนอีกไหม คงยาก หรือแทบเป็นไปไม่ได้ เพราะสิ่งที่ทำให้หลุดออกมาตั้งแต่แรกคือความรู้สึกที่ว่า พวกเขาไม่เคยเป็นส่วนหนึ่งของโรงเรียน” </em>&nbsp;&nbsp;</p>



<p>คำกล่าวนี้เกิดขึ้นในพิธีมอบวุฒิการศึกษาแก่นักเรียนรุ่นแรก 6 คน ที่เรียนผ่าน <strong>‘โรงเรียนเคลื่อนที่ Mobile School’</strong> ณ เทศบาลตำบลลำปางหลวง อ.เกาะคา จ.ลำปาง ซึ่งเป็นผลลัพธ์จากการทำงานของ <strong>‘ชมรมเยาวชนลำปางหลวง’</strong> ที่สอดประสานกับนโยบาย Thailand Zero Dropout และแนวคิดการจัดการเรียนรู้ที่ยืดหยุ่น มีทางเลือก ตอบโจทย์ชีวิตของเด็กเยาวชนในพื้นที่</p>



<p><em>“การหลุดจากระบบการศึกษาของน้อง ๆ เราต้องโยงไปที่สภาพโครงสร้างชุมชนด้วย อย่างที่บอกว่าสิ่งที่หาได้ยากในพื้นที่คือโอกาส ดังนั้นคนส่วนหนึ่งเมื่อเริ่มสร้างครอบครัว ก็เลือกจะออกไปทำงานที่อื่นที่มีความหวังทางเศรษฐกิจมากกว่า หรือบางคู่อยู่กันไม่นานก็หย่าร้างแยกย้ายไปมีครอบครัวใหม่</em></p>



<p><em>“แล้วสิ่งที่ถูกทิ้งไว้ ก็คือเด็ก ๆ ซึ่งกลายเป็นภาระของปู่ย่าตายาย ทีนี้เมื่อพื้นฐานครอบครัวเป็นอย่างนี้ ความเสี่ยงที่เด็ก ๆ จะหลุดจากระบบการศึกษามันก็สูงตามมา”</em>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p>



<p>คุณอนุวัฒน์เล่าว่า เขาและกลุ่ม <strong>‘ผู้ใหญ่ใจดี’</strong> ที่ร่วมกันก่อตั้งชมรม ไม่ใช่คนที่มีภาระหน้าที่ใด ๆ เกี่ยวข้องกับการศึกษาหรือกับเด็กเยาวชนที่หลุดจากระบบการศึกษา หากเหตุผลหลักที่ทำให้ทุกคนร่วมมือกันทำ ก็เพราะตระหนักว่า “พวกเขาอยู่ร่วมสังคมกับเราในทุก ๆ วัน”</p>



<p>“พวกเราที่รวมตัวกัน แต่ละคนทำธุรกิจส่วนตัวและอาศัยอยู่ที่นี่ เริ่มจากเราไปออกกำลังกาย เห็นเด็ก ๆ เตะฟุตบอล ก็คิดกันแค่ว่าอยากให้มันจริงจังขึ้น เลยเข้าไปสนับสนุนเด็กให้ไปแข่ง ไปแสดงศักยภาพ อยากผลักดันให้มันมีโอกาส มีทางเลือก มีเวทีแสดงความสามารถ ชมรมเยาวชนลำปางหลวงจึงเกิดขึ้น </p>



<p>“ก็ทำกันมาจนปัจจุบันมีเด็กในชมรมร้อยกว่าคน กิจกรรมนอกจากฟุตบอลก็มีกีฬาอื่น ๆ เช่นวอลเลย์บอล มีเต้นโคฟเวอร์แดนซ์ (Cover Dance) หรือเต้นบาสโลบ (Paslop) คือนอกจากหนุนกิจกรรมที่มีอยู่ หากิจกรรมใหม่ ๆ มาให้เด็กลองทำ เราจะพยายามส่งเสริมกิจกรรมที่เด็กสนใจแต่ยังไม่มีพื้นที่แสดงออก ไม่ว่าจะคนเดียวหรือเป็นกลุ่ม”&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p>



<p>เมื่อตั้งเป็น ‘ชมรม’ สิ่งที่ตามมาคือสมาชิกจะได้มาพบเจอกันบ่อย ๆ &#8230;เวลาผ่านไปไม่นาน กลุ่มผู้ใหญ่ใจดีแห่งลำปางหลวงจึงค่อย ๆ เก็บข้อมูลได้ว่า มีเด็กราว 20% ในชมรมที่หลุดออกมาจากระบบการศึกษา ค้างคาอยู่ที่วุฒิ ป.6 หรือ ม.3 มาหลายปี และถ้าไม่มีใครยื่นมือเข้าไปช่วย น้อง ๆ เหล่านี้จะเติบโตขึ้นด้วยทางเลือกในชีวิตอันจำกัด &#8230;ช่วงนั้นเองเป็นจังหวะเดียวกันกับที่นโยบาย Thailand Zero Dropout กำลังผลักเคลื่อนงานไปทั่วประเทศ</p>



<p>“<em>พอทำชมรมเรารู้เลยว่าความใกล้ชิดสำคัญมาก ไม่ใช่แค่เรื่องเรียนจบไม่จบ แต่การดูแลกันแบบพี่น้องทำให้เด็ก ๆ มีอะไรก็กล้าบอกกล้าเล่า แล้วกิจกรรมที่ทำด้วยกันเราต้องซ้อมเกือบทุกวัน เจอหน้ากันตลอด เราเลยคุยกับเด็กง่าย ตอนนั้นคือพอรู้ใครเสี่ยงหลุดหรือใครหลุดออกมา เราจะพยายามช่วยกันหาทางช่วยทันที”</em></p>



<p>อย่างที่คุณอนุวัฒน์บอกว่า เกือบร้อยทั้งร้อยของคนที่หลุดจากระบบการศึกษา ไม่ว่าสาเหตุส่วนตัวคืออะไร จุดร่วมอย่างหนึ่งที่ทุกคนเหมือนกันคือ เด็ก ๆ เขาไม่พบที่ทางของตัวเองตรงนั้น ฉะนั้นการจะส่งกลับไปอยู่ในโรงเรียนจึงไม่ใช่วิธีแก้ปัญหา <strong>“คำถามคือแล้วจะจัดการเรียนรู้ยังไงให้เด็กเรียนได้ มีวุฒิได้ ซึ่งถ้ามองไปที่ สกร. สำหรับเด็กที่หลุดมาสักพักแล้วเขามองว่าไกลตัว กังวลจะปรับตัวไม่ได้ แล้วเป็นช่วงเดียวกับที่มี Thailand Zero Dropout เข้ามา พร้อมการศึกษาทางเลือกในรูปแบบต่าง ๆ”</strong> คุณอนุวัฒน์เล่า</p>



<p>“แต่ตอนแรกที่ฟังกัน ยังคิดว่าเป็นไปได้หรือที่จะเอาเด็กมาเรียนสามเดือนห้าเดือนจบ จนเราได้ไปศึกษาการทำงานของศูนย์การเรียน CYF จังหวัดนครพนม ที่เป็นต้นแบบจัดการเรียนรู้ผ่านโรงเรียนมือถือ Mobile School ก็เห็นว่ามีหลายเคสที่ยาก เด็กติดศูนย์ ร มส ค้างอยู่เป็นยี่สิบตัว แต่พอมาเรียนก็จบการศึกษาได้ จากนั้นเราจึงกลับมาลองจัดการศึกษากับน้อง ๆ ที่ค้างเรื่องวุฒิการศึกษาที่ชมรมรุ่นแรก 6 คน”</p>



<hr class="wp-block-separator has-alpha-channel-opacity is-style-dots"/>



<p></p>



<h3 class="wp-block-heading has-text-align-center"><strong>“โรงเรียนเคลื่อนที่ Mobile School”</strong><br><strong>ทำให้พบรูปแบบการเรียนรู้ที่เหมาะสมสำหรับเด็กแต่ละคน</strong> </h3>



<p>คุณอนุวัฒน์เล่าว่า ความยืดหยุ่นของ Mobile School ทำให้เด็ก ๆ ปรับตัวง่าย รู้สึกมีอิสระ ไม่กดดัน ภายในเวลาเพียง 4 เดือน เด็กในชมรมเยาวชนลำปางหลวงรุ่นแรก 6 คน จบมัธยมต้น 5 คน และมัธยมปลาย 1 คน</p>



<p>“เราเริ่มจากน้อง ๆ ที่มีหน่วยกิตค้างไม่มาก อยากมีต้นแบบให้คนอื่นเห็นว่า เอาคะแนนเดิมมาเทียบโอนได้ ไม่ต้องเรียนใหม่หมด ถ้ารุ่นแรกจบ มันจะสร้างแรงกระเพื่อม และก็เป็นจริง เพราะวันนี้เรามอบวุฒิให้รุ่นแรก เปิดรับรุ่นสอง ก็มีเด็กนอกชมรมมาสมัครหลายคน”</p>



<p>ประธานชมรมเยาวชนลำปางหลวงเจาะจงถึงจุดเด่นของรูปแบบการเรียนรู้ผ่าน Mobile School ว่าคือการดึงความรู้จากประสบการณ์ชีวิตผู้เรียน โดยมีครูเป็นผู้ช่วยสังเคราะห์ เรียบเรียง สะท้อนผล เพื่อเทียบโอนทักษะและคุณลักษณะเฉพาะจากงานหรือกิจกรรมของผู้เรียน เพื่อนำมาแปลงเป็นหน่วยกิตสะสมให้ไปถึงวุฒิการศึกษา</p>



<p><em>“ใจความสำคัญของ Mobile School คือทำให้เราพบ ‘รูปแบบการเรียนรู้ที่เหมาะสม’ สำหรับเด็กรายคน เปรียบให้เห็นภาพด้วยเคสของเด็กผู้หญิงที่หลุดจากโรงเรียนช่วง ม.ต้น เพราะมีแฟน ที่ถึงจะมีกรณีคล้ายกันอยู่บ้าง แต่การเข้าไปดูแลเคสหนึ่ง ๆ เราไม่อาจใช้วิธีเหมารวมเป็นกลุ่มได้”</em></p>



<p>คุณอนุวัฒน์ยกตัวอย่างด้วยกรณีน้องเอ (นามสมมติ) ที่เริ่มย้ายไปอยู่กับแฟนตอนอยู่ชั้น ม.2 จากนั้นก็ไม่ไปเรียนอีก จนผ่านมา 3-4 ปี ได้กลับมาเจอกันตอนน้องอายุ 17 วิถีชีวิตของเขาเปลี่ยนไปแล้ว กลายเป็นตื่นกลางคืนนอนกลางวัน</p>



<p>“เด็กที่ออกจากระบบโรงเรียนมานาน เขาจะมีระยะกับการปฏิสัมพันธ์ ไม่ไว้ใจใครง่าย ๆ การพยายามเข้าหาเขา เราจะไม่ใช้วิธีทำลายกำแพงนั้น แต่จะค่อย ๆ ขยับเข้าไปใกล้ ๆ เริ่มจากชวนมาทำกิจกรรม แล้วคอยติดตาม หาจังหวะกระตุ้นให้กำลังใจ &#8230;และการดูแลเป็นรายกรณี เราจะต้องหาเป้าหมายในใจเขาให้เจอ</p>



<p>“กรณีน้องเอ ใช้เวลาอยู่นาน คุยกันจนรู้ว่าสิ่งที่เขาต้องการคืออยากมีรายได้จากงานที่ทำมากขึ้น ซึ่งมันก็เข้าทางที่เราจะแนะนำว่าถ้าอย่างนั้นก็จำเป็นต้องมีวุฒิการศึกษา แล้วจึงร่างเส้นทางเรียนรู้ให้เขาเห็นว่า มันมีการศึกษาทางเลือกมากมายที่เขาจะเรียนพร้อมกับทำงานไปด้วยได้จนถึงระดับมหาวิทยาลัย”&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p>



<p>คุณอนุวัฒน์บอกว่า เมื่อเอเห็นว่ามีเส้นทางที่จะทำให้บรรลุเป้าหมาย ความแข็งขืนในทีแรกก็อ่อนลง และตัดสินใจกลับมาเรียนผ่าน Mobile School จนได้รับวุฒิมัธยมต้น ก่อนที่หลังจากนี้จะวางแผนเรียนชั้นมัธยมปลายผ่านศูนย์การเรียนต่อเนื่องทันที&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;</p>



<p><em>“เด็กที่ไปทำงานแล้ว โลกการทำงานมันจะสอนเขาว่าถ้าอยากก้าวหน้า วุฒิคือบันไดช่วยให้ก้าวขึ้นไปได้ แล้วในสังคมทำงานก็จะยิ่งทำให้เห็นด้วยว่า โอกาสบางอย่างถ้ามาถึงแล้วไม่คว้าไว้ วันหนึ่งที่อายุเยอะขึ้นเขาจะไม่เจอจังหวะแบบนั้นอีกแล้ว </em></p>



<p><em>“ดังนั้นเราไม่จำเป็นต้องบังคับอะไรเลย แค่ทำงานกับเวลา คอยเอาใจใส่ แล้วค่อย ๆ ทำให้เขาเชื่อว่าเราคือพื้นที่ปลอดภัย และให้เขาเขยิบเข้ามาหาเราบ้าง เข้ามาทำอะไรก็ได้ จะเป็นอะไรก็ได้ เพราะเราไม่มีกฎเกณฑ์และไม่มีรูปแบบเฉพาะ แต่มีกิจกรรมรองรับทุกความสนใจ</em></p>



<p><em>“แล้วการได้ใช้เวลาร่วมกันบ่อย ๆ จะค่อย ๆ เลือนกำแพงความสัมพันธ์ที่เคยมีจนหายไปเอง สำคัญคือต้องมีจิตวิทยาที่ดี มีระยะที่เหมาะสม เพราะเราไม่ใช่ครูกับศิษย์ แต่เป็นพี่กับน้อง ฉะนั้นวิธีมันจะไม่เหมือนในโรงเรียน ที่นี่เราแค่ชวนมาลองทำกิจกรรม มาอยู่ด้วยกันคุยกันสบาย ๆ ไม่มีเป้าหมาย เส้นชัย หรือการตัดสิน เราแค่เรียนรู้ไปด้วยกัน”</em></p>



<hr class="wp-block-separator has-alpha-channel-opacity is-style-dots"/>



<p></p>



<h3 class="wp-block-heading has-text-align-center"><strong>พื้นที่แห่งนี้คือ “วัคซีนทางสังคม” สำหรับวัยเปราะบาง</strong></h3>



<p>คุณอนุวัฒน์เปรียบชมรมเยาวชนลำปางหลวงในวันนี้ว่าเป็นเหมือน ‘พื้นที่รับวัคซีนทางสังคม’ สำหรับช่วงวัยที่เปราะบางที่สุดของเด็ก ๆ ที่บางครั้งในช่วงเวลาหนึ่งของการเติบโต “เด็กบางคนมองไม่เห็นเลยว่าจะมีใครที่พร้อมโอบรับเขาไว้”</p>



<p><em>“จังหวะชีวิตที่เปราะบางและพร้อมจะก้าวไปทางไหนก็ได้นี้ จึงต้องมีภูมิคุ้มกันให้เขายอมรับตัวเอง ยอมรับคนอื่น กล้าคิด กล้าฝัน กล้าเผชิญหน้ากับสังคม พร้อมปรับตัวกับวัยที่กำลังเปลี่ยนแปลง &#8230;เพราะอย่างน้อยที่สุดการที่เด็กคนหนึ่งยอมเปิดใจเข้ามาอยู่กับเรา ยอมพูดคุยกับเราแล้ว มันคือข้อพิสูจน์หนึ่งว่าเราแง้มใจเขาสำเร็จแล้ว”</em></p>



<p>กสศ. ขอแสดงความยินดีกับน้อง ๆ ทั้ง 6 คนที่ได้รับวุฒิการศึกษา และขอขอบคุณ <strong>เทศบาลตำบลลำปางหลวง, ชมรมเยาวชนลำปางหลวง</strong> <strong>ภาคเอกชนในพื้นที่ และผู้ใหญ่ใจดีทุกท่าน</strong> ที่ร่วมสร้างพื้นที่ปลอดภัย สร้างโอกาสทางการศึกษา และทำให้เด็ก ๆ กลับมากล้าฝัน และมีเส้นทางเรียนรู้ของตัวเองอีกครั้ง</p><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/article-260625-2/">ชมรมเยาวชนลำปางหลวง : พื้นที่ปลอดภัยที่ปลุกความฝันของเด็ก ๆ ให้กลับคืน</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>กสศ. เปิดแคมเปญ “เพราะทุกที่คือโรงเรียน” เปิดรับความร่วมมือ “หุ้นส่วนการศึกษา”</title>
		<link>https://www.eef.or.th/news-120625/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 12 Jun 2025 09:25:12 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[All About EEF]]></category>
		<category><![CDATA[Thailand Zero Dropout]]></category>
		<category><![CDATA[กสศ.]]></category>
		<category><![CDATA[สพฐ.]]></category>
		<category><![CDATA[Mobile school]]></category>
		<category><![CDATA[การศึกษายืดหยุ่น]]></category>
		<category><![CDATA[หุ้นส่วนการศึกษา]]></category>
		<category><![CDATA[เพราะทุกที่คือโรงเรียน]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?p=93845</guid>

					<description><![CDATA[<p>วันที่ 4 มิถุนายน 2568 กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษ [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/news-120625/">กสศ. เปิดแคมเปญ “เพราะทุกที่คือโรงเรียน” เปิดรับความร่วมมือ “หุ้นส่วนการศึกษา”</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>วันที่ 4 มิถุนายน 2568 กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) ร่วมมือกับ กระทรวงศึกษาธิการ เครือข่ายศูนย์การเรียนโดยสถาบันทางสังคม และหุ้นส่วนการศึกษาจากทั่วประเทศ&nbsp; จัดงานแถลงข่าว และกิจกรรมเปิดตัวแคมเปญ “เพราะทุกที่คือโรงเรียน” ณ ลานกิจกรรม ชั้น G ศูนย์การค้าสามย่านมิตรทาวน์ พร้อมชวนภาคีเครือข่าย ภาครัฐ เอกชน ชุมชน และสื่อมวลชน&nbsp; ร่วมสร้าง “โรงเรียนในความหมายใหม่ ” ที่ออกแบบขึ้นเพื่อรองรับเด็กและเยาวชนที่หลุดจากระบบการศึกษา ที่ไม่สามารถเข้าเรียนในระบบโรงเรียน ให้สามารถกลับมาเรียนรู้ในบริบทที่เหมาะสมกับชีวิตของตนเองได้</p>



<figure class="wp-block-image size-full"><img decoding="async" loading="lazy" width="855" height="569" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/06/1-1.jpg" alt="" class="wp-image-93847" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/06/1-1.jpg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/06/1-1-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/06/1-1-768x511.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/06/1-1-750x500.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/06/1-1-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /></figure>



<p><strong>ดร.ไกรยส ภัทราวาท ผู้จัดการ กสศ.</strong> กล่าวว่า ปัจจุบัน ประเทศไทยมีเด็กและเยาวชนที่หลุดจากระบบการศึกษาอายุระหว่าง 3-24 ปี จำนวน 880,463 คน&nbsp; ลดลงจากปี 2567 ซึ่งมีอยู่ราว 1.02 ล้านคน ยังคงสะท้อนปัญหาเชิงโครงสร้าง จากการสำรวจของ กสศ. เด็กและเยาวชนจำนวนมากที่หลุดจากระบบการศึกษา ไม่มีเป้าหมายทางการศึกษาและอาชีพที่ชัดเจน ร้อยละ 78.23 ของกลุ่มตัวอย่าง 29,452 คน ไม่มีแผนการศึกษาในอนาคต ขณะที่ร้อยละ 49.42 แสดงความต้องการเรียนรู้เพื่อพัฒนาทักษะอาชีพ มากกว่าการเรียนแบบวิชาการในระบบเดิม</p>



<p>แคมเปญ “เพราะทุกที่คือโรงเรียน” เป็นวิสัยทัศน์ร่วมของภาคส่วนต่าง ๆ&nbsp;เพื่อแก้ปัญหาเด็กและเยาวชนหลุดจากระบบการศึกษา ด้วยรูปแบบการเรียนรู้ที่ยืดหยุ่น (Flexible Learning) ที่สามารถเกิดขึ้นได้ในทุกสถานที่ ทุกเวลา โดยเน้นการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วน ร่วมจัดการเรียนรู้ เด็กไม่จำเป็นต้องเรียนเฉพาะในโรงเรียนแบบเดิม แต่สามารถเรียนรู้ผ่านพื้นที่เรียนรู้หลากหลาย การทำมาหาเลี้ยงชีพ&nbsp; กิจกรรมในชีวิตจริง บริบทของชุมชน หรือแม้แต่ในสถานประกอบการ นอกจากนี้ยังเปิดโอกาสให้ทุกคนสามารถเป็นครูได้</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-98cc50"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/06/2-2.jpg" alt=""/></div><figcaption class="qubely-image-caption">ดร.ไกรยส ภัทราวาท</figcaption></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>“เราไม่ได้แค่ดึงเด็กกลับเข้าสู่ระบบเดิม แต่เรากำลังร่วมกันสร้างระบบใหม่ที่ยืดหยุ่นตอบโจทย์ชีวิตของเด็กจริง ๆ” ดร.ไกรยส กล่าวถึงเป้าประสงค์ของโครงการพร้อมย้ำว่า เป้าหมายของการศึกษาคือการเปิดโอกาสให้เด็กเป็นเจ้าของการเรียนรู้ของตนเอง ไม่ใช่เพียงผู้รับความรู้แบบเดิม</p>



<p>“การศึกษา หรือการเรียนรู้ที่ยืดหยุ่น จะช่วยเป็นตาข่ายรองรับ ความต้องการที่แตกต่าง หลากหลายให้กับผู้เรียนกลุ่มเป้าหมายเฉพาะ เช่น เด็กยากจน ด้อยโอกาสที่หลุดจากระบบการศึกษา ทั้งกลุ่มพ่อแม่วัยรุ่น เด็กและเยาวชนในกระบวนการยุติธรรม เด็กกำพร้า เด็กในพื้นที่ห่างไกล เด็กที่เผชิญกับความเจ็บป่วยและปัญหาสุขภาพ เป็นต้น”&nbsp;</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-b31eba"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/06/3-2.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-841274"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/06/4-1.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>ภายในงาน ผู้ร่วมกิจกรรมยังได้สัมผัสกับห้องเรียนหลากหลายรูปแบบที่เกิดจากการร่วมมือกันระหว่าง กสศ. และภาคีเครือข่าย ทั้งภาครัฐ เอกชน และชุมชน ภายใต้แนวคิด ทุกคนสามารถเป็นครูได้ และทุกที่คือโรงเรียน&nbsp; เช่น&nbsp;</p>



<ul>
<li style="font-size:16px">หมอลำศึกษา นิวเจน&nbsp; หลักสูตรสร้างโอกาส ต่อยอดความฝัน ให้เยาวชนวงหมอลำ</li>



<li style="font-size:16px">โรงเรียนนักขายออนไลน์ Shopee&nbsp; ของ Sea Thailand&nbsp;&nbsp;</li>



<li style="font-size:16px">โรงเรียนผู้ประกอบการ ของ CJ MORE&nbsp;&nbsp;</li>



<li style="font-size:16px">โรงเรียนสร้างนักข่าวของ The Reporters</li>



<li style="font-size:16px">Learn to Earn : Earn to Learn &nbsp; การศึกษา = ปากท้อง &nbsp; ของโรงเรียน 3 รูปแบบ จ.ราชบุรี&nbsp;</li>



<li style="font-size:16px">ChickLab ห้องเรียนฟาร์มไก่ เลี้ยงก็ได้ ขายก็เก่ง&nbsp; ของพลูโตฟาร์ม จ.สุรินทร์</li>



<li style="font-size:16px">หนองสนิท BARBER&nbsp; ห้องเรียน ปั้นช่างตัดผม ขวัญใจคนทั้งหมู่บ้าน</li>



<li style="font-size:16px">โรงเรียนนอกกรอบ KFC &nbsp; สร้างโอกาสใหม่เพื่อเด็กและเยาวชนในกระบวนการยุติธรรม</li>



<li style="font-size:16px">เจริญกาแฟและเบเกอรี่&nbsp; ความรู้กินได้ ของลูกหลานแรงงานไร่ส้ม</li>



<li style="font-size:16px">Mobile Media Lab ห้องเรียนสื่อชายแดน หมู่บ้านกองผักปิ้ง&nbsp; พื้นที่ปลอดภัยในการเรียนรู้ ของเด็ก ๆ ในพื้นที่สีแดง</li>



<li style="font-size:16px">ห้องเรียนทุ่งใหญ่ 1.3 ล้านไร่&nbsp; อิสรภาพในการเรียนรู้ของเด็ก ๆ พื้นที่ห่างไกล</li>
</ul>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-4c6b5e"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/06/5-1.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-e7f5b8"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/06/6-1.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-4c1b96"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/06/7-1.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>ผู้จัดการ กสศ. เสริมว่า&nbsp; มาตรการนี้ถูกออกแบบขึ้นมา จากการทำความเข้าใจปัญหาเชิงลึกและมองเห็นคุณค่าของเด็กและเยาวชนจำนวนมากที่ออกจากระบบการศึกษา เพื่อทำงานหารายได้ เพราะตอบโจทย์ความต้องการเร่งด่วนของครอบครัวและตัวเองมากกว่า&nbsp; บางส่วนจำเป็นต้องออกจากการศึกษาเพื่อดูแลผู้ป่วยในครอบครัว ขณะที่อีกจำนวนไม่น้อย ตั้งข้อสงสัยถึงเป้าหมายของการเรียน&nbsp; เรียนแล้วได้อะไร หรือแม้แต่การเรียนที่ตอบสนองต่อสิ่งที่ใฝ่ฝัน อยากเป็น อยากทำ ไม่ได้มีอยู่ในระบบการศึกษา</p>



<p>ความร่วมมือของ “หุ้นส่วนการศึกษา” จากทุกภาคส่วน คือหัวใจสำคัญที่จะขยายพื้นที่การเรียนรู้ให้ครอบคลุมเด็กทุกกลุ่ม โดยเฉพาะกลุ่มเปราะบาง เช่น เด็กพิการ พ่อแม่วัยรุ่น เด็กในกระบวนการยุติธรรม เด็กในพื้นที่ห่างไกล หรือเด็กที่มีปัญหาสุขภาพ</p>



<figure class="wp-block-image size-full"><img decoding="async" loading="lazy" width="855" height="569" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/06/8-1.jpg" alt="" class="wp-image-93856" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/06/8-1.jpg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/06/8-1-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/06/8-1-768x511.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/06/8-1-750x500.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/06/8-1-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /></figure>



<figure class="wp-block-image size-full"><img decoding="async" loading="lazy" width="855" height="569" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/06/9-1.jpg" alt="" class="wp-image-93857" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/06/9-1.jpg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/06/9-1-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/06/9-1-768x511.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/06/9-1-750x500.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/06/9-1-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /></figure>



<p>“เด็กไม่ใช่ปัญหา เด็กคือศักยภาพของประเทศ ถ้าเรายุติปัญหาเด็กหลุดจากระบบการศึกษาได้ เศรษฐกิจไทยจะโตเพิ่มขึ้นอีก 1.7% ของ GDP จากรายได้ตลอดชีวิตที่สูงขึ้นของเด็กเหล่านี้” ดร.ไกรยส ย้ำด้วยความมั่นใจ</p>



<p>ในโอกาสนี้ กสศ. ได้นำเสนอ 3 ตาข่ายการเรียนรู้หลักเพื่อรองรับเด็กหลุดจากระบบที่ได้รับการสนับสนุนจาก กระทรวงศึกษาธิการ&nbsp; ได้แก่</p>



<ul>
<li style="font-size:16px">โรงเรียนที่มีการปรับให้ยืดหยุ่น เช่น 1 โรงเรียน 3 รูปแบบ</li>



<li style="font-size:16px">การศึกษานอกระบบและตามอัธยาศัยผ่านกรมส่งเสริมการเรียนรู้</li>



<li style="font-size:16px">ศูนย์การเรียนโดยสถาบันทางสังคม เช่น มูลนิธิ สมาคม หรือกลุ่มอาชีพ ซึ่งเปิดโอกาสให้ทุกคนเป็นครู เป็นผู้จัดการศึกษาได้</li>
</ul>



<p>นอกจากนี้ ยังมีเครื่องมือสำคัญอีกหลายอย่างที่ทำงานเชิงรุก ติดตามค้นหา เพื่อนำการศึกษา การเรียนรู้ไปให้เด็กเยาวชน&nbsp; เช่น กลไกตำบล,โรงเรียนเคลื่อนที่ Mobile School, ธนาคารหน่วยกิต Credit Bank ที่ช่วยให้การเรียนรู้ทุกรูปแบบ การประกอบอาชีพสามารถเทียบโอนหน่วยกิต เชื่อมต่อกันได้ทั้งหมด</p>



<p>ผู้จัดการ กสศ. ระบุว่า ปัจจุบัน นโยบายเรียนฟรี 15 ปี ยังไม่ครอบคลุมศูนย์การเรียนโดยสถาบันทางสังคม ยังไม่ได้รับงบประมาณอุดหนุนรายหัว หรือสิทธิประโยชน์พื้นฐาน เช่น อาหารกลางวัน นม วัคซีน หรือการตรวจสุขภาพ กสศ. จึงเสนอให้มีการสนับสนุนอย่างเท่าเทียมกับโรงเรียนในระบบ รวมถึงเปิดโอกาสให้ภาคเอกชนเข้าร่วมสนับสนุนด้วยสิทธิประโยชน์ทางภาษีเหมือนโรงเรียนอื่น ๆ ปกติ</p>



<p>“โรงเรียนของเด็กบางคนอาจไม่มีอาคาร แต่ต้องมีคุณภาพ และต้องได้รับการสนับสนุนอย่างเท่าเทียม” ดร.ไกรยส ย้ำ</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-3ce661"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/06/10-1.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>ผู้จัดการ กสศ. ยังแสดงความหวังถึงตัวอย่างความสำเร็จที่เกิดขึ้นแล้วในพื้นที่ต่าง ๆ ทั่วประเทศ&nbsp; จะเป็นแรงบันดาลใจ ให้เกิดเครือข่ายหุ้นส่วนการศึกษาเพิ่มขึ้นเท่าทวีคูณทั่วประเทศ เพื่อสามารถรองรับความต้องการที่หลากหลายของเด็กและเยาวชนที่ยังคงหลุดจากระบบการศึกษาเกือบล้านคนได้&nbsp; เพราะนี่คือเรื่องฉุกเฉินเร่งด่วน สำหรับอนาคตของประเทศที่หายไป</p>



<p>ภาคเอกชน ท้องถิ่น หรือประชาชนทั่วไป สนใจร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการพัฒนารูปแบบการศึกษา การเรียนรู้ยืดหยุ่น หรือเป็นอาสาสมัครในโครงการ “โรงเรียนเคลื่อนที่ Mobile School”&nbsp; หรือสามารถร่วมบริจาคเพื่อสนับสนุน กสศ. โดยได้รับสิทธิลดหย่อนภาษี 2 เท่า สามารถติดต่อได้ที่</p>



<p><strong>กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.)</strong><br><strong>โทร. 02-079-5475 (ไม่เว้นวันหยุดราชการ)</strong><br><strong>เว็บไซต์ www.eef.or.th</strong><br><strong>อีเมล: flexiblelearning@eef.or.th</strong><br><strong>LINE กสศ.การศึกษายืดหยุ่น</strong><br><strong>Facebook: กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (EEF Thailand)</strong></p><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/news-120625/">กสศ. เปิดแคมเปญ “เพราะทุกที่คือโรงเรียน” เปิดรับความร่วมมือ “หุ้นส่วนการศึกษา”</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ลองอีกครั้งบนเส้นทางเรียนรู้อีกรูปแบบ : ‘ธราธิป สีสมุทร’ นักเรียนในโครงการ Thailand Zero Dropout</title>
		<link>https://www.eef.or.th/article-110625/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 11 Jun 2025 07:41:30 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[บทความ]]></category>
		<category><![CDATA[Movement]]></category>
		<category><![CDATA[ราชบุรี]]></category>
		<category><![CDATA[Mobile school]]></category>
		<category><![CDATA[Thailand Zero Dropout]]></category>
		<category><![CDATA[ธราธิป สีสมุทร]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?p=93816</guid>

					<description><![CDATA[<p>“ครูบอกว่าประสบการณ์ทำงานของผม เอามาใช้ออกแบบบทเรียน วิ [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/article-110625/">ลองอีกครั้งบนเส้นทางเรียนรู้อีกรูปแบบ : ‘ธราธิป สีสมุทร’ นักเรียนในโครงการ Thailand Zero Dropout</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong><em>“ครูบอกว่าประสบการณ์ทำงานของผม เอามาใช้ออกแบบบทเรียน วิธีการเรียน แล้วจะใช้สิ่งที่ผมทำแต่ละวันมาวัดผลได้ด้วย ก็ตัดสินใจกันกับแม่ว่าอยากลองดูครับ”</em></strong></p>



<p>ตั้งแต่ก่อนจบชั้น ป.6 <strong>‘พีม’</strong> <strong>ธราธิป สีสมุทร </strong>พบว่าแปลงผักเล็ก ๆ หน้าบ้าน คือที่ที่ง่วนอยู่ได้ทั้งวัน และทำให้เขาตัดสินใจไม่ไปโรงเรียนอีกหลังเรียน ม.1 ได้เทอมเดียว&nbsp;&nbsp;</p>



<p><strong>‘แม่นก’</strong> คุณแม่ของพีมเล่าว่า เขาทำกิจกรรมซ้ำเดิมทุกวันตั้งแต่ยังเล็ก คือตื่นแต่เช้า ออกไปที่แปลงผัก อยู่ตรงนั้นจนเย็น และเข้านอนแต่หัวค่ำ เพื่อลุกขึ้นมา<strong>ทำเหมือนเมื่อวาน</strong> จนวันนี้พีมเติบโต อายุเต็ม 18 ปี แต่ละวันของเขาก็ยังคง<strong>อยู่ที่แปลงผัก </strong>หากจะมีอะไรเพิ่มเติมขึ้นมา คงเป็นพื้นที่ทำงานที่ขยายกว้างขึ้น และงานที่งอกเงยจากปลูกพืชผักผลไม้ เป็นฟาร์มสัตว์เล็ก ๆ ซึ่งทำรายได้ประจำเดือนละไม่น้อย</p>



<p>กับอีกกิจวัตรที่เพิ่งเป็นภารกิจประจำในช่วงสองปีหลัง คือพีมต้องเรียบเรียงทุกสิ่งที่ทำ เพื่อสร้างโจทย์คำถามและหาคำตอบของสิ่งที่ได้เรียนรู้ในทุก ๆ วัน ผ่านการทำบันทึก รายงาน หรือชิ้นงานส่งครู อันเป็นส่วนหนึ่งของการศึกษาที่มีเป้าหมายเพื่อวุฒิ ม.3</p>



<figure class="wp-block-image size-full"><img decoding="async" loading="lazy" width="855" height="569" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/06/0611_พีม-ธราธิป-สีสมุทร-03.jpg" alt="" class="wp-image-93821" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/06/0611_พีม-ธราธิป-สีสมุทร-03.jpg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/06/0611_พีม-ธราธิป-สีสมุทร-03-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/06/0611_พีม-ธราธิป-สีสมุทร-03-768x511.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/06/0611_พีม-ธราธิป-สีสมุทร-03-750x500.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/06/0611_พีม-ธราธิป-สีสมุทร-03-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /></figure>



<p>นี่คือเรื่องราวโดยสังเขปของพีม ก่อนถึงวันที่จบการศึกษาและรับวุฒิบัตรพร้อมกับเพื่อน ๆ อีก 6 คน จาก <strong>‘ศูนย์การเรียนสร้างสรรค์การเรียนรู้’</strong> จังหวัดราชบุรี ที่สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาราชบุรี เขต 1 เมื่อเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา</p>



<p>&#8230;ย้อนไปช่วงตัดสินใจออกจากโรงเรียน พีมให้เหตุผลกับแม่ว่า <strong><em>“อยากทำงาน อยากช่วยแม่หาเงิน”</em></strong> ซึ่งแม่ไม่ได้เห็นด้วย แต่ <strong><em>“เข้าใจดี”</em></strong> ว่าลึกกว่าเหตุผลที่ลูกเล่า คือพีมเห็นทางเดินของตัวเองแล้ว ว่าเขาหลงใหลในงานด้านเกษตร ชอบทำไร่ทำสวน ชอบขลุกอยู่บนพื้นดินผืนหญ้า อยากเรียนรู้เรื่องการปลูกผักผลไม้ และอยากเดินหน้าในทางที่เลือกอย่างเต็มตัว แม่จึงตัดสินว่าอยากให้ลูกได้ทำสิ่งที่รัก เพราะรู้ว่า <strong><em>“ถึงบังคับ แต่เมื่อใจลูกไม่ได้อยู่ที่โรงเรียน สุดท้ายวันใดวันหนึ่งก็จะหลุดออกมาอยู่ดี”&nbsp; </em></strong>&nbsp;</p>



<figure class="wp-block-image size-full"><img decoding="async" loading="lazy" width="855" height="569" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/06/0611_พีม-ธราธิป-สีสมุทร-01.jpg" alt="" class="wp-image-93819" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/06/0611_พีม-ธราธิป-สีสมุทร-01.jpg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/06/0611_พีม-ธราธิป-สีสมุทร-01-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/06/0611_พีม-ธราธิป-สีสมุทร-01-768x511.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/06/0611_พีม-ธราธิป-สีสมุทร-01-750x500.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/06/0611_พีม-ธราธิป-สีสมุทร-01-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /></figure>



<p>อย่างไรก็ตาม คุณแม่บอกว่าการ ‘ยอมรับ’ คือเรื่องหนึ่ง แต่ความ ‘เป็นห่วง’ ก็อีกเรื่องหนึ่ง เพราะจากวันที่พีมเลิกเรียน แม้จะแสดงให้เห็นถึงความตั้งใจในสิ่งที่ทำ ด้วยแปลงผักหน้าบ้านค่อย ๆ ขยายพื้นที่ และมีผลผลิตซึ่งเปลี่ยนเป็นรายได้ตามมา แต่ 4-5 ปีที่ผ่านไป แม่นกยังกังวลว่านอกจากปฏิสัมพันธ์ที่เกี่ยวกับงานแล้ว พีมไม่ได้เจอสังคมในแง่มุมอื่น ๆ เลย ทั้งวุฒิแค่ชั้น ป.6 ก็อาจ ‘น้อยไป’ เมื่อคิดว่าพีมต้องรับมือกับงานและขั้นตอนชีวิตที่จะซับซ้อนขึ้น&nbsp;</p>



<p>“พีมทำให้เห็นว่าเขาทำสิ่งที่สนใจจนเป็นอาชีพได้จริง เพราะเขาตั้งใจ แล้วมีความเป็นผู้ใหญ่เกินตัว มีวินัยจัดการตัวเองได้ ไม่ต้องพึ่งพาแม่เลย คือไม่กี่ปีที่ทำมาจากแปลงผักเล็ก ๆ มันก็มีอะไรเพิ่มขึ้นมา มีเลี้ยงหมูเลี้ยงวัว ขยายผลออกมาเรื่อย ๆ ตรงนี้เราเชื่อว่าเขาไปได้อยู่แล้ว แต่ที่เราห่วงคืออยากให้เขาได้ไปเจอคน ไปเจอสังคมอื่น ๆ นอกจากงานบ้าง เพื่อเปิดมุมมองให้กว้าง&nbsp;</p>



<p>“อีกอย่างคือถ้าทำสวนทำไร่อย่างเดียวแล้วไม่มีวุฒิติดตัวเลย กลัวว่าวันข้างหน้าจะลำบาก&nbsp; เพราะการเรียนรู้มันควรมีทั้งสองอย่าง ทั้งจากงานที่ทำ และจากประสบการณ์ชีวิต ที่สำคัญคือถ้ามีวุฒิการศึกษามาประกอบด้วย ชีวิตก็น่าจะมั่นคงขึ้นอีก” แม่เล่า</p>



<p>จนช่วงปี 2566 ข้อมูลเรื่องการทำงาน Thailand Zero Dropout จังหวัดราชบุรี ก็แว่วมาเข้าหูพีมกับแม่ ไม่นานจากนั้นก็มีครูจากศูนย์การเรียนสร้างสรรค์การเรียนรู้มาหาที่บ้าน เพื่อชวนพีมกลับไปเรียน</p>



<p>พีมบอกว่าเขากับแม่ปรึกษากันอยู่นาน ส่วนหนึ่งเพราะหลังเรียนรู้ด้วยตัวเองคนเดียวมาตลอด พีมเองเริ่มเข้าใจถึงสิ่งที่แม่บอกว่าถ้ามีวุฒิการศึกษาที่สูงกว่าชั้น ป.6 ติดตัวไว้ ยังไงเสียคงดีกว่า&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p>



<p><strong><em>“ช่วงคิดถึงการเรียนมาก ๆ มันวนไปมาหลายเรื่องครับ อย่างแรกผมไม่ได้เรียนมาหลายปี งานที่ทำตอนนี้ก็กินเวลาทั้งวัน จะกลับไปเรียนในโรงเรียนคือไม่มีทาง หรือจะเรียน กศน. ก็คิดว่าตัวเองไม่เหลือพื้นฐานความรู้ที่ต่อติดกับวิชาเรียนในหลักสูตรแล้ว”</em></strong>&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p>



<figure class="wp-block-image size-full"><img decoding="async" loading="lazy" width="855" height="569" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/06/0611_พีม-ธราธิป-สีสมุทร-02.jpg" alt="" class="wp-image-93820" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/06/0611_พีม-ธราธิป-สีสมุทร-02.jpg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/06/0611_พีม-ธราธิป-สีสมุทร-02-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/06/0611_พีม-ธราธิป-สีสมุทร-02-768x511.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/06/0611_พีม-ธราธิป-สีสมุทร-02-750x500.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/06/0611_พีม-ธราธิป-สีสมุทร-02-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /></figure>



<p>พีมเว้นช่วงเพื่อเรียบเรียงคำพูดในหัว ก่อนพูดต่อว่า&nbsp; <strong><em>“&#8230;แต่ข้อมูลที่ครูศูนย์การเรียนเอามาบอก คือการกลับไปเรียนครั้งนี้ เราจะลองไปกันในเส้นทางเรียนรู้อีกแบบ ที่เขาจะพยายามเอาประสบการณ์ทำงานของผมมาใช้ออกแบบบทเรียน หาวิธีเรียนและการวัดผล โดยจะยึดโยงจากสิ่งที่ผมทำแต่ละวัน ก็ตัดสินใจกันกับแม่ว่าอยากลองดู”</em></strong></p>



<p>จนบทเรียนเริ่มต้น พีมจึงค่อย ๆ เข้าใจ ว่าสิ่งที่ครูบอกว่าเป็น <strong><em>‘การเรียนรู้ที่ออกแบบจากประสบการณ์ทำงาน’</em></strong> คือการที่ครูจะนำชีวิตประจำวันของเขา มาคลี่ออกเป็นเนื้อหาวิชา แล้วจะเอาแต่ละสิ่งที่ทำไปเทียบเคียงกับสาระวิชาต่าง ๆ เช่นเรื่องการคำนวณขนาดหรือพื้นที่ทำงานซึ่งเชื่อมโยงกับวิชาคณิตศาสตร์ การผสมปุ๋ยกำจัดวัชพืชหรือในบางขั้นตอนดูแลสัตว์ ก็เชื่อมโยงกับวิชาวิทยาศาสตร์ แล้วยังมีเรื่องของการเอาสิ่งที่ทำอยู่แล้วมาถอดเป็นคำศัพท์ หรือลองเรียบเรียงเป็นเรื่องเล่าประจำวันด้วยภาษาอังกฤษ ทั้งหมดนั่นทำให้เขาเห็นภาพว่า <strong><em>‘ชีวิตประจำวันกลายเป็นการเรียนรู้ได้อย่างไร’</em></strong> และแม้รูปแบบการเรียนจะใช้วิธีรับโจทย์และส่งชิ้นงานผ่านโทรศัพท์เป็นหลัก แต่ในทุกสัปดาห์จะมีอย่างน้อยหนึ่งวันที่กำหนดเป็น <strong><em>‘ชั่วโมงเรียนรู้กับกลุ่ม’</em></strong> พีมจึงมีกลุ่มเพื่อนใหม่ ๆ เพิ่มขึ้น&nbsp;</p>



<p>“ผมเลือกหัวข้อหลักที่ใช้เรียนเป็นเรื่องการทำเกษตร เพราะทำอยู่ทุกวันจนคิดว่าเรารู้จริง ทำให้ในแต่ละกระบวนการเรียนรู้จึงรู้สึกว่าไม่ยาก ไม่ต้องปรับตัวมาก แล้วงานที่ส่งไปส่วนใหญ่พอครูให้คำแนะนำกลับมา ผลลัพธ์ที่ได้เราสามารถกลั่นกรองได้ทันทีเลยว่าอะไรคือประโยชน์ที่เราจะดึงเอามาใช้ในด้านอื่น ๆ ของชีวิตได้”</p>



<p>พีมบอกว่า <strong><em>“เรียนอย่างนี้มีความสุขครับ เพราะไม่ต้องบังคับตัวเอง เหมือนเราอยู่กับสวนกับไร่ทุกวันอยู่แล้ว ที่ต้องทำเพิ่มก็แค่ต้องคิดและเปิดมุมมองมากขึ้น ว่าจะเอาประสบการณ์ของเรามาถอดเป็นเนื้อหารายงานส่งครูยังไง” </em></strong>&nbsp;</p>



<p>และด้วยวาระของการพบกันครั้งนี้คือพิธีรับวุฒิการศึกษาชั้น ม.3 เราจึงอดถามไม่ได้ถึงแผนการต่อจากนี้ ซึ่งพีมบอกว่าเป้าหมายต่อไปคือจะเรียนให้ได้วุฒิการศึกษาชั้นมัธยมศึกษาตอนปลาย โดยจะสมัครเรียนกับศูนย์การเรียนปัญญากัลป์ เพื่อเรียนรู้ตามวิธีการเดิม ด้วยค้นพบแล้วว่าห้องเรียนกว้างใหญ่ไร้รั้วรอบขอบชิด ที่รู้สึกถึงไออุ่นของแดดอาบผิว และเท้าเปลือยเปล่าได้สัมผัสความชื้นของผิวดินชุ่มน้ำ กับสรรพเสียงระงมของสัตว์ในความดูแล คือ <strong>“พื้นที่เรียนรู้”</strong> ของเขา     </p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-1062c7"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/06/0611_พีม-ธราธิป-สีสมุทร-04.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>“จะเรียนต่อกับศูนย์การเรียนครับ อยากได้วุฒิ ม.ปลาย และคิดถึงการเรียนด้านการเกษตรขั้นสูงในมหาวิทยาลัย หรือพวกหลักสูตรระยะสั้นก็ได้ครับ&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p>



<p>“ผมว่าการเรียนแบบนี้เหมาะกับผม หรือใครก็ตามที่มีภาระต้องทำไปด้วย ก็อยากให้เพื่อน ๆ ที่เคยอยู่ในสถานการณ์เดียวกันได้กลับมาเรียนกันเยอะ ๆ ตอนนี้ผมรู้แล้วว่าวุฒิการศึกษายังไงก็สำคัญ เพราะอย่างน้อยถ้าเรามีความรู้ มีวุฒิ มันจะเป็นต้นทุนให้เรามีทางต่อยอดงานที่ทำอยู่ไปได้อีกไกลครับ” &nbsp;&nbsp;&nbsp;</p>



<p><strong>กสศ. ขอแสดงความยินดีกับน้อง ๆ จากศูนย์การเรียนสร้างสรรค์การเรียนรู้ จังหวัดราชบุรี ที่จบการศึกษาและรับวุฒิบัตรพร้อมกันทั้งหมด 7 คน เมื่อวันที่ 2 พฤษภาคม 2568 ที่ สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาราชบุรี เขต 1</strong></p>



<p><strong>ขอขอบคุณน้องพีม ธราธิป สีสมุทร</strong><br><strong>ขอบคุณศูนย์การเรียนสร้างสรรค์การเรียนรู้ จังหวัดราชบุรี</strong><br><strong>ขอบคุณสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาราชบุรี เขต 1</strong><br><strong>และขอบคุณเด็กเยาวชนทุกคนที่พร้อมแบ่งปันเรื่องราวชีวิต เพื่อเป็นส่วนหนึ่งของการค้นหาแนวทางจัดการเรียนรู้ที่ยืดหยุ่น บนพื้นฐานของความแตกต่างหลากหลาย และเพื่อยืนยันว่า เส้นทางการเรียนรู้ของเด็กเยาวชนทุกคนไม่อาจมีเพียงรูปแบบเดียว หรือมีปลายทางเพียงหนึ่งเดียวสำหรับการประสบความสำเร็จ</strong></p><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/article-110625/">ลองอีกครั้งบนเส้นทางเรียนรู้อีกรูปแบบ : ‘ธราธิป สีสมุทร’ นักเรียนในโครงการ Thailand Zero Dropout</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>กสศ. ชู เปิดเทอมใหม่ เรียนได้ทุกที่ มีรายได้ มีวุฒิการศึกษา แก้ปัญหาเด็กหลุดจากระบบการศึกษา</title>
		<link>https://www.eef.or.th/news-200525/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 20 May 2025 06:13:13 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[ข่าวสารความรู้]]></category>
		<category><![CDATA[กสศ.]]></category>
		<category><![CDATA[พัฒนะพงษ์ สุขมะดัน]]></category>
		<category><![CDATA[Mobile school]]></category>
		<category><![CDATA[Thailand Zero Dropout]]></category>
		<category><![CDATA[1 โรงเรียน 3 รูปแบบ]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?p=93446</guid>

					<description><![CDATA[<p>นายพัฒนะพงษ์ สุขมะดัน ผู้ช่วยผู้จัดการ กสศ. กล่าวว่า เป [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/news-200525/">กสศ. ชู เปิดเทอมใหม่ เรียนได้ทุกที่ มีรายได้ มีวุฒิการศึกษา แก้ปัญหาเด็กหลุดจากระบบการศึกษา</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>นายพัฒนะพงษ์ สุขมะดัน ผู้ช่วยผู้จัดการ กสศ.</strong> กล่าวว่า เปิดเรียนครั้งนี้ มีเด็กและเยาวชนที่หลุดจากระบบการศึกษา และไม่สามารถกลับเข้าสู่การเรียนในระบบโรงเรียนได้ เพราะปัญหาที่มีความซับซ้อน เช่น ปัญหาสุขภาพ ปัญหาเศรษฐกิจ ปัญหาครอบครัว ปัญหาการเดินทาง และข้อจำกัดในชีวิตอื่น ๆ สามารถกลับมาเรียนด้วยแนวทางการจัดการศึกษายืดหยุ่น เรียนได้ทุกที่ มีรายได้ มีวุฒิการศึกษา ผ่านโครงการโรงเรียนเคลื่อนที่ Mobile School ที่ กสศ. ร่วมมือ สพฐ. และเครือข่ายศูนย์การเรียนโดยสถาบันทางสังคม ตามมาตรา 12 แห่ง พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 ซึ่งเป็นหนึ่งใน 13 รูปแบบการเรียนรู้ที่ยืดหยุ่น ตอบโจทย์ชีวิต ภายใต้แนวคิดนำการเรียนไปให้น้องตามนโยบายกระทรวงศึกษาธิการที่ร่วมมือกับ กสศ. เพื่อสานต่อมาตราการขับเคลื่อนประเทศไทยเพื่อแก้ปัญหาเด็กและเยาวชนนอกระบบให้กลายเป็นศูนย์ (Thailand Zero Dropout)</p>



<p>นายพัฒนะพงษ์ กล่าวว่า ปัจจุบันประเทศไทยยังมีเด็กเยาวชนที่หลุดจากระบบการศึกษา กว่า 8.8 แสนคน เป็นตัวเลขที่ลดจากปีการศึกษา 2567 ที่มีอยู่ราว 1.02 ล้านคน ข้อค้นพบจากการทำงานช่วยเหลือน้อง ๆ คือ ระบบการศึกษาและการเรียนรู้ต้องปรับให้ยืดหยุ่น ตอบโจทย์ชีวิต และปากท้อง ปัจจุบันเรามีตาข่ายการศึกษาที่ช่วยโอบอุ้มรับเด็ก ๆ ในทุกข้อจำกัดไว้ ตั้งแต่โรงเรียน ที่ปัจจุบันมีนวัตกรรม 1 โรงเรียน 3 รูปแบบ สกร. (กรมส่งเสริมการเรียนรู้) และศูนย์การเรียนโดยสถาบันทางสังคม ที่จัดการศึกษาเหมือนกับ สกร. แต่ต่างกันที่ผู้จัดการศึกษาไม่ใช่รัฐแต่เป็นสถาบันทางสังคมที่ไม่แสวงหาผลกำไร อยู่ภายใต้สังกัด สพฐ. เป็นการจัดการศึกษาสำหรับผู้เรียนกลุ่มเป้าหมายเฉพาะ และพัฒนาหลักสูตรที่สอดคล้องกับผู้เรียนรายบุคคล และบริบทชุมชน มีความยืดหยุ่นเรื่องเวลาและสถานที่ ที่สำคัญคือทุกคนเป็นครูของผู้เรียนได้ (มาตรา 53 พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542)</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-633054"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/05/พัฒนะพงษ์-สุขมะดัน.jpg" alt=""/></div><figcaption class="qubely-image-caption">พัฒนะพงษ์ สุขมะดัน</figcaption></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>ผู้ช่วยผู้จัดการ กสศ. กล่าวว่า เปิดเทอมใหม่ เรียนได้ทุกที่ มีรายได้ มีวุฒิการศึกษา คือ ผู้เรียนไม่ได้เรียนที่โรงเรียน แต่เรียนรู้ทักษะอาชีพ ทักษะชีวิต ทักษะวิชาการและประสบการณ์ต่าง ๆ จากแหล่งเรียนรู้อื่นตามความถนัด ความสนใจของแต่ละคน และสอดคล้องกับบริบทพื้นที่ที่น้อง ๆ อาศัยอยู่&nbsp; เช่น ฟาร์มเกษตร&nbsp; นาข้าว ผืนป่า สวนผัก สวนผลไม้&nbsp; ตลาด ร้านค้า ร้านอาหาร ร้านตัดผม วงดนตรีหมอลำ หรือแม้แต่ผู้เรียนที่มีข้อจำกัดเรื่องสุขภาพ ก็สามารถออกแบบวิธีการเรียนให้น้อง ๆ สามารถบรรลุศักยภาพสูงสุดของตัวเองได้ โดยคุณครูจากศูนย์การเรียนฯ จะวางแผนการจัดการเรียนการสอน ร่วมกับนักวิชาชีพต่าง ๆ ที่เป็นเจ้าของความรู้ในอาชีพนั้น ๆ ไม่ว่าจะพ่อแม่ ปราชญ์ชุมชน กลุ่มแม่บ้าน ผู้นำชุมชน อบต. ท้องถิ่น นักวิชาชีพ ผู้ประกอบการ ภาคธุรกิจเอกชน ฯลฯ&nbsp;มีการวัดและประเมินผลตามสภาพจริงของผู้เรียนเป็นรายบุคคล ร่วมกับหน่วยงาน องค์กร นักวิชาชีพต่าง ๆ ที่ร่วมจัดการศึกษา ที่สำคัญน้อง ๆ จะมีรายได้จากการได้ลงมือทำงานจริงในเส้นทางเรียนรู้รูปแบบนี้ด้วย&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p>



<p>“ในปีการศึกษา 2568 กสศ. ได้รับความร่วมมือจากหุ้นส่วนการศึกษาทั้ง ชุมชนท้องถิ่น ภาคประชาสังคม ภาคเอกชน ร่วมจัดการศึกษาและการเรียนรู้ ให้แก่น้อง ๆ ที่หลุดจากระบบการศึกษา ไม่ว่าจะเป็นร้านไก่ทอด KFC&nbsp; สำนักข่าวออนไลน์ The Reporters&nbsp; New Gen Entertainment หมอลำไอดอล แพลตฟอร์ม Shopee ซึ่งเป็นกลุ่มบริษัทในเครือ Sea Thailand&nbsp; ฟาร์มไก่โคราช พลูโตฟาร์ม สหกรณ์การเกษตรพืชผักอินทรีย์หนองสนิทจำกัด สวนทุเรียนแปลงใหญ่ อ.คีรีรัฐนิคม จ.สุราษฎร์ธานี ฯลฯ”&nbsp;</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-0be97e"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/05/นางสาววรัญญาภรณ์-วันทา-หรือน้องฮักแพง.jpg" alt=""/></div><figcaption class="qubely-image-caption">รัญญาภรณ์ วันทา</figcaption></figure></div></div></div>



<p></p>



<p><strong>นางสาววรัญญาภรณ์ วันทา </strong>หรือ <strong>“น้องฮักแพง” </strong>อายุ 18 ปี กำลังเรียนชั้น ม.ปลาย หลักสูตรหมอลำศึกษา ศูนย์การเรียนปัญญากัลป์ เครือข่ายการศึกษายืดหยุ่น กสศ. เล่าว่า ปัจจุบันตนทำงานในตำแหน่งศิลปินผู้แสดง โจทย์เรียนรู้ที่ได้รับจึงปรับจาก ‘หน้าที่’ หรือ ‘มุมมองเฉพาะ’ ตามบทบาท สู่การคิดที่เชื่อมโยงมากขึ้น เช่น เรียนวิชาคณิตศาสตร์จากการหาพื้นที่ หรือสัดส่วนความกว้างยาวของเวที หรือเรื่องการแสดงก็จะโยงกับวิชาสังคมศึกษา วัฒนธรรมท้องถิ่น ซึ่งสืบค้นไปได้ถึงรากวิถีชีวิตของคนในแถบภาคอีสาน การเรียนรู้ที่ผสมผสานมาจากงานที่ทำ สามารถดัดแปลงใช้ได้กับทุกอาชีพ และน่าจะช่วยได้มากสำหรับคนที่หลุดจากระบบการศึกษาไปแล้ว ให้มีช่องทางกลับมาเรียนอีกครั้ง เพื่อมีความหวังที่จะนำวุฒิไปเรียนต่อ มีโอกาสก้าวหน้าในอาชีพ และดูแลตัวเองได้ดียิ่งขึ้น&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p>



<p>“การติดตามบทเรียนต่าง ๆ แทบไม่ต่างจากการเรียนในห้องเลยค่ะ แค่วิธีนี้เราใช้ออนไลน์เป็นหลักและมีเวลาเรียนที่ไม่ตายตัวเท่านั้น ข้อดีของวิธีการนี้คือเราได้รับคำแนะนำจากครูได้ทันที และเป็นคำแนะนำรายคนที่ทำให้เห็นความก้าวหน้าหรือจุดบกพร่องของตัวเองทุกสัปดาห์ ไม่ต้องรอให้ถึงช่วงสอบและวัดผลทีเดียวนอกเหนือจากบทเรียน การที่ครูจัดกิจกรรมกลุ่มเป็นบางช่วง ยัง ‘ช่วยเรื่องความรู้สึก’ ว่าตนได้กลับสู่ safe zone ของ ‘ระบบการศึกษา’ อีกครั้ง เนื่องจากชีวิตที่เข้าสู่การทำงานแล้ว จะมีโอกาสน้อยมากสำหรับการพบเพื่อนใหม่ มีสังคมใหม่ ขณะที่การได้เข้ากลุ่ม ได้ทำกิจกรรมร่วมกันกับเพื่อน ๆ ที่ตั้งใจกลับมาเรียนเหมือนกัน สามารถนำพาประสบการณ์ทางสังคมที่เคยได้รับในโรงเรียนกลับมา”</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-1e0326"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/05/นายคติกร-ทองนรินทร์-หรือเนส.jpg" alt=""/></div><figcaption class="qubely-image-caption">คติกร ทองนรินทร์</figcaption></figure></div></div></div>



<p></p>



<p><strong>นายคติกร ทองนรินทร์ หรือ “เนส” </strong>นักเรียนโรงเรียนเคลื่อนที่ Mobile school ศูนย์การเรียนซีวายเอฟ อบต.หนองสนิท จ.สุรินทร์&nbsp; เครือข่ายการศึกษายืดหยุ่น กสศ. เล่าว่าการเรียนในรูปแบบโรงเรียนเคลื่อนที่ Mobile school เป็นการเรียนรู้จากสิ่งรอบตัว เรียนรู้จากสิ่งที่มีอยู่ในชุมชน และสิ่งที่สนใจ ผ่านโครงงานหรือกิจวัตรประจำวันในชีวิต ทั้งในส่วนของงานบ้านและการประกอบอาชีพ</p>



<p>งานหลักของผมคือ เป็นช่างตัดผม การเรียนแต่ละครั้ง จะมีการตั้งหัวข้อ ตั้งโจทย์การเรียนรู้ที่เชื่อมโยงกับ 8 กลุ่มสาระวิชาหลักของ สพฐ. เพื่อให้สามารถนำไปวัดประเมินผลลัพธ์ เช่น วิชาคณิตศาสตร์ ก็จะมีการตั้งโจทย์ ให้ผมลองทำบัญชี รายรับรายจ่ายของร้านตัดผม คำนวณต้นทุน ที่เกิดขึ้นในระหว่างการเปิดร้าน วิชาศิลปะ ก็จะให้โจทย์เรื่องการออกแบบทรงผม ตามความต้องการของลูกค้า&nbsp;&nbsp;</p>



<p>“Mobile school ช่วยให้ผมมีเป้าหมายในชีวิตที่ชัดขึ้น ช่วยสานฝันในการเป็นช่างตัดผมประจำหมู่บ้านให้เป็นจริง เปลี่ยนชีวิตผมจากเด็กเกเรที่ไม่มีความรับผิดชอบ ทำให้เรามีความรับผิดชอบขึ้นในหน้าที่การเรียนและการทำงาน ทุกวันนี้ผมตัดผมได้วันละ 4-5 คน ผู้ใหญ่ผมตัดหัวละ 40 บาท ถ้าเด็ก ๆ เป็นทรงนักเรียนอยู่ที่หัวละ 20 บาท ก็อยู่ได้ครับ บางวันผมออกไปตัดผมให้คนเฒ่าคนแก่ในชุมชนถึงที่บ้าน เพราะหลายท่านเดินทางมาที่ร้านไม่ได้ ผมดีใจที่งานที่ผมชอบทำให้ทุกคนรักผม และเรื่องนี้สำคัญมาก มันเปลี่ยนโลกทั้งหมดของผมไปเลยครับ”</p>



<div style="text-align: center;">
  <div id="fb-root"></div>
  <script async defer crossorigin="anonymous" 
          src="https://connect.facebook.net/en_US/sdk.js#xfbml=1&#038;version=v18.0"></script>

  <div class="fb-video" 
       data-href="https://www.facebook.com/EEFthailand/videos/1363774161534729/" 
       data-width="800" 
       data-show-text="false">
  </div>
</div>



<p class="has-text-align-center"><strong>เพราะการเรียนรู้ไม่ควรถูกตีกรอบไว้แค่ในห้องเรียน</strong></p>



<p></p>



<p>ทั้งนี้ กสศ. ได้จัดทำภาพยนตร์โฆษณารณรงค์สร้างความรู้ความเข้าใจแนวคิดการศึกษายืดหยุ่น ตอบโจทย์ชีวิตอีกด้วย สำหรับท้องถิ่น ชุมชน หรือ ภาคเอกชนสนใจร่วมเป็นเครือข่ายการศึกษายืดหยุ่น เพื่อสร้างโอกาสการเรียนรู้ให้แก่เด็กเยาวชนที่หลุดจากระบบการศึกษา สามารถติดต่อ กสศ. ได้ที่ โทร. 02-079 5475 ต่อ 0 </p>



<p>สำหรับโรงเรียนเคลื่อนที่ Mobile School&nbsp;กสศ. และศูนย์การเรียนโดยสถาบันทางสังคม ยังเปิดรับสมัครเด็กและเยาวชนอายุระหว่าง 7-24 ปี จากทั่วประเทศ ที่หลุดจากระบบการศึกษา และไม่สามารถเรียนในโรงเรียนหรือสถานศึกษารูปแบบอื่นได้&nbsp;เรียนต่อตั้งแต่ช่วงชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 มัธยมศึกษาปีที่ 3 และมัธยมศึกษาปีที่ 6 สามารถติดต่อทุกวัน ไม่มีวันหยุด สอบถามได้ที่&nbsp; โทร. 02 -079 5475 ต่อ 0 หรือ www.eef.or.th&nbsp;และ เพจเฟซบุ๊ก <a href="https://www.facebook.com/EEFthailand/" target="_blank" rel="noopener" title="">กสศ.กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา</a></p><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/news-200525/">กสศ. ชู เปิดเทอมใหม่ เรียนได้ทุกที่ มีรายได้ มีวุฒิการศึกษา แก้ปัญหาเด็กหลุดจากระบบการศึกษา</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
