<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>Henrietta Fore | กสศ.</title>
	<atom:link href="https://www.eef.or.th/tag/henrietta-fore/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.eef.or.th</link>
	<description>กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา</description>
	<lastBuildDate>Thu, 30 Jul 2020 04:26:55 +0000</lastBuildDate>
	<language>th</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.3.8</generator>

<image>
	<url>https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/02/cropped-fav-icon-32x32.png</url>
	<title>Henrietta Fore | กสศ.</title>
	<link>https://www.eef.or.th</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>UNICEF เตือน COVID-19 ทำเด็กเล็ก 40 ล้านคนทั่วโลกพลาดโอกาสเรียน</title>
		<link>https://www.eef.or.th/edu-news-31-07-20/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 30 Jul 2020 04:26:55 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[ข่าวสารความรู้]]></category>
		<category><![CDATA[UNICEF]]></category>
		<category><![CDATA[COVID-19]]></category>
		<category><![CDATA[Henrietta Fore]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?p=18944</guid>

					<description><![CDATA[<p>แปลและเรียบเรียง : นงลักษณ์ อัจนปัญญา &#160; องค์กรทุนเ [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/edu-news-31-07-20/">UNICEF เตือน COVID-19 ทำเด็กเล็ก 40 ล้านคนทั่วโลกพลาดโอกาสเรียน</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<figure id="attachment_18946" aria-describedby="caption-attachment-18946" style="width: 864px" class="wp-caption aligncenter"><img decoding="async" fetchpriority="high" class="wp-image-18946 size-full" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/07/thumbnail-15.jpg" alt="" width="864" height="454" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/07/thumbnail-15.jpg 864w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/07/thumbnail-15-300x158.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/07/thumbnail-15-768x404.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/07/thumbnail-15-750x394.jpg 750w" sizes="(max-width: 864px) 100vw, 864px" /><figcaption id="caption-attachment-18946" class="wp-caption-text">ที่มาภาพ : unsplash-Susie Ho</figcaption></figure>
<p style="text-align: right;"><strong>แปลและเรียบเรียง :</strong> นงลักษณ์ อัจนปัญญา</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><b>องค์กรทุนเพื่อเด็กแห่งสหประชาชาติ (</b><b>UNICEF) </b><b>เตือน วิกฤตการระบาดของโรค </b><b>COVID-</b><b>19 กำลังทำให้เด็กเล็ก 40 ล้านคนทั่วโลกพลาดโอกาสในการรับการศึกษาระดับปฐมวัย</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">รายงานสรุปการวิจัยชิ้นล่าสุดของทาง </span><span style="font-weight: 400;">UNICEF </span><span style="font-weight: 400;">พบว่า มีเด็กเล็กๆ อย่างน้อย 40 ล้านคนทั่วโลกที่อายุถึงเกณฑ์จะพลาดโอกาสในการเข้าศึกษาเล่าเรียนในระดับอนุบาล เพราะการระบาดของ </span><span style="font-weight: 400;">COVID-</span><span style="font-weight: 400;">19 ทำให้โรงเรียนอนุบาลและศูนย์อภิบาลเด็กเล็กหลายแห่งทั่วโลกจำเป็นต้องปิดตัวลง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ทั้งนี้ </span><span style="font-weight: 400;">Innocenti </span><span style="font-weight: 400;">ซึ่งเป็นสำนักงานวิจัยของ </span><span style="font-weight: 400;">UNICEF </span><span style="font-weight: 400;">ได้ดำเนินการวิจัย สถานภาพของสถาบันการศึกษาและโรงเรียนสำหรับเด็กปฐมวัยทั่วโลก รวมถึงการศึกษาวิเคราะห์ผลกระทบของการปิดบริการด้านการศึกษาที่มีต่อครอบครัว</span> <span style="font-weight: 400;">โดยผลการวิจัยพบว่า การที่โรงเรียนอนุบาลต้องปิดตัวลงอย่างไม่มีกำหนด หรือไม่สามารถกลับมาให้บริการได้ตามปกติ </span><b>ทำให้เด็กเล็กๆ เหล่านี้ พลาดก้าวแรกที่สำคัญที่สุดในการปลูกฝังบ่มเพาะการศึกษาของตนเอง</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">Henrietta Fore </span><span style="font-weight: 400;">ผู้อำนวยการบริหาร </span><span style="font-weight: 400;">UNICEF </span><span style="font-weight: 400;">กล่าวว่า<strong> ภ</strong></span><b>าวะชะงักงันทางการศึกษาเพราะ </b><b>COVID-</b><b>19 กลายเป็นอุปสรรคขัดขวางไม่ให้เด็กได้รับการศึกษาในช่วงเวลาที่ดีที่สุดที่ควรจะเริ่มต้น โดยโรงเรียนอนุบาลเหล่านี้เป็นสถานที่ที่สร้างพื้นฐานสำคัญในทุกแง่มุมที่มีผลต่อพัฒนาการของเด็ก</b><span style="font-weight: 400;"> </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">&#8220;การระบาด (ของ </span><span style="font-weight: 400;">COVID-</span><span style="font-weight: 400;">19) คือการคุกคามการบ่มเพาะพื้นฐานเหล่านั้น&#8221; ผู้อำนวยการบริหาร </span><span style="font-weight: 400;">UNICEF </span><span style="font-weight: 400;">กล่าว</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">รายงานการวิจัยเรื่อง </span><span style="font-weight: 400;">Childcare in a global crisis : The impact of COVID-</span><span style="font-weight: 400;">19</span><span style="font-weight: 400;"> on work and family life (</span><span style="font-weight: 400;">ศูนย์เด็กเล็กในภาวะวิกฤต : ผลกระทบของ </span><span style="font-weight: 400;">COVID-</span><span style="font-weight: 400;">19 ที่มีต่อชีวิตและการงานของครอบครัว) ระบุว่า มาตรการล็อคดาวน์ส่งผลให้พ่อแม่ผู้ปกครองหลายคนประสบปัญหาการจัดสมดุลระหว่างการดูแลลูกวัยเยาว์ กับการทำงาน โดยผู้ที่รับภาระหนักที่สุดก็คือฝ่ายหญิง ที่ต้องจัดการทั้งเรื่องการดูแลลูก หน้าที่การงาน และภาระงานภายในบ้าน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ขณะเดียวกัน รายงานยังพบว่า การปิดโรงเรียนและสถาบันการศึกษาเป็นวิกฤตรุนแรงสำหรับครอบครัวที่มีเด็กเล็กเป็นสมาชิกภายในบ้าน โดยเฉพาะครอบครัวในประเทศรายได้ปานกลางและรายได้ต่ำ ซึ่งโดยปกติครอบครัวเหล่านี้ก็ไม่สามารถเข้าถึงบริการและสวัสดิการพื้นฐานทางสังคมได้มากอยู่แล้ว </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ทั้งนี้ ศูนย์ดูแลเด็กเล็กและโรงเรียนอนุบาลไม่ได้เป็นเพียงแค่สถานที่รับดูแลและปูพื้นฐานทางการศึกษาเท่านั้น แต่ยังผนวกรวมบริการที่จำเป็นต่อเด็กเล็กมากมาย ไม่ว่าจะเป็นด้านจิตใจและอารมณ์ อย่างการเอาใจใส่ และ ด้านร่างกาย อย่างอาหารและโภชนาการ ไปจนถึง การมีส่วนช่วยพัฒนาทักษะทางสังคมและการเรียนรู้อื่นๆ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">โดยก่อนการระบาดของ </span><span style="font-weight: 400;">COVID-</span><span style="font-weight: 400;">19 เด็กเล็กหลายล้านคนทั่วโลกตกอยู่ในความเสี่ยงของการได้รับการศึกษาระดับปฐมวัยอย่างเหมาะสมอยู่แล้ว เนื่องจากมีพ่อแม่ผู้ปกครองจำนวนมากต้องทิ้งบุตรหลานของตนไว้ภายใต้สภาพแวดล้อมที่ไม่ปลอดภัยและไม่เอื้ออำนวยต่อการเรียนรู้หรือกระตุ้นให้เกิดพัฒนาการ เนื่องจากไม่มีเงิน หรือ ไม่สามารถเข้าถึงศูนย์ดูแลเด็กเล็กเหล่านั้นได้ ซึ่ง </span><span style="font-weight: 400;">UNICEF </span><span style="font-weight: 400;">พบว่า มีเด็กเล็กอายุต่ำกว่า 5 ขวบมากกว่า 35 ล้านคนใน 166 ประเทศทั่วโลก โดนทิ้งให้อยู่ลำพังโดยปราศจากการดูแลจากผู้ใหญ่</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">นอกจากนี้ ไม่ถึงครึ่งของประเทศทั้งหมดที่ </span><span style="font-weight: 400;">UNICEF </span><span style="font-weight: 400;">ทำการศึกษา ไม่มีการจัดทำโครงการสนับสนุนเด็กระดับปฐมวัย เช่น โครงการเด็กอนุบาลเรียนฟรี </span></p>
<figure id="attachment_18947" aria-describedby="caption-attachment-18947" style="width: 864px" class="wp-caption aligncenter"><img decoding="async" class="wp-image-18947 size-full" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/07/a-30.jpg" alt="" width="864" height="454" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/07/a-30.jpg 864w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/07/a-30-300x158.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/07/a-30-768x404.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/07/a-30-750x394.jpg 750w" sizes="(max-width: 864px) 100vw, 864px" /><figcaption id="caption-attachment-18947" class="wp-caption-text">ที่มาภาพ : UNICEF/UN0292170/Sokol</figcaption></figure>
<p><span style="font-weight: 400;">ขณะเดียวกัน เด็กเล็กอีกหลายคน ซึ่งยังคงอยู่แต่ในบ้าน ไม่มีโอกาสเล่นหรือได้รับการสนับสนุนด้านการเรียนรู้ในระดับปฐมวัยที่จำเป็นต่อสุขภาพ โดยข้อมูลล่าสุดพบว่า ราว 40% ของเด็กอายุ 3-5 ขวบใน 54 ประเทศรายได้ปานกลางและต่ำ ไม่ได้รับการกระตุ้นทางทักษะการเรียนรู้ และทักษะทางสังคมและอารมณ์จากผู้ใหญ่ภายในบ้านแม้แต่น้อย</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ภาวะขาดแคลนศูนย์ดูแลเด็กเล็ก หรือโรงเรียนอนุบาลที่เหมาะสม ไม่แพง และเข้าถึงได้ดังกล่าว ส่งผลให้ผู้ปกครองหลายคน โดยเฉพาะคุณแม่ที่ต้องทำงานหรือเลือกแต่งานที่ให้ค่าแรงต่ำ หรือไม่ใช่งานหลักงานประจำ เพื่อให้มีเวลาดูแลลูกๆ ให้มากขึ้น โดยมากกว่า 9 ใน 10 ของคุณแม่ในภูมิภาคแอฟริกา และเกือบ 7 ใน 10 ของคุณแม่ในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ต้องทำงานดังกล่าว และถูกจำกัดการเข้าถึงระบบสวัสดิการสังคมของรัฐรูปแบบต่างๆ </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ทั้งนี้ </span><span style="font-weight: 400;">UNICEF </span><span style="font-weight: 400;">ระบุว่า สถานการณ์ของโรค </span><span style="font-weight: 400;">COVID-</span><span style="font-weight: 400;">19 ทำให้จำนวนเด็กเล็กตกอยู่ในความเสี่ยง และพลาดโอกาสทางการศึกษาที่จำเป็นต่ออนาคตของตนเองมากขึ้น ก่อนเรียกร้องให้รัฐบาลนานาประเทศทั่วโลก รวมถึงหน่วยงานที่กี่ยวข้อง หันมาใส่ใจดูแลโรงเรียนและศูนย์ดูแลเด็กเล็กในระดับปฐมวัย ให้มากขึ้น เพราะการเข้าถึงศูนย์ดูแลเด็กเล็กและโรงเรียอนุบาลที่มีคุณภาพ ถือเป็นกุญแจสำคัญของการพัฒนาสถาบันครอบครัวและสังคมโดยรวม </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">&#8220;ครอบครัวเหล่านี้จำเป็นต้องได้รับการสนับสนุนจากรัฐบาล และบรรดานายจ้างของตนเอง เพื่อให้สามารถผ่านพ้นช่วงพายุรุนแรงเหล่านี้ และเพื่อปกป้องการเรียนรู้และพัฒนาการของลูกๆ ได้&#8221; </span><span style="font-weight: 400;">Fore </span><span style="font-weight: 400;">ผู้อำนวยการบริหาร </span><span style="font-weight: 400;">UNICEF </span><span style="font-weight: 400;">กล่าว</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">จากผลการศึกษาวิจัย </span><span style="font-weight: 400;">UNICEF </span><span style="font-weight: 400;">ได้ใช้โอกาสนี้ เสนอแนะแนวทางถึงรัฐบาล และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการยกระดับพัฒนานโยบายเกี่ยวกับการศึกษาของเด็กระดับปฐมวัย ซึ่งรวมถึงการทำให้เด็กเล็กทุกคนสามารถเข้าถึงโรงเรียน และศูนย์ดูแลคุณภาพสูง ในราคาไม่แพง และในช่วงวัยที่เหมาะสม </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ขณะเดียวกัน รัฐบาลก็จำเป็นต้องออกนโยบายที่เป็นมิตรกับทางครอบครัวของเด็ก ไม่ว่าจะเป็น การจ่ายเงินให้กับคุณพ่อคุณแม่ที่ขอหยุดไปเลี้ยงลูกหลังคลอด เพื่อลดปัญหาช่องว่างในช่วงเวลาที่เด็กจะได้รับการเอาใจใส่ดูแลก่อนถึงวัยเข้าเรียนอนุบาล การออกนโยบายกำหนดตารางเวลาทำงานที่ยืดหยุ่นสำหรับพ่อแม่ การลงทุนฝึกอบรมทักษะแรงงานด้านการดูแลเด็กเล็กโดยเฉพาะ และการสร้างระบบสวัสดิการ และโครงสร้างพื้นฐานทางสังคมอื่นๆ ที่อำนวยความสะดวกให้กับครอบครัวที่ไม่ได้ทำงานประจำด้วย</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><strong>ที่มา :</strong> <a href="https://www.unicef.org/press-releases/40-million-children-miss-out-early-education-critical-pre-school-year-due-covid-19" target="_blank" rel="noopener noreferrer">40 million children miss out on early education in critical pre-school year due to COVID-19</a></p><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/edu-news-31-07-20/">UNICEF เตือน COVID-19 ทำเด็กเล็ก 40 ล้านคนทั่วโลกพลาดโอกาสเรียน</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
