<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>Children in Street | กสศ.</title>
	<atom:link href="https://www.eef.or.th/tag/children-in-street/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.eef.or.th</link>
	<description>กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา</description>
	<lastBuildDate>Fri, 26 Jun 2020 11:09:14 +0000</lastBuildDate>
	<language>th</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.3.10</generator>

<image>
	<url>https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/02/cropped-fav-icon-32x32.png</url>
	<title>Children in Street | กสศ.</title>
	<link>https://www.eef.or.th</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>ที่ปรึกษากสศ. เสนอรัฐรับมือเปิดเทอมออกนโยบายค่าใช้จ่ายการศึกษาต้องเป็นศูนย์</title>
		<link>https://www.eef.or.th/97522-2020/?utm_source=rss&#038;utm_medium=rss&#038;utm_campaign=97522-2020</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 26 Jun 2020 11:09:14 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[ข่าวสารความรู้]]></category>
		<category><![CDATA[กสศ.]]></category>
		<category><![CDATA[Children in Street]]></category>
		<category><![CDATA[กทม.]]></category>
		<category><![CDATA[ศ.ดร.สมพงษ์ จิตระดับ]]></category>
		<category><![CDATA[COVID-19]]></category>
		<category><![CDATA[ชุมชนโค้งรถไฟยมราช]]></category>
		<category><![CDATA[กู้วิกฤตส่งเด็กกลุ่มเปราะบางกลับโรงเรียน]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?p=17506</guid>

					<description><![CDATA[<p>กสศ.จับมือ 10 ภาคี “ส่งเด็กกลุ่มเปราะบางกลับโรงเรียน”   [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/97522-2020/">ที่ปรึกษากสศ. เสนอรัฐรับมือเปิดเทอมออกนโยบายค่าใช้จ่ายการศึกษาต้องเป็นศูนย์</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><img decoding="async" fetchpriority="high" class="aligncenter size-full wp-image-17508" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/06/thumbnail-18.jpg" alt="" width="864" height="454" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/06/thumbnail-18.jpg 864w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/06/thumbnail-18-300x158.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/06/thumbnail-18-768x404.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/06/thumbnail-18-750x394.jpg 750w" sizes="(max-width: 864px) 100vw, 864px" /></p>
<h4><b>กสศ.จับมือ 10 ภาคี “ส่งเด็กกลุ่มเปราะบางกลับโรงเรียน”  สมพงษ์  จิตระดับ ชี้ ครอบครัวยากจน ต้องแบกค่าใช้จ่ายช่วงเปิดเทอมมากกว่ารายได้ทั้งเดือนเสนอรัฐออกนโยบายค่าใช้จ่ายการศึกษาเป็นศูนย์  </b></h4>
<p><span style="font-weight: 400;">เมื่อวันที่ 26 มิถุนายน 2563 ที่ชุมชนโค้งรถไฟยมราช กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา</span> <span style="font-weight: 400;">(กสศ.) จัดโครงการ “กู้วิกฤตส่งเด็กกลุ่มเปราะบางกลับโรงเรียน” เพื่อเตรียมความพร้อมทั้งในด้านการเรียนรู้ การป้องกันสุขภาพจากโรคโควิด-19 ในช่วงเปิดเทอม และสนับสนุนชุดอุปกรณ์การเรียนให้แก่เด็กกลุ่มเปราะบางในชุมชนพื้นที่กรุงเทพฯที่เสี่ยงหลุดออกนอกระบบการศึกษา เช่น เด็กยากจนในชุมชนแออัด ริมทางรถไฟ ใต้ทางด่วน เด็กที่ทำงานบนท้องถนน และเด็กๆกลุ่มเสี่ยงที่อยู่ในการดูแลของมูลนิธิต่างๆ </span></p>
<figure id="attachment_17519" aria-describedby="caption-attachment-17519" style="width: 640px" class="wp-caption aligncenter"><img decoding="async" class="wp-image-17519 size-large" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/06/สมพงศ์-1-1024x1024.jpg" alt="" width="640" height="640" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/06/สมพงศ์-1-1024x1024.jpg 1024w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/06/สมพงศ์-1-300x300.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/06/สมพงศ์-1-150x150.jpg 150w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/06/สมพงศ์-1-768x768.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/06/สมพงศ์-1-750x750.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/06/สมพงศ์-1.jpg 1080w" sizes="(max-width: 640px) 100vw, 640px" /><figcaption id="caption-attachment-17519" class="wp-caption-text">ศ.ดร.สมพงษ์ จิตระดับ ที่ปรึกษาก กสศ.</figcaption></figure>
<p><span style="font-weight: 400;">ศาสตราจารย์ ดร.สมพงษ์ จิตระดับ ที่ปรึกษากองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา กล่าวว่า ในช่วงก่อนเปิดเทอม กสศ.ร่วมมือกับ เครือข่ายองค์กรภาคเอกชนที่ทำงานกับกลุ่มเด็กบนท้องถนนและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทำการสำรวจข้อมูลของเด็กกลุ่มเปราะบางที่เสี่ยงหลุดออกนอกระบบการศึกษา เช่น เด็กยากจนในชุมชนแออัด ริมทางรถไฟ ใต้ทางด่วน เด็กที่ทำงานบนท้องถนน  ไซต์คนงานก่อสร้าง แรงงานนอกระบบที่อพยพมาจากต่างจังหวัด  ซึ่งกรุงเทพมหานคร เป็นหนึ่งในพื้นที่ซึ่งมีจำนวนเด็กและเยาวชนเปราะบางมากที่สุดของประเทศ  เด็กกลุ่มนี้บางส่วนแม้จะยังอยู่ในระบบการศึกษาแต่ด้วยปัจจัยทางเศรษฐกิจ  สังคมและครอบครัว เป็นตัวเร่งให้หลุดออกนอกระบบ ยิ่งในช่วงโควิด-19 กระทบทำให้ครอบครัวไม่มีรายได้ ตกงาน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“การสำรวจทำให้เราพบเด็กกลุ่มเสี่ยงและเด็กที่ต้องการความช่วยเหลือ โดยเฉพาะภาระค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับการศึกษาในช่วงเปิดเทอม เราพบว่าครัวเรือนฐานะยากจน ต้องมีค่าใช้จ่ายด้านการศึกษาในแต่ละปีสูงสุดในช่วงเดือนเปิดเทอม ระดับประถมศึกษา 1,796 บาท มัธยมต้น 3,001 บาท มัธยมศึกษาตอนปลาย 3,738 บาท ในขณะที่มีรายได้เฉลี่ยประมาณ 2,020 บาทต่อเดือน เท่ากับว่าต้องรับภาระค่าใช้จ่ายในช่วงเปิดเทอมเกือบทั้งหมด หรือมากกว่ารายได้ทั้งเดือนในกรณีที่บุตรหลานอยู่ชั้นมัธยม” ศาสตราจารย์ ดร.สมพงษ์ กล่าว</span></p>
<p>ศาสตราจารย์สมพงษ์ กล่าวด้วยว่า เหลือเวลาเพียงไม่ถึงสัปดาห์การเปิดภาคเรียนที่ 1 จะมีขึ้นแล้ว  อยากให้ภาครัฐ  มีนโยบายเร่งด่วนแก้ปัญหาเด็กหลุดออกจากระบบการศึกษา ควรออกนโยบายค่าใช้จ่ายเป็นศูนย์พร้อมกับการส่งเสริมอาหารเช้าให้กับนักเรียน</p>
<p><img decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-17511" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/06/c-6.jpg" alt="" width="855" height="569" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/06/c-6.jpg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/06/c-6-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/06/c-6-768x511.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/06/c-6-750x499.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/06/c-6-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“ อยากให้รัฐบาลประกาศนโยบายชัดเจนถึงค่าใช้จ่ายการศึกษาต้องเป็นศูนย์ โรงเรียนต้องห้ามเรียกเก็บค่าใช้จ่ายใดๆ หากเก็บให้ถือเป็นความผิด เพราะค่าใช้จ่ายแม้แต่ค่าเสื้อผ้า ชุดพละ ชุดลูกเสือ เนตรนารี หรือค่าบริการต่างๆเหล่านี้เป็นอีกปัจจัยที่ผลักเด็กให้ออกจากโรงเรียน หลายคนต้องดิ้นรนช่วยพ่อแม่ทำงาน จากข้อมูลที่ผมคุยกับเด็กคนหนึ่งต้องช่วยพ่อแม่ขายพวงมาลัยตามท้องถนน จากเดิมขายวันละ 2-3 ชม. แต่ช่วงโควิด-19 เด็กต้องขายนานกว่า 10 ชม.ขึ้นไป เพราะไม่มีคนซื้อ เด็กต้องใช้ชีวิตเสี่ยงบนท้องถนน ในขณะที่พ่อแม่บางคนก็ตกงาน เด็กหลายคนยังต้องพบปัญหาความรุนแรงในครอบครัว ทำร้ายสภาพจิตใจเด็กเข้าไปอีก และอยากเสนอให้มีโครงการอาหารเช้าอย่างน้อยมื้อละ 10 บาท เพียงงบซื้อรถถัง 1 คันก็สามารถช่วยเด็กให้อิ่มท้องได้ไม่รู้กี่มื้อ&#8221; ที่ปรึกษา กสศ. กล่าวย้ำ </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ที่ปรึกษากสศ. กล่าวว่า ในช่วง 2 เดือนที่ผ่านมา กสศ.โดยโครงการพัฒนาระบบการช่วยเหลือและส่งเสริมการเรียนรู้สำหรับกลุ่มเด็กบนท้องถนน (Children in Street) ในเขตกรุงเทพมหานคร ได้ทำการสำรวจเชิงคุณภาพโดยใช้แบบบันทึกข้อมูลเด็กเป็นรายบุคคลเพื่อสำรวจความต้องการช่วยเหลือด้านการศึกษาจากผลกระทบโควิด-19 พบว่า  เด็กเร่ร่อนที่ใช้ชีวิตบนท้องถนน หรือที่สาธารณะมีจำนวนน้อยกว่าอดีตมาก ที่พบเด่นชัดได้แก่ พื้นที่สถานีรถไฟหัวลำโพง  มิติของเด็กเร่ร่อนเปลี่ยนไป ไม่เห็นตามถนน ตามตลาด หรือตามที่ต่างๆ แต่จะไปอยู่ในชุมชน รวมถึงแต่งกายดีไม่มอมแมม แต่มีความผูกพันกับถนนที่แน่นแฟ้น ในความสัมพันธ์เชิงเศรษฐกิจมากขึ้นโดยใช้ถนนในการทำมาหากิน </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ศาตราจารย์ ดร.สมพงษ์ กล่าวว่า จากการสำรวจพบว่าเด็กกลุ่มนี้บางส่วนมักรวมตัวกันในร้านเกมส์ หรือเช่าห้องพักอยู่ร่วมกัน สำหรับสาเหตุที่เด็กออกมาเร่ร่อนจะเป็นเรื่องปัญหาความยากจน ครอบครัวแตกแยกความรุนแรงในครอบครัว ซึ่งทั้งสองเรื่องนี้ยังเป็นตัวเร่งให้เด็กหลุดออกนอกระบบด้วย บวกกับสภาพแวดล้อมในชุมชนเสี่ยง อาทิ ยาเสพติด การถูกล่วงละเมิดทางเพศ อาชญากรรม ติดเพื่อน ติดเกมส์ อย่างไรก็ตาม เด็กกลุ่มนี้ยังต้องการความช่วยเหลือ เช่นทุนการศึกษาเพื่อเป็นค่าเดินทางไปโรงเรียน ค่าอาหาร ค่าหนังสืออุปกรณ์การเรียน ชุดนักเรียน รองเท้าและกระเป๋านักเรียน</span></p>
<p><img decoding="async" loading="lazy" class="aligncenter size-full wp-image-17513" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/06/b-14.jpg" alt="" width="855" height="569" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/06/b-14.jpg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/06/b-14-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/06/b-14-768x511.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/06/b-14-750x499.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/06/b-14-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“นี่คือเหตุผลสำคัญว่าทำไมกสศ.ต้องทำงานกับเด็กกลุ่มเปราะบาง เราพยายามรักษาเด็กกลุ่มนี้ให้อยู่ในระบบการศึกษาให้ได้มากที่สุด   รวมถึงการสร้างทักษะในการส่งเสริมการประกอบอาชีพ การสร้างทักษะในการใช้ชีวิตเพื่อลดจำนวนเด็กจะต้องทำอาชีพบนท้องถนนที่มีความเสี่ยงหรืออาชีพที่อันตราย เบื้องต้นในพื้นที่กทม.จะสามารถช่วยได้ไม่ต่ำกว่า 1,000 คน” ที่ปรึกษา กสศ. กล่าว</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">นายอนรรฆ พิทักษ์ธานิน หัวหน้าโครงการพัฒนาระบบสนับสนุนดูแลเด็กนอกระบบการศึกษาและเด็กบนท้องถนนในกรุงเทพมหานคร และศูนย์แม่</span><span style="font-weight: 400;">โขงศึกษา สถาบันเอเชียศึกษา จุฬาฯ กล่าวว่า สถานการณ์เด็กหลุดนอกระบบหรือเด็กใช้ชีวิตบนท้องถนน มีแนวโน้มรุนแรงมากขึ้นจากผลเรื่องเศรษฐกิจที่เป็นปัจจัยพื้นฐาน แต่สิ่งที่กระตุ้นสำคัญคือเรื่องปัจจัยในครอบครัวที่มาจากความรุนแรง ความตึงเครียด ที่เป็นแรงผลักทำให้เด็กต้องออกไปใช้ชีวิตบนถนนมากขึ้น และหลังจากโควิด-19 สถานการณ์จะรุนแรงเพิ่มมากขึ้น โดยเห็นได้ชัดเจนหลังจากที่ได้ลงพื้นที่ในกทม.ช่วง 1-2 เดือนที่ผ่านมา พบว่าครอบครัวของเด็กเหล่านี้มีรายได้ลดลง บางครอบครัวไม่มีรายได้ ส่วนใหญ่เช่าห้องราคาถูก นอนพักอาศัยใต้ทางด่วน ชุมชนแออัด เป็นลูกแรงงานต่างจังหวัดอยู่ตามไซส์ก่อสร้าง แรงงานนอกระบบ  ทำงานรายได้ต่ำ ทั้งหมดยิ่งตอกย้ำว่าเด็กมีความเสี่ยงหลุดนอกระบบมากขึ้น ขณะเดียวกันยังมีเรื่องต้นทุนอื่นๆที่สูงเช่นกัน และสภาพเด็กเมื่ออยู่ในวัยแรงงานก็ต้องเลี้ยงตัวเองและครอบครัว ดังนั้นแนวทางการช่วยเหลือไม่ใช่การเรียนเพียงอย่างเดียว แต่ต้องเพิ่มเรื่องช่องทางอาชีพและการเรียนที่ยืดหยุ่น self esteem  ทักษะชีวิต เพราะความสำคัญของการศึกษาต่ออนาคตจะสรา้งความมั่นคงได้มากขึ้น</span></p>
<figure id="attachment_17514" aria-describedby="caption-attachment-17514" style="width: 855px" class="wp-caption aligncenter"><img decoding="async" loading="lazy" class="wp-image-17514 size-full" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/06/อรรนัท.jpg" alt="" width="855" height="569" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/06/อรรนัท.jpg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/06/อรรนัท-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/06/อรรนัท-768x511.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/06/อรรนัท-750x499.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/06/อรรนัท-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /><figcaption id="caption-attachment-17514" class="wp-caption-text">นายอนรรฆ พิทักษ์ธานิน หัวหน้าโครงการพัฒนาระบบสนับสนุนดูแลเด็กนอกระบบการศึกษาและเด็กบนท้องถนนในกรุงเทพมหานคร และศูนย์แม่โขงศึกษา</figcaption></figure>
<p><span style="font-weight: 400;">นายอนรรฆ กล่าวว่า หลังจากนี้จะทำงานร่วมกับชุมชม NGO ต่างๆ รวมแล้วมากกว่า 10 องค์กรในพื้นที่กทม. เพื่อช่วยเหลือกลุ่มเปราะบางมากกว่า1,000คน ภายใตแนวทางที่ต้องทำฐานชุมชน ภาคประชาสังคมให้เข้มแข็ง เพราะครอบครัวส่วนใหญ่มีปัญหา จึงต้องเข้าไปดูแล และต้องทำตัวเป็นบ้านให้เด็กๆ สำคัญกว่านั้นเด็กหลายคนมีผลการเรียนดี แต่ครอบครัวมีปัญหาอุปสรรคจึงไม่สามารถไปต่อได้ ซึ่งไม่ใช่คนจนทุกคนจะต้อง Drop out</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ขณะที่ นางสาวทองพูล บัวศรี หรือ ครูจิ๋ว ผู้จัดการโครงการมูลนิธิสร้างสรรค์เด็ก กล่าวว่า ชุมชนโค้งรถไฟยมราชมีเด็กรวมทั้งสิ้น 200 กว่าคน แต่มีเด็กกลุ่มเปราะบาง ที่มีครอบครัว มีที่พัก แต่ด้อยโอกาส ไม่ได้อยู่กับพ่อแม่หรือมีฐานะยากจน ที่อยู่ในการดูแลของครูจิ๋วจำนวน 67 คน เด็กกลุ่มนี้จัดเป็นเด็กกลุ่มเสี่ยงที่จะหลุดออกนอกระบบการศึกษา เพราะมีอาชีพเป็นเด็กเร่ร่อน ขอทานชั่วคราว ที่ต้องออกไปขอเงิน ขายพวงมาลัย ดอกจำปีตามถนนในวันหยุด เพื่อหารายได้มาจุนเจือครอบครัว ดังนั้นเมื่อเกิดสถานการณ์โรคระบาดโควิด-19 เด็กออกไปทำงานไม่ได้ รายได้ขาด </span><span style="font-weight: 400;">ก็ทำให้เด็กที่พื้นฐานลำบากอยู่แล้วได้รับผลกระทบหลายด้าน ทั้งปัญหาความรุนแรงในครอบครัว และปัญหาความเสี่ยงที่เด็กจะหลุดออกนอกระบบการศึกษาช่วงใกล้เปิดเทมอ เพราะไม่มีเงินซื้ออุปกรณ์การเรียน ซื้อเสื้อผ้า บางครอบครัวก็ไม่อยากให้เด็กได้เรียน เพราะอยากให้ทำงานชดเชยช่วงที่ขาดรายได้</span></p>
<figure id="attachment_17515" aria-describedby="caption-attachment-17515" style="width: 855px" class="wp-caption aligncenter"><img decoding="async" loading="lazy" class="wp-image-17515 size-full" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/06/ทองพูน.jpg" alt="" width="855" height="569" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/06/ทองพูน.jpg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/06/ทองพูน-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/06/ทองพูน-768x511.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/06/ทองพูน-750x499.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/06/ทองพูน-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /><figcaption id="caption-attachment-17515" class="wp-caption-text">นางสาวทองพูล บัวศรี หรือ ครูจิ๋ว ผู้จัดการโครงการมูลนิธิสร้างสรรค์เด็ก</figcaption></figure>
<p><span style="font-weight: 400;">“เด็กกลุ่มเปราะบางทั้ง 67 คน ทุกคนเป็นเด็กที่ครอบครัวไม่พร้อม บางคนอยู่กับตายาย อยู่กับญาติ อยู่กับพ่อแม่ แต่ก็ยากจน พ่อแม่ทำอาชีพรับจ้างทั่วไป รายได้ไม่แน่นอน ไม่มีสวัสดิการ เงินที่หาได้พอแค่มีกินไปวันๆ ดังนั้นค่าเช่าบ้าน ค่าอุปกรณ์การเรียน ค่าใช้จ่ายเวลาไปโรงเรียน จึงกลายเป็นภาระที่เด็กต้องรับผิดชอบ หลังสถานการณ์โควิด ครูต้องพยายามช่วยทุกทาง เพื่อไม่ให้เด็กต้องหลุดออกนอกระบบการศึกษา ต้องสื่อสารกับผู้ปกครองให้เห็นความสำคัญของการศึกษา อุปกรณ์การเรียน อะไรที่ขาดจะช่วยหาให้ เราไม่อยากให้เด็กต้องหยุดเรื่องการศึกษา จึงพยายามสร้างโอกาสให้เด็กได้ทำงานด้วยเรียนด้วย อยากให้ช่วยประคับประคองให้เด็กๆได้รับโอกาสเท่าๆ กัน อย่างน้อยให้เด็กกลุ่มเปราะบางได้มีโอกาสรับการศึกษาจนจบ ม.3 ตามพื้นฐานนั้นคือสิ่งที่ครูปรารถนา” ครูจิ๋ว กล่าว</span></p><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/97522-2020/">ที่ปรึกษากสศ. เสนอรัฐรับมือเปิดเทอมออกนโยบายค่าใช้จ่ายการศึกษาต้องเป็นศูนย์</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>พลิกชีวิต! ต้นแบบเด็กเร่ร่อน หนีความมืดสู่แสงสว่าง</title>
		<link>https://www.eef.or.th/%e0%b9%80%e0%b8%94%e0%b9%87%e0%b8%81%e0%b9%80%e0%b8%a3%e0%b9%88%e0%b8%a3%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%99/?utm_source=rss&#038;utm_medium=rss&#038;utm_campaign=%25e0%25b9%2580%25e0%25b8%2594%25e0%25b9%2587%25e0%25b8%2581%25e0%25b9%2580%25e0%25b8%25a3%25e0%25b9%2588%25e0%25b8%25a3%25e0%25b9%2588%25e0%25b8%25ad%25e0%25b8%2599</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Sun, 20 Oct 2019 10:57:11 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[บทความ]]></category>
		<category><![CDATA[สำนักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย]]></category>
		<category><![CDATA[Children in Street]]></category>
		<category><![CDATA[จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย]]></category>
		<category><![CDATA[เครือข่ายองค์กรเพื่อเด็กเร่ร่อน]]></category>
		<category><![CDATA[สมาคมสถาบันส่งเสริมและพัฒนาการเรียนรู้ตลอดชีวิต]]></category>
		<category><![CDATA[the hub]]></category>
		<category><![CDATA[มูลนิธิสายเด็ก เดอะ ฮับ]]></category>
		<category><![CDATA[เด็กเร่ร่อน]]></category>
		<category><![CDATA[กศน.]]></category>
		<category><![CDATA[กสศ.]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?p=8621</guid>

					<description><![CDATA[<p>“หนูเคยติดยางอมแงม ใช้ยาหนักมาก เรียกว่าอยู่กับยาตลอดเว [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/%e0%b9%80%e0%b8%94%e0%b9%87%e0%b8%81%e0%b9%80%e0%b8%a3%e0%b9%88%e0%b8%a3%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%99/">พลิกชีวิต! ต้นแบบเด็กเร่ร่อน หนีความมืดสู่แสงสว่าง</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<blockquote><p>“หนูเคยติดยางอมแงม ใช้ยาหนักมาก เรียกว่าอยู่กับยาตลอดเวลา เพื่อนๆ น้องๆ<br />
รอบตัวเราก็ใช้ยาเสพติดกันทุกคน ชีวิตวันๆ ก็เตร็ดเตร่อยู่ย่านนี้ นอนหอเพื่อนบ้าง บางทีหลับนอนอยู่แถวๆ<br />
นี้ ตอนนั้นไม่ได้คิดอะไรเลย เราหนีจากบ้านมา มาเจอสภาพรอบตัวแบบนี้ ทุกคนเล่นยาเป็นเรื่องปกติ<br />
เพื่อนชวนเราก็ลอง จนติด ติดแล้วก็ไม่อยากทำอะไร คิดแต่จะเสพต่อไปเรื่อยๆ”</p></blockquote>
<p>ดาวหญิงสาววัย 21 ปี เล่าย้อนถึงเรื่องราวชีวิตเมื่อราว 3 ปีก่อน ครั้งที่ใช้ชีวิตเร่ร่อนอยู่ในย่านสถานีรถไฟหัวลำโพง กินอยู่หลับนอนที่นี่ ปล่อยคืนวันให้วนเวียนผ่านไปกับการใช้ยาเสพติด ซึ่งเธอบอกว่าเมื่ออยู่ในฤทธิ์ยาแล้วก็ไม่ต้องคิดอะไร นอกจากพยายามหายามาเสพเพิ่ม ด้วยวิธีใดก็ได้</p>
<p>ดาว เล่าต่อไปว่า ตัวเองเป็นคนจังหวัดยะลา เรียนจบแค่ชั้น ป.6 วันหนึ่ง ดาวโกหกแม่เพื่อหาทางออกจากบ้าน ขึ้นรถไฟมาถึงสถานีรถไฟหัวลำโพง มีเพื่อนมารับพาไปอยู่หอพักใกล้ๆ แล้วชีวิตก็หยุดอยู่ตรงนั้น แต่ละวันดำเนินซ้ำไป ไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง จนเริ่มย้อนคิดถึงครอบครัวที่อยู่ข้างหลังอีก 6 ชีวิต หลังพ่อเสียชีวิตไปตั้งแต่ยังเด็ก แม่ต้องทำงานรับจ้างทำสวนทำไร่แลกค่าแรงน้อยนิดเลี้ยงดูน้องอีก 3 คน กับหลานที่เป็นลูกของพี่สาวของดาวอีก 2 คน</p>
<p><img decoding="async" loading="lazy" class="aligncenter size-full wp-image-8626" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/10/IMG_20191014_190642_1_resized_20191020_053201217.jpg" alt="" width="2736" height="2052" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/10/IMG_20191014_190642_1_resized_20191020_053201217.jpg 2736w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/10/IMG_20191014_190642_1_resized_20191020_053201217-300x225.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/10/IMG_20191014_190642_1_resized_20191020_053201217-768x576.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/10/IMG_20191014_190642_1_resized_20191020_053201217-1024x768.jpg 1024w" sizes="(max-width: 2736px) 100vw, 2736px" /></p>
<p>ตอนนั้นเองที่เธอเริ่มคิดถึงการเลิกยา ซึ่งเป็นช่วงเวลาเดียวกันที่ ดาวได้พบกับครูจากมูลนิธิสายเด็ก เดอะ ฮับ (the hub) ท่านหนึ่ง ซึ่งทุกวันนี้เธอนับถือเสมือนเป็น ‘แม่’ อีกคน นั่นเพราะความช่วยเหลือของครู ดาวจึงมีโอกาสได้กลับมาอยู่บนเส้นทางที่เธอรู้สึกได้ถึงความปลอดภัยในชีวิตอีกครั้ง</p>
<blockquote><p>“วันหนึ่งเราคิดถึงแม่คิดถึงน้อง ๆ ที่บ้าน คิดว่าแม่ต้องส่งน้องเรียนแล้วยังต้องรับภาระดูแลหลานด้วย<br />
ตั้งแต่โตมาหนูก็เห็นแม่ดูแลลูก 5 คน ถึงวันนี้จะไม่ต้องเลี้ยงหนูกับพี่สาวแล้ว แต่ก็มีหลานมาเพิ่มอีก 2 คน ภาระก็ไม่ได้ลดลงไปเลย หนูก็มาคิดว่าเราเป็นลูกคนที่สอง โตแล้ว ชีวิตที่เป็นอยู่เล่นยาไปวันๆ มันก็เท่านั้น มีแต่ทรมานตัวเอง ยิ่งใช้ยาก็ยิ่งไม่กินข้าว ร่างกายก็ซูบผอม เพื่อนบางคนก็เป็นโรคเรื้องรังไม่หายเพราะใช้แต่ยาเสพติด ตอนนั้นเราตัดสินใจเลยว่าจะต้องทำงานส่งน้องๆ เรียนหนังสือ หาค่านมค่าแพมเพิสให้หลาน ช่วยแม่อีกแรงหนึ่ง”</p></blockquote>
<p>ว่าไปแล้ว เหมือนเป็นโชคดีของหนูที่ในวันที่เราคิดว่าอยากเปลี่ยนตัวเอง เราได้เจอคนที่เขาให้โอกาสเรา มีครูจากมูลนิธิฯมาลงพื้นที่คุยกับพวกหนูที่หัวลำโพง หนูเลยตัดสินใจเล่าเรื่องของตัวเองให้เขาฟัง จากนั้นครูเขาก็ให้เราเข้าไปอยู่ที่มูลนิธิ ไปกินนอนอยู่ที่นั่น ช่วยงานด้านทำอาหารทำขนม เพราะเราพอมีความสามารถด้านนี้ ครูเขาช่วยให้เราเริ่มกลับมาดูแลตัวเอง หางานให้ทำ ส่งเสริมให้เรียน กศน. เพื่อให้ได้วุฒิ ม.3 จนตอนนี้เราพอตั้งหลักได้ มีเงินส่งเสียให้ทางบ้าน ได้ส่งน้องๆ เรียน แต่หนูก็ยังช่วยงานของมูลนิธิทุกครั้งที่มีโอกาส</p>
<blockquote><p>“ครอบครัวหนูมีพื้นฐานด้านการทำอาหาร เราทำขนมได้ ทำเค้ก คุกกี้ ทำอาหารไทย สเต็กก็ทำได้ ครูเขาเห็นเราเก่งด้านนี้เขาเลยฝากงานให้เราทำร้านอาหาร ทำอยู่สองที่เป็นเชฟเลย ได้ทำอาหารอยู่หน้าเตาตลอด แต่งานร้านอาหารเป็นงานที่หนัก หนูต้องเข้างานหกโมงเช้าเลิกสี่ทุ่ม เดือนหนึ่งได้หยุดแค่สี่วัน หนูเคยทำงานหนักมากๆ จนวูบไปหน้าเตา ก็เอาเรื่องไปปรึกษาครู เขาก็แนะนำให้ลองเปลี่ยนไปทำงานสายอื่น”</p></blockquote>
<p>ดาว เล่าต่อไปว่า ครูเขาฝากเราให้ทำงานปั๊มน้ำมันแห่งหนึ่ง จนตอนนี้ได้ตำแหน่งเป็นแคชเชียร์อยู่ที่ปั๊มยี่ห้อหนึ่ง แถวสามย่าน ได้บรรจุแล้ว หนูตั้งใจทำงานมาก ตอนแรกมีหน้าที่เติมน้ำมันเราก็เติมไม่เคยพลาด ทางผู้จัดการเขาเห็นความตั้งใจเขาก็สนับสนุนเรา แล้วทางปั๊มเขามีทุนให้พนักงานได้เรียนต่อ เขาส่งเสริมด้านการศึกษา ตอนนี้เราก็มุ่งมั่นเรียน กศน. ให้ได้วุฒิ ม.3 ก่อน เราไปเรียนเต็มเวลาไม่ได้ มันไม่มีเวลาพัก เรียน กศน. เหมาะกับเรามากกว่า เราชอบทำงาน ภูมิใจที่ทุกวันนี้น้องสามคนได้เรียนหนังสือทุกคนด้วยเงินที่เราส่งไปให้</p>
<p>ดาวเป็นหนึ่งในเด็กเร่ร่อนต้นแบบที่หลุดพ้นจากชีวิตข้างถนนย่านหัวลำโพง ได้กลับเข้าสู่ระบบการศึกษาและสามารถทำงานส่งเสียตัวเองและครอบครัวได้ ทุกวันนี้ ดาวยังเป็นจิตอาสา รับหน้าที่ถ่ายทอดประสบการณ์ ให้คำแนะนำ และปลูกฝังเด็กเร่ร่อนคนอื่นๆ ย่านหัวลำโพงให้มองเห็นข้อดีของการศึกษาหรือการฝึกทักษะอาชีพ เข้าไปสอนน้องๆ ในสถานพินิจ ชี้ให้เห็นพิษภัยของยาเสพติด ปัญหาการล่วงละเมิดทางเพศในกลุ่มเด็กเร่ร่อน</p>
<p>โดย ดาวบอกว่า เธอเป็นอดีตเด็กเร่ร่อนคนหนึ่งที่โชคดีได้กลับมาใช้ชีวิตปกติได้อีกครั้ง ขณะที่ยังมีเพื่อนๆ และน้องๆ อีกมากมายที่ยังมีชีวิตอยู่ในพื้นที่ที่เสี่ยงต่อภัยสังคมรอบด้าน พวกเขาอยากมีที่พัก อยากได้อาหาร อยากได้เรียนหรือทำงาน แต่ไม่มีโอกาส</p>
<p>ทั้งหมดจึงนำไปสู่ความร่วมมือจาก 5 หน่วยงาน สำนักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย(กศน.) กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เครือข่ายองค์กรเพื่อเด็กเร่ร่อน และสมาคมสถาบันส่งเสริมและพัฒนาการเรียนรู้ตลอดชีวิต เกิดเป็นโครงการ Children in Street เพื่อค้นหาและวางมาตรการช่วยเหลือเด็กและเยาวชนบนท้องถนนในพื้นที่ กทม. ให้สอดคล้องกับปัญหาในพื้นที่</p>
<p>โดยมุ่งค้นหาเด็กเร่ร่อนที่มีจำนวนมากกว่า 3 หมื่นคนใน กทม. เพื่อนำมาช่วยเหลืออย่างเป็นระบบ จัดการศึกษาหารูปแบบที่เหมาะสมให้แต่ละคนได้เรียนหรือฝึกอาชีพ รวมถึงเสริมศักยภาพเด็กและครอบครัวให้มีกิจกรรมเสริมรายได้หรืออาชีพทางเลือกที่เหมาะสมตามวัย</p>
<p><img decoding="async" loading="lazy" class="aligncenter size-full wp-image-8628" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/10/IMG_20191014_190621_resized_20191020_053200648.jpg" alt="" width="2736" height="2052" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/10/IMG_20191014_190621_resized_20191020_053200648.jpg 2736w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/10/IMG_20191014_190621_resized_20191020_053200648-300x225.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/10/IMG_20191014_190621_resized_20191020_053200648-768x576.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/10/IMG_20191014_190621_resized_20191020_053200648-1024x768.jpg 1024w" sizes="(max-width: 2736px) 100vw, 2736px" /></p><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/%e0%b9%80%e0%b8%94%e0%b9%87%e0%b8%81%e0%b9%80%e0%b8%a3%e0%b9%88%e0%b8%a3%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%99/">พลิกชีวิต! ต้นแบบเด็กเร่ร่อน หนีความมืดสู่แสงสว่าง</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>5 หน่วยงานเปิดโครงการ Children in Street ค้นหาเด็กเร่ร่อนใช้ชีวิตตามท้องถนนในกทม.</title>
		<link>https://www.eef.or.th/children-in-street/?utm_source=rss&#038;utm_medium=rss&#038;utm_campaign=children-in-street</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 26 Sep 2019 08:11:27 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[ข่าวสารความรู้]]></category>
		<category><![CDATA[กุลธร เลิศสุริยะกุล]]></category>
		<category><![CDATA[กนกวรรณ วิลาวัลย์]]></category>
		<category><![CDATA[กทม.]]></category>
		<category><![CDATA[สมาคมสถาบันส่งเสริมและพัฒนาการเรียนรู้ตลอดชีวิต]]></category>
		<category><![CDATA[เครือข่ายองค์กรเพื่อเด็กเร่ร่อน]]></category>
		<category><![CDATA[จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย]]></category>
		<category><![CDATA[Children in Street]]></category>
		<category><![CDATA[สำนักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย]]></category>
		<category><![CDATA[พัฒนะพงษ์ สุขมะดัน]]></category>
		<category><![CDATA[กศน.]]></category>
		<category><![CDATA[กระทรวงศึกษาธิการ]]></category>
		<category><![CDATA[ศธ.]]></category>
		<category><![CDATA[กสศ.]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?p=8157</guid>

					<description><![CDATA[<p>5 หน่วยงานเปิดโครงการ Children in Street ค้นหาเด็กเร่ร่ [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/children-in-street/">5 หน่วยงานเปิดโครงการ Children in Street ค้นหาเด็กเร่ร่อนใช้ชีวิตตามท้องถนนในกทม.</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><img decoding="async" loading="lazy" class="aligncenter size-full wp-image-8160" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/09/70706303_2833122360055088_1744049076304871424_o.jpg" alt="" width="2048" height="1365" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/09/70706303_2833122360055088_1744049076304871424_o.jpg 2048w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/09/70706303_2833122360055088_1744049076304871424_o-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/09/70706303_2833122360055088_1744049076304871424_o-768x512.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/09/70706303_2833122360055088_1744049076304871424_o-1024x683.jpg 1024w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/09/70706303_2833122360055088_1744049076304871424_o-750x500.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/09/70706303_2833122360055088_1744049076304871424_o-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 2048px) 100vw, 2048px" /></p>
<blockquote><p>5 หน่วยงานเปิดโครงการ Children in Street ค้นหาเด็กเร่ร่อนใช้ชีวิตตามท้องถนนใน กทม.ที่มีจำนวนกว่า3หมื่นคน โดยใช้ความร่วมมือจาก ครูกสศ.ครู กทม.และครูอาสา ร่วมมือค้นหาเด็กบนท้องถนน เพื่อคืนโอกาสทางการศึกษาหรือพัฒนาทักษะชีวิต ทักษะอาชีพ ให้เติบโตไปในทิศทางที่ถูกต้อง</p></blockquote>
<p>เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2562 ที่ห้องจูปีเตอร์ โรงแรมมิราเคิล แกรนด์ คอนเวนชั่น 4 กระทรวงศึกษาธิการ โดย สำนักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย(กศน.) ร่วมกับ กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เครือข่ายองค์กรเพื่อเด็กเร่ร่อน สมาคมสถาบันส่งเสริมและพัฒนาการเรียนรู้ตลอดชีวิต เปิดตัวโครงการ Children in Street เพื่อค้นหาและวางมาตรการช่วยเหลือเด็กและเยาวชนบนท้องถนนในพื้นที่ กทม.ให้สอดคล้องกับปัญหาในพื้นที่</p>
<p>นางกนกวรรณ วิลาวัลย์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ(รมช.ศธ.) กล่าวว่า โครงการเด็กบนท้องถนน หรือ Children in Street เป็นโครงการสำรวจเด็กเร่ร่อน หรือเด็กที่ใช้ชีวิตตามท้องถนนในพื้นที่ กทม. โดยมอบหมายให้ครูจาก กศน. ในแขวงต่างๆ ซึ่งมีจำนวน 180 แขวง ลงพื้นที่สแกนหาเด็กกลุ่มนี้อย่างเต็มพื้นที่ ตามนโยบายลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา โดยใช้กลไกของ กสศ. มาบูรณาการ ดำเนินงานร่วมกับหน่วยจัดการศึกษาต่างๆ ของกระทรวงศึกษาในทุกระดับการศึกษา เมื่อทราบตัวเลขและตัวตนเด็กกลุ่มนี้ที่ชัดเจน จะได้เร่งหามาตรการช่วยเหลือให้ได้รับการศึกษาจนสำเร็จการศึกษาขั้นพื้นฐาน หรือพัฒนาให้มีความรู้ ความสามารถในการประกอบอาชีพตามความถนัดและศักยภาพที่แตกต่างกัน สามารถพึ่งพาตนเองในการดำรงชีวิตได้ โดยไม่หลุดออกนอกระบบการศึกษา ปัจจุบันคาดว่าประเทศไทยมีเด็กและเยาวชนที่ตกหล่นไม่ได้รับการศึกษาอยู่นับหลายแสนราย โดยมีเด็กบนท้องถนนประมาณ 30,000 คน กระจายอยู่ตามเมืองต่างๆ ทั่วประเทศ โดยกทม. เป็นเมืองที่มีเด็กข้างถนนกระจุกตัวอยู่มากที่สุด</p>
<p><img decoding="async" loading="lazy" class="aligncenter size-full wp-image-8161" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/09/71386512_2833122623388395_4132316175830876160_o.jpg" alt="" width="2048" height="1365" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/09/71386512_2833122623388395_4132316175830876160_o.jpg 2048w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/09/71386512_2833122623388395_4132316175830876160_o-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/09/71386512_2833122623388395_4132316175830876160_o-768x512.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/09/71386512_2833122623388395_4132316175830876160_o-1024x683.jpg 1024w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/09/71386512_2833122623388395_4132316175830876160_o-750x500.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/09/71386512_2833122623388395_4132316175830876160_o-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 2048px) 100vw, 2048px" /></p>
<p>นายพัฒนะพงษ์ สุขมะดัน ผู้ช่วยผู้จัดการกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา กล่าวว่า กสศ.ได้แสวงหาความร่วมมือและพัฒนาข้อมูล/ความรู้เพื่อดูแลเด็กบนท้องถนน เพื่อสนับสนุน ศธ. กทม. และองค์กรหลักที่เกี่ยวข้อง เพื่อลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาและส่งต่อความช่วยเหลือ ก่อนขยายผลสู่ความยั่งยืน ที่ผ่านมา กสศ.ได้ริเริ่มโครงการเสริมความพร้อมส่งน้องไปโรงเรียน เพื่อให้ความช่วยเหลือกลุ่มเด็กที่พักอาศัยบริเวณริมทางรถไฟยมราชและใช้ชีวิตบนถนน เช่น ขายมาลัยตามสี่แยก หรือ ขอทานบนถนนสายต่างๆ ในกรุงเทพมหานคร จำนวน 81 คน ซึ่งเป็นการเพิ่มโอกาสในการกลับไปสู่โรงเรียนของเด็กกลุ่มนี้ และเป็นจุดเริ่มต้นของความร่วมมือในการพัฒนาแนวทางการช่วยเหลือกลุ่มเด็กบนท้องถนนในพื้นที่ กทม.ที่มีแนวโน้มจะหลุดออกนอกระบบการศึกษา ซึ่งแนวทางดังกล่าวถูกนำมาพัฒนาเป็นโครงการ Children in Street ในพื้นที่ กทม. โดยมีเป้าหมายในการพัฒนาระบบให้ความช่วยเหลือและกลไกปกป้องคุ้มครองกลุ่มเด็กและเยาวชนบนท้องถนน เพื่อยกระดับให้มีภูมิคุ้มกันที่เข้มแข็ง และสนับสนุนให้เด็กกลุ่มนี้เติบโตไปในทิศทางที่ถูกต้อง</p>
<blockquote><p>&#8220;จะทำการสำรวจค้นหาเด็กและเยาวชนที่ใช้ชีวิตอยู่บนท้องถนน โดยใช้เครือข่ายองค์กรเพื่อเด็กเร่ร่อน ครู กศน. และครูอาสา ซึ่งจะร่วมกันทำการสำรวจ พื้นที่จุดเสี่ยงใน กทม. เพื่อให้ทราบความต้องการและข้อจำกัดของครอบครัว ที่เป็นต้นเหตุของการออกมาใช้ชีวิตหรือทำงานบนท้องถนน ซึ่งจะนำไปสู่การให้ความช่วยเหลืออย่างเป็นระบบ ที่มีความเหมาะสมและสอดคล้องกับความถนัดและศักยภาพเป็นรายบุคคล เพื่อสนับสนุนความมั่นคงทางอาชีพและครอบครัวในอนาคต รวมทั้งเสริมศักยภาพเด็กและครอบครัวให้มีกิจกรรมเสริมรายได้หรืออาชีพทางเลือกที่เหมาะสมตามวัย ไม่มีความเสี่ยง ช่วยลดอุปสรรคในการไปโรงเรียนจากความยากจน และสามารถสร้างรายได้เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนได้” นายพัฒนะพงษ์กล่าว</p></blockquote>
<p>นายกุลธร เลิศสุริยะกุล ประธานเครือข่ายองค์กรเพื่อเด็กเร่ร่อนและผู้รับผิดชอบโครงการ Children in Street ในพื้นที่ กทม. กล่าวว่า โครงการนี้เกิดจากความต้องการที่จะทราบจำนวนของเด็กเร่ร่อน หรือเด็กที่ใช้ชีวิตตามท้องถนน ในพื้นที่ กทม. ว่ามีจำนวนเท่าไหร่ นำตัวเลขและรูปแบบปัญหาที่พวกเขาประสบอยู่มาออกแบบวิธีการช่วยเหลืออย่างเป็นรูปธรรม โดยใช้ ครูกศน. ในกทม. ซึ่งมีอยู่ทั้งหมดประมาณ 700 คนเป็นผู้สำรวจ และบันทึกข้อมูลโดยใช้ Google Form หรือแบบสอบถามออนไลน์ที่ใช้สำหรับรวบรวมข้อมูลได้อย่างรวดเร็ว โดยจะใช้เวลาประมาณ 60 วัน ในการสำรวจพร้อมทั้งสรุปและประเมินสถานการณ์ เพื่อให้ทราบว่าพื้นที่ไหนบ้างที่เด็กๆ ไปรวมกลุ่มกัน หรือจุดไหนที่เด็กไปใช้ชีวิตบนท้องถนน ก่อนนำมาสรุปพูดคุยกันในเครือข่ายหน่วยงานต่างๆ ซึ่งดูแลเด็กกลุ่มนี้ วางแผนการดูแล หากพื้นที่ไหน ไม่มีใคร หรือไม่มีกำลังดูแล ก็จะวางแผนให้ ครูกศน.ที่มีจิตอาสาใน กทม.เข้าไปประสานดูแล พร้อมทั้งวางแผนศึกษาข้อมูลเชิงลึกกับเด็กกลุ่มนี้ หารูปแบบการศึกษาที่เหมาะสมให้พวกเขากลับเข้าสู่โอกาสทางการศึกษาต่อไป</p>
<p><img decoding="async" loading="lazy" class="aligncenter size-full wp-image-8162" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/09/70189107_2833122740055050_4339370188324470784_o.jpg" alt="" width="2048" height="1365" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/09/70189107_2833122740055050_4339370188324470784_o.jpg 2048w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/09/70189107_2833122740055050_4339370188324470784_o-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/09/70189107_2833122740055050_4339370188324470784_o-768x512.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/09/70189107_2833122740055050_4339370188324470784_o-1024x683.jpg 1024w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/09/70189107_2833122740055050_4339370188324470784_o-750x500.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/09/70189107_2833122740055050_4339370188324470784_o-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 2048px) 100vw, 2048px" /></p><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/children-in-street/">5 หน่วยงานเปิดโครงการ Children in Street ค้นหาเด็กเร่ร่อนใช้ชีวิตตามท้องถนนในกทม.</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
