<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>เนตรดาว ยั่งยุบล | กสศ.</title>
	<atom:link href="https://www.eef.or.th/tag/%E0%B9%80%E0%B8%99%E0%B8%95%E0%B8%A3%E0%B8%94%E0%B8%B2%E0%B8%A7-%E0%B8%A2%E0%B8%B1%E0%B9%88%E0%B8%87%E0%B8%A2%E0%B8%B8%E0%B8%9A%E0%B8%A5/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.eef.or.th</link>
	<description>กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา</description>
	<lastBuildDate>Tue, 01 Feb 2022 12:25:45 +0000</lastBuildDate>
	<language>th</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.3.8</generator>

<image>
	<url>https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/02/cropped-fav-icon-32x32.png</url>
	<title>เนตรดาว ยั่งยุบล | กสศ.</title>
	<link>https://www.eef.or.th</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>นานาทรรศนะจากคนทำงานด่านหน้า ‘อุปสรรค-ปัจจัย’ ต่าง ๆ ที่ทำให้เด็กหลุดจากระบบการศึกษา</title>
		<link>https://www.eef.or.th/article-obstacles-factors-that-cause-children-to-fall-out-of-the-education-system-050122/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 05 Jan 2022 04:04:29 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[บทความ]]></category>
		<category><![CDATA[Movement]]></category>
		<category><![CDATA[จังหวัดเสมอภาคทางการศึกษา]]></category>
		<category><![CDATA[โครงการจัดการศึกษาเชิงพื้นที่เพื่อความเสมอภาคทางการศึกษาจังหวัดยะลา]]></category>
		<category><![CDATA[ระบบช่วยเหลือดูแลเด็กหลุดจากระบบการศึกษาช่วงโควิด-19]]></category>
		<category><![CDATA[เด็กอยากเรียนต่อต้องได้เรียน]]></category>
		<category><![CDATA[เด็กหลุดจากระบบการศึกษา]]></category>
		<category><![CDATA[การศึกษาทางเลือก]]></category>
		<category><![CDATA[พาน้องกลับโรงเรียน]]></category>
		<category><![CDATA[ความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา]]></category>
		<category><![CDATA[ปกรณ์ ศศิวัจน์ไพสิฐ]]></category>
		<category><![CDATA[เนตรดาว ยั่งยุบล]]></category>
		<category><![CDATA[คลองเตยดีจัง]]></category>
		<category><![CDATA[ศิริพร พรมวงศ์]]></category>
		<category><![CDATA[อนรรฆ พิทักษ์ธานิน]]></category>
		<category><![CDATA[รุ่งกานต์ สิริรัตน์เรืองสุข]]></category>
		<category><![CDATA[กสศ.]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?p=50194</guid>

					<description><![CDATA[<p>“งานของ กสศ.คือการแสวงหาความร่วมมือเพื่อช่วยให้เด็กๆ ไม [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/article-obstacles-factors-that-cause-children-to-fall-out-of-the-education-system-050122/">นานาทรรศนะจากคนทำงานด่านหน้า ‘อุปสรรค-ปัจจัย’ ต่าง ๆ ที่ทำให้เด็กหลุดจากระบบการศึกษา</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<blockquote class="wp-block-quote"><p>“งานของ กสศ.คือการแสวงหาความร่วมมือเพื่อช่วยให้เด็กๆ ไม่หลุดจากระบบการศึกษา เป็นความพยายามที่อยากให้คนไทยทุกภาคส่วนเข้าไปสนับสนุนในส่วนใดก็ได้ เพราะเป็นก้าวสำคัญที่จะทำให้เกิดความร่วมมือ ซึ่งทั้งภาคธุรกิจ ภาครัฐ ประชาชน ผู้นำทางความคิด จะมาร่วมเป็นเครือข่ายทางสังคมที่แน่นแฟ้น เอาชนะอุปสรรคไปด้วยกัน โดยทาง กสศ.จะพยายามทำทุกทางเพื่อนำข้อมูลที่มีมาใช้ประสานให้เกิดเป็นเครือข่าย สร้างความเสมอภาคให้เกิดขึ้นในการทำงานทุกระดับ&#8221; &#8211; <strong>ดร.ไกรยส ภัทราวาท รองผู้จัดการกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา</strong></p></blockquote>



<p>4.3 หมื่นคน คือตัวเลขที่ กสศ.และ สพฐ.สำรวจพบเด็กเยาวชนหลุดจากระบบการศึกษาในช่วงเทอม 1 ปีการศึกษา 2564 ตามแนวทางการสร้าง ‘ระบบป้องกันและช่วยเหลือเด็กหลุดออกนอกระบบ’ โดยส่วนใหญ่เป็นเด็กเยาวชนที่หายไปจากระบบในช่วงรอยต่อช่วงชั้น</p>



<p>ขณะที่สถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ยังคงเป็นปัจจัยสำคัญที่ส่งผลกระทบให้จำนวนเด็กเยาวชนกลุ่มนี้มีแนวโน้มเพิ่มขึ้น กสศ.ได้ร่วมกับเครือข่ายคณะทำงานทุกระดับ มุ่งค้นหาและวางแนวทางช่วยเหลือผลักดันให้น้องๆ กลุ่มนี้ได้กลับเข้าสู่ระบบการศึกษา หรือได้รับการพัฒนาทักษะอาชีพที่เหมาะสมกับสภาพปัญหาของแต่ละคน</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-cb3235"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/11/ระดมสมองหยุดปัญหา-Drop-out-06.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>อย่างไรก็ตาม การค้นพบและนำพาเด็กเยาวชนคนหนึ่งที่หลุดไปจากระบบการศึกษากลับเข้าสู่รั้วโรงเรียน หรือกระบวนการพัฒนาทักษะ ยังไม่ใช่ปลายทางสุดท้ายของการทำงานที่แท้จริง</p>



<p>ชวนฟังนานาทรรศนะจากคนทำงานด่านหน้า มาร่วมแง้ม ‘อุปสรรค-ปัจจัย’ ต่างๆ ที่เป็นสาเหตุให้น้องๆ ประคองตัวอยู่ในระบบการศึกษาได้ไม่สุดทาง&nbsp;&nbsp;</p>



<p></p>



<h2 class="wp-block-heading">กำแพงกฎระเบียบ/หลักสูตรไม่ตอบโจทย์</h2>



<p>“ประการแรกสุด ทุกฝ่ายต้องมีเป้าหมายร่วมกันก่อนว่า ถ้าเจอตัวเด็กแล้วเขามีความพร้อม เราต้องช่วยพากลับโรงเรียนได้ทันที ดังนั้นทุกโรงเรียนต้องรับรู้ร่วมกันว่า <strong>ปราการที่แข็งแรงของกฎระเบียบ เช่น การไม่สามารถรับเด็กเข้ากลางเทอมได้ คืออุปสรรคสำคัญที่ทำให้เด็กหลุดมือเราไป เพราะแม้จะเป็นเวลาสั้นๆ เพียงไม่กี่สัปดาห์หรือไม่กี่เดือนของการรอรอบปฏิทินการศึกษา แต่สำหรับน้องๆ ที่พ้นจากรั้วโรงเรียนไปแล้ว วิถีชีวิตทุกวันที่ผ่านไปของเขาจะยิ่งเบนออกไปจากการศึกษา ทำให้รู้สึกหมดไฟกับการเรียนลงทุกที</strong></p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-a1955b"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2022/01/อุปสรรคการศึกษา-หลากเหตุผล-01.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>“นอกจากนี้ การพาเด็กกลับสู่ระบบการศึกษาต้องมีมาตรการรองรับในทุกด้าน ไม่ใช่แค่เรานำเด็กมาเชื่อมเข้ากับโรงเรียนแล้วถือเป็นอันสิ้นสุด แต่สิ่งที่จะช่วยให้เขารักษาเป้าหมายและคงความพยายามไว้ได้ต่อไป คือระบบรองรับที่ช่วยดูแลรอบด้าน ทั้งการเรียน สังคม อารมณ์ จิตใจ สำคัญคือต้องมีหลักสูตรการเรียนที่ตอบโจทย์กับความสนใจและความจำเป็นในชีวิตของเขา เพราะท้ายสุดถ้าการศึกษาไม่ช่วยให้เขาพัฒนาชีวิตได้จริงๆ วันหนึ่งเขาจะหมดความสนใจแล้วหลุดออกไปอีก”</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-b4a683"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2022/01/รุ่งกานต์-สิริรัตน์เรืองสุข.jpg" alt=""/></div><figcaption class="qubely-image-caption">รุ่งกานต์ สิริรัตน์เรืองสุข รองปลัดองค์การบริหารส่วนจังหวัดยะลา<br>โครงการจัดการศึกษาเชิงพื้นที่เพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา จ.ยะลา</figcaption></figure></div></div></div>



<p></p>



<h2 class="wp-block-heading">ขาดโรงเรียนที่พอเพียง/คุณภาพครูที่เพียงพอ</h2>



<p>“ในพื้นที่ทุรกันดารห่างไกล ปัญหาการคมนาคมคืออุปสรรคที่ไม่ได้เพียงลดทอนกำลังใจของเด็กเท่านั้น แต่ในเชิงรูปธรรมแล้ว มันได้ตัดขาดเด็กๆ ออกจากโรงเรียนในหลายช่วงเวลาของปี เนื่องจากบนดอยสูง ในป่าเขา หรือเกาะห่างไกล พวกเขาต้องเดินเท้าเป็นระยะทางไกล ต่อสู้กับภัยธรรมชาติทั้งน้ำหลาก ดินถล่ม นานามรสุม หรือกระทั่งความเสี่ยงจากสัตว์ร้าย การขาดแคลนโรงเรียนคุณภาพที่กระจายอยู่ไม่พอเพียงในหลายพื้นที่ จึงเป็นปัจจัยต้นๆ ที่ทำให้เด็กหลายคนหลุดออกไป หรือส่วนหนึ่งที่ฝ่าฟันจนจบ ป.6 หรือ ม.3 ได้ ก็หมดหนทางไปต่อในช่วงชั้นที่สูงขึ้น เพราะไม่มีโรงเรียนใกล้บ้านรองรับ</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-67d9c3"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/09/02-กสศ-ธนาคารโลก-07.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>“ว่าด้วยเรื่องความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา นอกจากจะหมายถึงความทั่วถึงของโรงเรียนแล้ว เรื่องของคุณภาพชีวิตบุคลากรทางการศึกษาก็ยังมีช่องว่างขนาดใหญ่อยู่มาก แล้วในอนาคตก็จะยิ่งถ่างกว้างออกไปอีก ด้วยวงรอบของครูคนหนึ่ง ที่เขาบรรจุครั้งแรกในถิ่นทุรกันดาร พอพัฒนาความสามารถถึงระดับหนึ่ง ก็ไม่ลังเลที่จะย้ายเข้าไปอยู่ในเมือง ผลคือ ครูเก่งๆ ก็ไปกระจุกกันไม่กี่ที่ ซึ่งตรงนี้เราต้องไม่ลืมว่านั่นคือสิทธิ์ของเขาที่จะทำได้ ในการพาตัวเองไปหาความก้าวหน้าในชีวิต แต่ผลที่ตามมาคือ <strong>โรงเรียนเล็กๆ ต้องเจอกับปัญหาการขาดแคลนครูที่มีคุณภาพ เวียนวนกับการขาดช่วงการทำงาน และที่สำคัญคือ โรงเรียนไม่สามารถสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้ปกครองได้ว่า สุดท้ายแล้วเมื่อเขาส่งลูกหลานมาเรียนแล้วจะช่วยพัฒนาความสามารถหรือยกระดับชีวิตได้ เขาก็ดึงเด็กออกจากการศึกษาไปเพราะมองว่าไม่จำเป็น”</strong></p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-270323"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2022/01/ผอ-ปกรณ์-1.jpg" alt=""/></div><figcaption class="qubely-image-caption">ปกรณ์ ศศิวัจน์ไพสิฐ ผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านสว้า จังหวัดน่าน<br>ประธานชมรมนักจัดการศึกษาบนพื้นที่สูงและถิ่นทุรกันดาร</figcaption></figure></div></div></div>



<p></p>



<h2 class="wp-block-heading">ขาดที่ปรึกษาช่วยชี้ทาง/ผลลัพธ์ทางการศึกษาไม่สร้างแรงจูงใจ</h2>



<p>“แม้ว่าภูมิหลังของเด็กที่ออกนอกระบบส่วนใหญ่จะมาจากความยากจน แต่<strong>หากเราส่องลึกลงไปภายในแก่นแกนของปัญหา จะเห็นว่าความเปราะบางในใจเด็ก ถือว่ามีส่วนอย่างมากที่จะช่วยรั้งเขาไว้ในระบบหรือผลักให้หลุดออกไป การรับเด็กเข้ามาสู่ระบบการศึกษา&nbsp; ไม่ว่าในหรือนอกโรงเรียน จึงต้องมี Case Manager ที่ดูแลเด็กได้เป็นรายคน และเป็นที่พึ่งให้กับครอบครัวของเขาได้ด้วย</strong> การมีที่ปรึกษาใกล้ชิด จะทำให้เด็กอุ่นใจ เชื่อมั่นว่ามีคนที่เข้าใจและให้คำแนะนำได้กับการตัดสินใจในทุกทางแยกสุ่มเสี่ยงของชีวิต โดยการทำงานกับเด็กบางกลุ่ม ที่ปรึกษาจำเป็นต้องมีความสามารถด้านภาษาถิ่น เข้าใจบริบทวัฒนธรรมความเชื่อต่าง ๆ เพื่อการทำงานที่ลงลึกในเชิงคุณภาพ พร้อมเข้าไปประคองเด็กได้ในทุกช่วงเวลาเพื่อไม่ให้เขาหลุดออกไป</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-9deef8"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2022/01/อุปสรรคการศึกษา-หลากเหตุผล-07.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>“อีกประการหนึ่งคือการสร้างแรงจูงใจในการศึกษา เด็กบางคนแม้โอกาสผ่านมาถึงแต่เขาเลือกปฏิเสธ เพราะมองไม่เห็นว่าการเรียนจะพาเขาไปไหนได้ บ้างมองว่าแม้จบ ป.ตรี ก็มีรายได้ไม่มากไปกว่างานที่มีอยู่รอบตัว มันคือเรื่องของแนวคิดและมุมมองต่อโลกการศึกษาที่เด็กเขายังเห็นไม่กว้าง จึงต้องมีการถ่ายทอดทัศนคติ แรงจูงใจ และผลักดันให้เขาได้ค้นพบ-มีประสบการณ์ในงานที่สนใจหรือถนัด จนเขารู้ว่าปลายทางของการศึกษาพัฒนาตนเองจะช่วยเปิดโอกาสในชีวิตได้มากแค่ไหน แล้วความสำเร็จที่เริ่มจากจุดเล็ก ๆ นั้นเองที่จะปลุกพลังในตัวให้เขามีเป้าหมายที่ใหญ่ขึ้นต่อไป”</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-38e70c"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/06/น.ส.ศิริพร.jpg" alt=""/></div><figcaption class="qubely-image-caption">ศิริพร พรมวงศ์ ผู้จัดการโครงการ ‘คลองเตยดีจัง’</figcaption></figure></div></div></div>



<p></p>



<h2 class="wp-block-heading">‘One Size Fit All’ &#8230;เสื้อตัวเดียวไม่ได้ใส่ได้กับทุกคน</h2>



<p>“การศึกษาที่จัดการเชิงเดี่ยวแบบครอบทั้งหมดรวมศูนย์ หรือตัดเสื้อตัวเดียวสำหรับสวมใส่ทุกพื้นที่ คือการจัดสรรทรัพยากรอย่างไม่เสมอภาคที่ทำให้เด็กหลุดไปจากระบบ หรือแม้ว่าเรานำเขากลับเข้ามา ก็ไม่แน่ว่าเด็กจะอยู่กับระบบการศึกษาไปได้จนถึงปลายทาง</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-0fc8b3"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2022/01/อุปสรรคการศึกษา-หลากเหตุผล-08.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>“ประเทศเรามีความแตกต่างของภูมิภาคทั้งเหนือ กลาง อีสาน ใต้ มีบริบทพื้นที่ชายแดน มีโรงเรียนหลายรูปแบบที่นโยบายเดียวไม่อาจจัดการได้ทั้งหมด ถ้ากล่าวถึงเฉพาะเด็กหลุดจากระบบ เรามีอย่างน้อย 15 ประเด็นปัญหาที่ซับซ้อนและเปราะบาง โดยเฉพาะต้องไม่ลืมว่าเรามีความหลากหลายทางชาติพันธุ์ มีเด็กพื้นที่ห่างไกลที่ขาดพื้นฐานด้านการใช้ภาษาและวัฒนธรรมจากส่วนกลาง เด็กบางคนอยู่ในสภาพแวดล้อมป่าเขา หรือยังมีเด็กที่ก้าวพลาดต้องเข้าไปอยู่ในสถานพินิจฯ</p>



<p>“จากประเด็นที่แตกต่าง แม้เราจะมีการศึกษานอกโรงเรียน (กศน.) แต่ก็ต้องยอมรับว่ายังไม่สอดคล้องกับการเรียนรู้และสภาวการณ์ที่เด็กเผชิญจริงๆ เช่น เด็กในกระบวนการยุติธรรม เมื่อเขากลับออกมาก็ไม่มีกระบวนการรองรับทั้งในการเรียนและการพัฒนาทักษะวิชาชีพ หรือในการเรียน กศน. เองก็ยังไม่ได้มีการยอมรับให้เข้าเรียนต่อระดับชั้นสูงขึ้นได้ในทุกโรงเรียน กลายเป็นปัญหาที่ทำให้เด็กหลุดจากระบบตรงช่วงรอยต่อ และท้ายที่สุดเขาก็กลับเข้าไปสู่วงจรเดิมอีกครั้ง”</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-cf3f65"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2022/01/พี่นก-เนตรดาว.jpg" alt=""/></div><figcaption class="qubely-image-caption">เนตรดาว ยั่งยุบล ผู้ประสานงานเครือข่าย<br>การทำงานเด็กนอกระบบการศึกษา 41 เครือข่าย</figcaption></figure></div></div></div>



<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p>



<h2 class="wp-block-heading">ตะเข็บรอยต่อโรงเรียนต่างพื้นที่/ขาดความพร้อมในการเรียนช่วงโรงเรียนปิดเพราะสถานการณ์โรคระบาด</h2>



<p>“ผลพวงจากสถานการณ์โควิด-19 ทำให้มีครอบครัวที่สูญเสียงาน ต้องอพยพย้ายถิ่นไปทำงานในพื้นที่อื่น หรือตัดสินใจกลับภูมิลำเนา หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจึงจำเป็นต้องคำนึงถึงโจทย์สำคัญว่า เมื่อเด็กและเยาวชนต้องย้ายถิ่นตามผู้ปกครองไป เด็กจำนวนมากต้องออกจากโรงเรียนกลางคัน เขาจะเข้าศึกษาต่อได้อย่างไร เพราะบางคนอาจต้องย้ายไปช่วงกลางปีการศึกษา หรือจบ ป.6 หรือ ม.3 แล้วขาดความพร้อมในการเรียนต่อ ตรงนี้จำเป็นต้องมีระบบช่วยเหลือและประชาสัมพันธ์ข้อมูลให้ไปถึงผู้ปกครอง เพื่อไม่ให้เด็กต้องหลุดไปเพราะเข้าไม่ถึงความรู้ในขั้นตอนการพาลูกหลานเข้าโรงเรียน หรือโรงเรียนปลายทางไม่มีระบบรองรับนักเรียนกลางเทอม</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-71e046"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2022/01/อุปสรรคการศึกษา-หลากเหตุผล-09.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>“อีกปัญหาหนึ่งคือขาดความพร้อมในการเรียนออนไลน์ ไม่มีเครื่องมืออุปกรณ์ พื้นที่ และผู้อำนวยความรู้ที่เหมาะสมกับสถานการณ์ ซึ่งแน่นอนว่าจะส่งผลให้เด็กมีโอกาสหลุดจากการศึกษาเพิ่มขึ้น หรือแม้แต่คนที่ตามกลับเข้าสู่ระบบการศึกษาได้แล้วก็ยังเสี่ยงที่จะหลุดไปอีก ประเด็นเหล่านี้เราไม่สามารถโยนภาระการดูแลแก้ไขให้หน่วยงานใดหนึ่งได้ แต่ต้องเชื่อมร้อย-ประสานชุมชน ท้องถิ่น ภาครัฐ เอกชน ภาคประชาสังคม เพื่อร่วมกันหาแนวทางแก้ไขที่ชัดเจน เพราะคนที่รู้สถานการณ์หรือตัวเลขต่างๆ คือหน่วยงานที่ทำงานในพื้นที่ ดังนั้นถ้ามีการส่งต่อข้อมูลเพื่อออกแบบการทำงานตามความถนัดของแต่ละหน่วยได้ เราจะสามารถสร้างแพลตฟอร์มที่ส่งต่อถึงกันได้หมด แล้วถ้ามีเด็กออกจากโรงเรียนกลางคันที่ กทม. เมื่อเขาไปอยู่ที่อื่นก็จะยังเข้าเรียนต่อได้โดยไม่ต้องหลุดจากการศึกษาไปเงียบๆ”&nbsp;</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-3bc5f7"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/06/อนรรฆ-พิทักษ์ธานิน.jpg" alt=""/></div><figcaption class="qubely-image-caption">อนรรฆ พิทักษ์ธานิน ศูนย์แม่โขงศึกษา<br>สถาบันเอเชียศึกษา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย</figcaption></figure></div></div></div>



<p></p><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/article-obstacles-factors-that-cause-children-to-fall-out-of-the-education-system-050122/">นานาทรรศนะจากคนทำงานด่านหน้า ‘อุปสรรค-ปัจจัย’ ต่าง ๆ ที่ทำให้เด็กหลุดจากระบบการศึกษา</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>เดินหน้าออกแบบนโยบาย “หลักประกันโอกาสทางการศึกษา” กับ เนตรดาว ยั่งยุบล ผู้ประสานงานเครือข่ายการทำงานเด็กนอกระบบการศึกษา 41 เครือข่าย</title>
		<link>https://www.eef.or.th/article-educational-opportunity-guarantee-05-11/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 05 Nov 2021 03:15:25 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Movement]]></category>
		<category><![CDATA[บทความ]]></category>
		<category><![CDATA[หลักประกันโอกาสทางการศึกษา]]></category>
		<category><![CDATA[เนตรดาว ยั่งยุบล]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?p=47560</guid>

					<description><![CDATA[<p>ถ้าจะมีหลักประกันโอกาสทางการศึกษา ก็ควรมีหลักประกันสร้า [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/article-educational-opportunity-guarantee-05-11/">เดินหน้าออกแบบนโยบาย “หลักประกันโอกาสทางการศึกษา” กับ เนตรดาว ยั่งยุบล ผู้ประสานงานเครือข่ายการทำงานเด็กนอกระบบการศึกษา 41 เครือข่าย</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<h2 class="wp-block-heading">ถ้าจะมีหลักประกันโอกาสทางการศึกษา ก็ควรมีหลักประกันสร้างความเสมอภาค</h2>



<p>-โรงเรียนในพื้นที่สีแดงที่ได้คะแนนต่ำติดดิน ไม่เคยมีคุณภาพการศึกษาที่ดีขึ้น แต่โรงเรียนพื้นที่สีเขียวซึ่งมีแค่กระจุกหนึ่ง เช่น กระจุกอยู่ในเมือง แต่ถ้าถามถึงเงินรายหัว พื้นที่สีแดงควรได้รับการสนับสนุนที่มากกว่า เพราะจะได้เพิ่มคุณภาพขึ้นมา แต่กลับได้รับทรัพยากรสนับสนุนที่น้อยลงและถูกยุบโรงเรียน ถูกจัดการเชิงเดี่ยวครอบทั้งหมดโดยศูนย์รวม คือตัดเสื้อตัวเดียวสำหรับทุกพื้นที่ เป็นแบบนั้นไม่ได้ เหนือ กลาง อีสาน ใต้ บริบทของพื้นที่ชายแดน กับบริบทของเด็กที่มีคุณภาพนั้นต่างกัน นโยบายเดียวไม่สามารถจัดการได้ นี่เป็นเรื่องจัดสรรทรัพยากรที่ไม่มีความเสมอภาค&nbsp;</p>



<p>-โรงเรียนที่ได้รับการสนับสนุน มีคุณภาพดี จะเข้าถึงโอกาส นโยบาย งบประมาณการสนับสนุน มีเด็กช้างเผือก งบรายหัวก็เพิ่มขึ้น เพราะฉะนั้นจะทำอย่างไรให้เด็กกลุ่มต่างๆ หรือโรงเรียนห่างไกลเข้าถึงความเสมอภาค เพราะความเสมอภาคนี่ละ เป็นหลักประกันที่ดีสุดสำหรับการศึกษา&nbsp;</p>



<p>-การมีหลักประกันโอกาสทางการศึกษา จะช่วยทำให้คุณภาพการศึกษาไม่ตกต่ำกว่านี้ โดยเด็กที่มีปัญหาอาจแบ่งเป็นสามกลุ่ม คือ เด็กปัจจุบันที่อยู่ในโรงเรียน เด็กที่ drop out และเด็กที่ไม่สามารถเข้าถึงการศึกษาได้เลย คำถามคือ เราจะทำอย่างไรให้เด็กสามกลุ่มนี้เข้าถึงได้การศึกษาได้</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-793824"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/11/7_พี่นก-เนตรดาว_FB.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>-เด็กแต่ละกลุ่มมีลักษณะที่แตกต่างกันคือ  <span style="text-decoration: underline;">เด็กปัจจุบันที่อยู่ในโรงเรียน</span> ปัจจุบันดูตามพื้นที่ที่เราทำงาน มีเด็กเสี่ยงหลุดประมาณ 20 เปอร์เซ็นต์ คือ เด็กที่ติด ร ติด 0 ติด มส อยู่จำนวนมาก กับอีกส่วนคือเด็กที่ไม่สามารถมาเรียนตามปกติหรือไม่สามารถเรียนบนฐานออนไลน์ได้ เด็กกลุ่มนี้หลุดแน่นอน ยังมีเด็กแขวนลอยคือเด็กมีชื่อในโรงเรียนแต่ไม่มีตัวตน ไม่รู้ไปอยู่ไหน </p>



<p><span style="text-decoration: underline;">เด็กที่ drop out</span>  มีอย่างน้อย 15 ประเด็นปัญหาที่เด็กเผชิญอยู่ เป็นปัญหาที่มีความซับซ้อนและเปราะบาง เช่น ความยากจน ไม่มีความสามารถทางการศึกษา และที่ซับซ้อนมากกว่านั้นคือ เด็กกลุ่มชาติพันธุ์ในพื้นที่ห่างไกล ขาดการเรียนรู้เรื่องภาษา มีวัฒนธรรมเฉพาะ  เด็กบางคนอยู่ในพื้นที่ป่า ต้องมีการอพยพเวลาทำไร่หมุนเวียน หรืออยู่ในพื้นที่ยาเสพติด </p>



<p><span style="text-decoration: underline;">เด็กที่ไม่สามารถเข้าถึงการศึกษาได้เลย</span> คือกลุ่มเปราะบาง เด็กแก๊งบนท้องถนน เด็กพิการ เด็กถูก abuse เด็กมีปัญหาความรุนแรงในครอบครัว หมดโอกาสแม้แต่สิทธิมนุษยชนขั้นพื้นฐาน อีกกลุ่มคือเด็กแรงงานข้ามชาติและเด็กแรงงานในบริบทสังคมไทย เป็นแรงงานเด็กที่เคลื่อนย้ายตามพ่อแม่ อีกส่วนเป็นเด็กที่เกี่ยวข้องเรื่องยาเสพติดและเข้าสู่สถานพินิจหรือเรือนจำ เด็กส่วนนี้ต้องอ้างคำพูดของป้ามล ทิชา ณ นคร บ้านกาญจนาภิเษก ที่ว่า “เมื่อประตูโรงเรียนปิด ประตูคุกก็เปิดรับทันที”</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-e18477"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/11/7_พี่นก-เนตรดาว-01.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>ระหว่างอยู่ในสถานพินิจ มี กศน.เข้าไป แต่เด็กอาจไม่พร้อมจะเรียน กศน.ให้จบ เรียกว่า การศึกษายังไม่สอดคล้องกับการเรียนรู้และสภาวการณ์ที่เด็กเจอจริงๆ พอเขาถูกปล่อยตัวออกมา ส่วนใหญ่จะกลับเข้าไปอีกเนื่องจากไม่มีกระบวนการรองรับ ถ้าเด็กจะกลับมาเรียนหนังสือ เด็กจะถูกบูลลี่ว่าเป็นคนขี้คุก หรือมีเด็กเรียนจบ กศน. ม.3 ออกมาอยากเรียนต่อ ม.4 แต่ทางโรงเรียนไม่ยอมรับวุฒิ กศน. ก็เป็นปัญหารอยต่อ เขาก็หลุดจากระบบการศึกษา สุดท้ายไม่ได้มีชีวิตที่ดีขึ้นกว่าเดิม กลับเข้าสู่วงจรเดิม เมื่อไม่ได้มีการเปลี่ยนกระบวนการหรือเปลี่ยนนิเวศของเด็ก</p>



<p></p>



<h2 class="wp-block-heading">ในความด้อยโอกาสจะมีปัญหาที่ซับซ้อนอยู่ คำถามคือมีกลไกอะไรที่ทำให้เด็กเข้าถึงการศึกษาได้</h2>



<p>-โรงเรียนมีกลไกอะไรในการคัดกรอง ช่วยเหลือ และมีระบบดูแลเด็กที่เสี่ยงหลุดเหล่านี้ ปกติคุณครูก็มีภารกิจหนักอยู่แล้ว มีโครงการที่ต้องทำสนองนโยบายกระทรวงศึกษา ทำให้คุณภาพก็ลดลงด้วย ถ้าเราถามครูว่าทำไมเด็กถึงเสี่ยงหลุด เท่ากับเราบอกว่าครูไม่มีคุณภาพหรือประสิทธิภาพทางการศึกษาเลย ลำพังครูและโรงเรียนไม่สามารถแก้ปัญหาหรือมีกลไกที่ช่วยได้ </p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-e0b3cc"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/11/7_พี่นก-เนตรดาว-03.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>-ฉะนั้นการทำ “หลักประกันโอกาสทางการศึกษา” ต้องคำนึงถึงประเด็นต่างๆ ต่อไปนี้&nbsp;</p>



<p>ประเด็นที่หนึ่ง กลุ่มเด็กมีความหลากหลาย มีสภาพปัญหาที่มีความซับซ้อนมากขึ้น เด็กมีหลากหลายรูปแบบ มีวิธีการเรียนรู้หลายรูปแบบ&nbsp;</p>



<p>ประเด็นที่สอง ปัญหาของเด็กสามกลุ่มนี้ มีระบบและกลไกอะไรที่ทำให้เด็กเข้าถึงการศึกษา</p>



<p>ประเด็นที่สาม วิธีการเรียนรู้หรือรูปแบบการศึกษาตอบโจทย์ชีวิตเด็กไหม&nbsp;</p>



<p>ประเด็นที่สี่ ถ้าจะมีหลักประกันโอกาสทางการศึกษา ควรมีหลักประกันที่สร้างความเสมอภาค</p>



<p>ประเด็นที่ห้า ต้องมีความร่วมมือในเชิงพื้นที่ จะรอการกระจายอำนาจทางการศึกษาคงต้องใช้เวลาอีกนาน</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-c087ad"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/11/7_พี่นก-เนตรดาว-02.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p> </p>



<p>-ที่จังหวัดนครพนม ทุกหน่วยงานไม่ว่าจะเป็นศึกษาธิการเขต โรงเรียน ผอ.โรงเรียน สถานพินิจ ศาล หัวหน้าศาลที่เกี่ยวข้องกับเด็ก ศูนย์ฝึก ผู้ว่าราชการจังหวัด สถาบันพัฒนาฝีมือแรงงาน สถาบันอุดมศึกษามหาวิทยาลัย กระทรวง พม. สาธารณสุข มาร่วมมือกัน&nbsp;</p>



<p>-สิ่งที่เราทำอันดับแรกคือ สำรวจว่าเด็กสามกลุ่มตอนนี้มีอยู่เท่าไหร่ เราทำฐานข้อมูลเพื่อให้ทุกฝ่ายยอมรับว่ามีจริง เดินสำรวจโดยใช้ อสม. อปท. ผู้ปกครองก็ร่วมมือกับเรา ข้อมูลตรงนี้เรียกว่าเอาความจริงมาเจอกัน ที่สำคัญทุกฝ่ายยอมรับ&nbsp;</p>



<p>-เริ่มต้นจากโรงเรียน 5 แห่งร่วมมือกัน การเรียนออนไลน์ที่มีประสิทธิภาพ มีการนิเทศเด็กหรือตั้งห้องเรียนพิเศษขึ้นมา อีกส่วนคือสร้างกระบวนการเรียนรู้ ตั้งแต่ค้นหาตัวตน สร้างเป้าหมาย มีแผนชีวิตร่วมกัน ทำให้เขาสะสมความสำเร็จ ได้มีอาชีพ ทำให้คุณภาพชีวิตยกระดับ จากนั้นก็เลือกเส้นทางการศึกษาของตน บางคนอยากต่ออาชีวะ บางคนต้องพัฒนาตั้งแต่ ม.1-3&nbsp; บางคนอยากเป็นผู้ประกอบการ นี่คือเส้นทางที่ออกแบบโดยเด็ก</p><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/article-educational-opportunity-guarantee-05-11/">เดินหน้าออกแบบนโยบาย “หลักประกันโอกาสทางการศึกษา” กับ เนตรดาว ยั่งยุบล ผู้ประสานงานเครือข่ายการทำงานเด็กนอกระบบการศึกษา 41 เครือข่าย</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>กสศ.จับมือ 66 เครือข่ายยกระดับการช่วยเหลือเด็กนอกระบบกว่า 35,000 คนทั่วประเทศ</title>
		<link>https://www.eef.or.th/1992020-2/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Sun, 20 Sep 2020 03:43:51 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[ข่าวสารความรู้]]></category>
		<category><![CDATA[ผศ.ดร.วีระเทพ ปทุมเจริญวัฒนา]]></category>
		<category><![CDATA[เนตรดาว ยั่งยุบล]]></category>
		<category><![CDATA[แนวคิดและแนวทางการขับเคลื่อนแผนงานพัฒนาครูและเด็กนอกระบบการศึกษา]]></category>
		<category><![CDATA[สุภกร บัวสาย]]></category>
		<category><![CDATA[กระทรวงการพัฒนาสังคมและสวัสดิการมนุษย์]]></category>
		<category><![CDATA[ศ.ดร.สมพงษ์ จิตระดับ]]></category>
		<category><![CDATA[พม.]]></category>
		<category><![CDATA[ดร.กฤษณพงศ์ กีรติกร]]></category>
		<category><![CDATA[กสศ.]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?p=21770</guid>

					<description><![CDATA[<p>กสศ.จับมือ 66 เครือข่ายทั่วประเทศ ยกระดับการช่วยเหลือเด [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/1992020-2/">กสศ.จับมือ 66 เครือข่ายยกระดับการช่วยเหลือเด็กนอกระบบกว่า 35,000 คนทั่วประเทศ</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><img decoding="async" fetchpriority="high" class="aligncenter size-full wp-image-21772" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/09/thumbnail-2-1.jpg" alt="" width="864" height="454" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/09/thumbnail-2-1.jpg 864w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/09/thumbnail-2-1-300x158.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/09/thumbnail-2-1-768x404.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/09/thumbnail-2-1-750x394.jpg 750w" sizes="(max-width: 864px) 100vw, 864px" /></p>
<p><span style="color: #008000;">กสศ.จับมือ 66 เครือข่ายทั่วประเทศ ยกระดับการช่วยเหลือเด็กนอกระบบกว่า 35,000 คนทั่วประเทศ ให้ได้รับการศึกษา หรือพัฒนาทักษะอาชีพตามความต้องการและศักยภาพของเด็ก  พร้อมสนับสนุนพัฒนาศักยภาพ และดูแลคุณภาพชีวิตครูนอกระบบอีก 3,700 คน พร้อมสร้างระบบป้องกันเด็กหลุดจากการศึกษา</span></p>
<p>เมื่อวันที่ 19 กันยายน 2563 ที่โรงแรมมิราเคิล แกรนด์ คอนเวนชั่น กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) จัดประชุมเชิงปฏิบัติการเพื่อชี้แจง <strong>“แนวคิดและแนวทางการขับเคลื่อนแผนงานพัฒนาครูและเด็กนอกระบบการศึกษา”</strong> ปีงบประมาณ 2563 โดยมีกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) ภาคีเครือข่ายเข้าร่วมรับฟัง และแลกเปลี่ยนจำนวน 66 เครือข่ายทั่วประเทศ</p>
<p><figure id="attachment_21774" aria-describedby="caption-attachment-21774" style="width: 864px" class="wp-caption aligncenter"><img decoding="async" class="wp-image-21774 size-full" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/09/สุภกร-1.jpg" alt="" width="864" height="454" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/09/สุภกร-1.jpg 864w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/09/สุภกร-1-300x158.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/09/สุภกร-1-768x404.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/09/สุภกร-1-750x394.jpg 750w" sizes="(max-width: 864px) 100vw, 864px" /><figcaption id="caption-attachment-21774" class="wp-caption-text">นายสุภกร บัวสาย ผู้จัดการกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.)</figcaption></figure></p>
<p><strong>นายสุภกร บัวสาย ผู้จัดการกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) </strong>กล่าวว่า กสศ. ได้สนับสนุนโครงการพัฒนาครูและเด็กนอกระบบการศึกษา ให้แก่ 66 องค์กรภาคีเครือข่ายทั่วประเทศ ครอบคลุมพื้นที่ 74 จังหวัด พัฒนากลุ่มเป้าหมายเด็กและเยาวชนนอกระบบการศึกษาที่ฐานะยากจนขาดแคลนทุนทรัพย์ เข้าไม่ถึงการศึกษา ตั้งแต่อายุ 2-25 ปี กว่า 35,000 คน โดย กสศ. สนับสนุนค่าใช้จ่ายด้านการศึกษาทั้งแบบในห้องเรียนและนอกห้องเรียน หรือการพัฒนาทักษะอาชีพตามความต้องการและศักยภาพของเด็ก โดยมีองค์กรหรือภาคีเครือข่ายเป็น “ครูพี่เลี้ยง” ซึ่ง กสศ. สนับสนุนการพัฒนาศักยภาพเครือข่ายครูนอกระบบกว่า 3,700 คนอีกด้วย</p>
<p>“ครูพี่เลี้ยง จะเป็นเหมือนฟันเฟืองในการทำงาน ประสานส่งต่อเด็กนอกระบบให้กับกสศ. เพื่อจัดลำดับความสำคัญเร่งด่วน แบ่งประเภทและจัดทำรูปแบบการศึกษา ตามความเหมาะสม และ กสศ. จะติดตามและประเมินผลต่อไป เพื่อไม่ให้เด็กหลุดออกนอกระบบซ้ำอีก” นายสุภกร กล่าว</p>
<p><img decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-21775" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/09/a-2-1.jpg" alt="" width="864" height="454" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/09/a-2-1.jpg 864w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/09/a-2-1-300x158.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/09/a-2-1-768x404.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/09/a-2-1-750x394.jpg 750w" sizes="(max-width: 864px) 100vw, 864px" /></p>
<p><strong>ดร.กฤษณพงศ์ กีรติกร ที่ปรึกษาคณะกรรมการบริหารกสศ. และประธานอนุกรรมการกำกับทิศทางโครงการฯ</strong> กล่าวว่า การแก้ปัญหาความเหลื่อมล้ำไม่ใช่แค่ทำงานกับเด็กและครู แต่ต้องมีผู้ปกครอง ชุมชนในระดับหมู่บ้าน และโครงการนี้จะสนับสนุนให้เกิดกลไกการทำงาน การวิเคราะห์เด็กนอกระบบแบบเจาะลึกในทุกมิติ ทั้งด้านเพศ อายุ ภูมิหลังของครอบครัว สภาพแวดล้อม และชุมชน การดำเนินงานในช่วงแรกจะเน้นแก้ปัญหาให้ได้ พร้อมคำนึงถึงการป้องกันปัญหาควบคู่กันไป และสร้างการป้องกันเด็กที่จะหลุดจากระบบการศึกษา เพราะเรารู้ว่าเด็กคนไหนมีความเสี่ยงสูง</p>
<p>“เราสนับสนุนให้เกิดการเฝ้าระวังที่มีการประสานระหว่างผู้ปกครอง ครู และโรงเรียน หากเกิดกลไกลักษณะนี้ จะทำให้เรื่องนี้ง่ายและไม่ซับซ้อนเท่าการปล่อยให้เด็กหลุดออกจากระบบการศึกษาแล้วไม่สามารถดึงกลับเข้ามาได้อีก” ดร.กฤษณพงศ์ กล่าว</p>
<p><figure id="attachment_21773" aria-describedby="caption-attachment-21773" style="width: 864px" class="wp-caption aligncenter"><img decoding="async" loading="lazy" class="wp-image-21773 size-full" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/09/สมพงษ์.jpg" alt="" width="864" height="454" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/09/สมพงษ์.jpg 864w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/09/สมพงษ์-300x158.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/09/สมพงษ์-768x404.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/09/สมพงษ์-750x394.jpg 750w" sizes="(max-width: 864px) 100vw, 864px" /><figcaption id="caption-attachment-21773" class="wp-caption-text">ศ.ดร.สมพงษ์ จิตระดับ ที่ปรึกษาคณะกรรมการบริหาร กสศ.</figcaption></figure></p>
<p><strong>ศ.ดร.สมพงษ์ จิตระดับ ที่ปรึกษาคณะกรรมการบริหาร กสศ. และรองประธานอนุกรรมการกำกับทิศทางโครงการพัฒนาครูฯ</strong> กล่าวว่า การปฏิรูปการศึกษาของไทยถูกเลี้ยงไข้มากว่า 20 กว่าปี ส่งผลให้ปัญหาความเหลื่อมล้ำของไทยสูงเป็นอันดับ 1 ของประเทศ มีเด็กยากจนด้อยโอกาสมากกว่า 3.7 ล้านคน ถูกทิ้งไว้ข้างหลัง ครูที่อยู่นอกระบบไม่มีสวัสดิการ ไม่มีความมั่นคงในวิชาชีพ ไม่มีอนาคต ไม่ได้รับการยอมรับ จนอยู่ในสภาพซึมเศร้าในวิชาชีพ โครงการนี้จึงเป็นการยกระดับคุณภาพชีวิตครูนอกระบบให้ดีขึ้น มีสวัสดิการ มีความมั่นคง ทั้งนี้การขับเคลื่อนเชิงระบบต้องค่อยๆ ทำ ซึ่งการสนับสนุนงบประมาณครั้งนี้จะช่วยคลี่คลายปัญหาด้านการศึกษาเด็กนอกระบบของประเทศได้ โดยการให้ครูนอกระบบบอกเราว่า เครื่องมือที่ใช้คืออะไร ลงพื้นที่ยังไง แล้วเราจะทำงานตรงนี้ให้เป็นชุดนวัตกรรม ชุดความรู้ แล้วให้เครดิตกับครูทุกคน ไม่เช่นนั้นวิธีการดีๆ ที่คิดค้นขึ้นมาจะหายไป หรืออยู่กับที่ ไม่ได้ถูกยกขึ้นมาทำให้เป็นความรู้ และเป็นตัวปรับเปลี่ยนนโยบายได้ ต่อไปนี้ กสศ. จะทำให้เป็นระบบทั้งเรื่องชุดความรู้ เพื่อขับเคลื่อนไปสู่การเปลี่ยนแปลงที่ดีขึ้นได้ กสศ. จะเป็นเจ้าภาพตรงนี้ มีกองทุน มีเด็กนอกระบบ ครูนอกระบบกลุ่มนี้เป็นเป้าหมาย และภารกิจที่ กสศ. ต้องทำ การมีเจ้าภาพที่มีตัวตนชัดเจนเข้ามาทำงานเพื่อเด็กนอกระบบ เด็กยากจนพิเศษ และครู จะทำให้เกิดการปฏิรูปการศึกษาที่ยั่งยืน</p>
<p><figure id="attachment_21776" aria-describedby="caption-attachment-21776" style="width: 864px" class="wp-caption aligncenter"><img decoding="async" loading="lazy" class="wp-image-21776 size-full" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/09/เนตรดาว.jpg" alt="" width="864" height="454" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/09/เนตรดาว.jpg 864w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/09/เนตรดาว-300x158.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/09/เนตรดาว-768x404.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/09/เนตรดาว-750x394.jpg 750w" sizes="(max-width: 864px) 100vw, 864px" /><figcaption id="caption-attachment-21776" class="wp-caption-text">นางสาวเนตรดาว ยั่งยุบล ผู้ประสานงานเครือข่ายการทำงานเด็กนอกระบบการศึกษา 41 เครือข่าย</figcaption></figure></p>
<p><strong>นางสาวเนตรดาว ยั่งยุบล ผู้ประสานงานเครือข่ายการทำงานเด็กนอกระบบการศึกษา </strong><strong>41 เครือข่าย</strong> กล่าวว่า การทำงานในแต่ละพื้นที่แตกต่างกัน เช่น พื้นที่ภาคเหนือจะเป็นกลุ่มเด็กพิเศษที่บกพร่องทางพัฒนาการ กลุ่มเด็กชาติพันธุ์ กลุ่มเด็กแรงงานข้ามชาติ เยาวชนที่หลุดออกนอกระบบการศึกษา รวมถึงกลุ่มเด็กเปราะบาง มีสัดส่วนอายุ 2-21 ปี ส่วนกลุ่มหนาแน่นจะอยู่ในช่วงอายุ 13-25 ปี โดยแต่ละจังหวัดจะมีอาสาสมัครประจำกลุ่มตามประเภทของเด็กที่มีปัญหา มีคณะทำงานคอยกลั่นกรอง รวมถึงกำหนดกิจกรรมช่วยเหลือเด็ก ซึ่งกลไกดังกล่าวจัดตั้งจากฐานของคนพื้นที่หรือที่เรียกว่า “ครูนอกระบบ” หรือ “ครูพี่เลี้ยง” ที่เป็นกลไกสำคัญสำหรับหลักการทำงานเชิงพื้นที่ ต้องทำบนรากฐานประเด็นปัญหาเด็ก อาทิ สิทธิมนุษยชน ทักษะชีวิต ทักษะอาชีพ สร้างความมั่นคงให้กับชีวิต การสร้างพื้นที่เรียนรู้ด้วยตนเอง เน้นให้เด็กปรับตัวได้ นำไปสู่ความเป็นพลเมืองที่เข้มแข็ง อย่างไรก็ตามโครงการฯ นี้ สามารถเข้าถึงการช่วยเหลือเด็กได้จริง ทำให้สังคมตระหนัก และเกิดการช่วยเหลือเด็กแต่ละกลุ่มได้ตรงจุด</p>
<p><figure id="attachment_21777" aria-describedby="caption-attachment-21777" style="width: 864px" class="wp-caption aligncenter"><img decoding="async" loading="lazy" class="wp-image-21777 size-full" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/09/วีระเทพ.jpg" alt="" width="864" height="454" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/09/วีระเทพ.jpg 864w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/09/วีระเทพ-300x158.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/09/วีระเทพ-768x404.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/09/วีระเทพ-750x394.jpg 750w" sizes="(max-width: 864px) 100vw, 864px" /><figcaption id="caption-attachment-21777" class="wp-caption-text">ผศ.ดร.วีระเทพ ปทุมเจริญวัฒนา อาจารย์คณะครุศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย</figcaption></figure></p>
<p>ขณะที่ <strong>ผศ.ดร.วีระเทพ ปทุมเจริญวัฒนา อาจารย์คณะครุศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย</strong> กล่าวว่า ทีมบริหารโครงการฯ จะมีหน้าที่วิเคราะห์ต้นทุนฐานข้อมูลเด็กนอกระบบการศึกษาของ กสศ. และตัวโครงการที่ผู้รับทุนส่งเข้ามา เพื่อออกแบบวิธีเก็บข้อมูลให้เป็นระบบ สนับสนุน ติดตามประเมินผลโดยจะเน้นการลงพื้นที่ เพื่อไปดูการทำงานทั้งก่อนและหลังดำเนินการ ว่าตอบโจทย์หรือไม่ หากมีปัญหาจะช่วยให้คำปรึกษาเพื่อให้การทำงานดีขึ้น ทั้งนี้คาดหวังว่าเด็กเยาวชนและครูจะเกิดการพัฒนาตนเอง ได้เห็นต้นแบบโมเดลการช่วยเหลือจากพื้นที่จริง เห็นภาพของเครื่องมือ วิธีพัฒนาเด็กและครูนอกระบบที่ทำงานจริงๆ เกิดความต่อเนื่องยั่งยืน</p><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/1992020-2/">กสศ.จับมือ 66 เครือข่ายยกระดับการช่วยเหลือเด็กนอกระบบกว่า 35,000 คนทั่วประเทศ</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
