<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>สรุปรายงานการติดตามผลการศึกษาทั่วโลก | กสศ.</title>
	<atom:link href="https://www.eef.or.th/tag/%E0%B8%AA%E0%B8%A3%E0%B8%B8%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B8%A2%E0%B8%87%E0%B8%B2%E0%B8%99%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%95%E0%B8%B4%E0%B8%94%E0%B8%95%E0%B8%B2%E0%B8%A1%E0%B8%9C%E0%B8%A5%E0%B8%81/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.eef.or.th</link>
	<description>กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา</description>
	<lastBuildDate>Thu, 17 Sep 2020 04:11:13 +0000</lastBuildDate>
	<language>th</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.3.8</generator>

<image>
	<url>https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/02/cropped-fav-icon-32x32.png</url>
	<title>สรุปรายงานการติดตามผลการศึกษาทั่วโลก | กสศ.</title>
	<link>https://www.eef.or.th</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>การสร้างความเสมอภาคทางการศึกษาเป็น ‘กิจ’ ของคนไทยทุกคน</title>
		<link>https://www.eef.or.th/knowledge-18-09-20-3/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 17 Sep 2020 04:11:13 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[iSEE]]></category>
		<category><![CDATA[บทความ]]></category>
		<category><![CDATA[กระทรวงศึกษาธิการ]]></category>
		<category><![CDATA[มูลนิธิสายเด็ก]]></category>
		<category><![CDATA[โอปอ ศรีสุวรรณ]]></category>
		<category><![CDATA[กัญภัค อยู่สุข]]></category>
		<category><![CDATA[สุพจน์ จิตร์เพ็ชร์]]></category>
		<category><![CDATA[Inclusion and Education: All Means all]]></category>
		<category><![CDATA[ความครอบคลุมและการศึกษา: ทั้งหมดหมายถึงทุกคน]]></category>
		<category><![CDATA[ดร.นันทนุช สุวรรนาวุธ]]></category>
		<category><![CDATA[สรุปรายงานการติดตามผลการศึกษาทั่วโลก]]></category>
		<category><![CDATA[ดุริยา อมตวิวัฒน์]]></category>
		<category><![CDATA[กระทรวงมหาดไทย]]></category>
		<category><![CDATA[สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน]]></category>
		<category><![CDATA[ดร.ไกรยส ภัทราวาท]]></category>
		<category><![CDATA[Global Education Monitoring Report]]></category>
		<category><![CDATA[ยูเนสโก้]]></category>
		<category><![CDATA[กสศ.]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?p=21566</guid>

					<description><![CDATA[<p>จากรายงานการติดตามผลการศึกษาทั่วโลก (Global Education M [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/knowledge-18-09-20-3/">การสร้างความเสมอภาคทางการศึกษาเป็น ‘กิจ’ ของคนไทยทุกคน</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><span style="font-weight: 400;">จากรายงานการติดตามผลการศึกษาทั่วโลก (</span><span style="font-weight: 400;">Global Education Monitoring Report</span><span style="font-weight: 400;">) ประจำปี </span><span style="font-weight: 400;">2563 </span><span style="font-weight: 400;">โดยองค์การการศึกษา วิทยาศาสตร์ และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ (ยูเนสโก) เรื่อง</span> <span style="color: #008000;">‘ความครอบคลุมและการศึกษา: ทั้งหมดหมายถึงทุกคน’</span> <span style="font-weight: 400;">(</span><span style="font-weight: 400;">Inclusion and Education: All Means all</span><span style="font-weight: 400;">) ซึ่ง</span><span style="color: #008000;">มีสาระสำคัญในการเรียกร้องให้ประเทศต่างๆ ให้ความสำคัญกับผู้ที่ตกหล่นจากการศึกษา และสร้างความเข้าใจและความเคารพในแนวคิดเรื่อง ‘การศึกษาที่ครอบคลุม’ ที่มุ่งเน้นการพัฒนาบุคคลตามความถนัดและความจำเป็นบนแนวทางที่หลากหลาย</span></p>
<p><img decoding="async" fetchpriority="high" class="aligncenter size-full wp-image-21553" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/09/d.jpg" alt="" width="864" height="454" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/09/d.jpg 864w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/09/d-300x158.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/09/d-768x404.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/09/d-750x394.jpg 750w" sizes="(max-width: 864px) 100vw, 864px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">นำสู่การเสวนาเรื่อง </span><span style="font-weight: 400;">‘</span><span style="font-weight: 400;">โอกาส ความท้าทาย และความสำคัญของการจัดการศึกษาแบบครอบคลุมในประเทศไทย</span><span style="font-weight: 400;">’ </span><span style="font-weight: 400;">โดยหลายภาคส่วนที่มีความเกี่ยวข้องกับภารกิจด้านการศึกษา ได้มาร่วมแลกเปลี่ยนเรียนรู้ประสบการณ์การทำงานระหว่างองค์กร และมองถึงความเป็นไปได้ในการสร้างเครือข่ายความร่วมมือ เพื่อสร้างแนวทางการจัดการศึกษาที่ครอบคลุมของประเทศไทย</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">สุพจน์ จิตร์เพ็ชร์ ผู้อำนวยการกองส่งเสริมและพัฒนาการจัดการศึกษาท้องถิ่น กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น กระทรวงมหาดไทย กล่าวว่า งานของกระทรวงมหาดไทย คือการจัดการศึกษาท้องถิ่นโดยมีเป้าหมายเพื่อพัฒนาคุณภาพการศึกษา ซึ่งจะนำไปสู่การแก้ไขปัญหาสังคมและปัญหาเศรษฐกิจร่วมกัน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“ในสังกัดองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เรามีศูนย์พัฒนาเด็กเล็กประมาณ 18,000 ศูนย์ ที่รองรับการดูแลเด็กปฐมวัยให้ได้รับการส่งเสริมพัฒนาการ ดูแลด้านความปลอดภัยยามที่ผู้ปกครองต้องออกไปทำงาน และยังมีนโยบายให้เด็กได้รับอาหารที่ครบคุณค่าทางโภชนาการ นอกจากนี้ยังมีโรงเรียนในสังกัดราว 20,000 โรงเรียน ที่รวมถึงการจัดการศึกษาระดับอาชีวศึกษา และโรงเรียนกีฬา เพื่อตอบโจทย์ด้านความหลากหลายทางการศึกษาของผู้เรียน”</span></p>
<figure id="attachment_21622" aria-describedby="caption-attachment-21622" style="width: 864px" class="wp-caption aligncenter"><img decoding="async" class="wp-image-21622 size-full" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/09/สุพจน์-จิตร์เพ็ชร์C.jpg" alt="" width="864" height="454" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/09/สุพจน์-จิตร์เพ็ชร์C.jpg 864w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/09/สุพจน์-จิตร์เพ็ชร์C-300x158.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/09/สุพจน์-จิตร์เพ็ชร์C-768x404.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/09/สุพจน์-จิตร์เพ็ชร์C-750x394.jpg 750w" sizes="(max-width: 864px) 100vw, 864px" /><figcaption id="caption-attachment-21622" class="wp-caption-text">สุพจน์ จิตร์เพ็ชร์ ผู้อำนวยการกองส่งเสริมและพัฒนาการจัดการศึกษาท้องถิ่น กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น กระทรวงมหาดไทย</figcaption></figure>
<p><span style="font-weight: 400;">ทั้งนี้ </span><span style="color: #008000;">การจัดการศึกษาส่วนท้องถิ่นจะกระจายตัวในทุกพื้นที่ทั่วประเทศ ดูแลการศึกษาทุกระดับ มีการร่วมงานกับกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา ในการจัดระบบการศึกษาที่รองรับทั้งเด็กนักเรียนทั่วไปและเด็กพิเศษ รวมถึงการจัดการศึกษาสำหรับเด็กด้อยโอกาสนอกระบบการศึกษาร่วมด้วย</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ดร.ไกรยส ภัทราวาท รองผู้จัดการกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) กล่าวว่า ในภารกิจการแก้ไขปัญหาความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา เราไม่สามารถขาดหน่วยงานใดไปได้ ด้วยปัญหาที่มีมิติหลากหลาย โดยจากสถานการณ์ปัจจุบัน ที่ประเทศไทยมีนักเรียนยากจนราว 2,000,000 คน ซึ่งคิดเป็นเกือบ 30% ของนักเรียนทั้งหมด มีตัวเลขของเด็กที่ไม่อยู่ในระบบการศึกษาภาคบังคับกว่า 400,000 คน มีเด็กเยาวชนพิการที่ไม่ได้รับการศึกษาอีกประมาณ 60% นอกจากนี้ สถานการณ์ COVID-19 ยังทำให้ตัวเลขเด็กนักเรียนยากจนเพิ่มขึ้นอีกกว่า 300,000 คน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">งานของ กสศ. คือหน้าที่ในการดูแลเด็กยากจนทั้งในและนอกระบบการศึกษา เด็กปฐมวัย และแรงงานด้อยโอกาส โดยปัจจุบัน กสศ. มีเด็กยากจนด้อยโอกาสในความดูแลประมาณ 800,000 คน ซึ่งคิดเป็น 20% จากจำนวนเด็กด้อยโอกาสทั้งหมด 4,000,000 กว่าคนทั่วประเทศ ด้วยงบประมาณราว 1 ใน 5 ของการประมาณการการพัฒนาเพื่อการศึกษา</span></p>
<figure id="attachment_21624" aria-describedby="caption-attachment-21624" style="width: 864px" class="wp-caption aligncenter"><img decoding="async" class="wp-image-21624 size-full" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/09/ไกรยส-ภัทราวาทC.jpg" alt="" width="864" height="454" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/09/ไกรยส-ภัทราวาทC.jpg 864w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/09/ไกรยส-ภัทราวาทC-300x158.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/09/ไกรยส-ภัทราวาทC-768x404.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/09/ไกรยส-ภัทราวาทC-750x394.jpg 750w" sizes="(max-width: 864px) 100vw, 864px" /><figcaption id="caption-attachment-21624" class="wp-caption-text">ดร.ไกรยส ภัทราวาท รองผู้จัดการกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.)</figcaption></figure>
<p><span style="font-weight: 400;">จากข้อมูลแสดงให้เห็นว่ามีเด็กด้อยโอกาสมากกว่า 1 ประเภทต่อ 1 คน จากที่มีนักเรียนประมาณ 90,000 คน ได้รับทั้งเงินอุดหนุนยากจนพิเศษและเป็นเด็กพิการที่อยู่ในระบบการศึกษา โดย</span><span style="color: #008000;"> กสศ. จะดูแลเด็กด้อยโอกาสทุกประเภท บนหลักการการจัดสรรทรัพยากรและสนับสนุนให้เด็กๆ ได้ไปถึงศักยภาพสูงสุด ผ่านการทำความเข้าใจว่าเด็กแต่ละคนต้องการการสนับสนุนมากน้อยแค่ไหน แล้วจึงมอบความช่วยเหลือตามความจำเป็นของเด็กแต่ละคน</span></p>
<blockquote><p><span style="font-weight: 400;">สิ่งหนึ่งที่ กสศ. ทำอยู่ คือการสร้าง Big Data ที่ชื่อว่าระบบ iSEE ซึ่งรวบรวมข้อมูลกลุ่มเป้าหมายที่คัดกรองความด้อยโอกาสต่างๆ เพื่อช่วยในการจัดสรรทรัพยากรให้ตรงกับความต้องการรายบุคคลได้</span></p></blockquote>
<p><span style="font-weight: 400;">“หลังเกิดสถานการณ์ </span><span style="font-weight: 400;">COVID-19 </span><span style="font-weight: 400;">ทำให้เห็นว่าความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาไม่ได้หมายถึงระบบการศึกษาเพียงอย่างเดียว แต่รวมถึงความมั่นคงทางอาหาร สถาบันครอบครัว ความปลอดภัยในการเดินทางของเด็ก ความพร้อมของชุมชน ท้องถิ่น และความพร้อมของสถานศึกษาและครู ซึ่งทั้ง </span><span style="font-weight: 400;">5</span><span style="font-weight: 400;"> มิตินี้ คือระบบความคุ้มครองทางการศึกษาและความคุ้มครองทางสังคม ดังนั้น คำว่า </span><span style="font-weight: 400;">‘</span><span style="font-weight: 400;">ทั้งหมดหมายถึงทุกคน</span><span style="font-weight: 400;">’ </span><span style="font-weight: 400;">นั้นหมายถึงว่าเป็น </span><span style="font-weight: 400;">‘</span><span style="font-weight: 400;">กิจ</span><span style="font-weight: 400;">’ </span><span style="font-weight: 400;">ของทุกคนในสังคมไทย โดยเฉพาะบุคคลที่อยู่นอกภาคการศึกษา ที่จะต้องช่วยกันทำให้ความเสมอภาคทางการศึกษาเกิดขึ้นได้จริงๆ”</span></p>
<figure id="attachment_21625" aria-describedby="caption-attachment-21625" style="width: 864px" class="wp-caption aligncenter"><img decoding="async" loading="lazy" class="wp-image-21625 size-full" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/09/นันทนุช-สุวรรนาวุธC.jpg" alt="" width="864" height="454" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/09/นันทนุช-สุวรรนาวุธC.jpg 864w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/09/นันทนุช-สุวรรนาวุธC-300x158.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/09/นันทนุช-สุวรรนาวุธC-768x404.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/09/นันทนุช-สุวรรนาวุธC-750x394.jpg 750w" sizes="(max-width: 864px) 100vw, 864px" /><figcaption id="caption-attachment-21625" class="wp-caption-text">ดร.นันทนุช สุวรรนาวุธ สำนักบริหารงานการศึกษาพิเศษ สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน</figcaption></figure>
<p><span style="font-weight: 400;">ดร.นันทนุช สุวรรนาวุธ สำนักบริหารงานการศึกษาพิเศษ สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน กล่าวถึงการจัดการศึกษาสำหรับคนพิการว่า จากประสบการณ์ทั้งในฐานะผู้รับบริการและเป็นผู้ให้บริการแก่คนพิการ พบว่า การจัดการศึกษาสำหรับผู้พิการจะต้องมีการดูแลและมีอุปกรณ์ช่วยเรียนที่เหมาะสม รวมถึงบุคลากรทั้งด้านสาธารณสุขและระบบการศึกษา ที่ต้องประสานส่งต่องานระหว่างกัน มีศูนย์บริการสำหรับการศึกษาผู้พิการ มีห้องสอนเสริมที่รองรับความพิการประเภทต่างๆ ซึ่งทุกวันนี้ในภาคนโยบายได้มี พรบ. ที่กำหนดเรื่องสิทธิ และการพัฒนาคุณภาพชีวิตของคนพิการที่ประเทศไทยมีพันธะผูกพัน และมีระเบียบปฏิบัติอยู่แล้ว ซึ่งแสดงให้เห็นว่าการจัดการศึกษาสำหรับผู้พิการมีการพัฒนามากขึ้นในช่วงเวลาที่ผ่านมา</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“วันนี้เรามีศูนย์การศึกษาพิเศษที่รองรับเด็กเรียนร่วม มีภาคเอกชนเข้ามาช่วยเหลือ มีกิจกรรมโครงการสนับสนุน และมีการอบรมครู การคัดกรองต่างๆ เพื่อการดูแลนักเรียนอย่างถูกต้องเหมาะสม อย่างไรก็ดี ยังมีความท้าทายที่เราต้องผลักดันให้สร้างมาตรฐานการศึกษา ที่ต้องมีการบรรจุไว้ด้วยว่าการศึกษาต้องมีการรับรองคนพิการ ซึ่งจะทำให้โรงเรียนหลายโรงเรียนยอมรับคนพิการได้มากขึ้น และต้องเสริมความเข้าใจในเด็กทั่วไปให้เข้าใจคนพิการเพิ่มขึ้นด้วย”</span></p>
<figure id="attachment_21626" aria-describedby="caption-attachment-21626" style="width: 864px" class="wp-caption aligncenter"><img decoding="async" loading="lazy" class="wp-image-21626 size-full" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/09/กัญภัคC-4.jpg" alt="" width="864" height="454" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/09/กัญภัคC-4.jpg 864w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/09/กัญภัคC-4-300x158.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/09/กัญภัคC-4-768x404.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/09/กัญภัคC-4-750x394.jpg 750w" sizes="(max-width: 864px) 100vw, 864px" /><figcaption id="caption-attachment-21626" class="wp-caption-text">คุณกัญภัค อยู่สุข เจ้าหน้าที่ จากมูลนิธิสายเด็ก</figcaption></figure>
<p><span style="font-weight: 400;">คุณกัญภัค อยู่สุข และ คุณโอปอ ศรีสุวรรณ เจ้าหน้าที่ จากมูลนิธิสายเด็ก ในฐานะผู้ดูแลกลุ่มเด็กและเยาวชนบนท้องถนน กล่าวว่า ในช่วง COVID-19 มีตัวเลขของเด็กกลุ่มนี้เพิ่มขึ้นถึง 300% ซึ่งที่ผ่านมา มูลนิธิสายเด็ก 1387 ได้มีศูนย์พักพิงที่มีทั้งอาหาร ยา และที่พักไว้รองรับ</span></p>
<blockquote><p><span style="font-weight: 400;">ศูนย์ของเราอยู่ที่หัวลำโพงซึ่งเป็นแหล่งรวมของเด็กๆ ที่หนีออกจากบ้านมาทางรถไฟจากทั่วประเทศ แล้วมาใช้ชีวิตอยู่ตามท้องถนน เด็กกลุ่มนี้ออกจากบ้านมาด้วยปัญหาทั้งความยากจน ความรุนแรงในครอบครัว และปัญหาอื่นๆ ต้องเผชิญความเสี่ยงมากมาย สิ่งที่เราทำเป็นงานหลัก คือนำเด็กกลับเข้าสู่การศึกษาและดูแลเรื่องสุขภาพ</span></p></blockquote>
<figure id="attachment_21627" aria-describedby="caption-attachment-21627" style="width: 864px" class="wp-caption aligncenter"><img decoding="async" loading="lazy" class="wp-image-21627 size-full" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/09/โอปอC-4.jpg" alt="" width="864" height="454" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/09/โอปอC-4.jpg 864w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/09/โอปอC-4-300x158.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/09/โอปอC-4-768x404.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/09/โอปอC-4-750x394.jpg 750w" sizes="(max-width: 864px) 100vw, 864px" /><figcaption id="caption-attachment-21627" class="wp-caption-text">คุณโอปอ ศรีสุวรรณ เจ้าหน้าที่ จากมูลนิธิสายเด็ก</figcaption></figure>
<p><span style="font-weight: 400;">“เป้าหมายของเรา คืออยากให้เด็กมีวุฒิการศึกษา โดยได้รับความร่วมมือจาก กศน. ที่ส่งครูเข้ามาสอน แต่ปัญหาสำคัญ คือบริบทชีวิตที่เขาต้องเผชิญอยู่ โดยเฉพาะการต้องทำงานหาเลี้ยงชีพ รวมถึงความบอบช้ำด้านสภาพจิตใจจากเรื่องราวหลายรูปแบบ นั่นทำให้</span><span style="color: #008000;">เราจำเป็นต้องช่วยกันหาวิธีจัดการศึกษาที่เหมาะสมสำหรับพวกเขา ซึ่งตอนนี้ได้มีความร่วมมือกับ กสศ. แล้วในการช่วยออกแบบหลักสูตรที่เริ่มจากการรับฟังปัญหาของเด็กเป็นรายคน ซึ่งทางออกอาจเป็นเรื่องของหลักสูตรการพัฒนาอาชีพ เพื่อช่วยให้พวกเขามีอนาคตที่ดีขึ้น</span>”</p>
<p><span style="font-weight: 400;">ทางด้าน คุณดุริยา อมตวิวัฒน์ รองปลัดกระทรวงศึกษาธิการ ในฐานะเลขาธิการคณะกรรมการแห่งชาติ ว่าด้วยการศึกษาฯ สหประชาชาติ กล่าวว่า ไม่ใช่เฉพาะเด็กไทย แต่เด็กทุกคนที่อยู่ในประเทศไทยจะต้องได้รับโอกาสทางการศึกษาที่มีคุณภาพอย่างเสมอภาค โดยในภารกิจของกระทรวงศึกษาธิการ นอกเหนือจากกลุ่มอื่นๆ ที่พูดถึงไปแล้ว ยังมีกลุ่มเด็กที่ไม่มีหลักฐานทางทะเบียนราษฎร์ หรือไม่มีสัญชาติไทย ซึ่งปัจจุบันมีอยู่ราว 74, 000 คน</span></p>
<figure id="attachment_21628" aria-describedby="caption-attachment-21628" style="width: 864px" class="wp-caption aligncenter"><img decoding="async" loading="lazy" class="wp-image-21628 size-full" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/09/ดุริยา-อมตวิวัฒน์C.jpg" alt="" width="864" height="454" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/09/ดุริยา-อมตวิวัฒน์C.jpg 864w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/09/ดุริยา-อมตวิวัฒน์C-300x158.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/09/ดุริยา-อมตวิวัฒน์C-768x404.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/09/ดุริยา-อมตวิวัฒน์C-750x394.jpg 750w" sizes="(max-width: 864px) 100vw, 864px" /><figcaption id="caption-attachment-21628" class="wp-caption-text">คุณดุริยา อมตวิวัฒน์ รองปลัดกระทรวงศึกษาธิการ ในฐานะเลขาธิการคณะกรรมการแห่งชาติ ว่าด้วยการศึกษาฯ สหประชาชา</figcaption></figure>
<p><span style="font-weight: 400;">“เราทำงานร่วมกับหน่วยงานต่างๆ เพื่อจัดการศึกษาให้เด็กกลุ่มนี้ โดยจัดทำ G Code ที่ทำให้แนวทางปฏิบัติของโรงเรียนในพื้นที่ต่างๆ เป็นไปในทางเดียวกัน มีการทำงานร่วมกับกรมการปกครอง และสำนักทะเบียนราษฎร์เพื่อให้ส่งเด็กต่อกันได้ จนเกิดความเข้าใจมากขึ้นกับทุกสังกัดทั้งในส่วนของกระทรวงศึกษาธิการและกระทรวงมหาดไทย และกระจายสู่ศึกษาธิการจังหวัดทั่วประเทศ จะเห็นว่าการทำงานที่มีกลไกร่วมกัน ทำให้งานไปด้วยกันได้อย่างเป็นระบบมากขึ้น โดยเฉพาะงานด้านการศึกษา เราต้องทำงานไปด้วยกัน มีเครือข่ายระหว่างกัน และมีระบบส่งต่อกันได้ จึงจะทำให้เกิดความครอบคลุมในการจัดการศึกษาให้เป็นรูปธรรมได้อย่างแท้จริง” </span></p><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/knowledge-18-09-20-3/">การสร้างความเสมอภาคทางการศึกษาเป็น ‘กิจ’ ของคนไทยทุกคน</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>วางเป้าหมายปี 2030 หรืออีก 10 ปีจากนี้ไป ไทยต้องลดช่องว่างทางการศึกษา</title>
		<link>https://www.eef.or.th/15092020-2/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 15 Sep 2020 08:12:59 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[ข่าวสารความรู้]]></category>
		<category><![CDATA[สรุปรายงานการติดตามผลการศึกษาทั่วโลก]]></category>
		<category><![CDATA[ดุริยา อมตวิวัฒน์]]></category>
		<category><![CDATA[ชิเงรุ อาโอยากิ]]></category>
		<category><![CDATA[ณัฏฐพล ทีปสุวรรณ]]></category>
		<category><![CDATA[ศธ.]]></category>
		<category><![CDATA[unesco]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?p=21533</guid>

					<description><![CDATA[<p>เมื่อวันที่ 14 กันยายน 2563  นายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ รัฐมนต [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/15092020-2/">วางเป้าหมายปี 2030 หรืออีก 10 ปีจากนี้ไป ไทยต้องลดช่องว่างทางการศึกษา</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><img decoding="async" loading="lazy" class="aligncenter size-full wp-image-21536" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/09/thumbnail-7.jpg" alt="" width="864" height="454" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/09/thumbnail-7.jpg 864w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/09/thumbnail-7-300x158.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/09/thumbnail-7-768x404.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/09/thumbnail-7-750x394.jpg 750w" sizes="(max-width: 864px) 100vw, 864px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เมื่อวันที่ 14 กันยายน 2563  นาย</span>ณัฏฐพล ทีปสุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ(รมว.ศธ.) ปาฐกถาพิเศษในการเปิดตัว<span style="color: #008000;">สรุปรายงานการติดตามผลการศึกษาทั่วโลก ประจำปี 2563</span> ระดับชาติ ณ โรงแรมพูลแมน คิง เพาเวอร์ กรุงเทพฯ โดยมี Mr.Shigru Aoyagi ผู้อำนวยการสำนักงานยูเนสโก กรุงเทพฯ และ นส.ดุริยา อมตวิวัฒน์ รองปลัดกระทรวงศึกษาธิการ ในฐานะเลขาธิการคณะกรรมการแห่งชาติว่าด้วยการศึกษาฯ สหประชาชาติ, สำนักบริหารงานการศึกษาพิเศษ สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน, ผู้จัดการศูนย์เดอะฮับสายเด็ก, กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา,  ผู้อำนวยการกองส่งเสริมและพัฒนาการจัดการศึกษาท้องถิ่น กรมส่งเสริมการการปกครองท้องถิ่น กระทรวงมหาดไทย เข้าร่วมงาน</p>
<p><span style="font-weight: 400;">นายณัฏฐพล กล่าวว่า จากการรับฟังรายงานผลการศึกษาจากยูเนสโกแล้ว ทำให้เราได้เห็นถึงการทำงานที่ผ่านมาของเราซึ่งก็ตรงกับข้อเสนอหลายข้อ เหลือเพียงการผลักดันให้เกิดขึ้นจริงเท่านั้น โดยเฉพาะเรื่องความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา  คิดว่าเราเดินมาตรงกับการแก้ปัญหาของทุกประเทศ แต่ยังขาดพลังว่าเราจะสามารถทำได้รวดเร็วและยั่งยืนมากขนาดไหน ซึ่งวันนี้ ยูเนสโก้ก็มีข้อเสนอแนะ แต่การแก้ปัญหาของเราซึ่งปัญหามีมากเกินไปเราจึงไม่สามารถจัดอันดับได้ ทางยูเนสโกก็จัดอันดับมาให้เราดูว่าข้อเสนอแต่ละข้อนั้นควรจะทำอันไหนก่อนอันไหนหลัง และในบางเรื่องต้องทำไปพร้อมๆ กัน การเผยแพร่เอกสารจากองค์กรนานาชาตินี้ น่าจะเป็นจุดที่กระตุ้นพวกเราให้ขับเคลื่อนการศึกษาไปได้อย่างรวดเร็ว  โดยเฉพาะในช่วงโควิด-19 จะเป็นช่วงที่เราต้องปรับตัวเราเอง และเตรียมความพร้อมการสร้างโอกาสในการแข่งขัน</span></p>
<p><img decoding="async" loading="lazy" class="aligncenter size-full wp-image-21539" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/09/a-9.jpg" alt="" width="864" height="454" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/09/a-9.jpg 864w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/09/a-9-300x158.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/09/a-9-768x404.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/09/a-9-750x394.jpg 750w" sizes="(max-width: 864px) 100vw, 864px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“จากข้อสรุปรายงานของยูเนสโก ตรงกับปัญหาการศึกษาของไทยทุกข้อ เพราะยูเนสโกศึกษาจากขบวนการศึกษาของไทย เพราะฉะนั้นเราจะต้องทำทุกข้อเสนอแนะ ไม่เช่นนั้นเราจะแก้ปัญหาความเปลื่อมล้ำทางการศึกษาไม่ได้ ถ้าเราไม่รับแก้เด็กก็จะมาเรียกร้องกดดัน เรามากขึ้น แต่ผมมั่นใจว่าหลายเรื่องเราทำแล้ว แต่ผมก็จะนำผลการรายงานนี้ไปผสมผสานกับแผนงานที่ศธ.วางเอาไว้ ซึ่งไม่ได้แตกต่างกันมาก เพียงแต่อยู่ที่วิธีการที่จะวิ่งเข้าสู่การแก้ปัญหา เช่น เรื่องการใช้งบฯว่าจะต้องใช่ให้คุ้มค่า ถูกจุด ศธ.จึงมีหน้าที่ที่จะต้องจัดสรรงบว่าคุ้มค่าคืออะไรในบริบทของเรา ถูกจุดคือที่ไหน ซึ่งผมก็ยกตัวอย่างเรื่องการใช้งบฯเกี่ยวกับการศึกษาพิเศษ  ซึ่งเป็นเรื่องที่ศธ.ต้องให้ความสำคัญมากกว่านี้  ส่วนเรื่องการพัฒนาครู อย่างน้อย 25% ต้องได้รับการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง เราก็ต้องมาดูว่าจะพัฒนาอย่างไร ซึ่งตามแผนศธ.จะนำระบบดิจิทัลมาช่วยพัฒนาวัดผล และนำไปขยายผลเรื่องวิทยฐานะครู ซึ่งก็เป็นการนำข้อมูลจากองค์กรนานาชาติมายืนยันว่าสิ่งที่เรากำลังเดินไปนี้ เป็นแนวทางที่จำเป็นต้องเดิน เพราะศธ.มีเป้าหมายว่า ในปี 2030 หรืออีก 10 ปีจากนี้ไป ไทยต้องลดช่องว่างทางการศึกษา และก็นำไปสู่การลดช่องว่างของรายได้ในอนาคตด้วย” นายณัฏฐพล กล่าว </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">รมว.ศธ. กล่าวต่อว่า ส่วนการจัดสรรงบประมาณนั้น ในบริบทของคนทำงบประมาณก็ต้องคำนึงว่าโครงการที่ทำอยู่นั้นต้องคิดถึงความคุ้มค่า และมีตัวชี้วัดที่ชัดเจน ดังนั้น ต้องกลับไปดูนโยบายหลักว่าจะพัฒนาเรื่องอะไร ยกตัวอย่าง หากเราเห็นว่าอาชีวะสำคัญ  เพื่อผลักดันให้ประเทศไทยเดินไปได้ เราก็ต้องจัดสรรงบลงไป และตัวงบประมาณจะต้องสะท้อนให้เห็นว่าเราผลักดันด้านอาชีวะจริงๆ  และเมื่อภาครัฐวางภาพให้เห็นชัดเจน  ภาคเอกชน ภาคประชาสังคมก็จะตามมาสนับสนุนแผนงานร่วมกันได้ แต่หากภาพจากภาครัฐไม่ชัดเจน ก็จะทำให้ภาคอื่นๆตามได้ลำบาก ซึ่งผมก็ส่งสัญญาณให้ทุกหน่วยงานในศธ.ว่าให้พิจารณางบประมาณ เพราะกำลังจะจบปีงบประมาณ 2564 แล้ว และกำลังจะเริ่มทำงบฯปี 2565 เราจะปล่อยให้การใช้งบประมาณแบบกระจายและคิดแต่ค่าอุดหนุนรายหัวอย่างเดียวไม่เหมาะสม  ซึ่งแน่นอนว่ายังจำเป็นที่ต้องจ่ายค่าหัวนักเรียน แต่ก็ต้องให้ความสำคัญในการต่อยอดกลุ่มเป้าหมายด้วย </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">นายณัฏฐพล กล่าวถึงการสร้างความเข้มข้นในด้านภาษาต่างประเทศให้กับผู้เรียนเป็นเรื่องสำคัญ เราต้องช่วยกันผลักดันทั้งภาษาอังกฤษและภาษาจีน อาจจะไม่เป็นภาษาหลักของเรา แต่ต้องเป็นภาษาที่สองและที่สาม และใช้ในการสื่อสารได้ วันนี้เด็กอาจจะเรียนเป็นภาษาที่สองและที่สาม แต่ใช้เพื่อการสอบ ถึงเวลาจริงเด็กใช้ภาษาในการสื่อสารไม่เก่ง ซึ่งเราต้องยอมรับ ถึงแม่เด็กบางคนจะใช้ภาษาที่สองที่สามได้ดี แต่จะต้องขยายผลและกระจายไปให้ทั่วถึง </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เราอยากให้ต่างชาติเข้ามาท่องเที่ยวทั่วประเทศไทย แต่เราพูดภาษาอังกฤษไม่เก่ง ซึ่งในอนาคตการแข่งขันมีมากขึ้น แล้วเราจะแข่งขันกับเขาได้อย่างไร  ประเทศไทยมีสิ่งได้เปรียบหลายๆเรื่องทั้งด้านธรรมชาติและภูมิศาสตร์ที่สวยงาม และความน่ารักของคนไทย แต่ภาษาต่างประเทศก็มีความสำคัญ ซึ่งถ้าเราสามารถเตรียมความพร้อมให้เด็กไทยให้มีความเข้มแข็งทางภาษาต่างประเทศ เมื่อเราพ้นจากโควิด-19 เราก็จะแข่งขันได้ดี </span></p><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/15092020-2/">วางเป้าหมายปี 2030 หรืออีก 10 ปีจากนี้ไป ไทยต้องลดช่องว่างทางการศึกษา</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
