<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>ศูนย์ช่วยเหลือเด็กเยาวชนในภาวะวิกฤตทางการศึกษา | กสศ.</title>
	<atom:link href="https://www.eef.or.th/tag/%E0%B8%A8%E0%B8%B9%E0%B8%99%E0%B8%A2%E0%B9%8C%E0%B8%8A%E0%B9%88%E0%B8%A7%E0%B8%A2%E0%B9%80%E0%B8%AB%E0%B8%A5%E0%B8%B7%E0%B8%AD%E0%B9%80%E0%B8%94%E0%B9%87%E0%B8%81%E0%B9%80%E0%B8%A2%E0%B8%B2%E0%B8%A7/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.eef.or.th</link>
	<description>กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา</description>
	<lastBuildDate>Thu, 01 Sep 2022 10:42:18 +0000</lastBuildDate>
	<language>th</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.3.8</generator>

<image>
	<url>https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/02/cropped-fav-icon-32x32.png</url>
	<title>ศูนย์ช่วยเหลือเด็กเยาวชนในภาวะวิกฤตทางการศึกษา | กสศ.</title>
	<link>https://www.eef.or.th</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>ถอดประสบการณ์ ‘จัดการศึกษาเชิงพื้นที่’ “ถ้าปล่อยเด็กหลุดต่อไป เท่ากับเรากำลังทำลายสิทธิด้านการศึกษาครั้งใหญ่ และตัดโอกาสของประเทศทางอ้อม”</title>
		<link>https://www.eef.or.th/article-abe-010922/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 01 Sep 2022 10:42:16 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Movement]]></category>
		<category><![CDATA[บทความ]]></category>
		<category><![CDATA[ศูนย์ช่วยเหลือเด็กเยาวชนในภาวะวิกฤตทางการศึกษา]]></category>
		<category><![CDATA[การจัดการศึกษาเชิงพื้นที่]]></category>
		<category><![CDATA[ศ.ดร.สมพงษ์ จิตระดับ]]></category>
		<category><![CDATA[ABE]]></category>
		<category><![CDATA[iSEE]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?p=59771</guid>

					<description><![CDATA[<p>โอกาสเสี่ยงหลุด ‘90 : 100’ “มีเด็กยากจนด้อยโอกาสราว 1.9 [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/article-abe-010922/">ถอดประสบการณ์ ‘จัดการศึกษาเชิงพื้นที่’ “ถ้าปล่อยเด็กหลุดต่อไป เท่ากับเรากำลังทำลายสิทธิด้านการศึกษาครั้งใหญ่ และตัดโอกาสของประเทศทางอ้อม”</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<h2 class="wp-block-heading"><strong>โอกาสเสี่ยงหลุด ‘90 : 100’</strong></h2>



<p>“มีเด็กยากจนด้อยโอกาสราว 1.9 ล้านคนทั่วประเทศ ที่ต่อสู้ชีวิตและฝ่าฟันอุปสรรคทางการศึกษาอยู่ตามลำพัง ถ้าปล่อยให้เป็นอย่างนี้ต่อไปโดยไม่แทรกแซงช่วยเหลือ โอกาสที่เขาจะไปต่อได้มันแทบจะมองไม่เห็นเลย”</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-f0f5a3"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2022/09/1-.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>ศ.ดร.สมพงษ์ จิตระดับ กรรมการบริหารกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) และที่ปรึกษาคณะทำงานช่วยเหลือเด็กเยาวชนในภาวะวิกฤตทางการศึกษา ถอดประสบการณ์ลงพื้นที่จังหวัดต้นแบบลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา ด้วย ‘การจัดการศึกษาเชิงพื้นที่’ หรือ ‘Area Based Education’ (ABE) ที่ใช้ข้อมูลจากระบบ iSEE ของ กสศ. ร่วมกับคณะทำงานเครือข่ายจังหวัดและ อสม. ท้องถิ่น สำรวจค้นหาเด็กเยาวชนกลุ่มเสี่ยงหลุด เพื่อส่งเข้าสู่กระบวนการช่วยเหลือดูแลให้เด็กอยู่ในระบบการศึกษาได้ต่อไป</p>



<p><strong>“ประเด็นสำคัญจากการลงพื้นที่บอกเราว่า ถ้าทุกอย่างเดินไปตามทางของมันโดยไม่มีใครยื่นมือไปช่วย เด็ก 1.9 ล้านคนนี้จะมีโอกาสเสี่ยงหลุดกลางคันมากถึง 90 : 100 เลยทีเดียว”</strong></p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-00e2bf"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2022/09/2-1.jpg" alt=""/></div><figcaption class="qubely-image-caption">(เสื้อน้ำเงิน) ศ.ดร.สมพงษ์ จิตระดับ กรรมการบริหาร กสศ.<br>และที่ปรึกษาคณะทำงานช่วยเหลือเด็กเยาวชนในภาวะวิกฤตทางการศึกษา</figcaption></figure></div></div></div>



<p></p>



<h2 class="wp-block-heading"><strong>ปัจจัยเสี่ยงซ่อนลึก ในความ ‘ยากจน &#8211; ด้อยโอกาส’</strong></h2>



<p>เมื่อพูดถึง ‘ความเสี่ยง’ ที่ทำให้เด็กไปต่อไม่ได้ โดยมากคนมักนึกถึงแค่ปัจจัยเดิม ๆ คือความจน การขาดแคลนทุนการศึกษา หรือทัศนคติครอบครัวที่ไม่ค่อยเห็นความสำคัญของการพยายามประคองลูกหลานไว้ในระบบ จนเมื่อลงไปหน้างาน ได้เข้าไปสู่ชีวิตของเด็กแต่ละคน ผ่านการเยี่ยมบ้าน พูดคุย ติดตามไปดูกิจวัตรประจำวันของเขา เมื่อนั้นจะเข้าใจเลยว่าเด็กเสี่ยงหลุดที่แต่ละพื้นที่ที่หาเขาจนพบแล้วช่วยกลับมา เขาและครอบครัวต้องเผชิญปัจจัยที่มากกว่ามิติความจนอย่างไร และมีความซับซ้อนของปัญหาซึ่งมากไปกว่าแค่ไม่มีเงินหรือขาดแรงจูงใจในการเรียน</p>



<p>“เพราะจากที่พบ <strong>เกือบ 100 % ของเด็กกลุ่มนี้เห็นความสำคัญของการศึกษาและมีใจอยากเรียนต่อทั้งนั้น</strong></p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-b308be"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2022/09/3.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>“การลงไปพบเด็กด้อยโอกาสในพื้นที่ กทม. พิษณุโลก ราชบุรี ขอนแก่น จนถึงยะลา ได้สะท้อนปัญหาเชิงลึกว่า บนผิวหน้าของปัญหาที่เคลือบฉาบด้วยภาวะตกงาน รายได้ลด หรือไม่มีรายได้เลย เราสามารถเชื่อมโยงไปหาปัจจัยที่ไม่เคยมีใครหยิบพิจารณาอย่างจริงจัง เรามีครอบครัวที่อาศัยในเพิง ในกระต๊อบ ไม่มีบ้านเลขที่ ไม่มีไฟฟ้าใช้ ไม่มีเลขประจำตัวสิบสามหลัก หรือมีเด็กมากมายที่มีปัญหาเรื่องชาติพันธุ์ เป็นคนกลุ่มน้อย พิการ เผชิญความรุนแรงในครอบครัว ปัจจัยที่ว่ามานี้ล้วนไม่เอื้อให้เด็กเรียนหนังสืออย่างราบรื่น <strong>เราเห็นแต่ความเปราะบางที่รายล้อมชีวิตหนึ่ง ครอบครัวหนึ่งเอาไว้ ทั้งแน่นหนา และเหนี่ยวรั้งจนแม้เด็กย่างเท้าไปถึงบันไดการศึกษาได้แล้ว แต่ท้ายที่สุดเขาก็จะไม่มีทางไต่พ้นหล่มหลุมขึ้นมาได้</strong></p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-ca760a"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2022/09/4.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>“ความยากจนเรื้อรังแต่เดิม ทับถมด้วยเวลาอีกกว่าสองปีเต็ม ๆ ของวิกฤตโควิด-19 ทำให้หลายครอบครัวตัดสินใจเอาลูกหลานออกจากโรงเรียน เพราะเขาเห็นแล้วว่าการจะอยู่ในระบบให้ถึงปลายทางแทบไม่มีทางเป็นไปได้ เลยคิดว่าหยุดมันเสียกลางทางเถอะ จะได้ไม่เสียเงิน เสียเวลา</p>



<p>“เรากำลังพูดถึงอุปสรรคใหญ่โตที่มีชื่อว่า ‘รายจ่ายทางการศึกษา’ ซึ่งคิดเฉลี่ยตกราว 17,000 บาท ต่อคนต่อปี เงินจำนวนนี้ไม่มีทางเลยที่คนตกงานไม่มีรายได้เป็นปี ๆ จะหามาจ่ายได้ <strong>อย่าลืมว่านอกจากเด็กเกือบสองล้านคนแล้ว ยังมีสมาชิกในครอบครัวเขาอีกไม่รู้จำนวนเท่าไหร่ ที่ได้รับบาดแผลจากวิกฤตเศรษฐกิจ ตกไปอยู่ในหลุมมโหฬารของภาระหนี้สิน ซึ่งเกือบทั้งหมดเป็นแรงงานนอกระบบที่เข้าไม่ถึงสวัสดิการรัฐ ดังนั้น อีกนานเท่าไหร่ไม่รู้เลย ที่เขาจะมีอาชีพมีรายได้อีกครั้ง &#8230;เมื่อพิจารณาผ่านประเด็นนี้ แน่นอนว่า ‘การศึกษา’ ย่อมถูกลดความสำคัญลงเป็นลำดับท้าย ๆ อย่างไม่ต้องสงสัย</strong></p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-830f23"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2022/09/5.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<h2 class="wp-block-heading"><strong>‘ผู้ดูแลรายกรณี’</strong><br><strong>ตามติด 1.9 ล้านคน</strong><br><strong>คลี่ 1.9 ล้านปมปัญหา</strong></h2>



<p>นานาปัญหาซ้อนทับเหล่านี้กำลังบอกว่า เรามี 1.9 ล้านรูปแบบปัญหา ซึ่งจะหวังพึ่งพาการแก้ไขจากโครงสร้างระบบเพียงอย่างเดียวไม่ได้อีกต่อไป แต่การออกแบบวิธีดูแลช่วยเหลือเด็กกลุ่มนี้ ต้องมองให้ทะลุผ่านมิติเดิม ๆ&nbsp;</p>



<p>แงะ แกะ คุ้ยออกมาให้พบแก่น ว่าแต่ละครอบครัวเผชิญความยากลำบากอย่างไร โดยต้องข้ามพ้นการทำงานเชิงปริมาณ ที่เคยยึดติดกับการใช้วิธีเดียวในการจัดการทุกปัญหาไปให้ได้</p>



<p>อย่างไรก็ตาม กรรมการบริหาร กสศ. ระบุว่า สิ่งหนึ่งที่พื้นที่ 5 จังหวัดต้นแบบมีเหมือนกัน คือคนทำงาน ‘ด่านหน้า’ ซึ่งไม่เฉพาะครูที่คอยติดตามเด็ก แต่ยัง<strong>มีกลุ่มอาสาสมัครแฝงตัวในชุมชน ตั้งต้นทำงานด้วยข้อมูลจากระบบ iSEE ที่ช่วยระบุพิกัดของเด็กยากจนด้อยโอกาส แล้วจึงเข้าไปค้นหาตัวตนเด็ก เมื่อพบแล้วจึงขุดไปถึงราก ถึงครอบครัว และอุปสรรคต่าง ๆ ที่ฉุดรั้งให้เด็กหลุดจากการศึกษา</strong></p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-6fc6c4"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2022/09/6.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>หนึ่งในการทำงานของพื้นที่ต้นแบบที่ช่วยเด็กทั้งในและนอกระบบได้อย่างต่อเนื่อง จนเด็กกลับมามีที่ยืนและพร้อมไปต่อบนเส้นทางการศึกษา คือการใช้ ‘ผู้ดูแลรายกรณี’ หรือ Case Manager (CM) ลงติดตามชีวิตและครอบครัวของเด็ก เพื่อคลายปมปัญหาเชิงลึกจนเห็นแก่น ก่อนส่งต่อข้อมูลให้คณะทำงานร่วมกันวิเคราะห์ และออกแบบวิธีการช่วยเหลือเป็นลำดับ</p>



<p><strong>“ผู้ดูแลรายกรณีคือผู้เผยภาพของเด็กที่มีชีวิตในสวนยาง ในวัด เด็กที่ผู้ปกครองพาไปขอทานตามตลาด ซ่อนตัวเงียบเชียบรอความช่วยเหลืออยู่ตามซอกหลืบเล็ก ๆ ในสังคม ซึ่งหากมองผ่านสายตาระบบโครงสร้างส่วนกลาง เราจะไม่มีวันหาเขาพบ</strong> <strong>แล้วตัวเด็กหรือครอบครัวเองก็ไม่มีโอกาสเลยที่จะเข้าถึงข้อมูลและกลไกความช่วยเหลือ เพราะเขาไม่มีสิทธิ์ ไม่รู้ว่าจะต้องไปหาใคร เป็นภาวะที่ถูกสังคมกันออกไปจากสิทธิพื้นฐานโดยสิ้นเชิง</strong> จนท้ายสุดก็ยิ่งห่างไปจากระบบการศึกษา และหลุดไปอย่างถาวร ต้องเวียนว่ายในวังวนของความยากจนด้อยโอกาสอย่างโดดเดี่ยวลำพังอยู่ตรงนั้น</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-23e272"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2022/09/7.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>“ถ้าจะลงให้ถึงรากของความเหลื่อมล้ำและโอกาสทางการศึกษาในเชิงรายละเอียด เราต้องพึ่งพาผู้ดูแลรายกรณีกลุ่มนี้ แล้วเมื่อมีข้อมูลที่ครบทุกด้านทุกมิติ เราถึงจะสามารถหาทางดึงเขาออกมาจากปัญหาได้ทีละน้อย อีกประการหนึ่งคือการติดตามเด็กต่อเนื่องด้วยคนในพื้นที่ที่ทำงานด้วยหัวใจ มันจะเกิดสายใยของความไว้เนื้อเชื่อใจ ความเข้าใจ ความผูกพันที่ผู้ดูแลเองก็อยากเห็นเด็กไปได้ถึงฝั่ง ส่วนเด็กกับครอบครัวเขาก็มั่นใจว่าการดูแลจะดำเนินต่อเนื่อง ไม่มีการทอดทิ้งกลางทาง”</p>



<p></p>



<h2 class="wp-block-heading"><strong>‘กระจายอำนาจ’</strong><br><strong>เชื่อมโยงคนทั้งจังหวัดร่วมสร้างความเสมอภาค </strong></h2>



<p>ความสำเร็จของพื้นที่ต้นแบบ ทำให้สังคมได้เรียนรู้ข้อเท็จจริงร่วมกันอีกประการว่า <strong>คนตัวเล็ก ๆ ทุกคนในสังคม ล้วนเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้ชีวิตของเด็กฟื้นคืนกลับมาได้</strong> โดยนอกจาก ‘ผู้ดูแลรายกรณี’ แต่ละจังหวัดยังแสดงให้เห็นถึงวิธีออกแบบการ ‘กระจายอำนาจ’ อันเป็นการดึงเอาจุดเด่นทางบริบทสังคมของแต่ละพื้นที่ มาใช้แก้ปัญหา และเป็นวัตถุดิบในการวางแผนทำงานด้านการศึกษาในระยะยาว</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-5f6169"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2022/09/8.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>“เรามีจังหวัดยะลาที่มี CM เข้มแข็งมากกว่า 300 คน ช่วยกันผลักดันให้ ‘แผนงานจัดการรายกรณี’ หรือ Case Management System (CMS) ซึ่งเป็นงานของ อบจ.ยะลา ทำได้อย่างต่อเนื่อง ลึกซึ้ง และประสบผลสำเร็จในเชิงคุณภาพ โดย อบจ.ยะลา ถือเป็นกลไกหลัก ในการประสานเชื่อมต่อกับหน่วยงานอื่น ๆ ในจังหวัด ทั้งภาครัฐ เอกชน ประชาสังคม เป็นการแสดงให้เห็นประสิทธิภาพของการเมืองระดับท้องถิ่น</p>



<p>“หรือที่ขอนแก่น มีภาคราชการสี่กระทรวงหลัก ทั้งกระทรวงศึกษา ฯ มหาดไทย สาธารณสุข และ พม. ซึ่งสอดร้อยทำงานร่วมกันอย่างสมดุล ลื่นไหล โดยนำจุดแข็งของแต่ละหน่วยงานมาใช้ จนแก้ปัญหาของเด็กได้ครอบคลุมและตรงจุด</p>



<p>“ส่วนที่พิษณุโลกมีกลไกภาคประชาสังคมโดดเด่น รวมไว้ด้วยผู้ทรงคุณวุฒิที่มีประสบการณ์ทำงานสูง มีความเข้าใจลักษณะพื้นที่ มีใจอยากทำงานช่วยเหลือเด็ก และมองเห็นรายละเอียดยิบย่อยของปัญหาได้ชัดเจน ผู้มากประสบการณ์กลุ่มนี้เองที่เป็นหัวเรี่ยวหัวแรงของการรวมกลุ่มตั้งเป็นองค์กร มูลนิธิ และเป็นศูนย์กลางในการดึงความร่วมมือจากภาคส่วนอื่น ๆ ในจังหวัด มาช่วยกันแชร์องค์ความรู้ แบ่งปันข้อมูล จนเกิดการทำงานที่แผ่ขยายเป็นโครงข่ายขนาดใหญ่ พร้อมรองรับเด็กเยาวชนทุกกลุ่ม ทุกปัญหา</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-a8a3df"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2022/09/9.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p><strong>“กลไกจังหวัดที่ร้อยรวมเป็นกลุ่มก้อนนี้ คือเครื่องมือ คืออาวุธ และเป็นพลังการทำงานที่ทำให้โอกาสไปต่อที่น้อยนิดของเด็ก ๆ กลับมีทางเลือกทางรอดเพิ่มขึ้น</strong> <strong>โดยจากเคยต่อสู้เพียงลำพังบนความเสี่ยงที่อัตรา 90 : 100 วันนี้ผมสามารถพูดได้ว่า กลไกจังหวัดจะช่วยให้โอกาสหลุดจากระบบของเด็กทั้ง 1.9 ล้านคน ลดเหลือเพียง 50 : 50 เท่านั้น </strong>นั่นเพราะการทำงานของจังหวัดต้นแบบได้มองผ่านความคิดชุดใหม่ โดยเอาเด็กและครอบครัวเป็นที่ตั้ง แล้วจึงค่อยออกแบบความช่วยเหลือที่เหมาะสมตามมา และจากผลสำเร็จใน 4 &#8211; 5 จังหวัดนี้ ทำให้เรากล้ามองถึงความเปลี่ยนแปลงที่ยั่งยืนในระยะยาว&nbsp;</p>



<p>“‘จุดแข็ง’ ของแต่ละท้องถิ่น จะเป็นต้นทุนนำทางให้เรา แล้วด้วยวิธีนี้ ผมเชื่อว่าทุกจังหวัดสามารถดำเนินตามรอยได้ทันที และพึ่งพาตนเองได้ เพียงทุกฝ่ายหันหน้าเข้าหากัน ช่วยกันวิเคราะห์ออกแบบว่าแต่ละจังหวัดมี ‘คน’ หรือ ‘หน่วยงาน’ ใดที่พร้อมเป็นเจ้าภาพ พร้อมเป็นแกนประสานรวบรวมพลังภายในพื้นที่ โดยไม่จำเป็นต้องรอให้ส่วนกลาง หรือคนภายนอกมาคิกออฟ”</p>



<p></p>



<h2 class="wp-block-heading"><strong>ถ้าปล่อยเด็กหลุดต่อไป เท่ากับเรากำลังทำลายสิทธิด้านการศึกษาครั้งใหญ่ และตัดโอกาสของประเทศทางอ้อม</strong></h2>



<p>ในฐานะที่ปรึกษาคณะทำงานช่วยเหลือเด็กเยาวชนในภาวะวิกฤตทางการศึกษา ศ.ดร.สมพงษ์ กล่าวว่า วันนี้ทุกคนต้องรับรู้ร่วมกันว่าเด็ก 1.9 ล้านคนอยู่ในภาวะเสี่ยง ซึ่งบนเส้นทางการศึกษาที่ตีบตันนั้น เด็กบางคนต้องไปทำงานล้างไส้หมูทั้งคืนแล้วไปเรียนตอนเช้า บางคนไปขายนม ขายมาลัย ขายดอกไม้อยู่ตามสี่แยก บางคนไปเป็นแรงงานภาคเกษตรกรรม ไปเลี้ยงวัวเลี้ยงแพะในทุ่ง บางคนทำงานในโรงไม้และอาศัยอยู่ที่นั่น ต้องเรียนออนไลน์ท่ามกลางเสียงเลื่อยไฟฟ้าที่แผดดังตั้งแต่เช้ายันค่ำ บางคนเสียสละให้น้องเรียน ตัวเองออกไปทำงานถอนหญ้าทั้งวันในสวนในไร่ หรือบางคนยอมเป็นขอทาน เพราะต้องดิ้นรนช่วยเหลือตัวเองและครอบครัวโดยไม่มีทางเลือก</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-87f82b"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2022/09/10.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>และในหมู่มวลเด็ก ๆ เหล่านี้ มีทั้งคนที่ ‘รู้’ และ ‘ไม่รู้’ ว่า<strong>การตัดสินใจออกจากระบบการศึกษากลางคันนั้น หมายถึงชีวิตของเขากำลังถอยเท้าก้าวกลับไปสู่วงจรความยากจนในครอบครัว ที่ส่งจากปู่มาถึงพ่อ ส่งจากพ่อมาถึงตัวเขา แล้ววันหนึ่งข้างหน้า ตัวเขาเองก็จะส่งผ่านไปยังทายาทรุ่นถัดไป โดยไม่มีใครรู้ได้เลยว่า &#8230;ความยากจนนั้นจะสิ้นสุดลงเมื่อไร</strong></p>



<p>ศ.ดร.สมพงษ์ ชี้ว่า สามปัจจัยที่ต้องผลักดันให้เกิดขึ้นเร็วที่สุด ได้แก่</p>



<p>1.เริ่มกระบวนการทำงานทุกจังหวัดตามรอยพื้นที่ต้นแบบ โดยใช้ CM ลงลึกในชุมชนผ่านข้อมูลจาก iSEE แล้วสร้างระบบจัดการรายกรณีที่ส่งต่อเด็กได้ตั้งแต่ต้นจนถึงปลายทาง<br>2.กระจายอำนาจในมิติต่าง ๆ เช่นการศึกษาหรือสาธารณสุข ให้ไปถึงท้องถิ่น<br>3.เร่งค้นหาเด็กกลุ่มเสี่ยงหลุดช่วงรอยต่อการศึกษา โดยเฉพาะในชั้น ป.6 ขึ้น ม.1 และ ม.3 ขึ้น ม.4 ให้พบ แล้วหาแนวทางประสานสถาบันการศึกษาในพื้นที่ เพื่อสร้างกลไกส่งต่อเด็กระหว่างเครือข่ายโรงเรียนในจังหวัด</p>



<p>นอกจากนี้สำหรับเด็กที่กำลังเจอกับวิกฤตชีวิต วิกฤตการศึกษา จะต้องมีแนวทางช่วยเหลือให้พ้นจากภาวะฉุกเฉิน ไม่ให้ทำงานหนักเกินกว่าวัย ได้อยู่อาศัยในสถานที่ปลอดภัย มีอาหารการกินเหมาะสม และเข้าถึงสาธารณูปโภคที่เอื้อต่อการใช้ชีวิต และการเรียนหนังสือ</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-1557e0"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2022/09/11.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p><strong>“แน่นอนว่างานจะสัมฤทธิ์ได้ ต้องไม่ใช่เพียงกระทรวงเดียวหรือหน่วยงานเดียวลงมือทำ แต่เราต้องร่วมมือกันทั้งหมด ทุกคน ทุกภาคส่วน ทุกหน่วยในสังคม บนพื้นฐานที่ว่าถ้าปล่อยเด็กหลุดต่อไป เท่ากับเรากำลังทำลายสิทธิด้านการศึกษาครั้งใหญ่ และตัดโอกาสของประเทศทางอ้อม </strong>เพราะอย่าลืมว่าไม่ใช่แค่ช่วยเด็ก 1.9 ล้านคนนี้แล้วความยากจนด้อยโอกาสจะหมดไปทันที แต่ในปีการศึกษา 2565 นี้ ยังมีเด็กอีกราว 4 &#8211; 5 แสนคน ที่มีโอกาสหลุดจากระบบกลางทางตามมาอีก ดังนั้นเราต้องทำทุกทาง ทั้งสร้างระบบดูแลช่วยเหลือส่งต่อ สนับสนุนงบประมาณการศึกษา และสอดส่องติดตามเก็บข้อมูลเด็กกลุ่มเสี่ยงในทุก ๆ ระยะ ถ้าขับเคลื่อนประเด็นต่าง ๆ เหล่านี้ได้ โอกาสที่เด็กจะได้ไปต่อบนเส้นทางการศึกษา ได้รับการศึกษาที่ดีอย่างเสมอภาคถ้วนหน้า หรือวันหนึ่งจะไม่มีใครหลุดจากระบบออกมาอีก ก็คงเกิดขึ้นจริงได้ในที่สุด”</p><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/article-abe-010922/">ถอดประสบการณ์ ‘จัดการศึกษาเชิงพื้นที่’ “ถ้าปล่อยเด็กหลุดต่อไป เท่ากับเรากำลังทำลายสิทธิด้านการศึกษาครั้งใหญ่ และตัดโอกาสของประเทศทางอ้อม”</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>แต้ม ‘รอยยิ้ม’ บนใบหน้า เมื่อพบ ‘เส้นทางฝัน’ ที่เคยพลัดหล่นหายไป</title>
		<link>https://www.eef.or.th/article-smile-on-the-face-260822/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 26 Aug 2022 05:16:17 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Movement]]></category>
		<category><![CDATA[จังหวัดเสมอภาคทางการศึกษา]]></category>
		<category><![CDATA[บทความ]]></category>
		<category><![CDATA[พาน้องกลับโรงเรียน]]></category>
		<category><![CDATA[ศูนย์ช่วยเหลือเด็กเยาวชนในภาวะวิกฤตทางการศึกษา]]></category>
		<category><![CDATA[ยะลาเสมอภาค]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?p=59589</guid>

					<description><![CDATA[<p>ต้นปี 2565 ศูนย์ช่วยเหลือเด็กเยาวชนในภาวะวิกฤตทางการศึก [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/article-smile-on-the-face-260822/">แต้ม ‘รอยยิ้ม’ บนใบหน้า เมื่อพบ ‘เส้นทางฝัน’ ที่เคยพลัดหล่นหายไป</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>ต้นปี 2565 ศูนย์ช่วยเหลือเด็กเยาวชนในภาวะวิกฤตทางการศึกษา จังหวัดยะลา พบ ‘บิ๊ก’ ผ่านข้อมูลจาก ครูนูรียา กาซอ โรงเรียนยะลาบำรุงผดุงประชา ผู้คอยติดตามช่วยเหลือบิ๊กตั้งแต่ชั้น ม.1 จนน้องจบ ม.ต้นต่อ ปวช. แล้ว ความใกล้ชิดผูกพันระหว่างกันก็มิได้ห่างหายไป ทั้งเป็นจุดเริ่มต้นของความช่วยเหลือครั้งสำคัญ ในท่ามกลางสถานการณ์การระบาดของโควิด-19 ที่ทำให้ครอบครัวของบิ๊กขาดรายได้ รวมถึงตกอยู่ในความเสี่ยงต่อการหลุดจากระบบการศึกษากลางทางอีกครั้ง</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-11d6bf"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2022/08/แต้มรอยยิ้มบนใบหน้า-01.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p><strong>ทบทวนเรื่องราวของบิ๊กได้ที่ : </strong><a href="https://www.eef.or.th/article-the-dream-was-lost-200122/" title="https://www.eef.or.th/article-the-dream-was-lost-200122/" target="_blank" rel="noreferrer noopener">ในวงจรความเสี่ยง ‘ความฝันพลัดหล่นหายไป’ บนถนนการศึกษาที่ขรุขระด้วยรอยต่อ</a></p>



<p>ตอนที่ศูนย์ช่วยเหลือ ฯ พบกับบิ๊ก น้องเรียนอยู่ชั้น ปวช.1 สาขาช่างเชื่อมผลิตภัณฑ์ ที่วิทยาลัยเทคนิคยะลา เขาใช้เวลาตลอดหลายเดือนของปีการศึกษา 2464 นั่งเรียนออนไลน์ทุกวัน ในห้องซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของ ‘โรงไม้’ โดยที่นั่นเป็นทั้ง ‘บ้าน’ และ ‘ที่ทำงาน’ ของบิ๊ก</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-bd882d"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2022/08/แต้มรอยยิ้มบนใบหน้า-02.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>ขมวดเรื่องตามคำบอกเล่าของครูนูรียา: บิ๊กอาศัยลำพังกับยาย เป็นเด็กเงียบขรึม เก็บงำ พูดน้อย แววตาเศร้ากังวล ไม่เคยแสดงอารมณ์ความรู้สึกผ่านใบหน้าให้ใครเห็น</p>



<p>นับแต่เจอบิ๊กตอน ม.1 สิ่งที่ครูเห็นคือบิ๊กขาดความพร้อมเรื่องการเรียน เพราะเขาเป็นเสาหลักทำงานดูแลครอบครัว ทำงานโรงไม้ และอยู่ในคณะวัฒนธรรมออกแสดงการเชิดมังกรทอง สิงโต เองกอ เพื่อนำเงินมาใช้จ่ายในบ้าน และเก็บไว้ใช้เกี่ยวกับการศึกษา ช่วงไหนงานน้อยการเงินในบ้านจึงขัดสน อย่างไรก็ตาม ครูนูรียาได้คอยช่วยเหลือบิ๊กมาตลอด กระทั่งผ่านสถานการณ์ต่าง ๆ มาได้ จนหัวเลี้ยวหัวต่อสำคัญมาถึง คือวันที่จบ ม.3 ต้องข้ามสู่ช่วงชั้นถัดไป</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-04da4c"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2022/08/แต้มรอยยิ้มบนใบหน้า-03.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p><a href="https://www.eef.or.th/article-the-dream-was-lost-200122/"></a></p>



<p><strong>“ปีที่เขาจะจบ ม.3 โควิดระบาดหนัก บิ๊กเจอผลกระทบรุนแรงมาก ทำงานไม่ได้ เงินเก็บไม่เหลือ ไม่มีเครื่องมือเรียนออนไลน์ ครูก็หาทางช่วยเขาเต็มที่ เอางาน การบ้าน หนังสือ เอาของกินของใช้ไปให้ที่บ้าน พอให้ประทังชีวิตได้อยู่ แต่กับเรื่องเรียนค่อนข้างยาก เพราะในโรงไม้ที่เขาอยู่ เสียงเครื่องจักรจะดังทั้งวัน</strong> บิ๊กบอกว่าเขาชินแล้ว เรียนรู้เรื่องไม่รู้เรื่องบ้าง ตอนนั้นต่างคนต่างพยายามช่วยกัน ดันให้จบ ม.3 ไปก่อน”</p>



<p>จนบิ๊กจบ ม.ต้น เวลาล่วงเลยไปมาก เทอมการศึกษาใหม่มาถึงแล้ว เขายังหาที่เรียนต่อไม่ได้ ครูนูรียารู้ว่าสถานการณ์เช่นนี้ ถ้าปล่อยให้บิ๊กหลุดเพียงหนึ่งเทอม อาจหมายถึงหลายปีจากนี้ที่เขาจะกลายเป็นเยาวชนนอกระบบการศึกษา ซึ่งไม่รู้ว่าต้องใช้เวลาอีกสักเท่าไหร่เพื่อพากลับมา</p>



<p></p>



<h2 class="wp-block-heading"><strong>กลับมาได้ด้วย ‘โมเดลห้องเรียนฉุกเฉิน’</strong><br><strong>ก่อนส่งต่อ ‘ศูนย์ช่วยเหลือเด็กเยาวชนในภาวะวิกฤตทางการศึกษา’</strong></h2>



<p>ครูนูรียารู้ว่าบิ๊กอยากเรียนสายอาชีพ แต่ตอนนั้นเทอมใหม่เริ่มเปิดเรียนแล้ว ยากมากที่จะมีที่ไหนรับ เป็นจังหวะเดียวกับที่ครูมีข้อมูลว่าเครือข่ายจัดการศึกษาเชิงพื้นที่ จังหวัดยะลา กำลังสร้างโมเดลต้นแบบ Emergency Classroom หรือ ‘ห้องเรียนฉุกเฉิน’ คอยเฝ้าระวังเด็กหลุด พร้อมรับ-ส่งต่อเคสเยาวชนที่ต้องการความช่วยเหลือเร่งด่วนให้ได้ไปต่อ</p>



<p>ไม่นานหลังเรื่องถึงเครือข่าย ฯ คณะทำงานจึงรีบลงพื้นที่พบบิ๊ก จากนั้นพาเข้าหารือกับผู้อำนวยการวิทยาลัยเทคนิคยะลา ซึ่งตัดสินใจรับเข้าเรียนทันที บิ๊กจึงได้เรียนต่อชั้น ปวช. ไม่หลุดไปตรงช่วงรอยต่อระหว่างช่วงชั้นการศึกษา</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-b4b8e4"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2022/08/แต้มรอยยิ้มบนใบหน้า-04.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>หากสถานการณ์โควิด-19 ยังดำเนินต่อเนื่อง แม้ขึ้นชั้น ปวช.1 แล้ว บิ๊กยังต้องเรียนออนไลน์ในห้องที่โรงไม้ มีงานบ้าง ไม่มีบ้าง และแน่นอนว่าทั้งหมดล้วนอยู่ในสายตาของครูนูรียา ที่ทราบดีว่า<strong>ความสุ่มเสี่ยงของบิ๊กไม่ได้หายไปไหน นำมาสู่การติดตามต่อเนื่อง โดยขยับการดูแลช่วยเหลือไปยังโครงการ ‘ศูนย์ช่วยเหลือเด็กและเยาวชนในภาวะวิกฤตทางการศึกษา’ ซึ่งเครือข่ายจังหวัดยะลา ร่วมมือกับ กสศ. ในการ ‘ช้อนรับ’ และ ‘ประคับประคอง’ ให้บิ๊ก และเยาวชนกลุ่มเสี่ยงอีก 83 คน ไปต่อได้ไม่หลุดซ้ำบนเส้นทางการศึกษา ทั้งประทังความเดือดร้อนของครอบครัวน้องให้เบาลง</strong></p>



<p></p>



<h2 class="wp-block-heading"><strong>“ที่สุดของผลตอบแทนคือได้เห็นรอยยิ้มของเขา”</strong></h2>



<p>หลังอยู่ในความดูแลของศูนย์ช่วยเหลือ ฯ มากว่าครึ่งปี วันนี้เรากลับมาพบครูนูรียาและบิ๊กอีกครั้ง จากวันนั้น วิกฤตโควิด-19 ในจังหวัดยะลาค่อย ๆ คลี่คลาย โรงเรียนหลายพื้นที่เปิดสอนออนไซต์เต็มรูปแบบในเทอมการศึกษาใหม่นี้ รวมถึงที่วิทยาลัยเทคนิค ฯ ซึ่งบิ๊กได้กลับไปเรียนเต็มเวลา ขณะที่งานก็เริ่มกลับสู่ภาวะปกติ คือออกงานกับคณะวัฒนธรรม ฯ สัปดาห์ละ 2-3 ครั้ง รับค่าจ้างเฉลี่ยครั้งละ 300 บาท ส่วนเสาร์อาทิตย์ก็ยังคงทำงานในโรงไม้เต็มวัน ได้เงินวันละ 160 บาท</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-fc9c97"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2022/08/แต้มรอยยิ้มบนใบหน้า-05.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>กว่าจะถึงตรงนี้ได้ ครูนูรียาบอกว่า <strong>ภายใต้การดูแลช่วยเหลือของศูนย์ ฯ ที่เชื่อมโยงการทำงานของหน่วยงานต่าง ๆ ทั้งภาครัฐ เอกชน ประชาสังคม จนถึงสถาบันการศึกษา นับว่าเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้บิ๊ก และเด็กเยาวชนอีกจำนวนมาก สามารถรอดผ่านภาวะฉุกเฉินของชีวิต ทั้งยังพ้นผ่านอุปสรรคทางการศึกษาไปได้อีกเปลาะหนึ่ง</strong></p>



<p>ตอนนี้บิ๊กได้อยู่บนเส้นทางที่ราบเรียบขึ้นกว่าเดิม ได้เรียนสาขาที่สนใจ มีทุนการศึกษาจากเครือข่ายจังหวัดคอยดูแลไม่ขาด นอกจากนั้นยังได้ทำกิจกรรมที่ชอบ มีรายได้ แต่สิ่งที่ทำให้ครูนูรียาดีใจเป็นพิเศษ คือการที่บิ๊กได้กลับมาซ้อมและออกแสดงกับคณะวัฒนธรรม ฯ ทุกวันที่โรงเรียนเก่า ทำให้ครูได้ดูแลและเห็นพัฒนาการของบิ๊กอย่างใกล้ชิดต่อไป</p>



<p>“ครูภูมิใจที่ได้ดูแล ได้เห็นบิ๊กตั้งแต่ตอนที่เขาขี้อาย ไม่ค่อยพูด ถามอะไรก็เงียบ เหมือนเขาแบกปัญหาความทุกข์ทุกอย่างไว้กับตัวคนเดียว แต่วันนี้ <strong>ผ่านมาห้าปีที่รู้จักกัน ความเฉยเมยของเขามลายหายไปแล้ว ภายนอกก็ดูมีน้ำมีนวลขึ้น มีแววตาที่เจือความสุข ความหวัง ความฝัน กล้าคิดถึงอนาคต และเหนืออะไรทั้งหมดคือเราได้เห็นรอยยิ้มบนใบหน้าของเขา</strong> ซึ่งนี่คือผลตอบแทนที่คุ้มค่ามาก ๆ กับงานที่ครูทำ รวมถึงคณะทำงานท่านอื่น ๆ ทั้งหมดที่ทุ่มเททั้งแรงกายแรงใจมาจนวันนี้”</p>



<p></p>



<h2 class="wp-block-heading"><strong>‘มองไปข้างหน้า’ ออมไว้เพื่อ ‘ย่า’ และต่อยอดการศึกษาในอนาคต&nbsp;</strong></h2>



<p>บิ๊กมีวินัยการใช้เงินที่เคร่งครัด คือจะใช้จ่ายค่ากินอยู่ประจำวันของเขากับยายจากรายได้ที่ทำงานประจำสัปดาห์ แล้วจะพยายามไม่แตะต้องเงินช่วยเหลือที่ได้มาจากหน่วยงานต่าง ๆ ด้วยต้องการให้เงินก้อนนี้เป็นคลังเล็ก ๆ สำหรับต่อยอดการเรียนในอนาคต พร้อมเป็นทุนสำรองของครอบครัวยามจำเป็น</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-8b178c"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2022/08/แต้มรอยยิ้มบนใบหน้า-06.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>“เก็บไปเรื่อย ๆ ครับ ไม่อยากเอามาใช้ กลัวหมด ตอนนี้พอทำงานได้ หามาใช้ไป ยังไหวอยู่ นึกย้อนไปช่วงโควิดหนัก ๆ ก็อยากมีทุนสำรองไว้สำหรับการเรียน และเผื่อไว้สำหรับยายด้วยครับ คือถ้าจำเป็นต้องใช้เมื่อไหร่ เช่นยายไม่สบายขึ้นมา ผมอยากแน่ใจว่าจะมีทุนพอในสถานการณ์นั้น</p>



<p><strong>“ผมเคยไม่แน่ใจว่าจะได้เรียนถึงแค่ไหน แต่ตอนนี้เริ่มเห็นทางชัดขึ้น ก็จะตั้งใจให้เต็มที่ที่สุด อีกสิ่งหนึ่งที่หวังคืออยากให้ยายแข็งแรง อยู่กับผมไปนาน ๆ ดังนั้นผมจะทำงานเก็บเงินให้ได้มาก ๆ ไว้เรียน ไว้ให้ยายใช้ ดีใจครับที่มีวันนี้ วันที่เชื่อว่ามีอนาคตที่ดีกว่ารออยู่ในวันถัด ๆ ไป”</strong></p>



<p>และนี่คือเรื่องราวจากการติดตามต่อเนื่อง โดยศูนย์ช่วยเหลือเด็กเยาวชนในภาวะวิกฤตทางการศึกษา จ.ยะลา และ กสศ. ซึ่งเริ่มต้นจากโครงการจัดการศึกษาเชิงพื้นที่เพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา สู่การจุดประกายให้จังหวัดยะลาจัดตั้ง ‘สภาการศึกษาจังหวัด’ และ ‘กองทุนเพื่อการศึกษาเด็กเยาวชนด้อยโอกาส’ ที่จะเพิ่มโอกาสในการเข้าถึงการศึกษาของ ‘บิ๊ก’ และเด็กเยาวชนคนอื่น ๆ ต่อไป</p><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/article-smile-on-the-face-260822/">แต้ม ‘รอยยิ้ม’ บนใบหน้า เมื่อพบ ‘เส้นทางฝัน’ ที่เคยพลัดหล่นหายไป</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>แกะรอย ‘ยะลาเสมอภาค’ ‘บัณฑิตอาสาชุมชน’ เบื้องหลังความสำเร็จของการพาน้องกลับห้องเรียน</title>
		<link>https://www.eef.or.th/article-abe-190822/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 19 Aug 2022 08:00:53 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[บทความ]]></category>
		<category><![CDATA[Movement]]></category>
		<category><![CDATA[ศูนย์ช่วยเหลือเด็กเยาวชนในภาวะวิกฤตทางการศึกษา]]></category>
		<category><![CDATA[ยะลาเสมอภาค]]></category>
		<category><![CDATA[โครงการจัดการศึกษาเชิงพื้นที่เพื่อความเสมอภาคทางการศึกษาจังหวัดยะลา]]></category>
		<category><![CDATA[พาน้องกลับโรงเรียน]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?p=59425</guid>

					<description><![CDATA[<p>ปี 2562 จังหวัดยะลา เริ่มงานกับ กสศ. ในฐานะ 1 ใน 20 จัง [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/article-abe-190822/">แกะรอย ‘ยะลาเสมอภาค’ ‘บัณฑิตอาสาชุมชน’ เบื้องหลังความสำเร็จของการพาน้องกลับห้องเรียน</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>ปี 2562 จังหวัดยะลา เริ่มงานกับ กสศ. ในฐานะ 1 ใน 20 จังหวัดนำร่อง ‘โครงการจัดการศึกษาเชิงพื้นที่เพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา’ โดยนำเอา ‘การจัดการศึกษาเชิงพื้นที่’ หรือ ‘Area Based Education’ (ABE) มาเป็นแนวทางแก้ปัญหาความเหลื่อมล้ำและสร้างความเสมอภาคทางการศึกษา พร้อมตั้งต้นจากฐานข้อมูลของ กสศ. ในการสำรวจค้นหาเด็กเยาวชนลึกลงไปถึงระดับตำบล หมู่บ้าน และชุมชน ด้วยความมุ่งมั่นของเครือข่ายหน่วยงานในจังหวัดและอาสาสมัครท้องถิ่น จึงทำให้สามารถช่วยเหลือเด็กเยาวชนที่เข้าไม่ถึงการศึกษา รวมถึงกลุ่มที่หลุดออกมาจากระบบการศึกษากลางคัน ให้ได้เรียน ได้พัฒนาทักษะอาชีพ และต่อยอดถึงการประคองดูแลนักเรียนกลุ่มเสี่ยงหลุดให้อยู่ในระบบต่อไปได้ รวมทั้งสิ้นกว่า 2, 435 คน นับเป็น 1 ใน 4 จังหวัดต้นแบบของการทำงานที่แสดงให้เห็นความสำเร็จโครงการเชิงประจักษ์</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-9365a0"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2022/08/02-แกะรอย-ยะลาเสมอภาค-01.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>สืบเนื่องถึงสถานการณ์โควิด-19 ที่ซ้ำเติมให้เด็กเยาวชนอีกจำนวนมาก เผชิญกับภาวะเสี่ยงหลุดจากระบบการศึกษาเฉียบพลัน จังหวัดยะลาได้ร่วมกับ กสศ. ในโครงการ ‘ศูนย์ช่วยเหลือเด็กและเยาวชนในภาวะวิกฤตทางการศึกษา’ นำรูปแบบการทำงานเชิงพื้นที่มาใช้ ผ่านการประสานกับทั้งหน่วยงานภาครัฐ เอกชน ประชาสังคม สถาบันการศึกษา โดยเฉพาะ ‘ครู’ และ ‘บัณฑิตอาสาชุมชน’ ซึ่งเป็นด่านหน้าในการเก็บข้อมูลและวิเคราะห์สถานการณ์เด็กเป็นรายคน จนทำให้โครงการสามารถช้อนเด็กในภาวะฉุกเฉินไว้ได้ 84 คน ก่อนนำมาสู่การออกแบบความช่วยเหลือดูแล ที่ ‘ต่อเนื่อง’ และ ‘ตรงจุด’&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p>



<p> ไม่เพียงเท่านั้น เครือข่ายความร่วมมือคนในจังหวัดที่เกาะเกี่ยว และไฟแห่งความมุ่งมั่นที่จุดติดแล้วในใจของคณะทำงานทุกฝ่าย ยังนำไปสู่การจัดตั้ง ‘สภาการศึกษาจังหวัดยะลา’ อันเป็นหมุดหมายในการหลอมรวมรักษาความเข้มแข็ง และขยายการทำงานให้เติบโตต่อไป</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-304bef"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2022/08/02-แกะรอย-ยะลาเสมอภาค-13.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>ขณะที่ กสศ. ได้เตรียมถอดบทเรียนความสำเร็จของจังหวัดยะลา เพื่อขยายผลสู่การทำงานในพื้นที่อื่น ๆ โดยเฉพาะจุดแข็งของคณะทำงาน ที่มี Case Manager หรือ ‘ผู้จัดการรายกรณี’ ซึ่งฝังตัวใกล้ชิดอยู่ตามชุมชนต่าง ๆ มากกว่า 300 คน จึงติดตามความเปลี่ยนแปลงของเด็กได้ตลอดเวลา พร้อมปรับแผนดูแลช่วยเหลือที่เหมาะสม และทันท่วงที</p>



<p></p>



<h2 class="wp-block-heading"><strong>มองผ่านบริบทพื้นที่ ต้นเหตุความยากจนหยั่งรากฝังลึก</strong><br><strong>‘ปัญหาที่อยู่อาศัย ขาดที่ทำกิน ไม่มีอาชีพ’</strong></h2>



<p>“การลงพื้นที่สำรวจข้อมูลที่เป้าหมายตั้งต้นคือช่วยเหลือด้านการศึกษา กลับเผยให้เราเห็นถึงบริบทความยากจนในพื้นที่ ที่ครัวเรือนของเด็กเยาวชนด้อยโอกาสร้อยละ 80 ไม่มีที่ดินทำกินของตัวเอง ผู้ปกครองไม่มีอาชีพประจำ ส่วนใหญ่ปลูกเพิงพักอาศัยในป่ายาง รับจ้างกรีดยางได้เงินเป็นรายวัน ช่วงไหนยางผลัดใบหรือเป็นฤดูมรสุมก็ไม่มีรายได้จะส่งผลถึงการเรียนของเด็กโดยตรง ขณะที่อาชีพตัดยางยังกระทบถึงการไปโรงเรียนของเด็กด้วย เพราะวันไหนที่งานเยอะพ่อแม่กลับบ้านช้าก็ไม่มีใครส่งเด็กไปเรียน หรือบางบ้านไม่มีใครเลี้ยงน้อง พี่ทิ้งน้องไม่ได้ก็ต้องหยุดเรียนไปหนึ่งวัน”</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-8d1daf"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2022/08/02-แกะรอย-ยะลาเสมอภาค-05.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>ตัวแทนคณะทำงานสังคมสงเคราะห์ สำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดยะลา ระบุสาเหตุหลักที่ทำให้เด็กเยาวชนหลุดจากระบบการศึกษา ก่อนอธิบายภาพสถานการณ์ช่วงวิกฤตโควิด-19 ว่า แม้แต่ในสังคมเมือง การปิดโรงงานกิจการต่าง ๆ ยาวนานเนื่องจากมีผู้ป่วยทยอยติดเชื้อต่อกันเป็นทอด ซึ่งบางแห่งปิดนานกว่าสองเดือน ทำให้หลายครอบครัวไม่มีรายได้ สุดท้ายจึงตัดสินใจให้ลูกหลานหยุดเรียนทั้งชั่วคราวและถาวร</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-40c841"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2022/08/02-แกะรอย-ยะลาเสมอภาค-03.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>“ที่น่าเป็นห่วงคือเด็กช่วงชั้นรอยต่อ ป.6 หรือ ม.3 พอเจอโควิด เด็กเริ่มออกไปช่วยที่บ้านทำงาน พอมีรายได้ขึ้นมาก็กลัวว่าถ้ากลับไปเรียนต้องเจอภาระเรื่องเงินอีก กลุ่มนี้พอจะตามกลับมาเรียนทีแรกเขาก็ปฏิเสธ อยากทำงานมากกว่า ดังนั้นการช่วยเหลือเด็กเรื่องการศึกษา เราต้องมองประเด็นการช่วยเหลือครอบครัวเขาให้มีรายได้ร่วมด้วย”</p>



<p></p>



<h2 class="wp-block-heading"><strong>‘บัณฑิตอาสา’ เบื้องหลังความสำเร็จของการพาน้องกลับห้องเรียน</strong></h2>



<p>นุสรีน สาระกุล นักวิชาการการศึกษา อบจ. ยะลา และคณะกรรมการ เลขานุการโครงการศูนย์ช่วยเหลือเด็กและเยาวชนในภาวะวิกฤตทางการศึกษาจังหวัดยะลา กล่าวว่า แนวทางการทำงานเชิงพื้นที่ตั้งแต่ปี 62 ทำให้จังหวัดยะลาเกิดการวางระบบที่เชื่อมต่อกันในท้องที่ กระจายอำนาจกำกับดูแลตั้งแต่ระดับอำเภอ ตำบล หมู่บ้าน จนถึงชุมชนขนาดเล็กห่างไกล</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-c8247b"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2022/08/02-แกะรอย-ยะลาเสมอภาค-07.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>“คณะทำงานเราจะลงทุกตำบล ทุกพื้นที่ เพื่อทำความเข้าใจกับผู้นำชุมชน ลงไปบอกถึงความจำเป็นของการทำงานช่วยเหลือเด็กเยาวชนที่ประสบภาวะวิกฤตทางการศึกษา พร้อมสร้างความตื่นตัวให้คนพื้นที่ในวงกว้าง <strong>ข้อดีของเราคือมี ‘บัณฑิตอาสา’ อยู่ในทุกหมู่บ้าน เป็นคนพื้นที่ที่ทุกคนรู้จัก สามารถเข้าถึงข้อมูลทุกครัวเรือน ส่วนหนึ่งเป็นผลที่สืบเนื่องจากงาน ABE ปีแรก ทำให้มีบัญชีรายชื่อเด็กจาก กสศ. ให้ลงสำรวจข้อเท็จจริง ว่าเด็กอยู่ในพื้นที่กี่คน หลุดจากระบบจริงกี่คน บัณฑิตอาสาเหล่านี้เป็นกลไกที่ช่วยให้เราได้ข้อมูลดิบรวดเร็วและแม่นยำ</strong> และหลังลงเยี่ยมทุกเคส เราได้ข้อมูลที่ลึกลงไปอีกว่าปัญหาของแต่ละบ้าน แต่ละคนคืออะไร จากนั้นพอเอาชื่อเด็กเข้าสู่กระบวนการความช่วยเหลือ ก็เป็นบัณฑิตอาสากลุ่มนี้เอง ที่คอยตามติดแต่ละเคสว่ามีปัญหาอุปสรรคเร่งด่วนอะไรที่ต้องจัดการ หรือในระหว่างทางเด็กและครอบครัวมีความเปลี่ยนแปลงอย่างไรบ้าง”</p>



<p>เลขานุการโครงการ ฯ เผยว่า กำลังใจสำคัญที่ทำให้คณะทำงานมีแรงลงพื้นที่อย่างไม่กลัวเหน็ดเหนื่อย คือข้อมูลที่แต่ละคนลงใจลงแรงเพื่อให้ได้มานั้น แสดงผลลัพธ์ให้เห็นแล้วว่า การบากบั่นลงหน้างานไปถามคำถามซ้ำ ๆ หรือทำเรื่องเดิม ๆ ไม่รู้กี่หน ได้ทำให้พบเด็กที่ประสบภาวะวิกฤตจริง ๆ ทั้งยังแน่ใจได้ด้วยว่า น้อง ๆ เหล่านั้นจะได้รับความช่วยเหลือที่ตรงกับความต้องการจริง ๆ</p>



<p>“การทำงานที่มันมีแอคชัน มีความเคลื่อนไหวตามมา ทำให้ในกระบวนการคัดกรองปีถัดมา เรามีเด็กที่เดินเข้ามา อบจ. ด้วยตัวเองทั้งที่ไม่มีชื่อในฐานข้อมูล เพราะเขาอยากเรียนต่อแต่ที่บ้านไม่มีเงินส่ง หรือบางคนก็หลุดจากระบบไปแล้วอยากกลับเข้าเรียนอีกครั้งแต่ไม่รู้จะหันไปทางไหน แล้วเขาเห็นจากเพื่อนพี่น้องคนอื่นว่าโครงการช่วยได้จริง”</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-f2e137"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2022/08/02-แกะรอย-ยะลาเสมอภาค-02.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<h2 class="wp-block-heading"><strong>‘สภาการศึกษาจังหวัด’ สานต่อภารกิจลดความเหลื่อมล้ำอย่างยั่งยืน</strong></h2>



<p>ดร.ระเด่น สะมะแอ รองนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดยะลา กล่าวว่า จากวันที่ยะลา ได้เป็น 1 ใน 20 จังหวัดโครงการ ABE และเริ่มวางรากฐานการทำงานช่วยเหลือเด็กเยาวชนนอกระบบการศึกษา ต่อเนื่องถึงการประคองกลุ่มเสี่ยงหลุดจากภาวะวิกฤตต่าง ๆ ความร่วมมือของ กสศ. ได้ทำให้เกิดเครือข่ายคณะทำงานจังหวัดซึ่งประกอบด้วยคนทุกภาคส่วน จนนำมาสู่ผลสำเร็จที่เป็นรูปธรรมในปีแรก กับ 3 อำเภอต้นแบบ และเพิ่มเติมการทำงานในพื้นที่อำเภอเมือง เมื่อเข้าสู่ปีที่ 2 และด้วยแนวทางที่วางไว้ ทำให้ทางจังหวัดสามารถประคับประคองเด็กกลุ่มเสี่ยงหลุดจากระบบ ด้วยผลกระทบจากสถานการณ์โควิด-19 ได้อีกจำนวนหนึ่ง</p>



<p>ถึงวันนี้จังหวัดยะลามองไปยังย่างก้าวถัดไป ในการสร้างระบบดูแลช่วยเหลือเด็กเยาวชนที่ยั่งยืนยิ่งขึ้น พร้อมขยายพื้นที่ความช่วยเหลือให้ครอบคลุมทุกอำเภอ ผ่านนโยบายการจัดตั้ง ‘สภาการศึกษาจังหวัด’ เพื่อสานต่อภารกิจลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาในระยะยาว ด้วยชุดคณะกรรมการการศึกษาจังหวัดที่เป็นความร่วมมือของเทศบาล อาสาสมัครชุมชน และมีคณะกรรมการจัดหาทุนที่จะระดมกำลังจากชาวยะลาทุกคน</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-ce8b36"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2022/08/02-แกะรอย-ยะลาเสมอภาค-08.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>“ต้อง<strong>ขอบคุณ กสศ. ที่เป็นสารตั้งต้น ทั้งในด้านการวางแนวทางทำงาน และความร่วมมือจากศูนย์ช่วยเหลือเด็กเยาวชนในภาวะวิกฤตทางการศึกษา ซึ่งคอยเติมเต็มให้การทำงานของสภาการศึกษาจังหวัดมั่นคงยิ่งขึ้น ผมเชื่อว่าโอกาสที่เด็ก ๆ ได้รับในครั้งนี้ ไม่เพียงจะสร้างประโยชน์กับแค่ตัวเด็ก ครอบครัว หรือชุมชนของเขา แต่จะเป็นจุดเปลี่ยนของการแก้ไขปัญหาการศึกษาในระดับประเทศ</strong> สำหรับยะลาเมื่อเราตั้งหลักทำงานได้แล้ว การขยายผลจากนี้จะไม่หยุดเพียงแค่ในจังหวัด แต่เราจะนำโมเดลที่เกิดขึ้นนี้ไปประสานทำงานในพื้นที่สามจังหวัดภาคใต้ต่อไป”</p>



<p></p>



<h2 class="wp-block-heading"><strong>สู่การเปลี่ยนแปลงเชิงนโยบาย</strong><br><strong>กระจายอำนาจสู่ท้องถิ่น คือหนทางกระจายความเสมอภาคทางการศึกษา</strong></h2>



<p>ศ.ดร.สมพงษ์ จิตระดับ กรรมการบริหาร กสศ. ที่ปรึกษาโครงการศูนย์ช่วยเหลือเด็กเยาวชนในภาวะวิกฤตทางการศึกษา กล่าวว่า การถอดองค์ความรู้จากการทำงานของจังหวัดยะลา ทำให้เห็นกลไกการช่วยเหลือเด็กทั้งกลุ่มยากจนถาวร กลุ่มเสี่ยงหลุดในภาวะวิกฤต และกลุ่มที่หลุดจากระบบมาแล้ว ว่าสาเหตุต้นตอปัญหาคืออะไร แล้วหากจะช่วยให้เขาไปต่อได้ จะมีวิธีการอย่างไร สามารถสร้างกลไกดูแลเป็นรายคนได้ลึกแค่ไหน เพราะนี่คือกรณีตัวอย่างที่ กสศ. จะนำมาสรุปข้อค้นพบเพื่อนำสู่การเปลี่ยนแปลงเชิงนโยบาย โดยเฉพาะการกระจายอำนาจไปสู่ท้องถิ่น การจัดตั้งสภาการศึกษาจังหวัด รวมถึงการทำงานที่เชื่อมกับอาสาสมัครชุมชนในฐานะผู้ดูแลรายกรณี ที่ไม่ใช่แค่พาเราไปพบตัวเด็ก แต่ยังต้องมีการติดตามดูแลช่วยเหลือเด็กไปตลอดเส้นทางการศึกษา</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-aefa12"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2022/08/02-แกะรอย-ยะลาเสมอภาค-04.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>“ยะลาจะเป็นต้นแบบการกระจายอำนาจเต็มรูปแบบ ในการดูแลเด็กด้อยโอกาส ซึ่งทำให้เห็นว่าหลายข้อแม้เรื่องปัญหาการศึกษาที่เคยติดขัด แต่เมื่อลงไปในระดับท้องถิ่นแล้วเขาทำได้ <strong>เราเห็นตัวอย่างที่จับต้องได้เลยว่าระบบการศึกษาเมื่อดูแลด้วยคนในพื้นที่ เขาสามารถจัดการปัญหาที่ละเอียดอ่อน ซับซ้อน เข้าถึงได้เร็ว เข้าใจทุกมิติและแก้ไขตรงจุด ซึ่งในอนาคตจากนี้ไม่เกินสิบปี ผมเชื่อว่าการจัดการศึกษาเชิงพื้นที่ จะเป็นกลไกสำคัญในการต่อสู้กับปัญหาความเหลื่อมล้ำ และช่วยกระจายความเสมอภาคทางการศึกษาไปยังทุกพื้นที่ของประเทศได้จริง” </strong></p><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/article-abe-190822/">แกะรอย ‘ยะลาเสมอภาค’ ‘บัณฑิตอาสาชุมชน’ เบื้องหลังความสำเร็จของการพาน้องกลับห้องเรียน</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
