<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>ทักษะสมองส่วนหน้า | กสศ.</title>
	<atom:link href="https://www.eef.or.th/tag/%E0%B8%97%E0%B8%B1%E0%B8%81%E0%B8%A9%E0%B8%B0%E0%B8%AA%E0%B8%A1%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B8%AA%E0%B9%88%E0%B8%A7%E0%B8%99%E0%B8%AB%E0%B8%99%E0%B9%89%E0%B8%B2/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.eef.or.th</link>
	<description>กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา</description>
	<lastBuildDate>Wed, 15 Dec 2021 05:49:54 +0000</lastBuildDate>
	<language>th</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.3.10</generator>

<image>
	<url>https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/02/cropped-fav-icon-32x32.png</url>
	<title>ทักษะสมองส่วนหน้า | กสศ.</title>
	<link>https://www.eef.or.th</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>การพัฒนาทักษะสมองส่วนหน้า (EF) ในสภาวะวิกฤต โดย ครูพิม ณัฏฐณี สุขปรีดี นักจิตวิทยาพัฒนาการ</title>
		<link>https://www.eef.or.th/article-executive-functions-151221/?utm_source=rss&#038;utm_medium=rss&#038;utm_campaign=article-executive-functions-151221</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 13 Dec 2021 22:00:00 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[บทความ]]></category>
		<category><![CDATA[EF]]></category>
		<category><![CDATA[ทักษะสมองส่วนหน้า]]></category>
		<category><![CDATA[ณัฏฐณี สุขปรีดี]]></category>
		<category><![CDATA[Executive Functions]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?p=49092</guid>

					<description><![CDATA[<p>ทักษะสมองส่วนหน้า (Executive Functions) หรือที่เรียกกัน [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/article-executive-functions-151221/">การพัฒนาทักษะสมองส่วนหน้า (EF) ในสภาวะวิกฤต โดย ครูพิม ณัฏฐณี สุขปรีดี นักจิตวิทยาพัฒนาการ</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>ทักษะสมองส่วนหน้า (Executive Functions) หรือที่เรียกกันสั้นๆ ว่า EF นั้น เป็นทักษะที่เกี่ยวข้องกับการบริหารจัดการตนเอง ซึ่งเป็นทักษะขั้นสูงของสมอง ที่ต้องได้รับโอกาสและอยู่ในสภาพแวดล้อมที่เหมาะสมสำหรับการฝึกฝนและพัฒนา&nbsp;</p>



<p>ทักษะนี้มีความเกี่ยวข้องกับผู้ปกครองและครูโดยตรง เพราะเป็นผู้ที่เป็นสิ่งแวดล้อมที่ใกล้ชิดที่สุดของเด็ก อีกทั้งยังมีบทบาทสำคัญในการสร้างสรรค์สภาพแวดล้อมให้เหมาะสมกับพวกเขาอีกด้วย ดังนั้นการทำความเข้าใจและรู้จริงเกี่ยวกับการพัฒนาทักษะเหล่านี้ในเด็ก&nbsp; จึงเป็นสิ่งที่จำเป็นอย่างยิ่งสำหรับคุณครูทุกท่านค่ะ&nbsp;</p>



<p>ก่อนที่เราจะพูดถึงวิธีการส่งเสริมทักษะเหล่านี้ในรั้วโรงเรียน รวมถึงในสภาวะวิกฤตที่เด็กๆ อาจจะยังคงต้องเรียนออนไลน์กันอยู่นี้ เรามาพูดถึงรายละเอียดของทักษะ EF นี้กันก่อนนะคะว่าประกอบด้วยทักษะใดบ้าง และทำไมการพัฒนาทักษะเหล่านี้จึงสำคัญ&nbsp;</p>



<p>ทักษะสมองส่วนหน้า (EF)&nbsp; แบ่งออกเป็นทั้งหมด 9 ด้านด้วยกัน ได้แก่</p>



<ol><li><strong><span style="text-decoration: underline;">Working Memory (ความจำเพื่อใช้งาน)</span> </strong>เป็นทักษะหรือความสามารถในการจดจำและดึงข้อมูลออกมาใช้ได้ในสถานการณ์ที่ต้องการ</li><li><strong><span style="text-decoration: underline;">Inhibitory Control (ยั้งคิด ไตร่ตรอง)</span> </strong>เป็นทักษะหรือความสามารถในการหยุดหรือยับยั้งตนเองทั้งในแง่ของความคิดและการแสดงออก</li><li><strong><span style="text-decoration: underline;">Shifting หรือ Cognitive Flexibility (ยืดหยุ่นความคิด)</span></strong> เป็นทักษะพื้นฐานในการแก้ปัญหา คือการรู้จักปรับเปลี่ยนความคิด ไม่ยึดติด รู้จักพลิกแพลง</li><li><strong><span style="text-decoration: underline;">Focus หรือ Attention (จดจ่อ ใส่ใจ)</span></strong> เป็นทักษะในการใส่ใจ จดจ่อ มีสมาธิอยู่กับกิจกรรมหรืองานที่ทำอยู่หรือได้รับมอบหมายได้ตั้งแต่ต้นจนสำเร็จลุล่วง</li><li><strong><span style="text-decoration: underline;">Emotional Control (ควบคุมอารมณ์)</span></strong> เป็นทักษะในการรู้จักอารมณ์ตนเอง และสามารถควบคุมให้แสดงออกในระดับที่เหมาะสมได้</li><li><strong><span style="text-decoration: underline;">Self – Monitoring (ติดตาม ประเมินตนเอง)</span></strong> เป็นทักษะในการเข้าใจและเรียนรู้ตนเองตามความเป็นจริง สามารถใช้การประเมินนี้ในการพัฒนาและปรับปรุงตนเองได้</li><li><strong><span style="text-decoration: underline;">Initiating (ริเริ่มและลงมือทำ)</span></strong> เป็นทักษะในการริเริ่มปฏิบัติ ลงมือทำในสิ่งที่คิดหรือวางแผนไว้ ไม่เลื่อน ไม่ผัดผ่อน</li><li><strong><span style="text-decoration: underline;">Planning and Organizing (วางแผน จัดระบบ ดำเนินการ)</span></strong> เป็นทักษะในการคิดอย่างเป็นขั้นตอน รู้จักวางแผน รู้จักการเรียงลำดับความสำคัญ ความยากง่าย ทำงานเป็นระบบได้</li><li><strong><span style="text-decoration: underline;">Goal – Directed Persistence (มุ่งเป้าหมาย)</span></strong> เป็นทักษะที่สำคัญ เพราะเป็นการรวบรวมเอาทุกทักษะมาทำให้เกิดเป็นผลงานหรือความสำเร็จตามที่ตั้งเป้าหมายเอาไว้ โดยไม่ย่อท้อต่ออุปสรรคหรือปัญหา</li></ol>



<p>ในแต่ละด้านต่างก็สนับสนุนการพัฒนาและเติบโตของอีกด้าน จึงจำเป็นที่จะต้องฝึกฝนควบคู่กันไป และทักษะเหล่านี้ หากว่าเราพัฒนาได้อย่างเต็มศักยภาพแล้วละก็ จะทำให้เด็กๆ ของเรามีพัฒนาการทางด้านเชาวน์ปัญญาหรือทักษะในการเรียนรู้ในรั้วโรงเรียนได้ดีขึ้นอีกด้วยค่ะ&nbsp;</p>



<p>การพัฒนาทักษะเหล่านี้จึงเป็นสิ่งที่ควรถูกบรรจุอยู่ในหลักสูตรด้วย เพราะถือเป็นการเรียนรู้ที่สร้างความยั่งยืนทางการศึกษาอย่างแท้จริงนั่นเองค่ะ</p>



<p>อย่างไรก็ตาม ในสภาวะวิกฤตเนื่องจากโรคระบาดและสภาวะของสังคมในขณะนี้ ทำให้การพัฒนาทักษะเหล่านี้ของเด็กๆ อาจหยุดชะงักหรือบกพร่องลงไป เนื่องจากทักษะ EF มีความเกี่ยวข้องโดยตรงกับสภาพแวดล้อมและประสบการณ์ ซึ่งทักษะที่ได้รับผลกระทบอย่างเห็นได้ชัดและพบได้บ่อยมีดังนี้</p>



<ul><li><strong>การจดจ่อใส่ใจ </strong>เนื่องจากสภาพแวดล้อมที่ซ้ำๆ เดิมๆ อาจจะทำให้เกิดความอึดอัด รวมถึงพลังงานของเด็กๆ ที่มีมากอยู่แล้วเป็นทุนเดิม เมื่อถูกจำกัดด้วยพื้นที่และรูปแบบของกิจกรรม รวมไปถึงการเรียนการสอน ก็จะทำให้เกิดปัญหาทักษะด้านนี้บกพร่องได้&nbsp;</li><li><strong>ด้านความคิดยืดหยุ่น</strong> เนื่องจากการอยู่ในกรอบหรือพื้นที่เดิมๆ เป็นระยะเวลานานๆ ทำให้ขาดประสบการณ์ใหม่ๆ ไม่มีโอกาสได้ใช้ความคิดที่หลากหลายหรือสร้างสรรค์</li><li><strong>ด้านการควบคุมอารมณ์ </strong>ปัญหานี้ก็เป็นผลสืบเนื่องมาจากสภาพแวดล้อมในสภาวะนี้เช่นกัน ที่ทำให้เด็กๆ เกิดความรู้สึกเบื่อหน่าย อึดอัด คับข้องใจ และขาดทักษะสังคมจากการไม่ได้มีปฏิสัมพันธ์กับผู้อื่น ซึ่งอาจส่งผลกระทบโดยตรงต่อการเปลี่ยนแปลงทางอารมณ์ของเด็กๆ ค่ะ</li></ul>



<p></p>



<p><strong>คุณครูจะช่วยเด็กๆ พัฒนาทักษะเหล่านี้ได้อย่างไรบ้าง</strong></p>



<p><strong>1) ปรับเปลี่ยนจากการสอนแบบสื่อสารทางเดียวให้เป็นการสื่อสารสองทางมากขึ้น</strong><br>เนื่องจากมีความเป็นไปได้สูงว่าเด็กๆ ในสภาวการณ์นี้จะขาดทักษะทางด้านการจดจ่อใส่ใจหรือการโฟกัสลงไปกว่าเดิมมาก การสื่อสารหรือการเรียนการสอนในรูปแบบที่มุ่งเน้นให้เด็กๆ สนใจหรือฟังด้วยตนเองตั้งแต่ต้นจนจบนั้นจึงเป็นไปได้ยากหรือแทบจะเป็นไปไม่ได้เลยในเด็กเล็ก ดังนั้นวิธีการหนึ่งที่จะช่วยให้เด็กๆ สามารถพัฒนาทักษะในการใส่ใจจดจ่อต่อไปได้ก็คือ การพยายามทำให้เด็กรู้สึกถึงการมีตัวตน หรือมีสติรู้คิดอยู่เป็นระยะๆ ด้วยการเรียกชื่อ ถามคำถาม หรือสร้างกิจกรรมให้เกิดการเคลื่อนไหวหรือการแสดงออกเป็นช่วงๆ ในระหว่างการเรียนการสอนค่ะ</p>



<p><strong>2) แจ้งตารางเรียนหรือตารางกิจกรรมที่ชัดเจนให้ผู้เรียนทราบล่วงหน้าก่อนเสมอ</strong><br>การทราบตารางกิจวัตรที่ชัดเจนล่วงหน้าเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่งสำหรับเด็กๆ ในการฝึกฝนทักษะด้านการวางแผนจัดการ และทำให้เด็กๆ รู้จักการคิดที่เป็นระบบ โดยในช่วงสถานการณ์นี้การมีตารางที่แน่นอนและชัดเจนในรายละเอียดเป็นสิ่งสำคัญอย่างมาก โดยหากไม่จำเป็นก็ไม่ควรมีการปรับเปลี่ยนที่บ่อยหรือกะทันหันจนเกินไป นอกจากนี้ การจัดช่วงเวลาเป็นช่วงๆ หรือมีความสม่ำเสมอในแต่ละช่วงก็เป็นอีกหนึ่งวิธีการที่ดีเช่นกัน เช่น เรียนครั้งละ 50 นาที พัก 10 นาที และมีรูปแบบชัดเจนในแต่ละคาบเรียน เริ่มด้วยกิจกรรมแบบที่ 1 ก่อน แล้วจึงตามด้วยกิจกรรมแบบที่ 2 หรือมีรูปแบบที่ผู้เรียนสามารถพอจะคาดเดาได้ อย่างนี้เป็นต้นค่ะ ทั้งนี้หมายถึงลำดับก่อนหลังของกิจกรรมเท่านั้น แต่ความสร้างสรรค์และรูปแบบของกิจกรรม จะเป็นอีกส่วนหนึ่งที่ช่วยพัฒนาทักษะด้านความคิดยืดหยุ่นค่ะ</p>



<p><strong>3) นำเสนอรูปแบบการเรียนการสอนรวมถึงการแสดงคำตอบที่หลากหลาย</strong><br>ความแตกต่างหลากหลาย นอกจากจะเอื้อต่อการเรียนรู้ที่แตกต่างกันของเด็กแต่ละคนแล้วนั้น ยังเป็นการสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการพัฒนาทักษะด้านความคิดยืดหยุ่นของเด็กๆ อีกด้วยนะคะ โดยคุณครูทุกท่านอาจจะใช้การเลือกสื่อที่หลากหลาย การปรับกิจกรรมให้แตกต่างกันไปในแต่ละครั้ง แม้จะเป็นหัวข้อการเรียนรู้เดิม นอกจากนี้ยังรวมไปถึงวิธีการส่งงานหรือส่งการบ้านของเด็กๆ ที่อาจจะมีให้เลือกมากกว่า 1 วิธีการก็ได้เช่นกันค่ะ&nbsp;</p>



<p><strong>4) ไม่ลืมที่จะสร้างความสนุก</strong><br>แม้การเรียนรู้จะดูเป็นเรื่องทางวิชาการ แต่ความสนุกก็ยังคงเป็นหัวใจสำคัญของการพัฒนาทักษะทุกด้าน โดยเฉพาะทักษะด้านการบริหารจัดการอารมณ์ของตนเอง เพราะในสถานการณ์โควิดหรือช่วงวิกฤตต่างๆ นั้น สิ่งที่ได้รับผลกระทบก่อนเป็นอันดับแรกก็คือเรื่องของอารมณ์และสภาพจิตใจ เมื่อสภาพจิตใจไม่พร้อม การเรียนรู้ที่มีประสิทธิภาพก็ไม่สามารถเกิดขึ้นได้ นอกจากนี้ความสนุกยังส่งผลกระทบต่อสภาพแวดล้อมและบรรยากาศโดยรวมของทั้งผู้เรียนและผู้สอนอีกด้วย หากครูผู้สอนสามารถบริหารจัดการอารมณ์ของตนเองได้ ก็จะทำให้เด็กๆ เกิดการเรียนรู้และพัฒนาตนเองไปในทิศทางเดียวกัน ซึ่งย่อมส่งผลดีต่อทุกคนในอนาคตอย่างแน่นอนค่ะ</p>



<p>สภาวะวิกฤตอันเกิดจากโรคระบาดนี้ เป็นสถานการณ์ที่เราทุกคนต่างได้รับผลกระทบอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ แต่อย่างไรก็ตาม การเรียนรู้และการพัฒนาทักษะของผู้เรียนทุกคนก็ยังคงต้องดำเนินต่อไป แม้จะมีการปรับเปลี่ยนรูปแบบ เป้าหมาย และวิธีการไปบ้าง แต่ความเป็นครู อย่างไรเสียก็คือการช่วยส่งเสริมและพัฒนาเด็กๆ ในปกครองของตนเองอย่างดีที่สุด แม้ในวันนี้อุปสรรคทางการส่งเสริมทักษะทางวิชาการและเชาวน์ปัญญาอาจจะมากสักนิด แต่เราก็สามารถใช้วิกฤตในครั้งนี้เป็นโอกาสในการพัฒนาทักษะอื่นๆ ที่สำคัญไม่แพ้กันให้กับเด็กๆ ได้ค่ะ</p><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/article-executive-functions-151221/">การพัฒนาทักษะสมองส่วนหน้า (EF) ในสภาวะวิกฤต โดย ครูพิม ณัฏฐณี สุขปรีดี นักจิตวิทยาพัฒนาการ</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
