<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>ดร.ไกรยส ภัทราวาท | กสศ.</title>
	<atom:link href="https://www.eef.or.th/tag/%E0%B8%94%E0%B8%A3-%E0%B9%84%E0%B8%81%E0%B8%A3%E0%B8%A2%E0%B8%AA-%E0%B8%A0%E0%B8%B1%E0%B8%97%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B8%A7%E0%B8%B2%E0%B8%97/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.eef.or.th</link>
	<description>กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา</description>
	<lastBuildDate>Thu, 09 Apr 2026 08:55:56 +0000</lastBuildDate>
	<language>th</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.3.8</generator>

<image>
	<url>https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/02/cropped-fav-icon-32x32.png</url>
	<title>ดร.ไกรยส ภัทราวาท | กสศ.</title>
	<link>https://www.eef.or.th</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>“เด็กทุกคนมีแสงในตัวเอง” Thailand Zero Dropout Plus จากไทยถึงเวทียูเนสโก</title>
		<link>https://www.eef.or.th/article-090426/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 09 Apr 2026 08:55:55 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[บทความ]]></category>
		<category><![CDATA[Movement]]></category>
		<category><![CDATA[unesco]]></category>
		<category><![CDATA[ดร.ไกรยส ภัทราวาท]]></category>
		<category><![CDATA[Thailand Zero Dropout PLUS]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?p=101263</guid>

					<description><![CDATA[<p>ในวันที่โลกอยู่ในภาวะสงคราม เพิ่งผ่านพ้นโรคระบาดใหญ่ แล [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/article-090426/">“เด็กทุกคนมีแสงในตัวเอง” Thailand Zero Dropout Plus จากไทยถึงเวทียูเนสโก</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>ในวันที่โลกอยู่ในภาวะสงคราม เพิ่งผ่านพ้นโรคระบาดใหญ่ และมีภัยพิบัติเกิดขึ้นสม่ำเสมอ เรามีเด็กและเยาวชนกว่า 273 ล้านคนทั่วโลกที่หลุดจากระบบการศึกษา</p>



<p>เมื่อราวปลายเดือนมีนาคมที่ผ่านมา <a href="https://www.eef.or.th/news-270326/" target="_blank" rel="noopener" title="">ยูเนสโกเปิดเวที</a>ถกปัญหาเด็กและเยาวชนนอกระบบการศึกษาทั่วโลก ที่สำนักงานใหญ่ในกรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส ในเวทีแห่งนี้ ประเทศไทยมีโอกาสนำเสนอโมเดล ‘Thailand Zero Dropout Plus’ ในงานเปิดตัวรายงาน <a href="https://unesdoc.unesco.org/ark:/48223/pf0000397618.locale=en" target="_blank" rel="noopener" title="">GEM Report 2026: Countdown to 2030 &#8211; Access and Equity</a> โดย <strong>ดร.ไกรยส ภัทราวาท</strong> ผู้จัดการกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) ในฐานะตัวแทนประเทศไทยและภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก (APAC)</p>



<p>ท่ามกลางผู้ฟังที่เป็นผู้กำหนดนโยบายเรื่องการศึกษาจากหลายประเทศทั่วโลก ไกรยสนำเสนอแนวทางแก้ปัญหาจากข้อมูลจริงสู่การเรียนรู้ที่ยืดหยุ่น ผ่านโมเดล Thailand Zero Dropout Plus โดยได้รับความสนใจในระดับนานาชาติ</p>



<p>บทสัมภาษณ์นี้คือการเล่าถึงบรรยากาศและเนื้อหาที่นำเสนอในงานวันนั้น รวมถึงเจาะลึกภาพรวมการศึกษาไทย การแก้ไขปัญหาด้วยการศึกษายืดหยุ่น ทิศทางของ Thailand Zero Dropout และความฝันเรื่องการเรียนรู้ของมนุษยชาติ</p>



<p></p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>งานประชุมยูเนสโกที่จัดขึ้นที่ฝรั่งเศสในปีนี้ วาระสำคัญของงานคือประเด็นอะไร</strong></h3>



<p>วาระของงานนี้สืบเนื่องจาก ‘เป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน’ (Sustainable Development Goals: SDGs) ซึ่งมีช่วงเวลาตั้งแต่ปี 2016-2030 กล่าวคือทุกประเทศทั่วโลกลงนามปฏิญญากันว่าภายในปี 2030 เราจะต้องบรรลุเป้าหมายทั้ง 17 ด้านในการทำให้โลกได้รับการพัฒนาที่ยั่งยืน และตอนนี้เรากำลังเข้าสู่ช่วง 5 ปีสุดท้าย ถือเป็นช่วงโค้งสุดท้ายที่โลกจะทำตามปฏิญญาที่ตั้งกันไว้ให้สำเร็จ</p>



<p>หนึ่งในเป้าหมาย 17 ด้านนั้นคือเรื่องของการศึกษาที่มีคุณภาพอย่างครอบคลุมและเท่าเทียม และสนับสนุนโอกาสในการเรียนรู้ตลอดชีวิต (SDG 4) ซึ่งมีรากฐานมายาวนาน สืบย้อนไปได้ตั้งแต่ ‘ปฏิญญาจอมเทียน’ ในปี 1990 ที่จัดขึ้นที่ประเทศไทย ซึ่งถือเป็นจุดกำเนิดของคำว่า ‘Education for All’ หรือ ‘การศึกษาเพื่อปวงชน’ โดยมีเจตนารมณ์ว่า เด็กและเยาวชนทุกคน ไม่ว่าจะเกิดมายากดีมีจนหรือมีอุปสรรคใดๆ ในชีวิต พึงได้รับโอกาสทางการศึกษาอย่างเสมอภาคโดยทั่วกัน </p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-full"><img decoding="async" fetchpriority="high" width="855" height="569" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/04/1.jpg" alt="" class="wp-image-101264" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/04/1.jpg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/04/1-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/04/1-768x511.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/04/1-750x500.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/04/1-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /><figcaption class="wp-element-caption">สเตฟาเนีย จานนินี ผู้ช่วยผู้อำนวยการใหญ่ด้านการศึกษา ยูเนสโก</figcaption></figure></div>


<p></p>



<p>ตอนนั้นเราตั้งเป้าหมายในเรื่องการศึกษาเสมอภาค 6 ปีสำหรับเด็กทุกคนในโลก และต่อมาก็ยังเป็นเป้าหมายใน ‘เป้าหมายการพัฒนาสหัสวรรษ’ (Millennium Development Goals: MDGs) ในการประชุมสุดยอดสหัสวรรษของสหประชาชาติ ปี 2000 ด้วย และยังวางเป้าหมายต่อมาใน SDGs </p>



<p>ในปี 2026 นี้เราก็ยังไม่สามารถบรรลุเป้าหมายนั้นได้ แต่ในินีน SDGs ก็มีการตั้งเป้าหมายเพิ่มจำนวนปีของการศึกษาเป็น 9 ปี หรือ 12 ปี แล้วแต่ประเทศ ซึ่งก็เป็นการแสดงออกถึงความกล้าหาญที่จะท้าทายตัวเอง</p>



<p>ตอนนี้มีปัจจัยหลายอย่างที่ทำให้เราไม่บรรลุเป้าหมายเรื่องการศึกษา เช่น เกิดการระบาดของโควิดเมื่อปลายปี 2019 ทำให้เด็กหลุดออกนอกระบบการศึกษามากกว่า 270 ล้านคนทั่วโลก พอตอนนี้เกิดภาวะสงครามและการถดถอยทางเศรษฐกิจ เรื่องการศึกษาก็อาจไม่ได้รับการสนับสนุนอย่างที่ควรจะเป็น ทำให้โอกาสในการบรรลุเป้าหมายในอีก 5 ปีก็ค่อนข้างจะริบหรี่</p>



<p>ที่ประชุมเลยคุยกันว่าถึงเวลาแล้วที่ต้องลงมือทำเรื่องนี้อย่างที่ควรจะเป็น ทำอย่างไรให้ผู้นําโลกเห็นความสำคัญกับเรื่องนี้เสียที เขาก็เลยเอาประเด็นเรื่อง access (การเข้าถึง) และ equity (ความเสมอภาค) เป็นธีมสำคัญของการประชุมครั้งนี้</p>



<p></p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>บรรยากาศในงานการประชุมเป็นอย่างไรบ้าง&nbsp;</strong></h3>



<p>การประชุมครั้งนี้ใช้สำนักงานใหญ่ยูเนสโกที่ปารีสเป็นจุดรวม มีผู้นำระดับสูงของยูเนสโกและรัฐมนตรีกระทรวงศึกษาธิการกว่า 20 ประเทศทั่วโลกมาประชุมร่วมกัน ซึ่งสำหรับประเทศไทยเขาเชิญ&nbsp;กสศ.&nbsp;ไปในเวทีนี้ด้วย&nbsp;</p>



<p>ตอนเริ่มประชุมกัน ผู้นำยูเนสโกเขาเท้าความว่าบริเวณรอบสำนักงานยูเนสโกมีแต่สำนักงานที่เกี่ยวกับสงครามมาเป็นร้อยปีแล้ว แล้วเขาก็พูดว่าในห้วงเวลาเดียวกันนี้ ฝั่งตรงข้ามของสำนักงานใหญ่องค์การยูเนสโกมีการประชุมของเครือข่ายความมั่นคงที่กำลังพูดถึงสงครามในอิหร่าน แต่ในห้องประชุมนี้เรากำลังพูดถึงเรื่องการศึกษา ซึ่งเป็นสิ่งที่ประธานาธิบดีเนลสัน แมนเดลา เคยบอกเอาไว้ว่า “การศึกษาเป็นอาวุธที่ทรงพลังที่สุด ที่เราจะนำมาใช้ในการเปลี่ยนแปลงโลก” </p>



<p>จากรากวิธีคิดทั้งหมดนี้ทำให้เราเห็นว่าเรื่องการศึกษามีความลึกซึ้ง การศึกษาเป็นกระดุมเม็ดแรกที่จะนําไปสู่หลายสิ่งหลายอย่าง ผู้นําเรื่องการศึกษาโลกเขาไม่ได้มองการศึกษาเพื่อวุฒิปริญญาหรือเพื่อคะแนนสอบมาตรฐาน แต่เขามองการศึกษาเป็นหนทางสู่สันติภาพและการพัฒนาที่ยั่งยืนของโลก </p>



<p></p>



<h2 class="wp-block-heading"><strong>กสศ. ในฐานะตัวแทนประเทศไทยขึ้นไปนำเสนอเรื่องอะไรบ้าง&nbsp;</strong></h2>



<p>เขาเริ่มต้นเวทีด้วยเรื่องการป้องกันไม่ให้เด็กหลุดจากระบบการศึกษา คุยเรื่องนวัตกรรมในการจัดการศึกษาในโรงเรียนและในระบบการศึกษา มีรัฐมนตรีจากหลายประเทศมาพูดเรื่องนี้ในชุดแรก ส่วน กสศ. ได้รับเชิญไปพูดในชุดที่สอง เรื่องนวัตกรรมและความก้าวหน้าของนโยบายการศึกษาเพื่อเด็กและเยาวชนที่อยู่นอกระบบการศึกษา&nbsp;ซึ่งเราเป็นตัวแทนเพียงประเทศเดียวในเอเชียแปซิฟิก&nbsp;&nbsp;</p>



<p>ผมได้รับเกียรติจากทางยูเนสโกไปแชร์เรื่อง ‘จากข้อมูลจริงสู่การเรียนรู้ที่ยืดหยุ่น ผ่านโมเดล Thailand Zero Dropout Plus’ เพื่อสะท้อนว่าเราให้ความสำคัญกับเด็กและเยาวชนนอกระบบการศึกษา เราใช้ข้อมูลในการค้นหาเด็กเหล่านี้ให้เจอ แล้วเอาข้อมูลนี้ไปปลดล็อกและสร้างโอกาสให้เด็ก เราใช้การกระจายอำนาจให้คนในพื้นที่ช่วยค้นหา และบูรณาการทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น ด้านสุขภาพ ด้านการพัฒนาคน ให้มีส่วนร่วมในการพัฒนาเด็กด้วย</p>



<figure class="wp-block-image size-full"><img decoding="async" width="855" height="569" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/04/5-1.jpg" alt="" class="wp-image-101266" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/04/5-1.jpg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/04/5-1-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/04/5-1-768x511.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/04/5-1-750x500.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/04/5-1-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /></figure>



<figure class="wp-block-image size-full"><img decoding="async" width="855" height="569" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/04/2-1.jpg" alt="" class="wp-image-101267" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/04/2-1.jpg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/04/2-1-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/04/2-1-768x511.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/04/2-1-750x500.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/04/2-1-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /></figure>



<p></p>



<p>เราเริ่มต้นด้วยตัวเลขเด็กนอกระบบการศึกษากว่าล้านคน ซึ่งทำให้คนเซอร์ไพรซ์ว่าทำไมมากขนาดนี้ แต่เมื่อทำงานกันไปแล้ว เราเห็นว่าตัวเลขนี้ทำให้เห็น ‘เรื่องราว’ และ ‘โอกาส’ ในการร่วมมือกันของหลายหน่วยงาน ทุกวันนี้แทบทุกหน่วยงานมีนโยบาย Zero Dropout ของตัวเอง และมีเอกชนเข้ามามีส่วนร่วมแล้ว ทำให้เห็นว่าจากนโยบายของรัฐบาลสามารถนําไปสู่นวัตกรรมที่ต่อยอดได้ </p>



<p></p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>ผลตอบรับในที่ประชุมเป็นอย่างไรบ้าง</strong></h3>



<p>เราได้รับคําชื่นชมจากทางยูเนสโก เขาบอกว่าจะเอาเรื่องราวและความก้าวหน้าของไทยไปเผยแพร่ ซึ่งภายในหนึ่งวันหลังจากนั้นเขาก็เผยแพร่เรื่องนี้ในหน้าเว็บไซต์ของยูเนสโก และเชิญชวนให้หน่วยงานในหลายประเทศมาดูตัวอย่างจากประเทศไทย</p>



<p>เป็นเรื่องน่าดีใจสำหรับประเทศไทยที่ตอนนี้นโยบาย Thailand Zero Dropout Plus ได้รับการยอมรับทั้งในประเทศและระดับนานาชาติ เราก็หวังว่าคนจะยังนึกถึงประเทศไทยถ้าพูดถึงความเสมอภาคทางการศึกษา นึกถึงปฏิญญาจอมเทียน นึกถึงมติ ครม. ปี 2548 ที่เราให้โอกาสทางการศึกษาโดยไม่เกี่ยงสัญชาติและเชื้อชาติแก่เด็กและเยาวชนทุกคนในประเทศไทย รวมไปถึงการจัดตั้ง กสศ. ขึ้นเพื่อแก้ไขปัญหาความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาอย่างยั่งยืน และหวังว่าคนจะนึกถึง Thailand Zero Dropout Plus ในตอนนี้ด้วย</p>



<p></p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>คำว่า Plus ที่เพิ่มมาข้างหลัง มีการขยายจากเดิมอย่างไรบ้าง&nbsp;</strong></h3>



<p>พอเราทำ&nbsp;Thailand Zero Dropout ไปสักหนึ่งปี เราเริ่มรู้แล้วว่าสาเหตุส่วนใหญ่ที่เด็กออกจากระบบการศึกษานั้นป้องกันได้ ดังนั้นเราจึงไม่ควรรอให้เด็กออกไปแล้วค่อยตามกลับมา&nbsp;</p>



<p>เรามีข้อมูลว่าเด็ก 2 ใน 3 คนไม่อยากกลับมาเรียน เรื่องนี้ผมก็แลกเปลี่ยนในเวทียูเนสโกด้วยว่าเด็กส่วนใหญ่ที่ออกไปแล้วไม่ค่อยอยากกลับมา ซึ่งในการแก้ปัญหานี้ยากมาก ใช้เงินเยอะ ใช้พลังคนเยอะ ต้องไปคุยกับเด็กหลายรอบ เพราะฉะนั้นการแก้ปัญหาที่ดีที่สุดคืออย่าให้เขาหลุดออกมาตั้งแต่แรก&nbsp;</p>



<p>แล้วพอเราเกิดวิกฤตน้ำท่วมปีที่แล้ว ทั้งสงขลา อยุธยา และอีกหลายจังหวัด เราก็คิดว่าการแก้ปัญหา&nbsp;Thailand Zero Dropout จะทำเฉพาะกับเด็กที่ออกจากระบบอย่างเดียวไม่ได้ แต่ต้องทำคู่ขนานกันไป ถ้าจะให้ ‘ซีโร่’ ก็ต้องป้องกันตั้งแต่แรก นี่จึงเป็นสิ่งที่เราเสนอต่อคณะกรรมการ Thailand Zero Dropout</p>



<p>ดังนั้น Plus ในที่นี้คือการป้องกันเด็กหลุดจากระบบได้ด้วย เราทำงานกับเด็กที่เสี่ยงหลุดเพื่อป้องกันไม่ให้เขาหลุดได้ และสามารถทำงานกับเด็กที่อยู่ในภาวะวิกฤตสงคราม วิกฤตน้ำท่วม หรือภัยต่างๆ ได้ ดังนั้นจึงทำให้เกิดนโยบาย Thailand Zero Dropout Plus ที่รัฐบาลขยายความครอบคลุมไปถึงตรงนี้</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-full"><img decoding="async" loading="lazy" width="855" height="569" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/04/3.jpg" alt="" class="wp-image-101268" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/04/3.jpg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/04/3-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/04/3-768x511.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/04/3-750x500.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/04/3-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /><figcaption class="wp-element-caption">ดร.ไกรยส ภัทราวาท ผู้จัดการ กสศ.</figcaption></figure></div>

<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-full"><img decoding="async" loading="lazy" width="855" height="569" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/04/4-1.jpg" alt="" class="wp-image-101269" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/04/4-1.jpg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/04/4-1-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/04/4-1-768x511.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/04/4-1-750x500.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/04/4-1-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /></figure></div>


<p></p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>จากข้อมูลที่ว่าเด็ก 2 ใน 3 คนไม่อยากกลับไปเรียน สาเหตุอะไรที่ทำให้เด็กไม่อยากกลับไปเรียน แล้วการศึกษายืดหยุ่นจะเข้ามาแก้ปัญหานี้อย่างไร</strong></h3>



<p>โจทย์ไม่ได้อยู่ที่ตัวเด็กว่าเขาไม่อยากเรียน ผมเจอหลายคนบอกว่าเด็กขี้เกียจหรือเปล่า เด็กเกเรหรือเปล่า แต่ผมอยากตอบอย่างนี้ว่า เด็กทุกคนมีแสงในตัวเองนะ เราต้องหาให้เจอ บางทีด้วยรูปแบบการศึกษาที่มีลู่เดียว ต้องมุ่งสู่มหาวิทยาลัย เรียนวิชาการเยอะ หรือเรียนในเนื้อหาที่เด็กไม่รู้ว่าจะเอาไปทำอะไร ก็ทำให้เขาไม่อยากกลับไปสู่เส้นทางแบบเดิม เพราะฉะนั้นการศึกษายืดหยุ่นจึงเป็นมาตรการที่เราเตรียมไว้</p>



<p>เราคุยกับทางยูเนสโกแล้วด้วยว่าใน GEM Report ปีหน้า เราจะเสนอเรื่องการศึกษายืดหยุ่นนะ นี่เป็นเส้นทางที่เราตั้งใจจะเดินอยู่แล้ว ว่าการจะทำให้เด็กกลับเข้าสู่เส้นทางการศึกษามันต้องยืดหยุ่นกว่าเดิม ต้องตอบโจทย์ชีวิตเขามากขึ้น และต้องมีความต่อเนื่องให้เขาได้รับการสนับสนุนจากรอบด้าน ถ้าทำได้เราเชื่อว่าเด็กจะเปลี่ยนใจ จริงๆ แล้วลึกๆ เด็กเขาก็อยากเรียนรู้ อยากพัฒนาตัวเอง อยากเป็นคนสำคัญ อยากเป็นคนที่ได้รับการยอมรับจากคนรอบข้างและสังคมเช่นกัน </p>



<p></p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>โจทย์เรื่องหลุดจากระบบการศึกษาตอนนี้ไม่ใช่แค่เรื่องความยากจน?</strong></h3>



<p>โจทย์ไม่ใช่แค่เรื่องความยากจน&nbsp;เราต้องมองรอบตัวเด็กเพื่อติดกระดุมเม็ดแรก หาให้เจอว่าเด็กมีปมอะไร โจทย์อะไรที่ทำให้เขาตัดสินใจออกจากระบบการศึกษา เด็กต้องใช้ใครและใช้วิธีการอย่างไรในการปลดล็อกเรื่องนั้นให้ได้ ถ้าใจเขาอยากจะกลับมาเรียน เรื่องความยากจนเรามีงบประมาณให้ สามารถไปจัดการตรงนั้นต่อได้&nbsp;</p>



<p>เรื่องครอบครัวก็เป็นอีกประเด็นหนึ่ง ถ้าเขาไม่ได้อยู่กับพ่อแม่&nbsp;หรือไม่ได้อยู่กับคนที่แคร์เขาจริงๆ&nbsp;เราจะทำอย่างไรให้เขามีสิ่งแวดล้อมที่ดีได้ ครูจะเข้ามาช่วยจัดการระบบนิเวศรอบตัวเด็กอย่างไรได้บ้าง เราจะทำอย่างไรให้เขากลับบ้านแล้วไม่ซึมเศร้า ทำอย่างไรให้เขากระหายการเรียนรู้ และก้าวเดินไปข้างหน้าได้</p>



<p>เพราะฉะนั้นเรื่องนี้มีวงรอบในการแก้ไขปัญหาไปทีละปม ทีละเรื่อง โดยเอาเด็กเป็นตัวตั้ง เราจึงต้องมีผู้จัดการรายกรณี (case manager) มีการวางแผนการดูแลช่วยเหลือเด็ก (individual care plan) และการเชื่อมโยงข้อมูลจากหลายหน่วยงาน เพื่อให้ทรัพยากรจากทุกหน่วยงานมาจัดการตรงนี้ให้ได้</p>



<p></p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>การดำเนินงาน Thailand Zero Dropout ตอนนี้ดำเนินไปได้กี่เปอร์เซ็นต์แล้วถ้าเทียบกับเป้าหมายที่ตั้งไว้</strong></h3>



<p>ตอนนี้ตัวเลขเด็กนอกระบบการศึกษาที่กลับเข้ามามีประมาณ 300,000 คน คิดเป็นประมาณ 20-30% ของเด็กที่หลุดจากระบบ ซึ่งก็ถือว่ามีความก้าวหน้าพอสมควร แต่ตอนนี้เรามีเด็กที่ทั้งไหลเข้าและไหลออก เราเอาเด็กกลับเข้ามาในล็อตที่แล้วได้ก็จริง แต่ก็มีเด็กล็อตใหม่ที่ออกไปด้วย อย่างช่วงปิดเทอมนี้ก็จะมีเด็กล็อตใหม่ออกจากระบบการศึกษาอีก เพราะฉะนั้นเราต้องดึงเด็กเข้าและป้องกันไม่ให้เด็กออกคู่ขนานกันไป&nbsp;</p>



<p>อีกเรื่องที่สำคัญคือการปลดล็อกการศึกษายืดหยุ่น เรามีไทม์ไลน์ในการเอาเรื่องเข้าคณะรัฐมนตรีหลายเรื่องเลย ไม่ว่าจะเป็นเรื่องธนาคารหน่วยกิต (credit bank) เรื่องการสนับสนุนงบประมาณให้ศูนย์เรียนรู้ตามมาตรา 12 ทั้งหมดนี้ขึ้นอยู่กับกรอบของ พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติฉบับใหม่ว่าจะออกมาได้เร็วแค่ไหน และหลักสูตรฉบับใหม่จะออกมาเป็นทางการได้เต็มที่แค่ไหน การแลกเปลี่ยนระหว่างหน่วยงานเป็นอย่างไร เพราะฉะนั้นโจทย์เรื่องนี้มีหลายองค์ประกอบที่ต้องเดินคู่ขนานกันไป</p>



<p></p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>ตอนนี้เรื่องการเชื่อมข้อมูลเด็กนอกระบบการศึกษาในไทยถือว่าเรียบร้อยครบถ้วนหรือยัง</strong></h3>



<p>ข้อมูลเรื่องเด็กนอกระบบการศึกษาเรียบร้อยครบถ้วนในแง่ของภาพรวม เรารู้แล้วว่าเด็กล้านคนนั้นอยู่ที่ไหน แต่ละหน่วยงานก็ออกไปค้นหาเด็ก ตอนนี้เรายังรอการเอาข้อมูลกลับมาเชื่อมโยงกัน เพื่อให้เกิดภาพรวมในแง่การทำงานต่อเนื่องเป็นรายปี&nbsp;</p>



<p>อย่าลืมว่า Thailand Zero Dropout เพิ่งเริ่มมา 2 ปี เราต้องให้เวลากับเรื่องนี้และการสนับสนุนอย่างต่อเนื่องที่ทำให้เกิดดอกผลความสำเร็จที่เป็นรูปธรรม</p>



<p></p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>ยังมีบางกลุ่มในสังคมที่ไม่เข้าใจว่า ทำไมต้องมีงบสนับสนุนหรือมีการปรับกติกาสำหรับเด็กที่หลุดออกจากระบบการศึกษา จนถึงขั้นตั้งคำถามว่าทำไมไม่เอาเงินไปสนับสนุนเด็กที่อยู่ในระบบให้เต็มที่ไปเลย เราสามารถอธิบายเรื่องนี้อย่างไรได้บ้าง</strong></h3>



<p>ปกติเรามีงบเรียนฟรี 15 ปีอยู่แล้ว ใช้เงินหลักหมื่นล้านบาทต่อปี ซึ่งถือเป็นเรื่องความเสมอภาคในแนวราบ งบประมาณแผ่นดินมีให้เด็กทุกคนอย่างเท่าเทียมกันหมดแล้ว เพราะฉะนั้นเด็กที่เรียนดีหรือเด็กที่ทำทุกอย่างได้ตามปกติ เขาได้สิทธิตรงนั้นอยู่แล้ว แต่ศาสตร์ของการลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษานั้นมีความเหลื่อมล้ำแนวดิ่งด้วย เช่น เด็กเกิดมาพิการ อยู่ในครอบครัวแยกทางกัน อยู่ในครอบครัวยากจน ฯลฯ เด็กที่มีโจทย์ความเหลื่อมล้ำแนวดิ่งนี้คือสาเหตุที่เราต้องมีงบประมาณเพิ่มเติม เพื่อให้เด็กเหล่านั้นมีโอกาสที่เสมอภาค&nbsp;</p>



<p>บางโจทย์ของเขาอาจจะยากกว่าเด็กทั่วไปอีกนะ เพราะเขาต้องต่อสู้กับอุปสรรคมากมาย เขาใช้แรงในการเรียน&nbsp;รัฐบาลไม่ได้ไปเรียนแทนเขา เขาใช้ความตั้งใจ ความพยายาม และการฝ่าฟันอุปสรรคด้วยตัวเอง จำนวนชั่วโมงที่เขาใช้ในการแก้ไขปัญหาชีวิตของเขา เขาเป็นคนจ่ายเอง เพียงแต่รัฐบาลไปเติมเต็มสิ่งที่ต้องใช้เงินหรือทรัพยากร เพื่อให้เด็กเหล่านี้ไปถึงฝั่งได้&nbsp;</p>



<p>ตอนนี้ประเทศไทยไม่ได้มีจำนวนเด็กที่เกิดมากแล้ว เราเหลือเด็กเกิดเพียงแค่ปีละประมาณ 400,000 คนเท่านั้นเอง ดังนั้นเราไม่สามารถปล่อยให้เด็กแม้แต่คนเดียวออกไปจากระบบการศึกษาได้ เพราะฉะนั้นนี่คือการลงทุน เมื่อพวกเขาเหล่านี้ได้รับการศึกษาที่ดีก็จะมีเงินเดือนเกินกว่า 15,000 บาท แล้วเข้าสู่ฐานภาษี ตลอดช่วงชีวิตของคนคนหนึ่งต้องจ่ายภาษีเงินได้ จ่าย VAT ไปจนถึงจ่ายภาษีสรรพสามิต ทุกบาททุกสตางค์ที่เขาจ่ายคืนในอีก 20-30 ปีข้างหน้า จะมาชดเชยงบประมาณที่รัฐให้เขาในช่วงของการศึกษาอยู่แล้ว&nbsp;</p>



<p>ถ้าเราช่วยให้เขาไม่หลุดออกจากระบบการศึกษา เขาจะไปได้มากกว่าแค่ฐานภาษีพื้นฐาน แต่เขาจะเป็นเจ้าของกิจการ เขาจะเป็นผู้บริหาร เขาจะสามารถสร้างสิ่งต่างๆ มากมายให้อนาคตของประเทศรวมถึงตัวเขาเองด้วย แล้วทำให้ประเทศไทยก้าวออกจากกับดักรายได้ปานกลางในที่สุด</p>



<figure class="wp-block-image size-full"><img decoding="async" loading="lazy" width="855" height="569" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/04/6-1.jpg" alt="" class="wp-image-101272" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/04/6-1.jpg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/04/6-1-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/04/6-1-768x511.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/04/6-1-750x500.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/04/6-1-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /></figure>



<p></p>



<p><strong>มีตัวเลขในรายงานการศึกษาของยูเนสโก</strong><strong>ที่อ้างอิงจากข้อมูล กสศ. </strong><strong>ว่า เด็กยากจนที่จบ ม.3 ในไทย มีเพียง&nbsp;13.5%&nbsp;ที่สามารถเข้าสู่มหาวิทยาลัยได้ เราควรมองประเด็นนี้อย่างไร&nbsp;</strong></p>



<p>ค่าเฉลี่ยของการเรียนระดับมหาวิทยาลัยของเด็กและเยาวชนไทยอยู่ที่ประมาณ 33-35% เพราะฉะนั้นโดยส่วนใหญ่แล้วเยาวชนไทยอายุ 18 ปี ไม่ได้เรียนมหาวิทยาลัยนะ และในเด็กกลุ่มยากจนมีเพียงราว 13% ที่เข้าสู่การเรียนมหาวิทยาลัยได้ อันนี้คือความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา</p>



<p>นี่คือสาเหตุที่ กสศ. เชื่อมโยงข้อมูลทั้งหมดนี้ เพื่อหวังว่าจะนําไปสู่การทำงานของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รวมถึงการสนับสนุนงบประมาณเพิ่มเติมให้ทุนการศึกษากับเด็กเหล่านี้เพื่อให้มีหลักประกันโอกาสทางการศึกษา เพราะ กสศ. คงไม่สามารถให้ทุนเด็กทุกคนในการเรียนมหาวิทยาลัยได้ อีกทั้งประเทศเรามีกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา (กยศ.) อยู่แล้วด้วย แล้วตอนนี้ กยศ. ก็เชื่อมโยงข้อมูลกับ กสศ. แล้ว สามารถอ้างอิงหลักฐานว่าหากใครเคยได้ทุน กสศ. มาก่อน ก็สามารถสมัคร กยศ.&nbsp;ได้เลยเหมือนกัน&nbsp;</p>



<p>แต่ในอนาคต วุฒิปริญญาตรีก็อาจไม่ใช่เหตุผลความจำเป็นหลักที่คนคนหนึ่งจะประสบความสำเร็จอีกต่อไป มันมีอะไรมากกว่านั้น เช่น ทักษะต่างๆ ในการทำงาน ซึ่งการจะไปถึงตรงนั้นได้ เราจำเป็นต้องทำให้การศึกษายืดหยุ่นต่อยอดไปถึงปลายทางได้ </p>



<p></p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>โจทย์ก็คือไม่ใช่แค่เด็กได้เรียน แต่เรียนแล้วต้องเอาไปทำอะไรได้ด้วย?</strong></h3>



<p>โจทย์คือเด็กแต่ละคนเขาอยากเป็นอะไร อยากทำอะไร ประเทศนี้อยากเห็นเยาวชนประสบความสำเร็จในเรื่องไหน หรืออยากให้สนใจเศรษฐกิจฐานบริการ (service economy) ด้านใด อุตสาหกรรม เทคโนโลยี การท่องเที่ยว หรือสุขภาพ ถ้าเรามีทิศทางและงบประมาณมาให้มากๆ เด็กจะเริ่มคิดออก เยาวชนและครอบครัวก็จะตัดสินใจง่ายขึ้นว่ามีเส้นทางของเขาอยู่ แล้วเขาก็จะเดินไปได้</p>



<p>ทุกวันนี้เราตอบคําถามกลับด้านกัน คือตอบก่อนว่าจะเรียนอะไร แล้วค่อยไปตอบว่าจะทำอะไร จริงๆ ต้องตอบก่อนว่าจะทำอะไร แล้วค่อยตอบว่าจะไปเรียนอะไร นี่จึงเป็นสาเหตุหนึ่งที่เราพยายามให้การศึกษายืดหยุ่นทั้งหลายตอบโจทย์ชีวิตและอาชีพให้ได้ </p>



<p></p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>ถ้าเทียบในระดับโลก ประเทศไทยอยู่ระดับไหนในเรื่องการศึกษา</strong></h3>



<p>ถ้าดูในภาพใหญ่เรื่องการศึกษา เราอยู่อันดับต่ำกว่าค่าเฉลี่ยโลก&nbsp;</p>



<p>เรื่องโอกาสทางการศึกษา เรามีเด็กหลุดจากระบบประมาณ 8-10% ของประชากรเด็กและเยาวชน ซึ่งเป็นปัญหาส่วนใหญ่ของประเทศที่ติดกับดักรายได้ปานกลาง ถ้าเราไปดูกลุ่มประเทศรายได้สูง แทบจะทั้งหมดเขามีจำนวนปีเฉลี่ยการศึกษามากกว่า 12 ปี ส่วนเราคือ 9 ปี (ป.1-ม.3) เราประกาศ พ.ร.บ.การศึกษาภาคบังคับมาตั้งแต่ พ.ศ. 2545 ซึ่งเราหวังว่าในอนาคตเราจะทำให้เป็นเลขสองหลักได้สักที</p>



<p>ถ้าดูประเทศมาเลเซียเพื่อนบ้านเรา ตอนนี้เขามีจำนวนปีเฉลี่ยการศึกษาอยู่ที่ 11 ปีแล้ว แล้วมาเลเซียกําลังจะออกจากกับดักรายได้ปานกลางภายในอีก 10 ปีข้างหน้า และถ้ามองในอัตราเร่งปัจจุบัน เวียดนามก็กําลังจะแซงเราแล้ว อินโดนีเซียก็เช่นกัน </p>



<figure class="wp-block-image size-full"><img decoding="async" loading="lazy" width="855" height="569" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/04/7.jpg" alt="" class="wp-image-101273" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/04/7.jpg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/04/7-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/04/7-768x511.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/04/7-750x500.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/04/7-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /></figure>



<p></p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>ปัญหาเฉพาะตัวของไทยคืออะไร&nbsp;</strong></h3>



<p>ความไม่ต่อเนื่องในทางนโยบาย ใน 12 เดือนที่ผ่านมาเรามีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการมา 3 คน เรื่องนี้ส่งผลต่อทิศทางการทำงานในหลายเรื่อง เช่น พ.ร.บ.การศึกษา หลักสูตรใหม่ สูตรจัดสรรงบประมาณ ฯลฯ เรายังโชคดีที่เริ่ม Thailand Zero Dropout มาแล้วและยังมีความต่อเนื่อง&nbsp;</p>



<p>นอกจากนี้ยังมีเรื่องของการสนับสนุนงบประมาณอย่างต่อเนื่อง และเรามีหลายเรื่องที่ต้องการการปลดล็อก เช่น การเทียบโอนหน่วยกิต การสร้างการศึกษายืดหยุ่น เรื่องหนึ่งโรงเรียนสามรูปแบบ ฯลฯ ถ้าเราได้รับการสนับสนุนตรงนี้ ก็เชื่อว่าจะมีการแก้ไขปัญหาในแนวทางที่ดีขึ้นต่อไป </p>



<p></p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>ถ้าเราทำ Thailand Zero Dropout สำเร็จแล้ว ก้าวต่อไปคืออะไร</strong></h3>



<p>คุณภาพการศึกษาที่ดี เราต้องรู้ว่าเด็กได้เรียนอะไร เขาได้เรียนในสิ่งที่ตรงกับศักยภาพและความสนใจของเขาไหม และตรงกับสิ่งที่ประเทศต้องการไหม อันนี้ยากมากเลยนะ คือถ้าบอกว่า Thailand Zero Dropout&nbsp;ยากแล้ว&nbsp;การทำให้ความเสมอภาคไปถึงคุณภาพการเรียนรู้ด้วย ยิ่งยากขึ้นไปอีก&nbsp;</p>



<p>เรามีโรงเรียนจำนวนมากที่ครูไม่ครบชั้น เรามีหลายโรงเรียนที่ไม่มีผู้อำนวยการ แค่จุดเริ่มต้นตรงนี้ เราจะทำให้มีการศึกษาที่มีคุณภาพเสมอภาคได้อย่างไร นี่คือโจทย์ต่อไปของการศึกษาไทย ต้องมีความเสมอภาคในแง่ของคุณภาพการเรียนรู้และทันต่อโลก ซึ่งก็จะเชื่อมโยงกับการปฏิรูปการจัดสรรทรัพยากร ว่าจะทำอย่างไรให้แต่ละโรงเรียนได้งบประมาณที่เสมอภาค</p>



<p>กลับมาที่เรื่อง SDGs ตอนนี้เขากำลังเริ่มกระบวนการเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนหลังปี 2030 หรือ Post 2030 ถ้าเราทำเรื่องการเรียนรู้เสมอภาคได้แล้ว เราก็ต้องถามตัวเองว่าการเรียนรู้คืออะไรในโลกยุคหลัง 2030 สำหรับมนุษยชาติ ในยุคของเอไอ เราต้องมาหาคำตอบว่าการศึกษาคืออะไร การเรียนรู้ที่ยังเป็นที่ต้องการในโลกยุคหน้าคืออะไร แล้วจะทำอย่างไรให้มีความเสมอภาคกันในนิยามของการเรียนรู้ในโลกยุคนั้น นี่เป็นโจทย์ต่อไปในอีก 10 ปีข้างหน้า</p><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/article-090426/">“เด็กทุกคนมีแสงในตัวเอง” Thailand Zero Dropout Plus จากไทยถึงเวทียูเนสโก</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ผู้จัดการ กสศ. ชู Thailand Zero Dropout บนเวที Global Conference on Education สะท้อนบทบาทไทยด้านการศึกษาที่ไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง</title>
		<link>https://www.eef.or.th/news-160226/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 16 Feb 2026 09:18:55 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[All About EEF]]></category>
		<category><![CDATA[กสศ.]]></category>
		<category><![CDATA[ดร.ไกรยส ภัทราวาท]]></category>
		<category><![CDATA[Thailand Zero Dropout]]></category>
		<category><![CDATA[Global Conference on Education]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?p=99743</guid>

					<description><![CDATA[<p>ดร.ไกรยส ภัทราวาท ผู้จัดการกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการ [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/news-160226/">ผู้จัดการ กสศ. ชู Thailand Zero Dropout บนเวที Global Conference on Education สะท้อนบทบาทไทยด้านการศึกษาที่ไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>ดร.ไกรยส ภัทราวาท</strong> ผู้จัดการกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) เข้าร่วมเวที <strong>Global Conference on Education for a Sustainable Future</strong> ซึ่งเป็นการประชุมด้านการศึกษาระดับนานาชาติ จัดขึ้นเมื่อวันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2569 ณ อาคารศูนย์ประชุมองค์การสหประชาชาติ (United Nations Conference Centre) โดยมีคณะกรรมการเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน หรือ Sustainable Development Council เป็นผู้จัดงาน</p>



<p>การประชุมครั้งนี้มีผู้แทนจากภาครัฐ นักวิชาการ องค์กรระหว่างประเทศ เยาวชน และภาคเอกชนจากกว่า 20 ประเทศ เข้าร่วมแลกเปลี่ยนแนวทางการพัฒนาการศึกษาให้ทุกคนเข้าถึงได้อย่างเท่าเทียม และสอดคล้องกับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนระดับโลกของสหประชาชาติ (SDGs) โดยเฉพาะเป้าหมายด้านการศึกษา</p>



<figure class="wp-block-image size-full"><img decoding="async" loading="lazy" width="855" height="569" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/02/image-6.jpeg" alt="" class="wp-image-99745" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/02/image-6.jpeg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/02/image-6-300x200.jpeg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/02/image-6-768x511.jpeg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/02/image-6-750x500.jpeg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/02/image-6-272x182.jpeg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /></figure>



<p>เวทีเสวนาภายใต้หัวข้อ <strong>“Inclusive and Equitable Education: Advancing the Principle of Leaving No One Behind – การศึกษาที่ทั่วถึงและเสมอภาค โดยไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง”</strong> ดำเนินรายการโดย <strong>Dr. Ajmal Dastagir</strong> สะท้อนสถานการณ์การศึกษาของโลกในปัจจุบัน ซึ่ง<strong>องค์การสหประชาชาติ (United Nations)</strong> และ <strong>องค์การการศึกษา วิทยาศาสตร์ และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ (UNESCO)</strong> ระบุว่า ยังมีเด็กและเยาวชนกว่า 272 ล้านคนทั่วโลกที่ไม่ได้เข้าเรียน และผู้ใหญ่อีกเกือบ 754 ล้านคนที่ยังขาดทักษะการอ่านเขียนขั้นพื้นฐาน แม้ภาพรวมอัตราการเข้าเรียนจะดีขึ้น แต่ความเหลื่อมล้ำยังคงอยู่ในระดับสูง โดยเฉพาะในประเทศรายได้น้อย</p>



<p>ในการเสวนา <strong>นางสาวพรปฏิมา วุฒิสารวัฒนา</strong> หัวหน้ากลุ่มงานความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ สภาเด็กและเยาวชนแห่งประเทศไทย ได้นำเสนอผลสำรวจจากมุมมองของเยาวชน พบว่าระบบการเรียนรู้ในหลายสถานศึกษายังขาดความยืดหยุ่น ไม่ตอบโจทย์อนาคต และยังมีช่องว่างในการดูแลผู้เรียนที่มีความต้องการพิเศษ พร้อมเสนอให้เพิ่มโอกาสเรียนฟรีอย่างทั่วถึง เพิ่มการเข้าถึงเทคโนโลยีดิจิทัล พัฒนาทักษะการทำงาน และสร้างพื้นที่การเรียนรู้ที่ปลอดภัยสำหรับเยาวชน</p>



<p>ด้าน <strong>นายมันซูร์ อาลี ข่าน อับดุล บูฮารี (Mansoor Ali Khan Abdul Buhari) </strong>ผู้ก่อตั้งและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท E DADDY Holding จากสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ได้ถ่ายทอดประสบการณ์การใช้การศึกษาและนวัตกรรม โดยเฉพาะเทคโนโลยีไฟฟ้าและยานยนต์ไฟฟ้า เพื่อสร้างโอกาสทางอาชีพให้ผู้หญิงมีรายได้ และพึ่งพาตนเองได้ พร้อมย้ำถึงความสำคัญของความร่วมมือระหว่างภาครัฐและภาคเอกชนในการพัฒนาที่ยั่งยืน</p>



<figure class="wp-block-image size-full"><img decoding="async" loading="lazy" width="855" height="569" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/02/image-5.jpeg" alt="" class="wp-image-99744" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/02/image-5.jpeg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/02/image-5-300x200.jpeg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/02/image-5-768x511.jpeg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/02/image-5-750x500.jpeg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/02/image-5-272x182.jpeg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /></figure>



<p>ขณะที่ <strong>ดร.ไกรยส ภัทราวาท ผู้จัดการ กสศ. </strong>ได้เน้นถึงการขับเคลื่อนการศึกษาอย่างเสมอภาคของประเทศไทย ผ่านแนวคิด <strong>All for Education และ Education for All</strong> โดยเครือข่ายภาคีเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา พร้อมอธิบายการทำงานของ กสศ. ตลอด 8 ปีที่ผ่านมา ที่มุ่งสร้างโอกาสทางการศึกษาให้กับเด็กยากจนและกลุ่มเปราะบางด้วยข้อมูลชี้เป้าอย่างตรงจุด หนึ่งในกลไกสำคัญคือโครงการ <strong>Thailand Zero Dropout</strong> ที่ตั้งเป้าไม่ให้เด็กคนใดหลุดออกจากระบบการศึกษา ควบคู่กับการเตรียมเยาวชนให้มีทักษะที่จำเป็นต่อการทำงานและการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศในระยะยาว<br>ผู้จัดการ กสศ. ยังย้ำว่า การสร้างความเสมอภาคทางการศึกษา จำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ทั้งในประเทศและระดับนานาชาติ เพื่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงเชิงระบบอย่างแท้จริง</p>



<p>ด้าน <strong>นางสาวเคซีย์ แอนน์ ครูซ (Casey Anne Cruz) ประธานและผู้ร่วมก่อตั้ง KOMUNIDA, Inc.</strong> กล่าวว่าการศึกษาเป็นสิทธิขั้นพื้นฐานของทุกคน และเป็นรากฐานสำคัญของสังคมประชาธิปไตย พร้อมเน้นย้ำการเข้าถึงกลุ่มเด็กด้อยโอกาส การลดความเหลื่อมล้ำในระบบ และการเปิดพื้นที่ให้เยาวชนมีส่วนร่วมในการกำหนดอนาคตของการศึกษา</p>



<figure class="wp-block-image size-full"><img decoding="async" loading="lazy" width="855" height="569" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/02/image-7.jpeg" alt="" class="wp-image-99746" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/02/image-7.jpeg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/02/image-7-300x200.jpeg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/02/image-7-768x511.jpeg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/02/image-7-750x500.jpeg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/02/image-7-272x182.jpeg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /></figure>



<p>การประชุมครั้งนี้มีข้อเสนอเชิงนโยบายเพื่อสร้างการศึกษาที่ทั่วถึงและเสมอภาค โดยเครือข่ายความร่วมมือทางวิชาการระดับนานาชาติ จะจัดตั้งกลุ่มทำงานเพื่อพัฒนาโครงการด้านการศึกษาร่วมกันในอนาคต การเข้าร่วมของ กสศ. บนเวทีโลกครั้งนี้ จึงตอกย้ำบทบาทของประเทศไทยในการผลักดันการศึกษาที่ไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง และการสร้างโอกาสให้เด็กและเยาวชนทุกคนสามารถเข้าถึงการศึกษาและการเรียนรู้ที่มีคุณภาพ ได้เต็มตามศักยภาพต่อไป</p><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/news-160226/">ผู้จัดการ กสศ. ชู Thailand Zero Dropout บนเวที Global Conference on Education สะท้อนบทบาทไทยด้านการศึกษาที่ไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>กสศ. เปิด 5 ข้อค้นพบ-เข็มทิศลงทุน ‘ทุนมนุษย์’ ก่อนประเทศเผชิญวิกฤตเชิงโครงสร้าง</title>
		<link>https://www.eef.or.th/news-190126/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 19 Jan 2026 09:43:10 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[ข่าวสารความรู้]]></category>
		<category><![CDATA[กสศ.]]></category>
		<category><![CDATA[ดร.ไกรยส ภัทราวาท]]></category>
		<category><![CDATA[ทุนมนุษย์]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?p=99085</guid>

					<description><![CDATA[<p>กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) เปิดเผยข้อมูล  [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/news-190126/">กสศ. เปิด 5 ข้อค้นพบ-เข็มทิศลงทุน ‘ทุนมนุษย์’ ก่อนประเทศเผชิญวิกฤตเชิงโครงสร้าง</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.)</strong> เปิดเผยข้อมูล 5 ข้อค้นพบ ปลดล็อกวิกฤตทุนมนุษย์ สู่อนาคตที่เสมอภาค (The State of Equity in Thai Human Development) ฉายภาพวิกฤตซ้อนวิกฤตที่ประเทศไทยกำลังเผชิญ เมื่อโครงสร้างประชากรเข้าสู่ภาวะ <strong>“เกิดน้อย แก่มาก และยากจน”</strong> พร้อมเสนอทางออก<strong> </strong>หวังเป็นข้อมูลตัดสินใจสำคัญสำหรับผู้มีสิทธิเลือกตั้งและผู้กำหนดนโยบายปี 2569<br><br><strong>ดร.ไกรยส ภัทราวาท ผู้จัดการ กสศ. </strong>เปิดเผยว่า ประเทศไทยกำลังยืนอยู่บนปากเหวของการเปลี่ยนผ่านที่สำคัญที่สุดในรอบ 4 ทศวรรษ เราติดอยู่ในกับดักรายได้ปานกลางและกับดักความยากจนข้ามรุ่นมายาวนาน อนาคตเรากำลังเผชิญวิกฤตโครงสร้างประชากร และวิกฤตการขาดทุนมนุษย์ที่ไม่เพียงพอทั้งในเชิงปริมาณ และเชิงคุณภาพ หรือ “วิกฤตซ้อนวิกฤต” (Perfect Storm หรือพายุลูกใหญ่) ที่จะทำให้ประเทศไทยและคนไทยไม่สามารถไปถึงเป้าหมายด้านต่าง ๆ ที่กำหนดไว้ร่วมกันได้</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-full"><img decoding="async" loading="lazy" width="855" height="569" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/01/photo2-.jpg" alt="" class="wp-image-99095" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/01/photo2-.jpg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/01/photo2--300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/01/photo2--768x511.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/01/photo2--750x500.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/01/photo2--272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /></figure></div>


<p></p>



<p>ประเทศไทยกำลังเข้าสู่ภาวะ “วิกฤตประชากร” ที่มีคน “เกิดน้อย สูงวัย และยากจน” จากที่เคยมีประชากรเกิดมากกว่าปีละ 1 ล้านคนเมื่อ 40 ปีที่ผ่านมา ปัจจุบันเด็กเกิดใหม่ต่ำราว 4.1 แสนคน สวนทางกับผู้สูงวัยที่เพิ่มขึ้นถึง 2 เท่า ทำให้ประชากรวัยแรงงานลดลงอย่างน่าใจหาย</p>



<p>“หากเราไม่ทำอะไร หน้าต่างแห่งโอกาสบานสุดท้ายกำลังจะปิดลง ภาระการเลี้ยงดูประชากรและหนี้สินของประเทศจะเกินกำลังคนทำงาน ทำให้รัฐบาลในอนาคต ต้องพิจารณา <strong>การลงทุนใน ‘มนุษย์’ หรือ Human Capital </strong>เพื่อเป็นกำลังสำคัญในการแก้ปัญหามิติทางเศรษฐกิจ สังคมและเสถียรภาพการเงินการคลังของประเทศในระยะยาว”</p>



<figure class="wp-block-image size-full"><img decoding="async" loading="lazy" width="855" height="569" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/01/0116_info-ภาพประกอบ-1.jpg" alt="" class="wp-image-99099" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/01/0116_info-ภาพประกอบ-1.jpg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/01/0116_info-ภาพประกอบ-1-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/01/0116_info-ภาพประกอบ-1-768x511.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/01/0116_info-ภาพประกอบ-1-750x500.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/01/0116_info-ภาพประกอบ-1-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /></figure>



<p>โดย กสศ. ได้สังเคราะห์สถานการณ์ดังกล่าวออกมาเป็นข้อเสนอ ให้ผู้กำหนดนโยบายของประเทศ ใช้เป็นแนวทางในการลงทุน 5 มิติประกอบด้วย</p>



<p></p>



<h4 class="wp-block-heading"><strong>1. คนไทยมีทุนมนุษย์ที่เท่ากันมากขึ้น:&nbsp; ปิดช่องว่างของคุณภาพประชากรที่ห่างกันตามฐานะทางเศรษฐกิจ</strong></h4>



<p><strong>วิกฤต:</strong> นักเรียนในโรงเรียนขนาดเล็กมีคะแนนเฉลี่ย O-NET ต่ำกว่านักเรียนในโรงเรียนขนาดกลาง ขนาดใหญ่ และขนาดใหญ่พิเศษในทุกรายวิชาอย่างมีนัยสำคัญ และ กสศ. วิเคราะห์ข้อมูลผลการประเมินสมรรถนะนักเรียนมาตรฐานสากล (PISA) ในปี พ.ศ. 2565 พบว่าเด็กในชนบทมี “ทักษะวิทย์ คณิต และการอ่าน” ต่ำกว่าเด็กในเมืองกว่า 3 การศึกษา นอกจากนี้ จากการติดตามข้อมูลการเรียนต่อของนักเรียนจากครัวเรือนยากจนที่สุด 15% ของ กสศ. พบว่า ด็กยากจนมีโอกาสเรียนต่อมหาวิทยาลัยน้อยกว่าเด็กทั่วไปถึง 2.5 เท่า</p>



<p><strong>ทางออก:</strong> รัฐต้อง <strong>“ปิดช่องว่าง”</strong> ด้วยมาตรการส่งเสริมทักษะและการเรียนรู้แบบมุ่งเป้า (Targeted Intervention) ไปที่กลุ่มเด็กและเยาวชนที่มาจากครัวเรือนด้อยโอกาส อยู่ในพื้นที่ห่างไกล หรือเป็นกลุ่มที่ยังมีสมรรถนะต่ำกว่าเกณฑ์พื้นฐานที่อายุหรือระดับชั้นนั้นควรทำได้ ซึ่งเป็นเด็กและเยาวชนจำนวนมากของประเทศ โดยสนับสนุนให้ผู้เรียนในกลุ่มดังกล่าวเข้าถึงสื่อ นวัตกรรม และเทคโนโลยีการเรียนรู้ที่มีคุณภาพ</p>



<figure class="wp-block-image size-full"><img decoding="async" loading="lazy" width="855" height="569" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/01/photo4.jpg" alt="" class="wp-image-99100" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/01/photo4.jpg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/01/photo4-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/01/photo4-768x511.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/01/photo4-750x500.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/01/photo4-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /></figure>



<figure class="wp-block-image size-full"><img decoding="async" loading="lazy" width="855" height="569" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/01/photo9.jpg" alt="" class="wp-image-99101" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/01/photo9.jpg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/01/photo9-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/01/photo9-768x511.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/01/photo9-750x500.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/01/photo9-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /></figure>



<p></p>



<h4 class="wp-block-heading"><strong>2. คนไทยมีทุนมนุษย์ที่ทันต่ออนาคตและการเปลี่ยนแปลง: ทันต่อการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วของโลกเทคโนโลยีและความไม่แน่นอน</strong></h4>



<p><strong>วิกฤต:</strong> ผล PISA 2565 ไทยร่วงต่ำสุดนับตั้งแต่เข้าร่วมปี 2543 และมีแนวโน้มลดลงต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2555 โดยคะแนนยังต่ำกว่าค่าเฉลี่ย OECD และตามหลังเพื่อนบ้านทั้งสิงคโปร์ มาเลเซีย และเวียดนาม สะท้อนวิกฤตเด็กไทยวัย 15 ปี ที่ยังขาดความพร้อมในทักษะแห่งอนาคต ทั้งความคิดสร้างสรรค์และการรู้เท่าทันโลก</p>



<p><strong>ทางออก:</strong> เปลี่ยนระบบการท่องจำ สู่ระบบที่เน้นการพัฒนาทักษะการคิดขั้นสูงและสมรรถนะที่จำเป็นสำหรับโลกอนาคตแก่ผู้เรียนทุกกลุ่ม รวมทั้งระบบการประเมินเพื่อพัฒนาผู้เรียน (Formative Assessment) ที่เน้นการประเมินและพัฒนาสมรรถนะและทักษะในศตวรรษที่ 21 มากกว่าการทดสอบความจำ</p>



<figure class="wp-block-image size-full"><img decoding="async" loading="lazy" width="855" height="569" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/01/photo6.jpg" alt="" class="wp-image-99103" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/01/photo6.jpg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/01/photo6-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/01/photo6-768x511.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/01/photo6-750x500.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/01/photo6-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /></figure>



<p></p>



<h4 class="wp-block-heading"><strong>3. คนไทยมีระบบการศึกษาที่ยืดหยุ่นมากขึ้น: ปลดล็อกศักยภาพและอนาคตของเด็กเยาวชนไทยเพื่อสร้างสรรค์อนาคตไทยที่ทั่วโลกต้องการ</strong></h4>



<p><strong>วิกฤต:</strong> ยิ่งเรียน ยิ่ง IQ ลดลง งานวิจัยของ กสศ. ร่วมกับ RIPED มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย โดยติดตามเด็กคนเดิมที่เข้าระบบการศึกษาตั้งแต่ระดับปฐมวัยจนถึงมัธยมศึกษา พบว่า เมื่อเด็กกลุ่มดังกล่าวเลื่อนระดับชั้นเรียนจากระดับประถมศึกษาปีที่ 1 ไปจนถึงระดับมัธยมศึกษาปีที่ 1 มีระดับเชาวน์ปัญญาที่ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยของเด็กในสหรัฐอเมริกาในอายุนั้น ๆ ที่ 100 และมีแนวโน้มที่จะมีระดับเชาวน์ปัญญา (IQ) โดยเฉลี่ยต่ำกว่าค่าเฉลี่ยดังกล่าวมากยิ่งขึ้น แม้จะเป็นเด็กในระดับชั้นสูงขึ้น</p>



<p><strong>ทางออก:</strong> ปลดล็อกด้วย <strong>“ระบบการศึกษาที่ยืดหยุ่น”</strong> ใช้ระบบธนาคารหน่วยกิต (Credit Bank) หรือ Learning Passport ให้การเรียนรู้เกิดขึ้นได้ทุกที่ ยอมรับประสบการณ์นอกห้องเรียน เพื่อให้เด็กทุกคนออกแบบชีวิตตัวเองได้</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img decoding="async" loading="lazy" width="1400" height="788" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/01/image-20-1400x788.jpeg" alt="" class="wp-image-99090" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/01/image-20-1400x788.jpeg 1400w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/01/image-20-300x169.jpeg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/01/image-20-768x432.jpeg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/01/image-20-1536x864.jpeg 1536w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/01/image-20.jpeg 1600w" sizes="(max-width: 1400px) 100vw, 1400px" /></figure>



<p></p>



<h4 class="wp-block-heading"><strong>4. จาก “เปราะบาง” สู่ “ความพร้อมรับมือวิกฤต”</strong></h4>



<p><strong>วิกฤต:</strong> ภัยพิบัติ ภัยสงคราม และโรคระบาด ทำให้โรงเรียนปิดและเด็กสูญเสียการเรียนรู้ (Learning Loss) โดยเฉพาะกลุ่มเปราะบาง</p>



<p><strong>ทางออก:</strong> สร้าง <strong>“ระบบการศึกษาที่ล้มแล้วลุกไว” (Resilient Education)</strong> โรงเรียนและเด็กต้องมีทางเลือก โครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลต้องทั่วถึง เพื่อให้การเรียนรู้ไม่สะดุดแม้ในยามภัยมา พร้อมระบบดูแลสภาพจิตใจเด็กอย่างใกล้ชิด</p>



<figure class="wp-block-image size-full"><img decoding="async" loading="lazy" width="855" height="569" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/01/1000061860.jpg" alt="" class="wp-image-99106" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/01/1000061860.jpg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/01/1000061860-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/01/1000061860-768x511.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/01/1000061860-750x500.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/01/1000061860-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /></figure>



<p></p>



<h4 class="wp-block-heading"><strong>5. จาก “ฟรีไม่จริง” สู่ “การศึกษาที่ฟรีจริง และครอบคลุม”</strong></h4>



<p><strong>วิกฤต:</strong> นโยบายเรียนฟรี 15 ปี ยังมี “ต้นทุนแฝง” (ค่าเดินทาง, อาหาร, เครื่องแบบ) ที่ครอบครัวยากจนต้องแบกรับเองกว่าปีละ 9,420 บาท</p>



<p><strong>ทางออก:</strong> ปฏิรูปงบประมาณสู่ <strong>“Equity-based Budgeting”</strong> จัดสรรเงินตามความจำเป็นของเด็กรายบุคคล ครอบคลุมค่าใช้จ่ายแฝงทั้งหมด เพื่อขจัดอุปสรรคทางการเงินให้เป็นศูนย์<br><br>ดร.ไกรยส ระบุว่า หากเราละเลยการลงทุนในทุนมนุษย์ตั้งแต่วันนี้ ประเทศไทยจะต้องเผชิญกับวิกฤตการคลังจากฐานภาษีที่หดตัวลงจนไม่เพียงพอต่อการแบกรับสวัสดิการสังคม และท้ายที่สุดเราจะไม่สามารถบรรลุเป้าหมายการพัฒนาใด ๆ ที่คนไทยอยากเห็นเกิดขึ้นในช่วงชีวิตนี้ได้เลย กสศ. มุ่งหวังให้รายงานฉบับนี้เป็น “เข็มทิศและสัญญาณเตือนภัย” สำหรับผู้มีสิทธิเลือกตั้งปี 2569 เพื่อใช้เป็นเกณฑ์สำคัญในการพิจารณานโยบายและภาวะผู้นำที่กล้าตัดสินใจ “ลงทุนในมนุษย์” อย่างจริงจัง เพื่อให้ประเทศไทยก้าวพ้นวิกฤตและเติบโตได้อย่างยั่งยืน</p>



<p>สามารถดาวน์โหลดรายงานฉบับเต็มได้ที่ : <a href="https://www.eef.or.th/publication-the-state-of-thai-human-development/" target="_blank" rel="noopener" title="5 ข้อค้นพบ ปลดล็อกวิกฤตทุนมนุษย์สู่อนาคตที่เสมอภาค">5 ข้อค้นพบ ปลดล็อกวิกฤตทุนมนุษย์สู่อนาคตที่เสมอภาค</a></p><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/news-190126/">กสศ. เปิด 5 ข้อค้นพบ-เข็มทิศลงทุน ‘ทุนมนุษย์’ ก่อนประเทศเผชิญวิกฤตเชิงโครงสร้าง</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ผู้จัดการ กสศ. นำเสนอความก้าวหน้า Thailand Zero Dropout บนเวที DevEd 2025 ที่ออสเตรเลีย</title>
		<link>https://www.eef.or.th/news-191125-2/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 19 Nov 2025 09:35:30 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[ข่าวสารความรู้]]></category>
		<category><![CDATA[ACER]]></category>
		<category><![CDATA[ASEAN Zero Dropout]]></category>
		<category><![CDATA[DevEd 2025]]></category>
		<category><![CDATA[Thailand Zero Dropout]]></category>
		<category><![CDATA[EEF]]></category>
		<category><![CDATA[ออสเตรเลีย]]></category>
		<category><![CDATA[ดร.ไกรยส ภัทราวาท]]></category>
		<category><![CDATA[กสศ.]]></category>
		<category><![CDATA[DFAT]]></category>
		<category><![CDATA[FCDO]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?p=97700</guid>

					<description><![CDATA[<p>เมื่อวันที่ 11–13 พฤศจิกายน 2568 กองทุนเพื่อความเสมอภาค [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/news-191125-2/">ผู้จัดการ กสศ. นำเสนอความก้าวหน้า Thailand Zero Dropout บนเวที DevEd 2025 ที่ออสเตรเลีย</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>เมื่อวันที่ 11–13 พฤศจิกายน 2568 กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) เข้าร่วมการประชุมวิชาการนานาชาติด้านการพัฒนาและการศึกษา The Development and Education Conference (DevEd) 2025 ณ นครเมลเบิร์น ประเทศออสเตรเลีย ซึ่งจัดโดยสภาวิจัยด้านการศึกษาแห่งออสเตรเลีย (Australian Council for Educational Research: ACER) ร่วมกับกระทรวงการต่างประเทศและการค้าแห่งประเทศออสเตรเลีย (DFAT) และสำนักงานต่างประเทศ เครือจักรภพและการพัฒนาแห่งสหราชอาณาจักร (FCDO) เพื่อแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ งานวิจัย และแนวทางปฏิบัติที่ช่วยยกระดับคุณภาพและความเสมอภาคทางการศึกษาในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก</p>



<figure class="wp-block-image size-full"><img decoding="async" loading="lazy" width="855" height="569" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/11/image-41.jpeg" alt="" class="wp-image-97702" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/11/image-41.jpeg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/11/image-41-300x200.jpeg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/11/image-41-768x511.jpeg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/11/image-41-750x500.jpeg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/11/image-41-272x182.jpeg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /></figure>



<p></p>



<p><strong>ดร.ไกรยส ภัทราวาท ผู้จัดการ กสศ.</strong> ได้นำเสนอความก้าวหน้าของนโยบายระดับชาติ “Thailand Zero Dropout” ซึ่งพัฒนาต่อยอดจากความสำเร็จของ “ราชบุรีโมเดล” ผ่านความร่วมมือกับบริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน) ในการระดมทุนด้วยหุ้นกู้เพื่อสังคมมูลค่า 100 ล้านบาท กลไกดังกล่าวเป็นจุดเริ่มต้นสำคัญที่นำไปสู่การขยายผลสู่ระดับนโยบายประเทศ เพื่อแก้ปัญหาเด็กและเยาวชนนอกระบบการศึกษาอย่างเป็นระบบ</p>



<p>ภายใต้โครงการ Thailand Zero Dropout กสศ. ทำงานร่วมกับ 21 หน่วยงานทั้งภาครัฐและท้องถิ่น เพื่อพัฒนาระบบข้อมูลที่น่าเชื่อถือ ติดตามช่วยเหลือเด็กเยาวชนรายกรณี ออกแบบทางเลือกการเรียนรู้ที่เหมาะสมตามบริบทของเด็กแต่ละคน และประสานความร่วมมือกับภาคเอกชนในการพัฒนาทักษะที่สอดคล้องกับตลาดแรงงานในปัจจุบัน</p>



<figure class="wp-block-image size-full"><img decoding="async" loading="lazy" width="855" height="569" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/11/image-40.jpeg" alt="" class="wp-image-97701" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/11/image-40.jpeg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/11/image-40-300x200.jpeg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/11/image-40-768x511.jpeg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/11/image-40-750x500.jpeg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/11/image-40-272x182.jpeg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /></figure>



<p></p>



<p>จากการดำเนินงานต่อเนื่องในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา สามารถพาเด็กและเยาวชนกลับเข้าสู่ระบบการเรียนรู้แล้วกว่า 200,000 คน ถือเป็นก้าวสำคัญของประเทศไทยในการแก้ปัญหาเชิงโครงสร้างด้านความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา</p>



<p>ดร.ไกรยส กล่าวว่า ความสำเร็จเชิงประจักษ์ของ Thailand Zero Dropout เกิดจาก “ระบบข้อมูลที่ดี” ซึ่งเป็นรากฐานของการออกแบบมาตรการช่วยเหลือที่ตรงจุด และ “รูปแบบการเรียนรู้ที่ยืดหยุ่น” ซึ่งตอบโจทย์ความแตกต่างของเด็กทุกกลุ่ม พร้อมเสนอว่าหากประเทศในอาเซียนร่วมกันพัฒนาและขับเคลื่อนร่วมกัน จะสามารถต่อยอดสู่เป้าหมายระดับภูมิภาค “ASEAN Zero Dropout” ได้ในอนาคต</p><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/news-191125-2/">ผู้จัดการ กสศ. นำเสนอความก้าวหน้า Thailand Zero Dropout บนเวที DevEd 2025 ที่ออสเตรเลีย</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>AI x Education: จากเครื่องมืออัจฉริยะ สู่โอกาสในการเรียนรู้ที่เสมอภาคของเด็กทุกคน</title>
		<link>https://www.eef.or.th/article-121125-3/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 12 Nov 2025 11:43:42 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Movement]]></category>
		<category><![CDATA[บทความ]]></category>
		<category><![CDATA[AI ตัวช่วย – ตัวฉุด ความเหลื่อมล้ำ กับการสร้างโอกาส–ลดเหลื่อมล้ำในมิติสังคมไทย?]]></category>
		<category><![CDATA[AIS-Matichon Talks for Thailand 2025: AI for Equality เติมพลังเท่าเทียม]]></category>
		<category><![CDATA[AI x Education]]></category>
		<category><![CDATA[ดร.ไกรยส ภัทราวาท]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?p=97546</guid>

					<description><![CDATA[<p>เมื่อวันที่ 22 ตุลาคม 2568 หนังสือพิมพ์มติชนและมติชนออน [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/article-121125-3/">AI x Education: จากเครื่องมืออัจฉริยะ สู่โอกาสในการเรียนรู้ที่เสมอภาคของเด็กทุกคน</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>เมื่อวันที่ 22 ตุลาคม 2568 หนังสือพิมพ์มติชนและมติชนออนไลน์ ร่วมกับ AIS จัดงานสัมมนาเพื่อสังคม <strong>“AIS-Matichon Talks for Thailand 2025: AI for Equality เติมพลังเท่าเทียม”</strong> ชวนสังคมร่วมค้นหาคำตอบต่อคำถามสำคัญของยุคสมัย เมื่อเทคโนโลยี AI กำลังเข้ามาเปลี่ยนแปลงทุกมิติของชีวิตมนุษย์ ไม่เพียงในแง่ของการเข้าถึงข้อมูลและการวิเคราะห์เชิงลึก แต่ยังสะท้อนประเด็นอ่อนไหวอย่าง <strong>“ความเหลื่อมล้ำ”</strong> โดยเฉพาะในกลุ่มเปราะบางที่อาจยังเข้าไม่ถึงเทคโนโลยีนี้ได้</p>



<p>หนึ่งในกิจกรรมสำคัญของงานคือวงเสวนาในหัวข้อ <strong>“AI ตัวช่วย – ตัวฉุด ความเหลื่อมล้ำ กับการสร้างโอกาส–ลดเหลื่อมล้ำในมิติสังคมไทย?” </strong>โดยมีวิทยากรมากประสบการณ์ร่วมแลกเปลี่ยนความคิดเห็น ได้แก่ ดร.ไกรยส ภัทราวาท ผู้จัดการกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) รศ.นพ.เชิดชัย นพมณีจำรัสเลิศ รองอธิการบดีฝ่ายสารสนเทศและดิจิทัลทรานส์ฟอร์เมชัน มหาวิทยาลัยมหิดล ดร.ศักดิ์ เสกขุนทด ที่ปรึกษาสำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (ETDA) ผศ.ดร.ราชศักดิ์ สมยานนทนากุล กรรมการและเลขานุการ สมาคมปัญญาประดิษฐ์แห่งประเทศไทย&nbsp; ดำเนินรายการโดย มนต์ชัย วงษ์กิตติไกรวัล</p>



<figure class="wp-block-image size-full"><img decoding="async" loading="lazy" width="855" height="569" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/11/image-17.jpeg" alt="" class="wp-image-97547" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/11/image-17.jpeg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/11/image-17-300x200.jpeg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/11/image-17-768x511.jpeg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/11/image-17-750x500.jpeg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/11/image-17-272x182.jpeg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /></figure>



<p>ดร.ไกรยส กล่าวว่า หากมองในภาพรวมของประเทศไทย จะเห็นว่าประชาชนจำนวนมากเริ่มสามารถใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์หรือ AI ได้แล้ว แต่สิ่งสำคัญคือ <strong>การมองไปข้างหน้าอีก 10–20 ปี </strong>เพราะในช่วงเวลานั้น เด็กในวันนี้จะเติบโตเป็นผู้ใหญ่และเข้าสู่วัยทำงาน เราจำเป็นต้องคาดการณ์ว่า “อาชีพใดจะหายไป และอาชีพใดจะเกิดขึ้นใหม่” เพื่อเตรียมความพร้อมด้านการเรียนรู้ให้ทันต่อการเปลี่ยนแปลง</p>



<figure class="wp-block-image size-full"><img decoding="async" loading="lazy" width="855" height="569" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/11/image-19.jpeg" alt="" class="wp-image-97549" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/11/image-19.jpeg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/11/image-19-300x200.jpeg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/11/image-19-768x511.jpeg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/11/image-19-750x500.jpeg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/11/image-19-272x182.jpeg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /></figure>



<p>จากข้อมูลของ กสศ. พบว่า ปัจจุบันมีเด็กและเยาวชนไทยอายุ 3–18 ปี จำนวนกว่า <strong>880,000 คน</strong> ยังอยู่นอกระบบการศึกษา หรือคิดเป็นราว <strong>10% ของเด็กทั้งหมดในวัยนี้กว่า 8 ล้านคน</strong> เด็กกลุ่มนี้ไม่เพียงขาดโอกาสทางการศึกษาเท่านั้น แต่ยังแทบไม่มีทางเข้าถึงเทคโนโลยี AI ได้เลย เพราะเพียงแค่การเรียนพื้นฐานในห้องเรียนปกติยังไม่ทั่วถึง</p>



<p>ในอีกด้านหนึ่ง รายได้เฉลี่ยของคนไทยอยู่ที่ประมาณ 20,000 บาทต่อเดือน โดยมีระยะเวลาการศึกษาเฉลี่ยเพียง 9 ปี หรือระดับมัธยมศึกษาตอนต้น ซึ่งสะท้อนว่า “โอกาสทางการศึกษา” ยังคงเป็นจุดเริ่มต้นของความเหลื่อมล้ำทางเทคโนโลยี หากต้องการให้คนไทยสามารถใช้ AI ได้อย่างเต็มศักยภาพในอนาคต ต้องเริ่มจากการ<strong>ปลดล็อกโอกาสทางการศึกษาให้ทั่วถึง</strong>เสียก่อน</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img decoding="async" loading="lazy" width="1400" height="788" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/11/image-21-1400x788.jpeg" alt="" class="wp-image-97551" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/11/image-21-1400x788.jpeg 1400w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/11/image-21-300x169.jpeg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/11/image-21-768x432.jpeg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/11/image-21-1536x864.jpeg 1536w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/11/image-21.jpeg 1600w" sizes="(max-width: 1400px) 100vw, 1400px" /></figure>



<p><strong>“เมื่อเด็กไทยเข้าถึงการศึกษาได้แล้ว จะไปสู่โจทย์ต่อไปคือเรื่องการศึกษาที่ใช้เทคโนโลยี เพื่อให้คนไทยในอนาคตอีก 10-20 ปีข้างหน้า สามารถทํางานร่วมกับ AI ที่จะเติบโตไปเป็น AGI ในอนาคตได้พร้อมกัน”&nbsp; </strong>ดร.ไกรยส ภัทราวาท</p>



<p>อย่างไรก็ตาม ดร.ไกรยส แสดงความกังวลว่า หากพัฒนาการของ AI ไปสู่ AGI (Artificial General Intelligence) เกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว ขณะที่ระดับการศึกษาของคนไทยยังเฉลี่ยเพียง 9 ปี ก็อาจทำให้เด็กไทยจำนวนมากพลาดโอกาสสำคัญในการเรียนรู้และพัฒนา<br></p>



<figure class="wp-block-image size-full"><img decoding="async" loading="lazy" width="855" height="569" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/11/image-20.jpeg" alt="" class="wp-image-97550" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/11/image-20.jpeg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/11/image-20-300x200.jpeg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/11/image-20-768x511.jpeg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/11/image-20-750x500.jpeg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/11/image-20-272x182.jpeg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /></figure>



<p>ในระดับโลกขณะนี้ หลายประเทศเริ่มนำ <strong>AI เข้าไปบรรจุในหลักสูตรการศึกษา</strong> บางแห่งอยู่ในขั้นทดลองหรืออยู่ระหว่างประเมินความเหมาะสม ขณะที่ประเทศไทยเองอยู่ในจุดกึ่งกลางของการศึกษาแนวทางดังกล่าว แต่ยังไม่มีประเทศใดในโลกที่นำ AI เข้าสู่หลักสูตรอย่างเต็มรูปแบบ</p>



<p>ดร.ไกรยส ได้ยกคำกล่าวของ <strong>ศาสตราจารย์คาริม อาร์. ลัคฮานี (Karim R. Lakhani)</strong> จาก Harvard Business School ที่ว่า <strong><em>“AI won’t replace humans &#8211; But humans with AI will replace humans without AI.”</em></strong> หรือ <strong><em>“AI จะไม่มาแทนที่มนุษย์ แต่มนุษย์ที่ใช้ AI จะมาแทนที่มนุษย์ที่ไม่ใช้ AI” </em></strong>คำกล่าวนี้สะท้อนชัดเจนว่า ความเหลื่อมล้ําทางการศึกษาในวันนี้คือความเหลื่อมล้ำของการใช้ AI ในอนาคต</p>



<p>ดร.ไกรยส ยังกล่าวถึงทิศทางขององค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา (OECD) ว่า ขณะนี้อยู่ระหว่างการกำหนดกรอบแนวทางการใช้ AI ในระบบการศึกษา ซึ่งคาดว่าภายในปี 2026–2027 จะเริ่มเห็นนโยบายที่ชัดเจนขึ้นในหลายประเทศ&nbsp;</p>



<p><strong>“ต่อไปจะต้องมีหลักการประเมินความสามารถในการใช้ AI ของเด็กไทย ว่าสามารถใช้ได้ในระดับทั่วไปหรือขั้นสูง เรื่องนี้ควรเป็นนโยบายระดับชาติ และถึงเวลาแล้วที่จะต้องปรับหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐานซึ่งใช้มาตั้งแต่ปี 2551 ให้สอดคล้องกับยุคดิจิทัลมากขึ้น”&nbsp;</strong></p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img decoding="async" loading="lazy" width="1400" height="788" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/11/image-18-1400x788.jpeg" alt="" class="wp-image-97548" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/11/image-18-1400x788.jpeg 1400w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/11/image-18-300x169.jpeg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/11/image-18-768x432.jpeg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/11/image-18-1536x864.jpeg 1536w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/11/image-18.jpeg 1600w" sizes="(max-width: 1400px) 100vw, 1400px" /></figure>



<p>สำหรับบทบาทของ AI ในการลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา ดร.ไกรยส มองว่า <strong>AI สามารถเป็นเครื่องมือช่วยเด็กที่มีความต้องการพิเศษหรือเด็กในกลุ่มเปราะบาง</strong> ให้ได้รับโอกาสเรียนรู้ที่เหมาะกับตนเองมากขึ้น</p>



<p>ปัจจุบัน กสศ. ได้ร่วมมือกับ <strong>กสิกร บิซิเนส เทคโนโลยี กรุ๊ป (KBTG)</strong> และ <strong>MIT Media Lab</strong> พัฒนาแอปพลิเคชันชื่อ <strong>“Future You”</strong> ซึ่งเป็นการจำลอง AI จากต้นแบบของผู้เรียน เพื่อคาดการณ์อนาคตในอีก 10–20 ปี ว่าเด็กแต่ละคนเหมาะกับเส้นทางอาชีพแบบใด รวมถึงใช้พูดคุยและให้คำปรึกษากับผู้เรียนได้ในรูปแบบ AI Assistant&nbsp; โครงการนี้จะถูกนำมาทดลองใช้กับเด็กกลุ่มเปราะบาง เพื่อทำข้อเสนอเชิงนโยบายต่อภาครัฐว่า AI ไม่ได้มีไว้เพื่อเศรษฐกิจเท่านั้น แต่ยังช่วยพัฒนาคนและเติมเต็มช่องว่างของทรัพยากรในระบบการศึกษาได้อย่างแท้จริง</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img decoding="async" loading="lazy" width="1400" height="788" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/11/image-22-1400x788.jpeg" alt="" class="wp-image-97552" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/11/image-22-1400x788.jpeg 1400w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/11/image-22-300x169.jpeg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/11/image-22-768x432.jpeg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/11/image-22-1536x864.jpeg 1536w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/11/image-22.jpeg 1600w" sizes="(max-width: 1400px) 100vw, 1400px" /></figure>



<p>“ผมมีโอกาสได้พูดคุยกับ OECD ได้เห็นวิสัยทัศน์ในเรื่องห้องเรียนแห่งอนาคตที่ OECD คาดการณ์ว่า จะมีภาพของครูและเด็กที่ใช้ AI เป็นผู้ช่วยในการเรียนรู้ บางบทเรียน AI จะช่วยสอนเด็ก ขณะเดียวกันครูจะมีบทบาทสอนการใช้ AI อย่างมีจริยธรรม และระบบการประเมินผลก็จะพัฒนาให้สอดคล้องกับรูปแบบการเรียนรู้ร่วมกับ AI ทั้งสำหรับนักเรียนและครู”</p>



<p>อย่างไรก็ตาม ดร.ไกรยสมองว่า การผลักดัน AI ให้เกิดขึ้นจริงในด้านการลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา จำเป็นต้องมี<strong>เสถียรภาพทางนโยบาย</strong> และ<strong>ความต่อเนื่องของรัฐบาล</strong></p>



<p>“ถ้าเรามีความชัดเจนในนโยบายและมีกฎหมายรองรับ การใช้ AI จะเดินหน้าได้รวดเร็ว แต่หากยังขาดเสถียรภาพ นั่นจะเป็นความท้าทายสำคัญในการลดความเหลื่อมล้ำจากเทคโนโลยีนี้”</p>



<figure class="wp-block-image size-full"><img decoding="async" loading="lazy" width="855" height="569" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/11/image-23.jpeg" alt="" class="wp-image-97553" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/11/image-23.jpeg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/11/image-23-300x200.jpeg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/11/image-23-768x511.jpeg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/11/image-23-750x500.jpeg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/11/image-23-272x182.jpeg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /></figure>



<p>ในตอนท้าย ดร.ไกรยส กล่าวถึง <strong>ความปลอดภัยและภูมิคุ้มกันในการใช้ AI</strong> ว่า ไม่ว่ากฎหมายหรือโครงสร้างของรัฐจะดีเพียงใด สุดท้ายแล้วสิ่งสำคัญคือ <strong>การพัฒนาคนให้รู้เท่าทันเทคโนโลยี</strong></p>



<p><strong><em>“การใช้ AI ก็เหมือนกบที่อยู่ในหม้อน้ำร้อน กบจะรอดได้ก็ต่อเมื่อรู้ตัวและกระโดดออกทันเวลา การรู้เท่าทันคือภูมิคุ้มกันที่แท้จริงของสังคม”</em></strong></p>



<p>หากประเทศไทยสามารถพัฒนาคนให้มีความเข้าใจในเทคโนโลยี มีนโยบายที่ชัดเจน และลงทุนต่อเนื่องในเรื่องการศึกษา ก็จะทำให้การใช้ AI เกิดประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น แต่หากปล่อยให้ทุนนิยมครอบงำการพัฒนาและการลงทุนด้าน AI จนความเหลื่อมล้ำขยายตัวมากขึ้น จะถือเป็นความล้มเหลวของกลไกตลาด ดังนั้น รัฐต้องเข้าใจและจัดการด้วยวิธีที่เหมาะสม เพื่อให้ AI กลายเป็นพลังขับเคลื่อนความเสมอภาค ไม่ใช่ต้นตอของความเหลื่อมล้ำ</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img decoding="async" loading="lazy" width="1400" height="788" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/11/image-24-1400x788.jpeg" alt="" class="wp-image-97554" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/11/image-24-1400x788.jpeg 1400w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/11/image-24-300x169.jpeg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/11/image-24-768x432.jpeg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/11/image-24-1536x864.jpeg 1536w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/11/image-24.jpeg 1600w" sizes="(max-width: 1400px) 100vw, 1400px" /></figure><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/article-121125-3/">AI x Education: จากเครื่องมืออัจฉริยะ สู่โอกาสในการเรียนรู้ที่เสมอภาคของเด็กทุกคน</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>จาก ‘รถขนฝัน’ สู่ระบบลำเลียงความฝันเด็กไทยเข้าถึงโอกาสได้อย่างเท่าเทียม</title>
		<link>https://www.eef.or.th/article-101125-2/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 10 Nov 2025 11:43:35 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Movement]]></category>
		<category><![CDATA[บทความ]]></category>
		<category><![CDATA[ศรัณยู อุมา]]></category>
		<category><![CDATA[กสศ.]]></category>
		<category><![CDATA[ดร.ไกรยส ภัทราวาท]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?p=97446</guid>

					<description><![CDATA[<p>เด็กไม่ควรต้องเลือกระหว่าง “กีฬา” กับ “การศึกษา” ในสังค [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/article-101125-2/">จาก ‘รถขนฝัน’ สู่ระบบลำเลียงความฝันเด็กไทยเข้าถึงโอกาสได้อย่างเท่าเทียม</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<h3 class="wp-block-heading"><strong>เด็กไม่ควรต้องเลือกระหว่าง “กีฬา” กับ “การศึกษา”</strong></h3>



<p>ในสังคมไทย เด็กจำนวนมากต้องเผชิญทางเลือกที่ไม่ควรเกิดขึ้น<br>เรียนต่อดี หรือทุ่มเทให้กีฬา?</p>



<p>ดร.ไกรยส ภัทราวาท ผู้จัดการกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) ชี้ว่า ระบบการศึกษาไทยจำเป็นต้องสร้าง “พื้นที่กลาง” ที่ให้เด็กเดินบนเส้นทางที่เขารัก พร้อมเรียนรู้และเติบโตไปด้วยกันได้</p>



<p><strong>“จะดีกว่ามาก ถ้าเรามีระบบการศึกษาที่ยืดหยุ่นพอให้กีฬาและการเรียนมาบรรจบเป็นเส้นทางเดียว ตอบโจทย์ความหลากหลายของเด็กไทย”</strong></p>



<p>กรณี อบต.ลำปางหลวง คือภาพสะท้อนจริงที่กสศ.ค้นพบเด็กที่หลุดจากระบบการศึกษาบางคนไม่ยอมกลับเข้าโรงเรียน แต่ยอมกลับมาซ้อมฟุตบอลทุกวัน<br>และเมื่อมีเงื่อนไขว่า “ต้องแก้ ร. ให้ครบก่อนลงสนามศุภชลาศัย”<br>เด็กทุกคนกลับทุ่มเทอย่างที่สุด</p>



<p><strong>“เด็กที่ติด ร. สิบกว่าตัว ไม่เคยแก้…แต่พอบอกว่าต้องแก้ให้หมดก่อนถึงจะได้ลงเตะในสนามศุภชลาศัย เขาฮึดเต็มที่ พยายามสุดความสามารถ เพราะนั่นคือความฝันของเขา”</strong></p>



<p>เรื่องนี้สะท้อนประเด็นสำคัญว่า หากระบบการศึกษาเชื่อมโยงกับความฝัน เด็กจะมีแรงขับเคลื่อนที่ทรงพลังอย่างมหาศาล</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-3a6281"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/11/1110_รถขนฝัน-06.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-f0962e"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/11/1110_รถขนฝัน-05.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>สนามฟุตบอล = ห้องเรียนชีวิต&nbsp; พื้นที่แห่งโอกาส</strong></h3>



<p>ฟุตบอลสอนอะไรที่ตำราไม่อาจสอนได้ครบ&nbsp;<br>การต่อสู้เมื่อแต้มตามหลัง การล้มแล้วลุก ความมีวินัย ความกล้าหาญ และการไม่ทิ้งทีม</p>



<p>ในสนาม เราจึงเห็น “การศึกษาในชีวิตจริง” ได้อย่างชัดเจน</p>



<p><strong>“เวลาเด็กอยู่บนสนาม เราเห็นพลังการต่อสู้ของพวกเขา ล้มกี่ครั้งก็ลุก คะแนนตามก็ยังสู้ เพราะเขากำลังทำในสิ่งที่รัก”</strong></p>



<p>เด็กหลายทีมทั่วประเทศที่ร่วมแข่งขันในปีนี้ต่างมีเรื่องราวแบบเดียวกัน<br>ไม่ใช่เพราะเป็นทีมดัง แต่เพราะพวกเขาได้อยู่ในพื้นที่ที่เปิดให้ใช้ความฝันเป็นแรงขับเคลื่อนชีวิต</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-86eafe"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/11/1110_รถขนฝัน-08.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>การศึกษาต้องมองความหลากหลายของเด็กเป็นศูนย์กลาง</strong></h3>



<p>ตาม พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ มาตรา 4 การศึกษาไม่ใช่ห้องเรียนอย่างเดียว<br>แต่คือ <strong>“กระบวนการเรียนรู้เพื่อความเจริญงอกงามของบุคคลและสังคม”</strong><br>การแข่งขันที่สนามศุภชลาศัยเมื่อวันที่ 8 พฤศจิกายน จึงไม่ใช่แค่เกมฟุตบอล<br>แต่คือ “กระบวนการเรียนรู้เชิงลึก” ของทั้งเด็กและสังคมไทย</p>



<p><strong>“สิ่งที่เกิดขึ้นที่ศุภชลาศัย คือการศึกษาอย่างแท้จริง เด็กเรียนรู้จากการลงมือทำ และสังคมก็เรียนรู้ไปพร้อมกับพวกเขา”</strong></p>



<p>ผู้ชมหลายหมื่นในสนาม และผู้ชมออนไลน์จำนวนมหาศาลกำลังร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการเรียนรู้สาธารณะ ว่าความพยายามของเด็กมีคุณค่ามากเพียงใด</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-342d0a"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/11/1110_รถขนฝัน-02.jpg" alt=""/></div><figcaption class="qubely-image-caption">เครดิตภาพจากเพจ Ch7HD Sports</figcaption></figure></div></div></div>



<p></p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>มูลค่าทางเศรษฐกิจที่ ‘ลอยอยู่เหนือสนามกีฬา’</strong></h3>



<p>ความสนใจจากคนทั้งประเทศทำให้เกิดมูลค่าทางเศรษฐกิจจำนวนมาก<br>ยอดผู้ชม ยอดแชร์ ยอดสนับสนุน คอมเมนต์นับแสน และภาคส่วนต่างๆที่อยากมีส่วนร่วมสนับสนุน</p>



<p>ดร.ไกรยสชี้ว่า มูลค่าดังกล่าวควรถูกออกแบบให้ “ไหลกลับ” ไปสู่การพัฒนาเยาวชนอย่างยั่งยืน</p>



<p><strong>“เรามีทรัพยากรที่ลอยอยู่เหนือสนาม คำถามสำคัญคือจะดึงมันกลับไปเป็นอุปกรณ์ซ้อม โภชนาการที่ดีมีคุณภาพ&nbsp; การเดินทางปลอดภัย และระบบแข่งขันที่ดีให้เด็กได้อย่างไร”</strong></p>



<p>หากจัดระบบอย่างเหมาะสม งบสนับสนุนและแรงร่วมที่เกิดขึ้นสามารถขับเคลื่อนทั้งระบบกีฬาและการศึกษาของประเทศได้จริง</p>



<p>“สิ่งที่เห็นจากสื่อ คือ นักกีฬาจะได้รางวัลหรือได้เงินอัดฉีด ตอนได้เหรียญโอลิมปิกแล้ว อาจจะต้องมีการจัดสรรปันส่วนมาลงทุนตั้งแต่ต้นทางมากขึ้น&nbsp; เราก็คงไม่อยากจะเห็นสิ่งนี้เกิดขึ้น 10 ปีครั้งนึง แต่อยากให้เรื่องราวดีๆแบบนี้ เกิดได้ทุกปี ทุกปีเราจะมีเรื่องราวของเด็กในแต่ละจังหวัดที่ทำให้คนไปฟอลโล ทำให้คนไปสนับสนุน ทำให้คนไปเชียร์ได้อย่างเป็นระบบ และก็เกิดขึ้นได้ตลอดเวลา”</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-f4cdcf"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/11/1110_รถขนฝัน-04.jpg" alt=""/></div><figcaption class="qubely-image-caption">เครดิตภาพจากเพจ Ch7HD Sports</figcaption></figure></div></div></div>



<p></p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>โมเดลระดับโลกพิสูจน์แล้ว: พรสวรรค์เกิดทุกที่ ระบบต้องตามไปหา</strong></h3>



<p>หลายประเทศ เช่น ญี่ปุ่น อังกฤษ สหรัฐฯ ลงทุนในระบบเยาวชนอย่างจริงจัง เพราะเชื่อว่า “พรสวรรค์เกิดขึ้นได้ตลอดเวลา เกิดขึ้นได้ทุกจุด ในทุกชุมชน”</p>



<p>ประเทศไทยก็ทำได้เช่นกัน<br>มีทีมเยาวชนในโรงเรียนและพื้นที่ทุกแห่ง หากมีโค้ช มีระบบคัดเลือกต่อยอด<br>เราจะมี pipeline นักกีฬาคุณภาพสู่ทีมจังหวัด ทีมชาติ และอาชีพได้อย่างเป็นระบบ&nbsp;</p>



<p><strong>“ถ้าเรามีระบบค้นหาตั้งแต่ต้นทาง ความสำเร็จจะไม่ใช่ซินเดอเรลล่าสตอรี่ แต่เป็นระบบที่สร้างได้จริง”</strong></p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-eb7bef"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/11/1110_รถขนฝัน-01.jpg" alt=""/></div><figcaption class="qubely-image-caption">เครดิตภาพจากเพจ Ch7HD Sports</figcaption></figure></div></div></div>



<p></p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>“รถขนฝัน”: โครงสร้างใหม่เพื่อพาเด็กทั่วไทยไปถึงเวทีที่เขาภาคภูมิใจ</strong></h3>



<p>ดร.ไกรยสเสนอแนวคิด “รถขนฝัน”<br>ระบบลำเลียงเด็กที่มีความฝันจากทั่วประเทศ ไปสู่เวทีที่เขาใฝ่ฝันอย่างเท่าเทียม</p>



<p>ไม่ว่าจะเป็นฟุตบอล ศิลปะ ดนตรี หรือการแสดง<br>เด็กควรเดินทางสู่เวทีเหล่านั้นได้โดยมีความปลอดภัยและโครงสร้างรองรับ</p>



<p><strong>“เราอยากเห็นรถขนฝันที่พาเด็กมีพรสวรรค์จากทุกจุดของประเทศสู่เวทีในฝันอย่างปลอดภัย เสมอภาค และเป็นระบบ”</strong></p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-8da381"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/11/1110_รถขนฝัน-03.jpg" alt=""/></div><figcaption class="qubely-image-caption">เครดิตภาพจากเพจ Ch7HD Sports</figcaption></figure></div></div></div>



<p></p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>ลงทุนให้คนที่ ‘ยังไม่ชนะวันนี้’ เพื่อให้เขามีโอกาสชนะในวันหน้า</strong></h3>



<p>ระบบที่ดีไม่เน้นลงทุนเฉพาะเด็กที่คว้าเหรียญหรือเป็นแชมป์<br>แต่ลงทุนตั้งแต่ต้นทาง ทั้งในเด็ก ครู โรงเรียน ระบบเดินทาง และความปลอดภัย</p>



<p>“อย่าลงทุนเฉพาะตอนสำเร็จแล้ว ต้องลงทุนกับคนที่ยังไม่ชนะในวันนี้ เพื่อให้เขามีโอกาสชนะในวันหน้า นี่คือการลงทุนที่คุ้มค่าที่สุด”</p>



<p>นี่คือหัวใจของความเสมอภาคทางการศึกษาอย่างแท้จริง</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-50cc99"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/11/1110_รถขนฝัน-07.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>ทำให้ ‘โอกาส’ ไม่ใช่เหตุการณ์พิเศษ แต่เป็นระบบถาวรของประเทศ</strong></h3>



<p>ปรากฏการณ์วันที่ 8 พฤศจิกายน แสดงให้เห็นว่า “พลังของเด็กไทยมีจริง”<br>แต่สิ่งสำคัญคือ ต้องไม่ให้เป็นเพียงกระแสชั่วครั้ง</p>



<p><strong>“ความหวัง&nbsp; เราต้องวางฟันเฟืองให้มันติดเครื่องอยู่ตลอด เพื่อให้โอกาสถึงเด็กทุกคนจริง ๆ”</strong></p>



<p>เพื่อเด็กยากจน ขาดแคลนโอกาส  กสศ.พร้อมทำงานร่วมกับภาคส่วนต่างๆให้ความหวังนี้กลายเป็น “ระบบ” ที่ยั่งยืนของประเทศ </p>



<p><strong>“เมื่อเราเชื่อในศักยภาพของเด็ก และสร้างระบบที่เอื้อให้เขาเติบโต—ประเทศก็จะเติบโตไปพร้อมกับเขาเช่นกัน”</strong></p><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/article-101125-2/">จาก ‘รถขนฝัน’ สู่ระบบลำเลียงความฝันเด็กไทยเข้าถึงโอกาสได้อย่างเท่าเทียม</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>กสศ. ผนึก 10 สถาบันผลิตครู สานต่อ “ครูรัก(ษ์)ถิ่นรุ่น 6”</title>
		<link>https://www.eef.or.th/article-291025-2/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 29 Oct 2025 09:45:33 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[บทความ]]></category>
		<category><![CDATA[ครูรักษ์ถิ่น]]></category>
		<category><![CDATA[Movement]]></category>
		<category><![CDATA[กสศ.]]></category>
		<category><![CDATA[ดร.ไกรยส ภัทราวาท]]></category>
		<category><![CDATA[รศ.ดร.ดารณี อุทัยรัตนกิจ]]></category>
		<category><![CDATA[ครูรัก(ษ์)ถิ่นรุ่น 6]]></category>
		<category><![CDATA[สถาบันผลิตครู]]></category>
		<category><![CDATA[พิเชษฐ โพธิ์ภักดี]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?p=97169</guid>

					<description><![CDATA[<p>เมื่อวันที่ 26 ตุลาคม 2568 กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการ [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/article-291025-2/">กสศ. ผนึก 10 สถาบันผลิตครู สานต่อ “ครูรัก(ษ์)ถิ่นรุ่น 6”</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>เมื่อวันที่ 26 ตุลาคม 2568 กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) ร่วมลงนามความร่วมมือเพื่อพัฒนาแนวทางการดำเนินงานกับสถาบันต้นแบบการผลิตและพัฒนาครู 10 แห่ง ได้แก่ มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่ มหาวิทยาลัยราชภัฏพิบูลสงคราม มหาวิทยาลัยขอนแก่น มหาวิทยาลัยราชภัฏเลย มหาวิทยาลัยราชภัฏภูเก็ต มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี มหาวิทยาลัยราชภัฏยะลา มหาวิทยาลัยราชภัฏกาญจนบุรี มหาวิทยาลัยราชภัฏวไลยอลงกรณ์ และมหาวิทยาลัยราชภัฏรำไพพรรณี</p>



<p>ความร่วมมือกันในครั้งนี้ เป็นการเดินหน้าขับเคลื่อนโครงการครูรัก(ษ์)ถิ่นระยะที่ 2 ให้เกิดความต่อเนื่องสู่รุ่นที่ 6 ในปีการศึกษา 2569 จากความร่วมมือระหว่าง กสศ. และหน่วยงานหลักด้านการศึกษาของประเทศ ได้แก่ กระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) สำนักงานคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (ก.ค.ศ.) สำนักงานเลขาธิการคุรุสภา และกรมส่งเสริมการเรียนรู้ (สกร.) เพื่อยกระดับระบบการผลิตและพัฒนาครูสำหรับโรงเรียนในพื้นที่ห่างไกล ทุรกันดาร แก้ปัญหาครูขาดแคลนและโยกย้ายบ่อย พร้อมกับสร้างครูรุ่นใหม่กลับไปพัฒนาคุณภาพการเรียนรู้ให้กับเด็กและเยาวชนในพื้นที่บ้านเกิด</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-full"><img decoding="async" loading="lazy" width="855" height="569" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/10/image-12.jpeg" alt="" class="wp-image-97170" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/10/image-12.jpeg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/10/image-12-300x200.jpeg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/10/image-12-768x511.jpeg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/10/image-12-750x500.jpeg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/10/image-12-272x182.jpeg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /></figure></div>


<p><strong>รศ.ดร.ดารณี อุทัยรัตนกิจ คณะกรรมการบริหาร กสศ. และประธานอนุกรรมการพัฒนาระบบการผลิตพัฒนาครูสำหรับโรงเรียนในพื้นที่ห่างไกลและพัฒนาคุณภาพโรงเรียนทั้งระบบ</strong> กล่าวว่า โครงการครูรัก(ษ์)ถิ่น ได้ดำเนินการครบ 5 รุ่นเมื่อปีการศึกษา 2567 ที่ผ่านมา โดยในระยะที่ 2 รุ่นที่ 6 นี้ ยังคงเป็นการดำเนินงานภายใต้ความเชื่อมั่นในพลังของสถาบันผลิตและพัฒนาครูทั้ง 10 แห่ง ที่มุ่งมั่นทำงานร่วมกันเพื่อสร้างโอกาสทางการศึกษาให้แก่นักเรียนยากจนด้อยโอกาสที่มีศักยภาพและมีใจรักอยากเป็นครู ได้รับโอกาสทางการศึกษาจนสำเร็จการศึกษาและบรรจุเป็นครูรุ่นใหม่ในโรงเรียนพื้นที่ห่างไกล ทุรกันดาร ซึ่งเป็นชุมชนบ้านเกิด เพื่อแก้ปัญหาขาดแคลนครูและการโยกย้ายออกจากพื้นที่</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-full"><img decoding="async" loading="lazy" width="855" height="569" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/10/image-15.jpeg" alt="" class="wp-image-97172" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/10/image-15.jpeg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/10/image-15-300x200.jpeg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/10/image-15-768x511.jpeg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/10/image-15-750x500.jpeg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/10/image-15-272x182.jpeg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /><figcaption class="wp-element-caption">รศ.ดร.ดารณี อุทัยรัตนกิจ</figcaption></figure></div>


<p>รศ.ดร.ดารณี กล่าวเพิ่มเติมว่า โครงการนี้ยังมุ่งหวังให้นักศึกษาผู้รับทุนได้รับการบ่มเพาะจิตวิญญาณความเป็นครู ควบคู่กับการเป็นนักพัฒนาชุมชนที่เข้าใจบริบทท้องถิ่นอย่างแท้จริง โดยเชื่อมั่นว่าด้วยพลังความร่วมมือจากทั้ง 10 สถาบันการศึกษา จะพิสูจน์ให้เห็นว่า ‘ครูรัก(ษ์)ถิ่น’ เป็นโครงการวิจัยเชิงปฏิบัติการในพื้นที่จริงที่สามารถสร้างความเปลี่ยนแปลงเชิงระบบในการผลิตและพัฒนาครู ซึ่งส่งผลต่อการยกระดับคุณภาพโรงเรียน ชุมชน และท้องถิ่นได้อย่างเป็นรูปธรรม</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-full"><img decoding="async" loading="lazy" width="855" height="569" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/10/image-14.jpeg" alt="" class="wp-image-97171" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/10/image-14.jpeg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/10/image-14-300x200.jpeg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/10/image-14-768x511.jpeg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/10/image-14-750x500.jpeg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/10/image-14-272x182.jpeg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /><figcaption class="wp-element-caption">พิเชษฐ โพธิ์ภักดี</figcaption></figure></div>


<p>ด้าน<strong>นายพิเชษฐ โพธิ์ภักดี เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน</strong> กล่าวว่าโครงการครูรัก(ษ์)ถิ่น เป็นนวัตกรรมที่ดำเนินการภายใต้แนวคิดสำคัญ “พัฒนาชุมชนด้วยคนในชุมชนเอง” โดยเปิดโอกาสให้เยาวชนที่มีความมุ่งมั่นและมีใจรักในวิชาชีพครู ได้เข้ารับการเรียนรู้และฝึกฝนกับมหาวิทยาลัยชั้นนำในท้องถิ่น เพื่อกลับไปทำงานและพัฒนาโรงเรียนในพื้นที่บ้านเกิดของตน ปัจจุบัน สพฐ. มีโรงเรียนในสังกัดจำนวน 29,005 แห่ง โดยในจำนวนนี้มีโรงเรียนที่ตั้งอยู่ในพื้นที่ห่างไกล เช่น โรงเรียนตามแนวชายแดน โรงเรียน Stand Alone และโรงเรียนบนเกาะแก่งต่าง ๆ ซึ่งจำนวนไม่น้อยยังประสบปัญหาขาดแคลนครู หรือมีการโยกย้ายบ่อย โครงการครูรัก(ษ์)ถิ่นจะเป็นคำตอบสำคัญในการแก้ปัญหานี้ได้</p>



<p>“โครงการครูรัก(ษ์)ถิ่นเปิดโอกาสให้เด็กที่อยู่ในท้องถิ่นได้เรียนหนังสือจนจบปริญญาตรี แล้วกลับไปเป็นครูในพื้นที่บ้านเกิดของตัวเอง โดยมีสถาบันการศึกษาช่วยให้ความรู้และสร้างทักษะในการที่เป็นครูที่ดี สร้างเจตคติที่ดีในการเป็นครู นอกจากได้เรียนในห้องเรียนแล้ว ยังต้องมีภาคปฏิบัติ มีกิจกรรมจิตอาสา ต้องมีการร่วมมือร่วมใจกันในหลายภาคส่วนเพื่อหล่อหลอมให้นักศึกษาครูรัก(ษ์)ถิ่นเป็นครูที่ดีมีคุณภาพ และเพื่อเป็นนวัตกรด้านการเรียนการสอน และเป็นพลังสำคัญในการสร้างความเปลี่ยนแปลงให้เกิดขึ้นในพื้นที่อย่างแท้จริง” เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน กล่าว</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-full"><img decoding="async" loading="lazy" width="855" height="569" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/10/image-16.jpeg" alt="" class="wp-image-97173" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/10/image-16.jpeg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/10/image-16-300x200.jpeg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/10/image-16-768x511.jpeg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/10/image-16-750x500.jpeg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/10/image-16-272x182.jpeg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /><figcaption class="wp-element-caption">ดร.ไกรยส ภัทราวาท</figcaption></figure></div>


<p>ขณะที่ <strong>ดร.ไกรยส ภัทราวาท</strong> <strong>ผู้จัดการ กสศ.</strong> กล่าวว่า โครงการครูรัก(ษ์)ถิ่นไม่อาจเกิดขึ้นได้ หากขาดความร่วมมือจากหน่วยงานหลัก ได้แก่ กระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) สำนักงานคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (ก.ค.ศ.) และสำนักงานเลขาธิการคุรุสภา โดยในปีนี้ได้มีอีกหนึ่งหน่วยงานร่วมขับเคลื่อนเพิ่มเติม คือ กรมส่งเสริมการเรียนรู้ (สกร.)</p>



<p>โดยทุกหน่วยงานมีเป้าหมายร่วมกันในการลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาอย่างยั่งยืน ซึ่งไม่สามารถทำได้ด้วยงบประมาณเพียงอย่างเดียว แต่ต้องอาศัย “ครู” ที่มีจิตวิญญาณในการทำเพื่อศิษย์ และมีบทบาทสำคัญในการพัฒนาเยาวชนให้เติบโตเป็นพลเมืองคุณภาพของประเทศได้อย่างเสมอภาคไม่ว่าจะอยู่ในพื้นที่ใดของประเทศไทย</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-full"><img decoding="async" loading="lazy" width="855" height="569" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/10/image-17.jpeg" alt="" class="wp-image-97174" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/10/image-17.jpeg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/10/image-17-300x200.jpeg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/10/image-17-768x511.jpeg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/10/image-17-750x500.jpeg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/10/image-17-272x182.jpeg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /></figure></div>


<p></p>



<p>ดร.ไกรยส กล่าวว่า จากการวิเคราะห์ข้อมูลของ กสศ. พบว่า ปัจจุบันโรงเรียนในสังกัด สพฐ. มีโรงเรียนขนาดเล็กในพื้นที่ห่างไกลที่ไม่สามารถยุบหรือควบรวมได้ราวหนึ่งพันแห่ง ส่วนใหญ่ประสบปัญหาครูไม่ครบชั้น และขาดโอกาสในการพัฒนาศักยภาพอย่างต่อเนื่อง ส่งผลต่อการพัฒนาคุณภาพการเรียนรู้ของเด็กและเยาวชนในพื้นที่ ซึ่งการสร้างครูรุ่นใหม่จากชุมชนจึงเป็นแนวทางสำคัญในการเติมเต็มความต้องการของโรงเรียนกลุ่มนี้ให้มีครูที่พร้อมพัฒนาท้องถิ่นบ้านเกิดของตนเอง</p>



<p>ทั้งนี้ โครงการ “ครูรัก(ษ์)ถิ่น รุ่นที่ 6” ถือเป็นอีกก้าวสำคัญในการสร้างนวัตกรรมการผลิตและพัฒนาครูเพื่อลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา โดย 10 สถาบันการศึกษาได้รับการคัดเลือกเพื่อร่วมกันพัฒนาครูรุ่นใหม่ให้มีความรู้ความสามารถสอดคล้องกับบริบทของผู้เรียนที่หลากหลาย และมุ่งแก้ปัญหาการอ่านออกเขียนได้อย่างเป็นรูปธรรม</p>



<p>โดยในรุ่นนี้จะมีการผลิตและพัฒนาครูภายใต้หลักสูตรทั้งแบบ <strong>เอกเดี่ยว</strong> ได้แก่ สาขาประถมศึกษาและการศึกษาปฐมวัย และแบบ <strong>เอกคู่</strong> ได้แก่ สาขาประถมศึกษา–การศึกษาพิเศษ และประถมศึกษา–ภาษาไทย เพื่อเสริมสมรรถนะครูรุ่นใหม่ให้มีความเข้าใจเชิงลึกทั้งด้านการเรียนรู้ของเด็กทั่วไป เด็กที่มีความต้องการพิเศษ และการสอนภาษาไทย ซึ่งเป็นทักษะพื้นฐานสำคัญของการเรียนรู้ตลอดชีวิต</p><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/article-291025-2/">กสศ. ผนึก 10 สถาบันผลิตครู สานต่อ “ครูรัก(ษ์)ถิ่นรุ่น 6”</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>“ความเป็นครูเริ่มต้นที่ตรงไหน และสิ้นสุดเมื่อใด?” แรงบันดาลใจจาก ดร.ไกรยส ภัทราวาท ถึงครูรัก(ษ์)ถิ่นรุ่น 2</title>
		<link>https://www.eef.or.th/article-210925/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 25 Sep 2025 10:33:29 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[บทความ]]></category>
		<category><![CDATA[ครูรักษ์ถิ่น]]></category>
		<category><![CDATA[Movement]]></category>
		<category><![CDATA[ดร.ไกรยส ภัทราวาท]]></category>
		<category><![CDATA[ครูรัก(ษ์)ถิ่นรุ่น 2]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?p=96248</guid>

					<description><![CDATA[<p>ในงานปัจฉิมนิเทศนักศึกษาทุนโครงการครูรัก(ษ์)ถิ่น รุ่น 2 [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/article-210925/">“ความเป็นครูเริ่มต้นที่ตรงไหน และสิ้นสุดเมื่อใด?” แรงบันดาลใจจาก ดร.ไกรยส ภัทราวาท ถึงครูรัก(ษ์)ถิ่นรุ่น 2</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>ในงานปัจฉิมนิเทศนักศึกษาทุนโครงการครูรัก(ษ์)ถิ่น รุ่น 2 ซึ่งจัดขึ้นที่กรุงเทพฯ เมื่อ 21 กันยายนที่ผ่านมา <strong>ดร.ไกรยส ภัทราวาท</strong> ผู้จัดการกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) ร่วมแสดงความยินดีกับนักศึกษาทุนทั้ง 295 คนในโอกาสสำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรีจาก 10 สถาบันต้นแบบการผลิตและพัฒนาครู และเตรียมบรรจุเข้าไปพัฒนาโรงเรียนบ้านเกิดในพื้นที่ห่างไกลรวม 285 แห่ง ในเดือนตุลาคมที่จะถึงนี้</p>



<p>เมื่อโรงเรียนปลางทางของครูทุกคน ส่วนใหญ่เป็นโรงเรียนเล็กที่ขาดแคลน อยู่ห่างไกลเมือง บ้างอยู่บนภูเขา บนเกาะ เสี่ยงภัย ตามแนวชายแดน บ้างก็มีความหลากหลายทางชาติพันธุ์ หรืออยู่กลุ่มโครงการพิเศษที่ขาดครูมานาน แต่ทว่ายังมีเด็ก ๆ กว่า 50,000 ชีวิต ที่รออยู่ รอครูคุณภาพกลับไปดูแลการเรียนรู้ของพวกเขาอย่างใกล้ชิด ทำให้ในโอกาสสำคัญที่ครูรัก(ษ์)ถิ่นรุ่น 2 สำเร็จการศึกษาเต็มตัวแล้ว ดร.ไกรยสจึงขอฝากข้อคิดให้เป็นแรงบันดาลใจแก่ครูคนใหม่ ให้เฝ้าตั้งคำถามกับตัวเองอยู่เสมอ ไม่ลืมเรียนรู้ทุกวัน</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-full"><img decoding="async" loading="lazy" width="855" height="569" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/09/image-61.png" alt="" class="wp-image-96249" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/09/image-61.png 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/09/image-61-300x200.png 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/09/image-61-768x511.png 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/09/image-61-750x500.png 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/09/image-61-272x182.png 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /><figcaption class="wp-element-caption"><strong>ดร.ไกรยส ภัทราวาท</strong></figcaption></figure></div>


<p></p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>วันที่เราเริ่มต้นเรียกตัวเองว่า “ครู”</strong></h3>



<p>ดร.ไกรยส พาย้อนความทรงจำของตนเองในวันที่เคยเป็นครูฝึกสอนเมื่อปี พ.ศ. 2550 โดยแม้ว่าปัจจุบันจะอยู่บนบทบาทงานบริหาร แต่หากเมื่อใดที่ได้รับเชิญจากสถาบันต่าง ๆ ให้เข้าไปสอนนักเรียนนักศึกษา ก็ยังยินดีอยู่เสมอ เพราะการได้ก้าวเข้าสู่ห้องเรียนของตน ทำให้ได้เห็นแววตาของผู้เรียน นับเป็นช่วงเวลาที่เติมเต็มความรู้สึกให้มีแรงบันดาลใจและตอกย้ำกับตัวเองว่า <strong>“เรายังเป็นครูอยู่”</strong></p>



<p>จึงอยากฝากคำถามนี้ให้น้อง ๆ ครูรุ่นใหม่ได้ถามตัวเองอยู่เสมอเหมือนกันว่า…<br><strong>“ความเป็นครูของเรานั้น เริ่มต้นที่ตรงไหน?”</strong><strong><br></strong><strong> เราเริ่มต้นเป็นครูแล้วหรือยัง หรือจะเริ่มเมื่อไหร่?</strong></p>



<p>บางคนอาจรู้สึกว่าเริ่มเป็นครูตั้งแต่วันที่ได้ทุนครูรัก(ษ์)ถิ่น<br>บางคนอาจรู้สึกว่าเริ่มเป็นครูในวันที่ได้บรรจุเป็นข้าราชการ<br>บางคนอาจรู้สึกว่าเริ่มเป็นครูเมื่อลงอยู่ที่โรงเรียนครั้งแรกแล้วได้รับคำชมจาก ผอ. ว่า “เราเป็นครูใหม่ที่ดีมาก”<br>หรืออาจจะเป็นวันแรกในพิธีไหว้ครู ที่มีนักเรียนตัวน้อยถือพานมากราบเป็นลูกศิษย์คนแรกของชีวิต</p>



<p><strong>“วันนั้นหรือเปล่านะ ที่เราเรียกตัวเองว่าเป็นครู”</strong><strong><br></strong><strong>วันไหนกันที่แต่ละคนได้เริ่มต้นชีวิตครูจริง ๆ และรู้สึกภาคภูมิใจว่า</strong> <strong>“ได้เป็นครูแล้ว”</strong></p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-full is-resized"><img decoding="async" loading="lazy" width="569" height="855" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/09/image-62.png" alt="" class="wp-image-96250" style="width:500px" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/09/image-62.png 569w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/09/image-62-200x300.png 200w" sizes="(max-width: 569px) 100vw, 569px" /></figure></div>


<p></p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>แล้วความเป็นครูสิ้นสุดเมื่อใด?</strong></h3>



<p>อีกคำถามหนึ่งที่ ดร.ไกรยส ชวนให้ครูรัก(ษ์)ถิ่นถามตัวเองคือ…<br><strong>“ความเป็นครูของเราจะสิ้นสุดลงเมื่อใด?”</strong></p>



<p>จะสิ้นสุดเมื่อเสียงกริ่งบอกเวลาเลิกเรียน 16.30 น. หรือเปล่า?</p>



<p>หรือหมดเวลางานแล้ว เรายังต้องออกตามหาลูกศิษย์ที่หายไปจากห้องเรียน?</p>



<p>จะสิ้นสุดตรงรั้วโรงเรียน? หรือสิ้นสุดเมื่ออายุครบ 60 ปี เกษียณราชการ?</p>



<p>หรือแท้จริงแล้ว แม้เกษียณไปแล้ว ความเป็นครูของเราก็ยังไม่สิ้นสุด เพราะเรายังคงทำหน้าที่ถ่ายทอดความรู้ และแรงบันดาลใจให้คนรุ่นต่อไปได้เรื่อย ๆ</p>



<blockquote class="wp-block-quote">
<p><strong>“ความเป็นครูเริ่มต้นที่ตรงไหนและสิ้นสุดลงเมื่อใด เป็นคำถามที่พี่อยากจะฝากถึงน้อง ๆ ครูรัก(ษ์)ถิ่นรุ่นที่ 2 ทุกคน อยากให้น้องลองถามตัวเองเรื่องนี้ไปเรื่อย ๆ เพราะตราบใดที่เรายังตั้งคำถามนี้ เราก็จะไม่หยุดพัฒนาตัวเอง”</strong></p>
</blockquote>



<figure class="wp-block-image size-full"><img decoding="async" loading="lazy" width="855" height="569" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/09/image-63.png" alt="" class="wp-image-96251" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/09/image-63.png 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/09/image-63-300x200.png 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/09/image-63-768x511.png 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/09/image-63-750x500.png 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/09/image-63-272x182.png 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /></figure>



<p></p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>ขอบคุณทุกคนที่เลือกมาเป็นครู</strong></h3>



<p>ในนามผู้จัดการ กสศ. ดร.ไกรยสเชื่อมั่นว่าครูรัก(ษ์)ถิ่นรุ่น 2 ทุกคนคือพลังของคนรุ่นใหม่ ที่จะก้าวออกไปขับเคลื่อนการศึกษาในโลกที่กำลังเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว</p>



<p>ปัจจุบัน การผลิตและพัฒนาครูเป็นโจทย์ท้าทายที่เกิดขึ้นทั่วโลก องค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา (OECD) ระบุว่า ภายในปี ค.ศ. 2030–2040 ระบบการศึกษาจะต้องมุ่งเน้นกระบวนการเรียนรู้ที่ยึดผู้เรียนเป็นสำคัญ และสร้าง “ชุมชนแห่งการเรียนรู้” ที่ช่วยให้ผู้เรียนพัฒนาทักษะได้รอบด้าน</p>



<p><strong>หัวใจสำคัญที่จะทำให้สิ่งนี้เกิดขึ้นได้ คือ การสร้างครูที่มีคุณภาพ</strong> ทั้งในด้านวิชาการ ความเชี่ยวชาญ และการเติบโตเต็มศักยภาพในวิชาชีพ เพื่อก้าวขึ้นมาเป็นผู้นำการเปลี่ยนแปลงทางการศึกษา</p>



<p>เมื่อมองไปสู่อนาคต ครูรัก(ษ์)ถิ่นรุ่นใหม่จึงไม่เพียงมีหน้าที่สอนหนังสือ แต่ยังต้องเป็นครูที่พร้อมนำพาการเปลี่ยนแปลง ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป</p>



<figure class="wp-block-image size-full"><img decoding="async" loading="lazy" width="855" height="569" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/09/image-64.png" alt="" class="wp-image-96252" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/09/image-64.png 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/09/image-64-300x200.png 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/09/image-64-768x511.png 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/09/image-64-750x500.png 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/09/image-64-272x182.png 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /></figure>



<p></p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>ขอบคุณทุกพลังความร่วมมือที่อยู่เบื้องหลัง</strong></h3>



<p>ผู้จัดการ กสศ. แสดงความขอบคุณต่อ <strong>5 องค์กรหลักทางการศึกษาของประเทศ</strong> ได้แก่ กระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.), กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.), สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.), สำนักงานคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (ก.ค.ศ.) และสำนักงานเลขาธิการคุรุสภา ที่ได้ร่วมผลักดันโครงการครูรัก(ษ์)ถิ่นกับ กสศ.&nbsp; เพื่อสร้างโอกาสทางการศึกษาให้เด็กและเยาวชนในพื้นที่ห่างไกลได้ก้าวต่อสู่ระดับอุดมศึกษาในวิชาชีพครู และช่วยกันผลักดันการผลิตครูระบบปิดให้กลับไปปฏิบัติหน้าที่ในถิ่นบ้านเกิดเพื่อเป็น “ครูนักพัฒนาชุมชน” ที่อยู่ใกล้ชิดเด็ก ๆ ช่วยลดปัญหาการขาดแคลนครูและการโยกย้ายกลับบ้าน</p>



<p>ขอขอบคุณ <strong>ผู้บริหารและคณาจารย์จาก 10 สถาบันต้นแบบการผลิตและพัฒนาครู</strong> ได้แก่ มหาวิทยาลัยกาฬสินธุ์, มหาวิทยาลัยราชภัฏพิบูลสงคราม, มหาวิทยาลัยราชภัฏยะลา, มหาวิทยาลัยราชภัฏสุราษฎร์ธานี, มหาวิทยาลัยราชภัฏหมู่บ้านจอมบึง, มหาวิทยาลัยราชภัฏอุดรธานี, มหาวิทยาลัยราชภัฏอุตรดิตถ์, มหาวิทยาลัยราชภัฏอุบลราชธานี, มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี และมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ที่ได้ร่วมกันบ่มเพาะครูรัก(ษ์)ถิ่น รุ่นที่ 2 ให้พร้อมรับมือกับความท้าทายที่หลากหลายและสอดคล้องกับบริบทของแต่ละพื้นที่</p>



<p>สุดท้ายในโอกาสนี้ ขอขอบคุณความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ไม่ว่าจะเป็นหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ภาคประชาสังคม รวมถึงประชาชนทุกคน ที่ให้ความสำคัญกับการแก้ปัญหาความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา และร่วมกันสร้างครูรัก(ษ์)ถิ่นที่เข้าใจบริบทชุมชนให้กลับไปเป็นครูของเด็ก ๆ และสร้างการเปลี่ยนแปลงให้กับสังคมไทยอย่างยั่งยืนต่อไป</p>



<p></p>



<p><strong>อ่านข่าว: </strong><a href="https://www.eef.or.th/news-240925/" target="_blank" rel="noopener" title="">สำเร็จอีกก้าว “295 ครูรัก(ษ์)ถิ่นรุ่น 2” จบการศึกษาปริญญาตรีจาก 10 สถาบันผลิตครู พร้อมคืนถิ่นบรรจุ 285 โรงเรียนบ้านเกิดห่างไกล ต.ค.นี้</a></p><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/article-210925/">“ความเป็นครูเริ่มต้นที่ตรงไหน และสิ้นสุดเมื่อใด?” แรงบันดาลใจจาก ดร.ไกรยส ภัทราวาท ถึงครูรัก(ษ์)ถิ่นรุ่น 2</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>พม.–กสศ. ใช้ระบบ พม. Smart และ Thailand Zero Dropout ช่วยเหลือเด็กเยาวชนหลุดจากระบบกว่า 10,000 คนกลับมาเรียน พร้อมลงนาม MOU เสริมกลไกการดูแลและคุ้มครองสิทธิทางการศึกษา</title>
		<link>https://www.eef.or.th/news-160925/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 16 Sep 2025 09:41:48 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[All About EEF]]></category>
		<category><![CDATA[MOU]]></category>
		<category><![CDATA[10000 ชีวิตได้กลับมาเรียน]]></category>
		<category><![CDATA[พม. SMART]]></category>
		<category><![CDATA[Thailand Zero Dropout]]></category>
		<category><![CDATA[อนุกูล ปีดแก้ว]]></category>
		<category><![CDATA[พม.]]></category>
		<category><![CDATA[พัฒนะพงษ์ สุขมะดัน]]></category>
		<category><![CDATA[ดร.ไกรยส ภัทราวาท]]></category>
		<category><![CDATA[กสศ.]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?p=95992</guid>

					<description><![CDATA[<p>เมื่อวันที่ 16 กันยายน 2568 กระทรวงการพัฒนาสังคมและความ [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/news-160925/">พม.–กสศ. ใช้ระบบ พม. Smart และ Thailand Zero Dropout ช่วยเหลือเด็กเยาวชนหลุดจากระบบกว่า 10,000 คนกลับมาเรียน พร้อมลงนาม MOU เสริมกลไกการดูแลและคุ้มครองสิทธิทางการศึกษา</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>เมื่อวันที่ 16 กันยายน 2568 กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) ร่วมกับกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) แถลงความสำเร็จ <strong>“10,000 ชีวิตได้กลับมาเรียน”</strong> จากการช่วยเหลือเด็กและเยาวชนกลุ่มเปราะบางที่หลุดจากระบบการศึกษาผ่านระบบ <strong>พม. Smart</strong> และ <strong>Thailand Zero Dropout</strong> พร้อมลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) เพื่อยกระดับกลไกการดูแลและคุ้มครองสิทธิทางการศึกษา และกดปุ่มความพร้อมโอนเงินสนับสนุนการกลับเข้าสู่การเรียนรู้และการพัฒนาทักษะอาชีพแก่เด็กที่ได้รับการค้นพบ</p>



<p>ภายในงานมีผู้ร่วมแถลงและเป็นสักขีพยาน ได้แก่ <strong>นายอนุกูล ปีดแก้ว</strong> ปลัดกระทรวง พม. พร้อมคณะผู้บริหาร, <strong>ดร.ไกรยส ภัทราวาท</strong> ผู้จัดการ กสศ., <strong>นายพัฒนะพงษ์ สุขมะดัน</strong> ผู้ช่วยผู้จัดการ กสศ., ผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดทั้ง 76 จังหวัด และนักวิจัยจากมูลนิธิศูนย์วิจัยและติดตามความเป็นธรรมทางสุขภาพ เข้าร่วมทั้งแบบ Onsite และออนไลน์</p>



<figure class="wp-block-image size-full"><img decoding="async" loading="lazy" width="855" height="569" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/09/image-41.png" alt="" class="wp-image-95993" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/09/image-41.png 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/09/image-41-300x200.png 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/09/image-41-768x511.png 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/09/image-41-750x500.png 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/09/image-41-272x182.png 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /></figure>



<figure class="wp-block-image size-full"><img decoding="async" loading="lazy" width="855" height="569" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/09/image-46.png" alt="" class="wp-image-95998" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/09/image-46.png 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/09/image-46-300x200.png 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/09/image-46-768x511.png 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/09/image-46-750x500.png 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/09/image-46-272x182.png 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /></figure>



<p><strong>นายอนุกูล ปีดแก้ว</strong> กล่าวว่า กระทรวง พม. มีเป้าหมายสร้างสังคมที่ประชาชนทุกกลุ่มได้รับการพัฒนาและมีคุณภาพชีวิตที่ดี โดยได้พัฒนาระบบ <strong>พม. Smart</strong> ร่วมกับ กสศ. มาตั้งแต่ปี 2565 เพื่อช่วยเหลือกลุ่มเปราะบางและสร้างโอกาสทางการศึกษาด้วยเทคโนโลยีสารสนเทศ ลดความซ้ำซ้อน และทำให้การช่วยเหลือรายบุคคลแม่นยำยิ่งขึ้น</p>



<figure class="wp-block-image size-full"><img decoding="async" loading="lazy" width="855" height="569" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/09/image-44.png" alt="" class="wp-image-95996" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/09/image-44.png 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/09/image-44-300x200.png 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/09/image-44-768x511.png 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/09/image-44-750x500.png 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/09/image-44-272x182.png 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /></figure>



<p>ขณะเดียวกันนโยบาย <strong>Thailand Zero Dropout</strong> ที่ผลักดันโดย กสศ. ได้ถูกยกระดับเป็นวาระแห่งชาติ เพื่อลดจำนวนเด็กและเยาวชนนอกระบบการศึกษาผ่าน 4 มาตรการหลัก ได้แก่ การค้นหาและติดตาม, การช่วยเหลือและส่งต่อ, การจัดการศึกษาที่ยืดหยุ่น และการประสานความร่วมมือทุกภาคส่วน โดยล่าสุด มีเด็กและเยาวชนกลุ่มเปราะบางจากระบบ พม. Smart จำนวน 7,322 คน ที่จะได้รับการสนับสนุนจาก กสศ. ทั้งค่าใช้จ่ายด้านการศึกษาและการฝึกทักษะอาชีพ</p>



<p>“การพาเด็กเยาวชนกลับเข้าสู่การศึกษาเรียนรู้ที่ยืดหยุ่นเหมาะสม คืองานเร่งด่วนที่ทุกฝ่ายต้องร่วมกันผลักดัน ไม่ใช่ภารกิจของรัฐบาลใดรัฐบาลหนึ่ง แต่คือวาระสำคัญระดับชาติ จึงขอฝาก พมจ. และคณะทำงาน One Home ทุกจังหวัด ร่วมขับเคลื่อนงานนี้ให้สำเร็จ” ปลัด พม. กล่าว</p>



<figure class="wp-block-image size-full"><img decoding="async" loading="lazy" width="855" height="569" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/09/image-42.png" alt="" class="wp-image-95994" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/09/image-42.png 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/09/image-42-300x200.png 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/09/image-42-768x511.png 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/09/image-42-750x500.png 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/09/image-42-272x182.png 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /></figure>



<p>ด้าน <strong>ดร.ไกรยส ภัทราวาท</strong> กล่าวว่า ความร่วมมือของทุกหน่วยงานทำให้จำนวนเด็กนอกระบบการศึกษาลดลงจากกว่า <strong>1.02 ล้านคนในปี 2566</strong> เหลือประมาณ <strong>880,000 คนในปี 2568</strong> ถือเป็นความก้าวหน้าที่สะท้อนพลังของการบูรณาการข้อมูลจากทุกหน่วยงาน</p>



<p>“ผลการศึกษาสถานการณ์ทางสังคมโดยมูลนิธิศูนย์วิจัยและติดตามความเป็นธรรมทางสุขภาพ พบว่าเด็กเยาวชนกลุ่มเปราะบางมักประสบปัญหาซ้ำซ้อน บางกรณีเผชิญปัญหารุนแรง ต้องได้รับการดูแลเป็นรายกรณี การเชื่อมโยงข้อมูลระหว่าง พม. Smart และฐานข้อมูล Thailand Zero Dropout จะช่วยให้การช่วยเหลือเป็นระบบและมีประสิทธิภาพมากขึ้น”</p>



<figure class="wp-block-image size-full"><img decoding="async" loading="lazy" width="855" height="569" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/09/image-43.png" alt="" class="wp-image-95995" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/09/image-43.png 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/09/image-43-300x200.png 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/09/image-43-768x511.png 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/09/image-43-750x500.png 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/09/image-43-272x182.png 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /></figure>



<figure class="wp-block-image size-full"><img decoding="async" loading="lazy" width="855" height="569" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/09/image-45.png" alt="" class="wp-image-95997" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/09/image-45.png 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/09/image-45-300x200.png 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/09/image-45-768x511.png 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/09/image-45-750x500.png 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/09/image-45-272x182.png 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /></figure>



<p>ผู้จัดการ กสศ. ยังเผยว่า เด็กเยาวชนที่ถูกพบจากระบบ พม. Smart และ Thailand Zero Dropout จำนวน 7,322 คน จะได้รับเงินสนับสนุนการกลับเข้าสู่การเรียนรู้และการพัฒนาทักษะอาชีพจาก กสศ. จำนวน 4,000 บาทต่อคน และผู้จัดการรายกรณีจะได้รับเงินสนับสนุนในการสำรวจดูแลเด็ก จำนวน 1,000 บาทต่อราย เพราะการดูแลเด็กเยาวชนกลุ่มเปราะบาง จำเป็นต้องอาศัยระบบสนับสนุนรายบุคคลและความร่วมมือใกล้ชิดจาก พมจ. และทีม One Home ในทุกจังหวัด เพื่อให้การดูแลรายบุคคลครอบคลุมทุกมิติ ทั้งด้านสังคม การศึกษา และการดำรงชีวิต</p>



<p>“กสศ. พร้อมทำงานกับเครือข่ายวิชาการ ภาคเอกชน และภาคประชาสังคม เพื่อพัฒนาองค์ความรู้และนวัตกรรมการศึกษาที่เหมาะสมกับแต่ละพื้นที่ รวมถึงการติดตามและประเมินผลเพื่อปรับปรุงแนวทางช่วยเหลือให้เกิดผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรม เป้าหมายคือการสร้างโอกาสการศึกษาให้เด็กทุกคน ลดความเหลื่อมล้ำ และยกระดับคุณภาพทรัพยากรมนุษย์ของประเทศ” ผู้จัดการ กสศ. กล่าวสรุป</p><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/news-160925/">พม.–กสศ. ใช้ระบบ พม. Smart และ Thailand Zero Dropout ช่วยเหลือเด็กเยาวชนหลุดจากระบบกว่า 10,000 คนกลับมาเรียน พร้อมลงนาม MOU เสริมกลไกการดูแลและคุ้มครองสิทธิทางการศึกษา</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ผู้จัดการ กสศ. ชูแนวคิด ‘AI สร้างการเรียนรู้ตลอดชีวิต’ ขับเคลื่อนความเสมอภาคทางการศึกษาด้วยวิจัยและนวัตกรรม บนเวที KBTG Techtopia 2025</title>
		<link>https://www.eef.or.th/news-120925/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 12 Sep 2025 05:00:53 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[ข่าวสารความรู้]]></category>
		<category><![CDATA[บริษัท กสิกร บิซิเนส-เทคโนโลยี กรุ๊ป]]></category>
		<category><![CDATA[KBTG Techtopia 2025]]></category>
		<category><![CDATA[AI]]></category>
		<category><![CDATA[ดร.ไกรยส ภัทราวาท]]></category>
		<category><![CDATA[กสศ.]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?p=95960</guid>

					<description><![CDATA[<p>เมื่อวันที่ 2 กันยายน 2568 กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการ [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/news-120925/">ผู้จัดการ กสศ. ชูแนวคิด ‘AI สร้างการเรียนรู้ตลอดชีวิต’ ขับเคลื่อนความเสมอภาคทางการศึกษาด้วยวิจัยและนวัตกรรม บนเวที KBTG Techtopia 2025</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>เมื่อวันที่ 2 กันยายน 2568 <strong>กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) </strong>ร่วมนำเสนอแนวคิดการใช้งานวิจัยและนวัตกรรมเพื่อขับเคลื่อนการเรียนรู้ตลอดชีวิต (Lifelong Learning) และสร้างความเสมอภาคทางการศึกษา บนเวที <strong>KBTG Techtopia 2025</strong> จัดโดยบริษัท <strong>กสิกร บิซิเนส-เทคโนโลยี กรุ๊ป (KBTG)</strong> ภายใต้แนวคิด <em>“KBTG Techtopia: At World’s Beginning”</em> ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ ซึ่งเป็นเวทีระดับนานาชาติที่รวบรวมผู้เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยี นวัตกรรม และการศึกษา เพื่อแลกเปลี่ยนวิสัยทัศน์ว่าด้วยการใช้เทคโนโลยีในการขับเคลื่อนอนาคตมนุษยชาติและแก้ไขปัญหาสังคมโลก</p>



<p>บนเวทีเสวนาในหัวข้อ <em>“ทำอย่างไรให้การวิจัยและนวัตกรรมกลายเป็นนิยามใหม่ของการเรียนรู้ตลอดชีวิต”</em> <strong>ดร.ไกรยส ภัทราวาท ผู้จัดการ กสศ.</strong> ได้นำเสนอแนวคิดถึงบทบาทของงานวิจัยและนวัตกรรมในการขับเคลื่อนโอกาสทางการเรียนรู้สู่ความเสมอภาคทางการศึกษา</p>



<figure class="wp-block-image size-full"><img decoding="async" loading="lazy" width="855" height="569" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/09/image-33.png" alt="" class="wp-image-95961" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/09/image-33.png 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/09/image-33-300x200.png 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/09/image-33-768x511.png 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/09/image-33-750x500.png 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/09/image-33-272x182.png 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /></figure>



<figure class="wp-block-image size-full"><img decoding="async" loading="lazy" width="855" height="569" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/09/image-35.png" alt="" class="wp-image-95963" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/09/image-35.png 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/09/image-35-300x200.png 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/09/image-35-768x511.png 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/09/image-35-750x500.png 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/09/image-35-272x182.png 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /></figure>



<p><strong>ดร.ไกรยส</strong> อธิบายว่า ความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาเชื่อมโยงโดยตรงกับรายได้ครัวเรือน สุขภาพ และผลลัพธ์การเรียนรู้ โดยครัวเรือนที่มีรายได้น้อยมักเผชิญข้อจำกัดในการเข้าถึงการศึกษา จนกลายเป็น “วงจรแห่งความยากจน” ที่ถ่ายทอดจากรุ่นสู่รุ่น การสร้างโอกาสทางการเรียนรู้จึงต้องตอบโจทย์ทั้งในด้านอุปสงค์ (Demand Side) และด้านอุปทาน (Supply Side) ของผู้เรียน</p>



<p>“Supply Side หรือเศรษฐศาสตร์ด้านอุปทาน คือ ความพร้อมใช้ (Availability) และความสามารถในการเข้าถึง (Affordability) ส่วน Demand Side หรือด้านอุปสงค์ ต้องเข้าใจว่าผู้เรียนต้องการอะไร สนใจอาชีพแบบไหน และมีเป้าหมายชีวิตอย่างไร หากสองด้านนี้สอดรับกัน ก็มีโอกาสสร้างระบบการเรียนรู้อย่างเสมอภาคให้เกิดขึ้นจริงอย่างมีประสิทธิภาพ”</p>



<figure class="wp-block-image size-full"><img decoding="async" loading="lazy" width="855" height="569" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/09/image-37.png" alt="" class="wp-image-95965" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/09/image-37.png 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/09/image-37-300x200.png 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/09/image-37-768x511.png 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/09/image-37-750x500.png 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/09/image-37-272x182.png 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /></figure>



<p>ดร.ไกรยสกล่าวเพิ่มเติมว่า เทคโนโลยีอย่าง<strong>ปัญญาประดิษฐ์ (AI)</strong> กำลังมีบทบาทสำคัญในการยกระดับการศึกษา เพราะช่วยสร้างการเรียนรู้ที่ปรับให้เหมาะสมกับผู้เรียนแต่ละคน (Personalized Learning) ซึ่งเป็นกุญแจในการแก้ปัญหาความเหลื่อมล้ำ&nbsp;</p>



<p>อย่างไรก็ตาม การพัฒนา AI เพื่อการศึกษาเป็นเรื่องที่ต้องใช้การลงทุนสูง จำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน และเพื่อให้เกิดผลลัพธ์สูงสุด การออกแบบ AI ด้านการศึกษาต้องคำนึงถึง ผู้คน (People), ข้อมูล (Data), โมเดล (Models), ความเห็นอกเห็นใจ (Empathy) และจริยธรรม (Ethics) เพื่อให้เทคโนโลยีนี้ทำงานเพื่อมนุษย์ ไม่ใช่ทำงานแทนมนุษย์ พร้อมทั้งเชื่อมโยงผลวิจัยไปสู่เชิงนโยบายและการพัฒนาการเรียนรู้</p>



<figure class="wp-block-image size-full"><img decoding="async" loading="lazy" width="855" height="569" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/09/image-34.png" alt="" class="wp-image-95962" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/09/image-34.png 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/09/image-34-300x200.png 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/09/image-34-768x511.png 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/09/image-34-750x500.png 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/09/image-34-272x182.png 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /></figure>



<figure class="wp-block-image size-full"><img decoding="async" loading="lazy" width="855" height="569" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/09/image-36.png" alt="" class="wp-image-95964" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/09/image-36.png 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/09/image-36-300x200.png 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/09/image-36-768x511.png 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/09/image-36-750x500.png 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/09/image-36-272x182.png 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /></figure>



<p>บนเวทีเดียวกันมีผู้ทรงคุณวุฒิจากหลายสาขาร่วมแลกเปลี่ยนมุมมอง <strong>ศาสตราจารย์พิเศษ ดร.เดวิด จอห์น รูฟโฟโล อาจารย์ประจำภาควิชาฟิสิกส์ คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล</strong> ได้ให้ความเห็นถึงความสำคัญของการศึกษานอกระบบและการฝึกอบรม (Training) โดยระบุว่าการมีเทคโนโลยีเพียงอย่างเดียวไม่เพียงพอ จำเป็นต้องปรับวิธีการและกรอบการเรียนรู้ให้สอดคล้องกับผู้เรียนยุคปัจจุบัน</p>



<p>“เทคโนโลยีเพื่อการเรียนรู้ตลอดชีวิตมีอยู่แล้ว แต่ความท้าทายสำคัญของเรื่องนี้ คือ เราจะออกแบบการนำเสนออย่างไรเพื่อให้เข้าถึงคนทุกกลุ่ม ซึ่งจำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องปรับกรอบการเรียนรู้ให้ตอบโจทย์ได้จริง”</p>



<p>ด้าน <strong>รองศาสตราจารย์พิเศษ ดร.นพ.ชัยภัทร ชุณหรัศมิ์ ผู้ช่วยผู้อำนวยการด้านการบริหารและวิเคราะห์ข้อมูล โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์</strong> ชี้ว่า แม้การพัฒนา AI เพื่อการศึกษาจะเป็นสิ่งจำเป็น แต่ยังไม่ใช่คำตอบทั้งหมดของการศึกษา เพราะหัวใจสำคัญของการเรียนรู้คือการสร้างแรงบันดาลใจและปลูกฝัง Growth Mindset ให้ผู้เรียนมีความเป็นนักเรียนรู้ตลอดชีวิต หรือ Lifelong Learner</p>



<p>รองศาสตราจารย์พิเศษ ดร.นพ.ชัยภัทร เสนอให้แบ่งระดับการเรียนรู้ออกเป็น 3 ขั้น คือ 1.เข้าถึงง่าย ค้นหาความรู้ได้สะดวก 2.ลงมือทำจริง นำความรู้ไปสร้างทักษะ 3.สร้างคุณค่า ใช้ทักษะเพื่อสร้างผลลัพธ์ที่จับต้องได้ โดยเน้นว่า AI ควรถูกใช้เพื่อพัฒนากระบวนการเรียนรู้ ไม่ใช่เพียงวัดผลลัพธ์ เพราะเป้าหมายที่แท้จริงของการศึกษา คือการเข้าใจวิธีการเรียนรู้ ซึ่งเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญที่ AI ไม่สามารถทดแทนมนุษย์ได้</p>



<figure class="wp-block-image size-full"><img decoding="async" loading="lazy" width="855" height="569" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/09/image-38.png" alt="" class="wp-image-95966" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/09/image-38.png 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/09/image-38-300x200.png 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/09/image-38-768x511.png 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/09/image-38-750x500.png 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/09/image-38-272x182.png 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /></figure>



<p>ช่วงท้ายของการเสวนา วิทยากรทั้ง 3 ท่านฝากข้อคิดสำคัญไว้ร่วมกันว่า การสร้างระบบการเรียนรู้ที่มีคุณภาพและเสมอภาค สามารถอาศัยงานวิจัย นวัตกรรม และความร่วมมือจากทุกภาคส่วน โดย <strong>ดร.ไกรยส </strong>ระบุว่า AI ต้องเป็นเครื่องมือสนับสนุนการศึกษาตั้งแต่ระดับปฐมวัยจนถึงอุดมศึกษา <strong>ศาสตราจารย์พิเศษ ดร.เดวิด</strong> ระบุว่าประสบการณ์การเรียนรู้ที่หลากหลายคือกุญแจสำคัญในการแข่งขันของทุกระดับ และ <strong>รองศาสตราจารย์พิเศษ ดร.นพ.ชัยภัทร</strong> เน้นว่า AI ควรมีบทบาทในการเสริมสร้างกระบวนการเรียนรู้ ไม่ใช่เข้ามาทดแทนการทำงานด้านนี้ของมนุษย์&nbsp;</p>



<p>และสิ่งที่ทุกฝ่ายสะท้อนตรงกันคือ “การเรียนรู้ตลอดชีวิต” ไม่ได้เป็นเพียงแนวคิดเชิงทฤษฎี แต่คือพันธกิจสำคัญของสังคมที่ทุกภาคส่วนต้องร่วมกันขับเคลื่อน โดยสามารถอาศัยพลังของงานวิจัยและนวัตกรรมเพื่อสร้างระบบการเรียนรู้ที่เสมอภาค ครอบคลุม และตอบโจทย์ความเปลี่ยนแปลงของโลกยุคใหม่</p>



<figure class="wp-block-image size-full"><img decoding="async" loading="lazy" width="855" height="569" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/09/image-39.png" alt="" class="wp-image-95967" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/09/image-39.png 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/09/image-39-300x200.png 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/09/image-39-768x511.png 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/09/image-39-750x500.png 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/09/image-39-272x182.png 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /></figure>



<figure class="wp-block-image size-full"><img decoding="async" loading="lazy" width="855" height="569" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/09/image-40.png" alt="" class="wp-image-95968" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/09/image-40.png 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/09/image-40-300x200.png 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/09/image-40-768x511.png 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/09/image-40-750x500.png 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/09/image-40-272x182.png 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /></figure><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/news-120925/">ผู้จัดการ กสศ. ชูแนวคิด ‘AI สร้างการเรียนรู้ตลอดชีวิต’ ขับเคลื่อนความเสมอภาคทางการศึกษาด้วยวิจัยและนวัตกรรม บนเวที KBTG Techtopia 2025</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
