<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>ดร.อัมพร พินะสา | กสศ.</title>
	<atom:link href="https://www.eef.or.th/tag/%e0%b8%94%e0%b8%a3-%e0%b8%ad%e0%b8%b1%e0%b8%a1%e0%b8%9e%e0%b8%a3-%e0%b8%9e%e0%b8%b4%e0%b8%99%e0%b8%b0%e0%b8%aa%e0%b8%b2/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.eef.or.th</link>
	<description>กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา</description>
	<lastBuildDate>Sun, 23 Jul 2023 05:49:29 +0000</lastBuildDate>
	<language>th</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.3.8</generator>

<image>
	<url>https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/02/cropped-fav-icon-32x32.png</url>
	<title>ดร.อัมพร พินะสา | กสศ.</title>
	<link>https://www.eef.or.th</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>สพฐ. กรมสุขภาพจิต จับมือ กสศ. บูรณาการความร่วมมือทางวิชาการเพื่อพัฒนาระบบสารสนเทศ “ดูแลช่วยเหลือนักเรียนในการศึกษาขั้นพื้นฐาน”</title>
		<link>https://www.eef.or.th/news-190723/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 19 Jul 2023 09:50:15 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[ข่าวสารความรู้]]></category>
		<category><![CDATA[กสศ.]]></category>
		<category><![CDATA[ดร.ไกรยส ภัทราวาท]]></category>
		<category><![CDATA[สพฐ.]]></category>
		<category><![CDATA[ดร.อัมพร พินะสา]]></category>
		<category><![CDATA[กรมสุขภาพจิต]]></category>
		<category><![CDATA[นายแพทย์จุมภฏ พรมสีดา]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?p=70289</guid>

					<description><![CDATA[<p>19 กรกฎาคม 2566 ดร.อัมพร พินะสา เลขาธิการคณะกรรมการการศ [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/news-190723/">สพฐ. กรมสุขภาพจิต จับมือ กสศ. บูรณาการความร่วมมือทางวิชาการเพื่อพัฒนาระบบสารสนเทศ “ดูแลช่วยเหลือนักเรียนในการศึกษาขั้นพื้นฐาน”</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>19 กรกฎาคม 2566 <strong>ดร</strong><strong>.อัมพร พินะสา</strong> เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน พร้อมด้วย <strong>นายแพทย์จุมภฏ พรมสีดา</strong> รองอธิบดีกรมสุขภาพจิต และ <strong>ดร</strong><strong>.ไกรยส ภัทราวาท</strong> ผู้จัดการกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา ได้ลงนามบันทึกข้อตกลงความเข้าใจเพื่อบูรณาการความร่วมมือและส่งต่อข้อมูลนักเรียนร่วมกัน ภายใต้โครงการพัฒนาระบบสารสนเทศเพื่อหลักประกันโอกาสทางการเรียนรู้ การดูแลช่วยเหลือนักเรียน และระบบสุขภาพจิตโรงเรียนวิถีใหม่ (School Health Hero) ระหว่างสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) กรมสุขภาพจิต กระทรวงสาธารณสุข และ กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.)</p>



<p>นับตั้งแต่ปี 2563 สพฐ. กรมสุขภาพจิต และ กสศ. ได้ร่วมมืออย่างต่อเนื่องในการพัฒนาระบบสารสนเทศเพื่อการดูแลช่วยเหลือนักเรียนในสถานศึกษา เพื่อให้เกิดระบบการทำงานโดยใช้ข้อมูลเชิงประจักษ์และเทคโนโลยีสารสนเทศเป็นเครื่องมือในการประเมินความเสี่ยงของนักเรียนที่ครอบคลุมทุกมิติ ซึ่งอาจเป็นปัจจัยที่สำคัญที่ทำให้นักเรียนหลุดออกจากระบบการศึกษาขั้นพื้นฐาน การลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือในครั้งนี้เป็นการขับเคลื่อนการดำเนินงานร่วมกันอีกหนึ่งมิติที่มีความสำคัญอย่างมากในปัจจุบัน&nbsp; โดยเป็นความร่วมมือในการทำงานเชิงลึกมากยิ่งขึ้นกับกลุ่มนักเรียนที่มีแนวโน้มความเสี่ยงหรือมีปัญหาด้านพฤติกรรม อารมณ์ สังคม และสุขภาพจิต ร่วมกับ กรมสุขภาพจิต ที่ สพฐ. และ กสศ. จะบูรณาการงานเชิงระบบและกลไกเพื่อส่งต่อข้อมูลนักเรียนไปยังระบบสุขภาพจิตโรงเรียนวิถีใหม่ หรือ School Health Hero เพื่อสนับสนุนให้เกิดกลไกการดูแลช่วยเหลือนักเรียนที่สอดคล้องกับความต้องการเป็นรายบุคคล การพัฒนาชุดความรู้ความร่วมมือทางวิชาการ และร่วมกันจัดทํา data catalogue ในการให้ความช่วยเหลือ ส่งเสริม พัฒนา และสนับสนุนนักเรียนให้ครอบคลุมทุกมิติอย่างมีประสิทธิภาพ</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-8ccd6d"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/07/0719_ภาพข่าว-School-Health-Hero-13.jpg" alt="ดร.อัมพร พินะสา เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน"/></div><figcaption class="qubely-image-caption">ดร.อัมพร พินะสา เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน</figcaption></figure></div></div></div>



<p></p>



<p><strong>ดร.อัมพร พินะสา เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน</strong> กล่าวว่า การลงนามความร่วมมือครั้งนี้ ถือเป็นต้นแบบสำคัญของการจัดทำระบบสารสนเทศ Big data ของประเทศไทย ในการดูแลช่วยเหลือนักเรียนผ่านเครื่องมือดิจิทัลที่ 3 หน่วยงาน คือ สพฐ. กรมสุขภาพจิต และ กสศ. จับมือกันเชื่อมโยงแลกเปลี่ยนการส่งต่อข้อมูลนักเรียนเพื่อสร้างกลไกการดูแลช่วยเหลือด้านสุขภาพ ทั้งจิตใจ อารมณ์ และพฤติกรรมตามวัยของนักเรียนในโรงเรียนได้อย่างมีประสิทธิภาพและรวดเร็วทันท่วงที โดยมีความพร้อมครบทุกมิติ ทั้งในเรื่องการส่งเสริม การป้องกัน การส่งต่อ และการดูแล ซึ่งเป็นเครื่องมือและความร่วมมือสำคัญสำหรับการจัดทำมาตรการป้องกันนักเรียนในระดับการศึกษาขั้นพื้นฐานหลุดออกจากระบบการศึกษา ผ่านการระดมความร่วมมือจากหน่วยงานภายนอกกระทรวงศึกษาธิการที่มีความรู้ความเชี่ยวชาญ โดยที่ผ่านมาได้เริ่มทดลองนำร่องการพัฒนาต้นแบบระบบสารสนเทศเพื่อการดูแลช่วยเหลือนักเรียนในสถานศึกษาสังกัด สพฐ. ครอบคลุม 28 เขตพื้นที่การศึกษา มีสถานศึกษาเข้าร่วมโครงการ 1,050 แห่ง&nbsp;</p>



<p><strong>ดร.อัมพร</strong> ระบุว่าความร่วมมือครั้งนี้ จะขยายการทำงานกับโรงเรียน สพฐ. ทั่วประเทศ เพื่อประสานแนวทางในการส่งต่อข้อมูลนักเรียน และส่งต่อความช่วยเหลือให้กับหน่วยงานที่มีความเชี่ยวชาญในการดูแลอย่างกรมสุขภาพจิต มาติดตามนักเรียนที่มีภาวะความเสี่ยงด้านพฤติกรรม อารมณ์ สังคม และปัญหาสุขภาพจิตในสถานศึกษา รวมถึงประสานให้ผู้เชี่ยวชาญ บุคลากรที่เกี่ยวข้องทั้งระดับส่วนกลาง ส่วนภูมิภาค ร่วมกันพัฒนานวัตกรรมองค์ความรู้สำหรับครู การคัดกรอง การจัดทำแนวทางหรือมาตรการการป้องกันภาวะเสี่ยงด้านพฤติกรรม อารมณ์และสังคมของนักเรียน โดยการดำเนินการทั้งสามฝ่ายตกลงว่าจะรักษาข้อมูลของนักเรียนหรือผู้รับบริการเป็นความลับ ไม่มีการเผยแพร่ให้บุคคลภายนอกได้รับทราบข้อมูลบางส่วนหรือทั้งหมด เว้นแต่กรณีที่ได้รับอนุญาตเป็นลายลักษณ์อักษรจากเจ้าของข้อมูล</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-0a93fb"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/07/0719_ภาพข่าว-School-Health-Hero-12.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p><strong>นายแพทย์จุมภฏ พรมสีดา รองอธิบดีกรมสุขภาพจิต</strong> กล่าวว่า กรมสุขภาพจิตซึ่งเป็นหน่วยงานที่ร่วมพัฒนาระบบสุขภาพจิตโรงเรียนวิถีใหม่ (School Health HERO) ได้พัฒนาในส่วนของแบบประเมินคัดกรองนักเรียนที่มีประสิทธิภาพ การจัดเตรียมบุคลากรผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพจิต HERO Consultant เพื่อช่วยเหลือครู และองค์ความรู้ในรูปแบบ E-Learning ด้านสุขภาพจิตเพื่อสนับสนุนครู ให้เกิดเป็นฐานข้อมูลนักเรียนด้าน พฤติกรรม อารมณ์ สังคม เพื่อการดูแลสุขภาพจิตนักเรียนภายใต้โครงการเสริมสร้างทักษะชีวิตและการดูแลปัญหาสุขภาพจิตเด็กและเยาวชนไทยด้วยระบบสุขภาพจิตดิจิทัล ในการลดปัญหาพฤติกรรม &#8211; อารมณ์ และสังคม ในนักเรียนกลุ่มเสี่ยง&nbsp;</p>



<p><strong>นายแพทย์จุมภฏ</strong> กล่าวว่า ผลจากการดำเนินงานร่วมกันตั้งแต่วันที่ 29 มิถุนายน 2563 จนถึงปัจจุบันพบว่าจำนวนนักเรียนที่เข้าสู่ระบบ School Health HERO &nbsp;ได้รับการคัดกรองและดูแลช่วยเหลือด้านสุขภาพจิตเพิ่มมากขึ้น และยังสามารถนำนักเรียนที่เสี่ยงให้ได้รับการดูแล และในกรณีที่นักเรียนมีความยุ่งยากซับซ้อนหรือมีความจำเป็นต้องเข้ารับการดูแลรักษา ให้เข้าสู่ระบบบริการสาธารณสุขได้&nbsp;&nbsp;</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-629a30"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/07/0719_ภาพข่าว-School-Health-Hero-14.jpg" alt="นายแพทย์จุมภฏ พรมสีดา รองอธิบดีกรมสุขภาพจิต"/></div><figcaption class="qubely-image-caption">นายแพทย์จุมภฏ พรมสีดา รองอธิบดีกรมสุขภาพจิต</figcaption></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>ทั้งนี้ ระบบสุขภาพจิตโรงเรียนวิถีใหม่ คือระบบที่ออกแบบเพื่อให้ครูใช้เฝ้าระวัง เรียนรู้ และรับคำปรึกษา เพื่อดูแลนักเรียนที่เสี่ยงต่อปัญหาพฤติกรรม อารมณ์ และทักษะสังคม ดูแลสุขภาพจิตนักเรียนในนักเรียนกลุ่มเสี่ยง เป็นการพลิกโฉมรูปแบบการดูแลช่วยเหลือนักเรียนในระบบเดิมที่เน้นงานเอกสารนำไปสู่ระบบ HERO ที่มีขั้นตอนการดำเนินงานเป็นระบบ ครูสามารถเฝ้าระวังคัดกรองช่วยค้นหาเด็กกลุ่มเสี่ยงได้รวดเร็วโดย ด้วยคำถาม 9 ข้อง่าย ๆ ในการคัดกรองเด็กได้แก่ ซนเกินไป ใจลอย รอคอยไม่ได้ หงุดหงิดง่าย ท้อแท้เบื่อหน่าย ไม่อยากไปโรงเรียน ถูกเพื่อนแกล้ง แกล้งเพื่อน และไม่มีเพื่อน ให้ครูประเมินนักเรียนผ่านระบบ HERO ได้ทราบผลการประเมินนักเรียนทันที&nbsp;</p>



<p>“ความร่วมมือในครั้งนี้ คือโอกาสสำคัญที่ช่วยให้การศึกษาและการสาธารณสุขสามารถทำงานร่วมกันได้ง่ายขึ้น และถือเป็นการขยายผลสู่กลุ่มเป้าหมายในเด็กนักเรียนที่ขาดโอกาสและมีความต้องการดูแลช่วยเหลือ ให้ตรงกับความตั้งใจของทั้ง 3 หน่วยงานที่จะไม่ทิ้งเด็กคนใดไว้ข้างหลัง ความร่วมมือครั้งนี้จึงเป็นการสานต่อสู่การบูรณาการการปฏิบัติอย่างเป็นรูปธรรม เพื่อดูแลและพัฒนาให้เด็กและเยาวชนไทยมีสุขภาพที่ดี เป็นกำลังสำคัญของสังคมในการสร้างเศรษฐกิจมูลค่าสูงต่อไป” นายแพทย์จุมภฏ กล่าว</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-699b3e"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/07/0719_ภาพข่าว-School-Health-Hero-16.jpg" alt="ดร.ไกรยส ภัทราวาท ผู้จัดการ กสศ."/></div><figcaption class="qubely-image-caption">ดร.ไกรยส ภัทราวาท ผู้จัดการ กสศ.</figcaption></figure></div></div></div>



<p></p>



<p><strong>ดร.ไกรยส ภัทราวาท ผู้จัดการกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา</strong> กล่าวว่า การลงนามความร่วมมือครั้งนี้ ถือเป็นโอกาสในการสร้างกลไกสำคัญส่วนหนึ่งของ ‘ระบบหลักประกันโอกาสทางการศึกษา’ ถือเป็นความก้าวหน้าจากการมีระบบการคัดกรองนักเรียนยากจนตั้งแต่ปี 2561 ซึ่งนำมาสู่การมองเห็นสถานการณ์ความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาด้านอื่น ๆ ของนักเรียนนอกเหนือไปจากด้านเศรษฐกิจ</p>



<p>ภายใต้ความร่วมมือของทั้ง 3 หน่วยงาน ในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา ส่งผลให้โครงการพัฒนาระบบสารสนเทศเพื่อการดูแลช่วยเหลือนักเรียนในสถานศึกษา ซึ่งมีการดำเนินงานในเขตพื้นที่นำร่องจำนวน 28 เขตพื้นที่การศึกษา สถานศึกษา 1,050 แห่งทั่วประเทศ ประสบความสำเร็จ ด้านจุดเน้นการทำงานในการบูรณาการการเชื่อมโยงฐานข้อมูลนักเรียนจากการคัดกรองความยากจนโครงการจัดสรรเงินอุดหนุนแบบมีเงื่อนไข หรือ CCT ให้ได้รับการดูแลช่วยเหลือ ทั้งกลุ่มนักเรียนที่ขาดแคลนทุนทรัพย์ได้รับการจัดสรรทุนเสมอภาคและทุนอุดหนุนปัจจัยพื้นฐานจากต้นสังกัด และกลุ่มนักเรียนทั่วไปที่เผชิญปัญหาประเภทต่าง ๆ ได้มีการพัฒนาระบบสารสนเทศเพื่อการดูแลช่วยเหลือนักเรียน โดยใช้เทคโนโลยีดิจิทัลเข้ามาเป็นเครื่องมือในการดำเนินงานคัดกรองความเสี่ยงในมิติอื่น ๆ นอกจากความยากจน ได้รับความร่วมมืออย่างดียิ่งจากการให้หลักคิดและแนวทางการทำงานร่วมกันของสถานศึกษาและเขตพื้นที่การศึกษา&nbsp;</p>



<p><strong>ดร.ไกรยส</strong> กล่าวว่า ระบบสารสนเทศเพื่อการดูแลช่วยเหลือนักเรียน เป็นระบบที่มีเครื่องมือคัดกรองความเสี่ยงที่หลากหลายมิติ มีการประมวลผลเก็บข้อมูล ซึ่งจะช่วยทำให้ครูทราบความเสี่ยงหรือปัญหาที่นักเรียนมี เพื่อที่จะให้ครูได้ดำเนินการสนับสนุนป้องกันหรือส่งต่อนักเรียนได้ทันเวลา รวมทั้งมีการส่งต่อข้อมูลในภาพรวมสถานการณ์ของโรงเรียนขึ้นไปยังเขตพื้นที่การศึกษาและ สพฐ. ส่วนกลาง เพื่อใช้เป็นเครื่องมือการสนับสนุนการดำเนินงานของสถานศึกษา และนอกเหนือจากนั้น วันนี้ที่เกิดความร่วมมือกับกรมสุขภาพจิต เป็นหนึ่งในเป้าหมายที่สำคัญของการทำงานเพื่อพัฒนาระบบหลักประกันโอกาสทางการศึกษา ที่ให้ความสำคัญกับการบูรณาการความร่วมมือเพื่อการดูแลช่วยเหลือนักเรียน โดยใช้ข้อมูลเป็นสิ่งสำคัญให้เกิดเป็นสะพานเชื่อมความช่วยเหลือจากส่วนงานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้ามา เพื่อให้สามารถแก้ปัญหาเชิงรุกได้จากการทำงานหน้างานของคุณครูผู้ปฏิบัติ</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-a0383f"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/07/0719_ภาพข่าว-School-Health-Hero-11.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; </p>



<p>“จากการทำงานเก็บข้อมูลและพัฒนาปรังปรุงการดำเนินงานร่วมกันทำให้พบว่า ในปีการศึกษา 2565 สถานศึกษาดำเนินการบันทึกข้อมูลและคัดกรองนักเรียนผ่านระบบ OBECCARE จำนวน 153,483 คน เป็นนักเรียนทุนเสมอภาค จำนวนกว่า 18,226 คน ซึ่งแนวโน้มความเสี่ยงด้านพฤติกรรม อารมณ์ สังคม หรือปัญหาสุขภาพจิต เป็นอีก 1 มิติที่มีความสำคัญและเป็นปัญหายอดฮิตที่ต้องเร่งดำเนินการ และเด็กได้รับผลกระทบจากสภาพสังคม กสศ. สพฐ. กรมสุขภาพจิต จึงเกิดการพูดคุยหารือการขับเคลื่อนงานร่วมกันของทั้ง 3 หน่วยงาน และเกิดจุดเริ่มต้นการทำงานทั้งด้านวิชาการในการพัฒนาองค์ความรู้ การส่งต่อข้อมูลร่วมกับระบบสุขภาพจิตโรงเรียนวิถีใหม่ หรือ School Health Hero โดยกรมสุขภาพจิต ซึ่งจะได้มีผู้เชี่ยวชาญโดยตรงในด้านสุขภาพจิตเข้ามาร่วมช่วยเหลือและเป็นที่ปรึกษาในการดำเนินงานดำเนินการ เพื่อให้เกิดการทำงานที่เป็นระบบงานในการส่งเสริมสนับสนุนครู และลดภาระการทำงานที่ซ้ำซ้อน และนำมาสู่การพัฒนาระบบสารสนเทศเพื่อการดูแลช่วยเหลือนักเรียนซึ่งจะเห็นผลเป็นรูปธรรมที่ชัดเจนขึ้นในอนาคตอันใกล้นี้” ดร.ไกรยส กล่าว</p><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/news-190723/">สพฐ. กรมสุขภาพจิต จับมือ กสศ. บูรณาการความร่วมมือทางวิชาการเพื่อพัฒนาระบบสารสนเทศ “ดูแลช่วยเหลือนักเรียนในการศึกษาขั้นพื้นฐาน”</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>กสศ. จับมือ สพฐ. เปิดระบบสารสนเทศการดูแลช่วยเหลือนักเรียน คัดกรองความเสี่ยงหลุดระบบการศึกษา 6 ด้าน</title>
		<link>https://www.eef.or.th/news-270722/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 27 Jul 2022 12:31:29 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[All About EEF]]></category>
		<category><![CDATA[ข่าวสารความรู้]]></category>
		<category><![CDATA[กสศ.]]></category>
		<category><![CDATA[ดร.ไกรยส ภัทราวาท]]></category>
		<category><![CDATA[สพฐ.]]></category>
		<category><![CDATA[ดร.อัมพร พินะสา]]></category>
		<category><![CDATA[คัดกรองความเสี่ยงหลุดระบบการศึกษา]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?p=58646</guid>

					<description><![CDATA[<p>เมื่อวันที่ 22 ก.ค. 2565 กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึ [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/news-270722/">กสศ. จับมือ สพฐ. เปิดระบบสารสนเทศการดูแลช่วยเหลือนักเรียน คัดกรองความเสี่ยงหลุดระบบการศึกษา 6 ด้าน</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>เมื่อวันที่ 22 ก.ค. 2565 <strong>กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.)</strong> พร้อมด้วย <strong>สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.)</strong> และ <strong>คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร</strong> ร่วมกันชี้แจงการดำเนินงานโครงการพัฒนาระบบสารสนเทศการดูแลช่วยเหลือนักเรียน ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2565 โดยมีครูผู้ปฏิบัติงาน ผู้บริหารสถานศึกษา ผู้บริหารสำนักงานเขตพื้นที่ และเจ้าหน้าที่เขตพื้นที่การศึกษาจาก 26 เขตพื้นที่ครอบคลุม 4 ภูมิภาค เข้าร่วมรับฟังแนวทางการทำงานด้านข้อมูล ปฏิทินการดำเนินงาน และการใช้เครื่องมือคัดกรองความเสี่ยงของนักเรียน เพื่อป้องกันการหลุดออกจากระบบการศึกษาของนักเรียนกลุ่มเสี่ยง โดยเฉพาะนักเรียนที่ขาดแคลนทุนทรัพย์หรือด้อยโอกาส</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-04aa8c"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2022/07/อัมพร-พินะสา-One-App-news.jpg" alt=""/></div><figcaption class="qubely-image-caption">ดร.อัมพร พินะสา เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.)</figcaption></figure></div></div></div>



<p></p>



<p><strong>ดร.อัมพร พินะสา เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) </strong>กล่าวว่า ขณะนี้ สพฐ. อยู่ระหว่างดำเนินการหารือและพัฒนาเครื่องมือจัดเก็บข้อมูลนักเรียนกลุ่มเสี่ยงให้สอดรับกับนโยบายกระทรวงศึกษาธิการเรื่องความปลอดภัยในโรงเรียน โดยหนึ่งในความปลอดภัยคือนักเรียนต้องได้รับการประเมิน คัดกรอง และการดูแลผ่านการทำงานระบบการดูแลช่วยเหลือนักเรียน ซึ่งจากการทำงานของ สพฐ. ร่วมกับ กสศ. โดยมีทีมวิจัยและพัฒนาระบบสารสนเทศ จากมหาวิทยาลัยนเรศวร ช่วยคิดค้นนวัตกรรม พัฒนาการจัดเก็บข้อมูลการรู้จักนักเรียนเป็นรายบุคคล การคัดกรองความเสี่ยงนักเรียน โดย สพฐ. เล็งเห็นความสำคัญในการทำงานเรื่องดังกล่าว โดยใช้กลไก ฉกชน. ส่วนภูมิภาค เพื่อคัดเลือกพื้นที่นำร่องตั้งแต่ปีการศึกษา 2564 ถือเป็นโอกาสดีที่ สพฐ. จะได้เดินหน้านโยบายความปลอดภัยในโรงเรียนไปพร้อมกัน</p>



<p>“จากการใช้งานระบบสารสนเทศการดูแลช่วยเหลือนักเรียน ทำให้เราได้รู้ข้อมูลว่ายังมีความไม่ปลอดภัยในตัวนักเรียนอยู่อีกมาก โดยเฉพาะช่วงโควิด-19 หรือ 2 ปีกว่าที่ผ่านมา เมื่อกลับมาเปิดเรียน On Site ในช่วงนี้ ทำให้ได้เห็นว่านักเรียนมีปัญหาที่ค่อนข้างซับซ้อนขึ้น โดยเฉพาะปัญหาในเรื่องของสุขภาพจิต มีหลายปัญหาที่เกิดขึ้นกับตัวนักเรียน ทำให้เราต้องหันกลับมาให้ความสำคัญและให้ความสนใจกับระบบการดูแลช่วยเหลือนักเรียนในสถานศึกษาให้มากขึ้น”&nbsp;</p>



<p><strong>เลขาธิการ กพฐ. </strong>&nbsp;กล่าวต่อไปว่า การจะทำให้เด็กคนหนึ่งมีความปลอดภัยและได้รับการช่วยเหลือดูแลอย่างจริงจัง ต้องเกิดจากความร่วมมือของผู้ปกครองเป็นลำดับแรก ในขณะที่ตัวนักเรียนก็ต้องมีความเข้าใจว่าในภาวะที่กำลังประสบปัญหาต้องทำอย่างไร ลำดับถัดมาคือสถานศึกษา ประกอบด้วยผู้บริหาร ครู ตลอดจนเพื่อนในโรงเรียนเดียวกัน ไปจนถึงบทบาทของสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาในการสนับสนุนและรวมถึงระบบของ สพฐ. เอง ซึ่งขณะนี้ได้วางระบบเรื่องความปลอดภัยไว้ทั้งระบบแล้ว</p>



<p>“แต่สิ่งที่เราอยากได้และอยากทำตรงนี้ให้สมบูรณ์ขึ้นไปอีก คือหากเรามีระบบสารสนเทศเพื่อเก็บฐานข้อมูลที่ดี ก็เหมือนกับเราได้เริ่มต้นจัดทำแฟ้มประวัติคนไข้ให้กับนักเรียนของเรา ทุกคนจะมีแฟ้มประวัติของตนเอง ซึ่งในแฟ้มประวัตินี้จะมีข้อมูลการคัดกรองทุกๆ ด้านของนักเรียน เวลาเราส่งต่อนักเรียนในแต่ละช่วงชั้นก็จะทำให้เรารู้สภาพของนักเรียน มีการประเมินนักเรียนเป็นระยะและบันทึกไว้ในแฟ้มประวัตินี้ ผมคิดว่าจะเป็นประโยชน์ต่อการจัดการศึกษาของเราเป็นอย่างยิ่ง”</p>



<p>ทั้งนี้<strong> เลขาธิการ กพฐ.</strong> ได้มอบหมายให้สถานศึกษาใน 26 เขตพื้นที่การศึกษานำร่อง ร่วมกันถอดบทเรียนว่าเมื่อได้จัดเก็บประวัตินักเรียนแล้ว เห็นจุดเด่น จุดด้อย หรือข้อบกพร่องอะไรบ้าง ทั้งในส่วนของการดำเนินงานและเครื่องมือที่ใช้ แล้ววิเคราะห์ว่าจะต้องมีการปรับปรุงเปลี่ยนแปลงแก้ไขอย่างไร โดยมั่นใจว่าถ้าหากการทดลองในโรงเรียนนำร่องทั้ง 26 เขตประสบความสำเร็จ ปีการศึกษาหน้า สพฐ. จะนำเครื่องมือนี้ขยายผลไปยังสถานศึกษาในสังกัดทุกแห่ง</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-57b892"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2022/07/ไกรยส-ภัทราวาท-One-App-news.jpg" alt=""/></div><figcaption class="qubely-image-caption">ดร.ไกรยส ภัทราวาท ผู้จัดการ กสศ.</figcaption></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>ด้าน <strong>ดร.ไกรยส ภัทราวาท ผู้จัดการกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.)</strong> ได้กล่าวขอบคุณ สพฐ. ที่ให้ความร่วมมือในการเข้ามามีส่วนร่วมพัฒนาระบบสารสนเทศการดูแลช่วยเหลือนักเรียน ซึ่งมีความสำคัญอย่างยิ่งในการบันทึกประวัติศาสตร์การศึกษาไทยด้านการดูแลช่วยเหลือนักเรียน และถือเป็นการต่อยอดการทำงานตามนโยบายพาน้องกลับมาเรียนของนายกรัฐมนตรี โดยยืนยันว่าการจัดเก็บข้อมูลนักเรียนผ่านระบบสารสนเทศ จะช่วยให้นักเรียนที่ประสบปัญหาได้รับการดูแลช่วยเหลืออย่างเป็นระบบมากขึ้น</p>



<p>“เมื่อเรามีโอกาสพาน้องๆ กลับมาสู่โรงเรียนได้แล้ว เราน่าจะมีโอกาสดูแลรักษาไม่ให้เขาหลุดจากระบบซ้ำอีก ระบบสารสนเทศการดูแลช่วยเหลือนักเรียนนอกจากดึงเด็กที่หลุดออกจากระบบการศึกษากลับมาได้แล้ว ยังมีโอกาสช่วยส่งต่อเด็กๆ เหล่านี้ให้ได้เรียนต่อในระดับสูงสุดตามที่พวกเขาต้องการได้อย่างเต็มศักยภาพด้วย แต่น้องๆ เหล่านี้จะไม่มีโอกาสเดินทางไปถึงจุดนั้นได้เลยหากไม่มีระบบการดูแลช่วยเหลือนักเรียนที่คอยดูแล คุ้มครอง ป้องกัน ไม่ให้เขาหลุดออกไปจากระบบการศึกษาได้อีก”</p>



<p><strong>ดร.ไกรยส ภัทราวาท</strong> กล่าวว่า ปีการศึกษา 2565 กสศ. ร่วมกับ มหาวิทยาลัยนเรศวร ได้พัฒนาระบบสารสนเทศการดูแลช่วยเหลือนักเรียนให้เป็นระบบ One Application หรือเรียกสั้นๆ ว่าระบบ One App โดยบูรณาการกับฐานข้อมูลปัจจัยพื้นฐานนักเรียนยากจน,ระบบ DMC, ระบบ CCT ซึ่งลดขั้นตอนการกรอกข้อมูลซ้ำซ้อนในการออกเยี่ยมบ้านเพื่อคัดกรองและทำความรู้จักนักเรียนเป็นรายบุคคลแต่ละครั้ง มีเป้าหมายลดภาระด้านงานเอกสารของคุณครูลงกว่าร้อยละ 80</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-2ba105"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2022/07/01-One-App-news.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>“การเก็บข้อมูลลงระบบ One App ให้เป็นระบบเดียวกัน คุณครูจะทำงานครั้งเดียวแต่สามารถเรียกใช้ข้อมูลได้ทั้งการรายงานข้อมูลเกี่ยวกับตัวเด็กและรายงานผลต่างๆ ไปยังผู้บริหารสถานศึกษาในลำดับถัดไปได้ เราตั้งใจที่จะทำให้การทำงานด้านข้อมูลเป็นการทำงานครั้งเดียวและสามารถนำไปใช้ได้หลายๆ ครั้ง โดยใช้เวลาสั้นที่สุดและไม่ต้องใช้กระดาษ สถานศึกษาใน 26 เขตพื้นที่นำร่องจะเป็นจุดเริ่มต้นที่ใช้ One App ขยายไปสู่เขตพื้นที่การศึกษาอื่นๆ ต่อไป”</p>



<p><strong>ผู้จัดการกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา</strong> กล่าวต่อไปว่า หลังจากคุณครูกรอกข้อมูลนักเรียนเข้าสู่ระบบสารสนเทศ นอกจากเด็กๆ จะได้รับการดูแลในระบบการศึกษา เด็กทุกคนยังจะได้เข้าสู่ระบบหลักประกันโอกาสทางการศึกษา เช่น บางคนเมื่อจบการศึกษาภาคบังคับอาจไปเรียนต่อ กศน. หรือได้รับการพัฒนาทักษะอาชีพไปเป็นผู้ประกอบการ มีงานทำ มีรายได้ โดย กสศ. จะรับหน้าที่เชื่อมต่อข้อมูลไปยังภาคส่วนที่เกี่ยวข้องให้รับช่วงต่อในการดูแลเด็กแต่ละคน เช่น ทุน กยศ. หรือทุนอื่นๆ จากภาคเอกชน</p>



<p>“ท้ายที่สุดไม่ว่าน้องๆ จะเลือกเส้นทางไหน ล้วนแล้วแต่เป็นเป้าหมายของระบบการศึกษาทั้งนั้น คือมีเส้นทางที่มีความยืดหยุ่นเพียงพอตามความถนัดเป็นรายบุคคล ซึ่งทั้งหมดนี้จะเกิดขึ้นไม่ได้อย่างยั่งยืน ถ้าเราไม่มีระบบช่วยเหลือดูแลนักเรียนด้วยทางเลือกที่หลากหลาย เราไม่ได้มองโจทย์ไปที่เรื่องการศึกษาเพียงอย่างเดียว แต่เรามองว่าต้องมีเส้นทางการพัฒนาทักษะตามศตวรรษที่ 21 ทักษะสังคม เรื่องของอารมณ์ หรือปัญหาอื่นๆ ที่ทำให้เด็กต้องหลุดออกจากระบบการศึกษาแม้มีศักยภาพก็ตาม”</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-176be2"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2022/07/02-One-App-news.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>ทั้งนี้ ตั้งแต่ปีการศึกษา 2561 กสศ. ได้ทำงานร่วมกับ สพฐ. จัดทำฐานข้อมูลนักเรียนผู้ขาดแคลนทุนทรัพย์และด้อยโอกาส เพื่อการจัดสรรทุนเสมอภาค สร้างหลักประกันโอกาสทางการศึกษามาอย่างต่อเนื่อง โดยมีจุดเน้นต่อไปในปีการศึกษา 2565-2566 คือมุ่งการทำงานในเชิงคุณภาพ โดยจะขยายการทำงานไปในมิติด้านสุขภาพทั้งกายและจิต พฤติกรรม การเรียน และความถนัดเฉพาะด้านเป็นรายบุคคล ซึ่งระบบสารสนเทศการดูแลช่วยเหลือนักเรียนให้ความสำคัญต่อเรื่องนี้เป็นอย่างมาก</p>



<p><strong>ระบบสารสนเทศการดูแลช่วยเหลือนักเรียน ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2565</strong> ได้เปิดระบบให้คุณครูดำเนินการรู้จักนักเรียนเป็นรายบุคคล คัดกรองความเสี่ยง ประเมินจุดแข็งจุดอ่อน (SDQ) ประเมินความฉลาดทางอารมณ์ (EQ) และการติดตามการดูแลช่วยเหลือนักเรียน ตั้งแต่วันที่ 22 กรกฎาคม ถึง ตุลาคม 2565&nbsp; โดยจุดเน้นการทำงานในปีนี้ มีการปรับปรุงแบบฟอร์มจัดเก็บรวบรวมข้อมูลที่ครอบคลุมทุกมิติ สอดรับกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล หรือ PDPA โดยมั่นใจได้ว่าข้อมูลส่วนตัวของนักเรียนทุกคนจะได้รับความปลอดภัย และการปรับปรุงระบบสารสนเทศ ให้คุณครูมีความสะดวกและประหยัดเวลาในการทำงานมากยิ่งขึ้น รวมทั้งการจัดทำหน้าสรุปรายงาน การติดตามนักเรียนที่มีแนวโน้มความเสี่ยงแบบเรียลไทม์ ผ่านหน้ารายงานผลแบบ Dashboard สถานการณ์ รายชั้นเรียน รายสถานศึกษา รายเขตพื้นที่การศึกษา เพื่อสนับสนุนการทำงานตั้งแต่ระดับพื้นที่จนถึงการจัดทำนโยบายเพื่อการส่งต่อโอกาสทางการศึกษาเป็นรายบุคคล&nbsp;</p><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/news-270722/">กสศ. จับมือ สพฐ. เปิดระบบสารสนเทศการดูแลช่วยเหลือนักเรียน คัดกรองความเสี่ยงหลุดระบบการศึกษา 6 ด้าน</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>กสศ.ร่วมมือสพฐ.เดินหน้า ระบบสารสนเทศเฟสสอง เชื่อมข้อมูล สกัดเด็กหลุดทันท่วงที</title>
		<link>https://www.eef.or.th/news-eef-obec-141221/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 14 Dec 2021 09:01:29 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[All About EEF]]></category>
		<category><![CDATA[ข่าวสารความรู้]]></category>
		<category><![CDATA[พัฒนาระบบสารสนเทศ]]></category>
		<category><![CDATA[นิสิต เนินเพิ่มพิสุทธิ์]]></category>
		<category><![CDATA[รักชนก กลิ่นเจริญ]]></category>
		<category><![CDATA[กสศ.]]></category>
		<category><![CDATA[ดร.ไกรยส ภัทราวาท]]></category>
		<category><![CDATA[สพฐ.]]></category>
		<category><![CDATA[ดร.อัมพร พินะสา]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?p=49404</guid>

					<description><![CDATA[<p>กสศ.ร่วมมือกับ สพฐ. เดินหน้าพัฒนาระบบสารสนเทศดูแลช่วยเห [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/news-eef-obec-141221/">กสศ.ร่วมมือสพฐ.เดินหน้า ระบบสารสนเทศเฟสสอง เชื่อมข้อมูล สกัดเด็กหลุดทันท่วงที</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>กสศ.ร่วมมือกับ สพฐ. เดินหน้าพัฒนาระบบสารสนเทศดูแลช่วยเหลือนักเรียน ระยะ 2 ตั้งเป้าหมายลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา ป้องกันความเสี่ยงเด็กหลุดออกจากระบบ ลดภาระครูในการกรอกข้อมูล พร้อมเชื่อมโยงข้อมูลให้รับทราบปัญหาของนักเรียนสู่การช่วยเหลือรายบุคคล นำร่องในเขตพื้นที่การศึกษา 29 แห่ง มีโรงเรียนร่วมแล้วกว่า 1,000 โรงเรียน&nbsp;</strong></p>



<p>กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) ร่วมกับสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) และคณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร จัดการประชุมชี้แจงการดำเนินงานโครงการพัฒนาระบบสารสนเทศดูแลช่วยเหลือนักเรียนระยะที่ 2 ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2564 ผ่านระบบ Zoom Meeting เพื่อให้ทราบถึงกรอบแนวทางการดำเนินงานและการขยายผลการทำงานร่วมกันในการให้ความช่วยเหลือแก่เด็กนักเรียนผู้ขาดแคลนทุนทรัพย์และด้อยโอกาส โดยมีครูประจำชั้น ครูแอดมินระบบโรงเรียน ผู้อำนวยการสถานศึกษา และเจ้าหน้าที่เขตพื้นที่การศึกษา จำนวน 29 เขตพื้นที่นำร่อง เข้าร่วมการประชุมในครั้งนี้</p>



<p><strong>ดร.อัมพร พินะสา เลขาธิการ กพฐ. </strong>กล่าวว่า ต้องขอขอบคุณทุกฝ่ายที่เห็นความสำคัญของการส่งเสริมการจัดการศึกษาในแต่ละเขตพื้นที่ และร่วมกันออกแบบเครื่องมือการเก็บรวบรวมข้อมูลเพื่อจัดทำระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียน&nbsp;</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-6c7118"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/12/11-ข่าวการชี้เเจงการดำเนินงานระบบ-01.jpg" alt=""/></div><figcaption class="qubely-image-caption">ดร.อัมพร พินะสา เลขาธิการ กพฐ.</figcaption></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>โดยมีเป้าหมายร่วมกันคือ ลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาของเด็กและเยาวชนไทย เพราะสิ่งที่เป็นหัวใจสำคัญในการจัดการศึกษาขั้นพื้นฐานคือข้อมูลของเด็กรายบุุคคล&nbsp;ซึ่งจะเป็นตัวกำหนดว่าเราจะจัดการศึกษาที่ดีมีคุณภาพได้อย่างไร จากที่ผ่านมาหลายหน่วยงานได้ช่วยกันเก็บรวบรวมข้อมูลผ่านช่องทางต่างๆ จนมีประวัตินักเรียนที่บันทึกผ่านการลงพื้นที่เยี่ยมบ้านดูสภาพความเป็นจริง</p>



<p>สิ่งที่สำคัญคือเรายังไม่มีการเชื่อมโยงข้อมูลทั้งระบบในลักษณะเครือข่ายที่ใช้ร่วมกันได้ทั้งประเทศ จึงกลายเป็นว่าข้อมูลที่มียังคงกระจัดกระจาย&nbsp; และใช้กันอยู่เพียงเฉพาะในหน่วยงานนั้นๆ</p>



<p>วันนี้เป็นโอกาสดีที่ สพฐ. กสศ. และมหาวิทยาลัยนเรศวร ได้ร่วมกันออกแบบโปรแกรมรวบรวมข้อมูลของนักเรียนทุกคน และมีแบบแผนการทำงานที่ลงรายละเอียดว่าจะเก็บข้อมูลด้านใด หรือจะนำไปใช้ประโยชน์ได้อย่างไร นับเป็นจุดเริ่มต้นที่เราได้นำเทคโนโลยีมาช่วยสร้าง Big Data ซึ่งแสดงผลได้เลยว่าเด็กทุกคนไม่ว่าจะเรียนอยู่ตรงไหนในประเทศ ก็ยังสามารถติดตามได้ทั้งหมด</p>



<p>“ทั้งนี้ยังเชื่อมข้อมูลกับกระทรวงสาธารณสุข หรือกระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ จะทำให้ทราบชัดเจน แยกแยะได้ว่านักเรียนที่อยู่ในข้อมูลนั้นเป็นกลุ่มใด เช่น นักเรียนกลุ่มด้อยโอกาส กลุ่มพิการ กลุ่มที่ต้องการความช่วยเหลือพิเศษ สามารถให้ความช่วยเหลือได้หมดและตรงจุด พร้อมอยากฝากให้ผู้ที่บันทึกข้อมูลทำโปรแกรมต่างๆ ตรวจสอบมากขึ้นด้วยว่า มีการเก็บข้อมูลที่ซ้ำซ้อนกันหรือไม่อย่างไร หากมีควรนำมาจัดเก็บไว้ในที่เดียวกัน เพื่อให้เกิดการจัดเก็บข้อมูลอย่างเป็นระบบ และการเก็บข้อมูลของนักเรียนเพื่อให้ความช่วยเหลือ ถือเป็นคุณูปการอย่างยิ่งสำหรับการบริหารจัดการข้อมูลในอนาคต และเป็นประโยชน์อย่างมากในการให้ความช่วยเหลือแก่เด็กนักเรียนในสังกัด สพฐ.ต่อไป พร้อมขอบคุณ กสศ.และมหาวิทยาลัยนเรศวร ที่ช่วยสร้างความร่วมมือเพื่อดูแลเด็กนักเรียน” <strong>ดร.อัมพรกล่าว&nbsp;</strong></p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-94fb84"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/12/11-ข่าวการชี้เเจงการดำเนินงานระบบ-02.jpg" alt=""/></div><figcaption class="qubely-image-caption">นายนิสิต เนินเพิ่มพิสุทธิ์ ผู้อำนวยการศูนย์เฉพาะกิจ<br>คุ้มครองและช่วยเหลือเด็กนักเรียน สพฐ.</figcaption></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>ด้าน<strong>นายนิสิต เนินเพิ่มพิสุทธิ์ ผู้อำนวยการศูนย์เฉพาะกิจคุ้มครองและช่วยเหลือเด็กนักเรียน สพฐ. </strong>กล่าวว่า ที่ผ่านมาศูนย์เฉพาะกิจคุ้มครองและช่วยเหลือเด็กนักเรียน ประสานความร่วมมือกับกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา ดำเนินโครงการพัฒนาระบบสารสนเทศดูแลช่วยเหลือนักเรียน โดยทดลองระบบนำร่องระยะที่ 1 ในสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา 29 แห่ง รวม 616 โรงเรียน ซึ่งประสบความสำเร็จในด้านการนำข้อมูลมาช่วยจัดทำระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียนและนักเรียนยากจนพิเศษ&nbsp;</p>



<p>ขณะนี้ได้มีการต่อยอดขยายผลใช้งานระบบสารสนเทศดูแลช่วยเหลือนักเรียนในโรงเรียนให้มากขึ้น โดยเป็นการดำเนินงานไปสู่ระยะที่ 2 ทำให้มีโรงเรียนที่เห็นประโยชน์การดำเนินงานเข้าร่วมโครงการเพิ่มอีก 391 โรงเรียน รวมแล้วทั้งสิ้น 1,005 แห่ง การเชื่อมโยงข้อมูลนี้จะเป็นประโยชน์ต่อเด็กนักเรียนอย่างมากที่ช่วยลดความเสี่ยงที่จะหลุดออกจากระบบการศึกษา สอดคล้องกับยุทธศาสตร์ชาติ ในการพัฒนากำลังคนเพื่อไปสู่การพัฒนาประเทศต่อไป</p>



<p><strong>ดร.ไกรยส ภัทราวาท รองผู้จัดการกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) </strong>กล่าวว่า การรับรู้ต้นทุนด้านข้อมูลทางการศึกษาได้ตั้งแต่ระดับชั้นปฐมวัยจนไปสู่ชั้นเรียนที่สูงขึ้น จะสามารถทำให้เกิดการจัดสรรความช่วยเหลือแก่เด็กได้มากขึ้น ลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาต่อไปในอนาคต&nbsp;</p>



<p>กลุ่มโรงเรียนที่เข้าร่วมทั้งในเขตพื้นที่การศึกษา 29 แห่งนี้ ถือเป็นผู้เบิกทางในการพัฒนาระบบในปี 2565 ต่อไป ซึ่งจากการเก็บข้อมูลในปี 2563-2564 ที่ผ่านมาพบว่า จากเด็กนักเรียนยากจนพิเศษกว่า 1,235,000 คน มีเด็กที่ยังไม่สามารถกลับคืนเข้าสู่ระบบการศึกษาได้ประมาณ 54,000 คน ส่วนใหญ่อยู่ในชั้นเรียนมัธยมศึกษาปีที่ 3 ร้อยละ 47.54 รองลงมาคือชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 หลังจากนี้จะมีการติดตามนักเรียนกลับคืนสู่ระบบการศึกษาได้มากขึ้น&nbsp;</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-b78550"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/12/11-ข่าวการชี้เเจงการดำเนินงานระบบ-03.jpg" alt=""/></div><figcaption class="qubely-image-caption">ดร.ไกรยส ภัทราวาท รองผู้จัดการ กสศ.</figcaption></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>สำหรับข้อมูลดังกล่าวสะท้อนได้ว่า จากการเชื่อมต่อข้อมูลของทั้ง DMC และ CCT ทำให้รับทราบถึงสถานการณ์ของเด็กนักเรียนได้ปีละ 2 ครั้ง ส่งผลต่อการให้ความช่วยเหลือไปยังเด็กที่มีความสำคัญมากกว่าเดิม สามารถตามเด็กนักเรียนให้กลับคืนสู่ระบบการศึกษาได้ และยังช่วยลดภาระของครูได้อย่างมากอีกด้วย จากเดิมที่ต้องลงข้อมูลจดไว้ในสมุด ก็สามารถลงบันทึกไว้ในโปรแกรมรูปแบบ One Application และนำข้อมูลไปใช้ประโยชน์ด้านอื่นต่อไป</p>



<p>“การลงบันทึกข้อมูลเหล่านี้ก็ถือว่ามีความสำคัญ เพราะ กสศ.ได้ร่วมมือกับหลายหน่วยงานทั้งภาครัฐและเอกชน ในการให้ความช่วยเหลือกับนักเรียนที่ต้องการศึกษาต่อในระดับชั้นที่สูงขึ้นไป เช่น ได้ร่วมนำส่งข้อมูลไปยังสถาบันระดับอุดมศึกษาผ่านระบบ TCAS โดยอัตโนมัติ ทำให้สถาบันการศึกษาได้รับทราบข้อมูลความยากจนของเด็กและนำมาสู่ความช่วยเหลือได้อย่างตรงจุดมากกว่าเดิม ซึ่งมหาวิทยาลัยสามารถนำข้อมูลนี้มาใช้ประกอบการพิจารณาให้ทุนการศึกษาได้ต่อเนื่องทันที ขณะเดียวกันยังได้รายงานข้อมูลที่เก็บไว้ไปยังรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ และรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ จนทำให้เกิดการระดมทุนให้ความช่วยเหลือแก่เด็กนักเรียนที่ยากจนได้มากขึ้น”&nbsp;</p>



<p>ดร.ไกรยสกล่าวว่า ข้อมูลที่เก็บไว้ในระบบสามารถนำมาใช้กับภาคการสาธารณสุขได้เช่นกัน โดยเฉพาะบางครอบครัวที่มีผู้ป่วยติดเตียง โดย กสศ.ได้ร่วมกับสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) ในการเชื่อมโยงข้อมูล เพื่อให้รับทราบถึงจำนวนผู้ป่วยในสถานะต่างๆ ที่เป็นปัจจุบันมากขึ้น และยืนยันว่าการประชุมครั้งนี้จะช่วยต่อยอด ขยายผลให้มีการนำข้อมูลที่เป็นประโยชน์มาใช้งานได้จริง และเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานในปีการศึกษา 2565 ต่อไป</p>



<p><strong>นางสาวรักชนก กลิ่นเจริญ นักวิชาการ สำนักบริหารเงินอุดหนุนผู้ขาดแคลนทุนทรัพย์ กสศ.</strong> กล่าวถึงกรอบแนวทางและปฏิทินการดำเนินงานโครงการ ระยะที่ 2 นี้ว่า จะดำเนินงานทั้งในมิติของการเชื่อมโยงข้อมูลนักเรียนรายบุคคลจากระบบ DMC และข้อมูลการคัดกรองความยากจน ระบบ CCT เพื่อนำไปสู่การประมวลผลเพื่อทำงานช่วยเหลือนักเรียนเป็นรายบุคคล คัดกรองความเสี่ยงของนักเรียนที่ครอบคลุมมิติอื่นๆ จำแนกกลุ่มนักเรียนให้ชัดเจน ทั้งกลุ่มปกติ กลุ่มเสี่ยง หรือนักเรียนที่มีปัญหา และการแจ้งเตือนแบบ Early Warning เพื่อนำมาสู่การให้ความช่วยเหลือแบบทันท่วงที&nbsp;</p>



<p>พร้อมจุดเน้นการทำงานร่วมกันในเรื่องการถอดบทเรียนกลไกการทำงานระบบดูแลช่วยเหลือของสถานศึกษา เพื่อศึกษา วิเคราะห์ และพัฒนาแนวทางการทำงานสู่การติดตามการช่วยเหลือนักเรียน ด้วยการส่งเสริมกิจกรรมต่างๆ ภายในสถานศึกษา (School-Based Interventions) เพื่อให้ความช่วยเหลือมาถึงเด็กได้มากที่สุด นอกจากนี้ยังเก็บรวบรวมความคิดเห็นของผู้ใช้งานและการพัฒนาระบบงานและระบบสารสนเทศที่สอดคล้องกับบริบทการทำงาน เพื่อปรับปรุงระบบให้มีประสิทธิภาพสูงขึ้นในอนาคตต่อไป</p>



<p>ขณะเดียวกันยังได้เปิดช่องทางการอบรมการใช้งานเครื่องมือสารสนเทศและประชุมแลกเปลี่ยนการเรียนรู้ระหว่างครูผู้สอน ผู้ดูแลระบบ รวมไปถึงเจ้าหน้าที่เขตพื้นที่การศึกษา ให้มีความเข้าใจในการดำเนินงานมากขึ้น ซึ่งจะเป็นการอบรมผ่านระบบออนไลน์ และมีการพัฒนาระบบการเรียนรู้ด้วยตนเองผ่านระบบ E-Learning เพื่อให้คุณครูผู้ปฏบัติงานสามารถเรียนรู้ได้ด้วยตนเองทุกที่ทุกเวลา&nbsp; ซึ่งจะสามารถเปิดลงทะเบียนให้อบรมได้ตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ ปี 2565 เป็นต้นไป&nbsp;</p>



<p>ทั้งนี้หลังจากวันที่ 7 ธันวาคมเป็นต้นไป สถานศึกษาที่อยู่ในโครงการนำร่อง สามารถเริ่มดำเนินการบันทึกข้อมูลผ่านระบบสารสนเทศ ทั้งการรู้จักนักเรียนเป็นรายบุคคล และคัดกรองความเสี่ยงที่ครอบคลุมทุกมิติ โดยระบบนี้จะดำเนินการให้บันทึกข้อมูลได้จนถึงเดือนมีนาคม 2565&nbsp;</p><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/news-eef-obec-141221/">กสศ.ร่วมมือสพฐ.เดินหน้า ระบบสารสนเทศเฟสสอง เชื่อมข้อมูล สกัดเด็กหลุดทันท่วงที</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>สพฐ. จับมือ กสศ. เดินหน้าลดเหลื่อมล้ำทางการศึกษา</title>
		<link>https://www.eef.or.th/%e0%b8%aa%e0%b8%9e%e0%b8%90%e0%b8%88%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b8%a1%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%81%e0%b8%aa%e0%b8%a8/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 29 Oct 2019 11:12:04 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[ข่าวสารความรู้]]></category>
		<category><![CDATA[โรงเรียน TSQP]]></category>
		<category><![CDATA[TSQP]]></category>
		<category><![CDATA[กสศ.]]></category>
		<category><![CDATA[สพฐ.]]></category>
		<category><![CDATA[MOU]]></category>
		<category><![CDATA[ศธ.]]></category>
		<category><![CDATA[กระทรวงศึกษาธิการ]]></category>
		<category><![CDATA[สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน]]></category>
		<category><![CDATA[OECD]]></category>
		<category><![CDATA[ดร.อัมพร พินะสา]]></category>
		<category><![CDATA[ศ.นพ.วิจารณ์ พานิช]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?p=8812</guid>

					<description><![CDATA[<p>สพฐ.จับมือกสศ.ลง MOU ยกระดับคุณภาพครูและโรงเรียนในชนบท  [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/%e0%b8%aa%e0%b8%9e%e0%b8%90%e0%b8%88%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b8%a1%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%81%e0%b8%aa%e0%b8%a8/">สพฐ. จับมือ กสศ. เดินหน้าลดเหลื่อมล้ำทางการศึกษา</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><img decoding="async" fetchpriority="high" class="aligncenter size-full wp-image-8817" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/10/312154.jpg" alt="" width="1567" height="1045" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/10/312154.jpg 1567w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/10/312154-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/10/312154-768x512.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/10/312154-1024x683.jpg 1024w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/10/312154-750x500.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/10/312154-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 1567px) 100vw, 1567px" /></p>
<blockquote><p>สพฐ.จับมือกสศ.ลง MOU ยกระดับคุณภาพครูและโรงเรียนในชนบท 291 โรงเรียน ใน 35 จังหวัด ดึงพลังรร.สร้างเด็กให้มีทักษะศตวรรษ21 แม้อยู่ห่างไกล โดยขยายผลสู่โรงเรียนคุณภาพประจำตำบลทั่วประเทศ ขณะที่ศ.นพ.วิจารณ์ชี้ แก้เหลื่อมล้ำต้องปรับปรุงคุณภาพการเรียนการสอน รร.ชนบทให้สูงขึ้น</p></blockquote>
<p>เมื่อวันที่ 29 ตุลาคม 2562 ที่โรงแรมเซ็นทรา บายเซ็นทารา ศูนย์ราชการ และคอนเวนชันเซ็นเตอร์ แจ้งวัฒนะ กรุงเทพฯ กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) ร่วมกับสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) กระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) จัดประชุมเรื่อง &#8220;ยกระดับคุณภาพโรงเรียน เพื่อลดความเหลื่อมล้ำ&#8221; และลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือการพัฒนาครูและโรงเรียนเพื่อยกระดับคุณภาพการศึกษา ภายใต้โครงการพัฒนาครูและโรงเรียนเพื่อยกระดับคุณภาพการศึกษาอย่างต่อเนื่อง (Teachers &amp; School Quality Program : TSQP) โดยมี ผู้แทนโรงเรียน ผู้บริหารสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา และสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา ผู้บริหารสำนักงานศึกษาธิการจังหวัด เข้าร่วมกว่า 1,000 คน</p>
<p>ดร.อัมพร พินะสา รองเลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน กล่าวว่า การขจัดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาเป็นนโยบายเร่งด่วนของกระทรวงศึกษาธิการ ที่ผ่านมาคุณภาพการศึกษาของประเทศไทยยังมีความเหลื่อมล้ำด้านความรู้ระหว่างนักเรียนในเมืองกับนักเรียนในชนบทที่ต่างกันเกือบ 2 ปีการศึกษา สาเหตุส่วนหนึ่งมาจากคุณภาพหรือมาตรฐานของสถานศึกษา รวมถึงคุณภาพและประสิทธิภาพครู ซึ่งส่งผลต่อการเรียนรู้ของนักเรียนโดยตรง สพฐ. และกสศ. จึงได้ลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือโครงการพัฒนาครูและโรงเรียนเพื่อยกระดับคุณภาพการศึกษาอย่างต่อเนื่อง (Teachers &amp; School Quality Program : TSQP) เพื่อสนับสนุนการพัฒนาโรงเรียนประถมศึกษา และมัธยมศึกษาขนาดกลางสังกัด สพฐ. ในชนบทที่มีเด็กและเยาวชนซึ่งขาดแคลนทุนทรัพย์หรือด้อยโอกาส และผู้ด้อยโอกาสอยู่หนาแน่น ให้เป็นโรงเรียนที่สามารถพัฒนาคุณภาพต่อเนื่องอย่างเป็นระบบ หรือ Whole School Approach ทั้งด้านการบริหารจัดการโรงเรียน และการพัฒนากระบวนการเรียนรู้ระดับชั้นเรียน เพื่อให้นักเรียนมีทักษะการเรียนรู้ที่สอดคล้องกับศตวรรษที่ 21 และมีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนสูงขึ้น ขณะที่นักเรียนยากจนด้อยโอกาสได้รับการดูแลอย่างเต็มศักยภาพ โดยครูจะมีความสามารถในการประเมินและช่วยเหลือนักเรียนเป็นรายบุคคล</p>
<p>“กลุ่มเป้าหมายสำคัญของโครงการนี้ ได้แก่ กลุ่มโรงเรียนประถมศึกษาและมัธยมศึกษาขนาดกลางที่มีศักยภาพจะเป็นโรงเรียนแกนนำของชุมชน (hub-schools) ที่สำคัญคือ ผู้บริหารและครูมีความพร้อมในการพัฒนาด้วยความสมัครใจ ซึ่งหากโรงเรียนแกนนำเหล่านี้ได้รับการยกระดับคุณภาพการเรียนรู้ให้แก่ผู้เรียนได้ทั้งระบบโรงเรียน โดยมีครูเป็นผู้ขับเคลื่อนที่สำคัญจะส่งผลให้ประสิทธิภาพการเรียนรู้ของผู้เรียนสูงขึ้นได้ โดยในอนาคตจะบูรณาการกับโรงเรียนคุณภาพประจำตำบลทั่วประเทศของทางสพฐ. ระยะยาวโครงการนี้จะทำให้เกิดโมเดลสำหรับการปฏิรูปคุณภาพสถานศึกษาเพื่อลดความเหลื่อมล้ำ ขอให้ทุกโรงเรียน สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา และสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา ให้ความร่วมมืออย่างเต็มที่ กับ กสศ. และภาคีเครือข่าย ในการพัฒนาครูและโรงเรียนตามแนวทางของโครงการฯ” ดร.อัมพรกล่าว</p>
<p>ด้านนพ.สุภกร บัวสาย ผู้จัดการกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา(กสศ.) กล่าวว่า หัวใจสำคัญของโครงการนี้ต้องเริ่มต้นจากผู้บริหารและครูผู้สอน มีความเชื่อว่าเราสามารถพัฒนาตนเองและโรงเรียนได้ แม้จะเป็นโรงเรียนที่อยู่ห่างไกล หรือไม่ใช่โรงเรียนขนาดใหญ่ ก็สามารถพัฒนาจนเจริญก้าวหน้าได้ โดยไม่ต้องรอความช่วยเหลือจากภายนอกหรือต้องรอนโยบาย จึงจะส่งผลให้เกิดการปฏิรูปการบริหารจัดการ และการเรียนการสอนในโรงเรียนทั้งระบบ การทำงานในปีแรกจะมีโรงเรียนขนาดกลางที่ผู้บริหารและครูผู้สอนสมัครใจ และตั้งใจเข้าร่วมจำนวน 291 แห่งในพื้นที่ 35 จังหวัด ทุกภูมิภาค ครอบคลุมครูกว่า 5,700 คน การพัฒนาแบ่งเป็น 2 ระดับ คือ ระดับชั้นเรียนและระดับโรงเรียน เน้นกระบวนการสร้างให้นักเรียนเป็นคนรุ่นใหม่ที่ทันต่อโลกในศตวรรษที่ 21 โดยการทำงานจะไม่หยุดอยู่แค่ห้องเรียนห้องเดียว แต่ต้องทำทั้งโรงเรียน เป็นการสร้างวัฒนธรรมใหม่ให้กับองค์กร ด้วยการใช้พลังร่วมของครูและบุคลากรทุกคนในโรงเรียนพัฒนาการเรียนการสอนที่มุ่งเปลี่ยนแปลงกระบวนการคิดของนักเรียน</p>
<p><img decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-9630" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/10/tsqpnews-1.jpg" alt="" width="1191" height="842" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/10/tsqpnews-1.jpg 1191w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/10/tsqpnews-1-300x212.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/10/tsqpnews-1-768x543.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/10/tsqpnews-1-1024x724.jpg 1024w" sizes="(max-width: 1191px) 100vw, 1191px" /></p>
<p>นพ.สุภกร กล่าวว่า กสศ.จะนำผลการวิจัยและเครื่องมือสนับสนุนการทำงานของครูและสถานศึกษาจากการทำงานวิชาการร่วมกับองค์การความร่วมมือเพื่อพัฒนาเศรษฐกิจ (OECD) มาสนับสนุนกระบวนการจัดการเรียนการสอนในชั้นเรียนแบบ Active Learning โดยใช้การสร้างบรรยากาศในห้องเรียนให้เป็นห้องเรียนประสิทธิภาพสูง (High functioning Classroom) จากสถาบันความคิดสร้างสรรค์แห่งสหราชอาณาจักร (CCE) รวมถึงการใช้เครื่องมือส่งเสริมทักษะความคิดสร้างสรรค์และการคิดวิเคราะห์อย่างมีวิจารณญาณจากองค์การ OECD เพื่อพัฒนานักเรียนอย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้ กสศ.ยังสนับสนุนให้โรงเรียนใช้ระบบ Q-Info ซึ่งเป็นระบบสารสนเทศสำหรับติดตามการเปลี่ยนแปลงของเด็กในชั้นเรียนเป็นรายบุคคลคนเพื่อช่วยเหลือและส่งเสริมให้เด็กเกิดการเรียนรู้และพัฒนา ตามแนวทางผลการวิจัยเครื่องมือประเมินทักษะสำหรับศตวรรษที่ 21 อีกด้วย</p>
<blockquote><p>“คาดว่าเมื่อร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2563 ผ่านการพิจารณาของรัฐสภา กสศ.จะสามารถขยายพื้นที่เป้าหมายการทำงานสนับสนุนนโยบายโรงเรียนคุณภาพประจำตำบลของ สพฐ.ต่อไป” ผู้จัดการ กสศ.กล่าว</p></blockquote>
<p>นพ.สุภกร กล่าวว่า กสศ.ยังสนับสนุนให้ทั้ง 291 โรงเรียนทำงานร่วมกับเครือข่ายมหาวิทยาลัยใกล้พื้นที่จำนวน 10 สถาบัน เพื่อวิจัยและพัฒนากระบวนการเรียนการสอน/หลักสูตรที่สอดคล้องกับบริบทท้องถิ่น การถ่ายทอดทักษะความรู้ไปยังนักศึกษาครู นอกจากนี้ยังสนับสนุนให้องค์กรที่มีประสบการณ์ด้านการศึกษาระดับแถวหน้าของประเทศไทย 5 เครือข่าย ได้แก่ 1.มหาวิทยาลัยศรีปทุม วิทยาเขตชลบุรี 2.สถาบันวิจัยและพัฒนาวิชาชีพครูสำหรับอาเซียน มหาวิทยาลัยขอนแก่น 3.มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ 4.มูลนิธิลำปลายมาศพัฒนา และ5.มูลนิธิโรงเรียนสตาร์ฟิชคันทรีโฮม ร่วมเป็นโค้ช สนับสนุนเทคนิคการบริหารจัดการและวิชาการ ต่อยอดจากประสบการณ์ทำงานของแต่ละองค์กรเพื่อให้ทั้ง 291 โรงเรียนเกิดการพัฒนาขึ้นได้อย่างรวดเร็ว</p>
<p>ศ.นพ.วิจารณ์ พานิช ประธานอนุกรรมการโครงการพัฒนาครูและโรงเรียนเพื่อยกระดับคุณภาพการศึกษาอย่างต่อเนื่อง กสศ. กล่าวตอนหนึ่งในการบรรยายพิเศษ เรื่อง “ยกระดับคุณภาพโรงเรียน ลดความเหลื่อมล้ำ :เปลี่ยน ครู-ห้องเรียน” ว่า การแก้ไขความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาแต่เพียงอุดหนุนงบประมาณยังไม่เพียงพอ แต่จะต้องปรับปรุงคุณภาพการเรียนการสอนของโรงเรียนในชนบทให้สูงขึ้นด้วย จากรายงานของ World Development Report 2018 : Learning to Realize Education’s Promise</p>
<p>พบว่าหากจะให้ผลลัพธ์การเรียนรู้ในภาพรวมของประเทศไทยยกระดับขึ้น ครู โรงเรียน พ่อแม่ และผู้นำชุมชน ต้องร่วมมือกันเอาใจใส่ให้ความช่วยเหลือเป็นพิเศษแก่เด็กที่ขาดแคลนหรือเด็กที่เรียนอ่อน ไม่ใช่มุ่งเอาใจใส่เฉพาะเด็กเก่ง และขยันเรียน ซึ่งมีอยู่เพียงร้อยละ 10-20 แต่อีกร้อยละ 80-90 จะถูกทิ้ง ความร่วมมือระหว่างสพฐ.และกสศ.ในครั้งนี้จะทำให้เด็กอีกร้อยละ 80-90 ได้รับโอกาสในการพัฒนาและบรรลุเป้าหมายในชีวิตได้เช่นกัน</p>
<p>“นักเรียนที่แม้จะยากจนอย่างไรทุกคนล้วนสามารถบรรลุการเรียนรู้คุณภาพสูงได้ โดยเริ่มจากครูพ่อแม่ และตัวนักเรียนเองเชื่อมั่นร่วมกันที่จะมีอนาคตที่ประสบความสำเร็จ ครูต้องชวนเด็กตั้งเป้าหมายสูง และพยายามทำให้สำเร็จให้ได้ เพราะครูและพ่อแม่จะเป็นตัวช่วยสำคัญให้เด็กเกิดการพัฒนา สร้างความเชื่อมั่นให้เห็นความหวังดีว่าครูเอาใจใส่เด็กทั้งห้องเรียน ”ที่ปรึกษา คณะกรรมการบริหาร กสศ. กล่าว</p>
<p>____________</p>
<p><strong>ประเด็นน่าสนใจ</strong></p>
<p>• สพฐ.ร่วมกับกสศ.ลงบันทึกข้อตกลง (MOU) ยกระดับคุณภาพครูและโรงเรียนชนบท 291 แห่งใน 35 จังหวัด<br />
• พัฒนาโรงเรียนที่มีเด็กและเยาวชนขาดแคลนทุนทรัพย์หรือด้อยโอกาส ให้เป็นโรงเรียนคุณภาพ สอดคล้องศตวรรษที่ 21<br />
• แก้ไขความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาต้องปรับปรุงคุณภาพการเรียนการสอนของโรงเรียนในชนบทให้สูงขึ้น</p><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/%e0%b8%aa%e0%b8%9e%e0%b8%90%e0%b8%88%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b8%a1%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%81%e0%b8%aa%e0%b8%a8/">สพฐ. จับมือ กสศ. เดินหน้าลดเหลื่อมล้ำทางการศึกษา</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
