<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>ช่วยเหลือเด็กหลุดการศึกษา | กสศ.</title>
	<atom:link href="https://www.eef.or.th/tag/%E0%B8%8A%E0%B9%88%E0%B8%A7%E0%B8%A2%E0%B9%80%E0%B8%AB%E0%B8%A5%E0%B8%B7%E0%B8%AD%E0%B9%80%E0%B8%94%E0%B9%87%E0%B8%81%E0%B8%AB%E0%B8%A5%E0%B8%B8%E0%B8%94%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%A8%E0%B8%B6/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.eef.or.th</link>
	<description>กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา</description>
	<lastBuildDate>Wed, 18 Dec 2024 05:14:03 +0000</lastBuildDate>
	<language>th</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.3.8</generator>

<image>
	<url>https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/02/cropped-fav-icon-32x32.png</url>
	<title>ช่วยเหลือเด็กหลุดการศึกษา | กสศ.</title>
	<link>https://www.eef.or.th</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>กสศ. เปิดเวทีจัดการความรู้เพื่อการขับเคลื่อนโรงเรียนพัฒนาตนเอง (TSQM) ตั้งเป้า “School Zero Dropout” พัฒนาเครือข่ายครูและโรงเรียน ดูแลช่วยเหลือเด็กเยาวชนไม่ให้หลุดจากระบบการศึกษา</title>
		<link>https://www.eef.or.th/news-141224/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 17 Dec 2024 08:23:39 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[All About EEF]]></category>
		<category><![CDATA[โรงเรียน TSQP]]></category>
		<category><![CDATA[School Zero Dropout]]></category>
		<category><![CDATA[TSQM]]></category>
		<category><![CDATA[ช่วยเหลือเด็กหลุดการศึกษา]]></category>
		<category><![CDATA[โรงเรียนพัฒนาตนเอง]]></category>
		<category><![CDATA[กสศ.]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?p=88859</guid>

					<description><![CDATA[<p>เมื่อวันที่ 13-15 ธันวาคม 2567 กองทุนเพื่อความเสมอภาคทา [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/news-141224/">กสศ. เปิดเวทีจัดการความรู้เพื่อการขับเคลื่อนโรงเรียนพัฒนาตนเอง (TSQM) ตั้งเป้า “School Zero Dropout” พัฒนาเครือข่ายครูและโรงเรียน ดูแลช่วยเหลือเด็กเยาวชนไม่ให้หลุดจากระบบการศึกษา</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>เมื่อวันที่ 13-15 ธันวาคม 2567 กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) จัดพื้นที่แลกเปลี่ยนเรียนรู้ <strong>‘การขับเคลื่อนโรงเรียนพัฒนาตนเอง’ หรือ Teacher and School Quality Movement (TSQM)</strong> โดยเชิญโรงเรียนในเครือข่ายจากทุกภูมิภาคมาร่วมนำเสนอชุดองค์ความรู้ และตัวอย่างความสำเร็จที่เป็นรูปธรรมจากพื้นที่ต้นแบบ สู่การสร้างกลไกขับเคลื่อนและนวัตกรรมการเรียนรู้ การบริหารจัดการที่มีประสิทธิภาพ อันเป็นเครื่องมือสำคัญของการพัฒนาคุณภาพโรงเรียนทั้งระบบเพื่อลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา ณ โรงแรมอมารี ดอนเมือง แอร์พอร์ต กรุงเทพมหานคร</p>



<p><strong>ดร.ไกรยส ภัทราวาท</strong> <strong>ผู้จัดการ กสศ.</strong> บรรยายพิเศษเรื่อง “กลยุทธ์การขับเคลื่อนการทำงาน School Zero Dropout เพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา” ระบุว่าในปี 2566–2567 ที่ผ่านมา สำนักพัฒนาคุณภาพครูและสถานศึกษา กสศ. ได้ดำเนินการสนับสนุนขบวนการขับเคลื่อนการพัฒนาคุณภาพโรงเรียน เพื่อให้เกิดการทำงานในระดับพื้นที่หรือระดับจังหวัดอย่างต่อเนื่อง ในลักษณะการสร้างกลไกความร่วมมือระหว่างหน่วยงานต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง เพื่อเพิ่มโอกาสการเข้าถึงการศึกษาที่มีคุณภาพของเด็กและเยาวชนที่ยากจน ด้อยโอกาส อันเป็นส่วนสำคัญของการสร้างหลักประกันโอกาสทางการศึกษา ซึ่งให้ความสำคัญกับการดูแลช่วยเหลือนักเรียน และเป็นการทำงานที่สอดคล้องกับนโยบายของรัฐบาลในการลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาตามมาตรการ Thailand Zero Dropout</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-8f8f82"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2024/12/4-1.jpg" alt=""/></div><figcaption class="qubely-image-caption">ดร.ไกรยส ภัทราวาท</figcaption></figure></div></div></div>



<p></p>



<p><strong>ดร.ไกรยส</strong> กล่าวว่า ปัจจุบันมีเด็กเยาวชนช่วงวัย 3-18 ปี กว่า 1.02 ล้านคน อยู่นอกระบบการศึกษา ทั้งยังมีเด็กกลุ่มเสี่ยงหลุดจากระบบการศึกษาอีกมากถึง 2.8 ล้านคน จากครัวเรือนที่มีรายได้เฉลี่ยอยู่ใต้เส้นความยากจน โดยในกระบวนการช่วยเหลือเด็กเหล่านี้ นอกจากต้องกำหนดมาตรการค้นหาและพาเด็กจำนวน 1.02 ล้านคนกลับสู่เส้นทางการศึกษาหรือการเรียนรู้แล้ว สิ่งที่ต้องทำควบคู่ไปด้วยคือกำหนดมาตรการป้องกันไม่ให้เด็กอีก 2.8 ล้านคนหลุดออกจากระบบการศึกษาตามมา เนื่องจากการแก้ไขปัญหาตั้งแต่ต้นเหตุคือวิธีการที่ได้ผลและยั่งยืนที่สุด ซึ่งที่ผ่านมา กสศ. ได้ทำหน้าที่ชี้เป้ากลุ่มเป้าหมายและร่วมสร้างสรรค์นวัตกรรม พร้อมมุ่งขยายผลนวัตกรรมให้ครอบคลุมยิ่งขึ้น สอดคล้องกับแนวคิด ‘การขับเคลื่อนโรงเรียนพัฒนาตนเอง หรือ Teacher and School Quality Movement (TSQM)’ ที่มีแนวทางพัฒนาคุณภาพโรงเรียน 3 รูปแบบ ประกอบด้วย</p>



<ol>
<li style="font-size:16px">การขับเคลื่อนโรงเรียนพัฒนาตนเองเชิงพื้นที่ (TSQM-A)</li>



<li style="font-size:16px">การขับเคลื่อนเครือข่ายโรงเรียนพัฒนาตนเอง (TSQM-N)</li>



<li style="font-size:16px">การขับเคลื่อนโรงเรียนพัฒนาตนเองเชิงประเด็น (TSQM-I)</li>
</ol>



<p>การพัฒนาคุณภาพโรงเรียนทั้งสามรูปแบบจะทำให้เกิดข้อเรียนรู้ ผ่านตัวอย่างแนวทางการพัฒนากลไกขับเคลื่อนทั้งในเชิงพื้นที่และเชิงเครือข่าย โดยมีประเด็นการทำงาน องค์ความรู้ นวัตกรรมในการจัดการเรียนการสอน การแก้ปัญหา และการดูแลช่วยเหลือเด็กจำนวนมากที่ได้จากคณะทำงานระดับพื้นที่ อาทิ ครูแกนนำ ผู้อำนวยการโรงเรียน หน่วยงานต้นสังกัด หรือบุคลากรที่เกี่ยวข้องในการพัฒนาคุณภาพการศึกษา โดยเห็นผลแล้วว่าการทำงานนั้นได้ส่งผลต่อการเปลี่ยนแปลงตัวเด็กเยาวชนอย่างเป็นรูปธรรม</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-981097"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2024/12/5.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-b45442"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2024/12/6.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>“สำหรับการจัดพื้นที่แลกเปลี่ยนเรียนรู้ครั้งนี้ จะก่อให้เกิดการหมุนวงจรการเรียนรู้ของภาคีเครือข่ายร่วมดำเนินงานในทุกระดับ ในทุกรูปแบบของการขับเคลื่อนของชุดโครงการ ที่เน้นสาระและการเรียนรู้เพื่อกระตุ้นให้เกิด Empowerment ผ่านเครือข่ายร่วมดำเนินงานในพื้นที่ เกิดเป็นพื้นที่สำหรับการเรียนรู้ ที่เครือข่ายจะสามารถบูรณาการการทำงาน นำความรู้ หรือแชร์ข้อเรียนรู้ ความท้าทาย และรูปธรรมความสำเร็จให้กับเพื่อนร่วมขบวนการ ที่จะนำไปสู่การพัฒนาต้นแบบกลไกจังหวัด การขับเคลื่อนกลไกเครือข่ายโรงเรียน และการคิดค้นแนวทาง องค์ความรู้ หรือนวัตกรรมในประเด็นที่หลากหลายเพื่อการดูแลช่วยเหลือและพัฒนาเด็กและเยาวชนตามความต้องการได้ ด้วยหลักการของการมีส่วนร่วมและการร่วมเป็นเจ้าของ</p>



<p>“กสศ. พยายามวางโครงร่างการทำงานให้เข้าใจถึงสถานการณ์ความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา โดยเฉพาะเรื่องของเด็กเยาวชนนอกระบบการศึกษา ซึ่งทุกหน่วยงานกำลังร่วมค้นหาเด็กเยาวชนทุกคนโดยบูรณาการข้อมูลร่วมกัน และเมื่อค้นหาเจอแล้วก็จะมีกระบวนการช่วยเหลือ ส่งต่อ ดูแล และส่งเข้าสู่เส้นทางการศึกษาที่มีความยืดหยุ่นตอบโจทย์ชีวิต ให้เป็นคนที่ประสบความสำเร็จในแบบของตัวเองและเป็นอนาคตของประเทศได้ หากความเป็นครู ความเป็นผู้บริหารสถานศึกษา สามารถช่วยกันเปลี่ยนเด็กที่กำลังต้องการความช่วยเหลือ ให้เป็นเด็กที่มีอนาคตทางการศึกษาได้ภายในปี 2568 ก็จะเป็นความสุขในฐานะของขวัญปีใหม่และของขวัญวันเด็ก เพราะคงไม่มีอะไรล้ำค่าไปกว่าการที่เราสร้างโอกาสทางการศึกษาที่เสมอภาคให้กับเด็กทุกคนได้” ดร.ไกรยสกล่าว</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-b52809"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2024/12/2-1.jpg" alt=""/></div><figcaption class="qubely-image-caption">นายพัฒนะ พัฒนทวีดล</figcaption></figure></div></div></div>



<p></p>



<p><strong>นายพัฒนะ พัฒนทวีดล</strong> <strong>รองเลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน</strong> ร่วมบรรยายพิเศษเรื่อง “นโยบายความร่วมมือในการขับเคลื่อนคุณภาพการศึกษาด้วยการขับเคลื่อนโรงเรียนพัฒนาตนเอง” กล่าวว่า สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) และ กสศ. มีความร่วมมือกันในการพัฒนาคุณภาพครูและโรงเรียน เพื่อให้เกิดโรงเรียนที่พัฒนาคุณภาพตนเองได้ทั้งระบบ เกิดการดูแลช่วยเหลือเด็กและเยาวชนในสถานศึกษา โดยเฉพาะเด็กที่ยากจนและด้อยโอกาสมาตั้งแต่ปี 2561 อย่างต่อเนื่องในมิติที่หลากหลาย เพื่อให้เกิดการพัฒนาคุณภาพโรงเรียน ครู และบุคลากรทางการศึกษา การพัฒนาแนวทางของการบริหารจัดการ และการจัดการเรียนการสอนของครูในโรงเรียน ที่ส่งผลกระทบไปถึงเด็กและเยาวชนให้มีคุณภาพชีวิต และผลลัพธ์การเรียนรู้ที่ดีขึ้น ซึ่งเป้าหมายสำคัญที่ สพฐ. และ กสศ. มองเห็นร่วมกัน คือ ต้องการให้เด็กและเยาวชนในวัยเรียนได้รับโอกาสในการเข้าถึงการศึกษา และสามารถที่จะช่วยเหลือและป้องกันการหลุดออกจากระบบการศึกษาของเด็กได้ ซึ่งเป็นการทำงานร่วมกันตามนโยบาย Thailand Zero Dropout</p>



<p><strong>รองเลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน</strong> กล่าวต่อไปว่า รู้สึกยินดียิ่งขึ้น เมื่อทราบว่าการทำงานร่วมกันของโครงการ TSQM นี้ ไม่ได้จำกัดอยู่แค่โรงเรียนในเครือข่าย สพฐ. แต่ยังเกิดพลังร่วมในพื้นที่ที่มีการขยายผลเรียนรู้ร่วมกันของโรงเรียน สพฐ. กับโรงเรียนในสังกัดอื่น ๆ หรือแม้กระทั่งการทำงานร่วมกันกับสถาบันการศึกษาในพื้นที่ รวมถึงเกิดกลไกคณะทำงานของจังหวัด เกิดเครือข่ายโรงเรียนที่ทำงานร่วมกับเขตพื้นที่การศึกษา ส่วนของพื้นที่นวัตกรรมการศึกษา และหน่วยงานภาคส่วนที่เกี่ยวข้องได้เข้ามาร่วมกันขับเคลื่อน และเสริมต่อพลังของการบูรณาการความร่วมมือให้เข้มแข็ง เสริมต่อต้นทุนจากพื้นที่ร่วมกันจนเกิดเป็นภาคีร่วมดำเนินงานที่ทรงพลังมากยิ่งขึ้น เพื่อที่จะร่วมกันดูแลช่วยเหลือ และสร้างโอกาสให้เด็กและเยาวชนของพวกเราได้มีโอกาสที่จะได้รับการศึกษาที่มีคุณภาพ พัฒนาผลลัพธ์การเรียนรู้ของเด็ก และให้เด็กและเยาวชนมีทางเลือกทางการศึกษาที่หลากหลาย และสอดคล้องตามความต้องการ โดยเฉพาะการทำงานในระดับพื้นที่ ที่จะเป็นจุดเริ่มต้นของกลไกการดูแลเด็กที่ครอบคลุมทุกมิติ&nbsp;</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-a27bc6"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2024/12/3.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>“สพฐ. ในฐานะหน่วยงานต้นสังกัดของโรงเรียน 29,152 แห่ง มีครูทั้งหมด 540,000 กว่าคน และมีนักเรียนอยู่ประมาณ 6.4 ล้านคน คาดหวังว่าความร่วมมือในระดับพื้นที่ของโรงเรียน ครู ศึกษานิเทศก์ บุคลากรทางศึกษาในสำนักงานเขตพื้นที่ ภายใต้โครงการ TSQM ใน 10 จังหวัด กับเครือข่ายโรงเรียนกว่า 26 เครือข่าย พร้อมด้วยโรงเรียนในสังกัด สพฐ.กว่า 300 แห่งในพื้นที่ 39 จังหวัด จะสามารถรวมพลังเครือข่ายเพื่อจัดการศึกษาที่เป็นต้นแบบ รวมกลุ่มกันเพื่อพัฒนาคุณภาพโรงเรียนทั้งระบบ เกิดการเรียนรู้ส่งต่อองค์ความรู้และประสบการณ์จากโรงเรียนแกนนำ และนำไปขยายผลให้กับโรงเรียนในเครือข่าย นอกจากนี้ในด้านการขับเคลื่อนโรงเรียนพัฒนาตนเองเชิงประเด็น หรือ TSQM-I จะถือเป็นจุดเชื่อมบูรณาการการทำงานร่วมกันครั้งสำคัญ ในการนำประเด็นปัญหาที่เกิดขึ้นเฉพาะรูปแบบและเฉพาะพื้นที่ มาช่วยออกแบบกระบวนการแก้ไขปัญหาให้เด็กและเยาวชน อาทิการอ่านไม่ออกเขียนไม่ได้ของเด็กกลุ่มชาติพันธุ์ และในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนใต้&nbsp;</p>



<p>“ในฐานะของหน่วยงานต้นสังกัดในระดับนโยบาย สพฐ. มีความยินดีอย่างยิ่งที่จะส่งเสริมสนับสนุนร่วมกับ กสศ. และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในทุกระดับ ในการส่งเสริม สนับสนุน ให้เกิดการขับเคลื่อนโรงเรียนพัฒนาตนเอง เกิดการพัฒนาคุณภาพครู และบุคลากรทางการศึกษา เกิดพลังของการเป็นเจ้าของร่วมกัน เพื่อสร้างให้เกิดระบบการศึกษา และการพัฒนาเด็กและเยาวชนให้มีทางเลือกในการเข้าถึงการศึกษา ทางเลือกของการเรียนรู้ที่ยืดหยุ่นหลากหลายอย่างมีคุณภาพ และสร้างระบบนิเวศทางการเรียนรู้เพื่อลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาของประเทศได้อย่างยั่งยืน” รองเลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน กล่าว</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-e7a114"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2024/12/7.jpg" alt=""/></div><figcaption class="qubely-image-caption">(คนที่ 2 จากซ้าย) รศ.ดร.ดารณี อุทัยรัตนกิจ</figcaption></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>ด้าน <strong>รศ.ดร.ดารณี อุทัยรัตนกิจ</strong> <strong>กรรมการบริหาร กสศ.</strong> กล่าวว่า ผู้เข้าร่วมงานวันนี้ทุกท่านคือผู้นำและผู้สร้างความเปลี่ยนแปลง โดยโครงการ TSQM ที่ผูกติดกับโครงการ Thailand Zero Dropout ถือว่าประเด็นสำคัญที่สุดอยู่ที่ ‘โรงเรียน’ เพราะเมื่อโรงเรียนเป็นศูนย์กลาง จึงทราบและเข้าถึงข้อมูลได้ดีที่สุดในการคัดกรองเด็กกลุ่มเสี่ยง เด็กที่มีอุปสรรคปัญหา หรือแม้แต่เด็กที่มีความสามารถพิเศษได้จากตรงไหน ดังนั้นโรงเรียนจะเป็นผู้ขับเคลื่อนการลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาได้โดยไม่มีใครตกหล่น</p>



<p>“ด่านแรกในการดูแลเรื่องนี้ คือเราจะเก็บเด็กในโรงเรียน ไม่ให้หลุดออกจากระบบ และช่วยเด็กนอกระบบกลับเข้าสู่กระบวนการเรียนรู้ที่ตอบสนองต่อความต้องการ และความจำเป็นของแต่ละคน การจัดพื้นที่แลกเปลี่ยนเรียนรู้และช่วยกันหาแนวทางที่ก่อให้เกิดพลังอย่างที่ทำในวันนี้เป็นเรื่องสำคัญมาก เพราะเชื่อว่า ‘พลัง’ ที่ว่านี้ มีอยู่ภายในตัวของทุกท่านอยู่แล้ว จึงอยากให้กำลังใจทุกคนว่าแม้ความสำเร็จที่เกิดขึ้นจะถูกมองว่าเป็นเรื่องเล็กน้อย แต่อย่าลืมว่าสิ่งเล็กน้อยนี้เมื่อสะสมและพอกพูนขึ้น ก็จะกลายเป็นพลังที่ยิ่งใหญ่ และพลังนี้จะบันดาลให้ทุกท่านมีความสุข และขอให้ทุกท่านได้นำพลังแห่งความสุขในวันนี้ และพลังแห่งแรงบันดาลใจที่ได้มาแลกเปลี่ยนเรียนรู้ กลับไปส่งต่อให้กับเครือข่ายรอบตัวท่านอีกมากมาย ซึ่งพวกเขาเองก็ต้องการกำลังใจและการสนับสนุนเช่นกัน ในนาม กสศ. เราจะขอเดินหน้าเคียงข้างไปกับทุกท่าน เพราะหน้าที่ของเราคือการสร้างความเปลี่ยนแปลงให้กับการศึกษาของประเทศ ลดความเหลื่อมล้ำให้เด็กทุกคน ช่วยให้เด็กได้รับโอกาสที่เท่าเทียม เข้าถึงการศึกษาที่มีคุณภาพสูงโดยถ้วนหน้า” รศ.ดร.ดารณี กล่าว</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-9ee172"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2024/12/1-1.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/news-141224/">กสศ. เปิดเวทีจัดการความรู้เพื่อการขับเคลื่อนโรงเรียนพัฒนาตนเอง (TSQM) ตั้งเป้า “School Zero Dropout” พัฒนาเครือข่ายครูและโรงเรียน ดูแลช่วยเหลือเด็กเยาวชนไม่ให้หลุดจากระบบการศึกษา</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>กู้วิกฤต &#8216;ยากจนเฉียบพลัน&#8217; กับภารกิจ &#8216;ศูนย์ช่วยเหลือเด็กและเยาวชนในภาวะวิกฤตการศึกษา&#8217;</title>
		<link>https://www.eef.or.th/support-poor-students-160722/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Sat, 16 Jul 2022 12:20:49 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Movement]]></category>
		<category><![CDATA[ทุนเสมอภาค]]></category>
		<category><![CDATA[ศูนย์ช่วยเหลือเด็กและเยาวชนในภาวะวิกฤตการศึกษา]]></category>
		<category><![CDATA[ฟื้นฟูการเรียนรู้หลังโควิด-19]]></category>
		<category><![CDATA[ช่วยเหลือเด็กหลุดการศึกษา]]></category>
		<category><![CDATA[กสศ.]]></category>
		<category><![CDATA[ไทรน้อยโมเดล]]></category>
		<category><![CDATA[ปิติ ยางกลาง]]></category>
		<category><![CDATA[โรงเรียนไทรน้อย]]></category>
		<category><![CDATA[ความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา]]></category>
		<category><![CDATA[ว่าที่ร้อยตรี ธนุ วงษ์จินดา]]></category>
		<category><![CDATA[สพฐ.]]></category>
		<category><![CDATA[ดร.ไกรยส ภัทราวาท]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?p=58307</guid>

					<description><![CDATA[<p>กลางเดือนมิถุนายน เสียงโทรศัพท์ในห้องทำงานของ ครูปิติ ย [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/support-poor-students-160722/">กู้วิกฤต ‘ยากจนเฉียบพลัน’ กับภารกิจ ‘ศูนย์ช่วยเหลือเด็กและเยาวชนในภาวะวิกฤตการศึกษา’</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>กลางเดือนมิถุนายน เสียงโทรศัพท์ในห้องทำงานของ <strong>ครูปิติ ยางกลาง ผู้อำนวยการโรงเรียนไทรน้อย</strong>ดังขึ้น เสียงปลายสายมาจากหนึ่งในคณะทำงานของ ‘ ศูนย์ช่วยเหลือเด็กและเยาวชนในภาวะวิกฤตการศึกษา’ กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา หรือ กสศ. ที่โทรมาบอกเล่าเรื่องราวของ ‘นนท์’ ซึ่งกำลังยืนอยู่กลางทางแยกสำคัญของชีวิต</p>



<p>นนท์ (นามสมมติ) คือเด็กเรียนดี มีครอบครัวอันอบอุ่นและฐานะดีพอสมควร มีพี่สาวที่กำลังจะเรียนจบชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 ส่วนตัวนนท์เองก่อนหน้านี้กำลังเรียนหลักสูตรสองภาษาในโรงเรียนเอกชนชื่อดังแห่งหนึ่งในจังหวัดนนทบุรี และมีผลการเรียนในระดับดีมากโดยเฉพาะภาษาอังกฤษ</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-a11fe9"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2022/07/ปิติ-ยางกลาง-น้องนนท์ไทรน้อยโมเดล.jpg" alt=""/></div><figcaption class="qubely-image-caption">ครูปิติ ยางกลาง ผู้อำนวยการโรงเรียนไทรน้อย</figcaption></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>แต่หลังวิฤตโควิด-19 โลกทั้งใบเหมือนกลับตาลปัตร สถานการณ์ส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อครอบครัวจากที่เคยมีรายได้หลายหมื่นบาทต่อเดือน กลับกลายเป็นไม่มีงานจนรายรับไม่พอรายจ่าย กระทั่งเข้าสู่ภาวะ ‘ยากจนเฉียบพลัน’&nbsp; ที่ไม่มีกระทั่งเงินสำหรับจ่ายค่าเทอม แม้ว่าทางโรงเรียนจะช่วยเหลือด้วยการลดค่าเทอมให้ก็ยังไม่สามารถหาเงินไปจ่ายได้ ส่งผลให้นนท์ต้องหยุดเรียนตั้งแต่ ม. 1 เทอม 2 ยาวต่อเนื่องมาถึงหนึ่งปีการศึกษา</p>



<p>ทางครอบครัวพยายามหาทางออกในหลายทาง ต่อมาได้รับคำแนะนำจากนักการเมืองในท้องถิ่นให้ติดต่อมาที่ ศูนย์ช่วยเหลือเด็กและเยาวชนในวิกฤติการศึกษา ของ กสศ. จึงนำไปสู่กระบวนการกู้วิกฤติให้กับครอบครัวของนนท์โดยเร็วที่สุด</p>



<p></p>



<h2 class="wp-block-heading"><strong>‘ไทรน้อยโมเดล’ คือทุกฝ่ายพร้อมช่วยกัน</strong></h2>



<p>“ให้เด็กเข้ามาก่อนเลย”&nbsp;&nbsp;</p>



<p>ครูปิติ ตอบกลับปลายสาย&nbsp;</p>



<p>“ให้นักเรียนเข้ามาอยู่ในระบบก่อนเลย เดี๋ยวเรื่องอื่นค่อยมาคุยกันว่า จะแก้ปัญหากันอย่างไร เราจะข้ามปัญหานั้นกันมาได้อย่างไร” </p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-113312"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2022/07/01-น้องนนท์ไทรน้อยโมเดล.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>ด้วยความรวดเร็วและการตัดสินใจอย่างเฉียบขาด จึงทำให้ นนท์ มีที่เรียนต่อทันทีที่ โรงเรียนไทรน้อย อำเภอไทรน้อย จังหวัดนนทบุรี โดยไม่ต้องรอปีการศึกษาใหม่ หลังจากนั้นทางโรงเรียนได้ตั้งระบบการดูแลช่วยเหลือที่เรียกว่า ‘ไทรน้อยโมเดล’ ขึ้น นอกจากเพื่อช่วยเหลือครอบครัวของนนท์แล้ว ยังเพื่อรองรับหากมีกรณีอื่นที่อาจต้องการความช่วยเหลือกลางคันอีก</p>



<p>‘ไทรน้อยโมเดล’ มีการไปเยี่ยมบ้านเพื่อพูดคุยกับเด็กและผู้ปกครองถึงปัญหาต่างๆ การดูแลช่วยเหลือจะเน้นที่การเยียวยาสภาพจิตใจและการปรับตัวเพื่อเข้าสู่โรงเรียนใหม่ การปรับตัวให้เข้ากับสภาพสังคมและสภาพแวดล้อมใหม่ๆ ให้เข้าที่เข้าทางก่อนที่จะกลับสู่ห้องเรียนจริงๆ&nbsp;</p>



<p>ครูปิติ บอกว่า แนวทางของ ‘ไทรน้อยโมเดล’ มีหลักการดำเนินงาน 7&nbsp; แนวทาง คือ&nbsp;</p>



<ol><li>ช่วยเหลือทันทีแม้ไม่มีเอกสารสำคัญ</li><li>ฟื้นฟูความรู้ที่สูญหาย </li><li>ครูที่ปรึกษาเก็บข้อมูล </li><li>แนะแนวเตรียมระบบดูแลสภาวะจิตใจ </li><li>เลือกแผนการเรียนที่สนใจ </li><li>เก็บหน่วยกิตในช่วงเวลาที่หายไปและเรียนรู้บทเรียนใหม่ </li><li>ติดตามผลการดำเนินงาน</li></ol>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-56287d"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2022/07/02-น้องนนท์ไทรน้อยโมเดล.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>“เมื่อน้องเข้ามา เราต้องช่วยสำรวจความพร้อมว่าเป็นอย่างไรและมีคำแนะแนวให้ เพราะเขาหยุดเรียนไปถึงหนึ่งปี ในโรงเรียน เราได้เรียกประชุมฝ่ายบริหาร ฝ่ายวิชาการจะต้องทำอย่างไรบ้างกับกรณีแบบนี้ ครูที่ปรึกษาจะต้องรู้ว่าจะดูแลเด็กคนนี้อย่างไร รวมไปถึงการวางงบประมาณไว้ในแผนงานด้วยเพราะเราไม่ต้องการให้เกิดการที่เด็กหลุดจากระบบซ้ำ&nbsp;</p>



<p>“เราไม่ได้ส่งให้เด็กเข้าห้องเรียนอย่างเดียว แต่เรามีความคิดที่ว่า เมื่อเด็กอยากเรียนแล้วเขาจะมีพลังบวกในตัวเองอย่างไร ถ้าเกิดเขาเดินก้าวไปๆ แล้วมันมีปัญหาอุปสรรค ถ้ากลายเป็นพลังลบหรือหมดแรง หมดกำลังใจจะทำให้เขาท้อ การคงแรงบวกไว้ในตัวเขาคือสิ่งสำคัญมากในการช่วยเหลือเด็กๆ”</p>



<p></p>



<h2 class="wp-block-heading"><strong>เพราะโรงเรียนคืออีกหนึ่งหัวใจของการแก้ปัญหา ‘เด็กหลุดระบบการศึกษา’</strong></h2>



<p>จากรายงานการสำรวจของ กสศ. และกระทรวงศึกษาธิการ ปีการศึกษา 2563 – 2564 พบข้อมูลที่ใกล้เคียงกัน คือความน่ากังวลว่า อาจมีเด็กต้องหลุดออกจากระบบการศึกษามากถึง 238,000 คน แต่จากนโยบายของรัฐบาลภายใต้ ‘พาน้องกลับมาเรียน’ ซึ่งเป็นภารกิจเร่งด่วนที่บูรณาการร่วมกับ 11 หน่วยงาน ส่งผลให้ปัจจุบันเหลือตัวเลขเพียง 17,000 คนเท่านั้นที่ยังตามกลับมาเรียนไม่ได้</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-cc1836"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2022/07/ธนุ-วงษ์จินดา-น้องนนท์ไทรน้อยโมเดล.jpg" alt=""/></div><figcaption class="qubely-image-caption">ว่าที่ร้อยตรี ธนุ วงษ์จินดา รองเลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.)</figcaption></figure></div></div></div>



<p></p>



<p><strong>ว่าที่ร้อยตรี ธนุ วงษ์จินดา รองเลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) </strong>ให้ทัศนะถึงการร่วมมือการทำงานในโครงการนี้ไว้ได้อย่างน่าสนใจว่า สิ่งที่สำคัญกว่าการตามนักเรียนกลับมาคือ ทำอย่างไรไม่ให้เด็กหลุดออกจากระบบอีก เพื่อให้เด็กเหล่านี้ได้เรียนต่อจนจบในระดับที่สูงขึ้นไป จนสามารถเลี้ยงดูตัวเองและครอบครัวได้ในอนาคต</p>



<p>“โดยส่วนใหญ่แล้ว ปัญหาของเด็กที่กำลังหลุดจากระบบการศึกษาจะมีความซับซ้อนมากกว่าหนึ่งเรื่อง จะต้องมองไปถึงผู้ปกครอง มองทั้งเรื่องของปัญหาเศรษฐกิจ ปัญหาสังคม ถ้าจะให้โครงการประสบความสำเร็จอย่างยั่งยืน ทุกหน่วยงานจะต้องร่วมมือกันอย่างเป็นระบบ โรงเรียนจะเป็นหัวใจหลักในการประสานงานกับหน่วยงานต่างๆ ในพื้นที่</p>



<p>“จากหลักแสนเหลือเพียงหมื่นกว่าคนในตอนนี้ แสดงให้เห็นถึงพลังของความร่วมมือ คนที่ยังไม่กลับมาเราได้ส่งรายชื่อกลับไปที่โรงเรียน ค้นหากันต่อไป ส่วนที่กลับมาแล้ว ก็ต้องมีวิธีการจัดการว่าทำอย่างไรจะไม่ให้เขาหลุดออกไปอีก การค้นหานับว่ายากแล้ว แต่โจทย์ใหญ่ทำอย่างไรจะไม่ให้เขาหลุดอีก”</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-dd3ac9"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2022/07/ไกรยส-ภัทราวาท-น้องนนท์ไทรน้อยโมเดล.jpg" alt=""/></div><figcaption class="qubely-image-caption">ดร.ไกรยส ภัทราวาท ผู้จัดการ กสศ.</figcaption></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>ขณะที่ <strong>ดร.ไกรยส ภัทราวาท ผู้จัดการ กสศ.</strong> กล่าวถึงความร่วมมือที่เข้าไปหนุนเสริมโครงการนี้ว่า ยังมีโจทย์ใหญ่ที่ต้องขับเคลื่อนต่อหลังจากเด็กได้กลับมาสู่ระบบการศึกษาแล้ว เพราะแค่ได้กลับมาเรียนคงไม่พอ แต่กลับมาเขาควรได้ทานอาหารครบมื้อ ควรได้ทานนมอาหารเสริม ควรได้รับการดูแลจากสวัสดิการต่างๆ ที่มีในโรงเรียน ซึ่งครอบครัวจะได้ประโยชน์จากตรงนี้ด้วย&nbsp;</p>



<p>“เพราะโรงเรียนเป็นมากกว่าแค่สถานที่เรียนหนังสือที่พวกเราต้องช่วยกันสร้างให้เด็กๆ การที่พาเด็กกลับมาได้หลักแสนคน จึงเป็นคุณูปการทั้งต่อตัวนักเรียนและครอบครัวด้วย นอกจากนี้ ยังรวมไปถึงการลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาได้ในระยะยาว</p>



<p>“เรื่องของการลงทุนเรื่องตัวเด็กต้องไม่ใช่การสงเคราะห์ แต่เป็นการลงทุนเพื่อให้เขาได้อยู่ในระบบการศึกษาได้สุดความสามารถ ได้สุดศักยภาพของเขา เป็นเรื่องสำคัญของประเทศที่เราต้องช่วยเด็กกลุ่มนี้ให้เขาไปต่อได้”&nbsp;</p>



<p>เรื่องราวของ ‘นนท์’ นอกจากเป็นหนึ่งเรื่องราวของเด็กคนหนึ่งจากกว่าสองแสนคนที่ ‘ ศูนย์ช่วยเหลือเด็กและเยาวชนในภาวะวิกฤตการศึกษา’ ทำสำเร็จแล้ว ในอีกมุมหนึ่งยังทำให้เห็นภาพของ ‘ไทรน้อยโมเดล’ ที่ โรงเรียนคือหัวใจของการขยับขับเคลื่อนเพื่อเข้าไปร่วมแก้ไขปัญหาได้อย่างตรงจุด มีประสิทธิภาพ และเป็นต้นแบบให้กับพื้นที่อื่นๆ ได้อีกมาก เป็นรูปแบบสำคัญของการช่วยเหลือเด็กๆ ได้อย่างยั่งยืน&nbsp;</p>



<p>เพราะเมื่อกลับมาแล้ว พวกเขาจะต้องไม่หลุดออกไปอีก</p><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/support-poor-students-160722/">กู้วิกฤต ‘ยากจนเฉียบพลัน’ กับภารกิจ ‘ศูนย์ช่วยเหลือเด็กและเยาวชนในภาวะวิกฤตการศึกษา’</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
