<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>ชนิกานต์ เจษฎาพงศ์ภักดี | กสศ.</title>
	<atom:link href="https://www.eef.or.th/tag/%E0%B8%8A%E0%B8%99%E0%B8%B4%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%99%E0%B8%95%E0%B9%8C-%E0%B9%80%E0%B8%88%E0%B8%A9%E0%B8%8E%E0%B8%B2%E0%B8%9E%E0%B8%87%E0%B8%A8%E0%B9%8C%E0%B8%A0%E0%B8%B1%E0%B8%81%E0%B8%94%E0%B8%B5/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.eef.or.th</link>
	<description>กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา</description>
	<lastBuildDate>Wed, 29 Sep 2021 11:17:46 +0000</lastBuildDate>
	<language>th</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.3.11</generator>

<image>
	<url>https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/02/cropped-fav-icon-32x32.png</url>
	<title>ชนิกานต์ เจษฎาพงศ์ภักดี | กสศ.</title>
	<link>https://www.eef.or.th</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>“ดูแลจิตใจเด็ก ๆ” ที่สูญเสียพ่อแม่หรือผู้ปกครองเพราะโควิด กับ “นักเล่นบำบัด”</title>
		<link>https://www.eef.or.th/article-take-care-of-childrens-minds-who-have-lost-parents/?utm_source=rss&#038;utm_medium=rss&#038;utm_campaign=article-take-care-of-childrens-minds-who-have-lost-parents</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 29 Sep 2021 04:43:04 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[บทความ]]></category>
		<category><![CDATA[ชนิกานต์ เจษฎาพงศ์ภักดี]]></category>
		<category><![CDATA[นักเล่นบำบัด]]></category>
		<category><![CDATA[ดูแลจิตใจเด็ก]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?p=46199</guid>

					<description><![CDATA[<p>กสศ. จับเข่าคุยกับคุณชนิกานต์ เจษฎาพงศ์ภักดี (พีช) ในฐา [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/article-take-care-of-childrens-minds-who-have-lost-parents/">“ดูแลจิตใจเด็ก ๆ” ที่สูญเสียพ่อแม่หรือผู้ปกครองเพราะโควิด กับ “นักเล่นบำบัด”</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>กสศ. จับเข่าคุยกับคุณชนิกานต์ เจษฎาพงศ์ภักดี (พีช) ในฐานะที่เธอเป็นผู้เขียนหนังสือเรื่อง <a href="https://www.eef.or.th/publication-play-to-take-care-of-children-minds/" target="_blank" rel="noreferrer noopener"><strong>“การเล่น” เพื่อดูแลจิตใจเด็กๆ ที่เผชิญความสูญเสีย</strong></a><strong>&nbsp;</strong>เรื่องการใช้กิจกรรมการเล่นเพื่อกอบกู้วันที่สดใสของหัวใจดวงน้อย ๆ กลับคืนมา</p>



<p></p>



<h2 class="wp-block-heading" id="1-%E0%B8%99%E0%B8%B1%E0%B8%81%E0%B9%80%E0%B8%A5%E0%B9%88%E0%B8%99%E0%B8%9A%E0%B8%B3%E0%B8%9A%E0%B8%B1%E0%B8%94%E0%B8%97%E0%B8%B3%E0%B8%87%E0%B8%B2%E0%B8%99%E0%B8%AD%E0%B8%A2%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B8%87%E0%B9%84%E0%B8%A3">นักเล่นบำบัดทำงานอย่างไร</h2>



<p>นักเล่นบำบัดเป็นผู้มีความรู้เรื่องการเล่น เข้าใจสัญลักษณ์ รูปแบบ และวิธีการเล่น ภายในห้องเล่นบำบัด นักเล่นบำบัดไม่ได้มีหน้าที่สอนเด็กโดยตรง แต่จะมีหน้าที่ช่วยเด็ก process ความคิด ช่วยให้เข้าใจและบรรยายความคิด ความรู้สึก ถ่ายทอดออกมาผ่านการเล่น&nbsp;</p>



<p>จริง ๆ แล้วการเล่นนั้นกว้างมาก เราสามารถใช้การเล่นด้วยจุดประสงค์ที่ต่างกัน เช่น ส่งเสริมกิจกรรมการเล่นที่มีการชี้นำโดยเฉพาะ มีวัตถุประสงค์เฉพาะ ใช้ในเชิงการสอน ใช้การเล่นเพื่อให้ความรู้ หรือใช้การเล่นเพื่อดูแลจิตใจเด็กระยะแรก ขึ้นอยู่กับปัญหาของเด็ก สามารถออกแบบกิจกรรมการเล่นให้เด็กโดยเฉพาะ เพราะปัญหาของเด็กแตกต่างกันไป ถ้าเด็กมีปัญหาปานกลางถึงรุนแรง เราจะใช้หลักการบำบัดเข้ามาช่วย เช่น จิตบำบัด&nbsp;</p>



<p>คุณหมอจะเป็นผู้ประเมินและวินิจฉัยปัญหาของเด็ก หลังจากนั้นส่งต่อไปยังนักบำบัดที่จะช่วยเด็กได้มากที่สุด ตัวนักบำบัดไม่สามารถประเมินและวินิจฉัยได้ นักบำบัดก็มีหลายแบบ เช่น เล่นบำบัด กิจกรรมบำบัด พูดบำบัด ศิลปะบำบัด ละครบำบัด เป็นต้น</p>



<p>การทำงานของนักเล่นบำบัด ถ้าทำงานในโรงพยาบาล นักเล่นบำบัดจะทำงานร่วมกับคุณหมอ และนักบำบัดอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องกับเด็ก คนไข้เด็กจะได้รับการดูแลครบทุกส่วน เพราะนักบำบัดเชื่อว่าการทำงานร่วมกันทุกส่วนจะเป็นการสนับสนุนเด็กได้ดีที่สุด</p>



<p>ถ้าทำงานในโรงเรียน นักเล่นบำบัดจะทำงานร่วมกับคุณครูและผู้ปกครอง โดยมีเด็กเป็นศูนย์กลาง ปัญหาที่พบในโรงเรียนส่วนมากเป็นปัญหาความวิตกกังวลของเด็ก หรือปัญหาเรื่องสมาธิ อย่างบางคนดูแค่ว่าเด็กไม่มีสมาธิ แต่นักเล่นบำบัดต้องพยายามเชื่อมต่อกับเขา เพื่อค้นหาสาเหตุการไม่มีสมาธิว่าเกี่ยวข้องกับอะไรที่ยังติดในใจหรือเปล่า เกี่ยวกับปัญหาที่เขาคิดถึงตลอดเวลาจนไม่สามารถดึงตัวเองกลับมาสู่บทเรียนได้ หรือเกี่ยวกับอารมณ์ที่กำลังทำงานอย่างหนัก จนข้อมูลที่ใส่ไม่สามารถขึ้นไปถึงสมองส่วนเหตุผลได้</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-b46fee"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/09/คุยเรื่อง-วิธีดูแลจิตใจเด็กๆ_Banner-copy-3-scaled.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<h2 class="wp-block-heading" id="2-%E0%B8%9B%E0%B8%B1%E0%B8%8D%E0%B8%AB%E0%B8%B2%E0%B9%80%E0%B8%94%E0%B9%87%E0%B8%81%E0%B8%97%E0%B8%B5%E0%B9%88%E0%B8%9E%E0%B8%9A%E0%B9%83%E0%B8%99%E0%B9%82%E0%B8%A3%E0%B8%87%E0%B9%80%E0%B8%A3%E0%B8%B5%E0%B8%A2%E0%B8%99">ปัญหาเด็กที่พบในโรงเรียน</h2>



<p>สำหรับเด็กที่ถูกเพื่อนแกล้ง เราเป็นนักบำบัดก็ต้องสร้างปฏิสัมพันธ์ที่ปลอดภัยกับเขาในห้องบำบัด ให้เขาได้ถ่ายทอดความรู้สึกที่เผชิญออกมา&nbsp; เราไม่สามารถก้าวไปในอีกหน้าที่คือการสอนได้ แต่เราสามารถทำได้คือคุยกับครูหรือพ่อแม่ ให้วิธีการว่าจะช่วยดูแลเด็กภายนอกห้องบำบัดอย่างไร</p>



<p>ไม่เพียงเด็กถูกกลั่นแกล้งที่ต้องช่วยเหลือ แต่เด็กที่ชอบกลั่นแกล้งเพื่อนก็ต้องให้ความช่วยเหลือเช่นกัน เพราะเด็กที่กลั่นแกล้งเพื่อน เขาก็มีปัญหาของเขา อาจจะเกิดจากความสัมพันธ์ของพ่อแม่ หรือปัญหาบางอย่างที่เด็กไม่รู้ว่าต้องจัดการยังไง จึงใช้การแสวงหาอำนาจกับเพื่อน เพราะฉะนั้นเราต้องช่วยเหลือทั้งเด็กที่ถูกกลั่นแกล้งและชอบแกล้งเพื่อน</p>



<p>เด็กแต่ละคนก็มีปัญหาที่มีความยากแตกต่างกัน ขึ้นอยู่กับภูมิคุ้มกันที่เด็กมี ขึ้นอยู่กับการเลี้ยงดู เด็กบางคนสามารถก้าวผ่านความยากนี้ด้วยตัวเองและครอบครัวที่สนับสนุน แต่เด็กบางคนไม่อาจก้าวผ่านได้ จึงต้องการความช่วยเหลือ เพราะปัญหาจะมีผลต่อการเรียน การใช้ชีวิตประจำวัน เลยต้องมีผู้เชี่ยวชาญเข้ามาช่วย</p>



<p></p>



<h2 class="wp-block-heading" id="3-%E0%B8%81%E0%B8%B4%E0%B8%88%E0%B8%81%E0%B8%A3%E0%B8%A3%E0%B8%A1%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B9%80%E0%B8%A5%E0%B9%88%E0%B8%99%E0%B9%80%E0%B8%9E%E0%B8%B7%E0%B9%88%E0%B8%AD%E0%B9%80%E0%B8%A2%E0%B8%B5%E0%B8%A2%E0%B8%A7%E0%B8%A2%E0%B8%B2">กิจกรรมการเล่นเพื่อเยียวยา</h2>



<p>สำหรับกิจกรรมการเล่นเพี่อเยียวยาเด็ก มีการใช้การเล่นเพื่อดูแลสุขภาพจิตและเล่นบำบัด ซึ่งสองอย่างนี้มีระดับการใช้และวิธีใช้ที่แตกต่างกันคือ การเล่นเพื่อดูแลสุขภาพจิตเป็นการใช้การเล่น ของเล่น และวิธีการต่าง ๆ สำหรับเด็กที่มีปัญหาเบาบางจนถึงระดับปานกลาง ส่วนการเล่นบำบัดเป็นการเล่นสำหรับเด็กที่มีปัญหาหนัก ที่ไม่สามารถเยียวยาระยะสั้นได้</p>



<p>การจัดกิจกรรมการเล่นแบ่งออกเป็น 2 เฟส คือ</p>



<p><strong>เฟส 1 ระยะแรกหลังเผชิญเหตุการณ์ฉับพลัน</strong> สำหรับเด็กที่เผชิญการสูญเสียโดยไม่ทันตั้งตัว 1-2 สัปดาห์แรก วิธีการเล่นเป็นการเล่นแบบไม่ชี้นำ คือ ให้เด็กได้ระบายถ่ายทอดความรู้สึกความนึกคิดที่เขาเผชิญอยู่ ในพื้นที่ที่ปลอดภัย โดยมีผู้ใหญ่เคียงข้างและรับฟังระหว่างการเล่น การเล่นในช่วงนี้จะไม่มีโครงสร้างขั้นตอนหรือจุดประสงค์เฉพาะ เป็นแค่ให้เด็กได้ถ่ายทอดความคิดความรู้สึกตรงนั้นออกมา และใช้พลังที่เขามีในการเยียวยา</p>



<p><strong>เฟส 2 ระยะหลังจาก 1-2 สัปดาห์ </strong>เด็กเริ่มมีสภาวะผ่อนคลายมากขึ้นแล้ว เราสามารถนำการเล่นที่มีวัตถุประสงค์ชัดเจน เพื่อช่วยเขาจัดการอารมณ์และเยียวยาได้</p>



<p></p>



<h4 class="wp-block-heading" id="4--%E0%B9%80%E0%B8%A5%E0%B9%88%E0%B8%99%E0%B9%81%E0%B8%9A%E0%B8%9A%E0%B9%84%E0%B8%A1%E0%B9%88%E0%B8%8A%E0%B8%B5%E0%B9%89%E0%B8%99%E0%B8%B3-"><span style="text-decoration: underline;">เล่นแบบไม่ชี้นำ</span></h4>



<p><strong>สำหรับการเล่นแบบไม่ชี้นำ Non-directive play</strong> เราจะจัดอุปกรณ์การเล่นไว้รอบ ๆ ไม่ว่าจะเป็นของเล่น ภาพวาดระบายสี&nbsp; ตุ๊กตาหุ่นมือ ตุ๊กตาบ้าน หรือทุกอย่างที่มีจัดไว้รอบ ๆ วิธีการคือเราจะให้เด็ก ๆ ได้นำ ได้เลือกว่าอยากเล่นอะไร ผู้ใหญ่จะเป็นผู้ตาม&nbsp;</p>



<p>สมมติว่าเด็กเลือกของเล่นศิลปะ&nbsp;วาดรูปไดโนเสาร์แต่เด็กบอกว่าคือช้าง ก็ให้เราทวนว่ามันเป็นช้าง คือ สร้างพื้นที่แห่งการยอมรับ ลดการชี้นำ นี่คือวิธีการเล่นแบบไม่ชี้นำ เราได้ตามเด็กไปในสิ่งที่เขาอยากระบาย ในสิ่งที่เขาอยากถ่ายทอด เรานั่งอยู่ข้าง ๆ เขา&nbsp;</p>



<p>สร้างพื้นที่ปลอดภัยคือ รับฟังเขา เข้าใจเขา ดูแลความปลอดภัยด้วยหลัก 3 อย่าง คือ ไม่ทำร้ายตัวเอง ไม่ทำลายข้าวของ และไม่ทำร้ายผู้อื่น</p>



<p></p>



<h4 class="wp-block-heading" id="5--%E0%B9%80%E0%B8%A5%E0%B9%88%E0%B8%99%E0%B9%81%E0%B8%9A%E0%B8%9A%E0%B8%A1%E0%B8%B5%E0%B8%A7%E0%B8%B1%E0%B8%95%E0%B8%96%E0%B8%B8%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%AA%E0%B8%87%E0%B8%84%E0%B9%8C-"><span style="text-decoration: underline;">เล่นแบบมีวัตถุประสงค์</span></h4>



<p>พอผ่านไป 1-2 สัปดาห์ เราสามารถจัดกิจกรรมการเล่นอีกแบบที่มีวัตถุประสงค์ชัดเจน มีวิธีการชัดเจน ค่อนข้างชี้นำ เพื่อสร้างความรู้สึกปลอดภัย เพื่อสร้างความสัมพันธ์ เพื่อการเยียวยา</p>



<p></p>



<h2 class="wp-block-heading" id="6-%E0%B8%95%E0%B8%B1%E0%B8%A7%E0%B8%AD%E0%B8%A2%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B8%87%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B9%80%E0%B8%A5%E0%B9%88%E0%B8%99%E0%B8%97%E0%B8%B5%E0%B9%88%E0%B8%A1%E0%B8%B5%E0%B8%A7%E0%B8%B1%E0%B8%95%E0%B8%96%E0%B8%B8%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%AA%E0%B8%87%E0%B8%84%E0%B9%8C%E0%B8%8A%E0%B8%B1%E0%B8%94%E0%B9%80%E0%B8%88%E0%B8%99%E0%B8%AA%E0%B8%B3%E0%B8%AB%E0%B8%A3%E0%B8%B1%E0%B8%9A-7-%E0%B8%A7%E0%B8%B1%E0%B8%99">ตัวอย่างการเล่นที่มีวัตถุประสงค์ชัดเจนสำหรับ 7 วัน</h2>



<p></p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-e3162c"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/09/คุยเรื่อง-วิธีดูแลจิตใจเด็กๆ_Photo1-scaled.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p><strong>วันที่หนึ่ง ผ้าห่มดักแด้</strong> สร้างความรู้สึกปลอดภัย เรื่องความรู้สึกปลอดภัยอาจจะมาจากหลาย ๆ ส่วนและวิธีสร้างความปลอดภัยที่ง่ายที่สุดคือผ่านประสาทสัมผัส ไม่ว่าจะเป็นประสาทสัมผัสทางผิวหนัง การได้ยิน การมอง การรับกลิ่น เพราะฉะนั้นกิจกรรมการเล่นที่ออกแบบไว้จะเป็นสิ่งที่หาได้ง่ายสุดคือ ผ้าห่ม ใช้สำหรับเด็กเล็กเด็กโตได้เหมือนกัน&nbsp;</p>



<p>ใช้ผ้าห่มและนิทานประกอบสำหรับเด็กเล็ก โดยเป็นเรื่องราวของดักแด้ก่อนจะเป็นผีเสื้อ ซึ่งจะสร้างรังคลุมร่างกายเพื่อให้รู้สึกปลอดภัย เป็นเกราะป้องกันตัวเอง เราจะใช้สิ่งนี้เปรียบเทียบกับผ้าห่ม นำผ้าห่มมาให้แล้วเด็ก ๆ ก็ได้ฟังนิทาน ทำกิจกรรมด้วยไปพร้อมกัน</p>



<p></p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-95f8f4"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/09/คุยเรื่อง-วิธีดูแลจิตใจเด็กๆ_Photo-02-scaled.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p><strong>วันที่สอง ลูกโป่งคลายความวิตกกังวล</strong> การผ่อนคลายความวิตกกังวลผ่านประสาทสัมผัสและสัญลักษณ์ เราจะใช้ลูกโป่งเพื่อให้เด็ก ๆ ได้เป่า ระบายพลังภายในออกมา พอเป่าแล้วก็ถือลูกโป่งให้แน่น คล้ายกับการถือความวิตกกังวลในมือ จากนั้นค่อย ๆ ปล่อยลูกโป่ง เหมือนกับปลดปล่อยความวิตกกังวลก่อนจะสู่ขั้นตอนต่อไป</p>



<p></p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-06e740"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/09/คุยเรื่อง-วิธีดูแลจิตใจเด็กๆ_Banner-copy-scaled.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p><strong>วันที่สาม จิ๊กซอว์ </strong>เพื่อถ่ายทอดความคิดความรู้สึกต่อเหตุการณ์ที่ประสบและสร้างความสัมพันธ์กับผู้อื่น มีหลายงานวิจัยที่พูดถึงการสร้างความสัมพันธ์กับผู้อื่น ซึ่งเป็นการช่วยเยียวยาเด็กที่เจอภาวะตึงเครียดจากเหตุการณ์รุนแรงหรือมีผลกระทบต่อจิตใจ เราเรียกว่ากิจกรรมจิ๊กซอว์&nbsp;</p>



<p>ตัดกระดาษคล้ายกับชิ้นส่วนของจิ๊กซอว์ให้กับเด็กแต่ละคน ให้โจทย์เด็ก ๆ ลองคิดดูว่า หากความโศกเศร้าเป็นสี หากความโศกเศร้าเป็นเพลง เป็นสัตว์ เป็นรสชาติ เป็นเสียง เป็นสิ่งก่อสร้าง เด็กจะได้ลองออกแบบและระบายลงไปในจิ๊กซอว์ของตน เป็นวิธีการเล่นเพื่อพูดถึงปัญหา เด็ก ๆ จะไม่ได้เผชิญหน้ากับปัญหาโดยตรง เพราะบางคนอาจรู้สึกท่วมท้น พอเด็ก ๆ ออกแบบจิ๊กซอว์ของแต่ละคน เราจะเอาจิ๊กซอว์มาต่อเชื่อมด้วยกัน เพื่อให้เขารับรู้ว่าในเหตุการณ์อย่างนี้ เขายังสามารถสร้างปฏิสัมพันธ์กับคนอื่นได้ มีคนอื่นที่อยู่ข้าง ๆ พร้อมเคียงข้างเขา</p>



<p></p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-8f6987"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/09/คุยเรื่อง-วิธีดูแลจิตใจเด็กๆ_Photo-03-copy-scaled.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p><strong>วันที่สี่ การเยียวยาผ่านการจินตนาการภาพ </strong>หรือ Creative Visualisation คือ การรู้สึกรู้ตัว เพิ่มการจินตนาการภาพเข้าไป ให้เด็กอยู่ในท่าที่สบายที่สุด จะนั่งหรือนอนลงกับพื้นก็ได้ ค่อย ๆ หลับตาแล้วสร้างเรื่องราวที่มีวัตถุประสงค์เกี่ยวกับการเยียวยาเหตุการณ์การสูญเสีย เช่น หลับตาแล้วนึกภาพตัวเองกำลังยืนอยู่บนชายหาด ตรงชายหาดที่สงบ สัมผัสถึงเม็ดทรายนุ่ม เดินไปตามชายหาด ให้เด็ก ๆ วางความไม่สบายใจ ความกลัวที่มีลงไปในโขดหินก้อนใหญ่</p>



<p>สาระสุดท้ายจะผูกเรื่องราวนี้กับสัญลักษณ์เปลือกหอย คือเปรียบเปลือกหอยเหมือนกับบ้าน ให้เด็ก ๆ หยิบเปลือกหอยขึ้นมาแล้วนึกถึงความทรงจำที่เคยมีกับบุคคลที่รัก&nbsp; ใช้เวลาตรงนั้นสักครู่ ให้เราค่อย ๆ คิดว่าเรารู้สึกอย่างไร เราพร้อมหรือยังที่จะปล่อยเปลือกหอยนั้นไป&nbsp; สามารถใช้เวลานานเท่าที่ต้องการ&nbsp;</p>



<p>สุดท้ายแล้วเปลือกหอยอาจจะต้องกลับคืนสู่ทะเล ความรู้สึกนั้นยังไม่ไปไหน ยังอยู่ในมือของเด็ก เมื่อเด็ก ๆ คิดถึงคนที่จากไปก็ให้เอามือมาทาบบนใบหน้า จุดประสงค์เพื่อเป็นการให้นึกถึงความจำ ความรู้สึกผ่านประสาทสัมผัส</p>



<p></p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-bdfd19"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/09/คุยเรื่อง-วิธีดูแลจิตใจเด็กๆ_Banner-copy-2-scaled.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p><strong>วันที่ห้า นิทานเพื่อการเยียวยา</strong> เป็นนิทานที่มีวัตถุประสงค์เยียวยาจิตใจโดยเฉพาะ เรื่องราวของนิทานจะอิงจากประสบการณ์ของเด็ก ๆ หรือเหตุการณ์ที่เด็ก ๆ เผชิญ ข้อดีของนิทานคือ ช่วยตรวจสอบความคิด สร้างความคิด และสร้างวิธีการเยียวยาเด็ก ๆ ขึ้นมา&nbsp;</p>



<p></p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-fd8855"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/09/คุยเรื่อง-วิธีดูแลจิตใจเด็กๆ_Photo-03-copy-2-scaled.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p><strong>วันที่หก ขวดโหลความทรงจำ</strong> เพื่อถ่ายทอดความรู้สึกความทรงจำในใจของเด็ก ๆ เกี่ยวกับบุคคลที่จากไปในแบบที่งดงาม เพื่อให้เด็ก ๆ เข้าใจ ยอมรับการเปลี่ยนแปลงได้ดีขึ้น มีขวดโหลแล้วให้เด็ก ๆ วาดเรื่องราวที่ประทับใจเกี่ยวกับบุคคลที่จากไปบนกระดาษ แล้วก็ติดกระดาษเหล่านี้ลงในขวดโหลด้านใน ใส่ไฟ LED ในขวดโหล กลายเป็นขวดโหลแห่งความทรงจำ เมื่อไหร่ที่อยากหยิบขึ้นมาดูในวันที่คิดถึง ก็จะช่วยเยียวยาจิตใจเด็ก ๆ ได้</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-63e1d9"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/09/คุยเรื่อง-วิธีดูแลจิตใจเด็กๆ-01-1.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p><strong>วันที่เจ็ด การเคลื่อนไหวร่างกายอย่างอิสระ</strong> เพื่อสร้าง sense of control คือ ความสามารถควบคุมเหตุการณ์ได้ ตรงนี้มีความสำคัญมากต่อเด็กที่สูญเสียผู้ปกครองจากโควิดหรือประสบวิกฤตต่าง ๆ ทำให้วิถีชีวิตไม่เหมือนเดิม ทำให้เขารู้สึกไม่เหมือนเดิม ควบคุมอะไรไม่ได้เลย เราจึงต้องสร้าง sense of control ขึ้นมาโดยผ่านการควบคุมร่างกายตนเอง มีการเปิดเพลงในจังหวะต่าง ๆ ให้เด็กได้เคลื่อนไหวอย่างอิสระแล้วรู้สึกถึงร่างกายส่วนต่าง ๆ พร้อมอธิบายว่านี่คือร่างกายของฉัน ฉันเป็นผู้ควบคุมร่างกายของฉันเอง</p>



<p></p>



<hr class="wp-block-separator"/>



<p>สำหรับผู้ที่สนใจ สามารถ Download หนังสือเพื่อช่วยดูแลจิตใจเด็กที่สูญเสียเพราะโควิด-19 ได้ที่นี่ <a href="http://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/09/savekidscovid-19_e-book.pdf" target="_blank" rel="noreferrer noopener" title="www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/09/savekidscovid-19_e-book.pdf">คลิก</a></p><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/article-take-care-of-childrens-minds-who-have-lost-parents/">“ดูแลจิตใจเด็ก ๆ” ที่สูญเสียพ่อแม่หรือผู้ปกครองเพราะโควิด กับ “นักเล่นบำบัด”</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
