<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>กลุ่มธุรกิจ TCP | กสศ.</title>
	<atom:link href="https://www.eef.or.th/tag/%E0%B8%81%E0%B8%A5%E0%B8%B8%E0%B9%88%E0%B8%A1%E0%B8%98%E0%B8%B8%E0%B8%A3%E0%B8%81%E0%B8%B4%E0%B8%88-tcp/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.eef.or.th</link>
	<description>กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา</description>
	<lastBuildDate>Tue, 09 May 2023 11:06:31 +0000</lastBuildDate>
	<language>th</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.3.10</generator>

<image>
	<url>https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/02/cropped-fav-icon-32x32.png</url>
	<title>กลุ่มธุรกิจ TCP | กสศ.</title>
	<link>https://www.eef.or.th</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>‘ศ.ดร.สมพงษ์’ ห่วงครูไทยหมดไฟ สะกิดนักการเมืองนำนโยบายหาเสียงไปแก้ระบบการศึกษาอย่างจริงจัง</title>
		<link>https://www.eef.or.th/news-090523/?utm_source=rss&#038;utm_medium=rss&#038;utm_campaign=news-090523</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 09 May 2023 11:06:29 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[ข่าวสารความรู้]]></category>
		<category><![CDATA[กสศ.]]></category>
		<category><![CDATA[insKru]]></category>
		<category><![CDATA[ชลิพา ดุลยากร]]></category>
		<category><![CDATA[ศ.ดร.สมพงษ์ จิตระดับ]]></category>
		<category><![CDATA[สภาการศึกษา]]></category>
		<category><![CDATA[กลุ่มธุรกิจ TCP]]></category>
		<category><![CDATA[insKru Festival 2023]]></category>
		<category><![CDATA[มูลนิธิใจกระทิง]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?p=67621</guid>

					<description><![CDATA[<p>เมื่อวันที่ 29-30 เมษายน 2566 ที่สวนโมกข์ กรุงเทพฯ กองท [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/news-090523/">‘ศ.ดร.สมพงษ์’ ห่วงครูไทยหมดไฟ สะกิดนักการเมืองนำนโยบายหาเสียงไปแก้ระบบการศึกษาอย่างจริงจัง</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>เมื่อวันที่ 29-30 เมษายน 2566 ที่สวนโมกข์ กรุงเทพฯ กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) กลุ่มธุรกิจ TCP มูลนิธิใจกระทิง สภาการศึกษา และภาคีเครือข่าย ร่วมกันจัดงาน <strong>‘insKru Festival 2023’ ตอน ริเริ่มสร้างฉัน</strong> งานมหกรรมไอเดียการสอนที่มีครูไทยและผู้ที่ทำงานด้านการศึกษาจากทั่วประเทศเข้ามาร่วมแลกเปลี่ยนประสบการณ์ ออกแบบการศึกษา เปิดพื้นที่จุดประกายแรงบันดาลใจ และนำเสนอไอเดียใหม่ ๆ ให้ครูและนักการศึกษานำไปใช้ในห้องเรียนของตัวเอง ไปจนถึงร่วมมือกันเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้าง และร่วมเสนอนโยบายการศึกษาเพื่อสวัสดิการและชีวิตที่ดีขึ้นของครู</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-e77e47"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/05/3-1.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p><strong>ศ.ดร.สมพงษ์ จิตระดับ </strong>กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.)<strong> </strong>ได้ร่วมสะท้อนถึงปัญหาของครู 3 เรื่อง ประกอบด้วย <strong>1.สวัสดิการ</strong> โดยระบุว่าปัจจุบันครูไทยมีสวัสดิการดีแต่ระบบการจัดการยังไม่ดี คือไม่ตรงกับสิ่งที่เป็นปัญหาและความต้องการของครูมากนัก เช่น สหกรณ์ครู ที่มีข้อดีคือการช่วยเหลือครูในการกู้เงิน แต่ในอีกด้านหนึ่งก็เกิดเป็นการสร้างหนี้ให้ครูอย่างมหาศาลอย่างที่เห็นได้ในปัจจุบัน <strong>2.วิทยฐานะครู</strong> ยังมีลู่เดียวทำให้ครูต้องก้มหน้าก้มตาทำเอกสาร ทำงานวิจัย ทำโครงงาน หรือการทำในเรื่องที่ไม่ถนัดแล้วทิ้งงานสอน <strong>3.ความกดดัน </strong>ครูกำลังแบกความคาดหวังจากสังคมว่าต้องเป็นแบบนั้นแบบนี้ ครูไม่มีอิสระทางใจ อิสระในเรื่องการสอน เรื่องหลักสูตร เพราะถูกกด ถูกบังคับ ถูกสั่งให้ทำงานมาจากส่วนกลางทั้งสิ้น จึงมองว่าอาชีพครูมีข้อดีอย่างเดียวคือเรื่องสวัสดิการ</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-227a01"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/05/2-3.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>“ในเรื่องของการพัฒนาครู ปัจจุบันไม่ตรงกับสภาพปัญหาที่เกิดขึ้นในห้องเรียน กลับให้ครูไปเข้าร่วมอบรมในสิ่งที่คิดว่าครูต้องเป็นแบบนั้นแบบนี้ แล้วเน้นเรื่องการใช้เอกสาร ใช้รูปถ่าย ทำให้สิ่งที่เป็นปัญหาและความต้องการฝึกอบรมพัฒนาของครูไม่สอดคล้องกัน เราใช้งบประมาณสูญเปล่ามาก หัวข้อการอบรมมาจากส่วนกลาง มาจากหน่วยงานที่กำหนด แต่เขาก็ไม่รู้ปัญหาในห้องเรียนว่าคืออะไร ครูก็ต้องตามน้ำ ตามนโยบาย ทำให้ครูสูญสิ้นศักยภาพและจิตวิญญาณครู ครูต้องทำงานหนักทุ่มเท ทำงานที่ต้องใช้ทรัพยกรและเวลามาก แต่งานนั้นไม่เกิดผลต่อตัวคุณภาพเด็ก ถือว่าเราออกแบบผิดพลาดครั้งใหญ่ โดยเฉพาะเรื่องวิทยฐานะเป็นภาระที่ครูต้องทำเพราะเป็นความก้าวหน้าของครู”</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-11efd3"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/05/7-1.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p><strong>ศ.ดร.สมพงษ์ </strong>กล่าวอีกว่า<strong> </strong>ในอนาคตการผลิตครูต้องเป็นระบบปิดมากขึ้น ไม่ใช่ระบบเปิดที่ใครก็ได้มาเป็นครู ต้องเป็นระบบปิดที่เชื่อมโยงกับพื้นที่ หมายความว่าในแต่ละพื้นที่ของไทยขาดแคลนครูเท่าไหร่ ก็ผลิตครูให้ได้จำนวนสอดคล้องกัน โดยแนะนำว่าควรเป็นระบบปิดให้ได้ถึง 70% ส่วนที่เหลือเป็นการเปิดโอกาสให้คนที่มีความสนใจ ขณะที่ด้านเนื้อหาในการผลิตครูพบว่ามากกว่า 40% ล้าสมัย ต้องปรับเปลี่ยน ไม่ว่าจะเป็นการเรียนรู้เรื่องสิทธิมนุษยชน ประชาธิปไตย สิ่งแวดล้อม ความเหลื่อมล้ำ การสอนแบบวิพากษ์ สอนให้เด็กเรียนรู้ร่วมกันมากกว่าการแข่งขัน ครูต้องสามารถสรุปแนวคิดได้ เป็นต้น จึงมองว่าจำเป็นต้องปฏิรูประบบผลิตครูครั้งใหญ่ โดยคาดหวังว่าจะเกิดขึ้นจากรัฐบาลหลังการเลือกตั้งรอบนี้</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-91f6f1"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/05/4-1.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>“ที่ผ่านมาสิ่งที่เราคาดหวัง สิ่งที่คิด ไม่เคยตรงกับสิ่งที่เกิดขึ้นจริงหลังการเลือกตั้ง นโยบายที่ใช้ในการหาเสียงเอาไปใช้จริงเพียง 4% เท่านั้น ขอเพียงว่าให้ทำตามนโยบายที่หาเสียง และ insKru ต้องเดินหน้าตรวจสอบว่าหลังเลือกตั้งได้ทำตามที่หาเสียงไว้หรือไม่ การหาเสียงกับหลังเลือกตั้งจะต้องเปลี่ยนไป อย่าให้อำนาจการกำหนดไปอยู่ที่นักการเมือง ต้องติดตามตรวจสอบ</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-b368a7"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/05/8-1.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>“สำหรับรัฐบาลใหม่ที่จะเข้ามาหลังการเลือกตั้ง ไม่ว่าจะเป็นใคร ผมขอฝากว่ากระทรวงศึกษาธิการไม่ใช่กระทรวงปกติ เป็นกระทรวงที่มีปัญหามาก มีความแตกต่าง เป็นกระทรวงที่รัฐบาลแล้วรัฐบาลเล่าสัญญาว่าจะปฏิรูปแต่ไม่เคยทำสำเร็จ ขออย่าให้เป็นเหมือนในอดีต ผมยืนยันว่ากระทรวงศึกษาธิการปราบเซียน ปราบนักการเมืองมาเยอะ 20 กว่ารัฐมนตรีที่สัญญาว่าจะปฏิรูป ผมสอนนิสิตครูมา 20 กว่าปี ทุกคนมีความมุ่งมั่น มีแววตาของความเป็นครู เต็มเปี่ยมไปด้วยอุดมการณ์ แต่พอเรียนจบไปสอบบรรจุเป็นครูได้ 3 &#8211; 5 ปี สายตาที่เคยเต็มไปด้วยความมุ่งมั่นความตั้งใจ มีปรัชญาของการทุ่มเทกับเด็ก หลายคนเมื่อกลับมาเรียนปริญญาโท สายตาเขามีความเจ็บปวด ความรู้สึกรันทด และเข้ามาบอกว่าสิ่งที่อาจารย์เคยสอนไม่เคยเกิดขึ้นจริงในระบบโรงเรียนไทย เราเห็นครูเริ่มลาออกโดยเฉพาะครูรุ่นใหม่ ที่เขาทนกับระบบไม่ได้ อยากให้เกิดการแก้ไขเกิดขึ้นจริง” <strong>ศ.ดร.สมพงษ์</strong> กล่าว</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-8b1e6e"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/05/1-2.jpg" alt=""/></div><figcaption class="qubely-image-caption">นางสาวชลิพา ดุลยากร หรือ นะโม ผู้ก่อตั้ง insKru</figcaption></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>ด้าน<strong> นางสาวชลิพา ดุลยากร หรือ นะโม </strong>ผู้ก่อตั้ง insKru กล่าวว่า ตอนนี้เข้าสู่ปีที่ 5 ในการสร้างแฟลตฟอร์ม <strong><a href="https://new.inskru.com/idea-library/" target="_blank" rel="noreferrer noopener">insKru</a></strong> ให้เป็นพื้นที่ช่วยครูไทย ช่วยให้การศึกษาไทยมีความหวัง ผลจากการทำแฟลตฟอร์มแลกเปลี่ยนเรียนรู้ทำให้ได้เห็นความตั้งใจ เห็นพลังงาน หรือคนที่ต้องการสนับสนุนครูมาโดยตลอด จึงเป็นที่มาของการจัดงาน <strong>‘insKru Festival 2023’ ตอน ริเริ่มสร้างฉัน </strong>ซึ่งอยากจัดขึ้นอีกเรื่อย ๆ โดยคอนเส็ปต์ของการจัดงานครั้งนี้ได้ใช้ ‘บอลลูน’ เป็นสัญลักษณ์เพื่อบอกเล่าถึงความเชื่อของครูที่มีคุณค่าในแบบตัวเอง</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-d9a98b"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/05/5-1.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>“นะโมเชื่อว่าบางคนมาเป็นครูเพราะอย่างเปลี่ยนแปลง อยากสร้างคุณค่าในตัวเอง อยากเพิ่มครูคุณภาพในระบบการศึกษาไทย บอลลูนถ้ามีไฟเยอะ ๆ ก็จะยิ่งลอยขึ้นไป แม้ว่าบอลลูนอาจจะไม่ได้โลดแล่นในทุกวัน หรือบางครั้งอาจจะมีถุงทรายมาผูกติด ซึ่งหมายถึงอุปสรรคปัญหาที่ทำให้ครูไม่สามารถทำหน้าที่ได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ ทำให้บอลลูนของครูลอยไปไม่ได้ เราจึงจัดงานนี้มาเพื่อมาซับพอร์ต สร้างกำลังใจ หล่อเลี้ยงความเชื่อของครู ปลุกไฟให้ครูโลดแล่นไปได้อย่างที่ควรจะเป็น เราจะมาช่วยกันสร้าง หาทางให้บอลลูนของครูเบา ให้ถุงทรายของบอลลูนเบาและโลดแล่นต่อไปได้ และสร้างความฝัน สานต่อความเชื่อ เพื่อให้เกิดประโยชน์กับนักเรียน เพราะเราเชื่อว่าถ้าครูดีนักเรียนก็จะดีด้วย” </p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-b679c5"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/05/6-1.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p><strong>นางสาวชลิพา</strong> กล่าวว่า ภายหลังการเลือกตั้งอยากเห็น 2 เรื่องที่เกิดการเปลี่ยนแปลง คือ <strong>1.การลดภาระงานครู</strong> การเปลี่ยนแปลงวัฒนธรรมต่าง ๆ ในโรงเรียน เพราะที่ผ่านมาการศึกษาไทยไม่ได้พัฒนาอย่างที่ควรจะเป็น ครูไทยมีภาระงานที่ไม่ใช่การสอนนักเรียนเยอะมาก ครูต้องทำงานเอกสาร บางครั้งถูกเรียกตัวให้ไปทำงานอื่น ซึ่งเป็นเรื่องหลักที่ดึงเวลาการสอนที่ครูควรจะมอบให้เด็ก <strong>2. วัฒนธรรมในโรงเรียน</strong> เราต้องช่วยกันทำให้การทำงานในโรงเรียนเป็นงานที่มีความสุข ไม่เป็นระบบ Top &#8211; Down ที่สั่งการจากข้างบนลงมาทำให้ครูต้องฝืนทำงานที่ไม่ได้รู้สึกร่วม หรือเกิดความเข้าใจหรือมองเห็นความจำเป็นว่าจะต้องทำ เพียงแต่ต้องทำตามเพราะเป็นคำสั่ง</p><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/news-090523/">‘ศ.ดร.สมพงษ์’ ห่วงครูไทยหมดไฟ สะกิดนักการเมืองนำนโยบายหาเสียงไปแก้ระบบการศึกษาอย่างจริงจัง</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ร่วมฟังเสียงครูก่อนการเลือกตั้ง นโยบายแรกที่คุณครูอยากให้นายกฯ คนใหม่แก้ไขคืออะไร?</title>
		<link>https://www.eef.or.th/article-090522/?utm_source=rss&#038;utm_medium=rss&#038;utm_campaign=article-090522</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 09 May 2023 10:03:14 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[บทความ]]></category>
		<category><![CDATA[Movement]]></category>
		<category><![CDATA[โรงเรียนแพร่ปัญญานุกูล]]></category>
		<category><![CDATA[จีระ จุลวัฏฏ]]></category>
		<category><![CDATA[โรงเรียนโนนปูนวิทยาคม]]></category>
		<category><![CDATA[รอมล๊ะ ดอเลาะ]]></category>
		<category><![CDATA[โรงเรียนมัธยมสุไหงปาดี]]></category>
		<category><![CDATA[อุมมี มารี]]></category>
		<category><![CDATA[โรงเรียนบ้านธารน้ำใส]]></category>
		<category><![CDATA[จิรายุ โก]]></category>
		<category><![CDATA[โรงเรียนบ้านป่าเลา(ประชานุสรณ์)]]></category>
		<category><![CDATA[กิตติธัช นาถศรีทา]]></category>
		<category><![CDATA[โรงเรียนบ้านน้อยปรกอุทิศ]]></category>
		<category><![CDATA[กสศ.]]></category>
		<category><![CDATA[insKru]]></category>
		<category><![CDATA[กลุ่มธุรกิจ TCP]]></category>
		<category><![CDATA[insKru Festival 2023]]></category>
		<category><![CDATA[มูลนิธิใจกระทิง]]></category>
		<category><![CDATA[ผอ.เอกชัย เครือขอน]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?p=67576</guid>

					<description><![CDATA[<p>ในช่วงโค้งสุดท้ายของการหาเสียง เชื่อว่าประชาชนส่วนใหญ่ต [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/article-090522/">ร่วมฟังเสียงครูก่อนการเลือกตั้ง นโยบายแรกที่คุณครูอยากให้นายกฯ คนใหม่แก้ไขคืออะไร?</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>ในช่วงโค้งสุดท้ายของการหาเสียง เชื่อว่าประชาชนส่วนใหญ่ต่างรอความหวังจากรัฐบาลใหม่ให้เข้ามาแก้ปัญหาเศรษฐกิจปากท้อง และวาระสังคมปัญหาอื่น ๆ</p>



<p>เฉพาะในส่วนของคุณครูและบุคลากรทางการศึกษา กสศ. พบว่าคุณครูหลายท่านต่างมีความหวัง รอคอยนโยบาย และอยากส่งเสียงถึงว่าที่นายกรัฐมนตรีคนใหม่ให้เข้ามาช่วยแก้ปัญหา สะสางอุปสรรคเรื้อรัง</p>



<p>เมื่อวันที่ 29-30 เมษายนที่ผ่านมา มีคุณครูจำนวนมากไปพบปะกันในงาน insKru Festival 2023 ตอน ริเริ่มสร้างฉัน ซึ่ง insKru ร่วมกับมูลนิธิใจกระทิง กลุ่มธุรกิจ TCP กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) และภาคีเครือข่ายร่วมกันจัดขึ้น ณ สวนโมกข์ กรุงเทพฯ</p>



<p>เราได้เข้าไปเช็กเสียงของคุณครูด้วยคำถามสั้น ๆ ว่า “นโยบายแรกที่คุณครูอยากให้นายกฯ คนใหม่แก้ไขคืออะไร?” ชวนฟังเสียงสะท้อนและร่วมเติมเต็มคำตอบไปด้วยกัน</p>



<p></p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-79a552"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/05/02-ร่วมฟังเสียงครูก่อนการเลือกตั้ง-2_sq3.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<h4 class="wp-block-heading"><strong>ผอ.เอกชัย เครือขอน<br>โรงเรียนบ้านน้อยปรกอุทิศ จ.พิจิตร</strong></h4>



<p><strong>หัวข้อ :</strong>&nbsp;<br>&#8211; ลดภาระงานเอกสาร<br>&#8211; เพิ่มบุคลากรสนับสนุน</p>



<p>“เรื่องงานเอกสารธุรการของคุณครูครับ เพราะว่าคุณครูส่วนใหญ่จะใช้เวลาสอนส่วนหนึ่งไปทำงานเอกสารธุรการ เช่น พัสดุ การเงินข้อมูลต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นของรัฐบาล นโยบายของเขตพื้นที่ มันกินเวลาการเรียนการสอนของคุณครู ทำให้ครูไม่สามารถสอนได้เต็มที่&nbsp;</p>



<p>อีกอย่างหนึ่งคือเรื่องของบุคลากรสนับสนุนในโรงเรียน ควรจะมีธุรการมาสนับสนุนในโรงเรียนนะครับ แต่จริง ๆ ธุรการมีบางโรงเรียนนะ แต่ไม่ใช่ทุกโรงเรียน มันควรที่จะมีทุกโรงเรียน หรือใช้ระบบของเอกชนในการบริหารงานก็ได้ จะคล่องตัวกว่า ครูไม่ต้องมาแตะงานเอกสารเลย ทำให้เขาสามารถสอนนักเรียนได้เต็มที่ เราต้องเปลี่ยนเป็นรูปแบบของเอกชนนิด ๆ ครับ”</p>



<p></p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-09b7c9"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/05/02-ร่วมฟังเสียงครูก่อนการเลือกตั้ง-2_sq4.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<h4 class="wp-block-heading"><strong>ครูจีระ จุลวัฏฏ<br>โรงเรียนโนนปูนวิทยาคม จ.ศรีสะเกษ</strong></h4>



<p><strong>หัวข้อ : </strong>หลักสูตรที่สอดคล้องกับความต้องการของนักเรียน</p>



<p>“นโยบายสนับสนุนการจัดการเรียนการสอนที่ส่งเสริมหลักสูตรที่สอดคล้องกับความต้องการของนักเรียนค่ะ ไม่ใช่หลักสูตรที่ตรงกับความต้องการของครูหรือผู้บริหาร</p>



<p>พอเราเห็นความต้องการของแต่ละคนแล้ว ครูเองก็ดี ผู้บริการก็ดี ศึกษานิเทศก์ก็ดี หรือผู้ปกครอง การจัดการเรียนการสอน ในเรื่องของเทคโนโลยี การจัดการต่าง ๆ ต้องดูว่าตัวนักเรียนเองเขาสนใจ เรื่องอะไร เขาอยากจะเป็นแบบไหน หลักสูตรสนับสนุนเขาได้ไหมในเรื่องนี้</p>



<p>ฝากถึงนายกฯ ซึ่งท่านมีอำนาจในการบริหารจัดการ ตอนนี้เห็นเลยว่าหลักสูตรฐานสมรรถนะมันไปได้ไม่ไกล ตอนนี้ทาง CBE กำลังส่งเสริมให้เกิดการจัดทำหลักสูตรสมรรถนะ ซึ่งกระทรวงศึกษาธิการเองก็สนับสนุน แต่มันไปหยุดที่อะไรสักอย่าง แล้วมันดับฝันโรงเรียน โรงเรียนที่ทำหลักสูตรฐานสมรรถนะเป็นโรงเรียนนำร่อง ตอนนี้ทำแล้วก็จริง แต่ต้องอิงหลักสูตรแกนกลาง 2551 เพื่อที่จะอะลุ่มอะหล่วยและทำได้จริง”</p>



<p></p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-a903ab"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/05/02-ร่วมฟังเสียงครูก่อนการเลือกตั้ง-2_sq5.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<h4 class="wp-block-heading"><strong>ครูรอมล๊ะ ดอเลาะ&nbsp;<br>โรงเรียนมัธยมสุไหงปาดี จ.นราธิวาส</strong></h4>



<p><strong>หัวข้อ :</strong> ลดภาระงานครู</p>



<p>“เรื่องแรกที่อยากให้นายกรัฐมนตรีคนใหม่แก้ปัญหาก็คือลดภาระงานครูค่ะ งานบางงาน อย่างงานธุรการก็ไม่จำเป็นต้องเอาครูมาทำก็ได้ งานเอกสารต่าง ๆ อาจจะให้กับคนที่เขาเกี่ยวข้องมาดูแลโดยตรง คืนครูสู่ห้องเรียน ได้สอนนักเรียนเต็มที่ค่ะ</p>



<p>โดยสามารถจัดสรรคนที่ดูแลแต่ละฝ่ายได้โดยตรงเลย ไม่เอาครูมาดูแลงานส่วนอื่นของโรงเรียน จริง ๆ ดูแลได้ แต่ไม่ต้องเยอะมากถึงขั้นครูไม่มีเวลาสอนค่ะ</p>



<p>เคยมีครั้งหนึ่งที่สอนหนังสือ แล้วให้นักเรียนช่วยสะท้อนกลับมาว่าเทอมนี้ครูสอนแล้วเป็นยังไงบ้าง นักเรียนคนหนึ่งบอกว่าครูคะ รู้สึกว่าเทอมนี้ครูไปอบรมบ่อยจัง มันเป็นคำที่ทำให้เรารู้สึกว่า เอ๊ะ ฉันไม่ได้สอนนักเรียนเต็มที่เท่าที่ควร เลยคุยกับเด็กนักเรียน วันไหนที่เรามีสอนเยอะก็จะพยายามเลี่ยงการอบรมค่ะ”</p>



<p></p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-08c3c4"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/05/02-ร่วมฟังเสียงครูก่อนการเลือกตั้ง-2_sq6.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<h4 class="wp-block-heading"><strong>ครูอุมมี มารี<br>โรงเรียนบ้านธารน้ำใส จ.ยะลา</strong></h4>



<p><strong>หัวข้อ :</strong> การจัดสรรครูที่จบตรงสาขา</p>



<p>“เรื่องแรกน่าจะเป็นเรื่องของการจัดสรรครูที่จบตรงสาขาในโรงเรียนที่ขาดแคลน อย่างเช่นในโรงเรียนขนาดเล็กค่ะ เพราะส่วนตัวแล้วครูสอนในโรงเรียนขนาดเล็ก มีครูที่จบตรงสาขาอยู่ประมาณ 1-2 คนเท่านั้นจริง ๆ ค่ะ</p>



<p>พอเราเอาครูที่จบไม่ตรงสาขามาสอน เด็กเรียนกับครูได้ไม่เต็มที่ ก็เลยอยากให้มีการจัดสรรให้ทุกโรงเรียน โดยเฉพาะโรงเรียนขนาดเล็กที่ขาดแคลนคุณครูที่จบตรงสาขา ให้เขตพื้นที่จัดสรรให้อย่างน้อย ๆ ให้มีสาขาละ 1 คนก็ได้ อย่างส่วนตัวจบอิสลามศึกษาก็อาจจะสอนแนวสังคมได้ แต่ต้องไปสอนภาษาอังกฤษ ซึ่งรู้สึกว่าเด็กต้องมาเรียนกับเรา ตัวเองยังไม่ได้เก่งขนาดนั้นที่จะไปให้ความรู้เด็กค่ะ&nbsp;</p>



<p>ตอนนี้มีกระแสหลายจังหวัดที่สอบขึ้นบัญชีครูผู้ช่วย แต่ก็ไม่ได้เรียกตัวใช่ไหมคะ ในปีเดียวกันจะมีการเปิดรับอีก แต่คนที่ขึ้นบัญชียังไม่ถูกเรียกตัว ตรงนั้นก็คือถ้าสอบได้ ขึ้นบัญชีเสร็จก็ควรจะจัดสรรไปเลย โรงเรียนที่ขาดแคลนครูสาขานี้ก็ให้เข้าไปเลยค่ะ ส่วนโรงเรียนที่มีครูสาขาซ้ำ ก็อาจจะจัดสรรให้ไปอยู่โรงเรียนอื่นให้เกิดความสมดุลค่ะ”</p>



<p></p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-47c979"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/05/02-ร่วมฟังเสียงครูก่อนการเลือกตั้ง-2_sq7-06.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<h4 class="wp-block-heading"><strong>ครูจิรายุ โก<br>โรงเรียนบ้านป่าเลา(ประชานุสรณ์)</strong></h4>



<p><strong>หัวข้อ :&nbsp;</strong><br>&#8211; ลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา<br>&#8211; การอยู่เวรตอนกลางคืน<br>&#8211; work-life balance</p>



<p>“สำหรับนโยบายหรือว่าวิสัยทัศน์สำหรับผู้บริหารหรือนายกรัฐมนตรีที่จะมาดำรงตำแหน่งในสมัยปัจจุบันนี้นะครับ นโยบายการศึกษาแรกที่ผมคิดไว้ก็คือเรื่องการเปลี่ยนแปลงของระบบการศึกษาใหม่ทั้งหมดครับ รู้ว่ามันอาจจะเป็นไปได้ยาก&nbsp;</p>



<p>หนึ่ง ลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา มาจากปัจจัยหลาย ๆ อย่างด้วยกัน ไม่ใช่ว่ามีแค่เทคโนโลยีที่จะเข้าถึงคนทุกโอกาส ทุกภาคส่วน หรือว่าแม้แต่โรงเรียนในถิ่นทุรกันดารนะครับ แต่อยากจะให้มีการลดภาระงานครู แน่นอนอยู่แล้วว่าครูทำทุกสิ่งทุกอย่าง ไม่ต่างจากพนักงานเซเว่นนะครับผม ดังนั้นอยากจะให้ลดภาระงานต่าง ๆ ที่เป็นงานซ้ำซ้อนกันครับ</p>



<p>สอง ในเรื่องของการอยู่เวรกลางคืน ซึ่งในส่วนนี้ ไม่ว่าจะเป็นครูหญิงหรือครูชาย ไม่สมควรที่จะมาอยู่เวรนะครับ</p>



<p>ในเรื่องถัดไป ควรให้ครูทำงานเป็นเวลา หรือ work-life balance ส่วนใหญ่ครูจะทำงานล่วงเลยเวลา สมดุลในการใช้ชีวิตจึงไม่ค่อยมี หลัก ๆ จะมีการทำงานนอกเวลาต่อ ซึ่งการทำงานนอกเวลาของแต่ละที่จะอยู่ที่ประมาณ 200 บาทต่อวัน ถ้าสมมติจะทำงานล่วงเวลาควรต้องมีการเขียนบันทึกข้อความถึงผู้อำนวยการของสถานศึกษา แล้วส่งต่อไปเพื่อเบิกที่เขตนะครับ ในส่วนนี้ก็อยากให้มีการทำงานแต่พอดี”</p>



<p></p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-d85700"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/05/02-ร่วมฟังเสียงครูก่อนการเลือกตั้ง-2_sq7-09.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<h4 class="wp-block-heading"><strong>ครูกิตติธัช นาถศรีทา<br>โรงเรียนแพร่ปัญญานุกูล จังหวัดแพร่</strong></h4>



<p><strong>หัวข้อ :&nbsp;</strong><br>&#8211; การอยู่เวรตอนกลางคืน<br>&#8211; ลดภาระงานครู</p>



<p>“เรื่องการอยู่เวรของครูเวรครับ ครูชายหรือแม้แต่ครูหญิงด้วยกัน บางโรงเรียนมีครูน้อยก็ให้ครูผู้หญิงมาอยู่เวรในตอนกลางคืน ในส่วนของโรงเรียนใหญ่เนี่ย โรงเรียนของผมก็มีการอยู่เวรตอนกลางคืน ทั้ง ๆ ที่โรงเรียนก็มีกล้องวงจรปิดในทุกมุม แต่ก็ยังให้คุณครูมาอยู่เวร ทั้ง ๆ ที่มียามด้วย มีคนงานอยู่ด้วย อันนี้คือในส่วนของโรงเรียนผม&nbsp;</p>



<p>แต่ผมพูดถึงภาพรวมโรงเรียนอื่นนะ อย่างน้องสาวผมอยู่โรงเรียนขนาดเล็ก คุณครูจะต้องไปซื้อของในตอนช่วงประมาณตี 2-3 เพื่อที่จะซื้อของมาให้แม่ครัวทำกับข้าว ก็มีเวรซื้อของอย่างนี้ ทั้ง ๆ ที่มันไม่ใช่ภาระหน้าที่ของครูที่จะต้องมาซื้อของทำกับข้าวให้นักเรียนทาน น่าจะ 2 ประเด็นตรงนี้ครับ”</p><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/article-090522/">ร่วมฟังเสียงครูก่อนการเลือกตั้ง นโยบายแรกที่คุณครูอยากให้นายกฯ คนใหม่แก้ไขคืออะไร?</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>เปิดตัว “เครือข่ายอาสาเพื่อน กสศ.” ระดมความร่วมมือภาคเอกชน รับมือเด็กป่วย-กำพร้าจากโควิดพุ่ง ชี้ยอดเด็กป่วยก้าวกระโดด 2 เท่า กว่า 70% เป็นกลุ่มยากจน เปราะบาง</title>
		<link>https://www.eef.or.th/news-covid-officially-launched-relief-group/?utm_source=rss&#038;utm_medium=rss&#038;utm_campaign=news-covid-officially-launched-relief-group</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 26 Aug 2021 08:27:54 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[ข่าวสารความรู้]]></category>
		<category><![CDATA[นุชรี อยู่วิทยา]]></category>
		<category><![CDATA[กสศ.]]></category>
		<category><![CDATA[ดร.ไกรยส ภัทราวาท]]></category>
		<category><![CDATA[Wongnai]]></category>
		<category><![CDATA[ศูนย์ประสานช่วยเหลือเด็กในภาวะวิกฤต กสศ.]]></category>
		<category><![CDATA[เครือข่ายอาสาเพื่อน กสศ.]]></category>
		<category><![CDATA[กลุ่มธุรกิจ TCP]]></category>
		<category><![CDATA[มูลนิธิตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย]]></category>
		<category><![CDATA[LINEMAN]]></category>
		<category><![CDATA[เคพีเอ็มจี ประเทศไทย]]></category>
		<category><![CDATA[ลดาวัลย์ กันทวงศ์]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?p=44952</guid>

					<description><![CDATA[<p>กสศ.ห่วงสถานการณ์การระบาดในกลุ่มเด็กป่วย-กำพร้าโตก้าวกร [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/news-covid-officially-launched-relief-group/">เปิดตัว “เครือข่ายอาสาเพื่อน กสศ.” ระดมความร่วมมือภาคเอกชน รับมือเด็กป่วย-กำพร้าจากโควิดพุ่ง ชี้ยอดเด็กป่วยก้าวกระโดด 2 เท่า กว่า 70% เป็นกลุ่มยากจน เปราะบาง</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>กสศ.ห่วงสถานการณ์การระบาดในกลุ่มเด็กป่วย-กำพร้าโตก้าวกระโดด จับมือภาคเอกชน กลุ่มธุรกิจ TCP มูลนิธิตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย LINEMAN wongnai ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) และเคพีเอ็มจี ประเทศไทย เปิด “เครือข่ายอาสาเพื่อน กสศ.” นำร่องพื้นที่สีแดงเข้ม ปิดช่องว่าง เติมเต็มระบบการดูแลเด็ก ครัวเรือนเปราะบาง และลดความเหลื่อมล้ำเด็กในวิกฤตโควิด</strong></p>



<p>ด้วยอัตราเร่งของจำนวนผู้ป่วยเด็กและเด็กที่ได้รับผลกระทบจากการสูญเสียสมาชิกในครอบครัวที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง กสศ. จึงเร่งระดมความร่วมมือจากทุกภาคส่วนภายใต้ “เครือข่ายอาสาเพื่อน กสศ.” เพื่อทำงานเชิงรุกในการรับมือกับเด็กป่วย-กำพร้าจากโควิด-19 ในการสนับสนุน “<strong>ศูนย์ประสานช่วยเหลือเด็กในภาวะวิกฤต กสศ.”&nbsp;</strong></p>



<p>เพื่อหนุนเสริมการทำงานของหน่วยงานหลักจากหลากหลายกระทรวง ช่วยให้เด็กกลุ่มเปราะบางได้รับการดูแลช่วยเหลือเร็วที่สุด และสนับสนุนให้ระบบการดูแลช่วยเหลือเด็กสามารถดำเนินการได้ต่อเนื่องในระยะฟื้นฟู โดยเครือข่ายประกอบด้วยกลุ่มธุรกิจ TCP มูลนิธิตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย LINEMAN wongnai ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) และเคพีเอ็มจี ประเทศไทย เป็นต้น&nbsp;</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-78d363"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/08/15-เปิดตัว-อาสา-กสศ-02.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p><strong></strong><strong>ดร.ไกรยส ภัทราวาท รองผู้จัดการกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.)</strong> กล่าวว่า&nbsp;</p>



<p>“เนื่องจากสถานการณ์การระบาดของโรคโควิด-19 ในกลุ่มเด็กยังอยู่ในระดับที่น่าเป็นห่วง ในระยะเวลาเพียงไม่ถึงเดือนจำนวนการติดเชื้อโควิด-19 ของเด็กก้าวกระโดดเกือบ 2 เท่า และมีอัตราการติดเชื้อมากกว่า 2,000 คนต่อวันในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา โดยจากการรายงานของศูนย์บริหารสถานการณ์แพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (ศบค.) เมื่อต้นเดือนสิงหาคมที่มียอดผู้ป่วยเด็ก (เด็ก แรกเกิด-18 ปี) ติดเชื้อสะสมอยู่ที่ราว 65,000 คน และจากข้อมูลล่าสุดเมื่อวันที่ 25 สิงหาคม 2564 มีจำนวนเด็กติดเชื้อสะสมจากการรายงานของ ศบค. ที่ 119,814 คน เป็นการติดเชื้อของเด็กใน กทม. สะสม 26,224 คน และในส่วนภูมิภาคสะสม 93,590 คน โดย<strong>จังหวัดที่มียอดเด็กติดเชื้อสะสมสูงสุด คือ กรุงเทพมหานคร สมุทรปราการ ชลบุรี สมุทรสาคร และนนทบุรี</strong> ขณะที่จำนวนเด็กกำพร้าที่สูญเสียพ่อแม่จากโควิด-19 ก็มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องเช่นกัน โดยมี<strong>จำนวน 350 คนในพื้นที่ 55 จังหวัด”&nbsp;</strong></p>



<p>แม้ว่าความรุนแรงของโรคในเด็กนั้นไม่มาก แต่การรับมือกับปัญหาและผลกระทบต่อชีวิตความเป็นอยู่และการศึกษาของเด็กในระยะยาวนั้นมีความซับซ้อนกว่า ทั้งสุขภาพกาย ใจ สังคม เศรษฐกิจ ปากท้อง โภชนาการ และความเสี่ยงหลุดออกนอกระบบการศึกษา&nbsp;</p>



<p>โดยในจำนวนนี้ราว 70% เป็นกลุ่มยากจนด้อยโอกาส หรือกลุ่มเปราะบาง รวมถึงการเฝ้าระวังระยะยาวของอาการที่หลงเหลือจากโควิด-19 อย่างต่อเนื่องอีกหลายเดือน หรือ “Long COVID” ไม่ว่าจะเป็นอาการเหนื่อยล้า ปัญหาการหายใจ ปวดศีรษะ และอาการนอนไม่หลับ เป็นต้น</p>



<p>ดร.ไกรยส กล่าวว่า “หลังการระบาดของสายพันธุ์เดลต้าทำให้จำเป็นต้องหาทางรับมือกับวิถีชีวิตภายใต้ความปกติใหม่ (New Normal) สำหรับ กสศ. ผลกระทบที่เกิดขึ้นจากการระบาดทำให้ต้องเปลี่ยนมุมมองในการรับมือในการแก้ปัญหา ความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา การพัฒนาเด็ก และการป้องกัน&nbsp;</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-2934f2"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/08/15-เปิดตัว-อาสา-กสศ-03.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p>การจัดตั้งกลไก “อาสา กสศ.” และ “เครือข่ายอาสาเพื่อน กสศ.” จึงเป็นหนึ่งในความพยายามหาทางออกที่จะแก้ปัญหาต่างๆ เหล่านี้ โดยเฉพาะทักษะและความรู้ในการปรับตัวเพื่อปลดล็อคการแก้ปัญหาร่วมกัน ไม่ว่าจะเป็นความรวดเร็วในการตอบสนอง (Speed to Market) ความคล่องตัว (Agility) การบริหารความเป็นเลิศจากฝั่งธุรกิจรวมถึงทักษะในการรับฟัง ความเสียสละ การทำงานในพื้นที่ของอาสา กสศ. ฯลฯ</p>



<p>“เราจะเห็นสิ่งใหม่ๆ ที่เกิดจากการระดมทรัพยากรและความร่วมมือที่กลไกเครือข่ายอาสาเพื่อน กสศ. และอาสา กสศ. เข้าไปเติมเต็มหน่วยงานรัฐ ภาคประชาสังคม เช่น ไรเดอร์จาก LINEMAN wongnai<strong> </strong>เข้ามาทำหน้าที่ในการส่งยาและอาหารให้กับเด็กที่ต้องกักตัวในกลุ่ม Home Isolation หรือ การเข้ามาสนับสนุนอาสาสมัครของ TCP เพื่อติดตามและมอนิเตอร์ เป็นผู้ช่วยทีมแพทย์ผ่านระบบออนไลน์ หรือการสนับสนุนถุงการเรียนรู้ นำโรงเรียนไปหาเด็กๆ ในช่วงล็อกดาวน์ของมูลนิธิตลาดหลักทรัพย์ฯ รวมทั้งทุนสร้างโอกาสทางการศึกษาเพื่อช่วยเหลือเด็กๆ ในระยะฟื้นฟู เป็นต้น”&nbsp;</p>



<p><strong>นางสาวนุชรี อยู่วิทยา กรรมการผู้จัดการใหญ่ กลุ่มธุรกิจ TCP</strong> กล่าวว่า</p>



<p>&nbsp;“วิกฤตจากโควิด-19 ที่ประเทศไทยกำลังเผชิญ ณ ขณะนี้รุนแรงถึงที่สุด และคนอีกกลุ่มหนึ่งในสังคมที่ได้รับผลกระทบอย่างหนักคือเด็กกลุ่มเปราะบาง เรื่องด่วนที่กลุ่มธุรกิจ TCP จะเข้าไปดูแลร่วมกับ กสศ. คือ การดูแลสุขภาพความเป็นอยู่ของเด็กๆ เพื่อให้พวกเขาปลอดภัยและอยู่ในสภาพที่พร้อมเรียนรู้ รวมทั้งมีทุนทรัพย์พอที่จะได้เรียนหนังสือต่อโดยไม่ต้องออกจากระบบกลางคัน โดยให้ความช่วยเหลือผ่านโครงการ &#8220;กลไกอาสาสมัครคุณภาพ&#8221; และโครงการ &#8220;ทุนสานฝันการศึกษาเพื่อน้อง&#8221; ที่ดูแลทั้งสุขภาพและทุนทรัพย์ไปพร้อมกัน”&nbsp;</p>



<p>นางสาวนุชรีกล่าวพร้อมกับระบุว่านี่คือเหตุผลหลักที่กลุ่มธุรกิจ TCP ได้ริเริ่มผนึกกำลังร่วมกับ กสศ. ในโครงการด้านการศึกษาเพื่อหยุดยั้งปัญหานี้&nbsp;</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-0a54c1"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/08/15-เปิดตัว-อาสา-กสศ-01.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p>กลุ่มธุรกิจ TCP จึงสานพลัง กสศ. ช่วยเหลือเด็กๆ กลุ่มเป้าหมายระยะเร่งด่วน ผ่านการระดมทุนสนับสนุนโครงการสนับสนุนกลไกอาสาสมัครคุณภาพให้แก่อาสา กสศ. จำนวน 100 คน คนละ 400 บาท รวมงบประมาณ 1.2 ล้านบาท และโครงการทุนสานฝันการศึกษาเพื่อน้อง มอบโอกาสให้เยาวชนได้ศึกษาต่อในช่วงชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 หรือระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพ (ปวช. 1) ผ่านการสนับสนุนค่าใช้จ่ายทางการศึกษา จำนวน 400 คน คนละ 10,000 บาท รวมเป็นงบประมาณ 4 ล้านบาท เพื่อสร้างความเสมอภาค รวมถึงดูแลเด็กและเยาวชนครอบคลุมทุกมิติ</p>



<p>กลไกอาสาสมัครคุณภาพจะทำหน้าที่เป็นกำลังเสริมให้แก่หน่วยงานหลักต่างๆ เช่น อาสาสมัครคุณครูทั้งในระบบและนอกระบบในชุมชน อาสาสมัครเยาวชน ช่วยรับส่งผู้ป่วยเด็ก รวมถึงส่งชุดยาและเครื่องมือติดตามอาการหรืออุปกรณ์ช่วยชีวิตในกรณีจำเป็นเร่งด่วนตลอด 24 ชั่วโมง และยังสนับสนุนระบบอาสาสมัครดูแลเด็กสัมผัสเสี่ยงสูงที่ไม่สามารถช่วยเหลือตัวเองได้ระหว่างระยะเวลากักตัว 14 วัน ในสถานที่กักตัว (State Quarantine) รวมถึงดูแลเด็กป่วยติดเชื้อที่ไม่สามารถช่วยเหลือตัวเองได้ในสถานพยาบาลทุกรูปแบบ พร้อมจัดตั้งอาสาสมัครเยี่ยมเด็กและครอบครัวในพื้นที่ชุมชน เพื่อติดตามการเลี้ยงดู ส่งยา อาหาร หรือเครื่องใช้จำเป็น</p>



<p><strong></strong><strong>นางลดาวัลย์ กันทวงศ์ ผู้อำนวยการอาวุโส มูลนิธิตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย</strong> กล่าวว่า</p>



<p>“ในระยะต้น มูลนิธิตลาดหลักทรัพย์ฯ ให้ความสำคัญต่อการช่วยเหลือให้เด็กและครอบครัวได้รับการดูแลเร็วที่สุด ผ่านการสนับสนุนจิตอาสาที่ทำงานด่านหน้า ถ้าไม่มีครูอาสา จิตอาสา ก็จะไม่มีใครในพื้นที่ดูแลเด็ก จึงต้องช่วยเหลือต่อเนื่องไม่ให้พวกเขาหมดแรงเสียก่อน ระยะถัดมาคือการยกระดับคุณภาพชีวิตหลังจากที่หายป่วยแล้ว และงานเชิงป้องกันหรือฟื้นฟูเพื่อให้เด็กได้รับการศึกษา ที่จำเป็นต้องพึ่งพานวัตกรรมเพื่อช่วยเรื่องการเรียนรู้ให้เด็กกลุ่มเปราะบาง รวมถึงสนับสนุนให้ครอบครัวมีรายได้ที่ยั่งยืน การทำงานเพื่อลดผลกระทบต่อเด็กเยาวชนในอนาคต ต้องสร้างมาตรการเชิงป้องกัน ทั้งพ่อแม่ ครู ปกครองและชุมชน มูลนิธิตลาดหลักทรัพย์ฯ อยากเห็นการรวมเครือข่ายที่เกี่ยวข้องกับเด็กในทุกมิติ ทั้งด้านสุขภาพ ด้านการศึกษา โรงพยาบาล อนามัย ศูนย์ดูแลเด็กเล็ก สถานศึกษา รวมถึงจิตอาสา เพื่อร่วมกันดูแลเด็กในภาวะวิกฤตได้อย่างรอบด้าน เพื่อในอนาคตจะมีองค์กรพันธมิตร บริษัทจดทะเบียนอื่นๆ เข้ามาช่วยเหลือกันเป็นเครือข่าย ระดมความร่วมมือนำทรัพยากรมาใช้ได้อย่างถูกจุดและมีความยั่งยืนมากขึ้น”</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-cc8d5c"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/08/15-เปิดตัว-อาสา-กสศ-04.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p><strong></strong><strong>นายอิสริยะ&nbsp; ไพรีพ่ายฤทธิ์ ผู้อำนวยการฝ่ายนโยบายสาธารณะและรัฐกิจสัมพันธ์ LINEMAN wongnai</strong>&nbsp; กล่าวว่า</p>



<p>“ถือเป็นความร่วมมือที่มีประโยชน์และได้ช่วยเหลือเด็กกลุ่มเปราะบางได้อย่างตรงจุด ที่ผ่านมา LINEMAN wongnai เป็นแพลตฟอร์มออนดีมานด์ที่ให้บริการด้านการขนส่งทั้งอาหารและสิ่งของ โดยมีไรเดอร์กระจายตัวทุกพื้นที่ รวมทั้งได้อุดหนุนร้านค้าที่ถูกล็อกดาวน์ เพื่อนำอาหารไปส่งต่อให้กับชุมชนที่ขาดแคลน เช่น พื้นที่คลองเตย หรือไปส่งยาและอุปกรณ์ทางการแพทย์ให้กับพื้นที่ที่จัด Home Isolation ในยามวิกฤตนี้เราจะไม่นิ่งเฉยและยินดีเป็นส่วนหนึ่งในการช่วยเหลือผู้ที่ประสบปัญหา โดยเฉพาะผู้ป่วยเด็กซึ่งเป็นกลุ่มเปราะบาง ต้องได้รับการช่วยเหลือดูแลที่ตรงจุดและรวดเร็ว ซึ่งบริการของเราตอบโจทย์นี้ และเมื่อทุกฝ่ายร่วมมือกันปิดช่องว่าง จะช่วยให้วิกฤตนี้คลี่คลายโดยเร็ว”</p>



<p>ทั้งนี้ กสศ.ยังเสนอให้มีการเยียวยาเด็กเยาวชนและครัวเรือนที่ได้รับผลกระทบจากวิกฤตโควิด-19 ในแนวทางเดียวกับประชาชนผู้ที่ได้รับผลกระทบจากสึนามิหรือเหตุการณ์ความไม่สงบในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ที่มีมติคณะรัฐมนตรีรองรับ โดย</p>



<p>(1) การสนับสนุนทุนการศึกษาจนสำเร็จปริญญาตรีให้แก่เด็กที่กำพร้าพ่อแม่จากโควิด-19 พร้อมทั้งทุนประกอบอาชีพแก่พ่อ/แม่ที่ยังมีชีวิตอยู่เพื่อให้สามารถตั้งตัวได้&nbsp;</p>



<p>(2) กลุ่มเด็กเยาวชนผู้หายป่วยจากโควิด-19 มากกว่า 1 แสนคน ที่ยังต้องรับมือกับอาการหลงเหลือหลังติดเชื้อโควิด-19 ในระยะยาว (Long COVID) เด็กกลุ่มนี้จึงควรได้รับการติดตามตรวจสุขภาพเป็นประจำอย่างน้อย 1-3 ปี โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย&nbsp;</p>



<p>(3) กลุ่มยากจนซ้ำซ้อนที่ก่อนวิกฤตโควิด-19 มีสถานะยากจนพิเศษอยู่แล้ว และยังติดเชื้อโควิดทั้งบ้าน หรือสูญเสียสมาชิกครัวเรือนที่เป็นผู้หารายได้หลัก ภาครัฐควรเยียวยากระตุ้นให้เกิดการมีงานทำให้คนเหล่านี้สามารถกลับมาตั้งตัวได้อีกครั้ง ซึ่งจะมีผลต่อเนื่องไปถึงการป้องกันดูแลไม่ให้บุตรหลานต้องหลุดจากระบบการศึกษาในระยะยาว</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-deeca2"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/08/15-เปิดตัว-อาสา-กสศ-05.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<hr class="wp-block-separator"/>



<p>เกี่ยวกับกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.)</p>



<p>กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา หรือ กสศ. จัดตั้งขึ้นตามพระราชบัญญัติกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา พ.ศ. 2561 มีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างความเสมอภาคทางการศึกษา ช่วยเหลือผู้ขาดแคลนทุนทรัพย์ ลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา รวมทั้งเสริมสร้างและพัฒนาคุณภาพและประสิทธิภาพครู ด้วยยุทธศาสตร์การทำงานโดยมีข้อมูลเป็นฐาน การวิจัย สร้างองค์ความรู้ ต้นแบบ หรือนวัตกรรม เพื่อลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา โดยรัฐเป็นผู้จัดสรรงบประมาณให้กองทุน และมีการบริหารงานที่เป็นอิสระ </p><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/news-covid-officially-launched-relief-group/">เปิดตัว “เครือข่ายอาสาเพื่อน กสศ.” ระดมความร่วมมือภาคเอกชน รับมือเด็กป่วย-กำพร้าจากโควิดพุ่ง ชี้ยอดเด็กป่วยก้าวกระโดด 2 เท่า กว่า 70% เป็นกลุ่มยากจน เปราะบาง</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
