<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>บทความ | กสศ.</title>
	<atom:link href="https://www.eef.or.th/category/article/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.eef.or.th</link>
	<description>กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา</description>
	<lastBuildDate>Sat, 04 Apr 2026 03:02:20 +0000</lastBuildDate>
	<language>th</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.3.8</generator>

<image>
	<url>https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/02/cropped-fav-icon-32x32.png</url>
	<title>บทความ | กสศ.</title>
	<link>https://www.eef.or.th</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>“ทุนนวัตกรรมสายอาชีพชั้นสูง” ทางลัดยกระดับทุนมนุษย์ไทย สู่การพ้นกับดักรายได้ปานกลาง</title>
		<link>https://www.eef.or.th/article-040426/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Sat, 04 Apr 2026 02:56:20 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[บทความ]]></category>
		<category><![CDATA[ทุนนวัตกรรมสายอาชีพชั้นสูง]]></category>
		<category><![CDATA[Movement]]></category>
		<category><![CDATA[ทุนมนุษย์ไทย]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?p=101108</guid>

					<description><![CDATA[<p>ทางลัดที่ไม่ใช่การข้ามขั้น แต่คือการลงทุนถูกจุด ‘ทุนนวั [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/article-040426/">“ทุนนวัตกรรมสายอาชีพชั้นสูง” ทางลัดยกระดับทุนมนุษย์ไทย สู่การพ้นกับดักรายได้ปานกลาง</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p> </p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>ทางลัดที่ไม่ใช่การข้ามขั้น แต่คือการลงทุนถูกจุด</strong></h3>



<p><strong>‘ทุนนวัตกรรมสายอาชีพชั้นสูง’ จะเป็น “ทางลัด” ในการยกระดับทุนมนุษย์ไทย และพาประเทศพ้นกับดักรายได้ปานกลางได้อย่างไร?</strong></p>



<p>คำถามนี้ถูกตั้งขึ้นโดย <strong>ดร.ไกรยส ภัทราวาท</strong> ผู้จัดการกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) บนเวที <em>“สร้างโอกาสทางการศึกษา สร้างกำลังคนทักษะสูงก้าวสู่อนาคต”</em> ซึ่งจัดขึ้นเมื่อวันที่ 3 เมษายน 2569 ณ อาคารอิมแพ็คฟอรั่ม เมืองทองธานี</p>



<p>คำถามนี้ไม่ได้ชวนมองเพียง “ปลายทางของประเทศ” แต่กำลังชี้ให้เห็น “เครื่องมือสำคัญ” ที่จะพาไปถึงจุดนั้น นั่นคือ <strong>ทุนนวัตกรรมสายอาชีพชั้นสูง</strong> ซึ่ง กสศ. ดำเนินงานร่วมกับสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) และกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) อย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2562</p>



<p>ตลอด 7 ปีที่ผ่านมา โครงการนี้ได้สนับสนุนนักศึกษาทุนสะสมแล้วกว่า <strong>15,278 ทุน</strong> ครอบคลุมสถานศึกษาสายอาชีพทั้งภาครัฐและเอกชน <strong>150 แห่ง ใน 60 จังหวัดทั่วประเทศ</strong> และกำลังเดินหน้าสู่การคัดเลือกนักศึกษาทุนรุ่นที่ 8</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img decoding="async" fetchpriority="high" width="1400" height="933" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/04/image-17-1400x933.jpeg" alt="" class="wp-image-101109" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/04/image-17-1400x933.jpeg 1400w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/04/image-17-300x200.jpeg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/04/image-17-768x512.jpeg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/04/image-17-1536x1023.jpeg 1536w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/04/image-17-750x500.jpeg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/04/image-17-272x182.jpeg 272w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/04/image-17.jpeg 1600w" sizes="(max-width: 1400px) 100vw, 1400px" /></figure>



<p></p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>โลกเปลี่ยนเร็ว แต่ความพร้อมของคนไทยยังตามไม่ทัน</strong></h3>



<p>ก่อนจะไปถึงคำตอบปลายทาง ดร.ไกรยส ชวนมองภาพใหญ่ของโลกปัจจุบันว่า เด็กและเยาวชนในวันนี้เติบโตท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยีอย่างรวดเร็ว และต้องเผชิญกับการ “ดิสรัป” (Disruption) ซ้ำแล้วซ้ำเล่า</p>



<p>โจทย์สำคัญของระบบการศึกษาจึงไม่ใช่เพียง “จะสอนอะไร” แต่คือ <strong>จะพัฒนาผู้เรียนอย่างไรให้ก้าวทันโลกที่เปลี่ยนเร็วขึ้นทุกวัน</strong></p>



<p>รายงาน <em>The Future of Jobs 2025</em> โดย World Economic Forum (WEF) ชี้ชัดว่า ตลาดแรงงานในอนาคตจะขับเคลื่อนด้วย 3 กลุ่มอาชีพหลัก ได้แก่</p>



<ul>
<li>งานด้านเทคโนโลยีและข้อมูล (รวมถึง AI)</li>



<li>งานด้านเศรษฐกิจสีเขียวและเกษตรสมัยใหม่</li>



<li>งานด้านสังคมสูงวัย โดยเฉพาะภาคสุขภาพ</li>
</ul>



<p>ในขณะที่ “งานซ้ำ” กำลังลดความสำคัญลง ทักษะด้าน<strong>ความคิดสร้างสรรค์ นวัตกรรม และการใช้เทคโนโลยี</strong> กลับกลายเป็นหัวใจของการอยู่รอด&nbsp; “งานที่เน้นทำซ้ำ ทำเร็ว หรือผลิตให้เหมือนต้นแบบ จะถูกแทนที่ด้วยระบบอัตโนมัติ แต่ทักษะการสร้างสิ่งใหม่ จะเป็นทักษะที่มีคุณค่าในโลกอนาคต”&nbsp;</p>



<p>นี่ไม่ใช่แค่การเปลี่ยนแปลงของตลาดแรงงาน แต่คือการเปลี่ยนกติกาของเศรษฐกิจทั้งระบบ</p>



<figure class="wp-block-image size-full"><img decoding="async" width="855" height="569" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/04/image-25.jpeg" alt="" class="wp-image-101110" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/04/image-25.jpeg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/04/image-25-300x200.jpeg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/04/image-25-768x511.jpeg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/04/image-25-750x500.jpeg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/04/image-25-272x182.jpeg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /></figure>



<p></p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>ทักษะแห่งอนาคต: ความเสี่ยงใหม่ของประเทศ </strong></h3>



<p>ดร.ไกรยส อธิบายว่าการพัฒนาคนในโลกยุคใหม่ ต้องอาศัย 3 ทักษะสำคัญ</p>



<ul>
<li>ทักษะเทคโนโลยี</li>



<li>ทักษะอารมณ์และสังคม</li>



<li>ทักษะการเรียนรู้ตลอดชีวิต</li>
</ul>



<p>โดยมีการประเมินว่า <strong>39% ของทักษะแรงงานในปัจจุบัน จะเปลี่ยนแปลงภายใน 5 ปี </strong>นั่นหมายความว่าคนที่ “เรียนรู้และปรับตัวได้” เท่านั้นที่จะอยู่รอด</p>



<p>แต่ปัญหาคือ แรงงานไทยจำนวนมากยังขาดทักษะพื้นฐานสำคัญ ทั้งการอ่านเขียน ทักษะดิจิทัล และทักษะอารมณ์สังคม โดยมีสัดส่วนต่ำกว่ามาตรฐานถึงประมาณ <strong>60% </strong>ดังนั้นในกระบวนการพัฒนาคน ต้องมุ่งทักษะชุดนี้ เพื่อโอกาสในอาชีพ และระดับรายได้</p>



<figure class="wp-block-image size-full"><img decoding="async" width="855" height="569" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/04/image-26.jpeg" alt="" class="wp-image-101111" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/04/image-26.jpeg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/04/image-26-300x200.jpeg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/04/image-26-768x511.jpeg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/04/image-26-750x500.jpeg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/04/image-26-272x182.jpeg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /></figure>



<p></p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>กับดักที่มองไม่เห็น: ความยากจนข้ามรุ่น</strong></h3>



<p>ยิ่งไปกว่านั้น ประเทศไทยยังเผชิญกับ “กับดักซ้ำซ้อน” คือความยากจนที่ส่งต่อจากรุ่นสู่รุ่น เด็กจากครอบครัวที่ผู้ปกครองจบการศึกษาเพียงระดับประถมศึกษา กว่าครึ่งหนึ่งมีแนวโน้มจะจบการศึกษาไม่เกินระดับเดียวกัน วงจรนี้ทำให้ “เพดานชีวิต” ถูกกำหนดตั้งแต่ยังไม่เริ่มต้น&nbsp;</p>



<p></p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>และนี่คือจุดที่นโยบายด้านการศึกษา ต้องทำหน้าที่ “ตัดวงจร” ไม่ใช่เพียง “ประคอง”</strong></h3>



<p>“ข้อมูลนี้เชื่อมโยงมาที่การทำงานของทุนนวัตกรรมสายอาชีพชั้นสูง ที่ทุกฝ่ายมีเป้าหมายในการส่งเสริมนักเรียนนักศึกษาผู้ขาดแคลนโอกาส ให้ได้รับการศึกษาในสายอาชีพ โดยเฉพาะสาขาวิชาซึ่งเป็นที่ต้องการของตลาดแรงงาน”</p>



<figure class="wp-block-image size-full"><img decoding="async" loading="lazy" width="855" height="569" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/04/image-27.jpeg" alt="" class="wp-image-101112" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/04/image-27.jpeg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/04/image-27-300x200.jpeg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/04/image-27-768x511.jpeg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/04/image-27-750x500.jpeg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/04/image-27-272x182.jpeg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /></figure>



<p></p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>จาก “ทุนการศึกษา” สู่ “เครื่องมือพัฒนาประเทศ”</strong></h3>



<p>นี่จึงเป็นเหตุผลที่ “ทุนนวัตกรรมสายอาชีพชั้นสูง” ถูกออกแบบขึ้น ไม่ใช่เพียงเพื่อให้ทุน แต่เพื่อสร้างระบบพัฒนาผู้เรียนที่เชื่อมโยงการศึกษาเข้ากับตลาดแรงงานจริง นี่คือ “ทางลัด” ที่ไม่ได้ข้ามขั้น แต่คือการลงทุนที่ “ถูกจุด” ในทุนมนุษย์ โดยผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นตลอด 7 ปีที่ผ่านมา คือเยาวชนจำนวนมากสามารถก้าวข้ามข้อจำกัดของชีวิต มีงานทำ มีรายได้ และยกระดับคุณภาพชีวิตของครอบครัวได้จริง</p>



<p></p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>หลักฐานที่มีชีวิต: เมื่อโอกาสทางการศึกษาเปลี่ยนเส้นทางชีวิต</strong></h3>



<p>ตัวอย่างที่เกิดขึ้นจริง เช่น</p>



<ul>
<li><strong>“นัจมี”</strong> นักศึกษาทุนฯ รุ่น 5 จากคณะพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยนราธิวาสราชนครินทร์ สำเร็จการศึกษาในหลักสูตรผู้ช่วยพยาบาล ก่อนเข้าทำงานที่โรงพยาบาลวชิระ ภูเก็ต และสามารถยกระดับความเป็นอยู่ของครอบครัวได้ภายในเวลาเพียง 1 ปี</li>



<li><strong>“วรวัฒน์”</strong> นักศึกษาทุนฯ รุ่น 1 จากวิทยาลัยเทคนิคอำนาจเจริญ หลังสำเร็จการศึกษาระดับ ปวส. ได้รับ “ทุนพระกนิษฐาสัมมาชีพ” รุ่น 3 เพื่อศึกษาต่อในระดับปริญญาตรี คณะครุศาสตร์อุตสาหกรรม สาขาวิศวกรรมไฟฟ้า ก่อนกลับมาทำงานเป็นครูอัตราจ้าง ณ วิทยาลัยเทคนิคอำนาจเจริญ</li>



<li><strong>“อาชัญ”</strong> นักศึกษาทุนฯ รุ่น 2 สาขาแมคคาทรอนิกส์และหุ่นยนต์ จากวิทยาลัยเทคนิคสิงห์บุรี ได้รับโอกาสฝึกงานในต่างประเทศ และปัจจุบันทำงานในตำแหน่ง Technician Automation พร้อมเส้นทางความก้าวหน้าในสายอาชีพที่เปิดกว้างในอนาคต&nbsp;</li>
</ul>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>มากกว่าทุน คือการเปลี่ยนประเทศ</strong></h3>



<p>นักศึกษาทุนเหล่านี้พิสูจน์ให้เห็นว่า เมื่อความมุ่งมั่นได้รับการสนับสนุนอย่างถูกทาง ผลลัพธ์คือการก้าวพ้นข้อจำกัด และสร้างเส้นทางชีวิตใหม่ได้จริง และไม่ใช่เพียงตัวอย่างไม่กี่คน แต่นักศึกษาทุนมากกว่า <strong>15,000 คน</strong> คือหลักฐานของความสำเร็จในการพัฒนาทุนมนุษย์</p>



<p>“เมื่อทุนการศึกษาถูกออกแบบให้เป็นเครื่องมือในการพัฒนาผู้เรียนอย่างเป็นระบบ ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นจึงไม่ได้จำกัดอยู่เพียงตัวนักศึกษา แต่ขยายไปสู่สถานศึกษา ผู้เรียนทั้งวิทยาลัย ชุมชน และท้ายที่สุดคือการเปลี่ยนแปลงในระดับประเทศ”</p>



<p>และนี่คือที่มาของ “ทุนนวัตกรรมสายอาชีพชั้นสูง” ซึ่งตั้งอยู่บนความเชื่อสำคัญว่า <strong>ความเสมอภาคทางการศึกษา คือจุดเริ่มต้นของการเปลี่ยนแปลง และเป็นกุญแจสำคัญในการพาไทยพ้นกับดักรายได้ปานกลาง</strong></p><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/article-040426/">“ทุนนวัตกรรมสายอาชีพชั้นสูง” ทางลัดยกระดับทุนมนุษย์ไทย สู่การพ้นกับดักรายได้ปานกลาง</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>‘ภารกิจค้นหา’ จุดเริ่มต้นของการเปลี่ยนเส้นทางเด็กใต้เส้นความยากจน เป็นบุคลากรสายอาชีพคนสำคัญของท้องถิ่น</title>
		<link>https://www.eef.or.th/article-030426/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 03 Apr 2026 10:32:10 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[บทความ]]></category>
		<category><![CDATA[ทุนนวัตกรรมสายอาชีพชั้นสูง]]></category>
		<category><![CDATA[Movement]]></category>
		<category><![CDATA[วิทยาลัยชุมชนสตูล]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?p=101079</guid>

					<description><![CDATA[<p>เมื่อเข้าไปเห็นกับตา &#8230;บ้านของเด็กที่สมัครรับทุนนว [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/article-030426/">‘ภารกิจค้นหา’ จุดเริ่มต้นของการเปลี่ยนเส้นทางเด็กใต้เส้นความยากจน เป็นบุคลากรสายอาชีพคนสำคัญของท้องถิ่น</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>เมื่อเข้าไปเห็นกับตา &#8230;บ้านของเด็กที่สมัครรับทุนนวัตกรรมสายอาชีพชั้นสูง หลายหลังไม่มีสัญญาณโทรศัพท์ สภาพภายนอกเก่าทรุดโทรม ภายในว่างโล่งแทบไม่มีข้าวของเครื่องใช้หรือสิ่งอำนวยความสะดวกใด ๆ เมื่อสำรวจรายรับผู้ปกครอง ส่วนใหญ่ไม่ลังเลจะบอกว่า ‘ไม่มีรายได้’ หรือถึงมีก็ ‘ไม่แน่นอน’ จากอาชีพรับจ้างทั่วไป จนแทบไม่อาจคำนวณรายได้เฉลี่ยต่อเดือน&nbsp;</p>



<p>ผู้ปกครองของเด็ก ๆ เกินครึ่งไม่ใช่พ่อหรือแม่ แต่คือปู่ย่าตายายหรือลุงป้าน้าอา เมื่อถามถึงแผนศึกษาต่อหลังจบ ม.3 เกือบ 100% ของเด็กที่สมัครรับทุนตอบในทางเดียวกันว่า “คงเลิกเรียนไปหางานทำ” ส่วนพอถามถึงประเภทงาน น้อง ๆ บอกว่า “อะไรก็ได้ที่มีคนจ้าง” และแม้รู้ว่าค่าตอบแทนจะน้อยนิด พวกเขาก็พร้อมอยู่กับงานที่ใช้แค่ทักษะเดิม ๆ ซ้ำไปอีกหลายปีโดยไม่เกี่ยง เพราะรู้ดีว่าทางเลือกไม่มีมากกว่านั้น  </p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-full is-resized"><img decoding="async" loading="lazy" width="569" height="855" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/04/22.jpg" alt="" class="wp-image-101096" style="width:400px" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/04/22.jpg 569w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/04/22-200x300.jpg 200w" sizes="(max-width: 569px) 100vw, 569px" /></figure></div>


<p></p>



<p>ข้อมูลเหล่านี้คือสิ่งที่ได้จากคณะทำงานคัดกรองนักศึกษาทุนนวัตกรรมสายอาชีพชั้นสูง ที่พาเราไปพบเยาวชนส่วนหนึ่งในพื้นที่จังหวัดสตูล ซึ่งเปิดให้เห็นข้อค้นพบว่า เส้นทางของน้อง ๆ จากครัวเรือนใต้เส้นความยากจน (ไม่เกิน 3,000 บาท ต่อคน/เดือน) ล้วนเสี่ยงต่อการติดอยู่ในวงจรความยากจนที่ส่งต่อจากรุ่นนสู่รุ่น จากข้อจำกัดด้านรายได้ครัวเรือน ที่ปิดกั้นโอกาสการศึกษาต่อของทุกคนไว้ <strong>&#8230;เพียงหลังจบการศึกษาภาคบังคับ</strong>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p>



<p>หากหัวใจของการลงพื้นที่ค้นหา-คัดกรองครั้งนี้ คือความพยายามจะเปิดประตูบานใหม่ เพื่อโอกาสศึกษาต่อในสายอาชีพ ที่ไม่เพียงมีเป้าหมายให้เด็ก ๆ ได้เรียน แต่ยังครอบคลุมถึงการพัฒนาศักยภาพ ยกระดับทักษะ การเข้าถึงอาชีพเฉพาะทางที่มีรายได้แน่นอน มีลำดับขั้นตอนก้าวหน้าในสายงานของเยาวชนจากครัวเรือนใต้เส้นความยากจนคนหนึ่ง เพื่อให้น้อง ๆ เหล่านี้เป็นทรัพยากรมนุษย์คนสำคัญ ที่จะก้าวเข้ามาขับเคลื่อนอุตสาหกรรมท้องถิ่นในอนาคต&nbsp;</p>



<p>ประสบการณ์จากคณะทำงานบอกเราว่า ในระดับบุคคล โอกาสการศึกษาต่อในหลักสูตรที่กินเวลา 1-3 ปี จะค่อย ๆ หล่อหลอมและผลักดันให้เด็กคนหนึ่งเปลี่ยน จากไม่เคยเชื่อในตัวเอง &#8230;เป็นคนที่พบศักยภาพซึ่งซุกซ่อนอยู่ภายใน ผ่านการเดินทางในสถาบันการศึกษา ผ่านการเก็บเกี่ยวชั่วโมงในสถานประกอบการ โดยมีครูเป็นผู้ดูแล-รับฟัง คอยเป็นโค้ชที่เข้าใจถึงข้อจำกัด ช่วยออกแบบเส้นทาง และทำให้ทุก ๆ เสียงนั้นมีค่ามีความหมาย เพื่อที่ปลายทาง เราจะได้เห็นมนุษย์คนหนึ่งเติบโต และพร้อมออกโบยบินบนถนนสายอาชีพอย่างมั่นใจ&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p>



<p>ชวนติดตามภารกิจลงพื้นที่คัดกรองนักศึกษาในโครงการทุนนวัตกรรมสายอาชีพชั้นสูงรุ่นที่ 8 อันเป็นการทำงานร่วมกันระหว่างกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) และสถาบันการศึกษาสายอาชีพในพื้นที่ภาคใต้ตอนล่าง ได้แก่ <strong>วิทยาลัยชุมชนสตูล</strong> หนึ่งในสถาบันร่วมผลิตนักศึกษาเพื่อตอบโจทย์การพัฒนาทักษะวิชาชีพและทักษะชีวิต ซึ่งสอดคล้องต่อทิศทางการพัฒนากำลังคนของจังหวัดสตูล</p>



<figure class="wp-block-image size-full"><img decoding="async" loading="lazy" width="855" height="569" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/04/image-16.jpeg" alt="" class="wp-image-101080" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/04/image-16.jpeg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/04/image-16-300x200.jpeg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/04/image-16-768x511.jpeg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/04/image-16-750x500.jpeg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/04/image-16-272x182.jpeg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /></figure>



<figure class="wp-block-image size-full"><img decoding="async" loading="lazy" width="855" height="569" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/04/image-18.jpeg" alt="" class="wp-image-101083" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/04/image-18.jpeg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/04/image-18-300x200.jpeg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/04/image-18-768x511.jpeg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/04/image-18-750x500.jpeg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/04/image-18-272x182.jpeg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /></figure>



<p></p>



<p>ย้อนมองสถานการณ์ในพื้นที่นับตั้งแต่ช่วงเวลาหลังการแพร่ระบาดของโควิด-19 ความเคลื่อนไหวของอุตสาหกรรมท่องเที่ยวมีการขยายตัวของอุปสงค์ (Demand) หรือความต้องการแรงงานเพิ่มขึ้น ด้วยธุรกิจท่องเที่ยวและบริการกำลังเติบโตต่อเนื่อง และยิ่งทวีขึ้นในช่วงฤดูท่องเที่ยว (High Season) ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องจึงมุ่งผนึกกำลังกันเต็มที่เพื่อ ‘สร้างคน’ รองรับ&nbsp;</p>



<p>โดยเฉพาะในแวดวงการท่องเที่ยวมูลค่าสูง ที่จะยกระดับการท่องเที่ยวและบริการของจังหวัดสตูลเป็น ‘ศูนย์กลางการท่องเที่ยว’ ของภูมิภาค ในภาคการผลิตทรัพยากรบุคคล จึงยังต้องการกำลังคนคุณภาพที่มีทักษะเฉพาะด้าน ทั้งทักษะด้านภาษา การจัดการ รวมถึงทักษะด้านความเข้าใจความต่างทางวัฒนธรรมที่ลึกซึ้ง อีกเป็นจำนวนมาก&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p>



<p>วิทยาลัยชุมชนสตูลจึงเป็นหนึ่งสถาบันการศึกษา ที่เดินหน้าผลักดันแผนการผลิตกำลังคนในระยะยาว โดยปีการศึกษา 2569 ทางสถาบันได้ร่วมกับ กสศ. จัดสรรทุนนวัตกรรมสายอาชีพชั้นสูง จำนวน 20 ทุน ในสาขาวิชาการท่องเที่ยวและการบริการ และมุ่งเป้าไปที่การส่งเสริมโอกาสการศึกษาแก่เยาวชนขาดแคลนทุนทรัพย์</p>



<figure class="wp-block-image size-full"><img decoding="async" loading="lazy" width="855" height="569" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/04/image-20.jpeg" alt="" class="wp-image-101085" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/04/image-20.jpeg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/04/image-20-300x200.jpeg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/04/image-20-768x511.jpeg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/04/image-20-750x500.jpeg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/04/image-20-272x182.jpeg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /></figure>



<figure class="wp-block-image size-full"><img decoding="async" loading="lazy" width="855" height="569" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/04/01.jpg" alt="" class="wp-image-101093" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/04/01.jpg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/04/01-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/04/01-768x511.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/04/01-750x500.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/04/01-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /></figure>



<p></p>



<p><strong>อาจารย์อัศวยุช เทศอาเส็น </strong>วิทยาลัยชุมชนสตูล เล่าถึงภารกิจการการผลิตบุคลากรสายอาชีพว่า ประสบการณ์การร่วมโครงการทุนนวัตกรรมสายอาชีพชั้นสูงตั้งแต่รุ่นที่ 1 (ปี 2562) ถึงปัจจุบัน ทางวิทยาลัยพบหลากหลายประเด็นการค้นหาคัดกรองนักศึกษาทุน โดยเฉพาะปัจจัยแวดล้อมที่เป็นอุปสรรคต่อการเรียนต่อ โดยหากมองลึกลงในรายละเอียดของชีวิตของเยาวชนจากครัวเรือนต่ำกว่าเส้นความยากจน การลงพื้นที่ทำให้เห็นว่าเด็ก ๆ อยู่ในที่ที่ไม่มีสัญญาณโทรศัพท์ อาศัยในบ้านซึ่งแทบไม่มีสิ่งของเครื่องใช้จำเป็น บ้านบางหลังขาดแคลนปัจจัยพื้นฐานทั้งไฟฟ้า แหล่งน้ำ สุ่มเสี่ยงต่อการรับมือภัยธรรมชาติ หรือภัยจากผู้คน</p>



<p>“ขณะที่การจะพาตัวเองพ้นหลุดจากความยากลำบากก็แทบไม่มีหนทางเลยสำหรับเด็ก ๆ&nbsp; ด้วยข้อจำกัดเรื่องรายได้ เพราะอย่างที่บอกว่าผู้ปกครองเกือบ 100% มีรายรับเพียงจากงานรับจ้างในสวนยาง ซึ่งนอกจากค่าแรงน้อยแล้ว รายรับยังไม่สม่ำเสมอ เด็กที่เราพบส่วนใหญ่หลังจบชั้น ม.3 จึงเดินไปในทางเดียวกันหมด คือเข้าสู่ตลาดแรงงานไร้ฝีมือ จนเกิดเป็นวงจรวนซ้ำของชีวิตใต้เส้นความยากจน ที่หาทางออกไม่ได้”</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-full"><img decoding="async" loading="lazy" width="855" height="569" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/04/image-19.jpeg" alt="" class="wp-image-101084" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/04/image-19.jpeg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/04/image-19-300x200.jpeg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/04/image-19-768x511.jpeg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/04/image-19-750x500.jpeg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/04/image-19-272x182.jpeg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /><figcaption class="wp-element-caption">(คนแรกขวา) อาจารย์อัศวยุช เทศอาเส็น</figcaption></figure></div>


<h3 class="wp-block-heading"><strong>ทุนการศึกษาเปลี่ยนแปลงเด็กคนหนึ่งได้อย่างไร?</strong></h3>



<p>อาจารย์อัศวยุช พูดถึงเด็ก ๆ ที่พบระหว่างลงพื้นที่ว่าการทำงานต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2562 ส่งผลอย่างมากต่อการค้นหาเด็ก ๆ ในหลายปีให้หลัง เพราะเด็กที่เราพบวันนี้ คือคนที่เขาพอรู้ข้อมูลเกี่ยวกับทุนมาก่อน บ้างผ่านครูแนะแนว บ้างจากคนในชุมชน หรือบางคนก็เห็นประจักษ์ชัดกับตาตัวเอง จากรุ่นพี่ที่เคยต่อสู้กับข้อจำกัดเดียวกันมาก่อน ซึ่งเมื่อได้รับทุนแล้ว เส้นทางชีวิตจึงเปลี่ยนแปลงไป&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p>



<p>“สะท้อนภาพให้ชัดว่าทุนเปลี่ยนแปลงเด็กคนหนึ่งได้อย่างไร ก็ต้องเริ่มจากตรงนี้ หรือวันแรกของการพบกันที่บ้านของเขา เราจะเห็นเด็กคนหนึ่งที่กังวลกับการพูดคุย ตอบคำถาม ประหม่าต่อการบอกเล่าเรื่องราวของตัวเอง นั่นเพราะเขารู้สึกไม่มั่นคงต่ออนาคต และการมาของถึงของทุน กำลังกลายเป็นความหวังเดียวให้พอคว้าจับ</p>



<p>“จนถึงแม้จะได้เป็นนักศึกษาทุนแล้ว แต่บรรยากาศห้องเรียนช่วงแรก ๆ ก็จะห่มคลุมด้วยความอึมครึม เพราะยังไม่มีใครมั่นใจกับอะไรเลย จากนั้นตัดภาพไปถึงวันที่เด็กค่อย ๆ ผ่านกระบวนการเรียนรู้ จากบทเรียนและกิจกรรมที่มีครูดูแลใกล้ชิด ที่เขารู้แล้วว่าวิทยาลัยคือพื้นที่ปลอดภัย ที่ทุกคนพูดได้ แสดงออกได้ ค้นลึกไปในตัวเองได้ โดยจะไม่มีใครตัดสิน กลับกันจะมีแต่โค้ชที่พร้อมเข้าใจ ให้กำลังใจ พยายามมองหาศักยภาพของแต่ละคนเพื่อดึงออกมาใช้ได้เต็มที่&nbsp;</p>



<p>&#8230;แล้วเมื่อวันหนึ่งที่กำแพงความกลัวในใจเลือนไป เด็ก ๆ จึงพบว่าเสียงของเขามีค่า ตัวตนของเขามีความหมาย ฉะนั้นภาพปลายทางที่เราจะเห็น ก็คือนักศึกษาที่มั่นใจ กล้าแสดงความคิดเห็น กล้าเรียนรู้ทดลองเพื่อจะพัฒนาทักษะให้เฉียบคมยิ่งขึ้น”&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-full is-resized"><img decoding="async" loading="lazy" width="569" height="855" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/04/image-22.jpeg" alt="" class="wp-image-101087" style="width:400px" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/04/image-22.jpeg 569w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/04/image-22-200x300.jpeg 200w" sizes="(max-width: 569px) 100vw, 569px" /></figure></div>


<p></p>



<p>อาจารย์อัศวยุช เปรียบการพาเด็ก ๆ ไปเรียนรู้ที่วิทยาลัย ว่าคือบานประตูสู่ ‘บ้านหลังที่สอง’ ที่จะมีครอบครัวใหญ่คือ ครูพ่อ-ครูแม่ รุ่นพี่ซึ่งเปรียบได้กับ ‘พี่เลี้ยง’ และเพื่อน ๆ ที่ต่างคนต่างสู้ฝ่าฟันมาจากจุดเดียวกัน คอยประคับประคองกันไว้ไม่ให้รู้สึกโดดเดี่ยว รวมถึงถ่ายเทพลังความมุ่งมั่นสู่กัน จนทุกคน ‘เชื่อ’ ว่าเส้นทางการศึกษานี้จะพาไปสู่ถนนสายอาชีพยาวไกล ที่จะยกระดับชีวิตตัวเองและครอบครัวได้ และยิ่งกว่านั้นคือเด็ก ๆ ที่มีศักยภาพเหล่านี้เอง คือคนที่จะเข้าไปขับเคลื่อนวงจรธุรกิจท่องเที่ยวของจังหวัดสตูล&nbsp;</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-full"><img decoding="async" loading="lazy" width="855" height="569" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/04/image-21.jpeg" alt="" class="wp-image-101086" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/04/image-21.jpeg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/04/image-21-300x200.jpeg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/04/image-21-768x511.jpeg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/04/image-21-750x500.jpeg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/04/image-21-272x182.jpeg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /><figcaption class="wp-element-caption">(คนแรกขวา) อาจารย์นงนุช ถวิลวรรณ์</figcaption></figure></div>


<p></p>



<p><strong>อาจารย์นงนุช ถวิลวรรณ์</strong> หัวหน้าสำนักวิชาการ วิทยาลัยชุมชนสตูล พูดถึงการจัดการเรียนการสอนของวิทยาลัย ที่นอกจากการเรียนภาคทฤษฎีที่วิทยาลัย ยังเน้นเรียนรู้ผ่านประสบการณ์จริงจากสถานประกอบการชั้นนำในพื้นที่ ซึ่งทางวิทยาลัยได้บันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) ร่วมกัน&nbsp;</p>



<p>“การปฏิบัติงาน ณ สถานที่จริง คือพื้นที่ของการค้นหาและสร้างโปรไฟล์ของตัวเอง พร้อมกันนั้นยังได้เรียนรู้ถึงเส้นทางที่เป็นไปได้ของอาชีพในสายงานบริการและการท่องเที่ยว เขาจะสามารถตั้งเป้าหมาย รู้จุดเด่นของตนในการก้าวไปบนสายงานเฉพาะทางที่ถนัด ส่วนสถานประกอบการก็จะมีส่วนโดยตรงต่อการพัฒนากำลังคนที่ตรงกับความต้องการ ดังนั้นหลายคนไม่ทันจะฝึกงานเสร็จ ก็จะถูกทาบทามหรือจองตัวให้เข้าทำงานทันที”&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p>



<figure class="wp-block-image size-full"><img decoding="async" loading="lazy" width="855" height="569" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/04/image-24.jpeg" alt="" class="wp-image-101089" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/04/image-24.jpeg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/04/image-24-300x200.jpeg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/04/image-24-768x511.jpeg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/04/image-24-750x500.jpeg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/04/image-24-272x182.jpeg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /></figure>



<p></p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>Before &amp; After: จากมองไม่เห็นทางไป ถึงวันกล้าฝันเป็นเจ้าของธุรกิจ</strong>&nbsp;</h3>



<p>“สมัยเรียนมัธยมหนูขาดเรียนบ่อย เพราะบางวันไม่มีเงินไปโรงเรียน ถึงพยายามประหยัดแล้วด้วยการเอาข้าวจากบ้านใส่กล่องไปกินทุกวัน แต่ก็ยังติดเรื่องค่ารถที่ต้องมีอาทิตย์ละ 200-300 บาท บางอาทิตย์หนูจึงไปเรียนได้แค่สามวัน ตอนนั้นอย่าว่าแต่คิดเรื่องเรียนต่อ แต่แค่ประคองให้จบได้ยังไม่รู้เลยว่าจะไหวไหม”</p>



<p>ชวนปิดท้ายกันด้วยเรื่องของ <strong>‘ยา’ กิตติมา มาลียัน</strong> นักศึกษาทุนนวัตกรรมสายอาชีพชั้นสูง รุ่นที่ 6 สาขาการท่องเที่ยวและการบริการ หลักสูตรอนุปริญญา 2 ปีครึ่ง วิทยาลัยชุมชนสตูล ผู้เป็นเหมือน ‘รูปธรรมความสำเร็จ’ ของทุนนวัตกรรมสายอาชีพชั้นสูง หลังเพียงหนึ่งปีกว่า ๆ ที่ผ่านมา จากเคยอยู่ตรงจุดเดียวกับน้อง ๆ ที่ไม่รู้เลยว่าจะหาทางไปต่อยังไงกับชีวิต วันนี้ยากำลังฝัน ถึงวันที่เธอจะมีธุรกิจท่องเที่ยวเป็นของตัวเอง&nbsp;</p>



<p>“หนูจำได้ดีว่าวันแรกในวิทยาลัย เราเคยกลัวเคยกังวลแค่ไหน หนูไม่มั่นใจอะไรเลย เหมือนพื้นเพเราที่มาจากความยากลำบากมันกดเอาไว้ ให้ไม่กล้าพูด ไม่กล้าคิด ไม่กล้าแสดงออกสักอย่าง ยิ่งเราเรียนท่องเที่ยวและบริการซึ่งควรฉะฉานด้านภาษาอังกฤษ แต่หนูกลับไม่กล้าเลย”&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-full is-resized"><img decoding="async" loading="lazy" width="569" height="855" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/04/image-23.jpeg" alt="" class="wp-image-101088" style="width:400px" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/04/image-23.jpeg 569w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/04/image-23-200x300.jpeg 200w" sizes="(max-width: 569px) 100vw, 569px" /><figcaption class="wp-element-caption">‘ยา’ กิตติมา นักศึกษาทุนนวัตกรรมสายอาชีพชั้นสูง รุ่นที่ 6 สาขาการท่องเที่ยวและการบริการ วิทยาลัยชุมชนสตูล</figcaption></figure></div>


<p></p>



<p>จนมาถึงช่วงเวลาสองเทอมในวิทยาลัยชุมชนสตูล กับประสบการณ์ฝึกงานที่ <em>ไอรีน รีสอร์ท </em>โรงแรม 5 ดาวบนเกาะหลีเป๊ะ ซึ่งช่วงแรก ๆ ยายอมรับ ว่าเธอรู้สึกหวั่นใจกับการพูดคุยกับแขกที่มาพัก หรือกลัวกระทั่งว่าจะจดรายการอาหารผิด แต่ยาไม่ยอมแพ้ เธอเปิดใจเรียนรู้ ซักถาม สังเกตการทำงานของรุ่นพี่ที่ทำงาน และปรับตัวตามได้รวดเร็ว จนไม่ทันรู้ตัว เวลาไม่นานยาก็เห็นตัวเองสื่อสารภาษาอังกฤษคล่องแคล่ว และกล้านำเสนอสถานที่ท่องเที่ยวน่าสนใจต่อแขกอย่างมั่นใจ</p>



<p>ถึงวันนี้ที่ขยับขึ้นชั้นปี 2 ยากลายมาเป็นหัวหน้าชั้นเรียน คอยให้คำปรึกษาเพื่อน ๆ เป็นผู้ช่วยครูในภารกิจสำคัญต่าง ๆ ขณะที่ในใจเธอกำลังร่างแผนการเล็ก ๆ ว่าอีกหลายปีข้างหน้า เธอจะสามารถเก็บเกี่ยวประสบการณ์พร้อมสะสมทุนรอนจำนวนหนึ่ง และนำไปใช้เปิดบริษัทท่องเที่ยวเป็นของตัวเองได้อย่างที่ฝันไว้</p>



<p>“หนูมีความฝันคืออยากทำบริษัทท่องเที่ยว ที่จะเผยให้แขกผู้มาเยือนได้เห็นความงามของวัฒนธรรมชุมชนในเมืองที่หนูรัก &#8230;จริง ๆ ถ้ามองย้อนไปแค่ปีก่อน หนูคงไม่เชื่อว่าจะฝันถึงอะไรอย่างนี้ได้ ถ้าวันนั้นไม่มีครูเข้ามา พามาที่วิทยาลัยแห่งนี้ หนูจึงอยากขอบคุณทุกฝ่ายที่สร้างทุนนี้ขึ้นมา และไม่ใช่แค่กับตัวหนู แต่ขอขอบคุณสำหรับเส้นทางการศึกษา ที่เข้ามาเปลี่ยนแปลงชีวิตของพวกเราทุกคน”</p><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/article-030426/">‘ภารกิจค้นหา’ จุดเริ่มต้นของการเปลี่ยนเส้นทางเด็กใต้เส้นความยากจน เป็นบุคลากรสายอาชีพคนสำคัญของท้องถิ่น</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>โรงเรียนเล็กต้องเสี่ยงชีวิตแค่ไหนกับคำว่า “พอใช้ได้”? วิกฤตระบบไฟฟ้าหลังน้ำท่วม กับภารกิจอาสาครุศาสตร์ไฟฟ้า มจธ.</title>
		<link>https://www.eef.or.th/article-020426/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 02 Apr 2026 08:53:04 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[บทความ]]></category>
		<category><![CDATA[Movement]]></category>
		<category><![CDATA[ครุศาสตร์ไฟฟ้า]]></category>
		<category><![CDATA[มจธ.]]></category>
		<category><![CDATA[อยุธยา]]></category>
		<category><![CDATA[มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี]]></category>
		<category><![CDATA[โรงเรียนวัดพระงาม]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?p=100999</guid>

					<description><![CDATA[<p>น้ำลด โรงเรียนเปิด แต่ความเสี่ยงยังไม่จบ ในโรงเรียนขนาด [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/article-020426/">โรงเรียนเล็กต้องเสี่ยงชีวิตแค่ไหนกับคำว่า “พอใช้ได้”? วิกฤตระบบไฟฟ้าหลังน้ำท่วม กับภารกิจอาสาครุศาสตร์ไฟฟ้า มจธ.</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>น้ำลด โรงเรียนเปิด แต่ความเสี่ยงยังไม่จบ</p>



<p>ในโรงเรียนขนาดเล็กหลายแห่ง ระบบไฟฟ้าที่ถูกซ่อมแซมแบบ “พอใช้ได้” ยังคงซ่อนความเสี่ยงที่อาจอันตรายถึงชีวิต โดยเฉพาะในพื้นที่ที่ต้องเผชิญน้ำท่วมยาวนานนับเดือน</p>



<p><strong>“การสืบประวัติของระบบไฟฟ้าจากทางเดินสายไฟ กำลังบอกว่าโรงเรียนแห่งนี้ต้องเจอกับข้อจำกัดเรื่องบุคลากรแค่ไหน เราเห็นร่องรอยการติดตั้งและซ่อมแซมที่น่าจะทำโดยช่างอาสาในพื้นที่ ซึ่งทุกครั้งอาจเปลี่ยนคนไม่ซ้ำ และเน้นให้ใช้ได้ มากกว่าคำนึงเรื่องความปลอดภัย&#8230;&nbsp;</strong></p>



<p><strong>“&#8230;สิ่งที่เราเห็นคือสถานการณ์ของโรงเรียนหนึ่ง สะท้อนไปถึงโรงเรียนลักษณะใกล้เคียงอื่น ๆ ว่ากำลังเจอปัญหาเดียวกัน เหมือนวิกฤตใหญ่นี้ย้ำว่า โรงเรียนขนาดเล็กหลายแห่งต้องได้รับการประเมินระบบไฟฟ้าทันที และไม่ใช่แก้ปัญหาชั่วคราว แต่ต้องออกแบบระบบให้รองรับการใช้งานระยะยาว”</strong></p>



<p>ครึ่งหลังของปี 2568 ตั้งแต่ต้นเดือนกันยายน จังหวัดพระนครศรีอยุธยาต้องเผชิญวิกฤตน้ำท่วมครั้งใหญ่ กระทบ 13 อำเภอ 160 ตำบล ครอบคลุมมากกว่า 1,000 หมู่บ้าน&nbsp;</p>



<p>หลายพื้นที่มีน้ำท่วมขังยาวนาน 2–4 เดือน ส่งผลให้โรงเรียนนับร้อยแห่งต้องปิดการเรียนการสอน และเลื่อนช่วงเวลาเปิด–ปิดเทอมออกไปอย่างไม่มีกำหนด</p>



<p>เมื่อเข้าสู่เดือนพฤศจิกายน–ธันวาคม สถานการณ์เริ่มคลี่คลาย แต่สิ่งที่หลงเหลือไว้ไม่ใช่เพียงความเสียหายของบ้านเรือน ทรัพย์สิน และอาคารเรียน หากยังรวมถึง ‘ภาวะการเรียนรู้ถดถอย’ จากการหยุดชะงักของการเรียนรู้</p>



<figure class="wp-block-image size-full"><img decoding="async" loading="lazy" width="855" height="569" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/04/image-8.jpeg" alt="" class="wp-image-101002" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/04/image-8.jpeg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/04/image-8-300x200.jpeg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/04/image-8-768x511.jpeg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/04/image-8-750x500.jpeg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/04/image-8-272x182.jpeg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /></figure>



<p></p>



<p>ย่างเข้าสู่ปี 2569 แม้ภาพรวมจะกลับสู่ ‘ภาวะปกติ’ โรงเรียนทยอยเปิดเรียนเต็มรูปแบบอีกครั้ง และดำเนินต่อเนื่องจนจบปีการศึกษา จนดูราวกับว่าวิกฤตได้ผ่านพ้นไปแล้ว</p>



<p>หากความเป็นจริงที่พบวันนี้ คือผลพวงจากระดับน้ำที่ท่วมขังยาวนาน กลับเผย ‘อีกวิกฤตหนึ่ง’ ว่าโรงเรียนในพื้นที่จำนวนไม่น้อยต้องเผชิญกับปัญหาจากระบบไฟฟ้าชำรุด อุปกรณ์หมดสภาพใช้งาน และการติดตั้งซ่อมแซมระบบไฟที่ไม่ตรงมาตรฐาน และข้อค้นพบนี้กำลังบอกว่า <strong>‘ทุกวันที่โรงเรียน เด็ก ๆ และครูกำลังอยู่ในความเสี่ยง &#8230;ซึ่งอาจอันตรายถึงชีวิต’</strong></p>



<figure class="wp-block-image size-full"><img decoding="async" loading="lazy" width="855" height="569" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/04/image-9.jpeg" alt="" class="wp-image-101003" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/04/image-9.jpeg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/04/image-9-300x200.jpeg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/04/image-9-768x511.jpeg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/04/image-9-750x500.jpeg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/04/image-9-272x182.jpeg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /></figure>



<p></p>



<p>วิกฤตความปลอดภัยในโรงเรียน ถูกพบผ่าน ‘การตรวจระบบไฟฟ้าหลังเหตุอุทกภัย’ <strong>โรงเรียนวัดพระงาม (อรรถกฤษณ์ประชารัฐ) </strong>จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ในเดือนกุมภาพันธ์ 2569 ซึ่ง <strong>กสศ. </strong>ร่วมกับ <strong>‘อาจารย์และนักศึกษาจิตอาสา’ </strong>จาก<strong> มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี</strong></p>



<p>และเพียงการประเมินเบื้องต้น กลุ่มนักศึกษาชั้นปี 4 สาขาวิชาครุศาสตร์ไฟฟ้า คณะครุศาสตร์อุตสาหกรรมและเทคโนโลยี 7 คนที่เป็นกำลังหลัก ได้แก่ <strong>‘อุ้ม’ ญาณาธิป นวลหงส์, ‘เต๊ะ’ เตชินท์ วิจิตร์ปัญญารักษ์, ‘กริช’ อภิวัฒน์ ธวัชสานนท์, ‘มะขาม’ อลิษา โซรัมย์, ‘แอ๋ม’ ภัทรวดี ปานอำพันธ์</strong> และ <strong>‘อาเล่ย’ ทองประเสริฐ สันทะรา</strong> ก็ช่วยกันลิสต์รายการ ‘สัญญาณอันตราย’ ที่อาจนำสู่ภัยต่อการสูญเสียทรัพย์สิน อาคารเรียน และร้ายแรงที่สุดคือชีวิต จากการ<strong>เดินสายไฟทับซ้อนไม่เป็นระบบ ความเสี่ยงไฟรั่วจากการเดินสายไฟบนคานเหล็ก การใช้สายไฟไม่ได้มาตรฐานต่อลงพื้นเป็นสายดินโดยไม่มีเบรคเกอร์ตัดไฟ จนถึงในรายละเอียดของอุปกรณ์ฟ้าที่พบเต้าปลั๊กเสียบห้อยตก ไม่มีฝาครอบ บางจุดชำรุด เก่าล้าสมัย บ้างไม่อยู่ในสภาพพร้อมใช้งาน </strong>ซึ่งหลายตำแหน่งอยู่ในจุดที่เป็นทางเดินหลัก หรือบริเวณใกล้พื้นที่เล่นของเด็ก ๆ&nbsp; <strong>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</strong></p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-full"><img decoding="async" loading="lazy" width="855" height="569" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/04/image-10.jpeg" alt="" class="wp-image-101004" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/04/image-10.jpeg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/04/image-10-300x200.jpeg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/04/image-10-768x511.jpeg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/04/image-10-750x500.jpeg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/04/image-10-272x182.jpeg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /><figcaption class="wp-element-caption">(จากซ้ายไปขวา) กริช, แอ๋ม, มะขาม, อาเล่ย, เต๊ะ และ อุ้ม</figcaption></figure></div>


<p></p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>รอยชำรุดจากน้ำท่วม ไม่ชวนตกใจเท่าอุปกรณ์ไฟฟ้าจากศตวรรษที่ 20&nbsp;&nbsp;&nbsp;</strong></h3>



<p>“ก่อนไปเราเตรียมเจอสภาพเละเทะจากน้ำท่วม แต่กลายเป็นว่าความเสียหายเคลียร์ไปเยอะแล้ว &#8230;ส่วนที่เซอร์ไพรส์จริง ๆ กลับคืออุปกรณ์ไฟฟ้าบางรุ่นน่าจะอายุร่วมสามสิบปี ซึ่งเราควรเห็นได้จากแค่ในหนังเก่า ๆ หรือในพิพิธฑภัณฑ์เท่านั้น” <strong>‘อาเล่ย’</strong> เปิดเรื่องคนแรก ก่อนชาวคณะร่วมสมทบประสบการณ์แรกปะทะตรงหน้างาน ว่าเพียงแสกนด้วยสายตาคร่าว ๆ แต่ละคนต่างพบ ‘จุดอันตราย’ ทั้งจากอายุของอุปกรณ์ จนถึงการขาดความคำนึงเรื่องความปลอดภัยในการใช้งาน อาทิ ตำแหน่งปลั๊กสูงไม่พ้นมือเด็ก สวิทช์ที่อยู่ในที่เปิดโล่งเสี่ยงโดนฝนสาด หรือภาพรวมของระบบไฟฟ้าที่ผ่านการแก้ปัญหาเฉพาะหน้าซ้ำ ๆ ซึ่งอ่านได้จากรอยทางเดินสายไฟที่ไร้ระเบียบ </p>



<p><strong>‘อาเล่ย’</strong> เปิดเรื่องคนแรก ก่อนชาวคณะร่วมสมทบประสบการณ์แรกปะทะตรงหน้างาน ว่าเพียงแสกนด้วยสายตาคร่าว ๆ แต่ละคนต่างพบ ‘จุดอันตราย’ ทั้งจากอายุของอุปกรณ์ จนถึงการขาดความคำนึงเรื่องความปลอดภัยในการใช้งาน อาทิ ตำแหน่งปลั๊กสูงไม่พ้นมือเด็ก สวิทช์ที่อยู่ในที่เปิดโล่งเสี่ยงโดนฝนสาด หรือภาพรวมของระบบไฟฟ้าที่ผ่านการแก้ปัญหาเฉพาะหน้าซ้ำ ๆ ซึ่งอ่านได้จากรอยทางเดินสายไฟที่ไร้ระเบียบ</p>



<figure class="wp-block-image size-full"><img decoding="async" loading="lazy" width="855" height="569" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/04/0402_อาสาสมัครครุศาสตร์ไฟฟ้า-6.jpg" alt="" class="wp-image-101007" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/04/0402_อาสาสมัครครุศาสตร์ไฟฟ้า-6.jpg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/04/0402_อาสาสมัครครุศาสตร์ไฟฟ้า-6-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/04/0402_อาสาสมัครครุศาสตร์ไฟฟ้า-6-768x511.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/04/0402_อาสาสมัครครุศาสตร์ไฟฟ้า-6-750x500.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/04/0402_อาสาสมัครครุศาสตร์ไฟฟ้า-6-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /></figure>



<p></p>



<p>“การสืบประวัติของระบบไฟฟ้าจากทางเดินสายไฟ กำลังบอกว่าโรงเรียนแห่งนี้ต้องเจอกับข้อจำกัดเรื่องบุคลากรแค่ไหน เราเห็นร่องรอยการติดตั้งและซ่อมแซมที่น่าจะทำโดยช่างอาสาในพื้นที่ ซึ่งทุกครั้งอาจเปลี่ยนคนไม่ซ้ำ อีกทั้งเป้าหมายยัง ‘เน้นให้ใช้ได้ มากกว่าคำนึงเรื่องความปลอดภัย’ แล้วรูปแบบหรือมาตรฐานของงานแต่ละครั้ง ก็ไม่ได้เป็นไปในทิศทางเดียวกัน”&nbsp;</p>



<p><strong>‘กริช’</strong> รายงานผลการสืบเสาะระบบไฟฟ้าที่โรงเรียนวัดพระงาม</p>



<figure class="wp-block-gallery has-nested-images columns-default is-cropped wp-block-gallery-1 is-layout-flex wp-block-gallery-is-layout-flex">
<figure class="wp-block-image size-large"><img decoding="async" loading="lazy" width="569" height="855" data-id="101008" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/04/0402_อาสาสมัครครุศาสตร์ไฟฟ้า-9.jpg" alt="" class="wp-image-101008" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/04/0402_อาสาสมัครครุศาสตร์ไฟฟ้า-9.jpg 569w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/04/0402_อาสาสมัครครุศาสตร์ไฟฟ้า-9-200x300.jpg 200w" sizes="(max-width: 569px) 100vw, 569px" /></figure>



<figure class="wp-block-image size-large"><img decoding="async" loading="lazy" width="569" height="855" data-id="101009" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/04/0402_อาสาสมัครครุศาสตร์ไฟฟ้า-7.jpg" alt="" class="wp-image-101009" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/04/0402_อาสาสมัครครุศาสตร์ไฟฟ้า-7.jpg 569w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/04/0402_อาสาสมัครครุศาสตร์ไฟฟ้า-7-200x300.jpg 200w" sizes="(max-width: 569px) 100vw, 569px" /></figure>
</figure>



<p></p>



<p><strong>‘แอ๋ม’</strong> ขยายความเรื่องการต่อวงจรหรือติดตั้งอุปกรณ์ไฟฟ้าว่า ถ้าเอาแค่ผลลัพธ์ให้ใช้ได้นั้นไม่ยาก และใครก็สามารถศึกษาจากอินเทอร์เน็ตแล้วทำตามได้ทันที อย่างไรก็ตามในฐานะคนเรียนไฟฟ้า แอ๋มบอกว่าพวกเขาถูกสอนว่าหัวใจหลักของการติดตั้งและใช้งานระบบไฟฟ้าทุกครั้ง จะต้อง ‘คำนึงถึงความปลอดภัย’ เป็นอย่างแรก</p>



<p>“&#8230;เพราะสถานการณ์เลวร้ายที่สุดที่จะเกิดขึ้นจากระบบไฟฟ้าไม่ได้มาตรฐาน อาจหมายถึงชีวิตของใครสักคน”</p>



<p>แอ๋มยังกำชับว่า ในอาคารไม้เก่าอายุมากกว่า 50 ปี สายไฟฟ้าเก่าที่ห้อยพันระเกะระกะ อาจคือสาเหตุแรก ๆ ที่จะทำให้เกิดไฟไหม้จากไฟฟ้าลัดวงจร เมื่อยิ่งผนวกกับอุปกรณ์ตัดไฟฉุกเฉินซึ่งผ่านการใช้งานมานาน ย่อมเท่ากับความเสี่ยงยิ่งสูงขึ้น</p>



<p>“&#8230;เพราะไม่มีอะไรรับประกันเลยว่า เมื่อเกิดเหตุขึ้นจริง ๆ เบรคเกอร์จะยังทำงานปกติ หรือถึงจะตัดไฟได้ แต่ประสิทธิภาพของอุปกรณ์เก่ากับของสมัยใหม่ที่ต่างกันเป็นหลักวินาที มันคือความเสียหายที่อาจแตกต่างกันจนไม่อาจประเมินได้เลย”</p>



<figure class="wp-block-image size-full"><img decoding="async" loading="lazy" width="855" height="569" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/04/0402_อาสาสมัครครุศาสตร์ไฟฟ้า-5.jpg" alt="" class="wp-image-101010" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/04/0402_อาสาสมัครครุศาสตร์ไฟฟ้า-5.jpg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/04/0402_อาสาสมัครครุศาสตร์ไฟฟ้า-5-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/04/0402_อาสาสมัครครุศาสตร์ไฟฟ้า-5-768x511.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/04/0402_อาสาสมัครครุศาสตร์ไฟฟ้า-5-750x500.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/04/0402_อาสาสมัครครุศาสตร์ไฟฟ้า-5-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /></figure>



<p></p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>โรงเรียนของชุมชนทุกแห่ง จำเป็นต้องยกระดับมาตรฐานความปลอดภัย</strong></h3>



<p>รอยทางของสายไฟไม่เพียงบ่งชี้อดีต หากยังพาน้อง ๆ คณะครุศาสตร์ไฟฟ้า มจธ. ไปพบ ‘ระยะห่างของความเหลื่อมล้ำ’ ที่แทบจะเป็นเหมือนภาพจำของโรงเรียนขนาดเล็ก &#8230;ถึงอย่างนั้นพวกเขาก็เชื่อว่า ‘ความปลอดภัย’ ไม่ควรติดข้อจำกัดเรื่องขนาด ระยะทาง หรือลำดับความสำคัญ โดยเฉพาะเมื่อปัญหานั้นเกี่ยวข้องกับความปลอดภัยของชีวิต ก็จำเป็นอย่างยิ่งว่าควรได้รับการแก้ไขทันที&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p>



<p>“ที่เราเห็นคือสถานการณ์ของโรงเรียนหนึ่ง ซึ่งสะท้อนไปถึงโรงเรียนลักษณะใกล้เคียงอื่น ๆ ว่ากำลังเจอปัญหาเดียวกัน ทั้งที่โรงเรียนเล็กเหล่านี้มีอยู่เพื่อโอกาสการศึกษาของเด็กทั้งชุมชน แต่เพราะความห่างไกล เดินทางลำบาก ชุมชน โรงเรียน หรือเด็ก ๆ เหล่านี้จึงอยู่พ้นสายตา ไม่ถูกมองเห็น ทำให้ต้องเจอกับปัญหาเดิม ๆ ทุกปี ตั้งแต่ครูไม่พอ อาคารทรุดโทรม ทรัพยากรไม่มี จนถึงความไม่พร้อมทางสิ่งแวดล้อมต่าง ๆ ที่แน่นอนว่าคือปัจจัยซึ่งส่งผลต่อคุณภาพการศึกษา </p>



<figure class="wp-block-gallery has-nested-images columns-default is-cropped wp-block-gallery-3 is-layout-flex wp-block-gallery-is-layout-flex">
<figure class="wp-block-image size-large"><img decoding="async" loading="lazy" width="855" height="569" data-id="101011" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/04/0402_อาสาสมัครครุศาสตร์ไฟฟ้า-10.jpg" alt="" class="wp-image-101011" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/04/0402_อาสาสมัครครุศาสตร์ไฟฟ้า-10.jpg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/04/0402_อาสาสมัครครุศาสตร์ไฟฟ้า-10-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/04/0402_อาสาสมัครครุศาสตร์ไฟฟ้า-10-768x511.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/04/0402_อาสาสมัครครุศาสตร์ไฟฟ้า-10-750x500.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/04/0402_อาสาสมัครครุศาสตร์ไฟฟ้า-10-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /></figure>



<figure class="wp-block-image size-large"><img decoding="async" loading="lazy" width="855" height="569" data-id="101012" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/04/0402_อาสาสมัครครุศาสตร์ไฟฟ้า-11.jpg" alt="" class="wp-image-101012" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/04/0402_อาสาสมัครครุศาสตร์ไฟฟ้า-11.jpg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/04/0402_อาสาสมัครครุศาสตร์ไฟฟ้า-11-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/04/0402_อาสาสมัครครุศาสตร์ไฟฟ้า-11-768x511.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/04/0402_อาสาสมัครครุศาสตร์ไฟฟ้า-11-750x500.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/04/0402_อาสาสมัครครุศาสตร์ไฟฟ้า-11-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /></figure>
</figure>



<p></p>



<p>“&#8230;วันนี้พวกเรามาดูระบบไฟฟ้า และเห็นว่าแทบไม่มีอะไรอยู่ในมาตรฐานความปลอดภัยเลย เหมือนวิกฤตใหญ่นี้ย้ำว่า โรงเรียนขนาดเล็กหลายแห่งต้องได้รับการประเมินระบบไฟฟ้าทันที และไม่ใช่แก้ปัญหาชั่วคราว แต่ต้องออกแบบระบบให้รองรับการใช้งานระยะยาว”&nbsp;</p>



<p><strong>‘มะขาม’ </strong>พูดถึงความจำเป็นเร่งด่วน และเผยว่า<strong>ข้อค้นพบจากหน้างานที่ผนวกกับความมุ่งมั่นของ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี ได้นำไปสู่ความร่วมมือกับ กสศ. ต่อยอดแผนงานประเมินระบบไฟฟ้า กับโรงเรียนขนาดเล็กอื่น ๆ โดยคณะครุศาตร์ไฟฟ้า มจธ. จะชวนคณะวิศวกรรมศาสตร์ ภาควิชาวิศวกรรมโยธา มาร่วมตรวจสภาพอาคารเรียน เพื่อขยายขอบเขตความปลอดภัยให้ครอบคลุมยิ่งขึ้น</strong>&nbsp;</p>



<p>“พวกเราเชื่อว่าโอกาสการศึกษาไม่ได้มีแค่เรื่องการเรียนรู้ แต่กินความถึงสภาพแวดล้อมทั้งหมด ณ วันนี้ โรงเรียนของชุมชนทุกแห่ง จำเป็นต้องยกระดับมาตรฐานความปลอดภัย เพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตและคุณภาพการศึกษาไปพร้อมกัน ซึ่งพวกเราหวังว่าการทำงานครั้งนี้จะเป็นจุดเริ่มต้นเล็ก ๆ ของการลดช่องว่างความเหลื่อมล้ำให้แคบลง”</p>



<figure class="wp-block-image size-full"><img decoding="async" loading="lazy" width="855" height="569" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/04/image-11.jpeg" alt="" class="wp-image-101013" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/04/image-11.jpeg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/04/image-11-300x200.jpeg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/04/image-11-768x511.jpeg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/04/image-11-750x500.jpeg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/04/image-11-272x182.jpeg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /></figure>



<p></p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>งานอาสาคือพื้นที่เรียนรู้ภาคปฏิบัติ และคือการส่งต่อแรงบันดาลใจให้น้อง ๆ ในพื้นที่ที่โอกาสไปไม่ถึง</strong> </h3>



<p>ขณะแผนงานใหญ่เริ่มเดินหน้า เส้นทางการศึกษาของน้อง ๆ กลับมุ่งไปอีกทิศ เมื่อทั้งเจ็ดคนกำลังจะขึ้นปี 5 ซึ่งเป็นปีสำคัญของรุ่นพี่คณะครุศาสตร์ ที่ต้องแยกย้ายกันไปเก็บเกี่ยวประสบการณ์ในบทบาท ‘ครูฝึกสอน’ อย่างไรก็ตาม ในฐานะซีเนียร์ พวกเขายังเชื่อมั่น ว่างานที่ขึ้นต้นไว้แล้วจะเดินหน้าต่อไปได้ ด้วยพลังของรุ่นน้องที่ก้าวขึ้นมาทดแทนรุ่นพี่ทุก ๆ ปี&nbsp;</p>



<p>ดังที่<strong> ‘เต๊ะ’</strong> บอกว่า “คนทำงานอาสาไม่ได้มีแค่พวกเรา แต่มีน้อง ๆ อีกมากที่สนใจงานเพื่อสังคม แล้วทางคณะเองก็สนับสนุนการจัดค่ายอาสาในโรงเรียนห่างไกล การลงชุมชนหรือเปิดพื้นที่ในสถาบันเพื่อให้ความรู้เกี่ยวกับไฟฟ้าพื้นฐาน หรือที่เกี่ยวกับโอกาสทางการศึกษาโดยตรง ก็มีกิจกรรมแนะแนวอาชีพเชิงปฏิบัติการ ‘Enjoy Careers’ ซึ่งทำร่วมกับ มจธ. ราชบุรี ที่ชวนน้อง ๆ ชั้น ม.3 มาสัมผัสการเรียนรู้ในสายอาชีพ เช่นช่างยนต์ ช่างไฟฟ้าอิเล็กทรอนิกส์ หรือช่างคอมพิวเตอร์ เพื่อสร้างแรงบันดาลใจในการเติบโตบนเส้นทางสายอาชีพ”</p>



<figure class="wp-block-gallery has-nested-images columns-default is-cropped wp-block-gallery-5 is-layout-flex wp-block-gallery-is-layout-flex">
<figure class="wp-block-image size-large"><img decoding="async" loading="lazy" width="855" height="569" data-id="101016" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/04/0402_อาสาสมัครครุศาสตร์ไฟฟ้า-13.jpg" alt="" class="wp-image-101016" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/04/0402_อาสาสมัครครุศาสตร์ไฟฟ้า-13.jpg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/04/0402_อาสาสมัครครุศาสตร์ไฟฟ้า-13-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/04/0402_อาสาสมัครครุศาสตร์ไฟฟ้า-13-768x511.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/04/0402_อาสาสมัครครุศาสตร์ไฟฟ้า-13-750x500.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/04/0402_อาสาสมัครครุศาสตร์ไฟฟ้า-13-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /></figure>



<figure class="wp-block-image size-large"><img decoding="async" loading="lazy" width="855" height="569" data-id="101018" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/04/0402_อาสาสมัครครุศาสตร์ไฟฟ้า-12.jpg" alt="" class="wp-image-101018" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/04/0402_อาสาสมัครครุศาสตร์ไฟฟ้า-12.jpg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/04/0402_อาสาสมัครครุศาสตร์ไฟฟ้า-12-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/04/0402_อาสาสมัครครุศาสตร์ไฟฟ้า-12-768x511.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/04/0402_อาสาสมัครครุศาสตร์ไฟฟ้า-12-750x500.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/04/0402_อาสาสมัครครุศาสตร์ไฟฟ้า-12-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /></figure>
</figure>



<p></p>



<p><strong>‘อุ้ม’ </strong>ช่วยย้ำว่า ‘งานอาสาเป็นความภูมิใจของคณะ’ และคือเมล็ดพันธ์ที่หว่านโปรยและส่งต่อกันรุ่นสู่รุ่น เพื่อให้นักศึกษาได้เข้าใจความแตกต่างของผู้คน พื้นที่ และโอกาส&nbsp;</p>



<p>“ทุกงานอาสาสอนให้เรารู้ว่าวิชาความรู้จะนำไปใช้ประโยชน์ได้อย่างไร และเป็นพื้นที่ภาคปฏิบัติซึ่งจะช่วยบ่มเพาะความชำนาญ เพื่อให้เราประเมินสถานการณ์ วางแผน และรับมือกับงานได้ในทุกข้อจำกัด&nbsp;</p>



<p>“&#8230;ขณะที่การได้เดินทางไปในที่ต่าง ๆ ยังมีความหมายในแง่ของการจุดประกาย ให้น้อง ๆ ในพื้นที่ที่โอกาสไปไม่ถึง ได้เห็นว่าการศึกษาจะช่วยเปลี่ยนแปลงเขาได้ อย่างบางคนบอกว่าจบ ม.3 จะไม่เรียนต่อ แต่พอเราชวนทำกิจกรรม ก็กลายเป็นว่าเขาเปลี่ยนความคิดหันมาวางแผนเรียนสายอาชีพ เพราะเพิ่งเข้าใจ ว่าถ้ายอมกัดฟันสู้อีกไม่กี่ปี เขาจะมีอาชีพที่มีรายได้มากกว่างานที่ใช้วุฒิ ม.3”&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p>



<figure class="wp-block-image size-full"><img decoding="async" loading="lazy" width="855" height="569" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/04/image-12.jpeg" alt="" class="wp-image-101019" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/04/image-12.jpeg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/04/image-12-300x200.jpeg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/04/image-12-768x511.jpeg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/04/image-12-750x500.jpeg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/04/image-12-272x182.jpeg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /></figure>



<p></p>



<p><strong>และนี่คือมุมมองความเห็นจากน้อง ๆ อาสาสมัคร จากสาขาครุศาสตร์ไฟฟ้า คณะครุศาสตร์อุตสาหกรรมและเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี จากการลงพื้นที่ โรงเรียนวัดพระงาม (อรรถกฤษณ์ประชารัฐ) จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ที่อยากสื่อสารถึงสังคมว่า &#8230;ถึงน้ำท่วมโรงเรียนจะผ่านไปแล้ว แต่งานลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาอาจยังอยู่เพียงจุดเริ่มต้น &#8230;และมีอะไรอีกมากมาย ที่ทุกฝ่ายต้องร่วมกันลงมือทำ  </strong></p><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/article-020426/">โรงเรียนเล็กต้องเสี่ยงชีวิตแค่ไหนกับคำว่า “พอใช้ได้”? วิกฤตระบบไฟฟ้าหลังน้ำท่วม กับภารกิจอาสาครุศาสตร์ไฟฟ้า มจธ.</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>เปลี่ยนบ้านพักครูเป็น “จุดชาร์จใจ” โอกาสทางการศึกษาของเด็กเริ่มจากคุณภาพชีวิตครู</title>
		<link>https://www.eef.or.th/article-010426/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 01 Apr 2026 11:20:31 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[บทความ]]></category>
		<category><![CDATA[ครูรักษ์ถิ่น]]></category>
		<category><![CDATA[Movement]]></category>
		<category><![CDATA[ครูรัก(ษ์)ถิ่น]]></category>
		<category><![CDATA[บ้านพักครู]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?p=100977</guid>

					<description><![CDATA[<p>ในโรงเรียนขนาดเล็กพื้นที่ห่างไกล “บ้านพักครู” ไม่ได้เป็ [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/article-010426/">เปลี่ยนบ้านพักครูเป็น “จุดชาร์จใจ” โอกาสทางการศึกษาของเด็กเริ่มจากคุณภาพชีวิตครู</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>ในโรงเรียนขนาดเล็กพื้นที่ห่างไกล “บ้านพักครู” ไม่ได้เป็นเพียงสวัสดิการอำนวยความสะดวกให้กับครู แต่คือหนึ่งในปัจจัยสำคัญที่กำหนดว่า ครูจะ “อยู่โรงเรียนนั้น” ได้หรือไม่ และหากครูอยู่ไม่ได้ ผลกระทบจะไม่ได้หยุดอยู่แค่ตัวครู แต่หมายถึง “ความต่อเนื่องด้านการเรียนรู้” ของเด็กทั้งโรงเรียน</p>



<p>จากการติดตามนักศึกษาครูรัก(ษ์)ถิ่นในช่วงฝึกประสบการณ์ โดยสำนักพัฒนาคุณภาพครูและสถานศึกษา กสศ. พบว่าหลายโรงเรียนเผชิญข้อจำกัดด้านที่พักครูมาอย่างต่อเนื่อง แม้จะเป็นปัญหาที่รับรู้กันมานาน แต่ยังไม่ได้รับการแก้ไขอย่างเป็นระบบ ข้อจำกัดนี้ส่งผลโดยตรงต่อคุณภาพชีวิต ความปลอดภัย และความต่อเนื่องในการปฏิบัติงานของครู</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-full"><img decoding="async" loading="lazy" width="855" height="569" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/04/image.jpeg" alt="" class="wp-image-100978" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/04/image.jpeg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/04/image-300x200.jpeg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/04/image-768x511.jpeg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/04/image-750x500.jpeg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/04/image-272x182.jpeg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /><figcaption class="wp-element-caption">อาจารย์นคร ตังคะพิภพ</figcaption></figure></div>


<p></p>



<p><strong>อาจารย์นคร ตังคะพิภพ</strong> ผู้ทรงคุณวุฒิในโครงการครูรัก(ษ์)ถิ่น สะท้อนว่า หากต้องการลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา สิ่งหนึ่งที่ต้องทำทันที คือการยกระดับคุณภาพชีวิตของครูในพื้นที่ห่างไกล เพราะหากครูสามารถอยู่อาศัยได้อย่างปลอดภัยและเหมาะสม ครูจะมีพลังในการจัดการเรียนรู้ได้อย่างเต็มศักยภาพ และข้อค้นพบนี้ได้นำมาสู่การลงมือทำจริง&nbsp;</p>



<p>กิจกรรม <strong>“หนึ่งบ้าน หลายดวงใจ สร้างพื้นที่แห่งการเรียนรู้”</strong> ได้เกิดขึ้นที่โรงเรียนบ้านพุเข็ม อำเภอแก่งกระจาน จังหวัดเพชรบุรี โรงเรียนขนาดเล็กริมขอบเขื่อนที่สะท้อนภาพความท้าทายของพื้นที่ห่างไกลไว้อย่างชัดเจน</p>



<figure class="wp-block-image size-full"><img decoding="async" loading="lazy" width="855" height="569" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/04/image-1.jpeg" alt="" class="wp-image-100979" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/04/image-1.jpeg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/04/image-1-300x200.jpeg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/04/image-1-768x511.jpeg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/04/image-1-750x500.jpeg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/04/image-1-272x182.jpeg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /></figure>



<p></p>



<p>ต้นปี 2569 เครือข่ายครูรัก(ษ์)ถิ่น ประกอบด้วยสำนักพัฒนาคุณภาพครูและสถานศึกษา กสศ. มหาวิทยาลัยราชภัฏหมู่บ้านจอมบึง มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาเพชรบุรี เขต 2 เครือข่ายโรงเรียนในพื้นที่เพชรบุรี ภาคท้องถิ่น ชุมชน และผู้สนับสนุนจากหลายภาคส่วน ได้ร่วมกัน “ลงใจ ลงแรง และลงทุน” เพื่อสร้างบ้านพักครูหลังหนึ่ง ให้กลายเป็นพื้นที่ที่ “อยู่ได้จริง” โดยมีความเชื่อร่วมกันว่า <strong>“หากครูมีคุณภาพชีวิตที่ดี เด็กจะได้รับคุณภาพการเรียนรู้ที่ดีตามมา”</strong></p>



<figure class="wp-block-image size-full"><img decoding="async" loading="lazy" width="855" height="569" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/04/a1.jpg" alt="" class="wp-image-100980" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/04/a1.jpg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/04/a1-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/04/a1-768x511.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/04/a1-750x500.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/04/a1-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /></figure>



<p></p>



<p>“บ้านหนูอยู่ตรงนั้น มองเหมือนไม่ไกล แต่ถ้ามาทางถนน ต้องอ้อมเกือบสองชั่วโมง นั่งเรือยังเร็วกว่า”</p>



<p><strong>‘ครูซิม’ กชกร อินทร์จักร์</strong> นักศึกษาครูรัก(ษ์)ถิ่น ชั้นปีที่ 4 ผู้กำลังจะกลับมาบรรจุที่นี่ในอีกไม่กี่เดือน เล่าถึงชีวิตของตัวเอง พร้อมชี้ไปยังบ้านที่อยู่ตรงสันเขาอีกฟากน้ำ ซึ่งไม่สามารถเดินทางไป-กลับได้ทุกวัน การตัดสินใจพักค้างที่โรงเรียน ทำให้เธอได้เห็น “อีกด้านหนึ่ง” ของบ้านพักครู</p>



<p>“บ้านเดิมเป็นอาคารไม้เก่า ห้องน้ำอยู่นอกตัวบ้าน บันไดมีช่องว่างกว้าง ไม่มีประตูปิด ใครจะขึ้นมาเมื่อไหร่ก็ได้ ชั้นบนมีห้องนอนเดียว ล็อกได้ แต่กลอนก็เล็ก กระแทกทีเดียวน่าจะหลุด ถ้าฝนตก รอบบ้านจะเป็นโคลน เข้าออกแต่ละทีต้องลุยค่ะ”</p>



<figure class="wp-block-image size-full"><img decoding="async" loading="lazy" width="855" height="569" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/04/image-3.jpeg" alt="" class="wp-image-100982" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/04/image-3.jpeg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/04/image-3-300x200.jpeg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/04/image-3-768x511.jpeg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/04/image-3-750x500.jpeg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/04/image-3-272x182.jpeg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /></figure>



<p></p>



<p>ครูซิมบรรยายว่า กลางวันที่นี่ดูสงบและสวยงาม แต่กลางคืน “จะมีแต่ความเงียบ สลับกับเสียงแมลงร้อง มันวังเวงจนรู้สึกได้ว่า…ที่นี่อยู่ไกลแค่ไหน”</p>



<p>สิ่งที่หลายคนมองไม่เห็นคือ ครูในโรงเรียนห่างไกล ไม่ได้มีหน้าที่เพียงสอนในชั้นเรียน แต่ต้องใช้ชีวิตอยู่กับเด็กแทบทั้งสัปดาห์ ดูแลทั้งการเรียน ความเป็นอยู่ และความปลอดภัย</p>



<p><strong>โรงเรียนคือ “พื้นที่ปลอดภัยของเด็ก” แต่ในเวลาเดียวกัน ครูกลับไม่มี “พื้นที่ปลอดภัยของตัวเอง”</strong></p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-full is-resized"><img decoding="async" loading="lazy" width="855" height="569" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/04/image-2.jpeg" alt="" class="wp-image-100981" style="aspect-ratio:1.5026362038664323;width:780px;height:auto" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/04/image-2.jpeg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/04/image-2-300x200.jpeg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/04/image-2-768x511.jpeg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/04/image-2-750x500.jpeg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/04/image-2-272x182.jpeg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /><figcaption class="wp-element-caption">‘ครูซิม’ กชกร อินทร์จักร์</figcaption></figure></div>


<p></p>



<p>นี่คือเหตุผล ที่บ้านพักครูหลังนี้ต้องถูกเปลี่ยน ไม่ใช่แค่ให้ “น่าอยู่ขึ้น” แต่เพื่อให้ครูได้ “พักจริง ๆ” ภาพที่ครูซิมค่อย ๆ ก้าวลงบันไดไม้ผุลงมาต้อนรับ จุดประกายให้อาจารย์นคร ระดมภาคีมาช่วยกันลดช่องว่างความเหลื่อมล้ำให้แคบลง&nbsp;</p>



<p>“สิ่งหนึ่งต้องทำทันทีคือยกระดับความเป็นอยู่ของครู ให้เขารู้สึกปลอดภัย ไม่โดดเดี่ยว ได้รับความสุขความสบายเท่าที่จะเป็นได้ ถ้าทำได้อย่างนั้น เราจะได้ครูผู้เปี่ยมด้วยกำลังใจ มีหัวใจแห่งการถ่ายทอด และมีพลังสร้างสรรค์มากขึ้น</p>



<p><strong>“บ้านพักครู มิใช่เพียงการสร้างอาคาร แต่คือการลงทุนในชีวิตครู และเมื่อครูเข้มแข็ง การศึกษาย่อมงอกงาม ความหวังของชุมชนย่อมเติบโตอย่างยั่งยืนต่อไป” อาจารย์นครกล่าว</strong></p>



<figure class="wp-block-image size-full"><img decoding="async" loading="lazy" width="855" height="569" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/04/image-4.jpeg" alt="" class="wp-image-100984" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/04/image-4.jpeg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/04/image-4-300x200.jpeg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/04/image-4-768x511.jpeg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/04/image-4-750x500.jpeg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/04/image-4-272x182.jpeg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /></figure>



<p></p>



<p>บ้านพักครูหลังใหม่พร้อมต้อนรับครูรัก(ษ์)ถิ่นคนแรกของโรงเรียนบ้านพุเข็มเรียบร้อยแล้ว แต่เป้าหมายของการสร้างความเปลี่ยนแปลงยังไม่จบ&nbsp;&nbsp;</p>



<p><strong>ผศ.ดร.พิศมัย รัตนโรจน์สกุล</strong> ผู้จัดการโครงการครูรัก(ษ์)ถิ่น อธิบายว่า บ้านพักครูคือเงื่อนไขสำคัญประการหนึ่งที่ช่วยให้ครูสามารถดึงศักยภาพของตนเองออกมาใช้ได้อย่างเต็มที่ โดยระบุว่า <strong>“บ้านพร้อมอยู่ สำหรับครูพร้อมใช้ ถ้าครูมีความเป็นอยู่ดี ผลลัพธ์การเรียนรู้ของเด็กย่อมดีขึ้นตามมา”&nbsp;</strong></p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-full"><img decoding="async" loading="lazy" width="855" height="569" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/04/image-5.jpeg" alt="" class="wp-image-100985" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/04/image-5.jpeg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/04/image-5-300x200.jpeg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/04/image-5-768x511.jpeg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/04/image-5-750x500.jpeg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/04/image-5-272x182.jpeg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /><figcaption class="wp-element-caption">ผศ.ดร.พิศมัย รัตนโรจน์สกุล</figcaption></figure></div>

<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-full"><img decoding="async" loading="lazy" width="855" height="569" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/04/image-6.jpeg" alt="" class="wp-image-100986" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/04/image-6.jpeg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/04/image-6-300x200.jpeg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/04/image-6-768x511.jpeg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/04/image-6-750x500.jpeg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/04/image-6-272x182.jpeg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /><figcaption class="wp-element-caption">ดร.อุดม วงษ์สิงห์</figcaption></figure></div>


<p></p>



<p>ขณะที่ <strong>ดร.อุดม วงษ์สิงห์</strong> ผู้อำนวยการสำนักพัฒนาคุณภาพครูและสถานศึกษา กสศ. ระบุว่า การพัฒนาบ้านพักครูมิใช่เพียงการแก้ไขปัญหาเชิงกายภาพ แต่เป็นการลงทุนเพื่อรักษาทรัพยากรมนุษย์ทางการศึกษา และสร้างความมั่นคงให้กับระบบการเรียนรู้ในระยะยาว</p>



<p>จากการเก็บข้อมูลโรงเรียนกว่า 1,300 แห่ง และการติดตามครูรัก(ษ์)ถิ่นที่บรรจุแล้วในหลายพื้นที่ พบว่าครูในโรงเรียนพื้นที่พิเศษ เช่นบนดอยสูง เกาะแก่ง ขอบเขื่อน เผชิญข้อจำกัดด้านการเดินทางและที่อยู่อาศัยอย่างมีนัยสำคัญ</p>



<p>บางกรณี ระยะทางไม่ถึง 10 กิโลเมตร แต่ใช้เวลาเดินทางหลายชั่วโมง ทำให้เวลาและพลังงานที่ควรใช้กับการสอนถูกลดทอนลง</p>



<p>ดังนั้น บ้านพักครูจึงไม่ใช่เพียงที่อยู่อาศัย แต่คือ “จุดชาร์จใจและเติมพลังกาย” ที่ทำให้ครูสามารถออกไปพัฒนาเด็กได้อย่างต่อเนื่องในทุกวัน</p>



<p>ในทางกลับกัน หากขาดปัจจัยพื้นฐานนี้ ครูอาจไม่สามารถอยู่ในพื้นที่ได้อย่างยั่งยืน โดยเฉพาะในโรงเรียนขนาดเล็กที่มีจำนวนครูจำกัด และเด็กคือผู้ได้รับผลกระทบโดยตรง</p>



<figure class="wp-block-image size-full"><img decoding="async" loading="lazy" width="855" height="569" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/04/image-7.jpeg" alt="" class="wp-image-100987" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/04/image-7.jpeg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/04/image-7-300x200.jpeg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/04/image-7-768x511.jpeg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/04/image-7-750x500.jpeg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/04/image-7-272x182.jpeg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /></figure>



<p></p>



<p><strong>กรณีของโรงเรียนบ้านพุเข็ม จึงไม่ใช่แค่การสร้างบ้าน แต่คือการสร้างเงื่อนไขให้ครู “อยู่ได้” และทำให้เด็ก “ไปต่อได้”&nbsp;</strong></p>



<p><strong>เพราะท้ายที่สุดแล้ว การรักษาครูให้อยู่ในโรงเรียนขนาดเล็กพื้นที่ห่างไกล คือการรักษาโอกาสของเด็กทั้งชุมชน และลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาในระยะยาว</strong></p>



<p></p><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/article-010426/">เปลี่ยนบ้านพักครูเป็น “จุดชาร์จใจ” โอกาสทางการศึกษาของเด็กเริ่มจากคุณภาพชีวิตครู</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ครูสอนดีขึ้น 215% หลักฐานใหม่ชี้ว่า หัวใจอาจไม่ใช่การอบรมแพง แต่คือ feedback จากการสังเกตชั้นเรียนจริง</title>
		<link>https://www.eef.or.th/article-270326/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 27 Mar 2026 08:13:37 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Movement]]></category>
		<category><![CDATA[บทความ]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?p=100917</guid>

					<description><![CDATA[<p>งานวิจัยใหม่ที่เพิ่งเผยแพร่ในปี 2026 ของ Levi-Nielsen,  [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/article-270326/">ครูสอนดีขึ้น 215% หลักฐานใหม่ชี้ว่า หัวใจอาจไม่ใช่การอบรมแพง แต่คือ feedback จากการสังเกตชั้นเรียนจริง</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>งานวิจัยใหม่ที่เพิ่งเผยแพร่ในปี 2026 ของ Levi-Nielsen, Dowdy, Tobin และ Schneider ซึ่งตีพิมพ์ใน Journal of School Psychology ชวนให้เรากลับมาตั้งคำถามกับวิธีพัฒนาครูแบบเดิม ๆ อย่างจริงจัง งานวิจัยชิ้นนี้เป็น systematic review และ single-case meta-analysis ว่าด้วย “performance feedback” หรือการให้ข้อมูลย้อนกลับแก่ครูบนฐานของการสังเกตการสอนจริงในชั้นเรียน ผ่านการค้นงานวิจัย 900 เรื่อง แล้วคัดกรองจนเหลือ 52 เรื่อง ที่มีคุณภาพ ครอบคลุมครูตั้งแต่ระดับประถมศึกษาถึงมัธยมศึกษา ทั้งครูทั่วไปและครูการศึกษาพิเศษ และนำ 46 เรื่อง ที่มีข้อมูลสมบูรณ์มาวิเคราะห์เชิงสถิติ รวมเป็น 279 กรณีศึกษา โดยทุกงานต้องมี 2 องค์ประกอบหลัก คือ 1) การสังเกตการสอนในชั้นเรียน และ 2) การให้ข้อมูลย้อนกลับแก่ครูบนฐานข้อมูลจากการสังเกต</p>



<p>เพื่อตอบคำถามเดียวที่ว่า &#8230;</p>



<p>“การให้ข้อมูลย้อนกลับ (performance feedback) จากการสังเกตการสอน ช่วยพัฒนาพฤติกรรมการสอนของครูได้มากน้อยเพียงใด และองค์ประกอบใดของการให้ข้อมูลย้อนกลับที่ส่งผลจริง”</p>



<p>งานนี้มีประโยชน์มากต่อโรงเรียนที่มีข้อจำกัดด้านงบประมาณและบุคลากร เพราะเป็นการตอบโจทย์หน้างานโดยตรงว่า หากไม่มีงบมาก ไม่มีโค้ชมืออาชีพประจำโรงเรียน และไม่สามารถส่งครูไปอบรมระยะยาวได้ เราจะพัฒนาครูให้สอนดีขึ้นได้อย่างไร &nbsp;</p>



<p>พฤติกรรมเป้าหมายที่ใช้วัดผลในการศึกษานี้ เป็นทักษะพื้นฐานทั่วไปที่ครูสามารถนำไปใช้ได้จริงกับผู้เรียนหลากหลายกลุ่ม เช่น การชมเชยเชิงพฤติกรรม การเปิดโอกาสให้นักเรียนตอบคำถาม หรือการลดการตำหนิ ซึ่งล้วนเป็นพฤติกรรมพื้นฐานที่ไม่ต้องใช้อุปกรณ์พิเศษหรือหลักสูตรราคาแพงแต่สามารถสร้างความเปลี่ยนแปลงในห้องเรียนได้โดยตรง</p>



<p>เมื่อวิเคราะห์ผลลัพธ์ พบว่า หลังครูได้รับข้อมูลย้อนกลับจากการสังเกตการสอนในห้องเรียน โดยมีพฤติกรรมการเรียนรู้ของเด็ก (learning behavior) เป็นสื่อกลางหลักของการสะท้อนผล ทำให้พฤติกรรมการสอนที่พึงประสงค์ของครูเพิ่มขึ้นเฉลี่ย 215% หรือมากกว่าสองเท่าจากเดิม โดยมีช่วงความเชื่อมั่นทางสถิติ 95% อยู่ระหว่าง 97% ถึง 406% นั่นหมายความว่า แม้ในกรณีที่ได้ผลน้อยที่สุด ครูก็ยังพัฒนาขึ้นเกือบเท่าตัว และในบางกรณี การเปลี่ยนแปลงอาจสูงถึงมากกว่า 4 เท่า (406%)</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img decoding="async" loading="lazy" width="1379" height="1024" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/03/28401681-1379x1024.jpg" alt="" class="wp-image-100927" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/03/28401681-1379x1024.jpg 1379w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/03/28401681-300x223.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/03/28401681-768x570.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/03/28401681-1536x1140.jpg 1536w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/03/28401681-2048x1521.jpg 2048w" sizes="(max-width: 1379px) 100vw, 1379px" /></figure>



<p></p>



<p>ที่สำคัญและเชื่อมโยงกับบริบทงบประมาณโดยตรงคือ เมื่อวิเคราะห์ตัวแปรกำกับหรือปัจจัยเสริมต่าง ๆ เช่น การอบรมเชิงบรรยายก่อนให้ข้อมูลย้อนกลับ การสาธิตตัวอย่าง การฝึกซ้อมแบบ Role play การให้ข้อมูลย้อนกลับแบบทันทีในชั้นเรียนหรือให้ภายหลัง รวมถึงรูปแบบการให้ข้อมูลว่าจะเป็นการประชุม การใช้อีเมล หรือบันทึกเป็นลายลักษณ์อักษร ตลอดจนประสบการณ์สอนของครูและคุณภาพของงานวิจัย ผลปรากฏว่า ไม่มีปัจจัยใดส่งผลแตกต่างอย่างมีนัยสำคัญต่อขนาดผลลัพธ์</p>



<p>นั่นหมายความว่า ไม่ว่ากระบวนการจะซับซ้อนหรือเรียบง่าย ไม่ว่าครูจะเป็นครูใหม่หรือครูมากประสบการณ์ ผลที่เกิดกับพฤติกรรมการสอนก็ใกล้เคียงกัน หัวใจของการพัฒนาครูจึงไม่ได้อยู่ที่องค์ประกอบเสริมที่ใช้ทรัพยากรสูง แต่อยู่ที่ <strong>“การได้สังเกตการสอนจริง”</strong>และ <strong>“การได้สะท้อนผลบนฐานข้อมูลที่เกิดขึ้นในห้องเรียน”</strong>ต่างหาก</p>



<p><strong>ข้อสรุปเชิงนโยบายจากงานนี้จึงน่าสนใจมากสำหรับโรงเรียนที่งบประมาณจำกัดและบุคลากรไม่เพียงพอ เพราะชี้ให้เห็นว่า การพัฒนาครูที่ได้ผลที่สุด ไม่จำเป็นต้องเริ่มจากโครงการขนาดใหญ่หรือการลงทุนสูง แต่คือการจัดระบบให้ครูได้สังเกตการสอนและช่วยกันสะท้อนผลซึ่งกันและกันอย่างมีข้อมูลรองรับ ซึ่งเป็นแนวทางต้นทุนต่ำทำได้จริงในโรงเรียน และมีหลักฐานเชิงประจักษ์ยืนยันชัดเจนว่า ช่วยให้ครูเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมการสอนได้อย่างมีนัยสำคัญ บางกรณีเพิ่มขึ้นได้สูงถึง 406%</strong></p>



<p></p>



<hr class="wp-block-separator has-alpha-channel-opacity"/>



<p style="font-size:14px"><strong>อ้างอิง</strong><br><a href="https://www.sciencedirect.com/science/article/abs/pii/S0022440525001001?via%3Dihub" target="_blank" rel="noopener" title="Levi-Nielsen, S., Dowdy, A., Tobin, R. M., &amp; Schneider, W. J. (2026). A systematic review and single-case meta-analysis of performance feedback as teacher professional development. Journal of School Psychology, 115, Article 101527.">Levi-Nielsen, S., Dowdy, A., Tobin, R. M., &amp; Schneider, W. J. (2026). A systematic review and single-case meta-analysis of performance feedback as teacher professional development. Journal of School Psychology, 115, Article 101527.</a></p><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/article-270326/">ครูสอนดีขึ้น 215% หลักฐานใหม่ชี้ว่า หัวใจอาจไม่ใช่การอบรมแพง แต่คือ feedback จากการสังเกตชั้นเรียนจริง</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>สทิงพระโมเดล: เมื่อท้องถิ่นลุกขึ้น ‘ตามเด็กกลับมาเรียน’ และหยุดวงจรเด็กหลุดจากระบบ</title>
		<link>https://www.eef.or.th/article-260326/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 26 Mar 2026 10:07:46 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[บทความ]]></category>
		<category><![CDATA[Movement]]></category>
		<category><![CDATA[Thailand Zero Dropout]]></category>
		<category><![CDATA[1 โรงเรียน 3 รูปแบบ]]></category>
		<category><![CDATA[สทิงพระโมเดล]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?p=100906</guid>

					<description><![CDATA[<p>นโยบาย Thailand Zero Dropout ถูกประกาศในระดับประเทศมาตั [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/article-260326/">สทิงพระโมเดล: เมื่อท้องถิ่นลุกขึ้น ‘ตามเด็กกลับมาเรียน’ และหยุดวงจรเด็กหลุดจากระบบ</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>นโยบาย Thailand Zero Dropout ถูกประกาศในระดับประเทศมาตั้งแต่ปี 2567 โดยมี 11 หน่วยงานลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือเพื่อแก้ไขปัญหาเด็กและเยาวชนนอกระบบการศึกษาให้กลับเข้าสู่ระบบการศึกษาหรือได้รับการส่งเสริมการเรียนรู้ตามศักยภาพ</p>



<p>ในอำเภอสทิงพระ จังหวัดสงขลา พื้นที่คาบสมุทรซึ่งมีความงดงามทางธรรมชาตินี้ เป็นอำเภอที่ขับเคลื่อนเรื่อง Zero Dropout อย่างเป็นระบบและได้ผลลัพธ์ที่ดี จนได้ชื่อว่าเป็น ‘สทิงพระโมเดล’</p>



<p>‘สทิงพระโมเดล’ คือการเปลี่ยนนโยบายในหน้ากระดาษให้เป็นเรื่องจริงที่จับต้องได้ จากการทำงานร่วมกันของหลายหน่วยงาน โดยเฉพาะองค์กรท้องถิ่นที่มีส่วนสำคัญในการดูแลเด็กในชุมชน การขับเคลื่อนในอำเภอสทิงพระ เริ่มต้นจากระดับตำบล โดยเฉพาะตำบลบ่อแดงที่ใช้ชุมชนเป็นฐาน จนตอนนี้มีผู้สำเร็จการศึกษาต่อเนื่อง 3 รุ่นนับตั้งแต่ปี 2567&nbsp;</p>



<p>ผลลัพธ์ดังกล่าวนำไปสู่การยกระดับเป็น ‘คาบสมุทรสทิงพระ Zero Dropout’ ครอบคลุม 4 อำเภอ ได้แก่ สทิงพระ สิงหนคร ระโนด และกระแสสินธุ์ โดยใช้โรงเรียนเคลื่อนที่ (Mobile School) เป็นเครื่องมือสำคัญ ซึ่งถือเป็นการเริ่มจากจุดเล็กๆ ก่อนขยายสู่ระดับประเทศ</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-full"><img decoding="async" loading="lazy" width="855" height="569" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/03/หน่อง-วิทิต.jpg" alt="" class="wp-image-100907" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/03/หน่อง-วิทิต.jpg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/03/หน่อง-วิทิต-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/03/หน่อง-วิทิต-768x511.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/03/หน่อง-วิทิต-750x500.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/03/หน่อง-วิทิต-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /><figcaption class="wp-element-caption">ครูหน่อง-วิทิต เติมผลบุญ</figcaption></figure></div>


<p></p>



<p><strong>ครูหน่อง-วิทิต เติมผลบุญ</strong> เลขานุการสมาคมศูนย์การเรียนโดยองค์กรชุมชนและองค์กรเอกชน&nbsp;คือคนที่เชื่อว่าการเริ่มทำจากพื้นที่เล็กๆ คือคำตอบ เขาคือผู้ผลักดันโครงการโรงเรียนเคลื่อนที่ (Mobile School) และเชื่อว่าชุมชนคือหน่วยสำคัญในการช่วยเหลือให้เด็กกลับเข้าสู่ระบบการศึกษา</p>



<p>เรานั่งคุยกับเขาในพิธีมอบประกาศนียบัตรผู้สำเร็จการศึกษาขั้นพื้นฐานปี 2568 ณ ที่ว่าการอำเภอสทิงพระ (9 มีนาคม 2569) ซึ่งเป็นหมุดหมายสำคัญที่ชี้ให้เห็นผลลัพธ์ของโครงการ และทำให้เราเห็นว่าหากประตูเปิดกว้าง เด็กที่หลุดจากระบบไปแล้วสามารถกลับมาได้</p>



<p></p>



<h3 class="wp-block-heading" id="1--%E0%B9%83%E0%B8%AB%E0%B9%89%E0%B8%97%E0%B9%89%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B8%96%E0%B8%B4%E0%B9%88%E0%B8%99%E0%B9%80%E0%B8%9B%E0%B9%87%E0%B8%99-%E2%80%98%E0%B8%AB%E0%B8%B8%E0%B9%89%E0%B8%99%E0%B8%AA%E0%B9%88%E0%B8%A7%E0%B8%99%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%A8%E0%B8%B6%E0%B8%81%E0%B8%A9%E0%B8%B2%E2%80%99-"><strong>ให้ท้องถิ่นเป็น ‘หุ้นส่วนการศึกษา’</strong></h3>



<p>“คำว่า Thailand Zero Dropout มันใหญ่มาก บางทีพูดไปไม่มีคนเชื่อ แต่ถ้าผมพูดคำว่า ‘ตำบล Zero Dropout’ หลายคนอาจจะเห็นภาพมากขึ้นว่ามีโอกาสเป็นไปได้ ดังนั้นเราต้องเริ่มทำจากจุดเล็กๆ นี่แหละ โดยการร่วมมือกันทั้งโรงเรียนและหน่วยงานท้องถิ่น” วิทิตพูดถึงวิธีคิดในการทำงานเรื่อง Zero Dropout ที่ต้องเริ่มจากการทำงานในชุมชน</p>



<p>หลายครั้งที่เด็กหลุดออกจากระบบการศึกษา ไม่ว่าจะอยู่ในระบบโรงเรียนของ สพฐ. ศูนย์การเรียน สกร. หรืออาชีวศึกษา แล้วไม่มีใครสนใจ เด็กหลายคนยังใช้ชีวิตอยู่ในชุมชน เพียงแต่ไม่ได้อยู่ในระบบการศึกษา หลายคนเรียนไม่จบการศึกษาภาคบังคับ ซึ่งส่งผลต่ออนาคตการทำงานของพวกเขา ดังนั้นชุมชนจึงเป็นหนึ่งในตัวละครสำคัญที่จะช่วยสอดส่องและพาเด็กกลับเข้าสู่ระบบการศึกษา โดยมีองค์กรส่วนท้องถิ่นเป็นส่วนสำคัญ</p>



<p>“สมมติเด็กคนหนึ่งมีปัญหาบางอย่าง ถ้าเด็กยังเป็นนักเรียนในโรงเรียน เขายังมีครูคอยดูแล แต่พอเด็กหลุดออกจากโรงเรียนก็ไม่มีใครสนใจเขาแล้ว คำถามคือใครแก้ปัญหาของเด็ก แล้วปัญหานั้นก็กลับไปที่ชุมชน ถ้าเด็กหลุดจากระบบหนึ่งคนในตำบล อาจกลายเป็นเพื่อนดึงเพื่อนแล้วกลายเป็นเด็กแก๊ง และส่วนใหญ่พอกลายเป็นแก๊งก็จะเริ่มมีเรื่องยาเสพติดเข้ามา เราจึงทำให้ท้องถิ่นเห็นภาพและชวนเขามาเป็น ‘หุ้นส่วนการศึกษา’ ในการดูแลเด็กเหล่านี้” วิทิตอธิบายที่มาของการชวนหน่วยงานท้องถิ่นเข้ามาเป็นหุ้นส่วนการศึกษาในการดูแลเด็กที่หลุดออกจากระบบ</p>



<p>มุมมองสำคัญคือหน่วยงานท้องถิ่นต้องมองว่าตัวเองคือโรงเรียนที่สามารถออกวุฒิการศึกษา ป.6 ม.3 และ ม.6 ได้สำหรับเด็กที่หลุดจากระบบ โดยทำงานร่วมกันจนเกิดขึ้นเป็นเครือข่ายทั้งตำบล ตั้งแต่หาครูพี่เลี้ยงในแต่ละหมู่บ้าน ไปจนถึงการทำงานร่วมกันกับกองการศึกษาของ อบต.</p>



<p>เมื่อ อบต. ทำสำเร็จ โมเดลจึงขยายสู่ระดับอำเภอ ก่อนจะต่อยอดไปยังอำเภอใกล้เคียง ซึ่งนอกจากจะชวนระดับท้องถิ่นเป็นหุ้นส่วนการศึกษาแล้ว ยังมีการสร้างหุ้นส่วนการศึกษาที่เป็นศูนย์การเรียนด้วย และมีการทำงานร่วมกับสถานพินิจเพื่อดูแล ‘เด็กปลายน้ำ’ เพื่อไม่ให้กลับเข้าสู่วงจรเดิม พยายามทำให้เด็กออกจากสถานพินิจพร้อมวุฒิเพื่อให้เด็กมีทางเลือกในชีวิต โดยใช้เครือข่ายศูนย์การเรียนในการดูแลเด็กเหล่านี้</p>



<p>“ตอนนี้กลไกไปได้ด้วยตัวเองแล้ว เพียงแต่เราต้องทำให้แต่ละหน่วยงานท้องถิ่นมาเห็นว่าเรื่องนี้จับต้องได้จริง หากคุณต้องการทำให้เด็กคนไหนในตำบลจบการศึกษาขั้นพื้นฐาน คุณสามารถทำได้เลย แล้วกลไกก็จะเคลื่อนไปได้เอง” วิทิตกล่าว</p>



<figure class="wp-block-image size-full"><img decoding="async" loading="lazy" width="855" height="569" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/03/2-4.jpg" alt="" class="wp-image-100908" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/03/2-4.jpg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/03/2-4-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/03/2-4-768x511.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/03/2-4-750x500.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/03/2-4-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /></figure>



<p></p>



<h3 class="wp-block-heading" id="2--%E2%80%98%E0%B9%80%E0%B8%9E%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B8%B0%E0%B8%A1%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B8%AB%E0%B8%B2-%E0%B8%88%E0%B8%B6%E0%B8%87%E0%B8%A1%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B9%80%E0%B8%AB%E0%B9%87%E0%B8%99%E2%80%99--%E0%B8%8A%E0%B8%B8%E0%B8%A1%E0%B8%8A%E0%B8%99%E0%B9%80%E0%B8%9B%E0%B8%A5%E0%B8%B5%E0%B9%88%E0%B8%A2%E0%B8%99%E0%B8%88%E0%B8%B2%E0%B8%81%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%9C%E0%B8%A5%E0%B8%B1%E0%B8%81%E0%B9%84%E0%B8%AA%E0%B8%AA%E0%B8%B9%E0%B9%88%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%A1%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B8%AB%E0%B8%B2%E0%B9%80%E0%B8%94%E0%B9%87%E0%B8%81-"><strong>‘เพราะมองหา จึงมองเห็น’ : ชุมชนเปลี่ยนจากการผลักไสสู่การมองหาเด็ก</strong></h3>



<p>“ในชุมชนชนบท ชาวบ้านรู้กันอยู่แล้วว่าเด็กคนไหนไม่ไปเรียน มองเห็นเด็กขี่มอเตอร์ไซค์ในหมู่บ้าน เขาก็รู้ เพียงแต่ว่าเมื่อก่อนไม่รู้จะทำอย่างไร แต่ตอนนี้เรามีหน่วยงานท้องถิ่นเข้ามาช่วยเหลือ ชาวบ้านก็นึกออกว่าต้องไปบอกใคร เมื่อก่อนชาวบ้านอยากจะผลักเด็กเกเรติดยาออกจากชุมชน ไม่อยากสนใจ แต่พอเห็นแล้วว่าสามารถทำให้เด็กเรียนจบได้ ตอนนี้กลายเป็นชาวบ้านช่วยกันเอกซเรย์เลย ใครไม่ยอมเรียนหนังสือ ชาวบ้านต้องบอกให้ไปเรียน” วิทิตกล่าวถึงแรงกระเพื่อมของโครงการต่อชุมชนที่เป็นรูปธรรม&nbsp;</p>



<p>จากการทำงานในหลายพื้นที่ ทีมงานพบว่าปัญหาของเด็กส่วนใหญ่มีลักษณะคล้ายกัน คืออยู่ในครอบครัวที่พ่อแม่แยกทางกัน ครอบครัวยากจน ติดเพื่อนจนเข้าไปอยู่ในกลุ่มแก๊ง หรือกระทั่งตั้งครรภ์ในวัยเรียน ซึ่งทั้งหมดนั้นเป็นอุบัติเหตุในชีวิตที่อาจเปลี่ยนชีวิตเขาไปตลอดกาล แม้ว่าจะเป็นการก้าวพลาดแค่ช่วงสั้นๆ เท่านั้น ดังนั้นประเด็นสำคัญคือการเปิดประตูโอกาสให้เด็กอยู่เสมอ</p>



<p>“สิ่งที่เราทำได้คือปรับการศึกษาให้เหมาะกับบริบทของอุบัติเหตุของเด็กตอนนั้น อย่าปล่อยให้เด็กหลุดออกไป และถ้าคุณเปิดประตูบ้านนี้ เด็กก็จะรู้ว่าเขาสามารถกลับมาได้ด้วยรูปแบบการศึกษาที่เขาออกแบบเองได้” วิทิตกล่าว</p>



<p><strong>โรงเรียนเคลื่อนที่ (Mobile School)</strong> เป็นหนึ่งในเครื่องมือที่ช่วยให้เด็กหลุดออกจากระบบมีโอกาสได้เรียนรู้และก้าวไปสู่การมีวุฒิการศึกษาได้ โดยมีการเรียนอยู่สามทักษะ คือทักษะชีวิต ทักษะวิชาชีพ และทักษะวิชาการ โดยมีครูพี่เลี้ยง (เป็นอาสาสมัครที่ อบต. แต่งตั้งมา) คอยดูแลอยู่ไม่ห่าง เพื่อประคองให้เด็กยังส่งใบงานและมีปฏิสัมพันธ์กับแบบเรียนออนไลน์ วิทิตกล่าวเสริมว่าที่สทิงพระมีความเข้มแข็งเรื่องครูพี่เลี้ยงมาก&nbsp;</p>



<p>“ครั้งแรกเราไม่ต้องเข็นเด็กมาเรียนทุกคน แต่ถ้าคุณจบไปแล้วรุ่นหนึ่ง เพื่อนที่ยังเกเรอยู่ ไม่ได้เรียนหนังสือ ก็จะเริ่มรู้สึกว่าเพื่อนไปแล้ว เขาก็จะอยากเรียนบ้าง ที่นี่มีอาชีพหนึ่งคือลงเรือน้ำมัน เงินเดือนดี เด็กคนไหนจบ ม.6 บริษัทเรือน้ำมันรอรับเลย ดังนั้นเด็กหลายคนก็อยากจบ บางคนเคยติดยา แต่พอไปลงเรือก็เลิกยาไปโดยปริยาย พอเด็กหลายคนในหมู่บ้านเริ่มเรียนจบ ปัญหาเรื่องการขโมยขี้ยาง ปัญหาเรื่องยาเสพติดก็หายไป เพราะเด็กก็ไปเรียนต่อบ้าง ไปทำงานบ้าง กลายเป็นว่าพอเด็กเปลี่ยน ชุมชนก็เปลี่ยน” วิทิตลงรายละเอียด</p>



<p>“คําถามคือโจทย์ต่อไปคืออะไร สงขลา Zero Dropout จะเป็นอย่างไร ถ้าคุณไม่ทำภาพนี้ให้เกิดขึ้นนะ Thailand Zero Dropout จะเกิดขึ้นไม่ได้ คุณต้องทำให้เห็นทีละจังหวัด คุณก็แค่เขย่าไปเรื่อยๆ อย่าหยุด ถ้าหยุดปุ๊บก็จะกลายเป็นแค่คลื่นกระทบฝั่ง” วิทิตย้ำประเด็น</p>



<p></p>



<h3 class="wp-block-heading" id="3--%E0%B8%A7%E0%B8%B8%E0%B8%92%E0%B8%B4%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%A8%E0%B8%B6%E0%B8%81%E0%B8%A9%E0%B8%B2-%E0%B8%A1%E0%B8%B2%E0%B8%81%E0%B8%81%E0%B8%A7%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B8%81%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%94%E0%B8%B2%E0%B8%A9-%E0%B8%84%E0%B8%B7%E0%B8%AD%E0%B8%84%E0%B8%A7%E0%B8%B2%E0%B8%A1%E0%B8%A1%E0%B8%B1%E0%B9%88%E0%B8%99%E0%B8%84%E0%B8%87%E0%B8%82%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B8%8A%E0%B8%B5%E0%B8%A7%E0%B8%B4%E0%B8%95-"><strong>วุฒิการศึกษา: มากกว่ากระดาษ คือความมั่นคงของชีวิต</strong></h3>



<p>ประเด็นหนึ่งที่ยังคงมีคำถามอยู่คือเรื่องคุณภาพการศึกษาสำหรับเด็กที่จบการศึกษาด้วยระบบอื่น ซึ่งไม่ใช่ระบบ ‘มาตรฐาน’ ในโรงเรียนแบบที่สังคมคาดหวัง วิทิตพูดถึงประเด็นนี้ว่าบริบทของเด็กแต่ละคนไม่เหมือนกัน และวุฒิการศึกษาหมายถึงความมั่นคงของชีวิตพวกเขา ซึ่งอาจเป็นสิ่งที่พวกเขาไม่เคยมีมาก่อน</p>



<p>“ผมเคยโดนคำถามนี้เยอะ แต่ผมจะตอบคำถามนี้ด้วยเรื่องเล่าเรื่องหนึ่ง” วิทิตเริ่มเล่าเรื่อง</p>



<p>“ผมเคยสัมภาษณ์เด็กคนหนึ่งเพื่อรับเข้าเรียน เด็กคนนี้เป็นผู้หญิงชาวมุสลิมอยู่ตำบลบ่อแดง เขาหลุดจากระบบตอน ม.2 เพราะมีสามี ทีนี้สามีเขามีอาชีพทำประมง ออกเรือลำเล็กๆ ไปตอนกลางคืนแล้วกลับมาตอนเช้า ซึ่งเมื่อก่อนเขาก็ออกทะเลกับแฟนเขานั่นแหละ แต่พอมีลูกเขาจึงออกไม่ได้ ต้องเลี้ยงลูกที่บ้าน แต่ที่บ้านก็เลี้ยงแพะและเอาปลาที่สามีจับได้มาขาย&nbsp;</p>



<p>“ผมเลยถามเขาว่า ‘คุณก็ดูมั่นคงแล้วนี่จะเอาวุฒิไปทำอะไรล่ะ’ เขาตอบว่า ‘เผื่อเอาไปใช้สมัครทำงานโรงงาน’ พอผมฟังที่เธอเล่า ในหัวผมนึกถึงเพลง <em>ออกเล</em> ของมาลีฮวนน่า ที่พ่อบอกลูกก่อนจะออกทะเลว่า ‘จะออกเรือไปจนสุดขอบฟ้า ถ้าได้ปลามา กลับมาคงโชคดี… โอ้เจ้าแดงลูกพ่อเจ้าอย่ากวนให้แม่ตี’</p>



<p>“ผมเข้าใจผู้หญิงคนนี้เลยว่าถ้าวันหนึ่งสามีเขาออกทะเลแล้วไม่กลับมา เขาจะเลี้ยงลูกสองคนอย่างไร และเข้าใจทันทีว่าวุฒิการศึกษาไม่ใช่แค่เรื่องความรู้สำหรับผู้หญิงคนนี้ แต่มันคือความมั่นคงทางชีวิตของเขา หลังจากนั้นผมก็ไม่เคยสัมภาษณ์เด็กอีกเลย เพราะผมคิดว่าเราไม่ได้มีหน้าที่ตัดสินว่าเด็กเก่งหรือไม่เก่ง แล้วเอาวุฒิการศึกษามาฆ่าเขา หน้าที่ของผมคือเอากระดาษวุฒิแผ่นนี้ไปต่อชีวิตเขาเสีย คุณจะเก็บมันไว้ทำไม” วิทิตอธิบาย</p>



<figure class="wp-block-image size-full"><img decoding="async" loading="lazy" width="855" height="569" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/03/3-4.jpg" alt="" class="wp-image-100909" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/03/3-4.jpg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/03/3-4-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/03/3-4-768x511.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/03/3-4-750x500.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/03/3-4-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /></figure>



<p></p>



<h3 class="wp-block-heading" id="4--%E0%B8%9C%E0%B8%B5%E0%B9%80%E0%B8%AA%E0%B8%B7%E0%B9%89%E0%B8%AD%E0%B8%97%E0%B8%B8%E0%B8%81%E0%B8%95%E0%B8%B1%E0%B8%A7%E0%B8%A1%E0%B8%B5%E0%B8%84%E0%B9%88%E0%B8%B2-"><strong>ผีเสื้อทุกตัวมีค่า</strong></h3>



<p>ในแง่หนึ่ง การให้การศึกษาแก่เด็กที่หลุดออกจากระบบการศึกษาไปแล้ว รวมถึงความพยายามในการพยุงไม่ให้เด็กกลุ่มเสี่ยงหลุดไปนั้น เป็นการทำให้เด็กมีทางเลือกในชีวิต และอย่างน้อยๆ ก็สะท้อนว่า ถ้าเด็กได้รับการยอมรับและมีทางเลือกในชีวิตมากพอ เขาอาจไม่เลือกทางเดินชีวิตแบบเดิม</p>



<p>“ผมเชื่อว่ามนุษย์ต้องการคำชมไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง แล้วคุณเชื่อไหมวันนี้ (9 มีนาคม 2569) ที่เด็กได้มารับวุฒิกับผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา ผมคิดว่าวิธีคิดของเด็กเกินครึ่งเปลี่ยนไป มันเกิดการยอมรับของสังคมว่าเด็กกลุ่มนี้เรียนจบได้ จากที่เมื่อก่อนอาจถูกมองว่าเป็นเด็กไม่เอาถ่าน ซึ่งพอสังคมยอมรับเรื่องนี้ได้เราก็จะเห็นทางเอง เด็กที่เคยเกเรก็จะชวนเพื่อนมาเรียน” วิทิตลงรายละเอียด&nbsp;</p>



<p>ในขณะที่การขับเคลื่อนระดับพื้นที่อย่างสทิงพระโมเดลกำลังพยายาม ‘ดึงเด็กกลับมาเรียน’ อีกด้านหนึ่ง ระบบการศึกษาในระดับประเทศเองก็ขยับตัวเช่นกัน โดยเฉพาะสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ที่ดูแลเด็กวัยเรียนอายุ 3-18 ปีอยู่กว่า 6 ล้านคน (คิดเป็น 80% ของเด็กกลุ่มนี้) ตัวเลขนี้สะท้อนว่า หากสามารถดูแลเด็กในระบบหลักนี้ได้ ก็เท่ากับคุมภาพรวมของปัญหาได้เกือบทั้งหมด</p>



<p><strong>‘1 โรงเรียน 3 รูปแบบ’</strong> เป็นหนึ่งในเครื่องมือที่เปิดทางให้โรงเรียนจัดการเรียนรู้ได้ยืดหยุ่นมากขึ้น ไม่จำเป็นต้องผูกติดอยู่กับห้องเรียนเพียงรูปแบบเดียว ขณะเดียวกันยังมีการออกแบบโครงการ ‘<strong>นำการเรียนไปให้น้อง’</strong> สำหรับเด็กที่เสี่ยงหลุดจากระบบ แต่ยังมีชื่ออยู่ในโรงเรียน เด็กไม่จำเป็นต้องกลับมานั่งเช็กชื่อ ครูสามารถปรับรูปแบบการเรียนเป็นใบงานหรือการเรียนจากที่บ้านได้ แนวคิดนี้ตั้งอยู่บนความเข้าใจพื้นฐานว่า เด็กส่วนใหญ่ไม่ได้อยากหลุดออกจากระบบการศึกษา แต่มีเงื่อนไขบางอย่างที่ทำให้ไปต่อในรูปแบบเดิมไม่ได้</p>



<p>“เราต้องเข้าใจก่อนว่ามีเด็กที่มีปัญหาไม่ถึง 10% หรอก แต่ 10% นี่แหละคือ butterfly effect เราไม่รู้หรอกว่าเด็กคนหนึ่งจะเติบโตมาทำร้ายสังคมได้ขนาดไหน ถ้าเขาโตมาในสภาพแวดล้อมที่ไม่พร้อม คำถามคือจะมีเด็กหลุดจากระบบการศึกษาอีกกี่คนต่อปี ซึ่งเราต้องเข้าใจว่าหน้าที่การศึกษาคือการตอบโจทย์ความเป็นมนุษย์ของเด็ก และเสริมศักยภาพที่เหมาะสมกับชีวิตเขา” วิทิตอธิบาย</p>



<p>วิทิตกล่าวสรุปว่า “คำว่าการศึกษาคือคำเชิงบวก ดังนั้นสังคมต้องเข้าใจก่อนว่าที่เราออกแบบการศึกษาเพื่อเด็ก 10% นี้ เพื่อเปิดช่องให้เขาได้เรียน เราจะทำอย่างไรให้เขาได้วุฒิ ม.3 ซึ่งเป็นการศึกษาภาคบังคับ เพราะเราไม่อยากให้เกิด butterfly effect เท่านั้นเอง”</p>



<p>ในโลกของการศึกษา ไม่ควรมีเด็กคนไหนถูกปล่อยให้หลุดหายไปจากระบบเพียงเพราะเขามีบริบทชีวิตต่างจากคนอื่น</p>



<p>“ผีเสื้อทุกตัวมีค่า” วิทิตกล่าวทิ้งท้าย</p>



<p></p>



<hr class="wp-block-separator has-alpha-channel-opacity"/>



<p>ในงานพิธีมอบประกาศนียบัตรผู้สำเร็จการศึกษาขั้นพื้นฐาน ปีการศึกษา 2568 ที่อำเภอสทิงพระ จังหวัดสงขลา เมื่อวันที่ 9 มีนาคม 2569 มีหนึ่งครอบครัวที่เรียนจบการศึกษาขั้นพื้นฐานพร้อมกันทั้งครอบครัว สมหมาย สารทอง (แดง) ผู้เป็นแม่ของลูกทั้งสามกล่าวด้วยความดีใจว่า “วันนี้มีความสุขมาก เห็นลูกๆ เรียนจบ” หลังจากนี้ลูกๆ จะไปในเส้นทางที่ตัวเองชอบเช่น โก้สนใจเรื่องการซ่อมรถ อยากเรียนต่อเทคนิค ซึ่งเมื่อมีวุฒิการศึกษายิ่งทำให้พวกเขามีทางเลือกในชีวิตมากขึ้น</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-full"><img decoding="async" loading="lazy" width="855" height="569" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/03/1-4.jpg" alt="" class="wp-image-100913" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/03/1-4.jpg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/03/1-4-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/03/1-4-768x511.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/03/1-4-750x500.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/03/1-4-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /><figcaption class="wp-element-caption">[จากซ้ายไปขวา] เดฟ (16 ปี), โก้ (20 ปี), แม่แดง (52 ปี), ขาว (29 ปี)</figcaption></figure></div><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/article-260326/">สทิงพระโมเดล: เมื่อท้องถิ่นลุกขึ้น ‘ตามเด็กกลับมาเรียน’ และหยุดวงจรเด็กหลุดจากระบบ</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>เมื่อ “วิชาชีวิต” มาก่อน “อาชีพ” การเรียนรู้ที่คืนความเป็นมนุษย์ให้เด็ก กับ ทิชา ณ นคร ผู้อำนวยการบ้านกาญจนาภิเษก</title>
		<link>https://www.eef.or.th/article-210326/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Sat, 21 Mar 2026 02:05:52 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[บทความ]]></category>
		<category><![CDATA[Movement]]></category>
		<category><![CDATA[ทิชา ณ นคร]]></category>
		<category><![CDATA[บ้านกาญจนาภิเษก]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?p=100856</guid>

					<description><![CDATA[<p>มีคำถามหนึ่งที่ ทิชา ณ นคร หรือ ‘ป้ามล&#8217;’ ผู้อำนวย [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/article-210326/">เมื่อ “วิชาชีวิต” มาก่อน “อาชีพ” การเรียนรู้ที่คืนความเป็นมนุษย์ให้เด็ก กับ ทิชา ณ นคร ผู้อำนวยการบ้านกาญจนาภิเษก</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>มีคำถามหนึ่งที่ ทิชา ณ นคร หรือ ‘ป้ามล&#8217;’ ผู้อำนวยการบ้านกาญจนาภิเษก มักจะถามย้อนกลับไปยังผู้ที่เชื่อว่าการฝึกอาชีพคือทางออกของเด็กในสถานพินิจ</p>



<p>“ลองมองไปที่เรือนจำ คนที่ติดคุกไม่ใช่เพราะเขาไม่มีอาชีพ มีทั้งตำรวจ ข้าราชการ นักธุรกิจ หมอ และทนาย ดังนั้นปัญหาไม่ได้อยู่ที่อาชีพ”</p>



<p>คำถามนี้ไม่ใช่การปฏิเสธความสำคัญของการมีงานทำ แต่คือการชวนให้ย้อนกลับไปมองรากที่แท้จริงของปัญหา ตลอดกว่า 20 ปีที่บ้านกาญจนาภิเษก ป้ามลสร้างระบบการเรียนรู้บนความเชื่อที่ว่า ถ้าเปลี่ยนวิธีคิดได้ พฤติกรรมจะเปลี่ยนตามเอง และถ้าให้ชีวิตได้ก่อน เด็กจะไปหาอาชีพได้เอง</p>



<p></p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>เมื่อรั้วไม่ใช่กำแพง</strong></h3>



<p>บ้านกาญจนาภิเษกไม่ใช่คุกเด็กแบบที่หลายคนจินตนาการ เด็กที่ก้าวเข้ามาที่นี่ส่วนใหญ่ผ่านประสบการณ์อันหนักหน่วงมาแล้ว บ้างถูกทอดทิ้ง บ้างเติบโตในสภาพแวดล้อมที่ความรุนแรงคือเรื่องปกติ และเกือบทุกคนหลุดออกจากระบบการศึกษาในช่วงชั้นที่ต่างกัน สิ่งแรกที่พวกเขาได้รับเมื่อมาถึงจึงไม่ใช่ตารางเรียน แต่คือการกอดและคำถามง่ายๆ ว่าผมไปทำอะไรมาครับเขาจึงให้ผมมาอยู่ที่นี่</p>



<figure class="wp-block-image size-full"><img decoding="async" loading="lazy" width="855" height="569" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/03/1-3.jpg" alt="" class="wp-image-100859" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/03/1-3.jpg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/03/1-3-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/03/1-3-768x511.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/03/1-3-750x500.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/03/1-3-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /></figure>



<p></p>



<p>“เมื่อเด็กรู้สึกปลอดภัยว่าตัวเองจะไม่ถูกตัดสิน เขาจะตอบเต็มที่” ป้ามลกล่าว ซึ่งก็เป็นเช่นนั้นจริง เด็กหลายคนเริ่มเล่าเรื่องที่ไม่เคยบอกใคร บ้างเล่าถึงคดีที่ก่อ บ้างเล่าถึงพ่อที่หายไป แม่ที่ทิ้ง ความรู้สึกที่ถูกกดทับมาตลอด</p>



<p>สิ่งที่ป้ามลค้นพบจากประสบการณ์ที่สะสมมาคือ เด็กส่วนใหญ่ที่เดินทางมาถึงจุดนี้ไม่ได้ขาดทักษะหรือความสามารถ แต่ขาด ‘พื้นที่ปลอดภัย’ ที่ทำให้พวกเขาไม่จำเป็นต้องรักษา ‘ด้านมืด’ เอาไว้เพื่อปกป้องตัวเอง</p>



<p>“เด็กบางคนมาจากที่อื่นที่ต้องแสดงความดุ ความเหี้ยม เพื่อให้อยู่รอด พอมาที่นี่และเขารู้สึกว่าไม่ต้องทำแบบนั้นแล้ว เขาก็วางมันลงเอง” ป้ามลอธิบาย “เราไม่ต้องถือไม้กระบองหรือทำท่าให้น่ากลัว เพราะพื้นที่ปลอดภัยทำงานแทนเราได้ทั้งหมด”</p>



<p></p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>วิชาชีวิต ที่ไม่มีในหลักสูตรกระทรวง</strong></h3>



<p>ระบบการศึกษาที่บ้านกาญจนาภิเษกเดินบนสองเส้นทางขนานกัน <strong>เส้นทางแรก</strong>คือการเรียนผ่านระบบ สกร. (กรมส่งเสริมการเรียนรู้ อดีต กศน.) เพื่อให้เด็กได้รับวุฒิ ม.6 <strong>ส่วนเส้นทางที่สอง</strong>ซึ่งป้ามลออกแบบเองคือ ‘วิชาชีวิต’ ที่มี 8 กลุ่มสาระ แต่ไม่ใช่ 8 กลุ่มสาระของกระทรวงศึกษาธิการ</p>



<p>“วิชาของเราเริ่มจากชื่อที่อาจฟังดูแปลก” ป้ามลบอก หนึ่งในนั้นคือวิชาที่ชื่อ ‘ผู้รอดบนความขาดพร่อง’ ซึ่งพาเด็กไปรู้จักกับผู้คนทั่วโลกที่ฝ่าฟันชีวิตด้วยสิ่งที่หายไป ตั้งแต่ Nick Vujicic ชายที่เกิดมาโดยไม่มีแขนไม่มีขา ไปจนถึงเรื่องราวของคนที่ไม่มีพ่อ ไม่มีแม่ แต่สร้างชีวิตได้</p>



<p>“เราไม่ได้บอกเด็กว่า เฮ้ย คนไม่มีพ่อไม่มีแม่ก็เยอะแยะ ไม่เห็นเป็นอะไร” ป้ามลอธิบายเจตนา “แต่เราชวนเขาไล่ดูว่าคนเหล่านี้มีอะไรหายไปจากชีวิตบ้าง แล้วมีอะไรเหลืออยู่อีก และเขาให้คุณค่ากับอะไรถึงรอดมาได้ จากนั้นก็ย้ายคำถามมาที่ตัวเด็กเอง”</p>



<p>เด็กคนหนึ่งเคยบอกกับป้ามลว่า ก่อนจะเรียนวิชานี้ ทุกครั้งที่เดินสวนกับผู้ชายในชุมชน เขาจะแอบคิดในใจตลอดว่า ‘ขอให้เขาเป็นพ่อผมเถอะ’ ทั้งที่มีแม่อยู่ที่บ้านคนเดียว “ผมมัวแต่งมหาคนที่หายไป ไม่เคยให้ความสนใจกับสิ่งที่ผมมีอยู่” เด็กคนนั้นพูดหลังเรียนวิชานี้ไปสักพัก</p>



<figure class="wp-block-image size-full"><img decoding="async" loading="lazy" width="855" height="569" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/03/2-3.jpg" alt="" class="wp-image-100860" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/03/2-3.jpg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/03/2-3-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/03/2-3-768x511.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/03/2-3-750x500.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/03/2-3-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /></figure>



<p></p>



<p>นอกจากวิชาผู้รอดฯ ยังมีการวิเคราะห์ข่าว วิเคราะห์หนัง และถกประเด็นร้อนในสังคม เป้าหมายคือให้เด็กรู้สึกว่าตัวเองเป็นส่วนหนึ่งของโลกที่กำลังหมุนอยู่ ไม่ใช่คนที่ถูกหยุดเวลาหลังถูกพิพากษา</p>



<p>“นาฬิกาชีวิตของเด็กต้องไม่หยุดเดิน แม้เขาจะอยู่ในสถานควบคุม” ป้ามลกล่าว “สังคมหมุนไปทางไหน เขาต้องหมุนต้องขบคิดติดตาม เพื่อให้ยังเป็นส่วนหนึ่ง ไม่ใช่คนอื่น”</p>



<p></p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>ต้นไม้ที่ต้องใช้เวลาก่อนย้ายกระถาง</strong></h3>



<p>ไม่นานมานี้ บ้านกาญจนาภิเษกรับเด็กชายคนหนึ่ง ลูกชายนายตำรวจระดับสูง สถานีตำรวจในเมืองใหญ่ เพราะเคย ก่อคดีมาแล้วนับสิบ ก่อนมาถึงที่นี่ เขาผ่านสถานพินิจมาหลายแห่ง และหนึ่งในนั้น เขาถูกตั้งข้อหาเพิ่มจากการทะเลาะและใช้อาวุธที่ประดิษฐ์เองแทงเด็กข้างใน จนอธิบดีสั่งให้ไปแจ้งความ เพิ่มคดีต่อเนื่อง</p>



<p>แต่ตั้งแต่วันแรกที่เขาเข้ามาบ้านกาญจนาภิเษก ป้ามลไม่เคยเห็นด้านมืดหรือความรุนแรงที่เขามีชื่อเสียงเลย เขาร่วมเดินทางไปกับคนในบ้านกาญจนาภิเษกเพื่อทำกิจกรรม รู้จักคิด รู้จักไตร่ตรอง และเริ่มพูดคุยกับพ่อมากขึ้นกว่าที่เคยเป็นมาตลอดชีวิต</p>



<p>“ผมไม่เคยคุยกับพ่อมากเท่าตอนมาอยู่ที่บ้านกาญจนาเลย” เด็กบอก “รู้สึกสนิทกับพ่อ ได้กินข้าวด้วยกัน ได้คุยกัน มันเป็นความสุขที่ไม่เคยรู้สึกมาก่อน”</p>



<p>วันที่พ่อมารับกลับบ้านช่วงสิ้นเดือน เขาเอ่ยปากขอให้ลูกไปเรียนต่อนิติศาสตร์ ป้ามลฟังแล้วก็ยิ้ม แต่ก็รู้สึกถึงอะไรบางอย่างที่ต้องพูดตรงๆ</p>



<p>“เราดีใจที่พ่อเห็นคุณค่าของลูก แต่ต้นไม้ที่เพิ่งย้ายกระถางต้องใช้เวลาให้รากแข็งแรงก่อน” ป้ามลอธิบายว่าเด็กคนนี้กำลังอยู่ในช่วงที่ดีที่สุดของกระบวนการ ความสัมพันธ์กับพ่อกำลังงอกงาม ความไว้วางใจกำลังสะสม การรีบดึงออกไปก่อนที่รากจะพร้อม อาจทำให้ทุกอย่างที่สร้างมาต้องเริ่มใหม่</p>



<p>“ป้าเชื่อว่าการเปลี่ยนวิธีคิดและ ‘การถักทอสายสัมพันธ์กับครอบครัว’ คือสิ่งสำคัญอันดับแรก (First Priority) เด็กที่นี่ในอีกมิติหนึ่งเหมือน ‘ต้นไม้ที่ย้ายกระถาง’ เขาต้องการเวลาและความรู้สึกปลอดภัยก่อน สำหรับเคสลูกชายนายตำรวจ เมื่อเขารู้สึกปลอดภัยจนไม่จำเป็นต้องแสดง ‘ด้านมืด’ ออกมา และฟื้นฟูความสัมพันธ์กับพ่อดีขึ้นอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อนแล้ว สิ่งนี้สำคัญกว่าการรีบส่งเขาออกไปเรียนวิชาการในทันที เพราะเขาต้องเป็นต้นไม้ที่แข็งแรงก่อนจะย้ายกระถางอีกครั้ง” ป้ามลกล่าวย้ำ</p>



<p><strong>หมายเหตุ  ระหว่างการเดินทางบนทุนคิด ทุนชีวิต ทุนสายสัมพันธ์ที่ขาดพร่องและไม่แข็งแรงพอ เด็กคนนี้ล้มอีกครั้ง  ตอนนี้กำลังตั้งหลักใหม่ โดยพ่อเริ่มเห็นส่วนที่ขาดพร่องและต้องเติม นั่นคือการมานอนกับลูกชายสลับกับแม่ที่ “Parents room”  ซึ่งเป็นห้องสำหรับให้คนในครอบครัวได้อยู่กันอย่างใกล้ชิดในช่วงที่สะดวกจากงาน (ส่วนใหญ่คือช่วงกลางคืน) โดยมีทีมฯ บ้านกาญจนาภิเษกช่วยเสริมพลัง</strong></p>



<figure class="wp-block-image size-full"><img decoding="async" loading="lazy" width="855" height="569" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/03/3-3.jpg" alt="" class="wp-image-100861" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/03/3-3.jpg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/03/3-3-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/03/3-3-768x511.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/03/3-3-750x500.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/03/3-3-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /></figure>



<p></p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>ให้ชีวิตก่อน แล้วชีวิตจะหาอาชีพเอง</strong></h3>



<p>เมื่อครั้งที่สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ เสด็จมาเยี่ยมบ้านกาญจนาภิเษก และรับสั่งว่าพระองค์พร้อมช่วยเรื่องการฝึกอาชีพ ป้ามลทูลตอบไปตรงๆ ว่าไม่จำเป็น</p>



<p>“เราไม่เชื่อเรื่องอาชีพนำหน้า” เธอบอก และยกตัวอย่างให้เห็นว่า บรรดาคนในเรือนจำมีทั้งคนที่มีอาชีพดี  มีการศึกษา มีฐานะ ปัญหาของพวกเขาไม่ใช่ขาดทักษะอาชีพ แต่ขาดวิธีคิดที่ทำให้อยู่กับโลกได้อย่างที่ควรจะเป็น</p>



<p>หลักการที่ป้ามลใช้คือ ‘ให้ชีวิตก่อน แล้วเอาชีวิตไปหาอาชีพ’ ศิษย์เก่าของบ้านกาญจนาภิเษกที่กลายเป็นสตั้นแมน ไม่ได้รับการสอนเรื่องการแสดงแต่อย่างใด แต่เมื่อเขารู้สึกปลอดภัยพอที่จะ ‘ลงจากหลังเสือ’ วางด้านมืดที่เคยใช้ปกป้องตัวเองลง เขาก็เริ่มหยิบกีตาร์ขึ้นมาเล่น พัฒนาตัวเองจากตรงนั้น จนมีแสงเป็นของตัวเอง</p>



<p>แนวคิดนี้กำลังจะขยับต่อ เมื่อกฎกระทรวงที่เปิดทางให้ภาคประชาสังคมบริหารสถานควบคุมได้ผ่าน ครม. แล้ว ป้ามลวางภาพไว้ว่าในอนาคต บ้านกาญจนาภิเษกจะไม่ต้องพึ่งเจ้าหน้าที่รัฐสอนวิชาชีพอีกต่อไป แต่จะเชิญรุ่นพี่ที่เคยอยู่ที่นี่และมีวิชาชีพแล้ว มาเป็นผู้สอนแทน เธอเรียกมันว่า ‘จากผู้รอดสู่ผู้รอด’</p>



<p>“เราจะไปหารุ่นพี่ที่เป็นเจ้าของร้านหอยทอด ช่างล้างแอร์ หรืออาชีพอะไรก็แล้วแต่ที่เขาทำสำเร็จ ให้เขามาสอนน้อง” ป้ามลอธิบาย “เพราะเขาพูดจากชีวิตจริง ไม่ใช่จากตำรา”</p>



<p></p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>ความสำเร็จของปัจเจก ไม่พอ ถ้าระบบยังไม่เปลี่ยน</strong></h3>



<p>มีวันหนึ่งที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมในยุคนั้น คือคุณทวี สอดส่อง มาเยือนบ้านกาญจนาภิเษก ท่ามกลางกระแสข่าวที่ป้ามลอาจถูกให้ออกจากตำแหน่ง ในวันนั้นมีศิษย์เก่าที่ปล่อยตัวออกไปนานแล้วกลับมาพบกันด้วย หนึ่งในนั้นคือเด็กหนุ่มที่เคยเวียนเข้าออกสถานพินิจต่างๆ มาแล้วถึง 8 รอบ ก่อนที่รอบที่ 8 จะพาเขามาที่บ้านกาญจนาภิเษก</p>



<p>“ถ้าผมไม่รอดในรอบที่ 8 นี้ ผมจะไม่มีรอบที่ 9 ในคุกเด็ก แต่ผมจะเป็นรอบที่ 1 ของคุกผู้ใหญ่”&nbsp; เขาพูดกับรัฐมนตรีตรงๆ</p>



<p>คุณทวี ซึ่งเป็นรัฐมนตรีในตอนนั้นฟังแล้วปลื้มใจ บอกว่า “อย่างน้อยได้มาคนนึง(ที่กลับใจ) ผมก็ปลื้มแล้ว” แต่ป้ามลกลับพูดขึ้นทันทีว่าอย่าพูดแบบนั้น นั่นเพราะเธอมองว่า</p>



<figure class="wp-block-image size-full"><img decoding="async" loading="lazy" width="855" height="569" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/03/4-2.jpg" alt="" class="wp-image-100862" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/03/4-2.jpg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/03/4-2-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/03/4-2-768x511.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/03/4-2-750x500.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/03/4-2-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /></figure>



<p></p>



<p>“ความสำเร็จระดับปัจเจกบอกเราแค่ว่าเรามาถูกทางแล้ว แต่มันต้อง scale up ไปสู่ระบบ เราไม่ควรกอดความสำเร็จของปัจเจกแล้วปลื้มกับมัน” ป้ามลอธิบาย</p>



<p>และนี่คือหัวใจของข้อเสนอเชิงนโยบายที่ป้ามลพยายามผลักดันมาตลอด ว่าการศึกษาของเด็กในสถานพินิจต้องไม่ฝากไว้กับความใจดี ความทุ่มเทของคนๆ เดียว แต่ต้องมีระบบรองรับ</p>



<p>ปัญหาที่เธอเห็นซ้ำแล้วซ้ำเล่าคือรอยแยกระหว่างสองโลกที่ควรจะเชื่อมกัน โลกของ สกร. ที่ส่งครูมาสอนหนึ่งวันต่อสัปดาห์ และโลกของวิชาชีวิตที่บ้านกาญจนาภิเษกสร้างขึ้น ทั้งสองเดินคู่ขนานกันโดยไม่ได้บรรจบ</p>



<p>“สกร. กับเราใกล้กัน แต่แทบจะเชื่อมกันในเชิงเนื้อหาไม่ได้เลย ครูที่เขาส่งมาเห็นวิชาชีวิตที่เกิดขึ้นตรงหน้าทุกสัปดาห์ แต่ก็ยังคงเดินหน้าตามธงของตัวเองเหมือนเดิม” ป้ามลกล่าว ส่วนหนึ่งเพราะบุคลากรของ สกร. เปลี่ยนบ่อย ความยึดโยงกับองค์กรจึงน้อย และยากที่จะสร้างความเข้าใจร่วมกันในระยะยาว</p>



<p>การศึกษาที่ยืดหยุ่นจริงในความเห็นของป้ามล ไม่ใช่แค่การมีหลักสูตรทางเลือกเพิ่มขึ้น แต่คือการเริ่มจากการมอบอำนาจให้เด็กมีส่วนร่วมในการตัดสินใจว่าจะเรียนอะไรตั้งแต่แรก</p>



<p>“การแชร์อำนาจทำให้เด็กรู้สึกว่าตัวเองมีพลัง ตัวเองไม่โง่ รู้สึกปลอดภัย และนั่นแหละที่ทำให้เขาเห็นอนาคต อยากไปถึงเป้าหมาย โดยที่ไม่ต้องมีใครคุมเข้มเรื่องความรุนแรงเลย” เธออธิบาย เด็กใหม่หลายคนเขียนไดอารี่หลังจากมาอยู่ไม่นานว่า ไม่เข้าใจว่าทำไมที่นี่ถึงให้เด็กตัดสินใจร่วมกันทุกอย่าง แต่รู้สึกว่ามันดีมาก</p>



<p>ในระดับโครงสร้าง ป้ามลยังเสนอว่าระบบยุติธรรมเยาวชนของไทยยังขาดสิ่งสำคัญอีกอย่างหนึ่ง เธอยกตัวอย่างจากสิ่งที่ได้เห็นที่ไมอามี อเมริกา ซึ่งกำหนดให้ผู้พิพากษาศาลเยาวชนต้องผ่านการเรียนด้านจิตวิทยาและพัฒนาการเด็กด้วย ไม่ใช่มีแค่ความรู้ทางกฎหมายเพียงอย่างเดียว</p>



<p>“คนคนเดียวมีสองศาสตร์อยู่ในตัว นั่นคือสิ่งที่ดีมาก แต่ของไทยเรา ผู้พิพากษาศาลเยาวชนมีศาสตร์เดียว และศาสตร์นั้นก็ยังไม่ได้ทำให้เข้าใจเด็กได้ดีพอและในเชิงระบบยังมีการย้ายข้ามศาลทุก 1-2 ปี ฉะนั้นอย่าถามเรื่องความเชี่ยวชาญ” ป้ามลกล่าว</p>



<p></p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>เมื่อระบบยังมองเด็กเป็น ‘ความเสี่ยง’</strong></h3>



<p>ตลอดกว่าสิบปีที่ผ่านมา กรมพินิจฯ มีนโยบายเพิ่มค่าตอบแทนให้เจ้าหน้าที่ที่สถานพินิจที่เรียกว่า ‘ค่าเสี่ยงภัย’ ซึ่งมีมูลค่า 5,500 บาทต่อเดือน&nbsp; ป้ามลเป็นคนเดียวในระบบ ในนโยบายนี้ที่ปฏิเสธไม่รับเงินก้อนนี้มาตลอด&nbsp; (เซ็นรับแต่มอบให้เจ้าหน้าที่จ้างเหมาที่เงินเดือนน้อยกว่าค่าแรงขั้นต่ำ)</p>



<p>“เพราะถ้าเรารับเงินค่าเสี่ยงภัย แปลว่าเรายอมรับโดยปริยายว่าเด็กที่อยู่ตรงหน้าเราคือภัยคุกคาม” เธอบอก “และถ้าเราเริ่มต้นด้วยการมองเขาแบบนั้น ความไว้วางใจจะไม่มีวันเกิด”</p>



<p>นี่คือสิ่งที่ป้ามลเรียกว่า ‘ความกลัวที่เป็นมายาคติ’ เธอไม่เคยรู้สึกกลัวในการทำงานกับเด็กเหล่านี้ ไม่ใช่เพราะไม่รู้ว่าพวกเขาเคยทำอะไรมา แต่เพราะเธอเชื่อว่าความปลอดภัยที่แท้จริงไม่ได้เกิดจากการระวังหรือควบคุม แต่เกิดจากการสร้างความสัมพันธ์ที่ทำให้เด็กไม่จำเป็นต้องระเบิดออกมา</p>



<p>“เราไม่ต้องนั่งถือไม้กระบองหรือทำท่าให้น่ากลัว เพราะเมื่อเด็กรู้สึกว่าตัวเองมีคุณค่า รู้สึกว่าตัวเองมีพลัง เขาจะเก็บด้านมืดไว้เองโดยไม่มีใครสั่ง”</p>



<p>และในเรื่องระบบการศึกษา ป้ามลมองว่าสิ่งที่ขาดหายคือความกล้าของผู้ใหญ่ที่จะเชื่อว่าเด็กกลุ่มนี้เปลี่ยนแปลงได้จริง ระบบที่ส่งครูมาสอนวิชาสามัญในวันอังคารแล้วกลับไป โดยไม่เชื่อมกับชีวิตที่เด็กกำลังเผชิญ ยังคงทำงานอยู่แบบเดิม แม้จะมีงบประมาณและบุคลากรเพิ่มขึ้นก็ตาม</p>



<p>“วิชาที่เขาส่งมาสอน ไม่ได้ถูกออกแบบมาสำหรับเด็กที่หลุดออกจากการศึกษาแล้วก่อคดีมา” ป้ามลพูดตรงๆ โดยนัยยะของเธอคือ ระบบต้องยืดหยุ่นพอที่จะนับรวมสิ่งที่เด็กเรียนรู้จากชีวิตจริงด้วย ไม่ใช่แค่ในห้องเรียน</p>



<figure class="wp-block-image size-full"><img decoding="async" loading="lazy" width="855" height="569" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/03/5-1.jpg" alt="" class="wp-image-100863" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/03/5-1.jpg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/03/5-1-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/03/5-1-768x511.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/03/5-1-750x500.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/03/5-1-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /></figure>



<p></p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>เด็กที่หายไป 6 ปี</strong></h3>



<p>เมื่อถามถึงความล้มเหลว ป้ามลเปิดใจเล่าถึงเรื่องของเด็กที่หนีออกจากบ้านตั้งแต่อายุ 12 ปี คนหนึ่งที่เข้ามาอยู่บ้านกาญจนาภิเษกได้เพียงเดือนเดียว และหลังจากเราช่วยกันรื้อค้นความทรงจำและนำเขากลับไปที่ถิ่นฐานบ้านเกิดพ่อเฒ่า แม่เฒ่าที่จากมาแต่ในที่สุดเขาก็หลบหนีออกไปโดยไม่มีใครรู้ว่าเขาไปอยู่ที่ไหน</p>



<p>“เมื่อเด็กคนนี้หายไป ตลอดระยะเวลา 5-6 ปีที่ตามหาตัวเขาไม่เจอ ทุกครั้งที่มีข่าวปล้น ข่าวฆ่า ป้าต้องรีบเปิดดูว่ามีชื่อเขาไหม” เธอเล่า “เรามิอาจปฏิเสธความรับผิดชอบนั้นได้ แม้เขาจะอยู่กับเราสั้นมากและเราพยายามซ่อมรอยแตกร้าวในใจให้เขาอย่างเร่งด่วน เราทุกข์ใจกับเรื่องนี้มากเลย”</p>



<p>แล้ววันหนึ่ง ประมาณปีที่ 6 เด็กคนนั้น ซึ่งตอนนี้กลายเป็นชายหนุ่มแล้ว ปรากฏตัวที่หน้าห้องป้ามลพร้อมพวงมาลัย ก้มกราบ และพูดว่า “ตลอดเวลาที่ 5-6 ปีที่หนีไป ผมไม่มีใคร ผมคิดถึงบ้านนี้ตลอด แต่ไม่กล้ามา วันนี้ตัดสินใจแล้วว่าต้องมาหาป้า” เขาบอกว่าตลอด 6 ปีที่ผ่านไป เขาไม่ได้ก่อคดีอีกเลย แต่ติดรถบ้านลม ที่จัดตามตลาด ไม่รู้จะไปทางไหน จนในที่สุดก็หวนกลับมา</p>



<p>“ถ้าเล่าแค่ตอนที่เขาหนี นี่คือความล้มเหลวของบ้านกาญจนาภิเษก” ป้ามลพูด “แต่ถ้าเล่าต่อจนถึงวันที่เขากลับมา มอบตัว เข้าเรือนจำติดในส่วนที่เหลือ แล้วออกมาหางานทำ มีรถปิกอัพ มีครอบครัว เรื่องเดียวกันนั้นกลายเป็นอีกความหมายหนึ่ง”</p>



<p>และจากเรื่องราวที่เกือบจะถือเป็นความล้มเหลวของบ้านกาญจนาภิเษกนี้เอง ป้ามลก็สะท้อนบทสรุปให้พวกเราได้รับฟังอย่างมีความหวังว่า</p>



<p>“เรื่องราวการเปลี่ยนแปลงนี้ ในหลายเคส ทำให้ป้าอยากเขียนเป็นหนังสือเล่มที่สองต่อจาก “เด็กน้อยโตเข้าหาแสง” เพื่อบอกกับโลกว่ามนุษย์ทุกคนเปลี่ยนได้จริงภายใต้ความแตกสลายที่เขาควบคุมไม่ได้ในช่วงวัยหนึ่ง”<br><br>น้ำเสียงของป้ามลมุ่งมั่น</p>



<p>แน่นอนว่าการเยียวยาความแตกสลายสู่การเปลี่ยนแปลงอาจต้องใช้เวลา แต่ก็มีหลักฐานพิสูจน์ให้เห็นหลายเคส แล้วว่า&nbsp;</p>



<p>มันสามารถเกิดขึ้นจริงได้ ถ้ามีคนที่ไม่หยุดเชื่อในตัวเด็กเหล่านี้</p><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/article-210326/">เมื่อ “วิชาชีวิต” มาก่อน “อาชีพ” การเรียนรู้ที่คืนความเป็นมนุษย์ให้เด็ก กับ ทิชา ณ นคร ผู้อำนวยการบ้านกาญจนาภิเษก</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>รอยต่อที่เปราะบาง: ชีวิตเด็กหาดใหญ่หลังน้ำท่วมกับความเสี่ยงหลุดจากระบบการศึกษา</title>
		<link>https://www.eef.or.th/article-190326/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 19 Mar 2026 05:06:58 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[บทความ]]></category>
		<category><![CDATA[Movement]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?p=100807</guid>

					<description><![CDATA[<p>หากมองอย่างผิวเผิน เมืองหาดใหญ่ดูเหมือนเข้าสู่สถานการณ์ [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/article-190326/">รอยต่อที่เปราะบาง: ชีวิตเด็กหาดใหญ่หลังน้ำท่วมกับความเสี่ยงหลุดจากระบบการศึกษา</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>หากมองอย่างผิวเผิน เมืองหาดใหญ่ดูเหมือนเข้าสู่สถานการณ์ปกติแล้วหลังเหตุการณ์น้ำท่วม บ้านเรือนถูกขัดและทาสีใหม่ ขยะตามถนนและตรอกซอยถูกขนย้ายไปทิ้งเรียบร้อยแล้ว และผู้คนก็กลับมาใช้ชีวิตเหมือนอย่างที่เคยเป็น แต่ลึกลงไป ผู้คนยังต้องเผชิญบาดแผลจากน้ำท่วมอยู่ไม่น้อย โดยเฉพาะกลุ่มเปราะบาง</p>



<p>สำหรับหลายครอบครัว ชีวิตหลังน้ำท่วมคือการค่อยๆ ประกอบชีวิตกลับเข้าที่ แต่สำหรับบางบ้าน เหตุการณ์น้ำท่วมกลับเป็นจุดเปลี่ยนใหญ่ของชีวิตที่ยากจะย้อนคืน โดยเฉพาะเด็กหลายคนที่เสี่ยงหลุดออกจากระบบการศึกษาจากอุทกภัยในครั้งนี้&nbsp;</p>



<p>น้ำท่วมไม่ได้พัดแค่ข้าวของ แต่ดูเหมือนจะพัดอนาคตของเด็กหลายคนไปด้วย</p>



<figure class="wp-block-image size-full"><img decoding="async" loading="lazy" width="855" height="569" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/03/โซนบ้านเกรซแกรนด์เขตพื้นที่ต่ำ-น้ำท่วม.jpg" alt="" class="wp-image-100811" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/03/โซนบ้านเกรซแกรนด์เขตพื้นที่ต่ำ-น้ำท่วม.jpg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/03/โซนบ้านเกรซแกรนด์เขตพื้นที่ต่ำ-น้ำท่วม-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/03/โซนบ้านเกรซแกรนด์เขตพื้นที่ต่ำ-น้ำท่วม-768x511.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/03/โซนบ้านเกรซแกรนด์เขตพื้นที่ต่ำ-น้ำท่วม-750x500.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/03/โซนบ้านเกรซแกรนด์เขตพื้นที่ต่ำ-น้ำท่วม-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /></figure>



<p></p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>หาเด็กให้เจอและช่วยเหลือให้ทันท่วงที</strong></h3>



<p>“ทุกครั้งที่เกิดภัยพิบัติ เด็กจะมีความเสี่ยงหลุดจากระบบการศึกษาอยู่แล้ว” <strong>นิพนธ์ รัตนาคม</strong> ประธานมูลนิธิอาสาสร้างสุข และผู้จัดตั้งศูนย์รับแจ้งวิกฤติการศึกษา จ.สงขลา กล่าวถึงประเด็นที่กำลังเป็นปัญหาหลังน้ำท่วมหาดใหญ่</p>



<p>จังหวัดสงขลามีเด็กที่หลุดออกจากระบบการศึกษาอยู่ราว 20,000 คน และเมื่อเกิดเหตุการณ์น้ำท่วมหาดใหญ่ยิ่งเป็นจุดที่ทำให้เกิด ‘เด็กกลุ่มเสี่ยง’ จะหลุดออกจากระบบการศึกษามากขึ้น โดยเฉพาะเด็กที่อยู่ในช่วงชั้นรอยต่อ เช่น ป.6 หรือ ม.3 ซึ่งนั่นหมายถึงการที่เด็กหลายคนอาจเรียนไม่จบการศึกษาขั้นพื้นฐาน เพราะความเปราะบางของชีวิตถูกซ้ำเติมด้วยน้ำท่วม</p>



<p>นิพนธ์อธิบายให้เห็นภาพว่า เรื่องที่หลายคนอาจมองว่าไม่ใช่ปัญหาใหญ่ เช่น ชุดนักเรียนและอุปกรณ์การเรียนถูกน้ำท่วมเสียหาย กลายเป็นเหตุผลที่ทำให้เด็กบางส่วนไม่มีความมั่นใจจะกลับมาเรียน และยิ่งอยู่ในช่วงรอยต่อของชั้นเรียน ยิ่งทำให้บางคนตัดสินใจจะไม่สมัครเรียนต่อในช่วงชั้นถัดไปเพราะปัญหาเรื่องการเงินของที่บ้าน</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-full"><img decoding="async" loading="lazy" width="855" height="569" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/03/นิพนธ์2-3.jpg" alt="" class="wp-image-100812" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/03/นิพนธ์2-3.jpg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/03/นิพนธ์2-3-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/03/นิพนธ์2-3-768x511.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/03/นิพนธ์2-3-750x500.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/03/นิพนธ์2-3-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /><figcaption class="wp-element-caption">นิพนธ์ รัตนาคม</figcaption></figure></div>


<p></p>



<p>“พอน้ำท่วม ข้าวของทรัพย์สินหายไปกับน้ำหมด เด็กบางส่วนรู้สึกอายที่ต้องใส่ชุดนักเรียนที่เปรอะเปื้อนมาเรียน หรือต้องใส่ชุดไปรเวทมาเรียน แม้แต่บางส่วนพอต้องไปสมัครเรียนต่อ ม.1 เด็กก็รู้สึกว่าครอบครัวต้องมาเสียค่าใช้จ่ายกับตัวเขาในขณะที่บ้านพัง รถพัง พ่อแม่ก็ตกงานเพราะที่ทำงานไปไม่รอดเพราะน้ำท่วม เขาอาจจะรู้สึกไม่ดีจนไม่อยากเรียนต่อ หลายครอบครัวเดินมาถึงทางเลือกว่าจะให้ลูกเรียนต่อหรือใช้เงินซ่อมบ้าน ซึ่งชีวิตคนไม่ควรเดินมาถึงทางเลือกแบบนี้” นิพนธ์ลงรายละเอียด&nbsp;</p>



<p>แม้จะมีนโยบายเรียนฟรีซึ่งมีเงินอุดหนุนเครื่องแบบนักเรียน แต่เงินอุดหนุนไม่เพียงพอต่อค่าใช้จ่ายที่ต้องใช้จริง เด็กคนหนึ่งต้องใช้งบประมาณราว 2,000-3,000 บาทสำหรับเครื่องแบบทั้งหมด ในขณะที่มีงบประมาณค่าเครื่องแบบให้ประมาณหลักร้อยต่อเทอม และยิ่งน้ำท่วมพัดเอาชุดนักเรียนพวกเขาไปจนหมด การซื้อเครื่องแบบใหม่ของเด็กในกลุ่มเปราะบางทางเศรษฐกิจย่อมเป็นภาระน่าที่หนักหนา</p>



<p>นี่เองจึงเป็นเหตุผลที่ทางมูลนิธิอาสาสร้างสุขจัดตั้ง<a href="https://www.facebook.com/profile.php?id=100089571557897" target="_blank" rel="noopener" title=""><strong>ศูนย์รับแจ้งวิกฤติการศึกษา จ.สงขลา</strong></a> เพื่อทำงานช่วยเหลือเด็กที่เสี่ยงจะหลุดออกจากระบบในพื้นที่จากเหตุการณ์น้ำท่วม โดยนิพนธ์บอกว่าในช่วงไม่กี่เดือนที่ผ่านมา มีการแจ้งเข้ามาขอความช่วยเหลือแล้วกว่า 600 กรณี</p>



<p>“หลังน้ำท่วม เราประเมินกันว่าอาจมีเด็กหลุดจากระบบการศึกษาโดยเฉพาะเด็กช่วงชั้นรอยต่อ ดังนั้นเราต้องค้นหาเขาให้เจอโดยเร็ว แล้วช่วยให้เขาผ่านจุดวิกฤติตรงนี้ไปได้ บางครั้งเราต้องไปดูว่าเขาต้องได้รับความช่วยเหลือเรื่องไหนบ้าง ซึ่งแต่ละคนไม่เหมือนกัน บางกรณีเป็นเรื่องการส่งเสริมอาชีพของครอบครัว บางกรณีเป็นเรื่องการช่วยซ่อมหรือสร้างบ้าน ซึ่งเราก็ระดมทรัพยากรจากหน่วยงานระดับจังหวัดนี่แหละมาช่วยเหลือกัน” นิพนธ์กล่าว</p>



<p>ทั้งนี้นิพนธ์กล่าวว่านี่เป็นเพียงการทำงานนำร่องเท่านั้น แต่ตอนนี้ในกระบวนการช่วยเหลือยังต้องเพิ่มประสิทธิภาพในการค้นหาเด็กที่ต้องการความช่วยเหลือจริงๆ และช่วยเหลือให้ดีและครอบคลุมด้วย ซึ่งทั้งหมดนี้จะเกิดขึ้นได้ก็จากการทำงานร่วมกันของหลายหน่วยงานในจังหวัด</p>



<figure class="wp-block-image size-full"><img decoding="async" loading="lazy" width="855" height="569" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/03/นิพนธ์3.jpg" alt="" class="wp-image-100813" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/03/นิพนธ์3.jpg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/03/นิพนธ์3-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/03/นิพนธ์3-768x511.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/03/นิพนธ์3-750x500.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/03/นิพนธ์3-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /></figure>



<p></p>



<p>ในภาพรวมของเด็กที่เสี่ยงหลุดจากระบบการศึกษาทั้งหมด นิพนธ์กล่าวว่าสิ่งที่ยังขาดคือกลไกในการชี้เป้า</p>



<p>“เรื่องของกลไกการช่วยเหลือในจังหวัดมีครบอยู่แล้ว เพียงแต่ยังขาดกลไกการชี้เป้าว่าควรต้องทุ่มกําลังไปช่วยเด็กคนไหนในเวลาไหน และต้องช่วยเรื่องอะไรที่เป็นจุดคานงัดสำคัญ</p>



<p>“ถ้าเราค้นหาเขาเจอตั้งแต่ก่อนเสี่ยงหลุดจากระบบจะง่ายกว่าเยอะ ถ้าเราเจอเร็ว การช่วยเหลือครั้งแรกๆ อาจจะไม่เกี่ยวกับเรื่องเงินด้วยซ้ำนะครับ บางครั้งเป็นแค่การให้กําลังใจหรือช่วยให้ครอบครัวเข้าถึงสวัสดิการพื้นฐานของรัฐ นี่คือกลไกการเฝ้าระวัง และบางครั้งก็ไม่ใช่แค่ว่าป้องกันไม่ให้เขาออกจากโรงเรียนนะ ถ้าเขารู้สึกว่าเขาไม่เหมาะกับโรงเรียนนั้น เราก็สามารถหาสถานศึกษาหรือรูปแบบการศึกษาอื่นที่เหมาะกับเขาได้ ก่อนที่เขาจะหลุดหายไป” นิพนธ์กล่าวถึงประเด็นการแก้ปัญหาในระยะยาว ซึ่งเชื่อมโยงกับการศึกษาทางเลือกที่สามารถรองรับเด็กที่มีปัจจัยชีวิตแตกต่างหลากหลายด้วย</p>



<p>ประเด็นที่สำคัญในการป้องกันเด็กหลุดออกจากระบบคือ ต้องมีการรวบรวมข้อมูลที่ทันท่วงที เฝ้าสังเกตตั้งแต่ที่โรงเรียน เพื่อจะได้วางแผนช่วยเหลือเด็กทัน ไม่ใช่การรอเอาข้อมูลมารวมกันจากส่วนกลางปีละครั้ง ซึ่งเด็กหลายคนอาจหลุดหายไปไกลจนยากจะดึงกลับมาเรียน นิพนธ์มองว่าควรมีการบริหารจัดการฐานข้อมูลจังหวัด ซึ่งจะทำให้เจอเด็กกลุ่มเสี่ยงได้เร็วขึ้น วิเคราะห์ข้อมูลได้เร็วขึ้น และช่วยเหลือเด็กได้เร็วขึ้น</p>



<p>ทั้งนี้ประเด็นเรื่องการเรียนต่อจนถึงการศึกษาภาคบังคับหรือไปต่อในระดับที่สูงขึ้น ส่งผลสำคัญต่อความฝันและความหวังของเด็กที่มองเห็นว่าชีวิตเขาจะดีขึ้นได้อย่างไร</p>



<p>“เวลาเราคุยกับเด็กว่าเขาอยากทำอาชีพอะไร ตอนที่เขาไม่มีวุฒิ แววตาเขาจะหดหู่เศร้าหมองมาก เหมือนว่าภาพฝันเขามีอยู่แค่นั้น จริงๆ เขาไม่รู้จะตอบอย่างไร เพราะไม่ว่าจะสมัครงานอะไรก็ไม่สามารถทำได้ เขามีความคิดแค่เป็นแรงงานนอกระบบ หาเช้ากินค่ำ รับจ้างทั่วไป แต่พอเขามีวุฒิ ม.3 เรากลับไปถามเขาอีกทีว่าอยากทำอะไร แววตาเขาเปลี่ยนไป ภาพฝันเขาเปลี่ยนไป เขารู้สึกว่าชีวิตมีตัวเลือกมากขึ้น เขาอาจได้เปลี่ยนสภาพแวดล้อมชีวิตจากการไปทำงาน พอเขาหลุดออกจากสภาพแวดล้อมเดิมที่มีความเสี่ยง ชีวิตเขาก็อาจดีขึ้น” นิพนธ์กล่าวทิ้งท้าย</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-full"><img decoding="async" loading="lazy" width="855" height="569" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/03/นาตยา3.jpg" alt="" class="wp-image-100815" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/03/นาตยา3.jpg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/03/นาตยา3-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/03/นาตยา3-768x511.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/03/นาตยา3-750x500.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/03/นาตยา3-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /><figcaption class="wp-element-caption">นาตยา อดิศัยนิกร</figcaption></figure></div>


<p></p>



<p>ขณะเดียวกัน หนึ่งในตัวละครสำคัญของการช่วยเหลือโอบอุ้มเด็กก็คือโรงเรียน ซึ่งถือว่าเป็น ‘ด่านแรก’ ที่ช่วยดูแลความเป็นไปของเด็กได้ตั้งแต่ในห้องเรียน และยิ่งมีความสำคัญขึ้นมาเมื่อเกิดเหตุการณ์ภัยพิบัติ</p>



<p><strong>นาตยา อดิศัยนิกร</strong> ผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านท่าไทร เป็นหนึ่งในอาสาสมัครค้นหาประชาสัมพันธ์ข่าวช่วยเหลือเด็กในพื้นที่ เครือข่ายโรงเรียนคลองแห-คูเต่า อ.หาดใหญ่ ฉายภาพให้เห็นการทำงานดูแลเด็กในช่วงน้ำท่วมได้อย่างดี</p>



<p>โรงเรียนบ้านท่าไทรเป็นโรงเรียนประถมศึกษาขนาดเล็กที่เปิดเรียนเป็นที่แรกๆ หลังน้ำท่วมหาดใหญ่ 2568 และยังมีนโยบายติดตามเด็กอย่างใกล้ชิดตั้งแต่ช่วงหลังน้ำท่วม เพื่อให้ช่วงรอยต่อนี้เด็กไม่หลุดหายไป</p>



<p>“หลังน้ำลดเรานัดกับครูมาเจอกันที่โรงเรียน แล้วชวนกันไปที่ศูนย์ช่วยเหลือที่มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ เพื่อที่จะเอาข้าวของมาให้เด็ก เพราะถ้าเราไม่มีของช่วยเหลือเด็ก เด็กไม่มาโรงเรียนแน่ พอหายไปนานๆ ก็อาจจะหายไปเลย ดังนั้นนี่คือสิ่งที่เราทำอย่างแรก แล้วพอเด็กมาโรงเรียน พ่อแม่ก็จะได้มีเวลาไปฟื้นฟูบ้าน หาอาชีพ ไม่ต้องมากังวลว่าต้องหาข้าวให้ลูกกิน เพราะเดี๋ยวโรงเรียนหาให้ โรงครัวเป็นอาคารแรกที่เราล้าง เพื่อทำอาหารให้เด็ก และเขายังเอาอาหารกลับไปให้ครอบครัวได้ด้วย” ผอ.นาตยาเล่า&nbsp;</p>



<p>“เด็กบางคนมาโรงเรียนไม่ได้เลยเช่นเด็กที่อยู่ในชุมชนไกลโรงเรียน เราก็มีรถไปรับส่งเขาประมาณสองอาทิตย์หลังน้ำลด ช่วยรับส่งระหว่างเขารอซ่อมรถเสร็จ อย่างน้อยให้เด็กมาโรงเรียน มีข้าวกินก่อน แล้วเราไม่ได้มาถึงแล้วสอนวิชาการเลยนะ เรามาฮีลใจกันก่อน ให้เขามาเล่นกับเพื่อน ใส่ชุดไปรเวทมาได้เลย เด็กส่วนมากแค่ล้างบ้านตัวเองก็เหนื่อยแล้ว เราเลยบอกเด็กว่าไม่ต้องมาล้างโรงเรียนแล้ว เพราะครูและอาสาสมัครทำให้หมดแล้ว หนูมาได้เลย โรงเรียนเรียบร้อยแล้ว เขาก็อยากมาโรงเรียนกัน” ผอ.นาตยาเล่าถึงช่วงเปิดเทอมแรกๆ หลังน้ำท่วม ซึ่งทำให้เด็กยังรู้สึกเชื่อมโยงกับโรงเรียนได้ เพราะโรงเรียนไม่ผลักไสเขา</p>



<figure class="wp-block-image size-full"><img decoding="async" loading="lazy" width="855" height="569" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/03/นาตยา1.jpg" alt="" class="wp-image-100816" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/03/นาตยา1.jpg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/03/นาตยา1-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/03/นาตยา1-768x511.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/03/นาตยา1-750x500.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/03/นาตยา1-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /></figure>



<p></p>



<p>เมื่อขยับไปที่ภาพใหญ่เรื่องการโอบอุ้มเด็กในสภาวะทั่วไป ผอ.นาตยาบอกว่า สิ่งสำคัญที่สุดคือความใส่ใจเด็กตั้งแต่อยู่ในโรงเรียน ซึ่งจะเป็นปราการสำคัญที่ทำให้เด็กไม่หลุดออกนอกระบบการศึกษา ทั้งนี้วิธีคิดของครูในการเข้าใจเด็กเป็นเรื่องสำคัญมาก</p>



<p>“ครูต้องยอมรับในความเป็นตัวเด็ก พร้อมให้โอกาสเขาในการเรียนรู้ และต้องรู้ว่าทุกคนทำผิดพลาดได้ ครูต้องเปิดใจแล้วคุยกับเขาว่าต้องแก้ไขแบบไหน ทำอย่างไรจะดีขึ้นได้ ที่สำคัญคือเราต้องทำให้เด็กมีความสุขเวลาอยู่โรงเรียน ให้ครูและโรงเรียนเป็นพื้นที่ปลอดภัยของเขา และพร้อมจะสนับสนุนเขาในช่วงรอยต่อสำคัญของชีวิต” ผอ.นาตยากล่าวสรุป</p>



<p></p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>กอบกู้บ้าน สร้างความฝัน</strong></h3>



<p>“หนูชอบส่วนนี้ของบ้านที่สุด เพราะเป็นที่ที่ครอบครัวได้นั่งดูทีวีด้วยกัน” <strong>เกรซ</strong> วัย 19 ปี พูดระหว่างพาเดินดูบ้านที่ยังไม่ฟื้นตัวดีจากน้ำท่วม พื้นที่โปรดของเกรซตอนนี้ไม่มีหลังคาปกคลุม ตรงผนังมีกรอบรูปทีมแมนเชสเตอร์ยูไนเต็ดเกรอะฝุ่น บนพื้นมีข้าวของจิปาถะวางอยู่ทั่ว แต่ไม่มีโทรทัศน์ตั้งอยู่ในห้องนั้น</p>



<p>“ทีวีไปกับน้ำแล้วค่ะ” เกรซเล่าเสียงเรียบแล้วยิ้มบาง นั่นหมายถึง ‘พื้นที่นั่งดูทีวี’ ของครอบครัวก็หายไปกับน้ำด้วย</p>



<p>บ้านของเกรซตั้งอยู่ที่ชุมชนสัจจกุลอยู่ริมทางรถไฟ ซึ่งเป็นพื้นที่ที่โดนน้ำท่วมที่แรกในหาดใหญ่และจมลึกมากที่สุดเพราะเป็นแอ่งรับน้ำ บ้านของเกรซถูกน้ำท่วมจนมิดหลังคา เธอโตมาในครอบครัวที่พ่อแม่ทำงานรับจ้าง มีพี่น้องสามคน เกรซเป็นลูกสาวคนโต</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-full"><img decoding="async" loading="lazy" width="855" height="569" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/03/เกรซ.jpg" alt="" class="wp-image-100817" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/03/เกรซ.jpg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/03/เกรซ-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/03/เกรซ-768x511.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/03/เกรซ-750x500.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/03/เกรซ-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /><figcaption class="wp-element-caption">เกรซ</figcaption></figure></div>


<p></p>



<p>ในช่วงน้ำท่วม พ่อแม่ส่งเธอกับน้องไปอยู่กับญาติที่สงขลา ส่วนพ่อแม่อยู่ตรงรางรถไฟเก่าบนเนิน จำต้องยอมปล่อยให้บ้านทั้งหลังจมอยู่ใต้บาดาลอยู่สองสัปดาห์</p>



<p>ตอนเกิดเหตุการณ์น้ำท่วม เกรซเรียนอยู่ชั้น ปวช. ที่สงขลา กำลังจะเริ่มสอบเข้าเรียนต่อชั้น ปวส. ซึ่งเกรซคิดไว้แล้วว่าจะเรียนต่อที่เดิม แต่พอเกิดเหตุการณ์น้ำท่วมที่ทำให้ครอบครัวสูญเสียทรัพย์สินครั้งใหญ่ เธอก็เกิดกังวลที่จะเรียนต่อขึ้นมา</p>



<p>“ตอนนั้นหนูอยากเรียนต่อ แต่กังวลมากเพราะน้ำท่วม เสื้อผ้าก็ไปกับน้ำหมด ถ้าเรียนต่อก็มีค่าใช้จ่ายเยอะแยะ ไหนจะค่าซ่อมบ้าน ค่าอุปกรณ์การเรียน ห่วงน้องด้วย อยากให้น้องได้เรียนต่อ” เกรซเล่าถึงเหตุการณ์ตอนน้ำท่วม แต่เธอก็ผ่านมันมาได้ด้วยการปรึกษาพ่อแม่ เธอเริ่มแก้ปัญหาเรื่องชุดนักเรียนด้วยการยืมเพื่อนมาใส่ก่อน และตัดสินใจสอบเรียนต่อในชั้น ปวส. ปัจจุบันเกรซเรียนสาขาการบริหารคหกรรมศาสตร์ที่วิทยาลัยในสงขลา สิ่งที่เธอชื่นชอบคือการจัดดอกไม้</p>



<figure class="wp-block-image size-full"><img decoding="async" loading="lazy" width="855" height="569" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/03/บ้านเกรซแกรนด์2.jpg" alt="" class="wp-image-100825" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/03/บ้านเกรซแกรนด์2.jpg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/03/บ้านเกรซแกรนด์2-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/03/บ้านเกรซแกรนด์2-768x511.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/03/บ้านเกรซแกรนด์2-750x500.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/03/บ้านเกรซแกรนด์2-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /></figure>



<p></p>



<p>ความฝันของเกรซคือการเรียนจบแล้วออกมาเปิดร้านจัดดอกไม้เล็กๆ ของตัวเอง เธอบอกว่าเหตุการณ์น้ำท่วมทำให้เธอกังวลกับอนาคตการเรียน แต่ครอบครัวก็ทำให้เธอผ่านพ้นมาได้</p>



<p>ค่าเทอมและค่าใช้จ่ายในการเรียน มีทั้งพ่อแม่และลุงให้การช่วยเหลือ แต่เกรซก็หารายได้เพิ่มด้วยการทำงานร้านดอกไม้ซึ่งเป็นธุรกิจที่บ้านเพื่อน ทำให้เธอสามารถพยุงชีวิตต่อไปได้ ทั้งหมดนี้เธอทำด้วยความคิดที่ว่า “สู้เพื่อให้น้องได้เรียน” เพราะเธอเป็นลูกคนโต</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-full"><img decoding="async" loading="lazy" width="855" height="569" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/03/แกรนด์.jpg" alt="" class="wp-image-100820" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/03/แกรนด์.jpg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/03/แกรนด์-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/03/แกรนด์-768x511.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/03/แกรนด์-750x500.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/03/แกรนด์-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /><figcaption class="wp-element-caption">แกรนด์</figcaption></figure></div>


<p></p>



<p>น้องชายคนเล็กของบ้านชื่อ<strong>แกรนด์</strong> เขาเองก็อยู่ในช่วงชั้นรอยต่อตอนที่เกิดน้ำท่วม กำลังจะเรียนจบชั้น ม.3 แต่ต้องมาเจอน้ำท่วมเสียก่อน แกรนด์เล่าว่าวันที่น้ำท่วม เขาหยิบชุดนักเรียนไปด้วยหนึ่งชุดก่อนจะหนีน้ำไปอยู่กับลุงที่สงขลา แต่อุปกรณ์การเรียนและชุดอื่นๆ หยิบไปไม่ทัน ทั้งหมดถูกน้ำท่วมเสียหายทั้งสิ้น</p>



<p>เมื่อเหตุการณ์เริ่มทุเลา ที่บ้านก็สนับสนุนให้เขาเรียนต่อชั้น ม.4 ที่โรงเรียนเดิม แกรนด์บอกว่า “ผมคิดจะเรียนต่อ เพราะโรงเรียนให้ใส่ชุดบ้านไปได้” ความฝันของเขาคือการเรียนให้สูงเท่าที่จะเป็นไปได้ ตอนนี้เขาสนุกกับการเตะฟุตบอลและรับมือกับเรื่องน้ำท่วมได้ดีขึ้นบ้างแล้ว</p>



<p>ในขณะที่<strong>รุจิมาน</strong> พ่อของเกรซและแกรนด์ยังเล่าถึงเหตุการณ์น้ำท่วมด้วยน้ำเสียงและแววตาของความเศร้าใจ&nbsp;</p>



<p>“ตอนน้ำลดเหลือเท่าเข่า ผมเดินลงมาดูที่บ้าน เปิดประตูมาสตั๊นเลย มันพังหมดเลยครับ ไม่รู้จะเริ่มต้นจากไหนก่อน ตอนนั้นนึกในใจว่าถ้าบ้านเราอยู่สภาพนี้ ลูกคงกลับมาไม่ได้อีกหลายวัน โรงเรียนก็ไม่รู้จะเป็นอย่างไร ผมเลยตั้งสติแล้วเคลียร์ของในบ้าน อันไหนไม่จำเป็นทิ้งหมดเลย ตอนนั้นคือทำอย่างไรก็ได้ให้ลูกกลับมา กลัวลูกเรียนไม่ทัน เพราะเราเคยเจอเหตุการณ์โควิดมาแล้ว ถ้าเด็กไม่ได้เรียนแล้วไม่มีความรู้ ชีวิตเขาจบเลยนะ ถ้าไม่ได้เรียนเดี๋ยวก็ต้องไปแบกของเหมือนผมอีก ผมอยากให้ลูกเรียนสูงที่สุด” รุจิมานเล่า</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-full"><img decoding="async" loading="lazy" width="855" height="569" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/03/รุจิมาน-พ่อเกรซแกรนด์.jpg" alt="" class="wp-image-100822" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/03/รุจิมาน-พ่อเกรซแกรนด์.jpg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/03/รุจิมาน-พ่อเกรซแกรนด์-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/03/รุจิมาน-พ่อเกรซแกรนด์-768x511.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/03/รุจิมาน-พ่อเกรซแกรนด์-750x500.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/03/รุจิมาน-พ่อเกรซแกรนด์-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /><figcaption class="wp-element-caption">รุจิมาน</figcaption></figure></div>


<p></p>



<p>รุจิมานเคยทำงานที่ร้านทำอลูมิเนียม แต่ก็ตัดสินใจลาออกจากงานหลังเหตุการณ์น้ำท่วม เพราะงานต้องเดินทางห่างบ้านตลอด แต่จิตใจเขากังวลอยู่กับครอบครัว เป็นห่วงแม่ เป็นห่วงลูก บ้านก็ยังเคลียร์ไม่เสร็จจนถึงวันนี้ หลังคายังรั่ว ห้องยังนอนไม่ได้ การซ่อมแซมต้องทำอีกมหาศาล ในขณะที่เขาก็กลัวว่าถ้าน้ำหรือพายุมาอีกจะไม่มีคนดูแลบ้านได้ทันท่วงที</p>



<p>“น้ำท่วมทีเดียวไม่เหลืออะไรเลย ที่เห็นสภาพตอนนี้คือไม่ถึง 20 เปอร์เซ็นต์ของบ้านเดิม” รุจิมานพูดพลางชี้ไปที่สภาพบ้าน</p>



<p>น้ำท่วมใหญ่สร้างแผลลึกในใจรุจิมาน เขาเองอยากหางานที่ทำที่บ้านได้เพราะอยากดูแลบ้าน ทางทีมมูลนิธิอาสาสร้างสุขจึงช่วยเอาเป็ดมาให้ 50 ตัว เพื่อที่รุจิมานจะเลี้ยงแล้วเอาไข่ไปขาย อย่างน้อยก็เป็นรายได้ให้ครอบครัวได้ ในขณะที่ภรรยาก็ออกไปทำงานเช่นเดียวกัน</p>



<figure class="wp-block-image size-full"><img decoding="async" loading="lazy" width="855" height="569" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/03/เกรซแกรนด์และพ่อ.jpg" alt="" class="wp-image-100824" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/03/เกรซแกรนด์และพ่อ.jpg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/03/เกรซแกรนด์และพ่อ-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/03/เกรซแกรนด์และพ่อ-768x511.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/03/เกรซแกรนด์และพ่อ-750x500.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/03/เกรซแกรนด์และพ่อ-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /></figure>



<p></p>



<p>ความฝันของรุจิมานเรียบง่าย เขาทำทุกอย่างเพื่อให้ครอบครัวมีความสุข</p>



<p>“ผมอยากให้ลูกเรียนหนังสือ ไม่ต้องถึงกับเก่งมาก แต่ให้เขามีงานดีๆ เลี้ยงตัวเขาได้ ไม่สร้างความเดือดร้อนให้สังคม ผมก็พอใจแล้ว” รุจิมานกล่าว โดยมีเกรซและแกรนด์ยืนฟังอยู่ใกล้ๆ ส่วนลูกคนกลางไม่ได้อยู่บ้านเวลานี้</p>



<p>เสียงรถไฟวิ่งผ่านตามตารางเวลาที่บ้านหลังนี้คุ้นชิน ชีวิตพวกเขายังต้องสู้อีกหลายขยัก โดยเฉพาะชีวิตของเด็กๆ ที่ต้องผ่านอีกหลายช่วงรอยต่อของชีวิต แต่พวกเขายืนยันตรงกันว่าเพราะมีกันและกัน จึงทำให้ผ่านช่วงเวลายากลำบากได้</p>



<p>ไม่ใช่แค่ครอบครัวของเกรซแกรนด์เท่านั้น แต่ยังมีบ้านของ<strong>โซดา</strong>และ<strong>น้ำแข็ง</strong>ที่ได้รับผลกระทบอย่างหนักด้วย บ้านหลังนี้ตั้งอยู่ในชุมชนชายคลอง ต.บ้านพรุ อ.หาดใหญ่ <strong>คุณยายวรรณี</strong> ในวัย 67 ปี ซึ่งน้ำแข็งและโซดาเรียกว่า ‘แม่’ เพราะเลี้ยงมาตั้งแต่เด็ก ทำอาชีพตัดยางเพื่อเลี้ยงดูหลานสองคนจนเติบโต&nbsp;</p>



<figure class="wp-block-image size-full"><img decoding="async" loading="lazy" width="855" height="569" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/03/บ้านโซดา.jpg" alt="" class="wp-image-100828" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/03/บ้านโซดา.jpg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/03/บ้านโซดา-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/03/บ้านโซดา-768x511.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/03/บ้านโซดา-750x500.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/03/บ้านโซดา-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /></figure>



<p></p>



<p>โซดาเพิ่งเรียนจบ ปวส. ด้านโลจิสติกส์ ส่วนน้ำแข็งเพิ่งเรียนจบชั้น ม.6 กำลังจะเข้าเรียนชั้น ปวส. ด้านไอที&nbsp;</p>



<p>ช่วงน้ำท่วม ยายวรรณี ลูกสาว หลานอีกห้าคน และญาติที่อยู่ในบริเวณใกล้เคียงต้องหนีน้ำท่วมไปอยู่ที่อื่นก่อน เมื่อกลับมาบ้านอีกครั้งตอนน้ำลด พวกเขาก็พบว่าบ้านเกือบทั้งหลังหายไปพร้อมน้ำแล้ว เสื้อผ้า คอมพิวเตอร์ อุปกรณ์การเรียน โต๊ะเตียง ข้าวของเครื่องใช้ เรียกได้ว่าทุกอย่างสูญไปกับน้ำจนหมดสิ้น เหลือเพียงสิ่งของเปื้อนโคลนที่เอาไปทำอะไรไม่ได้แล้ว</p>



<p>“ระเนราด ไม่มีอะไรเหลือเลย เหลือแต่ความทรงจำ” ยายวรรณีเล่า&nbsp;</p>



<p>หลานสาวสองคนที่อยู่ในช่วงชั้นรอยต่อ ต้องเผชิญกับความสูญเสียนี้เช่นเดียวกัน น้ำแข็งในวัยใกล้ 18 ปีที่อยู่ในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อบอกว่าตอนน้ำท่วมเธอห่วงชุดนักเรียน เสียดายเสื้อผ้าและคอมพิวเตอร์ที่สุด&nbsp;</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-full"><img decoding="async" loading="lazy" width="855" height="569" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/03/น้ำแข็ง1.jpg" alt="" class="wp-image-100827" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/03/น้ำแข็ง1.jpg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/03/น้ำแข็ง1-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/03/น้ำแข็ง1-768x511.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/03/น้ำแข็ง1-750x500.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/03/น้ำแข็ง1-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /><figcaption class="wp-element-caption">น้ำแข็ง</figcaption></figure></div>


<p></p>



<p>บ้านที่หายไปเกือบทั้งหลัง ตอนนี้กำลังมีการก่อสร้างขึ้นมาใหม่โดยมีทีมของมูลนิธิอาสาสร้างสุขเข้าช่วยเหลือร่วมกับผู้สนับสนุนอื่นๆ เพราะกรณีบ้านของน้ำแข็งโซดานั้นคือบ้านหายไปจนเหลือเพียงบางส่วนเท่านั้น การบูรณะและล้างบ้านจึงไม่อาจแก้ไขให้สภาพบ้านกลับมาดังเดิมได้ทั้งหมด แต่ต้องสร้างโครงขึ้นมาใหม่</p>



<p>เด็กทั้งสองตั้งใจและมุ่งมั่นจะเรียนต่อ เพราะเธอเชื่อว่าการศึกษาจะพาชีวิตที่ดีกว่ามาให้ได้ แต่แน่นอนว่าการจะผ่านอุปสรรคชีวิตครั้งนี้ไปได้ย่อมต้องการการช่วยเหลือทั้งในแง่กำลังใจและการช่วยเหลือในเชิงระบบด้วย</p>



<p>ในบ้านที่ยังซ่อมไม่เสร็จ เด็กบางคนกำลังยืนอยู่บนรอยต่อของชีวิต และไม่ใช่ทุกคนจะมีโอกาสก้าวข้ามมันไปได้</p><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/article-190326/">รอยต่อที่เปราะบาง: ชีวิตเด็กหาดใหญ่หลังน้ำท่วมกับความเสี่ยงหลุดจากระบบการศึกษา</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ศูนย์การเรียนที่เป็น ‘บ้าน’ ของทุกคน : ‘สมาคมศูนย์การเรียนและบ้านเรียนไทยมุสลิม’ ที่สอนทั้งวิชาการและจิตใจภายใต้หลักศรัทธา</title>
		<link>https://www.eef.or.th/article-180326/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 18 Mar 2026 09:13:59 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[บทความ]]></category>
		<category><![CDATA[Movement]]></category>
		<category><![CDATA[กสศ.]]></category>
		<category><![CDATA[ความเสมอภาคทางการศึกษา]]></category>
		<category><![CDATA[ABE]]></category>
		<category><![CDATA[การจัดการศึกษาเชิงพื้นที่เพื่อลดความเหลื่อมล้ำ]]></category>
		<category><![CDATA[สมาคมศูนย์การเรียนและบ้านเรียนไทยมุสลิม]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?p=100794</guid>

					<description><![CDATA[<p>“ในห้องมีแค่หนูคนเดียวที่เป็นมุสลิม” ‘ตรองปัญญ์ กุลทอง’ [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/article-180326/">ศูนย์การเรียนที่เป็น ‘บ้าน’ ของทุกคน : ‘สมาคมศูนย์การเรียนและบ้านเรียนไทยมุสลิม’ ที่สอนทั้งวิชาการและจิตใจภายใต้หลักศรัทธา</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>“ในห้องมีแค่หนูคนเดียวที่เป็นมุสลิม”</p>



<p>‘ตรองปัญญ์ กุลทอง’ หรือ ‘ซารีนา’ ในวัย 16 ปี เล่าให้ฟังว่าก่อนหน้านี้เธอได้ไปเรียนในโรงเรียนทั่วไป และพบว่าทั้งโรงเรียนมีแค่เธอที่เป็นเด็กมุสลิมคนเดียว</p>



<p>ความแตกต่างทำให้เธอโดดเด่น แต่ซารีนากลับไม่ได้รู้สึกพิเศษขึ้น น่าจะเป็นความรู้สึกไม่เข้าพวกเสียมากกว่า ซารีนามองว่าเธอไม่สามารถเป็นตัวเองได้อย่างเต็มที่สักที</p>



<p>‘ข้าวไข่เจียว’ คือเมนูเดียวที่เธอกินได้ตอนมื้อเที่ยง เพราะที่โรงเรียนไม่มีอาหารฮาลาลให้ทาน หลายครั้งที่แม่ต้องเตรียมข้าวเที่ยงไปให้ ไม่เช่นนั้นซารีนาก็ได้กินแค่ข้าวไข่เจียวทุกวี่ทุกวัน</p>



<p>เพื่อนๆ ไม่มีใครที่เข้าใจว่าอิสลามเป็นอย่างไร ซารีนาเล่าว่าบางทีก็โดนเพื่อนล้อเพราะนับถือศาสนาอิสลาม บางคนล้อเลียนกิจกรรมทางศาสนาอย่างการละหมาดของซารีนา เธอเล่าว่าการที่เป็นเด็กมุสลิมคนเดียวในห้องที่ต้องเจอกับเหตุการณ์แบบนี้ทำให้เธอรู้สึกกลัว จนเริ่มมีความรู้สึกว่าโรงเรียนไม่ใช่ที่ของเธออีกต่อไปแล้ว</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-full"><img decoding="async" loading="lazy" width="1200" height="800" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/03/image-65.jpeg" alt="" class="wp-image-100795" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/03/image-65.jpeg 1200w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/03/image-65-300x200.jpeg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/03/image-65-768x512.jpeg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/03/image-65-750x500.jpeg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/03/image-65-272x182.jpeg 272w" sizes="(max-width: 1200px) 100vw, 1200px" /><figcaption class="wp-element-caption">‘ซารีนา’ ตรองปัญญ์ กุลทอง</figcaption></figure></div>


<p></p>



<p>“แม้แต่ครูเองก็ไม่ได้ห้ามเด็ก ครูยังบอกน้องอีกว่า ถ้าอยากเป็นแฟนกับเขาก็ไปเปลี่ยนศาสนาสิ”</p>



<p>‘ดุษฎี พันธะกิจ’ แม่ของน้องเล่าให้ฟังว่า แทนที่ครูจะปกป้องนักเรียน กลับเห็นเรื่องการล้อเลียนแบบนี้เป็นเรื่องตลก แถมยังมองให้เป็นเรื่องเชิงชู้สาว ซึ่งในมุมของแม่มองว่า แบบนี้ไม่ปลอดภัยต่อลูกสาวของตัวเอง</p>



<p>ความรู้สึกไม่ปลอดภัยทำให้ซารีนามีความกังวลมากขึ้นเรื่อยๆ แม่ตัดสินใจพาไปหาจิตแพทย์เพื่อรับคำปรึกษา เพราะนอกจากซารีนาเองที่เจอปัญหาจากที่โรงเรียน แม่เล่าว่าตัวเองก็มีปัญหาเรื่องธุรกิจเช่นกัน ซึ่งฝั่งจิตแพทย์ก็บอกว่าน้องไม่ได้อยู่ภาวะอันตรายอะไร</p>



<p>ในเมื่อสภาพแวดล้อมในโรงเรียนทั่วไปทำให้น้องรู้สึกไม่ปลอดภัย แม่จึงพยายามมองหาทางเลือกอื่นที่เหมาะสมกับน้องมากยิ่งขึ้น ที่สำคัญต้องเป็นพื้นที่ที่ให้ความเคารพกับศาสนาที่น้องศรัทธา จนแม่มาเจอ ‘สมาคมศูนย์การเรียนและบ้านเรียนไทยมุสลิม’ ดำเนินการภายใต้โครงการยกระดับพื้นที่ปลอดภัยสู่การเรียนรู้ตามบริบทของผู้เรียน กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.)</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-full"><img decoding="async" loading="lazy" width="1200" height="800" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/03/image-66.jpeg" alt="" class="wp-image-100796" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/03/image-66.jpeg 1200w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/03/image-66-300x200.jpeg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/03/image-66-768x512.jpeg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/03/image-66-750x500.jpeg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/03/image-66-272x182.jpeg 272w" sizes="(max-width: 1200px) 100vw, 1200px" /><figcaption class="wp-element-caption">ดุษฎี พันธะกิจ</figcaption></figure></div>


<p></p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>ก่อนรู้จักเรียน ต้องรู้จัก ‘ตัวเอง’ ด้วย</strong></h3>



<p>ดุษฎีรู้จัก ศูนย์การเรียนทางเลือกแห่งทางนำ ซึ่งอยู่ภายใต้การดูแลของ ‘สมาคมศูนย์การเรียนและบ้านเรียนไทยมุสลิม’ จากการค้นคว้าในอินเทอร์เน็ต เมื่อสำรวจแล้วว่าที่นี่น่าจะเหมาะกับซารีนาทั้งในแง่การเรียนและความเชื่อ เธอจึงไม่ลังเลที่จะมาที่นี่</p>



<p>สถานศึกษาแห่งนี้อยู่ในรูปแบบของศูนย์การเรียนตามมาตรา 12 ของ พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ ตั้งอยู่ที่ซอยเลียบวารี 85 แสนแสบ มีนบุรี กทม. ที่นี่เป็นทางเลือกให้กับเด็กๆ ที่รู้สึกว่าการเรียนในระบบทั่วไปไม่ได้ตอบโจทย์เพราะที่นี่ก็สามารถให้วุฒิการศึกษาได้เช่นกัน</p>



<p>เขตสายไหมคือที่พักอาศัยของแม่และน้อง ทำให้ต้องใช้เวลาเดินทางมาถึงสถาบันแห่งนี้พอสมควร ถึงอย่างนั้น ทั้งสองคนก็ยังตั้งใจมาเรียนรู้ที่ศูนย์การเรียนฯ</p>



<p>แม่และซารีนาจะมาที่ศูนย์การเรียนฯ ในวันศุกร์ของทุกอาทิตย์ แรกเริ่มซารีนาจะได้รู้จักตัวเองผ่าน ‘<a href="https://www.eef.or.th/infographic-160326/">โมเดล 6 ด้าน</a>’ ก่อน ซึ่งเป็นเครื่องมือการศึกษาที่สมาคมศูนย์การเรียนฯ คิดค้นมาเพื่อให้เด็กรู้จักตัวเองก่อนที่จะวางแผนการเรียน เพื่อให้ไม่หลงทาง และเรียนไปตามที่ตัวเองชอบจริงๆ</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large is-resized"><img decoding="async" loading="lazy" width="683" height="1024" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/03/image-68-683x1024.jpeg" alt="" class="wp-image-100799" style="width:400px" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/03/image-68-683x1024.jpeg 683w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/03/image-68-200x300.jpeg 200w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/03/image-68-768x1152.jpeg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/03/image-68.jpeg 800w" sizes="(max-width: 683px) 100vw, 683px" /></figure></div>


<p></p>



<p>เด็กๆ ที่ได้ทำโมเดล 6 ด้าน จะได้ลองค้นหาตัวเองผ่านกระบวนการที่อยู่ในนี้ ทั้งการจัดลำดับอาชีพ ดูว่า</p>



<p>อาชีพที่ทำสอดคล้องวิถีชีวิต หรือบริบทของตัวเองมากหรือน้อยแค่ไหน ทั้งในแง่รายได้ สถานที่ที่ทำงาน ลักษณการทำงาน สุขภาพ สติปัญญา การสนับสนุนในการเรียนรู้ เป็นต้น นอกจากนี้ระหว่างการทำโมเดล 6 ด้าน จะมีทั้งครูและเพื่อนๆ ที่คอยให้คำแนะนำว่าเราควรปรับตัว หรือเพิ่มเติมทักษะด้านไหน เพราะอาชีพบนโลกนี้มีความหลากหลายมาก เด็กๆ ควรจะได้รู้ว่าตัวเองยังมีตัวเลือกอีกเยอะกว่าที่คิด</p>



<p>หลังจากทดลองทำโมเดล 6 ด้าน ซารีนาเล่าว่าอาชีพที่อยู่ในอันดับ 1 ของเธอคือนักจิตวิทยา อันดับ 2 คือ พยาบาล และอันดับ 3 คือ ครูสอนภาษาอังกฤษ</p>



<p>ซารีนาเล่าว่าเธอเป็นคนที่ชื่นชอบวิชาภาษาอังกฤษอยู่แล้ว ส่วนวิชาที่ไม่ชอบเลยคือวิชานาฏศิลป์ เพราะตัวเองก็เป็นคนที่ไม่ค่อยกล้าแสดงออกด้วย</p>



<p>“เพราะว่านักจิตวิทยาเป็นอาชีพที่หนูชอบ หนูอยากเข้าใจคน คุณแม่ก็สนับสนุนด้วย”</p>



<figure class="wp-block-image size-full"><img decoding="async" loading="lazy" width="1200" height="800" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/03/image-67.jpeg" alt="" class="wp-image-100798" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/03/image-67.jpeg 1200w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/03/image-67-300x200.jpeg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/03/image-67-768x512.jpeg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/03/image-67-750x500.jpeg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/03/image-67-272x182.jpeg 272w" sizes="(max-width: 1200px) 100vw, 1200px" /></figure>



<p></p>



<p>หลังจากที่รู้แล้วว่าตัวเองชอบอะไร ทั้งครูและแม่ช่วยกันวางแผนเส้นทางการเรียนว่าควรเน้นเรื่องไหนบ้าง วิชาหลักๆ ที่ต้องเตรียมตัวคือฟิสิกส์ คณิตศาตร์ เคมี และภาษาอังกฤษ ซึ่งซารีนามีพื้นฐานวิชาภาษาอังกฤษที่ดีอยู่แล้ว ทำให้ไม่ต้องเตรียมตัวหนักเท่ากับ 3 วิชาแรก</p>



<p>จากตอนแรกที่ดรอปเรียนจากโรงเรียนเดิมไว้ตอนชั้น ม.2 แม่ตัดสินใจให้น้องออกจากโรงเรียนแล้วมาเรียนด้วยตัวเองตามแผนที่ศูนย์การเรียนฯ ร่วมกันวางไว้ ทุกวันซารีนาจะตื่นขึ้นมาตอนเช้า จัดการตัวเองเสร็จก็ไปละหมาด แล้วเริ่มเรียนตามคอร์สออนไลน์อิสระที่ตัวเองลงเรียนไว้ตามแต่ละวิชา วันศุกร์ค่อยมาเรียนที่สมาคมศูนย์การเรียนฯ ร่วมกับเพื่อนๆ คนอื่น</p>



<p>‘เสริมสิริ มั่นตะพงษ์’ หรือ ‘ครูเสริม’ ครูประจำศูนย์การเรียนฯ ย้ำว่า เด็กที่นี่จะได้ใช้เวลาเรียนไปกับสิ่งที่ต้องใช้อย่างเต็มที่ ครูเชื่อว่าจริงๆ แล้วการเรียนไม่จำเป็นต้องยืดยาวเสมอไป อย่างวิชานาฏศิลป์ที่ซารีนาไม่ต้องใช้ในการยื่นคะแนนเข้ามหาวิทยาลัย เธอก็ไม่ต้องเรียน แต่ถ้าหากวันไหนเธอรู้สึกชอบและอยากเรียนขึ้นมา ก็ค่อยกลับไปเรียนได้</p>



<p></p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-full"><img decoding="async" loading="lazy" width="1200" height="800" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/03/image-69.jpeg" alt="" class="wp-image-100800" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/03/image-69.jpeg 1200w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/03/image-69-300x200.jpeg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/03/image-69-768x512.jpeg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/03/image-69-750x500.jpeg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/03/image-69-272x182.jpeg 272w" sizes="(max-width: 1200px) 100vw, 1200px" /><figcaption class="wp-element-caption">‘ครูเสริม’ เสริมสิริ มั่นตะพงษ์</figcaption></figure></div>


<p></p>



<p>“หนูคิดว่าตัวเองกล้าแสดงออกขึ้น” ซารีนาบอก</p>



<p>ที่สมาคมศูนย์การเรียนฯ มีตั้งแต่สอนวิชาทั่วไป สอนการเรียนรู้ทางศาสนา และพาไปทำกิจกรรมเข้าค่ายกับเพื่อนในชั้น ซาลีบอกว่าพอได้เจอคนเยอะขึ้นผ่านกิจกรรมต่างๆ ที่ครูจัดให้ เธอก็รู้สึกว่าตัวเองกล้าแสดงออกมากขึ้น</p>



<p>อยู่ที่นี่ซารีนาได้เป็นตัวเองมากขึ้น เพราะที่แน่ๆ เธอจะไม่ถูกกีดกันเรื่องศาสนา ครูเสริมบอกว่าจริงๆ แล้วที่นี่รับเด็กทุกศาสนา แต่เพราะเด็กมุสลิมเข้ามาเรียนเยอะ ก็เลยดูเป็นกลุ่มเรียนของเด็กๆ มุสลิมมากกว่า</p>



<p>นอกจากการเรียนแล้วซารีนากับแม่ก็ได้เรียนเรื่องศาสนาให้เข้าใจมากขึ้นไปด้วย เพราะนี่เองก็เป็นปัจจัยหนึ่งที่สำคัญต่อการเรียนและการใช้ชีวิต</p>



<p></p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>ทักษะชีวิตที่ไม่ได้มีแค่วิชาการ</strong></h3>



<p>เพราะได้มาอยู่ในชุมชนที่มีคนมุสลิมเหมือนกัน ทำให้ซารีนาซึมซับวิถีชีวิตแบบชาวมุสลิมได้ง่ายขึ้น ก่อนหน้านี้ทั้งเธอและแม่ไม่ได้ใส่ฮิญาบเป็นประจำ หลังจากเข้ามาที่ศูนย์การเรียนฯ ก็ใส่เป็นประจำ นอกจากนี้ซารีนาจะได้เรียนภาษาต่างประเทศอย่างภาษาอาหรับ เพื่อใช้สำหรับอ่านอัลกุรอานไปด้วย</p>



<p>“ตอนแรกหนูก็คิดว่าทำไมต้องใส่ มีคำถามเยอะมากเลย แต่พอมาที่นี่ปุ๊บ เขาตอบคำถาม หนูก็เริ่มเข้าใจ ก็เลยอยากจะใส่แล้ว”</p>



<p>ซารีนากล่าว ที่นี่ไม่ได้ใช้การบังคับให้ใส่ แต่พูดให้เข้าใจว่าทำไมถึงควรใส่ผ้าคลุม การทำแบบนี้ช่วยให้เด็กเข้าใจวิถีตามศาสนามากขึ้น ดีกว่าบังคับให้ทำแต่ไม่ให้เหตุผล</p>



<p>แม่เล่าอย่างตรงไปตรงมาว่า ที่ผ่านมาทั้งเธอและลูกนับถือศาสนาอิสลามก็จริง แต่ไม่ได้มีความเข้าใจวิธีปฏิบัติและหลักคำสอนของศาสนาอย่างลึกซึ้ง บางอย่างก็รู้แค่ในเรื่องที่เป็นภาพจำของคนมุสลิม เช่น รู้แค่ว่าห้ามกินและสัมผัสหมู แต่ไม่รู้ว่าอาหารฮาลาลต้องมีกระบวนการอื่นๆ ร่วมด้วย</p>



<p>“แม่แทบไม่มีความรู้ในเรื่องศาสนาอิสลามเลย ถ้ามีก็มีแบบงูๆ ปลาๆ ไม่ได้ลึกซึ้งอะไรมากแล้วก็ปฏิบัติไม่ค่อยได้ ส่วนเรื่องอ่านคัมภีร์สำคัญและจำเป็นมากสำหรับมุสลิมทุกคน แต่แม่ยังอ่านไม่ได้ ก็เลยไม่รู้จะเอาความรู้ที่ไหนไปสอนลูก” แม่กล่าว</p>



<p>แม่บอกว่าความเข้าใจเรื่องศาสนาของเธอไม่ใช่แค่ศูนย์ แต่เป็นติดลบ นี่จึงเป็นเหตุผลที่เธอตัดสินใจเรียนรู้ไปพร้อมกับลูกเลย ระหว่างที่ส่งซารีนามาเรียน แม่เองก็จะฝึกอ่านภาษาอาหรับสำหรับไว้อ่านอัลกุรอานไปด้วย บางทีซารีนาก็จะมาฝึกอ่านด้วยเช่นกัน ถึงแม้จะฝึกอ่านช้ากว่าคนอื่น แต่แม่มองว่าก็ยังดีที่ได้ฝึก ดีกว่าที่ไม่ได้อะไรเลย</p>



<figure class="wp-block-image size-full"><img decoding="async" loading="lazy" width="1200" height="800" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/03/image-70.jpeg" alt="" class="wp-image-100801" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/03/image-70.jpeg 1200w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/03/image-70-300x200.jpeg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/03/image-70-768x512.jpeg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/03/image-70-750x500.jpeg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/03/image-70-272x182.jpeg 272w" sizes="(max-width: 1200px) 100vw, 1200px" /></figure>



<p></p>



<p>‘สติ’ เป็นสิ่งที่ได้มาจากการเรียนรู้ครั้งนี้ด้วย ในศาสนาอิสลามจะมีการสอนให้ ‘ดุอาอฺ’ หมายถึง การขอพรจากอัลลอฮ์ ขอให้พระเจ้าคุ้มครอง ขอให้ประทานพรตามที่เราปรารถนา ทั้งแม่และซารีนามองว่าวิธีนี้คือหนึ่งในวิธีการเรียกสติตัวเอง ไม่ว่ากำลังจะทำอะไรอยู่ก็ตาม ช่วยให้คิดให้ถี่ถ้วนขึ้น ละเอียดกับเรื่องตรงหน้ามากขึ้น</p>



<p>“อย่างเวลาขับรถ เราก็ขอดุอาอ์ด้วย มันจะทำให้เรามีสติเพิ่มมากขึ้น หรือก่อนกินก็ขอดุอาอ์ ขอให้คุ้มครองทั้งตอนที่เรากินอาหาร ให้อาหารนี้มันเป็นประโยชน์ต่อตัวเรา” แม่กล่าว</p>



<p>ไม่ว่าจะเป็นเด็กหรือผู้ใหญ่ การมีที่พึ่งพิงทางใจก็สามารถแบ่งเบาความกังวลในปัญหาชีวิตไปได้บ้าง สำหรับซารีนาอย่างน้อยการมีศรัทธาก็ช่วยให้เธอเรียนรู้ที่จะมีสมาธิได้มากขึ้น ก่อนหน้านี้เธอเป็นคนที่ติดแม่มากๆ แต่การเข้ามาเรียนรู้ที่ศูนย์การเรียนฯ ช่วยทำให้ฝึกฝนการใช้ชีวิตและการตัดสินใจด้วยตัวเอง&nbsp;</p>



<p>ส่วนสำหรับแม่ แม่เล่าว่าตัวเองเคยเจอสถานการณ์ในชีวิตที่ผิดหวังมาก่อน การได้เรียนรู้ศาสนาครั้งนี้ทำให้เธอเข้าใจชีวิตมากยิ่งขึ้น</p>



<p>“วันหนึ่งพอแม่เจอปัญหาที่มันหนักมาก จนกระทั่งแม่รู้สึกว่าคนทั่วไปไม่สามารถรักษาเราได้ อย่างน้อยมีพระเจ้าที่จะฟังคำวิงวอนจากเรา แม่ก็เลยอยากจะให้น้องเขามีตรงนี้เหมือนที่แม่มี”</p>



<p></p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>ไม่จับมือทำ แต่ช่วยเป็น ‘โค้ช’</strong></h3>



<p>ครูเสริมมองว่าทั้งแม่และครูเองต้องทำตัวให้เหมือนโค้ช ไม่ต้องทำแทนน้องเสียทั้งหมด ไม่ต้องป้อนให้ทุกอย่าง ต้องเรียนรู้ไปพร้อมกับเขาและปล่อยให้ลงมือทำเอง เรียกได้ว่าดูห่างๆ อย่างห่วงๆ</p>



<p>“ครูจะไม่จำเป็นต้องรู้ทุกเรื่องของน้องและแม่ ครูจะอยู่แบบครูแบบนี้ แม่เองเมื่อก่อนจะเป็นคนที่สู้แทนลูกทุกอย่าง ตอนนี้เขาปล่อยวาง ปล่อยน้องโตเอง”</p>



<p>แต่ทั้งนี้การจะปล่อยให้เด็กโตด้วยตัวเองได้ ต้องมาจากการร่วมมือของผู้ปกครองด้วย ถ้าผู้ปกครองไม่ปล่อยลูกเลย เด็กก็จะเติบโตด้วยการพึ่งพาพ่อแม่อย่างเดียว&nbsp;</p>



<figure class="wp-block-image size-full"><img decoding="async" loading="lazy" width="1200" height="800" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/03/image-71.jpeg" alt="" class="wp-image-100802" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/03/image-71.jpeg 1200w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/03/image-71-300x200.jpeg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/03/image-71-768x512.jpeg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/03/image-71-750x500.jpeg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/03/image-71-272x182.jpeg 272w" sizes="(max-width: 1200px) 100vw, 1200px" /></figure>



<p></p>



<p>นอกจากเรียนแล้ว บางทีซารีนายังทำหน้าที่สอนภาษาอังกฤษให้กับเพื่อนๆ ในชั้นเรียนอีกด้วย ครูเสริมบอกว่านอกจากเป็นการฝึกให้น้องเข้าใจภาษาอังกฤษมากขึ้นจากการสอน กิจกรรมแบบนี้มีส่วนช่วยให้ซารีนาปรับตัวเข้ากับสังคมใหม่ได้มากขึ้น ที่สำคัญคือครูเสริมมองว่าการเรียนรู้ที่จะแบ่งปันเป็นเรื่องสำคัญที่ต้องฝึกฝนเอาไว้</p>



<p>“ดังนั้นผู้ศรัทธาจะไม่คิดว่าตัวเองเก่ง ลักษณะของคนเก่งต้องช่วยเหลือคนอื่นได้ จะเก่งก็ต้องอยู่กับดินได้”</p>



<p>เราลองถามซารีนาว่า หากชมตัวเองได้ 1 อย่าง จะพูดว่าอะไร คำตอบของเธอคือ “เก่งแล้ว” ที่ผ่านมาเธอเจอกับระบบการศึกษาที่ไม่ตรงกับตัวเองสักเท่าไหร่ อดทนจนมาถึงตอนนี้ได้ ก็ถือว่าเก่งแล้วอย่างที่ว่าไว้</p>



<p>เป้าหมายของซารีนาตอนนี้คือการเข้ามหาวิทยาลัยให้ได้ตามที่หวังไว้ เส้นทางการเรียนของเธอมีทั้งแม่และครูจากสมาคมศูนย์การเรียนฯ คอยสนับสนุน นอกจากนี้ยังมีกำลังใจจากศรัทธาตามศาสนาที่ซารีนาเคารพ ช่วยให้เธอมีที่พึ่งทางใจในแต่ละวันได้มากขึ้น</p><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/article-180326/">ศูนย์การเรียนที่เป็น ‘บ้าน’ ของทุกคน : ‘สมาคมศูนย์การเรียนและบ้านเรียนไทยมุสลิม’ ที่สอนทั้งวิชาการและจิตใจภายใต้หลักศรัทธา</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>การศึกษา คือ สิทธิพื้นฐาน ไม่ใช่ภาระความยากจนที่เด็กต้องแบกรับ</title>
		<link>https://www.eef.or.th/article-170326-2/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 17 Mar 2026 11:03:48 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[บทความ]]></category>
		<category><![CDATA[ทุนนวัตกรรมสายอาชีพชั้นสูง]]></category>
		<category><![CDATA[Movement]]></category>
		<category><![CDATA[ทุนนวัตกรรรมสายอาชีพชั้นสูง]]></category>
		<category><![CDATA[กสศ.]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?p=100741</guid>

					<description><![CDATA[<p>เปิดข้อค้นพบเยาวชนจากครัวเรือนใต้เส้นความยากจน จังหวัดศ [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/article-170326-2/">การศึกษา คือ สิทธิพื้นฐาน ไม่ใช่ภาระความยากจนที่เด็กต้องแบกรับ</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>เปิดข้อค้นพบเยาวชนจากครัวเรือนใต้เส้นความยากจน จังหวัดศรีสะเกษ</p>



<p>หลังสิ้นสุดปลายทางการศึกษาขั้นพื้นฐาน (ม.6/ปวช.3)</p>



<p>&#8230;ใครจะไปทำอะไรกันบ้าง?</p>



<p>‘ยะ’ ที่กำลังจะจบ ปวช.3 บอกว่าถึงตายายไม่มีเงินส่ง เขายังวางแผนเรียนต่อ ปวส. โดยจะทำงานเต็มเวลา เพื่อส่งตัวเองเรียนหลักสูตรภาคค่ำ</p>



<p>‘หนิง’ ตัดสินใจว่าจบ ม.6 จะทำงานโรงงาน และถ้าเก็บเงินได้ ปีหน้าหรือปีถัด ๆ ไปถึงจะคิดเรื่องเรียนต่อ</p>



<p>‘เกด’ เพิ่งตัดใจสละสิทธิ์จากมหาวิทยาลัยรัฐแห่งหนึ่ง แม้จะผ่านรอบสอบสัมภาษณ์ เพราะรู้ว่าพ่อกับแม่ไม่มีกำลังส่ง</p>



<p>&#8230;ยังมีอั้ม นุ่มนิ่ม และปีใหม่ ที่อีกไม่กี่อาทิตย์จะจบ ม.6 แต่ต่างก็คิดว่าจะหางานทำ เพราะมองไม่เห็นทางไปต่อ</p>



<p>&#8230;มีแนน มีปิ่น และกุ๊กกิ๊ก ที่ได้แต่มองเพื่อน ๆ เตรียมสอบเข้ามหาวิทยาลัย ขณะตัวเองมีแต่รู้สึกไม่แน่ใจ ว่าอีกไม่กี่เดือนข้างหน้าชีวิตจะพัดพาไปตรงไหน</p>



<p>&#8230;มีบุ๋มบิ๋ม ที่เสียเวลา ม.6 ครึ่งหนึ่งไปในศูนย์อพยพ จนแทบไม่เหลือความเชื่อมั่นกับการไปต่อในปีการศึกษาหน้า&nbsp;&nbsp;</p>



<p>เด็ก ๆ เหล่านี้เป็นเพียงส่วนหนึ่ง ของนักเรียนนักศึกษาที่กำลังจะเรียนจบพร้อมกันในปีการศึกษา 2568 และมีฐานคุณสมบัติเดียวกันคืออยู่ในเกณฑ์เรียนดี มีเกรดเฉลี่ยสะสม 5 เทอมที่ 2.80 ถึงเกือบ 4.00 บางคนเป็นประธานนักเรียน เป็นจิตอาสาของชุมชน และเป็นเยาวชนผู้เก็บเกี่ยวประสบการณ์ในสายงานที่สนใจ จนมีฐานทักษะเฉพาะทางระดับหนึ่ง</p>



<p>หากเมื่อมาถึงจุดสิ้นสุดเส้นทางการศึกษาขั้นพื้นฐาน บริบทชีวิตของแต่ละคนก็กลับกลายเป็นข้อแม้อุปสรรค ที่พาน้อง ๆ เหล่านี้เคลื่อนมาอยู่ ณ จุดเดียวกัน คือต่างมองไม่เห็นทาง ว่าจะพาตัวเองข้ามรอยต่อทางการศึกษาได้อย่างไร?</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-full"><img decoding="async" loading="lazy" width="855" height="569" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/03/03-2.jpg" alt="" class="wp-image-100746" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/03/03-2.jpg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/03/03-2-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/03/03-2-768x511.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/03/03-2-750x500.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/03/03-2-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /></figure></div>


<p></p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>‘รายได้ครอบครัวคือกำแพงกั้นไว้ไม่ให้ไปต่อ’</strong></h3>



<p>จากอุบลราชธานีถึงศรีสะเกษ ถนนทอดยาวเปลี่ยนผ่านทิวทัศน์จากฉากเมืองเป็นทุ่งกว้างสุดตา มองเห็นทิวเขาพนมดงรักที่ขีดเส้นชายแดนไทย-กัมพูชาอยู่ไกล ๆ พาเราไปยังอำเภอขุนหาญ อำเภอกันทรลักษ์ อำเภอกันทรารมย์ อำเภอไพรบึง จังหวัดศรีสะเกษ และวกกลับมาที่อำเภอน้ำยืน จังหวัดอุบลราชธานี ติดตามภารกิจคัดกรองนักศึกษา โครงการทุนนวัตกรรมสายอาชีพชั้นสูงรุ่นที่ 8 ที่เป็นการทำงานร่วมกันของ กสศ. กับสถาบันการศึกษาสายอาชีพในพื้นที่ ได้แก่ วิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีศรีสะเกษ (วษท.ศรีสะเกษ) คณะพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี (NU UBU) และ วิทยาลัยการสาธารณสุขสิรินธร จังหวัดอุบลราชธานี (วสส. อุบล ฯ) ในหลักสูตรประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง (ปวส.) สาขาพืชศาสตร์และสัตวศาสตร์ หลักสูตรประกาศนียบัตรผู้ช่วยพยาบาล (PN) และ หลักสูตรประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง (ปวส.) สาขาวิชาปฏิบัติการฉุกเฉินการแพทย์ เพื่อค้นหาเยาวชนที่มีคุณสมบัติตามหลักสูตร เข้าเป็นนักศึกษาทุนในปีการศึกษา 2569&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-full"><img decoding="async" loading="lazy" width="855" height="569" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/03/15.jpg" alt="" class="wp-image-100747" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/03/15.jpg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/03/15-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/03/15-768x511.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/03/15-750x500.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/03/15-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /></figure></div>


<p></p>



<p>สามวันกับระยะทางรวมกว่า 700 กิโลเมตร คณะทำงานลงพื้นที่เก็บข้อมูล ผ่านการพบปะพูดคุยกับเด็กและผู้ปกครองจาก 12 ครัวเรือน นำมาซึ่ง ‘ส่วนหนึ่งของข้อค้นพบ’ ของเยาวชนกลุ่มหนึ่ง ที่มีความเสี่ยงไม่ได้ไปต่อในปีการศึกษาหน้า โดยเมื่อมองที่ ‘จุดร่วมของลักษณะครอบครัว’ จะพบว่ามีถึงห้าคนที่มีผู้ปกครองเป็นผู้สูงอายุ (ปู่ย่าตายาย) สองคนจากห้าคนมีเพียงย่าหรือยายเป็นผู้ปกครองลำพัง ส่วนน้อง ๆ จากอีกห้าครอบครัวอาศัยอยู่กับพ่อ-แม่ และมีสองคนในกลุ่มนี้ที่มาจากครอบครัวพ่อ-แม่เลี้ยงเดี่ยว</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-full"><img decoding="async" loading="lazy" width="855" height="569" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/03/02-1.jpg" alt="" class="wp-image-100748" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/03/02-1.jpg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/03/02-1-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/03/02-1-768x511.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/03/02-1-750x500.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/03/02-1-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /></figure></div>


<p></p>



<p>ข้อมูลที่แสดงถึงนัยสำคัญต่อโอกาสการศึกษา คืออาชีพของผู้ปกครอง ที่สิบจากสิบสองครอบครัวบอกว่า มีรายได้หลักจากงานรับจ้างทั่วไป สะท้อนถึงรายรับที่ไม่ประจำ แต่จะได้ตามวาระ ตามฤดูกาล หรือตามแต่โอกาส บางครอบครัวจึงมีรายได้ต่อเดือนเพียง 3,000 บาทต่อสมาชิก 3-4 คน บ้างมีรายรับเพียง 3-4 ครั้งต่อปี เฉลี่ยครั้งละ 8,000-14,000 บาท ต่อสมาชิก 4 คน</p>



<p>และจากทั้งสิบสองครัวเรือน มีผู้ปกครองจากบ้านเพียงสองหลัง ที่มีอาชีพ/รายได้จากงานประจำ อย่างไรก็ตามเมื่อวัดด้วย <em>*เกณฑ์คัดกรองรายได้ (PMT: Proxy Means Test)</em> โดยนำรายได้ทั้งหมดหารกับจำนวนสมาชิกครอบครัวแล้ว ยังพบว่าค่าเฉลี่ยรายได้ครัวเรือนยังปริ่มอยู่ตรงเส้นความยากจน ที่ราว 3,000 บาทต่อคน/เดือน หรือ 36,000 บาทต่อคน/ปี</p>



<p><em>*ตัวอย่างเกณฑ์วัด PMT: รายได้ทั้งหมดของครอบครัวเฉลี่ยเดือนละ 12,000 บาท หารด้วยสมาชิกครอบครัว 5 คน (พ่อ แม่ ลูก ตา ยาย) = 2,400 บาท ต่อคน/เดือน ซึ่งจะต่ำกว่าเส้นความยากจนที่ขีดไว้ที่ 3,000 บาท ต่อคน/เดือน&nbsp;&nbsp;</em></p>



<p>ขณะที่ข้อมูลด้านการศึกษาชั้นสูงสุดของผู้ปกครองพบว่า มีผู้ปกครองจากสองครอบครัวที่จบการศึกษาสูงกว่าชั้นประถมศึกษา และผลสำรวจยังชี้ว่า มีผู้ปกครองเพียงคนเดียวจากการสำรวจบ้านสิบสองหลัง ที่ข้ามผ่านรอยต่อการศึกษาขั้นพื้นฐาน (ม.6/ปวช.3) ไปได้ โดยจบการศึกษาที่ระดับชั้นอนุปริญญา&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-full"><img decoding="async" loading="lazy" width="855" height="569" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/03/04-1.jpg" alt="" class="wp-image-100749" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/03/04-1.jpg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/03/04-1-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/03/04-1-768x511.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/03/04-1-750x500.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/03/04-1-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /></figure></div>


<p></p>



<p>การพูดคุยกับน้อง ๆ ที่กำลังจะจบชั้น ม.6 และ ปวช.3 ทั้งสิบสองคน ยังทำให้ทราบว่าเกินครึ่งหนึ่งของเด็ก ๆ เคยเห็นพี่หรือน้องยอมถอดใจไม่เรียนต่อเพราะติด ‘เพดานรายได้ครัวเรือน’ ซึ่งปัจจัยเดียวกันนี้กำลังค่อย ๆ กดทับในใจน้อง ๆ ให้กังวลกับการศึกษาต่อ จนไม่กล้าตัดสินใจสมัครสอบคัดเลือกเข้ามหาวิทยาลัย หรือบางคนก็ตัดสินใจแล้วว่าจะเข้าสู่ตลาดแรงงาน โดยทิ้งเกรดเฉลี่ยสะสมระดับสามกว่าและความหวังความตั้งใจไว้เบื้องหลัง&nbsp;</p>



<p></p>



<h3 class="wp-block-heading">&nbsp;<strong>‘เมื่อหลายเส้นทางฝันอาจต้องสิ้นสุด ณ จุดเดียวกัน’</strong></h3>



<p><strong>‘ยะ’</strong> กลับบ้านเทอมละสองครั้ง เขากินนอนที่วิทยาลัย ใช้เวลาส่วนใหญ่ใน ‘ฟาร์มพืช’ เรียนรู้พันธุ์ไม้ และรับงานออกแบบภูมิทัศน์ จัดสวน-จัดดอกไม้จากอาจารย์ เพื่อให้มีค่ากินอยู่ประจำวัน แบ่งเบาภาระตายายที่มีกำลังจ่ายแค่ค่าเล่าเรียน ด้วยรายได้จากการทำนาปีละสองครั้ง</p>



<p>ยะกำลังจะจบ ปวช.3 ด้วยผลการเรียนระดับสามกลาง ๆ แต่เขารู้ว่าการเรียน ปวส. ต้องใช้เงินอีกมาก และตายายก็คงสุดกำลังแล้ว ถ้าไม่มีทุนสนับสนุน ยะบอกว่าทางเดียวที่จะเรียนต่อ คือเขาต้องทำงานเต็มเวลา แล้วย้ายไปลงเรียนหลักสูตรภาคค่ำหรือเสาร์-อาทิตย์ ที่เปิดสอนสำหรับคนทำงาน</p>



<p>ยะพูดถึงอนาคตไม่ไกลจากนี้ ว่า “ผมรู้ว่าจะเรียนต่อไม่ใช่เรื่องง่าย แต่ตอนนี้ยังไม่สุดทาง ก็ต้องตั้งความหวังไว้ก่อนครับ” ก่อนเผยความฝัน ว่าอยากมีฟาร์มเกษตรผสมผสานของตัวเอง ซึ่งต้องใช้ทั้งความรู้และเงินทุนไม่น้อย ยะจึงตั้งใจจะเรียนให้สูงที่สุด เพื่อขยับเข้าใกล้ฝันให้มากขึ้น และห<strong>วังว่าเมื่อถึงวันนั้น เขาจะแข็งแรงพอจะดูแลตายายที่ชราลง</strong></p>



<figure class="wp-block-image size-full"><img decoding="async" loading="lazy" width="855" height="569" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/03/10.jpg" alt="" class="wp-image-100750" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/03/10.jpg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/03/10-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/03/10-768x511.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/03/10-750x500.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/03/10-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /></figure>



<p></p>



<p><strong>‘หนิง’</strong> อยู่กับยายที่ไม่มีอาชีพ กินอยู่จากเงินที่พี่สาวส่งให้เป็นบางครั้ง หนิงเป็นประธานนักเรียน มีเกรดเฉลี่ยห้าเทอม 3.82 แต่เมื่อถามถึงเส้นทางหลังจบ ม.6 หนิงบอกว่าเธอตัดสินใจแล้วว่าจะไปทำงานโรงงาน</p>



<p>“เคยสงสัยว่าเราไม่ต้องเรียนถึง ม.ปลายก็ได้ ในเมื่อปลายทางคืองานในโรงงาน” หนิงตั้งคำถามกับจังหวะชีวิต และบอกว่า ก้าวเดินของเธอกำลังจะทาบทับรอยทางเดียวกับพี่สาว ที่จบ ม.6 ด้วยเกรดเฉลี่ยเกือบ 4.00 มาก่อน</p>



<p>“เราเห็นพี่ดิ้นรนหาทุนการศึกษาช่วงเรียนจบ แต่ก็ผิดหวังซ้ำ ๆ จึงตัดสินใจทำงานโรงงานและไปลงเรียนวันหยุด แต่ทำอยู่ได้ไม่กี่เดือนเพราะงานหนักและเหนื่อยมาก สุดท้ายก็ต้องยอมตัดใจเลิกเรียน ถึงวันนี้ผ่านมาแปดปี พี่มีลูกมีครอบครัวไปแล้ว เราไม่เห็นเขาได้กลับไปเรียนอีกเลย</p>



<p>“&#8230;แต่พี่มาบอกเราว่าให้เตรียมตัวไปทำงานโรงงานด้วยกันแล้วให้ลงเรียนไปด้วย ก็มาคิดว่าถ้าทำงานเต็มเวลายังไงก็คงเรียนไม่จบ เลยตั้งใจจะทำงานเก็บเงิน และคิดว่าถ้ามีโอกาส ก็อาจจะได้กลับมาเรียน” หนิงเล่าแผนของเธอ</p>



<figure class="wp-block-image size-full"><img decoding="async" loading="lazy" width="855" height="569" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/03/09.jpg" alt="" class="wp-image-100751" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/03/09.jpg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/03/09-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/03/09-768x511.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/03/09-750x500.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/03/09-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /></figure>



<p></p>



<p><strong>‘นุ่มนิ่ม’ </strong>ใช้เวลาช่วงเย็นและวันหยุดช่วยแม่ทำงานเก็บพริก รายได้ไม่แน่นอน เธอบอกว่าตั้งแต่เรียน ม.4 เริ่มคิดว่าพ้น ม.6 อาจไม่ได้เรียนต่อ จนวันจบ ม.6 งวดเข้ามา ก็ยิ่งรู้สึกลึก ๆ ว่าทางข้างหน้ายิ่งเลือนราง&nbsp;&nbsp;</p>



<p>&nbsp;“เราเห็นรุ่นพี่ที่โรงเรียนจบแล้วมีไม่ถึงครึ่งได้เรียนต่อ ส่วนใหญ่ไปทำงานกันหมด ตอนนี้เราเลยเริ่มคิดว่าเอายังไงดี กลายเป็นไม่กล้ายื่นพอร์ต ไม่กล้าสมัครรอบ TCAS เพราะรู้ว่าไม่มีทุนก็ยาก &#8230;รู้สึกเสียดายว่าพยายามกันมาตั้งนาน อยากจบสูงกว่านี้ อยากมีงานดี ๆ ทำ อยากให้ฐานะที่บ้านเราดีขึ้น”&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p>



<figure class="wp-block-image size-full"><img decoding="async" loading="lazy" width="855" height="569" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/03/13.jpg" alt="" class="wp-image-100752" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/03/13.jpg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/03/13-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/03/13-768x511.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/03/13-750x500.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/03/13-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /></figure>



<p></p>



<p>แม่ของ <strong>‘เกด’ </strong>ต้องฟอกไตสัปดาห์ละสามครั้งด้วยสิทธิ์บัตรทอง ส่วนพ่อรับจ้างทำงานเล็ก ๆ น้อย ๆ ในหมู่บ้าน เกดมีเกรดเฉลี่ยสะสมสองปลาย ๆ แต่มุ่งมั่นทุ่มเทกับงานจิตอาสาที่โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล นอกจากใจรัก เกดยังหวังใช้ประสบการณ์เป็นใบเบิกทางเข้ามหาวิทยาลัย ซึ่งในที่สุดเกดก็ผ่านรอบสอบสัมภาษณ์มหาวิทยาลัยรัฐแห่งหนึ่ง แต่วันที่พบกันเธอบอกว่าสละสิทธิ์ไปแล้ว เพราะรู้ว่าถึงยังไงก็เกินกำลังพ่อแม่จะส่งไหว &nbsp; <strong>&nbsp;</strong>&nbsp;<strong>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</strong></p>



<p>แม่ของเกดบอกว่า ลูกสาวตั้งเป้าเรียนด้านสาธารณสุขตั้งแต่ ม.3 พอขึ้น ม.ปลายจึงพยายามเก็บประสบการณ์ จนสามารถผ่านการคัดเลือกเข้ามหาวิทยาลัย แต่เสียดายว่าสุดท้ายแล้ว ความเจ็บป่วยของตนก็มากลายเป็นอุปสรรคให้ลูกไม่อาจทำตามฝัน&nbsp;&nbsp;</p>



<p>เกดบอกเพียงสั้น ๆ ว่า เธอยื่นพอร์ตคัดเลือกเข้ามหาวิทยาลัย ทั้งที่รู้อยู่แล้วว่าถึงผ่านไปได้ก็คงไม่ได้เรียน แต่ก็อยากใช้โอกาสนี้วัดความสามารถตัวเอง เพื่อจะบอกว่า ‘เราก็ทำได้’ และจะใช้ความมั่นใจนี้เป็นต้นทุนไปคว้าโอกาสอื่น ๆ ต่อไป</p>



<figure class="wp-block-image size-full"><img decoding="async" loading="lazy" width="855" height="569" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/03/14.jpg" alt="" class="wp-image-100753" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/03/14.jpg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/03/14-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/03/14-768x511.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/03/14-750x500.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/03/14-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /></figure>



<p></p>



<p>เลยไปที่สุดเขตประเทศ กับพื้นที่ซึ่งได้รับผลกระทบโดยตรงจากการปะทะตรงแนวชายแดนไทย-กัมพูชา <strong>บุ๋มบิ๋ม </strong>รำพึงถึงชีวิต ม.6 ที่สูญหาย ว่าการต้องใช้เวลาสี่เดือนที่ศูนย์อพยพ ทำให้ความมั่นใจที่จะเรียนต่อของเธอถูกบั่นทอน</p>



<p>“ที่ศูนย์อพยพ ทุกคนรู้สึกเหมือนกันว่าไม่มีอะไรแน่นอน มีแต่ความเครียดกังวลที่ส่งต่อกันไป ตัวเราเหมือนตัดขาดจากการเรียน ถึงมีใบงานบ้าง แต่ไม่มีใครมีสมาธิ ไม่มีกะจิตกะใจเตรียมแผนเรียนต่อ ทั้งที่ ม.6 ควรเป็นปีที่มีกิจกรรม มีประสบการณ์ดี ๆ เก็บไว้ แต่สำหรับพวกเราคือสูญเปล่า มันมีแต่ความอึดอัด ไม่มีหวังอะไรเลย”</p>



<p>บุ๋มบิ๋มบอกว่านับแต่เสียงแรกของการปะทะ แผนชีวิตที่วางไว้ต้องเปลี่ยนทั้งหมด และถึงวันนี้ก็ยังไม่มีโอกาสเตรียมตัวสำหรับการเรียนต่อ เพราะต้องคอยตามข่าว รอฟังสัญญาณให้อพยพ และภาวนาทุกวัน ให้คนในครอบครัวและชุมชนของเธอปลอดภัย&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p>



<p></p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>‘มือ’ ที่สร้างสะพานเชื่อมรอยต่อการศึกษา เพื่อยุติความยากจนข้ามรุ่น&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</strong></h3>



<p>นับร้อยกิโลเมตรบนถนนหลัก เลี้ยวเข้าทางรอง ลัดเลาะไปตามทางดินสีแดง ผ่านหมู่บ้านที่ขนาดเล็กลง &#8230;เล็กลง และเลยไปถึงสะพานไม้เก่าสุดเขตชุมชน ที่พาดข้ามห้วยหนองสักแห่งซึ่ง<strong>ไม่ปรากฎบนกูเกิลแมพ</strong> เส้นทางที่แผนที่ดาวเทียมระบุตำแหน่งไม่ได้เหล่านี้ เราไม่อาจเดินทางไปถึง หากไม่มี ‘ครู’ ผู้เชื่อมั่นใน ‘ข้อมูล’ ว่าจะเป็นเครื่องมือช่วยเปลี่ยนแปลงอนาคตของเด็ก ๆ&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p>



<figure class="wp-block-image size-full"><img decoding="async" loading="lazy" width="855" height="569" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/03/06.jpg" alt="" class="wp-image-100754" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/03/06.jpg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/03/06-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/03/06-768x511.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/03/06-750x500.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/03/06-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /></figure>



<p></p>



<p>หลายปีที่ <strong>ครูปนัดดา หล้าคำ</strong> <strong>โรงเรียนไพรบึงวิทยาคม</strong> เฝ้ามองลูกศิษย์มากมายที่ไม่พบทางไปต่อหลังจบ ม.6 เธอจึงรับอาสาดูแลเรื่องทุนการศึกษา และพยายามเก็บข้อมูลลูกศิษย์ ตั้งแต่เกรดเฉลี่ย ความสนใจ ความถนัด จนถึงข้อแม้ปัจจัยทั้งหมดที่เป็นอุปสรรคต่อการศึกษา เพราะรายละเอียดนี้เองที่จะพาน้อง ๆ ไป ‘พบสะพานโอกาส’ หรือคือการ ‘จับคู่’ ระหว่างศักยภาพกับทุนที่เหมาะสม&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p>



<p>“กรณีนี้เราพูดถึงเด็กกลุ่มที่ขยันตั้งใจ เรียนดี แต่พอจบ ม.6 เขาไปต่อไม่ได้เพราะขัดสนเรื่องเงิน แน่นอนว่าแต่ละคนมีข้อแม้ต่างกัน แต่จุดร่วมอย่างหนึ่งที่เราพบ คือเด็ก ๆ จะมาจากครอบครัวที่ขาดพร่องบางอย่าง ซึ่งเราต้องช่วยเติมเต็มให้เขา”</p>



<p>ครูปนัดดาบอกว่าเด็กที่ทางบ้านไม่มีกำลังส่งเสีย พอใกล้จบ ม.6 จะไม่มีแผนเรียนต่อ ส่วนหนึ่งตั้งใจไปหางานทำในกรุงเทพ ฯ ที่ยังอยู่ในพื้นที่ก็เลือกไปทำงานโรงงาน ในห้าง ทำงานเซเว่น บางคนเชื่อว่าจะเก็บเงินเรียนได้ ซึ่งมีบ้างที่ปีสองปีก็ได้กลับมาเรียน แต่ถ้านับเฉพาะส่วนใหญ่ก็ไม่ได้กลับมา เพราะเส้นทางชีวิตเขาเปลี่ยนไปแล้ว</p>



<p>“เราเห็นว่าจุดที่จะช่วยเชื่อมให้ไปต่อได้ มันยังมีไม่มากพอ ไม่ว่าข้อมูลทุนการศึกษา หรือความหลากหลายของสาขาที่ทุนรองรับ เราถึงมองว่าการส่งต่อข้อมูลเด็กให้ไปถึงแหล่งทุนคือสิ่งที่โรงเรียนทำได้ ซึ่งสำหรับเด็กที่มีใจใฝ่เรียนอยู่แล้ว ถ้าพาเขาข้ามรอยต่อตรงนี้ไปได้ ก็แน่ใจได้เลยว่าเส้นทางแต่ละคนไปได้อีกไกล”&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-full is-resized"><img decoding="async" loading="lazy" width="855" height="569" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/03/16.jpg" alt="" class="wp-image-100755" style="width:400px" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/03/16.jpg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/03/16-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/03/16-768x511.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/03/16-750x500.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/03/16-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /><figcaption class="wp-element-caption">ครูปนัดดา</figcaption></figure></div>


<p></p>



<p>อีกหนึ่งมือที่ยื่นเข้ามาด้วยความเชื่อว่า ถ้าตาข่ายรองรับเด็กกลุ่มเสี่ยงขยายพื้นที่ออกไปกว้างขึ้น โอกาสที่แต่ละปีจะมีเด็ก ๆ ร่วงหล่นสูญหายระหว่างทางก็จะน้อยลง และภารกิจนี้คือสิ่งที่ ‘ท้องถิ่นทำได้’</p>



<p><strong>ปลัด อบจ.ศรีสะเกษ</strong> <strong>ไกรศักดิ์ วรทัต </strong>ผู้นำท้องถิ่นที่พาเราไปพบน้อง ๆ ตำบลผักแพว อำเภอกันทรารมย์ กล่าวถึงการทำงานของ อบจ.ศรีสะเกษ ที่รวมฐานข้อมูลเด็กจากโรงเรียนในสังกัด อบจ. ทุกคนซึ่งจะจบ ม.3 หรือ ม.6 ในทุกปี ก่อนส่งต่อไปยังสถาบันในพื้นที่มีทุนรองรับ โดยเชื่อว่ากลไกนี้คือการทำงานระยะยาว ที่จะยุติการส่งต่อความยากจนจากรุ่นสู่รุ่น&nbsp;</p>



<p>“โรงเรียนสามารถเป็นด่านแรกของการคัดกรอง อบจ. จึงพยายามเชื่อมโยงทุกโรงเรียนในสังกัดไว้ด้วยกัน และส่งต่อข้อมูลไปยังสถาบันการศึกษา เพื่อลงพื้นที่ค้นหาเด็กและพาไปสู่โอกาส&nbsp;</p>



<p>“เราเชื่อว่าการศึกษาคือกระบวนการสร้างความมั่นคงในชีวิต โดยเฉพาะสำหรับคนที่ไม่มีต้นทุน ไม่มีหลักยึด ชีวิตเขาเปรียบกับว่าวบนฟ้าที่ลอยต้านแรงลม มีเพียงแรงยึดจากด้ายบาง ๆ เส้นหนึ่ง พร้อมขาดได้ทุกเมื่อ และถ้าขาดแล้วก็ไม่รู้เลยว่าจะลอยไปตกตรงไหน ฉะนั้นการช่วยกันสร้างตาข่ายรองรับ ก็คือการพยายามเพิ่มโอกาสให้เด็กคนหนึ่งสามารถก้าวไปเหยียบยืนในจุดที่มั่นคง &#8230;นี่คือหนทางสร้างหลักประกัน ให้ชีวิตหนึ่งเชื่อมั่นว่าเขามีโอกาสเปลี่ยนเส้นทางอนาคต และคือการตัดตอนการส่งต่อความยากจนข้ามรุ่นที่หวังผลได้”</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-full"><img decoding="async" loading="lazy" width="855" height="569" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/03/12.jpg" alt="" class="wp-image-100756" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/03/12.jpg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/03/12-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/03/12-768x511.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/03/12-750x500.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/03/12-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /><figcaption class="wp-element-caption">ปลัดไกรศักดิ์</figcaption></figure></div>


<p>&nbsp;</p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>‘ความเปลี่ยนแปลงที่เป็นไปได้ ในอีกเพียงไม่ถึงหนึ่งรอบปฏิทิน’</strong></h3>



<p>จากบ้านน้อง ๆ&#8230; อีกหนึ่งจุดแวะของการเดินทาง คือฟาร์มสัตว์ภายใน <strong>วิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีศรีสะเกษ </strong>สถานที่ที่คณะทำงานบอกว่าเราจะได้เห็น ‘ภาพอนาคตอันใกล้’ ของเด็ก ๆ ผู้หวั่นไหวไม่แน่ใจในวันนี้ ที่เมื่อได้รับโอกาสไปต่อบนเส้นทางการศึกษา พวกเขาสามารถเปลี่ยนเป็น ‘คนที่หยัดยืนอย่างมั่นใจ’ ในช่วงหนึ่งปีการศึกษา หรือเพียงไม่ถึงหนึ่งรอบปฏิทิน</p>



<figure class="wp-block-image size-full"><img decoding="async" loading="lazy" width="855" height="569" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/03/08.jpg" alt="" class="wp-image-100758" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/03/08.jpg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/03/08-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/03/08-768x511.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/03/08-750x500.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/03/08-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /></figure>



<p></p>



<p>ที่นี่ เราพบนักศึกษาทุนนวัตกรรมสายอาชีพชั้นสูง ชั้น ปวส.1 สาขาสัตวศาสตร์ ที่อยู่ในหอพักของทางวิทยาลัย และร่ำเรียนอยู่ที่ฟาร์ม น้อง ๆ เล่าถึงชีวิตประจำวัน การตื่นนอนแต่เช้า ผลัดเปลี่ยนเวรดูแลสัตว์ ให้อาหาร รีดนมวัว ทำความสะอาด เรียนรู้เกี่ยวกับการแปรรูปผลิตภัณฑ์ การทำการตลาด การบริหารร้านค้าของวิทยาลัย ขณะที่นักศึกษากลุ่มหนึ่งบอกกับเราด้วยความตื่นเต้น ถึงเส้นทางและโอกาสใหม่ของชีวิตที่กำลังจะเกิดขึ้น เมื่อพวกเขาได้ทุนเดินทางไปฝึกงานที่ฟาร์มในประเทศเดนมาร์คเป็นเวลา 11 เดือน&nbsp;&nbsp;</p>



<figure class="wp-block-image size-full"><img decoding="async" loading="lazy" width="855" height="569" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/03/07.jpg" alt="" class="wp-image-100759" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/03/07.jpg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/03/07-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/03/07-768x511.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/03/07-750x500.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/03/07-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /></figure>



<p></p>



<p><strong>อาจารย์พรสวรรค์ สัมนา รอง ผอ.ฝ่ายพัฒนากิจการนักเรียน นักศึกษา วิทยาลัยเกษตรแและเทคโนโลยีศรีสะเกษ</strong> บอกว่า เด็ก ๆ เหล่านี้คือ ‘หลักฐานที่มีชีวิต’ ของความพยายามสร้างสะพานเชื่อมรอยต่อการศึกษา ที่เมื่อแต่ละคนก้าวข้ามจากชั้น ม.6 หรือ ปวช.3 มาได้ ชีวิตจึงได้มุ่งไปในอีกเส้นทาง</p>



<p>“ที่วิทยาลัยเราอยู่กันเป็นครอบครัวใหญ่ เห็นความเปลี่ยนแปลงของเด็กตลอดเวลา รู้จุดเด่นของแต่ละคนที่ส่งเสริมให้ไปได้ไกลขึ้น กลับกันก็รู้ว่ามีจุดไหนที่ต้องดูแลใกล้ชิด เด็กกลุ่มนี้มีความตั้งใจ มีผลการเรียนที่ดี แต่ด้วยระหว่างทางของการเติบโตที่เขาต้องสู้ ต้องเอาชนะอุปสรรคที่มากกว่าแค่ในห้องเรียน ก็ทำให้เรารู้ว่าเขายังต้องการคนประคับประคอง</p>



<p>“การได้เรียนต่อคือจุดเปลี่ยนสำคัญจริง ๆ ที่เด็กคนหนึ่งจากไม่รู้จะไปทางไหน กลายเป็นคนที่เค้นเอาศักยภาพในตัวมาใช้ได้เต็มที่ ได้โอกาสต่อโอกาส ได้มีรายได้ระหว่างเรียน ส่งเงินให้ที่บ้าน ได้ไปฝึกงานต่างประเทศ ได้ทุนเรียนต่อปริญญาตรี มีเงินเก็บ มีเงินซ่อมแซมบ้าน หรือบางคนจบแล้วได้งานทำที่ต่างประเทศ มีเงินทุนกลับมาสร้างธุรกิจของตัวเอง ภาพเหล่านี้ถ้ามองย้อนกลับไปวันแรกที่พบกัน ก็ต้องบอกว่าคือความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นในเวลาปีสองปีเท่านั้น”&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-full"><img decoding="async" loading="lazy" width="855" height="569" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/03/05-1.jpg" alt="" class="wp-image-100760" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/03/05-1.jpg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/03/05-1-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/03/05-1-768x511.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/03/05-1-750x500.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/03/05-1-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /><figcaption class="wp-element-caption">อาจารย์พรสวรรค์</figcaption></figure></div>


<p></p>



<p>ผ่านมาหลายรุ่นที่พบเด็ก ๆ และพาพ้นจาก ‘จุดที่ไปต่อไม่ได้’ จนแต่ละคนพบเส้นทางของตัวเอง อาจารย์พรสวรรค์ ยืนยันความเชื่อมั่นจากประสบการณ์ดูแลนักศึกษาทุนว่า “เด็กคนหนึ่งแม้มีความสามารถหรือความตั้งใจสักแค่ไหน แต่เมื่อต้องออกสตาร์ทจากจุดติดลบ ทำได้แค่มองเห็นแผ่นหลังของเพื่อนวิ่งนำอยู่ไกล ๆ พอถึงจุดหนึ่ง เขาจะค่อย ๆ หมดแรง ไม่มีกำลังใจไปต่อ สุดท้ายจึงเวียนวนอยู่ในวงจรที่ไม่มีทางลืมตาอ้าปากได้</p>



<p>“การเชื่อมต่อเส้นทางด้วย ‘ทุนการศึกษา’ จึงหมายถึงโอกาส ที่เด็กคนหนึ่งจะได้เริ่มต้น ณ จุดเดียวกันกับคนอื่น ทำให้เขากล้าจะนับหนึ่งสองและสาม และพร้อมจะเอาพลังทั้งหมดที่มีมาใช้วิ่งต่อไป บนเส้นทางระยะไกลของชีวิต และเปลี่ยนเป็นใครอีกคนที่ตัวเขาเองก็นึกไม่ถึง” &nbsp;</p>



<figure class="wp-block-image size-full"><img decoding="async" loading="lazy" width="855" height="569" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/03/11.jpg" alt="" class="wp-image-100762" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/03/11.jpg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/03/11-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/03/11-768x511.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/03/11-750x500.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/03/11-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /></figure><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/article-170326-2/">การศึกษา คือ สิทธิพื้นฐาน ไม่ใช่ภาระความยากจนที่เด็กต้องแบกรับ</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
