<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>All About EEF | กสศ.</title>
	<atom:link href="https://www.eef.or.th/category/all-about-eef/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.eef.or.th</link>
	<description>กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา</description>
	<lastBuildDate>Thu, 02 Apr 2026 11:21:59 +0000</lastBuildDate>
	<language>th</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.3.8</generator>

<image>
	<url>https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/02/cropped-fav-icon-32x32.png</url>
	<title>All About EEF | กสศ.</title>
	<link>https://www.eef.or.th</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>กสศ. นำเสนอ “ครูรัก(ษ์)ถิ่น” บนเวที Asia-Pacific Regional Forum ในฐานะกลไกเชิงระบบ แก้วิกฤตขาดแคลนครูในโรงเรียนขนาดเล็กและพื้นที่ห่างไกล</title>
		<link>https://www.eef.or.th/news-020426-2/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 02 Apr 2026 11:21:58 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[ครูรักษ์ถิ่น]]></category>
		<category><![CDATA[All About EEF]]></category>
		<category><![CDATA[กสศ.]]></category>
		<category><![CDATA[ครูรัก(ษ์)ถิ่น]]></category>
		<category><![CDATA[วิกฤตขาดแคลนครู]]></category>
		<category><![CDATA[Asia-Pacific Regional Forum]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?p=101042</guid>

					<description><![CDATA[<p>การประชุม Asia-Pacific Regional Forum on Teachers ซึ่งจ [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/news-020426-2/">กสศ. นำเสนอ “ครูรัก(ษ์)ถิ่น” บนเวที Asia-Pacific Regional Forum ในฐานะกลไกเชิงระบบ แก้วิกฤตขาดแคลนครูในโรงเรียนขนาดเล็กและพื้นที่ห่างไกล</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>การประชุม <strong>Asia-Pacific Regional Forum on Teachers</strong> ซึ่งจัดโดย UNESCO ระหว่างวันที่ 31 มีนาคม – 2 เมษายน 2569 ณ โรงแรมอวานี สุขุมวิท กรุงเทพฯ ได้รวบรวมผู้นำด้านการศึกษาระดับโลก เพื่อร่วมกันหาแนวทางรับมือกับวิกฤตเชิงระบบในวิชาชีพครู โดยการประชุมมุ่งเน้นการสร้างกำลังคนที่มีความหลากหลายและสามารถปรับตัวได้ ผ่านมุมมองของการเรียนรู้ร่วมกัน ความเสมอภาค และความเท่าเทียมทางเพศ ซึ่งมี Angelo Gavrielatos ผู้จัดการแคมเปญ Go Public Fund Education ประจำภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก (Education International Asia-Pacific) ทำหน้าที่ดำเนินรายการ</p>



<p>ในฐานะตัวแทนจากประเทศไทย <strong>ดร.ไกรยส ภัทราวาท</strong> ผู้จัดการกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) และ <strong>ดร.อุดม วงษ์สิงห์</strong> ผู้อำนวยการสำนักพัฒนาคุณภาพครูและสถานศึกษา ได้เข้าร่วมแลกเปลี่ยนเรียนรู้ในเวทีดังกล่าว โดยผู้จัดการ กสศ. เป็นตัวแทนขึ้นนำเสนอ <strong>“โครงการครูรัก(ษ์)ถิ่น”</strong> ซึ่งเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนการลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาด้วยฐานข้อมูลเชิงประจักษ์ (Evidence-based) เพื่อแก้ปัญหาการขาดแคลนครูที่ส่งผลกระทบต่อชุมชนในพื้นที่ห่างไกลและเปราะบางที่สุดของประเทศไทย</p>



<figure class="wp-block-image size-full"><img decoding="async" fetchpriority="high" width="1392" height="778" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/04/image.png" alt="" class="wp-image-101044" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/04/image.png 1392w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/04/image-300x168.png 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/04/image-768x429.png 768w" sizes="(max-width: 1392px) 100vw, 1392px" /></figure>



<p></p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>วิกฤตในโรงเรียนขนาดเล็ก-พื้นที่ห่างไกลที่ยังคงอยู่</strong> </h3>



<p>ผู้จัดการ กสศ. ได้นำเสนอข้อมูลความท้าทายของระบบการศึกษาไทยในพื้นที่ห่างไกล โดยอ้างอิงงานวิจัยที่จัดทำโดยธนาคารโลก (World Bank) และสถาบันวิจัยเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา กสศ. ในปี 2563 ซึ่งพบว่า ประเทศไทยมีโรงเรียนขนาดเล็ก (Small protected schools) จำนวน 1,155 แห่ง ที่ไม่สามารถควบรวมได้ แม้โรงเรียนเหล่านี้จะมีข้อได้เปรียบในด้านอัตราส่วนครูต่อนักเรียนที่ต่ำกว่า (1:9.5 เทียบกับค่าเฉลี่ยระดับชาติที่ 1:14) แต่กลับต้องเผชิญกับข้อจำกัดสำคัญ คืออัตราส่วนครูต่อห้องเรียนที่ต่ำมาก เพียงร้อยละ 0.91 เมื่อเทียบกับร้อยละ 1.38 ในโรงเรียนทั่วไป</p>



<p>ปัญหาดังกล่าวทวีความรุนแรงขึ้นจากข้อจำกัดเชิงพื้นที่และการโยกย้ายกำลังคนที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง โรงเรียนขนาดเล็กส่วนใหญ่มักตั้งอยู่ในพื้นที่ชายแดนหรือพื้นที่ห่างไกล ครูจากในเมืองที่ถูกส่งไปปฏิบัติงานในพื้นที่เหล่านี้ มักประสบความยากลำบากในการดำรงชีวิตและการทำงาน ส่งผลให้เมื่อครบระยะเวลาปฏิบัติงานประมาณ 2 ปี ครูจำนวนไม่น้อยเลือกขอย้ายออกจากโรงเรียนเหล่านี้</p>



<figure class="wp-block-image size-full"><img decoding="async" width="855" height="569" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/04/image-13.jpeg" alt="" class="wp-image-101043" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/04/image-13.jpeg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/04/image-13-300x200.jpeg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/04/image-13-768x511.jpeg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/04/image-13-750x500.jpeg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/04/image-13-272x182.jpeg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /></figure>



<p></p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>โครงการครูรัก(ษ์)ถิ่น ทางออกขจัดความยากจนในชั่วอายุคน</strong></h3>



<p>เพื่อลดช่องว่างการขาดแคลนครูในโรงเรียนขนาดเล็กและพื้นที่ห่างไกล กสศ. ได้พัฒนากลไกการผลิตครู “ระบบปิด” (Closed system) โดยตั้งเป้าจัดหานักศึกษาครูให้ได้อย่างน้อย 1 ใน 4 ของความต้องการในพื้นที่ โครงการครูรัก(ษ์)ถิ่นมุ่งเป้ามอบทุนการศึกษาให้กับนักเรียนจากครัวเรือนยากจนในชุมชนท้องถิ่นที่ต้องการครู เพื่อพัฒนาศักยภาพความเป็นครูและกลับไปปฏิบัติงานในพื้นที่ของตนเอง เนื่องจากสถาบันผลิตครูตั้งอยู่ใกล้กับโรงเรียนกลุ่มเป้าหมาย จึงมีความเข้าใจอย่างลึกซึ้งทั้งในด้านวัฒนธรรม บริบทของโรงเรียน และวิถีชีวิตของชุมชนที่นักศึกษาผู้รับทุนจะกลับไปทำงาน</p>



<p>นอกจากนี้ ดร.ไกรยส ยังเน้นย้ำถึงผลกระทบเชิงบวกทางเศรษฐกิจและสังคมที่สำคัญ โดยชี้ว่า การมีรายได้ที่มั่นคงจากวิชาชีพครูจะช่วยให้นักศึกษาทุนสามารถพาครอบครัวก้าวพ้นความยากจนได้ภายในชั่วอายุคน (One generation) ในระยะต่อไป กสศ. มีเป้าหมายขยายการสนับสนุนไปสู่สาขาวิชาเฉพาะทางต่าง ๆ เช่น การศึกษาพิเศษ เพื่อให้ระบบการผลิตครูสามารถตอบโจทย์ความต้องการของพื้นที่ได้อย่างครอบคลุมยิ่งขึ้น</p>



<p></p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>การเปลี่ยนแปลงโครงสร้างประชากรและความต่อเนื่องของภาคนโยบาย</strong></h3>



<p>ดร.ไกรยส ได้ยกประเด็นความท้าทายด้านโครงสร้างประชากร โดยชี้ว่า ประเทศไทยกำลังก้าวเข้าสู่สังคมสูงวัย (Ultra-aged society) ท่ามกลางจำนวนประชากรวัยทำงานที่ลดลง ขณะที่สัดส่วนผู้สูงอายุเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ซึ่งแนวโน้มดังกล่าวอาจกลายเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญที่ส่งผลให้จำนวนผู้เข้าสู่วิชาชีพครูลดลง อีกทั้งงบประมาณภาครัฐยังมีแนวโน้มถูกจัดสรรไปยังภารกิจด้านอื่นมากขึ้น</p>



<p>เพื่อเตรียมรับมือกับสถานการณ์ดังกล่าว ดร.ไกรยส ได้เน้นย้ำถึงความจำเป็นเร่งด่วนในการวางยุทธศาสตร์การผลิตและพัฒนาครูอย่างเป็นระบบ ทั้งในช่วงก่อนและระหว่างการบรรจุ ในระยะ 5–10 ปีข้างหน้า โดยในปัจจุบัน กสศ. อยู่ระหว่างการสำรวจภาระงานที่ครูต้องรับผิดชอบนอกเหนือจากการสอนจนเกินสมดุล เพื่อนำข้อมูลเชิงประจักษ์ไปเสนอต่อรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการโดยตรง</p>



<p>อย่างไรก็ตาม ดร.ไกรยส ย้ำว่า การขับเคลื่อนนโยบายด้านครูจำเป็นต้องอาศัย <strong>“ความต่อเนื่องของภาคนโยบายและการเมือง”</strong> เพื่อให้มาตรการต่าง ๆ สามารถดำเนินไปได้อย่างต่อเนื่อง แม้จะมีการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองตามวาระของรัฐบาลไทยก็ตาม</p>



<figure class="wp-block-image size-full"><img decoding="async" width="855" height="569" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/04/image-14.jpeg" alt="" class="wp-image-101045" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/04/image-14.jpeg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/04/image-14-300x200.jpeg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/04/image-14-768x511.jpeg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/04/image-14-750x500.jpeg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/04/image-14-272x182.jpeg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /></figure>



<p></p>



<p>บนเวทีเดียวกันนี้ ผู้จัดการ กสศ. ยังได้ร่วมเสวนากับตัวแทนด้านการศึกษาระดับโลก ซึ่งต่างเห็นพ้องและกล่าวยกย่องแนวทางของ กสศ. ว่าเป็นต้นแบบที่สำคัญ</p>



<ul>
<li><strong>Lars Sondergaard</strong> หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์ด้านการศึกษา ประจำภูมิภาคเอเชียตะวันออกและแปซิฟิกของ World Bank ตั้งข้อสังเกตว่า การจัดการศึกษาที่มีคุณภาพจะต้องใช้งบประมาณสูง แต่ประเทศรายได้ปานกลางส่วนใหญ่ในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกกลับลงทุนด้านการศึกษาไม่ถึง 4% ของ GDP พร้อมเสนอให้รัฐบาลปรับมุมมองจากการมุ่งเน้น “ปัจจัยนำเข้า” ไปสู่ “ผลลัพธ์” โดยมองว่าการศึกษาไม่ใช่การบริโภค แต่คือการลงทุนที่สำคัญ ทั้งนี้ยังได้ชื่นชมการดำเนินงานของ กสศ. ว่าเป็นตัวอย่างของโครงการที่ใช้ฐานข้อมูลเชิงประจักษ์ ซึ่งช่วยให้หน่วยงานด้านการศึกษาสามารถอธิบายความคุ้มค่าต่อภาคการคลังได้อย่างชัดเจน พร้อมทั้งชักชวนให้ประเทศต่าง ๆ ยกระดับการผลิตครูตั้งแต่ต้นทางให้เป็นโครงสร้างพื้นฐานระดับชาติ</li>



<li><strong>Ruby Bernardo</strong> ประธานสหภาพครู (Alliance of Concerned Teachers) ประเทศฟิลิปปินส์ สะท้อนภาพวิกฤตการขาดแคลนครูที่มีจำนวนสูงถึง 147,000 คน โดยระบุว่าครู 9 ใน 10 คนมีรายได้ต่ำกว่าค่าครองชีพพื้นฐาน และต้องเผชิญกับภาระงานที่เกินขอบเขตหน้าที่ พร้อมย้ำว่าวิกฤตครูทั่วโลกไม่ใช่เรื่องบังเอิญ แต่เป็นผลจากนโยบาย และการลงทุนในตัวครูจำเป็นต้องเกิดขึ้นอย่างเป็นรูปธรรม</li>



<li><strong>Leah Olsson</strong> รองประธานสหภาพการศึกษาแห่งออสเตรเลีย (Australian Education Union) รัฐควีนส์แลนด์ ประเทศออสเตรเลีย เปิดเผยว่า ปัจจุบันมากกว่า 3 ใน 4 ของโรงเรียนในออสเตรเลียกำลังเผชิญภาวะขาดแคลนบุคลากร และมีครูถึง 56% ตัดสินใจลาออกจากวิชาชีพเนื่องจากภาระงานที่สูงเกินไป พร้อมทิ้งท้ายว่า “สภาพแวดล้อมการทำงานของครู คือสภาพแวดล้อมการเรียนรู้ของเด็ก หากปราศจากสิ่งนี้ โรงเรียนก็เป็นเพียงตึกเปล่า”</li>



<li><strong>Mike Thiruman</strong> เลขาธิการสหภาพครูสิงคโปร์ (Singapore Teachers Union) ประเทศสิงคโปร์ ชี้ให้เห็นว่าวิกฤตครูในปัจจุบันมีความเชื่อมโยงกับการตัดสินใจเชิงนโยบาย พร้อมยกตัวอย่างความสำเร็จของสิงคโปร์ที่มีการสนับสนุนเงินเดือนเต็มจำนวนให้แก่นักศึกษาครูระหว่างการศึกษา โดยเน้นย้ำว่า ภาวะหมดไฟ (Burnout) ของครูไม่ควรถูกมองเป็นเรื่องปกติ และควรให้ความสำคัญกับ 4 ปัจจัยหลัก ได้แก่ ค่าตอบแทน (Wages) ความก้าวหน้าในสายอาชีพ (Work prospects) สวัสดิภาพ (Wellbeing) และการทำงานร่วมกับครูอย่างใกล้ชิด</li>
</ul>



<p>การเสวนาในครั้งนี้ได้ตอกย้ำประเด็นสำคัญของ <a href="https://unesdoc.unesco.org/ark:/48223/pf0000397618.locale=en" target="_blank" rel="noopener" title="">GEM Report 2026</a> ที่เพิ่งเปิดตัว ซึ่งเน้นย้ำเรื่องความเสมอภาคและการขับเคลื่อนจากทุกภาคส่วน โดยการนำเสนอกลไกเชิงระบบจากโครงการ “ครูรัก(ษ์)ถิ่น” ได้สะท้อนให้เห็นว่า การวางแผนกำลังคนที่ยืดหยุ่น ยั่งยืน และสอดคล้องกับบริบทของท้องถิ่นอย่างแท้จริง คือแนวทางสำคัญในการสร้างหลักประกันสู่อนาคตของการศึกษาทั้งในประเทศไทยและในระดับภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก</p>



<figure class="wp-block-image size-full"><img decoding="async" loading="lazy" width="855" height="569" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/04/image-15.jpeg" alt="" class="wp-image-101046" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/04/image-15.jpeg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/04/image-15-300x200.jpeg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/04/image-15-768x511.jpeg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/04/image-15-750x500.jpeg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/04/image-15-272x182.jpeg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /></figure><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/news-020426-2/">กสศ. นำเสนอ “ครูรัก(ษ์)ถิ่น” บนเวที Asia-Pacific Regional Forum ในฐานะกลไกเชิงระบบ แก้วิกฤตขาดแคลนครูในโรงเรียนขนาดเล็กและพื้นที่ห่างไกล</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>กสศ. ผนึก 601 สถานศึกษา ขับเคลื่อนทุน ODOS รุ่น 4 ปิดรอยต่อเด็กช้างเผือก ม.3 สู่การเรียนต่อเนื่อง ม.ปลาย–ปวช. สาย STEM</title>
		<link>https://www.eef.or.th/news-020426/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 02 Apr 2026 10:12:45 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[All About EEF]]></category>
		<category><![CDATA[กสศ.]]></category>
		<category><![CDATA[เด็กช้างเผือก]]></category>
		<category><![CDATA[ทุน ODOS]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?p=101026</guid>

					<description><![CDATA[<p>กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) ร่วมกับภาคีสถา [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/news-020426/">กสศ. ผนึก 601 สถานศึกษา ขับเคลื่อนทุน ODOS รุ่น 4 ปิดรอยต่อเด็กช้างเผือก ม.3 สู่การเรียนต่อเนื่อง ม.ปลาย–ปวช. สาย STEM</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) ร่วมกับภาคีสถานศึกษาจำนวน 601 แห่งทั่วประเทศ เดินหน้าขับเคลื่อนโครงการทุนการศึกษาเพื่อขยายโอกาสและพัฒนาประเทศ (ODOS) รุ่นที่ 4 เพื่อ “ปิดรอยต่อทางการศึกษา” ของเยาวชนกลุ่ม “ช้างเผือก” หลังจบชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 โดยเปิดโอกาสให้เยาวชนจำนวน 1,200 คน จากโรงเรียนต้นทางกว่า 11,518 แห่งทั่วประเทศ ได้เรียนต่ออย่างต่อเนื่องในระดับมัธยมศึกษาตอนปลายและประกาศนียบัตรวิชาชีพ (ปวช.) ในสาขา STEM เพื่อพัฒนากำลังคนคุณภาพ ขับเคลื่อนประเทศในอนาคต</p>



<p>เมื่อวันที่ 1 เมษายน 2569 กสศ. และหน่วยงานภาคี ได้แก่ สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น และกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม (อว.) ได้จัดประชุมชี้แจงแนวทางการดำเนินงานทุน ODOS รุ่นที่ 4 เพื่อสร้างความเข้าใจร่วมกัน และเตรียมความพร้อมในการเสนอชื่อนักเรียนเข้าสู่กระบวนการคัดเลือก</p>



<figure class="wp-block-gallery has-nested-images columns-default is-cropped wp-block-gallery-1 is-layout-flex wp-block-gallery-is-layout-flex">
<figure class="wp-block-image size-large"><img decoding="async" loading="lazy" width="855" height="569" data-id="101029" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/04/0402_กสศ.-ผนึก-601-สถานศึกษา-01.jpg" alt="" class="wp-image-101029" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/04/0402_กสศ.-ผนึก-601-สถานศึกษา-01.jpg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/04/0402_กสศ.-ผนึก-601-สถานศึกษา-01-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/04/0402_กสศ.-ผนึก-601-สถานศึกษา-01-768x511.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/04/0402_กสศ.-ผนึก-601-สถานศึกษา-01-750x500.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/04/0402_กสศ.-ผนึก-601-สถานศึกษา-01-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /></figure>



<figure class="wp-block-image size-large"><img decoding="async" loading="lazy" width="855" height="569" data-id="101030" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/04/0402_กสศ.-ผนึก-601-สถานศึกษา-02.jpg" alt="" class="wp-image-101030" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/04/0402_กสศ.-ผนึก-601-สถานศึกษา-02.jpg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/04/0402_กสศ.-ผนึก-601-สถานศึกษา-02-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/04/0402_กสศ.-ผนึก-601-สถานศึกษา-02-768x511.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/04/0402_กสศ.-ผนึก-601-สถานศึกษา-02-750x500.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/04/0402_กสศ.-ผนึก-601-สถานศึกษา-02-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /></figure>
</figure>



<figure class="wp-block-gallery has-nested-images columns-default is-cropped wp-block-gallery-3 is-layout-flex wp-block-gallery-is-layout-flex">
<figure class="wp-block-image size-large"><img decoding="async" loading="lazy" width="855" height="569" data-id="101032" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/04/0402_กสศ.-ผนึก-601-สถานศึกษา-04.jpg" alt="" class="wp-image-101032" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/04/0402_กสศ.-ผนึก-601-สถานศึกษา-04.jpg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/04/0402_กสศ.-ผนึก-601-สถานศึกษา-04-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/04/0402_กสศ.-ผนึก-601-สถานศึกษา-04-768x511.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/04/0402_กสศ.-ผนึก-601-สถานศึกษา-04-750x500.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/04/0402_กสศ.-ผนึก-601-สถานศึกษา-04-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /></figure>



<figure class="wp-block-image size-large"><img decoding="async" loading="lazy" width="855" height="569" data-id="101039" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/04/0402_กสศ.-ผนึก-601-สถานศึกษา-11.jpg" alt="" class="wp-image-101039" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/04/0402_กสศ.-ผนึก-601-สถานศึกษา-11.jpg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/04/0402_กสศ.-ผนึก-601-สถานศึกษา-11-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/04/0402_กสศ.-ผนึก-601-สถานศึกษา-11-768x511.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/04/0402_กสศ.-ผนึก-601-สถานศึกษา-11-750x500.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/04/0402_กสศ.-ผนึก-601-สถานศึกษา-11-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /></figure>
</figure>



<figure class="wp-block-gallery has-nested-images columns-default is-cropped wp-block-gallery-5 is-layout-flex wp-block-gallery-is-layout-flex">
<figure class="wp-block-image size-large"><img decoding="async" loading="lazy" width="855" height="569" data-id="101033" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/04/0402_กสศ.-ผนึก-601-สถานศึกษา-05.jpg" alt="" class="wp-image-101033" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/04/0402_กสศ.-ผนึก-601-สถานศึกษา-05.jpg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/04/0402_กสศ.-ผนึก-601-สถานศึกษา-05-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/04/0402_กสศ.-ผนึก-601-สถานศึกษา-05-768x511.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/04/0402_กสศ.-ผนึก-601-สถานศึกษา-05-750x500.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/04/0402_กสศ.-ผนึก-601-สถานศึกษา-05-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /></figure>



<figure class="wp-block-image size-large"><img decoding="async" loading="lazy" width="855" height="569" data-id="101031" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/04/0402_กสศ.-ผนึก-601-สถานศึกษา-03.jpg" alt="" class="wp-image-101031" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/04/0402_กสศ.-ผนึก-601-สถานศึกษา-03.jpg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/04/0402_กสศ.-ผนึก-601-สถานศึกษา-03-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/04/0402_กสศ.-ผนึก-601-สถานศึกษา-03-768x511.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/04/0402_กสศ.-ผนึก-601-สถานศึกษา-03-750x500.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/04/0402_กสศ.-ผนึก-601-สถานศึกษา-03-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /></figure>
</figure>



<p></p>



<p>โครงการทุน ODOS เป็นนโยบายสำคัญของรัฐบาลที่มุ่ง “ปิดช่องว่างโอกาสทางการศึกษา” โดยเฉพาะในช่วงรอยต่อหลังจบการศึกษาภาคบังคับ เพื่อสนับสนุนเยาวชนที่มีศักยภาพสูงแต่ขาดแคลนทุนทรัพย์ หรือ “เด็กช้างเผือก” ให้ได้รับการพัฒนาอย่างเต็มศักยภาพ ผ่านการเรียนรู้ในสาขา STEM หรือ วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี วิศวกรรมศาสตร์ และคณิตศาสตร์ ซึ่งเป็นทักษะสำคัญของการพัฒนาประเทศในระยะยาว</p>



<p>การดำเนินงานของทุน ODOS ถูกออกแบบให้เชื่อมต่อโอกาสทางการศึกษาอย่างต่อเนื่อง ครอบคลุมผู้เรียน 4 รุ่น โดยในรุ่นที่ 4 นี้ มุ่งเป้าหมายไปที่เยาวชนที่เพิ่งจบชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 จำนวน 1,200 คน จากโรงเรียนต้นทางกว่า 11,518 แห่งทั่วประเทศ ครอบคลุม 928 อำเภอใน 77 จังหวัด เพื่อเข้าสู่การเรียนต่อระดับมัธยมศึกษาตอนปลายและประกาศนียบัตรวิชาชีพ ผ่านความร่วมมือของสถานศึกษาปลายทาง 601 แห่งทั่วประเทศ</p>



<figure class="wp-block-image size-full"><img decoding="async" loading="lazy" width="855" height="569" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/04/0402_กสศ.-ผนึก-601-สถานศึกษา-06.jpg" alt="" class="wp-image-101034" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/04/0402_กสศ.-ผนึก-601-สถานศึกษา-06.jpg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/04/0402_กสศ.-ผนึก-601-สถานศึกษา-06-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/04/0402_กสศ.-ผนึก-601-สถานศึกษา-06-768x511.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/04/0402_กสศ.-ผนึก-601-สถานศึกษา-06-750x500.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/04/0402_กสศ.-ผนึก-601-สถานศึกษา-06-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /></figure>



<p></p>



<p><strong>ดร.รัตนา แสงบัวเผื่อน</strong> <strong>ที่ปรึกษาด้านพัฒนากระบวนการเรียนรู้ สพฐ. ปฏิบัติหน้าที่ผู้อำนวยการสำนักบริหารการมัธยมศึกษา ผู้แทนเลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) </strong>กล่าวว่า โครงการนี้เป็นกลไกสำคัญในการลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา โดยเปิดโอกาสให้นักเรียนที่มีศักยภาพแต่ขาดโอกาส ได้เข้าถึงการศึกษาที่มีคุณภาพ และพัฒนาตนเองได้อย่างเต็มที่</p>



<p>“จากประสบการณ์ 3 รุ่นที่ผ่านมา เรามั่นใจว่าความร่วมมือของทุกภาคส่วนจะช่วยนำโอกาสไปถึงเยาวชนที่จบ ม.3 ให้ได้เรียนต่อ และดูแลผู้รับทุนทั้ง 1,200 คน ให้ก้าวไปถึงเป้าหมายได้อย่างสำเร็จ”</p>



<p><strong>นายอัศวิน ข่มอาวุธ</strong> <strong>ผู้อำนวยการสำนักมาตรฐานการอาชีวศึกษาและวิชาชีพ ผู้แทนเลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) </strong>กล่าวว่า อาชีวศึกษาเป็นกลไกสำคัญของการพัฒนากำลังคนในยุคเศรษฐกิจฐานนวัตกรรม โดยทุน ODOS ไม่ใช่เพียงการสนับสนุนค่าใช้จ่าย แต่เป็นการวางรากฐานระบบผลิตกำลังคนคุณภาพ</p>



<p>“ทุน ODOS คือการลงทุนเพื่อสร้างกำลังคนที่มีทั้งทักษะ ความรู้ และวิสัยทัศน์ ผ่านการเรียนรู้จากการลงมือปฏิบัติ เพื่อให้ผู้รับทุนพร้อมทำงานหรือศึกษาต่อ และเติบโตเป็นกำลังสำคัญของเศรษฐกิจในอนาคต”</p>



<figure class="wp-block-image size-full"><img decoding="async" loading="lazy" width="855" height="569" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/04/0402_กสศ.-ผนึก-601-สถานศึกษา-08.jpg" alt="" class="wp-image-101036" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/04/0402_กสศ.-ผนึก-601-สถานศึกษา-08.jpg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/04/0402_กสศ.-ผนึก-601-สถานศึกษา-08-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/04/0402_กสศ.-ผนึก-601-สถานศึกษา-08-768x511.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/04/0402_กสศ.-ผนึก-601-สถานศึกษา-08-750x500.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/04/0402_กสศ.-ผนึก-601-สถานศึกษา-08-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /></figure>



<p></p>



<p><strong>ดร.ไกรยส ภัทราวาท ผู้จัดการกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) </strong>กล่าวว่า การดำเนินโครงการอย่างต่อเนื่องมีส่วนสำคัญในการปิดรอยต่อทางการศึกษา และยกระดับจำนวนปีการศึกษาเฉลี่ยของคนไทย จากประมาณ 9 ปี ให้เพิ่มขึ้นสู่ 12 ปี <strong>“เราไม่ควรปล่อยให้เด็กไทยหยุดการเรียนรู้ไว้แค่ 9 ปี ทั้งที่ศักยภาพของพวกเขาไปได้ไกลกว่านั้น”</strong></p>



<p>ข้อมูลเชิงลึกยังสะท้อนว่า เยาวชนกลุ่ม “ช้างเผือก” จากครัวเรือนยากจน สามารถทำคะแนน PISA ได้สูงกว่าค่าเฉลี่ยของนักเรียนจากครัวเรือนฐานะดี โดยประเทศไทยมีนักเรียนกลุ่มนี้ราว 26,896 คน หรือคิดเป็น 3.75% ของนักเรียนชั้น ม.3 ทั้งประเทศ สะท้อนถึงศักยภาพของทุนมนุษย์ที่ไม่ควรถูกมองข้าม</p>



<figure class="wp-block-image size-full"><img decoding="async" loading="lazy" width="855" height="569" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/04/0402_กสศ.-ผนึก-601-สถานศึกษา-10.jpg" alt="" class="wp-image-101038" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/04/0402_กสศ.-ผนึก-601-สถานศึกษา-10.jpg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/04/0402_กสศ.-ผนึก-601-สถานศึกษา-10-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/04/0402_กสศ.-ผนึก-601-สถานศึกษา-10-768x511.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/04/0402_กสศ.-ผนึก-601-สถานศึกษา-10-750x500.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/04/0402_กสศ.-ผนึก-601-สถานศึกษา-10-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /></figure>



<figure class="wp-block-image size-full"><img decoding="async" loading="lazy" width="855" height="569" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/04/0402_กสศ.-ผนึก-601-สถานศึกษา-09.jpg" alt="" class="wp-image-101037" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/04/0402_กสศ.-ผนึก-601-สถานศึกษา-09.jpg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/04/0402_กสศ.-ผนึก-601-สถานศึกษา-09-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/04/0402_กสศ.-ผนึก-601-สถานศึกษา-09-768x511.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/04/0402_กสศ.-ผนึก-601-สถานศึกษา-09-750x500.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/04/0402_กสศ.-ผนึก-601-สถานศึกษา-09-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /></figure>



<p></p>



<p>ที่ผ่านมา โครงการODOS ได้ดำเนินการมาแล้ว 3 รุ่น มีผู้ได้รับทุนรวมกว่า 3,600 คน โดยผู้รับทุนรุ่นแรกกำลังเตรียมศึกษาต่อในระดับอุดมศึกษาทั้งในประเทศและต่างประเทศ ขณะที่รุ่นที่ 4 ซึ่งเปิดรับจำนวน 1,200 คน อยู่ระหว่างกระบวนการคัดเลือก โดยจะประกาศรายชื่อผู้ได้รับทุนในวันที่ 15 พฤษภาคม 2569 และยืนยันสิทธิ์ในช่วงวันที่ 18–29 พฤษภาคม 2569</p>



<p>ทั้งนี้ สถานศึกษาทั่วประเทศสามารถเสนอชื่อนักเรียนที่มีคุณสมบัติเข้าร่วมโครงการได้ตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน – 8 พฤษภาคม 2569 ผ่านเว็บไซต์<a href="https://scholarshipreg.eef.or.th/" target="_blank" rel="noopener" title=""> https://scholarshipreg.eef.or.th/</a></p>



<p>“ทุกหน่วยงานคือกลไกสำคัญในการเชื่อมความร่วมมือ เพื่อออกแบบการเรียนรู้ที่ตอบโจทย์ผู้เรียนที่หลากหลาย และขยายโอกาสอย่างเป็นธรรม เพื่อให้เด็กทุกคนสามารถพัฒนาศักยภาพได้เต็มที่ ซึ่งเป็นรากฐานสำคัญของการลดความเหลื่อมล้ำในระยะยาว” ผู้จัดการ กสศ. กล่าว</p><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/news-020426/">กสศ. ผนึก 601 สถานศึกษา ขับเคลื่อนทุน ODOS รุ่น 4 ปิดรอยต่อเด็กช้างเผือก ม.3 สู่การเรียนต่อเนื่อง ม.ปลาย–ปวช. สาย STEM</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>กสศ. นำเสนอ &#8216;Thailand Zero Dropout Plus&#8217; บนเวทีโลก ปักหมุดไทยต้นแบบแก้เด็กหลุดระบบที่ UNESCO ยอมรับ สู่โค้งสุดท้าย SDGs ปี 2030</title>
		<link>https://www.eef.or.th/news-270326/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 27 Mar 2026 10:44:10 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[All About EEF]]></category>
		<category><![CDATA[SDGs 2030]]></category>
		<category><![CDATA[unesco]]></category>
		<category><![CDATA[Thailand Zero Dropout]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?p=100929</guid>

					<description><![CDATA[<p>ยูเนสโกเปิดเวทีถกปัญหาเด็กและเยาวชนนอกระบบการศึกษาทั่วโ [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/news-270326/">กสศ. นำเสนอ ‘Thailand Zero Dropout Plus’ บนเวทีโลก ปักหมุดไทยต้นแบบแก้เด็กหลุดระบบที่ UNESCO ยอมรับ สู่โค้งสุดท้าย SDGs ปี 2030</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>ยูเนสโกเปิดเวทีถกปัญหาเด็กและเยาวชนนอกระบบการศึกษาทั่วโลก ท่ามกลางตัวเลขเด็กและเยาวชนกว่า <strong>273 ล้านคน</strong> ที่ยังหลุดจากการเรียนรู้ ขณะที่ประเทศไทยนำเสนอโมเดล <strong>“Thailand Zero Dropout Plus”</strong> บนเวทีระดับโลก ในงานเปิดตัวรายงาน <strong><em>GEM Report 2026: Countdown to 2030 – Access and Equity</em></strong> ณ กรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส โดย <strong>ดร.ไกรยส ภัทราวาท ผู้จัดการกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.)</strong> ในฐานะตัวแทนประเทศไทยและภูมิภาคเอเชีย–แปซิฟิก (APAC) นำเสนอแนวทางแก้ปัญหาจาก “ข้อมูลจริงสู่การเรียนรู้ที่ยืดหยุ่น” ผ่านโมเดล <strong>“Thailand Zero Dropout Plus”</strong>  ซึ่งกำลังได้รับความสนใจในระดับนานาชาติ</p>



<p>เวทีดังกล่าวจัดขึ้นเมื่อวันที่ 25 มีนาคม 2569 ณ สำนักงานใหญ่ UNESCO ภายใต้หัวข้อการอภิปรายระดับสูงว่าด้วยนโยบายแก้ปัญหาเด็กนอกระบบการศึกษา โดยมีผู้แทนระดับรัฐมนตรีกระทรวงศึกษาธิการและผู้กำหนดนโยบายจากหลายประเทศเข้าร่วม อาทิ อิตาลี โมซัมบิก เฮติ และอาร์เมเนีย สะท้อนความเร่งด่วนของปัญหาการศึกษาที่กำลังเกิดขึ้นทั่วโลก</p>



<figure class="wp-block-image size-full"><img decoding="async" loading="lazy" width="855" height="569" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/03/05-3.jpg" alt="" class="wp-image-100934" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/03/05-3.jpg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/03/05-3-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/03/05-3-768x511.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/03/05-3-750x500.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/03/05-3-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /></figure>



<p></p>



<p>ในโอกาสนี้ <strong>ผู้จัดการ กสศ.</strong> ได้ร่วมหารือกับ <strong>Dr. Khaled El-Enany </strong>ผู้อำนวยการใหญ่สำนักงานยูเนสโก และ <strong>Ms. Stefania Giannini</strong> ผู้ช่วยผู้อำนวยการใหญ่ด้านการศึกษา โดยเน้นย้ำบทบาทของประเทศไทยในการร่วมขับเคลื่อนนโยบาย “<strong>Zero Dropout”</strong> ในช่วงโค้งสุดท้ายก่อนปี 2030 (พ.ศ. 2573) พร้อมทั้งเตรียมความร่วมมือเพื่อออกแบบทิศทางการศึกษาโลก เพื่อบรรลุเป้าหมาย SDG 4</p>



<p>ด้าน <strong>Ms. Stefania Giannini</strong> เปิดเผยว่า ปัจจุบันมีเด็กและเยาวชนทั่วโลกกว่า <strong>273 ล้านค</strong>น ที่อยู่นอกระบบการศึกษา และ<strong>ตัวเลขดังกล่าวเพิ่มขึ้นต่อเนื่องเป็นปีที่ 7</strong> พร้อมย้ำว่า <strong>“การเข้าถึงการศึกษา จะไม่มีความหมายเลย หากปราศจากความเสมอภาค” </strong>โดยเสนอให้แต่ละประเทศออกแบบระบบการศึกษาที่สอดคล้องกับบริบทของตนเอง และให้ความสำคัญกับกลุ่มเปราะบางเป็นอันดับแรก</p>



<figure class="wp-block-image size-full"><img decoding="async" loading="lazy" width="855" height="569" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/03/02-3.jpg" alt="" class="wp-image-100935" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/03/02-3.jpg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/03/02-3-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/03/02-3-768x511.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/03/02-3-750x500.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/03/02-3-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /></figure>



<p></p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>“ข้อมูล” จุดตั้งต้นของการเปลี่ยนระบบ</strong></h3>



<p><strong>ดร.ไกรยส ภัทราวาท</strong> ระบุว่า จุดเปลี่ยนสำคัญของประเทศไทยในการพาเด็กกลับเข้าสู่ระบบการเรียนรู้ เริ่มจาก “การมีข้อมูลที่แม่นยำ” โดย กสศ. เชื่อมโยงเลขบัตรประชาชนกับฐานข้อมูลโรงเรียนกว่า 30,000 แห่งทั่วประเทศ ทำให้ค้นพบเด็กและเยาวชนที่ไม่เคยถูกมองเห็นมากกว่า <strong>1 ล้านคน</strong></p>



<p>ข้อมูลดังกล่าวกลายเป็นฐานสำคัญในการออกแบบนโยบาย และจุดประกายความร่วมมือจากทุกภาคส่วน (All for Education) ทั้งภาครัฐที่ยกระดับเป็นนโยบายระดับชาติ และภาคเอกชนที่ร่วมสนับสนุนผ่านตลาดการเงิน เช่น การระดมทุนผ่านหุ้นกู้ของ บมจ.แสนสิริ เพื่อสนับสนุนโครงการราชบุรี Zero Dropout ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นของการขับเคลื่อนสู่นโยบาย Thailand Zero Dropout Plus ในที่สุด</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-full"><img decoding="async" loading="lazy" width="855" height="569" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/03/image-74.jpeg" alt="" class="wp-image-100930" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/03/image-74.jpeg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/03/image-74-300x200.jpeg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/03/image-74-768x511.jpeg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/03/image-74-750x500.jpeg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/03/image-74-272x182.jpeg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /><figcaption class="wp-element-caption">Ms. Stefania Giannini</figcaption></figure></div>


<h3 class="wp-block-heading"><strong><strong>จาก “เคาะประตูบ้าน” สู่การ “เคาะแผนการเรียนรู้ที่ตอบโจทย์ชีวิต”</strong></strong></h3>



<p>กสศ. ได้นำข้อมูลไปสู่การทำงานเชิงรุกในระดับพื้นที่ ผ่านเครือข่ายชุมชนและอาสาสมัคร เพื่อค้นหาและเข้าใจความต้องการของเด็กเป็นรายบุคคล</p>



<p>ผลสำคัญที่พบคือ เด็กเกือบ <strong>2 ใน 3 ไม่ต้องการกลับเข้าสู่ระบบโรงเรียนแบบเดิม</strong> เนื่องจากข้อจำกัดด้านเศรษฐกิจและบาดแผลทางใจ นำไปสู่การพัฒนา <strong>“การเรียนรู้ที่ยืดหยุ่น</strong>” เช่น</p>



<ul>
<li>ระบบ <strong>Learning Passport และธนาคารหน่วยกิต</strong> ที่เปิดโอกาสให้สะสมผลการเรียนรู้จากหลายช่องทาง ทั้งศูนย์การเรียนและการฝึกอาชีพ</li>



<li>การสนับสนุนทรัพยากรแบบ <strong>“เฉพาะบุคคล”</strong> เพื่อให้ผู้เรียนสามารถเลือกเส้นทางชีวิตที่เหมาะสมกับตนเอง</li>
</ul>



<figure class="wp-block-image size-full"><img decoding="async" loading="lazy" width="855" height="569" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/03/03-4.jpg" alt="" class="wp-image-100939" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/03/03-4.jpg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/03/03-4-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/03/03-4-768x511.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/03/03-4-750x500.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/03/03-4-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /></figure>



<p></p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>GEM Report ชี้ “คอขวด” การศึกษาสู่มหาวิทยาลัย</strong></h3>



<p>รายงาน GEM Report 2026 ยังอ้างอิงข้อมูลจาก กสศ. เพื่อสะท้อนความเหลื่อมล้ำเชิงโครงสร้าง โดยพบว่า เด็กยากจนที่จบ ม.3 มีเพียง <strong>13.5%</strong> ที่สามารถเข้าสู่มหาวิทยาลัยได้</p>



<p>สถานการณ์ดังกล่าวสะท้อน <strong>“คอขวด”</strong> ของระบบการศึกษาไทย ซึ่งส่งผลต่อการขาดแคลนแรงงานทักษะสูง และเป็นหนึ่งในความท้าทายสำคัญของการหลุดพ้นจากกับดักรายได้ปานกลาง (<a href="https://unesdoc.unesco.org/ark:/48223/pf0000397618.locale=en">หน้า 219</a>) ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความจำเป็นต้องมีทางเลือกการศึกษาและการเรียนรู้ที่ยืดหยุ่น เพื่อทลายคอขวดทางการศึกษา และลดความเหลื่อมล้ำอย่างยั่งยืนในอนาคต</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-full"><img decoding="async" loading="lazy" width="855" height="569" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/03/image-75.jpeg" alt="" class="wp-image-100931" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/03/image-75.jpeg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/03/image-75-300x200.jpeg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/03/image-75-768x511.jpeg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/03/image-75-750x500.jpeg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/03/image-75-272x182.jpeg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /><figcaption class="wp-element-caption">ดร.ไกรยส ภัทราวาท</figcaption></figure></div>


<h3 class="wp-block-heading"><strong>กสศ.–ยูเนสโก เดินหน้าความร่วมมือสู่อนาคตการศึกษา</strong></h3>



<p>ด้าน <strong>Ms. Marina Patrier </strong>รองผู้อำนวยการและหัวหน้าฝ่ายการศึกษา สำนักงานยูเนสโกส่วนภูมิภาค ณ กรุงเทพฯ และสำนักงานเพื่อการประสานงานสหประชาชาติในเอเชียและแปซิฟิกระบุว่า เอเชีย–แปซิฟิก ยังมีเด็กและเยาวชนกว่า <strong>127 ล้านคน</strong> ที่อยู่นอกระบบการศึกษา ความร่วมมือระหว่างยูเนสโกและ กสศ. ผ่าน<strong>กลุ่มพันธมิตรเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (EEA)</strong> จึงมีบทบาทสำคัญในการสร้างโอกาสให้กลุ่มเปราะบาง</p>



<p>โดยงานวิจัยร่วม ชี้ว่า <strong>“การศึกษาที่ยืดหยุ่น” </strong>เป็นตัวเปลี่ยนเกมในการลดความเสี่ยงของเยาวชนนอกระบบ (NEET) ขณะที่นวัตกรรมอย่าง Learning Coin ได้พิสูจน์แล้วว่าสามารถเชื่อมการเรียนรู้กับโอกาสทางการศึกษาได้จริง</p>



<p>ทั้งนี้ ประเทศไทยยังมีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อน SDG 4 ในภูมิภาค และร่วมกับ UNESCO พัฒนาการศึกษาในยุคใหม่ ทั้งการใช้ AI อย่างเหมาะสม และการออกแบบระบบการศึกษาที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม เพื่อสร้างความเสมอภาคและความพร้อมต่ออนาคตอย่างยั่งยืน</p>



<p></p>



<p><em>อ่านเนื้อหาฉบับเต็มเกี่ยวกับรายงาน </em><a href="https://unesdoc.unesco.org/ark:/48223/pf0000397618.locale=en" target="_blank" rel="noopener" title=""><em>GEM Report 2026</em></a><br><em>รับชมการประชุมย้อนหลัง</em> <em><a href="https://www.youtube.com/live/DNMx3pB2xJ0" target="_blank" rel="noopener" title="Launch of the 2026 GEM Report: Access and equity">Launch of the 2026 GEM Report: Access and equity</a></em></p><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/news-270326/">กสศ. นำเสนอ ‘Thailand Zero Dropout Plus’ บนเวทีโลก ปักหมุดไทยต้นแบบแก้เด็กหลุดระบบที่ UNESCO ยอมรับ สู่โค้งสุดท้าย SDGs ปี 2030</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>กสศ. จับมือ กทม. เปิดตัว “Next Learn” แพลตฟอร์มการเรียนรู้ไม่จำกัดรูปแบบ สร้างโอกาสให้ทุกคน “เริ่มใหม่และไปต่อได้”</title>
		<link>https://www.eef.or.th/news-200326/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 20 Mar 2026 05:18:02 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[All About EEF]]></category>
		<category><![CDATA[กทม.]]></category>
		<category><![CDATA[กสศ. กับโอกาสการเข้าถึงการศึกษาที่มีคุณภาพ]]></category>
		<category><![CDATA[Next Learn]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?p=100833</guid>

					<description><![CDATA[<p>กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) ร่วมกับกรุงเทพ [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/news-200326/">กสศ. จับมือ กทม. เปิดตัว “Next Learn” แพลตฟอร์มการเรียนรู้ไม่จำกัดรูปแบบ สร้างโอกาสให้ทุกคน “เริ่มใหม่และไปต่อได้”</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) ร่วมกับกรุงเทพมหานคร (กทม.) และเครือข่ายภาคีกว่า 40 องค์กร เปิดตัวแพลตฟอร์ม <strong>“Next Learn”</strong> พื้นที่การเรียนรู้ที่ออกแบบมาเพื่อรองรับคนทุกช่วงวัย โดยเฉพาะเด็กและเยาวชนที่หลุดจากระบบการศึกษา ให้สามารถ “เรียนไปด้วย ทำงานไปด้วย” และกลับเข้าสู่เส้นทางการเรียนรู้ได้อย่างยืดหยุ่น</p>



<p>ในวันที่ “การเรียนรู้” ต้องหยุดลง<br>เพราะข้อจำกัดของชีวิตและโอกาส</p>



<p><strong>“Next Learn”</strong> คือพื้นที่การเรียนรู้ที่ไม่จำกัดกรอบการศึกษาแบบเดิม ถูกออกแบบเพื่อให้ทุกคนยังมีโอกาสเรียนรู้ พัฒนาทักษะ และก้าวต่อไปในชีวิต โดยไม่ต้องทิ้งชีวิตจริงไว้ข้างหลัง</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img decoding="async" loading="lazy" width="1400" height="765" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/03/image-7-1400x765.png" alt="" class="wp-image-100835" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/03/image-7-1400x765.png 1400w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/03/image-7-300x164.png 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/03/image-7-768x420.png 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/03/image-7-1536x839.png 1536w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/03/image-7.png 1600w" sizes="(max-width: 1400px) 100vw, 1400px" /></figure>



<p></p>



<p>ประเทศไทยยังมีเด็กและเยาวชนหลุดออกจากระบบการศึกษามากกว่า 600,000 คน ขณะที่กรุงเทพมหานคร ข้อมูลล่าสุด ณ วันที่ 7 มีนาคม 2569 พบว่า มีเด็กและเยาวชนอายุ 3–18 ปี ที่อยู่นอกระบบการศึกษาจำนวน 125,724 คน ตัวเลขเหล่านี้สะท้อนความจำเป็นเร่งด่วนในการออกแบบระบบการเรียนรู้รูปแบบใหม่ ที่ยืดหยุ่นและตอบโจทย์ชีวิตจริงของผู้เรียน</p>



<p>จากการสำรวจเด็กและเยาวชนกลุ่มนี้ทั่วประเทศกว่า 9,000 คน พบว่า <strong>68% ไม่ต้องการกลับเข้าสู่ระบบการศึกษาแบบเดิม</strong> แต่ต้องการรูปแบบการเรียนรู้ที่สามารถ “เรียนไปด้วย ทำงานไปด้วย” ได้</p>



<p>โจทย์สำคัญนี้นำไปสู่การพัฒนา <strong>“Next Learn”</strong> เพื่อเป็นโครงสร้างพื้นฐานของการเรียนรู้ยุคใหม่ ที่เชื่อมต่อการเรียนรู้ทั้ง Online และ On-site เปิดโอกาสให้ผู้เรียนพัฒนาทักษะจากหลากหลายแหล่ง ทั้งการเรียนในระบบ การเรียนรู้นอกระบบ การฝึกอาชีพ และประสบการณ์จากการทำงานจริง</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img decoding="async" loading="lazy" width="1400" height="788" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/03/image-72-1400x788.jpeg" alt="" class="wp-image-100834" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/03/image-72-1400x788.jpeg 1400w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/03/image-72-300x169.jpeg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/03/image-72-768x432.jpeg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/03/image-72-1536x864.jpeg 1536w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/03/image-72.jpeg 1600w" sizes="(max-width: 1400px) 100vw, 1400px" /></figure>



<p></p>



<p>ผู้เรียนสามารถสะสมทักษะและหน่วยกิต (Credit Bank) เรียนควบคู่กับการทำงาน (Work &amp; Study) และเทียบโอนสู่วุฒิการศึกษาได้ เพื่อให้สามารถ <strong>“เรียนต่อได้ โดยไม่ต้องทิ้งชีวิตจริงไว้ข้างหลัง”</strong> ภายใต้แนวคิด <strong>“Learning for Life, Opportunities for All”</strong></p>



<p><strong>“Next Learn” </strong>ไม่ได้เป็นเพียงแพลตฟอร์มการเรียนรู้ แต่เป็นกลไกสำคัญในการสร้าง <strong>“หลักประกันโอกาสทางการเรียนรู้ตลอดชีวิต”</strong> ให้กับคนทุกช่วงวัย โดยเชื่อมต่อการเรียนรู้เข้ากับ<strong>โอกาสทางอาชีพจริง</strong> ผ่านความร่วมมือกับหน่วยงานรัฐ ภาคธุรกิจ และสถาบันการศึกษา เพื่อให้การเรียนรู้ไม่จบแค่ “ความรู้” แต่ต่อยอดไปสู่ <strong>“งาน” และ “รายได้” ได้จริง</strong><strong><br></strong></p>



<p>แพลตฟอร์มถูกออกแบบให้รองรับทั้ง</p>



<ul>
<li style="font-size:16px">การยกระดับทักษะ <strong>(Upskill / Reskill)</strong> ให้ทันกับการเปลี่ยนแปลงของตลาดแรงงาน</li>



<li style="font-size:16px">การเรียนรู้สายอาชีพที่ <strong>“เรียนจบ พร้อมเชื่อมต่อสู่การมีงานทำจริง”</strong> ผ่านความร่วมมือกับภาคเอกชน</li>



<li style="font-size:16px">การพัฒนาทักษะแห่งอนาคต <strong>(Future Skills) </strong>ทั้งด้านเทคโนโลยี ธุรกิจ และงานบริการ</li>
</ul>



<p>พร้อมเปิดพื้นที่ให้ผู้เรียนได้เข้าถึง <strong>“แหล่งเรียนรู้จริงในชุมชน”</strong> ตั้งแต่ศูนย์ฝึกอาชีพ พื้นที่สร้างสรรค์ ไปจนถึงสถานประกอบการ ทำให้ “การเรียนรู้” เชื่อมต่อกับ “ชีวิตจริง” อย่างเป็นรูปธรรม</p>



<p></p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong> ไฮไลต์แพลตฟอร์ม</strong></h3>



<ul>
<li style="font-size:16px">เรียนรู้ได้…โดยไม่จำกัดรูปแบบ</li>



<li style="font-size:16px">มากกว่า <strong>200+ วิชา | 3,000+ บทเรียน</strong></li>



<li style="font-size:16px">ทุกชั่วโมงการเรียนรู้ แปลงเป็น <strong>“ทักษะ”</strong> ที่ต่อยอดได้จริง</li>



<li style="font-size:16px">บางหลักสูตรมี <strong>Certificate</strong> รับรองความสามารถ</li>
</ul>



<figure class="wp-block-image size-large"><img decoding="async" loading="lazy" width="1400" height="788" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/03/image-73-1400x788.jpeg" alt="" class="wp-image-100836" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/03/image-73-1400x788.jpeg 1400w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/03/image-73-300x169.jpeg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/03/image-73-768x432.jpeg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/03/image-73-1536x864.jpeg 1536w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/03/image-73.jpeg 1600w" sizes="(max-width: 1400px) 100vw, 1400px" /></figure>



<p></p>



<p>ความร่วมมือระหว่าง กสศ. และภาคีครั้งนี้ จึงไม่ใช่เพียงการพัฒนาแพลตฟอร์ม <strong>“การศึกษาที่ยืดหยุ่น” (Flexible Learning)</strong> แต่เป็นการวางรากฐานของระบบการศึกษาแบบใหม่ ที่ทำให้ “โอกาส” ไม่ถูกจำกัดอยู่แค่ในห้องเรียน และขับเคลื่อนสู่การสร้างทั้ง <strong>“หลักประกันการเรียนรู้ตลอดชีวิต” ควบคู่กับ “หลักประกันโอกาสทางอาชีพ” </strong>ให้เกิดขึ้นได้จริงในกรุงเทพมหานคร ซึ่งได้รับเลือกให้เป็นสมาชิกเครือข่ายระดับโลกด้านเมืองแห่งการเรียนรู้ของยูเนสโก (UNESCO Global Network of Learning Cities: GNLC)</p>



<p></p>



<p><img src="https://s.w.org/images/core/emoji/14.0.0/72x72/1f4cd.png" alt="📍" class="wp-smiley" style="height: 1em; max-height: 1em;" /> <strong>“Next Learn” เรียนรู้ได้แล้ววันนี้</strong><br><img src="https://s.w.org/images/core/emoji/14.0.0/72x72/1f449.png" alt="👉" class="wp-smiley" style="height: 1em; max-height: 1em;" /><a href="https://learning.bangkok.go.th/" target="_blank" rel="noopener" title=""> https://learning.bangkok.go.th/</a></p>



<p></p>



<p class="has-text-align-center"><strong><em>กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.)</em></strong><br><strong><em>ทุกโอกาสเพื่ออนาคตเด็ก</em></strong></p><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/news-200326/">กสศ. จับมือ กทม. เปิดตัว “Next Learn” แพลตฟอร์มการเรียนรู้ไม่จำกัดรูปแบบ สร้างโอกาสให้ทุกคน “เริ่มใหม่และไปต่อได้”</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>กสศ. ร่วมเวทีอาเซียน ผนึก 11 ประเทศลดเด็กหลุดจากระบบการศึกษา ชู “Thailand Zero Dropout” ดึงเด็กกลับสู่การเรียนรู้</title>
		<link>https://www.eef.or.th/news-020326/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 02 Mar 2026 06:45:13 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[All About EEF]]></category>
		<category><![CDATA[อาเซียน]]></category>
		<category><![CDATA[Thailand Zero Dropout]]></category>
		<category><![CDATA[4th Meeting of the ASEAN Working Group on Strengthening Education for Out-of-School Children and Youth]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?p=100218</guid>

					<description><![CDATA[<p>ประเทศสมาชิกอาเซียน 11 ประเทศ ผนึกกำลังเดินหน้าลดเด็กหล [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/news-020326/">กสศ. ร่วมเวทีอาเซียน ผนึก 11 ประเทศลดเด็กหลุดจากระบบการศึกษา ชู “Thailand Zero Dropout” ดึงเด็กกลับสู่การเรียนรู้</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>ประเทศสมาชิกอาเซียน 11 ประเทศ ผนึกกำลังเดินหน้าลดเด็กหลุดจากระบบการศึกษาในภูมิภาค ท่ามกลางความท้าทายจากภาวะถดถอยทางการเรียนรู้และความเหลื่อมล้ำด้านโอกาส โดยประเทศไทยนำเสนอนโยบาย “Thailand Zero Dropout” ในฐานะวาระแห่งชาติ ตั้งเป้าดึงเด็กและเยาวชนที่หลุดจากระบบกลับเข้าสู่การเรียนรู้ให้ได้มากที่สุดภายในปี พ.ศ. 2570</p>



<p>เมื่อวันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2569 กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) นำโดย คุณธันว์ธิดา วงศ์ประสงค์ ผู้อำนวยการสำนักพัฒนานวัตกรรมเพื่อสร้างโอกาสการเรียนรู้ เข้าร่วมการประชุมคณะทำงานเพื่อเสริมสร้างความเข้มแข็งด้านการศึกษาให้แก่เด็กและเยาวชนที่ตกหล่น ครั้งที่ 4 (4th Meeting of the ASEAN Working Group on Strengthening Education for Out-of-School Children and Youth: OOSCY) ณ โรงแรมสกายวิว สุขุมวิท 24 กรุงเทพมหานคร โดยมี กระทรวงศึกษาธิการ ร่วมกับสำนักเลขาธิการอาเซียน (ASEAN Secretariat) และสำนักงานเลขาธิการซีมีโอ (SEAMEO Secretariat) เป็นเจ้าภาพจัดการประชุม</p>



<p>ที่ประชุมย้ำว่า การลดจำนวนเด็กและเยาวชนที่หลุดจากระบบการศึกษา ต้องอาศัยความร่วมมืออย่างใกล้ชิด ทั้งในระดับประเทศและระดับภูมิภาค&nbsp; เพื่อยกระดับคุณภาพการเรียนรู้ แก้ไขอุปสรรคเชิงโครงสร้าง และสร้างหลักประกันความเสมอภาคในการเข้าถึงการศึกษาอย่างทั่วถึง โดยการดำเนินงานดังกล่าวสอดรับกับปฏิญญาว่าด้วยเด็กและเยาวชนที่ตกหล่นของอาเซียน (The ASEAN Declaration on Strengthening Education for Out-of-School Children and Youth) ซึ่งมุ่งผลักดันมาตรการเชิงรูปธรรม เพื่อลดจำนวนเด็กและเยาวชนที่อยู่นอกระบบการศึกษาในภูมิภาค</p>



<figure class="wp-block-image size-full"><img decoding="async" loading="lazy" width="855" height="569" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/03/image-8.jpeg" alt="" class="wp-image-100281" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/03/image-8.jpeg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/03/image-8-300x200.jpeg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/03/image-8-768x511.jpeg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/03/image-8-750x500.jpeg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/03/image-8-272x182.jpeg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /></figure>



<p></p>



<h3 class="wp-block-heading" id="1--%E0%B9%84%E0%B8%97%E0%B8%A2%E0%B8%8A%E0%B8%B9%E0%B8%82%E0%B9%89%E0%B8%AD%E0%B8%A1%E0%B8%B9%E0%B8%A5%E0%B8%AA%E0%B8%96%E0%B8%B2%E0%B8%99%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%93%E0%B9%8C-%E0%B8%9E%E0%B8%A3%E0%B9%89%E0%B8%AD%E0%B8%A1%E0%B9%80%E0%B8%94%E0%B8%B4%E0%B8%99%E0%B8%AB%E0%B8%99%E0%B9%89%E0%B8%B2-thailand-zero-dropout-"><strong>ไทยชูข้อมูลสถานการณ์ พร้อมเดินหน้า Thailand Zero Dropout</strong></h3>



<p>ในเวทีดังกล่าว ประเทศไทยได้นำเสนอภาพรวมสถานการณ์ด้านการศึกษาในช่วงปี พ.ศ. 2567–2568 โดยมีเด็กและเยาวชนในระบบการศึกษาประมาณ 12 ล้านคน ครอบคลุมตั้งแต่ระดับปฐมวัยถึงอุดมศึกษา ขณะเดียวกันยังมีเด็กและเยาวชนอายุ 3–18 ปี ที่อยู่นอกระบบการศึกษาประมาณ 1 ล้านคน</p>



<p>ประเทศไทยได้ประกาศนโยบาย “Thailand Zero Dropout” เป็นวาระแห่งชาติเมื่อปี พ.ศ. 2567 เพื่อแก้ไขปัญหาเด็กหลุดจากระบบการศึกษาให้เป็นศูนย์ โดยตั้งเป้าหมายดึงเด็กและเยาวชนกลับเข้าสู่เส้นทางการเรียนรู้ให้ได้มากที่สุดภายในปี พ.ศ. 2570 ผ่านการทำงานเชิงรุก การใช้ข้อมูลเชิงระบบ และการบูรณาการความร่วมมือจากหน่วยงานภาครัฐ ภาคท้องถิ่น ภาคเอกชน และภาคประชาสังคมทุกภาคส่วน</p>



<figure class="wp-block-image size-full"><img decoding="async" loading="lazy" width="855" height="569" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/03/image-11.jpeg" alt="" class="wp-image-100284" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/03/image-11.jpeg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/03/image-11-300x200.jpeg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/03/image-11-768x511.jpeg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/03/image-11-750x500.jpeg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/03/image-11-272x182.jpeg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /></figure>



<figure class="wp-block-image size-full"><img decoding="async" loading="lazy" width="855" height="569" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/03/image-9.jpeg" alt="" class="wp-image-100282" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/03/image-9.jpeg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/03/image-9-300x200.jpeg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/03/image-9-768x511.jpeg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/03/image-9-750x500.jpeg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/03/image-9-272x182.jpeg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /></figure>



<p></p>



<h3 class="wp-block-heading" id="2--%E0%B9%81%E0%B8%A5%E0%B8%81%E0%B9%80%E0%B8%9B%E0%B8%A5%E0%B8%B5%E0%B9%88%E0%B8%A2%E0%B8%99%E0%B9%81%E0%B8%99%E0%B8%A7%E0%B8%9B%E0%B8%8F%E0%B8%B4%E0%B8%9A%E0%B8%B1%E0%B8%95%E0%B8%B4%E0%B8%97%E0%B8%B5%E0%B9%88%E0%B8%94%E0%B8%B5-%E0%B8%AA%E0%B8%B9%E0%B9%88%E0%B8%84%E0%B8%A7%E0%B8%B2%E0%B8%A1%E0%B8%A3%E0%B9%88%E0%B8%A7%E0%B8%A1%E0%B8%A1%E0%B8%B7%E0%B8%AD%E0%B9%80%E0%B8%8A%E0%B8%B4%E0%B8%87%E0%B8%A3%E0%B8%B9%E0%B8%9B%E0%B8%98%E0%B8%A3%E0%B8%A3%E0%B8%A1-"><strong>แลกเปลี่ยนแนวปฏิบัติที่ดี สู่ความร่วมมือเชิงรูปธรรม</strong></h3>



<p>การประชุมครั้งนี้มีผู้แทนเจ้าหน้าที่อาวุโสด้านการศึกษาจาก 11 ประเทศสมาชิกอาเซียนเข้าร่วม ได้แก่ ประเทศไทย บรูไนดารุสซาลาม สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว สาธารณรัฐอินโดนีเซีย สหพันธรัฐมาเลเซีย สาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมา สาธารณรัฐฟิลิปปินส์ สาธารณรัฐสิงคโปร์ สาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม สาธารณรัฐประชาธิปไตยติมอร์-เลสเต และราชอาณาจักรกัมพูชา พร้อมด้วยองค์กรระหว่างประเทศ SEAMEO Secretariat, UNICEF EAPRO, UNESCO Bangkok, UNESCO Institute for Statistics, UK Mission to ASEAN, British Council, Asia South Pacific Association for Basic and Adult Education-ASPBAE</p>



<p>รวมถึงหน่วยงานด้านการศึกษาของไทย ประกอบด้วย สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา กรมส่งเสริมการเรียนรู้ กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.)&nbsp; และสำนักความสัมพันธ์ต่างประเทศ สำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ</p>



<figure class="wp-block-image size-full"><img decoding="async" loading="lazy" width="855" height="569" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/03/image-10.jpeg" alt="" class="wp-image-100283" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/03/image-10.jpeg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/03/image-10-300x200.jpeg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/03/image-10-768x511.jpeg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/03/image-10-750x500.jpeg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/03/image-10-272x182.jpeg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /></figure>



<p>ตลอดการประชุม ประเทศสมาชิกได้นำเสนอแนวปฏิบัติที่ดี มาตรการเชิงนโยบาย ตลอดจนความท้าทายและอุปสรรคในการดูแลเด็กและเยาวชนที่หลุดจากระบบการศึกษา ครอบคลุมทุกกลุ่มเป้าหมาย เพื่อร่วมกันออกแบบแนวทางความร่วมมือที่สอดคล้องกับบริบทของแต่ละประเทศ</p>



<p>การมีส่วนร่วมของประเทศไทยผ่าน กสศ. ในเวทีครั้งนี้ สะท้อนบทบาทเชิงรุกในการขับเคลื่อนความเสมอภาคทางการศึกษาในระดับภูมิภาค พร้อมยืนยันเจตนารมณ์ร่วมของอาเซียนที่จะลดจำนวนเด็กหลุดจากระบบการศึกษาอย่างเป็นรูปธรรม</p>



<p></p>



<hr class="wp-block-separator has-alpha-channel-opacity"/>



<p>ขอบคุณภาพและข้อมูลจากสำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ</p><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/news-020326/">กสศ. ร่วมเวทีอาเซียน ผนึก 11 ประเทศลดเด็กหลุดจากระบบการศึกษา ชู “Thailand Zero Dropout” ดึงเด็กกลับสู่การเรียนรู้</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ผู้จัดการ กสศ. ชู Thailand Zero Dropout บนเวที Global Conference on Education สะท้อนบทบาทไทยด้านการศึกษาที่ไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง</title>
		<link>https://www.eef.or.th/news-160226/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 16 Feb 2026 09:18:55 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[All About EEF]]></category>
		<category><![CDATA[Global Conference on Education]]></category>
		<category><![CDATA[กสศ.]]></category>
		<category><![CDATA[ดร.ไกรยส ภัทราวาท]]></category>
		<category><![CDATA[Thailand Zero Dropout]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?p=99743</guid>

					<description><![CDATA[<p>ดร.ไกรยส ภัทราวาท ผู้จัดการกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการ [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/news-160226/">ผู้จัดการ กสศ. ชู Thailand Zero Dropout บนเวที Global Conference on Education สะท้อนบทบาทไทยด้านการศึกษาที่ไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>ดร.ไกรยส ภัทราวาท</strong> ผู้จัดการกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) เข้าร่วมเวที <strong>Global Conference on Education for a Sustainable Future</strong> ซึ่งเป็นการประชุมด้านการศึกษาระดับนานาชาติ จัดขึ้นเมื่อวันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2569 ณ อาคารศูนย์ประชุมองค์การสหประชาชาติ (United Nations Conference Centre) โดยมีคณะกรรมการเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน หรือ Sustainable Development Council เป็นผู้จัดงาน</p>



<p>การประชุมครั้งนี้มีผู้แทนจากภาครัฐ นักวิชาการ องค์กรระหว่างประเทศ เยาวชน และภาคเอกชนจากกว่า 20 ประเทศ เข้าร่วมแลกเปลี่ยนแนวทางการพัฒนาการศึกษาให้ทุกคนเข้าถึงได้อย่างเท่าเทียม และสอดคล้องกับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนระดับโลกของสหประชาชาติ (SDGs) โดยเฉพาะเป้าหมายด้านการศึกษา</p>



<figure class="wp-block-image size-full"><img decoding="async" loading="lazy" width="855" height="569" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/02/image-6.jpeg" alt="" class="wp-image-99745" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/02/image-6.jpeg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/02/image-6-300x200.jpeg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/02/image-6-768x511.jpeg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/02/image-6-750x500.jpeg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/02/image-6-272x182.jpeg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /></figure>



<p>เวทีเสวนาภายใต้หัวข้อ <strong>“Inclusive and Equitable Education: Advancing the Principle of Leaving No One Behind – การศึกษาที่ทั่วถึงและเสมอภาค โดยไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง”</strong> ดำเนินรายการโดย <strong>Dr. Ajmal Dastagir</strong> สะท้อนสถานการณ์การศึกษาของโลกในปัจจุบัน ซึ่ง<strong>องค์การสหประชาชาติ (United Nations)</strong> และ <strong>องค์การการศึกษา วิทยาศาสตร์ และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ (UNESCO)</strong> ระบุว่า ยังมีเด็กและเยาวชนกว่า 272 ล้านคนทั่วโลกที่ไม่ได้เข้าเรียน และผู้ใหญ่อีกเกือบ 754 ล้านคนที่ยังขาดทักษะการอ่านเขียนขั้นพื้นฐาน แม้ภาพรวมอัตราการเข้าเรียนจะดีขึ้น แต่ความเหลื่อมล้ำยังคงอยู่ในระดับสูง โดยเฉพาะในประเทศรายได้น้อย</p>



<p>ในการเสวนา <strong>นางสาวพรปฏิมา วุฒิสารวัฒนา</strong> หัวหน้ากลุ่มงานความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ สภาเด็กและเยาวชนแห่งประเทศไทย ได้นำเสนอผลสำรวจจากมุมมองของเยาวชน พบว่าระบบการเรียนรู้ในหลายสถานศึกษายังขาดความยืดหยุ่น ไม่ตอบโจทย์อนาคต และยังมีช่องว่างในการดูแลผู้เรียนที่มีความต้องการพิเศษ พร้อมเสนอให้เพิ่มโอกาสเรียนฟรีอย่างทั่วถึง เพิ่มการเข้าถึงเทคโนโลยีดิจิทัล พัฒนาทักษะการทำงาน และสร้างพื้นที่การเรียนรู้ที่ปลอดภัยสำหรับเยาวชน</p>



<p>ด้าน <strong>นายมันซูร์ อาลี ข่าน อับดุล บูฮารี (Mansoor Ali Khan Abdul Buhari) </strong>ผู้ก่อตั้งและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท E DADDY Holding จากสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ได้ถ่ายทอดประสบการณ์การใช้การศึกษาและนวัตกรรม โดยเฉพาะเทคโนโลยีไฟฟ้าและยานยนต์ไฟฟ้า เพื่อสร้างโอกาสทางอาชีพให้ผู้หญิงมีรายได้ และพึ่งพาตนเองได้ พร้อมย้ำถึงความสำคัญของความร่วมมือระหว่างภาครัฐและภาคเอกชนในการพัฒนาที่ยั่งยืน</p>



<figure class="wp-block-image size-full"><img decoding="async" loading="lazy" width="855" height="569" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/02/image-5.jpeg" alt="" class="wp-image-99744" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/02/image-5.jpeg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/02/image-5-300x200.jpeg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/02/image-5-768x511.jpeg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/02/image-5-750x500.jpeg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/02/image-5-272x182.jpeg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /></figure>



<p>ขณะที่ <strong>ดร.ไกรยส ภัทราวาท ผู้จัดการ กสศ. </strong>ได้เน้นถึงการขับเคลื่อนการศึกษาอย่างเสมอภาคของประเทศไทย ผ่านแนวคิด <strong>All for Education และ Education for All</strong> โดยเครือข่ายภาคีเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา พร้อมอธิบายการทำงานของ กสศ. ตลอด 8 ปีที่ผ่านมา ที่มุ่งสร้างโอกาสทางการศึกษาให้กับเด็กยากจนและกลุ่มเปราะบางด้วยข้อมูลชี้เป้าอย่างตรงจุด หนึ่งในกลไกสำคัญคือโครงการ <strong>Thailand Zero Dropout</strong> ที่ตั้งเป้าไม่ให้เด็กคนใดหลุดออกจากระบบการศึกษา ควบคู่กับการเตรียมเยาวชนให้มีทักษะที่จำเป็นต่อการทำงานและการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศในระยะยาว<br>ผู้จัดการ กสศ. ยังย้ำว่า การสร้างความเสมอภาคทางการศึกษา จำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ทั้งในประเทศและระดับนานาชาติ เพื่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงเชิงระบบอย่างแท้จริง</p>



<p>ด้าน <strong>นางสาวเคซีย์ แอนน์ ครูซ (Casey Anne Cruz) ประธานและผู้ร่วมก่อตั้ง KOMUNIDA, Inc.</strong> กล่าวว่าการศึกษาเป็นสิทธิขั้นพื้นฐานของทุกคน และเป็นรากฐานสำคัญของสังคมประชาธิปไตย พร้อมเน้นย้ำการเข้าถึงกลุ่มเด็กด้อยโอกาส การลดความเหลื่อมล้ำในระบบ และการเปิดพื้นที่ให้เยาวชนมีส่วนร่วมในการกำหนดอนาคตของการศึกษา</p>



<figure class="wp-block-image size-full"><img decoding="async" loading="lazy" width="855" height="569" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/02/image-7.jpeg" alt="" class="wp-image-99746" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/02/image-7.jpeg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/02/image-7-300x200.jpeg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/02/image-7-768x511.jpeg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/02/image-7-750x500.jpeg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/02/image-7-272x182.jpeg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /></figure>



<p>การประชุมครั้งนี้มีข้อเสนอเชิงนโยบายเพื่อสร้างการศึกษาที่ทั่วถึงและเสมอภาค โดยเครือข่ายความร่วมมือทางวิชาการระดับนานาชาติ จะจัดตั้งกลุ่มทำงานเพื่อพัฒนาโครงการด้านการศึกษาร่วมกันในอนาคต การเข้าร่วมของ กสศ. บนเวทีโลกครั้งนี้ จึงตอกย้ำบทบาทของประเทศไทยในการผลักดันการศึกษาที่ไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง และการสร้างโอกาสให้เด็กและเยาวชนทุกคนสามารถเข้าถึงการศึกษาและการเรียนรู้ที่มีคุณภาพ ได้เต็มตามศักยภาพต่อไป</p><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/news-160226/">ผู้จัดการ กสศ. ชู Thailand Zero Dropout บนเวที Global Conference on Education สะท้อนบทบาทไทยด้านการศึกษาที่ไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>เครือข่าย EEA เดินหน้าเชื่อมรอยต่อการเรียนรู้–การทำงาน แก้ปัญหาเยาวชนกลุ่ม NEET ยกระดับความร่วมมือระดับภูมิภาคเพื่อเสริมศักยภาพทุนมนุษย์ไทย</title>
		<link>https://www.eef.or.th/news-291225/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 29 Dec 2025 05:26:57 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[All About EEF]]></category>
		<category><![CDATA[กสศ.]]></category>
		<category><![CDATA[unesco]]></category>
		<category><![CDATA[EEA]]></category>
		<category><![CDATA[NEET]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?p=98749</guid>

					<description><![CDATA[<p>เมื่อวันที่ 12 ธันวาคม 2568 องค์การยูเนสโก กรุงเทพฯ ร่ว [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/news-291225/">เครือข่าย EEA เดินหน้าเชื่อมรอยต่อการเรียนรู้–การทำงาน แก้ปัญหาเยาวชนกลุ่ม NEET ยกระดับความร่วมมือระดับภูมิภาคเพื่อเสริมศักยภาพทุนมนุษย์ไทย</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>เมื่อวันที่ 12 ธันวาคม 2568 <a href="https://www.unesco.org/en/fieldoffice/bangkok"><strong>องค์การยูเนสโก กรุงเทพฯ</strong></a> ร่วมกับ <a href="https://www.eef.or.th/eef/"><strong>กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.)</strong></a> จัดประชุมออนไลน์ความร่วมมือ<a href="https://equity-ed.net/home/equitable-education-alliance/">เครือข่ายพันธมิตรเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา</a> (Equitable Education Alliance: EEA) ครั้งที่ 14 ภายใต้หัวข้อ <strong><em>“การป้องกันและแก้ไขสถานการณ์ปัญหาเยาวชนที่ไม่ได้อยู่ในการศึกษา การทำงาน หรือการฝึกอบรม (NEET) ผ่านมาตรการแนวปฏิบัติที่ดีจากประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้”</em></strong> ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของโครงการ <strong><em>“ปิดช่องว่าง เชื่อมรอยต่อ พัฒนาทุนมนุษย์ไทย”</em></strong></p>



<p>เวทีดังกล่าวมุ่งรับมือแนวโน้มอัตรา NEET ที่เพิ่มสูงขึ้น ควบคู่กับการยกระดับทุนมนุษย์ของประเทศไทย เปิดพื้นที่ให้ภาคีเครือข่ายจากภาครัฐ ภาควิชาการ และภาคประชาสังคม ทั้งในและต่างประเทศ ได้ร่วมแลกเปลี่ยนองค์ความรู้เชิงลึก และร่วมกันตกผลึกแนวทางป้องกันและแก้ไขปัญหาเด็กและเยาวชนกลุ่มเสี่ยงที่จะหลุดออกจากระบบการศึกษา วางรากฐานความร่วมมือระดับภูมิภาคอย่างเป็นรูปธรรม</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-full"><img decoding="async" loading="lazy" width="855" height="569" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/12/image-41.jpeg" alt="" class="wp-image-98752" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/12/image-41.jpeg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/12/image-41-300x200.jpeg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/12/image-41-768x511.jpeg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/12/image-41-750x500.jpeg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/12/image-41-272x182.jpeg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /><figcaption class="wp-element-caption">ริกะ โยโรซุ</figcaption></figure></div>


<p></p>



<p>การประชุมดังกล่าวเปิดฉากด้วยการวางกรอบ “ความท้าทายร่วมของภูมิภาค” ผ่านคำกล่าวเปิดของ <strong>คุณริกะ โยโรซุ</strong> <strong>ผู้เชี่ยวชาญด้านการศึกษาจากยูเนสโก กรุงเทพฯ</strong> ซึ่งเน้นย้ำความมุ่งมั่นร่วมกันของยูเนสโกและ กสศ. ในการฟื้นคืน “โอกาสการเรียนรู้ที่มีความหมาย” และ “การทำงานอย่างมีศักดิ์ศรี” ให้แก่เยาวชน</p>



<p>“ปัญหาเยาวชนหลุดออกจากระบบการศึกษา ยังคงเป็นความท้าทายร่วมของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้” คุณริกะกล่าว โดยอ้างอิงข้อมูลล่าสุดของยูเนสโก และแถลงการณ์ร่วมลังกาวีว่าด้วยเด็กและเยาวชนนอกระบบการศึกษา ณ ประเทศมาเลเซีย เมื่อเดือนตุลาคม 2568</p>



<p>ภายใต้บริบทนี้ เครือข่าย EEA ซึ่งก่อตั้งขึ้นในปี พ.ศ. 2563 และปัจจุบันมีสมาชิกกว่า 40 องค์กร ทำหน้าที่เป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนเส้นทางการเรียนรู้ที่ยืดหยุ่น เข้าถึงได้ และสอดรับกับชีวิตจริงของเยาวชน โดยมุ่งลดช่องว่างระหว่างทักษะที่แรงงานมีอยู่กับทักษะที่ตลาดแรงงานต้องการ ในเศรษฐกิจดิจิทัลที่เปลี่ยนแปลงรวดเร็ว</p>



<p>“หากเทคโนโลยีไม่รับใช้ความเสมอภาค ผู้เรียนจำนวนมากก็จะยังคงถูกทิ้งไว้ข้างหลัง” คุณริกะกล่าว พร้อมย้ำว่า ความร่วมมือข้ามภาคส่วนระหว่างภาครัฐ ภาคเอกชน ภาคการศึกษา ตลอดจนชุมชน คือเงื่อนไขสำคัญในการทำให้หลักการ “ไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง” เกิดขึ้นจริง</p>



<figure class="wp-block-image size-full"><img decoding="async" loading="lazy" width="855" height="569" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/12/image-40.jpeg" alt="" class="wp-image-98751" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/12/image-40.jpeg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/12/image-40-300x200.jpeg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/12/image-40-768x511.jpeg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/12/image-40-750x500.jpeg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/12/image-40-272x182.jpeg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /></figure>



<p></p>



<p>เพื่อปูพื้นฐานสู่การแลกเปลี่ยนเชิงลึก คุณริกะได้ขยายภาพสถานการณ์เยาวชนกลุ่ม NEET ในฐานะ “ความท้าทายเชิงโครงสร้าง” ผ่านการนำเสนอผลการศึกษาขั้นต้นเกี่ยวกับนวัตกรรมด้านการศึกษาและการฝึกอบรมในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยพบว่า เด็กและเยาวชนกว่า 17 ล้านคนยังอยู่นอกระบบการศึกษา และเยาวชน 1 ใน 5 อยู่ในสถานะ NEET โดยเฉพาะเยาวชนหญิงซึ่งมีความเสี่ยงสูงกว่ากลุ่มอื่น</p>



<p>ความเหลื่อมล้ำเหล่านี้ไม่ได้เกิดขึ้นโดยบังเอิญ หากแต่ฝังรากอยู่ในปัจจัยทางสังคมหลายมิติ ไม่ว่าจะเป็นเพศสภาพ ความพิการ การย้ายถิ่นฐาน ช่องว่างการจ้างงาน หรือความเหลื่อมล้ำทางดิจิทัล</p>



<p>ประสบการณ์จากหลายประเทศในภูมิภาคจึงชี้ให้เห็น “ศักยภาพของโมเดลการเรียนรู้แบบโมดูลที่ใช้ดิจิทัลเป็นฐาน” ซึ่งสามารถตอบสนองต่อบริบทที่แตกต่างได้จริง เสริมด้วยการมีส่วนร่วมของนายจ้าง และระบบเตือนภัยล่วงหน้า โดยมีเงื่อนไขความสำเร็จสำคัญ ได้แก่ การช่วยเหลืออย่างทันท่วงที ช่องทางการกลับเข้าสู่ระบบที่หลากหลาย การมีส่วนร่วมและการเป็นเจ้าของโดยชุมชน การวางแผนบนฐานข้อมูล และการจัดสรรงบประมาณอย่างต่อเนื่อง&nbsp;</p>



<p>เพื่อขยับจาก “โครงการนำร่อง” ไปสู่ “การเปลี่ยนแปลงเชิงระบบ” คุณริกะจึงเสนอว่า จำเป็นต้องมีแหล่งทุนที่หลากหลายนอกเหนือจากงบประมาณภาครัฐ พร้อมทั้งเปิดพื้นที่ให้เยาวชนมีส่วนร่วมในการออกแบบมาตรการ</p>



<p>หลักการดังกล่าวได้ถูกนำไปสู่การปฏิบัติจริง และสะท้อนให้เห็นอย่างชัดเจนในประเทศไทย ผ่านโมเดล<strong> </strong><a href="https://en.eef.or.th/2024/06/25/1-school-3-systems/" target="_blank" rel="noopener" title=""><strong>1 โรงเรียน 3 รูปแบบ</strong></a> และแอปพลิเคชัน <a href="https://thailandzerodropout.eef.or.th/" target="_blank" rel="noopener" title=""><strong>Thailand Zero Dropout</strong></a> ซึ่งแสดงให้เห็นถึงศักยภาพในการขยายผลสู่ระดับภูมิภาค<br></p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-full"><img decoding="async" loading="lazy" width="855" height="569" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/12/image-44.jpeg" alt="" class="wp-image-98755" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/12/image-44.jpeg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/12/image-44-300x200.jpeg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/12/image-44-768x511.jpeg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/12/image-44-750x500.jpeg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/12/image-44-272x182.jpeg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /><figcaption class="wp-element-caption">พัฒนะพงษ์ สุขมะดัน</figcaption></figure></div>


<p></p>



<p>จากภาพรวมระดับภูมิภาคสู่ระดับประเทศ <strong>คุณพัฒนะพงษ์ สุขมะดัน ผู้ช่วยผู้จัดการ กสศ.</strong> ได้ฉายภาพการตอบสนองเชิงนโยบายระดับชาติของประเทศไทย ผ่านการนำเสนอทิศทางยุทธศาสตร์ป้องกันการหลุดออกจากระบบการศึกษา ยุทธศาสตร์ดังกล่าวเกิดจากความร่วมมือระหว่าง 11 หน่วยงานภาครัฐตลอดสามปีที่ผ่านมา ภายใต้มติคณะรัฐมนตรีเดือนพฤษภาคม พ.ศ. 2567 โดยดำเนินงานขับเคลื่อนผ่าน 4 มาตรการหลัก ได้แก่ การบูรณาการฐานข้อมูล การติดตามช่วยเหลือรายบุคคล การขยายการเรียนรู้ยืดหยุ่น และการเสริมเส้นทางการเรียนรู้ควบคู่การทำงาน</p>



<p>ผลการดำเนินงานล่าสุดในปี 2568 ประเทศไทยสามารถช่วยเหลือเด็กและเยาวชนนอกระบบการศึกษาได้ราว 100,000 คน ขณะเดียวกันยังมีกลุ่มเป้าหมายอีกราว 880,000 คน ที่ทุกภาคส่วนจะร่วมกันดึงให้กลับเข้าสู่ระบบการศึกษาที่ยืดหยุ่น และได้รับการพัฒนาทักษะเพื่อก้าวสู่การเป็นกำลังสำคัญของประเทศต่อไป โดยมาตรการ <a href="https://en.eef.or.th/portfolio-items/thailand-zero-dropout/"><strong>Thailand Zero Dropout</strong></a> ที่เตรียมขยายผลในปีถัดไป คือมีแนวทางรองรับเด็กและเยาวชนที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัย และสถานการณ์ความไม่สงบในพื้นที่ชายแดนด้วย</p>



<p>“เวทีการประชุมครั้งนี้จึงทำหน้าที่เป็นพื้นที่แลกเปลี่ยนของผู้ปฏิบัติงานจริง เพื่อเชื่อมโยงความร่วมมือและยกระดับโมเดลที่มีศักยภาพสู่การขยายผลในวงกว้าง”<em> </em>คุณพัฒนะพงษ์กล่าวสรุป</p>



<figure class="wp-block-image size-full"><img decoding="async" loading="lazy" width="855" height="569" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/12/image-43.jpeg" alt="" class="wp-image-98754" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/12/image-43.jpeg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/12/image-43-300x200.jpeg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/12/image-43-768x511.jpeg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/12/image-43-750x500.jpeg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/12/image-43-272x182.jpeg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /></figure>



<figure class="wp-block-image size-full"><img decoding="async" loading="lazy" width="855" height="569" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/12/image-42.jpeg" alt="" class="wp-image-98753" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/12/image-42.jpeg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/12/image-42-300x200.jpeg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/12/image-42-768x511.jpeg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/12/image-42-750x500.jpeg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/12/image-42-272x182.jpeg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /></figure>



<p></p>



<p>ในระดับปฏิบัติการ ความก้าวหน้าของประเทศไทยตั้งอยู่บน “ฐานข้อมูลบูรณาการ” ระบบดังกล่าวช่วยให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นสามารถติดตามเด็กนอกระบบอายุ 3–18 ปี เกือบหนึ่งล้านคน และเชื่อมโยงเด็กแต่ละรายเข้าสู่เส้นทางการเรียนรู้ที่เหมาะสม ครอบคลุมทั้ง <strong>โมเดล 1 โรงเรียน 3 รูปแบบ, ศูนย์การเรียนรู้ตามมาตรา 12, โรงเรียนเคลื่อนที่ และพื้นที่การเรียนรู้ที่ใช้ชุมชนเป็นฐาน</strong> โดยได้รับการสนับสนุนงบประมาณแบบมุ่งเป้า ขณะเดียวกัน ความร่วมมือกับภาคเอกชนและงานวิจัยเชิงประยุกต์ยังช่วยเสริมการเรียนรู้ควบคู่กับการทำงาน</p>



<figure class="wp-block-image size-full"><img decoding="async" loading="lazy" width="855" height="569" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/12/image-46.jpeg" alt="" class="wp-image-98757" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/12/image-46.jpeg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/12/image-46-300x200.jpeg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/12/image-46-768x511.jpeg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/12/image-46-750x500.jpeg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/12/image-46-272x182.jpeg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /></figure>



<p>ใ</p>



<p>นขณะที่ประเทศไทยเน้นการบูรณาการเชิงระบบ ประสบการณ์ของมาเลเซียได้สะท้อนบทบาทของ “ข้อมูลเชิงคาดการณ์” ในการป้องกันการหลุดออกจากระบบการศึกษา โดย <strong>ดร.นิก ฟาติฮะห์ บินติ นิก อับดุลลาห์</strong> <strong>ผู้ช่วยผู้อำนวยการกองวางแผนและวิจัยทางการศึกษา กระทรวงศึกษาธิการมาเลเซีย</strong> ได้นำเสนอว่า กระทรวงศึกษาธิการมาเลเซียได้เปลี่ยนผ่านจากระบบเดิมที่ติดตามช่วยเหลือผู้เรียนแบบแมนนวล ไปสู่ระบบดิจิทัลเต็มรูปแบบ โดยใช้ AI วิเคราะห์ข้อมูลผู้เรียนรายบุคคล</p>



<p>ระบบดังกล่าวมีชื่อว่า <strong>“</strong><a href="https://www.moe.gov.my/sistem-pengurusan-pembelajaran-sipp" target="_blank" rel="noopener" title=""><strong>SiPKPM</strong></a><strong>”</strong> เชื่อมโยงข้อมูลการเข้าเรียน ผลการเรียน และข้อมูลจิตพฤติกรรม เพื่อคาดการณ์ความเสี่ยงในการหลุดออกจากระบบการศึกษาของผู้เรียน ช่วยชี้นำการช่วยเหลือแบบมุ่งเป้า และสนับสนุนการตัดสินใจที่รวดเร็วบนฐานหลักฐานแทนการคาดเดา” ดร.นิกกล่าว</p>



<p>ปัจจุบัน ระบบนี้ถูกใช้งานโดยเจ้าหน้าที่และครูแนะแนวกว่า 11,000 คนทั่วประเทศ ผ่านแดชบอร์ดอัตโนมัติที่แจ้งเตือนผู้เรียนกลุ่มเสี่ยงสูง และแนะนำเส้นทางการเรียนรู้และอาชีพที่สอดคล้องกับศักยภาพรายบุคคล กรณีศึกษาแสดงให้เห็นว่า การวิเคราะห์เชิงคาดการณ์ด้วย AI เมื่อผสานกับการดูแลช่วยเหลือโดยบุคลากรที่มีจิตวิญญาณความเป็นมนุษย์ การขจัดอุปสรรคเชิงโครงสร้าง เช่น ความยากจนและระยะทาง สามารถดำเนินไปได้ผ่านการสนับสนุนที่พัก การช่วยเหลือทางการเงิน และการติดตามต่อเนื่อง จนนำผู้เรียนกลับเข้าสู่ระบบการศึกษาได้จริง</p>



<figure class="wp-block-image size-full"><img decoding="async" loading="lazy" width="855" height="569" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/12/image-48.jpeg" alt="" class="wp-image-98759" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/12/image-48.jpeg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/12/image-48-300x200.jpeg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/12/image-48-768x511.jpeg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/12/image-48-750x500.jpeg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/12/image-48-272x182.jpeg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /></figure>



<p></p>



<p>จากระบบและเทคโนโลยี สู่ระดับห้องเรียน มุมมองระดับนานาชาติจากประเทศแคนาดาช่วยเติมเต็มภาพผ่าน “มิติมนุษย์” โดย <strong>รองศาสตราจารย์ ดร.อิซาเบล นิเซต์</strong> <strong>คณะครุศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชอร์บรูค ประเทศแคนาดา</strong> ซึ่งเน้นบทบาทของครูในฐานะ “ปัจจัยคุ้มกันสำคัญต่อการหลุดออกจากระบบการศึกษา”</p>



<p>“<a href="https://www.unesco.org/en/articles/meeting-every-learner-where-they-are">วิธีการจัดการเรียนการสอนที่ตอบสนองความแตกต่างระหว่างบุคคล</a> ผ่านห้องเรียนโอบรับความหลากหลาย การประเมินเชิงวินิจฉัย และแผนรายบุคคล ทำหน้าที่ทั้งป้องกันและฟื้นฟูผู้เรียนทุกกลุ่ม” ดร.อิซาเบล กล่าว&nbsp;</p>



<p>ประสบการณ์ของแคนาดาชี้ให้เห็นว่า เมื่อเนื้อหา กระบวนการ และการประเมิน สอดคล้องกับความสนใจ ความพร้อม และความแตกต่างของผู้เรียน การมีส่วนร่วมจะเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ โดยเฉพาะเมื่อมี “ความสัมพันธ์ครู–นักเรียนที่ตั้งอยู่บนความไว้วางใจ” เป็นฐาน และมี AI ทำหน้าที่สนับสนุนการสอนที่ตอบสนองความแตกต่างได้อย่างเหมาะสม ในเชิงปฏิบัติ การจัดการเรียนรู้เริ่มต้นจากการทำความเข้าใจความหลากหลายและการจัดลำดับความจำเป็นของผู้เรียน ก่อนจะต่อยอดสู่การออกแบบกิจกรรมการเรียนรู้ที่ยืดหยุ่น และการประเมินผลที่ปรับให้เหมาะสมกับแต่ละบุคคล</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-full"><img decoding="async" loading="lazy" width="855" height="569" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/12/image-45.jpeg" alt="" class="wp-image-98756" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/12/image-45.jpeg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/12/image-45-300x200.jpeg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/12/image-45-768x511.jpeg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/12/image-45-750x500.jpeg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/12/image-45-272x182.jpeg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /><figcaption class="wp-element-caption">(จากซ้าย) รอง ดร.อิซาเบล นิเซต์ / ดร.นิก ฟาติฮะห์ บินติ นิก อับดุลลาห์</figcaption></figure></div>


<p></p>



<p>บทเรียนจากหลายประเทศได้ข้อสรุปร่วมกันว่า การป้องกันการหลุดออกจากระบบ และการดึงผู้เรียนกลับสู่การเรียนรู้ ต้องอาศัยระบบที่ขับเคลื่อนด้วยข้อมูล ยึดผู้เรียนเป็นศูนย์กลาง และเสริมด้วยความสัมพันธ์ที่เข้มแข็งในทุกระดับ</p>



<p>ระบบข้อมูลบูรณาการของไทย ระบบเตือนภัยด้วย AI ของมาเลเซีย และแนวทางการสอนที่โอบรับความหลากหลายของแคนาดา ล้วนตอกย้ำความสำคัญของการช่วยเหลือตั้งแต่เนิ่น ๆ การระดมพลังของชุมชน และความไว้วางใจระหว่างผู้เรียนกับครู ไปจนถึงระดับครอบครัว ชุมชน และประเทศ ยิ่งความสัมพันธ์เหล่านี้แน่นแฟ้นมากเท่าใด ผลสัมฤทธิ์ทางการศึกษาในระยะยาวก็ยิ่งเพิ่มสูงขึ้น และโอกาสที่เด็กและเยาวชนจะคงอยู่บนเส้นทางการเรียนรู้ก็ยิ่งมากขึ้นเท่านั้น</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-full"><img decoding="async" loading="lazy" width="855" height="569" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/12/image-47.jpeg" alt="" class="wp-image-98758" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/12/image-47.jpeg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/12/image-47-300x200.jpeg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/12/image-47-768x511.jpeg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/12/image-47-750x500.jpeg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/12/image-47-272x182.jpeg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /><figcaption class="wp-element-caption">อาลอนโซ ปาดูล ลี</figcaption></figure></div>


<p></p>



<p>ในระดับชุมชน หลักการเชิงระบบและความสัมพันธ์เดียวกันนี้ ได้รับการพิสูจน์ผ่านการดำเนินงานเชิงพื้นที่อย่างเป็นรูปธรรม โดย <strong>คุณอาลอนโซ ปาดูล ลี</strong> <strong>ผู้จัดการฝ่ายคุณภาพการดำเนินพันธกิจภาคสนาม มูลนิธิศุภนิมิตแห่งประเทศไทย</strong> ได้นำเสนอผลลัพธ์เชิงประจักษ์จาก “โครงการ Youth Ready for Work for Life” ซึ่งพัฒนาเยาวชนทั้งด้านเกษตร ด้านอาชีพ และด้านการเงิน พร้อมเชื่อมต่อสู่การศึกษาทั้งในและนอกระบบ” นายอาลอนโซกล่าว</p>



<p>โครงการดังกล่าวดำเนินงานมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2564 ใน 43 พื้นที่ 32 จังหวัด ความร่วมมือระหว่างสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) โรงเรียน และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ช่วยให้โครงการสามารถเข้าถึงเยาวชนกว่า 66,000 คน ฝึกทักษะอาชีพมากกว่า 15,000 คน สนับสนุนการเป็นผู้ประกอบการ 2,600 คน และช่วยให้เยาวชนกลุ่มเปราะบาง 253 คนมีงานทำภายในปี พ.ศ. 2568</p>



<p>สำหรับยุทธศาสตร์ในช่วงปี พ.ศ. 2569–2573 โครงการจะมุ่งขยายการเรียนรู้ที่ยืดหยุ่น เสริมพลังความร่วมมือ และเพิ่มการดูแลกลุ่มเปราะบางมากขึ้น รวมถึงเด็กพิการ</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-full"><img decoding="async" loading="lazy" width="855" height="569" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/12/image-49.jpeg" alt="" class="wp-image-98760" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/12/image-49.jpeg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/12/image-49-300x200.jpeg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/12/image-49-768x511.jpeg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/12/image-49-750x500.jpeg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/12/image-49-272x182.jpeg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /><figcaption class="wp-element-caption">เศรษฐ์ อัลยุฟรี</figcaption></figure></div>


<p></p>



<p>มุมมองจากองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นยังได้ตอกย้ำเพิ่มเติมถึงความสำคัญของ “การเป็นเจ้าของร่วม” และ “การประสานงานข้ามหน่วยงาน” โดย <strong>คุณเศรษฐ์ อัลยุฟรี</strong> <strong>นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดปัตตานี</strong> ชี้ให้เห็นว่า ความยากจน ความเปราะบางของครอบครัว และประเด็นด้านความปลอดภัย เป็นปัจจัยสำคัญต่อการหลุดออกจากระบบการศึกษา</p>



<p>การจัดหาปัจจัยพื้นฐาน ทุนการศึกษา และการดูแลที่จำเป็นแก่ผู้เรียน จึงดำเนินการผ่านกรอบแนวทาง <strong>4 จ.</strong> ได้แก่ “เจอ – จัด – จิก – จบ” ควบคู่กับระบบส่งต่อการช่วยเหลือรายกรณี</p>



<p>“เรามองบทบาทของตนเองในฐานะผู้ประสานและเอื้ออำนวยความร่วมมือ ที่เชื่อมโยงโรงเรียน หน่วยงานรัฐ ผู้นำศาสนา และภาคเอกชน ให้ร่วมกันรับผิดชอบต่ออนาคตของเด็กและเยาวชน” นายเศรษฐ์กล่าว โดยยกตัวอย่างกองทุน “บูดักปัตตานี”<em> </em>ที่ระดมทุนจากซะกาตและวากัฟ ตามหลักความเชื่อทางศาสนา ซึ่งได้กลายเป็นกลไกสำคัญในการสนับสนุนเส้นทางการศึกษาและอาชีพในพื้นที่</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-full"><img decoding="async" loading="lazy" width="855" height="569" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/12/image-50.jpeg" alt="" class="wp-image-98761" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/12/image-50.jpeg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/12/image-50-300x200.jpeg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/12/image-50-768x511.jpeg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/12/image-50-750x500.jpeg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/12/image-50-272x182.jpeg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /><figcaption class="wp-element-caption">สันติพงษ์ ศิลปสมบูรณ์</figcaption></figure></div>


<p></p>



<p>ในอีกพื้นที่หนึ่ง การพัฒนาเชิงพื้นที่แบบบูรณาการได้แสดงให้เห็นศักยภาพของ “ระบบนิเวศการเรียนรู้ในชุมชน” โดย <strong>คุณสันติพงษ์ ศิลปสมบูรณ์</strong> <strong>ผู้อำนวยการกองสาธารณสุขและสิ่งแวดล้อม เทศบาลตำบลลำปางหลวง จังหวัดลำปาง</strong> ได้นำเสนอการยกระดับพื้นที่สู่ศูนย์การเรียนรู้ชุมชนผ่านกรอบ “วัคซีนชีวิต — สุขภาพ การศึกษา อาชีพ คุณค่าชีวิต”</p>



<p>กรอบดังกล่าวช่วยจำแนกผู้เรียนออกเป็น 3 กลุ่ม ได้แก่ กลุ่มปกติ กลุ่มเสี่ยง และกลุ่มนอกระบบ พร้อมสนับสนุนเป้าหมายเชิงรายบุคคลให้เหมาะสมกับบริบทของแต่ละคน ภายใต้กรอบการทำงานนี้ ความร่วมมือระหว่างภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาสังคม ช่วยให้เยาวชน 19 คนกลับเข้าสู่การเรียนรู้ ขยายทักษะ และได้รับทุนสนับสนุนจากภาคเอกชน</p>



<p>“ด้วยการเสริมสร้างความร่วมมือในระดับพื้นที่และการมีส่วนร่วมของครอบครัว เรากำลังก้าวไปสู่การเป็นตำบลแห่งการเรียนรู้ตลอดชีวิต” คุณสันติพงษ์กล่าว พร้อมระบุว่า การรับฟังเสียงของกลุ่มเปราะบางได้กลายเป็นจุดเริ่มต้นสำคัญของการปรับพื้นที่การเรียนรู้ให้เป็นพื้นที่อเนกประสงค์ที่ทุกคนเข้าถึงได้</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-full"><img decoding="async" loading="lazy" width="855" height="569" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/12/image-51.jpeg" alt="" class="wp-image-98762" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/12/image-51.jpeg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/12/image-51-300x200.jpeg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/12/image-51-768x511.jpeg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/12/image-51-750x500.jpeg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/12/image-51-272x182.jpeg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /><figcaption class="wp-element-caption">ธันว์ธิดา วงศ์ประสงค์</figcaption></figure></div>


<p></p>



<p>ในช่วงท้ายของการประชุม เป็นการสรุปและประมวลองค์ความรู้จากทั้งต่างประเทศและประเทศไทย โดย <strong>คุณธันว์ธิดา วงศ์ประสงค์</strong> <strong>ผู้อำนวยการสำนักพัฒนานวัตกรรมเพื่อสร้างโอกาสการเรียนรู้ กสศ.</strong> เน้นย้ำว่า</p>



<p>“การป้องกันการหลุดออกจากระบบต้องอาศัยการบูรณาการระหว่างเทคโนโลยี นโยบาย และชุมชน เพื่อสร้างเส้นทางการเรียนรู้ที่ครอบคลุมและยืดหยุ่น”ประสบการณ์จากประเทศไทย มาเลเซีย แคนาดา และพื้นที่ปฏิบัติการในปัตตานีและลำปาง สะท้อนตรงกันว่า ผลกระทบที่ยั่งยืนเกิดขึ้นได้จากความร่วมมือระหว่างรัฐ ชุมชน โรงเรียน ครอบครัว และภาคีระหว่างประเทศ เมื่อระบบมีความยืดหยุ่น ขับเคลื่อนด้วยข้อมูล ใช้ชุมชนเป็นฐาน ตอบสนองต่อชีวิตจริง และเปิดพื้นที่ให้เยาวชนมีส่วนร่วมในทุกขั้นตอน ภายใต้ปัจจัยดังกล่าว การลดอัตราการหลุดออกจากระบบการศึกษา และปัญหา NEET จึงไม่ใช่เพียงความหวัง หากแต่เป็น “การเปลี่ยนแปลงเชิงระบบที่มีผลเชิงประจักษ์” ซึ่งดำเนินงานลงลึกถึงชีวิตของเด็กและเยาวชนรายบุคคล และเส้นทางชีวิตของพวกเขาในอนาคต</p><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/news-291225/">เครือข่าย EEA เดินหน้าเชื่อมรอยต่อการเรียนรู้–การทำงาน แก้ปัญหาเยาวชนกลุ่ม NEET ยกระดับความร่วมมือระดับภูมิภาคเพื่อเสริมศักยภาพทุนมนุษย์ไทย</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>KFC จับมือ กสศ.–กรมพินิจฯ–ศูนย์การเรียนปัญญากัลป์ ขยายผล “KFC Bucket Search” พัฒนาการศึกษายืดหยุ่น</title>
		<link>https://www.eef.or.th/news-251225/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 25 Dec 2025 10:44:03 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[All About EEF]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?p=98716</guid>

					<description><![CDATA[<p>วันที่ 25 ธันวาคม 2568 มูลนิธิเคเอฟซี (ประเทศไทย) จัดพิ [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/news-251225/">KFC จับมือ กสศ.–กรมพินิจฯ–ศูนย์การเรียนปัญญากัลป์ ขยายผล “KFC Bucket Search” พัฒนาการศึกษายืดหยุ่น</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>วันที่ 25 ธันวาคม 2568 <strong>มูลนิธิเคเอฟซี (ประเทศไทย)</strong> จัดพิธีลงนามบันทึกความร่วมมือกับ<strong>กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) กรมพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชน</strong> และ<strong>มูลนิธิปัญญากัลป์ </strong>เพื่อร่วมกันพัฒนารูปแบบการจัดการศึกษาที่ยืดหยุ่นและตอบโจทย์ชีวิตจริงของเด็กและเยาวชนในศูนย์ฝึกและอบรมเด็กและเยาวชน รวมถึงสถานพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชนในพื้นที่ภาคตะวันออก พิธีลงนามจัดขึ้น ณ บริษัทยัม เรสเตอรองส์ อินเตอร์เนชั่นแนล (ประเทศไทย) จำกัด กรุงเทพมหานคร</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-349049"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/12/แจเน็ต-รุ้งสิทธิกุล.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p><strong>คุณแจเน็ต รุ้งสิทธิกุล ผู้จัดการมูลนิธิเคเอฟซีประเทศไทย</strong> กล่าวว่า ความร่วมมือครั้งนี้เป็นการสานต่อการทำงานร่วมกับ กสศ. ภายใต้โครงการ “KFC Bucket Search” ซึ่งใช้หลักสูตรการเรียนรู้แบบยืดหยุ่น เพื่อพัฒนาทักษะชีวิตและทักษะอาชีพให้กับเยาวชนกลุ่มเปราะบาง เด็กและเยาวชนที่หลุดจากระบบการศึกษา เยาวชนในกระบวนการยุติธรรม รวมถึงพ่อแม่วัยใส โดยนำหลักสูตรการฝึกอบรมพนักงานของ KFC มาปรับใช้ให้สอดคล้องกับบริบทของผู้เรียน และสร้างโอกาสให้พวกเขามีทักษะที่จำเป็นต่อการดำรงชีวิตและการก้าวสู่การทำงานอย่างมั่นคง</p>



<p>คุณแจเน็ตระบุว่า จากการดำเนินงานที่ผ่านมา โครงการดูแลและพัฒนาเยาวชนประมาณ 400 คน และในปีนี้ตั้งเป้าขยายผลเป็น 1,000 คน พร้อมเดินหน้าพัฒนาไปสู่ 1,500 คนในอนาคต ด้วยความเชื่อว่า “ทุกศักยภาพไม่ควรถูกทอดทิ้ง” ความร่วมมือครั้งนี้จึงเป็นการต่อยอดการทำงานตั้งแต่โครงการนำร่องในปี 2566 และขยายผลสู่รุ่นที่ 2 ในปี 2567 โดยเพิ่มกลุ่มเป้าหมายให้ครอบคลุมทุกภูมิภาค พร้อมสร้างพื้นที่เรียนรู้ผ่านเวิร์กชอป พัฒนาทักษะการทำงาน เชื่อมโยงประสบการณ์เพื่อการเทียบโอนหน่วยกิต และเปิดโอกาสให้เด็กและเยาวชนสามารถมีรายได้ควบคู่การเรียนรู้</p>



<p>ทั้งนี้ ความสำเร็จของการทำงานเกิดจากการบูรณาการของหลายภาคส่วน โดย กสศ. ทำหน้าที่ชี้เป้ากลุ่มเด็กที่ต้องการโอกาส KFC สนับสนุนด้านอาชีพและการฝึกประสบการณ์ทำงาน สถานพินิจและนักสังคมสงเคราะห์ร่วมดูแลและติดตามอย่างใกล้ชิด ศาลอนุญาตให้เด็กออกไปฝึกงานภายใต้ระบบกำกับดูแลที่เหมาะสม และมูลนิธิปัญญากัลป์ช่วยออกแบบหลักสูตรการเรียนรู้ ทำให้ทุกฝ่ายสามารถร่วมกัน “ประคับประคอง” เด็กแต่ละคนให้กลับมามั่นใจในเส้นทางชีวิตใหม่ของตนเอง</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-452efb"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/12/ศ.ดร.สมพงษ์-จิตระดับ-1.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p><strong>ศ.ดร.สมพงษ์ จิตระดับ ที่ปรึกษากรรมการบริหาร กสศ. </strong>กล่าวว่า ความร่วมมือของภาครัฐและเอกชนในโครงการนี้สะท้อนให้เห็นว่า สังคมไทยให้ความสำคัญกับเด็กและเยาวชนในกระบวนการยุติธรรม ซึ่งแม้จะเคย “ก้าวพลาด” แต่ยังคงได้รับโอกาสในการแก้ไขและพิสูจน์คุณค่าในตัวเอง การทำงานร่วมกันของทุกภาคส่วนช่วยสร้างหลักสูตรการเรียนรู้ที่เปิดพื้นที่ให้เด็กค้นพบศักยภาพ ความถนัด และสามารถต่อยอดไปสู่ทักษะอาชีพที่ช่วยให้ยืนได้ด้วยลำแข้งของตนเอง</p>



<p>“การทำงานลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษากับเด็กและเยาวชนในกระบวนการยุติธรรมเป็นโจทย์ที่ท้าทาย ซึ่งต้องการแนวร่วมจากภาคส่วนต่าง ๆ มาช่วยกันฝ่ากำแพง ช่วยกันบูรณาการการทำงาน ออกแบบหลักสูตรที่ช่วยจุดประกายการเรียนรู้ให้กับเด็ก ๆ ยืนได้ด้วยลำแข้งของตัวเอง เกิดเป็นนวัตกรรมที่สามารถผลักดันกระบวนการดูเด็กและเยาวชนที่ก้าวพลาด ช่วยเด็กที่เคยล้มให้ลุกขึ้นได้และกลับมาเป็นทรัพยากรมนุษย์ที่มีคุณภาพ ต้องขอขอบคุณทุกหน่วยงา ที่ร่วมกันใช้การศึกษา เยียวยาชีวิตของเด็กก้าวพลาดกลุ่มนี้ได้” ศ.ดร.สมพงษ์ กล่าว</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-a5cb1c"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/12/ดร.ศุภชัย-ไตรไทยธีระ-2.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>ด้าน <strong>ดร.ศุภชัย ไตรไทยธีระ ประธานมูลนิธิปัญญากัลป์</strong> กล่าวว่า การออกแบบหลักสูตรในโครงการนี้ยึดแนวคิด “การเรียนรู้แบบบูรณศาสตร์” ไม่เน้นรายวิชาแยกส่วน แต่เชื่อมโยงองค์ความรู้จากหลายศาสตร์เข้าไว้ด้วยกัน ให้ผู้เรียนเห็นภาพรวม เข้าใจความสัมพันธ์ของเนื้อหา และสามารถนำความรู้ ทักษะ และประสบการณ์ไปประยุกต์ใช้ในชีวิตจริงได้ ทำให้เด็กเห็นว่าตนเองมี “หลายเส้นทางเลือก” ที่สามารถเดินไปสู่เป้าหมายเดียวกัน คือ การมีอนาคตที่มั่นคงและมีศักดิ์ศรี</p>



<p>ขณะเดียวกัน <strong>ดร.อุดม ลาภิเศษพันธุ์ ประธานผู้พิพากษาสมทบศาลเยาวชนและครอบครัว จังหวัดชลบุรี</strong> ระบุว่า การดูแลเด็กและเยาวชนในกระบวนการยุติธรรมของประเทศไทยยึดตามหลักของ UNODC หรือสำนักงานว่าด้วยยาเสพติดและอาชญากรรมแห่งสหประชาชาติ ที่ให้ความสำคัญกับประโยชน์สูงสุดของเด็ก เน้นการฟื้นฟูมากกว่าการลงโทษ ลดการตีตราทางสังคม และเปิดโอกาสให้เด็กกลับคืนสู่สังคมอย่างสง่างาม โดยเชื่อว่า หากกระบวนการยุติธรรมมีเพียงการตัดสินโทษโดยไม่เปิดพื้นที่ให้โอกาส เด็กเหล่านี้จะไม่สามารถกลับมาเป็นทรัพยากรที่มีคุณค่าได้</p>



<p><strong>คุณจิตติมา กระสารติ์กุล ผู้อำนวยการศูนย์ฝึกและอบรมเด็กและเยาวชนระยอง เขต 2</strong> กล่าวว่า สิ่งที่ทุกคนในศูนย์ฝึกฯ ต้องการเห็นมากที่สุด คือ การที่เด็กและเยาวชน “มีที่ยืนในสังคม” ซึ่งโครงการ KFC Bucket Search ช่วยตอบโจทย์ดังกล่าวได้อย่างเป็นรูปธรรม เพราะไม่เพียงให้เด็กได้ฝึกงานและทำงานจริง แต่ยังมองพวกเขาในฐานะ “เพื่อนร่วมงานและลูกศิษย์” ไม่ใช่ผู้กระทำผิด ทำให้โอกาสที่ได้รับกลายเป็น “ของขวัญที่มีความหมายที่สุด” ในช่วงเปลี่ยนผ่านของชีวิต</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-e171ea"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/12/คุณจิตติมา-กระสารติ์กุล.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-c7806b"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/12/Photo6-1.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>หนึ่งในผู้เข้าร่วมโครงการ “น้องเชพ” (นามสมมติ) ซึ่งกำลังเรียนไปด้วยและทำงานที่ KFC สาขาชลบุรีเป็นเวลาเกือบ 6 เดือน เล่าว่า นอกจากทักษะงานในร้านแล้ว สิ่งสำคัญที่ได้เรียนรู้คือเรื่องระเบียบวินัยและความรับผิดชอบต่อผู้อื่น จากเดิมที่ไม่กล้าพูดคุยกับใคร ปัจจุบันสามารถสื่อสารและทำงานร่วมกับเพื่อนร่วมงานได้ดีขึ้น </p>



<p>“หลายเดือนที่ผ่านมา ผมได้เรียนรู้ว่าถ้าผมไปทำงานสาย เพื่อนร่วมงานก็ต้องลำบากทำงานแทนผม ความรับผิดชอบต่อตนเองและต่อผู้อื่นจึงเป็นเรื่องที่สำคัญมาก ตอนแรกที่ผมไปทำงาน ผมไม่กล้าคุยอะไรเยอะ แต่ตอนนี้ผมกล้าคุยกับคนอื่น และรู้สึกดีใจที่ได้รับโอกาสจากพี่ ๆ ทุกคน ได้รับการศึกษาและให้โอกาสผมทำงาน แล้วก็มีเงินเดือนที่จะเลี้ยงดูตัวเอง”</p>



<p>ความร่วมมือครั้งนี้จึงไม่เพียงเป็นการขยายโครงการไปสู่กลุ่มเป้าหมายที่กว้างขึ้นเท่านั้น แต่ยังเป็นก้าวสำคัญของการใช้ “การศึกษาและทักษะอาชีพ” เป็นเครื่องมือฟื้นฟูชีวิต คืนศักดิ์ศรี และสร้างเส้นทางใหม่ให้เด็กและเยาวชนที่ก้าวพลาดกลับมายืนหยัดในสังคมได้อย่างมั่นคง</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-78aeac"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/12/Photo8-3.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/news-251225/">KFC จับมือ กสศ.–กรมพินิจฯ–ศูนย์การเรียนปัญญากัลป์ ขยายผล “KFC Bucket Search” พัฒนาการศึกษายืดหยุ่น</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>กลุ่มธุรกิจการเงินเกียรตินาคินภัทร (KKP) จัดกิจกรรม วางแผนการเงินฉบับปัจฉิมนิเทศให้กับนักศึกษาครูรัก(ษ์)ถิ่น</title>
		<link>https://www.eef.or.th/news-111125/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 11 Nov 2025 08:19:06 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[ครูรักษ์ถิ่น]]></category>
		<category><![CDATA[All About EEF]]></category>
		<category><![CDATA[พัทนัย เหลืองตระกูล]]></category>
		<category><![CDATA[กสศ.]]></category>
		<category><![CDATA[กลุ่มธุรกิจการเงินเกียรตินาคินภัทร]]></category>
		<category><![CDATA[ครูรัก(ษ์)ถิ่น]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?p=97469</guid>

					<description><![CDATA[<p>กลุ่มธุรกิจการเงินเกียรตินาคินภัทร (KKP) ร่วมกับ กองทุน [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/news-111125/">กลุ่มธุรกิจการเงินเกียรตินาคินภัทร (KKP) จัดกิจกรรม วางแผนการเงินฉบับปัจฉิมนิเทศให้กับนักศึกษาครูรัก(ษ์)ถิ่น</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>กลุ่มธุรกิจการเงินเกียรตินาคินภัทร (</strong><strong>KKP)</strong> ร่วมกับ <strong>กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.)</strong> จัดกิจกรรม “<strong>KKP FinLit</strong>” ภายในงานปัจฉิมนิเทศนักศึกษาทุนโครงการครูรัก(ษ์)ถิ่น รุ่นที่ 2 โดยมีนักศึกษาครูจำนวน 295 คนเข้าร่วม ณ โรงแรมรอยัล ริเวอร์ กรุงเทพฯ กิจกรรมครั้งนี้มุ่งเสริมสร้างความรู้ด้านการวางแผนและการจัดการเงินส่วนบุคคล พร้อมให้ผู้เข้าร่วมสามารถถ่ายทอดความรู้นี้ไปยังนักเรียน ครอบครัว และชุมชน เพื่อสร้างการเปลี่ยนแปลงที่ยั่งยืน</p>



<p><strong>นางสาวพัทนัย เหลืองตระกูล หัวหน้าสำนักสื่อสารองค์กรและการตลาด </strong><strong>KKP</strong> กล่าวว่า “การเงินคือทรัพยากรพื้นฐานที่สำคัญต่อการดำเนินชีวิต โดยเฉพาะสำหรับนักศึกษาที่เพิ่งจบการศึกษาและกำลังเริ่มต้นชีวิตการทำงาน หากมีความรู้และทักษะการวางแผนการเงินตั้งแต่เริ่มต้น ก็เปรียบเสมือนมีเข็มทิศที่ช่วยกำหนดเส้นทางชีวิตได้อย่างชัดเจน สำหรับกิจกรรมในครั้งนี้ เป็นการจุดประกายให้ครูรัก(ษ์)ถิ่นได้เรียนรู้ครบทุกมิติ ตั้งแต่การวางแผนงบประมาณส่วนบุคคล การออม การจัดการหนี้สิน การวางแผนภาษี ไปจนถึงการลงทุนและการวางแผนเกษียณ สิ่งเหล่านี้ไม่เพียงเป็นประโยชน์ต่อครูเอง แต่ยังสามารถถ่ายทอดต่อให้นักเรียน ครอบครัว และชุมชนได้อีกด้วย”</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-8b8cca"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/11/4-2.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-ffdb06"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/11/3-2.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>หลักสูตรของ <strong>KKP FinLit</strong> ถูกออกแบบให้ครอบคลุมทุกด้านของการเงิน ให้เหมาะสมกับกลุ่มเป้าหมายและระยะเวลาของกิจกรรม ตั้งแต่พื้นฐานจนถึงการวางแผนระยะยาว โดยเน้นการจัดทำงบประมาณส่วนบุคคลเพื่อเข้าใจรายรับ-รายจ่ายและสร้างวินัยการออม การจัดการภาษีเพื่อใช้สิทธิประโยชน์สูงสุด และการวางแผนเกษียณตั้งแต่ระยะเริ่มต้นทำงาน เพื่อสร้างความมั่นคงในระยะยาว กิจกรรมครั้งนี้ยังใช้รูปแบบ Game-Based Learning ผสมผสานความสนุกสนานของการเล่นเกมกับสาระสำคัญ เน้นการเรียนรู้เชิงปฏิบัติที่เข้าใจง่ายและนำไปใช้ได้จริง</p>



<p>บรรยากาศของงานเต็มไปด้วยเต็มไปด้วยพลังบวกและความตั้งใจ &nbsp;นักศึกษาครูผู้เข้าร่วมหลายคนสะท้อนประโยชน์ที่ได้รับ เช่น <strong>นางสาวพิมพ์มาดา นาคบังเกิด ครูจากโรงเรียนบ้านใหม่ จ.เลย</strong> กล่าวว่า “การเงินเป็นเรื่องใกล้ตัว หากขาดความรู้ก็อาจทำให้ขาดระเบียบในการใช้จ่าย สิ่งที่ได้เรียนรู้ในวันนี้ช่วยให้เห็นแนวทางการจัดการเงินที่ถูกต้อง โดยเฉพาะการทำบัญชีรายรับรายจ่าย ซึ่งสามารถนำไปใช้ได้จริง”</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-2811e0"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/11/2-2.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-a538b0"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/11/1-1.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p><strong>นางสาวมารีนี มะสา ครูจากโรงเรียนบ้านกอแนะเหนือ จ</strong><strong>.</strong><strong>นราธิวาส</strong> กล่าวเสริมว่า “กิจกรรมนี้ช่วยเปิดมุมมองใหม่เกี่ยวกับการออมและการวางแผนเพื่อบรรลุเป้าหมายทางการเงิน สอนให้คิดรอบคอบก่อนใช้จ่าย และแยกแยะค่าใช้จ่ายที่จำเป็น ความรู้นี้สามารถนำไปปรับใช้ได้ทั้งปัจจุบันและอนาคต”</p>



<p>ด้าน<strong>นายวุฒิชัย เผ่าสุวินัย ครูจากโรงเรียนบ้านปูเต้อ จ.ตาก</strong> กล่าวว่า “ความรู้ด้านการเงินที่ได้รับไม่เพียงใช้ได้กับการจัดการการเงินของตัวเอง แต่ยังสามารถถ่ายทอดต่อให้นักเรียนและชุมชน ถือเป็นประโยชน์ต่อทั้งตนเองและสังคม”</p>



<p>นอกจากการเสริมสร้างความรู้ด้านการเงินแล้ว KKP ยังสนับสนุนการมีส่วนร่วมของพนักงานจิตอาสาในการจัดทำ “ชุดกิจกรรมการเรียนรู้สำหรับเด็ก” ประกอบด้วยสื่อและเครื่องมือส่งเสริมการเรียนรู้หลากหลายด้าน มอบให้ครูรัก(ษ์)ถิ่นนำไปใช้ในการสอนนักเรียนในพื้นที่ของตน สะท้อนความมุ่งมั่นของ KKP ในการบูรณาการการพัฒนาสังคมทั้งด้านการศึกษา และการสร้างความมั่นคงทางการเงินไปพร้อมกัน</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-dfc0c4"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/11/5-1.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<hr class="wp-block-separator has-alpha-channel-opacity"/>



<p><strong>เกี่ยวกับกลุ่มธุรกิจการเงินเกียรตินาคินภัทร </strong><strong></strong></p>



<p>กลุ่มธุรกิจการเงินเกียรตินาคินภัทร (KKP) เกิดขึ้นจากการร่วมกิจการระหว่างธุรกิจธนาคารพาณิชย์ที่ดำเนินการโดย ธนาคารเกียรตินาคินภัทร จำกัด (มหาชน) และธุรกิจตลาดทุนที่ดำเนินการโดยบริษัทหลักทรัพย์ เกียรตินาคินภัทร จำกัด (มหาชน) บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน เกียรตินาคินภัทร จำกัด และบริษัทหลักทรัพย์ เคเคพี ไดม์ จำกัด โดยกลุ่มธุรกิจฯ มุ่งนำทรัพยากรสู่ลูกค้าอย่างถูกต้อง เหมาะสม และเปี่ยมประสิทธิภาพด้วยบริการที่เหนือความคาดหมาย ภายใต้เจตนารมณ์มุ่งมั่นขับเคลื่อนเศรษฐกิจเพื่อประโยชน์ของผู้มีส่วนได้เสียอย่างยั่งยืน</p>



<p>ธุรกิจธนาคารพาณิชย์ของกลุ่มธุรกิจฯ ครอบคลุมสินเชื่อบรรษัท สินเชื่อธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ สินเชื่อธุรกิจเอสเอ็มอี และสินเชื่อรายย่อย เช่นสินเชื่อเช่าซื้อรถยนต์ สินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัย และสินเชื่อส่วนบุคคล ส่วนธุรกิจด้านตลาดทุนของกลุ่มธุรกิจฯ ครอบคลุมธุรกิจวานิชธนกิจ (Investment Banking) ธุรกิจนายหน้าค้าหลักทรัพย์สำหรับผู้ลงทุนสถาบัน ธุรกิจที่ปรึกษาการลงทุนส่วนบุคคล (Wealth Management) ธุรกิจการลงทุน (Direct Investment) ตลอดจนธุรกิจจัดการกองทุน ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.kkpfg.com&nbsp;&nbsp;</p>



<p></p>



<p></p><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/news-111125/">กลุ่มธุรกิจการเงินเกียรตินาคินภัทร (KKP) จัดกิจกรรม วางแผนการเงินฉบับปัจฉิมนิเทศให้กับนักศึกษาครูรัก(ษ์)ถิ่น</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>กสศ.–สอศ.–หอการค้าไทย ขับเคลื่อนความร่วมมือ “เปิดรับข้อเสนอโครงการทุนนวัตกรรมสายอาชีพชั้นสูง ปี 2569” เปิดโอกาสสถานศึกษาสายอาชีพทุกสังกัดสมัครรับทุน</title>
		<link>https://www.eef.or.th/news-301025/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 30 Oct 2025 06:03:42 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[ทุนนวัตกรรมสายอาชีพชั้นสูง]]></category>
		<category><![CDATA[All About EEF]]></category>
		<category><![CDATA[สอศ.]]></category>
		<category><![CDATA[หอการค้าไทย]]></category>
		<category><![CDATA[เปิดรับข้อเสนอโครงการ]]></category>
		<category><![CDATA[กสศ.]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?p=97190</guid>

					<description><![CDATA[<p>เมื่อวันที่ 24 ตุลาคม 2569 กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการ [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/news-301025/">กสศ.–สอศ.–หอการค้าไทย ขับเคลื่อนความร่วมมือ “เปิดรับข้อเสนอโครงการทุนนวัตกรรมสายอาชีพชั้นสูง ปี 2569” เปิดโอกาสสถานศึกษาสายอาชีพทุกสังกัดสมัครรับทุน</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>เมื่อวันที่ 24 ตุลาคม 2569 กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) ร่วมกับสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) หอการค้าไทย และภาคีความร่วมมือ จัดประชุมชี้แจงการเปิดรับข้อเสนอโครงการทุนนวัตกรรมสายอาชีพชั้นสูง ปี 2569 ณ ห้องประชุมเสมอภาค กสศ. และผ่านระบบออนไลน์ เพื่อประชาสัมพันธ์เกี่ยวกับหลักเกณฑ์และแนวทางการเปิดรับข้อเสนอจากสถานศึกษาสายอาชีพที่สนใจเข้าร่วมดำเนินโครงการ</p>



<p>โครงการทุนนวัตกรรมสายอาชีพชั้นสูง ปีการศึกษา 2569 เปิดโอกาสให้สถานศึกษาจากทุกสังกัดที่จัดการศึกษา <strong>ต่อเนื่องระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง (ปวช. ต่อเนื่อง ปวส.), ประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง (ปวส.) หรืออนุปริญญา</strong>,รวมถึง <strong>สถานศึกษาผลิตและพัฒนากำลังสายอาชีพระดับจังหวัด </strong>และสถานศึกษาที่จัดการศึกษา <strong>หลักสูตรประกาศนียบัตรผู้ช่วยพยาบาล ประกาศนียบัตรผู้ช่วยทันตแพทย์ และพนักงานให้การดูแล (หลักสูตร 1 ปี)</strong>&nbsp; และ <strong>หลักสูตรประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง สาขาปฏิบัติการฉุกเฉินการแพทย์</strong> ในสังกัดกระทรวงสาธารณสุข เสนอแผนงานและแนวทางการพัฒนาผู้เรียน เพื่อเข้ารับการสนับสนุนงบประมาณดำเนินโครงการจาก กสศ. โดยจะคัดเลือกข้อเสนอที่มีคุณภาพและศักยภาพในการพัฒนานักศึกษาทุนให้บรรลุตามเป้าหมายของโครงการ</p>



<p>สำหรับสถานศึกษาที่สนใจสามารถส่งข้อเสนอโครงการผ่านระบบออนไลน์ได้ตั้งแต่วันที่ <strong>24 ตุลาคม – 14 พฤศจิกายน 2568</strong> เพื่อรับการพิจารณาสนับสนุนทุนตามกรอบหลักเกณฑ์ของ กสศ.</p>



<ul>
<li style="font-size:16px">อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมที่ : <a href="https://www.eef.or.th/notice/career-capital-1025/" target="_blank" rel="noopener" title="">https://www.eef.or.th/notice/career-capital-1025/</a>&nbsp;</li>
</ul>



<figure class="wp-block-image size-full"><img decoding="async" loading="lazy" width="855" height="569" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/10/image-18.jpeg" alt="" class="wp-image-97191" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/10/image-18.jpeg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/10/image-18-300x200.jpeg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/10/image-18-768x511.jpeg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/10/image-18-750x500.jpeg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/10/image-18-272x182.jpeg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /></figure>



<p></p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>“ทุนนวัตกรรมสายอาชีพชั้นสูง” สร้างคน สร้างโอกาส สร้างงาน เปลี่ยนชีวิตเยาวชนให้หลุดจากวงจรความยากจนข้ามรุ่น</strong></h3>



<p><strong>นายพัฒนะพงษ์ สุขมะดัน ผู้ช่วยผู้จัดการ กสศ. </strong>กล่าวถึงแนวคิดเรื่องความร่วมมือในการสร้างโอกาสทางการศึกษาสายอาชีพว่า โครงการทุนนวัตกรรมสายอาชีพชั้นสูง เป็นความร่วมมือต่อเนื่องระหว่างสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) และ กสศ. ในการสร้างต้นแบบการส่งเสริมศักยภาพผู้เรียน เพื่อผลิตและพัฒนากำลังคนสายอาชีพของประเทศ</p>



<p>ทั้งนี้ โครงการยังได้รับความร่วมมือจากภาคเอกชน ผู้ประกอบการ และสถาบันอาชีวศึกษาทั่วประเทศ ซึ่งมีบทบาทสำคัญในการต่อยอดการทำงานจากตัวแบบสู่การปฏิบัติจริง ช่วยผลักดันให้นักศึกษาทุนพัฒนาทักษะไปสู่เส้นทางอาชีพที่มั่นคง และสามารถต่อยอดการศึกษาในระดับที่สูงขึ้น ทั้งในและต่างประเทศ</p>



<p>“โครงการทุนนวัตกรรมสายอาชีพชั้นสูง มุ่งส่งเสริมโอกาสให้เยาวชนที่มีข้อจำกัดของชีวิตให้ได้เรียนต่อในระดับสูงกว่าภาคบังคับ โดยเฉพาะผู้ที่มีความสนใจและศักยภาพเหมาะสมกับการเรียนสายอาชีพ เพื่อให้การศึกษาเป็นเครื่องมือเปลี่ยนชีวิตทั้งต่อตนเองและครอบครัวในระยะยาว”&nbsp;&nbsp;</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img decoding="async" loading="lazy" width="1400" height="786" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/10/image-4-1400x786.png" alt="" class="wp-image-97192" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/10/image-4-1400x786.png 1400w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/10/image-4-300x168.png 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/10/image-4-768x431.png 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/10/image-4-1536x862.png 1536w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/10/image-4.png 1600w" sizes="(max-width: 1400px) 100vw, 1400px" /></figure>



<p></p>



<p>ผู้ช่วยผู้จัดการ กสศ. กล่าวต่อไปว่า ในด้านภารกิจหลักสำคัญของ กสศ. และภาคีความร่วมมือ มี 3 ประการ ได้แก่</p>



<ol>
<li style="font-size:16px">การค้นหาและคัดกรองเยาวชนที่มีศักยภาพแต่ขาดแคลนโอกาสในพื้นที่ต่าง ๆ โดยใช้ข้อมูลจากระบบทุนเสมอภาคของ กสศ. ในการตั้งต้นให้การช่วยเหลือตรงเป้าหมาย</li>



<li style="font-size:16px">การสร้างความร่วมมือกับหอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทยและเครือข่ายผู้ประกอบการ เพื่อสนับสนุนการพัฒนาทักษะอาชีพ เติมทรัพยากร และเปิดพื้นที่ฝึกประสบการณ์จริงให้นักศึกษาทุนได้มีรายได้ระหว่างเรียน และพัฒนาตนเองเพื่อเตรียมเข้าสู่เส้นทางการทำงานระยะยาว</li>



<li style="font-size:16px">การวางระบบดูแลความยั่งยืนของทุน ผ่านกระบวนการทำงานต่อเนื่องระหว่างภาคีทุกฝ่าย พร้อมเสริมด้วยโครงการพัฒนาศักยภาพ (Enrichment Program) เพื่อยกระดับคุณภาพผู้เรียนอย่างรอบด้าน</li>
</ol>



<figure class="wp-block-image size-full"><img decoding="async" loading="lazy" width="855" height="569" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/10/image-19.jpeg" alt="" class="wp-image-97193" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/10/image-19.jpeg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/10/image-19-300x200.jpeg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/10/image-19-768x511.jpeg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/10/image-19-750x500.jpeg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/10/image-19-272x182.jpeg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /></figure>



<p></p>



<p>ผู้ช่วยผู้จัดการ กสศ. ระบุว่า จากการติดตามผลการดำเนินงานในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา พบว่า หากโครงการสามารถพัฒนาผู้เรียนตามแผนที่วางไว้ ประเทศจะได้รับผลตอบแทนทางเศรษฐกิจมากกว่าสองเท่าของงบลงทุน โดยเฉพาะในกลุ่มนักศึกษาผู้มีความต้องการพิเศษ (ผู้พิการ) สามารถสร้างผลตอบแทนสูงถึงสี่เท่า</p>



<p>“อีกหนึ่งโจทย์สำคัญของทุนนวัตกรรมสายอาชีพชั้นสูงในปี 2569 คือความมุ่งมั่นของรัฐบาลและ กสศ. ที่จะทำงานกับกลุ่มเยาวชนที่มีแนวโน้มเสี่ยงหลุดจากระบบการศึกษา หรือที่หลุดออกไปแล้ว ผ่านมาตรการ Thailand Zero Dropout เพื่อเชื่อมต่อเยาวชนเหล่านี้กลับเข้าสู่เส้นทางการเรียนรู้และการมีอาชีพอย่างยั่งยืน ไม่ว่าจะในรูปแบบใด หัวใจของทุนยังคงอยู่ที่การพัฒนาศักยภาพผู้เรียน ดูแลคุณภาพชีวิต และสร้างบุคลากรสายอาชีพรุ่นใหม่ที่มีทักษะพร้อมต่อการทำงานจริง”&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img decoding="async" loading="lazy" width="1400" height="786" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/10/image-6-1400x786.png" alt="" class="wp-image-97196" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/10/image-6-1400x786.png 1400w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/10/image-6-300x168.png 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/10/image-6-768x431.png 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/10/image-6-1536x862.png 1536w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/10/image-6.png 1600w" sizes="(max-width: 1400px) 100vw, 1400px" /></figure>



<p></p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>สอศ. ชี้ “ทุนนวัตกรรมสายอาชีพชั้นสูง” กลไกสร้างแรงงานคุณภาพ ลดเหลื่อมล้ำได้จริง</strong>&nbsp;&nbsp;</h3>



<p><strong>นายอัศวิน ข่มอาวุธ ผู้อำนวยการสำนักมาตรฐานการอาชีวศึกษาและวิชาชีพ สอศ. </strong>กล่าวว่า โครงการทุนนวัตกรรมสายอาชีพชั้นสูง เป็นนโยบายความร่วมมือสำคัญระหว่าง สอศ. กสศ. และภาคีเครือข่าย ที่มุ่งสร้างโอกาสทางการศึกษาแก่เยาวชนที่มีศักยภาพจากครัวเรือนยากจน 20% ล่างสุดของประเทศ เพื่อใช้การศึกษาเป็นเครื่องมือเปลี่ยนชีวิตให้มีงานทำ มีรายได้ และสามารถหลุดพ้นจากวงจรความยากจนได้อย่างยั่งยืน ถือเป็นการลดความเหลื่อมล้ำทางสังคมในทุกมิติ&nbsp;</p>



<p>ระหว่างปี 2562–2568 โครงการทุนนวัตกรรมสายอาชีพชั้นสูงได้ผลิตนักศึกษาทุนแล้วกว่า 15,278 คน จากสถาบันการศึกษาสายอาชีพทั้งภาครัฐและเอกชนรวม 153 แห่ง ใน 59 จังหวัดทั่วประเทศ ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงพลังความร่วมมือที่ขยายผลอย่างต่อเนื่อง&nbsp;&nbsp;</p>



<figure class="wp-block-image size-full"><img decoding="async" loading="lazy" width="855" height="569" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/10/image-20.jpeg" alt="" class="wp-image-97194" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/10/image-20.jpeg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/10/image-20-300x200.jpeg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/10/image-20-768x511.jpeg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/10/image-20-750x500.jpeg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/10/image-20-272x182.jpeg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /></figure>



<p></p>



<p>นายอัศวินกล่าวว่า ทุกปีของการดำเนินงาน โครงการได้ปรับรูปแบบทุนให้สอดรับกับบริบทการพัฒนาประเทศและความต้องการของตลาดแรงงาน โดยเฉพาะความร่วมมือระหว่าง สอศ. สภาหอการค้าจังหวัด และ กสศ. ที่ร่วมกันพัฒนาทุนรูปแบบใหม่เชื่อมโยงกับผู้ประกอบการในพื้นที่ เพื่อสร้างเส้นทางการเรียนรู้ที่นำไปสู่การมีรายได้ระหว่างเรียนและการทำงานที่มั่นคงหลังสำเร็จการศึกษา&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p>



<p>“โครงการนี้ได้สร้างเครือข่ายการทำงานกับสถาบันอาชีวศึกษาทั้งภาครัฐและเอกชน ภายใต้สังกัด สอศ. กระทรวง อว. และกระทรวงสาธารณสุข โดยมีผู้บริหาร ครูอาจารย์ และบุคลากรทุกระดับร่วมกันเป็นผู้นำการเปลี่ยนแปลง ในการแนะแนวประชาสัมพันธ์ ค้นหาและคัดเลือกนักศึกษาทุน พัฒนาระบบดูแลความเป็นอยู่ ส่งเสริมการเรียนรู้ และเชื่อมโยงโอกาสการมีงานทำผ่านกลไกความร่วมมือกับสถานประกอบการและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น”</p>



<p>ผลสำรวจการมีงานทำของผู้สำเร็จการศึกษาจากโครงการ 4 รุ่น โดยคณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ พบว่า 45% ได้งานทำในภาคเอกชน, 40.3% ประกอบอาชีพอิสระ, 10.12% ทำงานในหน่วยงานราชการ และอีก 5% ก้าวสู่การเป็นผู้ประกอบการรายใหม่ ช่วยเพิ่มผลิตภาพแรงงาน ประหยัดงบสวัสดิการของรัฐ และขยายฐานภาษีในระยะยาว&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img decoding="async" loading="lazy" width="1400" height="786" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/10/image-5-1400x786.png" alt="" class="wp-image-97195" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/10/image-5-1400x786.png 1400w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/10/image-5-300x168.png 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/10/image-5-768x431.png 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/10/image-5-1536x862.png 1536w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/10/image-5.png 1600w" sizes="(max-width: 1400px) 100vw, 1400px" /></figure>



<p></p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>ภาคเอกชนร่วมออกแบบการศึกษา “Learn to Earn” เชื่อมห้องเรียนสู่ตลาดแรงงาน</strong></h3>



<p><strong>นายวรวัฒน์ ศรียุกต์ รองประธานคณะกรรมการพัฒนาการศึกษา หอการค้าไทย</strong> กล่าวถึงความร่วมมือในการสนับสนุนและสร้างโอกาสทางการศึกษาสายอาชีพว่า ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา หอการค้าไทยได้ร่วมกับ กสศ. ดำเนินงานด้านการศึกษาในระดับพื้นที่อย่างต่อเนื่อง ภายใต้เป้าหมายหลักคือ สร้างโอกาสทางการศึกษาให้กับเยาวชน และยกระดับคุณภาพกำลังคนให้ตอบโจทย์ความต้องการของภาคธุรกิจ</p>



<p>ในปี 2568 หอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย ได้เริ่มโครงการนำร่องผลิตนักศึกษาใน 3 จังหวัด ได้แก่ กำแพงเพชร ขอนแก่น และภูเก็ต ซึ่งได้รับเสียงตอบรับอย่างดีจากภาคีในพื้นที่ และในปี 2569 เตรียมขยายความร่วมมือเพิ่มเติมในอีก 3 จังหวัด คือ ฉะเชิงเทรา นครราชสีมา และสงขลา เพื่อพัฒนาต้นแบบการจัดการศึกษาสายอาชีพที่เชื่อมโยงกับเศรษฐกิจและอุตสาหกรรมของแต่ละจังหวัดอย่างเป็นรูปธรรม</p>



<p>“ความร่วมมือครั้งนี้สะท้อนให้เห็นถึงพลังและบทบาทของภาคเอกชน ที่ไม่ได้เป็นเพียงผู้สนับสนุน แต่เป็นผู้ร่วมออกแบบอนาคตการศึกษาไทย โดยเชื่อมโยงห้องเรียนเข้ากับตลาดแรงงาน ผ่านแนวคิด Learn to Earn ที่เน้นให้ผู้เรียนได้เรียนรู้จากประสบการณ์การทำงานจริง ภายใต้กรอบ Work-Integrated Learning (WIL) ซึ่งเปิดโอกาสให้สถานประกอบการเข้ามามีส่วนร่วมในการกำหนดหลักสูตร พัฒนาทักษะอาชีพ และยกระดับศักยภาพแรงงานให้สอดคล้องกับเศรษฐกิจยุคใหม่”</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img decoding="async" loading="lazy" width="1400" height="788" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/10/image-7-1400x788.png" alt="" class="wp-image-97197" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/10/image-7-1400x788.png 1400w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/10/image-7-300x169.png 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/10/image-7-768x432.png 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/10/image-7-1536x865.png 1536w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/10/image-7.png 1600w" sizes="(max-width: 1400px) 100vw, 1400px" /></figure>



<p></p>



<p>นายวรวัฒน์กล่าวเพิ่มเติมว่า การทำงานร่วมกันครั้งนี้ เป็นส่วนหนึ่งของแนวทาง Unlocking New Growth ที่มุ่งปลดล็อกการเติบโตของประเทศไทย ผ่านการปลดล็อกศักยภาพคนไทย โดยใช้เครือข่ายของหอการค้าไทย หอการค้าจังหวัด และกลุ่ม YEC (Young Entrepreneur Chamber) ในทุกจังหวัดเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญในการพัฒนาทักษะ สร้างโอกาส และขยายการเข้าถึงการศึกษาคุณภาพสู่ทุกพื้นที่</p>



<p>“โครงการทุนนวัตกรรมสายอาชีพชั้นสูง จึงไม่ใช่เพียงการสนับสนุนทางการศึกษาเท่านั้น แต่คือการออกแบบระบบการพัฒนาคน ที่หลอมรวมพลังจากภาครัฐ เอกชน และสถานศึกษาเข้าด้วยกัน เพื่อผลิตกำลังคนรุ่นใหม่ที่มีทักษะจริง พร้อมทำงานจริง และขับเคลื่อนเศรษฐกิจจริง อันเป็นรากฐานสำคัญของการเติบโตใหม่ของประเทศ”</p><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/news-301025/">กสศ.–สอศ.–หอการค้าไทย ขับเคลื่อนความร่วมมือ “เปิดรับข้อเสนอโครงการทุนนวัตกรรมสายอาชีพชั้นสูง ปี 2569” เปิดโอกาสสถานศึกษาสายอาชีพทุกสังกัดสมัครรับทุน</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
