<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>WHO | กสศ.</title>
	<atom:link href="https://www.eef.or.th/tag/who/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.eef.or.th</link>
	<description>กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา</description>
	<lastBuildDate>Sat, 15 May 2021 07:36:25 +0000</lastBuildDate>
	<language>th</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.3.10</generator>

<image>
	<url>https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/02/cropped-fav-icon-32x32.png</url>
	<title>WHO | กสศ.</title>
	<link>https://www.eef.or.th</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>ตั้งเป้าช่วยเหลือเด็กหญิงยากจน 40 ล้านคนทั่วโลกได้เรียนหนังสือ</title>
		<link>https://www.eef.or.th/news-g7-nations-plan-help-girls-education-raab-blinken/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Sat, 15 May 2021 07:36:22 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[ข่าวสารความรู้]]></category>
		<category><![CDATA[อังกฤษ]]></category>
		<category><![CDATA[Dominic Raab]]></category>
		<category><![CDATA[Antony Blinken]]></category>
		<category><![CDATA[Andrew Mitchell]]></category>
		<category><![CDATA[องค์การอนามัยโลก]]></category>
		<category><![CDATA[เยอรมนี]]></category>
		<category><![CDATA[ฝรั่งเศส]]></category>
		<category><![CDATA[G7]]></category>
		<category><![CDATA[WHO]]></category>
		<category><![CDATA[Gordon Brown]]></category>
		<category><![CDATA[สหรัฐอเมริกา]]></category>
		<category><![CDATA[แคนาดา]]></category>
		<category><![CDATA[อิตาลี]]></category>
		<category><![CDATA[ญี่ปุ่น]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?p=41015</guid>

					<description><![CDATA[<p>เว็บไซต์หนังสือพิมพ์ The Guardian ของอังกฤษ รายงานว่า ข [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/news-g7-nations-plan-help-girls-education-raab-blinken/">ตั้งเป้าช่วยเหลือเด็กหญิงยากจน 40 ล้านคนทั่วโลกได้เรียนหนังสือ</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>เว็บไซต์หนังสือพิมพ์ The Guardian ของอังกฤษ รายงานว่า ข้อตกลงดังกล่าวได้รับการเปิดเผย หลัง <strong>Antony Blinken รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐฯ</strong> ได้มีโอกาสพูดคุยหารือกับ <strong>Dominic Raab รัฐมนตรีต่างประเทศอังกฤษ</strong> ระหว่างการเข้าร่วมการประชุมกลุ่มประเทศเศรษฐกิจชั้นนำ 7 ประเทศ หรือ <strong>G7</strong> ที่กรุงลอนดอนของอังกฤษ ในช่วงต้นเดือนที่ผ่านมา โดยประเด็นในการหารือหลักคือแผนที่วางไว้เพื่อบรรลุเป้าหมายในการให้การช่วยเหลือเด็กหญิงทั่วโลกได้เรียนหนังสือ ซึ่งรัฐบาลอังกฤษมีท่าทีที่จะลดทอนบทบาทลงเพราะต้องการตัดลดงบช่วยเหลือในโครงการดังกล่าว</p>



<p>รายงานระบุว่า รัฐมนตรีต่างประเทศทั้ง 7 ประเทศ คือ สหรัฐอเมริกา อังกฤษ แคนาดา ฝรั่งเศส เยอรมนี อิตาลี และญี่ปุ่น ยังหารือในประเด็นเกี่ยวกับการพัฒนา และความร่วมมือทางการต่างประเทศในด้านต่างๆ โดยทั้งหมดเห็นชอบร่วมกันที่จะเดินหน้าให้ความช่วยเหลือนานาประเทศเพื่อให้ผ่านวิกฤตไวรัสโคโรน่าได้อย่างราบรื่น</p>



<p>การประชุมครั้งนี้ นับเป็นครั้งแรกในรอบ 2 ปีที่รัฐมนตรีต่างประเทศทั้ง 7 คน ได้ประชุมแบบพบปะหน้ากัน โดยมีรัฐมนตรีต่างประเทศจากเกาหลีใต้ ออสเตรเลีย อินเดีย และแอฟริกาใต้เข้าร่วมการหารือในบางประเด็น</p>



<p>ทั้งนี้ ทางที่ประชุม G7 เปิดเผยว่า ประเด็นสำคัญที่จะหารือกันในครั้งนี้ก็คือจุดมุ่งหมายของกลุ่ม G7 ที่จะส่งเด็กหญิงจากประเทศรายได้ปานกลางและยากจนรวม 40 ล้านคนได้เข้าเรียนหนังสือที่โรงเรียนภายในช่วง 5 ปีนับจากนี้ พร้อมเห็นชอบที่จะจัดสรรงบประมาณเพื่อช่วยเด็กหญิงในประเทศกำลังพัฒนาเบื้องต้นรวมมูลค่า 10,800 ล้านปอนด์ (ราว 468,900 ล้านบาท)</p>



<p>อย่างไรก็ตาม ประเด็นที่ได้รับความสนใจก็คือจุดยืนของรัฐบาลอังกฤษที่จะจัดสรรงบสบทบในโครงการดังกล่าวในปี 2021 นี้ โดยนับตั้งแต่ปี 2016 อังกฤษจะจัดงบสนับสนุนเพื่อช่วยการศึกษาแก่เด็กหญิงที่ 672 ล้านปอนด์ต่อปี แต่ปีนี้ อังกฤษตั้งงบสนับสนุนไว้ที่ 400 ล้านปอนด์</p>



<p>หลายฝ่ายแสดงความผิดหวังต่อการตัดสินใจลดงบช่วยเหลือดังกล่าวของอังกฤษ โดย <strong>Andrew Mitchell อดีตเลขาธิการด้านการพัฒนานานาชาติ</strong>กล่าวว่า การยินยอมตัดลดงบช่วยเหลือดังกล่าวไม่เพียงทำให้เด็กหญิงไม่ได้เรียนหนังสือที่โรงเรียนเท่านั้น แต่ยังกระทบต่อโครงสร้างทางสังคม อย่างการคุมกำเนิด และสุขภาพของแม่และเด็ก</p>



<p>ด้าน <strong>Gordon Brown อดีตนายกรัฐมนตรีอังกฤษ</strong> ใช้โอกาสระหว่างการร่วมแถลงข่าวกับ<strong>องค์การอนามัยโลก (WHO)</strong> เรียกร้องให้กลุ่ม G7 จัดสรรงบให้กับกองทุนสำคัญๆ ในการช่วยเหลือปกป้องกลุ่มคนยากจนทั่วโลก ซึ่งรวมถึงการเร่งจัดสรรวัคซีนป้องกันไวรัสโควิด-19 ให้กับกลุ่มประเทศยากจนเหล่านี้</p>



<p>Brown กล่าวชัดว่า แม้การที่ชาติตะวันตกจะมีภูมิคุ้มกัน แต่หาประเทศกำลังพัฒนาอื่นๆ ไม่มีภูมิด้วย ก็เท่ากับทำให้เกิดภาวะ &#8220;vaccine apartheid&#8221; หรือ การแบ่งแยกวัคซีนโดยสีผิว ที่จะทำให้การระบาดของไวรัสโควิด-19 แพร่กระจาย และกลายพันธุ์มากขึ้น จนท้ายที่สุดโรค COVID-19 จะยังคงเป็นภัยคุกคามต่อไปอีกหลายปี </p>



<p><strong>ที่มา :</strong> <a href="https://www.theguardian.com/world/2021/may/03/g7-nations-plan-help-girls-education-raab-blinken" title="https://www.theguardian.com/world/2021/may/03/g7-nations-plan-help-girls-education-raab-blinken" target="_blank" rel="noreferrer noopener">G7 nations to agree on global plan to help 40m girls into education</a></p><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/news-g7-nations-plan-help-girls-education-raab-blinken/">ตั้งเป้าช่วยเหลือเด็กหญิงยากจน 40 ล้านคนทั่วโลกได้เรียนหนังสือ</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>เคนยาจัดวิทยุพลังงานแสงอาทิตย์เพื่อนักเรียนในพื้นที่ห่างไกล</title>
		<link>https://www.eef.or.th/news-13-01-21/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 12 Jan 2021 11:12:08 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[ข่าวสารความรู้]]></category>
		<category><![CDATA[Zakaria Abdula]]></category>
		<category><![CDATA[Douglas Mainga]]></category>
		<category><![CDATA[Digital Learning Project]]></category>
		<category><![CDATA[James Nyagah]]></category>
		<category><![CDATA[WHO]]></category>
		<category><![CDATA[เคนยา]]></category>
		<category><![CDATA[Tana River County]]></category>
		<category><![CDATA[Dida Ade]]></category>
		<category><![CDATA[Zizi Afrique Fondation]]></category>
		<category><![CDATA[Solar Radios]]></category>
		<category><![CDATA[Swahili]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?p=26002</guid>

					<description><![CDATA[<p>แปลและเรียบเรียง : นงลักษณ์ อัจนปัญญา &#160; เมื่อโรงเร [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/news-13-01-21/">เคนยาจัดวิทยุพลังงานแสงอาทิตย์เพื่อนักเรียนในพื้นที่ห่างไกล</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><figure id="attachment_26004" aria-describedby="caption-attachment-26004" style="width: 864px" class="wp-caption aligncenter"><img decoding="async" fetchpriority="high" class="wp-image-26004 size-full" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/01/EEF_thumbnail_solarradio.jpg" alt="" width="864" height="454" /><figcaption id="caption-attachment-26004" class="wp-caption-text">ที่มาภาพ : World Economic Forum</figcaption></figure></p>
<p style="text-align: right;"><span style="font-weight: 400;"><strong>แปลและเรียบเรียง :</strong> นงลักษณ์ อัจนปัญญา</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><span style="font-weight: 400;">เมื่อโรงเรียนต้องปิดรั้วโรงเรียนเพื่อสกัดกั้นการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 การเรียนทางไกลจึงกลายเป็นทางบังคับเลือกไปโดยปริยายสำหรับนักเรียนชาวเคนยาทั่วประเทศ แต่ไม่ใช่ว่าทุกคนจะมีความพร้อมในการเรียนทางไกล ส่งผลให้เจ้าหน้าที่ด้านการศึกษาต้องเร่งหาทางแก้ไขปัญหา โดยหนึ่งในโซลูชั่นส์ หรือทางออกที่นำมาใช้ก็คือ &#8220;วิทยุพลังงานแสงอาทิตย์&#8221; (Solar Radios) </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ลึกลงไปในเขต<strong>เมือง Tana River County</strong> ทางตะวันออกเฉียงใต้ของเคนยา นักเรียนกลุ่มหนึ่งกำลังล้อมวงอยู่รอบครูครูของพวกเขา และคอยจดโน้ตลงบนสมุดขณะกำลังฟังบทเรียน<strong>ภาษาสวาฮิลี (Swahili)</strong> ซึ่งดังออกมาจากวิทยุพลังงานแสงอาทิตย์ที่คุณครูถืออยู่บนตัก</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">โดยวิทยุที่เด็กนักเรียน<strong>โรงเรียนประถม Dida Ade</strong> ล้อมวงนั่งฟังกันอยู่นี้คือหนึ่งในวิทยุพลังงานแสงอาทิตย์หลายร้อยเครื่องที่ทางการแจกจ่ายให้ฟรีกับครัวเรือนยากจน หรือโรงเรียนในพื้นที่แร้นแค้นห่างไกลทางตะวันออกของกรุงไนโรบี เมืองหลวงของเคนยา </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">วิทยุโซลาร์เหล่านี้ คือช่องทางสำคัญที่เปิดให้เด็กๆ ที่ไม่สามารถเข้าถึงอินเทอร์เน็ต และไม่มีแม้กระทั่งไฟฟ้าใช้ได้มีโอกาสเรียนหนังสือในช่วงที่โรงเรียนต้องเปิดเพราะไวรัสโควิด-19 ระบาด โดยเป็นหนึ่งในโครงการที่รัฐร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รวมถึงองค์กรไม่แสวงหาผลกำไรในการช่วยเหลือให้เด็กๆ ได้เรียนหนังสือ ตลอดจนลดความเสี่ยงของการหลุดออกจากระบบการศึกษาหลังสิ้นสุดการระบาดของโควิด-19</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ทั้งนี้ โครงการวิทยุโซลาร์ได้รับทุนสนับสนุนจาก<strong>มูลนิธิ Zizi Afrique Fondation</strong> องค์กรเอ็นจีโอในเคนยา ซึ่งมุ่งเน้นการทำวิจัยเพื่อขับเคลื่อนนโยบายทางการศึกษาของประเทศ โดยวิทยุโซลาร์ จะแจกจ่ายไปยังครอบครัวยากจนและโรงเรียนในพื้นที่ห่างไกล ควบคู่กับหลอดไฟและแท่นชาร์จโทรศัพท์</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ย้อนไปเมื่อช่วงเดือนมี.ค.ปีที่แล้วที่มีการปิดโรงเรียนใหม่ๆ มูลนิธิ Zizi Afrique ได้ดำเนินการสำรวจในชุมชนเขตพื้นที่แถบลุ่มน้ำ Tana Delta จนพบว่า มีเพียง 1 ใน 5 ของครัวเรือนเท่านั้นที่มีวิทยุใช้ และมีเพียง 18% เท่านั้นที่มีไฟฟ้าใช้ </span></p>
<p><figure id="attachment_26005" aria-describedby="caption-attachment-26005" style="width: 864px" class="wp-caption aligncenter"><img decoding="async" class="wp-image-26005 size-full" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/01/EEF_photo_solarradio.jpg" alt="" width="864" height="505" /><figcaption id="caption-attachment-26005" class="wp-caption-text">ที่มาภาพ : World Economic Forum</figcaption></figure></p>
<p><span style="font-weight: 400;"><strong>Sara Ruto</strong> หัวหน้าโครงการกระตุ้นส่งเสิรมการเรียนรู้ของมูลนิธิ Zizi Afrique กล่าวว่า ข้อมูลที่ค้นพบทำให้ทีมงานตระหนักทันทีว่าต้องทำอะไรสักอย่างเพื่อจัดการกับช่องว่างความเหลื่อมล้ำที่เกิดขึ้น ซึ่งในทางแก้ไขที่นำมาใช้ก็คือการแจกจ่าย วิทยุโซลาร์ 1,660 เครื่องในเขตที่อยู่อาศัยแถบแม่น้ำ Tana และ Turkana ตั้งแต่ช่วงเริ่มต้นโครงการในเดือนพ.ค. ปีที่แล้ว โดยใช้งบประมาณในการดำเนินการราว 165,000 ดอลลาร์สหรัฐ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">โดยคุณสมบัติของวิทยุโซลาร์ที่พึ่งพาพลังงานแสงอาทิตย์จะใช้เวลาในการชาร์จแบตเตอร์รี่ให้เต็ม 1 วัน และการชาร์จเต็มแต่ละครั้งสามารถใช้งานได้ยาวนานถึง 3 วัน </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ขณะเดียวกัน Zarah Abude นักเรียนวัย 11 ปีจากโรงเรียนประถม Imani ในเขตลุ่มแม่น้ำ Tana กล่าวว่า หลอดไฟโซลาร์ที่มาพร้อมกับวิทยุยังมีส่วนช่วยให้การเรียนในยามค่ำคืนสะดวกยิ่งขึ้น เพราะไม่ต้องพึ่งพาตะเกียงน้ำมันก๊าด ที่ทำให้อากาศเป็นมลพิษเพราะควันเยอะแถมยังมีกลิ่นเหม็น</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ข้อมูลจาก<strong>องค์การอนามัยโลก (WHO)</strong> ระบุว่าในแต่ละปี มีประชาชนเกือบ 4 คนเสียชีวิตจากอาการป่วยที่เกี่ยวข้องกับมลพิษทางอากาศภายในบ้านเนื่องจากการใช้เชื้อเพลิงที่เป็นพิษ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ด้าน <strong>James Nyagah</strong> ผู้อำนวยการฝ่ายการศึกษาเขตเมือง Tana River กล่าวว่าโครงการวิทยุโซลาร์มีความสาคัญอย่างมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อแผนริเริ่มของรัฐบาลในการแจกจ่ายแท็บเล็ตในช่วงไวรัสโควิด-19 ระบาดพิสูจน์ให้เห็นแล้วว่าไม่ได้เป็นประโยชน์ต่อการเรียนของเด็กมากนัก</span></p>
<p><figure id="attachment_26006" aria-describedby="caption-attachment-26006" style="width: 864px" class="wp-caption aligncenter"><img decoding="async" class="wp-image-26006 size-full" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/01/EEF_photo2_solarradio.jpg" alt="" width="864" height="454" /><figcaption id="caption-attachment-26006" class="wp-caption-text">ที่มาภาพ : The African Mirror</figcaption></figure></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ทั้งนี้ รัฐบาลเคนยาได้แจกจ่ายแท็บเล็ตส์เกือบ 1.2 ล้านเครื่องในโรงเรียนประถมทั่วเคนยา ภายใต้<strong>โครงการ Digital Learning Project</strong> ซึ่งเริ่มต้นขึ้นเมื่อปี 2016 แต่ทว่า เมื่อเกิดการระบาดที่ทำให้ต้องปิดโรงเรียน แท็บเล็ตส์ที่แจกไปก็โดนล็อกอยู่ภายในโรงเรียนด้วยเช่นกัน อีกทั้ง คุณครูที่เก็บรักษากุญแจห้องส่วนใหญ่ยังไม่ใช่ครูในพื้นที่ ดังนั้น เมื่อโรงเรียนปิดแล้วครูต้องกลับบ้าน ครูก็นำกุญแจติดตัวไปด้วย ทำให้เข้าไม่ถึงแท็บเล็ตส์ อีกทั้งนักเรียนเองก็ไม่ได้รับอนุญาตให้นำแท็บเล็ตส์กลับบ้าน ดังนั้น โครงการวิทยุโซลาร์จึงเป็นหนทางบรรเทาผลกระทบจากความท้าทายที่เกิดขึ้น </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ขณะที่ <strong>Douglas Mainga</strong> ผู้อำนวยการฝ่ายภูมิภาคของคณะกรรมาธิการบริการครูแห่งพื้นที่ปากแม่น้ำTana ซึ่งเป็นหน่วยงานของรัฐที่ทำหน้าที่รับสม้ครครูให้กับโรงเรียนรัฐ กล่าวว่า การแจกจ่ายวิทยุเกิดขึ้นภายใต้ความร่วมมือระหว่างคุณครูกับมูลนิธิ ที่ครูจะเป็นคนช่วยค้นหาและระบุตัวนักเรียนยากจนที่จำเป็นต้องมีวิทยุโซลาร์</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">รายงานระบุว่า ครัวเรือนที่ได้รับวิทยุจะเปิดวิทยุรับฟังบทเรียนของตนเอง โดยมีเด็กนักเรียนในละแวกบ้านใกล้เรือนเคียงมาร่วมนั่งฟังด้วย ซึ่งบางครั้งก็อาจจะมีคุณครูเข้ามาช่วยเหลือดูแลด้วย </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ส่วนทางมูลนิธิ Zizi Afrique ได้ติดต่อสถานีวิทยุท้องถิ่น Amani ซึ่งบรรดานักจัดรายการวิทยุต่างเห็นด้วยที่จะช่วยอ่านและจัดเตรียมบทเรียนตามหลักสูตรการศึกษาของประเทศเคนยาเพื่อออกอากาศ โดยในระหว่างสัปดาห์ ทางสถานีจะออกอากาศบทเรียนเป็นภาษาสวาฮิลีและภาษาอังกฤษ ขณะที่วันเสาร์ จะออกอากาศเป็นภาษาสวาฮิลีเพียงอย่างเดียวให้กับนักเรียนที่ไม่คล่องหรือไม่ถนัดภาษาอังกฤษ </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">มูลนิธิ Zizi Afrique มีแผนที่จะขยายช่องทางการแจกจ่ายวิทยุโซลาร์เพิ่มอีกในพื้นที่ 8 เมืองทั่วประเทศ หลังจากที่มีการเปิดโรงเรียนแล้วในช่วงเดือน ม.ค. นี้ และทางมูลนิธิยินดีเป็นอย่างยิ่งที่จะแบ่งปันแนวคิดและแนวทางการดำเนินดังกล่าวไปยังประเทศเพื่อนบ้านทั่วทวีปแอริฟริกา รวมถึงองค์กรหน่วยงานทั้งภาครัฐและเอกชนเพื่อการพัฒนาทั่วโลก ในการทำให้เด็กนักเรียนทุกคนสามารถเข้าถึงการศึกษาที่มีคุณภาพ </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ด้าน Athman หัวหน้าครูจาก Dida Ade กล่าวชื่นชมโครงการดังกล่าว ก่อนให้คำแนะนำว่า โครงการดังกล่าวจะดำเนินการได้อย่างมีประสิทธิภาพมากกว่านี้หากรัฐบาลจะจัดการว่าจ้างครูให้เข้าถึงนักเรียนในพื้นที่ห่างไกลมากขึ้น เพื่อให้คำแนะนำหรือให้บทเรียนเสริมจากที่เผยแพร่ทางวิทยุ ซึ่งจะอำนวยความสะดวกในการเรียนกับเด็กๆ ได้มากขึ้น เพราะในช่วงที่ปิดโรงเรียน เด็กในพื้นที่ห่างไกลเหล่านี้เกือบทั้งหมดต้องช่วยทำงานที่บ้าน อย่างการต้อนฝูงสัตว์ไปรอบๆ ทุ่ง ทำให้จำนวนครูที่มีอยู่ไม่เพียงพอต่อการติดตามให้ความช่วยเหลือเด็กๆ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;"><strong>Zakaria Abdula</strong> เด็กนักเรียนวัย 10 ขวบจากเขต Dida Ade กล่าวว่า วิทยุโซลาร์มีความหมายกับเจ้าตัวอย่างมาก เพราะอย่างน้อยก็ได้มีเวลาเรียนหนังสือ แทนที่จะต้องหมดไปกับทำงานเลี้ยงสัตว์เพียงอย่างเดียว </span></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><strong>ที่มา :</strong> <a href="https://www.weforum.org/agenda/2021/01/solar-radios-keep-kenyan-children-learning-pandemic?utm_source=facebook&amp;utm_medium=social_scheduler&amp;utm_term=COVID-19&amp;utm_content=05%2F01%2F2021%2014%3A45&amp;fbclid=IwAR3-0sb5Hfvt7vIL6Ogl0Y4S-vkHX4g-7HIGZP_cC3k9l5KWMcAYGrraxSw" target="_blank" rel="noopener">With schools closed by the pandemic, solar radios keep Kenyan children learning</a></p><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/news-13-01-21/">เคนยาจัดวิทยุพลังงานแสงอาทิตย์เพื่อนักเรียนในพื้นที่ห่างไกล</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
