<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>USDA | กสศ.</title>
	<atom:link href="https://www.eef.or.th/tag/usda/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.eef.or.th</link>
	<description>กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา</description>
	<lastBuildDate>Sun, 20 Jun 2021 13:36:47 +0000</lastBuildDate>
	<language>th</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.3.8</generator>

<image>
	<url>https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/02/cropped-fav-icon-32x32.png</url>
	<title>USDA | กสศ.</title>
	<link>https://www.eef.or.th</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>สวนผักโรงเรียนเทรนด์เพื่อความยั่งยืนด้านอาหารในสหรัฐฯ</title>
		<link>https://www.eef.or.th/news-farm-school-digging-growing-trend-schools-growing-their-own-food/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Sun, 20 Jun 2021 13:34:50 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[ข่าวสารความรู้]]></category>
		<category><![CDATA[Movement]]></category>
		<category><![CDATA[สหรัฐอเมริกา]]></category>
		<category><![CDATA[Jonesboro Health]]></category>
		<category><![CDATA[Wellness and Environmental Studies]]></category>
		<category><![CDATA[Whitney Ciancetta]]></category>
		<category><![CDATA[Trenton]]></category>
		<category><![CDATA[FoodCorps]]></category>
		<category><![CDATA[AmeriCorps]]></category>
		<category><![CDATA[Farm to School Network]]></category>
		<category><![CDATA[National Farm to School Network]]></category>
		<category><![CDATA[Michigan State University Center for Regional Food Systems]]></category>
		<category><![CDATA[USDA]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?p=41936</guid>

					<description><![CDATA[<p>โรงเรียนในสหรัฐฯ หลายแห่งขยายผลความสำเร็จโครงการปลูกผัก [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/news-farm-school-digging-growing-trend-schools-growing-their-own-food/">สวนผักโรงเรียนเทรนด์เพื่อความยั่งยืนด้านอาหารในสหรัฐฯ</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>โรงเรียนในสหรัฐฯ หลายแห่งขยายผลความสำเร็จโครงการปลูกผักในรั้วโรงเรียน (Farm to School) แหล่งอาหารมื้อกลางวันสำหรับนักเรียน สู่การเป็นแหล่งเรียนรู้และแหล่งอาหารสำคัญสำหรับเด็กๆ และชุมชน<strong><em></em></strong></p>



<p>ท่ามกลางแดดยามสายของวัน บรรดานักเรียนของโรงเรียนในรัฐอาร์คันซอซึ่งเข้าเรียนวิชาโฮเนสโบโรเพื่อสุขภาพสุขศึกษาและสิ่งแวดล้อมศึกษา (Jonesboro Health, Wellness and Environmental Studies) ต่างกำลังมุ่งมั่นเก็บเกี่ยวพืชผักที่สวนของโรงเรียนเพื่อประกอบมื้ออาหารกลางวัน</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-88f778"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/06/05-แปล-เทรนด์เพื่อความยั่งยืน-01.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p>ผักเหล่านี้เป็นผลงานการเพาะปลูกของครู บุคลากร และเด็กนักเรียนของโรงเรียน ซึ่งปัจจุบันโรงเรียนมีสวนทั้งหมด 3 แห่ง ปลูกตั้งแต่มะเขือเทศ ผักกาดหอม หัวแรดิช และสมุนไพรต่าง ๆ เช่น ออริกาโน่ ซึ่งผลิตผลในสวนเหล่านี้เปิดให้นักเรียนทุกคนเข้ามาเก็บเกี่ยวเพื่อนำไปประกอบอาหารมื้อกลางวันของตนเองได้ นับเป็นตัวอย่างหนึ่งของโรงเรียนหลายหมื่นแห่งทั่วสหรัฐฯ ที่หันมาปลูกพืชผักและทำฟาร์มภายในรั้วโรงเรียน โดยบรรจุให้เป็นส่วนหนึ่งของวิชาการสอนที่ว่าด้วยเรื่องชีวภาพพืชผัก การเพาะปลูก การเกษตร การโภชนาการ ไปจนถึงเรื่องการประกอบอาหารสุขภาพและสิ่งแวดล้อม</p>



<p>วิทนีย์ เซียนเซตตา (Whitney Ciancetta) ผู้ประสานงานด้านเรือนกระจกโรงเรียนประถมเทรนตัน (Trenton) ในรัฐเมน  สหรัฐฯ กล่าวว่า จุดประสงค์ของการบูรณาการการปลูกผักทำสวนเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของวัฒนธรรมโรงเรียน และเป็นส่วนหนึ่งของวิชาที่เด็กต้องเรียนในห้องเรียน นอกจากจะเป็นประโยชน์ต่อการศึกษาเรื่องวิธีการเพาะปลูกและโภชนาการที่จำเป็นต่อสุขภาพที่ดีแล้ว ยังเป็นประโยชน์ต่อการต่อยอดให้ความรู้เรื่องภาวะโลกร้อนและลดปัญหาภาวะขาดแคลนอาหารในกลุ่มเด็กด้อยโอกาส ตลอดจนลดภาระค่าใช้จ่ายในโครงการอาหารกลางวัน ซึ่งตอบโจทย์ในเรื่องความยั่งยืนด้านอาหารของโรงเรียนรวมถึงชุมชนอีกทางหนึ่งด้วย</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-66b9ec"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/06/05-แปล-เทรนด์เพื่อความยั่งยืน-02.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p>ทั้งนี้ ตลอด 1 ปีที่โรงเรียนเริ่มต้นโครงการปลูกผักในรั้วโรงเรียน คุณครูและเจ้าหน้าที่ประจำโรงอาหารพบว่า เด็กนักเรียนรับประทานผักกันมากขึ้น ซึ่งไม่ว่าจะเป็นเพราะผักมีรสชาติที่ดีกว่า หรือเพราะเป็นผักที่ปลูกเองจนทำให้เด็กรู้สึกภาคภูมิใจ แต่อย่างน้อยโครงการปลูกผักนี้ก็ทำให้เด็ก ๆ รู้สึกกระตือรือร้นมาโรงเรียนยิ่งขึ้น</p>



<p>รายงานระบุว่าผักที่ปลูกในรั้วโรงเรียนมีมากมายหลายชนิด ไม่ว่าจะเป็นแตงกวา แครอท หัวหอม กะหล่ำปลี มันฝรั่ง และพริกไทย ซึ่งผักทั้งหมดนี้นอกจากจะปลูกในสวนแล้ว ส่วนหนึ่งยังปลูกในเรือนกระจกที่ได้รับการออกแบบและสร้างขึ้นภายใต้ความร่วมมือของนักเรียนชั้นมัธยมต้นของโรงเรียน เพื่อขยายพื้นที่เพาะปลูกให้เพิ่มมากขึ้น</p>



<p>หากพูดถึงจุดเริ่มต้นโครงการ ต้องยกความชอบนี้ให้กับองค์การฟู้ดคอร์ป (FoodCorps) ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของอเมริคอร์ป (AmeriCorps) ผู้ให้ความรู้เรื่องโภชนาการแก่เด็กนักเรียนชาวอเมริกัน โดยแต่ละเดือนองค์การฟู้ดคอร์ปสจะทำการทดสอบรสชาติ (Taste test) ผักที่ปลูกในรั้วโรงเรียนร่วมกับเด็กนักเรียน</p>



<p>นอกจากนี้ จากการสำรวจของกระทรวงเกษตรแห่งสหรัฐอเมริกา (USDA) ประจำปี 2015 พบว่า การทำสวนผักไม่ได้เป็นเพียงพื้นที่ให้เด็ก ๆ ได้เรียนรู้เกี่ยวกับการเกษตรและพืชพรรณท้องถิ่นเท่านั้น แต่ยังพัฒนาพื้นที่สีเขียวและคุณภาพชีวิตที่ดีแก่เด็ก ๆ เมื่อได้รับประทานผักผลไม้สด ๆ ได้ตลอดเวลา ทั้งยังช่วยปูพื้นฐานพฤติกรรมการรับประทานอาหารเพื่อสุขภาพที่จะติดตัวเด็กไปจนถึงวัยผู้ใหญ่อีกด้วย</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-53cb2a"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/06/05-แปล-เทรนด์เพื่อความยั่งยืน-03.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p>ขณะเดียวกัน จากข้อมูลของ Farm to School Network ศูนย์กลางเครือข่ายความรู้เกี่ยวกับประโยชน์ของสวนในโรงเรียน พบว่าโครงการ Farm to School ส่งผลให้เด็กมีความเต็มใจที่จะลองอาหารใหม่ ๆ และนักเรียนอีก 44.2% หันมารับประทานผักและผลไม้มากขึ้น ยิ่งไปกว่านั้น ประมาณ 22% ของเขตการศึกษาที่มีสวนในโรงเรียนยังสามารถให้บริการผลผลิตเพื่อใช้เป็นวัตถุดิบในโครงการอาหารภาคฤดูร้อน อีกทั้งฟาร์มในโรงเรียนเหล่านี้ยังใช้เป็นพื้นที่ในหลักสูตรฟาร์มศึกษาช่วงปิดเทอมฤดูร้อน เพื่อกระตุ้นให้เด็ก ๆ ตื่นตัวและเกิดการศึกษาเรียนรู้ตลอดช่วงฤดูร้อนได้อย่างดี</p>



<p>ทั้งนี้โครงการปลูกผักในรั้วโรงเรียนเกิดขึ้นจากการริเริ่มของเครือข่ายฟาร์มสู่โรงเรียนแห่งชาติ (National Farm to School Network) ซึ่งก่อตั้งขึ้นในปี 2007 โดยในช่วง 10 ปีแรกของโครงการเน้นไปที่การสร้างเครือข่ายพันธมิตรในทุกภาคส่วน การเดินหน้าลงมือปฏิบัติงานตามแนวทางยุทธศาสตร์ที่วางไว้ส่งผลให้โครงการเติบโตขึ้นอย่างก้าวกระโดด จากเพียงจำนวนไม่กี่หยิบมือในช่วงปลายทศวรรษ 1990 มาอยู่ที่มากกว่า 42,587 แห่งในเกือบทุก 50 รัฐทั่วสหรัฐฯ รวมถึงกรุงวอชิงตัน ดี.ซี. หรือคิดเป็นสัดส่วน 42% ของโรงเรียนทั้งหมดที่มีอยู่ในสหรัฐฯ เป็นประโยชน์ต่อเด็กนักเรียนชาวอเมริกันมากกว่า 23.6 ล้านคน และช่วยประหยัดงบประมาณค่าอาหารกลางวันของโรงเรียนได้มากกว่า 789 ล้านดอลลาร์สหรัฐ</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-f2dad8"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/06/05-แปล-เทรนด์เพื่อความยั่งยืน-05.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p>ยังมีข้อมูลสนับสนุนจากเครือข่ายฟาร์มสู่โรงเรียนแห่งชาติร่วมกับศูนย์เพื่อระบบอาหารภูมิภาค มหาวิทยาลัยมิชิแกน (Michigan State University Center for Regional Food Systems) สำรวจพบว่า โครงการฟาร์มสู่โรงเรียนได้ขยายไปยังสถานอนุบาลสำหรับเด็กเล็กทั่วประเทศ รวมถึงในพื้นที่ห่างไกลแล้ว ขณะที่ 49% ของผู้ตอบแบบสอบถามจาก 46 รัฐกำลังลงมือทำฟาร์มและบรรจุกิจกรรมปลูกผักในรั้วโรงเรียนเป็นส่วนหนึ่งของวิชาการเรียนการสอน และอีก 30% ของโรงเรียนวางแผนจะเริ่มดำเนินการในอนาคตอันใกล้</p>



<p></p>



<p><strong>ที่มา :</strong> <a href="https://www.educationworld.com/a_news/farm-school-digging-growing-trend-schools-growing-their-own-food-634171860" target="_blank" rel="noreferrer noopener" title="https://www.educationworld.com/a_news/farm-school-digging-growing-trend-schools-growing-their-own-food-634171860">Farm To School, Digging Into The Growing Trend Of Schools Growing Their Own Food</a></p><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/news-farm-school-digging-growing-trend-schools-growing-their-own-food/">สวนผักโรงเรียนเทรนด์เพื่อความยั่งยืนด้านอาหารในสหรัฐฯ</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
