<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>UNICEF EAPRO | กสศ.</title>
	<atom:link href="https://www.eef.or.th/tag/unicef-eapro/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.eef.or.th</link>
	<description>กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา</description>
	<lastBuildDate>Thu, 10 Aug 2023 06:08:50 +0000</lastBuildDate>
	<language>th</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.3.12</generator>

<image>
	<url>https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/02/cropped-fav-icon-32x32.png</url>
	<title>UNICEF EAPRO | กสศ.</title>
	<link>https://www.eef.or.th</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>กสศ. ร่วมแบ่งปันประสบการณ์บนเวทีนานาชาติ ‘สร้างระบบหลักประกันความเสมอภาคทางการศึกษา’ ด้วยนวัตกรรมจัดการทุนจากระบบสารสนเทศ</title>
		<link>https://www.eef.or.th/news-120423/?utm_source=rss&#038;utm_medium=rss&#038;utm_campaign=news-120423</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 12 Apr 2023 07:24:05 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[ข่าวสารความรู้]]></category>
		<category><![CDATA[UNICEF EAPRO]]></category>
		<category><![CDATA[เป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน]]></category>
		<category><![CDATA[ประชุมนานาชาติ]]></category>
		<category><![CDATA[ข่าวงานต่างประเทศ]]></category>
		<category><![CDATA[•]]></category>
		<category><![CDATA[ESCAP]]></category>
		<category><![CDATA[ROSA]]></category>
		<category><![CDATA[Asia-Pacific Forum on Sustainable Development (APFSD)]]></category>
		<category><![CDATA[เวทีประชุมนานาชาติ]]></category>
		<category><![CDATA[Transforming Education Now and for the Future We Want: TES National Follow-up Actions to move towards the achievement of SDG 4]]></category>
		<category><![CDATA[UNESCO Bangkok]]></category>
		<category><![CDATA[SDGs]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?p=66687</guid>

					<description><![CDATA[<p>กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) เข้าร่วมเวทีปร [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/news-120423/">กสศ. ร่วมแบ่งปันประสบการณ์บนเวทีนานาชาติ ‘สร้างระบบหลักประกันความเสมอภาคทางการศึกษา’ ด้วยนวัตกรรมจัดการทุนจากระบบสารสนเทศ</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.)</strong> เข้าร่วมเวทีประชุมนานาชาติ ‘Transforming Education Now and for the Future We Want: TES National Follow-up Actions to move towards the achievement of SDG 4’ นำเสนอประสบการณ์ขับเคลื่อนนวัตกรรมการจัดสรรเงินทุนโดยใช้ระบบฐานข้อมูลเพื่อแก้โจทย์ความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา โดยได้รับเสียงชื่นชมจากที่ประชุมให้เป็นต้นแบบการสร้างความเสมอภาคทางการศึกษาในระดับนานาชาติ</p>



<p>การนำเสนอดังกล่าวมีขึ้นเมื่อวันที่ 30 มีนาคม 2566 เป็นกิจกรรมพิเศษที่จัดขึ้นให้เป็นส่วนหนึ่งของการประชุม Asia-Pacific Forum on Sustainable Development (APFSD) ครั้งที่ 10 ซึ่งจัดโดยหน่วยงานด้านการศึกษาและสิทธิเด็กแห่งสหประชาชาติ (ยูเอ็น) 3 องค์กร ได้แก่ UNESCO Asia and Pacific Regional Bureau for Education (UNESCO Bangkok), UNICEF East Asia and Pacific Regional Office (UNICEF EAPRO) and the UNICEF Regional Office for South Asia (ROSA) ภายใต้การสนับสนุนของ ESCAP</p>



<p>เวทีประชุมนานาชาติครั้งนี้ กสศ. ได้รับเชิญให้ร่วมนำเสนอในช่วง Towards a more resilient education system (เดินหน้าสู่ระบบการศึกษาที่ยืดหยุ่นมากขึ้น) ภายใต้หัวข้อ The equitable and innovative funding model of education funding of the Equitable Education Fund (Thailand) and its programs หรือ รูปแบบการระดมทุนที่เท่าเทียมและเป็นนวัตกรรมใหม่ของกองทุนเพื่อการศึกษา โดยกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษาประเทศไทย</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-a9fcd4"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/04/07-กสศ.-ร่วมแบ่งปันประสบการณ์-06.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p><strong>ดร.ไกรยส ภัทราวาท</strong> ผู้จัดการ กสศ. นำเสนอที่มาและแนวทางการทำงานของกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษาประเทศไทย โดยย้ำว่า แนวคิดเกี่ยวกับความเสมอภาคที่แท้จริงในมุมมองของ กสศ. คือการทำให้เด็กทุกคน ไม่ว่าจะมีเชื้อชาติ ศาสนาใด หรือยากดีมีจนมากแค่ไหน ยังมีโอกาสเข้าถึงหรือได้รับทรัพยากรจำเป็นที่เพียงพอจะทำให้คน ๆ นั้น สามารถพัฒนาทักษะความสามารถของตนที่มีอยู่ไปได้จนสุดทาง ซึ่งหมายความว่า หากเด็กคนนั้นมีความสามารถที่จะเรียนต่อไปในระดับปริญญาตรี ก็จะได้รับความช่วยเหลือต่าง ๆ ที่เหมาะสม เพื่อให้เรียนต่อไปได้จนจบ</p>



<p>ภายใต้แนวคิดดังกล่าว<strong> ดร.ไกรยส</strong> อธิบายว่า สิ่งสำคัญที่สุดก็คือ แนวทางการปฎิบัติงานที่เน้นผลลัพธ์ (outcome-based approach) และการที่จะให้ได้มาซึ่งผลลัพธ์ที่ต้องการได้ ย่อมจำเป็นต้องมีฐานข้อมูลที่ถูกต้อง แม่นยำ และน่าเชื่อถือ เพื่อที่จะสามารถจัดสรรเงินทุนที่มีอยู่อย่างจำกัด ให้ส่งตรงไปให้ถึงมือกลุ่มเปราะบาง เด็กยากจน และเด็กยากจนพิเศษ ซึ่งจำเป็นต้องได้รับความช่วยเหลืออย่างตรงจุดมากที่สุด</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-040198"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/04/07-กสศ.-ร่วมแบ่งปันประสบการณ์-05.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p><strong>ดร.ไกรยส</strong> อธิบายว่า การจัดเก็บข้อมูล แล้วนำมาวิเคราะห์ จัดระเบียบและจัดทำฐานข้อมูลเด็กยากจนทั่วประเทศไทย เป็นก้าวแรกของการแก้โจทย์ปัญหาความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาของ กสศ. เพราะข้อมูลที่มีอยู่จะเป็นข้อเท็จจริงที่นำไปใช้หารือกับภาครัฐ ในการระบุตัวเลขเงินทุนและทรัพยากรที่จำเป็นต้องใช้ในการจัดการกับช่องว่างทางการศึกษาที่มีอยู่</p>



<p><em>&#8220;ยิ่งเรามีข้อมูลที่ถูกต้องและผ่านการจัดระบบมาอย่างดีมากเท่าไร เรายิ่งสามารถให้ความช่วยเหลือเด็กที่จำเป็นต้องได้รับความช่วยเหลือมากขึ้นเท่านั้น&#8221;</em> ดร.ไกรยสระบุ</p>



<p>ทั้งนี้ <strong>ดร.ไกรยส</strong> ยังได้อธิบายถึงสถานการณ์ความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาประเทศไทยว่าเป็นปัญหาเรื้อรังที่ยืดเยื้อที่รัฐบาลไทยพยายามต่อสู้มาโดยตลอด โดยนับตั้งแต่ปี 2011 รัฐบาลได้จัดสรรเงินทุนเพื่อต่อสู้กับความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาที่เกิดขึ้นปีละ 2,500 ล้านบาท จนกระทั่งถึงปัจจุบัน แต่เป็นที่น่าเสียดายว่าเงินในส่วนนี้กลับไม่เพียงพอที่จะแก้ปัญหาความเหลื่อมล้ำได้ทั้งหมด</p>



<p>ต่อมาในปี 2019 ได้มีการก่อตั้งกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา หรือ กสศ. ขึ้น โดยงบตั้งต้นที่ 2,537 ล้านบาท ซึ่งเป็นจำนวนที่ใกล้เคียงกันกับเงินทุนเพื่อความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา เพื่อเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในการยกระดับประสิทธิภาพในการจัดการความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาอย่างเป็นระบบและยั่งยืน อย่างไรก็ตาม ด้วยแนวคิดและแนวทางปฎิบัติในการบริหารจัดการเงินของ กสศ. ที่เน้นการใช้ฐานข้อมูลเป็นตัวบริหารจัดการเงินทุน เพื่อให้เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายที่จำเป็นต้องได้รับความช่วยเหลืออย่าแท้จริง และเป็นการให้เงินสนับสนุน เพื่ออำนวยความสะดวกให้ “เด็ก” คนหนึ่ง สามารถเข้าถึงการศึกษาตามศักยภาพที่พึงมี และ “เรียน” ไปได้จนตลอดรอดฝั่ง ทำให้ กสศ. มีข้อมูลอ้างอิงที่น่าเชื่อถือและมากเพียงพอที่จะขยายวงเงินอนุมัติจากภาครัฐให้เพิ่มขึ้น คือจาก 2,537 ล้านบาทในปี 2019 มาอยู่ที่ 5,496 ล้านบาทในปี 2020 ตามด้วย&nbsp; 5,652 ล้านบาทในปี 2022 และ 6,073 ล้านบาทในปี 2023</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-3184de"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/04/07-กสศ.-ร่วมแบ่งปันประสบการณ์-01.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>ฐานข้อมูลเด็กยากจนของ กสศ. ไม่เพียงแต่ช่วยให้ กสศ. กำหนดงบประมาณที่ต้องใช้และให้ความช่วยเหลือกลุ่มเป้าหมายได้อย่างตรงจุดแล้ว ฐานข้อมูลดังกล่าวยังช่วยให้กสศ. สามารถนำไปยืนยันกับการจับมือร่วมกันทำงานกับภาคเอกชน ทำให้ภาคเอกชนเชื่อมั่นและประจักษ์ว่าเงินทุนที่บริจาคให้กับทาง กสศ. นั้นส่งตรงถึงมือเด็กที่ต้องการความช่วยเหลืออย่างแท้จริง</p>



<p>ข้อมูลที่มีจึงไม่ได้เป็นเพียงเครื่องมือในการทำงานเพื่อแก้โจทย์ความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาของ กสศ. เท่านั้น แต่ยังเป็นหลักฐานที่ช่วยพิสูจน์ยืนยันความโปร่งใสของ กสศ. ในอีกทางหนึ่งด้วย</p>



<p>นอกจากนี้ ทาง กสศ. ยังเดินหน้าพัฒนาเครื่องมืออย่างแอปพลิเคชั่นโทรศัพท์มือถือ เพื่อช่วยให้ครูจัดเก็บข้อมูลนักเรียน ทำให้ กสศ. ได้ฐานข้อมูลเด็กยากจนในแต่ละพื้นที่ได้อย่างถูกต้องแม่นยำมากขึ้น และฐานข้อมูลนี้จะเป็นส่วนสำคัญในการติดตามความก้าวหน้าของเด็กนักเรียนในโครงการ ช่วยป้องกันไม่ให้เด็กเหล่านี้หลุดออกจากระบบการศึกษาก่อนวัยอันควร และให้โอกาสหรือช่องทางในการศึกษาต่อในระดับสูงตามศักยภาพความสามารถของเด็กคนนั้นต่อไป</p>



<p>โดยในท้ายที่สุดแล้ว โอกาสทางการศึกษาที่ทำให้ได้พัฒนาทักษะความสามารถตามศักยภาพจนถึงที่สุด ย่อมทำให้ประเทศไทยสามารถพัฒนาประเทศได้อย่างยั่งยืน ดังนั้น การจัดทำฐานข้อมูลเด็กยากจนจึงเปรียบเสมือนระบบหลักประกันทางการศึกษา โดยฐานข้อมูลของ กสศ. ที่ทำให้ช่วยเหลือนักเรียนที่ต้องได้รับความช่วยเหลืออย่างแท้จริง ทำให้งบที่นักเรียนที่ได้รับความเช่วยเหลือต่อคนเพิ่มขึ้นถึง 40% อีกทั้งฐานข้อมูลที่เป็นระบบ ชัดเจน และน่าเชื่อถือของ กสศ. จากผลลัพธ์ของการสร้างระบบค้นหาเด็กยากจนและความร่วมมือทุ่มเทจากคุณครูทั่วทุกพื้นที่ในประเทศไทย ยังทำให้เมื่อวันที่ 14 มีนาคมที่ผ่านมา ทางคณะรัฐมนตรียังได้อนุมัติงบประมาณเพิ่มอัตราอุดหนุนทุนเสมอภาค</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-cea961"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/04/07-กสศ.-ร่วมแบ่งปันประสบการณ์-03.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>ยิ่งไปกว่านั้น ทาง กสศ. ยังได้มีการต่อยอดด้วยการร่วมมือกับภาคเอกชน ซึ่งทำให้ในช่วงปี 2022 ที่ผ่านมา กสศ. ได้รับเงินบริจาคจากภาคเอกชน&nbsp; โดยมียอดเงินทั้งสิ้น 236 ล้านบาท และยังมีแนวโน้มเพิ่มมากขึ้นเรื่อย ๆ เพราะฐานข้อมูลและหลักฐานผลการดำเนินงานที่สร้างความมั่นใจให้กับภาคเอกชนว่าเงินที่มอบให้ กสศ. นี้ ได้ใช้ความช่วยเหลือและช่วยแก้ปัญหาความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาได้จริง</p>



<p>ทั้งนี้ นอกจากจะมุ่งให้ความสำคัญ ข้อมูล (data) และองค์ความรู้ (knowledge) แล้ว ดร.ไกรยส กล่าวว่า กสศ. ยังให้ความสำคัญกับการจับมือกับภาคีเครือข่ายพันธมิตรในการแบ่งปันประสบการณ์ แลกเปลี่ยนความร่วมมือ และสนับสนุนการทำงานซึ่งกันและกัน เพื่อสร้างความเสมอภาคทางการศึกษา</p>



<p><em>“ผลสำเร็จของการลดปัญหาความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา ไม่ใช่การขับเคลื่อนของ กสศ. แต่เพียงฝ่ายเดียว แต่เป็นผลพวงมาจากความร่วมมือจากหลายฝ่าย ซึ่งรวมถึงหน่วยงานด้านการศึกษาหลัก ๆ ของไทย 6 สังกัดด้วยกันคือ สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน กรมการปกครองส่วนท้องถิ่น กองบัญชาการตำรวจตระเวนชายแดน สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาภาคเอกชน กรุงเทพมหานคร และสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ ในการเข้ามาร่วมมือกันขับเคลื่อนเพื่อยุติความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาในประเทศไทย”</em> ดร.ไกรยสกล่าว</p>



<p>งานนี้ ผู้เข้าร่วมประชุมยังได้ถามถึงสิ่งที่สำคัญที่สุดในการทำงานของ กสศ. โดย <strong>ดร.ไกรยส</strong> กล่าวว่า คือข้อมูลและความน่าเชื่อถือ ซึ่งทั้งสองอย่างนี้ทำให้เกิดความไว้เนื้อเชื่อใจ (trust) ซึ่งเป็นก้าวแรกที่ทำให้การทำงานของ กสศ. เป็นไปอย่างราบรื่น และได้รับความร่วมมือจากทุกฝ่าย</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-c1dcbb"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/04/07-กสศ.-ร่วมแบ่งปันประสบการณ์-04.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>ในส่วนช่วงอายุของกลุ่มเป้าหมาย ดร.ไกรยส ระบุว่า ช่วงปฐมวัยเป็นช่วงที่สำคัญที่สุดและเป็นพื้นฐานเริ่มต้นของการพัฒนาทางการศึกษา ดังนั้น การให้เด็กปฐมวัยได้เรียนหนังสือจึงเป็นสิ่งจำเป็น ขณะเดียวกัน ในระหว่างนั้นก็ต้องมีแนวทางปฎิบัติและกลไกเพื่อไม่ให้เด็ก ๆ หลุดออกจากระบบการศึกษา</p>



<p>ดร.ไกรยส กล่าวปิดท้ายว่า กสศ. ยังคงต้องการและยินดีเปิดรับความร่วมมือ คำแนะนำ และความช่วยเหลือจากเครือข่ายพันธมิตรในทุกประเทศทั่วโลก เพื่อทำให้ความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาหมดไปจากประเทศไทยและทั่วโลก ทั้งนี้ ผู้ดำเนินรายการได้กล่าวชื่นชมการพลิกแพลงนำข้อมูลมาใช้งานของ กสศ. ซึ่งทำให้รู้อย่างชัดเจนว่า รัฐควรนำเงินไปช่วยเหลือเด็กกลุ่มไหนจึงจะเป็นประโยชน์และได้ประสิทธิภาพสูงสุด นับเป็นแบบอย่างที่ดีที่นานาประเทศ โดยเฉพาะในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกจะนำไปปรับประยุกต์ใช้ตามบริบทของแต่ละประเทศ รวมถึงเป็นแนวทางในการจัดสรรเงินทุนจากหลายช่องทางเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสิทธิผลในการขับเคลื่อนเพื่อยุติความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาต่อไป</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-e54c2d"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/04/07-กสศ.-ร่วมแบ่งปันประสบการณ์-02.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>สำหรับการประชุม <a href="https://en.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/04/report_on_the_2022_transforming_education_summit.pdf" target="_blank" rel="noreferrer noopener" title="https://en.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/04/report_on_the_2022_transforming_education_summit.pdf">Transforming Education Now and for the Future We Want: TES National Follow-up Actions to move towards the achievement of SDG 4</a> นี้ ถือเป็นเวทีสำหรับประเทศที่เข้าร่วมจากเอเชียและแปซิฟิกในการร่วมกันเพื่อแบ่งปันและเรียนรู้จากแนวปฏิบัติที่ดีและนวัตกรรมที่ได้มีการริเริ่มขึ้นเพื่อเปลี่ยนแปลงระบบการศึกษาและจัดการกับวิกฤตการเรียนรู้ การสนับสนุนเป้าหมายการพัฒนาอย่างยั่งยืน ด้านที่ 4 (SDG 4) และตระหนักถึงสิทธิในการศึกษาสำหรับทุกคน</p>



<p>ในที่ประชุม บรรดาวิทยากรที่เป็นตัวแทนของรัฐบาลและผู้มีส่วนได้ส่วนเสียด้านการศึกษาอื่น ๆ จากภูมิภาค รวมถึง บังกลาเทศ กัมพูชา จีน อินโดนีเซีย ลาว เนปาล ฟิลิปปินส์ และไทย ได้ร่วมหารือเกี่ยวกับการดำเนินการที่สำคัญ นวัตกรรม ความคืบหน้า ปัญหาคอขวด และการจัดหาเงินทุนที่เท่าเทียมกันและมีประสิทธิภาพภายใน กรอบทั่วไปของการสร้างระบบการศึกษาที่เท่าเทียม ทั่วถึง และยืดหยุ่นมากขึ้น โดยเน้นที่ประเด็นสำคัญ 3 ประการ ได้แก่ 1) การเปลี่ยนแปลงของการเรียนการสอน: หลักสูตร การสอน และการประเมิน 2) การศึกษาเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและทำให้ระบบการศึกษามีความยืดหยุ่นต่อสภาพอากาศมากขึ้น และ 3) การเรียนรู้และการเปลี่ยนแปลงทางดิจิทัล</p><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/news-120423/">กสศ. ร่วมแบ่งปันประสบการณ์บนเวทีนานาชาติ ‘สร้างระบบหลักประกันความเสมอภาคทางการศึกษา’ ด้วยนวัตกรรมจัดการทุนจากระบบสารสนเทศ</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>กสศ. ผนึกกำลังนานาชาติ เร่งฟื้นฟูภาวะถดถอยทางการเรียนรู้หลังโควิด-19 ก้าวสู่ความเสมอภาคทางการศึกษา ภายใต้แนวคิด Education for All &#8211; All for Education</title>
		<link>https://www.eef.or.th/news-education-for-all-all-for-education-19201022/?utm_source=rss&#038;utm_medium=rss&#038;utm_campaign=news-education-for-all-all-for-education-19201022</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 20 Oct 2022 05:00:19 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[ข่าวสารความรู้]]></category>
		<category><![CDATA[All About EEF]]></category>
		<category><![CDATA[UNICEF Thailand]]></category>
		<category><![CDATA[UNICEF EAPRO]]></category>
		<category><![CDATA[International Conference on Equitable Education : Together Towards Equity]]></category>
		<category><![CDATA[งานประชุมวิชาการนานาชาติเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา ภายใต้แนวคิด ก้าวสู่ความเสมอภาคไปด้วยกัน]]></category>
		<category><![CDATA[SEAMEO]]></category>
		<category><![CDATA[Save the Children]]></category>
		<category><![CDATA[กสศ.]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?p=61101</guid>

					<description><![CDATA[<p>กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) จับมือภาคีเครื [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/news-education-for-all-all-for-education-19201022/">กสศ. ผนึกกำลังนานาชาติ เร่งฟื้นฟูภาวะถดถอยทางการเรียนรู้หลังโควิด-19 ก้าวสู่ความเสมอภาคทางการศึกษา ภายใต้แนวคิด Education for All – All for Education</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) จับมือภาคีเครือข่ายพันธมิตรทั้งในและต่างประเทศ ผนึกกำลังเดินหน้าพัฒนาระบบการศึกษา ตั้งเป้าฟื้นฟูภาวะถดถอยทางการเรียนรู้ หลังธนาคารโลกเผยการศึกษาล่าสุดพบ ภาวะถดถอยทางการเรียนรู้ในกลุ่มประเทศยากจนและกำลังพัฒนาทั่วโลกเพิ่มขึ้นถึง 1 ใน 3 และกว่า 70 % ของเด็กอายุ 10 ปี ไม่สามารถเข้าใจข้อความเรียบง่ายไม่ซับซ้อนได้</p>



<p>การผนึกกำลังครั้งนี้มีขึ้นผ่านเวทีการประชุมวิชาการนานาชาติว่าด้วยความเสมอภาคทางการศึกษา ซึ่งบรรดานักการศึกษา <br>ผู้เชี่ยวชาญและหลายหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วม ณ สถานที่ประชุม และจากแพลตฟอร์มออนไลน์ รวมกว่า 2,000 คน โดยทั้งหมดได้ร่วมแบ่งปันแลกเปลี่ยนประสบการณ์ เพื่อตกผลึกความคิดและประกายแนวทางการทำงาน ภายใต้เป้าหมายเพื่อสร้างความตระหนักรู้ แบ่งปันข้อมูล และเสนอแนวคิดที่จะนำไปสู่แผนปฏิบัติการเพื่อฟื้นฟูการศึกษาให้เด็กและเยาวชนเข้าถึงได้อย่างเสมอภาค ด้วยแนวคิด <strong>Education for All &#8211; All for Education</strong></p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-d2dac0"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2022/10/04-กสศ.-ผนึกกำลังนานาชาติ-01.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>สำหรับการประชุมครั้งนี้ ทาง กสศ. ได้ร่วมกับกระทรวงศึกษาธิการ<strong>, </strong>ยูเนสโก กรุงเทพ ฯ<strong>, </strong>สำนักงานภูมิภาคเอเชียตะวันออกและแปซิฟิกของยูนิเซฟ (<strong>UNICEF EAPRO), </strong>ยูนิเซฟ ประเทศไทย<strong>, </strong>รัฐมนตรีกระทรวงศึกษาธิการแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (<strong>SEAMEO) </strong>และ <strong>Save the Children </strong>เป็นเจ้าภาพจัดงานประชุมวิชาการนานาชาติเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา ภายใต้แนวคิด ก้าวสู่ความเสมอภาคไปด้วยกัน (<strong>International Conference on Equitable Education : Together Towards Equity) </strong>ระหว่างวันที่ 19 &#8211; 20 ตุลาคม 2565 ณ โรงแรมเซ็นทารา แกรนด์ แอท เซ็นทรัลเวิลด์ กรุงเทพ ฯ</p>



<p>ทั้งนี้ นับตั้งแต่เกิดการระบาดของไวรัสโควิด-19 ในปี 2020 โรงเรียนเกือบทุกแห่งทั่วโลกต้องปิดทำการเป็นระยะเวลานานร่วมหลายสิบเดือน กลายเป็นความท้าทายใหม่ต่อรัฐบาล โรงเรียน ครู นักเรียนและผู้ปกครองทั่วโลกที่ต้องรับมือและก้าวผ่านขีดจำกัดที่เกิดขึ้นอย่างกะทันหันครั้งนี้ โดยมีเทคโนโลยีเข้ามามีบทบาทสำคัญ ทำให้ “การเรียนออนไลน์” กลายเป็นตัวเลือกเรียนทางไกลที่มีการนำมาใช้อย่างแพร่หลายในฐานะเครื่องมือหลักสำหรับการศึกษาทั่วโลก</p>



<p>อย่างไรก็ตาม เนื่องจากความสมบูรณ์พร้อมของโครงสร้างพื้นฐานทางเทคโนโลยีของแต่ละประเทศมีความแตกต่างกัน และความสามารถในการเข้าถึงอินเทอร์เน็ตของคนในประเทศนั้น ๆ ยังมีไม่เท่ากัน ดังนั้น การเรียนออนไลน์ที่แม้จะทันสมัยและช่วยปลดล็อกความท้าทายที่เกิดจากโควิด-19 จึงกลับกลายเป็นอุปสรรคอีกขั้นสำหรับเด็กบางกลุ่ม โดยเฉพาะกลุ่มยากจน ความท้าทายของความเหลื่อมล้ำทางเทคโนโลยีที่เกิดขึ้น ทำให้วิธีการสอนบนแพลตฟอร์มออนไลน์ขาดความยืดหยุ่นและจำกัดการเข้าถึง เกิดการจัดสรรทรัพยากรการเรียนรู้ที่ไม่มีประสิทธิภาพ&nbsp;&nbsp;</p>



<p>ทั้งนี้ ผลการศึกษาล่าสุดที่เปิดเผยที่ทางธนาคารโลกจัดทำร่วมกับ UNESCO, UNICEF, กระทรวงการต่างประเทศและการพัฒนาแห่งสหราชอาณาจักร (UK government Foreign Commonwealth and Development Office &#8211; FCDO), USAID และ มูลนิธิบิลล์ แอนด์ เมลินดา เกตส์ ซึ่งเผยแพร่เมื่อเดือนมิถุนายนที่ผ่านมาพบว่า การพัฒนาทางการเรียนรู้ของเด็กต่ำลงอย่างมีนัยสำคัญ แม้ในประเทศที่มีการเรียนออนไลน์มาใช้ ส่งผลให้เด็กนักเรียนรุ่นนี้ มีแนวโน้มสูญเสียรายได้ที่ควรจะหาได้จากช่วงชีวิตของตนถึง 21 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ ฯ ซึ่งเทียบเท่า 17 % ของผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ในโลกปัจจุบัน</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-30a02b"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2022/10/ดร.ไกรยส-ภัทราวาท.jpg" alt=""/></div><figcaption class="qubely-image-caption">ดร.ไกรยส ภัทราวาท ผู้จัดการ  กสศ.</figcaption></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>ดร.ไกรยส ภัทราวาท ผู้จัดการกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) กล่าวต้อนรับผู้เข้าร่วมประชุมทุกฝ่าย พร้อมระบุถึงความสำคัญของการประชุมนานาชาติในครั้งนี้ ว่า เป็นไปเพื่อหาโซลูชั่นการศึกษาที่แต่ละฝ่ายสามารถนำไปปรับใช้กับบริบทของประเทศ โดยวาระเร่งด่วนของการศึกษาในเวลานี้ก็คือการฟื้นฟูการศึกษาให้กับเด็กและเยาวชน เนื่องจากการระบาดของโควิด-19&nbsp; ทำให้เด็กจำนวนมากกำลังประสบภาวะถดถอยทางการเรียนรู้ และปัญหาทางพัฒนาการร่างกายที่เกี่ยวข้องกับการเรียนรู้ เช่น พัฒนาการกล้ามเนื้อ เป็นต้น</p>



<p>ผู้จัดการ กสศ. ย้ำอีกว่า การเร่งฟื้นฟูเด็กและเยาวชนกลับสู่ภาวะปกติ จนสามารถกลับเข้าสู่ระบบการศึกษาได้อย่างเสมอภาคเท่าเทียม เป็นสิ่งที่ต้องอาศัยการบูรณาการและการมีส่วนร่วมจากทุกภาคส่วน ตามแนวคิด All for Education ซึ่งเป็นที่มาและวัตถุประสงค์หลักของการประชุมวิชาการนานาชาติ เพื่อความเสมอภาคทางการศึกษาในครั้งนี้ พร้อมแสดงความหวังว่าการพูดคุยนำไปสู่การเกิดแผนการฟื้นฟูและพัฒนาเด็กที่สามารถแก้ไขปัญหาได้อย่างตรงจุด เกิดการลงทุนเพื่อการศึกษาที่ยั่งยืนในระยะยาว</p>



<p>“สิ่งที่ได้จากการประชุมในครั้งนี้ จะเป็นแนวทางสำคัญที่จะช่วยลดภาวะ ‘Lost Generation’ ซึ่งจะเป็นความสูญเสียที่จะส่งผลกระทบต่อสังคมไทย และสังคมโลกอย่างมหาศาล”&nbsp; ดร.ไกรยส กล่าว ก่อนเผยว่า มีเด็กประมาณ 300,000 ราย ที่อยู่ในกลุ่มคนยากจนและต้องสูญเสียโอกาสในการเรียนรู้ไป ในช่วงของการปิดโรงเรียนเพราะโควิด-19 ซึ่งลำพังแค่การเยียวยาไม่เพียงพอที่จะทำให้เด็กบรรเทาผลกระทบต่อการสูญเสียการเรียนรู้ แต่จำเป็นต้องลงทุนเพื่อฟื้นฟูการศึกษา นำเด็กที่หลุดออกจากโรงเรียน กลับเข้ามาสู่ระบบการศึกษาอีกครั้ง ฉะนั้นทุกภาคส่วนจำเป็นต้องให้ความสำคัญกับทรัพยากร ความมุ่งมั่น และทุกมุมมองที่จะสามารถช่วยพวกเขาให้กลับมาโรงเรียนได้อีกครั้ง</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-ea1d4a"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2022/10/คยองซอน-คิม.jpg" alt=""/></div><figcaption class="qubely-image-caption">คยองซอน คิม ผู้อำนวยการองค์การยูนิเซฟประเทศไทย</figcaption></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>ด้าน คยองซอน คิม ผู้อำนวยการองค์การยูนิเซฟประเทศไทย (UNICEF Thailand) ระบุว่า การที่เด็กอายุ 10 ปีขึ้นไป กว่า 70 % ทั่วโลก ขาดความสามารถในการอ่านเขียนเรื่องง่าย ๆ ซึ่งเป็นทักษะขั้นพื้นฐานจำเป็นสำหรับการดำรงชีวิตได้บั่นทอนโอกาสที่เด็กคนนั้นจะได้รับการพัฒนาจนเต็มศักยภาพ ทำให้ไม่มีทางเลือกมากนัก และบีบให้ต้องจำยอมตกเป็นเบี้ยล่างและการเอารัดเอาเปรียบของสังคม เช่น หากเป็นเด็กหญิงก็ต้องถูกบีบบังคับให้แต่งงานก่อนวัยอันควร กลายเป็นคุณแม่วัยใสที่ยังไม่พร้อม หรือหากเป็นเด็กชายก็กลายเป็นแรงงานเด็กราคาถูก</p>



<p>คยองซอน คิม กล่าวต่อไปว่า ปัจจุบันยังมีเด็กจำนวนไม่น้อยที่อาจจะหลบซ่อนอยู่ในมุมมืดของสังคม อยู่ในจุดที่ยังไม่ได้รับการมองเห็นและต้องการความช่วยเหลือ ดังนั้น หน่วยงานทุกฝ่ายต้องดำเนินการในเชิงรุก กล่าวคือเป็นฝ่ายที่ต้องเข้าหาเข้าถึงเด็ก ลงไปยังพื้นที่ที่พวกเขาอยู่ เพื่อให้เด็กแต่ละคนได้รับการสนับสนุนด้านการศึกษาที่มีความเฉพาะเจาะจง ในแบบที่พวกเขาต้องการ ขณะที่หน่วยงานทั้งหลายต้องประเมินผลติดตามอย่างต่อเนื่องจนกว่าที่เด็กคนนั้นจะยืนด้วยกำลังของตนเองได้อย่างมั่นคง</p>



<p>“หัวใจสำคัญคือเราต้องจัดลำดับความสำคัญของปัจจัยการศึกษาขั้นพื้นฐาน รวมถึงการเพิ่มเงินลงทุน โดยเน้นการลงทุนแบบมีเป้าหมายชัดเจน เพื่อนำโอกาสทั้งหมดมาสู่เด็ก ๆ ไม่เพียงพัฒนาแค่ตัวนักเรียนเท่านั้น แต่ยังรวมไปถึงระบบ เราจำเป็นต้องพัฒนาระบบเพื่อส่งเสริมให้เด็กและเยาวชนมีสุขภาพกายและจิตที่ดี โรงเรียนจะต้องเป็นพื้นที่ปลอดภัย และคอยสนับสนุนผู้เรียนอยู่เสมอ” คยองซอน คิม กล่าว</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-c84fa4"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2022/10/ริกา-โยโรซุ.jpg" alt=""/></div><figcaption class="qubely-image-caption">ริกะ โยโรซุ หัวหน้าสำนักงานบริหารและผู้ประสานงาน<br>โครงการระดับภูมิภาค สำนักงานยูเนสโก กรุงเทพ ฯ</figcaption></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>ขณะที่ ริกะ โยโรซุ หัวหน้าสำนักงานบริหารและผู้ประสานงานโครงการระดับภูมิภาค สำนักงานยูเนสโก กรุงเทพ ฯ กล่าวว่า ทุกฝ่ายจำเป็นต้องสร้างความเสมอภาคเท่าเทียมทางการศึกษาให้แก่เด็ก ๆ ทั้งเด็กที่อยู่ในโรงเรียน และนอกโรงเรียน ฉะนั้น ไม่ว่าพวกเขาจะได้รับการศึกษาแบบอยู่ในโรงเรียน หรือผ่านระบบการศึกษาทางเลือก จะต้องมีการประเมินและรับรู้อย่างเท่าเทียม เพื่อให้พวกเขาสามารถเรียนรู้ต่อไปได้</p>



<p>ริกะ อธิบายว่า การให้ความสำคัญกับ ‘การศึกษา’ (Education) ไม่ใช่เพียงเพราะเป็นเรื่องของ ‘SDG4’  หรือเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (Sustainable Development Goal 4) เท่านั้น แต่เพราะการศึกษาที่เท่าเทียมไม่ใช่อนาคตแต่เป็นปัจจุบัน ดังนั้นทุกฝ่ายจึงต้องทำให้แน่ใจว่า เด็กและเยาวชนจะได้รับการเรียนรู้อย่างเท่าเทียม และได้เรียนรู้ในสิ่งที่พวกเขาสนใจจริง ๆ</p>



<p>“ฉันหวังอย่างยิ่งว่า เราจะสามารถเรียกเด็กรุ่นนี้ว่าเป็น รุ่นแห่งความสุขในอีก 10 ปีข้างหน้า ผ่านความร่วมมือร่วมใจกัน และสนับสนุนด้านการศึกษาของเรา” ริกะ กล่าว</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-9edda7"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2022/10/วรางคณา-มุทุมล2.jpg" alt=""/></div><figcaption class="qubely-image-caption">วรางคณา มุทุมล ผู้อำนวยการยุทธศาสตร์<br>คุณภาพโปรแกรมและผลกระทบ Save the Children</figcaption></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>วรางคณา มุทุมล ผู้อำนวยการยุทธศาสตร์ คุณภาพโปรแกรมและผลกระทบ องค์การช่วยเหลือเด็กประจำประเทศไทย (Save the Children) เสริมว่า นอกจากการปรับหลักสูตรการศึกษาและให้ความช่วยเหลือเด็กที่ต้องการความช่วยเหลืออย่างเต็มที่แล้ว คุณครูก็ถือเป็นอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญที่จำเป็นต้องได้รับแรงสนับสนุนเช่นกัน ในฐานะผู้ที่เป็นหัวใจในการถ่ายทอดความรู้ ขัดเกลาบ่มเพาะทักษะทางอามณ์และสังคม ซึ่งเป็นซอฟท์สกิลที่สำคัญสำหรับโลกยุคใหม่</p>



<p>ทั้งนี้ วรางคณา ย้ำว่า ทุกฝ่ายต้องสนับสนุนการศึกษาทั้งระบบ ไม่ใช่มุ่งให้ความสำคัญแต่เด็กนักเรียนเท่านั้น เพื่อให้เกิดการฟื้นฟูสู่การศึกษาที่ยั่งยืน การหาแนวทางแก้ไขร่วมกันในระดับนานาชาติว่าจะสนับสนุนพัฒนาคุณครูอย่างไร จะดูแลสุขภาพจิตของคุณครูที่ต้องรับมือกับความเครียด ภาระ และความขาดแคลนต่าง ๆ ได้อย่างไร และจะทำอย่างไรให้ครูจึงจะมีสถานะมากกว่าผู้อบรมสั่งสอน แต่เป็นทั้งเพื่อน คนรู้ใจ และปราการที่แข็งแกร่งในการสร้างสภาพแวดล้อมที่ดีให้แก่เด็ก ๆ ได้</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-753481"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2022/10/04-กสศ.-ผนึกกำลังนานาชาติ-2.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/news-education-for-all-all-for-education-19201022/">กสศ. ผนึกกำลังนานาชาติ เร่งฟื้นฟูภาวะถดถอยทางการเรียนรู้หลังโควิด-19 ก้าวสู่ความเสมอภาคทางการศึกษา ภายใต้แนวคิด Education for All – All for Education</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
