<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>UNHCR | กสศ.</title>
	<atom:link href="https://www.eef.or.th/tag/unhcr/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.eef.or.th</link>
	<description>กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา</description>
	<lastBuildDate>Thu, 15 Apr 2021 07:29:46 +0000</lastBuildDate>
	<language>th</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.3.8</generator>

<image>
	<url>https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/02/cropped-fav-icon-32x32.png</url>
	<title>UNHCR | กสศ.</title>
	<link>https://www.eef.or.th</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>UNICEF เผยแพร่ บทเรียนและแนวทางการเปิดโรงเรียน ในยุควิกฤต COVID-19</title>
		<link>https://www.eef.or.th/article-school-covid-19/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 26 Mar 2021 09:57:32 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[บทความ]]></category>
		<category><![CDATA[UNICEF]]></category>
		<category><![CDATA[World Bank]]></category>
		<category><![CDATA[WFP]]></category>
		<category><![CDATA[UNHCR]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?p=28355</guid>

					<description><![CDATA[<p>องค์การกองทุนเพื่อเด็กแห่งสหประชาชาติ (UNICEF) พร้อมด้ว [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/article-school-covid-19/">UNICEF เผยแพร่ บทเรียนและแนวทางการเปิดโรงเรียน ในยุควิกฤต COVID-19</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>องค์การกองทุนเพื่อเด็กแห่งสหประชาชาติ (UNICEF) </strong><span style="font-weight: 400;">พร้อมด้วย <strong>ธนาคารโลก (</strong></span><span style="font-weight: 400;"><strong>World Bank)</strong>, </span><strong>องค์การอาหารโลก (WFP) </strong><span style="font-weight: 400;">และ<strong>สำนักงานข้าหลวงใหญ่เพื่อผู้ลี้ภัยแห่งสหประชาชาติ (</strong></span><strong>UNHCR) </strong><span style="font-weight: 400;">ได้เผยแพร่รายงานบทเรียนและแนวทางการทำงานของบรรดาประเทศเศรษฐกิจเกิดใหม่ทั่วโลกในการบริหารจัดการกระบวนการการเปิดโรงเรียน (</span><span style="font-weight: 400;">reopen) </span><span style="font-weight: 400;">ในยุควิกฤตไวรัสโควิด -19 ระบาด</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">รายงานระบุว่าจนถึงขณะนี้ ระบบการศึกษาทั่วโลกยังคงต้องต่อสู้รับมือกับสถานการณ์การระบาดของไวรัสโควิด-19 ซึ่งทำให้หลายพื้นที่ต้องเผชิญกับการตัดสินใจที่ค่อนข้างซับซ้อนและยุ่งยาก โดยเฉพาะในเรื่องการเปิดโรงเรียนให้เด็กนักเรียนได้กลับมาเรียนอีกครั้ง ว่าควรจะเกิดขึ้นได้เมื่อไร และเกิดขึ้นได้อย่างไร</span><span style="font-weight: 400;"> </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">แน่นอนว่า การปิดโรงเรียนเป็นทางเลือกภาคบังคับที่แทบทุกประเทศทั่วโลกนำมาใช้เป็นหนึ่งในแนวทางสำคัญเพื่อสกัดกั้นการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 แต่ระยะเวลาของการปิดโรงเรียนที่กินเวลายาวนานจากหลายสัปดาห์ เป็นหลายเดือน และเกือบร่วมปี ได้แสดงให้เห็นผลกระทบทางลบอย่างชัดเจนต่อเด็กนักเรียน ทั้งในแง่ของสุขภาพ การศึกษา การพัฒนา รายได้ครอบครัว และเศรษฐกิจของประเทศนั้นๆ โดยรวม</span></p>
<p><img decoding="async" fetchpriority="high" class="aligncenter size-full wp-image-28359" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/03/บทความแนวทางการเปิดโรงเรียน-1.jpg" alt="" width="855" height="569" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">รายงานของ </span><span style="font-weight: 400;">UNICEF </span><span style="font-weight: 400;">ระบุชัดว่า จากประสบการณ์ของบรรดาประเทศรายได้สูงแสดงให้เห็นว่ามาตรการการเปิดโรงเรียน ไม่มีผลกระทบต่ออัตราการติดเชื้อภายในพื้นที่ หรือหากกล่าวให้เฉพาะเจาะจงมากขึ้นก็คือ ไม่พบอัตราการติดเชื้อระหว่างเด็กด้วยกันเองและเด็กไปสู่ผู้ใหญ่ในโรงเรียนประถมที่เปิดโรงเรียนในขณะที่พื้นที่นั้นยังมีรายงานการแพร่ระบาด </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">กระนั้น เพื่อเป็นการไม่ประมาท เงื่อนไขในการเปิดโรงเรียนให้กลับมาให้บริการอีกครั้งนั้น มีหลักการร่วมกันอยู่ 2 ประการก็คือ 1) พื้นที่นั้นต้องมีอัตราการระบาดที่อยู่ในระดับต่ำ หรือเบาบางลงแล้ว และ 2) ต้องมีการบังคับใช้มาตรการด้านสุขอนามัย (ล้างมือ</span><span style="font-weight: 400;">, </span><span style="font-weight: 400;">สวมหน้ากากอนามัย</span><span style="font-weight: 400;">, </span><span style="font-weight: 400;">เว้นระยะห่าง) อย่างเคร่งครัด</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ยิ่งไปกว่านั้น หลักฐานพิสูจน์จากทั่วโลกยังระบุว่า การติดเชื้อในเด็กอยู่ในระดับต่ำ และแนวโน้มความเสี่ยงของการติดเชื้อจะเพิ่มสูงมากขึ้นตามอายุ ดังนั้น เด็กจึงไม่ใช่กลุ่มเสี่ยงที่จะทำให้เชื้อไวรัสโควิด-19 แพร่กระจายอย่างที่ใครหลายคนหวาดหวั่น</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">และที่สำคัญที่สุด ความเสี่ยงของเชื้อที่จะแพร่กระจายเพราะการเปิดโรงเรียน สืบเนื่องมาจากกระบวนการบริหารจัดการของสถาบันการศึกษาต่างๆ เป็นหลัก ไม่ว่าจะเป็น การกระจายความแออัดภายในห้องเรียน การขาดอุปกรณ์ทำความสะอาดมือ บริการรับ-ส่งนักเรียนที่หนาแน่น และการขาดแคลนวัสดุอุปกรณ์ทางการศึกษา ตลอดจนภูมิหลังครอบครัวของเด็กแต่ละคนที่ไม่เหมือนกัน โดยเฉพาะในกลุ่มประเทศรายได้ปานกลางและรายได้ยากจนที่ครอบครัวมักจะเป็นครอบครัวใหญ่</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">แนวทางการทำงานเพื่อการเปิดโรงเรียน ซึ่งจัดทำขึ้นภายใต้ความร่วมมือของ </span><span style="font-weight: 400;">UNICEF, UNESCO, the World Bank, the World Food Programme, </span><span style="font-weight: 400;">และ </span><span style="font-weight: 400;">the UN Refugee Agency (UNHCR) </span><span style="font-weight: 400;">เมื่อเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา ถือเป็นหลักการปฎิบัติที่เป็นรูปธรรม และเป็นคู่มือสำคัญให้หลายๆ ประเทศสามารถเปิดเรียนได้อย่างมั่นใจ พร้อมหยิบยกประเทศที่นำแนวทางมาตรการแต่ละข้อไปปฎิบัติใช้จนเห็นได้อย่างชัดเจน</span></p>
<p><img decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-28360" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/03/บทความแนวทางการเปิดโรงเรียน-2.jpg" alt="" width="855" height="569" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">สำหรับแนวทางการทำงานเพื่อการเปิดสถานศึกษาจะประกอบด้วย 4 ด้านหลักๆ คือ 1) การปฎิบัติการเพื่อความปลอดภัย 2) การให้ความสำคัญกับการเรียนรู้ 3) การป้องกันสุขภาพ และ 4) การเข้าถึงเด็กชายขอบของสังคมอย่างทั่วถึง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">โดย </span><span style="font-weight: 400;">UNICEF </span><span style="font-weight: 400;">เชื่อว่า การแบ่งปันประสบการณ์และข้อมูลบทเรียนการเปิดโรงเรียนของแต่ละประเทศในครั้งนี้จะช่วยให้บรรดานานาประเทศสามารถวางแผนเปิดโรงเรียนได้อย่างดี เพิ่มโอกาสที่จะยกระดับแนวทางปฎิบัติที่จะทำให้ประสบความสำเร็จและทำให้โรงเรียนเป็นสถานที่ปลอดภัยสำหรับเด็กนักเรียนที่จะกลับมาเรียนได้ทุกคน</span></p>
<p><b>ในส่วนของประเทศไทย ภายใต้การทุ่มเททำงานของกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.)</b><span style="font-weight: 400;"> ที่ผลักดันให้มีการเปิดโรงเรียนทั่วประเทศอีกครั้ง ทางยูนิเซฟระบุว่า การจัดสรรทุนการศึกษาเพิ่มเติม โดยกำหนดเจาะจงกลุ่มเป้าหมายโรงเรียนและชุมชนที่จะได้รับการศึกษานั้น ถือเป็นตัวอย่างดีที่ช่วยให้การเปิดโรงรียนในยุคโควิด-19 ดำเนินการไปได้อย่างราบรื่น และควรที่ประเทศอื่นๆ จะศึกษานำมาเป็นแบบอย่าง</span><span style="font-weight: 400;"> </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">โดยรายงานสรุปของยูนิเซฟระบุว่า กสศ.ของไทย ได้เพิ่มจำนวนโรงเรียนเพื่อให้สามารถจัดสรรทุนให้กับเด็กนักเรียนประถมยากจนพิเศษ ซึ่งกำลังเผชิญปัญหาต่อการเข้าถึงการศึกษา หรือเข้าร่วมเรียน จนเสี่ยงจะหลุดออกจากระบบการศึกษาเป็นการถาวร เกือบ 1 ล้านคนทั่วประเทศ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ขณะที่ มาตรการที่หลายประเทศส่วนใหญ่นำมาใช้ก็คือการปรับตารางการเรียนการสอนที่ผสมผสานระหว่างการเรียนออนไลน์กับการเดินทางมาเรียนที่ห้องเรียน การเพิ่มบริการด้านโภชนาการและสุขอนามัยให้แก่เด็กเรียน จัดสรรโครงการพิเศษสำหรับเด็กที่ต้องเตรียมสอบ ติดตามและให้ความช่วยเหลือเด็กกลุ่มเสี่ยงหลุดออกจากระบบการศึกษา เช่น เด็กหญิง และเด็กยากจน ยกเลิกการสอบที่ไม่สำคัญ หรือเลื่อนออกไป รวมถึงหาช่องทางในการสื่อสารกับพ่อแม่ผู้ปกครองและชุมชน สนับสนุนการทำงานของครู ตลอดจนจัดเตรียมวัสดุอุปกรณ์เพื่ออำนวยความสะดวกในการเรียนการสอนตามหลักสูตรที่ต้องเปลี่ยนแปลงไป</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><strong>ที่มา :</strong> <a href="https://docs.wfp.org/api/documents/WFP-0000119342/download/?_ga=2.160930365.1494246161.1616752789-726179632.1616752789" target="_blank" rel="noopener">Supplement to Framework for reopening schools: Emerging lessons from country experiences in managing the process of reopening schools</a></p><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/article-school-covid-19/">UNICEF เผยแพร่ บทเรียนและแนวทางการเปิดโรงเรียน ในยุควิกฤต COVID-19</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
