<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>UN | กสศ.</title>
	<atom:link href="https://www.eef.or.th/tag/un/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.eef.or.th</link>
	<description>กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา</description>
	<lastBuildDate>Thu, 08 Jul 2021 06:39:37 +0000</lastBuildDate>
	<language>th</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.3.8</generator>

<image>
	<url>https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/02/cropped-fav-icon-32x32.png</url>
	<title>UN | กสศ.</title>
	<link>https://www.eef.or.th</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>ชี้การศึกษาทั่วโลกเตรียมรับงานหนักหลังโควิดเหตุปิดโรงเรียนทำให้เด็กจำเป็นต้องเรียนเสริม</title>
		<link>https://www.eef.or.th/news-closing-the-worlds-schools-caused-children-great-harm/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 08 Jul 2021 06:37:15 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[ข่าวสารความรู้]]></category>
		<category><![CDATA[Covid-19]]></category>
		<category><![CDATA[ข่าวสารความรู้ : Covid-19]]></category>
		<category><![CDATA[สหประชาชาติ]]></category>
		<category><![CDATA[COVID-19]]></category>
		<category><![CDATA[World Bank]]></category>
		<category><![CDATA[ธนาคารโลก]]></category>
		<category><![CDATA[UN]]></category>
		<category><![CDATA[ปิดโรงเรียน]]></category>
		<category><![CDATA[วิกฤตเศรษฐกิจ]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?p=42818</guid>

					<description><![CDATA[<p>ผู้เชี่ยวชาญระบุ เด็กต้องได้รับความช่วยเหลือเป็นพิเศษเพ [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/news-closing-the-worlds-schools-caused-children-great-harm/">ชี้การศึกษาทั่วโลกเตรียมรับงานหนักหลังโควิดเหตุปิดโรงเรียนทำให้เด็กจำเป็นต้องเรียนเสริม</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<h2 class="wp-block-heading">ผู้เชี่ยวชาญระบุ เด็กต้องได้รับความช่วยเหลือเป็นพิเศษเพื่อชดเชยกับความรู้ที่หายไป</h2>



<p>เว็บไซต์ The Economist เผยแพร่บทความพิเศษรวบรวมความเห็นของผู้เชี่ยวชาญและนักการศึกษาทั่วสหรัฐฯ เกี่ยวกับปัญหาวิกฤตการแพร่ระบาดไวรัสโควิด-19 ที่มีผลกระทบต่อเด็กและเยาวชนซึ่งกำลังอยู่ในวัยศึกษาเล่าเรียนทั่วโลก โดยความเห็นต่างเป็นไปในทิศทางเดียวกันว่า แม้ไวรัสโควิด-19 จะพบการติดเชื้อในกลุ่มเด็กได้น้อย (จากสถิติคือ 1 ต่อ 500,000 คน) แต่การที่โรงเรียนไม่สามารถเปิดการเรียนการสอนได้เต็มเวลา หรือบางแห่งต้องปิดยาวกว่า 1 ปี กลับกลายเป็นภัยคุกคามร้ายแรงที่ส่งผลต่อชีวิตและอนาคตของเด็กคนหนึ่งที่จะก้าวขึ้นมาเป็นกำลังสำคัญของประเทศ&nbsp;</p>



<p>แม้แนวทางการปิดโรงเรียนจะช่วยสกัดกั้นการแพร่ระบาดและลดอัตราการติดเชื้อในหมู่เด็กและเยาวชน รวมถึงลดความเสี่ยงต่อการแพร่กระจายเชื้อในหมู่ผู้ใหญ่ได้ แต่กลับมีรัฐบาลเพียงไม่กี่ประเทศเท่านั้น ที่คำนึงถึงผลกระทบ ต้นทุนความเสียหาย และความเสี่ยงจากการปิดโรงเรียน ขณะที่หลายประเทศเลือกที่จะปิดโรงเรียนต่อไป แต่กลับอนุญาตให้บาร์และร้านอาหารกลับมาเปิดให้บริการ&nbsp;</p>



<p>รายงานระบุว่า ผลลัพธ์ของการปิดโรงเรียนเป็นเวลานานทำให้สมองของเด็กไม่ได้รับการกระตุ้นให้เกิดพัฒนาการตามที่ควรจะเป็น โดยระบุถึงเด็กนักเรียนประถมในอังกฤษมีระดับความรู้ล้าหลังไปถึง 3 เดือนจากระดับปกติที่ควรจะเป็น ส่วนเด็กในเอธิโอเปียเรียนได้น้อยกว่าปกติถึง 60 &#8211; 70% ขณะที่มากกว่าครึ่งของเด็กอายุ 10 ปีในประเทศยากจนและประเทศกำลังพัฒนาไม่สามารถอ่านบทความขนาดสั้นที่ไม่ซับซ้อนได้</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-2b37ad"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/07/05-แปล-ศึกษาทั่วโลก-01.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p>ธนาคารโลก (World Bank) ได้ออกมาเตือนว่า ปัญหาการอ่านของเด็ก อาจขยายเพิ่มขึ้นเกือบ 2 ใน 3 ของนักเรียนในประเทศยากจนและประเทศกำลังพัฒนาทั่วโลก ขณะที่ในประเทศต่าง ๆ ที่เลือกใช้มาตรการปิดโรงเรียนจะยิ่งทำให้ความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา ระหว่างเด็กที่มีพร้อม (มีไอแพด, มีอินเทอร์เน็ต, มีห้องนอนส่วนตัวสำหรับเรียนทางไกล) กับเด็กที่ขาดแคลน (ไม่มีความพร้อมสำหรับการเรียนออนไลน์) มีช่องว่างเพิ่มสูงขึ้น&nbsp;</p>



<p>อย่างไรก็ตาม นักวิเคราะห์กลับมองว่า ภาวะชะงักงันที่โรงเรียนต้องเผชิญ อาจเป็นโอกาสดีที่จะได้ยกระดับปรับปรุงเปลี่ยนแปลงระบบการศึกษาของแต่ละประเทศไปในทิศทางที่ดีขึ้น เนื่องจากบรรดานักการศึกษาต่างต้องคิดหาวิธีการที่มีประสิทธิภาพเพื่อให้เด็กสามารถเรียนหนังสือได้อย่างมีศักยภาพและพัฒนาได้เต็มขีดความสามารถภายใต้บริบทปัจจุบัน&nbsp;</p>



<p>สำหรับประเทศที่ร่ำรวย รัฐบาลหลายประเทศได้จัดสรรงบประมาณไปยังกระทรวงศึกษาธิการหรือหน่วยงานที่รับผิดชอบ เพื่อจัดให้มีการสอนเสริม หรือการเรียนพิเศษแบบติวตัวต่อตัว หรือแบบกลุ่มเล็ก และมีครูดูแลอย่างใกล้ชิด ขณะที่ในส่วนของประเทศยากจนเลือกการปรับหลักสูตรไม่ให้แน่นจนเกินไป รวมถึงเปิดทางให้ครูสามารถลดเนื้อหาในหนังสือแบบเรียนเพื่อใช้เวลาส่วนใหญ่สอนความรู้พื้นฐานอย่างการอ่านและการคิดคำนวณ&nbsp;</p>



<p>ขณะเดียวกัน บรรดาครูต้องเพิ่มทักษะการสอนทางไกลและการสอนออนไลน์เพื่อปรับปรุงแนวทางการสอนของตน โดยประยุกต์ใช้เทคโนโลยีทางการศึกษาให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น รวมถึงการนำซอฟต์แวร์เข้ามาใช้ในการสอน เพื่อช่วยให้ห้องเรียนมีความเป็นส่วนตัวมากขึ้น เด็กนักเรียนได้รับมอบหมายบทเรียนที่เหมาะสมกับขีดความสามารถของตนเอง ส่วนครูได้รับการแบ่งเบาภาระจากงานที่ไม่เกี่ยวกับการสอน เช่น การให้คะแนน ทำให้ครูมีเวลาเพิ่มขึ้นในการดูแลเด็กที่ต้องได้รับความช่วยเหลือด้านการเรียนมากที่สุด&nbsp;</p>



<p>นอกจากนี้ วิกฤตโควิด-19 ยังเน้นย้ำให้เห็นว่าครอบครัวเป็นองค์ประกอบสำคัญที่ช่วยให้เด็กประสบความสำเร็จในการเรียนออนไลน์ ในครอบครัวที่เด็กๆ ได้กินอิ่มท้อง มีพ่อแม่คอยสนับสนุน มีหนังสือให้อ่านเต็มบ้าน ถือเป็นประโยชน์ต่อการศึกษาของเด็ก เมื่อเวลานี้บ้านได้กลายมาเป็นห้องเรียนไปแล้ว </p>



<p>ทั้งนี้ ในช่วงปีที่ผ่านมา นักสังคมสงเคราะห์ได้เร่งให้ความช่วยเหลือกลุ่มเด็กยากจนและเด็กด้อยโอกาส อาทิ จัดหาแว่นสายตาให้เด็กสามารถอ่านหนังสือได้จากหน้าจอคอมพิวเตอร์ หรือให้ความช่วยเหลือพ่อแม่ผู้ปกครองเรื่องงานเอกสาร และในการส่งการบ้านของลูก ขณะที่บางโรงเรียนขยายขอบเขตให้บริการรับปรึกษาปัญหาสุขภาพจิต และสร้างช่องทางให้เด็กๆ เข้าถึงหน่วยงานที่ช่วยป้อมปรามปัญหาความรุนแรงในบ้านได้&nbsp;</p>



<p>อย่างไรก็ตาม เป็นเรื่องน่าเสียดายที่มีรัฐบาลทั่วโลกเพียงหยิบมือเท่านั้นที่สามารถดำเนินมาตรการเพื่อชดเชยความรู้ที่สูญหายของเด็กในช่วงเวลาที่โรงเรียนปิด แถมผลการสำรวจพบว่าปีที่ผ่านมามีเพียง 2% ของงบประมาณบรรเทาเยียวยาผลกระทบจากวิกฤตโควิด-19 ที่ส่งถึงภาคการศึกษา ขณะที่สหประชาชาติ (UN) พบว่า ในช่วงฤดูใบไม้ร่วงที่ผ่านมา มีเพียง 1 ใน 4 ของเด็กนักเรียนเท่านั้นที่สามารถเข้าถึงโครงการช่วยเหลือเยียวยาที่รัฐจัดสรรไว้ให้</p>



<p>ทั้งนี้ ปีหน้ารัฐบาลอังกฤษมีแผนด้านงบประมาณเพิ่มขึ้น เพื่อช่วยเหลือเด็กนักเรียนได้ติวพิเศษ แต่ก็ยังเป็นงบที่น้อยกว่าเงินอุดหนุนของรัฐที่ให้กับครัวเรือนในการซื้ออาหารราคาพิเศษเป็นระยะเวลา 1 เดือน ขณะที่สถานการณ์ในสหรัฐฯ ดีกว่าเล็กน้อย เนื่องจากสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจัดสรรงบพิเศษเพิ่มเติมช่วยเด็กนักเรียนได้ติวพิเศษกับติวเตอร์มืออาชีพ แต่สัดส่วนของงบประมาณที่สหรัฐฯ จัดสรรมาให้นี้กลับเป็นเงินพิเศษเพียง 20% เท่านั้น แถมเงินส่วนนี้ยังถูกใช้ไปกับการจัดหาวัสดุอุปกรณ์เกี่ยวกับอนามัยและความสะอาด เพื่อสกัดกั้นการแพร่เชื้อ รวมถึงแผงกั้นพลาสติกระหว่างโต๊ะนักเรียน ที่ทำให้มองเห็นกระดานได้ยากขึ้น</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-944905"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/07/05-แปล-ศึกษาทั่วโลก-02.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p>ยิ่งไปกว่านั้น สหประชาชาติรายงานว่า หากหลายประเทศยังตกอยู่ในวิกฤตเศรษฐกิจ จำนวน 2 ใน 3 ของประเทศยากจนทั่วโลกเลือกหั่นงบประมาณทางการศึกษาก่อนเป็นลำดับแรก ซึ่งตามปกติแล้ว ประเทศยากจนเหล่านี้มีงบทางการศึกษาอยู่ในระดับที่ต่ำและไม่เพียงพออยู่แล้ว กล่าวคือ ประเทศยากจนใช้เงิน 48 ดอลลาร์สหรัฐ (ราว 1,527 บาท) ต่อปีสำหรับเด็กหนึ่งคน ส่วนประเทศร่ำรวยใช้ 8,500 ดอลลาร์สหรัฐ (ราว 270,461 บาท) ต่อปีสำหรับเด็กหนึ่งคนโดยประมาณ</p>



<p>อีกทั้งสถานการณ์การศึกษาในประเทศยากจนมีแนวโน้มย่ำแย่ลงเรื่อยๆ เมื่อยูเอ็นคาดการณ์ว่าความช่วยเหลือจากองค์กรระหว่างประเทศหรือรัฐบาลต่างชาติเพื่อการศึกษาจะลดลง 12% ระหว่างปี 2018 &#8211; 2022 (สืบเนื่องจากวิกฤตเศรษฐกิจที่ต่อเนื่องมาจากวิกฤตโควิด-19)</p>



<p>ทั้งนี้ เป็นเรื่องน่าเศร้าที่รัฐบาลในหลายประเทศทั่วโลกมักเลือกที่จะละเลยประเด็นด้านการศึกษา หรือให้ความสำคัญเป็นลำดับท้ายๆ ทั้งๆ ที่การยกระดับการศึกษาหรือการพัฒนาโรงเรียนเป็นเรื่องจำเป็นที่ต้องใช้งบประมาณมหาศาล ดังนั้นจึงไม่อาจหลีกเลี่ยงการเผชิญหน้ากันระหว่างกลุ่มผลประโยชน์กับบรรดานักการเมืองและรัฐบาล</p>



<p>อย่างไรก็ตาม การศึกษาคือสิ่งที่สำคัญและจำเป็นสำหรับชีวิตของทุกคน เพราะไม่มีอะไรเป็นสิ่งที่ยืนยันถึงอนาคตที่ดีในวันหน้าได้เท่ากับการได้รับการศึกษาที่ดี ดังนั้น อย่างน้อยที่สุดรัฐบาลนานาประเทศควรยกระดับและฟื้นฟูความเสียหายที่เกิดจากการปิดโรงเรียนเป็นเวลานานเพราะการระบาดของโควิด-19 และหากเป็นไปได้ รัฐบาลควรใช้โอกาสนี้ เร่งปฏิรูประบบการเรียนให้มีคุณภาพ และเหมาะสมกับสถานการณ์มากที่สุด</p>



<p></p>



<p><strong>ที่มา :</strong> <a href="https://www.economist.com/leaders/2021/06/24/closing-the-worlds-schools-caused-children-great-harm?fbclid=IwAR1azUNpMJaNc9a0bGSV0iWstt2l26jzberO9y9ug69YTqtIIetIa9P0jSw" target="_blank" rel="noreferrer noopener" title="https://www.economist.com/leaders/2021/06/24/closing-the-worlds-schools-caused-children-great-harm?fbclid=IwAR1azUNpMJaNc9a0bGSV0iWstt2l26jzberO9y9ug69YTqtIIetIa9P0jSw">Closing the world’s schools caused children great harm</a></p><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/news-closing-the-worlds-schools-caused-children-great-harm/">ชี้การศึกษาทั่วโลกเตรียมรับงานหนักหลังโควิดเหตุปิดโรงเรียนทำให้เด็กจำเป็นต้องเรียนเสริม</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>โปแลนด์เร่งปรับปรุงกฎหมายฉบับใหม่เพื่อยกระดับทักษะนักเรียนอาชีวะ</title>
		<link>https://www.eef.or.th/news-07-10-20/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 06 Oct 2020 04:00:30 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[ข่าวสารความรู้]]></category>
		<category><![CDATA[โปแลนด์]]></category>
		<category><![CDATA[UN]]></category>
		<category><![CDATA[Olga Semeniuk]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?p=22154</guid>

					<description><![CDATA[<p>แปลและเรียบเรียง: นงลักษณ์ อัจนปัญญา &#160; ทางการโปแลน [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/news-07-10-20/">โปแลนด์เร่งปรับปรุงกฎหมายฉบับใหม่เพื่อยกระดับทักษะนักเรียนอาชีวะ</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><figure id="attachment_22156" aria-describedby="caption-attachment-22156" style="width: 864px" class="wp-caption aligncenter"><img decoding="async" fetchpriority="high" class="wp-image-22156 size-full" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/10/thumbnail-2.jpg" alt="" width="864" height="454" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/10/thumbnail-2.jpg 864w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/10/thumbnail-2-300x158.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/10/thumbnail-2-768x404.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/10/thumbnail-2-750x394.jpg 750w" sizes="(max-width: 864px) 100vw, 864px" /><figcaption id="caption-attachment-22156" class="wp-caption-text">ที่มาภาพ: Unsplash-PTTI EDU</figcaption></figure></p>
<p style="text-align: right;"><span style="font-weight: 400;"><strong>แปลและเรียบเรียง:</strong> นงลักษณ์ อัจนปัญญา</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><span style="color: #008000;">ทางการโปแลนด์เร่งดำเนินการปรับปรุงแก้ไขแม่แบบทางการศึกษาด้วยการออกกฎหมายฉบับใหม่เกี่ยวกับการฝึกพัฒนาทักษะของนักเรียนอาชีวะ ตั้งเป้าเพิ่ม &#8220;มืออาชีพ&#8221; ที่ตอบโจทย์ตลาดงานในอนาคต</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เว็บไซต์หนังสือพิมพ์ </span><span style="font-weight: 400;">Warsaw Business Journal </span><span style="font-weight: 400;">ของโปแลนด์ รายงานว่า ทางกระทรวงการพัฒนาได้แต่งตั้งทีมทำงานที่ประกอบด้วยผู้เชี่ยวชาญในแวดวงการศึกษาหลายสิบคน เพื่อศึกษาและพิจารณาทบทวนการร่างกฎหมายฉบับใหม่ที่ว่าด้วย ทักษะและการศึกษาทวิภาคี (</span><span style="font-weight: 400;">Act on Crafts and Dual Education) </span><span style="font-weight: 400;">ซึ่งจะมีส่วนสำคัญในการปรับปรุงระบบการศึกษาด้านการอาชีวะศึกษา หรือสายอาชีพของประเทศ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">สำหรับเป้าหมายหลักของกฎหมายฉบับใหม่นี้มีขึ้นเพื่อพัฒนากระบวนการหรือขั้นตอนวิธีการของการศึกษาด้านการอาชีวศึกษา ให้สามารถสอดคล้องกับสภาวะตลาดในโลกยุคใหม่มากยิ่งขึ้น อีกทั้งยังจะเปิดทางให้การเรียนการสอนด้านอาชีวะมีความยืดหยุ่น สามารถปรับตัวตอบสนองได้ตรงตามความต้องการของการเปลี่ยนแปลงของสภาพเศรษฐกิจและสังคมโลกที่เป็นไปอย่างรวดเร็ว</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">รายงานระบุว่า หนึ่งในการร่างกฎหมายฉบับใหม่ที่จะช่วยยกระดับคุณภาพของอาชีวศึกษาของโปแลนด์ ก็คือการดำเนินการเชื่อมโยงธุรกิจอุตสาหกรรมโรงเรียนไว้กับเขตเศรษฐกิจพิเศษ (</span><span style="font-weight: 400;">special economic zones) </span><span style="font-weight: 400;">และกำหนดทิศทางทางการศึกษาควบคู่ไปกับนโยบายใหม่อย่าง แผนการพัฒนาที่ส่งเสริมระบบนิเวศน์ (</span><span style="font-weight: 400;">ecology) </span><span style="font-weight: 400;">เทคโนโลยีการขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้า (</span><span style="font-weight: 400;">electromobility) </span><span style="font-weight: 400;">และอุตสาหกรรม 4.0 (</span><span style="font-weight: 400;">Industry </span><span style="font-weight: 400;">4.0)</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">Olga Semeniuk </span><span style="font-weight: 400;">รองรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาโปแลนด์กล่าวว่า อุตสาหกรรมโรงเรียนในอนาคตจะมีส่วนสัมพันธ์เกี่ยวข้องโดยตรงกับกฎหมายฉบับใหม่ที่ทางกระทรวงการพัฒนากำลังเตรียมจัดทำอยู่ โดยมุ่งให้ความสนใจในการบ่มเพาะขัดเกลาทักษะฝีมือเฉพาะทางของผู้เรียนเป็นหลัก </span></p>
<p><figure id="attachment_22159" aria-describedby="caption-attachment-22159" style="width: 864px" class="wp-caption aligncenter"><img decoding="async" class="wp-image-22159 size-full" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/10/b.jpg" alt="" width="864" height="454" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/10/b.jpg 864w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/10/b-300x158.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/10/b-768x404.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/10/b-750x394.jpg 750w" sizes="(max-width: 864px) 100vw, 864px" /><figcaption id="caption-attachment-22159" class="wp-caption-text">Olga Semeniuk รองรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาโปแลนด์ ที่มาภาพ : www.gov.pl</figcaption></figure></p>
<p><span style="font-weight: 400;">&#8220;ทางกระทรวงกำลังทำงานเพื่อจัดเตรียมกลุ่มคนมืออาชีพที่มีความเชี่ยวชำนาญในแขนงต่างๆ สำหรับโลกอนาคต ซึ่งรวมถึงความเชี่ยวชาญที่เกี่ยวข้องกับระบบนิเวศน์เพื่อสิ่งแวดล้อม เทคโนโลยีขับเคลื่อนด้วยไฟฟ้า และระบบอุตสาหกรรมแห่งดิจิทัล 4.0&#8221; </span><span style="font-weight: 400;">Olga Semeniuk </span><span style="font-weight: 400;">กล่าว</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">รองรัฐมนตรีหญิงแห่งกระทรวงการพัฒนาโปแลนด์ยังเสริมอีกด้วยว่า ภายใต้กฎหมายฉบับใหม่ด้านทักษะและระบบทวิภาคี จะยกระดับสถานะของผู้เรียนในฐานะนักศึกษาที่กำลังศึกษาขัดเกลาฝีมือของตนเอง และในฐานะเด็กฝึกงานที่กำลังจะกลายเป็นมืออาชีพในตลาดในอนาคต</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">สำหรับมืออาชีพในสาขาต่างๆ ที่ว่านี้ </span><span style="font-weight: 400;">Olga Semeniuk </span><span style="font-weight: 400;">เปิดเผยว่า จะแตกต่างออกไปตามความต้องการของตลาดในแต่ละพื้นที่ทั่วประเทศโปแลนด์</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ทั้งนี้ ข้อมูลจากสมาคมทักษะฝีมือแห่งโปแลนด์ พบว่า ปัจจุบัน มีโรงเรียนสายอาชีพด้านการอาชีวะศึกษาที่เป็นเอกชนในโปแลนด์ทั้งสิ้น 38 แห่ง ให้การศึกษาอบรมนักเรียนนักศึกษาทั้งหมดเกือบ 6,000 คน และมีครูคณาจารย์ทำหน้าที่สอนอยู่มากกว่า 1,100 คน </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">สถาบันอาชีวศึกษาเอกชนแห่งแรกของโปแลนด์ได้รับการก่อตั้งขึ้นในปี 1993 โดยเป็นส่วนหนึ่งของแผนริเริ่มขององค์การด้านทักษะฝีมือ ที่ผสมผสานกระบวนการฝึกงานเข้าไว้กับบรรดาช่างฝีมือ ภายใต้สัญญาจ้างงานชั่วคราว ซึ่งช่างฝีมือเหล่านี้ได้รับการศึกษาในภาคทฤษฎีจากโรงเรียนและสถาบันการศึกษา ขณะเดียวกันก็เป็นสมาชิกสมาคมอาชีพที่มีบทบาทระดับกลางในองค์กร</span></p>
<blockquote><p>ความท้าทายของตลาดงานในห้วงเวลานี้ล้วนเกี่ยวข้องกับทักษะฝีมือและความเป็นมืออาชีพที่จะสามารถตอบโจทย์กับความต้องการและความแตกต่างหลากหลายของภูมิภาคยุโรปในอนาคต ซึ่งเรากำลังพูดถึงความสำคัญของกลยุทธ์ทางการศึกษาในยุคพลังงานหมุนเวียนและอุตสาหกรรม 4.0 <em>&#8211; Olga Semeniuk กล่าว</em></p></blockquote>
<p><span style="font-weight: 400;">ความเคลื่อนไหวของทางการโปแลนด์ในครั้งนี้ มีขึ้นท่ามกลางการออกแผนงาน หรือนโยบายด้านการศึกษาของรัฐบาลอีกหลายประเทศในยุโรป ที่ต่างเร่งปรับหลักสูตรให้สอดคล้องกับสถานการณ์การระบาดของไวรัสโควิด -19 โดยนอกจากจะมีการจัดสรรงบพิเศษเพิ่มเติม เพื่อให้ความช่วยเหลือเด็กด้อยโอกาสและเด็กยากจนในสังคมแล้ว ยังมีการทบทวนแก้ไขปรับปรุงหลักสูตร เพื่อให้สามารถตอบโจทย์ต่อการเปลี่ยนแปลงทางสังคมหลังสิ้นสุดการระบาดอีกทางหนึ่งด้วย </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">การเร่งปรับปรุงหลักสูตรและระบบการศึกษาของหลายประเทศในยุโรปยังสอดคล้องกับข้อเรียกร้องของทางสหประชาชาติ (</span><span style="font-weight: 400;">UN) </span><span style="font-weight: 400;">ที่ระบุว่า การศึกษา คือกุญแจสำคัญที่สุดอีกดอกหนึ่งที่จะผลักดันขับเคลื่อนให้เศรษฐกิจและสังคมของประเทศหนึ่งๆ และทั่วโลก สามารถฟื้นฟูจากผลกระทบของไวรัสโควิด-19 ได้อย่างรวดเร็ว มั่นคง และยั่งยืน</span></p><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/news-07-10-20/">โปแลนด์เร่งปรับปรุงกฎหมายฉบับใหม่เพื่อยกระดับทักษะนักเรียนอาชีวะ</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>สหรัฐฯ จัดสรรงบประมาณเพิ่มเติม 5 ล้านดอลลาร์ สนับสนุนโครงการเพื่อการศึกษาของสหประชาชาติ (UN)</title>
		<link>https://www.eef.or.th/news-28-09-20/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Sun, 27 Sep 2020 04:57:44 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[ข่าวสารความรู้]]></category>
		<category><![CDATA[UN]]></category>
		<category><![CDATA[Education Cannot Wait]]></category>
		<category><![CDATA[The Future of Education is Here for Those Left Furthest Behind]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?p=22036</guid>

					<description><![CDATA[<p>แปลและเรียบเรียง:  นงลักษณ์ อัจนปัญญา &#160; ผู้แทนด้าน [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/news-28-09-20/">สหรัฐฯ จัดสรรงบประมาณเพิ่มเติม 5 ล้านดอลลาร์ สนับสนุนโครงการเพื่อการศึกษาของสหประชาชาติ (UN)</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><figure id="attachment_22042" aria-describedby="caption-attachment-22042" style="width: 864px" class="wp-caption aligncenter"><img decoding="async" class="wp-image-22042 size-full" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/09/thumbnail-9.jpg" alt="" width="864" height="454" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/09/thumbnail-9.jpg 864w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/09/thumbnail-9-300x158.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/09/thumbnail-9-768x404.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/09/thumbnail-9-750x394.jpg 750w" sizes="(max-width: 864px) 100vw, 864px" /><figcaption id="caption-attachment-22042" class="wp-caption-text">ที่มาภาพ : unsplash-Annie Spratt, Kevin Morris</figcaption></figure></p>
<p style="text-align: right;"><span style="font-weight: 400;"><strong>แปลและเรียบเรียง:</strong> </span><span style="font-weight: 400;"> </span><span style="font-weight: 400;">นงลักษณ์ อัจนปัญญา</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><span style="color: #008000;">ผู้แทนด้านการศึกษาของสหรัฐฯ ประกาศจัดสรรงบประมาณเพิ่มเติมอีก 5 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพื่อใช้สนับสนุนโครงการเพื่อการศึกษาของสหประชาชาติ (UN) อย่าง Education Cannot Wait หวังช่วยประคับประคองสถานการณ์การศึกษาโลกที่กำลังเผชิญกับวิกฤตใหญ่ในขณะนี้</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">การตัดสินใจของสหรัฐฯ มีขึ้น ระหว่างการเข้าร่วมการประชุมหารือกับบรรดาผู้นำโลก ผู้เชี่ยวชาญด้านการศึกษา และตัวแทนคนหนุ่มสาว ผ่านระบบออนไลน์ ภายใตัหัวข้อ “</span><span style="font-weight: 400;">The Future of Education is Here for Those Left Furthest Behind,” </span><span style="font-weight: 400;">โดยเป็นส่วนหนึ่งของการประชุมใหญ่สามัญประจำปีครั้งที่ 75 ของสหประชาชาติ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ทั้งนี้ สหรัฐฯ ถือเป็นผู้สนับสนุนรายใหญ่ของโครงการ </span><span style="font-weight: 400;">Education Cannot Wait </span><span style="font-weight: 400;">นับตั้งแต่ก่อตั้งขึ้นในปี 2017 ส่งผลให้จนถึงขณะนี้ สหรัฐฯ ได้บริจาคเงินสนับสนุนโครงการดังกล่าวรวมแล้วทั้งสิ้น 40.3 ล้านดอลลาร์สหรัฐ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">สำหรับวัตถุประสงค์หลักของ </span><span style="font-weight: 400;">Education Cannot Wait </span><span style="font-weight: 400;">มีขึ้นเพื่อเร่งให้ความช่วยเหลือเด็กๆ ในพื้นที่ขัดแย้ง หรือในสถานการณ์วิกฤตต่างๆ ให้สามารถเข้าถึงการศึกษา อันเป็นสิทธิขั้นพื้นฐานที่เด็กทุกคนพึงมี ไม่ว่าจะมีเพศสภาพ เชื้อชาติ และศาสนาใดก็ตาม </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">โดยสหประชาชาติระบุว่า จำนวนประชากรผู้อพยพลี้ภัยทั่วโลกมากกว่าครึ่ง คือเด็กและเยาวชนอายุต่ำกว่า 18 ปี ที่ส่วนใหญ่ใช้ชีวิตตลอดวัยเด็กของตนอาศัยอยู่ในประเทศลี้ภัย และต้องเสี่ยงกับการถูกล่วงละเมิด ตกเป็นเหยื่อของพวกค้ามนุษย์ หรือความรุนแรงในรูปแบบต่างๆ ดังนั้นการให้ความช่วยเหลือเด็กเหล่านี้ เพื่อให้เข้าถึงการศึกษาอันเป็นพื้นฐานสำคัญต่อการเรียนรู้ตลอดชีวิต และจุดประกายความหวังต่ออนาคตที่ดีจึงเป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่ง</span></p>
<p><figure id="attachment_22037" aria-describedby="caption-attachment-22037" style="width: 864px" class="wp-caption aligncenter"><img decoding="async" loading="lazy" class="wp-image-22037 size-full" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/09/a-15.jpg" alt="" width="864" height="454" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/09/a-15.jpg 864w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/09/a-15-300x158.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/09/a-15-768x404.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/09/a-15-750x394.jpg 750w" sizes="(max-width: 864px) 100vw, 864px" /><figcaption id="caption-attachment-22037" class="wp-caption-text">ที่มาภาพ : unsplash-Andrew Ebrahim</figcaption></figure></p>
<p><span style="font-weight: 400;">การตัดสินใจครั้งนี้ของสหรัฐฯ ได้รับเสียงชื่นชมและคำแสดงความขอบคุณจากผู้เชี่ยวชาญด้านการศึกษาและตัวแทนจากยูเอ็นอย่างมาก โดยระบุว่า สหรัฐฯ เป็นผู้สนับสนุนโครงการ </span><span style="font-weight: 400;">Education Cannot Wait </span><span style="font-weight: 400;">มาด้วยดีโดยตลอด รวมถึง คงบทบาทผู้นำในการใช้ความช่วยเหลือบรรเทาวิกฤตมนุษยชนต่างๆ ทั่วโลกมาโดยตลอด</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ด้านผู้แทนจากสหรัฐฯ กล่าวว่า การลงทุนในเด็กและครอบครัว ตลอดจนชุมชนที่ได้รับผลกระทบจากวิกฤตการณ์ต่างๆ ถือเป็นส่วนหนึ่งของการส่งเสริมสนับสนุนการสร้างโลกที่ปลอดภัยมั่นคงอย่างยั่งยืนสำหรับคนทุกคน และสหรัฐฯ รู้สึกภาคภูมิใจที่ได้เป็นผู้นำในการช่วยเหลือดังกล่าว โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การทำให้การศึกษาสามารถเข้าถึงได้สำหรับทุกคนแม้ในยามวิกฤต และการเป็นผู้ริเริ่มให้ประเทศอื่นๆ ได้ช่วยกันบริจาคเงินสนับสนุนตามมา</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><span style="font-weight: 400;"><strong>ที่มา:</strong> </span><a href="https://reliefweb.int/report/world/united-states-announces-additional-5-million-education-cannot-wait" target="_blank" rel="noopener noreferrer">The United States Announces an Additional $5 Million for Education Cannot Wait</a></p><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/news-28-09-20/">สหรัฐฯ จัดสรรงบประมาณเพิ่มเติม 5 ล้านดอลลาร์ สนับสนุนโครงการเพื่อการศึกษาของสหประชาชาติ (UN)</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ก่อนที่วิกฤต COVID-19 จะทำให้เกิดโศกนาฎกรรมในแวดวงการศึกษาโลก</title>
		<link>https://www.eef.or.th/6942-2/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 29 Jun 2020 12:07:05 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[ข่าวสารความรู้]]></category>
		<category><![CDATA[IDA]]></category>
		<category><![CDATA[Larry Summers]]></category>
		<category><![CDATA[G20]]></category>
		<category><![CDATA[Debt Service Suspension Initiative]]></category>
		<category><![CDATA[DSSI]]></category>
		<category><![CDATA[International Development Association]]></category>
		<category><![CDATA[COVID-19]]></category>
		<category><![CDATA[UN]]></category>
		<category><![CDATA[องค์การสหประชาชาติ]]></category>
		<category><![CDATA[Gordon Brown]]></category>
		<category><![CDATA[World Innovation Summit for Education]]></category>
		<category><![CDATA[WISE]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?p=17582</guid>

					<description><![CDATA[<p>แปลและเรียบเรียง : นงลักษณ์ อัจนปัญญา &#160; นาย Gordon [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/6942-2/">ก่อนที่วิกฤต COVID-19 จะทำให้เกิดโศกนาฎกรรมในแวดวงการศึกษาโลก</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><img decoding="async" loading="lazy" class="aligncenter size-full wp-image-17584" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/06/thumbnail-21.jpg" alt="" width="864" height="454" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/06/thumbnail-21.jpg 864w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/06/thumbnail-21-300x158.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/06/thumbnail-21-768x404.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/06/thumbnail-21-750x394.jpg 750w" sizes="(max-width: 864px) 100vw, 864px" /></p>
<p style="text-align: right;"><span style="font-weight: 400;">แปลและเรียบเรียง : นงลักษณ์ อัจนปัญญา</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><b>นาย Gordon Brown ตัวแทนทูตพิเศษของยูเอ็น ออกโรงวิงวอน บรรดารัฐบาลและเอกชนชั้นนำ รวมถึงทุกองค์กรหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในทุกระดับชั้น ร่วมมือร่วมใจเร่งลงทุนเพื่อฟื้นฟูปฎิรูปด้านการศึกษา ก่อนที่วิกฤต COVID-19 จะทำให้เกิดโศกนาฎกรรมในแวดวงการศึกษาโลก</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">อดีตนายกรัฐมนตรีของอังกฤษกล่าวเตือนในฐานะทูตพิเศษด้านการศึกษาโลก (Global Education) แห่งองค์การสหประชาชาติ (UN) โดยระบุว่า ภาวะชะงักงันที่เกิดขึ้นจากสถานการณ์การระบาดของไวรัสโคโรน่าสายพันธุ์ใหม่จะมีผลกระทบต่อวงการการศึกษาทั่วโลกอย่างมหาศาลชนิดที่ไม่มีอะไรเทียบเท่าได้ </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">นับเป็นความเสียหายที่มีอำนาจทำลายล้างรุนแรงเพียงพอที่จะเป็น </span><b>&#8220;โศกนาฎกรรม&#8221;</b><span style="font-weight: 400;"> ของมนุษยชาติ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ทั้งนี้ นาย Gordon Brown ได้เรียกร้องให้นานาประเทศทั่วโลกหันมาให้ความสำคัญกับการลงทุนด้านการศึกษาเป็นลำดับต้นๆ เพื่อกลบลบช่องว่างความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาที่ขยายกว้างมากขึ้นในช่วงวิกฤต COVID-19</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">&#8220;การลงทุนและให้จัดสรรทุนงบประมาณให้แก่การศึกษาเป็นปัจจัยสำคัญที่ต้องคำนึงถึงอย่างจริงจัง&#8221; อดีตผู้นำอังกฤษในช่วงปี 2007-2010 ระบุ ก่อนกล่าวเสริมว่า โศกนาฏกรรมของมนุษยชาติจะเกิดขึ้นหากว่าทั่วโลกละเลยที่จะไม่ลงมือทำอันใด และปล่อยให้การศึกษาอยู่ในสภาพขาดแคลนทุนทรัพย์เพื่อฟื้นฟูพัฒนา</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">โดยความขาดแคลนดังกล่าว เปรียบได้กับการทำลายรากฐานในการพัฒนาประเทศที่จำเป็นต้องได้รับการฟื้นฟูอย่างเร่งด่วนจากวิกฤตไวรัสโคโรน่าสายพันธุ์ใหม่ และการศึกษา คือส่วนหนึ่งที่สำคัญในการพัฒนาฟื้นฟูจาก COVID-19 โดยเฉพาะกับกลุ่มประเทศยากจน </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ที่ผ่านมา ทาง UN ย้ำเสมอว่า ภาวะชะงักงันจาก COVID-19 ในด้านการศึกษา ที่หมายรวมถึง การปิดโรงเรียนในหลายประเทศทั่วโลก คือความเสียหายที่ไม่อาจประเมินค่าได้ ขณะที่ บรรดาผู้เชี่ยวชาญต่างวิตกกังวลว่า วิกฤต COVID-19 จะส่งผลให้ประเทศรายได้ปานกลางและรายได้ต่ำตกอยู่ในภาวะอัตคัต เพราะขาดแคลนทุนทรัพย์และทรัพยากรที่จำเป็นต่อการเรียนหนังสือของเด็กนักเรียนในประเทศ</span></p>
<p><figure id="attachment_17585" aria-describedby="caption-attachment-17585" style="width: 855px" class="wp-caption aligncenter"><img decoding="async" loading="lazy" class="wp-image-17585 size-full" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/06/a-29.jpg" alt="" width="855" height="569" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/06/a-29.jpg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/06/a-29-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/06/a-29-768x511.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/06/a-29-750x499.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/06/a-29-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /><figcaption id="caption-attachment-17585" class="wp-caption-text">ที่มาภาพ : unsplash &#8211; Santi Vedrí</figcaption></figure></p>
<p><span style="font-weight: 400;">&#8220;นอกจากชักจูงให้นานาประเทศตระหนักว่า พวกเขาไม่สามารถสร้างอนาคตที่ยาวนานและยั่งยืนได้โดยปราศจากการลงทุนด้านการศึกษา พวกเราจำเป็นต้องกระตุ้นเตือนให้พวกเขารู้ว่า การศึกษาเป็นกุญแจสำคัญที่จะปลดล็อคโอกาสในการจ้างงานอีกทางหนึ่งด้วย&#8221; นาย Gordon Brown กล่าว</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ความคิดเห็นของอดีตผู้นำอังกฤษครั้งนี้มีขึ้นระหว่างการเข้าร่วมงานสัมมนาออนไลน์ World Innovation Summit for Education (WISE) ที่ทาง UN เป็นเจ้าภาพจัดขึ้น ภายใต้หัวข้อหลัก &#8220;Education Disrupted, Education Reimagined&#8221; โดยมีเป้าหมายเพื่อแบ่งปันแลกเปลี่ยนความคิดเห็นสำหรับเป็นแนวทางในการวางแผนปฎิรูประบบการศึกษาทั่วโลกหลังยุควิกฤต COVID-19</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ในมุมมองของอดีตผู้นำประเทศ นาย Gordon Brown มองว่า นอกเหนือไปจากการที่ภาครัฐต้องให้ความสำคัญกับการจัดสรรงบประมาณลงทุนด้านการศึกษาอย่างจริงจังแล้ว รัฐบาลในประเทศร่ำรวยและองค์กรด้านการเงินระหว่างประเทศต่างๆ จำเป็นต้องคำนึงถึงการพิจารณาทบทวนปรับเปลี่ยนมาตรการเพื่อผ่อนคลายภาระหนี้ให้กับบรรดาประเทศยากจน เพื่อให้ประเทศเหล่านี้ มีงบประมาณที่เพียงพอเพื่อนำไปลงทุนด้านการศึกษาและการสาธารณสุข</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">นาย Gordon Brown อธิบายว่า ด้วยสถานการณ์ของไวรัสโคโรน่าสายพันธุ์ใหม่จนทำให้เศรษฐกิจของแทบจะทุกประเทศทั่วโลกตกอยู่ในภาวะย่ำแย่หรือถดถอย กลายเป็นข้อจำกัดที่ทำให้รัฐบาลของหลายประเทศตกอยู่ในสภาพงบประมาณจำกัด ยิ่งประเทศไหนที่มีภาระหนี้อยู่แล้ว ยิ่งเป็นเรื่องที่น่าเป็นห่วง </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">&#8220;ประชากรราว 80,000 ล้านคนใน 76 ประเทศยากจนทั่วโลกต้องเผชิญกับการหาเงินเพื่อจ่าย</span><span style="font-weight: 400;">หนี้</span><span style="font-weight: 400;">อย่างน้อยในช่วง 18 เดือนข้่างหน้า&#8221; อดีตผู้นำอังกฤษกล่าว โดยประเทศยากจนเหล่านี้คือประเทศที่มีรายได้ปานกลางและรายได้ต่ำซึ่งได้รับการสนับสนุนช่วยเหลือจาก International Development Association (IDA &#8211; สมาคมพัฒนาการระหว่างประเทศ) อีกทั้ง ยังเป็นบ้านของเด็กวัยเรียน 80% ทั่วโลก</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ทั้งนี้ นาย Gordon Brown มองว่า แทนที่จะเก็บค่าธรรมเนียมดอกเบี้ยจากประเทศเหล่านี้ ก็ปล่อยให้นำเงินส่วนนี้ไปใช้ในด้านการศึกษาและสาธารณสุขจะดีกว่า โดยน่าจะเป็นหนทางที่เร็วที่สุดที่ทุกฝ่ายจะได้เห็นเม็ดเงินเข้าไปลงทุนในด้านการศึกษาและการสาธารณสุข</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">แม้จะไม่ได้มีการเอ่ยชื่อประเทศหรือกลุ่มองค์กรที่จะต้องเข้ามารับผิดชอบในการจัดสรรมาตรการผ่อนผันชำระหนี้ แต่ก่อนหน้านี้ เมื่อเดือนเมษายนที่ผ่านมา ทูตพิเศษด้านการศึกษาของ UN เคยแสดงความเห็นระหว่างพูดคุยกับ นาย Larry Summers อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังสหรัฐฯ  เมื่อเดือนเมษายนที่ผ่านมา โดยเอ่ยถึง จีน ในฐานะนักลงทุนและเจ้าหนี้รายใหญ่ในหลายประเทศทั่วโลก ว่าสมควรเป็นแกนนำหลังในการจัดการมาตรการผ่อนผันบรรเทาภาระหนี้ </span></p>
<p><figure id="attachment_17586" aria-describedby="caption-attachment-17586" style="width: 855px" class="wp-caption aligncenter"><img decoding="async" loading="lazy" class="wp-image-17586 size-full" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/06/b-16.jpg" alt="" width="855" height="569" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/06/b-16.jpg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/06/b-16-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/06/b-16-768x511.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/06/b-16-750x499.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/06/b-16-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /><figcaption id="caption-attachment-17586" class="wp-caption-text">ที่มาภาพ : unsplash &#8211; kian zhang</figcaption></figure></p>
<p><span style="font-weight: 400;">&#8220;ที่ผ่านมา การตัดสินใจของจีนเพื่อเป็นนักลงทุนระยะยาวให้แก่บรรดาประเทศกำลังพัฒนา รวมถึงเร่งลงทุนพัฒนาในด้านโครงสร้างสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐานในต่างแดนล้วนเป็นสิ่งที่น่าชื่นชมยินดี ดังนั้น นี่จึง</span><span style="font-weight: 400;">เป็น</span><span style="font-weight: 400;">เวลาสำคัญสำหรับจีนที่จะยกระดับบทบาทผู้นำ รวมกับเจ้าหนี้รายอื่นๆ ในการผ่อนผันการชำระหนี้ในปีนี้และปีหน้าออกไป&#8221; ทูตพิเศษยูเอ็นกล่าว</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">นอกจากดำรงตำแหน่งในฐานะทูตพิเศษด้านการศึกษาโลกของ UN แล้ว นาย Gordon Brown ยังดำรงตำแหน่งประธานคณะกรรมาธิการด้านการศึกษาแห่งอังกฤษ และถือเป็นหนึ่งในแกนนำสำคัญที่อุทิศตัวสนับสนุนการลงทุนเพื่อการปฎิรูปด้านการศึกษา โดยเชื่อว่า การจัดสรรเงินโดยตรงให้กับพ่อแม่ผู้ปกครอง เพื่อเป็นค่าใช้จ่ายด้านค่าเทอม โครงการอาหารกลางวัน การฝึกอบรมเสริมทักษะครู และการพัฒนาเทคโนโลยีนวัตกรรมการศึกษาใหม่ๆ จะมีส่วนช่วยอย่างมากในการพลิกโฉมวงการการศึกษาให้ก้าวหน้า ทั่วถึง และเท่าเทียมเสมอภาคกัน </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ความเห็นของนาย Gordon Brown ยังมีขึ้นหลังจากที่บรรดาผู้นำกลุ่มประเทศชั้นนำ 20 ประเทศ (G20) บรรลุข้อตกลงเห็นชอบให้ระงับการชำระหนี้ให้แก่ประเทศที่มีคุณสมบัติตามเกณฑ์ในโครงการ Debt Service </span><span style="font-weight: 400;">Suspension Initiative (DSSI) ซึ่งเป็นโครงการนำร่องเพื่อระงับการชำระหนี้ให้แก่ประเทศที่มีประวัติดี โดยคาดว่าจะมีถึง 73 ประเทศทั่วโลกที่ได้รับประโยชน์จากโครงการดังกล่าว ทำให้ลดภาระที่ต้องแบกรัรบจากผลกระทบทางเศรษฐกิจเพราะการระบาดของ COVID-19</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ทาง G20 เปิดเผยเมื่อวันศุกร์ที่ 26 มิถุนายนว่า จนถึงขณะนี้ มีประเทศเข้ายื่นขอเข้าร่วมโครงการแล้ว 41 แห่ง ในจำนวนนี้ 26 แห่งมาจากภูมิภาคแอฟริกา</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><span style="font-weight: 400;">ที่มา : </span><a href="https://www.cnbc.com/2020/06/26/gordon-brown-potential-human-tragedy-unfolding-in-global-education.html" target="_blank" rel="noopener noreferrer">Potential ‘human tragedy’ unfolding in global education, former UK PM says</a></p><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/6942-2/">ก่อนที่วิกฤต COVID-19 จะทำให้เกิดโศกนาฎกรรมในแวดวงการศึกษาโลก</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>UN เตือน ไวรัสโควิด-19 ทำให้เด็กๆ ตกอยู่ในอันตราย</title>
		<link>https://www.eef.or.th/60526-2/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Sat, 18 Apr 2020 11:12:13 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[ข่าวสารความรู้]]></category>
		<category><![CDATA[สหประชาชาติ]]></category>
		<category><![CDATA[COVID-19]]></category>
		<category><![CDATA[UN]]></category>
		<category><![CDATA[อันโตนิโอ กูร์เตอร์เรส]]></category>
		<category><![CDATA[ยูเอ็น]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?p=13020</guid>

					<description><![CDATA[<p>เลขาธิการใหญ่แห่งสหประชาชาติ ออกโรงเตือน รัฐบาลนานาประเ [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/60526-2/">UN เตือน ไวรัสโควิด-19 ทำให้เด็กๆ ตกอยู่ในอันตราย</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><img decoding="async" loading="lazy" class="aligncenter size-full wp-image-13024" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/04/620523-Phasuk-Udon136-1-scaled.jpg" alt="" width="2560" height="1707" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/04/620523-Phasuk-Udon136-1-scaled.jpg 2560w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/04/620523-Phasuk-Udon136-1-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/04/620523-Phasuk-Udon136-1-1024x683.jpg 1024w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/04/620523-Phasuk-Udon136-1-768x512.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/04/620523-Phasuk-Udon136-1-1536x1024.jpg 1536w" sizes="(max-width: 2560px) 100vw, 2560px" /></p>
<p>เลขาธิการใหญ่แห่งสหประชาชาติ ออกโรงเตือน รัฐบาลนานาประเทศทั่วโลก อย่าละเลยเด็กและเยาวชนของตน เนื่องจาก ไวรัสโควิด-19 กำลังส่งผลกระทบและเป็นอันตรายต่อชีวิตและความเป็นอยู่ของเด็กๆ เหล่านี้</p>
<p>นายอันโตนิโอ กูร์เตอร์เรส เลขาธิการยูเอ็น ออกแถลงการณ์ผ่านวีดีโอช่วงปลายสัปดาห์ที่ผ่านมา โดยย้ำว่า ไวรัสโควิด-19 ทำให้ชีวิตความเป็นอยู่ของเด็กหลายล้านคนทั่วโลกพลิกคว่ำชนิดหน้ามือเป็นหลังมือ เด็กนักเรียนเกือบทั้งหมดต้องออกจากโรงเรียนกลางคัน ต้องเผชิญหน้ากับความตีงเครียดในครอบครัวเพราะมาตรการล็อคดาวน์ และรายได้ของครัวเรือนที่ลดลงกดดันให้ครอบครัวยากจนต้องลดค่าใช้จ่ายจำเป็นด้านอาหารและสุขภาพ ซึ่งทั้งหมดล้วนส่งผลกระทบต่อเด็กๆ อย่างไม่อาจหลีกเลี่ยงได้</p>
<p>นายกูร์เตอร์เรส ยังได้เรียกร้องให้บรรดาครอบครัวและผู้นำในทุกระดับชั้นทั่วโลก หาทางปกป้องเด็กๆ เหล่านี้ และว่า จนถึงขณะนี้ เด็กๆ นับเป็นคนกลุ่มใหญ่ที่ต้องเผชิญกับอาการเจ็บป่วยรุนแรงเพราะไวรัสโควิด-19</p>
<p>อย่างไรก็ตาม สิ่งที่น่าวิตกยิ่งกว่า ก็คือสถานการณ์หลังจากไวรัสโควิด-19 คลี่คลาย เนื่องจากเศรษฐกิจโลกจะเข้าสู่ภาวะถดถอย ซึ่งสถานการณ์ดังกล่าวจะส่งผลให้เด็กๆ หลายแสนคนทั่วโลกต้องตายเพิ่มขึ้นอีกในปี 2020 นี้</p>
<p>ด้านกองทุนเพื่อเด็กแห่งสหประชาชาติ หรือ ยูนิเซฟ เปิดเผยว่า ตัวเลขคาดการณ์ข้างต้น ประเมินจากรายงานเมื่อปี 2011 ของนักเศรษฐศาสตร์ 3 คน ซึ่งศึกษาวิจัยผลกระทบของภาวะ Income Shock หรือ การที่รายได้ของครอบครัวลดลงอย่างรุนแรงต่ออัตราการตายของเด็กทารก</p>
<p><img decoding="async" loading="lazy" class="aligncenter size-full wp-image-13026" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/04/ข่าวUN.jpg" alt="" width="960" height="540" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/04/ข่าวUN.jpg 960w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/04/ข่าวUN-300x169.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/04/ข่าวUN-768x432.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/04/ข่าวUN-750x422.jpg 750w" sizes="(max-width: 960px) 100vw, 960px" /></p>
<p>ทั้งนี้ เลขาธิการยูเอ็น ได้เปิดเผยรายงานความเสี่ยงที่เด็กต้องเผชิญในสถานการณ์ไวรัสโควิด-19 ซึ่งพบว่า มีเด็กได้รับผลกระทบมากกว่า 1,500 ล้านคนใน 188 ชาติทั่วโลก เนื่องจากมาตรการปิดโรงเรียนทั่วประเทศ และเด็กเกือบ 369 ล้านคน ใน 143 ประเทศ ซึ่งต้องพึ่งพามื้ออาหารที่โรงเรียนจำเป็นต้องได้รับความช่วยเหลือด้านอาหารจากแหล่งอื่นแทนโรงเรียน</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><strong>ที่มา :</strong> AP, Money Control<br />
<a href="https://www.moneycontrol.com/news/world/un-warns-virus-putting-children-in-jeopardy-5157771.html?fbclid=IwAR3AjRmkBvKEceEgEd4bCKU0xYP79CUCwOxDDmMjzdIxw5M20eJiqYyy770">UN warns virus putting children `in jeopardy’</a></p>
<p><strong>แปลและเรียบเรียง :</strong> นงลักษณ์ อัจนปัญญา</p><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/60526-2/">UN เตือน ไวรัสโควิด-19 ทำให้เด็กๆ ตกอยู่ในอันตราย</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>&#8220;ปิดโรงเรียน&#8221; หนีโควิด-19 สะท้อนความเหลื่อมล้ำด้านดิจิทัลทั่วเอเชีย</title>
		<link>https://www.eef.or.th/2134624-2/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Sat, 06 Jun 2020 04:13:23 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[ข่าวสารความรู้]]></category>
		<category><![CDATA[International Telecommunication Union]]></category>
		<category><![CDATA[unesco]]></category>
		<category><![CDATA[COVID-19]]></category>
		<category><![CDATA[ออสเตรเลีย]]></category>
		<category><![CDATA[UN]]></category>
		<category><![CDATA[Audrey Azoulay]]></category>
		<category><![CDATA[ITU]]></category>
		<category><![CDATA[องค์การสหประชาชาติ]]></category>
		<category><![CDATA[Julian Thomas]]></category>
		<category><![CDATA[มหาวิทยาลัยอาร์เอ็มไอที]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?p=15564</guid>

					<description><![CDATA[<p>แปลและเรียบเรียง : นงลักษณ์ อัจนปัญญา &#160; คำสั่งปิดโ [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/2134624-2/">“ปิดโรงเรียน” หนีโควิด-19 สะท้อนความเหลื่อมล้ำด้านดิจิทัลทั่วเอเชีย</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><figure id="attachment_15567" aria-describedby="caption-attachment-15567" style="width: 864px" class="wp-caption aligncenter"><img decoding="async" loading="lazy" class="wp-image-15567 size-full" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/06/thumb.jpg" alt="" width="864" height="454" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/06/thumb.jpg 864w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/06/thumb-300x158.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/06/thumb-768x404.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/06/thumb-750x394.jpg 750w" sizes="(max-width: 864px) 100vw, 864px" /><figcaption id="caption-attachment-15567" class="wp-caption-text">ที่มารูป : edition.cnn.com</figcaption></figure></p>
<p style="text-align: right;"><strong>แปลและเรียบเรียง : <span style="font-weight: 400;">นงลักษณ์ อัจนปัญญา</span></strong></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><span style="font-weight: 400;">คำสั่งปิดโรงเรียน เพื่อหลีกเลี่ยงการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ของนานาประเทศทั่วภูมิภาคเอเชีย ไม่เพียงแต่มีผลทำให้การเรียนการสอนของเด็กนักเรียนหลายร้อยล้านคนในภูมิภาคแห่งนี้หยุดชะงักเท่านั้น แต่ยังกลายเป็นภาพสะท้อนให้เห็นความเป็นจริงของความเหลื่อมล้ำด้านดิจิทัลและเทคโนโลยีที่เกิดขึ้นภายในภูมิภาคเอเชียอีกด้วย</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เว็บไซต์หนังสือพิมพ์ สเตรทไทม์ส หยิบยกรายงานพิเศษของสำนักข่าวรอยเตอร์ส ที่ระบุว่า นักเรียนเอเชียหลายล้านคนกำลังตกอยู่ในความเสี่ยงที่จะถูกทิ้งไว้เบื้องหลัง เพราะไม่สามารถเข้าถึงสัญญาณอินเทอร์เน็ต ทำให้ไม่สามารถเข้าร่วมชั้นเรียนออนไลน์ หรือเข้าถึงเทคโนโลยีสำคัญที่จำเป็นต่อการเรียนการสอนทางไกลได้</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ทั้งนี้ บรรดาผู้เชี่ยวชาญด้านสิทธิมนุษยชนออกโรงเตือนว่า จำนวนนักเรียนที่ถูกทิ้งไว้เบื้องหลังจะยิ่งเพิ่มจำนวนมากขึ้น หากการปิดโรงเรียนกินเวลายืดเยื้อนานออกไปอีก</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ข้อมูลจากองค์การการศึกษา วิทยาศาสตร์และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ (</span><span style="font-weight: 400;">UNESCO) </span><span style="font-weight: 400;">เปิดเผยว่า มีนักเรียนนักศึกษาและเยาวชนทั่วโลกราว 363 ล้านคน ที่ได้รับผลกระทบจากการปิดโรงเรียน และจำนวนดังกล่าวมีแนวโน้มจะเพิ่มสูงขึ้น หากรัฐบาลหลายประเทศตัดสินใจขยายการบังคับใช้มาตรการล็อคดาวน์</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">Audrey Azoulay </span><span style="font-weight: 400;">ผู้อำนวยการทั่วไปของยูเนสโก กล่าวผ่านแถลงการณ์ว่า ยิ่งการปิดโรงเรียนกินเวลานานมากขึ้นเท่าใด ก็ยิ่งทำให้สิทธิทางการศึกษาของเด็กโดนริดรอนมากขึ้นเท่านั้น และเป็นหน้าที่สำคัญที่รัฐบาลในหลายประเทศทั่วโลกจะสรรหามาตรการสำคัญ เพื่อทำให้แน่ใจว่า วิกฤติดังกล่าวจะไม่กระทบต่อการเข้าถึงการศึกษาของเด็กทุกคน มีการใช้นวัตกรรมอย่างเหมาะสม และไม่ทำให้ความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาขยายวงกว้างมากขึ้น</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">รายงานระบุว่า ขณะนี้ โรงเรียนหลายแห่งทั่วโลกต่างหันมาใช้ระบบการเรียนการสอนทางไกล และแพล็ตฟอร์มทางการศึกษาออนไลน์ต่างๆ เพื่อเข้าถึงนักเรียนจากระยะไกล ทว่า ปัจจัยด้าน &#8220;</span><span style="font-weight: 400;">Digital Divide&#8221; </span><span style="font-weight: 400;">หรือ ความเหลื่อมล้ำในสังคมที่เกิดจากโอกาสในการเข้าถึงสารสนเทศที่ไม่เท่าเทียมกัน ถือเป็นปัจจัยท้าทายสำคัญของระบบการศึกษาทางไกลในหลายประเทศ โดยเฉพาะในภูมิภาคเอเชีย</span></p>
<p><figure id="attachment_15569" aria-describedby="caption-attachment-15569" style="width: 855px" class="wp-caption aligncenter"><img decoding="async" loading="lazy" class="wp-image-15569 size-full" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/06/a-4.jpg" alt="" width="855" height="569" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/06/a-4.jpg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/06/a-4-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/06/a-4-768x511.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/06/a-4-750x499.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/06/a-4-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /><figcaption id="caption-attachment-15569" class="wp-caption-text">ที่มาภาพ : straitstimes.com</figcaption></figure></p>
<p><span style="font-weight: 400;">สหภาพโทรคมนาคมระหว่างประเทศ (</span><span style="font-weight: 400;">International Telecommunication Union (ITU)) </span><span style="font-weight: 400;">ซึ่งเป็นหน่วยงานด้านอินเทอร์เน็ตและเทคโนโลยีสารสนเทศในสังกัดขององค์การสหประชาชาติ (ยูเอ็น) เปิดเผยว่า ขณะนี้มีประชากรโลกราว 4,100 ล้านคน หรือ 54% ที่มีอินเทอร์เน็ตใช้ ขณะที่ เพียง 2 ใน 10 ของประชากรในประเทศด้อยพัฒนาสามารถเข้าถึงอินเทอร์เน็ตได้</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ศาสตราจารย์ </span><span style="font-weight: 400;">Julian Thomas </span><span style="font-weight: 400;">ผู้เชี่ยวชาญด้านการสื่อสาร จากมหาวิทยาลัยอาร์เอ็มไอที ในออสเตรเลีย กล่าวว่า การเข้าไม่ถึงเทคโนโลยีดิจิทัลเหล่านี้สะท้อนความไม่เท่าเทียมในกลุ่มประชากร และกลายเป็นผลลบต่อมิติทางสังคมและเศรษฐกิจของประเทศนั้นๆ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">&#8220;ค่าใช้จ่ายในการเข้าถึงอินเทอร์เน็ต กลายเป็นสิ่งต้องห้ามสำหรับครอบครัวรายได้ต่ำ และโครงสร้างพื้นฐานกับบริการที่จำเป็นสำหรับทุกคนในการเข้าถึงอินเทอร์เน็ตที่บ้านยังไม่เท่าเทียมกันเมื่อเทียบระหว่างพื้นที่ในเมือง ชนบท กับพื้นที่ห่างไกล&#8221; ศาสตราจารย์ </span><span style="font-weight: 400;">Thomas </span><span style="font-weight: 400;">กล่าว</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ทั้งนี้ ครอบครัวรายได้ต่ำส่วนใหญ่มักจะพึ่งพาการเข้าถึงอินเทอร์เน็ตจากโทรศัพท์สมาร์ทโฟน ซึ่งเป็นที่น่าเสียดายว่า ถึงจะสะดวกต่อการสื่อสาร แต่การเข้าถึงอินเทอร์เน็ตผ่านโทรศัพท์มือถือ ก็ไม่เหมาะที่จะใช้เป็นช่องทางสำหรับการเรียนหนังสือออนไลน์</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">แน่นอนว่า หลายครอบครัวหาทางออกด้วยการพึ่งพาการใช้งานเทคโนโลยีและอินเทอร์เน็ต ผ่านโรงเรียน ห้องสมุด และศูนย์ชุมชนต่างๆ ทว่า เมื่อมาตรการล็อคดาวน์เว้นระยะห่างทางสังคม ไม่ได้หมายถึงการปิดโรงเรียน แต่ยังรวมถึงการปิดสถานที่สาธารณะเหล่านี้ ก็ยิ่งทำให้นักเรียนในกลุ่มครอบครัวยากจนเสียประโยชน์มากขึ้น </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">แม้จะยังไม่มีตัวเลขที่ประเมินออกมาแน่ชัด แต่ผู้เชี่ยวชาญหลายฝ่ายก็ออกมายอมรับว่า หลายประเทศในเอเชียยังมีปัญหากับการเข้าไม่ถึงสัญญาณอินเทอร์เน็ต และทำให้การเรียนการสอนออนไลน์ไม่ราบรื่น </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้น ไม่เพียงทำให้มีเด็กนักเรียนต้องเรียนล้าหลังไม่ทันเพื่อนเท่านั้น แต่ยังเสี่ยงทำให้เด็กกลุ่มนี้ต้องหลุดออกจากระบบการศึกษาอีกด้วย โดยเฉพาะในกลุ่มเด็กหญิง ที่มักถูกมองว่า มีบทบาทเป็นช้างเท้าหลัง และต้องอยู่รับภาระเลี้ยงดูจุนเจือครอบครัวในสังคมเอเชีย</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">นอกจากนี้ แม้ว่าสถานการณ์ส่วนใหญ่จะเริ่มคลี่คลาย เมื่อหลายโรงเรียนในเอเชีย เริ่มกลับมาเปิดให้เรียนได้อีกครั้ง กระนั้น ความเสี่ยงจากการระบาดของไวรัสโควิด-19 ระลอก 2 ก็ยังเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้หน่วยงานด้านการศึกษาและโรงเรียนทั่วเอเชีย เร่งจัดการกับ </span><span style="font-weight: 400;">Digital Divide </span><span style="font-weight: 400;">ที่เกิดขึ้นในลุล่วง</span></p>
<p><figure id="attachment_15568" aria-describedby="caption-attachment-15568" style="width: 855px" class="wp-caption aligncenter"><img decoding="async" loading="lazy" class="wp-image-15568 size-full" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/06/b-4.jpg" alt="" width="855" height="569" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/06/b-4.jpg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/06/b-4-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/06/b-4-768x511.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/06/b-4-750x499.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/06/b-4-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /><figcaption id="caption-attachment-15568" class="wp-caption-text">ที่มาภาพ : edition.cnn.com</figcaption></figure></p>
<p><span style="font-weight: 400;">โดยเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา ทางการเกาหลีใต้ มีคำสั่งปิดโรงเรียนทั่วกรุงโซลและพื้นที่ใกล้เคียงโดยรอบหลายร้อยแห่ง หลังจากที่เพิ่งเปิดเรียนได้เพียงไม่กี่วัน เนื่องจากตัวเลขผู้ติดเชื้อรายใหม่เพิ่มจำนวนขึ้นจนน่าวิตก และประกาศให้ทำการเรียนการสอนออนไลน์ต่อไปอีกสักระยะ</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><strong>ที่มา :</strong></p>
<p class="pg-headline"><a href="https://edition.cnn.com/2020/05/29/asia/south-korea-coronavirus-shuts-down-again-intl/index.html?utm_medium=social&amp;utm_term=link&amp;utm_content=2020-05-29T13%3A45%3A06&amp;utm_source=fbCNNi&amp;fbclid=IwAR288BXkGgyvAxS56QNKd7j_7ndbK4QQKAUTLHstUiQY_RGg90YgMtX5o8Q" target="_blank" rel="noopener noreferrer">Hundreds of South Korea schools close again after reopening</a><br />
<a href="https://www.straitstimes.com/asia/se-asia/asia-school-closures-for-coronavirus-expose-digital-divide" target="_blank" rel="noopener noreferrer">Coronavirus: School closures in Asia expose digital divide</a></p><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/2134624-2/">“ปิดโรงเรียน” หนีโควิด-19 สะท้อนความเหลื่อมล้ำด้านดิจิทัลทั่วเอเชีย</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
