<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>TulaKaalaman | กสศ.</title>
	<atom:link href="https://www.eef.or.th/tag/tulakaalaman/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.eef.or.th</link>
	<description>กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา</description>
	<lastBuildDate>Wed, 15 Jul 2020 14:55:17 +0000</lastBuildDate>
	<language>th</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.3.8</generator>

<image>
	<url>https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/02/cropped-fav-icon-32x32.png</url>
	<title>TulaKaalaman | กสศ.</title>
	<link>https://www.eef.or.th</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>ครูผู้สร้างการเปลี่ยนแปลง เราจะเปลี่ยนการศึกษาให้เสมอภาคสำหรับเด็กทุกคนได้อย่างไร?</title>
		<link>https://www.eef.or.th/3324-2/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 15 Jul 2020 14:55:17 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[บทความ]]></category>
		<category><![CDATA[OECD]]></category>
		<category><![CDATA[COVID-19]]></category>
		<category><![CDATA[Marjo Vesalainen]]></category>
		<category><![CDATA[Sanna Vahtivuori-Hanninen]]></category>
		<category><![CDATA[Sadat B. Minandang]]></category>
		<category><![CDATA[Chua-Lim Yen Ching]]></category>
		<category><![CDATA[TulaKaalaman]]></category>
		<category><![CDATA[The Right to Learn]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?p=18273</guid>

					<description><![CDATA[<p>คุณ Marjo Vesalainen Senior Ministerial Adviser, Minist [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/3324-2/">ครูผู้สร้างการเปลี่ยนแปลง เราจะเปลี่ยนการศึกษาให้เสมอภาคสำหรับเด็กทุกคนได้อย่างไร?</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><b>คุณ</b> <b>Marjo Vesalainen Senior Ministerial Adviser, Ministry of Education and Culture, Finland  </b><span style="font-weight: 400;">กล่าวว่า อาชีพครูในประเทศฟินแลนด์เป็นอาชีพในสาขางานวิชาการ ปริญญาครูจึงเป็นเป็นสิ่งที่ดึงดูดนักเรียนที่มีความสามารถเก่งให้มาเรียนในสาขานี้ เราจึงสามารถเลือกนักเรียนที่ดีที่สุดมาเป็นครูได้ </span></p>
<p><img decoding="async" fetchpriority="high" class="aligncenter size-full wp-image-18276" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/07/Marjo-Vesalainen.png" alt="" width="640" height="640" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/07/Marjo-Vesalainen.png 640w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/07/Marjo-Vesalainen-300x300.png 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/07/Marjo-Vesalainen-150x150.png 150w" sizes="(max-width: 640px) 100vw, 640px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">นอกจากนี้มหาวิทยาลัยที่ทำการสอนครูในประเทศฟินแลนด์มีประสิทธิภาพในการสอนมากเลยทำให้เราได้บุคลากรด้านการศึกษาที่มีประสิทธิภาพในการสอนมาก  อีกทั้งนี้เรายังไม่มีการสอบในการศึกษาภาคบังคับ ไม่มีการเข้าไปตรวจสอบโรงเรียนไม่ว่าจะในระดับไหนก็ตาม นี่จึงเป็นเป็นสัญญาณที่แสดงให้เห็นถึงความเชื่อมั่นต่อความสามารถครูในการตัดสินใจพัฒนางานและวัดผลนักเรียนของตัวเอง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ครูในประเทศฟินแลนด์จึงมีอิสระมากและเป็นอาชีพที่ได้รับความเคารพ ได้ความเชื่อถือจากสังคม  การเปลี่ยนอาชีพจากครูไปทำอาชีพอื่นจึงค่อนข้างเห็นได้น้อย พูดได้ว่าอาชีพครูเป็นอาชีพที่นิยมในประเทศเรา </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">นอกจากนี้ครูในประเทศยังใช้เวลาทั้งหมดไปที่การเรียนการสอน ได้ทำงานเอกสารที่น้อยและต่ำที่สุดในประเทศ OECD (องค์การเพื่อความร่วมมือและการพัฒนาทางเศรษฐกิจ) ดังนั้นครูจึงมีเวลาที่จะออกแบบกระบวนการการเรียนการสอนได้เต็มที่ ขณะเดียวกันมหาวิทยาลัยในประเทศฟินแลนด์ก็มีอิสรภาพในการออกแบบหลักสูตรของตัวเองอย่างมาก ดังนั้นแม้ว่าหลักสูตรครูในแต่ละมหาวิทยาลัยจะต่างกัน แต่ก็มีแนวคิดที่อยู่ในกรอบเดียวกันที่มุ่งหวังเรื่องความสำเร็จและความสุขในการเรียนของเด็กเป็นหลัก</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“ครูของประเทศเรามีความเป็นมือโปรที่คอยพัฒนาความสามารถตลอดชีวิตการทำงาน การพัฒนาอาชีพครูจึงเป็นสิ่งที่สำคัญและได้รับการสนับสนุนจากกระทรวงศึกษาและวัฒนธรรม และการปฏิรูปการศึกษานั้นมาจากความร่วมมือกับทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง ท้องถิ่นและโรงเรียนจึงมีอิสระอย่างมากในการจัดการศึกษารวมทั้งตัดสินใจในเรื่องการจัดการคุณภาพของการเรียนการสอนในท้องถิ่นของตนเองได้” คุณ</span> <span style="font-weight: 400;">Marjo Vesalainen เสริม </span></p>
<p><img decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-18277" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/07/Sanna-Vahtivuori-Finland.png" alt="" width="640" height="640" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/07/Sanna-Vahtivuori-Finland.png 640w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/07/Sanna-Vahtivuori-Finland-300x300.png 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/07/Sanna-Vahtivuori-Finland-150x150.png 150w" sizes="(max-width: 640px) 100vw, 640px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ด้าน</span><b>คุณ Sanna Vahtivuori-Hanninen Secretary General</b><b>, Finland</b> <span style="font-weight: 400;">กล่าวว่า ประเทศฟินแลนด์ให้ความสำคัญกับการศึกษา จึงเริ่มต้นสนับสนุนให้เกิดการศึกษาที่มีคุณภาพของครู ผู้ซึ่งต้องมาถ่ายทอดองค์ความรู้และทักษะให้กับนักเรียน อาชีพครูในฟินแลนด์จึงเป็นอาชีพที่หลายคนใฝ่ฝันและให้ความสนใจเป็นอย่างมาก แต่การเป็นครูในยุคที่โลกเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ก็ต้องยอมรับว่ามีความท้าทายใหม่ๆ เข้ามาอย่างต่อเนื่อง ครูจึงไม่สามารถหยุดเรียนรู้หรือพัฒนาตัวเองได้</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ปัจจุบันฟินแลนด์ได้ปฏิรูปการศึกษาโดยได้รับความร่วมมือของหลายภาคส่วน โดยเน้นให้ความสำคัญกับการศึกษาของครูและการเป็นครูที่มีคุณภาพ แต่เมื่อเกิดสถานการณ์ COVID-19 ทำให้เกิดความตระหนักว่า นอกจากจะพัฒนาครูให้มีประสิทธิภาพแล้ว ครูจำเป็นต้องพร้อมรับมือกับอุปสรรคที่เกิดขึ้น เพื่อส่งเสริมการเรียนรู้ให้กับนักเรียนที่มีพื้นฐานและความสามารถแตกต่างกัน ขณะเดียวกันรัฐบาลฟินแลนด์ก็ได้เดินหน้าจัดทำโครงการ</span><b> “The Right to Learn”</b><span style="font-weight: 400;"> เพื่อเสริมสร้างคุณภาพและความเท่าเทียมทางการศึกษาให้กับเด็กทุกคนหลังได้รับผลกระทบจากวิกฤต </span><span style="font-weight: 400;">COVID-19 โดยมุ่งเน้นพัฒนาเด็กให้สามารถเรียนรู้ได้ตรงกับความถนัดที่แต่ละคนมี จัดสรรงบประมาณให้ท้องถิ่นนำไปสนับสนุนโรงเรียนในช่วงที่ยังเกิดการแพร่ระบาดของ COVID-19  รวมถึงจัดการศึกษาพิเศษให้กับเด็กที่มีความต้องการเฉพาะอีกด้วย</span></p>
<p><img decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-18278" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/07/Sadat-B.-Minandang-Philippines.png" alt="" width="640" height="640" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/07/Sadat-B.-Minandang-Philippines.png 640w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/07/Sadat-B.-Minandang-Philippines-300x300.png 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/07/Sadat-B.-Minandang-Philippines-150x150.png 150w" sizes="(max-width: 640px) 100vw, 640px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">มาที่</span><b>คุณ Sadat B. Minandang ครูรางวัลเจ้าฟ้ามหาจักรีปี 2019 จากประเทศฟิลิปปินส์</b><span style="font-weight: 400;"> กล่าวว่า </span><b>TulaKaalaman</b><span style="font-weight: 400;"> เป็นโครงการที่เขาเริ่มขึ้นเองในปี 2017 เพื่อส่งเสริมการศึกษาที่เท่าเทียม โดยนำความรู้จากโรงเรียนเข้าสู่ชุมชน เพื่อช่วยให้เด็กด้อยโอกาส โดยเฉพาะเด็กที่หลุดจากระบบการศึกษาและเด็กที่มีความเสี่ยงที่จะต้องออกจากโรงเรียน ให้สามารถเข้าถึงการศึกษา  โดยในช่วงแรกของโครงการ จัดทำแบบเล็กๆ ด้วยความที่เป็นโครงการน้องใหม่ </span><span style="font-weight: 400;">เขาจึงต้องจ่ายเงินเองทุกอย่าง แต่หลังจากที่โครงการเริ่มต้นไปได้ระยะหนึ่งแล้วก็ได้รับเสียงตอบรับจากชุมชนดีมากทำให้สามารถขยายโครงการได้ใหญ่ขึ้นโดยได้รับความช่วยเหลือจากทางโรงเรียนหน่วยงานราชการ</span><span style="font-weight: 400;">และผู้เกี่ยวข้องอื่นๆ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“ความท้าทายอย่างหนึ่งในการดำเนินโครงการนี้คือ เรามีเวลาและทรัพยากรที่จำกัด แต่สำหรับผมกลับมองว่าโครงการนี้เป็นโอกาสที่ทำให้เด็กและครอบครัวได้เห็นความงดงามและความสำคัญของการศึกษา เพราะการศึกษาเป็นสิทธิขั้นพื้นฐานของทุกคน </span><span style="font-weight: 400;"><strong>หนึ่งในความสำเร็จของโครงการนี้คือ เมื่อตอนที่ผมเริ่มโครงการเด็กที่เข้าร่วมโครงการทั้งหมดอยู่นอกระบบโรงเรียน แต่ปัจจุบันเด็กเหล่านี้ได้เข้ามาเรียนเป็นประจำและเป็นนักเรียนในระบบ ซึ่งจะเกิดขึ้นไม่ได้เลยหากไม่ได้รับความสนับสนุนจากทุกภาคส่วน”</strong> คุณ Sadat B. Minandang กล่าวด้วยความภาคภูมิใจ</span></p>
<p><img decoding="async" loading="lazy" class="aligncenter size-full wp-image-18279" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/07/Chua-Lim-Yen.jpg" alt="" width="640" height="640" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/07/Chua-Lim-Yen.jpg 640w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/07/Chua-Lim-Yen-300x300.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/07/Chua-Lim-Yen-150x150.jpg 150w" sizes="(max-width: 640px) 100vw, 640px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ส่วนคุณ</span><b> Chua-Lim Yen Ching  ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ ผู้เชี่ยวชาญและอำนวยการบริหารของสถาบันครูแห่งชาติสิงคโปร์</b><span style="font-weight: 400;"> ได้ยกตัวอย่างโรงเรียน NorthLight School ในประเทศของเธอ ซึ่งจัดตั้งขึ้นเป็นพิเศษเพื่อจัดการเรียนการสอนให้กับเด็กที่มีปัญหาการเรียนในระบบปกติ การเรียนการสอนจึงมีความแตกต่างและยากกว่าโรงเรียนทั่วไป </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“ช่วงที่จัดตั้งโรงเรียน เราแจ้งกระทรวงศึกษาธิการว่าไม่ต้องส่งครูมาประจำที่โรงเรียน แต่จะให้ครูเป็นคนเดินเข้ามาสมัครเอง เพราะการเลือกครูเป็นสิ่งที่สำคัญมาก <strong>สิ่งที่เราต้องการไม่ใช่แค่ครูที่มีความรักต่ออาชีพและมีคุณภาพเท่านั้น แต่ต้องเป็นครูที่สามารถทำงานร่วมกับผู้อื่นได้ด้วย เรามองว่าหากมีคุณสมบัติตามที่กล่าวมาจะทำให้นักเรียนสนุก มีความสุขและมาสนใจกับการเรียน นั่นคือเป้าหมายของการมีโรงเรียนแห่งนี้</strong></span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">การทำงานของเราจึงตั้งอยู่บนหลักคิดที่ว่า เวลาที่ต้องการจะพัฒนาสิ่งใด จะหันกลับมาดูทรัพยากรที่มีอยู่และจะจัดสรรทรัพยากรให้ตรงกับความต้องการจริง เด็กแต่ละคนจะได้รับการดูแลอย่างเป็นธรรมและเท่าเทียม โดยเด็กทุกคนต้องได้รับการพัฒนาตามศักยภาพของตนสูงสุด ขณะเดียวกันเป้าหมายของโรงเรียน ไม่ได้มีไว้เพื่อเด็กเพียงอย่างเดียว แต่ยังเป็นสถานที่ที่ให้ทุกคนได้เข้ามาเรียนรู้และมีความสุขกับการเข้ามาทำงาน นำไปสู่การพัฒนาโรงเรียนอย่างต่อเนื่อง”  คุณ</span> <span style="font-weight: 400;">Chua-Lim Yen Ching ระบุ</span></p><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/3324-2/">ครูผู้สร้างการเปลี่ยนแปลง เราจะเปลี่ยนการศึกษาให้เสมอภาคสำหรับเด็กทุกคนได้อย่างไร?</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
