<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>The Hechinger Report | กสศ.</title>
	<atom:link href="https://www.eef.or.th/tag/the-hechinger-report/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.eef.or.th</link>
	<description>กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา</description>
	<lastBuildDate>Mon, 10 May 2021 09:56:15 +0000</lastBuildDate>
	<language>th</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.3.8</generator>

<image>
	<url>https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/02/cropped-fav-icon-32x32.png</url>
	<title>The Hechinger Report | กสศ.</title>
	<link>https://www.eef.or.th</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>การสอนชดเชยให้เด็กด้อยโอกาส ส่งผลช่วยยกระดับฐานะให้สูงขึ้นในตอนโต</title>
		<link>https://www.eef.or.th/article-older-teens-benefit-from-catch-up-classes/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Sat, 03 Apr 2021 09:03:29 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[ข่าวสารความรู้]]></category>
		<category><![CDATA[Covid-19]]></category>
		<category><![CDATA[ข่าวสารความรู้ : Covid-19]]></category>
		<category><![CDATA[The Hechinger Report]]></category>
		<category><![CDATA[After-school program]]></category>
		<category><![CDATA[Does Remedial Education at Late Childhood Pay Off After All? Long-Run Consequences for University Schooling]]></category>
		<category><![CDATA[Labor Market Outcomes and Inter-Generational Mobility]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?p=28541</guid>

					<description><![CDATA[<p>ผลการศึกษาที่ใช้เวลาต่อเนื่องนานหลายปีของเด็กนักเรียนโร [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/article-older-teens-benefit-from-catch-up-classes/">การสอนชดเชยให้เด็กด้อยโอกาส ส่งผลช่วยยกระดับฐานะให้สูงขึ้นในตอนโต</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>ผลการศึกษาที่ใช้เวลาต่อเนื่องนานหลายปีของเด็กนักเรียนโรงเรียนมัธยมปลายแห่งหนึ่งใน “อิสราเอล” บ่งชี้ว่า การสอนพิเศษเพื่อชดเชยให้กับชั่วโมงเรียนทีขาดหายไปของเด็ก มีส่วนสำคัญที่ช่วยให้เด็กเหล่านี้มีรายได้ที่เพิ่มสูงขึ้นเมื่อเข้าสู่โลกของการทำงานในวัยผู้ใหญ่</strong></p>
<p><strong>The Hechinger Report </strong><span style="font-weight: 400;"><strong>องค์การไม่แสวงหาผลกำไร</strong>เพื่อมุ่งรายงานประเด็นที่เกี่ยวข้องด้านการศึกษาทั่วโลก เปิดเผยรายงานการศึกษาวิจัยที่น่าสนใจชิ้นหนึ่งซึ่งพบประโยชน์ของการรีบเข้าไปจัดการเรียนการสอนชดเชยให้กับเด็กคนหนึ่งอย่างเร่งด่วนในกรณีที่เด็กคนนั้น เรียนไม่ทันเพื่อน หรือขาดเรียนไปเป็นเวลานาน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">&nbsp;</span><span style="font-weight: 400;">ทั้งนี้ แม้จะเป็นที่รู้กันดีในหมู่ครูและพ่อแม่ผู้ปกครองว่าเป็นเรื่องยากเพียงใดที่จะผลักดันให้เด็กที่หลุดออกจากระบบการศึกษาไปแล้วได้กลับมาเรียนหนังสืออีกครั้ง ขณะที่โครงการที่ป้องกันเด็กดร็อปเรียนก็เป็นสิ่งที่ยากจะประสบความสำเร็จตามเป้าหมาย เพราะมีปัจจัยละเอียดอ่อนของเด็กแต่ละคนที่ไม่อาจจัดการได้อยู่มากมาย</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">อย่างไรก็ตาม นักวิจัยได้ค้นพบประเด็นที่น่าสนใจจากโครงการฟื้นฟูรักษาของโรงเรียนมัธยมแห่งหนึ่งในอิสราเอล ซึ่งตอนนี้ยุติการดำเนินการเป็นทีเรียบร้อยแล้ว โดยเป็นโครงการที่ให้โอกาสเด็กยากจนและเด็กด้อยโอกาสอายุระหว่าง 16-17 ปี มาเรียนหนังสือเป็นกลุ่มเล็กๆ นอกเวลาเรียนปกติ คล้ายๆ กับการเรียนเสริมพิเศษ </span><b>โดยผลการประเมินในปี 2005 พบว่า โครงการดังกล่าวช่วยให้เด็กนักเรียนหลายคนสามารถสอบเอ็นทรานซ์ผ่านเข้ามหาวิทยาลัย รวมถึงได้ใบประกาศนียบัตร </b><b>Bagrut</b><b> เป็นสัดส่วนสูงถึง 13</b><b>% </b><b>เมื่อเทียบกับเด็กๆ ที่ไม่ได้รับความช่วยเหลือ</b></p>
<p><img decoding="async" fetchpriority="high" class="aligncenter size-full wp-image-28545" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/04/2-1-scaled.jpg" alt="" width="2560" height="1704"></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ผลลัพธ์ข้างต้นทำให้นักวิจัยต่างคิดต่อยอดเพื่อศึกษาต่อไปว่า จะเกิดอะไรขึ้นกับอนาคตของเด็กกลุ่มนี้ต่อจากนี้ โดย </span><strong>Victor Lavy </strong><span style="font-weight: 400;"><strong>นักเศรษฐศาสตร์ชาวอิสราเอล</strong> ผู้ช่วยในการออกแบบวางแผนจัดทำโครงการและดำเนินการประเมิน&nbsp; รวมถึงติดตามเก็บข้อมูลของเด็กกลุ่มนี้ไปจนถึงช่วงวัย 30 ปี โดยเปรียบเทียบกับกลุ่มเด็กนักเรียนที่ไม่ได้เข้าร่วมในโครงการ </span><span style="font-weight: 400;">after-school program</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ข้อมูลจากการเฝ้าติดตามสังเกตพบว่า ประโยชน์ของห้องเรียนพิเศษส่งผลต่อเด็กในระยะยาว โดยเด็กที่เข้าร่วมมีอัตราการเข้าเรียนในระดับมหาวิทยาลัยในสัดส่วนที่สูง และใช้เวลาเพียงสามภาคการศึกษาในการเรียนจบ ขณะที่รายได้ต่อปีเพิ่มมากขึ้นจากเกณฑ์เฉลี่ย 4</span><span style="font-weight: 400;">% </span><span style="font-weight: 400;">หรือเทียบเท่า 5,000 ดอลลาร์สหรัฐต่อปีเมื่อเทียบกับค่าเงินดอลลาร์ในปัจจุบัน และเด็กเหล่านี้ยังสามารถยกระดับสถานะทางเศรษฐกิจของตนให้สูงขึ้นจากรุ่นพ่อแม่ได้ จากอันดับที่ 37 มาอยู่ในอันดับที่ 30 จากบันไดรายได้แห่งชาติ (</span><span style="font-weight: 400;">national income ladder</span><span style="font-weight: 400;">) ทั้งยังมีชีวิตการสมรสในอัตราที่สูง</span></p>
<p><img decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-28547" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/04/3-1-scaled.jpg" alt="" width="2560" height="1704"></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“เราติดตามเด็กเหล่านี้จนเข้าสู่วัยผู้ใหญ่ เพราะในท้ายที่สุดแล้ว สิ่งที่คุณต้องการจะรู้ก็คือโครงการที่ว่านี้จะสร้างการเปลี่ยนแปลงในชีวิตของคนๆ หนึ่งได้หรือไม่ มากกว่าผลคะแนนการสอบ ผมยังคงเชื่อว่า การเรียนตั้งแต่วัยเยาว์เป็นเรื่องที่ถูกต้อง แต่ก็ไม่ใช่เหตุผลที่คุณจะถอดใจกับเด็กโตที่หลุดออกจากระบบการศึกษาไปนานแล้ว มันอาจจะเป็นการลงทุนที่แพงกว่าการลงทุนในการศึกษาของเด็กเล็ก แต่ผลตอบแทนที่ได้กลับมาก็ยังเป็นประโยชน์ต่อบุคคลและสังคม” </span><span style="font-weight: 400;">Lavy </span><span style="font-weight: 400;">ศาสตราจารย์แห่งมหาวิทยาลัย</span><span style="font-weight: 400;">Warwick </span><span style="font-weight: 400;">ในอังกฤษ และมหาวิทยาลัยฮิบรูในเยรูซาเล็ม กล่าว&nbsp;&nbsp;</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">การศึกษาดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของการบันทึกผลลัพธ์ทางบวกของการศึกษา ในหัวข้อ </span><strong>“Does Remedial Education at Late Childhood Pay Off After All? Long-Run Consequences for University Schooling, Labor Market Outcomes and Inter-Generational Mobility,”</strong> <span style="font-weight: 400;">โดยทำร่วมกับนักวิจัยอีกสองคนจากมหาวิทยาลัยบราวน์และมหาวิทยาลัยนอร์ธเวสเทิร์น ซึ่งทีมงานอยู่ในระหว่างการเขียนสรุปรายงานและตั้งเป้าตีพิมพ์เผยแพร่ในปี 2022 ในวารสารเศรษฐศาสตร์แรงงาน (</span><span style="font-weight: 400;">The Journal of Labor Economics</span><span style="font-weight: 400;">)</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">รายงานระบุว่า <strong>โครงการ </strong></span><strong>after-school program</strong> <span style="font-weight: 400;">ของอิสราเอลนี้มีกลุ่มเป้าหมายที่เด็กเรียนดีในโรงเรียนยากจนใน 130 แห่งทั่วประเทศ และมีนักเรียนเข้าร่วมกว่า 4,000 คน เด็กส่วนใหญ่มาจากครอบครัวชาวยิว หรือสืบเชื้อสายมาจากตะวันออกกลางหรือแอฟริกาเหนือ ซึ่งเป้นกลุ่มผู้มีรายได้น้อยและเป็นกลุ่มคนชายขอบของสังคมอิสราเอล โดยอุปสรรคจากทางบ้านทำให้เด็กมีความเสี่ยงที่จะสอบไม่ผ่าน </span><span style="font-weight: 400;">International Baccalaureate (IB) exams </span><span style="font-weight: 400;">หรือ</span><span style="font-weight: 400;"> Advanced Placement (AP) tests </span><span style="font-weight: 400;">ซึ่งเป็นการสอบที่จำเป็นสำหรับเด็กในการสำเร็จการศึกษาในระดับมัธยมปลาย</span></p>
<p><img decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-28549" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/04/4-scaled.jpg" alt="" width="2560" height="1704"></p>
<p><b>ทั้งนี้ในโครงการดังกล่าว จะจ่ายค่าแรงโอทีให้กับคุณครูในการอยู่สอนพิเศษให้กับเด็กที่เข้าร่วม ซึ่งจะแบ่งกลุ่มเรียนให้เป็นกลุ่มเล็กๆ ที่ 2-5 คนต่อกลุ่ม ซึ่งเป็นเคล็ดลับสำคัญที่ทำให้โครงการเรียนพิเศษนี้ประสบความสำเร็จ โดย </b><b>Lavy </b><b>อธิบายว่า การที่เด็กได้นั่งเรียนเป็นกลุ่มเล็กๆ ทำให้ครูสามารถชี้จุดอ่อนในการเรียนของเด็กแต่ละคนได้ และแม้จะมีต้นทุนค่าใช้จ่ายต่อเด็กคนหนึ่งสูงถึง 1,000 ดอลลาร์สหรัฐต่อปี แต่ </b><b>Lavy </b><b>ก็แย้งว่า เม็ดเงินภาษีที่รัฐจะเก็บเกี่ยวได้จากเด็กกลุ่มนี้ในอนาคตกลับมีจำนวนมากกว่ามาก และรัฐสามารถคืนทุนจากเด็กเหล่านี้ได้ภายในระยะเวลา 8 ปี</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">อย่างไรก็ตาม เป็นที่น่าเสียดายว่า โครงการดังกล่าวไม่อาจดำเนินต่อไปได้ด้วยเหตุผลทางการเมือง ซึ่งถือเป็นหนึ่งในสาเหตุหลักของการแก้ปัญหาด้านการศึกษาของทุกประเทศทั่วโลก</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ทั้งนี้ </span><span style="font-weight: 400;">Jill Barshay </span><span style="font-weight: 400;">ผู้สื่อข่าวของ </span><span style="font-weight: 400;">The Hechinger Report</span><span style="font-weight: 400;"> กล่าวถึงสาเหตุที่หยิบยกนำการศึกษาของ </span><span style="font-weight: 400;">Lavy </span><span style="font-weight: 400;">มารายงานว่า เป็นเพราะผลการวิจัยดังกล่าวน่าจะสามารถนำมาใช้เป็นแนวทางในการให้ความช่วยเหลือเด็กนักเรียนในหลายประเทศทั่วโลกที่ต้องหยุดเรียนไปเพราะการระบาดของไวรัสโควิด-19 โดยเฉพาะความวิตกกังวลต่อเหล่าผู้เยาว์จากครอบครัวผู้มีรายได้น้อยและยากจนที่ดูจะได้รับผลกระทบจากโควิด-19 มากที่สุด และเสี่ยงถูกทิ้งไว้เบื้องหลังมากที่สุด และการศึกษาวิจัยครั้งนี้จะเป็นเครื่องยืนยันว่าการเรียนการสอนพิเศษเพื่อชดเชยให้กับเด็กคุ้มค่าต่อตัวเด็กและสังคมในระยะยาวแน่นอน เหลือก็เพียงแต่บรรดานักการเมืองและรัฐบาลของแต่ละประเทศ จะยินยอมทุ่มเทงบประมาณหรือไม่เท่านั้น</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><strong>ที่มา :</strong> <a href="https://hechingerreport.org/even-older-teens-benefit-from-catch-up-classes/?fbclid=IwAR1Z6QTou6JMSnzBC8gWZFejfbLg-rWS5r0Mh29LtKEnCC7JnzjO-xJzf20" target="_blank" rel="noopener">Even older teens benefit from catch-up classes</a></p><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/article-older-teens-benefit-from-catch-up-classes/">การสอนชดเชยให้เด็กด้อยโอกาส ส่งผลช่วยยกระดับฐานะให้สูงขึ้นในตอนโต</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>การเมืองทำพิษ หยุดโครงการเรียนชดเชย แม้ผลการศึกษายืนยันช่วยให้ประสบความสำเร็จมากขึ้น</title>
		<link>https://www.eef.or.th/article-even-older-teens-benefit-from-catch-up-classes/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 11 Mar 2021 06:11:12 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[บทความ]]></category>
		<category><![CDATA[The Hechinger Report]]></category>
		<category><![CDATA[Victor Lavy]]></category>
		<category><![CDATA[อิสราเอล]]></category>
		<category><![CDATA[Jill Barshay]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?p=27936</guid>

					<description><![CDATA[<p>ผลการศึกษาที่ใช้เวลาต่อเนื่องนานหลายปีของเด็กนักเรียนโร [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/article-even-older-teens-benefit-from-catch-up-classes/">การเมืองทำพิษ หยุดโครงการเรียนชดเชย แม้ผลการศึกษายืนยันช่วยให้ประสบความสำเร็จมากขึ้น</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>ผลการศึกษาที่ใช้เวลาต่อเนื่องนานหลายปีของเด็กนักเรียนโรงเรียนมัธยมปลายแห่งหนึ่งในอิสราเอลบ่งชี้ว่า การสอนพิเศษเพื่อชดเชยให้กับชั่วโมงเรียนที่ขาดหายไปของเด็ก มีส่วนสำคัญที่ช่วยให้เด็กเหล่านี้มีรายได้ที่เพิ่มสูงขึ้นเมื่อเข้าสู่โลกของการทำงานในวัยผู้ใหญ่ แต่กลับต้องยุติลงอย่างน่าเสียดายด้วยความขัดแย้งของผู้ใหญ่</strong></p>
<p><span style="font-weight: 400;"><strong>The Hechinger Report องค์การไม่แสวงหาผลกำไร</strong>เพื่อมุ่งรายงานประเด็นที่เกี่ยวข้องด้านการศึกษาทั่วโลก เปิดเผยรายงานการศึกษาวิจัยที่น่าสนใจชิ้นหนึ่งซึ่งพบประโยชน์ของการเข้าไปจัดการเรียนการสอนชดเชยให้กับเด็กคนหนึ่งอย่างเร่งด่วน ในกรณีที่เด็กคนนั้น เรียนไม่ทันเพื่อน หรือขาดเรียนไปเป็นเวลานาน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ทั้งนี้ แม้จะเป็นที่รู้กันดีในหมู่ครูและพ่อแม่ผู้ปกครองว่าเป็นเรื่องยากเพียงใดที่จะนำเด็กที่หลุดออกจากระบบการศึกษาไปแล้วได้กลับมาเรียนหนังสืออีกครั้ง ขณะที่โครงการที่ป้องกันเด็กดร็อปเรียนก็เป็นสิ่งที่ยากจะประสบความสำเร็จตามเป้าหมาย เพราะมีปัจจัยละเอียดอ่อนของเด็กแต่ละคนที่ไม่อาจจัดการได้อยู่มากมาย</span></p>
<p><img decoding="async" loading="lazy" class="aligncenter size-full wp-image-27939" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/03/18-การเมืองทำพิษ-2.jpg" alt="" width="855" height="569" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">อย่างไรก็ตาม นักวิจัยได้ค้นพบประเด็นที่น่าสนใจจากโครงการฟื้นฟูรักษาของโรงเรียนมัธยมแห่งหนึ่งในอิสราเอล ซึ่งตอนนี้ยุติการดำเนินการเป็นที่เรียบร้อยแล้ว โดยเป็นโครงการที่ให้โอกาสเด็กยากจนและเด็กด้อยโอกาสอายุระหว่าง 16-17 ปี มาเรียนหนังสือเป็นกลุ่มเล็กๆ นอกเวลาเรียนปกติ คล้ายๆ กับการเรียนเสริมพิเศษ โดยผลการประเมินในปี 2005 พบว่า โครงการดังกล่าวช่วยให้เด็กนักเรียนหลายคนสามารถสอบเอ็นทรานซ์ผ่านเข้ามหาวิทยาลัย รวมถึงได้ใบประกาศนียบัตร Bagrut เป็นสัดส่วนสูงถึง 13% เมื่อเทียบกับเด็กๆ ที่ไม่ได้รับความช่วยเหลือ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ผลลัพธ์ข้างต้นทำให้นักวิจัยต่างคิดต่อยอดเพื่อศึกษาต่อไปว่า จะเกิดอะไรขึ้นกับอนาคตของเด็กกลุ่มนี้ต่อจากนี้ โดย <strong>Victor Lavy นักเศรษฐศาสตร์ชาวอิสราเอล</strong> ผู้ช่วยในการออกแบบวางแผนจัดทำโครงการและดำเนินการประเมิน  รวมถึงติดตามเก็บข้อมูลของเด็กกลุ่มนี้ไปจนถึงช่วงวัย 30 ปี โดยเปรียบเทียบกับกลุ่มเด็กนักเรียนที่ไม่ได้เข้าร่วมใน<strong>โครงการ after-school program</strong></span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ข้อมูลจากการเฝ้าติดตามสังเกตพบว่า ประโยชน์ของห้องเรียนพิเศษส่งผลต่อเด็กในระยะยาว โดยเด็กที่เข้าร่วมมีอัตราการเข้าเรียนในระดับมหาวิทยาลัยในสัดส่วนที่สูง และใช้เวลาเพียงสามภาคการศึกษาในการเรียนจบ ขณะที่รายได้ต่อปีเพิ่มมากขึ้นจากเกณฑ์เฉลี่ย 4% หรือเทียบเท่า 5,000 ดอลลาร์สหรัฐต่อปีเมื่อเทียบกับค่าเงินดอลลาร์ในปัจจุบัน และเด็กเหล่านี้ยังสามารถยกระดับสถานะทางเศรษฐกิจของตนให้สูงขึ้นจากรุ่นพ่อแม่ได้ จากอันดับที่ 37 มาอยู่ในอันดับที่ 30 จากบันไดรายได้แห่งชาติ (national income ladder) และประสบความสำเร็จในชีวิตด้านอื่นๆ เช่น อัตราการสมรสในอัตราที่สูง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“เราติดตามเด็กเหล่านี้จนเข้าสู่วัยผู้ใหญ่ เพราะในท้ายที่สุดแล้ว สิ่งที่คุณต้องการจะรู้ก็คือโครงการที่ว่านี้จะสร้างการเปลี่ยนแปลงในชีวิตของคนๆ หนึ่งได้หรือไม่ มากกว่าผลคะแนนการสอบ ผมยังคงเชื่อว่า การเรียนตั้งแต่วัยเยาว์เป็นเรื่องที่ถูกต้อง แต่ก็ไม่ใช่เหตุผลที่คุณจะถอดใจกับเด็กโตที่หลุดออกจากระบบการศึกษาไปนานแล้ว มันอาจจะเป็นการลงทุนที่แพงกว่าการลงทุนในการศึกษาของเด็กเล็ก แต่ผลตอบแทนที่ได้กลับมาก็ยังเป็นประโยชน์ต่อบุคคลและสังคม” Lavy ศาสตราจารย์แห่ง<strong>มหาวิทยาลัย Warwick</strong> ในอังกฤษ และมหาวิทยาลัยฮิบรูในเยรูซาเล็ม กล่าว  </span></p>
<p><img decoding="async" loading="lazy" class="aligncenter size-full wp-image-27941" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/03/18-การเมืองทำพิษ-1.jpg" alt="" width="855" height="569" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">การศึกษาดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของการบันทึกผลลัพธ์ทางบวกของการศึกษา ในหัวข้อ “Does Remedial Education at Late Childhood Pay Off After All? Long-Run Consequences for University Schooling, Labor Market Outcomes and Inter-Generational Mobility,” โดยทำร่วมกับนักวิจัยอีกสองคนจากมหาวิทยาลัยบราวน์และมหาวิทยาลัยนอร์ธเวสเทิร์น ซึ่งทีมงานอยู่ในระหว่างการเขียนสรุปรายงานและตั้งเป้าตีพิมพ์เผยแพร่ในปี 2022 ในวารสารเศรษฐศาสตร์แรงงาน (The Journal of Labor Economics)</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">รายงานระบุว่า โครงการ after-school program ของอิสราเอลนี้มีกลุ่มเป้าหมายที่เด็กเรียนดีในโรงเรียนยากจนใน 130 แห่งทั่วประเทศ และมีนักเรียนเข้าร่วมกว่า 4,000 คน เด็กส่วนใหญ่มาจากครอบครัวชาวยิว หรือสืบเชื้อสายมาจากตะวันออกกลางหรือแอฟริกาเหนือ ซึ่งเป็นกลุ่มผู้มีรายได้น้อยและเป็นกลุ่มคนชายขอบของสังคมอิสราเอล โดยอุปสรรคจากทางบ้านทำให้เด็กมีความเสี่ยงที่จะสอบไม่ผ่าน <strong>International Baccalaureate (IB) exams</strong> หรือ <strong>Advanced Placement (AP) tests</strong> ซึ่งเป็นการสอบที่จำเป็นสำหรับเด็กในการสำเร็จการศึกษาในระดับมัธยมปลาย</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ทั้งนี้ในโครงการดังกล่าว จะจ่ายค่าแรงโอทีให้กับคุณครูในการอยู่สอนพิเศษให้กับเด็กที่เข้าร่วม ซึ่งจะแบ่งกลุ่มเรียนให้เป็นกลุ่มเล็กๆ ที่ 2-5 คนต่อกลุ่ม ซึ่งเป็นเคล็ดลับสำคัญที่ทำให้โครงการเรียนพิเศษนี้ประสบความสำเร็จ โดย Lavy อธิบายว่า การที่เด็กได้นั่งเรียนเป็นกลุ่มเล็กๆ ทำให้ครูสามารถชี้จุดอ่อนในการเรียนของเด็กแต่ละคนได้ และแม้จะมีต้นทุนค่าใช้จ่ายต่อเด็กคนหนึ่งสูงถึง 1,000 ดอลลาร์สหรัฐต่อปี แต่ Lavy ก็แย้งว่า เม็ดเงินภาษีที่รัฐจะเก็บเกี่ยวได้จากเด็กกลุ่มนี้ในอนาคตกลับมีจำนวนมากกว่ามาก และรัฐสามารถคืนทุนจากเด็กเหล่านี้ได้ภายในระยะเวลา 8 ปี</span></p>
<p><img decoding="async" loading="lazy" class="aligncenter size-full wp-image-27940" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/03/18-การเมืองทำพิษ-3.jpg" alt="" width="855" height="569" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">อย่างไรก็ตาม เป็นที่น่าเสียดายว่า โครงการดังกล่าวไม่อาจดำเนินต่อไปได้ด้วยเหตุผลทางการเมือง ซึ่งถือเป็นหนึ่งในสาเหตุหลักของการแก้ปัญหาด้านการศึกษาของทุกประเทศทั่วโลก</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ทั้งนี้ <strong>Jill Barshay</strong> <strong>ผู้สื่อข่าวของ The Hechinger Report</strong> กล่าวถึงสาเหตุที่หยิบยกนำการศึกษาของ Lavy มารายงานว่า เป็นเพราะผลการวิจัยดังกล่าวน่าจะสามารถนำมาใช้เป็นแนวทางในการให้ความช่วยเหลือเด็กนักเรียนในหลายประเทศทั่วโลกที่ต้องหยุดเรียนไปเพราะการระบาดของไวรัสโคโรน่า โดยเฉพาะความวิตกกังวลต่อเหล่าผู้เยาว์จากครอบครัวผู้มีรายได้น้อยและยากจนที่ดูจะได้รับผลกระทบจาก COVID-19 มากที่สุด และเสี่ยงถูกทิ้งไว้เบื้องหลังมากที่สุด และการศึกษาวิจัยครั้งนี้จะเป็นเครื่องยืนยันว่าการเรียนการสอนพิเศษเพื่อชดเชยให้กับเด็กคุ้มค่าต่อตัวเด็กและสังคมในระยะยาวแน่นอน เหลือก็เพียงแต่บรรดานักการเมืองและรัฐบาลของแต่ละประเทศ จะยินยอมทุ่มเทงบประมาณหรือไม่เท่านั้น</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><strong>ที่มา :</strong> <a href="https://hechingerreport.org/even-older-teens-benefit-from-catch-up-classes/?fbclid=IwAR1Z6QTou6JMSnzBC8gWZFejfbLg-rWS5r0Mh29LtKEnCC7JnzjO-xJzf20" target="_blank" rel="noopener">PROOF POINTS: Even older teens benefit from catch-up classes</a></p><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/article-even-older-teens-benefit-from-catch-up-classes/">การเมืองทำพิษ หยุดโครงการเรียนชดเชย แม้ผลการศึกษายืนยันช่วยให้ประสบความสำเร็จมากขึ้น</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
