<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>The 7th International Conference Lifelong Learning for All 2021 | กสศ.</title>
	<atom:link href="https://www.eef.or.th/tag/the-7th-international-conference-lifelong-learning-for-all-2021/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.eef.or.th</link>
	<description>กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา</description>
	<lastBuildDate>Fri, 22 Oct 2021 16:37:24 +0000</lastBuildDate>
	<language>th</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.3.8</generator>

<image>
	<url>https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/02/cropped-fav-icon-32x32.png</url>
	<title>The 7th International Conference Lifelong Learning for All 2021 | กสศ.</title>
	<link>https://www.eef.or.th</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>สู้วิกฤตเด็กหลุดจากระบบการศึกษา กสศ.ชูแผนส่งเสริม “การเรียนรู้ตลอดชีวิต”</title>
		<link>https://www.eef.or.th/news-eef-promote-promotion-plan-lifelong-learning/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 22 Oct 2021 01:16:49 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[ข่าวสารความรู้]]></category>
		<category><![CDATA[กสศ.]]></category>
		<category><![CDATA[iSEE]]></category>
		<category><![CDATA[ดร.ภูมิศรัณย์ ทองเลี่ยมนาค]]></category>
		<category><![CDATA[Eric Hanushek]]></category>
		<category><![CDATA[The 7th International Conference Lifelong Learning for All 2021]]></category>
		<category><![CDATA[TEACHING AND LEARNING FOR OUT-OF SCHOOL CHILDREN AND OLDER ADULT LEARNERS IN THE COVID-19 CRISIS AND BEYOND]]></category>
		<category><![CDATA[LLL 2021]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?p=46812</guid>

					<description><![CDATA[<p>กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) แจงแผนยุทธศาสต [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/news-eef-promote-promotion-plan-lifelong-learning/">สู้วิกฤตเด็กหลุดจากระบบการศึกษา กสศ.ชูแผนส่งเสริม “การเรียนรู้ตลอดชีวิต”</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) แจงแผนยุทธศาสตร์ 2 ทาง คือเชิงรุกและเชิงรับ ตั้งเป้าสร้างแนวทางป้องกัน และหนทางให้ความช่วยเหลือเยียวยาแก่เด็กและเยาวชนในประเทศไทยที่เสี่ยงหรือต้องเลิกเรียนกลางคัน หลังผลการสำรวจหลายชิ้นยืนยันวิกฤตโควิด-19 ทำเด็กนักเรียน โดยเฉพาะเด็กจากครอบครัวยากจนหลุดออกจากระบบการศึกษาเพิ่มมากขึ้น พร้อมให้การสนับสนุนส่งเสริมการเรียนรู้ตลอดชีวิต เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตให้อนาคตของชาติ</p>



<p><strong>ดร.ภูมิศรัณย์ ทองเลี่ยมนาค รักษาการ รองผู้อำนวยการสถาบันวิจัยเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา</strong> ระหว่างการเข้าร่วม โครงการประชุมนานาชาติ ครั้งที่ 7 หรือ The 7<sup>th</sup> International Conference Lifelong Learning for All 2021 (LLL 2021) ภายใต้หัวข้อ “TEACHING AND LEARNING FOR OUT-OF SCHOOL CHILDREN AND OLDER ADULT LEARNERS IN THE COVID-19 CRISIS AND BEYOND” ซึ่งมีเป้าหมายเพื่อร่วมหารือแลกเปลี่ยนความเห็นเกี่ยวกับแนวทางการเรียนการสอนของเด็กและเยาวชนนอกระบบการศึกษาในยุคโควิด-19 และหลังจากนี้ ว่าสถานการณ์การศึกษาของไทยนับจากนี้  อยู่ในขั้นวิกฤตและน่าเป็นห่วงอย่างมาก ด้วยจำนวนเด็กที่เสี่ยงหลุดออกจากโรงเรียนกลางคันเพิ่มขึ้นราว 1.3 ล้านคนจากการประเมินในเบื้องต้น </p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-d9cf7d"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/10/19-สู้วิกฤตเด็กหลุดจากระบบการศึกษา-10.jpg" alt=""/></div><figcaption class="qubely-image-caption">ดร.ภูมิศรัณย์ ทองเลี่ยมนาค รักษาการรองผู้อำนวยการสถาบันวิจัยเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา</figcaption></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>ผลกระทบของโควิด-19 ยังทำให้สถานะรายได้ของเด็กไทยราว 300,000 คน จากที่ยากจนอยู่แล้ว หล่นลงมาอยู่ในเกณฑ์เลวร้ายที่อยู่ต่ำกว่าเส้นความยากจนหรือยากจนขั้นสุด (extremely poor) มากขึ้น ทำให้เด็กไทยจำนวนนี้กลายเป็นกลุ่มเสี่ยงที่จะหลุดออกจากระบบการศึกษา เหตุผลเพราะเด็กหลายคนจำเป็นต้องเลิกเรียนเพื่อไปหาเงินเลี้ยงดูครอบครัว</p>



<p>ดร.ภูมิศรัณย์กล่าวว่า การที่เด็กไม่ได้เรียนหนังสือในวัยที่สมควรจะได้เล่าเรียน ไม่เพียงทำให้เด็กเสียโอกาสอันดีในอนาคต&nbsp; แต่ยังเพิ่มความเสี่ยงต่อการถูกล่วงละเมิด หรือตกเป็นเหยื่อกลุ่มมิจฉาชีพ อาชญากรรมและค้ามนุษย์ กลายเป็นปัญหาสังคมเรื้อรัง และยังส่งผลกระทบต่อการพัฒนาเศรษฐกิจไทยในระยะยาว ทำให้ไทยติดอยู่ในกับดักการเป็นประเทศรายได้ปานกลาง ไม่อาจสลัดให้หลุดพ้นได้</p>



<p>ผลการศึกษาวิจัยของอีริก ฮานูเช็ก (Eric Hanushek) ผู้เชี่ยวชาญด้านการศึกษาแห่งมหาวิทยาลัยแสตนฟอร์ดในสหรัฐฯ ที่เผยแพร่ในการประชุมเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา หรือ Equitable Education Conference 2020 พบว่า ผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศหรือจีดีพีของไทยจะเพิ่มขึ้นได้ถึง 3% ภายในศตวรรษที่ 21 หากเด็กนักเรียนที่หลุดออกจากระบบการศึกษา ได้มีโอกาสเรียนหนังสือจนสำเร็จการศึกษาตามหลักสูตร</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-05c14b"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/10/19-สู้วิกฤตเด็กหลุดจากระบบการศึกษา-01.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>กสศ.ในฐานะหน่วยงานที่มีเป้าหมายเพื่อยกระดับคุณภาพและความเสมอภาคทางการศึกษา เล็งเห็นว่า แนวทางที่จะแก้ไขปัญหามี 2 ประการ เรียกว่าเป็นมาตรการเชิงรุกและมาตรการเชิงรับ</p>



<p><strong><span style="text-decoration: underline;">มาตรการเชิงรุก</span></strong> คือแนวทางป้องกันไม่ให้เด็กหลุดออกนอกระบบการศึกษา ด้วยการมองหาต้นตอของปัญหา แล้วดำเนินการจัดการก่อนที่ปัญหาจะส่งผลกระทบถึงตัวเด็ก เป็นวิธีการที่ดีที่สุดเพราะใช้งบประมาณไม่มากและแก้ปัญหาได้ยั่งยืนกว่า เมื่อเทียบกับมาตรการเชิงรับ ที่ใช้งบประมาณสูงกว่าและมีความเสี่ยงที่จะไม่ประสบผลสำเร็จในระดับสูง&nbsp;</p>



<p><strong><span style="text-decoration: underline;">มาตรการเชิงรับ</span> </strong>คือแนวทางรับมือกับปัญหาที่เกิดขึ้นแล้ว ว่าจะสามารถให้ความช่วยเหลือหรือหาทางออกได้อย่างไร&nbsp;</p>



<p></p>



<h2 class="wp-block-heading">เทคโนโลยีและฐานข้อมูล กุญแจยกระดับมาตรการป้องกัน</h2>



<p>ในส่วนของมาตรการเชิงรุก ดร.ภูมิศรัณย์ได้ยกตัวอย่างโดยระบุถึงสาเหตุส่วนใหญ่ที่เด็กต้องเลิกเรียนกลางคันเป็นผลจากสถานะทางการเงินของครอบครัวที่ยากจนมาก ดังนั้นถ้า กสศ. รัฐบาล และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง มีข้อมูลที่สามารถบ่งชี้ได้ว่าเด็กคนไหนต้องการความช่วยเหลือ เด็กคนไหนเป็นกลุ่มเสี่ยงที่ต้องเฝ้าระวัง เพื่อให้ผู้ดูแลสามารถยื่นมือให้ความช่วยเหลือได้ทันที</p>



<p>สิ่งสำคัญคือการจัดทำฐานข้อมูล (database) และพัฒนาระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ (Information Technology) เพื่อให้มีเครื่องมือและวิธีที่จะนำฐานข้อมูลที่ได้มาใช้งาน</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-7b6696"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/10/19-สู้วิกฤตเด็กหลุดจากระบบการศึกษา-02.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>กสศ. จึงจัดสรรงบส่วนหนึ่ง ทุ่มเทการวิจัยเพื่อพัฒนาระบบเทคโนโลยีสารสนเทศและฐานข้อมูล จนได้มาเป็นระบบฐานข้อมูล Q-INFO ให้ครูใช้บันทึกข้อมูลผ่านสมาร์ทโฟนและแอปพลิเคชัน iSEE ที่เพิ่งเปิดตัวใช้งานได้ไม่นาน สำหรับค้นหาตรวจสอบข้อมูล ซึ่ง ดร.ภูมิศรัณย์เชื่อมั่นว่าการมีข้อมูลตรงนี้จะทำให้สามารถเข้าถึงเด็กยากจนและเด็กด้อยโอกาสในสังคมไทยได้มากขึ้น ทั่วถึงขึ้น ขณะเดียวกัน กสศ.ยังจับมือร่วมกับพันธมิตรอีกมากมายทั้งในและต่างประเทศ ในการแบ่งปันฐานข้อมูล เพื่อนำไปใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด&nbsp;</p>



<p>ฐานข้อมูลที่ได้รับการบันทึกโดยครู&nbsp; (เช่น ชื่อ ที่อยู่ อาชีพ รายได้ การเข้าห้องเรียน ค่าดัชนีมวลกายของเด็ก หรือ BMI) ทำให้ กสศ. สามารถค้นพบเด็กที่เข้าข่ายสุ่มเสี่ยงจะหลุดจากระบบการศึกษา ทำให้สามารถช่วยเหลือด้วยการให้ทุนอุดหนุนการศึกษา การจัดหาสถานที่เล่าเรียนที่เหมาะสม&nbsp;</p>



<p>ระบบฐานข้อมูลทำให้ กสศ.สามารถจัดทำแผนที่ระบุตำแหน่งและจำนวนเด็กยากจน เด็กด้อยโอกาส และเด็กที่หลุดออกจากระบบการศึกษา ทำให้ กสศ.และพันธมิตรเครือข่ายที่เกี่ยวข้อง สามารถส่งตรงความช่วยเหลือถึงเด็กที่ต้องการความช่วยเหลืออย่างแท้จริง&nbsp;</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-5d058f"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/10/19-สู้วิกฤตเด็กหลุดจากระบบการศึกษา-07.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>นอกจากการจัดสรรทุนช่วยเหลือต่างๆ อย่างโครงการให้ทุนแบบมีเงื่อนไข หรือ Conditional Cash Transfer Program (CCT) แล้ว ทาง กสศ. ยังจัดสรรโอกาสการจ้างงานแก่เด็กกลุ่มเสี่ยง เพื่อให้มีช่องทางในการหารายได้จุนเจือครอบครัวอีกด้วย</p>



<p></p>



<h2 class="wp-block-heading">มาตรการเชิงรับด้วยการเยียวยาฟื้นฟู</h2>



<p>ดร.ภูมิศรัณย์กล่าวว่า ประเทศไทยขณะนี้มีเด็กที่หลุดออกจากระบบการศึกษา ด้วยสาเหตุที่แตกต่างกันออกไปจำนวนมาก ซึ่งปัญหาหลักของเด็กที่หลุดออกไปแล้ว ส่วนใหญ่มักไม่อยากกลับเข้าไปศึกษาเล่าเรียนในระบบหรือหลักสูตรอีกแล้ว เพราะความไม่เอื้ออำนวยหลายประการ</p>



<p>แนวทางความช่วยเหลือที่ กสศ.ดำเนินการ ก็คือการจัดทำโครงการพัฒนาทักษะงานในสาขาต่างๆ ทั้งในภาคเกษตรกรรม การบริการ และอุตสาหกรรม รวมถึงโครงการส่งเสริมการศึกษาในระดับอาชีวะศึกษา เพื่อให้เด็กมีทักษะความรู้ที่จำเป็นต่อการดำรงชีวิตและการทำงาน ไม่ถูกเอารัดเอาเปรียบหรือตกเป็นเหยื่อของกลุ่มมิจฉาชีพต่างๆ เป็นหลัก มากกว่าที่จะผลักดันเด็กเหล่านี้ทั้งหมดกลับเข้าสู่ระบบการศึกษา เหตุผลเพราะบริบทแวดล้อม และปัจจัยเงื่อนไขของเด็กที่หลุดออกจากระบบการศึกษาเหล่านี้ไม่สะดวกให้กลับไปเรียนในการศึกษาขั้นพื้นฐานภาคบังคับ</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-025877"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/10/19-สู้วิกฤตเด็กหลุดจากระบบการศึกษา-08.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<h2 class="wp-block-heading">สร้างเครือข่ายเชื่อมโยงครู-เด็ก-ฐานข้อมูล</h2>



<p>แผนการทำงานของ กสศ. ระหว่างปี 2021-2022 นี้ ดร.ภูมิศรัณย์ อธิบายว่าแบ่งการทำงานออกเป็น 3 แนวทาง</p>



<ol><li>การมุ่งไปที่ตัวเด็กที่หลุดจากระบบการศึกษา ให้ได้รับความช่วยเหลือ ทั้งด้านทุนและการเข้าถึงความรู้และการศึกษาที่มีคุณภาพตามความต้องการของผู้เรียน</li><li>การให้ความช่วยเหลือครูและผู้ดูแล (caregivers) ที่มีอยู่ราว 3,140 คน ในการออกแบบหลักสูตรการเรียนการสอนคุณภาพ จัดทำระบบดูแลชีวิตความเป็นอยู่ของเด็กให้มีร่างกายและจิตใจที่สมบูรณ์พร้อม</li><li>การมุ่งพัฒนาระบบข้อมูลความรู้ ให้ความสำคัญกับการศึกษาวิจัย เพื่อนำมาต่อยอดในการช่วยเหลือเด็กนอกระบบ รวมถึงการจัดทำฐานข้อมูลให้มีความถูกต้อง เที่ยงตรง แม่นยำ</li></ol>



<p>ปัจจุบัน กสศ.ได้เริ่มโครงการนำร่องเพื่อให้ความช่วยเหลือเด็กนอกระบบการศึกษาใน 20 จังหวัด ด้วยวิธีการช่วยโดยอิงตามบริบทพื้นที่ (Area-based approach) และบริบทชุมชน (Community-based approach)&nbsp;</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-e4939c"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/10/19-สู้วิกฤตเด็กหลุดจากระบบการศึกษา-06.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>ดร.ภูมิศรัณย์เน้นย้ำว่า แนวทางหลักของ กสศ. ซึ่งเป็นองค์กรเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษาที่มีขนาดไม่ใหญ่มากแห่งนี้ ยังคงมุ่งไปที่การพัฒนาระบบข้อมูลไอซีที ทั้งในแง่ของการเก็บรวบรวม การวิเคราะห์ การจัดเก็บ และการจัดทำทัศนภาพข้อมูล (data visualization) เพื่อให้มีหน่วยงานพันธมิตรทั้งหลาย รวมถึงตัว กสศ.เองมีแนวทางและกลุ่มเป้าหมายที่ชัดเจน เพื่อวางแผนกรอบการทำงานและให้ความช่วยเหลือได้อย่างตรงจุด&nbsp;</p>



<p>“สิ่งที่ผมอยากจะพูดก็คือ การทำงานเพื่อการศึกษาเป็นงานที่หนักมาก และต้องการความร่วมมือจากทุกภาคส่วนของสังคมอย่างแท้จริง ทั้งรัฐบาล เอกชน องค์กรอิสระ และชุมชน แต่ผลลัพธ์ของการนำพาเด็กกลับคืนสู่ห้องเรียนและได้รับสิทธิขั้นพื้นฐานในฐานะมนุษย์คนหนึ่ง เพื่อให้มีชีวิตที่ดียิ่งขึ้น ถือเป็นผลงานที่เราทุกคนควรจะภาคภูมิใจร่วมกันมากที่สุดครับ”</p>



<p></p>



<p><strong>ที่มา</strong> <strong>:</strong> <a href="https://www.facebook.com/watch/live/?ref=watch_permalink&amp;v=404000911148587" target="_blank" rel="noreferrer noopener" title="https://www.facebook.com/watch/live/?ref=watch_permalink&amp;v=404000911148587">โครงการประชุมนานาชาติ ครั้งที่ 7 หรือ The 7<sup>th</sup> International Conference Lifelong Learning for All 2021 (LLL 2021) ภายใต้หัวข้อ<strong><em>“TEACHING AND LEARNING FOR OUT-OF SCHOOL CHILDREN AND OLDER ADULT LEARNERS IN THE COVID-19 CRISIS AND BEYOND”</em></strong></a> โดย ภาควิชาการศึกษาตลอดชีวิต คณะครุศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ร่วมกับ ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเรียนรู้ตลอดชีวิตเพื่อพัฒนาศักยภาพผู้สูงอายุ คณะครุศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย หน่วยปฏิบัติการวิจัยเพื่อการพัฒนาด้านเด็กและเยาวชน คณะครุศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และ DVV International</p><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/news-eef-promote-promotion-plan-lifelong-learning/">สู้วิกฤตเด็กหลุดจากระบบการศึกษา กสศ.ชูแผนส่งเสริม “การเรียนรู้ตลอดชีวิต”</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
