<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>Thailand Zero Dropout PLUS | กสศ.</title>
	<atom:link href="https://www.eef.or.th/tag/thailand-zero-dropout-plus/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.eef.or.th</link>
	<description>กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา</description>
	<lastBuildDate>Mon, 20 Apr 2026 10:45:49 +0000</lastBuildDate>
	<language>th</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.3.8</generator>

<image>
	<url>https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/02/cropped-fav-icon-32x32.png</url>
	<title>Thailand Zero Dropout PLUS | กสศ.</title>
	<link>https://www.eef.or.th</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>เปิด 5 ภารกิจ ‘เรือธง’ กระทรวงศึกษาธิการ ยก Thailand Zero Dropout Plus ปรับสูตรจัดสรรงบใหม่ และทุน ODOS ลดความเหลื่อมล้ำ</title>
		<link>https://www.eef.or.th/news-200426-3/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 20 Apr 2026 10:45:48 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[ข่าวสารความรู้]]></category>
		<category><![CDATA[ODOS]]></category>
		<category><![CDATA[Thailand Zero Dropout PLUS]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?p=101381</guid>

					<description><![CDATA[<p>นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/news-200426-3/">เปิด 5 ภารกิจ ‘เรือธง’ กระทรวงศึกษาธิการ ยก Thailand Zero Dropout Plus ปรับสูตรจัดสรรงบใหม่ และทุน ODOS ลดความเหลื่อมล้ำ</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ</strong> พร้อมด้วย<strong>นายอัครนันท์ กัณณ์กิตตินันท์</strong> <strong>รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ</strong> ประชุมมอบนโยบายและแนวทางการขับเคลื่อนนโยบายด้านการศึกษา 5 ภารกิจหลักสำคัญสู่ก้าวใหม่ของการศึกษาไทย เพื่อลดความเหลื่อมล้ำและเพิ่มโอกาสทางการศึกษา</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-full"><img decoding="async" fetchpriority="high" width="855" height="569" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/04/image-69.jpeg" alt="" class="wp-image-101386" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/04/image-69.jpeg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/04/image-69-300x200.jpeg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/04/image-69-768x511.jpeg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/04/image-69-750x500.jpeg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/04/image-69-272x182.jpeg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /><figcaption class="wp-element-caption">ประเสริฐ จันทรรวงทอง<br>(แฟ้มภาพจากกระทรวงศึกษาธิการ)</figcaption></figure></div>

<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-full"><img decoding="async" width="855" height="569" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/04/image-71.jpeg" alt="" class="wp-image-101388" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/04/image-71.jpeg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/04/image-71-300x200.jpeg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/04/image-71-768x511.jpeg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/04/image-71-750x500.jpeg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/04/image-71-272x182.jpeg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /><figcaption class="wp-element-caption">อัครนันท์ กัณณ์กิตตินันท์<br>(แฟ้มภาพจากกระทรวงศึกษาธิการ)</figcaption></figure></div>


<p></p>



<p></p>



<p>โดยทั้ง 5 ภารกิจหลักสำคัญที่จะปฏิรูปการศึกษาเพื่ออนาคตประเทศ (ALL for Education) สำหรับแก้ปัญหาความท้าทายของระบบการศึกษาไทย ไม่ว่าจะเป็นทักษะวิกฤต (PISA ชนขีดจำกัด) คะแนนอ่านและคิดวิเคราะห์ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยโลก, เด็กมากกว่า 1,000,000 คนที่หลุดออกจากระบบการศึกษา ขาดทางเลือก, เรียนฟรีไม่มีจริง ช่องว่างเมืองกับชนบทยิ่งกว้างขึ้น ต้นทุนแฝงสูง และทักษะไม่ตรงปกบัณฑิตจบใหม่ขาดทักษะที่ตลาดแรงงานยุคใหม่ต้องการ</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img decoding="async" width="1400" height="788" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/04/image-70-1400x788.jpeg" alt="" class="wp-image-101387" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/04/image-70-1400x788.jpeg 1400w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/04/image-70-300x169.jpeg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/04/image-70-768x432.jpeg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/04/image-70-1536x864.jpeg 1536w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/04/image-70.jpeg 2048w" sizes="(max-width: 1400px) 100vw, 1400px" /></figure>



<p></p>



<p><strong>ภารกิจที่ 1</strong> <strong>คืนเวลาให้ครู</strong>  ลุยโปรเจกต์ “Work Smart” ยุบรวมโครงการซ้ำซ้อน นำเอกสารดิจิทัลมาใช้ลดงานธุรการ และเตรียมนำร่องระบบ “ครัวกลาง” (Cloud Kitchen) ร่วมกับท้องถิ่น เพื่อปลดภาระอาหารกลางวันและครูไม่ต้องมาเป็นแม่ครัวพ่อครัว Result-based Evaluation ประเมินจากผลลัพธ์ผู้เรียน เลิกทำเอกสารล่ารางวัล </p>



<p><strong>ภารกิจที่ 2 รื้อสูตรลดความเหลื่อมล้ำด้านงบประมาณ</strong> ยกเลิกการจัดสรรงบแบบเท่ากันแต่ไม่เป็นธรรม เปลี่ยนเป็นให้งบ “ตามความจำเป็นจริง” โดยเฉพาะในพื้นที่ขาดแคลนและโรงเรียนที่ต้องการมากที่สุด อย่างโรงเรียนเล็ก-ห่างไกล พร้อมดันโครงการ Thailand Zero Dropout Plus และยกระดับทุน ODOS เพื่อรับประกันโอกาสที่เสมอภาคและลดความเหลื่อมล้ำ</p>



<p><strong>ภารกิจที่ 3 ยกระดับการเรียนรู้สู่โลกความจริง</strong> ดันหลักสูตรฐานสมรรถนะและนโยบาย “AI for All” เตรียมพร้อม PISA 2029 พร้อมบูรณาการตั้ง Human Capital Superboard ข้ามกระทรวง (ศธ. อว. แรงงาน, พม. เอกชน และผู้เชี่ยวชาญ) ผลักดันธนาคารหน่วยกิตกลาง (National Credit Bank) เรียนไปตอบโจทย์ตลาดแรงงาน มีงานทำ มีรายได้ และร่วมมือกับองค์กรระดับโลกเพื่อสร้าง Global Citizen&nbsp;</p>



<p><strong>ภารกิจที่ 4 โรงเรียนต้องเป็น “พื้นที่ปลอดภัย” อย่างแท้จริง</strong> ถอดแบบศูนย์ AOC ตั้ง “ศูนย์พิทักษ์สิทธิและเสรีภาพ” 24 ชั่วโมง ทำงานเป็นทีมร่วมกับนักจิตวิทยาและนักกฎหมาย เพื่อปกป้องผู้เรียนและบุคลากรจากความรุนแรง&nbsp;</p>



<p><strong>ภารกิจที่ 5 สร้างสถาปัตยกรรมใหม่ด้วย พ.ร.บ. การศึกษาแห่งชาติ</strong> เร่งผลักดัน พ.ร.บ. ฉบับใหม่ ให้เป็นธรรมนูญการศึกษาและการเรียนรู้ของประเทศ เพื่อปลดล็อกหลักสูตรที่ไม่ทันโลก เพือคุ้มครองผู้เรียนที่หลากหลาย และเพื่อสนับสนุนวิชาชีพครูอย่างเป็นรูปธรรม</p><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/news-200426-3/">เปิด 5 ภารกิจ ‘เรือธง’ กระทรวงศึกษาธิการ ยก Thailand Zero Dropout Plus ปรับสูตรจัดสรรงบใหม่ และทุน ODOS ลดความเหลื่อมล้ำ</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>“เด็กทุกคนมีแสงในตัวเอง” Thailand Zero Dropout Plus จากไทยถึงเวทียูเนสโก</title>
		<link>https://www.eef.or.th/article-090426/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 09 Apr 2026 08:55:55 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[บทความ]]></category>
		<category><![CDATA[Movement]]></category>
		<category><![CDATA[unesco]]></category>
		<category><![CDATA[ดร.ไกรยส ภัทราวาท]]></category>
		<category><![CDATA[Thailand Zero Dropout PLUS]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?p=101263</guid>

					<description><![CDATA[<p>ในวันที่โลกอยู่ในภาวะสงคราม เพิ่งผ่านพ้นโรคระบาดใหญ่ แล [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/article-090426/">“เด็กทุกคนมีแสงในตัวเอง” Thailand Zero Dropout Plus จากไทยถึงเวทียูเนสโก</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>ในวันที่โลกอยู่ในภาวะสงคราม เพิ่งผ่านพ้นโรคระบาดใหญ่ และมีภัยพิบัติเกิดขึ้นสม่ำเสมอ เรามีเด็กและเยาวชนกว่า 273 ล้านคนทั่วโลกที่หลุดจากระบบการศึกษา</p>



<p>เมื่อราวปลายเดือนมีนาคมที่ผ่านมา <a href="https://www.eef.or.th/news-270326/" target="_blank" rel="noopener" title="">ยูเนสโกเปิดเวที</a>ถกปัญหาเด็กและเยาวชนนอกระบบการศึกษาทั่วโลก ที่สำนักงานใหญ่ในกรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส ในเวทีแห่งนี้ ประเทศไทยมีโอกาสนำเสนอโมเดล ‘Thailand Zero Dropout Plus’ ในงานเปิดตัวรายงาน <a href="https://unesdoc.unesco.org/ark:/48223/pf0000397618.locale=en" target="_blank" rel="noopener" title="">GEM Report 2026: Countdown to 2030 &#8211; Access and Equity</a> โดย <strong>ดร.ไกรยส ภัทราวาท</strong> ผู้จัดการกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) ในฐานะตัวแทนประเทศไทยและภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก (APAC)</p>



<p>ท่ามกลางผู้ฟังที่เป็นผู้กำหนดนโยบายเรื่องการศึกษาจากหลายประเทศทั่วโลก ไกรยสนำเสนอแนวทางแก้ปัญหาจากข้อมูลจริงสู่การเรียนรู้ที่ยืดหยุ่น ผ่านโมเดล Thailand Zero Dropout Plus โดยได้รับความสนใจในระดับนานาชาติ</p>



<p>บทสัมภาษณ์นี้คือการเล่าถึงบรรยากาศและเนื้อหาที่นำเสนอในงานวันนั้น รวมถึงเจาะลึกภาพรวมการศึกษาไทย การแก้ไขปัญหาด้วยการศึกษายืดหยุ่น ทิศทางของ Thailand Zero Dropout และความฝันเรื่องการเรียนรู้ของมนุษยชาติ</p>



<p></p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>งานประชุมยูเนสโกที่จัดขึ้นที่ฝรั่งเศสในปีนี้ วาระสำคัญของงานคือประเด็นอะไร</strong></h3>



<p>วาระของงานนี้สืบเนื่องจาก ‘เป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน’ (Sustainable Development Goals: SDGs) ซึ่งมีช่วงเวลาตั้งแต่ปี 2016-2030 กล่าวคือทุกประเทศทั่วโลกลงนามปฏิญญากันว่าภายในปี 2030 เราจะต้องบรรลุเป้าหมายทั้ง 17 ด้านในการทำให้โลกได้รับการพัฒนาที่ยั่งยืน และตอนนี้เรากำลังเข้าสู่ช่วง 5 ปีสุดท้าย ถือเป็นช่วงโค้งสุดท้ายที่โลกจะทำตามปฏิญญาที่ตั้งกันไว้ให้สำเร็จ</p>



<p>หนึ่งในเป้าหมาย 17 ด้านนั้นคือเรื่องของการศึกษาที่มีคุณภาพอย่างครอบคลุมและเท่าเทียม และสนับสนุนโอกาสในการเรียนรู้ตลอดชีวิต (SDG 4) ซึ่งมีรากฐานมายาวนาน สืบย้อนไปได้ตั้งแต่ ‘ปฏิญญาจอมเทียน’ ในปี 1990 ที่จัดขึ้นที่ประเทศไทย ซึ่งถือเป็นจุดกำเนิดของคำว่า ‘Education for All’ หรือ ‘การศึกษาเพื่อปวงชน’ โดยมีเจตนารมณ์ว่า เด็กและเยาวชนทุกคน ไม่ว่าจะเกิดมายากดีมีจนหรือมีอุปสรรคใดๆ ในชีวิต พึงได้รับโอกาสทางการศึกษาอย่างเสมอภาคโดยทั่วกัน </p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-full"><img decoding="async" loading="lazy" width="855" height="569" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/04/1.jpg" alt="" class="wp-image-101264" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/04/1.jpg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/04/1-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/04/1-768x511.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/04/1-750x500.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/04/1-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /><figcaption class="wp-element-caption">สเตฟาเนีย จานนินี ผู้ช่วยผู้อำนวยการใหญ่ด้านการศึกษา ยูเนสโก</figcaption></figure></div>


<p></p>



<p>ตอนนั้นเราตั้งเป้าหมายในเรื่องการศึกษาเสมอภาค 6 ปีสำหรับเด็กทุกคนในโลก และต่อมาก็ยังเป็นเป้าหมายใน ‘เป้าหมายการพัฒนาสหัสวรรษ’ (Millennium Development Goals: MDGs) ในการประชุมสุดยอดสหัสวรรษของสหประชาชาติ ปี 2000 ด้วย และยังวางเป้าหมายต่อมาใน SDGs </p>



<p>ในปี 2026 นี้เราก็ยังไม่สามารถบรรลุเป้าหมายนั้นได้ แต่ในินีน SDGs ก็มีการตั้งเป้าหมายเพิ่มจำนวนปีของการศึกษาเป็น 9 ปี หรือ 12 ปี แล้วแต่ประเทศ ซึ่งก็เป็นการแสดงออกถึงความกล้าหาญที่จะท้าทายตัวเอง</p>



<p>ตอนนี้มีปัจจัยหลายอย่างที่ทำให้เราไม่บรรลุเป้าหมายเรื่องการศึกษา เช่น เกิดการระบาดของโควิดเมื่อปลายปี 2019 ทำให้เด็กหลุดออกนอกระบบการศึกษามากกว่า 270 ล้านคนทั่วโลก พอตอนนี้เกิดภาวะสงครามและการถดถอยทางเศรษฐกิจ เรื่องการศึกษาก็อาจไม่ได้รับการสนับสนุนอย่างที่ควรจะเป็น ทำให้โอกาสในการบรรลุเป้าหมายในอีก 5 ปีก็ค่อนข้างจะริบหรี่</p>



<p>ที่ประชุมเลยคุยกันว่าถึงเวลาแล้วที่ต้องลงมือทำเรื่องนี้อย่างที่ควรจะเป็น ทำอย่างไรให้ผู้นําโลกเห็นความสำคัญกับเรื่องนี้เสียที เขาก็เลยเอาประเด็นเรื่อง access (การเข้าถึง) และ equity (ความเสมอภาค) เป็นธีมสำคัญของการประชุมครั้งนี้</p>



<p></p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>บรรยากาศในงานการประชุมเป็นอย่างไรบ้าง&nbsp;</strong></h3>



<p>การประชุมครั้งนี้ใช้สำนักงานใหญ่ยูเนสโกที่ปารีสเป็นจุดรวม มีผู้นำระดับสูงของยูเนสโกและรัฐมนตรีกระทรวงศึกษาธิการกว่า 20 ประเทศทั่วโลกมาประชุมร่วมกัน ซึ่งสำหรับประเทศไทยเขาเชิญ&nbsp;กสศ.&nbsp;ไปในเวทีนี้ด้วย&nbsp;</p>



<p>ตอนเริ่มประชุมกัน ผู้นำยูเนสโกเขาเท้าความว่าบริเวณรอบสำนักงานยูเนสโกมีแต่สำนักงานที่เกี่ยวกับสงครามมาเป็นร้อยปีแล้ว แล้วเขาก็พูดว่าในห้วงเวลาเดียวกันนี้ ฝั่งตรงข้ามของสำนักงานใหญ่องค์การยูเนสโกมีการประชุมของเครือข่ายความมั่นคงที่กำลังพูดถึงสงครามในอิหร่าน แต่ในห้องประชุมนี้เรากำลังพูดถึงเรื่องการศึกษา ซึ่งเป็นสิ่งที่ประธานาธิบดีเนลสัน แมนเดลา เคยบอกเอาไว้ว่า “การศึกษาเป็นอาวุธที่ทรงพลังที่สุด ที่เราจะนำมาใช้ในการเปลี่ยนแปลงโลก” </p>



<p>จากรากวิธีคิดทั้งหมดนี้ทำให้เราเห็นว่าเรื่องการศึกษามีความลึกซึ้ง การศึกษาเป็นกระดุมเม็ดแรกที่จะนําไปสู่หลายสิ่งหลายอย่าง ผู้นําเรื่องการศึกษาโลกเขาไม่ได้มองการศึกษาเพื่อวุฒิปริญญาหรือเพื่อคะแนนสอบมาตรฐาน แต่เขามองการศึกษาเป็นหนทางสู่สันติภาพและการพัฒนาที่ยั่งยืนของโลก </p>



<p></p>



<h2 class="wp-block-heading"><strong>กสศ. ในฐานะตัวแทนประเทศไทยขึ้นไปนำเสนอเรื่องอะไรบ้าง&nbsp;</strong></h2>



<p>เขาเริ่มต้นเวทีด้วยเรื่องการป้องกันไม่ให้เด็กหลุดจากระบบการศึกษา คุยเรื่องนวัตกรรมในการจัดการศึกษาในโรงเรียนและในระบบการศึกษา มีรัฐมนตรีจากหลายประเทศมาพูดเรื่องนี้ในชุดแรก ส่วน กสศ. ได้รับเชิญไปพูดในชุดที่สอง เรื่องนวัตกรรมและความก้าวหน้าของนโยบายการศึกษาเพื่อเด็กและเยาวชนที่อยู่นอกระบบการศึกษา&nbsp;ซึ่งเราเป็นตัวแทนเพียงประเทศเดียวในเอเชียแปซิฟิก&nbsp;&nbsp;</p>



<p>ผมได้รับเกียรติจากทางยูเนสโกไปแชร์เรื่อง ‘จากข้อมูลจริงสู่การเรียนรู้ที่ยืดหยุ่น ผ่านโมเดล Thailand Zero Dropout Plus’ เพื่อสะท้อนว่าเราให้ความสำคัญกับเด็กและเยาวชนนอกระบบการศึกษา เราใช้ข้อมูลในการค้นหาเด็กเหล่านี้ให้เจอ แล้วเอาข้อมูลนี้ไปปลดล็อกและสร้างโอกาสให้เด็ก เราใช้การกระจายอำนาจให้คนในพื้นที่ช่วยค้นหา และบูรณาการทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น ด้านสุขภาพ ด้านการพัฒนาคน ให้มีส่วนร่วมในการพัฒนาเด็กด้วย</p>



<figure class="wp-block-image size-full"><img decoding="async" loading="lazy" width="855" height="569" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/04/5-1.jpg" alt="" class="wp-image-101266" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/04/5-1.jpg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/04/5-1-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/04/5-1-768x511.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/04/5-1-750x500.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/04/5-1-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /></figure>



<figure class="wp-block-image size-full"><img decoding="async" loading="lazy" width="855" height="569" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/04/2-1.jpg" alt="" class="wp-image-101267" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/04/2-1.jpg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/04/2-1-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/04/2-1-768x511.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/04/2-1-750x500.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/04/2-1-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /></figure>



<p></p>



<p>เราเริ่มต้นด้วยตัวเลขเด็กนอกระบบการศึกษากว่าล้านคน ซึ่งทำให้คนเซอร์ไพรซ์ว่าทำไมมากขนาดนี้ แต่เมื่อทำงานกันไปแล้ว เราเห็นว่าตัวเลขนี้ทำให้เห็น ‘เรื่องราว’ และ ‘โอกาส’ ในการร่วมมือกันของหลายหน่วยงาน ทุกวันนี้แทบทุกหน่วยงานมีนโยบาย Zero Dropout ของตัวเอง และมีเอกชนเข้ามามีส่วนร่วมแล้ว ทำให้เห็นว่าจากนโยบายของรัฐบาลสามารถนําไปสู่นวัตกรรมที่ต่อยอดได้ </p>



<p></p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>ผลตอบรับในที่ประชุมเป็นอย่างไรบ้าง</strong></h3>



<p>เราได้รับคําชื่นชมจากทางยูเนสโก เขาบอกว่าจะเอาเรื่องราวและความก้าวหน้าของไทยไปเผยแพร่ ซึ่งภายในหนึ่งวันหลังจากนั้นเขาก็เผยแพร่เรื่องนี้ในหน้าเว็บไซต์ของยูเนสโก และเชิญชวนให้หน่วยงานในหลายประเทศมาดูตัวอย่างจากประเทศไทย</p>



<p>เป็นเรื่องน่าดีใจสำหรับประเทศไทยที่ตอนนี้นโยบาย Thailand Zero Dropout Plus ได้รับการยอมรับทั้งในประเทศและระดับนานาชาติ เราก็หวังว่าคนจะยังนึกถึงประเทศไทยถ้าพูดถึงความเสมอภาคทางการศึกษา นึกถึงปฏิญญาจอมเทียน นึกถึงมติ ครม. ปี 2548 ที่เราให้โอกาสทางการศึกษาโดยไม่เกี่ยงสัญชาติและเชื้อชาติแก่เด็กและเยาวชนทุกคนในประเทศไทย รวมไปถึงการจัดตั้ง กสศ. ขึ้นเพื่อแก้ไขปัญหาความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาอย่างยั่งยืน และหวังว่าคนจะนึกถึง Thailand Zero Dropout Plus ในตอนนี้ด้วย</p>



<p></p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>คำว่า Plus ที่เพิ่มมาข้างหลัง มีการขยายจากเดิมอย่างไรบ้าง&nbsp;</strong></h3>



<p>พอเราทำ&nbsp;Thailand Zero Dropout ไปสักหนึ่งปี เราเริ่มรู้แล้วว่าสาเหตุส่วนใหญ่ที่เด็กออกจากระบบการศึกษานั้นป้องกันได้ ดังนั้นเราจึงไม่ควรรอให้เด็กออกไปแล้วค่อยตามกลับมา&nbsp;</p>



<p>เรามีข้อมูลว่าเด็ก 2 ใน 3 คนไม่อยากกลับมาเรียน เรื่องนี้ผมก็แลกเปลี่ยนในเวทียูเนสโกด้วยว่าเด็กส่วนใหญ่ที่ออกไปแล้วไม่ค่อยอยากกลับมา ซึ่งในการแก้ปัญหานี้ยากมาก ใช้เงินเยอะ ใช้พลังคนเยอะ ต้องไปคุยกับเด็กหลายรอบ เพราะฉะนั้นการแก้ปัญหาที่ดีที่สุดคืออย่าให้เขาหลุดออกมาตั้งแต่แรก&nbsp;</p>



<p>แล้วพอเราเกิดวิกฤตน้ำท่วมปีที่แล้ว ทั้งสงขลา อยุธยา และอีกหลายจังหวัด เราก็คิดว่าการแก้ปัญหา&nbsp;Thailand Zero Dropout จะทำเฉพาะกับเด็กที่ออกจากระบบอย่างเดียวไม่ได้ แต่ต้องทำคู่ขนานกันไป ถ้าจะให้ ‘ซีโร่’ ก็ต้องป้องกันตั้งแต่แรก นี่จึงเป็นสิ่งที่เราเสนอต่อคณะกรรมการ Thailand Zero Dropout</p>



<p>ดังนั้น Plus ในที่นี้คือการป้องกันเด็กหลุดจากระบบได้ด้วย เราทำงานกับเด็กที่เสี่ยงหลุดเพื่อป้องกันไม่ให้เขาหลุดได้ และสามารถทำงานกับเด็กที่อยู่ในภาวะวิกฤตสงคราม วิกฤตน้ำท่วม หรือภัยต่างๆ ได้ ดังนั้นจึงทำให้เกิดนโยบาย Thailand Zero Dropout Plus ที่รัฐบาลขยายความครอบคลุมไปถึงตรงนี้</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-full"><img decoding="async" loading="lazy" width="855" height="569" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/04/3.jpg" alt="" class="wp-image-101268" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/04/3.jpg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/04/3-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/04/3-768x511.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/04/3-750x500.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/04/3-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /><figcaption class="wp-element-caption">ดร.ไกรยส ภัทราวาท ผู้จัดการ กสศ.</figcaption></figure></div>

<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-full"><img decoding="async" loading="lazy" width="855" height="569" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/04/4-1.jpg" alt="" class="wp-image-101269" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/04/4-1.jpg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/04/4-1-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/04/4-1-768x511.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/04/4-1-750x500.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/04/4-1-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /></figure></div>


<p></p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>จากข้อมูลที่ว่าเด็ก 2 ใน 3 คนไม่อยากกลับไปเรียน สาเหตุอะไรที่ทำให้เด็กไม่อยากกลับไปเรียน แล้วการศึกษายืดหยุ่นจะเข้ามาแก้ปัญหานี้อย่างไร</strong></h3>



<p>โจทย์ไม่ได้อยู่ที่ตัวเด็กว่าเขาไม่อยากเรียน ผมเจอหลายคนบอกว่าเด็กขี้เกียจหรือเปล่า เด็กเกเรหรือเปล่า แต่ผมอยากตอบอย่างนี้ว่า เด็กทุกคนมีแสงในตัวเองนะ เราต้องหาให้เจอ บางทีด้วยรูปแบบการศึกษาที่มีลู่เดียว ต้องมุ่งสู่มหาวิทยาลัย เรียนวิชาการเยอะ หรือเรียนในเนื้อหาที่เด็กไม่รู้ว่าจะเอาไปทำอะไร ก็ทำให้เขาไม่อยากกลับไปสู่เส้นทางแบบเดิม เพราะฉะนั้นการศึกษายืดหยุ่นจึงเป็นมาตรการที่เราเตรียมไว้</p>



<p>เราคุยกับทางยูเนสโกแล้วด้วยว่าใน GEM Report ปีหน้า เราจะเสนอเรื่องการศึกษายืดหยุ่นนะ นี่เป็นเส้นทางที่เราตั้งใจจะเดินอยู่แล้ว ว่าการจะทำให้เด็กกลับเข้าสู่เส้นทางการศึกษามันต้องยืดหยุ่นกว่าเดิม ต้องตอบโจทย์ชีวิตเขามากขึ้น และต้องมีความต่อเนื่องให้เขาได้รับการสนับสนุนจากรอบด้าน ถ้าทำได้เราเชื่อว่าเด็กจะเปลี่ยนใจ จริงๆ แล้วลึกๆ เด็กเขาก็อยากเรียนรู้ อยากพัฒนาตัวเอง อยากเป็นคนสำคัญ อยากเป็นคนที่ได้รับการยอมรับจากคนรอบข้างและสังคมเช่นกัน </p>



<p></p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>โจทย์เรื่องหลุดจากระบบการศึกษาตอนนี้ไม่ใช่แค่เรื่องความยากจน?</strong></h3>



<p>โจทย์ไม่ใช่แค่เรื่องความยากจน&nbsp;เราต้องมองรอบตัวเด็กเพื่อติดกระดุมเม็ดแรก หาให้เจอว่าเด็กมีปมอะไร โจทย์อะไรที่ทำให้เขาตัดสินใจออกจากระบบการศึกษา เด็กต้องใช้ใครและใช้วิธีการอย่างไรในการปลดล็อกเรื่องนั้นให้ได้ ถ้าใจเขาอยากจะกลับมาเรียน เรื่องความยากจนเรามีงบประมาณให้ สามารถไปจัดการตรงนั้นต่อได้&nbsp;</p>



<p>เรื่องครอบครัวก็เป็นอีกประเด็นหนึ่ง ถ้าเขาไม่ได้อยู่กับพ่อแม่&nbsp;หรือไม่ได้อยู่กับคนที่แคร์เขาจริงๆ&nbsp;เราจะทำอย่างไรให้เขามีสิ่งแวดล้อมที่ดีได้ ครูจะเข้ามาช่วยจัดการระบบนิเวศรอบตัวเด็กอย่างไรได้บ้าง เราจะทำอย่างไรให้เขากลับบ้านแล้วไม่ซึมเศร้า ทำอย่างไรให้เขากระหายการเรียนรู้ และก้าวเดินไปข้างหน้าได้</p>



<p>เพราะฉะนั้นเรื่องนี้มีวงรอบในการแก้ไขปัญหาไปทีละปม ทีละเรื่อง โดยเอาเด็กเป็นตัวตั้ง เราจึงต้องมีผู้จัดการรายกรณี (case manager) มีการวางแผนการดูแลช่วยเหลือเด็ก (individual care plan) และการเชื่อมโยงข้อมูลจากหลายหน่วยงาน เพื่อให้ทรัพยากรจากทุกหน่วยงานมาจัดการตรงนี้ให้ได้</p>



<p></p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>การดำเนินงาน Thailand Zero Dropout ตอนนี้ดำเนินไปได้กี่เปอร์เซ็นต์แล้วถ้าเทียบกับเป้าหมายที่ตั้งไว้</strong></h3>



<p>ตอนนี้ตัวเลขเด็กนอกระบบการศึกษาที่กลับเข้ามามีประมาณ 300,000 คน คิดเป็นประมาณ 20-30% ของเด็กที่หลุดจากระบบ ซึ่งก็ถือว่ามีความก้าวหน้าพอสมควร แต่ตอนนี้เรามีเด็กที่ทั้งไหลเข้าและไหลออก เราเอาเด็กกลับเข้ามาในล็อตที่แล้วได้ก็จริง แต่ก็มีเด็กล็อตใหม่ที่ออกไปด้วย อย่างช่วงปิดเทอมนี้ก็จะมีเด็กล็อตใหม่ออกจากระบบการศึกษาอีก เพราะฉะนั้นเราต้องดึงเด็กเข้าและป้องกันไม่ให้เด็กออกคู่ขนานกันไป&nbsp;</p>



<p>อีกเรื่องที่สำคัญคือการปลดล็อกการศึกษายืดหยุ่น เรามีไทม์ไลน์ในการเอาเรื่องเข้าคณะรัฐมนตรีหลายเรื่องเลย ไม่ว่าจะเป็นเรื่องธนาคารหน่วยกิต (credit bank) เรื่องการสนับสนุนงบประมาณให้ศูนย์เรียนรู้ตามมาตรา 12 ทั้งหมดนี้ขึ้นอยู่กับกรอบของ พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติฉบับใหม่ว่าจะออกมาได้เร็วแค่ไหน และหลักสูตรฉบับใหม่จะออกมาเป็นทางการได้เต็มที่แค่ไหน การแลกเปลี่ยนระหว่างหน่วยงานเป็นอย่างไร เพราะฉะนั้นโจทย์เรื่องนี้มีหลายองค์ประกอบที่ต้องเดินคู่ขนานกันไป</p>



<p></p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>ตอนนี้เรื่องการเชื่อมข้อมูลเด็กนอกระบบการศึกษาในไทยถือว่าเรียบร้อยครบถ้วนหรือยัง</strong></h3>



<p>ข้อมูลเรื่องเด็กนอกระบบการศึกษาเรียบร้อยครบถ้วนในแง่ของภาพรวม เรารู้แล้วว่าเด็กล้านคนนั้นอยู่ที่ไหน แต่ละหน่วยงานก็ออกไปค้นหาเด็ก ตอนนี้เรายังรอการเอาข้อมูลกลับมาเชื่อมโยงกัน เพื่อให้เกิดภาพรวมในแง่การทำงานต่อเนื่องเป็นรายปี&nbsp;</p>



<p>อย่าลืมว่า Thailand Zero Dropout เพิ่งเริ่มมา 2 ปี เราต้องให้เวลากับเรื่องนี้และการสนับสนุนอย่างต่อเนื่องที่ทำให้เกิดดอกผลความสำเร็จที่เป็นรูปธรรม</p>



<p></p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>ยังมีบางกลุ่มในสังคมที่ไม่เข้าใจว่า ทำไมต้องมีงบสนับสนุนหรือมีการปรับกติกาสำหรับเด็กที่หลุดออกจากระบบการศึกษา จนถึงขั้นตั้งคำถามว่าทำไมไม่เอาเงินไปสนับสนุนเด็กที่อยู่ในระบบให้เต็มที่ไปเลย เราสามารถอธิบายเรื่องนี้อย่างไรได้บ้าง</strong></h3>



<p>ปกติเรามีงบเรียนฟรี 15 ปีอยู่แล้ว ใช้เงินหลักหมื่นล้านบาทต่อปี ซึ่งถือเป็นเรื่องความเสมอภาคในแนวราบ งบประมาณแผ่นดินมีให้เด็กทุกคนอย่างเท่าเทียมกันหมดแล้ว เพราะฉะนั้นเด็กที่เรียนดีหรือเด็กที่ทำทุกอย่างได้ตามปกติ เขาได้สิทธิตรงนั้นอยู่แล้ว แต่ศาสตร์ของการลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษานั้นมีความเหลื่อมล้ำแนวดิ่งด้วย เช่น เด็กเกิดมาพิการ อยู่ในครอบครัวแยกทางกัน อยู่ในครอบครัวยากจน ฯลฯ เด็กที่มีโจทย์ความเหลื่อมล้ำแนวดิ่งนี้คือสาเหตุที่เราต้องมีงบประมาณเพิ่มเติม เพื่อให้เด็กเหล่านั้นมีโอกาสที่เสมอภาค&nbsp;</p>



<p>บางโจทย์ของเขาอาจจะยากกว่าเด็กทั่วไปอีกนะ เพราะเขาต้องต่อสู้กับอุปสรรคมากมาย เขาใช้แรงในการเรียน&nbsp;รัฐบาลไม่ได้ไปเรียนแทนเขา เขาใช้ความตั้งใจ ความพยายาม และการฝ่าฟันอุปสรรคด้วยตัวเอง จำนวนชั่วโมงที่เขาใช้ในการแก้ไขปัญหาชีวิตของเขา เขาเป็นคนจ่ายเอง เพียงแต่รัฐบาลไปเติมเต็มสิ่งที่ต้องใช้เงินหรือทรัพยากร เพื่อให้เด็กเหล่านี้ไปถึงฝั่งได้&nbsp;</p>



<p>ตอนนี้ประเทศไทยไม่ได้มีจำนวนเด็กที่เกิดมากแล้ว เราเหลือเด็กเกิดเพียงแค่ปีละประมาณ 400,000 คนเท่านั้นเอง ดังนั้นเราไม่สามารถปล่อยให้เด็กแม้แต่คนเดียวออกไปจากระบบการศึกษาได้ เพราะฉะนั้นนี่คือการลงทุน เมื่อพวกเขาเหล่านี้ได้รับการศึกษาที่ดีก็จะมีเงินเดือนเกินกว่า 15,000 บาท แล้วเข้าสู่ฐานภาษี ตลอดช่วงชีวิตของคนคนหนึ่งต้องจ่ายภาษีเงินได้ จ่าย VAT ไปจนถึงจ่ายภาษีสรรพสามิต ทุกบาททุกสตางค์ที่เขาจ่ายคืนในอีก 20-30 ปีข้างหน้า จะมาชดเชยงบประมาณที่รัฐให้เขาในช่วงของการศึกษาอยู่แล้ว&nbsp;</p>



<p>ถ้าเราช่วยให้เขาไม่หลุดออกจากระบบการศึกษา เขาจะไปได้มากกว่าแค่ฐานภาษีพื้นฐาน แต่เขาจะเป็นเจ้าของกิจการ เขาจะเป็นผู้บริหาร เขาจะสามารถสร้างสิ่งต่างๆ มากมายให้อนาคตของประเทศรวมถึงตัวเขาเองด้วย แล้วทำให้ประเทศไทยก้าวออกจากกับดักรายได้ปานกลางในที่สุด</p>



<figure class="wp-block-image size-full"><img decoding="async" loading="lazy" width="855" height="569" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/04/6-1.jpg" alt="" class="wp-image-101272" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/04/6-1.jpg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/04/6-1-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/04/6-1-768x511.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/04/6-1-750x500.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/04/6-1-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /></figure>



<p></p>



<p><strong>มีตัวเลขในรายงานการศึกษาของยูเนสโก</strong><strong>ที่อ้างอิงจากข้อมูล กสศ. </strong><strong>ว่า เด็กยากจนที่จบ ม.3 ในไทย มีเพียง&nbsp;13.5%&nbsp;ที่สามารถเข้าสู่มหาวิทยาลัยได้ เราควรมองประเด็นนี้อย่างไร&nbsp;</strong></p>



<p>ค่าเฉลี่ยของการเรียนระดับมหาวิทยาลัยของเด็กและเยาวชนไทยอยู่ที่ประมาณ 33-35% เพราะฉะนั้นโดยส่วนใหญ่แล้วเยาวชนไทยอายุ 18 ปี ไม่ได้เรียนมหาวิทยาลัยนะ และในเด็กกลุ่มยากจนมีเพียงราว 13% ที่เข้าสู่การเรียนมหาวิทยาลัยได้ อันนี้คือความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา</p>



<p>นี่คือสาเหตุที่ กสศ. เชื่อมโยงข้อมูลทั้งหมดนี้ เพื่อหวังว่าจะนําไปสู่การทำงานของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รวมถึงการสนับสนุนงบประมาณเพิ่มเติมให้ทุนการศึกษากับเด็กเหล่านี้เพื่อให้มีหลักประกันโอกาสทางการศึกษา เพราะ กสศ. คงไม่สามารถให้ทุนเด็กทุกคนในการเรียนมหาวิทยาลัยได้ อีกทั้งประเทศเรามีกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา (กยศ.) อยู่แล้วด้วย แล้วตอนนี้ กยศ. ก็เชื่อมโยงข้อมูลกับ กสศ. แล้ว สามารถอ้างอิงหลักฐานว่าหากใครเคยได้ทุน กสศ. มาก่อน ก็สามารถสมัคร กยศ.&nbsp;ได้เลยเหมือนกัน&nbsp;</p>



<p>แต่ในอนาคต วุฒิปริญญาตรีก็อาจไม่ใช่เหตุผลความจำเป็นหลักที่คนคนหนึ่งจะประสบความสำเร็จอีกต่อไป มันมีอะไรมากกว่านั้น เช่น ทักษะต่างๆ ในการทำงาน ซึ่งการจะไปถึงตรงนั้นได้ เราจำเป็นต้องทำให้การศึกษายืดหยุ่นต่อยอดไปถึงปลายทางได้ </p>



<p></p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>โจทย์ก็คือไม่ใช่แค่เด็กได้เรียน แต่เรียนแล้วต้องเอาไปทำอะไรได้ด้วย?</strong></h3>



<p>โจทย์คือเด็กแต่ละคนเขาอยากเป็นอะไร อยากทำอะไร ประเทศนี้อยากเห็นเยาวชนประสบความสำเร็จในเรื่องไหน หรืออยากให้สนใจเศรษฐกิจฐานบริการ (service economy) ด้านใด อุตสาหกรรม เทคโนโลยี การท่องเที่ยว หรือสุขภาพ ถ้าเรามีทิศทางและงบประมาณมาให้มากๆ เด็กจะเริ่มคิดออก เยาวชนและครอบครัวก็จะตัดสินใจง่ายขึ้นว่ามีเส้นทางของเขาอยู่ แล้วเขาก็จะเดินไปได้</p>



<p>ทุกวันนี้เราตอบคําถามกลับด้านกัน คือตอบก่อนว่าจะเรียนอะไร แล้วค่อยไปตอบว่าจะทำอะไร จริงๆ ต้องตอบก่อนว่าจะทำอะไร แล้วค่อยตอบว่าจะไปเรียนอะไร นี่จึงเป็นสาเหตุหนึ่งที่เราพยายามให้การศึกษายืดหยุ่นทั้งหลายตอบโจทย์ชีวิตและอาชีพให้ได้ </p>



<p></p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>ถ้าเทียบในระดับโลก ประเทศไทยอยู่ระดับไหนในเรื่องการศึกษา</strong></h3>



<p>ถ้าดูในภาพใหญ่เรื่องการศึกษา เราอยู่อันดับต่ำกว่าค่าเฉลี่ยโลก&nbsp;</p>



<p>เรื่องโอกาสทางการศึกษา เรามีเด็กหลุดจากระบบประมาณ 8-10% ของประชากรเด็กและเยาวชน ซึ่งเป็นปัญหาส่วนใหญ่ของประเทศที่ติดกับดักรายได้ปานกลาง ถ้าเราไปดูกลุ่มประเทศรายได้สูง แทบจะทั้งหมดเขามีจำนวนปีเฉลี่ยการศึกษามากกว่า 12 ปี ส่วนเราคือ 9 ปี (ป.1-ม.3) เราประกาศ พ.ร.บ.การศึกษาภาคบังคับมาตั้งแต่ พ.ศ. 2545 ซึ่งเราหวังว่าในอนาคตเราจะทำให้เป็นเลขสองหลักได้สักที</p>



<p>ถ้าดูประเทศมาเลเซียเพื่อนบ้านเรา ตอนนี้เขามีจำนวนปีเฉลี่ยการศึกษาอยู่ที่ 11 ปีแล้ว แล้วมาเลเซียกําลังจะออกจากกับดักรายได้ปานกลางภายในอีก 10 ปีข้างหน้า และถ้ามองในอัตราเร่งปัจจุบัน เวียดนามก็กําลังจะแซงเราแล้ว อินโดนีเซียก็เช่นกัน </p>



<figure class="wp-block-image size-full"><img decoding="async" loading="lazy" width="855" height="569" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/04/7.jpg" alt="" class="wp-image-101273" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/04/7.jpg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/04/7-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/04/7-768x511.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/04/7-750x500.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/04/7-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /></figure>



<p></p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>ปัญหาเฉพาะตัวของไทยคืออะไร&nbsp;</strong></h3>



<p>ความไม่ต่อเนื่องในทางนโยบาย ใน 12 เดือนที่ผ่านมาเรามีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการมา 3 คน เรื่องนี้ส่งผลต่อทิศทางการทำงานในหลายเรื่อง เช่น พ.ร.บ.การศึกษา หลักสูตรใหม่ สูตรจัดสรรงบประมาณ ฯลฯ เรายังโชคดีที่เริ่ม Thailand Zero Dropout มาแล้วและยังมีความต่อเนื่อง&nbsp;</p>



<p>นอกจากนี้ยังมีเรื่องของการสนับสนุนงบประมาณอย่างต่อเนื่อง และเรามีหลายเรื่องที่ต้องการการปลดล็อก เช่น การเทียบโอนหน่วยกิต การสร้างการศึกษายืดหยุ่น เรื่องหนึ่งโรงเรียนสามรูปแบบ ฯลฯ ถ้าเราได้รับการสนับสนุนตรงนี้ ก็เชื่อว่าจะมีการแก้ไขปัญหาในแนวทางที่ดีขึ้นต่อไป </p>



<p></p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>ถ้าเราทำ Thailand Zero Dropout สำเร็จแล้ว ก้าวต่อไปคืออะไร</strong></h3>



<p>คุณภาพการศึกษาที่ดี เราต้องรู้ว่าเด็กได้เรียนอะไร เขาได้เรียนในสิ่งที่ตรงกับศักยภาพและความสนใจของเขาไหม และตรงกับสิ่งที่ประเทศต้องการไหม อันนี้ยากมากเลยนะ คือถ้าบอกว่า Thailand Zero Dropout&nbsp;ยากแล้ว&nbsp;การทำให้ความเสมอภาคไปถึงคุณภาพการเรียนรู้ด้วย ยิ่งยากขึ้นไปอีก&nbsp;</p>



<p>เรามีโรงเรียนจำนวนมากที่ครูไม่ครบชั้น เรามีหลายโรงเรียนที่ไม่มีผู้อำนวยการ แค่จุดเริ่มต้นตรงนี้ เราจะทำให้มีการศึกษาที่มีคุณภาพเสมอภาคได้อย่างไร นี่คือโจทย์ต่อไปของการศึกษาไทย ต้องมีความเสมอภาคในแง่ของคุณภาพการเรียนรู้และทันต่อโลก ซึ่งก็จะเชื่อมโยงกับการปฏิรูปการจัดสรรทรัพยากร ว่าจะทำอย่างไรให้แต่ละโรงเรียนได้งบประมาณที่เสมอภาค</p>



<p>กลับมาที่เรื่อง SDGs ตอนนี้เขากำลังเริ่มกระบวนการเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนหลังปี 2030 หรือ Post 2030 ถ้าเราทำเรื่องการเรียนรู้เสมอภาคได้แล้ว เราก็ต้องถามตัวเองว่าการเรียนรู้คืออะไรในโลกยุคหลัง 2030 สำหรับมนุษยชาติ ในยุคของเอไอ เราต้องมาหาคำตอบว่าการศึกษาคืออะไร การเรียนรู้ที่ยังเป็นที่ต้องการในโลกยุคหน้าคืออะไร แล้วจะทำอย่างไรให้มีความเสมอภาคกันในนิยามของการเรียนรู้ในโลกยุคนั้น นี่เป็นโจทย์ต่อไปในอีก 10 ปีข้างหน้า</p><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/article-090426/">“เด็กทุกคนมีแสงในตัวเอง” Thailand Zero Dropout Plus จากไทยถึงเวทียูเนสโก</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>รัฐบาลผนึกกำลัง 4 หน่วยงานยกระดับ “Thailand Zero Dropout PLUS” ชูโมเดลเรียนรู้ยืดหยุ่น-รับมือวิกฤตการณ์ซับซ้อน</title>
		<link>https://www.eef.or.th/news-210326/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 20 Mar 2026 12:48:35 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[ข่าวสารความรู้]]></category>
		<category><![CDATA[Thailand Zero Dropout PLUS]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?p=100843</guid>

					<description><![CDATA[<p>กรุงเทพมหานคร – กระทรวงศึกษาธิการ, กระทรวงมหาดไทย, กระท [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/news-210326/">รัฐบาลผนึกกำลัง 4 หน่วยงานยกระดับ “Thailand Zero Dropout PLUS” ชูโมเดลเรียนรู้ยืดหยุ่น-รับมือวิกฤตการณ์ซับซ้อน</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>กรุงเทพมหานคร – กระทรวงศึกษาธิการ, กระทรวงมหาดไทย, กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ และกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) ร่วมเปิดปฏิบัติการขับเคลื่อนแนวทาง “Thailand Zero Dropout PLUS พ.ศ. 2569” เดินหน้าแผนเชิงรุกค้นหาและดูแลเด็กเยาวชนนอกระบบการศึกษาทั่วประเทศ เน้นความยืดหยุ่นและลดความซ้ำซ้อน ชูระบบ &#8220;ธนาคารหน่วยกิต&#8221; และ &#8220;รับวิกฤตการณ์ซับซ้อน&#8221; เพื่อสร้างโอกาสที่เสมอภาคและเท่าเทียม</p>



<figure class="wp-block-image size-full"><img decoding="async" loading="lazy" width="855" height="569" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/03/0320_Thailand-Zero-03.jpg" alt="" class="wp-image-100844" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/03/0320_Thailand-Zero-03.jpg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/03/0320_Thailand-Zero-03-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/03/0320_Thailand-Zero-03-768x511.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/03/0320_Thailand-Zero-03-750x500.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/03/0320_Thailand-Zero-03-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /></figure>



<p></p>



<p>นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ ประธานอนุกรรมการบูรณาการทำงานเพื่อขับเคลื่อนการจัดการศึกษาหรือการเรียนรู้ที่ยืดหยุ่น เปิดเผยว่า จากการดำเนินการของโครงการ Thailand Zero Dropout ที่เริ่มต้นในปี 2566 จนสามารถลดจำนวนเด็กนอกระบบจากกว่า 1 ล้านคน ลงเหลือ 603,095 คนในปี 2568 แต่ท่ามกลางปัจจัยเสี่ยงด้านเศรษฐกิจและภัยธรรมชาติ  ความถดถอยของสภาพเศรษฐกิจ  ตลอดจนความเปลี่ยนแปลงทางภูมิรัฐศาสตร์และภูมิเศรษฐศาสตร์ ล้วนส่งผลกระทบต่อความเสี่ยงหลุดจากระบบการศึกษามากขึ้น การทำงานจึงต้องยกระดับขึ้น และเป็นที่มาของ Thailand Zero Dropout PLUS และการดำเนินการผ่านแนวคิด “1 โรงเรียน 3 รูปแบบ” และ “ธนาคารหน่วยกิต (Credit Bank)”  หรือการเรียนรู้ผ่าน Learning Passport ที่ระบุให้เลข 13 หลักบนบัตรประชาชนใบเดียว เป็นเสมือนเครื่องมือนนำทางให้เด็กเยาวชนใช้เข้าถึงการเรียนรู้ได้ตลอดชีวิต</p>



<figure class="wp-block-image size-full"><img decoding="async" loading="lazy" width="855" height="569" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/03/0320_Thailand-Zero-09.jpg" alt="" class="wp-image-100845" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/03/0320_Thailand-Zero-09.jpg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/03/0320_Thailand-Zero-09-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/03/0320_Thailand-Zero-09-768x511.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/03/0320_Thailand-Zero-09-750x500.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/03/0320_Thailand-Zero-09-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /></figure>



<p></p>



<p>&#8220;แม้ในอนาคตจะมีการปรับเปลี่ยนคณะรัฐมนตรี แต่นโยบายหลักที่นายกรัฐมนตรีเตรียมแถลงในเร็วๆ นี้ จะยังคงเดินหน้าอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะการจัดการเรียนรู้ที่ยืดหยุ่นและระบบธนาคารหน่วยกิต ซึ่งทิศทางที่ชัดเจนนี้จะช่วยให้ทุกภาคส่วนปฏิบัติงานได้ง่ายขึ้น ความร่วมมือในวันนี้จึงถือเป็นกุญแจสำคัญที่จะช่วยขับเคลื่อนการทำงานในระดับภูมิภาคให้เกิดผลเป็นรูปธรรม&#8221;</p>



<figure class="wp-block-image size-full"><img decoding="async" loading="lazy" width="855" height="569" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/03/0320_Thailand-Zero-02.jpg" alt="" class="wp-image-100846" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/03/0320_Thailand-Zero-02.jpg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/03/0320_Thailand-Zero-02-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/03/0320_Thailand-Zero-02-768x511.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/03/0320_Thailand-Zero-02-750x500.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/03/0320_Thailand-Zero-02-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /></figure>



<p></p>



<p>ด้าน ดร. ไกรยส ภัทราวาท ผู้จัดการกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) กล่าวถึงความคืบหน้าในปีที่ผ่านมาว่า ความร่วมมือของ 11 หน่วยงานภาคีได้สร้างผลสัมฤทธิ์ใน 4 มิติ ทั้งการค้นหาเด็กจนชี้เป้าได้แม่นยำ การจัดตั้งคณะกรรมการระดับจังหวัดครบ 77 จังหวัด และการนำภาคเอกชนเข้ามาร่วมจัดการศึกษาแบบ “Learn to Earn” สำหรับปี 2569 จะมุ่งเน้นมิติหลักสำคัญ คือการเชื่อมโยงฐานข้อมูล Thailand Zero Dropout เข้ากับระบบ พม. Smart และกรมส่งเสริมการเรียนรู้ เพื่อลดความซ้ำซ้อน/การสนับสนุนทรัพยากรตรงถึงตัวเด็ก โดยจัดเตรียมวงเงินช่วยเหลือไม่เกิน 5,000 บาทต่อคน ครอบคลุมทั้งการสำรวจ แผนดูแล และเงินเยียวยาจากภาวะวิกฤต และระบบ Learning Passport บัญชีการเรียนรู้รายบุคคลที่เชื่อมโยงการศึกษา การฝึกอาชีพ และธนาคารหน่วยกิต เพื่อรับรองประสบการณ์ให้เป็นวุฒิการศึกษา</p>



<figure class="wp-block-image size-full"><img decoding="async" loading="lazy" width="855" height="569" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/03/0320_Thailand-Zero-04.jpg" alt="" class="wp-image-100847" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/03/0320_Thailand-Zero-04.jpg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/03/0320_Thailand-Zero-04-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/03/0320_Thailand-Zero-04-768x511.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/03/0320_Thailand-Zero-04-750x500.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/03/0320_Thailand-Zero-04-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /></figure>



<p></p>



<p>ดร.ชูสิน วรเดช รองหัวหน้าผู้ตรวจราชการ กระทรวงศึกษาธิการ ย้ำถึงบทบาทของ ศธ. ในฐานะโซ่ข้อกลางว่า ได้ขยายผลระบบดูแลช่วยเหลือ OBEC Care ครอบคลุมกว่า 28,000 โรงเรียนทั่วประเทศ เพื่อดูแลสุขภาพจิตและช่วยเหลือนักเรียนเป็นรายบุคคล พร้อมขยายผลโรงเรียนนำร่อง 927 แห่ง เพื่อรองรับเด็กที่หลุดจากระบบให้กลับมาเรียนรู้ตามความถนัดและเงื่อนไขชีวิตที่หลากหลาย</p>



<figure class="wp-block-image size-full"><img decoding="async" loading="lazy" width="855" height="569" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/03/0320_Thailand-Zero-10.jpg" alt="" class="wp-image-100848" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/03/0320_Thailand-Zero-10.jpg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/03/0320_Thailand-Zero-10-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/03/0320_Thailand-Zero-10-768x511.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/03/0320_Thailand-Zero-10-750x500.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/03/0320_Thailand-Zero-10-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /></figure>



<p></p>



<p>“กระทรวงศึกษาธิการ ให้คำมั่น ว่า ปี 2569 จะพาน้องๆ กลับมาสู่ระบบการศึกษา โดยใช้การจัดการศึกษาที่ยืดหยุ่น โดยการขับเคลื่อน Thailand Zero Dropout ไม่ใช่ภารกิจที่หน่วยงานใด หน่วยงานหนึ่งจะบรรลุเป้าหมายได้เพียงลำพัง จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องประสานความร่วมมือทุกภาคส่วน เพื่อให้เกิดกลไกการช่วยเหลือทุกมิติโดยใช้การจัดการศึกษาที่ยืดหยุ่น”  ดร.ชูสิน กล่าว </p>



<figure class="wp-block-image size-full"><img decoding="async" loading="lazy" width="855" height="569" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/03/0320_Thailand-Zero-05.jpg" alt="" class="wp-image-100849" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/03/0320_Thailand-Zero-05.jpg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/03/0320_Thailand-Zero-05-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/03/0320_Thailand-Zero-05-768x511.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/03/0320_Thailand-Zero-05-750x500.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/03/0320_Thailand-Zero-05-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /></figure>



<p></p>



<p>ด้าน นายสันติธร ยิ้มละมัย รองปลัดกระทรวงมหาดไทย ระบุว่า กลไกท้องถิ่นคือฟันเฟืองสำคัญที่สุด โดยมหาดไทยมุ่งเป้าขยายผลตำบลต้นแบบให้ครอบคลุม 7,842 แห่งทั่วประเทศ และเร่งรัดการแต่งตั้งคณะกรรมการขับเคลื่อนระดับท้องถิ่นให้เสร็จสิ้นภายในมีนาคม 2569 พร้อมให้ความสำคัญสูงสุดกับกลุ่มเด็กที่ไม่มีสถานะทางทะเบียนกว่า 2.7 แสนคน ให้เข้าถึงสิทธิตามหลักสิทธิมนุษยชน</p>



<figure class="wp-block-image size-full"><img decoding="async" loading="lazy" width="855" height="569" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/03/0320_Thailand-Zero-06.jpg" alt="" class="wp-image-100850" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/03/0320_Thailand-Zero-06.jpg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/03/0320_Thailand-Zero-06-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/03/0320_Thailand-Zero-06-768x511.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/03/0320_Thailand-Zero-06-750x500.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/03/0320_Thailand-Zero-06-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /></figure>



<p></p>



<p>ขณะที่ นายกิตติ อินทรกุล รองปลัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) ชี้ว่าปัญหาเด็กหลุดจากระบบมักเริ่มจากความเปราะบางของครอบครัว พม. จึงใช้ระบบ “พม. Smart” เป็นเครื่องมือหลักในการจัดสวัสดิการสังคมแบบครบวงจร ทั้งการเยียวยาสภาพจิตใจและเงินอุดหนุนครอบครัว โดยเฉพาะเด็กในสภาวะวิกฤตจากภัยพิบัติหรือสงคราม เพื่อให้เด็กมีความพร้อมก่อนส่งต่อกลับเข้าสู่ระบบการศึกษา</p>



<figure class="wp-block-image size-full"><img decoding="async" loading="lazy" width="855" height="569" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/03/0320_Thailand-Zero-11.jpg" alt="" class="wp-image-100851" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/03/0320_Thailand-Zero-11.jpg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/03/0320_Thailand-Zero-11-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/03/0320_Thailand-Zero-11-768x511.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/03/0320_Thailand-Zero-11-750x500.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/03/0320_Thailand-Zero-11-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /></figure>



<figure class="wp-block-image size-full"><img decoding="async" loading="lazy" width="855" height="569" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/03/0320_Thailand-Zero-08.jpg" alt="" class="wp-image-100852" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/03/0320_Thailand-Zero-08.jpg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/03/0320_Thailand-Zero-08-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/03/0320_Thailand-Zero-08-768x511.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/03/0320_Thailand-Zero-08-750x500.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/03/0320_Thailand-Zero-08-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /></figure>



<p></p>



<p>ความร่วมมือในครั้งนี้ถือเป็นก้าวสำคัญของประเทศไทยในการแก้ปัญหาเด็กหลุดจากระบบการศึกษาอย่างเป็นรูปธรรม โดยใช้พื้นที่เป็นฐานและใช้ข้อมูลเป็นตัวนำ เพื่อไม่ให้มีเด็กคนใดถูกทิ้งไว้ข้างหลังอีกต่อไป</p><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/news-210326/">รัฐบาลผนึกกำลัง 4 หน่วยงานยกระดับ “Thailand Zero Dropout PLUS” ชูโมเดลเรียนรู้ยืดหยุ่น-รับมือวิกฤตการณ์ซับซ้อน</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
