<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>SMTE | กสศ.</title>
	<atom:link href="https://www.eef.or.th/tag/smte/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.eef.or.th</link>
	<description>กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา</description>
	<lastBuildDate>Thu, 28 Mar 2024 07:52:00 +0000</lastBuildDate>
	<language>th</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.3.13</generator>

<image>
	<url>https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/02/cropped-fav-icon-32x32.png</url>
	<title>SMTE | กสศ.</title>
	<link>https://www.eef.or.th</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>“ความหวังบนทางแยกความไม่แน่นอน” สำรวจหมุดหมายการเรียนต่อของนักเรียนทุนเสมอภาคหลังจบ ม.3</title>
		<link>https://www.eef.or.th/article-280324/?utm_source=rss&#038;utm_medium=rss&#038;utm_campaign=article-280324</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 28 Mar 2024 07:51:59 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[บทความ]]></category>
		<category><![CDATA[ทุนเสมอภาค]]></category>
		<category><![CDATA[Movement]]></category>
		<category><![CDATA[นราธิวาส]]></category>
		<category><![CDATA[โรงเรียนร่มเกล้า]]></category>
		<category><![CDATA[ซาลัมสุดีน เจ้ะมูซอแว]]></category>
		<category><![CDATA[SMTE]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?p=79079</guid>

					<description><![CDATA[<p>“ตั้งความหวังกับการเรียนไว้สูงมาก แต่ถ้าสุดท้ายเรียนไม่ [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/article-280324/">“ความหวังบนทางแยกความไม่แน่นอน” สำรวจหมุดหมายการเรียนต่อของนักเรียนทุนเสมอภาคหลังจบ ม.3</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>“ตั้งความหวังกับการเรียนไว้สูงมาก แต่ถ้าสุดท้ายเรียนไม่จบเพราะไม่มีค่าเทอม หรือถึงเรียนจนจบแต่รายได้ไม่พอเลี้ยงตัวเอง ก็ไม่รู้ว่าเราจะต้องแบกหนี้การศึกษาติดตัวไปถึงอายุเท่าไหร่ &#8230;ถ้าเป็นอย่างนี้ บางทีคิดว่าเลือกทำงานไปเลย แล้วเอาเรื่องเรียนไว้ทีหลังอาจจะดีกว่า”</p>



<p><strong>‘ดิง’ ซาลัมสุดีน เจ้ะมูซอแว นักเรียนทุนเสมอภาค</strong> ชั้น ม.3 โรงเรียนร่มเกล้า อำเภอยี่งอ จังหวัดนราธิวาส เจ้าของผลการเรียนเฉลี่ยสะสม 5 เทอมที่ 3.70 กับช่วงเวลาในเทอมสุดท้ายก่อนจบการศึกษาภาคบังคับ และสภาวะจิตใจที่ยิ่งรู้สึกกังวล เมื่อกำลังจะก้าวข้ามรอยต่อช่วงชั้นสู่ระดับการศึกษาที่สูงขึ้น</p>



<p>ข้อมูลจากซาลัมสุดีนระบุว่า การเป็นนักเรียนทุนเสมอภาคตั้งแต่ชั้น ม.1 ทั้งช่วยแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายของที่บ้าน แก้ปัญหาเฉพาะหน้าระหว่างเรียน และช่วยเรื่องปากท้องกินอยู่ประจำวันได้ส่วนหนึ่ง จนถึงวันนี้ที่เตรียมจบชั้น ม.3 และวางแผนไว้แล้วว่าจะเรียนต่อมัธยมศึกษาตอนปลาย ในโปรแกรม SMTE (Science, Math, Technology and Environment) ซึ่งเป็นห้องเรียนพิเศษสำหรับเด็กสายวิทย์ที่เน้นเนื้อหาวิชาการเข้มข้น หากได้รับทุนการศึกษาในชั้นรอยต่อก็จะทำให้เส้นทางความหวังของเขาราบรื่นยิ่งขึ้น</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-d524e0"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2024/03/0326_บทความ-64_PHOTO1.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>ซาลัมสุดีนอาศัยอยู่ในครอบครัวเล็กที่มีพ่อ แม่ และน้องสาวที่เรียนชั้น ป.3 ซึ่งค่อนข้างแตกต่างจากเด็กเยาวชนส่วนใหญ่ในพื้นที่ ที่มักมาจากครอบครัวขนาดใหญ่ประกอบด้วยสมาชิกหลายรุ่นรายล้อม ตั้งแต่ปู่ย่าตายาย ครอบครัวย่อยของลุงป้าน้าอา และคนรุ่นลูกหลานอีกจำนวนมาก</p>



<p>อย่างไรก็ตาม อาชีพกรีดยางของพ่อและร้านขายข้าวเล็ก ๆ หน้าบ้านของแม่ ก็ไม่ได้ทำรายได้ที่มั่นคงนัก ซาลัมสุดีนจึงรู้สึก ‘กังวล’ เสมอ เมื่อนึกถึง ‘ภาพความเป็นได้อันหลากหลายในอนาคต’ เพราะสถานการณ์ที่อาจเป็นไปได้ (scenario) ซึ่งปรากฏในใจทุกวี่วัน คือความเสี่ยงที่เขาอาจเรียนไม่จบ ม.6 เมื่อหมดวาระได้รับทุน หรือวันเวลาที่ไกลจากนั้น ซึ่งเขาอาจหาทางกู้เงินมาเรียนได้จนจบ แต่กลับไม่สามารถมีงานดี ๆ พอจะหล่อเลี้ยงชีวิตได้อย่างที่ควรเป็น&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p>



<p>&nbsp;กสศ. นั่งคุยกับซาลัมสุดีน จากการเข้าไปทำกิจกรรมแลกเปลี่ยนเรียนรู้กับนักเรียนทุนเสมอภาค เพื่อสำรวจมุมมองและถอดบทเรียนโครงการทุนรอยต่อ ก่อนนำมารวบรวมเป็นข้อเสนอแนวทางสร้างหลักประกันโอกาสทางการศึกษาให้เด็ก ๆ ได้เรียนต่อหลังจบการศึกษาภาคบังคับ</p>



<p>“การได้ประเมินตัวเองผ่านกิจกรรมวันนี้ ทำให้รู้ว่าทุกวันที่มาเรียนได้อยู่กับเพื่อน เราคิดว่าตัวเองมีความสุขสบายใจดี แต่กลายเป็นเพิ่งรู้ว่าผลสำรวจสุขภาวะจิตใจตัวเองกำลังบอกว่า เรากังวล เรามีปัญหา เรารู้สึกไม่มั่นคงกับอนาคตทางการศึกษาเลย” <strong>ซาลัมสุดีน</strong>เผยผลทดสอบแบบประเมินความสุขผ่านหัวข้อ ‘ตัวฉันในอดีตและปัจจุบัน’ ก่อนลงรายละเอียดว่า</p>



<p>“ตั้งแต่ ม.1 เทอมแรก มีทุนเสมอภาคหนุนหลังมาตลอด ปกติได้เงินมาโรงเรียนครั้งละ 20-40 บาท พอไม่ต้องเสียค่าข้าวค่าเดินทาง ก็มีเงินเหลือที่พยายามเก็บไว้ เพราะบางทีวันไหนพ่อกับแม่ไม่มีงานขาดรายได้ เราก็เอาส่วนนี้มาใช้จ่ายทำรายงาน หรือเอาไว้ซื้อของจำเป็น</p>



<p>“จนตอนนี้กำลังจะจบ ม.3 ครูบอกว่าเราได้ทุนต่อ ม.4 อีกหนึ่งปี แล้วหลังขึ้นชั้น ม.5 ม.6 ก็ไม่ได้แล้ว ก็มีเริ่มคิดว่าหลังจากนั้นจะเป็นยังไง เพราะรู้ว่าค่าใช้จ่ายตอนเรียนมัธยมปลายจะเพิ่มขึ้นอีกมาก คงต้องพึ่งพาพ่อแม่มากขึ้น หรือไม่เราก็ต้องไปหางานทำเสริม แต่ก็แอบคิดเหมือนกันว่าจะเรียนจบไหมถ้าต้องเรียนพร้อมกับทำงานไปด้วย ยิ่งเราเลือกเรียนโปรแกรม SMTE ที่เรียนวิชาการค่อนข้างหนักและใช้เวลามาก ถ้าเกิดว่าอุตส่าห์เรียนไปแล้วต้องออกกลางคันก็รู้สึกเสียดาย อีกใจนึงมันเลยแย้งอยู่ว่า หรือจะเลือกไปทำงานตั้งแต่ตอนนี้เลย จะได้ไม่ต้องเสียเงินเสียเวลา คือมุ่งประกอบอาชีพไปเลย</p>



<p></p>



<h2 class="wp-block-heading"><strong>‘รุ่นพี่หลุดจากระบบการศึกษา’ ภาพชินตาที่ฝังภาพ ‘กรณีเลวร้ายที่สุด’ ในห้วงคำนึง</strong></h2>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-914083"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2024/03/0326_บทความ-64_PHOTO2.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>หรือจะเป็นไปได้ว่า ภาพอนาคตที่วนเวียนฉายซ้ำอยู่ แต่ ‘กรณีเลวร้ายที่สุดที่อาจเกิดขึ้น’ (worst case scenario) ในห้วงคำนึงของซาลัมสุดีน อาจมาจากกรณีตัวอย่างที่พบเห็นและซึมซับผ่านช่วงเวลาตลอด 16-17 ปีของชีวิต ว่าคนรุ่นก่อนหน้าได้ทยอยหลุดออกไปจากระบบการศึกษา เพียงเพราะต้องตัดสินใจเลือกระหว่าง ‘การเรียน’ กับ ‘การทำงาน’ ซึ่งสุดท้ายความจำเป็นของภาระเลี้ยงชีพก็มักเอาชนะทุกสิ่ง ไม่เว้นแม้แต่ความเป็นไปได้ที่ว่า การลงทุนด้านการศึกษาอาจเป็นประตูสู่ความสำเร็จ ที่จะช่วยยกระดับรายได้และคุณภาพชีวิตของผู้เรียนได้ในท้ายที่สุด&nbsp;&nbsp;</p>



<p>“รู้สึกเหมือนยืนอยู่บนทางแยก ที่ไม่ว่ามองทางไหนก็มีแต่ความไม่แน่นอน คือถ้าเรียนต่อมัธยมปลายแล้วต้องออก ก็เสียดาย เพราะเราเคยเห็นรุ่นพี่ที่เรียนไปแล้วมีจุดเปลี่ยน พ่อแม่แยกทาง เสียชีวิต หรืออยู่ ๆ ต้องออกจากงาน ปัญหาพวกนี้เองที่มันจะมาบีบให้เขาต้องตัดสินใจกัน ว่าจะเรียนต่อหรือออกไปหางานทำ ซึ่งเกือบทั้งนั้นมักต้องยอมแพ้เลิกเรียน ทั้งที่บางคนเหลืออีกไม่กี่เดือนก็จะจบ ม.6 แล้ว กลายเป็นเหมือนความรู้ที่เรียนมากับวันเวลาที่เสียไปก็สูญเปล่าเลย แล้วที่เราเห็นคือ ใครลองได้หยุดเรียนหรือออกจากโรงเรียนไปแล้ว ประตูโอกาสที่จะกลับมาก็แทบจะปิดลงไปเลยตรงนั้น</p>



<p>“ส่วนอีกหนึ่งความเป็นไปได้ที่คิดถึงตลอด คือถ้าเราจบ ม.6 หรือจบปริญญาตรีแล้วไม่มีงานทำ หรือไปได้งานที่เลี้ยงตัวเองเลี้ยงครอบครัวไม่ได้ ก็ไม่รู้ว่าถึงตอนนั้นครอบครัวจะเป็นอย่างไรต่อไป”</p>



<p></p>



<h2 class="wp-block-heading"><strong>‘หนึ่งทางเลือกคือกู้เงินเรียน’</strong></h2>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-be4ece"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2024/03/0326_บทความ-64_PHOTO3.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>ซาลัมสุดีนเผยว่า ณ ปัจจุบัน เส้นทางที่มองเห็นว่าเป็นไปได้มากที่สุด สำหรับการไปต่อบนเส้นทางการศึกษา คือคำแนะนำที่ได้จากครูแนะแนวที่โรงเรียน รวมถึงข้อมูลที่ได้รับผ่านกิจกรรมแลกเปลี่ยนเรียนรู้ที่เพิ่งจบลง นั่นคือการ ‘กู้ยืม’ ผ่านกองทุน กยศ. เพื่อไปให้ถึงเป้าหมายระยะสั้นที่สุด คือเรียนจนจบชั้น ม.6 แล้วจากนั้นจึงค่อยพิจารณาต่อว่า จะกู้ต่อเนื่องจนไปถึงระดับอุดมศึกษาหรือไม่</p>



<p>“การกู้มันมีข้อแม้ตามมาว่าเราต้องชดใช้คืน แต่ถ้าเหลือทางเดียวยังไงก็ต้องเอา เพราะยังหวังอยากเรียนให้จบ ทางไหนทำได้เราจะทำ อย่างน้อยต้องจบ ม.6 ให้ได้ก่อน แล้วค่อยคิดว่าจะเรียนมหาวิทยาลัยไหวแค่ไหน</p>



<p>“ข้อมูลที่ได้รับวันนี้คือ การกู้เงินเรียนผ่าน กยศ. (กองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา) ไม่ได้น่ากลัวขนาดนั้น เพราะเป็นหน่วยงานรัฐ มีความน่าเชื่อถือ ยิ่งถ้าเรามีเป้าหมายชัดเจน มีผู้แนะแนวที่ดีว่าถ้าอยากทำงานอาชีพใด ต้องวางแผนการเรียนอย่างไร กยศ. ก็จะเป็นทางเลือกหนึ่งให้เราได้”&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p>



<p><strong>ซาลัมสุดีนปิดท้ายว่า กิจกรรมที่เข้าร่วมวันนี้ เป็นหนึ่งการแนะแนวเส้นทางการศึกษาที่จำเป็น และควรมีกิจกรรมลักษณะนี้ในทุกโรงเรียน เพื่อให้นักเรียนชั้น ม.3 มองเห็นเส้นทางการศึกษาชัดเจนขึ้น ได้ประเมินตนเองว่าสนใจด้านใด หรือผลการเรียนของตนสามารถเลือกแผนการเรียนใดได้บ้าง และยังรวมไปการได้ ‘ตรวจเช็คสุขภาวะจิตใจ’ ซึ่งจะทำให้แต่ละคนพบปัญหา อุปสรรค ความกังวลใจ ที่จะนำพอสู่การเข้าถึงความช่วยเหลือเยียวยาต่อไป</strong></p>



<p></p>



<p><strong>อ่าน</strong> <a href="https://www.eef.or.th/news-270224/" target="_blank" rel="noopener" title="">“กสศ. จัดกิจกรรมแลกเปลี่ยนเรียนรู้กับ ‘นักเรียนทุนเสมอภาค’ สำรวจมุมมองและถอดบทเรียนโครงการทุนรอยต่อ เพื่อโอกาสการศึกษา ม.ปลาย ถึง ป.ตรี”</a></p><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/article-280324/">“ความหวังบนทางแยกความไม่แน่นอน” สำรวจหมุดหมายการเรียนต่อของนักเรียนทุนเสมอภาคหลังจบ ม.3</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
